Lamborghini Revuelto SV – ขั้นสุดแห่งสมรรถนะการขับขี่ ลัมโบร์กินีเปิดตัวทายาทรุ่นล่าสุดแห่งตำนานตระกูล SV สร้างนิยามใหม่แห่งการขับขี่ที่เต็มเปี่ยมทุกอารมณ์ กับขุมพลังไฮบริด V12 1,065 แรงม้า

ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี (Automobili Lamborghini) เปิดตัว “Revuelto SV[1]” สุดยอดยนตรกรรม V12 Super Veloce รุ่นล่าสุดของสายพันธุ์แห่งความเร็ว ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 55 ปีก่อนด้วยรุ่นแรกอย่าง Miura SV

รหัส “SV” สำหรับลัมโบร์กินี ย่อมาจาก Super Veloce ซึ่งหมายถึงรถยนต์สมรรถนะขั้นสูงสุด ซึ่งผสานพละกำลังที่เหนือชั้น นวัตกรรมโครงสร้างน้ำหนักเบา ระบบอากาศพลศาสตร์ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหมาะสมที่สุด และการประกอบโครงแชสซีที่แม่นยำ เพื่อมอบสุดยอดสมรรถนะ การขับขี่ที่เร้าใจ และความหลงใหลที่ดื่มด่ำยิ่งกว่าเดิม ซึ่งจะสัมผัสได้ใน Lamborghini Revuelto SV รุ่นใหม่นี้

การเปิดตัว Revuelto SV ทำให้ลัมโบร์กินีก้าวสู่บทใหม่แห่งสายพันธุ์ Super Veloce ในตำนาน โดยรถยนต์ซีรีส์นี้จะผลิตจำกัดเพียง 1,963 คัน เพื่อเป็นการรำลึกถึงปีที่ก่อตั้งออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี และ Revuelto SV สงวนไว้สำหรับลูกค้าและนักสะสมที่หลงใหลและยึดมั่นต่อแบรนด์มากที่สุด พร้อมนำเสนอวิวัฒนาการด้านสมรรถนะยานยนต์ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยผสานประสิทธิภาพของขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด V12 เข้ากับดีเอ็นเอด้านความเร็วอันไร้ขีดจำกัด เพื่อมอบประสบการณ์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่เหนือล้ำและแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “Revuelto SV ยกระดับศักยภาพของรถยนต์ตระกูล Revuelto ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ต่อยอดจากรถยนต์ที่เคยสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านสมรรถนะและความแม่นยำในการขับขี่ ทุกองค์ประกอบถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์หลังพวงมาลัยอันเข้มข้น ตรงไปตรงมา และเร้าใจยิ่งกว่าเดิม รวมถึงความมีเอกลักษณ์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ความสมบูรณ์แบบทางวิศวกรรม และความสุขอย่างแท้จริงในการขับขี่ ล้วนถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มเปี่ยมในรถยนต์รุ่นนี้ และนี่คือดีเอ็นเอของลัมโบร์กินีในรูปแบบที่ชัดเจนที่สุด กับซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้น เพื่อก้าวข้ามทุกขีดจำกัดและมอบอารมณ์ความรู้สึกโดยไร้ซึ่งข้อจำกัดใดๆ”

Revuelto SV[2] พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Revuelto ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์เครื่องไฮบริด V12 รุ่นแรกของแบรนด์ที่ให้กำลังเครื่องกว่า 1,000 แรงม้า โดยรุ่น SV นี้ได้ปรับแต่งทุกรายละเอียดใหม่ให้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่ระบบอากาศพลศาสตร์ไปจนถึงระบบส่งกำลัง จนได้กำลังเครื่องสูงสุดถึง 1,065 แรงม้า (783 กิโลวัตต์) และแรงบิดรวมของระบบที่สูงสุดในคลาสที่ 1,425 นิวตันเมตร พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.7 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 345 กม./ชม. ทำให้ Revuelto SV เป็นรถลัมโบร์กินีรุ่นผลิตจริงที่ทรงพลังและเร็วที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาของโรงงานซัง’อกาตา โบโลนเญส

ตัวเลขสมรรถนะขั้นสุดเหล่านี้ให้กำเนิดสิ่งที่ลัมโบร์กินีนิยามว่า “The Quantum of Driving” (ขั้นสุดแห่งสมรรถนะการขับขี่) ถือเป็นการพลิกโฉมประสบการณ์ขับขี่ เมื่อสมรรถนะไม่ได้ค่อย ๆ ไต่ระดับอย่างต่อเนื่องอีกต่อไป แต่เปลี่ยนรูปไปสู่สิ่งใหม่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งคำว่า “Quantum” สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของสถานะแบบฉับพลันนี้ และเป็นวินาทีที่การขับขี่ได้ก้าวเข้าสู่รูปแบบที่บริสุทธิ์ขั้นสูงสุด

รถยนต์สมรรถนะระดับสูงสุดรุ่นนี้ ยังมาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นกว่าเดิม ระบบอากาศพลศาสตร์ที่ถูกพัฒนาเพื่อเพิ่มแรงกดให้มากขึ้น ช่วงล่างที่พัฒนาขึ้นใหม่พร้อมแดมเปอร์แบบ passive ที่ปรับตั้งได้ซึ่งนำแรงบันดาลใจมาจากสนามแข่ง รวมถึงระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกแบบ CCM-R Plus รุ่นใหม่ และยาง Bridgestone Potenza Race R ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ

นับเป็นครั้งแรกที่ลัมโบร์กินีนำเสนอโหมดการขับขี่ “Pilota” บน Revuelto SV เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งที่เร้าใจและสามารถปรับแต่งได้มากขึ้น และเพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญานี้ ห้องโดยสารจึงถ่ายทอดแนวคิด “Feel Like a Pilot” ของลัมโบร์กินีในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับและตัวรถให้เป็นหนึ่งเดียว

ภารกิจของ Revuelto SV คือการปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งขันด้วยขุมพลัง V12 ในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด เพื่อเปลี่ยนพละกำลังขั้นสุดให้เป็นสภาวะการเชื่อมโยงอันแนบแน่นด้วยสัญชาตญาณระหว่างมนุษย์กับรถยนต์

“ด้วยนวัตกรรมอากาศพลศาสตร์แบบใหม่ ระบบควบคุมพลศาสตร์รถยนต์ที่ล้ำสมัย และเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต ทั้งระบบช่วงล่าง เบรก และยาง ผนวกกับกำลังเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น ทำให้ Revuelto SV มอบความแม่นยำและความเร้าใจในแบบสปอร์ตเหนือกว่ารุ่น Revuelto และส่งให้ Revuelto SV เป็นสุดยอดซูเปอร์สปอร์ตคาร์สำหรับบรรดานักขับ ผู้ให้ความสำคัญกับสมรรถนะอย่างแท้จริง” มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ กล่าวเสริม

ด้วยเวลาต่อรอบเพียง 1:41.6 นาที ที่สร้างสถิติโดยมาร์โก มาเปลลี นักขับจากโรงงานของลัมโบร์กินี ทำให้ Revuelto SV กลายเป็นรถยนต์รุ่นผลิตจริงที่เร็วที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ ณ สนามฮอกเคนไฮม์ (Hockenheimring) โดยเป็นหนึ่งในสนามมาตรฐานสำหรับการทดสอบสมรรถนะที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของโลก สนามแข่งในเยอรมันแห่งนี้จึงเป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบในการพิสูจน์ขีดความสามารถด้านพลศาสตร์อันโดดเด่นของ Revuelto SV

ดีไซน์ที่เฉียบคมขึ้น

Revuelto SV สะท้อนปรัชญาอันเป็นแก่นแท้ของลัมโบร์กินี ที่ดีไซน์และสมรรถนะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างอย่างลงตัว รถยนต์รุ่นนี้คือการนำเสนอภาพลักษณ์อันไร้ข้อจำกัดทั้งในด้านสมรรถนะ ดีไซน์ และวิศวกรรมโครงสร้างน้ำหนักเบา โดยผสานระบบอากาศพลศาสตร์อย่างชาญฉลาดเข้ากับสมรรถนะขั้นสูงสุด นับตั้งแต่เส้นสายเพรียวลมด้านข้างสไตล์ “Speedshape” ไปจนถึงดีไซน์ “Omega” แนวตั้งด้านหน้าที่ช่วยขยายความกว้างของตัวรถและมอบความโดดเด่นสะดุดตาได้ในทันที ส่งให้ด้านหน้าดูเปี่ยมพลังแบบไดนามิก เสริมด้วยดิฟฟิวเซอร์ที่ตกแต่งด้วยเส้นสีแดงและปีกหลังที่ทำหน้าที่ในการมอบสมดุลด้านอากาศพลศาสตร์อย่างลงตัว จึงมั่นใจได้ว่ารถยนต์จะมอบแรงกดสูงสุดเสมอ

 

“Revuelto SV คือวิวัฒนาการขั้นต่อไปตามปรัชญา V12 HPEV ของลัมโบร์กินี เพื่อยกระดับคาแรกเตอร์อันเร้าใจและสมรรถนะขั้นสุดของตระกูล Revuelto ให้สูงขึ้นไปอีก” มร.มิตจา บอร์เกิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าว “ทุกองค์ประกอบของรถยนต์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาบนแนวทางที่มุ่งเน้นสมรรถนะอย่างชัดเจน ผสานประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ วัสดุน้ำหนักเบา และคาแรกเตอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต พร้อมกับรักษาความบริสุทธิ์ของงานดีไซน์ในแบบฉบับดั้งเดิม โดยออกแบบส่วนหน้าด้วย ลวดลาย Super Veloce แบบใหม่และใช้คาร์บอนไฟเบอร์เปลือยอย่างครอบคลุม เพื่อเน้นให้เห็นทั้งความกว้างของตัวรถ รูปทรงที่แม่นยำ และความโดดเด่นอันน่าตื่นตา ในขณะที่รายละเอียดอย่างล้อแบบล็อกกลางรุ่นใหม่และลายกราฟิกทรงหกเหลี่ยม ยังสื่อถึงทั้งความล้ำสมัยทางเทคนิคและดีเอ็นเอด้านการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของลัมโบร์กินี ผลลัพธ์ที่ได้คือรถยนต์ Revuelto ที่ให้ความรู้สึกเฉียบคม มุ่งมั่น และเร้าใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้ขับ ทั้งในเชิงภาพลักษณ์และด้านพลศาสตร์”

 

ในขณะเดียวกัน งานสีแบบพิเศษยังเพิ่มทางเลือกในการปรับแต่งรถยนต์อย่างไร้ขีดจำกัด ผสานทุกมุมมองทั้งด้านหน้าและด้านข้างให้เป็นรูปลักษณ์อันโดดเด่นทั้งในแง่ของงานออกแบบและสมรรถนะรถยนต์ รถรุ่นนี้ผสานทั้งเทคโนโลยี ดีไซน์ และประสบการณ์ในสนามแข่งขันเข้ากันอย่างกลมกลืน ทั้งการใช้สีดำมาเป็นลูกเล่นในการตกแต่ง ปีกหลังแบบติดถาวรที่มีฟังก์ชันเฉพาะด้าน การเติมสีสันที่สะดุดตา และโลโก้ SV ที่ออกแบบใหม่บริเวณด้านข้างและด้านหลัง ล้วนเน้นย้ำความเอ็กซ์คลูซีฟของรถยนต์รุ่นนี้ เส้นสายด้านข้างถูกขับเน้นอย่างสมบูรณ์แบบด้วยล้อแบบน็อตล็อกกลางดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง พร้อมโครงสร้างทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์บริเวณด้านใน โดยนอกจากสี Shiny Silver ลูกค้ายังสามารถเลือกแบบตัวอักษร Lamborghini ที่เป็นไอคอนิกบริเวณด้านหลังทั้งในเฉดสี Shiny Black, Matt Black หรือ Matt Bronze ได้

 

ห้องโดยสารแนวสปอร์ตที่โฉบเฉี่ยวขึ้นตามปรัชญา “Feel-like-pilot”

ห้องโดยสารของ Revuelto SV ใหม่สามารถถ่ายทอดปรัชญา “Feel-like-pilot” ในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด ไม่เพียงแต่แผงหน้าปัดที่เพรียวบางและการให้ความสำคัญกับผู้ขับมากที่สุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพวงมาลัยสไตล์ลัมโบร์กินีเจเนอเรชันล่าสุด พร้อมรูปแบบการวางตำแหน่งปุ่มควบคุมที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง

การใช้โครงสร้างห้องโดยสารน้ำหนักเบา แผงประตูคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาพิเศษ และเบาะนั่งแบบเดียวกับรถแข่งที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้ Revuelto SV สะท้อนถึงดีเอ็นเอของสนามแข่งขันได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับชุดตกแต่งแบบมาตรฐาน Revuelto SV จะมาพร้อมเบาะ Sport Seats โครงสร้างเปลือกคาร์บอนที่ผสานภาพลักษณ์เบาะรถแข่งเข้ากับความสะดวกในการใช้งานและความสามารถในการปรับระดับได้มากขึ้น พร้อมออปชันเบาะ Race Seats โครงสร้างโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์ ที่มอบประสบการณ์แบบมอเตอร์สปอร์ตอันไร้ขีดจำกัดได้มากกว่าเดิม ซึ่งนอกจากได้น้ำหนักเบาะที่เบาลงแล้ว ยังช่วยโอบรับสรีระด้านข้างได้มากที่สุดในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ การเลือกใช้วัสดุของรถรุ่นนี้ยังสร้างมาตรฐานใหม่ในอีกหลายด้าน ด้วยการใช้คาร์บอนไฟเบอร์มากกว่า Revuelto ทุกรุ่นที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากออปชันวัสดุหนัง Nero Ade ลูกค้ายังสามารถเลือกหนังประเภทอื่น ๆ พร้อมเฉดสีหนังที่สวยงามตัดกันได้มากถึง 12 เฉดสี เพื่อขับเน้นคาแรกเตอร์แนวสปอร์ตของห้องโดยสารให้สวยงามเด่นชัดยิ่งขึ้น โดยเลือกได้ทั้งในส่วนเบาะนั่ง คอนโซลกลาง พรมปูพื้น และแผงหน้าปัด

ห้องโดยสารสไตล์มินิมอลยังสามารถผสานเข้ากับลายกราฟิกและแอนิเมชันเฉพาะรุ่น Revuelto SV ที่ใช้ในการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งานได้อย่างกลมกลืน โดยทันทีที่ประตูเปิดออก แอนิเมชันสไตล์ Revuelto SV อันเร้าใจบนหน้าจอจะเปิดต้อนรับผู้โดยสารทันที พร้อมตื่นตาไปกับโทนสีและวัสดุพิเศษเฉพาะรุ่น เพื่อเติมเต็มบรรยากาศของห้องโดยสารที่เหนือระดับอย่างสมบูรณ์ Revuelto SV ยังมาพร้อมปุ่มเลือกโหมด Pilota สีแดงแบบใหม่บริเวณด้านขวาของพวงมาลัย ใช้เพื่อเปิดการตั้งค่าระบบควบคุมการยึดเกาะถนนที่แตกต่างกัน ส่วนก้านปรับโหมด ANIMA (Adaptive Network Intelligence Management) สำหรับควบคุมระบบพลศาสตร์การขับขี่ส่วนกลางที่แฟน ๆ ลัมโบร์กินีคุ้นเคย ก็มาในเฉดสีแดงเช่นกัน

 

เทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์รุ่นพัฒนาใหม่

เหล่าวิศวกรและนักออกแบบของบริษัทฯ ได้ปรับปรุงเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ของ Revuelto SV ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อการสร้างแรงกดที่มากขึ้น การควบคุมที่แม่นยำขึ้น และสมรรถนะด้านเวลาต่อรอบที่ดีขึ้นในการขับขี่บนสนามแข่ง

สปลิตเตอร์ด้านหน้าและใต้ท้องรถผ่านการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อมอบสมรรถนะขั้นสูงสุด ครีบมุมด้านบนกันชนหน้าช่วยปิดผนึกบริเวณซุ้มล้อได้ดีขึ้นและนำกระแสอากาศให้ไหลไปยังชุดระบายความร้อนด้านข้างได้โดยตรง ช่วยเสริมแรงของอากาศที่ไหลเข้าและทำให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทั้งยังเสริมสมรรถนะการขับขี่ให้เหมาะสมแม้ในสภาวะอันดุเดือด การปรับสมดุลอากาศพลศาสตร์ในส่วนหน้ายังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถบนสนามแข่งและลดเวลาต่อรอบอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่การระบายความร้อนของเบรกซึ่งปรับให้ดีขึ้นถึง 12% ก็ช่วยให้การเบรกมีประสิทธิภาพสูงสุดยู่เสมอ แม้ในการขับขี่ที่ทรหดขั้นสุด

ปีกหลังของ Revuelto SV ผสานเทคโนโลยีและประสิทธิภาพของสนามแข่งเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ดีไซน์ปีกคู่ที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตบริเวณปลายด้านข้าง ช่วยสร้างแรงกดและการระบายความร้อนในระดับสูงสุด ในขณะที่ความลาดต่ำของส่วนกลางช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ และในส่วนท้ายของ Revuelto SV ติดตั้งครีบ Gurney flap ที่ทำให้ระบบอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อนทำงานได้อย่างเหมาะสมที่สุด โดยช่วยเพิ่มแรงกดบนฝากระโปรงหลังและเพิ่มแรงดูดอากาศบริเวณช่องระบายของหม้อน้ำ จึงเพิ่มประสิทธิภาพด้านอุณหภูมิและทำให้เกิดการระบายความร้อนที่ต่อเนื่องแม้ในการแข่งขันที่ดุเดือด ช่องระบายความร้อนใหม่ของเบรกหลัง บวกกับการออกแบบพื้นใต้ท้องรถอันซับซ้อนของ Revuelto SV ก็มีส่วนทำให้จานเบรกสามารถระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

ผลลัพธ์คือ Revuelto SV สามารถสร้างแรงกดรวมได้มากกว่ารุ่น Revuelto ถึง 80% และมากกว่ารุ่น Aventador SVJ ถึง 10% ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพอัตราส่วนแรงกดต่อแรงต้านอีก 60% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Revuelto การออกแบบนี้การีนตีประสิทธิภาพทั้งการเร่งความเร็วที่ดีขึ้น การยึดเกาะที่เพิ่มขึ้น และเสถียรภาพระดับสูงสุดเมื่อขับด้วยความเร็วสูง ตลอดจนสมดุลอันไร้คู่แข่งทั้งในสนามแข่งและการขับขี่บนถนนทั่วไป

 

ระบบขับเคลื่อนยานยนต์

สำหรับ Revuelto SV ลัมโบร์กินีได้สร้างสรรค์เครื่องจักรเพื่อการขับขี่ด้วยนิยามอันบริสุทธิ์ที่สุด ระบบขับเคลื่อนผสานองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ให้กำลังจำเพาะสูง ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบไร้ระบบอัดอากาศ ทำงานประสานกับมอเตอร์ Axial Flux ด้านหน้า 2 ตัวซึ่งมอบอัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังเครื่องที่ดีเยี่ยม พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Radial Flux ที่ติดตั้งเหนือเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีดซึ่งวางแบบแนวขวางด้านหลังเครื่องยนต์ V12 ของลัมโบร์กินี

สถาปัตยกรรมรถยนต์รูปแบบนี้ช่วยให้การกระจายแรงบิดเกิดขึ้นได้เร็วมากและเป็นการกระจายแรงบิดด้วยระบบไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์ มอบการยึดเกาะที่เหนียวแน่น ความแม่นยำในการเข้าโค้งที่เพิ่มขึ้น และความคล่องตัวที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาวะการขับขี่ ด้วยการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าแบบแอกทีฟ ระบบจึงมีการตอบสนองขณะเข้าโค้งที่ดีขึ้น พร้อมเพิ่มการยึดเกาะสูงสุดขณะออกจากโค้ง และทำให้ Revuelto มอบสัมผัสของซูเปอร์สปอร์ตคาร์น้ำหนักเบาและมีความแม่นยำมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการขับบนท้องถนนและในสนามแข่ง

เครื่องยนต์ V12 ให้กำลัง 825 แรงม้าที่ 9,250 รอบ/นาที และทำรอบเครื่องยนต์สูงสุดถึง 9,500 รอบ/นาทีเมื่อทำงานเชิงเทคนิคผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 3 ตัวและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสมรรถนะสูงขนาด 7.3 kWh ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ซึ่งให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ ช่วยเพิ่มกำลังรวมสูงสุดสู่ระดับ 1,065 แรงม้าอย่างน่าประทับใจ โดยมากกว่ารุ่น Revuelto ถึง 50 แรงม้า

Revuelto SV มอบอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักอันน่าทึ่งที่ 1.66 กก./แรงม้า ระบบแบตเตอรี่ที่พัฒนาขึ้นใหม่ยังช่วยรักษาระดับของสมรรถนะให้สม่ำเสมอกว่ารุ่น Revuelto ถึง 4 เท่า โดยให้กำลังเครื่องที่ต่อเนื่องและทำงานได้สม่ำเสมอแม้ขับขี่ในสนามแข่งอันดุเดือด สิ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กันคือแรงบิดรวมของระบบสูงสุดที่ 1,425 นิวตันเมตร ซึ่งสูงสุดในรถยนต์คลาสเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการตอบสนองและการเร่งความเร็วอันเหนือชั้นของรถยนต์รุ่นนี้

การผสานเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V12 เข้ากับประสิทธิภาพในการทำรอบเครื่องยนต์ที่สูงมากและระบบไฮบริดอันล้ำสมัย ทำให้ Revuelto SV มีอัตราเร่งอันน่าตื่นเต้นจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และจาก 0-200 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.7 วินาทีเท่านั้น ทั้งยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 345 กม./ชม. โดยไอเสียร้อนจะถูกระบายออกผ่านระบบท่อไอเสียแนวสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ปรับจูนมาโดยเฉพาะให้เหมาะกับกำลังเครื่องของรถยนต์รุ่นนี้ นำเสนอปลายท่อไอเสียคู่ในโทนสีเทาด้าน พร้อมทั้งนำเสนอออปชันการตกแต่งปลายท่อไอเสียทั้งในเฉดสีดำด้านและสีบรอนซ์ด้านอันหรูหราให้เป็นพิเศษ

 

มร.อเลสซานโดร ฟาร์เมสกี ผู้อำนวยการสายผลิตภัณฑ์ Revuelto แห่งออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “สำหรับ Revuelto SV เป้าหมายของเราคือการมอบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับกับรถยนต์อย่างตรงไปตรงมา ให้สัมผัสได้ถึงแรงบันดาลใจจากสนามแข่งขัน และเปี่ยมอารมณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ระบบอากาศพลศาสตร์ที่พัฒนาให้เพิ่มแรงกดและยกระดับเสถียรภาพที่ความเร็วสูง ช่วงล่างที่พัฒนาจากรถแข่ง GT3 ระบบเบรกเจเนอเรชันใหม่ ไปจนถึงยาง Bridgestone Potenza Race R ที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดตามข้อกำหนดของลัมโบร์กินี พร้อมโหมดการขับขี่ Pilota ใหม่ สิ่งเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อย้ำความมั่นใจ ประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอ และความเร้าใจในการขับขี่ระดับสูงสุดในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะบนถนนหรือสนามแข่ง ผลลัพธ์คือซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างดีเยี่ยมตามสไตล์การขับขี่และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ในขณะที่ยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบฉบับลัมโบร์กินีที่บริสุทธิ์และเต็มเปี่ยมทุกอารมณ์”  

 

ระบบกันสะเทือนช่วงล่างใหม่ พร้อมแดมเปอร์ปรับได้ด้วยแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง

ช่วงล่างของ Revuelto SV จะเปลี่ยนทุกการขับขี่ให้เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ทั้งสำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร โดยแดมเปอร์ปรับตั้งด้วยมือที่พัฒนาจากเทคโนโลยีรถแข่ง GT3 มอบสมดุลที่สมบูรณ์แบบ พร้อมประสิทธิภาพสูงสุดและความรู้สึกในการขับขี่อันบริสุทธิ์ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง โดยสามารถปรับแต่งได้อย่างแม่นยำตามสไตล์การขับขี่เฉพาะบุคคล

ระบบการซับแรงที่ถูกปรับแต่งอย่างเหมาะสมจะช่วยควบคุมทุกการเคลื่อนไหวของตัวถังรถได้อย่างแม่นยำ ผู้ขับจะสัมผัสได้ถึงทุกโค้งถนนอย่างตรงไปตรงมา ปลอดภัย และไร้ข้อจำกัด ผลลัพธ์คือ Revuelto SV มีความคล่องตัวเพิ่มขึ้น 17% และการยึดเกาะด้านข้างดีขึ้น 10% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Revuelto

การออกแบบจลนศาสตร์ของช่วงล่างยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแดมเปอร์ให้ถึงขีดสุด เพื่อถ่ายทอดไดนามิกส์ของรถยนต์ให้กลายเป็นการตอบสนองที่ฉับไวและแม่นยำ มอบประสบการณ์การขับขี่อันบริสุทธิ์ที่ผู้ขับและเครื่องจักรหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งประโยชน์ที่ลูกค้าสัมผัสได้นี้เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาในสนามแข่งอันโชกโชน พร้อมออปชันแนะนำการตั้งค่ามากมาย ไม่ว่าจะในสนามทางเรียบ สนามขรุขระ หรือสนามเปียก

 

ระบบเบรก CCM-R Plus ใหม่

จานเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus ใหม่ที่ใช้ใน Revuelto SV ถือเป็นมาตรฐานใหม่ในด้านสมรรถนะของเซกเมนต์ไฮเปอร์คาร์และรถแข่ง ด้วยพัฒนาการด้านประสิทธิภาพการเบรกครั้งสำคัญโดยเฉพาะในสถานการณ์ชะลอความเร็วสูง เช่น 200-0 กม./ชม. ที่ลดระยะการเบรกเหลือเพียง 110 เมตร ระบบเบรกนี้พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับสภาวะการขับขี่ที่ท้าทายขั้นสุด โดยเฉพาะการแข่งรถประลองความอึดและความทนทาน (Endurance racing) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีรถฟอร์มูลาวัน ผ่านการผสานโครงสร้างคาร์บอน 3 มิติอันล้ำสมัย การระบายอากาศที่พัฒนามาจากรถแข่ง และผ้าเบรกที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อสร้างสรรค์ระบบเบรกไฮเทคอย่างแท้จริง

ระบบเบรก CCM-R Plus ใหม่ใน Revuelto SV จึงสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านสมรรถนะและการควบคุม โดยด้านหน้าขนาด 420 x 40 มม. และด้านหลัง 410 x 32 มม. ซึ่งเหนือกว่าจานเบรกสมรรถนะสูงแบบ CCB-Plus  ที่มีอยู่เดิม มอบพลังการเบรกและสมรรถนะขั้นสูงสุดสำหรับการใช้งานทั้งบนถนนและในสนามแข่ง และเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Revuelto พบว่ารุ่น SV ให้ประสิทธิภาพการชะลอความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้น 11% การระบายความร้อนเพิ่มขึ้น 23% และอุณหภูมิจานเบรกลดลง 12%

โครงสร้าง 3 มิติผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์เส้นยาวซึ่งฝังอยู่ในเมทริกซ์คาร์บอนและเคลือบด้วยสารเคลือบพิเศษ ช่วยกระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ รับประกันเสถียรภาพระดับสูงสุดและความสบายในการขับขี่ที่โดดเด่น ในขณะที่ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ดีขึ้น มอบพลังการเบรกที่ฉับไวและมั่นใจได้ โดยไม่ต้องมีช่วงอุ่นเครื่อง อีกทั้งเบลล์เบรกแบบระบายอากาศยังช่วยให้การระบายความร้อนทำงานได้อย่างเหมาะสมที่สุด รวมถึงประสิทธิภาพเชิงอุณหภูมิที่ดีที่สุดและสมรรถนะการเบรกที่สม่ำเสมอแม้เมื่อรับโหลดขั้นสูงสุด

จานเบรกคาร์บอนเซรามิกที่มีการออกแบบระบบระบายอากาศมาเป็นพิเศษ ช่วยควบคุมการระบายความร้อนได้อย่างเหมาะสมและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงอุณหภูมิ ในขณะที่จานเบรกแบบลอยตัวพร้อมระบบยึดที่แข็งแกร่งยังทำงานได้อย่างสม่ำเสมอแม้ขณะขับขี่ในสนามแข่งอันดุเดือด ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบเบรกที่ทนทานต่อภาระหนักได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมการตอบสนองที่แม่นยำและทำงานได้ดีสม่ำเสมอ ตอบโจทย์ยานยนต์สมรรถนะสูงที่ไร้ข้อจำกัดในทุกสนามแข่ง ด้วยระบบเบรก CCM-R Plus ผู้ขับจะได้สัมผัสถึงพลังการเบรกขั้นสูงสุด แม่นยำ ทำงานซ้ำได้อย่างคงที่ และไร้จำกัดใด ๆ จึงให้สมรรถนะการเบรกที่ดีเยี่ยมที่สุด โดยนอกจากสีมาตรฐาน Nero Opaco ลูกค้ายังสามารถเลือกสีคาลิเปอร์เบรกได้ถึง 12 สีที่แตกต่างกัน

 

 

ระบบควบคุมเบรกรูปแบบใหม่

ระบบ Integrated Brake Control ใหม่ ติดตั้งเซนเซอร์วัดความเฉื่อยเจเนอเรชันใหม่ที่จะคอยตรวจสอบการเคลื่อนที่ของรถยนต์อย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ เมื่อผสานข้อมูลนี้เข้ากับตรรกะการประเมินค่าเสมือนอัจฉริยะรูปแบบใหม่ ระบบจึงสามารถเข้าใจการเคลื่อนที่ของรถยนต์ในทุกสถานการณ์ได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น

สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ขับสามารถเบรกได้อย่างแม่นยำพร้อมการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น ช่วยป้องกันล้อล็อก และมอบประสิทธิภาพการเบรกที่ดีเยี่ยม ผลลัพธ์คือระยะการเบรกที่สั้นลง การควบคุมรถยนต์ที่ดีขึ้นเมื่อต้องเบรกและเข้าโค้งพร้อมกัน รวมถึงเสถียรภาพที่ดีขึ้นเมื่อต้องขับผ่านเนินหรือขอบสนาม

หัวใจของระบบควบคุมเบรกแบบบูรณาการของ Revuelto SV คือเซนเซอร์ 6D ที่ทำงานร่วมกับตรรกะการควบคุมพลศาสตร์ยานยนต์อันล้ำสมัย โดยเซนเซอร์ 6D ถูกติดตั้งในตำแหน่งยุทธศาสตร์ใกล้กับจุดศูนย์ถ่วงของรถยนต์ และเชื่อมต่อโดยตรงกับชุดควบคุม IPB (Integrated Power Brake) โดยทำหน้าที่วัดค่าความเร่งทั้งสามแกน (ด้านข้าง แนวยาว และแนวตั้ง) แบบเรียลไทม์ รวมถึงความเร็วเชิงมุมในทั้งสามแกน (pitch, roll และ yaw) ข้อมูลนี้ช่วยสามารถประเมินความเร็วของรถยนต์ มุมลื่นไถลด้านข้าง และค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานในชั่วขณะที่ยางสัมผัสกับพื้นผิวถนนได้อย่างแม่นยำที่สุด

เซนเซอร์ 6D เป็นส่วนหนึ่งของระบบ IVE (Integrated Vehicle Estimator) ซึ่งกระบวนการคำนวณใช้การคัดกรองแบบ Kalman (Kalman filtering) อัลกอริทึมรูปแบบนี้จะให้การคาดการณ์เชิงมิติสำหรับพลศาสตร์ของรถยนต์โดยเฉพาะ จึงช่วยให้ระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์การขับขี่ได้พร้อมกัน โดยระบบเหล่านี้ยังรวมถึง IBC (Integrated Brake Controller) ที่คอยควบคุมการลื่นไถลของล้อขณะเบรก ช่วยลดระยะการเบรกได้สูงสุดถึง 10% การเชื่อมต่อโดยตรงกับ IVE ยังช่วยให้ระบบ IPB เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกในขณะเข้าโค้งและในสถานการณ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นในสนามแข่ง เช่น การขับผ่านขอบสนาม ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานบนพื้นฐานของการประเมินค่าที่แม่นยำจากระบบ IVE ด้วยเซนเซอร์ 6D นั่นเอง

 

สัมผัส Pilota โหมดการขับขี่ใหม่

รถยนต์ตระกูล Lamborghini Revuelto สามารถเปลี่ยนคาแรกเตอร์ให้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงตามโหมดการขับขี่ที่เลือก ตั้งแต่ซูเปอร์สปอร์ตคาร์สำหรับการขับขี่ใช้งานประจำวัน ไปจนถึงเครื่องจักรอันดุดันในสนามแข่ง โดยในโหมด Strada ทุกการขับขี่จะกลายเป็นประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย ด้วยการตอบสนองคันเร่งที่นุ่มนวลและการควบคุมการยึดเกาะที่แม่นยำสำหรับการเดินทางระหว่างวัน ผู้ขับที่ต้องการความเร้าใจมากขึ้น สามารถสลับไปใช้โหมด Sport ที่เน้นการตอบสนองของเครื่องยนต์ V12 และพลศาสตร์ของรถยนต์ให้คมชัดมากขึ้นและเปลี่ยนทุกโค้งให้เป็นความสุขที่ไร้การปรุงแต่ง สำหรับในสนามแข่ง โหมด Corsa ก็พร้อมเสมอ ด้วยการควบคุมการยึดเกาะขั้นต่ำสุดและพละกำลังขั้นสูงสุด เหมาะสำหรับการท้าทายทุกโค้งอย่างดุดันและแม่นยำเหนือใคร

เมื่อเปิดใช้งานผ่านปุ่มหมุนเฉพาะบนพวงมาลัย โหมด Pilota จะปลดล็อกการตั้งค่าการขับขี่ที่ปรับแต่งเฉพาะรายบุคคลให้มากที่สุด รวมถึงการปรับแต่งระบบควบคุมการยึดเกาะได้ถึง 5 ระดับที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งถ่ายทอดโดยตรงมาจากประสบการณ์การแข่งขันในรุ่น GT3 ของลัมโบร์กินี

ระบบนี้สามารถปรับให้เข้ากับสภาพสนามและการสึกหรอของยางที่แตกต่างกันได้อย่างราบรื่น ในขณะที่ระบบควบคุมเสถียรภาพขั้นสูงจะช่วยเพิ่มความสมดุล ความแม่นยำ และสมรรถนะการขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อขับผ่านขอบสนามและในช่วงเวลาของการขับเคี่ยวอันดุดัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือประสบการณ์การขับขี่อย่างแท้จริงในระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

 

เทคโนโลยีล้อน้ำหนักเบาแบบใหม่ พร้อมระบบล็อกกลาง

ลัมโบร์กินีได้พัฒนาล้อแบบเอ็กซ์คลูซีฟ 3D-Superlight Dromos สำหรับ Revuelto SV โดยเฉพาะ โดยมีให้เลือกขนาด 20 นิ้วสำหรับด้านหน้าและ 21 นิ้วสำหรับด้านหลังในสี Shiny Silver แบบโทนเดี่ยว ดีไซน์ทางเทคนิคอันล้ำลึกยังนำเสนอก้านล้อทรงหกเหลี่ยม ที่สะท้อนถึงดีเอ็นเอการออกแบบของลัมโบร์กินีได้อย่างสวยงาม โดยล้อที่ออกแบบมาอย่างประณีตและปรับปรุงน้ำหนักให้เบาเป็นพิเศษนี้จะช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung mass) ได้มากยิ่งขึ้น จึงมั่นใจได้ถึงการควบคุมที่ดีขึ้น โดยลูกค้าสามารถเลือกดีไซน์ล้อในสีอื่น ๆ ได้ รวมถึงล้อรุ่น Triguero ในสี Matt Titanium และ Shiny Silver ก็ให้ลุคแบบเอ็กซ์คลูซีฟไม่แพ้กัน

ระบบล็อกกลาง Monolocker ก็ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเช่นกัน โดยเปิดตัวครั้งแรกบน Revuelto SV ถือเป็นลัมโบร์กินีรุ่นผลิตจริงรุ่นแรกที่ติดตั้งระบบนี้

 

การปรับแต่งที่เหนือระดับพร้อมสัมผัสฟีเจอร์ใหม่

ด้วยบริการปรับแต่งที่แทบไร้ข้อจำกัดของลัมโบร์กินี ทำให้ Revuelto SV สามารถขยายขอบเขตการตกแต่งรถยนต์ของลูกค้าได้มากยิ่งกว่าเดิม ด้วยการนำเสนอองค์ประกอบใหม่ที่ยกระดับทั้งด้านภาพลักษณ์และการแสดงออกถึงสมรรถนะที่โดดเด่น

Revuelto SV เดินตามธรรมเนียมดั้งเดิมของรถยนต์ตระกูล Super Veloce โดยนำเสนอออปชันการวางตำแหน่งโลโก้ SV สุดเอ็กซ์คลูซีฟถึง 4 รูปแบบสำหรับภายนอก เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เลือกสัญลักษณ์ที่สะท้อนคาแรกเตอร์ด้านสมรรถนะขั้นสูงได้ตรงใจที่สุด เสริมด้วยโปรแกรมการทำลวดลายเฉพาะที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Revuelto SV พร้อมดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ 4 แบบที่มีให้เลือกผ่านออปชันเสริมและ Ad Personam

แนวทางการใช้คาร์บอนไฟเบอร์เปลือยบน Revuelto SV ยังก้าวสู่ระดับใหม่ ด้วยออปชันชิ้นส่วนคาร์บอนเปลือยสำหรับการตกแต่งภายนอกที่มีให้เลือกมากถึง 25 ชิ้น ทางเลือกการตกแต่งยังครอบคลุมถึงองค์ประกอบอย่างกันชนหน้าและปีกหลังเพื่อเน้นย้ำถึงปรัชญาด้านเทคนิคและโครงสร้างน้ำหนักเบาของรถยนต์ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังติดตั้งแผงประตูคาร์บอนไฟเบอร์แบบแมตต์รุ่นใหม่ให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งช่วยลดน้ำหนักโดยรวม พร้อมยกระดับสุนทรียภาพของห้องโดยสารภายในให้บริสุทธิ์และสะท้อนถึงสมรรถนะของรถยนต์ได้มากขึ้น แผงประตูคาร์บอนไฟเบอร์มาตรฐานใหม่ยังติดตั้งระบบเครื่องเสียงระดับไฮพรีเมียม Sonus faber ซึ่งเป็นออปชันเสริมได้อย่างกลมกลืน ผสานพลัง Natural Sound ที่สมจริงเข้ากับคาแรกเตอร์ยานยนต์น้ำหนักเบาและล้ำสมัยของ Revuelto SV ให้เป็นหนึ่งเดียว

สำหรับล้อ DROMOS แบบหล่อขึ้นรูปขนาด 20-21 นิ้วที่พัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งใช้เทคโนโลยีล็อกกลาง (monolock) ซึ่งนำมาจากรถแข่ง มีออปชันให้เลือกถึง 5 เฉดสี และสามารถจับคู่กับตัวล็อกกลาง (centerlock) ที่มีให้เลือกถึง 12 สี ประสานกับคาลิเปอร์เบรก เพื่อสร้างสุนทรียภาพที่กลมกลืนและเสริมปรับแต่งเฉพาะบุคคลในระดับสูง

ภายในห้องโดยสาร Revuelto SV มาพร้อมการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ แบบล้ำสมัย โดยใช้วัสดุ Corsa-Tex by Dinamica เป็นแกนกลาง โดยวันนี้ยังสามารถเลือกเฉดสี Nero Cosmus เพื่อตอกย้ำคาแรกเตอร์ที่มุ่งมั่นและได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต พร้อมนำเสนอเบาะบักเก็ตแบบรถแข่งแนวใหม่ หุ้มด้วยวัสดุ Corsa-Tex และหนัง เพื่อสร้างสัมผัสการขับขี่ที่เร้าใจบนโครงสร้างน้ำหนักเบาและดีไซน์โฉบเฉี่ยวเฉกเช่นในสนามแข่ง

 

ยางรุ่นใหม่ทั้งสำหรับสนามแข่งและท้องถนน

ในฐานะพันธมิตรทางเทคนิคอย่างเป็นทางการและผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวสำหรับซูเปอร์คาร์ลัมโบร์กินีทุกรุ่น Bridgestone ได้พัฒนาไลน์อัปยางระดับพรีเมียมอย่างครบครันสำหรับ Lamborghini Revuelto SV รุ่นใหม่ โดยออกแบบมาเพื่อปลดปล่อยศักยภาพด้านสมรรถนะของซูเปอร์สปอร์ตคาร์เครื่องยนต์ไฮบริด V12 รุ่นล่าสุดของลัมโบร์กินีอย่างเต็มที่ได้ตลอดปีและในทุกสภาวะ สำหรับไลน์อัปยางเฉพาะรุ่นนี้ ประกอบด้วยยางกึ่งสลิค Bridgestone Potenza Race R รุ่นใหม่ล่าสุด ยางสมรรถนะสูงพิเศษ Potenza Sport และยางสำหรับฤดูหนาวโดยเฉพาะ Blizzak LM005

ยาง Potenza Race R พลังยึดเกาะสูงรุ่นใหม่ซึ่งพัฒนาโดย Bridgestone สำหรับรุ่น Revuelto SV โดยเฉพาะ ออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะอันน่าทึ่งในสนามแข่ง ด้วยการนำประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตอันยาวนานของ Bridgestone มาใช้ในการผลิต ทำให้ยางกึ่งสลิครุ่นนี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ Revuelto SV สู่ระดับสูงสุด ผสานการอุ่นยางที่รวดเร็วและเวลาต่อรอบที่สม่ำเสมอตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบสุดท้าย ในขณะที่ยังคงใช้งานบนถนนได้อย่างถูกกฎหมาย โดย Potenza Race R ผลิตขึ้นจากส่วนผสมยางที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตและการออกแบบลายดอกยางที่ดุดันแบบใหม่เพื่อการยึดเกาะและการควบคุมบนพื้นแห้งที่ดีที่สุด

ในขณะที่ Potenza Race R ออกแบบมาสำหรับสนามแข่ง ยาง Bridgestone Potenza Sport ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะจะช่วยปลดปล่อยความเร้าใจขั้นสุดของ Revuelto SV บนท้องถนน ยางสมรรถนะสูงพิเศษรุ่นนี้มอบสุดยอดประสิทธิภาพเมื่อขับด้วยความเร็วสูงพร้อมความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวอันโดดเด่นทั้งบนพื้นแห้งและเปียก ผู้ขับ Revuelto SV ยังสามารถเลือกยางที่พัฒนาเฉพาะนี้พร้อมเทคโนโลยี Run Flat (RFT) ของ Bridgestone ที่ช่วยให้ขับขี่ต่อไปได้อย่างปลอดภัยแม้ยางรั่ว

นอกจากนี้ ยังเติมเต็มไลน์อัปด้วยยางสำหรับฤดูหนาวอย่าง Blizzak LM005 ที่ Bridgestone พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับการติดตั้งทดแทน มอบสมรรถนะสูงสุดในสภาวะฤดูหนาวที่ท้าทายให้แก่ผู้ขับ Revuelto SV

ยาง Bridgestone ทั้งสี่ขนาดพัฒนาและผลิตขึ้นในอิตาลี มาพร้อมโลโก้ลัมโบร์กินีอันเป็นเอกลักษณ์ ตอกย้ำการพัฒนาสำหรับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ มีให้เลือกทั้งขนาด 20 และ 21 นิ้ว (หน้าและหลัง) ยางเกรดพรีเมียมเหล่านี้ยังพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี Virtual Tyre Development ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bridgestone เพื่อเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืนของกระบวนการพัฒนายาง เทคโนโลยีนี้ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดการใช้วัตถุดิบ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระหว่างการพัฒนาได้สูงสุดถึง 60%

 

รถยนต์รุ่นผลิตจริงที่เร็วที่สุดของสนามฮอกเคนไฮม์

ในการสร้างมาตรฐานการทดสอบสมรรถนะที่แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ลัมโบร์กินีจึงเลือกสนามฮอกเคนไฮม์ (Hockenheimring) สำหรับการบันทึกเวลาต่อรอบอย่างเป็นทางการของ Revuelto SV โดยสามารถทำเวลาต่อรอบที่ 1:41.6 นาทีโดยมาร์โก มาเปลลี นักขับจากโรงงานของลัมโบร์กินี ซึ่งทำให้ Revuelto SV กลายเป็นรถยนต์รุ่นผลิตจริงที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้บนสนามแข่งสัญชาติเยอรมันแห่งนี้

สนามฮอกเคนไฮม์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะสนามที่เคยจัดการแข่งขันทั้ง Formula 1, DTM และ GT Championship ถือเป็นหนึ่งในสนามอ้างอิงมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการยานยนต์สำหรับการทดสอบสมรรถนะ ด้วยการวางผังสนามอย่างสมดุลและมีความท้าทายในเชิงเทคนิค ซึ่งผสานทั้งช่วงทางตรงความเร็วสูง โซนเบรกหนัก และช่วงโค้งเชิงเทคนิค เปิดโอกาสให้สามารถประเมินขีดความสามารถทางพลศาสตร์ของรถยนต์ได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ ในฐานะหนึ่งในสนามยอดนิยมสำหรับแข่งขัน สนามฮอกเคนไฮม์จึงมีลักษณะที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นเวทีที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและดื่มด่ำกับศักยภาพด้านสมรรถนะของ Revuelto SV อย่างเต็มที่

 

ความสำคัญและประวัติศาสตร์ของตระกูล SV

นับเป็นเวลากว่า 50 ปีที่รถตระกูล Super Veloce ของลัมโบร์กินี มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างอัตลักษณ์ของ  แบรนด์ผู้ผลิตรถสปอร์ตแห่งเมืองซัง’อกาตา โบโลนเญส รถยนต์เหล่านี้ถือเป็นตัวแทนของยานยนต์อันทรงพลังและดุดันที่สุดเท่าที่เคยมี และยังสะท้อนปรัชญาด้านสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดของลัมโบร์กินีอย่างชัดเจน โดยเริ่มตั้งแต่รุ่น Miura SV ในปี ค.ศ.1971 ผ่านมายังรุ่น Diablo SV และรุ่น Murciélago LP 670-4 SV ไปจนถึงรุ่น Aventador SV กับรุ่น Lamborghini Revuelto SV ใหม่ กล่าวคือ ลัมโบร์กินีสานต่อธรรมเนียมการพัฒนาในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร เพื่อถ่ายทอดการค้นหาขีดสุดแห่งสมรรถนะอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมุ่งสู่สุดยอดประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

ข้อมูลด้านเทคนิค

 

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์สันดาปภายใน         

V12 NA 6.5 ลิตร

ความจุกระบอกสูบ       

6,500 ซีซี

กระบอกสูบ/ช่วงชัก      

Ø 95 มม. × 76.4 มม.

อัตราส่วนกำลังอัด        

1 : 12.6

กำลังสูงสุด @ รอบ (เครื่องยนต์สันดาป)

825 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที

กำลังสูงสุด (รวมสันดาป + ไฟฟ้า)          

1,065 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด @ รอบ (เครื่องยนต์สันดาป)          

725 นิวตันเมตร ที่ 6,750 รอบ/นาที

มาตรฐานไอเสีย           

Euro 6e-bis (EB)

ระบบควบคุมไอเสีย      

แคทาไลติกคอนเวอร์เตอร์แบบ 3 ทาง 4 ตัว (NAR และ RoW ไม่มี OPF; EU และจีนมี OPF)

ระบบระบายความร้อน  

ระบายความร้อนด้วยของเหลว – วงจรเฉพาะสำหรับชิ้นส่วนแรงดันสูง (HV)

ระบบหล่อลื่น   

อ่างเก็บน้ำมันแบบ Dry sump

ระบบส่งกำลัง

ประเภทเกียร์

DCT

ชุดเกียร์           

เกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด พร้อมเฟืองท้าย LSD แบบกลไก

คลัตช์

คลัตช์คู่

ระบบไฮบริด

แบตเตอรี่        

แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เซลล์เดี่ยวทรงกระบอก 2.5 Ah, 7.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง

กำลังไฟฟ้าสูงสุด

220 กิโลวัตต์

แรงบิดของระบบ          

1,425 นิวตันเมตร

สมรรถนะ

ความเร็วสูงสุด 

345 กม./ชม.

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.

2.4 วินาที

อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม.

6.7 วินาที

ตัวถังและแชสซี

โครงสร้าง

โมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์แบบมัลติเทคโนโลยี โครงสร้างส่วนหน้าเป็น Forged Composites

ตัวถัง

ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ ประตูอะลูมิเนียม กันชนหน้าและหลังเทอร์โมพลาสติก

อากาศพลศาสตร์

อากาศพลศาสตร์ที่ปรับให้เหมาะสม พร้อมสปลิตเตอร์หน้าและพื้นใต้ท้องรถออกแบบใหม่ สมดุลอากาศพลศาสตร์ที่ปรับให้เหมาะสม ปีกหลังใช้งานจริงแบบติดตั้งถาวร Gurney flap และช่องระบายความร้อนเบรกหลังโดยเฉพาะ

ช่วงล่าง

ช่วงล่าง

ปีกนกคู่ (double wishbone) หน้าและหลัง พร้อมแดมเปอร์แบบ passive ปรับได้ด้วยมือ 4 ระดับ

ระบบเบรก

เบรก   

ระบบเบรกคาร์บอน-เซรามิก CCM-R Plus พร้อมคาลิเปอร์อะลูมิเนียมโมโนบล็อกแบบตายตัว

เบรกหน้า

จานเบรกขนาด 420 × 40 มม.

เบรกหลัง

จานเบรกขนาด 410 × 32 มม.

BRAKING SYSTEM

ความปลอดภัย

ถุงลมนิรภัย

ถุงลมนิรภัยคนขับ ผู้โดยสาร และด้านข้าง มีถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าเฉพาะในตลาดบางแห่ง

ล้อและระบบควบคุม (WHEELS)

ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ (ESC)    

ESC ที่ผสาน ABS และ TCS พร้อมคุณลักษณะที่แตกต่างกันตามโหมดการขับขี่ที่เลือก

ระบบบังคับเลี้ยว          

EPS – พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า

ยางหน้า           

265/35 ZR20 (99Y) XL – Bridgestone Potenza Race R

ยางหลัง           

345/30 ZR21 (111Y) XL – Bridgestone Potenza Race R

กระทะล้อหน้า  

20 × 9.5J monolock

กระทะล้อหลัง  

21 × 12J monolock

มิติตัวถัง (DIMENSIONS)

ระยะฐานล้อ     

2,779 มม.

ความยาวรวม  

4,944 มม.

ความกว้างรวม (ไม่รวมกระจกมองข้าง) 

2,038 มม.

ความกว้างรวม (รวมกระจกมองข้าง)     

2,266 มม.

ความสูงรวม    

1,161 มม.

ความกว้างล้อคู่หน้า     

1,720 มม.

ความกว้างล้อคู่หลัง      

1,701 มม.

น้ำหนักแห้ง     

1,772 กก.

อัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลัง        

1.66 กก./แรงม้า

การกระจายน้ำหนัก (หน้า-หลัง)

43/57

[1] Revuelto SV: รถยนต์รุ่นนี้ยังไม่จำหน่าย จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด Directive 1999/94/EC ข้อมูลอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและปริมาณการปล่อยมลพิษอยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติรับรองแบบ (Type Approval)

[2] Revuelto (WLTP): อัตราการใช้พลังงาน (แบบรวมถ่วงน้ำหนัก): 4.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กม. และ 15 ลิตร/100 กม.; อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 (แบบรวมถ่วงน้ำหนัก): 350 กรัม/กม.; ระดับ CO2 (แบบรวมถ่วงน้ำหนัก): G; ระดับ CO2 เมื่อแบตเตอรี่หมดประจุ: G; อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมดประจุ (แบบรวม): 17.9 ลิตร/100 กม.


ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine