-
News Motocycle1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า และ ไทยพีบีเอส ร่วมส่งมอบน้ำมันเครื่อง จำนวน 2,400 ขวด ให้ศูนย์ Fix it จิตอาสา ซ่อมรถจักรยานยนต์ที่เสียหายช่วยชาวสงขลา รวมมูลค่า 258,000 บาท
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมกับ ไทยพีบีเอส ส่งมอบน้ำมันเครื่อง Honda Protech Gold สำหรับรถจักรยานยนต์ จำนวน 2,400 ขวด มูลค่ารวม 258,000 บาท เพื่อนำไปส่งมอบให้ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix it Center ที่สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อซ่อมรถจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ภาคใต้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
การส่งมอบน้ำมันเครื่องครั้งนี้ ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้มอบให้ไทยพีบีเอส โดย นายสมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านสร้างสรรค์เนื้อหา เป็นผู้รับมอบ น้ำมันเครื่องเครื่องกว่า 200 ลัง จำนวน 2,400 ขวด และได้ทำการส่งตรงถึงสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ เพื่อกระจายให้กับศูนย์ฯ ต่างๆ ในจังหวัดสงขลา กว่า 50 แห่ง ซึ่งน้ำมันเครื่องเหล่านี้ ถือเป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยให้เด็กๆ อาชีวศึกษา ซ่อมรถจักรยานยนต์ ให้ผู้ประสบภัยนำมาใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือ ประกอบอาชีพ ต่อไปได้
นอกจากนี้ ไทยฮอนด้ายังเตรียมจัดตั้ง จุดบริการตรวจเช็กและซ่อมรถจักรยานยนต์ รวมถึงเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้า ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายครอบคลุม 9 จุดทั่วอำเภอหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 8–14 ธันวาคมนี้ ให้บริการตรวจเช็กและเปลี่ยนอะไหล่จำเป็น 6 รายการ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้รถได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
ติดตามรายละเอียดการให้บริการได้ที่
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ไทยฮอนด้า #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #ไทยฮอนด้าร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม #ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaWingCenter #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda #ช่วยน้ำท่วม #น้ำท่วมหาดใหญ่ #น้ำท่วมภาคใต้
-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส คว้าตัว ‘ลูเชียน ลาวิสเคาท์’ นักแสดงหนุ่มผู้รับบท ‘อัลฟี่’ ในซีรีส์ Emily in Paris นั่งตำแหน่งโกลบอลแบรนด์แอมฯ คนใหม่
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประกาศแต่งตั้ง ลูเชียน ลาวิสเคาท์ ‘Lucien Laviscount’ นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งชาวอังกฤษที่เป็นที่รู้จักจากบทบาท ‘อัลฟี่’ ในละครชุดทางโทรทัศน์เรื่อง Emily in Paris ทางช่อง Netflix เป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์หลังจากสร้างความประทับใจให้กับแฟนคลับในงานต่างๆ ของแบรนด์อย่าง Goodwood Festival of Speed และงานเปิดตัวความร่วมมือระหว่าง Bentley Motors และ Joe & the Juice โดยการปรากฏตัวของ ‘ลาวิสเคาท์’ ได้สร้างกระแสความคาดเดาในหมู่แฟนๆ ซึ่งภายหลัง ‘ลาวิสเคาท์’ ก็ได้เริ่มต้นบทบาทใหม่กับแบรนด์ในฐานะโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่
‘ลาวิสเคาท์’ เติบโตในเมืองเบิร์นลีย์ เขาเห็นรถยนต์เบนท์ลีย์ครั้งแรกระหว่างเล่นฟุตบอลกับเพื่อน และกว่า 25 ปีต่อมา ‘ลาวิสเคาท์’ ก็ได้ครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Continental GT Speed ที่ออกแบบเฉพาะบุคคลโดยเบนท์ลีย์ มูลิเนอร์ในเฉดสีดำ Onyx กับภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยเฉดสีดำ Beluga และเฉดสีเขียว Fern Green พร้อมด้วยวีเนียร์แบบ Galaxy Stone
ในระหว่างการเยี่ยมชมโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ที่ตั้งอยู่ ณ เมืองครูว์ ‘ลาวิสเคาท์’ รู้สึกประทับใจทั้งฝีมือและบุคลากรที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งการได้พบกับทีมงานที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมา 3-4 รุ่น ทำให้ ‘ลาวิสเคาท์’ ได้รับแรงบันดาลใจจากความทุ่มเทอันเป็นมรดกตกทอดของพวกเขา และจากแบรนด์ที่ยังคงรักษาคุณค่าอันแข็งแกร่งตลอดระยะเวลา 106 ปีที่งานฝีมืออันประณีตได้จุดประกายจินตนาการและความประทับใจไม่รู้ลืมอันจะนำไปสู่เรื่องราวที่ ‘ลาวิสเคาท์’ หวังที่จะแบ่งปันให้กับผู้คนทั่วโลก
‘ลาวิสเคาท์’ ได้รับโอกาสที่ดีในการร่วมพิชิตเส้นทาง Goodwood Hillclimb อันโด่งดังด้วยรถยนต์เบนท์ลีย์คลาสสิก รุ่น Bentley Speed 6 ในงาน Festival of Speed ประจำฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยเขาได้พบปะและสานสัมพันธ์กับลูกค้าและแฟนๆ ของเบนท์ลีย์ตลอดงาน นอกจากนี้ เขายังได้พบกับเหล่าคนรักรถยนต์เบนท์ลีย์ที่หลงใหลในวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ และการพบปะสังสรรค์ในงานเปิดตัว Bentley x Joe & the Juice เมื่อเร็วๆ นี้ที่จัดขึ้น ณ Duke of London Car Hub
สำหรับการเป็นตัวแทนของแบรนด์ นอกจากรถยนต์แล้ว ผู้คนยังถือเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของแบรนด์ และ ‘ลาวิสเคาท์’ เองก็มีจิตวิญญาณเดียวกัน การแสดงของเขาอาจเป็นทักษะ แต่เสน่ห์และความสามารถในการถ่ายทอด ทำให้เขากลายเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่สมบูรณ์แบบ
บทบาทของ ‘ลาวิสเคาท์’ จะทำให้เขาได้พบปะกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ในงานสำคัญต่างๆ ตลอดทั้งปี โดย ‘ลาวิสเคาท์’ ได้เตรียมร่วมงานกับ Mai Ikuzawa และ Greg Williams ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเพื่อกำกับผลงานการถ่ายทำและแคมเปญที่กำลังจะมาถึง นักแสดงชื่อดังผู้นี้มีบทบาทนำในซีรีส์ยอดฮิตเรื่อง Emily in Paris ทางช่อง Netflix นอกจากนี้ ‘ลาวิสเคาท์’ ยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Dolce & Gabbana Men และเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ Formula E อีกด้วย
เบน วอทแทม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า “เบนท์ลีย์มีชื่อเสียงมาจากลูกค้าของแบรนด์ นับตั้งแต่เบนท์ลีย์ บอยส์ และ เบนท์ลีย์ เกิร์ลส์ ในช่วงทศวรรษ 1920 และปัจจุบัน ลูเชียนจะช่วยเราสื่อสารแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์นี้”
ลูเชียน ลาวิสเคาท์ กล่าวว่า “การเติบโตในเบิร์นลีย์สอนให้ผมรู้จักคุณค่าของการทำงานหนัก ความภาคภูมิใจในทุกสิ่งที่ทำ และการเป็นผู้นำด้วยความซื่อสัตย์ ช่วงปีแรกๆ สิ่งเหล่านั้นได้วางรากฐานให้ผมเป็นอย่างทุกวันนี้ การได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเบนท์ลีย์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลึกซึ้ง มันเป็นช่วงเวลาที่สะท้อนถึงที่มาและทุกสิ่งที่ผมกำลังมุ่งหน้าไป มันคือช่วงเวลาที่เรื่องราวในอดีตมาบรรจบกับงานฝีมือและนวัตกรรมด้วยจุดมุ่งหมายที่แน่วแน่ พร้อมกับการเชิดชูมรดก และการพัฒนาต่อไปด้วยการสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่หยุดยั้ง”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
อีซูซุขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งออกรถจากฐานการผลิตไทยไปตลาดโลกครบ 3 ล้านคัน
อีซูซุประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ส่งท้ายปีด้วยยอดการส่งออกรถอีซูซุทั้งรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์” และ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ “มิว-เอ็กซ์” จากฐานการผลิตในประเทศไทยไปสู่ตลาดโลก ครบ 3,000,000 คัน อย่างเป็นทางการ นับเป็นการยืนยันถึงคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำศักดิ์ศรี การเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งให้ประเทศไทย ในตลาดโลก สะท้อนความเชื่อมั่นที่ลูกค้าทั่วโลกมีต่อผลิตภัณฑ์อีซูซุที่ผลิตจากฐานการผลิตในไทย
มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ความสำเร็จในการส่งออกรถอีซูซุครบ 3 ล้านคันในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของอีซูซุและประเทศไทยในฐานะ “ฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก” อีซูซุได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อผลิตและจำหน่ายในประเทศ รวมทั้งส่งออกไปยัง กว่า 120 ประเทศทั่วโลก โดยรถอีซูซุที่ผลิตในประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านการเป็นสินค้าคุณภาพสูงตามแบบฉบับญี่ปุ่น ความทนทาน ประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะที่เป็นเลิศ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า รถยนต์อีซูซุที่ผลิตโดยคนไทย ถือเป็นรถที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นสูงสุด ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก”
ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เริ่มผลิตและส่งออกรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” เป็นแบรนด์แรกจากฐานการผลิตไทยไปยังยุโรปอีกด้วย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “อีซูซุมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนโดยมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปด้วยกันกับประเทศไทย สร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลงทุนมหาศาลด้านการผลิต การเลือกใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ในสัดส่วนที่สูงกว่า 90% ในรถปิกอัพ และทำให้รถปิกอัพกลายเป็นโปรดักแชมเปี้ยน (Product Champion) ที่ส่งออกไปจำหน่ายกว่า 120 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยการย้ายศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) จากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ทั้งรถขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ก่อให้เกิด Supply Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กว้าง ลึก และแข็งแกร่งในระดับโลก มีส่วนทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 2,500 บริษัท และมีประชากรในนอุตสาหกรรมนี้กว่า 850,000 คน”
อีซูซุได้เริ่มธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เปิดสายการผลิตรถยนต์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2506 และยืนหยัดใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่เผชิญวิกฤตการณ์ต่าง ๆ โดยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดผลิตรถอีซูซุในไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 6 ล้านคัน โดยเป็นการส่งออกเกือบ 50% โดยมีรายละเอียดการส่งออก ดังนี้
- พ.ศ. 2557 ส่งออกครบ 1 ล้านคัน
- พ.ศ. 2562 ส่งออกครบ 2 ล้านคัน
- พ.ศ. 2568 ส่งออกครบ 3 ล้านคัน
อีซูซุยังคงมุ่งมั่นที่จะยึดประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์อนาคตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่รองรับความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หลากหลายประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย พร้อมทั้ง สร้างงาน สร้างความมั่งคั่ง ให้ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” เพื่อเคียงคู่และสร้างความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ส่งทีมช่างจากศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศกว่า 200 คน บินตรงพื้นที่หาดใหญ่ ลุยตรวจเช็ก–ซ่อมรถช่วยผู้ประสบภัย มุ่งฟื้นฟูทุกคันให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย
ไทยฮอนด้า ร่วมกับร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ เดินหน้าเช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ภายใต้โครงการ “ไทยฮอนด้า ร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วมภาคใต้” โดยส่งทีมช่างมืออาชีพ และอาสาสมัครช่างศูนย์บริการฮอนด้าจากทั่วประเทศกว่า 200 คน พร้อมอุปกรณ์ช่างครบชุด บินตรงลงพื้นที่หาดใหญ่เพื่อให้บริการตรวจเช็กและซ่อมรถที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน หลังมีประชาชนนำรถเข้ารับบริการมากกว่า 1,000 คัน ภายในวันแรก
โดยทีมช่างมืออาชีพและอาสาสมัครช่างจากศูนย์บริการฮอนด้าได้เร่งฟื้นฟูรถจักรยานยนต์ทุกคัน ตั้งแต่รถที่ได้รับผลกระทบเล็กน้อยไปจนถึงรถที่เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ ทีมช่างได้ตรวจสอบระบบสำคัญ ล้างโคลนที่ตกค้างในชิ้นส่วน และเปลี่ยนของเหลวที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้รถกลับมาพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ หากรถที่จมน้ำไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี อาจเกิดปัญหาระยะยาว เช่น ระบบไฟฟ้าลัดวงจร เครื่องยนต์สึกหรอจากความชื้น หรือโคลนอุดตันในระบบต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นความเสียหายที่จำเป็นต้องได้รับการซ่อมโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ไทยฮอนด้า พร้อมให้บริการเปิดจุดซ่อมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ทั่วอำเภอหาดใหญ่ เปิดให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 8–13 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00–16.00 น. และวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00–13.00 น. โดยมีทั้งหมด 9 จุด ดังนี้
- ตลาดกรีนเวย์ ไนท์มาร์เก็ต https://maps.app.goo.gl/hNxPr2zcL8n3KcSg6
- ตลาดสมอลล์ คลอง ร.5 https://maps.app.goo.gl/MXWsm7u63Y8jd9FP9
- บริษัท พิธาณพาณิชย์ จำกัด สาขาคลองเรียนhttps://maps.app.goo.gl/CTzSNqY5zeVpR11B7
- บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด สาขาลพบุรีราเมศวร์ https://maps.app.goo.gl/kPExJHoM95BBy8PMA
- สนามกีฬาจิระนคร
https://maps.app.goo.gl/2cJZiMk3KfKMBt8j8
- บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด สาขาหาดใหญ่ในhttps://maps.app.goo.gl/4YZGuBwqmkPoEZao6
- ลานสนามกีฬาบ้านพรุ https://maps.app.goo.gl/3rXG6B3UYwKDvUX37
- หมู่บ้านเนินเขา https://maps.app.goo.gl/oUnWHm5Pi8wTk19X7
- วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ https://maps.app.goo.gl/5Uakh48kiFveRtQKA
ทางไทยฮอนด้า ยืนยันความตั้งใจที่จะซ่อมและฟื้นฟูรถจักรยานยนต์ของผู้ประสบภัยทุกคันจนกลับมาพร้อมใช้งานตามปกติ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องชาวใต้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
ติดตามรายละเอียดการให้บริการได้ที่
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ไทยฮอนด้า #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #ไทยฮอนด้าร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม #ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaWingCenter #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda #ช่วยน้ำท่วม #น้ำท่วมหาดใหญ่ #น้ำท่วมภาคใต้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
วอลโว่ จัดทริป Volvo Family Day 2025 พาครอบครัววอลโว่ร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดม่วนจอย พร้อมบรรยากาศม่วนใจตลอดทั้งทริป
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จัดกิจกรรม Volvo Family Day ม่วนจอยม่วนใจ พาครอบครัววอลโว่ร่วมทริปสุดม่วน บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – พัทยา เมื่อวันที่ 1–2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในปีนี้ วอลโว่ได้จัดทริปภายใต้ธีม “ม่วนจอยม่วนใจ” ให้ลูกค้ากว่า 300 คนได้ร่วมปลดปล่อยความสนุกตลอดทั้งเส้นทาง ผ่านกิจกรรมเสริมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ออกแบบให้เหมาะสมกับครอบครัวที่มีเด็ก ให้ได้สนุกและใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากครอบครัววอลโว่จากหลากหลายพื้นที่ ทำให้บรรยากาศภายในงานอบอุ่นเสมือนได้กลับมาเจอครอบครัววอลโว่อีกครั้งนึง
เริ่มต้นกิจกรรมช่วงเช้า ครอบครัววอลโว่ลงทะเบียน และรับประทานอาหารเช้าและรับฟังรายละเอียดเส้นทางและกิจกรรมตลอดทั้งวัน โดยมี คุณภัทรพงษ์ อชะปาละศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้เกียรติกล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้ร่วมเดินทางทุกท่านอย่างเป็นกันเอง ก่อนโบกธงปล่อยตัวคาราวานรถวอลโว่กว่าร้อยคัน มุ่งหน้าจากกรุงเทพฯ สู่พัทยา
เริ่มต้นกิจกรรมสุดม่วนที่ Thaithani Cultural Village & Elephant Pattaya ทุกครอบครัวได้ร่วมพิชิตภารกิจย้อนวันวานสุดม่วนจอยถึง 4 ฐาน ได้แก่ ม่วนดนตรีเพลง, ม่วนสเต็ป, ม่วนวิ่ง ม่วนเดิน, ม่วนต่อยม่วนตี โดยเล่นเป็นทีม ให้ทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้ร่วมม่วนไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน แต่ละฐานเรียกทั้งเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นสนุกสนานตลอดทั้งบ่าย
ในช่วงค่ำคืน วอลโว่พาลูกค้าเข้าสู่กิจกรรมสุดท้ายของวัน ณ Grande Centre Point SPACE Pattaya กับปาร์ตี้ม่วนจอยม่วนใจยามค่ำคืนให้ทุกท่านได้เต็มอิ่มไปกับอาหาร และร่วมสนุกกับการประกวดแต่งกายในธีม Thai iconic พร้อมลุ้นของรางวัลมากมาย ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งตัวแม่ “สามตัวบน” ได้แก่ ตั๊ก ลีลา, สุนารี ราชสีมา และ ฮาย อาภาพร ให้ครอบครัววอลโว่ทุกท่านได้ร่วมสนุก ได้รับพลังความม่วน ความฮากันแบบจัดเต็ม กลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม ตอบแทนที่ทุกท่านที่มาเข้าร่วมและสร้างประสบการณ์ สร้างความทรงจำดีๆร่วมกัน
กิจกรรม Volvo Family Day ม่วนจอย ม่วนใจ ในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), บริษัท อีแซดเอสวีเอส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ธนชาตประกันภัย, บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอไอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท สยามมิชลิน จำกัด (Tyreplus), Hand & Co และ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด
-
News Car1 Min Read
โตโยต้า จัดกิจกรรม GR DAY COFFEE & CONNECT มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับการจัด GR Car Meet ครั้งแรก
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย เจ้าของ GR Garage และ GR Expertise จาก GR Garage ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ GR Performance อย่างเป็นทางการ ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ร่วมมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับการจัด GR Car Meet ครั้งแรก ในกิจกรรม GR Day : Coffee & Connect พร้อมกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย ได้แก่ GR 86 Mini Press Talk และการร่วมแบ่งปันประสบการณ์การแข่งขันทางเรียบของ GR86 กับนักแข่งทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ไทยแลนด์ นำโดย นายสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ณ Silooet House บางใหญ่
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีเจ้าของรถ GR หลากหลายรุ่น เข้าร่วมกิจกรรมนี้ รวมทั้งสิ้นกว่า 100 คัน ทั้ง GR Supra, GR Corolla, GR Yaris และ GR 86 เพื่อร่วมพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ และสนุกไปกับไลฟ์สไตล์ GR ร่วมกัน โดยภายในงานผู้ร่วมงานยังได้เพลิดเพลินไปกับอาหาร และเครื่องดื่ม Latte Art Coffee รวมทั้งเลือกซื้อสินค้าจาก GR Collection และร้านพันธมิตรอีกด้วย
กิจกรรมภายในงาน เริ่มจาก GR 86 Mini Press Talk โดยนายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้กล่าวถึงความน่าสนใจของ GR 86 ว่า เป็นรถสปอร์ตขับหลังรุ่นล่าสุดที่มอบความสนุกในการขับขี่อย่างแท้จริง ให้ผู้ขับสัมผัสจังหวะของรถได้ชัดเจน มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 4 สูบแนวนอน ขุมกำลังสูงสุด 237 แรงม้า เร้าใจทุกวินาที เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้ขีดจำกัดทั้งในสนามแข่งและถนนจริง พร้อมดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยวกับรูปลักษณ์ที่ดุดันยิ่งขึ้น ซึ่งลูกค้าที่ซื้อ GR 86 ผ่าน GR Garage จะได้รับสิทธิ์และประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ตลอดจนสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษต่างๆ ต่อเนื่องในอนาคต
นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถเลือกเป็นเจ้าของ GR Corolla และ GR Yaris เกียร์อัตโนมัติ DAT ล๊อตสุดท้าย โดยติดต่อได้ที่ GR Garage ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ
กิจกรรมไฮไลท์ภายในงาน ยังมีการร่วมแบ่งปันประสบการณ์การแข่งขันทางเรียบของ GR 86 และสมรรถนะของรถแข่ง GR 86 ในปี 2024 โดย นายสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง ทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ไทยแลนด์ รวมทั้ง การเล่าถึงความสุดยอดของ GR 86 กับสมรรถนะสุดขีดในฐานะรถขับเคลื่อนล้อหลัง และทักษะการดริฟท์ โดยสองนักดริฟท์ระดับประเทศ ที่คว้าชัยระดับโลกในการแข่ง D1 ที่ประเทศญี่ปุ่น กับ คุณเดชะพล โตยิ่งเจริญ และคุณกนพิชิต โตยิ่งเจริญ พร้อมทั้งเสียงจากผู้ใช้จริง โดย คุณกล้า กฤษฎิ์ วสุรัตน์ นักแข่งสังกัดทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ไทยแลนด์
ปิดท้ายด้วยการพูดคุยกับผู้แทนจำหน่าย GR Garage ทั้ง 6 แห่ง ซึ่งในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก เจ้าของ GR Garage ประกอบด้วย คุณพิเทพ จันทรเสรีกุล บริษัท โตโยต้า กรุงไทย จำกัด คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด คุณคาร์ล ออพเพนบอร์น บริษัท โตโยต้า ธนบุรี จำกัด คุณกมลพงศ์ สงวนตระกูล บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด รวมทั้ง คุณสุภาพร สิทธิยะ GR Expertise บริษัท โตโยต้าริช จำกัด และ คุณทศพร เปราะทองคำ GR Expertise บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด มาร่วมพูดถึงความพิเศษของ GR Garage ทั้งในด้านการให้บริการและการสร้างประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เตรียมไว้สำหรับลูกค้าทุกท่าน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
สรยท. จัดเสวนา “อนาคตอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทย ปี พ.ศ. 2569 : นโยบาย ทิศทางและการแข่งขัน” ปี 2569 ถึงจุดเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โครงสร้างภาษี, ยานยนต์ไฟฟ้า, ตลาดในประเทศ และตลาดส่งออก ปัจจัยสำคัญหนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) จัดเสวนาในหัวข้อ “อนาคตอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทยปี พ.ศ. 2569 : นโยบาย ทิศทางและการแข่งขัน” โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย นางสาวพธู ทองจุล ผู้อำนวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม, นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) และรศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ และที่ปรึกษา สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ร่วมกันฉายภาพให้เห็นการแข่งแข่งของตลาดยานยนต์ในประเทศไทยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 ภายใต้เงื่อนไขทางภาษีต่างๆ จากภาครัฐที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงและมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2569 โดยมีนายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดเสวนาในครั้งนี้ต่อ นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ประธานในพิธี, วิทยากร และสื่อมวลชน ณ ห้องจูปิเตอร์ 4-5 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” กล่าวเปิดการสัมมนาว่า การเสวนา “อนาคตอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทยปี พ.ศ. 2569 : นโยบาย ทิศทางและการแข่งขัน” เป็นประเด็นสำคัญของผู้ที่อยู่ในแวงวงยานยนต์ทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ซึ่งเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ตั้งแต่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปรับภาษี การเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ผันแปรไปตามปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เกิดขึ้น
“หากมองถึงยอดขายรถยนต์ 9 เดือน ปี 2568 ชี้ให้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างช้า โดยมียอดขาย 478,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2% ส่วนเดือนกันยายน 2568 มียอดขายเพิ่มขึ้น 48,350 คัน เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อยอดขายรวมเติบโตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาพอสมควร การเสวนาครั้งนี้จะเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนข้อมูลนำไปสู่การกำหนดนโยบายและแนวทางการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาค ระดับโลกได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนอีกด้วย”
นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวว่า “ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์มีความเปลี่ยนแปลงทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งการปรับเปลี่ยนกฎข้อบังคับระเบียบกติกา มาตรการด้านภาษี ดังนั้นเพื่อให้ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป สมาคมฯ
จึงจัดเสวนาในหัวข้อ “อนาคตอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทยปี พ.ศ. 2569 : นโยบาย ทิศทางและ
การแข่งขัน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ มุมมอง ภาพรวม และชี้ทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งนโยบายภาครัฐ เทคโนโลยี และการแข่งขันที่รุนแรง“การเสวนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม, สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า ไทย (EVAT) มาเป็นวิทยากรให้ข้อมูลเชิงลึก ร่วมมองไปข้างหน้าถึงโอกาส และความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2569 และในปีต่อไป คิดว่าเวทีการเสวนาวันนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย อีกทั้งสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมเสวนาครั้งนี้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องสู่สาธารณะในวงกว้างต่อไป”
นางสาวพธู ทองจุล ผู้อำนวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวด้วยว่า ในปี 2569 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีผลกรทบทั้งทางบวกและทางลบอันเนื่องมาจากต้องการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ จะมีกรอบครอบคลุมตั้งแต่ ขนาดของเครื่องยนต์และประเภทของยานยนต์ไฟฟ้า (xEV), อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2), การใช้ชิ้นส่วนภายใสประเทศ, มาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ และการติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ซึ่งจะมีข้อกำหนดในการติดตั้ง ADAS แตกต่างกันไปตามประเภทรถยนต์และได้รับอัตราภาษีที่แตกต่างกันไปด้วย ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า ตามโครงการ EV 3.5 และ 3.5 ก็ให้อยู่ในข้อกำหนดตามมาตรการนั้นๆ
“ถ้ารถยนต์รุ่นใดไม่ร่วมโครงการ อาทิ รถยนต์ไฮบริด (HEV) เครื่องยนต์สันดาปภายในร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (MHEV) จะต้องได้รับผลกระทบทางภาษีปรับขึ้นเป็นขั้นบันได หรือถ้าเข้าร่วมโครงการจะได้รับการลดหย่อนภาษีตามเงินลุงทุน, การใช้แบตเตอรี่ และการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเข้ามาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาภาษี และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ซึ่งในปี 2569 จะมีรถยนต์กลุ่มปิกอัพบางยี่ห้อเข้าเกณฑ์ได้รับอัตราภาษีใหม่ 2-3% เท่านั้น ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ก็มีบางรุ่นได้รับการปรับฐานภาษีใหม่ด้วย แม้สัดส่วนการลดหย่อนภาษีจะน้อยกว่ารถยนต์กลุ่มปิกอัพก็ตาม”
อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ในปี 2569 จะส่งผลดีกับการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ในประเทศแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอีกด้วย ส่วนมาตรการกำจัดซากรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการออกมาตรการมารองรับปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา
ทางด้านนายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยผลิตรถยนต์เป็นอันดับ 10 ของโลก ในปี 2567 ผลิตรถยนต์ลดลง 19.9% ซึ่งผลิตได้เพียง 1.47 ล้านคัน ลดลงจากปี 2566 ประมาณ 23% ขณะที่ประเทศจีนผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 27% โดยไทยได้เปลี่ยนนโยบายไปผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกแทนยอดขายภายในประเทศที่ลดลงในช่วงที่ทผ่านมา อันเนื่องประเทศจีนได้ก้าวเข้าสู่การผลิตรถยนต์สมัยใหม่ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว
“ตลาดส่งออกของรถยนต์ 80% ที่ผลิตจากประเทศไทยประกอบด้วย เอเชีย, ออสเตรเลีย/โอเชียเนีย และตะวันออกกลาง มีออสเตรเลียเป็นตลาดใหญ่ของปิกอัพที่ผลิตจากไทย ปัจจุบันเริ่มได้รับผลกระทบจากรถไฟฟ้าจีนบ้างแล้วจากการกำจัดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพราะปิกอัพ 99.5% เป็นเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ขณะที่รถยนต์นั่งอีก 33% ก็ยังเป็นเครื่องยนต์สันดาป (ICE) จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ประเทศไยต้องปรับกลยุทธ์ให้ส่งออกรถยนต์ให้มาขึ้นทดแทนตลาดในปะเทศ ทั้งนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป เนื่องจากมีรถยนต์ทางเลือกมากขึ้น โดยพฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์ในปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญไปที่ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง, สิ่งแวดล้อมและประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า ส่วนข้อกังวลก็ยังมีเรื่องสถานีชาร์จแบตเตอรี่ เวลาที่ใช้ในการชาร์จ และราคาแบตเตอรี่”
ทางด้านโครงการส่งเสริมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ในสองปีแรกรัฐบาลส่งเสริมให้นำรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป (CBU) เข้ามาจำหน่าย โดยสนับสนุน 150,000 บาท/คัน แต่ในสองปีหลังให้ผู้นำเข้าผลิตรถยนต์ชดเชย 1:1 ซึ่งโครงการ EV 3.0 จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 นี้ แต่รัฐบาลอนุโลมให้จดทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 หลังจากนี้จะยังเหลือเพียงโครงการ EV 3.5 ที่จะต้องเดินหน้าต่อไป
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 ตลาดยังมีดความเชื่อมโยงกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ในประเทศไทยปี 2568 จะอยู่ประมาณ 2.8% หากมองไปถึงปี 2569 ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ในประเทศไทยจะอยู่ประมาณ 2.4% ขณะที่นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของรัฐบาลส่งผลให้ราคารถยนต์นั่งปรับราคาขึ้นเล็กน้อย ส่วนรถยนต์ปิกอัพราคาลดลงเล็กน้อย ภารกิจของรัฐบาลต้องเร่งเจรจาภาษีกับคู่ค้าให้ได้ภาษีรถยนต์ที่จะส่งออกที่เหมาะเพื่อให้รถยนต์จากไทยแข่งขันในตลาดโลกได้
“ตลาดรถยนต์ของไทยผูกกับการส่งออก เมื่อใดที่ไทยได้รับผลกระกับการส่งออกตลาดรถยนต์ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ถึงอย่างไรก็ยังคาดว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2569 จะเป็นบวกเล็กน้อย โดยเศรษฐกิจการเมืองมีผลกระทบกับตลาดรถยนต์โดยตรง อยู่ทีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเมืองของรัฐบาล”
รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ และที่ปรึกษาสมาคม สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) กล่าวถึงสถาการณ์ยานยนต์ไฟฟ้าว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มองเห็นความก้าวหน้าของ
ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ยานยนต์ไฟฟ้ามีข้อดีในเรื่องของการลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน และยังใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดมลพิษ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย และปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2568 มีรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนคิดเป็นสัดส่วน 15.6% ของตลาดในประเทศไทย ตั้งแต่มีรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยปัจจุบันมียอดจะทะเบียน 229,562 คัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการ EV 3.0 ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่นำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยจำนวนมาก
“ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าบ้านเรายังมีแนวโน้มการเติบโต แม้ที่ผ่านผู้บริโภคจะตอบรับจำนวนมาก สิ่งที่กังวลยังเป็นเรื่องสถานีชาร์จที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งรัฐบาลจะต้องส่งเสริมการลงทุน ปัจจุบันสถานีชาร์จในบ้านเรามี 3,800 แห่ง หรือประมาณ 10,000 ชาร์จ มีสัดส่วน 30 คัน/หัวชาร์จ แต่เป็นตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรง ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์การเดินทางผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า”
สำหรับในปี 2568 มีทางรถยานยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ต่างเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยประมาณ 100 รุ่น ทำให้ตลาดมีการแข่งขันราคากันอย่างรุนแรง แต่มาตรฐานการพัฒนาแบตเตอรี่ระยะทางในการวิ่งต่อการชาร์จแบตเตอรี่ของแต่ละเซกเม้นต์เริ่มนิ่ง ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการตัดสินใจ หลังจากนี้รถยนต์ไฟฟ้าจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ โดยตลาดรถยนต์ไฟฟ้านับจากนี้ไปจะอยู่ที่นโยบายด้านสรรพสามิตที่จะส่งผลให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และมีกาถ่ายทอดเทคโนโลยีและใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชวนลูกค้าเช็กสุขภาพรถฟรี 10 รายการ เตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ปีใหม่ 2569
รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเชิญชวนลูกค้าตรวจเช็กสภาพรถคู่ใจในเดือนสุดท้ายของปี พร้อมบริการ ตรวจเช็กฟรี 10 รายการ เพื่อความมั่นใจในการเดินทางช่วงปีใหม่ พร้อมรับส่วนลดพิเศษสำหรับ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และ ส่วนลดอะไหล่ 10% ระหว่าง วันนี้ ถึง 13 ธันวาคม 2568 ณ Honda Wing Center และ Honda Wing Shop ที่ร่วมรายการ
บริการตรวจเช็กฟรีครอบคลุมตามมาตรฐานฮอนด้า ได้แก่ เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบระบายความร้อน ระบบเชื้อเพลิง คลัตช์ ระบบรองรับน้ำหนัก เบรก ระบบไฟฟ้า ขาตั้ง และล้อ–ยาง
สำหรับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง (รวมค่าแรง)
• น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ เริ่มต้น 69 บาท*
• น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ เริ่มต้น 169 บาท*
*เฉพาะวันที่ 8–13 ธันวาคม 2568พร้อมรับส่วนลดอะไหล่ 10% อาทิ ยาง ผ้าเบรก สายพาน โซ่ สเตอร์ หมวกกันน็อก ฯลฯ และบริการติดสติกเกอร์สะท้อนแสง “Have A GOOD RIDE ขับขี่ปลอดภัย” เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในช่วงเวลากลางคืน
ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ที่ Honda Wing Center และ Honda Wing Shop ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสังคมไทย #HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
MOTOR EXPO 2025 ส่งต่อน้ำใจคนไทยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ Motor Expo 2025 เปิดให้ผู้ชมงาน และประชาชนทั่วไปนำอาหารแห้ง สิ่งของเครื่องใช้มาบริจาค ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เพื่อรวบรวมส่งผ่าน Thai PBS ไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“โฮมเรซประวัติศาสตร์! นักบิดไทยเหมาแชมป์ทุกรุ่น ‘ชิพ-มิกซ์-ไอเดีย-เติ้ล’ ยืนโพเดี้ยมที่ 1 ปิดฉาก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง 2025 อย่างยิ่งใหญ่
เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง สนามสุดท้ายที่ประเทศไทย จบด้วยชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของนักบิดไทยพาเหรดคว้าชัยและขึ้นโพเดียมทุกรุ่น นำโดย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ยอดนักบิดไทย จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ นำม้วนเดียวผงาดคว้าแชมป์รุ่นใหญ่ไปครอง ส่วน”มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ คว้าแชมป์ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี , “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม คว้าแชมป์ในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี , และ “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก วัน ฟอร์ ออลล์ แซงเดือด 11 คันรอบสุดท้ายซิวแชมป์รุ่น อันเดอร์โบน 150 ซีซี เพลงชาติไทยดังกึกก้องในทุกโพเดียม สร้างประวัติศาสต์หน้าใหม่ให้สองล้อไทยที่สามารถคว้าชัยชนะทุกรุ่นการแข่งขันในรอบ 11 ปี ที่จัดในประเทศไทย
การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแแชมป์ประจำทวีปเอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ สนามที่ 6 ดวลความเร็วเรซสุดท้าย เพื่อตัดสินแชมป์ประจำปี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก
โดยไฮไลต์ในรุ่นใหญ่อย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) เต็มไปด้วยความเข้มข้น ซึ่งหลังผ่านเรซแรกในวันเสาร์ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดชาวไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ รั้งรองจ่าฝูงตามหลังผู้นำอย่าง ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม อยู่เพียง 8 แต้มเท่านั้น
เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 13 รอบสนาม โดย “ชิพ” นครินทร์ ที่ตัดสินใจใช้ตัวเลือกยางหน้าและหลังเป็นมีเดียมเพียงคนเดียวของเรซ ทะยานขึ้นไปรั้งตำแหน่งหัวแถวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบิดนำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 20 นาที 45.446 วินาที
อย่างไรก็ดีการตัดสินแชมป์เอเชียในรุ่นต้องมาพลิกในรอบสุดท้าย เมื่อ ซยาห์ริน ที่ต้องการจบเรซในอันดับ 2 มาไล่แซง ซัควาน ไซดี้ เพื่อนร่วมชาติจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า เรซซิ่ง มาเลเซีย ในรอบสุดท้าย บิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 2 ตามหลังผู้ชนะ 2.505 วินาที พร้อมกับผงาดคว้าแชมป์ประจำปีในรุ่นใหญ่ได้สำเร็จ ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ ไซดี้ ตามหลัง 2.614 วินาที
ส่วนในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เป็นอีกเรซที่น่าจดจำอย่างมาก โดยก่อนแข่งเรซนี้ “ตี” อนุภาพ ซามูล นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม มีลุ้นแชมป์เต็มตัว เพราะตามหลังจ่าฝูงอย่าง คาสมา ดาเนียล คาสมายูดิน นักบิดมาเลเซียจาก หง หลง ยามาฮ่า เรซซิ่ง เพียง 3 แต้ม
เกมเรซนี้ชิงชัยกัน 12 รอบสนาม และมีการสลับตำแหน่งผู้นำกันแทบทุกรอบ ก่อนจะมาพลิกอีกครั้งในรอบสุดท้าย โดยผลปรากฏว่า “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว ดาวรุ่งชาวไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ อาศัยจังหวะที่ยอดเยี่ยม เสียบแซงเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 7.296 วินาที คว้าชัยชนะส่งท้ายปีไปครองอย่างสุดมันส์ เฉือน อัลดี้ มาเฮ็นดร้า นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย อันดับ 2 เพียง 0.162 วินาทีเท่านั้น
ขณะที่ “ตี-อนุภาพ” เบียดขึ้นโพเดียมในอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะ 0.351 วินาที โดยมี ดาเนียล คาสม่า บิดเข้าป้ายอันดับ 4 ตามหลัง 0.892 วินาที และ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี อันดับ 5 ตามหลัง 0.930 วินาที
ภายหลังจบเรซนี้คะแนนสะสมลุ้นแชมป์ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี สูสีอย่างมาก โดยแชมป์ตกเป็นของ คาสม่า ดาเนียล ซึ่งมีแต้มเท่ากันกับ “ตี-อนุภาพ” แต่ผลในการคว้าชัยชนะต่อเรซนั้นมากกว่า ทำให้นักบิดไทยคว้าได้เพียงรองแชมป์เอเชียในฤดูกาลนี้
ด้านผลการแข่งขันในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ชัยชนะเรซสุดท้ายยังคงเป็นของนักบิดไทย “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ดาวรุ่งชาวไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลา 18 นาที 45.076 วินาที เฉือน “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ ดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ อันดับ 2 เพียง 0.133 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่แชมป์เอเชียอย่าง ฟาดิลลาห์ อาร์บี อดิทาม่า นักบิดอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.010 วินาที โดย “ไอเดีย-กฤตภัทร” ทำคะแนนสะสมขยับขึ้นมาคว้ารองแชมป์เอเชียในรุ่นนี้ได้สำเร็จ
ส่วนผลในรุ่น อันเดอร์โบน 150 ซีซี ชัยชนะเรซนี้ตกเป็นของนักบิดชาวไทยอย่าง “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก วัน ฟอร์ ออลล์ ที่พลิกแซง 11 คันในรอบสุดท้ายเข้าป้ายคันแรกด้วยเวลา 16 นาที 31.710 วินาที เฉือน จอห์น เอเมอร์สัน อิงกีโต นักบิดฟิลิปปินส์จาก โฟร์เอสวันเอ็ม อีโว ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม อันดับ 2 เพียง 0.068 วินาที อันดับที่ 3 ได้แก่ กูปิต้า เครสน่า วาร์ดาน่า นักบิดอินโดนีเซีย จาก เซียอาร์ แอลเอฟเอ็น เอชพี969 เอ้มซีอาร์ อาร์บีที 34 ตามหลัง 0.438 วินาที
นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันซัพพอร์ตเรซ ในรุ่น ทีวีเอส เอเชีย วันเมคเรซ แชมเปียนชิพ ซึ่งชัยชนะเรซสุดท้ายตกเป็นของนักบิดชาวญี่ปุ่นอย่าง ฮิโรกิ โอโนะ ด้วยเวลา 14 นาที 44.800 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง มูฮัมหมัด แรมแดน รอสลี นักบิดมาเลเซียถึง 3.652 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ หลุยส์ มิเกล นักบิดสเปนตามหลัง 3.672 วินาที
ในเรซสำคัญส่งท้ายปีนี้ ยังมีศิลปินคนดัง นำโดย “นิกกี้-ณฉัตร จันทพันธ์”, “โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี” พระเอกขวัญใจวัยรุ่น ที่สนใจในกีฬาการแข่งรถจักรยานยนต์อย่างมากและทำผลงานดีเยี่ยมจากสนามชิงแชมป์ประเทศไทยที่ผ่านมา ได้นำทัพแฟนคลับมากมาย มาสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันระดับเอเชียอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมี คู่หูสุดป่วน “เจแปน ภานุพรรณ” และ “นาย เดอะ คอมเมเดี้ยน” มาสร้างเสียงหัวเราะและสีสันที่พิตเลน รวมทั้ง “โดโรธี เพ็ทโซลด์” นางแบบและอินฟลูเอนเซอร์สาวสวย ควงคู่มากับแฟนหนุ่ม “เอเลียส ดอเลาะ” แข้งคนสำคัญแห่งทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มาเติมเต็มความสนุกในสุดสัปดาห์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลกนี้อีกด้วย
สำหรับ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2025 นับเป็นฤดูกาลที่มีการลุ้นแชมป์เข้มข้นที่สุดฤดูกาลหนึ่ง โดยต้องมาตัดสินกันถึงเรซสุดท้ายที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ขณะที่นักบิดไทยพาเหรดคว้าชัยและขึ้นโพเดียมทุกรุ่นในเรซส่งท้ายปี เพลงชาติไทยดังกึกก้อง สร้างประวัติศาสต์หน้าใหม่ให้สองล้อไทยที่สามารถคว้าชัยชนะทุกรุ่นการแข่งขันในรอบ 11 ปี ที่จัดในประเทศไทย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
CHIIN PHOTOGRAPHY

















































































































































