-
กลุ่มธนบุรี จับมือ NIO ปักธงพันธมิตร รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในไทย
กลุ่มธนบุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ธนบุรี บลูสกาย จำกัด ผู้นำในธุรกิจยานยนต์ของไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 8 ทศวรรษ ประกาศความร่วมมือเชิง กลยุทธ์กับ นีโอ อิงค์ (NIO Inc.) ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก พร้อมนำ แบรนด์ในเครืออย่าง NIO, ONVO และ firefly เข้าสู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อวาง โรดแมปการรุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในปี 2569 ตอกย้ำบทบาทอันแข็งแกร่งของไทยในฐานะตลาดยุทธศาสตร์ สู่การยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน
นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยมีการขยายตัวที่ชัดเจนขึ้น และจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ผู้บริโภคเริ่มมองรถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกระยะยาวมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างธนบุรี บลูสกาย และนีโอ จึงเป็นการวางรากฐานตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เครือข่ายบริการ และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เรามองถึงเป้าหมายระยะยาว ครอบคลุมไปถึงด้านโครงสร้างการตลาด เครือข่ายบริการ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าต้องมาพร้อมคุณภาพ การบริการ และโครงสร้างที่รองรับความต้องการในอนาคตที่ชัดเจน ซึ่งคือสิ่งที่ธนบุรี บลูสกาย และ นีโอ ตั้งใจพัฒนาร่วมกันในประเทศไทย เราพร้อมผสานประสบการณ์กว่า 80 ปี เข้ากับเทคโนโลยีชั้นนำของนีโอ เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างยั่งยืน และเสริมความเชื่อมั่นให้กับตลาดไทยอย่างมั่นคง”
นีโอ อิงค์ ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในตลาดโลก
นีโอ อิงค์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 โดยถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอันดับต้นของจีน ผ่านจุดเด่นด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery-as-a-Service) ภายใต้ชื่อสถานี NIO Power Swap ซึ่งปัจุบันถือเป็นเครือข่ายสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หมดแล้วเป็นแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที
พร้อมกันนี้ นีโอ ยังพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลแบบครบวงจร ทั้งแพลตฟอร์มการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และโซลูชันด้านพลังงาน ไปจนถึงการบริการหลังการขายเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานเต็มรูปแบบ ปัจจุบัน นีโอ ดำเนินธุรกิจครอบคลุมถึง 14 พื้นที่ โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงศูนย์การผลิต พร้อมทั้งขยายเครือข่ายจำหน่ายและบริการครอบคลุม 24 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก อีกทั้งมีแบรนด์ย่อยที่รองรับผู้ใช้งานหลากหลายเซกเมนต์ อาทิ
- NIO ที่มุ่งพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม
- ONVO ซึ่งเน้นพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเจาะฐานผู้ใช้งานกลุ่มครอบครัว
- firefly ที่โดดเด่นด้านยานยนต์ไฟฟ้าดีไซน์กะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง
โดยทุกแบรนด์ สะท้อนจุดแข็งของ นีโอ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก
วิสัยทัศน์ของนีโอ ในการบุกตลาดประเทศไทย
นายวิลเลี่ยม ลี ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร นีโอ กล่าวว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งด้านความต้องการของผู้บริโภค นโยบายภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมของอุตสาหกรรม การร่วมมือกับธนบุรี บลูสกาย ซึ่งมีฐานธุรกิจแข็งแกร่งและเข้าใจตลาดไทยเชิงลึก จะช่วยให้ นีโอ สามารถวาง EV Ecosystem ในประเทศไทยได้อย่างเป็นระบบ จากประสบการณ์กว่าทศวรรษของ นีโอ และความมุ่งมั่นผลักดันภารกิจของ Blue Sky Coming เราพร้อมยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยสู่ระดับสากล การขยายตลาดในประเทศไทยจึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งมอบมาตรฐานระดับโลกของ นีโอ ไปสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพื่อสานต่อภารกิจของเรา พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน”
3 แกนกลยุทธ์หลักของความร่วมมือระหว่างกลุ่มธนบุรี และนีโอ
การร่วมพันธมิตรครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย และประสบการณ์ขับขี่ของผู้บริโภค ผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก ได้แก่
- เสริมแกร่งเครือข่ายการให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทย
ธนบุรี บลูสกาย ใช้ประสบการณ์กว่า 80 ปี ในธุรกิจยานยนต์และเครือข่ายศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV พรีเมียม พร้อมวางแผนลงทุนต่อเนื่องเพื่อขยายจุดให้บริการอย่างครอบคลุม และยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายในระยะยาว
- นำเสนอนวัตกรรมระดับโลกของนีโอ
นีโอ พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ระบบเชื่อมต่อดิจิทัล และแนวคิดการสร้าง Ecosystem ที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เข้ามายกระดับประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคชาวไทย ไปจนถึงโซลูชันด้านการชาร์จและพลังงานที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
- วิสัยทัศน์ร่วมกันต่ออนาคตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ทั้งสองบริษัทมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันให้อนาคตรถยนต์ไฟฟ้าให้ “เกิดขึ้นได้จริง” ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การพัฒนามาตรฐานบริการ และการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้บริโภค
2569: ปีแห่งการเปิดตัว NIO, ONVO และ firefly อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
ทั้งนี้ ธนบุรี บลูสกาย ได้ต่อยอดสู่การขยายพอร์ตโฟลิโออีวีพรีเมียมผ่านการเปิดตัวไลน์อัป ยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้หลากหลายแบรนด์ ได้แก่ NIO, ONVO และ firefly ซึ่งมีแผนเปิดตัวและจัดแสดงอย่างเป็นทางการในปี 2569 พร้อมนำ firefly เปิดตัวเป็นแบรนด์แรก เพื่อสะท้อนความ โดดเด่นในด้านระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรของนีโอ และตอกย้ำบทบาทของธนบุรี บลูสกาย ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเครือข่ายและบริการในประเทศไทย
การร่วมพันธมิตรครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการวางรากฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อสร้างอนาคตการขับขี่และการโดยสารที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
Chang Classic Car Revival 2025 ปิดฉากประทับใจ ตอกย้ำภารกิจ สนามช้างเป็นมากกว่าสนามแข่ง
น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ร่วมกับ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สังเวียนความเร็วระดับโลกของไทย ประกาศความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมกับงาน “ช้าง คลาสสิค รีไววัล 2025″ เทศกาลรถคลาสสิคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย-อาเซียน จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 โดยงานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การรวมตัวของรถคลาสสิคและรถสปอร์ตหายากกว่า 1,000 คัน และการสร้างปรากฏการณ์แห่งความยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถในการบริหารจัดการสนามแข่งระดับโลกที่เป็นมากกว่าสนามแข่งรถ ไปพร้อมกับการจัดเทศกาลรถคลาสสิคระดับชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า “ความสำเร็จของงานในปีที่ 6 นี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความทุ่มเทในการจัดงานนั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะนอกจากเจ้าของรถจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับรถที่แสนรัก เป็นมากกว่าการรวมรถที่ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา แต่คือเวทีที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาวงการรถคลาสสิคทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์อย่างยั่งยืน”
ในปีนี้มี ดารา ศิลปินคนดังที่รักรถคลาสสิคมาร่วมงาน อาทิ ชาช่า- อริต์ตา รามณรงค์, ป๋อง-กพล ทองพลับ, ไต้ฝุ่น-ตากเพชร เลขาวิจิตร, เบนซ์ เรซซิ่ง- อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช
ผลการแข่งขันวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ปรากฏว่า “เบนซ์ เรซซิ่ง” อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช สร้างผลงานสุดยอดเยี่ยม คว้าอันดับ 1 ในการแข่งขัน ช้าง คลาสสิค แอนด์ เรโทร มอเตอร์ไซเคิล กรุ๊ป 1 ในคลาส Under 750 (80’s-90’s) โดยใช้รถฮอนด้า NSR250 ทำเวลาต่อรอบ 2 นาที 2.384 วินาที
ส่วน“ไต้ฝุ่น” ตากเพชร เลขาวิจิตร ลงแข่งขันในรุ่น คลาสสิค คาร์ รีไววัล กรุ๊ป 5 ด้วยรถปอร์เช่ 911 ขึ้นโพเดียมอันดับ 5 ได้สำเร็จ ด้วยเวลาต่อรอบ 2 นาที 1.412 วินาที
ส่วน “ชาช่า” อริต์ตา รามณรงค์ ที่ลงแข่งขันประเภทรถยนต์คลาสสิค รุ่น ออล อเมริกัน รีไววัล ด้วยรถมัสแตง คว้าอันดับ 7 โอเวอร์ออล ด้วยเวลาต่อรอบ 2 นาที 37.931 วินาที
หัวใจสำคัญงานปีนี้ คือการผนวกกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับกิจกรรมทางสังคมอย่างลงตัว เมื่อสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้ปรับพื้นที่เป็น “ศูนย์พักพิงหลัก” ของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งรองรับประชาชนกว่า 10,000 คน และชุบชูใจให้กับผู้อพยพและประชาชนทั่วไป ได้เข้าชมงานได้ฟรี ผ่อนคลายจากสถานการณ์ตึงเครียด พร้อมกับการรวมตัวของกลุ่มดารา คนดัง และคนรักรถคลาสสิคที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจด้านความปลอดภัย ความรู้สึกเชิงบวก นอกจากนี้ยังได้ไปเยี่ยมเยียนและบริจาคสิ่งของ ส่งต่อกำลังใจให้กับคนในชุมชนได้ในยามวิกฤตไปพร้อมๆกัน ตอกย้ำว่าสนามช้างฯ เป็นมากกว่าสนามแข่งรถ
สีสันอย่างของการได้เห็นรถหายากอย่าง Dodge Charger รถสปอร์ตในตำนานรุ่นเดียวกับรถคู่ใจของ โดมินิก ทอเร็ตโต พระเอกจากภาพยนตร์ Fast & Furious ที่โด่งดังไปทั่วโลก มาปรากฎโฉมในสนามและที่สำคัญคือการมีกลุ่มผู้รักรถจากนานาชาติ เช่น กลุ่ม American Car Club Thailand, Classic Mini Revival, Veloce, Alfa City, หมู่บ้านเพนกวิน, Faroib Autosport ที่ยกทีมกันมาจากมาเลเซีย, K-Car Classic ฯลฯ เข้าร่วมงาน ทำให้งานมีมิติที่ลึกซึ้งกว่าแค่การแข่งขัน แต่เป็นการสร้างสังคมของคนรักรถที่อบอุ่นและเป็นสากล
กิจกรรมที่สร้างความประทับใจและเป็นไฮไลต์ของงาน คือ ขบวนพาเหรดรีไววัลที่ยาวที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย-อาเซียน กับการรวมตัวกันของรถคลาสสิค, เรโทร, ซูเปอร์คาร์ ระดับตำนาน หลากยุคหลายสมัย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น-ยี่ห้อ ซึ่งภาพความยิ่งใหญ่นี้ได้ถูกถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ไปสู่คนรักรถคลาสสิคทั่วโลก
นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้รับประสบการณ์สุดพิเศษกับกิจกรรม Grid Walk ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ได้ชมขบวนรถคลาสสิคที่ยาวเหยียดบริเวณกริดสตาร์ตบนสนามแข่งระดับโลก พร้อมถ่ายรูปสวยๆ เป็นที่ระลึก ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมความสนุกอีกมากมาย ทั้งบูธสินค้าของตกแต่งรถ และร้านอาหารชั้นนำของจังหวัดบุรีรัมย์ ตลอดสองวันงานเต็มไปด้วยคนรักรถ, ประชาชนทั่วไปและผู้อพยพเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก นับเป็นการปิดฉากปีที่ 6 ของ Chang Classic Car Revival ได้อย่างยิ่งใหญ่และสุดประทับใจอย่างแท้จริง
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
โตโยต้าเปิดหลังบ้าน พาสื่อมวลชนเจาะลึกคลังอะไหล่–ศูนย์บริการชูมาตรฐานการบริการในแบบของโตโยต้า
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรม “Toyota Trusted Services Open House” ครั้งที่ 1 ต้อนรับสื่อมวลชนเข้าชมการดำเนินงานด้านบริการหลังการขายอย่างใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 10–11 ธันวาคม 2568 โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 วัน ครอบคลุมตั้งแต่ ศูนย์กระจายอะไหล่ TPCAP (Toyota Parts Center Asia Pacific) และโชว์รูมผู้แทนจำหน่าย
โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ ตอกย้ำความมั่นใจของลูกค้า ผ่านการฉายภาพเบื้องหลังความแข็งแกร่งของงานบริการที่เป็นระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าไว้วางใจเลือกโตโยต้า เพราะโตโยต้าเชื่อว่าลูกค้าในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่รถยนต์ที่มีคุณภาพ ทนทาน และราคาขายต่อที่ดีเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความมั่นใจตลอดการใช้งาน ทำให้การเปิดบ้านในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ความพร้อมของระบบบริหารจัดการอะไหล่ระดับโลกที่มีความแม่นยำ การันตีความครบครันและรวดเร็ว หมดกังวลเรื่องการรออะไหล่นาน ตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคที่ต้องการความมั่นใจว่า เมื่อตัดสินใจเลือกโตโยต้าแล้ว จะได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานบริการที่เหนือกว่าและวางใจได้จริงในระยะยาวผ่านศูนย์บริการกว่า 440 แห่ง ทั่วประเทศ ที่พร้อม “การสร้างประสบการณ์สุดประทับใจ ที่เป็นมากกว่าการดูแลรักษารถยนต์” ผ่าน “5 ความมั่นใจจากโตโยต้า”
- มั่นใจ … ช่างเชี่ยวชาญ TRUST in Professionalism
- มั่นใจ … อะไหล่แท้คุณภาพ TRUST in Quality
- มั่นใจ … งานซ่อมรวดเร็ว แม่นยำ TRUST in Speedy with Accuracy
- มั่นใจ … บริการสะดวก ครบจบที่เดียว TRUST in Convenience
- มั่นใจ … คุ้มค่าด้วยสิทธิประโยชน์ TRUST in Value
Toyota Parts Center Asia Pacific (TPCAP)
“ศูนย์กระจายอะไหล่ TPCAP”
เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญด้านการให้บริการหลังการขายของโตโยต้า โดยศูนย์ฯ มีศักยภาพในการบริหารจัดการอะไหล่แท้มากกว่า 120,000 รายการ และมีจำนวนชิ้นส่วนจัดเก็บรวมกว่า 1 ล้านชิ้น ภายในพื้นที่ปฏิบัติงานกว่า 80,000 ตารางเมตร
โดยศักยภาพดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อรถยนต์หนึ่งคัน ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนกว่า 30,000 ชิ้น ครอบคลุมทั้งอะไหล่สิ้นเปลืองสำหรับการเช็กระยะ อะไหล่ซ่อมเบา และอะไหล่ซ่อมหนัก ดังนั้นศูนย์กระจายอะไหล่แห่งนี้จึงเป็นหลักประกันสำคัญที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ทุกครั้งที่มีความต้องการด้านการซ่อมบำรุง ท่านจะได้รับ อะไหล่แท้โตโยต้า ที่มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกัน สดใหม่จากโรงงาน และจำหน่ายในราคาที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ผ่านระบบการบริหารจัดการคลังสินค้าที่แม่นยำและน่าเชื่อถือ พร้อมให้บริการจัดส่งอะไหล่ทั่วประเทศภายในวันสำหรับเขตกรุงเทพฯ และวันถัดไปสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งจะช่วยขจัดความกังวลใจเรื่องการรออะไหล่นาน และส่งมอบประสบการณ์การซ่อมบำรุงที่กระชับฉับไว เพื่อให้ลูกค้าได้รับรถกลับไปใช้งานได้ในเวลาไม่นาน
(ข้อมูลตัวเลขเป็นข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการบริหารจัดการของบริษัท)
- Quality Dojo – ห้องอบรมมาตรฐานคุณภาพของโตโยต้า
Quality Dojo เป็นห้องอบรมสำหรับพนักงานฝ่ายคลังอะไหล่ ซึ่งเน้นการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรฐานคุณภาพก่อนลงปฏิบัติงานจริง รวมถึงมีการ Re-Training อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการทำงาน
ภายในห้องอบรมมีการจำลองสถานการณ์การทำงานจริง เช่น
- การหยิบอะไหล่จากพื้นที่จัดเก็บ
- การตรวจสอบอะไหล่และแพ็คเกจตามขั้นตอนที่กำหนด
- การเตรียมอะไหล่สำหรับการจัดส่ง
- การจัดเก็บอะไหล่ตามหลัก 7 Techniques ของโตโยต้า
ทั้งหมดนี้ช่วยให้พนักงานปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าอะไหล่ที่ผ่านการจัดการตามกระบวนการมาตรฐานของโตโยต้าจะถูกส่งมอบด้วยคุณภาพที่ได้รับการตรวจสอบอย่างเหมาะสม
- Safety Dojo – ห้องอบรมมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน
โตโยต้ายึดหลัก “ความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง” ในทุกขั้นตอนการทำงาน โดย Safety Dojo ถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานเรียนรู้หลักปฏิบัติที่ช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานในคลังอะไหล่ ทั้งยังช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวอะไหล่อย่างไม่ตั้งใจ ทำให้มั่นใจได้ว่าอะไหล่ทุกชิ้นที่ส่งออกจากคลังไปยังศูนย์บริการจะคงสภาพสมบูรณ์
ภายในห้องอบรมประกอบด้วยฐานการสาธิต (Simulation) เช่น
- การใช้ถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันอย่างถูกต้อง
- ท่าทางการยกอะไหล่ตามหลัก Ergonomics
- การจำลองมุมมอง (Visibility) ขณะขับรถโฟล์คลิฟต์
กิจกรรมทั้งหมดเป็นการสาธิตเพื่อฝึกทักษะและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัย ให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด
- การสาธิตระบบการจัดส่งอะไหล่ภายในประเทศ
ศูนย์อะไหล่โตโยต้าดำเนินงานภายใต้ระบบจัดการชิ้นส่วนที่เป็นระเบียบแบบแผน โดยอ้างอิงกระบวนการภายใต้มาตรฐานของเครือข่ายศูนย์อะไหล่โตโยต้าทั่วโลก ซึ่งช่วยให้สามารถจัดส่งอะไหล่กว่า 120,000 ชิ้นต่อวันไปยังศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ เพื่อให้งานซ่อมบำรุงที่ศูนย์บริการแต่ละแห่งดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ลดระยะเวลาที่ลูกค้าต้องจอดรถรอซ่อม และการันตีว่าลูกค้าจะได้รับรถกลับไปใช้งานได้ตามเวลานัดหมาย
กระบวนการจัดส่งประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ได้แก่
- รับออเดอร์จากศูนย์บริการ
- พิมพ์ใบหยิบอะไหล่ (Picking Slip) สำหรับพนักงานจัดเตรียมอะไหล่
- Picking – การหยิบอะไหล่จากพื้นที่จัดเก็บ
- Check Sort – การตรวจสอบเบอร์และจำนวนชิ้นของอะไหล่
- การนำอะไหล่ขึ้นรถเพื่อจัดส่งต่อไปยังศูนย์บริการ
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสามารถจัดส่งได้ภายในวัน ตามเงื่อนไขการให้บริการในแต่ละพื้นที่ ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดจะอยู่ภายในประมาณ 2 วัน ทั้งนี้ระยะเวลาจัดส่งอาจแตกต่างกันตามสภาพการขนส่งและปัจจัยอื่น ๆ
- การจัดการพื้นที่จัดเก็บอะไหล่
ศูนย์อะไหล่โตโยต้ามีอะไหล่พร้อมบริการมากกว่า 1 ล้านชิ้น ครอบคลุมตั้งแต่
- อะไหล่งานเช็กระยะ
- อะไหล่งานซ่อมเบา
- อะไหล่งานซ่อมหนัก
รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญ เช่น Hybrid Battery และ EV Battery
พื้นที่จัดเก็บแบ่งตามประเภทอะไหล่ ได้แก่
- Small & Tiny Parts (อะไหล่ขนาดเล็ก)
- Medium Parts (อะไหล่ขนาดกลาง)
- KP & Body Parts (อะไหล่ขนาดใหญ่)
โดยการแยกโซนจัดเก็บตามขนาดและลักษณะของอะไหล่ จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความแม่นยำในการค้นหา ลดระยะเวลารอคอยของลูกค้า อีกทั้งยังช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดเก็บอะไหล่ชิ้นใหญ่และหนักปะปนกับชิ้นเล็ก เพื่อให้มั่นใจว่าอะไหล่ทุกชิ้นจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด
ทุกพื้นที่ใช้ระบบ FIFO (First In First Out) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วน และทำให้ระบบการหมุนเวียนสต็อกมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ โตโยต้ามีการจัดเก็บอะไหล่รองรับรถแต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่ามีความพร้อมของอะไหล่รองรับการใช้งานตลอดอายุรถของโตโยต้า (ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด)
หมายเหตุ : ข้อมูลภายในเอกสารฉบับนี้อ้างอิงข้อมูลจากฝ่าย Parts Logistics ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการบริหารจัดการและนโยบายของบริษัท
ศูนย์บริการโตโยต้า
TOYOTA TRUSTED SERVICE: มากกว่าการบริการ……. คือความไว้วางใจ
นอกเหนือจากการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแล้ว โตโยต้ามุ่งเน้นการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจในการใช้งานระยะยาวด้วยมาตรฐานการบริการระดับสากล ที่ผสานความเชี่ยวชาญของทีมงานมืออาชีพ เข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้พร้อมดูแลรถยนต์ทุกคันอย่างพิถีพิถันและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “การสร้างประสบการณ์สุดประทับใจ ที่เป็นมากกว่าการดูแลรักษารถยนต์” ซึ่งสะท้อนผ่านมาตรฐานการบริการที่สร้าง “5 ความมั่นใจจากโตโยต้า” ที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จริง และพร้อมไว้วางใจโตโยต้าให้ดูแลทุกการเดินทางอย่างอุ่นใจ
- มั่นใจ…ช่างเชี่ยวชาญ TRUST in Professionalism
ที่ศูนย์บริการโตโยต้า ช่างทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรมจากศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้าตามมาตรฐานญี่ปุ่น พร้อมการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ เช่น HEV และ EV
ยิ่งไปกว่านั้นเรามีหลักสูตรพัฒนาช่างที่มีประสบการณ์สูง (เฉลี่ย มากกว่า15 ปีขึ้นไป) โดยการฝึกปฏิบัติจากการเคสจำลองในการวิเคราะห์ปัญหาจริงเพื่อยกระดับเป็น “เจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาด้านเทคนิค หรือ Technical Advisor (TA)“ พร้อมให้บริการวิเคราะห์รถยนต์ทุกศูนย์บริการทั่วประเทศด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาอัจฉริยะ GTS+ – Global Tech Stream Plus ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมองกลของรถเพื่อตรวจหาจุดผิดปกติอย่างแม่นยำ ภายใต้แนวคิด “Fix It Right, Fix It Fast” รวมถึงฐานข้อมูลความรู้ที่อัพเดทและการสนับสนุนงานการวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว Remote Diagnosis &Fast lane ร่วมกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
ศูนย์บริการโตโยต้าทุกแห่งยังพร้อมรองรับงานซ่อมรถยนต์ไฮบริดและรถไฟฟ้า ด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้าที่พร้อมให้บริการทุกศูนย์ เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุด
- มั่นใจ…อะไหล่แท้คุณภาพ TRUST in Quality
มั่นใจอะไหล่แท้ และคุณภาพดีที่สุด ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับรถโตโยต้า และสร้างความมั่นใจด้วยการรับประกันอะไหล่ 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมระบบจัดการอะไหล่ตามมาตรฐาน Toyota Global Standard พร้อมให้บริการจัดส่งอะไหล่ทั่วประเทศภายในวันสำหรับเขตกรุงเทพฯ และวันถัดไปสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด และบริการเปลี่ยนยาง โตโยต้ามีดีลกับบริษัทผู้ผลิตชั้นนำในตลาด ด้วยสต็อคยางที่ผลิตมาสดใหม่ เพื่อรองรับลูกค้าที่เข้ามารับบริการ
- มั่นใจ…งานซ่อมรวดเร็ว แม่นยำ TRUST in Speedy with Accuracy
โตโยต้าพร้อมมอบบริการเช็กระยะที่รวดเร็วผ่าน Express Maintenance (EM) ที่เสร็จภายใน 60 นาที (ยกเว้นงานเช็กระยะหนัก ทุก 40,000 กิโลเมตร) ด้วยขั้นตอนปฏิบัติงานมาตรฐาน พร้อมการตรวจสอบคุณภาพด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญตลอดกระบวนการ โดยเน้นย้ำการทำงานตามหลักการ Toyota Production System หรือ TPS ทำให้การทำงานครบถ้วนและรวดเร็ว รวมทั้งการใช้ตู้เครื่องมือพิเศษเพื่อช่วยให้การทำงานของช่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
ลูกค้าจะทราบราคาและอนุมัติก่อนเริ่มซ่อมเสมอ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆ และช่วยให้ลูกค้าเข้าใจงานซ่อมได้อย่างชัดเจนและตัดสินใจได้อย่างคุ้มค่า ผ่านการแนะนำรายการตรวจเช็ก อะไหล่ โปรโมชั่น และสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับลูกค้าแต่ละรายได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดด้วยระบบข้อมูลกลาง และการนำเสนอผลการตรวจสภาพรถด้วยภาพถ่ายชิ้นส่วนอะไหล่ที่ควรเปลี่ยนจากช่าง และภาพ 3 มิติประกอบการอธิบาย ผ่านระบบ Customer-centric Service (Next-Gen Service)
- มั่นใจ…บริการสะดวก ครบจบที่เดียว TRUST in Convenience
โตโยต้ามอบความสะดวกสบายเต็มรูปแบบ ด้วยบริการแจ้งเตือนเช็กระยะและนัดหมายผ่าน Call Center สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการนัดหมายออนไลน์ที่กำหนดได้เอง ผ่านเว็บไซต์ Toyota, แอปพลิเคชัน T-Connect และ Toyota LINE Official พร้อมบริการแจ้งข้อมูลและช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Toyota Contact Center โทร. 1486 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สะดวก ง่าย มั่นใจไม่พลาดทุกสิทธิประโยชน์ รวมทั้งได้รับการดูแลที่ตรงทุกความต้องการอย่างแท้จริง โดยระหว่างรอซ่อมลูกค้าสามารถใช้บริการห้องพักลูกค้าที่สะดวกสบาย และตรวจสอบสถานะงานซ่อมแบบ Real-time ผ่านมือถือ
นอกจากนั้น โตโยต้ายังมีการบริการที่หลากหลาย ครบจบในที่เดียว (One Stop Service) ตั้งแต่งานเช็กระยะ งานซ่อมทั่วไป และงานซ่อมตัวถังและสี รวมทั้งมีบริการเปลี่ยนยาง แบตเตอรี่ และเคมีภัณฑ์ทางเลือกต่างๆ เพื่อดูแลรักษารถลูกค้าอย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริการเปลี่ยนยางที่คุ้มค่า ด้วยแบรนด์ชั้นนำที่หลากหลาย หมดกังวลเรื่องยางค้างสต๊อก เพราะยางที่ศูนย์โตโยต้าเป็นยางผลิตใหม่ ส่งตรงจากซัพพลายเออร์ และสิทธิประโยชน์ที่ครบครัน อาทิเช่น การรับประกันอุบัติเหตุยาง นาน 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ฟรีค่าแรง เปลี่ยนยาง ตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/promotion/2025-yearend-tire
สำหรับงานซ่อมตัวถังและสี มีการใช้สีน้ำสูตรเดียวกับโรงงาน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รับประกันอะไหล่แท้ พร้อมด้วยเทคโนโลยีการซ่อมตัวถังที่มีความแม่นยำสูง เพื่อคืนสภาพรถให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงเหมือนใหม่ทั้งรูปลักษณ์และความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าทุกครั้งที่นำรถเข้ารับบริการ ทางโตโยต้ามีเป้าหมายการทำงานร่วมกับประกันภัยในการอนุมัติงานซ่อมแบบออนไลน์เพื่อนำมาซึ่งความรวดเร็ว รวมถึงมีการยืนยันกับลูกค้าก่อนการซ่อมทุกครั้ง เช่นเดียวกับมาตรฐานการประเมินราคา ที่ทางโตโยต้ามีการนำพื้นที่ความเสียหาย ความยากง่ายของการซ่อม มาเป็นส่วนสำคัญในการคำนวณค่าใช้จ่าย ทำให้ทุกศูนย์บริการมีมารตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
- มั่นใจ…คุ้มค่าด้วยสิทธิประโยชน์ TRUST in Value
โตโยต้ามุ่งมั่นส่งมอบบริการพร้อมด้วยสิทธิประโยชน์ที่ให้ความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย
เพียงลูกค้าเข้าเช็กระยะที่ศูนย์บริการโตโยต้าอย่างต่อเนื่อง รับสิทธิประโยชน์มากมายที่เพิ่มขึ้นจากโปรแกรม TCFR Plus+ ไม่ว่าจะเป็น การขยายระยะรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 8 ปี ส่วนลดอะไหล่และเคมีภัณฑ์งานเช็กระยะสูงสุด 15% คะแนน Alive-X พิเศษสูงสุด 2.5 เท่า และ รับส่วนลดสูงสุด 40,000 บาท เมื่อซื้อรถยนต์ใหม่คันถัดไป
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/tcfrplus/
อีกทั้งมีสิทธิพิเศษจาก TOYOTA ALIVE-X ใช้คะแนน The 1 แลกรับส่วนลดที่ศูนย์บริการและกิจกรรมอีกมากมายในแอป T-CONNECT
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/toyota_alive-x/
“จ่ายครั้งเดียวคุ้ม ดูแลครบ จบทุกระยะ” แพ็กเกจอะไหล่งานเช็กระยะ Smart Plan มอบส่วนลดสูงสุด 25% สะดวกและคุ้มค่าในการบำรุงรักษารถยนต์อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ลูกค้าวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจในระยะยาว ลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ Toyota Official, Shopee, Lazada หรือศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/customerservice/smartplan/package
บัตรเครดิตโตโยต้า Co Brand Credit Card คู่ใจคนใช้รถโตโยต้า โดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ออกบัตรเครดิต Toyota ที่มีสิทธิประโยชน์หลัก ส่วนลด 15% สำหรับค่าอะไหล่แท้และเคมีภัณฑ์ และส่วนลด 10% สำหรับสำหรับงานซ่อมตัวถังและสี และพิเศษยิ่งกว่า ด้วยส่วนลดในเดือนเกิด 20% สำหรับค่าอะไหล่แท้และเคมีภัณฑ์
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/
นอกจากนั้น กลุ่มลูกค้าที่อายุรถมากกว่า 5 ปี หรือ 150,000 กม. สามารถเลือกใช้แพ็กเกจสุดคุ้ม ECO Pack บริการด้วยอะไหล่ทางเลือกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากโตโยต้า พร้อมการรับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/ecopack
สำหรับลูกค้าประกันภัยรถใหม่ และลูกค้าต่ออายุประกันภัย โตโยต้ามีผลิตภัณฑ์ประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ PHYD (Pay How You Drive) ขับดีลดให้ ที่มอบการขยายความคุ้มครองสูงสุดต่อเนื่องถึง 8 ปี โดยสามารถรับสิทธิ์ส่วนลดประกันภัยสูงสุด 40% ในปีถัดไปได้ที่แอป T-Connect และตรวจสอบผลคะแนนการขับขี่หลังจบการเดินทาง ทำให้ลูกค้าสนุกในทุกทริปการขับขี่ และก่อให้เกิดพฤติกรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยสูงสุด
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/toyotacare/
Toyota Trusted Service คือความตั้งใจของโตโยต้าในการมอบ “ประสบการณ์สุดประทับใจ ที่เป็นมากกว่าการดูแลรักษารถยนต์” ผ่านมาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าทุกคน
ด้วยแนวคิด “ซ่อมจบ งบไม่บานปลาย มาตรฐานเดียวกันทั่วไทย” ไม่ว่ารถจะเสียที่ไหน ลูกค้าสามารถไว้วางใจในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศกว่า 448 แห่ง (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2568) ได้ด้วยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือทันสมัย อะไหล่แท้โตโยต้า ระบบประเมินราคาล่วงหน้า ฐานข้อมูลรถที่เชื่อมโยงกัน รับบริการต่างๆ เพียงปลายนิ้ว ผ่านแอป T-Connect พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายสำหรับลูกค้าโตโยต้า
พิเศษ! สำหรับลูกค้าโตโยต้าที่สนใจเข้ารับบริการ และสมัครสมาชิก TCFR Plus+ ร่วมฉลองครอบรอบ 1 ปี TCFR Plus+ “แจกเยอะ จัดใหญ่ ประทับใจ 3 ต่อ” รับของขวัญพิเศษเมื่อมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 2,000 บาท ระหว่างวันที่ 16 พ.ย. 2568 – 31 ม.ค. 2569 ได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/promotion/TCFRPlusanni
ทั้งหมดนี้เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การดูแลรถยนต์ที่เหนือกว่า มั่นใจ อุ่นใจ และพร้อมให้โตโยต้าอยู่เคียงข้างคุณในทุกเส้นทางและยังเป็นการปูทางสู่ Open House II ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2569 ซึ่งจะเปิดบ้านพาสื่อมวลชนเยี่ยมชม ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า (Toyota Education and Training Center) เพื่อสะท้อนการลงทุนในบุคลากร ที่จะเป็นกำลังหลักในการยกระดับบริการในอนาคต
-
News Car1 Min Read
Grandprix Xpectrum จัดโมเมนต์อบอุ่นละลายใจ ส่งอีแจอุคปล่อยเสน่ห์ไม่พัก ในงาน “2025 LEE JAE WOOK FANMEETING TOUR <pro’log> IN BANGKOK”
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ได้มีการจัดงาน “2025 LEE JAE WOOK FANMEETING TOUR <pro’log> IN BANGKOK” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนคลับชาวไทยกว่าหนึ่งพันคน โดยบรรยากาศตลอดงานเต็มไปด้วยความสุข ความตื่นเต้น และช่วงเวลาสุดประทับใจจากนักแสดงหนุ่มชื่อดัง “อีแจอุค”
ทันทีที่อีแจอุคปรากฏตัวบนเวที เขาได้ทักทายแฟน ๆ ด้วยรอยยิ้มสุภาพ นุ่มนวล และแฝงด้วยความขี้อายเล็ก ๆ โดยเฉพาะช่วงที่พูดภาษาไทย ทำให้บรรยากาศภายในฮอลล์เต็มไปด้วยเสียงเชียร์และความประทับใจจากเหล่าแฟนคลับ นอกจากนี้ ในช่วงพูดคุยบนเวที อีแจอุคยังแสดงเสน่ห์เป็นกันเอง ส่งสายตาอบอุ่น พร้อมร่วมสนทนาและหยอกล้อกับผู้ชมอย่างต่อเนื่อง สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้เข้าร่วมงานตลอดงาน
นอกจากนี้ยังมีหลายช่วงเวลาสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการขอบคุณแฟนคลับชาวไทย การทักทายด้วยการโบกมือ การส่งหัวใจให้กล้อง และโมเมนต์ยิ้มเขินที่ทำให้ผู้ชมกรี๊ดสนั่นฮอลล์ รวมถึงกิจกรรมไฮไลต์อย่าง Hi-Bye ที่อีแจอุคทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเดินลงไปทักทายแฟนคลับอย่างใกล้ชิดแทบจะแบบตัวต่อตัวกันเลยทีเดียว สร้างประสบการณ์สุดพิเศษและน่าจดจำให้แฟน ๆ กันอย่างถ้วนหน้า อีแจอุคยังได้กล่าวถึงความผูกพันกับประเทศไทย พร้อมเล่าถึงความทรงจำในการมาเที่ยวไทยครั้งก่อน รวมถึงเผยถึงเมนูอาหารไทยที่โปรดปราน อาทิ ต้มยำกุ้ง ปูผัดผงกะหรี่ และผัดไทย รวมถึงโรตี ซึ่งสะท้อนถึงความประทับใจที่มีต่อวัฒนธรรมและรสชาติอาหารไทยเป็นอย่างดี
ตลอดระยะเวลาการจัดงาน แฟนคลับไทยต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า แฟนมีตติ้งครั้งนี้เป็นหนึ่งในงานที่อบอุ่นเป็นกันเอง และสร้างความใกล้ชิดระหว่าง “อีแจอุค” และแฟนคลับได้มากที่สุดครั้งหนึ่ง โดยช่วงท้ายของงาน อีแจอุคได้กล่าวขอบคุณและส่งข้อความถึงแฟนคลับชาวไทยว่า “ผมรักแฟนคลับชาวไทยมากจริง ๆครับ” ยิ่งตอกย้ำความซาบซึ้งและสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั้งฮอลล์
งานครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานคุณภาพจาก Grandprix Xpectrum ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งมุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อมอบความสุข ความสนุก และประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับแฟน ๆ ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะมีอะไรเซอร์ไพรส์กันต่อไปนั้น คอยติดตามการอัพเดทกิจกรรมและงานดี ๆ ได้เลยที่ Grandprix Xpectrum ได้ผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดียเช่นเคย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
บริดจสโตน จับมือ ม.กรุงเทพ จัดโครงการ “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS”
ชวนเด็กนิเทศฯ โชว์ไอเดียครีเอทคลิปไวรัลตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z
ในหัวข้อ “VALUE OVER PRICE”บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดโครงการเฟ้นหาสุดยอดครีเอเตอร์รุ่นใหม่ใน “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS” เปิดเวทีให้น้องๆ นักศึกษาภาควิชาการผลิตอีเว้นท์ และการจัดการนิทรรศการและการประชุม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อัพสกิลโชว์ไอเดียครีเอทคอนเทนต์ไวรัล
ในรูปแบบของตนเองผ่านคลิปวิดีโอสั้นบน TikTok นำเสนอเรื่องราวเชื่อมโยงกับแบรนด์บริดจสโตน ตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z ในหัวข้อ “VALUE OVER PRICE” โดยเล่าให้เห็นความสำคัญของ “คุณค่า” จากยางรถยนต์บริดจสโตนที่ลูกค้าจะได้รับ เช่น สมรรถนะ ความปลอดภัย และความคงทน “มากกว่าราคาที่ลูกค้าต้องจ่าย” พร้อมชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาทโครงการ EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS สานต่อความสำเร็จจากเฟสแรก ซึ่งจัดในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2568 สะท้อนความมุ่งมั่นของบริดจสโตนในการสนับสนุนภาคการศึกษาไทย และเตรียมพร้อมคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งเชื่อมโยงแบรนด์บริดจสโตนเข้ากับไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ในเฟสนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากน้องๆ นักศึกษา โดยได้ครีเอทคลิปวิดีโอมากกว่า 120 คลิป ซึ่งบริดจสโตนมอบรางวัลให้ทีมชนะเลิศเป็นเงินสดมูลค่า 20,000 บาท และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 50,000 บาท
คุณโชทาโร่ คิตะมุระ ผู้อำนวยการสายงานธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นพลังความคิดสร้างสรรค์ของน้องๆ นักศึกษา บริดจสโตน ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่ได้พัฒนาทักษะอย่างเต็มศักยภาพ เพราะเวทีนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นโอกาสเตรียมความพร้อมให้พวกเขาก้าวสู่เส้นทางอาชีพในอนาคตอย่างมั่นใจ เราเชื่อว่าคนรุ่นใหม่คือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเดินทางซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริดจสโตนที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่น พร้อมเดินหน้าสร้างประสบการณ์และกิจกรรมการตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนรุ่นใหม่
อย่างแท้จริง”ผศ.ดร.อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า “ขอขอบคุณบริดจสโตนและผู้บริหารที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาภาควิชาการผลิตอีเว้นท์ และการจัดการนิทรรศการ และการประชุมได้แสดงศักยภาพในบทบาทคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมทั้งสนับสนุนและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดโครงการ ผมเชื่อว่าไอเดียของนักศึกษาจะช่วยสร้างผลงานที่ตอบโจทย์แบรนด์ต่อยอดคุณค่าของบริดจสโตนได้จริง และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น”
ร่วมติดตามโครงการ EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS เพิ่มเติมได้ทาง TikTok ที่ hashtag #BridgestoneXBangkokUniversity #ValueoverPrice
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
โตโยต้าส่งมอบ NEW YARIS ATIV HEV ให้กับพรีเซนเตอร์คู่ “แอลลี่ – อชิรญา” และ “โฟร์ท – ณัฐวรรธน์”
แอลลี่ อชิรญา นิติพน และ โฟร์ท ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล พรีเซนเตอร์ NEW YARIS ATIV HEV “YOUR DAYS, ELEVATED…จังหวะที่ใช่ ในแบบเรา” เดินทางมารับรถที่ใช่ กับ NEW YARIS ATIV HEV รุ่น HEV GR SPORT พร้อมร่วมกิจกรรมทดลองขับ เพื่อทดสอบระบบความปลอดภัยแบบครบครัน กับ TOYOTA SAFETY SENSE โดยพรีเซนเตอร์ทั้งสองคนต่างเห็นตรงกันว่าเป็นรถที่ขับสนุกสุดๆ ทั้งนี้ทางโฟร์ทเลือกรถสีดำ ATTITUDE BLACK MICA และ แอลลี่เลือกรถสีแดง RED MICA METALLIC สะท้อนความเป็นตัวเอง โดนเด่น สปอร์ต เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ณ TOYOTA ALIVE
สำหรับ NEW YARIS ATIV HEV รุ่น HEV GR Sport ที่แอลลี่และโฟร์ทได้เลือกนั้น เป็นรถที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว ดูสปอร์ต กับดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมโลโก้ GR และชุดแต่ง GR-S ได้แก่ สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลังและสปอยเลอร์หลัง ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว หลังคาดำ พร้อมกระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ สำหรับภายในมากับเบาะหนังสังเคราะห์สีดำ พร้อมโลโก้ GR และเพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยช่วงล่างและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับจูนพิเศษ
ติดตามข่าวสารของพรีเซนเตอร์ทั้งสอง และร่วมกิจกรรมกับโตโยต้าได้ที่ช่องทาง Facebook : TOYOTA MOTOR THAILAND
สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถ NEW YARIS ATIV HEV แบบ แอลลี่ อชิรญา และ โฟร์ท ณัฐวรรธน์ พร้อมรับข้อเสนอที่ใช่ สามารถติดต่อที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ และศึกษาโปรโมชันเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.toyota.co.th/promotion/yarisativ_hev
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
“EV Station PluZ” ตอกย้ำบริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “ง่าย ทุกชาร์จไป” มุ่งหวังมอบประสบการณ์การใช้งานสะดวก และคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั่วไทยกว่า 1,200 แห่ง
EV Station PluZ เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์พลังงานทางเลือก ด้วยการยกระดับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้สอดรับการเติบโตของอุตสาหกรรม EV ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งมอบประสบการณ์ “ง่าย ทุกชาร์จไป” ตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดหมายปลายทาง สะท้อนวิสัยทัศน์ของ OR ที่ต้องการตอบโจทย์ผู้ใช้ EV ทั่วประเทศให้เข้าถึงบริการสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะคุณภาพได้อย่างมั่นใจ คล่องตัวในทุกสถานการณ์
ปัจจุบัน EV Station PluZ ขยายเครือข่ายครอบคลุมแล้วกว่า 1,200 แห่งทั่วไทย (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2568) ทั้งในสถานีบริการ PTT Station, LPG Auto Station และ NGV Station รวมถึงพื้นที่นอกสถานีบริการ อาทิ อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงแรม ร้านอาหาร และรีสอร์ต โดยมีระยะห่างเฉลี่ยระหว่างสถานีชาร์จไม่เกินกว่า 100 กิโลเมตร ครอบคลุมครบทุกจังหวัด เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจในการเดินทางระยะไกล ช่วงวันหยุดยาว หรือเทศกาลการเดินทางที่มีความหนาแน่น โดยมุ่งสู่เป้าหมายขยายหัวชาร์จ DC ให้ครบ 7,000 หัวชาร์จทั่วประเทศภายในปี 2030 จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการแล้วกว่า 2,500 หัวชาร์จ DC ทั้งในสถานีบริการและพื้นที่ศักยภาพต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ
คุณพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)(OR) เปิดเผยว่า OR เดินหน้าเสริมบทบาทสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ ให้ก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ สอดรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยบริการรูปแบบ Unmanned Station ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงในทุกจังหวะชีวิต ผสานศักยภาพของทำเลยุทธศาสตร์ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ภายใน PTT Station ที่ครบครันทั้งร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ อเมซอน และสิ่งอำนวยความสะดวก ทำให้ช่วงเวลารอชาร์จกลายเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ โดยส่งมอบประสบการณ์การใช้งานแบบ Seamless Journey ผ่านแอปพลิเคชัน EV Station PluZ ที่รองรับทั้ง Walk-in และการจองล่วงหน้า พร้อมโครงสร้างการใช้งานตั้งแต่ค้นหาสถานีชาร์จ จอง–ชาร์จ–จ่าย–สะสมแต้ม blueplus+ ได้ในแอปเดียว ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสัมผัสความง่าย ลื่น ไม่สะดุดในทุกขั้นตอน และหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้แบรนด์ครองใจผู้ใช้ทั่วประเทศ คือความใส่ใจในประสบการณ์ของผู้ใช้งานที่ OR พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกการเดินทางมั่นใจได้เสมอว่า “EV Station PluZ ชาร์จความมั่นใจ…ไปได้ทุกที่”
เพื่อตอบรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว OR ยังเร่งเปิดให้บริการ EV HUB ที่มีกำลังไฟสูงสุด
180 kW ต่อหัวชาร์จ และจัดให้มีอย่างน้อย 6 หัวชาร์จต่อแห่ง ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 10 แห่งบนเส้นทางหลักทั่วประเทศ ซึ่งช่วยยกระดับความเร็วและประสิทธิภาพการเดินทางของผู้ใช้ EV อย่างเห็นได้ชัด พร้อมแผนขยาย EV HUB เพิ่มอีก 9 แห่งภายในปี 2568 และอีก 5 แห่งจะเปิดให้บริการเพิ่มในต้นปี 2569 ครอบคลุมทำเลสำคัญทั้งเชียงใหม่ ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครสวรรค์ เพชรบุรี ภูเก็ต และกรุงเทพฯในปี 2569 ที่จะถึงนี้ OR เตรียมเปิดตัว EV HUB ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ อาคาร EnCo Terminal กรุงเทพฯ ด้วยกำลังไฟรวมถึง 940 kW ในเฟสแรก ซึ่งจะทำเป็นศูนย์กลางการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในย่านวิภาวดี–รังสิต กทม. รองรับผู้ใช้งาน EV ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเพิ่มความคล่องตัวให้การเดินทางในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานสูงอย่างแท้จริง ทั้งหมดนี้สะท้อนพันธกิจของ OR ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์และพลังงานทางเลือกควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อก้าวสู่สังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเดินหน้าอย่างมั่นคงสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2573
สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน EV Station PluZ ได้ทั้งบนระบบ iOS และ Android และยังสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพิ่มเติมต่าง ๆ ผ่านช่องทาง LINE Official Account: @evstationpluz และ Facebook Fanpage : EV Station PluZ
#EVStationPluZ #ชาร์จความมั่นใจไปได้ทุกที่
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
โตโยต้า มุ่งส่งเสริมความเป็นกลางทางคาร์บอน พาผู้ชนะเลิศ “โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า” ทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น ต่อยอดองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายสุวิทย์ ไชยประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัยผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำคณะครู เยาวชน และตัวแทนชุมชน ผู้ชนะการประกวดจากโครงการ “ชุมชนลดเปลี่ยนโลก” และ “นวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก” ปีที่ 2 เข้าร่วมกิจกรรมทัศนศึกษาเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านสิ่งแวดล้อม ณ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 – 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา
“โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า” เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมทั้งส่งเสริมให้สถานศึกษาได้นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่าน 2 โครงการย่อย ได้แก่
- โครงการชุมชนลดเปลี่ยนโลก มุ่งส่งเสริมให้ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันพัฒนากิจกรรม ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชนต้นแบบที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน โดยผู้ชนะเลิศ คือ “ชุมชนบ้านดอนยาวน้อย เทศบาลตำบลวังหิน จังหวัดนครราชสีมา” ซึ่งโครงการชุมชนบ้านดอนยาวน้อยร่วมใจ ช่วยแก้ไขสภาวะโลกเดือด เป็นการมุ่งเน้นการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เช่น กิจกรรมการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน และก่อสร้างระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับน้ำผิวดินและน้ำบาดาล เป็นต้น
- โครงการนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก ส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน คิดค้น ออกแบบ และพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยนาโนเทคโนโลยี เพื่อส่งเข้าประกวดในเวทีระดับประเทศ โดยโรงเรียนชนะเลิศ คือ “โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช” ซึ่งโครงการนวัตกรรมกังหันลมดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เสริมประสิทธิภาพด้วยเส้นใยไมซีเลียม หรือ ECOBINE มาจากเส้นใยไมซีเลียมผสมผสานกราฟีน ทำเป็นแผ่นกรองที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ โดยคาร์บอนไดออกไซด์ที่กักเก็บได้สามารถนำมาสร้างประโยชน์ได้อีกหลายด้าน ได้แก่ เชื้อเพลิง ปุ๋ย และอาหาร
ผู้ชนะเลิศจากทั้ง 2 โครงการ ได้รับโอกาสนำเสนอผลงานแก่ตัวแทนของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น พร้อมรับฟังการบรรยาย เพื่อเปิดประสบการณ์ด้านแนวคิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการจัดการพลังงานตามสถานที่สำคัญ ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลรักษา และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมนำมาพัฒนาต่อยอดการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของตนเองต่อไป
- Toyota Commemorative Museum และ Toyota Kaikan Museum เรียนรู้ประวัติ ความเป็นมา เทคโนโลยี นวัตกรรม และกระบวนการผลิตรถยนต์แบบโตโยต้า พร้อมเรียนรู้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา อย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมยานยนต์
- Atsuta Jingu shrine และ Okazaki City Fireflies school เรียนรู้และทำความเข้าใจวิถีชีวิตในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลและความหลากหลายทางชีวภาพ
- Tokyo Hydrogen Museum และ Miraikan ศึกษาความก้าวหน้าของพลังงานสะอาด เทคโนโลยีไฮโดรเจน และนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- Numagami Incineration Plant เรียนรู้ระบบจัดการขยะ การรีไซเคิล และกระบวนการกำจัดขยะ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปต่อยอดในชุมชน
- Shizuoka City Flood Control Museum Kawanabi และ Oshino Hakkai ศึกษาการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันน้ำท่วม และการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
โตโยต้ามุ่งหวังว่าโครงการ “ลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า” จะเป็นพลังสำคัญในการเปิดโอกาสให้ชุมชนและเยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านการพัฒนานวัตกรรมสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปลูกจิตสำนึกเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของโตโยต้า เพราะ “ทุกการกระทำคือพลังเปลี่ยนโลก” ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทย สู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
แรงสะเทือนกลางเมือง! อองตวน ปินโต จับมือ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และ Thonburi Phanich สร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์ในงาน FINAL PIT ON STAGE AT CENTRAL CHIDLOM PRESENTED BY THONBURI PHANICH
เมื่อ FINAL PIT ON STAGE AT CENTRAL CHIDLOM PRESENTED BY THONBURI PHANICH ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่เกินความคาดหมาย ภายใน Event Hall ชั้น 2 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ด้วยพลังของคนรักความเร็ว รถซูเปอร์คาร์ การโชว์ไฟ และเสียงเชียร์การแข่งขัน F1 รอบชิงชนะเลิศที่ดังสะท้อนทั้งฮอลล์เสมือนยกบรรยากาศของสนามแข่งมาไว้ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม จนสร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์ให้วงการ Motorsport Lifestyle ของไทยอย่างแท้จริง อีเวนท์ครั้งนี้นำโดย อองตวน ปินโต นักกีฬามวยไทยระดับโลกและผู้ก่อตั้ง UPR Vision Entertainment ผู้ผลักดันให้รายการ Final Pit กลายเป็นไวรัลล์กระแสหลักของคอมมูนิตี้มอเตอร์สปอร์ตไทยในปีที่ผ่านมา พร้อมการสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบจากสองยักษ์ใหญ่ในการร่วมสร้างปรากฏการณ์อย่าง ห้างเซ็นทรัลชิดลม ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางกรุง และ Thonburi Phanich ผู้แทนจำหน่าย Mercedes-Benz มาตรฐานสูงสุดของประเทศไทย นี่คือครั้งแรกที่ทั้งสามผู้นำกลุ่มธุรกิจได้รวมตัวกันเพื่อสร้างอีเวนท์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในไทย
คืนที่กรุงเทพฯ สว่างด้วยพลังของ Motorsport Lifestyle แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ทันทีที่ Event Hall เปิด แสง สี และเสียงเครื่องยนต์จากซูเปอร์คาร์หลายคันทำให้แขกทุกคนหยุดหายใจไปชั่วขณะ ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คนจากหลากวงการ ทั้งนักกีฬา คนดัง อินฟลูเอนเซอร์ ผู้บริหารระดับสูง และกลุ่มเจ้าของรถซูเปอร์คาร์ ชั้นนำของประเทศ ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งความเร็วและแรงบันดาลใจ พร้อมเพลิดเพลินกับไฮไลต์มากมายในงาน ได้แก่
- Fanatec Simulator Experience เปิดตัวครั้งแรกในไทย! แขกผู้ร่วมงานได้ทดลองขับซิมมูเลเตอร์ระดับโลกจากFanatec ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสนามแข่งจริง แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอีเวนท์ไทย
- Supercar parade ขับรถขึ้นห้าง รวมรถระดับตำนานของแขกที่มาร่วมงานจาก Mercedes-Benz, Ferrari, Maserati, Lamborghini, McLaren ถูกจัดแสดงอย่างงดงามทั่วลานจอดรถชั้น 2 ของห้างเซ็นทรัลชิดลม ทำให้บรรยากาศของงานคึกครื้น ตื่นเต้น เร้าใจเป็นอย่างมากสำหรับสายมอเตอร์สปอร์ต
- Final Pit on stage by Antoine Pinto โมเมนต์ที่ทุกคนรอคอย อองตวนขึ้นเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือ สร้างพลังร่วมให้ทั้งฮอลล์ด้วยเรื่องราวแรงบันดาลใจของนักขับระดับโลก เส้นทางชีวิตการเดินทางของการแข่งขัน และความเชื่อที่ว่า “ความเร็ว ความมุ่งมั่น และความสนุก… คือภาษากลางของทุกคน”
- Luxury Lifestyle Showcaseสัมผัสความหรูหราเหนือระดับและความสนุกเอ็กซ์คลูซีฟจากพันธมิตรแบรนด์ลักชัวรีไลฟ์สไตล์ชั้นนำ อาทิ เบนซ์ ธนบุรีพานิช, Chivas, TAG Heuer, Red Bull, Fanatec, Tempered และแบรนด์ไลฟ์สไตล์อีกหลายรายที่ร่วมทำกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ Event Hall, ชั้น 2 ห้างเซ็นทรัลชิดลม
- The Grand Finale Highlight Screening ผู้ร่วมงานกว่า 500 คนชมช่วงไฮไลต์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตปลายฤดูกาลจากต่างประเทศในบรรยากาศสนามแข่งแบบ Immersive เกิดเป็นความเร้าใจที่สะท้อนทั้งในสายตาและเสียงเชียร์
สองค่ายใหญ่ร่วมขับเคลื่อนและยกระดับ Motorsport Lifestyle ไทยเตรียมรับThailand Grand Prix 2028 ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า
ห้างเซ็นทรัลชิดลม “The Store of Bangkok” ห้างแห่งแรงบันดาลใจในทุกช่วงเวลาของชีวิต ที่โดดเด่นเรื่องการคัดสรรประสบการณ์ที่ดีที่สุดมาโดยตลอด ได้ร่วมยกระดับประสบการณ์ของคอมมูนิตี้คนรักความเร็ว ให้ได้สัมผัสไลฟ์สไตล์ระดับโลกแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม สะท้อนจุดยืนของห้างที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำวงการรีเทลไทย แต่ยังตั้งใจส่งมอบแรงบันดาลใจให้ลูกค้าทุกคนสมกับที่เป็น The Store of Community ในค่ำคืนสุดพิเศษนี้จึงถือโอกาสร่วมพาผู้ที่มีนิยามความสุข แพสชั่น และไลฟ์สไตล์ที่ตรงกัน อย่างผู้ที่รักความเร็ว และ ผู้ที่ให้ความสำคัญในบาลานซ์ของการใช้ชีวิตและการทำงานที่ลงตัวมาใช้เวลาในค่ำคืนที่น่าจดจำไปด้วยกัน ห้างเซ็นทรัลชิดลมยังร่วมสนับสนุน Sport & Lifestyle ยุคใหม่ของประเทศ ด้วยการผนึกกำลังกับ UPR Vision Entertainment เนรมิตพื้นที่ Event Hall ชั้น 2 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ เสมือนยกบรรยากาศของสนามแข่งมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ และยังได้ร่วมสนับสนุนพื้นที่สื่อใจกลางเมืองเพื่อรองรับอีเวนท์ครั้งนี้ อาทิ Façade รอบอาคารห้างเซ็นทรัลชิดลม, City Vision ไปจนถึงสื่อภายในห้างเซ็นทรัลชิดลมและห้างเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิล์ด สองห้างสรรพสินค้าชั้นนำในใจของคนไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกันนี้ห้างเซ็นทรัลได้มอบสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมงานให้กับลูกค้า Cenfinity คนสำคัญและสมาชิก The1 ได้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่ไปด้วยกัน
คุณรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวด้วยว่า “รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทย และร่วมสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้าห้างเซ็นทรัล โดยงานนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราได้เห็นลูกค้าห้างเซ็นทรัล และคนรักกีฬาสายนี้มารวมตัวกัน ท่ามกลางความสนุกและตื่นเต้น เหมือนยกบรรยากาศของสนามแข่งมาไว้ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม“
ขณะที่ Thonburi Phanich ผู้แทนจำหน่าย Mercedes-Benz ที่มีประวัติยาวนานกว่า 8 ทศวรรษ ยืนยันบทบาทใหม่ในฐานะผู้ผลักดัน Motorsport Lifestyle ผ่านการสนับสนุนอีเวนท์เรือธงอย่าง FINAL PIT ON STAGE AT CENTRAL CHIDLOM PRESENTED BY THONBURI PHANICH นี่เอง
งาน FINAL PIT ON STAGE AT CENTRAL CHIDLOM PRESENTED BY THONBURI PHANICH นับเป็นก้าวสำคัญที่จะปูทางสู่ความสำเร็จของมหกรรมใหญ่อย่าง Thailand Grand Prix 2028 มหกรรมระดับโลกที่ได้รับการจับตามองจากนักท่องเที่ยว และแฟนความเร็วทั่วประเทศซึ่งถูกคาดการณ์ว่า Thailand Grand Prix 2028 ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีส่วนผลักดันเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยกระแส Formula One ที่ได้รับความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง และยังคงขยายตัวอย่างก้าวกระโดดทั้งในไทยและทั่วโลก โดยมีการขยายตัวของกลุ่มแฟนใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกช่วงวัย ทั้งวัยรุ่น คนทำงาน ไปจนถึงกลุ่มผู้หญิง และผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ทำให้แวดวงกีฬายานยนต์กลายเป็นหนึ่งในคอมมูนิตี้ที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อองตวน ปินโต เผย: “นี่ไม่ใช่จุดจบของงาน… แต่มันคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น”
อองตวนกล่าวบนเวทีว่า
“วันนี้ผมไม่ได้ตั้งใจจัดงานเพียงหนึ่งคืน แต่ผมตั้งใจจุดประกายคอมมูนิตี้มอเตอร์สปอร์ตของไทยให้แข็งแรงขึ้น
ปีหน้าเราจะจัดอีกหลายครั้ง และจะพาแฟนมอเตอร์สปอร์ตไทยไปไกลกว่าที่ทุกคนคิด” เสียงตอบรับจากผู้ร่วมงานทั้งฮอลล์ทำให้ชัดเจนว่า FINAL PIT ON STAGE AT CENTRAL CHIDLOM PRESENTED BY THONBURI PHANICH ไม่เพียงเป็นอีเวนท์ แต่เป็น จุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมความเร็วรูปแบบใหม่ในประเทศไทยUPR Vision Entertainment พลังใหม่ที่ยกระดับอีเวนท์ไทย
UPR Vision ผู้ก่อตั้งโดยอองตวน ปินโต และ มน แอลรียาส์ สิงหอานนท์ คือบริษัทครีเอทีฟด้าน Sport × Lifestyle ที่โตเร็วที่สุดเบื้องหลังความสำเร็จของคอนเทนต์ยอดนิยม เช่น Final Pit, UPR Vision Sport, Muay Thai Documentary, Sport Iconic Podcast, รวมถึงการได้ร่วมงานกับ ONE Championship, RWS Rajadamnern และแบรนด์ระดับโลกจำนวนมากงาน FINAL PIT ON STAGE AT CENTRAL CHIDLOM PRESENTED BY THONBURI PHANICH 2025 คือการประกาศจุดยืนว่า วงการ Motorsport Lifestyle ของไทย… เริ่มต้นขึ้นแล้วจริง ๆ และประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพงานระดับนานาชาติในอนาคตอย่ากระพริบตา! Final Pit ยังมีอีกหลายงานในปี 2026
หลังเสียงปรบมือสุดท้ายในค่ำคืนนี้ UPR Vision ยืนยันว่า ปีหน้าแฟน ๆ เตรียมพบกับ Final Pit Events อีกหลายรูปแบบ ทั้งงานกลางแจ้ง, Immersive Experience, Motorsport Café Pop-up และคอนเทนต์ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า
นี่คือเพียง “บทแรก” ของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในไทยสรุปคือ… FINAL PIT ON STAGE AT CENTRAL CHIDLOM PRESENTED BY THONBURI PHANICH ไม่ได้เป็นแค่อีเวนท์ แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่ประกาศให้รู้ว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับ Motorsport Lifestyle อย่างแท้จริง
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
FB / IG / YouTube: Antoine Pinto Official, UPRVisionติดตามกิจกรรมสุดพิเศษและงานเอ็กซ์คลูซีฟของห้างเซ็นทรัลชิดลมได้ที่ Facebook Page: Central Chidlom หรือ Instagram: Central Chidlom
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GEELY ขอบคุณทุกความไว้วางใจ ฉลอง GEELY EX2 กวาดยอดจอง 4,016 คัน ขยายเวลาโปรโมชันราคาพิเศษถึงสิ้นปี
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ หลัง GEELY EX2 ทำยอดจองทั่วประเทศ 4,016 คัน ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 พร้อมเดินหน้าตอบแทนความไว้วางใจจากลูกค้า ด้วยการขยายเวลาแคมเปญราคาพิเศษจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับ GEELY EX2 รุ่น PRO ในราคา 399,990 บาท และรุ่น MAX ในราคา 429,990 บาท รวมถึง GEELY EX5 รุ่น MAX ในราคา 849,000 บาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานระดับโลก พร้อมการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่เหนือระดับให้กับทุกคน
ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 นี้ GEELY ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่อีกครั้ง โดยสามารถทำยอดจองรวมทั่วประเทศได้ถึง 4,831 คัน เป็น GEELY EX2 4,016 คัน และ GEELY EX5 815 คัน ด้วยการสนับสนุนและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ธนบุรีนอยสเติน จึงร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น เพื่อมอบของขวัญปีใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยการขยายระยะเวลาโปรโมชันราคาพิเศษ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ดังนี้
- GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 399,990 บาท
- GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 429,990 บาท
พร้อมรับสิทธิพิเศษ ภายใต้ Basic Package ได้แก่
- ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี Portable Charger
- ฟรี พรมปูพื้น
- GEELY EX5 รุ่น MAX ราคาพิเศษ 849,000 บาท หรือ เลือกรับข้อเสนอช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน เมื่อซื้อราคาปกติ 899,000 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษ ได้แก่
- ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี Portable Charger
- ฟรี Wall Charger พร้อมบริการติดตั้งสายไฟยาว 10 เมตร
- ฟรี ค่าจดทะเบียน และพรมปูพื้น
สำหรับลูกค้าที่จองรถ GEELY EX2 ในแคมเปญราคาพิเศษนี้ จะต้องรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรักษาสิทธิ์ตามโปรโมชัน โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป บริษัทขอยืนยันราคาจำหน่ายของ GEELY EX2 ดังนี้
- GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 429,990 บาท
- GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 459,990 บาท
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การต้อนรับ GEELY EX2 อย่างอบอุ่น ความไว้วางใจของทุกท่านคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เราสร้างยอดจองได้ถึง 4,016 คัน ในช่วงระหว่างงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป นี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของแบรนด์ แต่เป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เรามั่นใจว่า GEELY EX2 ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้น จะสร้างมาตรฐานใหม่ของซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ที่จะมอบความสุข ความสะดวกสบาย และประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างอย่างแท้จริง และขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ครอบครัว GEELY ประเทศไทย”
ธนบุรีนอยสเติน ยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น อย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการส่งมอบรถ GEELY EX2 เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด โดยจะทยอยส่งมอบให้ลูกค้าที่จองครบ 2,000 สิทธิ์แรก และพร้อมรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ก่อน ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของบริษัทในการมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่เหนือระดับและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทุกท่าน ผ่านแผนการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 40 แห่งภายในปีนี้ และเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 พร้อมพัฒนาโครงสร้างการดูแลลูกค้าหลังการขายอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ตามมาตรฐานการบริการระดับพรีเมียมของกลุ่มธนบุรี จากประสบการณ์กว่า 85 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine



































































































































































