-

ยังคงมีเกร็ดความรู้มาฝากเพื่อนๆกันอีกเช่นเคยครับ สำหรับในคอลัมน์นี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของแบตเตอรี่รถยนต์ หลายคนอาจจะรู้จักหรืออาจจะมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จัก และบางคนไม่รู้ว่ามันมีหน้าที่อะไรและเราควรดูแลรักษามันอย่างไร เพื่อที่จะให้เจ้าแบตเตอรี่มันอยู่กับเราไปนานๆ และแบตเตอรี่มีให้เลือกใช้งานกี่ประเภท แบบไหนเหมาะกับรถคุณ เราจะมาอธิบายให้ได้รู้กันแบบเข้าใจง่ายๆแบบภาษาเช้าบ้านกันเลยครับ

- แบตเตอรี่มีกี่ประเภท ตอบกันแบบสั้นๆง่ายๆครับว่ามี 2ประเภท
1 แบตเตอรี่เปียก แบตเตอรี่ชนิดนี้ถือว่าเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายซึ่งก็จะแบ่งออกได้เป็นสองประเภทก็คือ แบบที่ต้องดูแลเติมน้ำกลั่นบ่อย และแบบที่ไม่ต้องดูแลเติมน้ำกลั่นบ่อย อายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 1ปีครึ่ง-2ปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่ที่การใช้งานและการดูแลรักษาของแต่ลคนอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อถึงระยะเวลาที่ควรจะเปลี่ยนก็ไม่ควรที่จะยื้อเวลาให้นานเกินไป อาจส่งผลเสียให้กับรถของท่านได้

2 แบตเตอรี่แห้ง แบตเตอรี่ชนิดนี้สามารถใช้งานกันแบบสบายใจกันไปเลยครับ เปลี่ยนเสร็จก็ใช้กันยาวๆ ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องน้ำกลั่น อายุการใช้งานยาวนาน 5-10ปีกันเลยทีเดียว แต่ราคาค่าตัวก็สูงขึ้นไปตามมาตรฐานนั่นแหละครับ อันนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ความพอใจของแต่ละคนครับ

- ดูแลรักษาอย่างไรให้แบตเตอรี่อยู่กับเราจนครบอายุไข หัวข้อนี้เราจะพูดถึงแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่นครับ ด้านบนของแบตเตอรี่จะมีช่องสำหรับเติมน้ำ ให้หมั่นคอยเปิดฝาดูทุกช่องว่าน้ำในแบเตอรี่ยุบลงไปต่ำกว่าขีดหรือไม่ถ้าต่ำกว่าขีดให้เติมน้ำกลั่นได้ทันที ในการเติมน้ำกลั่นทุกครั้งห้ามเติมให้ล้นออกมา ควรเติมให้อยู่ในตำแหน่งที่ระบุไว้
- จะรู้ได้อย่างไรว่าแบตเตอรี่จะหมดอายุ เบื้องต้นดูจากระยะการใช้งานก่อนว่าใกล้ถึงระยะกำหนดที่จะเปลี่ยนหรือยัง วิธีสังเกตอีกหนึ่งอย่างก็คือใช้การฟังเสียงเมื่อเราสตาร์ทรถ ถ้าเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่าเวลาที่เราสตาร์ทรถแล้วเสียงมันดูช้าๆเหนือยๆ ไม่เร็วเหมือนตอนเปลี่ยนไหม่ๆ นั่นคืออาการของแบตเตอรี่เริ่มมีกำลังไฟที่อ่อนลงแล้ว ควรที่จะเปลี่ยนได้ทันที

เมื่อรู้กันแล้วก็อย่าลืมหมั่นเปิดฝากระโปรงรถตรวจเช็คแบตเตอรี่กันด้วยน้ะครับ จะได้ยืดอายุการใช้งานออกไปได้อีก ช่วงนี้ฝนตกติดต่อกันหลายวัน ใช้รถใช้ถนนกันด้วยความระมัดระวังน้ะครับ ด้วยความห่วงใยจาก REAL TIME CAR MAGAZINE
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ว่ากันด้วยเรื่องของน้ำมันเครื่อง สำหรับในคอลัมน์นี้เราจะมาบอกให้หลายๆท่านได้กระจ่างรู้แจ้งเห็นจริงกันในเรื่องของการเลือกซื้อน้ำมันเครื่อง และความหมายของตัวเลขที่อยู่บนแกลอนน้ำมันเครื่องที่เราซื้อใช้กันอยู่นั้นมันคืออะไร มันบอกอะไรเราจะอธิบายกันแบบให้เข้าใจง่ายๆไม่ซับซ้อนครับ เพื่อความเข้าใจของท่านผู้อ่านทุกท่าน

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับตัวน้ำมันเครื่องกันก่อนครับว่ามันมีหน้าที่อะไร ทำไมถึงต้องใส่เข้าไปในเครื่องยนต์ นึกภาพตามง่ายๆน้ะครับ ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ผลิตจากวัสดุที่เป็นเหล็กและเมื่อเครื่องยนต์มีการทำงานสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการเสียดสีกันครับ และเมื่อมีการเสียดสีกันเป็นเวลานานมากยิ่งขึ้นแน่นอนที่สุดครับ เกิดการสึกหรอขึ้นอย่างแน่นอน เพื่อลดการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ จึงต้องมี สารชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่าน้ำมันเครื่องเข้ามาช่วยในเรื่องของการหล่อลื่นและลดการเสียดสี ซึ่งสารตัวนี้จึงต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถทนต่อความร้อนที่เกิดขึ้นได้ในขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน และยังต้องสามารถรักษาสถานะให้คงอยู่ได้ดีในอุณภูมิปกติหรือต่ำกว่าได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย
การวัดความต้านทานการเป็นไข โดยวัดตั้งแต่อุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ต่ำลงมาจนถึงจุดเยือกแข็งตั่งแต่ 0 องศา จนถึงต่ำกว่า – 30 องศาเซลเซียส โดยมีตัวอักษรระบุไว้เป็นตัวอักษร W หรือ WINTER เช่น

0W = สามารถคงความข้นใสไว้ได้ต่ำกว่า – 30 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข
5W = สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง – 30 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข
10W= สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง – 20 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข
15W= สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง – 10 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข
20W= สามารถคงความข้นใสไว้ได้ถึง 0 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข
ส่วนเรื่องของค่าความหนืด การวัดค่าความหนืดจะวัดกันที่ 100 องศาเซลเซียส ได้เป็นออกมาเป็นค่าความหนืด แทนค่าออกมาเป็นตัวเลขเรียกว่า เบอร์ของน้ำมันเครื่อง เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากลเหมือนกันทั่วโลก ทุกๆสถาบันจึงได้แทนค่าความหนืด ออกมาเป็นตัวเลขในรูปของเบอร์ของน้ำมันเครื่อง เช่น 60, 50, 40, 30, 20, 10 และ 5 ค่าตัวเลขยิ่งมากยิ่งมีความหนืดมาก ตัวเลขน้อยยิ่งมีความหนืดน้อยตามลำดับ
ทีนี้เรามาดูกันครับว่าน้ำมันเครื่องที่มีขายกันอยู่ในท้องตลาดนั้นมีกี่แบบและแบบไหนที่จะเหมาะกับรถของเราครับ

1. น้ำมันเครื่องธรรมดา(มีความหนืด) (Synthetic) เป็นน้ำมันเครื่องที่ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นที่กลั่นจากน้ำมันปิโตรเลียม สามารถใช้งานได้ประมาณ 3,000-5,000 กม.

2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์(หนืดเล็กน้อย) (Semi Synthetic) เป็นน้ำมันเครื่องที่ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นธรรมดากับน้ำมันเครื่องชนิด สังเคราะห์ สามารถใช้งานได้ประมาณ 5,000-7,000 กม.

3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์(ใส) (Fully Synthetic) เป็นน้ำมันเครื่องที่ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นที่สังเคราะห์จากน้ำมัน ปิโตรเลียม สามารถใช้งานได้ประมาณ 7,000-10,000 กม.
สรุปกันแบบเข้าใจง่ายๆน้ะครับ รถยนต์รุ่นใหม่ๆหรือรถที่ยังใหม่อยู่ใช้น้ำมันเครื่องแบบ FULLY Synthetic และ Semi Syntetic ได้ เนื่องจากเครื่องยนต์ยังคงความสดอยู่ไม่มีการสึกหรอ ส่วนรถกลางเก่ากลางใหม่ก็สามารถใช้ Semi Synthetic ได้ ส่วนรถยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์รุ่นเก่าควรใช้แบบ Synthetic เนื่องจากเครื่องยนต์มีการใช้งานมานานหลายปีมีความสึกหรอเกิดขึ้นบ้างตามกาลเวลา จึงต้องอาศัยความหนืดของน้ำมันเครื่องเข้ามาช่วงปกป้องเพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ที่สุด…แห่งดีไซน์ที่เหนือระดับ
ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดหลักคือ “Advanced Energetic Smart Star” ซึ่งเป็นการยกระดับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ให้เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกและภายในที่โฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ตยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ทั้งยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม
ให้ความสะดวกสบายขณะขับขี่ และความปลอดภัยตลอดทุกการเดินทาง
- สปอร์ต ในทุกมุมมอง ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Man Maximum, Machine Minimum” ที่เน้นความสปอร์ตด้วยรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยวคล้ายกับรถสปอร์ตคูเป้ แต่ยังคง
ให้ความกว้างขวางและสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร - อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้นำเอาเทคโนโลยีการลดน้ำหนักของตัวรถ
มาใช้ในหลายจุด อาทิ เครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน ตัวถังและแชสซีส์ รวมถึงการพัฒนาเครื่องยนต์ภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม และการออกแบบตัวรถให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งช่วย
เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน - ความสะดวกสบายที่ครบครัน ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีความกว้างขวางและสะดวกสบาย นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังสนุกสนานและเพลิดเพลินกับความบันเทิงในระหว่างการเดินทางอีกด้วย
การออกแบบภายนอก
ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดการออกแบบภายนอก “Advanced Energetic Design”
เพื่อสื่อถึงการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาผสมผสานกับการออกแบบตัวถังที่กว้างและต่ำในสไตล์สปอร์ต รวมถึงความโดดเด่นตามแบบฉบับยนตรกรรมซีดาน โดยได้รับการพัฒนารูปลักษณ์ภายนอกให้ดูหรูหรา และเพิ่มความสปอร์ตยิ่งขึ้น อาทิ- ระบบไฟหน้าแบบ LED นับเป็นครั้งแรกของยนตรกรรมซับคอมแพคท์ที่มีการติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ในทุกรุ่น นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟหน้าแบบ LED (เฉพาะรุ่น SV และ SV+) และไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED (เฉพาะรุ่น SV และ SV+)โดยระบบไฟแบบ LED ประกอบไปด้วยแถวหลอด LED ที่เรียงตัวเป็นแนวยาว การสะท้อนแสงจากไฟ LED ด้วย Reflector ภายในโคมไฟ ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจนทั้งขณะขับขี่ในเวลากลางคืน หรือขณะ
ฝนตกหนักจนทำให้ทัศนวิสัยด้านหน้าไม่ชัดเจน ซึ่งจะทำงานโดยใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น - ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาพร้อมล้อลายใหม่ดีไซน์สปอร์ต ได้แก่ ล้ออัลลอยขนาด
15 นิ้ว (เฉพาะรุ่น V และ V+) และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว (เฉพาะรุ่น SV และ SV+) - กระจังหน้าแบบโครเมียม พร้อมกันชนหน้า-หลัง ดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต


การออกแบบภายในห้องโดยสาร
ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการออกแบบภายในห้องโดยสารใหม่ ภายใต้แนวคิด “Rich & Sophisticated” เพื่อให้สัมผัสที่หรูหรา และความสปอร์ตที่มากขึ้น พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น อาทิ
- ไฟส่องสว่างแบบ LED ได้แก่ ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า (เฉพาะรุ่น SV+) และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED (เฉพาะรุ่น SV+)

- คอนโซลด้านหน้า ออกแบบโดยการผสมผสานวัสดุที่มีพื้นผิวต่างกันได้อย่างลงตัวระหว่างแผงหน้าปัดพื้นผิวสีดำ และแผงคอนโซลตรงกลางรูปตัว T ในโทนสีเมทัลลิกเข้ม ทำให้ดูโดดเด่นมากขึ้น ขณะที่การตกแต่งตามจุดต่างๆ ภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกที่หรูหราในสไตล์สปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วยโทนสีกันเมทัลลิก (Gun Metallic) สำหรับพื้นที่ส่วนบนของแผงหน้าปัดถูกออกแบบให้ดูแบนเรียบ ช่วยเพิ่ม
ทัศนวิสัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเพิ่มรายละเอียดในการตกแต่งบริเวณช่องแอร์ รอบบริเวณคันเกียร์ และรอบมาตรวัด ด้วยวงแหวนสีเงิน ทำให้ภายในห้องโดยสารมีความสวยงามโดดเด่นมากยิ่งขึ้น สำหรับมาตรวัดเรืองแสงแบบ 3 วง ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูมีมิติยิ่งขึ้น พร้อมไฟเรืองแสงสีขาวขณะสตาร์ทรถ ให้ความรู้สึกที่หรูหราและทันสมัย

- เบาะนั่งสไตล์สปอร์ต ด้วยการเลือกใช้วัสดุผ้าที่มีคุณภาพ ให้สัมผัสที่สบาย และออกแบบในสไตล์สปอร์ตด้วยการเดินด้ายเย็บแบบ 2 แถว

นอกจากนี้ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ยังมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน อาทิ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส (เฉพาะรุ่น V+, SV และ SV+) เบาะที่นั่งด้านหลังปรับพับได้ 60:40 (เฉพาะรุ่น SV+) ลำโพง 8 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น SV และ SV+) ติดตั้งตามจุดต่างๆ ในห้องโดยสาร อาทิ บริเวณแผงประตูด้านหน้าของเบาะหน้า และด้านหลังของเบาะหลัง ช่องจ่ายไฟสำรองบริเวณด้านหน้า 1 ตำแหน่ง (ทุกรุ่น) และเพิ่มช่องจ่ายไฟสำรองสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น SV และ SV+)

พร้อมกันนี้ ยังมี HONDA CITY ที่มาพร้อชุดแต่ง Modulo มาให้ชมด้วยนะครับ มาดูกันว่าสวยขนาดไหนนะครับ บอกได้คำเดียว คุณต้องชอบแน่นอน





ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine - สปอร์ต ในทุกมุมมอง ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Man Maximum, Machine Minimum” ที่เน้นความสปอร์ตด้วยรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยวคล้ายกับรถสปอร์ตคูเป้ แต่ยังคง
-
ตัวอักษรควรรู้บนยางรถยนต์

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยครับกับคอลัมน์เกร็ดความรู้ในเรื่องของรถยนต์ สำหรับในคอลัมน์นี้เราจะมาพูดกันเรื่องของยางรถยนต์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ หลายคนที่ใช้รถอาจจะยังไม่เข้าใจและอาจจะไม่มีความรู้ในเรื่องของการเลือกใช้ยาง เพราะฉะนั้นเราจะมาอธิบายให้เพื่อนๆได้เข้าใจกันแบบง่ายของการเลือกใช้ยางรถยนต์คันโปรดของเรา อย่างน้อยก็จะได้ไม่ไปโดนร้านจำหน่ายยางที่ไม่ซื่อสัตย์หลอกหรือเอาเปรียบเอาได้

-. เลือกใช้ยางอย่างไรให้ถูกประเภท?
ยางรถยนต์ในปัจจุบันมีมากมายหลายยี่ห้อผลิตออกมาให้เหล่าบรรดาผู้ใช้รถได้เลือกซื้อกัน มีมากมายหลายรุ่น ถามว่าแล้วแบบไหนล่ะจะเหมาะกับรถเรามากที่สุด ว่ากันง่ายๆแบบเห็นภาพชัดๆครับ ยางแก้มหนาและยางแก้มบาง แน่นอนที่สุดครับยางที่แก้มหนาย่อมจะมีความนุ่มนวนมากว่าอยู่แล้ว เหมาะกับรถทุกประเภท ยางแบบนี้จะเห็นกันอยู่ทั่วไปกับรถสแตนดาร์ดออกศูนย์ ข้อดีของยางแบบนี้ก็คือความนุ่มนวนในการขับขี่จะสัมผัสได้อย่างชัดเจน ส่วนยางแก้มบางหรือยางแก้มเตี้ย หลายคนอาจเปลี่ยนเพราะความสวยงามแต่หลายคนเปลี่ยนเพราะต้องการสมรรถณะที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งยางแบบนี้จะมีผลดีในเรื่องของการใช้ความเร็ว จะสามารถควบคุมรถได้อย่างแม่ยำมากขึ้น ด้วยแก้มยางที่บางจึงมีการให้ตัวน้อยจึงเป็นผลให้การควบคุมรถดียิ่งขั้นแต่ก็จะสูญเสียความนุ่มนวนไปบ้าง การใส่ยางแก้มเตี้ยเราอาจจะสัมผัสสิ่งที่อยู่บนท้องถนนได้ชัดเจนกว่ายางแก้มหนา ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับการใช้งานแหละครับ-.ขนาดของยางดูอย่างไร?
อย่างเช่น 205/45/R17
205 คือความกว้างของหน้ายาง มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร
45 คือ ความสูงของแก้มยางเท่ากับ 75%ของความกว้างยาง
R คือ ชนิดของยาง ซึ่งตอนนี้ก็จะเป็นเรเดียลเกือบทั้งหมด
17 คือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ มีหน่วยเป็นนิ้ว

-.เลือกดูยางอย่างไรไม่ให้เจอยางเก่าเก็บ?
ง่ายนิดเดียวครับสำหรับการดูวันผลิตของยางสังเกตกันง่ายๆ(แต่อาจต้องมองหากันนิดนึง) ตัวเลขบอกวันผลิตนั้นจะอยู่ในกรอบรูปแค๊ปซูลหรือวงรี อย่างเช่น 2804 จะตีความหมายเป็นคู่ คู่แรก28 คือ ผลิตอาทิตย์ที่ 28 บอกได้ว่าผลิตเมื่อเดือนกรกฎาคม ส่วนคู่ที่สอง 04 คือ ปีที่ผลิต 2004 นั่นเองครับ

-.จุดกลมๆสีเหลืองๆที่อยู่บนแก้มยางคืออะไร?
จุดสีเหลืองนี้ เรียกว่าจุด weight mark ซึ่งผู้ผลิตยางรถยนต์ จะทำเครื่องหมายด้วยการแต้มสีลงบนส่วนที่เบาที่สุดของยาง เพื่อให้ช่างทราบว่า ส่วนใดมีน้ำหนักเบาที่สุด บนยางรถยนต์เส้นนี้ และก็ควรใส่ยางโดยเอาจุ๊บลม (ซึ่งมีน้ำหนักถ่วง) ให้ตรงกับจุดสีเหลืองนั้น เพื่อที่จะได้เกิดความสมมาตรมากที่สุด เวลาที่ถ่วงล้อ
เป็นยังไงกันบ้างครับ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเกร็ดความรู้เบื้องต้นเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการเลือกซื้อยางรถยนต์ สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการรู้เรื่องราวของยางหรือข้อมูลรายละเอียดของยางที่ลึกกว่านี้ต้องคอยติดตามกันต่อไปครับ

-
ที่สุด…แห่งดีไซน์ที่เหนือระดับ
ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดหลักคือ “Advanced Energetic Smart Star” ซึ่งเป็นการยกระดับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ให้เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกและภายในที่โฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ตยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ทั้งยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม
ให้ความสะดวกสบายขณะขับขี่ และความปลอดภัยตลอดทุกการเดินทาง
- สปอร์ต ในทุกมุมมอง ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Man Maximum, Machine Minimum” ที่เน้นความสปอร์ตด้วยรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยวคล้ายกับรถสปอร์ตคูเป้ แต่ยังคง
ให้ความกว้างขวางและสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร - อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้นำเอาเทคโนโลยีการลดน้ำหนักของตัวรถ
มาใช้ในหลายจุด อาทิ เครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน ตัวถังและแชสซีส์ รวมถึงการพัฒนาเครื่องยนต์ภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม และการออกแบบตัวรถให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งช่วย
เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน - ความสะดวกสบายที่ครบครัน ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีความกว้างขวางและสะดวกสบาย นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังสนุกสนานและเพลิดเพลินกับความบันเทิงในระหว่างการเดินทางอีกด้วย
การออกแบบภายนอก
ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดการออกแบบภายนอก “Advanced Energetic Design”
เพื่อสื่อถึงการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาผสมผสานกับการออกแบบตัวถังที่กว้างและต่ำในสไตล์สปอร์ต รวมถึงความโดดเด่นตามแบบฉบับยนตรกรรมซีดาน โดยได้รับการพัฒนารูปลักษณ์ภายนอกให้ดูหรูหรา และเพิ่มความสปอร์ตยิ่งขึ้น อาทิ- ระบบไฟหน้าแบบ LED นับเป็นครั้งแรกของยนตรกรรมซับคอมแพคท์ที่มีการติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ในทุกรุ่น นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟหน้าแบบ LED (เฉพาะรุ่น SV และ SV+) และไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED (เฉพาะรุ่น SV และ SV+)โดยระบบไฟแบบ LED ประกอบไปด้วยแถวหลอด LED ที่เรียงตัวเป็นแนวยาว การสะท้อนแสงจากไฟ LED ด้วย Reflector ภายในโคมไฟ ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจนทั้งขณะขับขี่ในเวลากลางคืน หรือขณะ
ฝนตกหนักจนทำให้ทัศนวิสัยด้านหน้าไม่ชัดเจน ซึ่งจะทำงานโดยใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น - ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาพร้อมล้อลายใหม่ดีไซน์สปอร์ต ได้แก่ ล้ออัลลอยขนาด
15 นิ้ว (เฉพาะรุ่น V และ V+) และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว (เฉพาะรุ่น SV และ SV+) - กระจังหน้าแบบโครเมียม พร้อมกันชนหน้า-หลัง ดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต


การออกแบบภายในห้องโดยสาร
ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการออกแบบภายในห้องโดยสารใหม่ ภายใต้แนวคิด “Rich & Sophisticated” เพื่อให้สัมผัสที่หรูหรา และความสปอร์ตที่มากขึ้น พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น อาทิ
- ไฟส่องสว่างแบบ LED ได้แก่ ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า (เฉพาะรุ่น SV+) และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED (เฉพาะรุ่น SV+)

- คอนโซลด้านหน้า ออกแบบโดยการผสมผสานวัสดุที่มีพื้นผิวต่างกันได้อย่างลงตัวระหว่างแผงหน้าปัดพื้นผิวสีดำ และแผงคอนโซลตรงกลางรูปตัว T ในโทนสีเมทัลลิกเข้ม ทำให้ดูโดดเด่นมากขึ้น ขณะที่การตกแต่งตามจุดต่างๆ ภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกที่หรูหราในสไตล์สปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วยโทนสีกันเมทัลลิก (Gun Metallic) สำหรับพื้นที่ส่วนบนของแผงหน้าปัดถูกออกแบบให้ดูแบนเรียบ ช่วยเพิ่ม
ทัศนวิสัยในการขับขี่ยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเพิ่มรายละเอียดในการตกแต่งบริเวณช่องแอร์ รอบบริเวณคันเกียร์ และรอบมาตรวัด ด้วยวงแหวนสีเงิน ทำให้ภายในห้องโดยสารมีความสวยงามโดดเด่นมากยิ่งขึ้น สำหรับมาตรวัดเรืองแสงแบบ 3 วง ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูมีมิติยิ่งขึ้น พร้อมไฟเรืองแสงสีขาวขณะสตาร์ทรถ ให้ความรู้สึกที่หรูหราและทันสมัย

- เบาะนั่งสไตล์สปอร์ต ด้วยการเลือกใช้วัสดุผ้าที่มีคุณภาพ ให้สัมผัสที่สบาย และออกแบบในสไตล์สปอร์ตด้วยการเดินด้ายเย็บแบบ 2 แถว

นอกจากนี้ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ยังมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน อาทิ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส (เฉพาะรุ่น V+, SV และ SV+) เบาะที่นั่งด้านหลังปรับพับได้ 60:40 (เฉพาะรุ่น SV+) ลำโพง 8 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น SV และ SV+) ติดตั้งตามจุดต่างๆ ในห้องโดยสาร อาทิ บริเวณแผงประตูด้านหน้าของเบาะหน้า และด้านหลังของเบาะหลัง ช่องจ่ายไฟสำรองบริเวณด้านหน้า 1 ตำแหน่ง (ทุกรุ่น) และเพิ่มช่องจ่ายไฟสำรองสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น SV และ SV+)

พร้อมกันนี้ ยังมี HONDA CITY ที่มาพร้อชุดแต่ง Modulo มาให้ชมด้วยนะครับ มาดูกันว่าสวยขนาดไหนนะครับ บอกได้คำเดียว คุณต้องชอบแน่นอน





- สปอร์ต ในทุกมุมมอง ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Man Maximum, Machine Minimum” ที่เน้นความสปอร์ตด้วยรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยวคล้ายกับรถสปอร์ตคูเป้ แต่ยังคง
-
จบไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับงาน TAM Connection Racewar ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ สนามบินเล็ก อ่างเก็บน้ำหนองค้อ ศรีราชา ซึ่งพื้นที่ในการจัดงานในครั้งนี้ทางทีมผู้จัดงาน Connection Thailand ก็ได้จัดงานในครั้งนี้ขึ้นมาให้บรรยากาศออกมาเหมือนกับการแข่งขัน RaceWar ในภาพยนตร์ Fast & Furious ซึ่งในงานก็ได้มี Car Club ชั้นนำระดับประเทศมาร่วมงานอย่างมากมายมากกว่า 60 ทีม โดยได้มีการจัดโซนสำหรับจอดรถโชว์ของแต่ละ Car Club พร้อมที่นั่งให้เลือกสรรสำหรับแต่ละทีมไว้ด้วย ซึ่งแต่ละทีมจะมีการจัดปาร์ตี้กันหลากหลายทีม นอกจากนี้ยังได้มีกิจกรรมสุดมันส์ให้ผู้ที่ไปร่วมงานนั้นได้รับชมกันไม่ว่าจะเป็น Drift Car โชว์ จาก TAM Engineering Team , โชว์เครื่องบินบังคับ และมันส์ไปด้วย Bike Stunt Show จาก สยามสตั๊น เพียงเท่านั้นยังไม่พอภายในงานก็ยังมีการ ฉายหนังเรื่องFast & Furious แบบกลางแปลงให้ผู้ที่มาร่วมงานได้รับชมกันภายในงานรอบดึก ภายในงานยังการแข่งขันในรูปแบบ Drag โดยไม่มีการจับเวลางานนี้เรียกว่ารถใครแรงคนนั้นชนะ ซึ่งรูปแบบการจัดงานบอกได้เลย เหมือนเมืองนอกอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นการวางตู้ คอนเทรนเนอร์ก่อนปล่อยรถ สีสันในสนามDrag บอกได้เลยรถแทบทุกคันชื่นชอบอย่างเห็นได้ชัด ทางทีม REALTIME CAR MAGAZINE พึ่งเคยเห็นการจัดงานในรูปแบบนี้ครั้งแรก เป็นสีสันในวงการมอเตอร์สปอร์ตที่เสมือนเราอยู่เมืองนอกเลยทีเดียว แล้วแว่ว..แว่วมาว่าในปี 2017 จะมีการจัดงานแบบนี้ในเมืองโดยผู้จัดคนเดิม มาคอยติดตามกันดี..ดีนะครับ
-
วันนี้ทาง K.SPEED ขอแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆที่สร้างสรรค์มาเพื่อพัฒนาคุณภาพล้อแม็กซ์
โดยเฉพาะเพื่อให้ได้ล้อที่มีน้ำหนักเบากว่าเหนียวกว่า และแข็งแกร่งกว่า อย่างล้อK.SPEEDTYPEที่ผลิตด้วยกระบวนการ “โฟร์ฟอร์มมิ่ง” FLOW FORMING ขั้นตอนแรกก่อนทำการ “โฟร์ฟอร์มมิ่ง” FLOW FORMING
ตัวล้อต้องทำการหล่อหน้าแม็กซ์ด้วยอลูมิเนียม ให้ขึ้นรูปทรงลายของล้อแต่ละวงก่อนหลังจากนั้นก็ทำการขึ้นรูป
ตัวล้อด้วยการรีดอลูมิเนียมด้วยความร้อนแบบใบมีด ทิศทางให้ขอบผนังล้อมี
SPEC ที่บาง แต่เหนียวและยืดหยุ่นสูง เนื่องจากเนื้อของอลูมิเนียมมีค่าฟองอากาศในเนื้อค่อนข้างต่ำมาก
ต่างจากหล่อแบบเบ้าหลอมธรรมดา ที่มีค่าฟองอากาศในอลูมิเนียมสูงกว่า “โฟร์ฟอร์มมิ่ง” FLOW FORMING มาก อีกทั้งเป็นวิธีที่เป็นที่นิยมในยุโรป เพราะได้ล้อที่น้ำหนักเบาและแข็งแกร่งคล้ายกับผิวล้อที่ผลิตด้วยวิธีการ ฟอร์จ (FORGED)




แต่ระบบฟอร์จนั้นเป็นระบบที่มีค่าขั้นตอนการผลิตที่สูง เมื่อผลิตออกมาราคาถึงมือผู้บริโภคจึงค่อนข้างสูงมากกว่าล้อที่ผลิตด้วยระบบกระบวนการ “โฟร์ฟอร์มมิ่ง” FLOW FORMING อยู่พอสมควร ดังนั้นทาง K.SPEED จึงออก PRODUCT
รุ่นใหม่ในนาม K.SPEED TYPE-F FLOW FORMING ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ที่ต้องการล้อที่เบา แข็งแกร่งและ
สวยงามในระดับพรีเมี่ยมไม่แพ้ล้อแบบ FORGED ที่มีราคาสูงมาก

ล้อ TYPE-F FLOW FORMING BY K.SPEED น่าสนใจตรงไหน?
ลวดลายที่คงความเป็นเรสซิ่งเต็มตัว บ่งบอกความเป็นสไตล์อย่างชัดเจน ความแข็งแกร่งในระดับที่สามารถใช้แข่งในสนาม
ได้ทั้ง DRIFT, DRAG, CIRCULT อย่างไม่มีปัญหา น้ำหนักของล้อที่เบา มีผลต่อการตอบสนองของระบบช่วงล่างได้ดี และการบังคับควบคุมช่วงล่างได้ฉับไวขึ้น และวิ่งได้นิ่มนวล ประหยัดน้ำมันแน่นอน พร้อมทั้งสมถรรนะในการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการควบคุมการขับขี่ได้ดี อัตราเร่งดีขึ้น พร้อมทั้งย่นระยะการเบรก และยังลดแรงสั่นสะเทือน ยืดอายุของช่วงล่าง ได้อีกด้วยล้อ TYPE-F FLOW FORMING BY K.SPEED มาพร้อมขอบล้อที่น่าสนใจดังนี้
ขอบ 17X7.5 มีน้ำหนักเพียง 7 กก.
ขอบ 17X8 มีน้ำหนักเพียง 7.5 กก.
ขอบ 17X8.5 มีน้ำหนักเพียง 8 กก.


ใกล้เคียงกับล้อฟอร์จ (FORGED) ที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น แถมราคาไม่แพงอย่างที่ใครๆ คิดสีสัน สวยงามตามสไตล์ที่คนไทยนิยม ทำให้ K.SPEED TYPE-F โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ในทุกรูปแบบการใช้งานอย่างแท้จริง


-
Scoop / SCOOP MOTOCYCLE1 Min Read
Suzuki GD110HU… New Color กราฟฟิกใหม่ หัวใจเรโทร ย้อนยุคสู่สไตล์ที่ทันสมัย บ่งบอกตัวตนในแบบคุณ
สุดยอดความคลาสสิกกับการออกแบบที่เต็มไปด้วยความท้าทายในแบบย้อนยุค ที่ได้ความนิยมจากทั่วโลก เพื่อตอบสนองความเร้าใจ ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย แต่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทุกครั้งที่สัมผัส ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร จึงทำให้ Suzuki GD110HU เป็นรถจักรยานยนต์ย้อนยุคแบบ Real Retro ที่สามารถตอบสนองได้ทุกความต้องการ สะท้อนความเป็นตัวตนของคุณได้อย่างชัดเจน

ในปี 2016 นี้ ซูซูกิขอนำเสนอ Suzuki GD110HU สีใหม่ ที่จะทำให้คุณนั้นหลงใหลกับสุดยอดความคลาสสิก สไตล์เรโทร กับสีขาวที่มาพร้อมไอเดียลายกราฟฟิกใหม่ เอาใจแฟนๆ สไตล์เรโทรที่ชื่นชอบในกลิ่นอายของความคลาสสิก ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวและสวยงาม เข้ากับการขับขี่ในยุคปัจจุบัน

Suzuki GD110HU มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ SOHC 4 จังหวะ 113 ซีซี ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ส่งผลให้การทำงานของเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์แบบ ให้แรงบิดที่ดีในรอบต่ำและกลางเป็นเยี่ยม และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด มาพร้อมคลัตช์มือ เร้าใจในทุกเส้นทาง สามารถตอบสนองได้ดั่งใจ ระบบเกียร์ 4 สปีด แบบเฟืองตรงขบกันตลอด ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ ให้อัตราเร่งแซงในทุกจังหวะเป็นไปอย่างราบรื่น ตามต้องการทุกครั้งที่เปลี่ยนเกียร์


นอกจากนี้ Suzuki GD110HU ยังมีสีแบบ Retro ให้เลือกอีกถึง 4 สี สีดำ (YHP), สีน้ำเงิน (YGB), สีแดง (YJN) และสีเทา (W6C) พร้อมให้ทุกท่านเป็นเจ้าของ ในราคาเพียง 39,900 บาท และเพิ่มความคลาสสิกไปอีกระดับกับสีขาว (YNM) ลายกราฟฟิกใหม่ ในราคาพิเศษเพียง 40,200 บาท เท่านั้น สามารถพบกับ Suzuki GD110HU ได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2533-1170

-
Scoop / SCOOP MOTOCYCLE1 Min Read
โรยัล เอ็นฟีลด์ย้ำความเชื่อมั่น เผยโครงการส่งมอบประสบการณ์ไร้รอยต่อแก่ผู้ขับขี่ด้วยบริการหลังการขาย
● ศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทางแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ดำเนินการโดยโรยัล เอ็นฟีลด์ จัดให้มีทั้งการฝึกอบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รองรับการฝึกอบรมสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
● โรยัล เอ็นฟีลด์ จัดการแข่งขันทักษะทางเทคนิค “Supersquad” สำหรับช่างเทคนิคจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
● ปัจจุบัน โรยัล เอ็นฟีลด์ มี Exclusive Stores จำนวน 60 แห่ง และร้านค้าแบบ MBO จำนวน 135 แห่ง ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (รวม 27 ร้านค้า + 9 MBO ในประเทศไทย)

โรยัล เอ็นฟีลด์ ผู้นำระดับโลกด้านรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc-750cc) เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริการหลังการขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมทั้งริเริ่มโครงการใหม่เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ราบรื่นและน่าประทับใจยิ่งขึ้น
ล่าสุด Royal Enfield ได้เปิดตัวศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทางแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ศูนย์ฝึกอบรม “POWERTRAIN” นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการฝึกอบรมเชิงเทคนิคในห้องเรียน โดยเน้นไปที่ทีมช่างเทคนิคจากดีลเลอร์ รวมถึงที่ปรึกษาการบริการ ผู้จัดการฝ่ายบริการ ผู้จัดการรับประกันและอะไหล่ ผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ และผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด อีกทั้งยังมีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติที่ครบครันด้วยรถจักรยานยนต์รุ่นปัจจุบันและเครื่องยนต์เฉพาะรุ่นสำหรับการฝึกใช้งานจริง

นอกจากการฝึกอบรมเชิงเทคนิคแล้ว ศูนย์ฝึกอบรม POWERTRAIN ยังมีระบบการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) ซึ่งเป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยในการฝึกอบรมออนไลน์และการสนับสนุนการประเมินรถตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันทั้งปี มากไปกว่านั้นศูนย์แห่งนี้ยังถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการฝึกอบรมด้านการขายและการตลาดให้กับดีลเลอร์และพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย
ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติงานที่เป็นเลิศของโรยัล เอ็นฟีลด์ และเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับช่างเทคนิคจากดีลเลอร์ โดยโรยัล เอ็นฟีลด์ได้จัดโครงการ Supersquad สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นการแข่งขันทักษะประจำปีในหมู่ช่างเทคนิคจากดีลเลอร์ทั่วภูมิภาค เพื่อทดสอบความสามารถด้านเทคนิค การแก้ไขปัญหา และการประเมินสภาพรถ โดยมีช่างเทคนิคจำนวน 314 คนจาก 11 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน และผู้ชนะในแต่ละประเทศจะเข้าร่วมแข่งขันในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ศูนย์ฝึกอบรม POWERTRAIN ณ ประเทศไทย

โครงการ Supersquad ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการยกระดับความสามารถทางเทคนิคและมาตรฐานการดำเนินงาน โดยการให้โอกาสแก่เหล่าช่างเทคนิคในการแสดงความเชี่ยวชาญของตน งานนี้ได้เสริมสร้างความมั่นใจ ความเชื่อมั่น และความภักดีในกลุ่มลูกค้าทั่วโลกของโรยัล เอ็นฟีลด์ นอกจากนี้ ผู้ชนะและรองชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลและของที่ระลึก เพื่อเฉลิมฉลองการมีส่วนร่วมในการสร้างความสำเร็จให้กับแบรนด์
การแข่งขัน Supersquad 2025 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ของโรยัล เอ็นฟีลด์ที่มุ่งมั่นในการเสริมพลังให้กับทีมงานบริการ และการกำหนดมาตรฐานใหม่ในความเป็นเลิศทางเทคนิค โดยการรวมผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภูมิภาคและส่งเสริมการเติบโตในวิชาชีพ กิจกรรมนี้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการมอบมาตรฐานการบริการที่ไม่มีใครเทียบได้
โรยัล เอ็นฟีลด์ขอแสดงความยินดีแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่าน รวมถึงผู้ชนะและรองชนะเลิศสำหรับความสำเร็จอันยอดเยี่ยมใน Supersquad 2025 ความมุ่งมั่นและทักษะของพวกเขายังคงเป็นแรงบันดาลใจและยกระดับตำนานความเป็นเลิศของโรยัล เอ็นฟีลด์
Supersquad 2025 เป็นเวทีกำหนดมาตรฐานการบริการที่เป็นเลิศและความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของโรยัล เอ็นฟีลด์ โดยส่งเสริมแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุด ช่วยเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้กับดีลเลอร์และผู้จัดจำหน่าย ส่งต่อความไว้วางใจและความพึงพอใจของลูกค้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผู้เข้าร่วมยังได้รับความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการบริการขั้นสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างศักยภาพการบริการที่มีประสิทธิภาพ ยืนยันความเป็นผู้นำของโรยัล เอ็นฟีลด์ในอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ได้อย่างดีเยี่ยม
โดยล่าสุด ช่างเทคนิคจากเกาหลีใต้ได้รับตำแหน่งชนะเลิศในระดับเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ช่างเทคนิคจากประเทศไทยได้รับรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ทั้งสองท่านจะเป็นตัวแทนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการแข่งขัน Supersquad 2025 ระดับโลกที่ประเทศอินเดียในอนาคต โครงการนี้มุ่งเน้นในการส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่ “First Time Right” และ “Reasonable Service Time” ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของโรยัล เอ็นฟีลด์ในการมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า และสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งในตลาดหลักทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อเพิ่มการเข้าถึงให้ดียิ่งขึ้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine





























































































































































































