บริดจสโตน ผู้นำนวัตกรรมยางรถยนต์พรีเมียม ได้รับความไว้วางใจจากโตโยต้า เลือก “BRIDGESTONE DUELER H/T 684II” เป็นยางมาตรฐานใน “TOYOTA LAND CRUISER FJ” ใหม่ล่าสุด

 

บริดจสโตน ผู้นำนวัตกรรมยางรถยนต์พรีเมียม สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ เมื่อ BRIDGESTONE DUELER H/T 684II” ได้รับเลือกเป็นยางมาตรฐานสำหรับ TOYOTA LAND CRUISER FJ” รถยนต์ SUV รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่
21 มีนาคม 2569 โดยมาพร้อมเทคโนโลยีการออกแบบเฉพาะของบริดจสโตนที่ช่วยยกระดับสมรรถนะการขับขี่ พร้อมเติมเต็มความสนุกแบบออฟโรดให้คล่องตัว มั่นใจ และปลอดภัย เสริมความแข็งแกร่งและ
ความทนทานเพื่อรองรับการเดินทางได้อย่างเหนือระดับในทุกเส้นทาง

ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตที่ทันสมัย บริดจสโตนได้พัฒนายาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684II โดยมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้

  • สมรรถนะรอบด้านที่เหนือชั้นสำหรับรถกระบะอเนกประสงค์และรถ SUV
  • ออกแบบเพื่อให้การขับขี่นุ่มสบาย คล่องตัวทุกพื้นผิวถนน
  • ประสิทธิภาพการยึดเกาะบนถนนเปียกและบนถนนแห้งดีเยี่ยม
  • เทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตที่ทันสมัย ช่วยให้ยางทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนาน

นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบความแข็งแรง กระจายน้ำหนักในขณะวิ่งได้อย่างมาตรฐาน ทนทานต่อ
ทุกสภาพถนนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงช่วยเติมเต็มสมรรถนะของรถยนต์ TOYOTA LAND CRUISER FJ
ที่พัฒนาระบบเครื่องยนต์และระบบควบคุมให้ทำงานประสานกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของรถอย่างลงตัวเพื่อการขับขี่ที่มั่นใจในทุกสภาพเส้นทางและให้ผู้คนสนุกกับการขับขี่แบบออฟโรด

 

การพัฒนายาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684II สำหรับรถยนต์ TOYOTA LAND CRUISER FJ
ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของบริดจสโตนในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดรถ SUV
ในประเทศไทยผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง

ภาพรวมของยาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684II กับรถยนต์ TOYOTA LAND CRUISER FJ

                   รุ่นรถ                     รุ่นยาง             ขนาดยาง
TOYOTA LAND CRUISER FJ BRIDGESTONE DUELER H/T 684II       265/60R18 110H


คุณสมบัติเด่นของรถยนต์
TOYOTA LAND CRUISER FJ
โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดกับ TOYOTA LAND CRUISER FJ สัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจ
ครองใจผู้คนทั่วโลก “Bold & Unbound…เป็นให้ชัด ไปให้สุด” ด้วยจุดขายหลัก 5 ประการ ได้แก่ 1) ดีไซน์
ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย 2) สมรรถนะการขับขี่ที่แข็งแกร่ง
3) ความสะดวกสบายในการโดยสาร 4) การทรงตัวที่มั่นคงในทุกสภาพเส้นทาง และ 5) ระบบเบรก
ที่เชื่อถือได้ ซึ่งทำให้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง