-
GWM เดินหน้าการตลาดเชิงพื้นที่ ผ่านกิจกรรม “GWM READY TO DRIVE” ส่งตรงยนตรกรรม เทคโนโลยี พร้อมดึงกูรูยานยนต์ร่วมให้คำแนะนำผู้บริโภคทั่วไทยอย่างใกล้ชิด
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) ตอกย้ำการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เดินหน้าสร้างประสบการณ์แบรนด์สู่ผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านกิจกรรม “GWM READY TO DRIVE” แคมเปญที่ออกแบบขึ้นมุ่งเน้นการขับเคลื่อนแบรนด์ผ่าน 3 แกนหลักได้แก่ การสร้างความผูกพันและประสบการณ์ที่ดีระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ GWM ; การให้ความรู้และความเข้าใจในเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง ; และการเชื่อมโยงยนตรกรรมเข้ากับไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตจริงของลูกค้าในแต่ละพื้นที่
เปิดประสบการณ์จริง ครอบคลุมทุกทางเลือกพลังงาน
ภายในงาน “GWM READY TO DRIVE” ได้ยกทัพยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ทั้ง GWM ORA 5, GWM TANK 300, GWM TANK 500, GWM POER SAHAR, GWM HAVAL H6 PHEV และ WEY G9 ครอบคลุมทุกทางเลือกพลังงานทั้ง HEV, PHEV, BEV และเครื่องยนต์ดีเซล มาให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสและเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดสอบสมรรถนะ ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ เทคโนโลยีการขับขี่ และความสะดวกสบายในสถานการณ์การใช้งานจริง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและตอบข้อซักถามอย่างใกล้ชิด ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเลือกยนตรกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้มากที่สุด
เจาะลึกข้อมูลแบรนด์ GWM ผ่านมุมมองของกูรูในวงการยานยนต์
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ยกระดับการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คือกิจกรรมเจาะลึกข้อมูลแบรนด์ GWM จากมุมมองกูรูในวงการยานยนต์ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์ได้มากกว่าการชมรถในโชว์รูมทั่วไป โดยภายในงานได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชนสายยานยนต์ชั้นนำ มาร่วมถ่ายทอดภาพรวมการดำเนินงานของ GWM ในมุมมองของคนวงการรถยนต์ พร้อมทั้งแบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการใช้งานจริง และมอบเคล็ดลับการเลือกใช้รถยนต์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต สภาพภูมิประเทศ และรูปแบบการใช้งานของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ในทุกมิติอย่างใกล้ชิด
สิทธิประโยชน์และของสมนาคุณจัดเต็มเพื่อลูกค้า
กิจกรรมแรกภายใต้ “GWM READY TO DRIVE” จัดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 15–21 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง โดย GWM ได้จัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษและของสมนาคุณมากมายเพื่อมอบให้แก่ลูกค้าที่ร่วมเปิดประสบการณ์ทดลองขับและจองรถยนต์ภายในงาน ทั้งนี้ GWM เตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมภายใต้แคมเปญเดียวกันนี้อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยจุดหมายถัดไปจะจัดขึ้นที่ภาคใต้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 1-7 กรกฎาคม นี้
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ GWM เชื่อมั่นว่ากิจกรรม “GWM READY TO DRIVE” จะเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญในการพาแบรนด์เข้าไปใกล้ชิดผู้บริโภคชาวไทยในวงกว้าง ผ่านประสบการณ์จริงที่จับต้องได้ ทั้งการชมรถ ทดลองขับ รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และเข้าถึงข้อเสนอพิเศษภายในงาน ควบคู่กับการพูดคุยกับผู้บริโภคในแต่ละพื้นโดยข้อมูลเชิงลึกที่เราได้รับจากการพูดคุยกับลูกค้าในแต่ละพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นหัวใจสำคัญในการนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมทางการตลาดให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตอกย้ำแนวคิด Customer-Centric ที่ให้ความสำคัญกับเสียงของผู้ใช้งานจริงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์จาก GWM และพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญรวมถึงกูรูด้านยานยนต์อย่างใกล้ชิดในกิจกรรม “GWM READY TO DRIVE” ครั้งต่อไป ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 1-7 กรกฎาคม นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888 และเว็บไซต์ www.gwm.co.th
#GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMREADYTODRIVE
#GWMORA #GWMTANK #GWMPOERSAHAR # GWMHAVAL #WEYG9
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่า มอเตอร์ รับรางวัล Red Dot Award: Design Concept 2026 จากผลงาน MOTOROiD: Λ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมและการออกแบบแห่งอนาคต
บริษัท ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด ประกาศความภูมิใจหลังรถต้นแบบ MOTOROiD: Λ (โมโตรอยด์ แลมบ์ดา) รถต้นแบบเชิงแนวคิด (Concept Model) ได้รับรางวัล: Design Concept 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จครั้งที่ 6 ของยามาฮ่า มอเตอร์ ในสาขา Design Concept สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการผลักดันขอบเขตของการออกแบบและนวัตกรรม เพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
รางวัลดังกล่าวนับเป็นความสำเร็จครั้งที่ 6 ของยามาฮ่า มอเตอร์ ในสาขา Design Concept ต่อจาก &Y01 ในปี 2017, MOTOROiD ในปี 2018, YNF-01 ในปี 2019, e-plegona ในปี 2024 และ MOTOROiD2 ในปี 2025 สะท้อนถึงการเดินหน้าพัฒนาแนวคิดด้านการออกแบบและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องของบริษัท
MOTOROiD: Λ ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2025 โดยเป็นพัฒนาการล่าสุดของโครงการ MOTOROiD ซึ่งริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2017 เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ผ่านการออกแบบที่ก้าวข้ามแนวคิดด้านยานยนต์แบบดั้งเดิม
รถต้นแบบคันนี้ได้รับการพัฒนาในฐานะโมเดลพิสูจน์แนวคิด (Proof-of-Concept) ที่สามารถเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาตนเองได้อย่างอัตโนมัติ โดยแสดงให้เห็นถึงกระบวนการเติบโตและการเรียนรู้ของระบบ รวมถึงการยอมรับความผิดพลาดในฐานะส่วนหนึ่งของการพัฒนา
แนวคิดของ MOTOROiD: Λ ขับเคลื่อนด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบ Reinforcement Learning ที่ช่วยให้ระบบสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
- แนวทางการออกแบบและการใช้สีสันที่สะท้อนแนวคิดการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ และมองว่าความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
- โครงสร้างตัวถังที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อสร้างรูปแบบการเคลื่อนไหวที่แปลกใหม่และเหนือความคาดหมาย
โครงการ MOTOROiD: Λ ยามาฮ่า มอเตอร์ มุ่งสำรวจแนวทางใหม่ในการสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ประเภทคงทน โดยเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ในอนาคตจะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการใช้งาน แต่สามารถพัฒนาเป็นเพื่อนร่วมทางที่เติบโต เรียนรู้ และสร้างความผูกพันร่วมกับผู้ใช้งานได้ตลอดระยะเวลาการใช้งาน
รางวัล Red Dot Design Award จัดขึ้นโดย Design Zentrum Nordrhein Westfalen ประเทศเยอรมนี และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะหนึ่งในเวทีประกวดด้านการออกแบบที่ทรงเกียรติที่สุดของโลก
การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยามาฮ่า มอเตอร์ ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม การออกแบบ และการสร้างประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคต ที่เชื่อมโยงผู้คนและเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย
ลิงก์เว็บไซต์รางวัลการออกแบบของ ยามาฮ่า มอเตอร์: https://global.yamaha-motor.com/design_technology/design/awards/
#ยามาฮ่า #Yamaha #เร่งชีวิตให้เร้าใจ #RevsyourHeart
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่าอัดฉีด FAZZIO Hybrid Lite มอบรางวัล MVP ศึกบาสเกตบอล 3×3 นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2026
นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้าและการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด มอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA FAZZIO Hybrid Lite มูลค่า 49,900 บาท ให้แก่ นายพรต ศัลยวิเศษ นักกีฬาบาสเกตบอลจากทีมโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา A ในฐานะผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ประจำการแข่งขันบาสเกตบอล 3×3 นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2026 หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทัวร์นาเมนต์
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมกีฬาเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ไลฟ์สไตล์สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่พร้อมส่งเสริมศักยภาพ ความมุ่งมั่น และแรงบันดาลใจของเยาวชนไทยให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในทุกเส้นทาง
สำหรับการแข่งขันบาสเกตบอล 3×3 นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2026 รอบชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่างทีมโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา A และทีมโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย A โดยผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา A เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 12-5 คะแนน คว้าแชมป์พร้อมทุนการศึกษา มูลค่า 100,000 บาท ไปครอง
ในปีนี้ ยามาฮ่าได้ร่วมมือกับช่อง 7HD ในการสนับสนุนการแข่งขันกีฬานักเรียนอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมมอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA FAZZIO Hybrid Lite ให้แก่ผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ของการแข่งขันกีฬาแต่ละประเภท รวมทั้งสิ้น 6 คัน และมอบเพิ่มอีก 2 คัน สำหรับแฟนกีฬาผู้โชคดีที่ร่วมชมและเชียร์การแข่งขัน รวมมูลค่ากว่า 399,200 บาท
ยามาฮ่ายังคงมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE พร้อมสนับสนุนกิจกรรมกีฬา การศึกษา และการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงสะท้อนความมุ่งมั่นของยามาฮ่าในการส่งมอบ Kando หรือความประทับใจและความตื่นเต้นที่เกินความคาดหมายให้กับผู้บริโภคและสังคมไทยในทุกมิติ
ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลมีขึ้นภายในงานบาสเกตบอล 3×3 นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2026 ณ จามจุรีสแควร์ เมื่อเร็วๆ นี้
#ยามาฮ่า #FAZZIOHybridLite #FAZZIO #YamahaSocietyThailand
#บาส3×3แชมป์กีฬา7HD2026 #ช่อง7HD #แชมป์กีฬา7สี
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้า อะคาเดมี่ ไทยแลนด์ สนาม 3 ไทยแลนด์ เซอร์กิต ฝึกเข้ม เทรนนิ่ง โปรแกรม สร้างรากฐานสำคัญสู่นักบิดเยาวชนไทย
ฮอนด้า อะคาเดมี่ ไทยแลนด์ (Honda Academy Thailand) โครงการค้นหาและสร้างประสบการณ์ให้นักบิดเยาวชนดาวรุ่งเพื่อพัฒนาสู่เวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ เดินทางมาถึงสนามที่ 3 รอบเทรนนิ่ง โปรแกรม เมื่อวันที่ 20-21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ ไทยแลนด์ เซอร์กิต จังหวัดนครปฐม
ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน เป็นการเทรนด้านร่างกายโดยแบ่งเป็นฐานที่เน้นพัฒนาการด้านต่างๆ โดยเป็นการทดสอบ 3 ส่วนของนักแข่งที่เรียกว่า Physical test ได้แก่
1.Running test ระยะ 5 กิโลเมตร ภายใน 25 นาที เพื่อดูระบบหายใจและความทนทาน
2.Reaction test การกระโดดห่วงสลับสีและการแตะไฟสลับสี เพื่อดูการสั่งการของสมองและอวัยวะ
3.การวางบอลบนกรวย เพื่อดูสมาธินักแข่ง ในสถานการณ์ที่มีแรงกดดันและความเหนื่อยล้า
ขณะที่ในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน เป็นการเทรนทักษะการควบคุมรถ การใช้คันเร่งและเบรก ด้วยรถ Honda CBR150R เพื่อให้คุ้นเคยกับรถขนาดจริงที่ใช้ในการแข่งขัน Thailand Talent cup ในสนามแข่งจริงโดยนี้มี “โรม” วชิรวิทย์ ไม้ดัดพันธ์ นักบิดจากโครงการ Idemitsu Honda Thailand Talent Cup 2026 มาเป็นผู้ช่วยโค้ชแนะนำเทคนิคการขับขี่ให้รุ่นน้องร่วมกับทีมงานโค้ชมากประสบการณ์
โดย “คินคิน” ภาคิน ฮะเจริญ หนึ่งในนักบิดเยาวชนของฮอนด้า อะคาเดมี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า
“เทรนนิ่ง โปรแกรม ช่วยให้ผมได้เรียนรู้และปรับตัวเตรียมความพร้อมสำหรับลงแข่งได้ดีเลยครับ ผมได้ฝึกกับรถที่ใหญ่ขึ้น รอบนี้เป็น Honda CBR150R โดยหลักๆ ที่ผ่านมาโค้ชจะเน้นฝึกฐานในรูปแบบต่างๆ ฝึกการควบคุมรถ ใช้คันเร่ง เบรก สำหรับทุกคนในรอบนี้ โค้ชให้กลับมาเตรียมร่างกายให้พร้อมและฝึกการขับขี่ให้ดีขึ้นครับ”
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #HondaAcademyThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
พีทีที สเตชั่น เปิดตัว “Super PowerX 99” น้ำมันออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย สูตรใหม่ ตอกย้ำ “ที่สุด” ของน้ำมัน
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR สร้างปรากฎการณ์ในวงการน้ำมัน ด้วยการเปิดตัว “Super PowerX 99” น้ำมันเกรดพรีเมียมสูตรใหม่ล่าสุดจาก พีทีที สเตชั่น น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่มาพร้อมค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในประเทศไทย พลิกโฉมมาตรฐานน้ำมันพรีเมียมครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด “ที่สุด” ของน้ำมันตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานของไทยสู่เวทีระดับสากล
งานเปิดตัว “Super PowerX 99” น้ำมันเกรดพรีเมียมสูตรใหม่ล่าสุดจาก พีทีที สเตชั่น จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รวมตัวเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และ KOLs ชั้นนำจากทั่วประเทศ มาร่วมเป็นสักขีพยานการเปิดตัว “ที่สุด” ของน้ำมัน พร้อมสะท้อนแพสชันของคนรักรถและไลฟ์สไตล์แห่งสมรรถนะการขับขี่ระดับพรีเมียม ภายในงานยังได้เปิดตัวพรีเซนเตอร์ “เบียร์ ใบหยก” นักธุรกิจและนักสะสมรถยนต์ชื่อดัง และ “โจ้ Life of Car” คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายยานยนต์ชื่อดัง เพื่อร่วมถ่ายทอดตัวตนของ Super PowerX 99 ในฐานะน้ำมันพรีเมียมสำหรับผู้ที่แสวงหาที่สุดของสมรรถนะการขับขี่
นายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR เปิดเผยว่า การเปิดตัว “Super PowerX 99” ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ พีทีที สเตชั่น ในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์การขับขี่และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ที่สุด” ของน้ำมันพรีเมียมด้วยค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย ด้วยสารเติมแต่งพรีเมียมคุณภาพระดับโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์สมรรถนะสูง ไม่ว่าจะเป็น รถยุโรป รถสปอร์ต ตลอดจนผู้ขับขี่ทั่วไปที่ใส่ใจในการดูแลรักษาของเครื่องยนต์และมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
น้ำมันพรีเมียมสูตรใหม่ “Super PowerX 99” ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการคัดเบสน้ำมันคุณภาพสูงเกรดพิเศษ ผสานกับสารเติมแต่งระดับโลกจากประเทศเยอรมนีที่เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จนเกิดเป็น 4 ความเป็น “ที่สุด” ในทุกมิติ:
- “ที่สุด” ของออกเทน มากกว่า 99 พลังที่มากกว่าตัวเลข: น้ำมันค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย เหมาะสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูง และรถยนต์ที่รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เพราะค่าออกเทนยิ่งสูง ยิ่งช่วยรีดสมรรถนะเครื่องยนต์ได้สุดกำลัง ทั้งพลังแรงม้า แรงบิด และการตอบสนองอัตราเร่ง นอกจากนั้น ยังช่วยให้การจุดระเบิดและการเผาไหม้สมบูรณ์ที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงของการชิงจุดระเบิดก่อนเวลา (Knocking) และช่วยปกป้องเครื่องยนต์ในสภาวะการใช้งานที่ต้องการสมรรถนะสูง
- “ที่สุด” ของความแรง เร่ง แซงได้ดั่งใจ: โดดเด่นด้านความเร็วแรง รีดสมรรถนะเครื่องยนต์ให้ทำความเร็วได้เต็มพิกัด จากนวัตกรรม PowerX Booster ด้วยสาร New Friction Modifier ช่วยดึงศักยภาพของเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ออกมาได้อย่างฉับไว ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการการตอบสนองและสมรรถนะที่ดีขึ้น
- “ที่สุด” ของการทำความสะอาด 100%: ด้วยสารเติมแต่งพรีเมียมถึง 4 เท่า คุณภาพระดับโลกจากเยอรมนี ช่วยดูแลปกป้องเครื่องยนต์ ทำความสะอาดหัวฉีด และชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์ 100% ให้กลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง ลดคราบเขม่า และการอุดตันของหัวฉีด ทำให้การพ่นละอองน้ำมันละเอียดยิ่งขึ้น ส่งผลให้ระบบการจ่ายน้ำมันและการเผาไหม้ เป็นไปอย่างสมบูรณ์
- “ที่สุด” ของมาตรฐาน รองรับเครื่องยนต์ Euro 6: พัฒนาสูตร และปรับปรุงคุณภาพสารเติมแต่งให้สอดคล้องกับมาตรฐานเครื่องยนต์ Euro 6 รองรับเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะและความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกันนี้ พีทีที สเตชั่น ยังตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพระดับสากลผ่านความร่วมมือกับ Mercedes-Benz Thailand ในฐานะ Official Partner ตัวแทนผู้นำยนตรกรรมหรูของประเทศไทย ร่วมจัดกิจกรรม Exclusive Test Drive “The Ultimate Power Experience” เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา โดยนำน้ำมัน Super PowerX 99 ไปพิสูจน์สมรรถนะจริงในสนามแข่งร่วมกับรถยนต์ตระกูล Mercedes-AMG เพื่อร่วมทดสอบและประเมินสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ภายใต้สภาพการขับขี่จริงในสนามแข่งมาตรฐาน
ความเคลื่อนไหวของ OR ในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ OR ในการพัฒนานวัตกรรมพลังงานและยกระดับทางเลือกสำหรับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถยนต์สมรรถนะสูงหรือผู้ขับขี่รถยนต์ทั่วไปที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ “Super PowerX99” พร้อมแล้วที่จะให้คนรักรถทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์ความแรงที่แตกต่าง และพิสูจน์นิยาม #สุดทุกจังหวะ ด้วยตนเองวันนี้ ที่ พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook Fanpage: PTT Station หรือ Contact Center โทร. 1365
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
‘มิชลิน’ จับมือ Scale-Up Booster เร่งพัฒนา OYA Urban Tree โซลูชันร่มเงาอัจฉริยะจาก ‘มิชลิน อินโนเวชั่น แล็บ’
เพื่อรับมือกับคลื่นความร้อนที่เกิดบ่อยครั้งขึ้นในเขตเมืองและในช่วงที่มีการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ มิชลินได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะเร่งพัฒนา OYA Urban Tree ซึ่งต่อยอดมาจากนวัตกรรมต้นแบบที่เรียกว่า Sombrero โดยโซลูชั่นร่มเงาอัจฉริยะแบบพองลมนี้เป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนาของ ‘มิชลิน อินโนเวชั่น แล็บ’
Sombrero นวัตกรรมต้นแบบซึ่งติดตั้งที่เมืองตูลูสในปี 2567
ภายหลังดำเนินการในระยะสำรวจและประเมินความเป็นไปได้เสร็จสิ้น มิชลินได้เลือก Scale-Up Booster ให้เป็นพันธมิตรสนับสนุนการพัฒนาโครงการเชิงผู้ประกอบการในการผลักดันนวัตกรรมสู่ธุรกิจสำหรับ OYA Urban Tree พร้อมเร่งเปิดตัวภายในปีนี้ โดยตั้งเป้าขยายสู่ตลาดโลกภายในสิ้นปี 2569
OYA Urban Tree: โซลูชันที่ตอบโจทย์ความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศสำหรับเมืองและงานอีเวนต์
OYA Urban Tree พัฒนาต่อยอดมาจากนวัตกรรมต้นแบบที่เรียกว่า Sombrero ซึ่งทีมงานของมิชลินได้พัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปีเพื่อรับมือกับปัญหาคลื่นความร้อนรุนแรงในเขตเมือง
ทีมวิศวกรได้ออกแบบโครงสร้างร่มเงาแบบพองลมขนาดใหญ่ที่สามารถติดตั้งใช้งานได้อย่างรวดเร็วและให้ร่มเงาครอบคลุมพื้นที่กว่า 260 ตารางเมตร โครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาและล้ำสมัยนี้สามารถติดตั้งและรื้อถอนได้สะดวก โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานถาวรขนาดใหญ่ จึงเป็นโซลูชันสำหรับให้ความร่มเย็นในพื้นที่สาธารณะหรือสถานที่จัดงานซึ่งต้องเผชิญแสงแดดจัด รวมถึงพื้นที่ที่วิธีดั้งเดิม เช่น การปลูกต้นไม้หรือการสร้างโครงสร้างถาวร เป็นเรื่องยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้
นวัตกรรมต้นแบบ Sombrero ได้รับการทดสอบใช้งานจริง 2 ครั้งที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากสาธารณชน โดยไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในการใช้งานจริงและความสามารถในการรับมือกับข้อจำกัดสำคัญด้านการใช้งาน แต่ยังมีความโดดเด่นและมีศักยภาพสำหรับนำไปใช้งานในวงกว้าง
ผลการทดสอบดังกล่าวส่งผลให้เกิดโครงการพัฒนาต่อยอดภายใต้ชื่อ OYA Urban Tree ซึ่งมุ่งนำเสนอโซลูชันอเนกประสงค์ที่มีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีและสามารถปรับให้เหมาะกับการใช้งานในบริบทที่หลากหลายแตกต่างกัน
เทคโนโลยีที่เกิดจากความเชี่ยวชาญของมิชลิน
OYA Urban Tree พัฒนาขึ้นโดยมิชลิน บนฐานความเชี่ยวชาญของกลุ่มมิชลินในด้านนวัตกรรมเชิงวัสดุและโครงสร้าง, การออกแบบที่ยั่งยืน และสมรรถนะเชิงอุตสาหกรรม
โซลูชันนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมิชลินในการต่อยอดนวัตกรรมจาก ‘มิชลิน อินโนเวชั่น แล็บ’ ให้เป็นโซลูชันที่นำไปใช้งานได้จริง ซึ่งช่วยให้เมืองและชุมชนในภูมิภาคต่าง ๆ สามารถปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Scale-Up Booster: พันธมิตรในการวางโครงสร้างธุรกิจและขยายการเติบโต
มิชลินได้เลือกข้อเสนอของ Scale-Up Booster เพื่อใช้สนับสนุนการวางโครงสร้างเชิงผู้ประกอบการในการผลักดันนวัตกรรมสู่ธุรกิจสำหรับ OYA Urban Tree ความร่วมมือครั้งนี้ตั้งอยู่บนพันธสัญญาที่สำคัญซึ่งครอบคลุมการสนับสนุนทั้งด้านบุคลากรและเงินทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งผลักดันนวัตกรรมดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรม, พัฒนาโครงสร้างโมเดลธุรกิจ และเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ
OYA Urban Tree เปิดตัวในฐานะสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเมื่อปี 2569 โดยมีภารกิจในการผลักดันให้โซลูชันดังกล่าวถูกนำไปใช้งานในวงกว้าง ทั้งนี้ ทีมบริหารประกอบด้วยผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์สูง สตาร์ทอัพแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากมิชลินเพื่อช่วยให้การถ่ายทอดองค์ความรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากการมีส่วนร่วมของทีมผู้ก่อตั้ง Sombrero ในคณะกรรมการที่ปรึกษา
OYA Urban Tree เปิดตัวแคมเปญระดมทุน
เพื่อเร่งเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรมและขยายธุรกิจในเชิงพาณิชย์ OYA Urban Tree ได้เปิดแคมเปญระดมทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจทั้งในประเทศฝรั่งเศสและตลาดต่างประเทศ
ด้วยการสนับสนุนจาก Scale-Up Booster และมิชลิน OYA Urban Tree ตั้งเป้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์สู่ตลาดภายในปี 2569 พร้อมรุกขยายสู่ตลาดต่างประเทศภายในปีเดียวกัน โดยโครงการความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนริเริ่มระยะยาวที่มีศักยภาพสูง
โอลิวิเยร์ วุยชาร์ด (Olivier Vuichard) หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมของมิชลิน ระบุว่า “ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทีมงาน Scale-Up Booster ได้ช่วยเสริมศักยภาพเชิงผู้ประกอบการให้นวัตกรรมต้นแบบของเรามีความพร้อมอย่างแท้จริงสำหรับพัฒนาเป็นธุรกิจ แนวทางการทำงานของพวกเขาผสานทั้งวิสัยทัศน์ด้านอุตสาหกรรม, ความเชี่ยวชาญในการวางโครงสร้างธุรกิจ และกลยุทธ์การรุกสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยมิชลินพร้อมรุกก้าวสู่ตลาดโลกอย่างเต็มศักยภาพ”
อัลแบร์ ซุลมาน (Albert Szulman) และ มิเชล คทิทาเรฟฟ์ (Michel Ktitareff) ผู้ร่วมก่อตั้ง Scale-Up Booster กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากมิชลินให้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาต้นแบบที่โดดเด่นนี้สู่การเป็นโซลูชันเชิงธุรกิจอย่างแท้จริง OYA Urban Tree ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการระดับโลกในปัจจุบัน ด้วยการช่วยให้เมืองและการจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ สามารถปรับตัวรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัด แต่ยังนำเสนอรูปแบบการใช้งานและคุณค่าใหม่ ๆ อีกด้วย เป้าหมายของเราต่อจากนี้คือการเร่งรุกตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่าระเบิดศึก 2 ล้อสายอาชีวศึกษา เปิดฤดูกาล YAMAHA MOTO CHALLENGE 2026 Season 11
นายวีรพงษ์ ธนากิจจานนท์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายกีฬามอเตอร์สปอร์ต บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ นายวิเชียร เนียมน้อม นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตลอดจนผู้สนับสนุนการแข่งขัน ในพิธีเปิดการแข่งขัน YAMAHA MOTO CHALLENGE 2026 Season 11 อย่างเป็นทางการ
การแข่งขัน YAMAHA MOTO CHALLENGE ถือเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านมอเตอร์สปอร์ตและงานช่างเทคนิคให้กับนักศึกษาอาชีวศึกษาไทย โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ผ่านประสบการณ์การแข่งขันจริงในระดับประเทศ พร้อมสร้างบุคลากรคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ และมอเตอร์สปอร์ตของไทยในอนาคต
สำหรับการแข่งขัน YAMAHA MOTO CHALLENGE 2026 Season 11 นัดเปิดฤดูกาล จัดขึ้นภายใต้รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนามที่ 1 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีสถาบันการศึกษาระดับอาชีวศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 18 สถาบัน ใช้รถจักรยานยนต์ YAMAHA YZF-R15 เครื่องยนต์ขนาด 155 ซีซี เป็นรถแข่งมาตรฐานประจำรายการ นอกจากนักแข่งจะได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันในสนามระดับมาตรฐานสากลแล้ว นักศึกษายังได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม ทั้งในบทบาทนักแข่ง วิศวกร และช่างเทคนิค ซึ่งเป็นการต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์สู่เส้นทางอาชีพในอนาคต ยามาฮ่ายังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนไทยผ่านกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE พร้อมส่งมอบ Kando หรือความประทับใจและความตื่นเต้นที่เกินความคาดหมาย ผ่านประสบการณ์การแข่งขันจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้ก้าวสู่เวทีมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มศักยภาพ
ทั้งนี้การแข่งขัน YAMAHA MOTO CHALLENGE 2026 Season 11 สนามที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายน 2569 ภายในรายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
#YamahaThailandRacingTeam #Yamaha #YamahaMotoChallenge #YZFR15 #AEROX #เด็กช่างแข่งรถ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว ไทคานน์ รุ่นปี 2027 พร้อมรุ่นพิเศษ Black Edition และเทคโนโลยีเกียร์จำลอง E-Shift ในทุกรุ่นย่อย
ปอร์เช่ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของไทคานน์รุ่นปี 2027 พร้อมเปิดตัวรุ่นพิเศษ Black Edition สำหรับ Taycan, Taycan 4 และ Taycan 4S ซึ่งโดดเด่นด้วยรายละเอียดตกแต่งสีดำที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งภายนอกและภายใน และอุปกรณ์มาตรฐานคุณภาพสูงที่ครบครันยิ่งขึ้น พร้อมระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้นจากความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น โดยปอร์เช่ยังได้นำเสนอระบบ E-Shift ใหม่สำหรับไทคานน์ทุกรุ่นเป็นครั้งแรก ด้วยการจำลองการเปลี่ยนเกียร์ร่วมกับระบบ Porsche Electric Sport Sound ที่เร้าใจยิ่งขึ้น เพื่อมอบความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถ
ปอร์เช่ ยกระดับไทคานน์สำหรับรุ่นปี 2027 ด้วยการพัฒนาในหลากหลายด้าน โดยได้เปิดตัว ไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน (Taycan Black Edition) และเทคโนโลยีเกียร์จำลอง E-Shift ใหม่ในไทคานน์ทุกรุ่นเป็นครั้งแรก
ไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน ใหม่ มาพร้อมรายละเอียดการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ซึ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าของปอร์เช่ พร้อมด้วยระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้นจากความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น
ในไทคานน์รุ่นพิเศษนี้ ได้ผสานความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความสะดวกสบายที่เหนือกว่า และประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้นไว้ด้วยกัน โดยนอกเหนือจากทางเลือกในการปรับแต่งเฉพาะบุคคลที่หลากหลาย ผ่านโปรแกรม ปอร์เช่ เอ็กคลูซีฟ เมนูแฟคทัวร์ (Porsche Exclusive Manufaktur) ยังสามารถสัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบ E-Shift ใหม่ ด้วยการจำลองการเปลี่ยนเกียร์และระบบ Porsche Electric Sport Sound ที่เร้าใจยิ่งขึ้น ทั้งในรุ่นพิเศษ Black Edition และในทุกรุ่นย่อยของไทคานน์
การออกแบบที่สะท้อนความสปอร์ตและความโดดเด่น พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันในไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน
รายละเอียดตกแต่งสีดำทั้งภายนอกและภายในช่วยยกระดับภาพลักษณ์ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราให้โดดเด่นยิ่งขึ้นสำหรับรุ่นแบล็ค อิดิชัน ทั้งในไทคานน์, ไทคานน์ 4 และไทคานน์ 4 เอส โดยมา พร้อมแพ็คเกจสปอร์ต ดีไซน์ (SportDesign) กรอบกระจกข้าง และชื่อรุ่นบริเวณท้ายรถจะตกแต่งด้วยสีดำเงา (High-gloss Black) โดยกระจกมองข้างสีดำเงาที่จับคู่กับสีตัวถังภายนอกยังเป็นอุปกรณ์เฉพาะสำหรับรุ่นแบล็ค อิดิชันเท่านั้น นอกจากนี้ ยังติดตั้งแถบไฟท้ายพร้อมสัญลักษณ์ปอร์เช่สีดำ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมด้วยแพ็คเกจตกแต่งภายในสีดำ (Black Interior Accent Package) แพ็คเกจพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ (Storage Package) และกาบประตูอะลูมิเนียมสีดำพร้อมไฟส่องสว่าง
แบตเตอรี่ Performance Battery Plus ที่ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งปกติมีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับไทคานน์, ไทคานน์ 4 และไทคานน์ 4 เอส ได้ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน โดยแบตเตอรี่มีความจุพลังงานรวม 105 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ซึ่งช่วยยกระดับทั้งสมรรถนะการขับขี่และระยะทางขับขี่ตามมาตรฐาน WLTP โดยในไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน รุ่นสปอร์ตซีดาน ที่มีกำลังสูงสุด 435 แรงม้า (PS) ระยะทางขับขี่สูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 651กิโลเมตร ซึ่งมากกว่ารุ่นมาตรฐาน 85 กิโลเมตร หรือ 15 เปอร์เซ็นต์
ปอร์เช่ยังเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วย ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist), ระบบกล้องมองภาพรอบคัน (Surround View) พร้อมระบบช่วยจอดอัตโนมัติแบบแอคทีฟ (Active Parking Assist), ล้อขนาด 21 นิ้ว พร้อมฝาครอบดุมล้อที่มีสัญลักษณ์ปอร์เช่แบบสี, ไฟหน้า HD Matrix LED, ไฟ LED ส่องพื้นบริเวณประตูพร้อมสัญลักษณ์ปอร์เช่, เบาะนั่ง Comfort Seats ด้านหน้าพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 14 ทิศทางและระบบบันทึกตำแหน่ง พร้อมสัญลักษณ์ปอร์เช่บนพนักพิงศีรษะ, ระบบเสียง BOSE® Surround Sound System และระบบ Electric Sport Sound, แพ็คเกจจัดเก็บสัมภาระ (Storage Package) และการตกแต่งภายในด้วยหนังเรียบสีดำ และสัญลักษณ์ Black Edition แบบเฉพาะรุ่นบริเวณคอนโซลกลาง
ไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน ที่มอบทางเลือกมากกว่าสีดำ
แม้จะใช้ชื่อแบล็ค อิดิชัน แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกสีดำเป็นสีตัวถังเท่านั้น โดยสามารถเลือกสีตัวถังภายนอก
อื่น ๆ ได้เช่นกัน โดยสามารถเลือกสีทั้งหมดในกลุ่ม Contrasts, Shades และ Dreams ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงสี Jet Black Metallic, Volcano Grey Metallic, Dolomite Silver Metallic และ Ice Grey Metallicแพ็คเกจแบล็ค อิดิชัน พิเศษและทางเลือกในการปรับแต่งเฉพาะบุคคลเพิ่มเติม
ลูกค้าสามารถเลือกแพ็คเกจแบล็ค อิดิชัน เพิ่มเติมได้ ซึ่งประกอบด้วยสัญลักษณ์ Black Edition บริเวณประตูคู่หน้า กาบประตูสีดำพร้อมไฟส่องสว่าง และชุดกุญแจรถพร้อมเคสที่มาพร้อมสัญลักษณ์เดียวกัน
นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เพื่อการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ช่วยให้รถแต่ละคันสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างโดดเด่น โดยสามารถปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกุญแจรถและเคสกุญแจ แผ่นรองพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระแบบใช้งานได้ทั้งสองด้าน พรมปูพื้น แฟ้มเอกสาร ฝาปิดช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลาง และแผ่นธรณีประตู
ประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบสนองทุกประสาทสัมผัสด้วยตัวเลือก E-Shift ใหม่
ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของไทคานน์ทุกรุ่นให้เร้าใจมากกว่าเดิม ด้วยตัวเลือกระบบ E-Shift ใหม่ ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์การขับขี่ได้เข้มข้นและตอบสนองทุกประสาทสัมผัสได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการสัมผัส การได้ยิน และการมองเห็นได้อย่างลงตัว โดยการจำลองจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่ทำงานร่วมกับระบบเสียง Porsche Electric Sport Sound ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ให้ถ่ายทอดความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสมจริงและเร้าใจ สร้างความรู้สึกราวกับกำลังไล่เรียงพละกำลังของรถสปอร์ตปอร์เช่ ในแต่ละเกียร์ ถ่ายทอดอารมณ์การขับขี่ในแบบปอร์เช่ดั้งเดิมอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากในโหมดอัตโนมัติ ผู้ขับขี่ยังสามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองโดยใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย GT Sport เพื่อเปลี่ยนเกียร์จำลองทั้งแปดจังหวะได้ โดยระบบจะจำลองการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสมจริง ทั้งแรงกระตุกขณะเปลี่ยนเกียร์ที่ชัดเจน แรงหน่วงเฉพาะของแต่ละเกียร์ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการหน่วงของเครื่องยนต์สันดาปภายใน รวมถึงระบบตัดรอบเครื่องยนต์เสมือนจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยมอบการตอบสนองที่สมจริงในทุกจังหวะการขับขี่ โดยระบบเสียงภายในและภายนอกของระบบ Porsche Electric Sport Sound จะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาวะการขับขี่ในแต่ละช่วง ตามการส่งกำลังและความเร็วรอบของเครื่องยนต์เสมือนจริง โดยระบบยังได้เสริมด้วยมาตรวัดรอบเสมือนจริง และตัวแสดงตำแหน่งเกียร์พร้อมไฟแสดงจังหวะเปลี่ยนเกียร์บนจอมาตรวัด
E-Shift พร้อมพวงมาลัย GT Sport ที่มาพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ เป็นอุปกรณ์เสริมที่มีให้เลือกในไทคานน์ทุกรุ่นและทุกรูปแบบตัวถัง โดยจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) โดย ปอร์เช่ได้พัฒนารูปแบบการทำงานของระบบส่งกำลังและลักษณะเสียงให้สอดคล้องกับแต่ละรุ่น เพื่อสร้างเอกลักษณ์ด้านเสียงและบุคลิกการขับขี่ที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่นย่อย โดยสามารถเปิดใช้งาน E-Shift ได้ผ่านสวิตช์เลือกโหมดเพิ่มเติมบนพวงมาลัย GT Sport
ไทคานน์ รุ่นปี 2027 พร้อมเปิดให้จองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 7,190,000 บาท และสำหรับไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน ราคาเริ่มต้นที่ 7,990,000 บาท
ค่าต่าง ๆ ที่ระบุเป็นช่วงไม่ได้อ้างอิงถึงรถยนต์คันใดคันหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอการจำหน่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบระหว่างรถยนต์แต่ละประเภทเท่านั้น รวมทั้งอ้างอิงจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศเยอรมนี อุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม (เช่น ชิ้นส่วนอุปกรณ์เสริม ขนาดยาง เป็นต้น) อาจส่งผลต่อปัจจัยสำคัญของรถยนต์ อาทิ น้ำหนัก ความต้านทานการหมุน และคุณสมบัติด้านแอโรไดนามิก ซึ่งเมื่อรวมกับสภาพอากาศ สภาพการจราจร และรูปแบบการขับขี่ของแต่ละบุคคล อาจส่งผลต่ออัตราการใช้พลังงานหรือเชื้อเพลิง ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ระยะทางขับขี่ และสมรรถนะของรถยนต์
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เอ็มจี ชูมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสุดในแบตเตอรี่ที่ประกอบในไทย ด้วยนวัตกรรมป้องกันและจัดการความร้อน (Thermal Management) เต็มรูปแบบ
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เผยข้อมูลนวัตกรรมความปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ด้วยมาตรฐานการทดสอบสุดโหด ทั้งในยุโรป (UN ECE R100) จีน (GB 38031) อีกทั้ง เอ็มจี ยังเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทยในปัจจุบันที่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 3026-2563 พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ สะท้อนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยที่ก้าวล้ำเหนือระดับสากล
มาตรฐานความปลอดภัยและการป้องกันแบตเตอรี่ (Battery Safety & Protection)
เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน รถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นได้รับการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยี การป้องกันอย่างรัดกุม โดยเฉพาะการรับมือกับสภาวะการลุกลามทางความร้อน (Thermal Runaway) และการปกป้องแผงวงจรจากสภาพแวดล้อมภายนอก ผ่านนวัตกรรมและได้รองรับมาตรฐาน ดังนี้
- โครงสร้างแบตเตอรี่นิรภัยเสริมแกร่ง: ตัวแบตเตอรี่ได้รับการออกแบบด้วยโครงสร้างเฟรมอลูมิเนียมอัดขึ้นรูปหลายชั้น (Multi-layer Extruded Aluminum) ผสานการทำงานร่วมกับโครงเหล็กเสริมแรงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดูดซับพลังงานจากการกระแทกและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างโดยรวม
- ระบบจัดการความร้อนและป้องกัน Over Temperature ขั้นสูง: นำเทคโนโลยีการจัดการความร้อนระดับแนวหน้ามาใช้งานอย่างครบครัน ทั้งการติดตั้งแอโรเจลฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulation Aerogel) และผนังกั้นวัสดุแบบเปลี่ยนสถานะ (Phase Change Material) ที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถทนอุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียสได้นานถึง 10 นาที ช่วยสกัดกั้นการลุกลามของความร้อนและยกระดับความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- มาตรฐานการทดสอบ UN ECE R100 คือหนึ่งในมาตรฐานสูงสุดที่ใช้ทดสอบแบตเตอรี่หลากหลายรูปแบบ อาทิ การทดสอบระบบการป้องกันกระแสเกิน (Over Current Protection) และการลุกลามทางความร้อน (Thermal Runaway) รวมไปถึงการตอกย้ำระบบการป้องกันที่มีอยู่เดิม เช่น Over Charge Protection และ Over Temperature Protection ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ระบบความปลอดภัยการชาร์จไฟฟ้าโดยตรง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจได้ในการใช้งาน และการขับขี่ทุกเส้นทาง แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศเลวร้าย ฝนตกหนัก หรืออากาศร้อนจัด รวมถึงการกระแทกต่างๆ โดยรถไฟฟ้ารุ่นล่าสุดอย่าง NEW MG URBAN ได้ผ่านมาตรฐานล่าสุดอย่าง UN ECE R100 Part2 Revision 4
- มาตรฐาน GB 38031 (ประเทศจีน) มาตรฐานล่าสุดด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตั้งแต่ระดับเซลล์แบตเตอรี่ แพ็กแบตเตอรี่ ไปจนถึงระบบควบคุมแบตเตอรี่โดยรวม ครอบคลุมการป้องกันการลุกไหม้ และการควบคุมการลุกลามทางความร้อน พร้อมกำหนดให้มีระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีรายการทดสอบเพิ่มเติมที่สะท้อนสภาวะการใช้งานจริงและสภาวะรุนแรงมากขึ้น เช่น ความปลอดภัยของเซลล์แบตเตอรี่หลังการชาร์จเร็ว การกระแทกบริเวณใต้แพ็กแบตเตอรี่ การบีบอัดแพ็กแบตเตอรี่ การจุ่มน้ำระดับ IPX7 ละอองเกลือ และการจำลองสภาพการใช้งานบนพื้นที่สูง ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยของแบตเตอรี่ในหลายมิติ ทั้งนี้ NEW MG URBAN ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน GB 38031-2025 ซึ่งเป็นมาตรฐานฉบับล่าสุดแล้ว
- มาตรฐาน มอก. 3026-2563 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและโครงสร้างตัวรถยนต์ ซึ่ง เอ็มจี เป็นแบรนด์รถยนต์รายแรกและรายเดียวในปัจจุบันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ไม่เพียงเฉพาะแบตเตอรี่ แต่ครอบคลุมระบบไฟฟ้าแรงดันสูงทั้งคัน ตั้งแต่ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบส่งกำลังไฟฟ้า การทดสอบด้านความปลอดภัย ตลอดจนการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานจริง โดยมีแนวทางการพัฒนาและการทดสอบที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ECE R100 ทั้งนี้ รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ได้แก่ NEW MG URBAN, NEW MG4 ELECTRIC, NEW MG S5 EV PLUS และ ALL NEW MG3 HYBRID+ ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 3026-2563 ครบทุกรุ่น
มร. ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า “เอ็มจี ให้ความสำคัญกับ ‘ความปลอดภัย’ ในฐานะหัวใจสำคัญของการพัฒนารถยนต์ทุกคัน โดยรถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นได้รับการออกแบบ และพัฒนาภายใต้มาตรฐานระดับสากล (Global Innovation) ครอบคลุมทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง ระบบควบคุมการขับเคลื่อน ไปจนถึงเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการออกแบบรถยนต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยควบคู่กับการผสานศักยภาพของบุคลากรไทย (Thai Passion) เข้ากับกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานระดับโลก เพื่อให้รถยนต์ทุกคันได้นวัตกรรมที่เต็มเปี่ยม ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากการทดสอบ และคุ้มค่าในทุกมิติ (Value Choice) นอกจากนี้ เอ็มจี ยังสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวให้กับลูกค้า ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจรกว่า 126 แห่งทั่วประเทศ พร้อมระบบบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ รองรับการจัดส่งได้อย่างรวดเร็ว และการมอบการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ (EV LIFETIME WARRANTY) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในทุกการเดินทาง และใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเอ็มจีได้อย่างไร้กังวลตลอดอายุการครอบครอง”
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG ThailandHashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Bentley Bangkok x V-ZUG จับมือส่งมอบประสบการณ์ ‘Atelier Experience’ ในโลกแห่งนวัตกรรม การออกแบบ และงานฝีมือชั้นสูง
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จับมือ V-ZUG (THAILAND) วี-ซูก (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 2 แบรนด์ระดับอัลตราลักชูรี ส่งมอบประสบการณ์ความหรูหราในโลกแห่งนวัตกรรม การออกแบบ และงานฝีมือชั้นสูงให้แก่แขกผู้มีเกียรติในงาน Bentley Bangkok x V-ZUG Atelier Experience ณ V-ZUG Studio สตูดิโอแฟล็กชิปแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ภายในงานฯ แขกผู้เกียรติได้สัมผัสกับยนตรกรรมโฉมใหม่ รุ่น New Continental GT แกรนด์ทัวเรอร์สมรรถนะสูง เจ้าของขุมพลัง High Performance Hybrid ระบบส่งกำลังแบบไฮบริดรุ่นใหม่ที่ผสานเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรอันทรงพลัง มอบพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร ในเฉดสีเทา Gravity Grey สไตล์สปอร์ต ตอบโจทย์ประสบการณ์การขับขี่ในแบบซูเปอร์คาร์ พร้อมด้วยรุ่น Flying Spur ยนตรกรรมแบบซีดานสมรรถนะสูง และ รุ่น Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่ทั้ง 2 รุ่นจะมอบประสบการณ์ในการขับขี่แบบฉบับแกรนด์ทัวริ่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยภายในห้องโดยสารของรถยนต์เบนท์ลีย์มาพร้อมกับความโดดเด่นด้านนวัตกรรมอย่าง Bentley Rotating Display เทคโนโลยีหน้าจอแบบ 3 ด้านที่จะเผยให้เห็นหน้าจอแบบดิจิทัลสุดไฮ-เทค หน้าจอหน้าปัดเข็มนาฬิกา เข็มทิศ เข็มวัดอุณหภูมิแบบคลาสสิค และหน้าแผงวีเนียร์อันเรียบหรู พร้อมด้วยนวัตกรรมความสะดวกสบายในการขับขี่อย่าง Front Seat Comfort Specification และ Front Wellness Seating ที่จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายและลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่กับบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดเช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ V-ZUG ที่งานฝีมืออันประณีตจะเป็นมากกว่าคำว่า ‘Swiss Made’ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญแบบสวิสเข้ากับความสง่างามของการออกแบบอันร่วมสมัยที่ต้องมาควบคู่ไปกับความใส่ใจในทุกรายละเอียดและความสามารถในการเข้ากับทุกพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัวพร้อมมาตรฐานด้านความยั่งยืน
แขกภายในงานฯ ได้สัมผัสโลกแห่งนวัตกรรม การออกแบบ และงานฝีมือชั้นสูงของทั้ง 2 แบรนด์ที่มีแนวทางความเป็นเลิศและความยั่งยืนร่วมกันผ่านการนำเสนอโชว์เคสยนตรกรรมระดับอัลตราลักชูรีและเครื่องใช้ภายในบ้านระดับไฮเอนด์กับการสาธิตการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแบบต่างๆ พร้อมเวิร์กช็อป ‘Live Cooking’ โดย Chef David Hartwig เชฟ Michelin-star และ V-ZUG Ambassador Chef ที่ได้นำวัตถุดิบชั้นเยี่ยมโดย CTI Food Supply อย่างเนื้อ TEYS Black Angus: Premium Augus Beef from Australia และเนื้อปลาแซลมอน Atlantic Salmon มารังสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมเปิดโอกาสให้กับแขกผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์รังสรรค์เมนูในแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมพูดคุยเชิงลึกแบบกันเอง และลิ้มรสไวน์ระดับพรีเมียมจาก Penfolds ผู้นำเข้าไวน์ชั้นนำจากประเทศออสเตรเลียกับเมนูที่รังสรรค์ขึ้นพิเศษ ซึ่งแขกภายในงานฯ จะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งรสชาติและการดื่มไวน์อันเป็นศิลปะชั้นสูง
Bentley และ V-ZUG ได้นำเสนอการเดินทางที่จะได้ดื่มด่ำไปกับศิลปะแห่งการใช้ชีวิตระดับอัลตราลักชูรียุคใหม่ที่ยั่งยืน สะท้อนค่านิยมแห่งความเป็นเลิศด้านการออกแบบ งานฝีมืออันประณีต และนวัตกรรมที่มาพร้อมกับแนวคิดด้านความยั่งยืนเพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับไฮเอนด์ให้แก่ผู้มองหามาตรฐานใหม่และความสมบูรณ์แบบของไลฟ์ไตล์แบบเหนือระดับในยุคปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine




































































































































































