SLEEK EV พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง ณ งาน “Mission Zero” ผ่านการนําเสนอนวัตกรรม รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน

SLEEK EV พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง ณ งาน “Mission Zero” ผ่านการนําเสนอนวัตกรรม รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน

กรุงเทพฯ, 14 พฤษภาคม 2567 – บริษัท สลีค อีวี จํากัด บริษัทรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความสําเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของงาน “Mission Zero” จัดขึ้นในวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2557 โดย โอกาสสําคัญครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่ในการพลิกโฉมภูมิทัศน์อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง รวมถึงเป้าหมาย ในการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ผ่านวิสัยทัศน์ แนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน และนวัตกรรมรถจักรยานยนต์ ไฟฟ้าสุดล้ำสมัย

คุณกันตินันท์ ตันวีนุกูล CEO และ Co-founder ของ SLEEK EV เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงวิสัยทัศน์ของบริษัท โดยระบุว่า ท่ามกลางปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่มากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ที่อุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้น การบรรลุเป้าหมายการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็น “ศูนย์” ถือเป็นสิ่งสําคัญ โดยทาง SLEEK EV รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในผู้นําในอุตสาหกรรมยาน ยนต์ ผู้พัฒนานวัตกรรมจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่มีแนวคิดสอดรับกับเป้าหมายดังกล่าว

นอกจากนี้ คุณกันตินันท์ได้นําเสนอ นวัตกรรม S Drive 1.0 อันก้าวล้ำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสําคัญในการขับเคลื่อนภารกิจ หลักของทางบริษัทให้สําเร็จลุล่วง โดยเทคโนโลยี S Drive 1.0 จะพร้อมส่งมอบประสิทธิภาพที่เหนือชั้น สามารถทะยาน ความเร่งจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ในเวลา 3.9 วินาที และใช้พลังงานสูงสุดเพียง 17 วัตต์-ชั่วโมง/กม. ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับแบตเตอรี่ CATL ที่ได้มาตรฐานระดับโลก รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของ SLEEK EV จะมีคุณสมบัติในการชาร์จที่รวดเร็ว โดยใช้เวลา ประมาณ 1 ชม. เท่านั้น

ต่อมา คุณ Ong Zhang Quan Chief Operating Officer และ Co-founder ของ SLEEK EV ได้นําเสนอ แอปพลิเคชัน SLEEK EV สุดชาญฉลาด ซึ่งสามารถเชื่อมกับทุกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ แอปพลิเคชันดังกล่าวยังใช้งานง่าย สะดวกต่อการเข้าถึงข้อมูลสําคัญเกี่ยวกับยานพาหนะ พร้อมให้ผู้ใช้งานได้ เข้าถึงฟีเจอร์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น โหมดความปลอดภัย (Secure Mode) โหมดค้นหา (Find Me Mode) โหมด ปลดล็อกเบาะนั่ง (Seat Unlock) รวมถึงการค้นหาสถานี S Charge และประวัติการใช้งาน โดยนวัตกรรมนี้ได้ตอกย้ำถึงความ มุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ในยุคปัจจุบัน

จากนั้น คุณกันตินันท์ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทด้านความยั่งยืน ผ่านการเปิดตัว เทคโนโลยี S Charge รวมถึงโครงการ ริเริ่มในการมุ่งติดตั้งจุด S Charge ทั่วประเทศ หวังให้เป็นโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่พร้อมอํานวยความสะดวกในการชาร์จแก่ผู้ขับ ขี่ของ SLEEK EV พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและทรัพยากรทางเลือก

โดยช่วงเวลาสําคัญของงานในครั้งนี้คือการเปิดตัวนวัตกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าซีรีส์ใหม่จาก SLEEK EV ทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ SLEEK EV Type-S, Type-E, Type-X และ SLEEK Play 1.0 ซึ่งนําเสนอพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ผ่านการผสมผสานที่โดดเด่น ระหว่างประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และกําลังซื้อของ

ราคาและคุณสมบัติ:

  • Type-S ราคาเริ่มต้นที่ 49,900 บาท และ 69,900 บาท ความเร็วสูงสุด 70 กม./ชม. ระยะขับขี่ 100-200 กม.
  • SLEEK Play 1.0 ราคาเริ่มต้นที่ 59,900 บาท และ 79,900 บาท ความเร็วสูงสุด 80 กม./ชม. ระยะขับขี่ 75-150 กม.
  • Type-E ราคาเริ่มต้นที่ 69,900 บาท และ 89,900 บาท ความเร็วสูงสุด 90 กม./ชม. ระยะขับขี่ 75-150 กม.
  • Type-X ราคาเริ่มต้นที่ 79,900 บาท และ 99,900 บาท ความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม. ระยะขับขี่ 75-150 กม.

นอกจากนี้ ทาง SLEEK EV ยังได้ริเริ่มสร้างความยั่งยืนแก่สิ่งแวดล้อม ผ่าน โครงการรีไซเคิลแบตเตอรี่ (Battery Repurposing Program) โดยรวบรวมแบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว นําเข้ากระบวนการเฉพาะ และนํากลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบของหน่วย กักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักของทางบริษัทในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มากยิ่งขึ้น

ในช่วงท้ายของงาน คุณกันตินันท์ได้เน้นย้ำบทบาทของ SLEEK EV ในฐานะการเป็นผู้นําในการขับเคลื่อนโลกสู่อนาคตแห่งการ ปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เป็นศูนย์ (Net Zero) โดยกล่าวถึงความแน่วแน่ของบริษัทในการพลิกโฉมภูมิทัศน์อุตสาหกรรมยานยนต์ และการขนส่งในปัจจุบัน เพื่อก้าวสู่อนาคตแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง

จากความสําเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของงาน “Mission Zero” ในครั้งนี้ ทาง SLEEK EV พร้อมมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรม ใหม่ๆ รวมถึงอุทิศตนให้กับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสําหรับคนต่อๆ ไปอย่างไม่หยุดยั้ง

_____________________________________________________________________

ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

Website : http://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : realtimecarmagazine (@realtimecar)