-
News Car1 Min Read
PTT Lubricants คว้ารางวัล Prime Minister’s Export Award 2025 สาขา Best Thai Brand ตอกย้ำบทบาทผู้นำแบรนด์ไทยในตลาดโลก

คุณรชา อุทัยจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เข้ารับรางวัล Prime Minister’s Export Award 2025 สาขา Best Thai Brand จาก คุณจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ โดยรางวัลนี้ถือเป็นรางวัลสูงสุดจากรัฐบาลไทย ที่จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ต่อเนื่องมากว่า 33 ปี เพื่อมอบให้แก่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพธุรกิจส่งออก ทั้งด้านคุณภาพสินค้าและบริการ การสร้างแบรนด์ การสร้างนวัตกรรม และการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

PTT Lubricants ได้รับการคัดเลือกจากผู้เข้าประกวด 294 ราย สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ไทยที่แข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในเวทีสากล ด้วยการทำตลาดในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยเน้นกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกสภาพการใช้งาน ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับโลก ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นด้วยการลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันแบรนด์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในตลาดโลก
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
New Bentayga Speed ยนตรกรรมสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ สร้างสถิติในงาน Goodwood Festival of Speed 2025

New Bentayga Speed ยนตรกรรมสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุดพิสูจน์ความเป็นรถยนต์แบบอเนกประสงค์ที่ทรงพลังและคล่องตัวที่สุดด้วยการสร้างสถิติใหม่ในงาน Goodwood Festival of Speed กับการทำความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงในการวิ่งขึ้นเนินเขาภายในเวลาเพียง 55.8 วินาที

โดยถึงแม้ว่าจะมีฝนตกและสภาพพื้นถนนที่เปียกชื้นในระหว่างการเปิดเทศกาล Goodwood Festival of Speed 2025 ยนตรกรรม รุ่น Bentayga Speed เจ้าของพละกำลัง 650 แรงม้าก็สามารถทำสถิติด้วยการวิ่งขึ้นเนินเขาภายในระยะเวลาเพียง 55.8 วินาที กลายเป็นการบันทึกสถิติใหม่อย่างเป็นทางการของรถยนต์แบบอเนกประสงค์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่เร็วที่สุดที่เคยทำการแข่งขันขึ้นเนินเขาในงานฯ โดย Bentayga Speed เครื่องยนต์ V8 รุ่นล่าสุดนี้ ทำเวลาได้ดีกว่า Bentayga Speed เครื่องยนต์ W12 รุ่นก่อนหน้าเกือบหนึ่งวินาที โดยในตอนนั้นเป็นการแข่งขันในสภาพพื้นถนนที่แห้ง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของแชสซีส์และระบบส่งกำลังรุ่นใหม่ที่ล้ำสมัย ไม่เพียงเท่านั้น Bentayga Speed ใหม่ยังสามารถทำเวลาได้ดีกว่ารถยนต์แบบอเนกประสงค์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นอื่นๆ ที่ลงแข่งขันในงานฯ อย่างไรก็ตาม รถยนต์แบบอเนกประสงค์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินเพียงคันเดียวที่สามารถทำเวลาได้ดีกว่า คือ Bentayga Pikes Peak Edition ซึ่งเป็นยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ดัดแปลงพิเศษที่มีจุดประสงค์เพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ

New Bentayga Speed เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร มอบพละกำลังสูงสุด 650 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิดกว่า 850 นิวตันเมตร ตัวรถสามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3.4 วินาที โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 310 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง Bentayga Speed ใหม่ยังมาพร้อมกับความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านสมรรถนะในการขับขี่ด้วยโหมด SPORT ที่ได้รับการพัฒนาใหม่และการตั้งค่า ESC Dynamic ใหม่ที่ให้ผู้ขับขี่ได้มีส่วนร่วมในการควบคุมตัวรถอย่างเต็มที่ พร้อมตัวเลือกในการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น และความสามารถในการสร้างมุมดริฟต์ที่มีประสิทธิภาพ สำหรับในการทำสถิติครั้งนี้ New Bentayga Speed ขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่แบบ SPORT ตลอดระยะเวลาการสร้างสถิติอันเป็นจุดเด่นของรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นนี้ที่ควบคุมโดย Andy Marson ผู้เชี่ยวชาญด้านพลศาสตร์ยานยนต์และนักแข่งรถในงาน Goodwood ผู้มากประสบการณ์จากแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์

สำหรับในช่วงครึ่งหลังของเส้นทางที่มีถนนเปียกชื้นอันเนื่องมาจากฝนที่ตกก่อนการแข่งขัน แต่ Andy Marson ยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์แบบอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดด้วยการวิ่งอย่างเต็มสมรรถนะด้วยความเร็วสูงสุดถึง 210 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงเพื่อสร้างสถิติใหม่ในครั้งนี้
ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
ฮอนด้า เผยไฮไลต์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝันของฮอนด้า ณ งาน Japan Mobility Show 2025

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศไลน์อัปผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ (Power Products) และอากาศยาน รวมถึงเทคโนโลยีและรถต้นแบบต่างๆ ที่เตรียมจัดแสดง ณ บูทฮอนด้า ในงาน Japan Mobility Show 2025
(รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม 2568 – 9 พฤศจิกายน 2568)
โดยฮอนด้าเตรียมเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดแสดงในช่วงก่อนงานเริ่ม ทั้งรายละเอียดแนวคิดหลักของบูท และข้อมูลผลิตภัณฑ์บางรุ่นที่จะนำมาจัดแสดง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าร่วมในส่วนของการจัดแสดงหลักซึ่งจัดโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA)
เว็บไซต์พิเศษของฮอนด้าสำหรับงาน Japan Mobility Show 2025:
http://global.honda/en/japan-mobility-show/2025/
■ ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนครบวงจร ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝันของฮอนด้า
นับตั้งแต่ก่อตั้ง ฮอนด้าขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความฝันของพนักงาน ด้วยการใช้ความคิดและเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ในฐานะบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ฮอนด้าจึงไม่หยุดยั้งที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มพูน (Augment) ศักยภาพและความเป็นไปได้ของผู้คนและสังคมผ่านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน รวมถึงบริการต่างๆ ของฮอนด้า
ในงาน Japan Mobility Show 2025 ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลาย ทั้งทางบก ได้แก่ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงทางทะเลและทางอากาศ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการความฝันของฮอนด้าที่พัฒนาให้กลายเป็นจริงด้วยการใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยล่าสุดของฮอนด้า
ไฮไลต์สำคัญที่จะจัดแสดงในปีนี้ ประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้า Honda 0 Series ที่มีแผนเปิดตัวทั่วโลกในปี 2026 รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน นอกจากนี้ ฮอนด้าจะนำแบบจำลองเท่าขนาดจริงภายในห้องโดยสารของ HondaJet Elite II เครื่องบินเจ็ตธุรกิจขนาดเล็ก มาจัดแสดงอีกครั้ง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับความกว้างขวางภายในห้องโดยสารของ Honda Jet ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในงาน Japan Mobility Show 2023 ที่ผ่านมา
บูทฮอนด้าได้รับการออกแบบเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมแห่งการขับเคลื่อนที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝัน เทคโนโลยี และแนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยไลน์อัปผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่จะนำมาจัดแสดง จะมีการประกาศเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนกันยายน ผ่านข่าวประชาสัมพันธ์และเว็บไซต์พิเศษของ Honda Japan Mobility Show 2025
<รถยนต์ต้นแบบบางส่วนที่จะนำมาจัดแสดง>
รถยนต์:
■ รถยนต์ซีดานไฟฟ้าต้นแบบ ฮอนด้า ซีโร่ ซาลูน (Honda 0 Saloon Prototype) – เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น
รถยนต์ซีดานไฟฟ้าต้นแบบ ฮอนด้า ซีโร่ ซาลูน ซึ่งเป็น Flagship Model ของซีรีส์ฯ พัฒนาขึ้นจากการออกแบบโครงสร้างตัวรถสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะ มาพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่สะท้อนแนวคิด “Thin, Light and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) ของ Honda 0 Series ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

■ ฮอนด้า ซีโร่ เอสยูวี รถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง (Honda 0 SUV Prototype) – เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น
ฮอนด้า ซีโร่ เอสยูวี รถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ที่นับเป็นรุ่นแรกภายใต้ Honda 0 Series ที่จะเปิดตัวเข้าสู่ตลาด ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Thin, Light and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) โดยมาพร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่โปร่งโล่ง ทัศนวิสัยกว้างขวาง และโดดเด่นด้วยพื้นที่การใช้งานที่ยืดหยุ่น

รถจักรยานยนต์:
■ CUV e: – รุ่นการผลิตจริง
Honda CUV e: คือ รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 2 ของแบรนด์ โดยมีการติดตั้งแบตเตอรี่ Honda Mobile Power Pack e: ซึ่งเป็นแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ (Swappable Battery) ไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ เพื่อให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น
■ Rebel 1100 S Edition Dual Clutch Transmission – รุ่นการผลิตจริง
Honda Rebel 1100 รถครุยเซอร์รุ่นใหญ่สุดที่มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ (Dual Clutch Transmission)

ผลิตภัณฑ์การขับเคลื่อนอื่นๆ ของฮอนด้า:
■ HondaJet Elite II – ห้องโดยสารจำลองเท่าขนาดจริง
HondaJet Elite II เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวขนาดเล็กที่ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของและความสะดวกสบายไปอีกขั้น โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า HondaJet Elite โดยได้รับการพัฒนาด้านการออกแบบและผสานเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ

■ Honda BF350 เครื่องยนต์เรือขนาดใหญ่ – รุ่นการผลิตจริง
Honda BF350 เป็นแฟลกชิปเครื่องยนต์เรือของฮอนด้า ผสานพลังขับเคลื่อนสูงเข้ากับความประหยัดน้ำมัน พร้อมดีไซน์ที่เรียบง่ายและสะอาดตา เหมาะกับเรือทุกประเภท
■ ฮอนด้าเตรียมเข้าร่วมในส่วนการจัดแสดงหลักที่จัดโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA)
・Tokyo Future Tour 2035 – สัมผัสความตื่นเต้นกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต
Tokyo Future Tour 2035 คือ กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับอนาคตของญี่ปุ่น รวมถึงบทบาทสำคัญของผลิตภัณฑ์และบริการที่มีส่วนในการขับเคลื่อนสังคม โดยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้ และได้เห็นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของผู้คนในอีก 10 ปีข้างหน้าได้อย่างไร
ฮอนด้าพร้อมนำหลากหลายผลิตภัณฑ์มาจัดแสดง ได้แก่ หุ่นยนต์ตัดหญ้า Miimo Series และ UNI-ONE อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลแบบแฮนด์ฟรี ที่ผู้ใช้งานสามารถบังคับทิศทางได้ง่าย ๆ โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำหนักตัวขณะนั่งโดยไม่ต้องใช้มือบังคับ
・Mobility Culture Program – สัมผัสความตื่นเต้นจากผลิตภัณฑ์ด้านการขับเคลื่อน
Mobility Culture เป็นกิจกรรมพิเศษในงาน Japan Mobility Show มุ่งเน้นการนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์ด้านการขับเคลื่อนที่มีหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีความเกี่ยวข้องและผูกพันกับชีวิตประจำวันของผู้คนมาอย่างยาวนาน และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง
ในงานนี้ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงรถยนต์ในตำนานอย่าง McLaren Honda MP4/4 ซึ่งสร้างสถิติในการคว้าชัยชนะสูงสุดถึง 15 ครั้ง จากทั้งหมด 16 สนาม ในการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก FIA*2 Formula One (F1) พร้อมคว้าแชมป์ทั้งประเภทผู้ผลิต (Constructors) และประเภทนักแข่ง (Drivers) ในปี 1998 อีกทั้งจัดแสดงร่วมกับรถจักรยานยนต์หลายรุ่น ได้แก่ NSR500 ที่คว้าแชมป์ในรุ่น 500 ซีซี ในการแข่งขัน FIM*3 Road Racing World Championship Grand Prix ในปี 1994
・Startup Future Factory – เปิดประสบการณ์ที่เร้าใจกับธุรกิจด้านการขับเคลื่อน
Startup Future Factory จะรวบรวมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและแนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์จากบริษัทสตาร์ทอัพที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางด้านการขับเคลื่อนแห่งอนาคต รวมถึงนำเสนอความร่วมมือในการสร้างสรรค์ธุรกิจยุคใหม่ในอุตสาหกรรมแห่งการขับเคลื่อน
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมจัดบูทพิเศษสำหรับโปรแกรม Honda IGNITION ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของฮอนด้า ที่มุ่งส่งเสริมให้บุคลากรนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและแนวคิดที่มีเอกลักษณ์มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมอีกทั้งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้คนและสังคม
・กิจกรรม “Out of KidZania” ในงาน Japan Mobility Show
กิจกรรมพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือกับ KidZania ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการด้านสถานที่ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ได้มาสวมบทบาทเพื่อทดลองและเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมการขับเคลื่อน
ฮอนด้ายังเตรียมกิจกรรม interactive ที่น่าสนใจไว้เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสนุกและเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและกลไกการทำงานของ Honda UNI-ONE รวมถึงได้ลองคิดแผนธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับการนำ UNI-ONE ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์อีกด้วย
โดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA) จะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละกิจกรรมและการจัดแสดง ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป
หมายเหตุ
*1 ประเภท Class-2: ยานพาหนะที่กฎหมายว่าด้วยยานยนต์บนท้องถนนของประเทศญี่ปุ่นกำหนดไว้ว่าเป็น “ยานพาหนะสองล้อขึ้นไปที่ติดตั้งเครื่องยนต์ความจุกระบอกสูบรวมมากกว่า 50 ซีซี และน้อยกว่า 125 ซีซี หรือมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังขับเคลื่อนตั้งแต่ 0.6 กิโลวัตต์ ถึงน้อยกว่า 1.0 กิโลวัตต์”
*2 Federation Internationale de l’Automobil = The International Motorcycling Federation or (FIM)
*3 Federation Internationale de Motocyclisme = The International Motorcycling Federation or (FIM)
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
V2L ฟีเจอร์ล้ำใน GWM HAVAL H6 PHEV เปลี่ยนรถเป็น Power Bank ได้ทุกสถานการณ์

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” GWM เปิดมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิตกับรถยนต์พลังงานใหม่ ผ่านฟีเจอร์ Vehicle-to-Load (V2L) เทคโนโลยีล้ำหน้าที่หลายคนอาจไม่รู้ถึงประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ใน GWM HAVAL H6 PHEV ที่มาพร้อมกำลังไฟ 3.3 กิโลวัตต์ โดยฟีเจอร์นี้เปลี่ยนรถให้กลายเป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ ที่สามารถจ่ายไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะในสถานการณ์คับขันเพื่อให้ชีวิตไม่สะดุด หรือเพื่อความสะดวกและความบันเทิงในกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การตั้งแคมป์ ปิกนิก ดูหนังนอกสถานที่ หรือแม้แต่การทำอาหาร ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมั่นใจและความสะดวกสบายตลอดเส้นทาง

V2L เป็นฟีเจอร์ที่เป็นเหมือนแหล่งพลังงานไฟฟ้า ที่แปลงพลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูงในรถยนต์ไปสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ได้โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งพาปลั๊กไฟบ้าน รถยนต์ไฟฟ้าจะแปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแบตเตอรี่ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปต้องการ ผ่านตัวแปลงภายในรถยนต์ ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อสายชาร์จ V2L ที่เสียบกับพอร์ตชาร์จของรถยนต์เข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการ เช่น การชาร์จโทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ก หรือแม้แต่การใช้ไฟเพื่อการทำอาหาร ในช่วงแรก ฟีเจอร์นี้เคยถูกบรรจุในรถยนต์ EV ระดับแฟลกชิปซึ่งถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในฐานะที่เป็น Mobile Power Source หรือแหล่งจ่ายไฟแบบพกพาขนาดใหญ่ โดย GWM ได้พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการเดินทางของคนไทยให้เหนือกว่า ซึ่งได้ติดตั้ง V2L ในรถยนต์พลังงานใหม่ GWM HAVAL H6 PHEV ให้คนไทยทุกคนเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าได้อย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้การเดินทางและการใช้ชีวิตมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดหรือภายใต้สภาวการณ์ใด ๆ ก็ตาม

V2L พลังงานอเนกประสงค์เพื่อทุกไลฟ์สไตล์
- ชีวิตคนเมืองที่พร้อมรับทุกสถานการณ์: ไฟดับกะทันหันในคอนโดกลางกรุงเทพฯ อาจทำให้ชีวิตหยุดชะงัก ทั้งความร้อนอบอ้าวที่ทนแทบไม่ไหว โทรศัพท์ใกล้แบตหมด แล็ปท็อปที่เหลือแบตเพียงเล็กน้อยจนทำให้การทำงานเร่งด่วนต้องสะดุด แต่ด้วยฟีเจอร์ V2L เพียงต่อสายจากรถสู่อุปกรณ์ ไฟฟ้าก็กลับคืนมาในทันที สามารถเปิดพัดลมเล็กเพื่อคลายร้อน ชาร์จโทรศัพท์เพื่อรับสายสำคัญ หรือใช้แล็ปท็อปต่อการทำงานได้ต่อเนื่อง ช่วยให้ชีวิตในเมืองดำเนินไปได้อย่างไม่สะดุด แม้เจอสถานการณ์ไม่คาดคิด
- สายเอ้าท์ดอร์: การออกเดินทางไปตั้งแคมป์หรือปิกนิกมักมาพร้อมกับความต้องการไฟฟ้าเพื่อเสริมความสะดวกสบาย V2L ตอบโจทย์ทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการเปิดไฟส่องสว่างยามค่ำคืน เปิดพัดลมพกพาเพื่อคลายร้อน ชาร์จลำโพงบลูทูธสำหรับสร้างบรรยากาศความบันเทิง ชาร์จจักรยานไฟฟ้า หรือแม้แต่เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก ๆ หม้อไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า เครื่องชงกาแฟ เพื่อทำอาหารง่าย ๆ ฟังก์ชันนี้ช่วยให้ผู้ใช้ได้ใช้ชีวิตกลางธรรมชาติได้ครบเครื่อง สะดวกสบายแม้ในพื้นที่ห่างไกล ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางระยะไกลและกิจกรรมกลางแจ้ง ที่ต้องการความสะดวกสบายควบคู่กับความมั่นใจ
- คนรักเส้นทางท้าทาย: การเดินทางออกต่างจังหวัดหรือพื้นที่ชนบท บางครั้งอาจพบกับเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เช่น ไฟฟ้าดับ น้ำท่วมฉับพลัน ที่พักเต็ม หรือการพักในจุดที่ไร้ไฟฟ้า V2L จะกลายเป็น “พลังงานสำรอง” ที่สามารถไว้ใจได้ ไม่ว่าจะใช้ปั๊มน้ำเล็กเพื่อระบายน้ำ ชาร์จวิทยุสื่อสารหรือไฟฉายเพื่อรับข่าวสารระหว่างเหตุการณ์ หรือเติมปริมาณไฟฟ้าให้อุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ เพื่อให้ยังคงเชื่อมต่อกับครอบครัวและโลกภายนอกได้อย่างไม่สะดุด

ยิ่งไปกว่านั้น GWM HAVAL H6 PHEV ยังสามารถเปิดระบบปรับอากาศได้แม้ในขณะจอดโดยใช้ไฟจากแบตเตอรี่ ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถพักผ่อนหรือนอนในรถได้สบาย ๆ หรือขณะจอดรถรอรับลูกเลิกเรียน โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม และด้วยการผสานเทคโนโลยี V2L เข้ากับยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและทุกสถานการณ์อย่างแท้จริง GWM ไม่เพียงสร้างรถยนต์ที่พร้อมเคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่ยังสร้างวิถีชีวิตใหม่ที่มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน การเดินทางท่องเที่ยว หรือแม้แต่การเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดคิด รถยนต์ของ GWM จึงกลายเป็นมากกว่าพาหนะ แต่คือพลังงานคู่ใจที่อยู่เคียงข้างผู้ใช้เสมอ ตอกย้ำบทบาทของ GWM ในฐานะผู้นำที่พร้อมผลักดันนวัตกรรมยานยนต์สู่การใช้งานจริงของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง
#GWMHAVALH6PHEV #GWMHAVALTHAILAND #GWMTHAILAND #HAVALH6 #H6 #PHEV
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย มอบโอกาสทางการศึกษา และพัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้โครงการ “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” แก่สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศล ประจำปี 2568

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย พร้อมด้วย นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ และนายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบทุนสนับสนุนประจำปี 2568 แก่สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศล รวมมูลค่า 18.69 ล้านบาท เมื่อวันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2568 ณ Toyota ALIVE บางนา
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ก่อตั้ง มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ให้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยได้รับความร่วมมือจาก นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิ จากสถาบันการศึกษาในประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเยาวชนอันเป็นรากฐานสำคัญของประเทศในอนาคต โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการได้แก่
- ส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ในทุกระดับชั้น ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา
- ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และผู้พิการ รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- ส่งเสริมการดำเนินการขององค์กรสาธารณกุศลต่างๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
โดยในปี พ.ศ. 2568 นี้ มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ได้สนับสนุนงบประมาณ ด้านการศึกษา และด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมมูลค่า 18,690,000 บาท ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ตามรายละเอียดดังนี้
รายละเอียดองค์กรและโครงการ
ชื่อองค์กร ชื่อโครงการ กิจกรรมสนับสนุนทุนการศึกษา 1. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (2,835,000 บาท) – ทุนการศึกษา สำหรับเด็กและเยาวชนขาดแคลนในภาคเหนือ 2. มหาวิทยาลัยขอนแก่น (2,300,000 บาท) – ทุนการศึกษา สำหรับเด็กและเยาวชนขาดแคลนในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ
– ทุนการศึกษา พยาบาลวิชาชีพ
3. มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต (1,110,000 บาท) – ทุนการศึกษา สำหรับนักศึกษาขาดแคลนในภาคใต้ 4. มหาวิทยาลัยบูรพา (1,540,000 บาท) – ทุนการศึกษา สำหรับนิสิตขาดแคลนในภาคตะวันออก 5.มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (300,000 บาท) – ทุนการศึกษา สำหรับนักศึกษาขาดแคลนในภาคเหนือ 6. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (1,000,000 บาท) – ทุนการศึกษา แก่นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา กิจกรรมสนับสนุนทุนการศึกษาระดับสูง 7. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (1,000,000 บาท) – โครงการรางวัลผลงานวิชาการ TTF Award กิจกรรมสนับสนุนทุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต 8. มูลนิธิ พล.ต.อ. เภา สารสิน (1,500,000 บาท) – โครงการบ้านตะวันใหม่ และทุนสนับสนุนการศึกษาแก่บุตรธิดาของเจ้าหน้าที่ ที่เสียชีวิตจากการปราบปรามยาเสพติด 9. มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว (1,000,000 บาท) – ทุนการศึกษา โครงการพ่อแม่อุปถัมภ์ 10. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (1,564,000 บาท)
– โครงการค่ายจิตอาสาพยาบาล เพื่อสังคมสุขภาวะ 11. มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (1,000,000 บาท)
– โครงการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบ โตโยต้ายั่งยืนวิทยา เสริมสร้างโภชนาการทางอาหารและสนับสนุนระบบสาธารณูปโภค 12. องค์กรสาธารณกุศลอื่นๆ และภาคีเครือข่าย(3,541,000 บาท) – โครงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน ภายใต้ โครงการ Toyota Giving ยิ่งไปกว่านั้น มูลนิธิโตโยต้า ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน โดยการสานต่อโครงการโรงเรียนต้นแบบ “โตโยต้ายั่งยืนวิทยา” ณ โรงเรียนบ้านลำแคลง จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโรงเรียนต้นแบบแห่งแรก คือ โรงเรียนบ้านขนวนนคร จังหวัดขอนแก่น ผ่านการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาด้านสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม อาทิ แปลงเกษตรแบบพอเพียง ระบบกรองน้ำดื่มที่ได้มาตรฐาน ระบบสูบน้ำ และระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาเซลล์) รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะ และการใช้เครื่องบีบอัดขยะที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาราคูริโดยไม่ใช้พลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้เพื่อมุ่งพัฒนาโรงเรียนและชุมชนโดยรอบให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ยังเชื่อมั่นใน “การให้ที่ไม่มีสิ้นสุด” ผ่านการเสริมสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าที่มีความแข็งแกร่ง ภายใต้โครงการ TTF Alumni หรือ ศิษย์เก่าสัมพันธ์ของมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย เพื่อส่งมอบโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาทุนได้มีส่วนร่วมในการสานต่อเจตนารมณ์แห่งการแบ่งปัน และร่วมกันส่งต่อคุณค่าแห่งความดีคืนสู่สังคม
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นสานต่อโครงการ “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญขององค์กร ที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมด้านความเป็นอยู่และโอกาสทางการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการ “ให้” ในทุกมิติ
ให้…สุขภาพที่ยั่งยืน
ให้…ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน
ให้…ภูมิปัญญาที่ยั่งยืน
ให้…การศึกษาที่ยั่งยืน
การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ เป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ในการให้การศึกษาอย่างยั่งยืน ด้วยความเชื่อมั่นว่า การศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจสำหรับการพัฒนาประเทศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
แต่งสุด เต็มสปีด สไตล์ GR” พบกับรถยนต์โตโยต้าสไตล์ GR หลากหลายรุ่น ในงาน “Bangkok Auto Salon 2025

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมแสดงรถยนต์หลากหลายรุ่น ในงาน Bangkok Auto Salon 2025 พร้อมการตกแต่งหลายสไตล์ ภายใต้แนวคิด “แต่งสุด เต็มสปีด สไตล์ GR” โดยปีนี้โตโยต้านำรถแข่งสุดเท่ แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร ถูกใจผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและการแต่งรถ หลากหลายสไตล์ ทั้งรถ Performance และ รถกระบะ มาโชว์ภายในงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชื่นชอบการแต่งรถ ระหว่างวันที่ 27 – 31 สิงหาคมนี้ ที่บูธโตโยต้า (บูธ A3) ฮอลล์ EH100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
นำโดยรถยนต์ Performance GR Supra Track Edition “The Last Roar of Legend” รถแข่ง GR Supra – Thailand Super Series, Hilux Revo GR Sport 4X4 – Asia Cross Country Rally, Corolla Altis GR Sport – RAAT Thailand Endurance จากทีมแข่ง Toyota Gazoo Racing Thailand รวมถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ตกแต่งพิเศษ Hilux Champ GR Collection ในงาน Bangkok Auto Salon 2025 ระหว่างวันที่ 27 – 31 สิงหาคมนี้ ที่ บูธโตโยต้า ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ และที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ
เต็มสปีดสไตล์ GR
กับรถยนต์โตโยต้าที่ตกแต่งได้ถึงใจ
พบกับ GR Supra Track Edition “The Last Roar of Legend” ที่เพึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และรถแข่ง GR Supra สุดเท่ห์ที่ลงแข่งในรายการ “Thailand Super Series” มาจัดแสดงโชว์ภายในงาน
- GR Supra Track Edition “The Last Roar of Legend”
GR Supra โฉมสุดท้ายประจำเจเนอเรชันที่ 5 ในประเทศไทย จากฝีมือการพัฒนาโดย Toyota GAZOO Racing พร้อมรุ่นพิเศษ Track Edition ที่ผ่านการปรับแต่งเพื่อเสริมโครงสร้างตัวถังรถยนต์ และช่วงล่างปรับจูนใหม่ พร้อมชุดแต่งพิเศษเฉพาะรุ่น Track Edition ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตรแบบหกสูบเรียง เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง (inline-six-cylinder engine) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มอบกำลังสูงสุดถึง 387 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ของโครงสร้างตัวรถให้แข็งแกร่ง มอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ผสานการทำงานกับเทคโนโลยีชั้นสูง ADAPTIVE VARIABLE SUSPENSION ช่วยปรับการทำงานอัตโนมัติให้เข้ากับรูปแบบการขับขี่ และสภาพถนน ทั้งยังเสริมความมั่นคงปลอดภัยในขณะขับขี่ขั้นสุด ทำให้ผู้ขับขี่ควบคุมพวงมาลัย สามารถบังคับรถได้อย่างแม่นยำ และที่สำคัญยังเปี่ยมไปด้วยระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense
นอกจากนี้ยังมาพร้อมภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต โดดเด่นด้วย สปอยเลอร์หลังคาร์บอนไฟเบอร์ ล้ออัลลอย 19 นิ้ว สีดำ Matte Black หน้า 235/35R19 หลัง 275/35R19 คาลิเปอร์สีแดง สัญลักษณ์ GR ภายในห้องโดยสารสีดำ เบาะนั่งหุ้มหนัง Alcantara ตกแต่งโลโก้ GR ที่พนักพิงศีรษะ พร้อมเข็มขัดนิรภัยสีแดงสไตล์สปอร์ต รองรับระบบ Apple CarPlay และ Andriod Auto สีพิเศษ สีดำ “Matte Black” เฉพาะรุ่น Track Edition ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา
ราคา 5,749,000 บาท และทางเลือก รุ่นมาตรฐาน ราคา 5,349,000 บาท
**ราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศ และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
สามารถศึกษารายละเอียดข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ได้ที่ https://www.toyota.co.th/model/grsupra
ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ สามารถติดต่อ GR Garage ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Toyota GR Performance อย่างเป็นทางการ ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ
กรุงเทพฯ และภาคกลาง
- GR Garage Krungthai (บริษัท โตโยต้า กรุงไทย จำกัด)
- GR Garage K.Motors (บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)
- GR Garage Thonburi (บริษัท โตโยต้า ธนบุรี จำกัด)
ภาคเหนือ
- GR Garage Rich (บริษัท โตโยต้าริช จำกัด)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- GR Garage Khonkaen (บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)
ภาคใต้
- GR Garage Pearl (บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)
- Hilux Revo GR Sport 4×4 – Asia Cross Country Rally
พบกับ Hilux REVO GR SPORT 4 X 4 ได้ในงานนี้เป็นครั้งแรก หลังจากที่เพิ่งจบการแข่งขันแรลลี่รถยนต์สุดโหด คว้าอันดับ 2 ในรายการ “30th Asia Cross Country Rally 2025” (AXCR 2025) บนเส้นทางภาคตะวันออกจากจุดสตาร์ท พัทยา-ปราจีนบุรี-เขาใหญ่-ระยอง เมื่อวันที่ 8-16 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา
โดยรถที่นำมาโชว์ครั้งนี้คือ รถหมายเลข 101 ที่ขับโดย ดีกรีแชมป์เก่า หนึ่ง–มานะ พรศิริเชิด และ โคไดร์ฟเวอร์ ตอน–กิติศักดิ์ กลิ่นจันทร์ จบการแข่งขันอันดับ 2 ในรุ่น T1D และ 2 แบบโอเวอร์ออล ใช้เวลารวม 16:23:03 ชม.
- Hilux Champ เท่ให้สุดกับชุดแต่งใหม่จัดเต็ม รองรับได้ทุกการใช้งาน
Hilux Champ กระบะท้ายเรียบแบบเปิดได้ 3 ทาง เพิ่มความสามารถในการบรรทุก สะดวก และทนทาน พร้อมโครงสร้างที่เอื้อต่อการดัดแปลง ช่วยลดต้นทุน ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในเชิงพาณิชย์ และการใช้งานส่วนตัว ซึ่งคันที่นำไปจัดแสดงในงานเป็น Hilux Champ ที่ถูกดัดแปลงเป็นรถเพื่อการพาณิชย์สำหรับจำหน่ายสินค้าจาก GR Collection (Shop on Champ)
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Instagram: grcollection.th
- Corolla Altis GR Sport รถยนต์ลุยศึกทางเรียบมาราธอน
พบกับ Corolla Altis GR Sport จำนวน 2 คัน ที่ลงแข่ง ในรายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2025 เป็นการแข่งขันในรูปแบบมาราธอน เก็บคะแนนประจำปี ชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานฯ ทั้งหมด 4 สนาม โดยสนามแรก ในวันที่ 12-13 กรกฎาคมที่ผ่านมา แข่งขันกัน 6 ชั่วโมงเต็ม ในรุ่น Touring Car D2 โดยประเดิมแชมป์อันดับ 1 และ 2 Overall มาครอง ด้วยรถ Toyota Corolla Altis GR Sport หมายเลข 20 ขับโดย ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, กรัณฑ์ ศุภพงษ์ และ อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ ร่วมกันพาทีมคว้าอันดับ 1 ทั้งในรุ่นและ Overall ด้วยผลงาน 177 รอบสนาม ส่วนหมายเลข 19 ขับโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ และ มานัต กุละปาลานนท์ ทำผลงานได้อันดับ 2 ใน Overall และในรุ่น Touring Car D2 ด้วย 176 รอบสนาม ส่วนสนาม 2 และ สนาม 3 จะทำการแข่งขันในวันที่ 6-7 กันยายน และ สนามสุดท้าย สนามที่ 4 ในวันที่ 11-12 ตุลาคม
- พลาดไม่ได้กับกิจกรรมสุด Exclusive ภายในงาน Bangkok Auto Salon 2025
- ร่วมสัมผัสประสบการณ์แข่งขันของทีม Toyota Gazoo Racing Thailand กับรถแข่ง GR Supra พร้อมทำความรู้จัก GR Garage ทั้ง 6 แห่ง ในงาน mini Press Talk วันที่ 29 สิงหาคมนี้ เวลา 14:00 ณ บูธโตโยต้า
- ร่วมพูดคุยความสําเร็จของรถยนต์โตโยต้า COROLLA ALTIS GR SPORT ที่คว้าชัยในรายการ “RAAT Thailand Endurance Championship 2025 สนามที่ 1” และ HILUX REVO GR SPORT 4X4 ที่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ Asia Cross Country Rally 2025 (AXCR) ในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ เวลา 14:00 ณ บูธโตโยต้า
- พิเศษสุดๆ เมื่อลูกค้าซื้อสินค้า GR Collection (Shop on Champ) ภายในงานครบ 2,500 บาท รับฟรีทันที สายคล้องคอ GR Lanyard 1 เส้น นอกจากนี้ยังมีจัดแสดงสินค้าราคาพิเศษภายในงาน
เชิญสัมผัสรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความพรีเมียมของชุดแต่งพิเศษ
พร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย ในงาน Bangkok Auto Salon 2025
วันที่ 27 – 31 สิงหาคม 2568 ณ บูธ โตโยต้า A3 ฮอลล์ EH100
ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
โตโยต้าจับมือ Monomax ยกระดับประสบการณ์แฟนลูกหนังชาวไทยถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก พร้อมส่งแคมเปญ ‘เชียร์มันส์ ติดโปร’ มอบสิทธิพิเศษรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมมือกับบริษัท โมโนสตรีมมิ่ง จำกัด หรือ Monomax แพลตฟอร์มหลักในการถ่ายทอดสด และ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และ เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย ผนึกกำลังขับเคลื่อนประสบการณ์การรับชมฟุตบอลของชาวไทยไปสู่อีกระดับ โดยการเป็นผู้สนับสนุนการออกอากาศ Premier League บน Monomax อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวแคมเปญใหญ่ ‘เชียร์มันส์ ติดโปร’ มอบสิทธิพิเศษมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทตลอดฤดูกาล 2025/26
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โตโยต้าเชื่อว่าฟุตบอลคือพลังของคนไทย เราจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็ม ทุกเสียงเชียร์ ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษและเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ เพื่อมอบการชมฟรีกว่า 44 แมตช์ให้กับแฟนบอลชาวไทย รวมถึงมอบประสบการณ์การรับชมที่คมชัด เต็มอิ่มครบทั้ง 443 แมตช์ในราคาที่เข้าถึงได้ เพียง 299 บาทต่อเดือน โดยการร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของโตโยต้า ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ความมันส์ของแฟนบอลชาวไทย โดยผู้ที่สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 38 แมตช์ และเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ 6 แมตช์ ฟรีผ่านช่อง MONO29 และรับชมอย่างเต็มอิ่มทั้งพรีเมียร์ลีกครบ 380 แมตช์ และเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ 63 แมตช์ ผ่านแพ็คเกจการรับชมทาง Monomax และ AIS Play
ที่สำคัญเรายังมีแคมเปญพิเศษ ‘เชียร์มันส์ ติดโปร’ ให้กับลูกค้าโตโยต้า ด้วยการมอบส่วนลดมูลค่า 2,000 บาท สำหรับการซื้อรถยนต์โตโยต้ารุ่นใดก็ได้กับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ จำนวน 5,000 สิทธิ์ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยสามารถติดตามแคมเปญได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถสแกน QR code ที่ปรากฎระหว่างการถ่ายทอดสดแมตช์การแข่งขัน และ คอนเทนต์ออนไลน์ของ Mono, Mono29 หรือ Monomax Sports เพื่อศึกษารายละเอียด ลงทะเบียนกรอกข้อมูลและเลือกรุ่นรถโตโยต้าที่สนใจ
เราหวังว่าการเป็นผู้สนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษและเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ ในครั้งนี้จะช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับแฟนบอลและนักกีฬาชาวไทย มุ่งสู่การก้าวไปสู่เวทีฟุตบอลระดับโลก”
โตโยต้าขอเชิญชวนแฟนบอลชาวไทยร่วมสัมผัสความมันส์ของศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ ที่ครองใจคนทั่วโลก ตลอดฤดูกาลนี้ ผ่านกิจกรรมและช่องทางความบันเทิงที่โตโยต้าและพันธมิตรคัดสรรมาให้แฟนบอลได้ร่วมสนุกและเชียร์ทีมโปรดไปพร้อมกันทั่วประเทศ เพราะเราเชื่อว่ากีฬาฟุตบอลสามารถ สร้างแรงบันดาลใจ สร้างรอยยิ้ม และเติมเต็มพลังบวกให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง
หมายเหตุ:
- บริษัทฯ หมายถึง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
- ส่วนลดมูลค่า 2,000 บาท ใช้ได้เฉพาะการซื้อรถยนต์คันใหม่ รุ่นใดก็ได้ กับผู้แทนจำหน่ายของบริษัทฯ เท่านั้น
- ลูกค้าต้องนำส่วนลดมาจองและรับมอบรถยนต์ภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์ส่วนลด
- ส่วนลดไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
- โปรดศึกษารายละเอียดของกิจกรรม เชียร์มันส์ ติดโปร เพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/promotion/EPL2025
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car
ispace และ Bridgestone ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ มุ่งสู่การใช้ยางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง
2 Min Readispace และ Bridgestone ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ มุ่งสู่การใช้ยางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง

บริษัท ไอสเปซ (ispace) และ บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น (Bridgestone) เผยว่าได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือมุ่งสู่การใช้ยางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือนี้ ispace และ Bridgestone จะร่วมกันยกระดับสมรรถนะของรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง โดย Bridgestone ได้พัฒนายางที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ (elastic wheels)*1 เพื่อตอบสนองต่อสภาพพื้นผิวบนดวงจันทร์ มอบสมรรถนะในการวิ่งผ่านบนพื้นที่ที่อยู่ภายใต้สภาวะการทำงานที่ยากลำบากและยังเพิ่มความทนทานให้กับรถสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งยางเหล่านี้จะถูกติดตั้งในรถสำรวจดวงจันทร์ต้นแบบขนาดเล็กและกลางที่พัฒนาโดย ispace โดยจะมีการทดสอบสมรรถนะบนโลกก่อนการนำไปใช้งานจริงบนดวงจันทร์ จากข้อตกลงความร่วมมือนี้ทั้งสองบริษัทจะประเมินความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีและโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพื้นผิวบนดวงจันทร์ และตั้งเป้าหมายใช้ยางเหล่านี้ทางธุรกิจให้เร็วที่สุดราวปีพ.ศ. 2572 นอกจากนี้ ispace และ Bridgestone ยังมีแผนที่จะสานต่อความร่วมมือภายใต้โครงการนี้เพื่อมีส่วนช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมอวกาศของญี่ปุ่น
โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากกองทุนยุทธศาสตร์อวกาศ (Space Strategy Fund) ที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้
การกำกับขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)
โมเดลคอนเซปต์ของยางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ที่พัฒนาโดย Bridgestone
แถลงการณ์จากคุณ Takeshi Hakamada ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ispace
“เป้าหมายของ ispace ในการสร้างเศรษฐกิจกระแสใหม่ (New Economy) บนดวงจันทร์ จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากผู้เล่นในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งข้อตกลงในการทดสอบและตรวจสอบเทคโนโลยีสำหรับภารกิจดวงจันทร์ในอนาคตนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์” คุณ Takeshi Hakamada ผู้ก่อตั้ง
และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ispace กล่าว “Bridgestone ซึ่งเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการเดินทางระดับโลกผ่านความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี กำลังพัฒนายางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ที่สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมสุดขั้วบนดวงจันทร์ ซึ่งยางเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญต่อความก้าวหน้าของมนุษยชาติ
บนดวงจันทร์ รถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กที่ ispace กำลังพัฒนาถือเป็นหนึ่งในรถสำรวจดวงจันทร์ที่เล็กที่สุดในโลกซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับการสำรวจดวงจันทร์ และยังเป็นขอบเขตใหม่ของมวลมนุษยชาติ เรารอคอยที่จะร่วมมือกับ Bridgestone ในครั้งนี้”แถลงการณ์จากคุณ Masaki Ota ผู้อำนวยการส่วนงาน OE Business Strategy & Planning / New Mobility Business ของ Bridgestone
“Bridgestone ได้เริ่มทำวิจัยและพัฒนายางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 ซึ่งในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 เราได้เปิดตัวโมเดลคอนเซปต์ยาง*2 ที่มีน้ำหนักเบาลงสำหรับรถสำรวจ
ดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง และกำลังมุ่งขยายเครือข่ายในธุรกิจอวกาศ รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการร่วมสร้างสรรค์ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เริ่มร่วมมือกับ ispace ซึ่งมีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับเราในโครงการนี้ยาง Bridgestone สำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ได้รับการออกแบบด้วยโครงสร้างซี่ลวดโลหะบาง*3 ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ ในขณะเดียวกันยังทนทานเป็นอย่างดี การออกแบบนี้มอบสมรรถนะการวิ่งผ่านพื้นผิวและการดูดซับแรงกระแทกได้เหนือชั้น ซึ่งช่วยให้รถสำรวจดวงจันทร์สามารถเคลื่อนที่บนพื้นผิวดวงจันทร์และเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ได้ เช่น ก้อนหิน
ด้วยคุณสมบัติทางเทคนิคดังกล่าวนี้ ยางของเราจึงสามารถรองรับกับรถสำรวจดวงจันทร์ของ ispace ได้ตั้งแต่พื้นดินขึ้นสู่สภาพแวดล้อมที่สุดขั้วบนดวงจันทร์ ความร่วมมือกับ ispace ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านอวกาศที่ก่อตั้งในญี่ปุ่น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เหนือชั้นด้านยางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ และยังมีส่วนช่วยพัฒนาการสำรวจดวงจันทร์ของญี่ปุ่นให้ก้าวหน้า”
เกี่ยวกับบริษัท ไอสเปซ (https://ispace-inc.com)
ispace เป็นบริษัทระดับโลกด้านการพัฒนาทรัพยากรบนดวงจันทร์ ด้วยวิสัยทัศน์ “Expand our planet. Expand our future.” เชี่ยวชาญในการออกแบบและสร้างยานลงจอดบนดวงจันทร์ และรถสำรวจดวงจันทร์ โดยมีเป้าหมายในการขยายขอบเขตการดำรงชีวิตของมนุษย์สู่อวกาศ และสร้างโลกที่ยั่งยืนผ่านการให้บริการขนส่งสู่ดวงจันทร์ที่มีความถี่สูงและต้นทุนต่ำ ปัจจุบันบริษัทมีหน่วยธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ลักเซมเบิร์ก และสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยพนักงานมากกว่า 300 คนทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.ispace-inc.com และติดตามได้ทาง X: @ispace_inc
เกี่ยวกับบริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น (https://www.bridgestone.co.jp/)
Bridgestone ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2474 ที่เมืองคุรุเมะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันธกิจ “รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า” และวิสัยทัศน์ “สู่ปี พ.ศ. 2593 Bridgestone ยังคงส่งมอบคุณค่าให้สังคมและลูกค้า ในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืน” บริษัทได้ขยายและพัฒนาธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคม รวมถึงสนับสนุนการเดินทางและวิถีชีวิตของผู้คน ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง Bridgestone ดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตและศูนย์วิจัยพัฒนาเกือบ 130 แห่งทั่วโลก ครอบคลุมธุรกิจหลักคือยางรถยนต์
พรีเมียม, ธุรกิจโซลูชั่น, ผลิตภัณฑ์อื่นๆ และธุรกิจใหม่ ในกว่า 150 ประเทศและภูมิภาค*4หนึ่งในธุรกิจใหม่เพื่ออนาคต คือ Bridgestone ได้มีส่วนร่วมพัฒนายางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์
โดยยึดตามหลักพื้นฐานของบริษัท “ยางดูแลชีวิต” ซึ่ง Bridgestone ได้พัฒนายางด้วยการใช้เทคโนโลยีจาก “ยางไร้ลม (AirFree)” เพื่อตอบโจทย์ข้อกำหนดที่เข้มงวดด้านการเคลื่อนที่ผ่านสภาพพื้นผิวและความทนทานซึ่งช่วยส่งเสริมการเดินทางสู่อวกาศ และด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนสำคัญของอนาคตแห่งการเดินทางโดยท้าทายสภาพแวดล้อมสุดขั้วของกิจกรรมมนุษย์บนพื้นผิวดวงจันทร์ จากการพัฒนายางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ Bridgestone กำลังมุ่งบรรลุพันธสัญญาขององค์กรด้าน “Extension (ด้านการเติบโต) เพราะโลกไม่เคยหยุด เราต้องไปให้สุดด้วยนวัตกรรม” ตามที่ระบุไว้ใน “Bridgestone E8 Commitment (พันธสัญญา E8 ของ Bridgestone)” *5- สามารถดูภาพรวมเกี่ยวกับเทคโนโลยียางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ที่พัฒนาโดย Bridgestone ได้ที่เว็บไซต์Bridgestone’s Lunar Rover Tire Supporting the movement of lunar mobility with safety and peace of mind, enabling humankind to pursue the moon | Bridgestone
- ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 Bridgestone ได้เปิดตัวโมเดลคอนเซปต์ของยางที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ซึ่งพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาลงสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง อ้างอิงจากยางรุ่นที่สอง
- ส่วนประกอบที่เชื่อมระหว่างผิวสัมผัสของยางกับล้อ ทำหน้าที่รองรับน้ำหนัก และดูดซับแรงกระแทก
- ณ สิ้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567
- กลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนได้ประกาศ “พันธสัญญา E8 ของ Bridgestone” (Bridgestone E8 Commitment) ซึ่งเป็นพันธสัญญาขององค์กร เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์: “สู่ปี พ.ศ. 2593 Bridgestone ยังคงส่งมอบคุณค่าให้สังคมและลูกค้าในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืน” พันธสัญญาดังกล่าวจะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการบริหารควบคู่ไปกับการสร้างความไว้วางใจและน่าเชื่อถือให้กับคนรุ่นต่อไปในอนาคต “พันธสัญญา E8 ของ Bridgestone” (Bridgestone E8 Commitment) ประกอบด้วยคุณค่า 8 ด้าน ที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษร E (ได้แก่ Energy (ด้านพลังงาน), Ecology (ด้านสิ่งแวดล้อม), Efficiency (ด้านประสิทธิภาพ), Extension (ด้านการเติบโต), Economy (ด้านเศรษฐกิจ), Emotion (ด้านความรู้สึก), Ease (ด้านความสะดวกสบาย) และ Empowerment (ด้านพลังสังคม)) ซึ่งกลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนจะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผ่านเจตจำนง และกระบวนการทำงาน ร่วมกับพนักงาน สังคม พันธมิตร และลูกค้าเพื่อสังคมที่ยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
อีซูซุยกทัพรถแต่งเสริมหล่อร่วมงาน “Bangkok Auto Salon 2025”

อีซูซุตอบโจทย์แฟนสปอร์ตเรซซิ่ง นำรถแต่งพิเศษเสริมหล่อ 4 รุ่น 4 สไตล์ ร่วมโชว์ตัวในงาน “Bangkok Auto Salon 2025” นำขบวนโดย ISUZU DRAGON MAX รถปิกอัพยอดนิยม รุ่นมังกรทอง หรือ TFR ในตำนานที่ผ่านการปรับลุคใหม่ ตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” พร้อมด้วย ISUZU MU-X “THE NEXT PEAK” และรถปิกอัพ ISUZU D-MAX พร้อมลุยโค้งสุดท้ายของแคมเพจ์น “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” ซื้อและรับรถอีซูซุ ดีแมคซ์ทุกรุ่นภายในเดือนสิงหาคม ลุ้นรับรางวัลจี้ทองคำ ทุกสัปดาห์
กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันรถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับเดินทางเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เทรนด์การแต่งรถจึงเป็นกระแสที่ผู้คนให้ความสนใจ เนื่องจากการแต่งรถถือเป็นการแสดงออกถึงตัวตน ความชอบ และความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีขีดจำกัด งาน Bangkok Auto Salon 2025 คือการสร้างปรากฏการณ์วัฒนธรรมของคนที่ขื่นชอบและรักการแต่งรถที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน บริเวณงานจะจัดแสดงรถแต่งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถได้สัมผัสอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งจำหน่ายรถแต่งและอุปกรณ์โมดิฟายหลากหลาย ภายใต้ลิขสิทธิ์จาก Tokyo Auto Salon ประเทศญี่ปุ่น …โดยอีซูซุได้นำรถแต่งพิเศษ 4 รุ่น 4 สไตล์มาจัดแสดง นำโดย ISUZU DRAGON MAX รถปิกอัพยอดนิยม รุ่นมังกรทอง หรือ TFR ในตำนานที่ผ่านการปรับลุคใหม่ รถอเนกประสงค์ระดับหรู ISUZU MU-X “THE NEXT PEAK” และรถปิกอัพ ISUZU D-MAX HI-LANDER ที่เสริมลุคด้วยชุดแต่งพิเศษแนวสปอร์ต เพิ่มความโดดเด่นจากพื้นฐานของรถเดิมและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังเอาใจสายเรซซิ่งด้วยการนำ ISUZU SAFETY CAR ที่ผ่านการโมดิฟายสเปกเดียวกับรถแข่งในสนามมาอวดโฉมสุดเร้าใจอีกด้วย และสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถอีซูซุ ดีแมคซ์ อยากให้รีบตัดสินใจ เพราะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการจัดแคมเพจ์น “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 31 สิงหาคมนี้”
รถตกแต่งพิเศษจากอีซูซุทั้ง 4 คัน มาพร้อมพละกำลังอันยอดเยี่ยมจากเครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคต 2.2 และ 3.0 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก ตอบโจทย์ด้านสมรรถนะครบครันทั้งด้านความเร็ว ความแรง ความทนทาน การเกาะถนน ความประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย

- ISUZU DRAGON MAX รถปิกอัพหนึ่งเดียว คันเดียวในโลก ที่สร้างขึ้นเพื่อตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” บนพื้นฐานของรถปิกอัพอีซูซุยอดนิยมรุ่น TFR ปี 1988 หรือ “มังกรทองในตำนาน” โดยการยกระดับและปรับให้เป็นมาตรฐานใหม่หมดภายใต้คอนเซ็ปต์ “Restomod” (Restoration & Modernization) ผสานความคลาสสิกของตัวถังดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยในทุกมิติ และนวัตกรรมแห่งอนาคต จึงไม่ใช่แค่รถแต่งต้นแบบ แต่คือตำนานบทใหม่ในการสร้างรถที่สะท้อนเจตนารมณ์ของอีซูซุในการอยู่ร่วมกับสังคมไทยอย่างต่อเนื่องยาวนาน
– ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยชุดกันชนหน้า กระจังหน้า และฝากระโปรงหน้าใหม่ทั้งหมด ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟ DRL ที่กันชนหน้า โฉบเฉี่ยวในทุกมุมมอง เส้นสายด้านข้างคมชัดด้วยชุดสเกิร์ตแบบ Muscle Line เสริมด้วยโป่งล้อหน้าและกระบะท้ายแบบ Wide Body เพิ่มมิติความดุดัน ฝาท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมสปอยเลอร์ Duck Tail สะกดทุกสายตาด้วยชุดไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัยและสีตัวรถ Katana Matte Silver ที่สะท้อนความเท่เฉพาะตัว พร้อมด้วยกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
– ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวยกใหม่ทั้งหมด ด้วยชุดแร็คพวงมาลัย ปีกนก คอม้า และเพลาท้ายใหม่แทนของเดิม เสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยโช้กอัพ Profender รุ่น Queen Series & Piggy Back ที่มอบความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกเส้นทาง พร้อมล้อแม็กซ์ Bradley-V ขนาด 8×17 นิ้ว จับคู่กับยาง Yokohama Advan Fleva V701 ขนาด 225/50 R17 เสริมด้วยระบบดิสก์เบรก Brembo ทั้งหน้าและหลัง พร้อมจานเบรกขนาด 340 และ 320 มม. มั่นใจในพลังเบรกทุกจังหวะ
– ห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียม ด้วยวัสดุตกแต่งคอนโซลและเบาะนั่งแบบอาคันทาร่า (Alcantara) เสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยเบาะนั่ง Recaro Premium Classic Seat หน้าจอมาตรวัด AIM MXT ขนาด 10 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน ติดตั้งจอกลางระบบ Android ขนาด 11.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับกล่อง ECU Shop Ultra Boost ที่เพิ่มแรงม้า พร้อมแสดงค่าฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบูสต์เทอร์โบ และอุณหภูมิภายนอก
– ขุมพลังใต้ฝากระโปรงคือหัวใจสำคัญของ ISUZU DRAGON MAX กับเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุด 2.2 Ddi MAXFORCE เพิ่มพละกำลังด้วยกล่องพ่วง ECU Shop Ultra Boost ให้กำลังสูงสุดถึง 220 แรงม้า และแรงบิด 550 นิวตัน-เมตร พร้อมคันเร่งไฟฟ้า Boost Speed Next ที่ตอบสนองฉับไว และให้ประสบการณ์การขับขี่เต็มพลังแบบไร้ควัน
- MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ACTIVE 4×2 สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่มองหารถอเนกประสงค์ที่แรง ลุย เท่ และตอบสนองได้ทุกอารมณ์การขับขี่ ยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยคอนเซ็ปต์ SPORT SUV ตกแต่งด้วยชุดบอดี้พาร์ท รอบคันสไตล์สปอร์ตจาก AKC เสริมสมรรถนะด้วยชุดโหลดช่วงล่าง 3.5 นิ้วจาก Profender รุ่น Tune Series พร้อมปีกนกปรับองศาเพิ่มความหนึบและปรับมุมล้อให้เหมาะสมกับสไตล์การขับแบบสปอร์ตอย่างแท้จริง เสริมลุคให้สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้อ LENSO JAGER AJAX รุ่นใหม่ล่าสุด จับคู่กับยาง YOKOHAMA ADVAN SPORT ขนาด 265/50 R20 เสริมสมรรถนะด้วยระบบเบรกจัดเต็มจาก Run Stop เบรกหน้า CALIPER แบบ 6 POT รุ่น R8 พร้อมจานเบรกขนาด 355 มม. เบรกหลัง CALIPER แบบ 4 POT รุ่น R3 พร้อมจานเบรกขนาดเดียวกัน เติมความเร้าใจด้วยลวดลายกราฟฟิกพิเศษเฉพาะรุ่น ให้ดู โดดเด่น สะกดทุกสายตา กล้าฉีกกฎความจำเจอย่างมีสไตล์

- ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 ประตู เกรด M สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 0 Ddi เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ปลดล็อกนิยามใหม่แห่งปิกอัพยกสูงระดับ TOP CLASS ที่เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวหรูหราล้ำอนาคต ผสานศาสตร์แห่งวิศวกรรมการขับเคลื่อนที่มาพร้อมกับความแรงแต่ประหยัดตามแบบฉบับอีซูซุไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสริมลุคความพรีเมียมแบบพิเศษให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วย Bold Body Set ชุดแต่งพิเศษรอบคัน พร้อมด้วยล้อแต่งแท้ จาก LENSO สุดเท่ สะกดทุกสายตา

- ISUZU SAFETY CAR 2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รถนำหน้าขบวน รถแข่งที่มีสมรรถนะความแรงเทียบเท่ารถแข่ง พร้อมประกาศศักดารถปิกอัพสายพันธุ์ซิ่งที่แท้จริงจากอีซูซุ ปรับแต่งความแรงด้วยคันเร่งไฟฟ้าและกล่องพ่วงเพิ่มแรงม้าจาก ECU Shop ที่รีดพลังแบบแรงไร้ควันออกมาได้ถึง 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 515 นิวตัน-เมตร ส่งพลังไหลลื่นต่อเนื่องทุกสปีดแบบไม่ยั้ง ช่วงล่างอัพเกรดใหม่เต็มระบบด้วยโช้คอัพ Explorar สเปกเดียวกับรถแข่งในสนาม ดิสก์เบรกสี่ล้อขนาด 6 pot จานเบรกขนาด 355 มม.จาก Run Stop ล้อ VEGAS จาก MK Sport จับคู่กับยาง Toyo Proxes Sport ขนาด 245/45 R18 ด้านหน้า และ 275/40 R18 ด้านหลัง ไล่เบาด้วยชุดคาร์บอนคอมโพสิตที่ฝากระโปรงหน้าและฝาท้ายจาก Akana Carbon เสริมความปลอดภัยด้วยชุด Roll Cage เบาะนั่งรถแข่ง Sparco พร้อมเข็มขัดนิรภัย 6 จุดจาก Sabelt พร้อมชุดสัญญาณไฟไซเรนแบบรถ Safety Car มืออาชีพ

อีกหนึ่งสีสันพิเศษของงาน คือ การรวมพลรถแต่งหลากสไตล์จาก ISUZU CAR CLUB กลุ่มคนรัก อีซูซุตัวจริงที่จะรวมพลังมาเติมเต็มความเร้าใจ นำรถแต่งสุดรักสุดหวงกว่า 30 คัน มาประชันและเข้าร่วมในกิจกรรม Car Parade บน Red Carpet ในบรรยากาศและแสงสีสไตล์ Tokyo Street Show ให้ชมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมแลกเปลี่ยนไอเดีย สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้รักการแต่งรถทุกแนวในวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 ห้ามพลาด! กับโค้งสุดท้ายของแคมเพจ์น “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” ลูกค้าที่ซื้อและรับรถ อีซูซุ ดีแมคซ์ภายใน วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ลุ้นรับรางวัลจี้ทองคำน้ำหนัก 2 สลึง มูลค่า 26,051.39 บาท สัปดาห์ละ 22 รางวัล
ร่วมติดตามไอเดียการแต่งรถ พร้อมทดลองขับและสัมผัสสมรรถนะสปอร์ตตัวจริงจากอีซูซุได้ในงาน “Bangkok Auto Salon 2025” ปรากฏการณ์วัฒนธรรมคนรักรถแต่งที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ระหว่างวันที่ 27-31 สิงหาคม นี้ ณ บูธอีซูซุ ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
Curvistan Bangkok เผยโฉมนิทรรศการใหม่ ‘Raceborn’ ฉลอง 1 ปี ถ่ายทอดจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของ Porsche

เคอร์วิสตาน แบงคอก (Curvistan Bangkok) ฉลองครบรอบ 1 ปีด้วยนิทรรศการใหม่สุดพิเศษ “Raceborn” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตอันยิ่งใหญ่ของปอร์เช่ ไฮไลต์สำคัญคือการนำปอร์เช่ 956 (Porsche 956) รถแข่งในตำนาน ส่งตรงจากพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ (Porsche Museum) ประเทศเยอรมนี มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ต ผลงานวิศวกรรมชั้นสูง และดีไซน์ร่วมสมัย ในนิทรรศการเดียวกันอย่างลงตัว
เคอร์วิสตาน แบงคอก พื้นที่ไลฟ์สไตล์สุดสร้างสรรค์ด้านยานยนต์และดีไซน์ ใจกลางย่านทองหล่อ ซอยสุขุมวิท 38 เปิดตัวนิทรรศการพิเศษในโอกาสครบรอบ 1 ปี ภายใต้ชื่อ “Raceborn” ถ่ายทอดเรื่องราวมอเตอร์สปอร์ตอันทรงคุณค่าของปอร์เช่ (Porsche) ผ่านการจัดแสดงเชิงประสบการณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง
นับตั้งแต่เปิดในปี 2567 เคอร์วิสตาน (Curvistan) ได้กลายเป็นจุดหมายทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ที่ดึงดูดทั้งผู้รักรถยนต์ ผู้สนใจงานดีไซน์ และผู้ที่หลงใหลในปอร์เช่ แนวคิดของเคอร์วิสตาน ถูกสร้างสรรค์โดย คุณ สเตฟาน บ็อกเนอร์ (Stefan Bogner) ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Curves และคุณชานนท์ เรืองกฤติยา นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักสะสมปอร์เช่ชาวไทย โดยผสมผสานพื้นที่แกลเลอรี งานออกแบบ คาเฟ่ และการเล่าเรื่องราวด้านยานยนต์เข้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน พร้อมนิทรรศการหมุนเวียนตามธีมที่เปลี่ยนแปลงตลอดปี ภายใต้การสนับสนุนจากพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี ปอร์เช่ ประเทศไทย และปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก (Porsche Asia Pacific) ทำให้เคอร์วิสตาน กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ
นิทรรศการ “Raceborn” ที่เพิ่งเปิดตัว ถ่ายทอดจุดกำเนิดที่แท้จริงของปอร์เช่บนสนามแข่ง โดยอ้างอิงจากความสำเร็จตลอดหลายทศวรรษในรายการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ (Endurance Racing), ฟอร์มูลา อี (Formula E) และการแข่งขันในระดับลูกค้า (Customer Motorsport) ภายในงานได้คัดสรรรถแข่งระดับตำนาน ซึ่งหาชมได้ยากจากคลังประวัติศาสตร์ของปอร์เช่มาจัดแสดง โดยมีไฮไลต์สำคัญคือรถแข่งปอร์เช่ 956 ที่ถูกส่งตรงจาก พิพิธภัณฑ์ ปอร์เช่ เมืองสตุ๊ทการ์ท ประเทศเยอรมนี มาจัดแสดงเป็นพิเศษ

มร. ไมเคิล เวตเตอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปอร์เช่ 956 คือตำนานที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการมอเตอร์สปอร์ต และการที่ได้นำรถคันนี้มาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา นี่คือโอกาสที่แฟนชาวไทยจะได้สัมผัสกับมรดกแห่งความเป็น ‘Raceborn’ ของปอร์เช่อย่างใกล้ชิด ในเจ็ดเดือนแรกของปีนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทย มียอดการจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 29% สะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลและความผูกพันของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตของปอร์เช่และ เคอร์วิสตานก็เป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบในการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณนี้ร่วมกัน”

ไฮไลต์สุดพิเศษของนิทรรศการครั้งนี้ คือ ปอร์เช่ 956 (Porsche 956) “LH” หรือ “Langheck” / “Longtail” รถแข่งในตำนานที่ไม่เพียงแต่คว้าชัยชนะในสนาม หากยังเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แก่วงการมอเตอร์สปอร์ตในยุคนั้น เปิดตัวครั้งแรกในปี 1982 รถรุ่นนี้คือคำตอบของปอร์เช่ต่อกติกาใหม่ของ FIA Group C ด้วยการผสานเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ล้ำสมัยเข้ากับโครงสร้างแชสซีแบบอะลูมิเนียม
โมโนค็อกที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของรถแข่งปอร์เช่ที่ใช้โครงสร้างในลักษณะนี้ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ 6 สูบนอน เทอร์โบคู่ ที่พัฒนามาจากรุ่น 936 ปอร์เช่ 956 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 365 กม./ชม. บนทางตรง มูลแซน (Mulsanne) อย่างน่าทึ่ง และได้สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในวงการเอ็นดูรานซ์ ด้วยชัยชนะต่อเนื่องหลายรายการที่การแข่งขัน 24 ชั่วโมงแห่งเลอมังส์ โดยมีนักแข่งในตำนาน เซอร์ แจ็กกี้ อิกซ์ (Sir Jacky Ickx) เป็นผู้ขับขี่ รวมถึงการคว้าชัยชนะอันดับ 1, 2 และ 3 ในปีเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่
แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจที่สุดของ ปอร์เช่ 956 เกิดขึ้นในปี 1983 เมื่อ สเตฟาน เบลโลฟ (Stefan Bellof) นักแข่งในตำนาน ขับปอร์เช่ 956 ทำรอบสนามที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้บนสนามนูร์เบอร์กริง นอร์ดชไลเฟอ (Nürburgring Nordschleife) ด้วยเวลา 6 นาที 11.13 วินาที ซึ่งถือเป็นสถิติที่อยู่ยาวนานถึง 35 ปี ก่อนที่ ทิโม เบิร์นฮาร์ด (Timo Bernhard) ขับปอร์เช่ 919 อีโว (Porsche 919 Evo) เวอร์ชันไฟฟ้า ทำลายสถิติใหม่
ด้วยดีไซน์อันงดงาม สมรรถนะล้ำสมัย และบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแข่งขัน Group C ทำให้
ปอร์เช่ 956 ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในรถแข่งที่ทรงเกียรติที่สุดตลอดกาล การปรากฏตัวของรถคันนี้ในกรุงเทพฯ ถือเป็นโอกาสอันหายาก ที่แฟนๆ ผู้หลงใหลในความเร็วจะได้สัมผัสไอคอนตัวจริงแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ต อย่างใกล้ชิด
ปิดท้ายด้วย 911 คาร์เรเร่า (911 Carrera) ที่มาพร้อมลวดลายพิเศษซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก 956 LH เพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาให้กับนิทรรศการ โดยลวดลายดังกล่าวเป็นการแสดงความเคารพต่อยุคทองของการแข่งขัน Group C ที่ปอร์เช่ครองความยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดสายสัมพันธ์ระหว่างอดีตและปัจจุบันอย่างงดงาม และเชื่อมโยงกับจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จบนสนามแข่งของแบรนด์
เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว นิทรรศการ Raceborn ที่เคอร์วิสตาน แบงคอก ถือเป็นเครื่องย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่า รถสปอร์ต รถยนต์อเนกประสงค์ และรถยนต์ไฟฟ้าของปอร์เช่ทุกคันมีดีเอ็นเอที่หล่อหลอมมาจากสนามแข่งที่ท้าทายที่สุดของโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้มอเตอร์สปอร์ต ผู้หลงใหลในปอร์เช่ หรือเพียงแค่สนใจอยากสัมผัสรถยนต์ที่สร้างประวัติศาสตร์ Raceborn สามารถมอบประสบการณ์ที่กระตุ้นความรู้สึกได้เทียบเท่ากับเสียงเครื่องยนต์ซึ่งเป็นหัวใจของนิทรรศการ
นิทรรศการ Raceborn เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ต่อหน้าสื่อมวลชนจากประเทศไทยและทั่วโลก โดยงานเปิดตัวปิดท้ายด้วยปาร์ตี้สุดคึกคัก เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 1 ปีของ
เคอร์วิสตาน แบงคอกนิทรรศการเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ที่เคอร์วิสตาน แบงคอก ตั้งอยู่ที่ ซอยสุขุมวิท 38 ติดกับ BTS ทองหล่อ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.00–21.30 น.
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine




























































































































