-
News Car1 Min Read
มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ มอบเงินกว่า 3.9 ล้านบาท มุ่งมั่นสนับสนุนกิจกรรมหลากหลายมิติ สร้างประโยชน์และขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างยั่งยืน
มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าสานต่อภารกิจอันเป็นประโยชน์เพื่อสังคม ประจำปี พ.ศ. 2569 มอบเงินสนับสนุน มูลค่ารวม 3,980,000 บาท สำหรับ 7 โครงการ เพื่อสนับสนุนการศึกษา เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ได้แก่
- กองทุนวิจัยวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ–อีซูซุ เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการและต่อยอด องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมยานยนต์ผ่านงานวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนวัตกรรมสาขาเทคโนโลยียานยนต์และวิศวกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ทุนการศึกษาแก่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
- ทุนการศึกษาสำหรับผู้ทุพลลภาพแก่สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ
- เงินสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์โซลาร์เซลล์แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
- อุปกรณ์การเรียนแก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
- เงินสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
- อุปกรณ์จราจรแก่กองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบังคับการตำรวจทางหลวง
มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2530 ผ่านการร่วมมือกันของ 3 บริษัทในกลุ่มอีซูซุ ได้แก่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อีซูซุเอ็นยิ่น แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจุบันมีเงินกองทุนทั้งสิ้น 493.31 ล้านบาท โดยมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างและปรารถนาที่จะเห็นสังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืนตลอดไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM เปิดบทสรุปความสำเร็จ หลัง GWM TANK 300 DIESEL พิชิตศึก AXCR 2026 ตอกย้ำพลังทีม วิศวกรรม และเทคโนโลยีดีเซล 2.4 ลิตร จากสนามแข่งสู่ความมั่นใจบนถนนจริง
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM เปิดบทสรุปความสำเร็จของทีม GWM Ek Group Racing Team และ GWM TANK 300 DIESEL หลังสร้างผลงานอันน่าภาคภูมิใจในการแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) ด้วยการนำรถแข่งทั้ง 2 คันผ่านบททดสอบครบทั้ง 6 สเตจ และเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ ท่ามกลางเส้นทางครอสคันทรีสุดโหดกว่า 2,000 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย ในการแข่งขันครั้งนี้ รถ GWM TANK 300 DIESEL หมายเลข 114 ขับโดย โอฬาร สรสิริรัตน์ พร้อมผู้นำทาง สมเกียรติ น้อยจาด คว้าอันดับ 12 Overall และอันดับ 4 ในรุ่น T2A-D ขณะที่รถ GWM TANK 300 DIESEL หมายเลข 128 ขับโดย โทวัล ธรวรรณเสน พร้อมผู้นำทาง ชัพวิชญ์ จุลสันติรัตน์ จบการแข่งขันในอันดับ 15 Overall และอันดับ 6 ในรุ่น T2A-D สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ความทนทาน และศักยภาพของ GWM TANK 300 DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ในสภาพการใช้งานจริงบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายตลอดการแข่งขัน
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ปัจจุบัน GWM มีเครือข่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) ครอบคลุมทั้งยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ ครอบคลุมตั้งแต่ห้องปฏิบัติการทดสอบการชน อุโมงค์ลม ไปจนถึงสนามทดสอบที่จำลองสภาพพื้นผิวมากกว่า 100 รูปแบบ อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการทดสอบที่เข้มงวดกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมสภาพถนนและโซนจำลองทุกรูปแบบเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามเราไม่ได้หยุดอยู่แค่การจำลองในห้องปฏิบัติการ หลังจากพิสูจน์ยานยนต์ของเราในทะเลทรายอันสุดขั้วของการแข่งขัน Taklimakan Rally การเข้าร่วมศึก AXCR กับเส้นทางออฟโรดในเขตร้อนที่คาดเดาไม่ได้นี้ได้มอบความท้าทายที่แตกต่างออกไป ยิ่งไปกว่านั้นการแข่งขันปีนี้ที่ถูกจัดขึ้นในประเทศไทย ทำให้เราสามารถพิสูจน์สมรรถนะรถของเราภายใต้สภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศจริงที่ผู้ใช้งานในประเทศไทยต้องเผชิญได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการส่ง GWM TANK 300 DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ทั้ง 2 คัน เข้าร่วมการแข่งขันในรุ่น T2 ซึ่งยังคงมีพื้นฐานใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุด และสามารถเข้าเส้นชัยได้สำเร็จหลังเผชิญเส้นทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ได้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจได้ของทั้งแบรนด์และไลน์อัปผลิตภัณฑ์ TANK ของเรา ทั้งในด้านวิศวกรรม โครงสร้างแชสซี ระบบส่งกำลัง และขุมพลังดีเซลที่สั่งสมความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 30 ปี ได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน”
รถ SUV ทรงกล่อง Boxy Style ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางแบบออฟโรดขั้นสุด
สำหรับการแข่งขัน AXCR 2026 ทาง GWM ส่ง GWM TANK 300 จำนวน 2 คันลงแข่งขันในรุ่น T2A-D ซึ่งเป็นประเภท Production-Based Vehicle หรือรถที่ยังคงมีพื้นฐานใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุดตามข้อกำหนดการแข่งขัน โดยยังคงใช้โครงสร้างพื้นฐาน ระบบส่งกำลัง และวิศวกรรมหลักของรถที่จำหน่ายจริง พร้อมปรับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับการแข่งขัน โดยหัวใจสำคัญของรถแข่งทั้งสองคันคือ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน (VGT) ที่ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ซึ่งช่วยส่งมอบแรงบิดอย่างต่อเนื่องในทุกสภาพเส้นทาง ควบคู่กับเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะที่ช่วยเสริมความมั่นใจในการควบคุมรถบนเส้นทางที่หลากหลาย ขณะที่ดีไซน์เอกลักษณ์ทรงกล่อง Boxy Style ไม่เพียงสะท้อนความแข็งแกร่ง แต่ยังให้ความคล่องตัวสูง และง่ายสำหรับผู้ขับขี่ สะท้อนศักยภาพของ GWM TANK 300 DIESEL ที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางแบบออฟโรดขั้นสุด ผ่านการพิสูจน์จริงบนสังเวียนแรลลี่ระดับโลก
จากห้องทดสอบสู่สนามจริง อีกหนึ่งบทพิสูจน์ความทนทานเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร และเกียร์ 9AT
หนึ่งในบทเรียนสำคัญจากการแข่งขันครั้งนี้คือการเก็บข้อมูลการทำงานของรถภายใต้สภาวะขีดสุดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ไม่สามารถจำลองได้อย่างสมบูรณ์แม้ในสนามทดสอบมาตรฐานหรือการใช้งานบนถนนทั่วไป การแข่งขัน Asia Cross Country Rally (AXCR) 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีพิสูจน์ความสำเร็จของ GWM TANK 300 DIESEL สามารถคว้าอันดับ 4 และ 6 ในรุ่น T2A-D มาครองได้เท่านั้น แต่ยังเป็น “ห้องปฏิบัติการวิจัยเคลื่อนที่” ที่ดุดันเพื่อทดสอบขีดจำกัดทางวิศวกรรมของตัวรถ โดยภายหลังจบการแข่งขัน ทีมวิศวกรได้ส่งตัวอย่างน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์จากรถแข่ง หมายเลข 114 ไปวิเคราะห์เชิงลึกที่ Focus Lab ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิเคราะห์น้ำมันหล่อลื่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO9001:2015 โดยผลทดสอบไม่พบความผิดปกติของการเจือปนธาตุ โลหะทั้ง 18 ชนิด (Fine Wear) และ 11 ชนิด (Coarse Wear) ในน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ เป็นการตอกย้ำว่าชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์ 2.4T และเกียร์ 9AT มีอัตราการสึกหรอที่ต่ำมาก แม้จะถูกเค้นสมรรถนะอย่างหนักหน่วงที่สุดก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลผลทดสอบยังระบุสถานะ “NORMAL” (ปกติ) ในทุกมิติ ทั้งชิ้นส่วนโลหะ คุณภาพน้ำมัน และสิ่งเจือปน ถือเป็นอีกหนึ่งผลการพิสูจน์ เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนของ GWM ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาวะสุดขั้วได้เป็นอย่างดี โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพ ความทนทาน และความมั่นใจในการใช้งานจริงของลูกค้า พร้อมต่อยอดสมรรถนะของขุมพลังดีเซล และเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะ ให้สามารถรับมือกับสภาพเส้นทางที่หลากหลายได้อย่างมั่นใจและควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น
ต่อยอดองค์ความรู้มอเตอร์สปอร์ต มุ่งพัฒนายานยนต์ที่ไว้วางใจได้ในทุกการเดินทาง
ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันภายใน GWM Ek Group Racing Team ซึ่งประกอบด้วยนักแข่ง ผู้นำทาง วิศวกร ช่างเทคนิค ทีมบริการ และทีมสนับสนุนที่ต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดตลอดการแข่งขัน ภายใต้สภาพเส้นทางและสภาพอากาศที่คาดเดาได้ยาก ความพร้อมในการเตรียมรถ การสื่อสารที่ชัดเจน การวางแผนอย่างรัดกุม และการตัดสินใจที่รวดเร็ว ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้รถทั้งสองคันสามารถเดินทางไปถึงเส้นชัยได้สำเร็จ นอกจากนี้ AXCR 2026 ยังเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือระหว่าง GWM (Thailand) และพาร์ทเนอร์ โดยมี EK Group พันธมิตรสำคัญที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน และร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์และตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพ เทคโนโลยี และศักยภาพของผลิตภัณฑ์ GWM ในระยะยาว
การแข่งขัน AXCR 2026 ยังช่วยสะท้อนภาพของ GWM ในอีกมิติหนึ่ง จากแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับด้านยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานใหม่ สู่การแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบส่งกำลังและเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูงที่สั่งสมมายาวนานกว่า 30 ปี พร้อมตอกย้ำศักยภาพของ GWM ในการตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มองหายานยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับพละกำลัง ความทนทาน และสมรรถนะออฟโรดของเครื่องยนต์ดีเซล
แม้การแข่งขัน AXCR 2026 จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่สำหรับ GWM นี่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้บทใหม่บนเส้นทางมอเตอร์สปอร์ต บริษัทฯ ยังคงศึกษาความเป็นไปได้และโอกาสใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และทิศทางของแบรนด์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต พร้อมตอกย้ำบทบาทของ GWM Motorsport ในฐานะแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระยะยาวที่เชื่อมต่อสนามแข่งขันเข้ากับการพัฒนารถยนต์สำหรับการใช้งานจริง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ในทุกการเดินทาง
#GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMEKGroup #GWMTANK300 #TANK300Diesel
#GWMTANK #TANK300 #BOXYSUV #AXCR2026 #AXCR #AsiaCrossCountry
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ แบงค็อก เครือ เอเอเอส กรุ๊ป เปิดตัว ‘Beyond Diamond Programme’ พร้อมปรับราคารถยนต์เบนท์ลีย์ทุกรุ่น ฉลอง 4 ทศวรรษแห่งความเชื่อมั่น
เบนท์ลีย์ แบงค็อก ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ในเครือ เอเอเอส กรุ๊ป เปิดตัว ‘Beyond Diamond Programme’ เอกสิทธิ์การบริการและการดูแลหลังการขายแบบเหนือระดับภายใต้มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต พร้อมปรับราคารถยนต์เบนท์ลีย์ทุกรุ่นเพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่ากับราคาเริ่มต้นที่ 14.9 ล้านบาท โดยการเปิดตัวโปรแกรมพิเศษในครั้งนี้ ถือเป็นการเฉลิมฉลอง 40 ปีแห่งความมุ่งมั่นและทุ่มเทผ่านบทพิสูจน์ความสำเร็จในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์กว่า 400 รายในประเทศไทย
‘Beyond Diamond Programme’ คือ เอกสิทธิ์การบริการและการดูแลหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่ออกแบบมาเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์จากผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยตัวโปรแกรมมาพร้อมกับตัวเลือก 4 Diamonds ที่สะท้อนเอกสิทธิ์แบบเหนือระดับดังต่อไปนี้
- Diamond Service: ขับขี่อย่างมั่นใจไปกับตัวเลือก Service Package บริการดูแลรักษาตามระยะทางที่มีให้เลือกในแบบ Light Usage และ Regular Usage เพื่อตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งานรถยนต์เบนท์ลีย์ของลูกค้า โดยแต่ละแพกเก็จมาพร้อมกับตัวเลือกแผน 3 ปี และ 5 ปี
- Diamond Trust: อุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยตัวเลือก Bentley Extended Warranty แผนการต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตที่ลูกค้าสามารถเลือกต่อการรับประกันได้ทั้งแบบ 1 ปี และ 2 ปี
- Diamond Plus: ยกระดับประสบการณ์การเดินทางด้วยตัวเลือกที่รวมเอา Diamond Service การบริการดูแลรักษาตามระยะทางและ Diamond Trust แผนการต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตเข้าไว้ด้วยกันเพื่อความสุขในทุกการเดินทางที่ไม่มีสะดุด
- Diamond Protection: อีกระดับของคุ้มครองที่เหนือกว่าด้วยตัวเลือกความคุ้มครองด้านการประกันภัยกับประกันภัยชั้น 1 ที่มาพร้อมกับทุนประกันที่จะครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของลูกค้า พร้อมให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำ
อีกทั้ง เบนท์ลีย์ แบงค็อก ประกาศปรับราคารถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นใหม่ทุกรุ่นเพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าด้านราคาที่ต้องมาพร้อมกับการบริการมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตด้วยราคาเริ่มต้นที่ 14.9 ล้านบาทสำหรับในรุ่น Bentayga ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ ราคาเริ่มต้นที่ 16.3 ล้านบาทสำหรับในรุ่น Flying Spur ยนตรกรรมแบบซีดาน และ ราคาเริ่มต้นที่ 17.6 ล้านบาทสำหรับในรุ่น Continental GT ยนตรกรรมแบบคูเป้ โดยรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นใหม่ทุกรุ่นมาพร้อมกับข้อเสนอทางการเงินมูลค่าสูงและดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.99%* และเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ในรถยนต์รุ่นเครื่องยนต์แบบไฮบริด การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต สูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น สำหรับ ลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้าของที่ระลึก เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังมอบส่วนลด 40% สำหรับสินค้าคอลเลกชัน (Bentley Collection) ทุกชิ้นตลอดทั้งปี สินค้าลิขสิทธิ์แท้นำเข้าจากโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประเทศอังกฤษ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 2529 ดำเนินธุรกิจดูแลรักษารถยนต์ระดับบน (SUPER CAR) โดยยึดหลักปรัชญาการลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาวมากกว่าคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะสั้นภายใต้คติพจน์ว่า “AAS LOOKING AFTER YOU AND YOUR CAR” มุ่งเน้นการบริการลูกค้าด้วย “คุณภาพ” เป็นหลักด้วยการให้ความสำคัญในทุกส่วนขององค์กรเริ่มตั้งแต่การสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล นอกจากนั้นยังวางระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ซึ่งทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและเชื่อมั่นในการบริการ และจากประสบการณ์ ผลงาน และชื่อเสียงขององค์กร บริษัทฯ จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์ในประเทศไทยในปี 2533 และด้วยผลงานที่โดดเด่น เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประเทศอังกฤษ ได้ยกระดับและแต่งตั้งให้ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด เป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยในปี 2538 จวบจนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าเบนท์ลีย์ด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 40 ปี พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือตรวจสอบและวิเคราะห์สำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์โดยเฉพาะนำเข้าจากโรงงาน การรับประกันอะไหล่แท้ และบุคลากรที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ตามวิสัยทัศน์ “Building Trust Beyond Excellence” อันเปรียบเสมือนอัญมณี ‘Diamond’ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์และคุณค่า “STRONG & ELITE” ซึ่งถือเป็น Core Value ขององค์กร
สำหรับลูกค้าที่เลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นใหม่กับเบนท์ลีย์ แบงค็อก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด สามารถเลือกรับเอกสิทธิ์ ‘Beyond Diamond Programme’ ได้แล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ อาคาร ซีทีไอ ทาวเวอร์ โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เผยไฮไลต์สเปก “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี รุ่นแฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 19 ตุลาคมนี้!
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เผยไฮไลต์สเปก “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี รุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งกำหนดเปิดตัว พร้อมจำหน่าย 3 รุ่นย่อยอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 สานต่อตำนาน “ปาเจโร” สู่บทใหม่ของยนตรกรรมที่สะท้อนความเป็นที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยการผสาน “ความมั่นใจในการขับขี่” (Confidence) จากสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันทรงพลังและเทคโนโลยีล้ำสมัย เข้ากับ “ความสะดวกสบาย” (Comfort) ทั้งด้านความสบายของห้องโดยสารและความคล่องตัวในการควบคุมรถ ก่อนก้าวไปอีกขั้นกับ “ความเหนือระดับ” (Prestige) ผ่านคุณภาพและความประณีตในทุกมิติ เพื่อเติมเต็มทุกการเดินทางและปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยอย่างแท้จริง
ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาด้วยขุมพลังคลีนดีเซล 2.4 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) ให้พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมและการตอบสนองที่ฉับไว ตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (8AT) ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและต่อเนื่อง พร้อมโหมดสปอร์ต (Sport Mode) และ Paddle Shift เพื่อเพิ่มความสนุกและความคล่องตัวในการควบคุมรถในหลากหลายสถานการณ์ ขณะเดียวกัน ช่วงล่างยังได้ปรับปรุงใหม่ ให้เกาะถนนทั้งทางดำและทางฝุ่นได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวล รวมถึงยังยกระดับสมรรถนะการขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) และ 7 Drive Mode ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้อย่างสบายใจในทุกสภาพถนน สภาพอากาศ และทุกรูปแบบการเดินทาง ตอกย้ำความเป็นปาเจโรที่พร้อมรับมือกับทุกเส้นทางที่ท้าทาย
ดีไซน์ภายนอกของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ยังคงถ่ายทอดความแกร่งในแบบรถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี ด้วยมิติตัวถังรูปทรงบึกบึนและริ้วเส้นสายที่ทรงพลัง พร้อมนำเสนอกระจังหน้าแบบ Kendo Mask ในรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลาง ขณะที่รุ่นท็อปโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าแบบ Honeycomb พร้อมชุดตกแต่งพิเศษบริเวณกันชนหน้าและกันชนหลัง รวมถึงแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ (Skid Plate) และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่ช่วยเสริมความเท่และความสง่างามให้กับตัวรถ ตลอดจนระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก (Welcome Light) และไฟแอนิเมชันขณะล็อกและปลดล็อกรถ (Dynamic Flow Light) ที่สะกดทุกสายตา
ภายในห้องโดยสารได้รับการจัดพื้นที่และตำแหน่งเบาะนั่งอย่างเหมาะสม เพื่อมอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางแก่ผู้โดยสารในทุกแถว ทั้ง 7 ที่นั่ง ให้ความรู้สึกไฮเอนด์ด้วยวัสดุเบาะหนังและหนังสังเคราะห์เกรดพรีเมียมในโทนสีน้ำตาลคาเมล (Camel) ที่จับคู่กับสีดำ (Black) อย่างมีชั้นเชิง ยกระดับความความเงียบ และความผ่อนคลายภายในห้องโดยสาร ด้วยกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ที่ติดตั้งทั้งกระจกประตูบานหน้าและบานหลัง ควบคู่กับวัสดุลดเสียงรบกวนที่ติดตั้งอย่างทั่วถึง ช่วยลดเสียงลมปะทะและเสียงเครื่องยนต์ระหว่างการเดินทาง เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถพูดคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมอบความสะดวกสบายขั้นสุดด้วยเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งคู่หน้า พวงมาลัย และกระจกมองข้าง โดยหน้าจอบริเวณด้านหน้าของห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าจอแนวนอนบริเวณคอนโซลหน้าของปาเจโรรุ่นแรก ซึ่งนำมาปรับใช้ให้ร่วมสมัยผ่านแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Dual Display) ที่เชื่อมต่อหน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 14.3 นิ้ว จำนวน 2 หน้าจออย่างไร้รอยต่อ ก่อนเติมเต็มสุนทรียภาพด้วยเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง คุณภาพสูง ดื่มด่ำคุณภาพเสียงเต็มอรรถรสตลอดการเดินทาง พิเศษยิ่งขึ้นด้วยหลังคากระจกพาโนรามา สัมผัสความโปร่งโล่ง พร้อมเปิดรับทัศนียภาพรอบตัว
มอบความอุ่นใจที่เหนือกว่าเดิม ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Senseครอบคลุม 360 องศา เสริมด้วยระบบเตือนและป้องกันการออกนอกเลน (LDP, LDW) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN) ระบบเตือนรถสวนด้านหน้า (FCTA) ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน ในกรณีเหยียบคันเร่งผิดพลาด (EAPM) ระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ (MOD) ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลังออกจากช่องจอด (RCTB) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) และระบบช่วยอ่านป้ายจราจร (TSR) รวมถึงยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะMI-PILOT ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและลดภาระของผู้ขับขี่ระหว่างการเดินทาง เสริมความมั่นใจและความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างเต็มเปี่ยม
ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร พร้อมจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นเริ่มต้น รุ่นกลาง และรุ่นท็อป อย่างเป็นทางการที่โชว์รูมมิตซูบิชิกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ ในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
กลับมาอีกครั้งกับมหกรรม Volvo Warehouse Mega Deal แคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษในรุ่น Volvo ES90 และ Volvo EX90
กลับมาอีกครั้งกับงาน Volvo Warehouse Mega Deal มหกรรมข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปีที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของรถวอลโว่ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นล่าสุดอย่าง Volvo ES90 ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษ ประกันภัยชั้น 1 นาน 3 ปี หรือ Volvo EX90 ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเริ่มต้นเพียง 3.49 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์สำหรับรถยนต์วอลโว่รุ่นอื่น ๆ ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถปลั๊กอินไฮบริด ที่นำมาจัดแสดงในงานกันอย่างเต็มอิ่มถึง 3 ช่วงตลอดเดือนกันยายน ในวันที่ 11 – 13 กันยายน, 18 – 20 กันยายน และ 25 – 27 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ คลังสินค้าวอลโว่ ถนนบางนา-ตราด กม. 23 ในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00 – 18.00 น.
หลังได้รับการตอบรับอย่างดีจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย กลับมาพร้อมกับ Volvo Warehouse Mega Deal 2026 ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมคัดสรรข้อเสนอและสิทธิประโยชน์พิเศษเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถยนต์วอลโว่ได้ง่ายยิ่งขึ้น สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด และเพื่อขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและการสนับสนุนเราอย่างต่อเนื่อง
ข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับ Volvo EX90 และ Volvo ES90
ภายในงาน ผู้สนใจจะได้รับข้อเสนอพิเศษสำหรับรถวอลโว่ทุกรุ่น โดยเฉพาะ Volvo EX90 และ Volvo ES90 สองยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นเรือธงของวอลโว่ มาพร้อมสิทธิประโยชน์เฉพาะสำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจจองรถภายในงาน
- Volvo EX90 Plus Twin Motor มาพร้อมสิทธิประโยชน์สุดพิเศษเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ เริ่มต้น 3.49 ล้านบาท (จากเดิม 29 ล้านบาท) พร้อมรับประกันภัยรถชั้นหนึ่งเป็นเวลา 1 ปี
- Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range จัดสิทธิประโยชน์ รับประกันภัยชั้นหนึ่งสูงสุด 3 ปี พร้อมรับบริการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถรุ่นอื่น ๆ ของวอลโว่ ทุกรุ่นมาพร้อมบริการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และยังมาพร้อมกับราคาสุดพิเศษดังนี้
- Volvo EX40 Ultra Single Motor ราคาเพียง 1.89 ล้านบาท รับฟรี ประกันภัยรถชั้นหนึ่งเป็นเวลา 1 ปี
- Volvo EC40 Ultra Single Motor ราคาเพียง 1.99 ล้านบาท รับฟรี ประกันภัยรถชั้นหนึ่งเป็นเวลา 1 ปี
- Volvo XC60 Ultra T8 Plug-in Hybrid Bright ราคาพิเศษ 2.79 ล้านบาท (จากเดิม 39 ล้านบาท) รับฟรี ประกันภัยรถชั้นหนึ่งเป็นเวลา 1 ปี
- Volvo XC90 Ultra T8 Plug-in Hybrid Bright ราคาพิเศษ 3.69 ล้านบาท (จากเดิม 49 ล้านบาท) รับฟรี ประกันภัยรถชั้นหนึ่งเป็นเวลา 1 ปี
ทดลองขับรถยนต์วอลโว่ได้ทุกรุ่นภายในงาน
ผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์วอลโว่ สามารถลงทะเบียนทดลองขับได้ภายในงาน บริเวณจุดลงทะเบียน หรือแจ้งความประสงค์กับที่ปรึกษาการขาย โดยมีรถยนต์หลากหลายรุ่นพร้อมให้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ รุ่นรถที่เปิดให้ทดลองขับ ได้แก่ Volvo EX90, ES90, XC90, XC60, EC40, และ EX40
รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเมื่อร่วมกิจกรรมภายในงาน
นอกจากข้อเสนอสุดพิเศษภายในงานแล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้แก่
- รับบัตรกำนัล มูลค่า 200 บาท เมื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงานและทดลองขับรถยนต์รุ่นใดก็ได้ภายในงานสำเร็จ
- รับบัตรกำนัลเพิ่มเติมมูลค่า 500 บาท เมื่อจองรถยนต์รุ่นใดก็ได้ภายในงาน
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3UEe33i
สามารถเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวที่ คลังสินค้าวอลโว่ ถนนบางนา-ตราด กม. 23 (แผนที่ https://cutt.ly/irK5rwjX)
พิเศษสำหรับครอบครัว Pet Friendly สามารถพาสุนัขและแมวใส่รถเข็นมาร่วมงานได้ในพื้นที่รับรองที่จัดเตรียมไว้
-
ค็อกพิทเปิดสาขาใหม่ ‘ค็อกพิท จีทีเอส มอเตอร์สปอร์ต’ เอาใจคนรักรถ ครบทุกเรื่องรถและเรื่องยาง จัดเต็มผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ชั้นนำคุณภาพสูง
ค็อกพิท (COCKPIT) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรภายใต้การบริหารงานโดยบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดให้บริการ ‘ค็อกพิท จีทีเอส มอเตอร์สปอร์ต’ สาขาใหม่บนทำเลศักยภาพย่านกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ พร้อมจัดกิจกรรมเปิดสาขาอย่างเป็นทางการ ส่งมอบประสบการณ์การดูแลรถยนต์แบบครบวงจร ด้วยผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์คุณภาพสูงที่หลากหลาย พร้อมทีมช่างมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในทุกการเข้ารับบริการ ภายใต้แนวคิด “คุ้มครบไว อุ่นใจที่ค็อกพิท”
การเปิดสาขา ‘ค็อกพิท จีทีเอส มอเตอร์สปอร์ต’ ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเดินหน้าขยายเครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรอย่างต่อเนื่องมุ่งสู่การเป็นศูนย์บริการรถยนต์ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงยกระดับการให้บริการและสร้างความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รถในทำเลศักยภาพซึ่งมีการเติบโตของชุมชนและการเดินทางอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถได้อย่างครอบคลุม พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ควบคู่กับมาตรฐานคุณภาพและการบริการที่เชื่อถือได้ เพื่อรองรับกับการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของตลาดยานยนต์ไทยในปัจจุบัน มอบความคุ้มค่า ความอุ่นใจ และความปลอดภัยให้กับลูกค้าตลอดทุกการเดินทาง
พิกัดร้าน ‘ค็อกพิท จีทีเอส มอเตอร์สปอร์ต’ มาที่เดียวครบ จบ ทั้งเรื่องรถและเรื่องยาง พร้อมให้บริการดูแลรถยนต์แบบครบวงจร โดยทีมช่างมืออาชีพที่มีประสบการณ์ สร้างความมั่นใจตลอดทุกการเดินทาง
ข้อมูลค็อกพิท จีทีเอส มอเตอร์สปอร์ต
ที่ตั้ง: 114/5 ซอย กรุงเทพกรีฑา 43 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240
โทรศัพท์: 084-369-9544
เวลาเปิดทำการ: วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.30-18.30 น.
เฟซบุ๊ก: Cockpit GTS Motorsport กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ | Bangkok | Facebook
แผนที่ร้าน: https://maps.app.goo.gl/893JZUEH9kA15vt86?g_st=ic
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ร.ย.ส.ท. ต้อนรับคณะ “AA Expedition Drive 2026” จากสิงคโปร์ ในเส้นทาง 80 วัน ตุรกี–สิงคโปร์ พร้อมต่อยอดความร่วมมือและเครือข่ายสิทธิประโยชน์สมาชิกระหว่าง Automobile Clubs
ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (Royal Automobile Association of Thailand: RAAT) จัดงาน AA Expedition Drive 2026 – Welcome Dinner เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 ณ ราชกรีฑาสโมสร เพื่อต้อนรับคณะ AA Expedition Drive 2026 จาก Automobile Association of Singapore (AAS) ในโอกาสเดินทางผ่านประเทศไทย พร้อมกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง Automobile Clubs และต่อยอดแนวทางความร่วมมือด้านสมาชิกและสิทธิประโยชน์ในอนาคต
AA Expedition Drive 2026 เป็นการเดินทางภายใต้เส้นทาง “80 Days AA Singapore Expedition Drive from Turkey to Singapore” โดยคณะได้เดินทางจากประเทศตุรกี ผ่านหลายประเทศตลอดเส้นทาง ก่อนเข้าสู่ประเทศไทยทาง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเดินทางต่อมายังกรุงเทพมหานคร จากนั้นคณะจะเดินทางลงสู่ภาคใต้ของประเทศไทย ก่อนมุ่งหน้ากลับสู่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้
การเดินทางผ่านประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญของ Expedition และเป็นโอกาสที่ ร.ย.ส.ท. ในฐานะ Automobile Club ของประเทศไทย ได้ร่วมให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่คณะจาก AAS ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและสมาชิกผ่านประสบการณ์การเดินทางข้ามประเทศ
ภายในงาน นายวิเชฐ ตันติวานิช อุปนายก 2 และประธานคณะกรรมการสิทธิประโยชน์สมาชิกและความปลอดภัยบนท้องถนน กล่าวต้อนรับคณะ AA Expedition Drive 2026 พร้อมนำเสนอทิศทางการพัฒนาเครือข่ายสิทธิประโยชน์สมาชิกของ ร.ย.ส.ท. ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อสร้างคุณค่าและประสบการณ์เพิ่มเติมให้แก่สมาชิก ขณะที่ นายธีระ บุนนาค อุปนายก 1 และ FIA Senate Member กล่าวถึงแนวคิดในการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Automobile Clubs ในอนาคต โดยมุ่งสร้างการเชื่อมโยงระหว่าง Club สมาชิก และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อขยายโอกาสด้านบริการและสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกในระดับภูมิภาค
หนึ่งในแนวทางสำคัญที่ ร.ย.ส.ท. กำลังขับเคลื่อน คือ RAAT Privilege Partner Program ภายใต้แนวคิด “Connecting Premium Brands with Premium Members” ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ กับองค์กรและแบรนด์พันธมิตร เพื่อร่วมกันมอบสิทธิประโยชน์ สินค้า บริการ และประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่สมาชิก แนวทางดังกล่าวครอบคลุมสิทธิประโยชน์ในหลากหลายด้าน ทั้ง Automotive & Mobility, Health & Wellness, Lifestyle, Travel และบริการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับคุณค่าของการเป็นสมาชิก ร.ย.ส.ท. พร้อมสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมโยงพันธมิตรกับเครือข่ายสมาชิกของสมาคมฯ และพัฒนาความร่วมมือสำหรับกิจกรรมต่างๆในระยะยาว
สำหรับการต้อนรับคณะ AA Expedition Drive 2026 ในครั้งนี้ ร.ย.ส.ท. ได้นำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ โดยประสานเครือข่ายพันธมิตรเพื่อร่วมมอบสิทธิพิเศษแก่คณะผู้เดินทาง และมีแนวทางนำความร่วมมือเหล่านี้มาต่อยอดเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก ร.ย.ส.ท. ต่อไป
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนสิทธิพิเศษจาก Inthanin Coffee โดยมอบเครื่องดื่มแก่คณะเดินทาง ณ จุดให้บริการที่กำหนดตามเส้นทางจากกรุงเทพฯ ลงสู่ภาคใต้
บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) – Masterpiece Hospital สนับสนุน Health & Wellness Vouchers ครอบคลุมบริการด้านสุขภาพและ Wellness หลากหลายประเภท ขณะที่ ABLOOM Wellness Club สนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและ Wellness ครอบคลุมบริการด้าน Wellness, Massage, Health Screening, Therapy และ Skin Treatment
ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างของการนำเครือข่ายพันธมิตรของ ร.ย.ส.ท. มาสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้เดินทางจาก Automobile Club ต่างประเทศ พร้อมกับนำสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรมาพัฒนาและต่อยอดให้แก่สมาชิกของสมาคมฯ
จากความสัมพันธ์ระหว่าง ร.ย.ส.ท. และ AAS ผ่าน AA Expedition Drive 2026 สมาคมฯ ยังมองไปถึงโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือระหว่าง Automobile Clubs ในอนาคต ผ่านแนวคิด “Another Road” แนวคิดดังกล่าวมุ่งเชื่อมโยงเครือข่ายของ Automobile Clubs ในแต่ละประเทศ เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Club สามารถต่อยอดไปสู่ประโยชน์ที่สมาชิกได้รับจริง โดยหนึ่งในแนวทางที่สามารถพัฒนาได้ คือ การเชื่อมโยง Privilege Partner Program ระหว่าง Club เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตรของ Automobile Club ในประเทศที่เดินทางไป
ร.ย.ส.ท. มุ่งหวังที่จะนำ RAAT Privilege Partner Program ภายใต้แนวคิด Another Road มาพัฒนาต่อยอดร่วมกับ AAS และเครือข่าย Automobile Clubs อื่น ๆ ในอนาคต เพื่อขยายเครือข่ายสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ของสมาชิกจากระดับประเทศสู่ระดับภูมิภาค พร้อมส่งเสริมมิตรภาพ การเดินทาง และการเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้รถใช้ถนนในประชาคมยานยนต์ระหว่างประเทศต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
Haus of Porsche: Cayenne Edition รวมพลังคอมมูนิตี้คาเยนน์ พร้อมเปิดบทใหม่ของยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวี
กรุงเทพฯ. ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดฉากกิจกรรม Haus of Porsche: Cayenne Edition อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ณ Das Haus BKK โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 564 คน และปอร์เช่ คาเยนน์กว่า 140คันจากหลากหลายเจเนอเรชัน พร้อมถ่ายทอดเส้นทางวิวัฒนาการของคาเยนน์ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ ผ่านประสบการณ์การขับขี่ การจัดแสดงรถยนต์ และความหลงใหลที่มีร่วมกันของคอมมูนิตี้ คาเยนน์
ภายในงานยังได้มีการเผยโฉมคาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค (Cayenne Coupé Electric) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมจัดแสดงคาเยนน์ครบทุกเจเนอเรชันพร้อมกับปอร์เช่ 911 เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าจิตวิญญาณของยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ได้หล่อหลอมและขับเคลื่อนวิวัฒนาการของคาเยนน์มาอย่างต่อเนื่อง
การรวมตัวครั้งสำคัญของคาเยนน์หลากหลายเจเนอเรชัน
เจ้าของคาเยนน์จากทั่วประเทศได้นำรถจากทุกเจเนอเรชันมาร่วมการรวมตัวครั้งสำคัญ เพื่อเฉลิมฉลองเรื่องราวของยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวี ซึ่งเป็นหนึ่งในยนตรกรรมรุ่นสำคัญของปอร์เช่ การรวมตัวครั้งนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความหลากหลายของคอมมูนิตี้คาเยนน์ในประเทศไทย ซึ่งได้เปิดพื้นที่ให้เจ้าของรถได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแบ่งปันความหลงใหลในปอร์เช่ร่วมกัน
ภายในงานยังสามารถร่วมสัมผัสถึงวิวัฒนาการของคาเยนน์ผ่านการจัดแสดงคาเยนน์ครบทุกเจเนอเรชัน พร้อมกับปอร์เช่ 911 ซึ่งถ่ายทอดให้เห็นว่าคาเยนน์ในแต่ละเจเนอเรชันได้ผสานเอกลักษณ์การออกแบบเข้ากับความอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของยนตรกรรมสปอร์ต ซึ่งตอกย้ำตัวตนในฐานะจิตวิญญาณแห่งปอร์เช่ในรูปแบบสปอร์ตเอสยูวี (The Porsche among SUVs)
เผยโฉมคาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริคครั้งแรกในประเทศไทย
อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของงานคือการเผยโฉม คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค (Cayenne Coupé Electric) ซึ่งเผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยท่ามกลางการรวมตัวของคอมมูนิตี้คาเยนน์ สะท้อนบทใหม่ในเส้นทางวิวัฒนาการของยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีรุ่นนี้
คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค ยังคงถ่ายทอดการผสมผสานระหว่างสมรรถนะ ความอเนกประสงค์ และความพร้อมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมนำประสบการณ์การขับขี่ในแบบฉบับปอร์เช่เข้าสู่ยุคใหม่แห่งการเดินทาง และก้าวต่อจากเส้นทางวิวัฒนาการที่ยาวนานกว่าสองทศวรรษ ขณะเดียวกันยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่เป็นตัวตนของคาเยนน์มาตั้งแต่แรกเริ่ม
คาเยนน์ คูเป้ อิเล็กทริค ถ่ายทอดตัวตนของคาเยนน์ในมิติที่โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยตัวรถที่ต่ำกว่าคาเยนน์ อิเล็กทริค รุ่นเอสยูวี 24 มิลลิเมตร เสริมรูปลักษณ์ให้ปราดเปรียว พร้อมยกระดับประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกและรองรับระยะทางขับขี่สูงสุด 669 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ของ Haus of Porsche: Cayenne Edition ถึงวันที่ 9 กันยายนนี้
Haus of Porsche: Cayenne Edition ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสโลกของคาเยนน์ ณ Das Haus BKK จนถึงวันที่ 9 กันยายน 2569 นี้ ผ่านกิจกรรมทดลองขับที่ออกแบบมาเป็นพิเศษกับคาเยนน์ เอส
อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) และคาเยนน์ อิเล็กทริค (Cayenne Electric) เพื่อถ่ายทอดสมรรถนะ ความอเนกประสงค์ และความพร้อมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ภายในงานยังมีกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนความสนใจอันหลากหลายของเจ้าของคาเยนน์ พร้อมบริการให้คำปรึกษาด้านการแลกเปลี่ยนรถยนต์มือสอง (Trade-In) และการจัดแสดงรถยนต์ Porsche Approved Pre-Owned ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษพร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมที่แตกต่างกันในแต่ละวัน เพื่อสะท้อนความสนใจและกิจกรรมที่หลากหลายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคอมมูนิตี้คาเยนน์
- 6 กันยายน 2569 – เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการรวมตัวของผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยาน ต่อด้วยการแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยงกับ คุณบุ๊ค วฤทธิ ต่อเทียนชัย เจ้าของช่อง บุ๊ค บอก ต่อ ที่พร้อมจะมาแบ่งปันความรู้ที่นำไปใช้ได้จริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง การฝึกและสื่อสาร และการเดินทางร่วมกับสัตว์เลี้ยง
- 7 กันยายน 2569 – ร่วมเปิดมุมมองด้านการเงินและการลงทุน พร้อมรับฟังแนวคิดเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนและการวางแผนทางการเงินจากคุณวิน พรหมแพทย์ ประธานกรรมการบริหาร KAsset และคุณธีรชาติ จิรจรัสพร กรรมการผู้จัดการ (MD) บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
และสำหรับผู้ที่สนใจ ยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทดลองขับและกิจกรรมไลฟ์สไตล์
ในวันที่ 8-9 กันยายนได้ ไม่ว่าจะเป็น- 8 กันยายน 2569 – ร่วมกิจกรรม Play with Passion กับดีเจอาร์ต มารุต ชื่นชมบูรณ์ และโปรชุ้ง อรรณพ ตั้งกมลประเสริฐ ซึ่งจะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านกีฬากอล์ฟ การพัฒนาทักษะ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
- 9 กันยายน 2569 – ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Morning Pilates ที่ผสานการเคลื่อนไหวและการผ่อนคลาย เพื่อสร้างความสมดุลให้แก่ร่างกายและจิตใจท่ามกลางบรรยากาศยามเช้า
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Haus of Porsche: Cayenne Edition ณ Das Haus BKK ถึงวันที่ 9 กันยายน 2569 นี้ โดยสามารถศึกษารายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทาง Link พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Porsche Thailand และ Instagram @porsche.thailand
หลังจากสิ้นสุดกิจกรรม Haus of Porsche: Cayenne Edition ปอร์เช่ ประเทศไทย เตรียมต่อยอดประสบการณ์สู่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของปอร์เช่ทั่วประเทศ พร้อมนำเสนอการจัดแสดงคาเยนน์ กิจกรรมภายในโชว์รูม การให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล กิจกรรมทดลองขับ บริการประเมินและแลกเปลี่ยนรถยนต์ ตลอดจนข้อเสนอจาก Porsche Approved และบริการหลังการขาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสโลกของคาเยนน์อย่างใกล้ชิด และก้าวสู่บทต่อไปของการเดินทางกับคาเยนน์ โดยมีกำหนดการจัดกิจกรรมมีดังนี้
- Porsche Centre Bangkok: 11–23 กันยายน 2569
- Porsche Centre Pattanakarn: 24–30 กันยายน 2569
- Porsche Studio Siam Paragon: 1–7 ตุลาคม 2569
- Porsche Centre Bangna: 8–14 ตุลาคม 2569
- Porsche Centre Kanlapaphruek: 15–21 ตุลาคม 2569
- Porsche Centre Pattaya: 22–28 ตุลาคม 2569
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
Motor Expo Racing Team สู้ยาว 10 ชั่วโมง RAAT Thailand Endurance Championship 2026 ปิดสนามสุดท้าย คว้าอันดับ 2 รุ่น TC4 มาครอง
ชไมพร ปภัสร์พงษ์ นำทีม “Motor Expo Racing Team” ขับรถคู่ใจ HONDA CR-Z หมายเลข 63 พร้อมด้วย ชาริยะ นุยา, พงศ์พล นารายพิทักษ์ และณัฐนันท์ คฤโฆษ จบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 2 รุ่น TC4 และอันดับที่ 4 Overall ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบสุดหฤโหด 10 ชั่วโมง รายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2026 สนามสุดท้ายของฤดูกาล ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
CP Foton x SPARK EV ขยายระบบนิเวศสถานีชาร์จรถเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย เตรียมเปิดสถานีชาร์จเพื่อภาคขนส่งกว่า 50 แห่ง
บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์คุณภาพสูงแบรนด์ “ซีพี โฟตอน” (CP FOTON) ในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท สปาร์ค อีวี จำกัด ผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ชั้นนำของประเทศไทย ประกาศแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนภาคโลจิสติกส์ไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จเร็วสำหรับรถบรรทุกไฟฟ้าและกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะมากกว่า 50 แห่ง เพื่อผลักดันการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดในระบบขนส่งอย่างเต็มรูปแบบ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ทั่วประเทศ
นายเฉิน เต๋อเม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า “เพื่อขับเคลื่อนภาคการขนส่งไทยให้ก้าวสู่ Green Logistics อย่างยั่งยืน CP FOTON มุ่งมั่นผลักดันการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ครอบคลุม ทั้งการนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับธุรกิจขนส่งยุคใหม่อย่างครบวงจร ความร่วมมือกับ SPARK EV ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบนิเวศการชาร์จสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ให้ตอบโจทย์การใช้งานเชิงธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับรถ CP FOTON แต่ละรุ่นได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและเวลาในการชาร์จได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน รวมทั้งเติมเต็มความมั่นใจให้ผู้ประกอบการขนส่งทางไกลสามารถเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน”
ด้าน นายวรวีร์ ปลูกเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สปาร์ค อีวี จำกัด กล่าวว่า “ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ SPARK EV มีแผนขยายเครือข่ายสถานีชาร์จเร็วมากกว่า 50 แห่ง บนเส้นทางขนส่งสินค้าสายสำคัญทั่วประเทศไทย โดยแต่ละแห่งจะมีความพร้อมทั้งด้านระบบการชาร์จและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับขี่รถเพื่อการพาณิชย์อย่างครบครัน ในฐานะผู้ให้บริการและบริหารเครือข่ายสถานีชาร์จ (Charge Point Operator: CPO) SPARK EV มุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับเครือข่ายสถานีชาร์จสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบขนส่งพลังงานสะอาดในประเทศไทย ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายพอร์ตการให้บริการของ SPARK EV เข้าสู่เซกเมนต์ยานยนต์เพื่อการพาณิชย์อย่างเต็มตัว”
นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังมีแผนร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ ได้แก่
- โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จกำลังสูง : ร่วมพัฒนาโซลูชันสถานีชาร์จเร็วกระแสตรง (DC Fast Charging) กำลังสูง ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการพลังงานของรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดใหญ่และกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ
- การเชื่อมต่อระบบและข้อมูล : เชื่อมต่อแพลตฟอร์มโมบายแอปพลิเคชันผ่าน API พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลการใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนเส้นทาง บริหารจัดการการชาร์จ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการรถเพื่อการพาณิชย์
ทั้งนี้ เพื่อมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้า CP FOTON ได้มอบสิทธิประโยชน์ด้านการชาร์จผ่าน “EV Card” มูลค่า 10,000 บาท ของ SPARK EV สำหรับลูกค้าที่ซื้อ eView Connect รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์รุ่นใหม่ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 นี้ หรือจนกว่า ของจะหมด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine






























































































































