• บริดจสโตนคว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ครองความแข็งแกร่งของแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคทั่วประเทศต่อเนื่อง 15 ปีซ้อน

    1 Min Read

    บริดจสโตนคว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ครองความแข็งแกร่งของแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคทั่วประเทศต่อเนื่อง 15 ปีซ้อน

    บริดจสโตนคว้ารางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทยประจำปี พ.ศ. 2569” หรือ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ประเภทยางรถยนต์ ครองอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติจากการจัดทำวิจัยและสํารวจความนิยมจากผู้บริโภคทั่วประเทศ สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์บริดจสโตนที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน โดยคุณยูสุเกะ โคซามิ ผู้จัดการส่วนงานวางแผนธุรกิจ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติจากคุณเพิ่มพล โพธิ์เพิ่มเหม บรรณาธิการและผู้ก่อตั้งนิตยสาร Marketeer ณ ห้องฉัตราบอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

    คุณยูสุเกะ โคซามิ ผู้จัดการส่วนงานวางแผนธุรกิจ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 สะท้อนถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อบริดจสโตนมาอย่างยาวนาน เราขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน ที่มอบความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนเรามาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปี บริดจสโตนมีความภาคภูมิใจที่ได้เติบโตเคียงข้างสังคมไทย ภายใต้พันธกิจ รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า  เราจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและบริการที่เชื่อถือได้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคชาวไทย ล่าสุดเราได้เปิดตัว BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับทั้งรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอโซลูชันด้านการเดินทางที่ล้ำสมัย ปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริดจสโตนจะเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายศูนย์บริการ COCKPIT ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบบริการด้านยานยนต์ที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ และครบวงจร รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป เพราะทุกการเดินทางเริ่มต้นจากความไว้วางใจ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมเดินทางเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยต่อไปอีกยาวนาน”

     

    บริดจสโตนคว้ารางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทยประจำปี พ.ศ. 2569” หรือ  “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ประเภทยางรถยนต์และล่าสุดได้เปิดตัว “BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO”  ยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ ตอบโจทย์รถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready)

    รางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2569” หรือ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” จัดขึ้นโดยนิตยสาร Marketeer อ้างอิงจากผลการวิจัยและสำรวจของบริษัท มาร์เก็ตติ้ง มูฟ จำกัด ผู้ให้บริการด้านงานวิจัยและที่ปรึกษาทางธุรกิจ สำรวจแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมทั้งสิ้น 123 กลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยผ่านกลุ่มตัวอย่างกว่า 6,500 คน

    ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ BRIDGESTONE สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและเลือกใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ของค็อกพิทได้ที่


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฉลอง 65 ปี ในประเทศไทย ประกาศทิศทางแบรนด์ใหม่ “Enjoy The Ride” พร้อมพา “มิตซูรุ” แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ ชวนคนไทยออกไปใช้ชีวิตให้ “จอยได้ทุกเส้นทาง”

    1 Min Read

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฉลอง 65 ปี ในประเทศไทย ประกาศทิศทางแบรนด์ใหม่ “Enjoy The Ride” พร้อมพา “มิตซูรุ” แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ ชวนคนไทยออกไปใช้ชีวิตให้ “จอยได้ทุกเส้นทาง”

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด  ฉลองครบรอบ 65 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ประกาศทิศทางแบรนด์ใหม่ “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” ตอกย้ำภาพลักษณ์ “แบรนด์ที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มการใช้ชีวิต” ผ่านยนตรกรรมคุณภาพที่เข้าใจทุกสภาพเส้นทาง ความเชี่ยวชาญด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่ ควบคู่กับการดูแลลูกค้าด้วยหัวใจ พร้อมเปิดตัว “มิตซูรุ” (MITSURU) แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ เพื่อร่วมถ่ายทอดพลังแห่งความสนุกสนานและแรงบันดาลใจ ชวนลูกค้าทุกเจเนอเรชันให้ออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมีความสุขในทุกการเดินทาง

    มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 65 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ เครือข่าย
    ผู้จำหน่าย และพนักงานทุกคน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางกว่า 6 ทศวรรษ และเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้เราไม่เคยหยุดพัฒนา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ภาคภูมิใจ ไม่ได้มีเพียงการส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ หรือการบริการที่เป็นเลิศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้า ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการสร้างการจ้างงาน และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจของประเทศไทย

    ความไว้วางใจและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เราพร้อมก้าวสู่บทใหม่ของแบรนด์ภายใต้แนวคิด ‘Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง’ เพราะเราเชื่อว่าบทบาทของรถยนต์ในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับผู้คน ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะเพื่อการเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลาที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้เวลากับครอบครัว หรือการออกไปสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมุ่งสู่การเป็นมากกว่าผู้ผลิตรถยนต์ แต่เป็นแบรนด์ที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น ผ่านยนตรกรรมที่ผสานวิศวกรรมญี่ปุ่นอันเป็นจุดแข็งของแบรนด์ เข้ากับความเข้าใจในสภาพถนนที่หลากหลาย และความต้องการของผู้ใช้งานอย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ความสุข และความหมายโดยมี ‘มิตซูรุ’ แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ เป็นตัวแทนในการถ่ายทอดพลังแห่งความสนุก ความมีชีวิตชีวา และแรงบันดาลใจ เพื่อชวนทุกคนออกไปค้นพบความหมายของการเดินทาง และใช้ชีวิตให้จอยในแบบของตัวเอง”

    นับตั้งแต่ปี 2504 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้อยู่เคียงข้างประเทศไทยในฐานะแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยหัวใจหลักของการดำเนินงานที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ภายใต้ปรัชญา ”KOE” () การรับฟังเสียงของลูกค้า และ “KANDO” (感動) การสร้างความประทับใจในทุกด้านของผลิตภัณฑ์และงานบริการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 65 ปีที่ผ่านมา จนสามารถขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของไทย และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในระดับโลก ด้วยยอดการผลิตรถยนต์สะสมกว่า 7 ล้านคัน พร้อมส่งออกรถยนต์ที่ผลิตโดยฝีมือคนไทยไปยังกว่า 120 ประเทศทั่วโลกแล้วกว่า 5 ล้านคัน

    ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ที่ช่วยเติมเต็มทุกมิติของการใช้ชีวิต มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้มุ่งพัฒนายานยนต์คุณภาพสูงที่ให้ทั้งความแข็งแกร่ง ความทนทาน ความปลอดภัย และความมั่นใจ เพื่อรองรับการเดินทางไปใช้ชีวิตในหลากหลายรูปแบบ ภายใต้แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ “Expert in Any Road Condition” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญในทุกสภาพถนน” โดยหลอมรวมความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมมาตรฐานญี่ปุ่น เข้ากับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้งานชาวไทย ผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมวิจัยและพัฒนาของทั้งสองประเทศ ตัวอย่างเช่น มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่ได้มีการขับทดสอบบนทุกสภาพถนนในเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อปรับจูนรถยนต์ให้ตอบสนองการใช้งานจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ความเชี่ยวชาญดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ผ่านการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ (AXCR) ซึ่งถือเป็นสนามทดสอบสมรรถนะและความสามารถในการรับมือกับเส้นทางที่ท้าทาย โดยข้อมูลเชิงเทคนิคที่ได้จากมอเตอร์สปอร์ตนี้ จะถูกนำมาใช้ในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง นอกจากนี้ องค์ความรู้ที่สั่งสมมาจากการพัฒนายานยนต์และการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตยังถูกนำมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD-II อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มอบความมั่นใจและการควบคุมที่เหนือกว่าในทุกเงื่อนไขของเส้นทาง รวมถึงแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ซึ่งผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC)  เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สนุก ปลอดภัย และสะดวกสบาย

    นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ด้วยการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ จริงใจ และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับ จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ Omotenashi (おもてなし) ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการเป็นเจ้าของรถยนต์

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าสานต่อความเชี่ยวชาญด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่ ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ ผ่านการนำเสนอยนตรกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มการใช้ชีวิต ซึ่งรวมถึง “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” ที่มีกำหนดเปิดตัวครั้งแรกของโลกในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อส่งต่อจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย และส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในแบบ “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • โตโยต้า ระเบิดความมันส์ ยกทัพกระบะซิ่งท้าความเร็ว กับงาน “Hilux Revo Racing Mania ฤดูกาลปี 2026” เตรียมเปิดประเดิมสนามแรก สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต วันที่ 1-2 สิงหาคมนี้

    1 Min Read

    โตโยต้า ระเบิดความมันส์ ยกทัพกระบะซิ่งท้าความเร็ว กับงาน “Hilux Revo Racing Mania ฤดูกาลปี 2026” เตรียมเปิดประเดิมสนามแรก สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต วันที่ 1-2 สิงหาคมนี้

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เดินหน้าสานต่อการสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ใช้รถกระบะโตโยต้า จัดงาน “Hilux Revo Racing Mania 2026” มหกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะ การตกแต่งรถ และกีฬามอเตอร์สปอร์ต ประเดิมสนามแรกของฤดูกาล ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต ระหว่างวันที่ 1–2 สิงหาคม 2569

     

    โตโยต้า เตรียมเปิดฉากมหกรรมแห่งความเร็วครั้งยิ่งใหญ่เอาใจสายมอเตอร์สปอร์ตภาคใต้ ประเดิมสนามแรกของปีกับงาน “Hilux Revo Racing Mania 2026” ภายใต้คอนเซปต์สุดเร้าใจ “เฟี้ยว ฟาสต์ ไฟต์ สมรภูมิไฟต์ เดือด สนั่นแทรค” ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต ในวันที่ 1 – 2 สิงหาคม 2569 นี้ พร้อมยกระดับความมันส์แบบคูณสอง ขนทัพกิจกรรมและโปรโมชันแบบจัดเต็มเพื่อตอบโจทย์ทั้งสายแต่งสวยและสายแข่งรถอย่างแท้จริง

     

    จากผลสำรวจผู้ร่วมงานพบว่า ผู้บริโภคให้ความนิยมรถตกแต่งสไตล์ Clean Premium ที่เน้นความเรียบหรู โดดเด่น และสะท้อนตัวตน ควบคู่กับกระแสรถยกสูง (High-Stance) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานในปีนี้จึงจัดขึ้นภายใต้กลยุทธ์เจาะกลุ่มทั้ง Drag Performance และ Decoration Lover เพื่อขยายฐาน

    คอมมูนิตี้คนรักกระบะโตโยต้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

     

    กิจกรรมไฮไลต์

    • PRO & AMATEUR DRAG RACE การแข่งขันแดรกเรซสำหรับนักแข่งมืออาชีพและมือสมัครเล่น รวมรถแข่งมากกว่า 100 คัน นับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันมา พร้อมยกระดับมาตรฐานการแข่งขันด้วยการนำกติกา Balance of Performance (BOP) มาปรับใช้เพื่อสร้างความสมดุลและเพิ่มความเข้มข้นในการชิงชัยของนักแข่งทุกรุ่นการแข่งขัน โดยมีเงินรางวัลสะสมรวมตลอดฤดูกาลมูลค่ากว่า 3.9 ล้านบาท
    • ONLINE ACTIVITY – RACING MANIA AI DREAM BUILD เปิดตัวกิจกรรมออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมสนุกออกแบบรถ Hilux Revo ผ่านเทคโนโลยี AI ภายใต้แคมเปญ “RACING MANIA AI DREAM BUILD” โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะมีโอกาสได้รับการพัฒนาเป็นรถต้นแบบจริงภายใต้แนวคิด “AI to Reality” พร้อมลุ้นรับรางวัลพิเศษ
    • CAR CLUB PIT ZONE EXPERIENCES พื้นที่รวมตัวของคาร์คลับกว่า 100 คัน พร้อมกิจกรรม Toyota Bracket Challenge 19 Sec, Free Run Fun Drag RT Challenge และ Drag Academy โดยปอนด์เทค ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งอย่างใกล้ชิด
    • INFLUENCER TEAM HOST พบกับอินฟลูเอนเซอร์สายยานยนต์ชั้นนำ ได้แก่ เอ็ม รถซิ่งไทยแลนด์, อั๋น DRAG DIESEL และ โอ สมาคมรถแต่ง ที่จะร่วมสร้างสีสัน พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์และร่วมกิจกรรมกับผู้เข้าร่วมงานตลอดทั้งงาน

     

    ดีลเด็ด โปรดี หน้างาน!

    สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะคู่ใจ พลาดไม่ได้กับ DEALER ZONE ผนึกกำลังดิลเลอร์ใหญ่ในพื้นที่อย่าง  โตโยต้าสุราษฎร์ธานี และ โตโยต้าตาปี จัดแสดงรถ Hilux Revo & Travo มาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมระเบิดโปรโมชันสุดเร้าใจหน้างาน

    Secret Deal ช่วง Live สด: สำหรับผู้ชมทางบ้านผ่านระบบ Live Streaming (Monomax และช่องทางพาร์ตเนอร์) สามารถสแกน QR Code เพื่อรับดีลลับเฉพาะและส่วนลดพิเศษจากโลคัลดีเลอร์ได้ทันที!

     

    นอกจากนี้ภายในงานยังมี GAME ZONE & PARTNER ZONE รวมร้านค้าพาร์ทเนอร์อุปกรณ์ตกแต่ง

    แบรนด์ดังระดับประเทศกว่า 21 แบรนด์มาร่วมออกบูทในราคาพิเศษ พร้อมรับชมประวัติศาสตร์ความเก๋าในโซน The Hilux Legendary ตั้งแต่รุ่น Hero, Mighty X, Vigo ไปจนถึง Revo และ Travo

     

    มาร่วมผสานพลังความแรงและสัมผัสการแข่งขันกระบะซิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้

    ย้ำอีกครั้ง วันที่ 1 – 2 สิงหาคม 2569 นี้ ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต เข้าชมฟรีตลอดงาน!

     

    พบกับรุ่นการแข่งขัน สนามที่ 1 สุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต

    DRAGSTER GD

    SUPER REVO

    REVO PRO MODIFY

    REVO SPECIAL

    REVO TURBO F55 STREET TUNED

    REVO TURBO 3000 STREET TUNED

    REVO TURBO STANDARD STREET TUNED

    HIACE STREET DRAG

    FORTUNER STREET DRAG

     

    สัมผัสความสนุกสนาน เร้าใจของ “Hilux Revo Racing Mania ฤดูกาลปี 2026”  ทั้ง 4 สนาม

    สนามที่ 1          1-2 สิงหาคม 2569         สุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต

    สนามที่ 2          26 – 27 กันยายน 2569  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แดรกสเตอร์แทร็ก

    สนามที่ 3          5 – 6 ธันวาคม 2569      บางกอก แดรก อเวนิว ปทุมธานี

    สนามที่ 4          30 – 31 มกราคม 2570  บางกอก แดรก อเวนิว ปทุมธานี

     

    ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันและกิจกรรมได้ที่

    Facebook / YouTube / TikTok : Hilux Revo Racing Mania


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยยอดขายครึ่งปีแรก เซกเมนต์ BEV ในไทยเติบโตกว่า 130% ลุยพลิกโฉมประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ยืดหยุ่นขึ้นด้วย FLEX Mobility Campaign

    2 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยยอดขายครึ่งปีแรก เซกเมนต์ BEV ในไทยเติบโตกว่า 130% ลุยพลิกโฉมประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ยืดหยุ่นขึ้นด้วย FLEX Mobility Campaign

     

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย แถลงข่าวผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ชูการเติบโตของเซกเมนต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยตัวเลขการเติบโตกว่า 130% สะท้อนความสำเร็จของ The all-new electric CLA พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น Mobility Solutions Provider ผ่านการรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายครั้งใหญ่ ภายใต้ “FLEX Mobility Campaign” ที่มาพร้อมคอนเซปต์ “Flex to fit you” กับประสบการณ์การเป็นเจ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น นำเสนอแพ็กเกจ StarChoice ที่ให้เลือกเสริมออปชันได้ทั้งแผนประกันภัยชั้น 1 “StarProtection” โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง “StarCare” และโปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ “StarGuarantee” โดยมีแพ็กเกจสูงสุดที่ครอบคลุมทั้ง 3 รายการ เพียง 6,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่ลูกค้าสามารถประหยัดได้สูงสุดถึง 400,000 บาท* เมื่อเทียบกับการซื้อแพ็กเกจในราคาปกติ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า ทั้งลูกค้าทั่วไป ลูกค้านิติบุคคล และลูกค้าองค์กรที่ซื้อรถยนต์แบบฟลีท (Fleet Sales) โดยเริ่มแคมเปญตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

    สำหรับยอดขายรวมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลก ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 511,900 คัน โดยเซกเมนต์ที่โดดเด่นที่สุดคือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีอัตราเติบโตถึง 50% ด้วยยอดขายกว่า 52,900 คัน คิดเป็นสัดส่วน 13% จากยอดขายรวมของรถยนต์ในกลุ่ม Passenger Cars ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรุ่นที่เปิดตัวล่าสุดอย่าง The all-new electric CLA, และ GLC นอกจากนี้ยังมีการเปิดรับจอง The all-new electric C-Class ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พร้อมประกาศเปิดตัว The all-new electric GLA แบบ World Premiere ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ และสำหรับเซกเมนต์ Top-End Vehicle ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการเปิดตัว The new S-Class และ The new Mercedes-Maybach S-Class ในช่วงไตรมาสแรกของปี โดยมีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ช่วงปลายปีนี้

    โดยในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีตัวเลขจดทะเบียนสะสม 3,557 คัน และยอดขายรวม 2,845 คัน ตอกย้ำกระแสความนิยมในเซกเมนต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงถึง 130% จากความสำเร็จของ The all-new electric CLA ที่สร้างยอดขายกว่า 300 คัน ภายในระยะเวลา 2 เดือน และมียอดจองสะสมอีกกว่า 1,350 คัน โดยกำลังการผลิตของรุ่นดังกล่าวอยู่ที่ 100–200 คันต่อเดือน ผ่านโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ของบริษัทในกลุ่มธนบุรี (Thonburi Group) ซึ่งมีการร่วมมือกับบริษัท เพาเวอร์ เทค เอ็นเนอยี โซลูชั่น จำกัด (Power Tech Energy Solutions) ในการจัดหาแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะ

    นอกจากนี้ ในกลุ่ม Top-End Vehicle สำหรับแบรนด์ Mercedes-Maybach มีการเติบโตขึ้น 83% และ G-Class เติบโตขึ้น 100% โดยรถยนต์ในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริดมีอัตราการเติบโตทั้งเซกเมนต์ อยู่ที่ 34% และในส่วนของรถแวนมี 2 รุ่นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นำโดย Sprinter ที่เติบโตขึ้น 83% และ V-Class เติบโตขึ้น 14% สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จภาพรวมในแต่ละเซกเมนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย

    มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากตัวเลขผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าเรายังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้สถานการณ์ความท้าทายรอบด้านที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเติบโตในเซกเมนต์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแผนการขยาย Product Portfolio ของแบรนด์ อย่างในประเทศไทยที่มีโมเดลสำคัญอย่าง The all-new electric CLA และในช่วงครึ่งปีหลัง เรายังมีโมเดลที่จะเข้ามาสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยอีกมากมาย ทั้งในเซกเมนต์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และเซกเมนต์ Top-End Vehicle

    ในปี 2569 นอกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญของเราคือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) ซึ่งเราแสดงให้เห็นผ่านโมเดลธุรกิจ Retail of the Future และในก้าวต่อไป เรามีความตั้งใจที่จะยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในฐานะ Mobility Solutions Provider ด้วยการนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกคน ภายใต้ “FLEX Mobility Campaign” กับแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่ “Pre-FLEX” ขั้นตอนการตัดสินใจซื้อรถที่ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งแพ็กเกจได้ตามความต้องการ ผ่านบริการของ StarChoice ต่อเนื่องด้วย “We-FLEX” ที่เราจะร่วมออกแบบประสบการณ์ร่วมกันกับลูกค้า ผ่านกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ และสุดท้ายกับ “Re-FLEX” ที่จะเกิดขึ้นเมื่อครบกำหนดสัญญา ลูกค้าจะสามารถตัดสินใจได้ 3 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นการคืนรถยนต์ให้ทางบริษัทฯ (Return)

    การขยายเวลาการทำสัญญาผ่อนชำระ (Refinance) หรือการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ (Retain) โดยทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแคมเปญ FLEX ที่จะมอบทั้งความยืดหยุ่น การเดินทางที่ไร้รอยต่อ และประสบการณ์ที่ลูกค้าทุกคนมีส่วนร่วมในการออกแบบได้ตามสไตล์ของตัวเอง”

     

    FLEX Mobility Campaign ประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ยืดหยุ่นได้ตามสไตล์คุณ

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้มีการเปิดตัว “FLEX Mobility Campaign” พร้อมการรีแบรนด์ในส่วนของผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการบริการหลังการขาย โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารให้อยู่ภายใต้แพ็กเกจ “StarChoice” ซึ่งจะประกอบไปด้วยแผนประกันภัยชั้น 1 “StarProtection” (จากเดิม MB Protection) โปรแกรมครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทาง “StarCare” (จากเดิมคือ MBSP Easy Care) และโปรแกรมการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ “StarGuarantee” (จากเดิม MBSP Extra Guarantee)

    ภายใต้แคมเปญ FLEX ลูกค้าจะสามารถเลือกเสริมออปชันได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ แพ็กเกจแบบ 1 รายการ ราคา 3,000 บาท แพ็กเกจแบบ 2 รายการ ราคา 5,000 บาท ไปจนถึง Full Package ที่จะครอบคลุมทั้งหมด 3 รายการ ตลอดระยะเวลาของสัญญา 3-5 ปี ในราคา 6,000 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวจะถูกนำไปรวมกับค่างวดเริ่มต้นของรถยนต์รุ่นที่ลูกค้าเลือก โดยในเฟสแรกจะมีรถยนต์ที่เข้าร่วมแคมเปญทั้งหมด 8 รุ่น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตามรายละเอียดดังนี้

    • กลุ่มที่ 1: เงินชำระงวดแรก 500,000 บาท
      • GLA 200 AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 27,000 บาท
      • The all-new electric CLA ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท
      • C 220 d AMG Line (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท
      • C 350 e AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 34,000 บาท
    • กลุ่มที่ 2: เงินชำระงวดแรก 750,000 บาท
      • E 220 d AMG Line ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท
      • E 350 e AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท
      • E 350 e Exclusive ผ่อนเริ่มต้น 30,500 บาท
      • GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 40,000 บาท

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

    สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญ FLEX สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดแคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • MG Primus ฉลองครบรอบ 11 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ จัดแคมเปญใหญ่ขอบคุณลูกค้า

    1 Min Read

    MG Primus ฉลองครบรอบ 11 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ จัดแคมเปญใหญ่ขอบคุณลูกค้า

    MG Primus ฉลองความสำเร็จครบรอบ 11 ปี เติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบริการครบวงจร ด้วยการให้บริการดูแลรถยนต์มากกว่า 3 แสนครั้ง โดยทีมช่างมืออาชีพระดับประเทศ พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดพรีเมี่ยม กับกิจกรรมและแคมเปญพิเศษมากมาย เริ่มวันนี้ ถึง 30 กันยายน ศกนี้ ที่โชว์รูม MG Primus ทั้ง 5 สาขา

    นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ MG Primus และ Primus Group เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา MG Primus ได้ร่วมพัฒนาและสร้างความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์และองค์กรเคียงข้าง บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด มาโดยตลอด โดย MG Primus เดิมดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ Best Auto Sales ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น MG Primus เพื่อสะท้อนการเติบโตขององค์กรและทิศทางธุรกิจในปัจจุบัน ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า การส่งมอบประสบการณ์ที่ทรงคุณค่า และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ส่งผลให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับแนวหน้าของผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทย

    นอกจากนี้ MG Primus ยังได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน โดยมีการส่งมอบรถยนต์ MG ให้กับลูกค้ามากกว่า 30,000 คัน และดูแลลูกค้าเข้ารับบริการหลังการขายมากกว่า 300,000 ครั้ง ด้วยทีมงานคุณภาพที่มากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดูแลรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์เครื่องสันดาป

    พร้อมรองรับการบริการงานซ่อมสีและตัวถัง ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย วัสดุคุณภาพสูง และอะไหล่แท้ 100%  เพื่อเพิ่มความมั่นใจในมาตรฐานการซ่อม ด้วยการรับประกันงานซ่อมนาน 1 ปี และรองรับการเคลมประกันภัยจากบริษัทประกันชั้นนำทุกแห่ง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการที่ครบวงจร มีคุณภาพ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน การันตีความสำเร็จด้วยรางวัลเกียรติยศมากมาย ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย ในประเภทบุคคล และองค์กร

    “ในนามของ MG Primus ผมขอขอบคุณลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำ อย่าง บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) และ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญ ช่วยให้เราเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในตลาดรถยนต์เมืองไทย”

    ในโอกาสครบรอบ 11 ปี MG Primus ได้จัดกิจกรรมพิเศษแทนคำขอบคุณ โดยมอบสิทธิ์ประโยชน์มากมาย เมื่อทดลองขับรถ MG ในงาน Showroom Event หรืองาน Test Drive Cafe และสำหรับลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการที่

    ศูนย์ MG Primus มียอดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 2,500 บาทขึ้นไป รับทันที! ส่วนลดค่าแรง 10% และส่วนลดค่าอะไหล่ 15% พร้อมรับฟรี! กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิสุดพรีเมี่ยม

    พิเศษ! สำหรับผู้ที่จองและรับรถยนต์ MG ทุกรุ่น รับสิทธิ์พิเศษเพิ่มเติม พร้อมรับของขวัญฉลองครบรอบ 11 ปี ฟรี! เฉพาะที่โชว์รูมและศูนย์บริการศูนย์บริการ MG Primus ทั้ง 5 สาขา ได้แก่ สาขาเพชรเกษม 65, บางนา กม.5,  บายพาส ชลบุรี, พัทยา นาจอมเทียน และหางดง เชียงใหม่ เริ่มวันนี้ ถึง 30 กันยายน ศกนี้

    “MG Primus ยังคงมุ่งมั่นยกระดับการดูแลและบริการลูกค้าอย่างครบวงจรในระยะยาว เช่นเดียวกับทุกแบรนด์ภายใต้ Primus Group เพราะเราเชื่อว่า ‘การบริการที่ดีไม่ได้สิ้นสุดเพียงวันส่งมอบรถ’ แต่คือการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ เราพร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าทุกคน ตามสโลแกน ‘เรื่องรถ ให้ไพรม์มัสดูแล’” นายจิระพล กล่าวทิ้งท้าย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • กรุงศรี ออโต้ เปิดสนามทดสอบที่ยาวที่สุด ให้ลูกค้าได้ร่วมทดลองขับแบบอันลิมิตเต็ด ในงาน Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride ปีที่ 3

    1 Min Read

    กรุงศรี ออโต้ เปิดสนามทดสอบที่ยาวที่สุด ให้ลูกค้าได้ร่วมทดลองขับแบบอันลิมิตเต็ด ในงาน Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride ปีที่ 3

    รวมยนตรกรรมกว่า 30 แบรนด์ 100 รุ่นให้ทดสอบ ในวันที่ 8 – 9 ส.ค. นี้ ที่อิมแพค เลคไซด์

    “กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ชวนสัมผัสประสบการณ์ทดลองขับขี่ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ก่อนตัดสินใจซื้อรถ ในงาน “Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2026” ที่รวบรวมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ทั้งสันดาปและอีวี มากกว่า 100 รุ่นจาก 30 แบรนด์ ในสนามทดสอบที่ได้มาตรฐาน และตอบโจทย์การทดลองขับขี่หลากหลายรูปแบบ รวมถึงการทดสอบเทคโนโลยีอัจฉริยะของรถยนต์ ไว้ในที่เดียว พร้อมข้อเสนอจากค่ายรถและแคมเปญสินเชื่อสุดคุ้มภายในงาน สำหรับลูกค้าที่สมัครสินเชื่อ รถยนต์ รับของรางวัล 2 ต่อ มูลค่าสูงสุด 9,890 บาท ต่อสัญญา และลูกค้าที่สมัครสินเชื่อรถจักรยานยนต์ รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 2.99% ต่อปี พร้อมของสมนาคุณพิเศษ พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าเก่าและปัจจุบันของกรุงศรี ออโต้ (ยกเว้นผลิตภัณฑ์ประกันภัย) รับสิทธิ์ลุ้นทองคำในแคมเปญ “Welcome Back      กรุงศรี ออโต้ มอบทอง รวมมูลค่า 5 ล้านบาท” ระหว่างวันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 – 18.00 น.      ณ อิมแพค เลคไซด์ เมืองทองธานี

    จากการวิจัยของกรุงศรี ออโต้ พบว่าผู้บริโภคใช้เวลาศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบ และทดลองขับรถหลายแบรนด์ก่อนตัดสินใจซื้อร่วม 3 เดือนหรือมากกว่านั้น  ส่งผลให้ ‘ประสบการณ์ทดลองขับ’ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการเลือกซื้อรถ ด้วยเหตุนี้ กรุงศรี ออโต้ จึงเดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านระบบนิเวศน์ยานยนต์ของไทย ผ่านการจัดงานทดลองขับ-ขี่เพื่อเชื่อมต่อผู้ที่สนใจซื้อรถกับพันธมิตรที่เป็นผู้ผลิต และผู้แทนจำหน่าย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในงาน “Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยสนามทดลองขับ-ขี่แบบครบวงจร เจ้าแรกและเจ้าเดียวในตลาด โดยในครั้งนี้ใช้พื้นที่กว่า 47,980 ตร.ม. ณ อิมแพค เลคไซด์ เมืองทองธานี จัดเป็นสนามทดสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์สุดยิ่งใหญ่ที่มีระยะทางยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมฐานทดสอบเทคโนโลยีอัจฉริยะของรถยนต์ อาทิ สนามทดสอบระบบช่วยจอด และเทคโนโลยีอัจฉริยะภายในรถยนต์ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมรองรับผู้เข้าร่วมงานได้กว่า 1,000 คน กับพันธมิตรค่ายยานยนต์ กว่า 30 แบรนด์ พร้อมโซนอาหาร Michelin Guide ร้านอร่อยชื่อดัง ร้านค้าโครงการคาร์ฟอร์แคช ช่วยขาย และรวมไปถึงเครือข่ายบริษัทชั้นนำเกี่ยวกับรถและไลฟ์สไตล์การใช้รถอยู่ในที่เดียว

    ทั้งนี้ พลาดไม่ได้กับหลากหลายข้อเสนอสุดพิเศษที่กรุงศรี ออโต้ เตรียมมอบให้ สำหรับลูกค้าที่สมัครสินเชื่อภายในงาน Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2026 ไม่ว่าจะเป็น

    แคมเปญสำหรับผู้สมัคร ‘กรุงศรี ออโต้ สินเชื่อรถใหม่’ รับสิทธิ์ 2 ต่อ

    • ต่อที่ 1 รับเครื่องกรองอากาศ มูลค่า 4,890 บาท ต่อสัญญา เมื่อสมัครสินเชื่อภายในวันที่ 8 – 30 สิงหาคม 2569 พร้อมได้รับอนุมัติเป็นเลขที่สัญญาและรับรถภายใน 30 กันยายน 2569
    • ต่อที่ 2 รับเพิ่ม Krungsri Gift Card เมื่อสมัครสินเชื่อภายในวันที่ 8 – 15 สิงหาคม 2569 พร้อมได้รับอนุมัติเป็นเลขที่สัญญาและรับรถภายใน 30 กันยายน 2569 มูลค่าตามกลุ่มลูกค้า ดังนี้
      • ลูกค้าเก่ากรุงศรี ออโต้* หรือลูกค้าสถานะ Krungsri Prime** รับของรางวัลมูลค่า 5,000 บาท ต่อสัญญา
      • ลูกค้าทั่วไป ที่ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม รับของรางวัล มูลค่า 3,000 บาท ต่อสัญญา

    แคมเปญสำหรับผู้สมัคร ‘กรุงศรี ออโต้ สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ใหม่’ และ ‘กรุงศรี ออโต้ สินเชื่อบิ๊กไบค์ใหม่เมื่อสมัครสินเชื่อผ่านช่องทาง กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท ภายในวันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2569 พร้อมได้รับอนุมัติเป็นเลขที่สัญญาและรับรถภายใน 90 วัน รับสิทธิ์ 3 ต่อ

    ต่อ ที่ 1 รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 2.99% ต่อปี

    ต่อที่ 2  รับของสมมนาคุณ ดังต่อไปนี้

    • Big Bike ขนาด 250 ซีซี. ขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 500 บาท
    • Normal Bike และ Junior Bike ขนาดไม่เกิน 250 ซีซี. รับบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 200 บาท
    • EV Bike รับบัตรกำนัล Lotus’s มูลค่า 500 บาท

    ต่อที่ 3 รับเพิ่ม! กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองสูงสุด 50,000 บาท นาน 30 วัน

    พร้อมสิทธิพิเศษ เพื่อลูกค้าคนพิเศษกับแคมเปญ “Welcome Back กรุงศรี ออโต้ มอบทอง รวมมูลค่า 5 ล้านบาท” สำหรับลูกค้าเก่าและลูกค้าปัจจุบันของ กรุงศรี ออโต้ ที่ปิดบัญชีแล้วไม่เกิน 5 ปี (ยกเว้นผลิตภัณฑ์ประกันภัย) ครอบคลุมทั้งสินเชื่อรถใหม่ รถมือสอง รถบ้าน มอเตอร์ไซค์และบิ๊กไบค์ทั้งรถใหม่และมือสอง รวมถึงผลิตภัณฑ์คาร์ฟอร์แคช โดยลูกค้าที่สมัครสินเชื่อและได้รับการอนุมัติ พร้อมรับรถเป็น
    เลขที่สัญญาภายในระยะเวลาแคมเปญ จะได้รับสิทธิ์ลุ้นทองคำแท่ง 1 สลึง จำนวน 1 สิทธิ์ ต่อ 1 สัญญาเช่าซื้อ

    ลูกค้าปัจจุบัน กรุงศรี ออโต้ และผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2026” ระหว่างวันที่ 8 – 9 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 – 18.00 น. ณ อิมแพค เลคไซด์ เมืองทองธานี โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม – 7 สิงหาคม 2569 https://www.krungsriauto.com/auto/promotion/ka-ultimate-2026

    มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดครบครันสำหรับคนรักรถ หารถที่ถูกใจและข้อเสนอทางการเงินที่ตอบโจทย์ได้ในงานนี้เท่านั้น!

    #กรุงศรีออโต้ #Krungsriauto #Ultimatetestdrive #รู้วงเงินก่อนออกรถ #kaoffer #TestDrive #ทดลองขับ

     

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่ผู้ให้บริการกำหนด
    *กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว  

    • สินเชื่อรถใหม่ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 1.98% – 5.25% (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 3.81% – 9.80% ต่อปี)
    • สินเชื่อบิ๊กไบค์ใหม่ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 2.99% – 13.80% (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 5.38% – 23% ต่อปี)
    • สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ใหม่ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 12.84% – 13.44% (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 22.99% – 23% ต่อปี)

    เงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรม

    • ผู้ลงทะเบียนทดลองขับขี่จะต้องนำใบอนุญาตขับขี่มาแสดง และพกติดตัวไว้ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมงานนี้ มิฉะนั้น จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการทดลองขับ ใบอนุญาตขับขี่ที่หมดอายุไม่สามารถใช้ในการเข้าร่วมกิจกรรมได้
    • ผู้ลงทะเบียนทดลองขับขี่สามารถพาผู้ติดตามเข้าร่วมงานได้ โดยผู้ติดตามจะได้รับสิทธิ์ในฐานะผู้โดยสารเท่านั้น (สำหรับการทดลองขับรถยนต์) ไม่สามารถเข้าร่วมทดสอบขับขี่ได้
    • สำหรับการทดสอบรถจักรยานยนต์ ไม่อนุญาตให้มีผู้โดยสารขณะทำการทดสอบขับขี่
    • เงื่อนไขกิจกรรมเป็นไปตามที่กรุงศรี ออโต้ กำหนด

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • “ฮอนด้า วันเมคเรซ” สนาม 2 ดวลสุดเดือด “เอ็นโดะ” เหมาชัย “ซิตี้ ชาลเลนต์” รั้งจ่าฝูงร่วม “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” “โอ๋-อานนท์” ฟอร์มโหด เข้าวิน 4 เรซติดนำโด่ง โปรคัพ

    1 Min Read

    “ฮอนด้า วันเมคเรซ” สนาม 2 ดวลสุดเดือด “เอ็นโดะ” เหมาชัย “ซิตี้ ชาลเลนต์” รั้งจ่าฝูงร่วม “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” “โอ๋-อานนท์” ฟอร์มโหด เข้าวิน 4 เรซติดนำโด่ง โปรคัพ

    ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ 2026 สนามที่ 2  โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  ดวลความเร็วเมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้การลุ้นแชมป์อย่างเข้มข้นของทุกรุ่นการแข่งขัน

    ไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้อยู่ที่การดวลความเร็วของรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ และ ฮอนด้า โปรคัพ ที่ลงดวลความเร็วพร้อมกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม โดยตำแหน่งโพลในรุ่น โปรคัพ เป็นของ “โอ๋” อานนท์     รอดประเสริฐ จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ จาก Wise Rongpo Power Unit ขนาบข้างด้วยนักขับดาวรุ่งอย่างศิรศิษย์ แสนสุข จาก DC Garage ในแถวหน้า

    โพลในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ เป็นของนักขับชาวญี่ปุ่นอย่าง มิตซูฮิโระ เอ็นโดะ จาก M & K Management Racing หลังจากมีการอัพเกรดรถแข่งมาใหม่ส่งผลให้มีความเร็วที่ดีขึ้น โดยมี “พี” ชาญฤทธิ์ เลี้ยงหิรัญกุล จาก JM Motorsport ขนาบข้างในกริดที่ 2 ขณะที่จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพอย่าง “ข้าวฟ่าง” ปิยะวดี พฤฒิสาร จาก A Motorsport X Bendix Racing Team ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 4

    เกมเรซแรกซึ่งเป็นเรซที่ 3 ของการเก็บคะแนนสะสมมีขึ้นในวันเสาร์ ต้องดวลกันท่ามกลางอากาศร้อนระอุ ซึ่ง “โอ๋-อานนท์” เจ้าของโพลเสียจังหวะในการออกตัวเล็กน้อย ส่งผลให้โดน ศิรศิษย์ ตีคู่ขึ้นมาได้ในโค้งแรก และไล่บดกันอย่างหนักในช่วงครึ่งทางแรกของการแข่งขัน

    อย่างไรก็ดี จากประสบการณ์ที่เหนือกว่า “โอ๋-อานนท์” ค่อยๆ เพิ่มระยะห่างออกไปและควบรถแข่งคู่ใจเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลารวม 19 นาที 53.007 วินาที คว้าชัยชนะ 3 เรซติดต่อกัน เหนือ ศิรศิษย์ ที่ตามเข้าป้ายในอันดับ 2 อยู่ 4.872 วินาที

    ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “อ๊อฟ” หทัย ไชยวัณณ์ จอมเก๋าจาก Singha Elf Neova Cool ที่แม้จะต้องออกตัวจากพิตเลน แต่ไล่บี้ขึ้นมาคว้าโพเดียมได้สำเร็จ ตามหลังผู้ชนะ 54.350 วินาที ตามด้วย “บอย” กฤตภาส จารุกุลนุกิจ จาก Tein Team Thailand ในอันดับ 4 และ รัฐมล จินทราคำ จาก Lenso Motorsport ในอันดับ 5

    ขณะที่ผลการแข่งขันในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ ปรากฏว่า เอ็นโดะ นักขับชาวญี่ปุ่นออกสตาร์ทจากโพลนำม้วนเดียวจบด้วยเวลา 21 นาที 10.188 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง “ตาล” ยุรนันท์ โอฬารประเสริฐ จาก Wise Bfin Thehub ถึง 8.535 วินาที ส่วน “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” รถแข่งขัดข้องประคองเข้าป้ายอันดับ 3 ตามหลัง 1 รอบ ด้านแชมป์เก่าอย่าง “กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร จาก Nexzter Rest Club Trane Titanium Racing ไม่สามารถนำรถลงสนามได้ในเรซนี้

    ขยับมาดูผลแข่งในเรซที่ 4 ซึ่งมีขึ้นในวันอาทิตย์ โดยเกมในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ ยังคงเป็น “โอ๋-อานนท์” ที่ออกตัวจากโพลและนำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะ 4 เรซติดต่อกันด้วยเวลา 19 นาที 50.663 วินาที เหนือ ศิรศิษย์ ที่ตามเข้าป้ายในอันดับ 2 ถึง 7.029 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของนักขับชาวรัสเซียนอย่าง อาสลัน อับดูเยฟ จาก Erawadee by the hub ตามหลัง 39.199 วินาที

    อันดับ 4 เป็นของ “โอ๊ต” เอกรัฐ ดิษเจริญ นักขับมากประสบการณ์จาก A Motorsport X Bendix SRT Racing Team ตามหลังผู้ชนะ 49.522 วินาที ตามด้วย “อ๊อฟ-หทัย” ในอันดับ 5 ห่างจากหัวแถว 57.868 วินาที

    ด้านผลในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนต์ ปรากฏว่า เอ็นโดะ นำม้วนเดียวจากตำแหน่งโพลคว้าชัยชนะ 2 เรซติดต่อกันในสุดสัปดาห์นี้ ด้วยเวลา 21 นาที 5.701 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง “ตาล-ยุรนันท์” อยู่ 2.989 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “กอล์ฟ-ประพจน์” ที่นำรถแข่งลงมาคว้าแต้มได้สำเร็จ ตามด้วย “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” ที่รถแข่งมีปัญหาช่วงท้าย ก่อนประคองเข้าเส้นชัยในอันดับ 4

    ผ่านการแข่งขัน 4 เรซแรกของปี สถานการณ์ลุ้นแชมป์ในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ ค่อนข้างชัดเจน โดย “โอ๋-อานนท์” นำเป็นจ่าฝูงเก็บไปทั้งสิ้น 100 คะแนน ตามด้วย  “บอย-กฤตภาส” ในอันดับ 2 มี 45 คะแนน ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ อ๊อฟ-หทัย” มี 43 คะแนน

    สำหรับสถานการณ์ลุ้นแชมป์ในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ เข้มข้นสุดๆ หลังผ่านไป 4 เรซแรก ปรากฏว่า เอ็นโดะ นักขับญี่ปุ่นขยับขึ้นมารั้งจ่าฝูง โดยมีทั้งสิ้น 77 คะแนน เบียดให้ “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” ตกลงไปเป็นอันดับ 2 แต่มีคะแนนเท่านั้นเป๊ะ ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ “ตาล-ยุรนันท์” มี 69 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงเพียง 8 แต้มเท่านั้น ขณะที่แขมป์เก่าอย่าง “กอล์ฟ-ประพจน์” มี 33 คะแนน

    นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขัน ฮอนด้า คลับ ซึ่งสนุกไม่แพ้กัน ดวลทั้งสิ้น 5 รอบสนาม โดยผลเรซ 3 ในวันเสาร์ปรากฏว่า ตรีภพ ศิริปุณย์ คว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 9 นาที 30.683 วินาที ตามด้วย กัณฐณัฎฐ์ ศักดิ์แพทย์ และ ณัฐวุฒิ พันโสดา ในอันดับ 2-3 ตามหลังคนละ 21.017 วินาที และ 25.434 วินาทีตามลำดับ

    โดยผลในเรซที่ 4 ซึ่งมีขึ้นช่วงเช้าวันอาทิตย์ปรากฏว่า ตรีภพ ยังคงนำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครอง 2 เรซติดต่อกัน ด้วยเวลา 9 นาที 34.442 วินาที ตามด้วย “อ๊อฟ-หทัย” ในอันดับ 2 ตามหลัง 18.329 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ กัณฐณัฎฐ์ ตามหลัง 18.469 วินาที

    ทั้งนี้ ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ 2026 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 สิงหาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทาง https://www.facebook.com/HondaOneMakeRaceOfficial


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM ส่งมอบ GWM ORA 5 EV เสริมทัพบริการรถเช่า Budget Thailand ตอบรับเทรนด์การเดินทางประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    1 Min Read

    GWM ส่งมอบ GWM ORA 5 EV เสริมทัพบริการรถเช่า Budget Thailand ตอบรับเทรนด์การเดินทางประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ได้รับความไว้วางใจในคุณภาพและการบริการหลังการขาย จากบริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่าในนาม Budget Thailand ในเครือสหพัฒน์ ในการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า GWM ORA 5 EV เพื่อขยายธุรกิจฟลีทรถเช่ารองรับความต้องการของลูกค้าทั้งกลุ่มบุคคลและองค์กรทั้งในภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการนำเสนอทางเลือกการเดินทางที่ปลอดภัย ล้ำหน้า ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    GWM และ บริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด  เล็งเห็นแนวโน้มความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไทย รวมถึงโอกาสการขยายตัวของบริการรถเช่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การเดินทางที่มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในอนาคต  โดย Budget Thailand มีแผนนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้าประจำการในพื้นที่สำคัญที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ, สาขาสนามบินดอนเมือง, สาขาพระราม 9 (RCA), สาขานิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ระยอง และสาขาพัทยา ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรม การค้า การลงทุน การคมนาคม และการท่องเที่ยวของประเทศไทย รองรับทั้งกลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางในประเทศไทย  ซึ่ง GWM ORA 5 EV ได้รับการคัดเลือกให้เป็นรถยนต์รุ่นแรกสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ด้วยจุดเด่นด้านการเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ผลิตในประเทศไทยจาก GWM Smart Factory จังหวัดระยอง ที่พร้อมมอบเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่ครบครัน ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ตอบโจทย์การใช้งานในไทยทั้งในเมืองและต่างจังหวัด รวมถึงพื้นที่ใช้สอยเอนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานทั้งลูกค้าทั่วไป นักท่องเที่ยว และลูกค้าองค์กร

    ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่องค์กรชั้นนำของประเทศมีต่อ GWM ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ที่มีความมั่นคง  และเติบโตในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการผลิต การพัฒนาเครือข่ายการขายและบริการหลังการขาย ตลอดจนการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในไทยได้อย่างแท้จริง โดยพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจาก นายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริษัทและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด (Budget Thailand) เป็นผู้แทนรับมอบรถยนต์ไฟฟ้า GWM ORA 5 EV   โดยมี นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด GWM (ประเทศไทย)  พร้อมคณะผู้บริหารของทั้งสองบริษัท ร่วมในพิธีส่งมอบ ณ คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็ว ๆ นี้

    วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณ Budget Thailand สำหรับความร่วมมือครั้งแรกระหว่างสององค์กร และขอขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจเลือก GWM ORA 5 EV เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฟลีทรถเช่าในครั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของ Budget Thailand  ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำ ที่มีต่อคุณภาพ มาตรฐาน และศักยภาพของ GWM ORA 5 EV ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทย และถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเชิงบวกต่อโอกาสการเติบโตของธุรกิจฟลีทในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า  โดย GWM พร้อมเดินหน้าสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในภาคธุรกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ครั้งแรกในไทย! ปลุกสัญชาตญาณสปอร์ตกับ Honda S+ Shift ใน Honda Civic e:HEV ใหม่ เพิ่ม! Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor พิเศษ! จองภายใน 31 ก.ค. 2569 รับบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*

    1 Min Read

    ครั้งแรกในไทย! ปลุกสัญชาตญาณสปอร์ตกับ Honda S+ Shift ใน Honda Civic e:HEV ใหม่ เพิ่ม! Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor พิเศษ! จองภายใน 31 ก.ค. 2569 รับบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ปลุกอารมณ์ความสปอร์ตที่ต้องลองสัมผัสด้วยตัวเองกับ Honda Civic e:HEV ใหม่ ยกระดับการขับขี่แบบสปอร์ตเร้าใจไปอีกขั้น มาพร้อม 4 ไฮไลต์สำคัญ

    • ครั้งแรก! ในประเทศไทยกับ Honda S+ Shift เทคโนโลยีการขับขี่ใหม่ล่าสุดของฮอนด้าที่ได้รับ การพัฒนาเพื่อยกระดับความสนุกและความตื่นเต้นในการขับขี่ของระบบฟูลไฮบริด e:HEV เพื่อ shift ทุกจังหวะให้สปอร์ต ทรงพลัง และเร้าใจกว่าที่เคย (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS)
    • ใหม่! สีแดง Blazing Red Pearl และ สีเทา Urban Gray Pearl สะท้อนตัวตนที่โดดเด่นเพิ่มความสปอร์ต พรีเมียมให้สะกดทุกสายตา (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS)

    • เพิ่ม! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) และ เพิ่ม! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ยกระดับความมั่นใจในทุกการขับขี่ (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV EL+)
    • พิเศษ! เติมเต็มความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้นจากจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งกับชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Honda HRC นำโดย HRC Aero Sporty Package ราคา 29,900 บาท*
    • ชุดตกแต่ง Red Concept จำนวนจำกัดเพียง 90 คัน อัปลุคดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมให้โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ด้วยชุดตกแต่งโลโก้ H Mark สีดำ ชุดตกแต่งคิ้วบันได LED/RS เรืองแสง และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่แบบก้านสี Matte Black ขนาด 18 นิ้ว จำหน่ายราคาเดียวกันกับรุ่น e:HEV RS* (เฉพาะรุ่น e:HEV RS สีแดง Blazing Red Pearl)

    Honda Civic e:HEV ใหม่ มาพร้อมข้อเสนอสุดคุ้มสั่นสะเทือนกลางปีกับ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” เมื่อจองตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2569*

    • สำหรับรุ่น e:HEV RS และ e:HEV EL+ รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%* ฟรี Honda Exclusive Care 5 ปี**
    • สำหรับรุ่น e:HEV EL รับดอกเบี้ย 1.89%* ฟรี Honda Exclusive Care 3 ปี**

    พิเศษ! จองตั้งแต่ 23 – 31 กรกฎาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 รับบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*

    โดย Honda Civic e:HEV ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้

    • รุ่นย่อย e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

    ให้คุณได้สัมผัสขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่มองหาความคุ้มค่าที่ลงตัวกับทุกการใช้งาน

    • รุ่นย่อย e:HEV EL+ ราคา 1,109,000 บาท

    ยกระดับความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

    • รุ่นย่อย e:HEV RS ราคา 1,259,000 บาท 

    ที่สุดแห่งจิตวิญญาณความสปอร์ตที่มาพร้อมดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน จัดเต็มด้วยออปชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และครั้งแรกกับเทคโนโลยี Honda S+ Shift

    สัมผัสความมันส์ครั้งใหม่กับเทคโนโลยี Honda S+ Shift (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) ที่ปลุกอารมณ์สปอร์ต ในทุกจังหวะการขับขี่ ช่วยยกระดับความสนุกและเร้าใจของระบบฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid มอบอารมณ์เสมือนขับรถสปอร์ตเกียร์แมนนวลเพิ่มความรู้สึกในการควบคุมรถได้ดั่งใจ โดยผสานประสบการณ์การรับรู้ของผู้ขับขี่ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

    • ประสบการณ์ในการขับขี่ (Driving Experience) ความรู้สึกในการควบคุมรถที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว
    • ประสบการณ์รับรู้ผ่านเสียง (Sound Experience) จำลองเสียงเครื่องยนต์ที่ปลุกอารมณ์สปอร์ตเร้าใจยิ่งขึ้น
    • การรับรู้ผ่านการมองเห็น (Visual Experience) การแสดงผลบนหน้าจอที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกร่วมระหว่างผู้ขับขี่และรถให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

    Honda S+ Shift ถ่ายทอดประสบการณ์การขับขี่ที่สมจริง สปอร์ตเร้าใจยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คำว่า “S+” ไม่ได้หมายถึงความสปอร์ตเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในทุกมิติ โดยหลอมรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อมอบความสนุก ความตื่นเต้นและความมั่นใจในการขับขี่

    ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.honda.co.th/civic เชิญร่วมพิสูจน์ประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้า หรือเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์:  honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

    No Comment
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก เชิญแขกวีไอพีสัมผัสนิยาม ‘A Matter of Taste’ ณ โครงการ EI8HTEEN SEVEN

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก เชิญแขกวีไอพีสัมผัสนิยาม ‘A Matter of Taste’ ณ โครงการ EI8HTEEN SEVEN

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เชิญแขกวีไอพีร่วมสัมผัสนิยาม ‘A Matter of Taste’ ที่รสนิยมเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์เข้ากับความหรูหราผ่านประสบการณ์สุดพิเศษที่บรรจงรังสรรค์ขึ้น ณ โครงการ EI8HTEEN SEVEN – One Bangkok (เอททีน เซเว่น – วัน แบงค็อก) เมื่อวันที่ 18 – 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา

    A Taste in Extraordinary

    แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสกับ Performance และ Craftsmanship กับ 2 คุณค่าที่ได้กำหนดรสนิยมในแบบ ‘Extraordinary’ ผ่านสุดยอดยนตรกรรมโฉมใหม่ในรุ่น New Continental GT แกรนด์ทัวเรอร์สมรรถนะสูง เจ้าของขุมพลัง High Performance Hybrid ระบบส่งกำลังแบบไฮบริดรุ่นใหม่ที่ผสานเข้ากับเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรอันทรงพลัง มอบพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร ในเฉดสีเทา Gravity Grey สไตล์สปอร์ต ตอบโจทย์ทุกประสบการณ์การขับขี่ในแบบ ‘Everyday Supercar’ โดยภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยงานฝีมือที่ผสานเข้ากับนวัตกรรมได้อย่างลงตัวอย่าง Bentley Rotating Display เทคโนโลยีหน้าจอแบบ 3 ด้านที่จะเผยให้เห็นหน้าจอแบบดิจิทัลสุดไฮ-เทค แผงหน้าปัดที่ประกอบไปด้วยเข็มนาฬิกา เข็มทิศ เข็มวัดอุณหภูมิแบบคลาสสิค และแผงวีเนียร์อันเรียบหรู พร้อมด้วยเทคโนโยลีด้านความสะดวกสบายในการขับขี่อย่าง Front Seat Comfort Specification และ Front Wellness Seating ที่จะมอบความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่ในบรรยากาศที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดอันถือเป็นเสน่ห์ในแบบรถยนต์เบนท์ลีย์ และในรุ่น Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบฉบับ ‘the Ultimate Luxury SUV’ พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ในเมืองด้วยอรรถประโยชน์อันล้นเหลือในแบบรถยนต์อเนกประสงค์

     

    A Taste in Living

    หลังจากที่แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่แบบเหนือระดับ แขกทุกท่านยังได้เปิดประสบการณ์การอยู่อาศัยไปกับการชมห้องพักระดับ Ultra Luxury ของโครงการ EI8HTEEN SEVEN – One Bangkok (เอททีน เซเว่น – วัน แบงค็อก) โดย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Luxury กับเส้นสายทางสถาปัตยกรรมที่เรียบหรู ทันสมัย สะท้อนรสนิยมระดับพรีเมียมได้อย่างชัดเจน สำหรับตัวโครงการได้รับการออกแบบให้มีความโปร่ง โล่ง พร้อมกับการใช้วัสดุคุณภาพสูง พร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สื่อถึงไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเหนือระดับในทุกมุมมอง เหมาะกับการพักผ่อนท่ามกลางความทันสมัยใจกลางเมือง โดยแขกผู้มีเกียรติจะได้ชมห้องตัวอย่างสุดหรูที่จะเผยให้เห็นวิวสวนลุมพินี ซึ่งถือเป็นทัศนียภาพอันโดดเด่นจากโครงการแห่งนี้ที่จะช่วยให้แขกได้รู้สึกถึงความโปร่งโล่งของพื้นที่ พร้อมจินตนาการถึงความหมายของการใช้ชีวิตที่ซึ่งเมืองกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

     

    A Taste in Indulgence

    ภายในงานฯ แขกผู้มีเกียรติยังได้พบปะสังสรรค์กับ Bentley Owners และผู้บริหารระดับสูงในบรรยากาศที่ขับกล่อมด้วยเสียงเพลงสไตล์โอเปราฝรั่งเศสและดนตรีสดแนวร่วมสมัยจากแรงบันดาลใจของพลังและจังหวะการใช้ชีวิตในเมืองที่ได้สร้างบรรยากาศอันแสนชื่นมื่น สะท้อนให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์อันทันสมัยในแบบ EI8HTEEN SEVEN พร้อมดื่มด่ำไปกับเมนูพิเศษที่รสชาติและความประณีตผสมผสานกันอย่างลงตัวผ่านเมนูจากคาเวียร์ที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีเป็นวัตถุดิบสำคัญ โดยมี คุณประสบสุข ถวิลเวชกุล หรือ “โจ” The Caviar Atelier ผู้คร่ำหวอดในวงการมาแชร์มุมมองและแนะนำเมนูคาเวียร์ที่จับคู่กับสาเก แชมเปญ วิสกี้ซิงเกิลมอลต์ และไวน์รสเลิศเพื่อเผยให้เห็นถึงเอกลักษณ์เฉพาะของคาเวียร์แต่ละตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบในบรรยากาศการสนทนาแบบกันเองภายในโครงการ EI8HTEEN SEVEN ที่แขกทุกท่านสามารถเดินชมโครงการได้อย่างอิสระ

     

    A Taste in Discovery

    ปิดท้ายด้วยรสนิยมการลิ้มรสเครื่องดื่มระดับพรีเมียมจาก Edition ONE ร้านเครื่องดื่มระดับพรีเมียมในโครงการ One Bangkok (The Storeys) ที่ได้คัดสรรไวน์หายากจากทั่วทุกมุมโลกมาให้แขกผู้มีเกียรติภายในงานได้ชื่นชม พร้อมลิ้มลองจับคู่กับเมนูที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษจากคาเวียร์ นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ ‘A Matter of Taste’ ที่ได้มาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ให้พิเศษกว่าที่เคย สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างดี

    สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment