• ปอร์เช่ ประเทศไทย ชวนสัมผัสจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตในงาน Raceborn Openhouse & Family Days พร้อมข้อเสนอครั้งใหญ่แห่งปี

    1 Min Read

    ปอร์เช่ ประเทศไทย ชวนสัมผัสจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตในงาน Raceborn Openhouse & Family Days พร้อมข้อเสนอครั้งใหญ่แห่งปี

    เตรียมพบกับงาน Raceborn Open House & Family Days ซึ่งจัดขึ้นโดยปอร์เช่ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 18 – 19 ตุลาคม 2568 ณ โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการพร้อมกันทุกแห่ง เตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ผู้ชื่นชอบและผู้ที่สนใจในยนตรกรรมปอร์เช่ ภายในงานจะได้พบกับ การจัดแสดงยนตรกรรมสปอร์ตหลากหลายรุ่นในลวดลายรถแข่งในตำนาน และสำหรับผู้ที่เข้าร่วมการทดลองขับภายในงานจะได้ทดลองขับร่วมกับนักแข่งมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านการขับขี่ที่ได้รับการรับรองจากปอร์เช่ นอกจากนี้ผู้ที่จองและรับรถในช่วงเวลาที่กำหนดจะได้ลุ้นรับแพ็คเกจร่วมขับรถสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ Porsche Experience Centre กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น* และรับข้อเสนอพิเศษแห่งปีสำหรับรุ่นมาคันน์, ไทคานน์, คาเยนน์ และพานาเมรา รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 1 ล้านบาท สำหรับผู้ที่จองและรับมอบรถยนต์ภายใน 31 ตุลาคม 2568 เท่านั้น*

     

    กรุงเทพฯ. ปอร์เช่ ประเทศไทย ขอเชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตสุดพิเศษที่งาน Raceborn Open House & Family Days ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 19 ตุลาคมนี้ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกสาขา เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ต และจิตวิญญาณรถแข่งของปอร์เช่อย่างแท้จริง โดยโชว์รูมปอร์เช่จะได้รับการเปลี่ยนโฉมเป็นธีม Raceborn พร้อมสร้างบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสนามแข่ง ผู้เข้าร่วมงานจะสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมให้ความรู้และเทคนิคการขับขี่จากนักแข่งรถและผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรองจากปอร์เช่ รวมถึงชมการจัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่ในลวดลายรถแข่งอันเป็นตำนาน พร้อมด้วยกิจกรรมอื่นๆ เพื่อสร้างความเพลิดเพลินสำหรับทุกเพศทุกวัย

     

    เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ

    ในงาน Raceborn Open House & Family Days ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสสมรรถนะอันเหนือระดับของปอร์เช่ ร่วมกับนักแข่งมืออาชีพหรือผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรองจากปอร์เช่ ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ เทคนิคการขับขี่ และเคล็ดลับที่มากกว่าการขับขี่โดยทั่วไป พร้อมเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสถึงความแม่นยำ การควบคุม และความเร้าใจของยนตรกรรมปอร์เช่ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและการดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดตำนานแห่งมอเตอร์สปอร์ตของปอร์เช่สู่ท้องถนน

     

    เผยจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของปอร์เช่ในทุกโมเดล

    เพื่อเฉลิมฉลองจิตวิญญาณของมอเตอร์สปอร์ต ภายในงาน Raceborn Open House & Family Days ยังมีการจัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่ในลวดลายรถแข่งที่เป็นตำนาน สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และความสำเร็จบนสนามแข่งของปอร์เช่ โดยในรุ่น 911 จะปรากฏในลวดลาย Mobil 1 GT1 อันโด่งดังที่คว้าชัยชนะจากเลอมังส์ในปี 1998 ส่วนยนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้า มาคันน์ มาในดีไซน์ Salzburg เพื่อเป็นการยกย่องถึงทีม Porsche Salzburg ในตำนาน และไทคานน์ ปรากฎโฉมในลวดลาย 99X Formula E สีม่วงสุดโดดเด่น ลวดลายทั้งหมดที่นำมาจัดแสดง ไม่ได้เป็นเพียงเพื่อการเฉลิมฉลองตำนานมอเตอร์สปอร์ต แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของรถแข่งในรถยนต์ของปอร์เช่ในทุก ๆ โมเดล

     

    สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า

    สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2568 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นร่วมเดินทางสู่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมกิจกรรมขับรถสุดเร้าใจที่ Porsche Experience Centre Tokyo ทั้งหมดสามรางวัล รางวัลละหนึ่งคู่ รวมมูลค่าสูงสุด 500,000 บาท* โดยผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้เข้าร่วมกิจกรรมการขับรถปอร์เช่ในสนามแข่งแบบส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ปรับปรุงเทคนิคและขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมรถในสถานการณ์ต่าง ๆ การขับขี่ในสนามแข่ง การควบคุมรถขณะเข้าโค้ง และอื่น ๆ โดยจะมีการจับรางวัลทั้งหมด 3 รอบ รอบละ 1 คู่โดยจับฉลากและประกาศผลรอบแรกในเดือนพฤศจิกายน รอบที่สองในเดือนธันวาคมและรอบที่สามในเดือนมกราคม

     

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับ 4 รุ่น

    ข้อเสนอพิเศษแห่งปีสำหรับผู้ที่จองและรับรถในรุ่น ไทคานน์ (J1 II), มาคันน์ (H2), พานาเมร่า (G3), และ คาเยนน์ (E3 II) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2568* ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 1 ล้านบาท* ที่ตัวแทนจำหน่ายปอร์เช่อย่างเป็นทางการทุกสาขาเท่านั้น

     

    สำหรับรุ่นไทคานน์:

    รับข้อเสนอพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดถึง 1,000,000 บาท* ประกอบด้วย:

    • ล้อ TEQ ขนาด 21 นิ้ว ลาย RS Spyder Design
    • ฟิล์มกรองแสง Midas หรือ Avery Dennison
    • อุปกรณ์ชาร์จ Porsche Mobile Charger Connect
    • ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี
    • ประกันคุณภาพรถยนต์ Porsche Approved Warranty เพิ่ม 2 ปี

     

    สำหรับรุ่นมาคันน์:

    รับข้อเสนอพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดถึง 600,000 บาท* ประกอบด้วย:

    • ล้อ TEQ ขนาด 22 นิ้ว ลาย RS Spyder Design
    • ฟิล์มกรองแสง Midas หรือ Avery Dennison
    • อุปกรณ์ชาร์จ Porsche Mobile Charger Connect
    • ประกันคุณภาพรถยนต์ Porsche Approved Warranty เพิ่ม 2 ปี

     

    สำหรับรุ่นพานาเมรา:

    รับข้อเสนอพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดถึง 280,000 บาท* ประกอบด้วย:

    • ฟิล์มกรองแสง Midas หรือ Avery Dennison
    • อุปกรณ์ชาร์จ Porsche Mobile Charger Connect
    • ประกันคุณภาพรถยนต์ Porsche Approved Warranty เพิ่ม 2 ปี

     

    สำหรับรุ่นคาเยนน์ (รุ่น E3 II ก่อนปรับโฉม):

    รับข้อเสนอพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดถึง 220,000 บาท* ประกอบด้วย:

    • ฟิล์มกรองแสง Midas หรือ Avery Dennison
    • ประกันคุณภาพรถยนต์ Porsche Approved Warranty เพิ่ม 2 ปี

     

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮอนด้า” ผงาดกวาดบัลลังก์ AMA SMX 2025 “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ควงคู่ “โจ ชิโมดะ” คว้าสองรุ่นท็อป

    1 Min Read

    “ฮอนด้า” ผงาดกวาดบัลลังก์ AMA SMX 2025 “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ควงคู่ “โจ ชิโมดะ” คว้าสองรุ่นท็อป

    “ฮอนด้า” ประกาศความยิ่งใหญ่สุดเหนือชั้นในการแข่งขันรอบไฟนอล ศึกซูเปอร์โมโตครอสชิงแชมป์โลก 2025 ในโปรแกรมสนาม 3 AMA Super Motocross (AMA SMX 2025) ที่ลาสเวกัส มอเตอร์ สปีดเวย์ โดยนักแข่งฮอนด้าคว้าชัยชนะพร้อมเหมาแชมป์โลก 2 รุ่นท็อป จากผลงานของ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 1 กับรถแข่ง Honda CRF450R ในคลาส 450SMX และ “โจ ชิโมดะ” หมายเลข 30 นักบิดชาวญี่ปุ่น กับรถแข่ง Honda CRF250R ในคลาส 250SMX

    เรซที่ 1 เป็นการดวลของนักบิดฮอนด้าจากทีม Honda HRC Progressive โดย “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 96 แม้มีอาการป่วยจากไข้หวัด แต่สามารถออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยรถแข่ง Honda CRF450R คว้าโฮลช็อตตั้งแต่โค้งแรก ก่อนจะเสียตำแหน่งผู้นำไปในช่วงต้นเกม แต่สามารถทวงกลับคืนมาได้สำเร็จ ด้าน “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ออกตัวจากอันดับ 4 ไล่ขึ้นมาจนสามารถแซง “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ขึ้นนำได้ในช่วงกลางเรซ จากนั้นควบคุมสถานการณ์จนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 คว้าชัยชนะไปครอง ขณะที่ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ตามเข้ามาในอันดับ 3

    การแข่งขันเรซที่ 2 แม้ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” จะออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก แต่สามารถเร่งเครื่อง Honda CRF450R แซงขึ้นมาเป็นผู้นำตั้งแต่ช่วงต้นเรซ พร้อมคุมเกมได้อย่างมั่นคง ขณะที่ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ต้องเจอศึกหนักเมื่ออันดับหล่นไปอยู่กลางกลุ่ม ก่อนจะพยายามไล่แซงคู่แข่งอย่างต่อเนื่องเพื่อทวงคืนตำแหน่ง จบการแข่งขัน “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” คว้าชัยชนะ ขณะที่ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ไล่มาได้ถึงอันดับ 2

    ในการแข่งขันคลาส 250SMX ด้วยผลงานของ “โจ ชิโมดะ” ด้วยตัวแข่ง Honda CRF250R เก็บชัยชนะในเรซที่ 1 และโพเดียมอันดับที่ 2 ในเรซที่สอง บวกคะแนนสะสมผงาดคว้าแชมป์โลกในคลาส 250SMX ไปครองได้สำเร็จ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของฮอนด้าในสังเวียนทางฝุ่นและสุดยอดตัวแข่งจาก CRF Series

    ผลการแข่งขันสนามสุดท้าย ส่งฮอนด้าขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลกประจำซีซั่นนี้ด้วยความยอดเยี่ยมของสมรรถนะรถแข่ง  Honda CRF450R และผลงานยอดเยี่ยมของนักบิดชาวออสเตรเลีย เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์ โดยมีทีมเมท ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์ ตามมาติด ๆ เป็นอันดับที่ 2 ในตารางแชมเปียนชิพซึ่งตอกย้ำความยอดเยี่ยมของฮอนด้าด้วยการเหมาอันดับที่ 1 – 2 ในซีซั่นนี้

     

    #AMASMX #Honda #HondaMotorcycle #HRC #TeamHondaHRC #CRF450R #CRF250R


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮอนด้า เสิร์ฟใหญ่ Honda We’re Family Happy Plus!’ พลัสความสุขให้มากขึ้นกว่าเดิม มอบบริการที่ดูแลทั้งรถและคุณเหมือนคนในครอบครัว ผ่อนสบายๆ 0% ทุกงานบริการ สูงสุด 10 เดือน*

    1 Min Read

    ฮอนด้า เสิร์ฟใหญ่ Honda We’re Family Happy Plus!’ พลัสความสุขให้มากขึ้นกว่าเดิม มอบบริการที่ดูแลทั้งรถและคุณเหมือนคนในครอบครัว ผ่อนสบายๆ 0% ทุกงานบริการ สูงสุด 10 เดือน* 

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบแคมเปญสุดพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้า ‘Honda We’re Family Happy Plus!’ เสิร์ฟความคุ้มค่ามอบการดูแลรถแบบครบวงจร ตั้งแต่ ใจดูแลด้วยโปรผ่อนสบาย 0% นานสูงสุด 10 เดือน* ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท* สำหรับงานบริการทุกประเภท พิเศษสุด!!! ส่วนลดค่าอะไหล่สำหรับครอบครัวฮอนด้า พร้อมตรวจสภาพรถยนต์ฟรีดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ** ส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับลูกค้าทุกคน ทั้งรถใหม่ รถปีเก่า หรือรถยนต์มือสอง รวมถึงโปรโมชันผ่อนยางรถยนต์ 0% สูงสุด 10 เดือน** ไม่ว่าจะรถรุ่นไหนก็มั่นใจทุกการเดินทาง เพียงนัดหมายและนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2568

     

    พิเศษสุด!!!งานบริการทุกประเภทสามารถผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน

    • ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน* เฉพาะบัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีฯ ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 5,000 บาท สำหรับงานบริการทุกประเภท รวมทั้งงานซ่อมตัวถังและสี
    • ผ่อนชำระ 0% 8 เดือน* กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ โดยมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 3,000 บาท สำหรับงานบริการทุกประเภท รวมทั้งงานซ่อมตัวถังและสี

    มอบส่วนลดค่าอะไหล่สำหรับครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าทุกคน

    • บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี*
    • ซื้อคู่คุ้มกว่า! รับส่วนลด 200 บาท สำหรับ Safety First Set (ซื้อยางปัดน้ำฝนคู่กับผ้าเบรก)

    มอบของที่ระลึกสำหรับครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าทุกคน

    • ซื้อยางรถยนต์ยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าสะพายข้างคุณภาพพรีเมียม
      • ซื้อคู่คุ้มกว่า! ซื้อแบตเตอรี่ยี่ห้อ PUMA* หรือ GS* พร้อมผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ รับฟรี กระเป๋าเก็บความเย็น 1 ใบ คุณภาพพรีเมียมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ (Evaporator Cleaner)
      • ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
      • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบหัวฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)

     

    สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าอายุไม่เกิน 1 ปี

    • รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่เพิ่มเติมสูงสุด 7%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 6 หรือ 10” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากปกติ 15% เป็น 22%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

     

    สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าอายุ 10 ปีขึ้นไป

    • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง*
    • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองอากาศ*
    • รับส่วนลด 10% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก*

     

    โปรโมชันยางรถยนต์ยอดนิยมตามเงื่อนไขแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

    • ยาง Goodyear ซื้อ 3 แถม 1*, หรือซื้อครบทุก 4 เส้น รับบัตรน้ำมัน 500 บาท
    • ยาง Dunlop ซื้อ 3 แถม 1*, หรือซื้อครบทุก 4 เส้น รับส่วนลด 600-2,800 บาท*
    • ยาง Yokohama ซื้อครบทุก 4 เส้น รับส่วนลด 1,280-3,200 บาท*
    • ยาง Hankook รับส่วนลดตั้งแต่เส้นแรก เส้นละ 300 บาท*
    • ยาง Bridgestone รับส่วนลดตั้งแต่เส้นแรก เส้นละ 250 บาท*

    โปรโมชันพิเศษ ผ่อนชำระสำหรับการซื้อยางรถยนต์

    • ยางรถยนต์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ โดยต้องมียอดใช้จ่าย 2,000 บาทขึ้นไป*

     

    แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง*** เพียงนำรถมาอัปเดตข้อมูลเจ้าของใหม่ที่ศูนย์บริการ พิเศษ!!! รับทันที ส่วนลดสุดคุ้ม ‘Welcome to Honda Family’ ดังนี้

    • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าสังเคราะห์แท้ 100% เริ่มต้นเพียง 899 บาท* รวมค่าแรง
    • รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์
    • รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ
    • รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก

    ตลอด 2 เดือนเต็ม ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568  – 30 พฤศจิกายน 2568 เชิญลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าเข้ารับบริการและรับความคุ้มค่าผ่านแคมเปญ ‘Honda We’re Family Happy Plus!’ ที่พร้อมดูแลให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความอุ่นใจ ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • Post Image

    GWM ปลดล็อกประสบการณ์ขับขี่ครบทุกมิติ ชวนเหล่า TANKER ร่วมกิจกรรมสุดเร้าใจใน “TANK OFF-ROAD ACADEMY”

    1 Min Read

    GWM ปลดล็อกประสบการณ์ขับขี่ครบทุกมิติ ชวนเหล่า TANKER ร่วมกิจกรรมสุดเร้าใจใน “TANK OFF-ROAD ACADEMY”

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด จัดงาน TANK OFF-ROAD ACADEMY เปิดสนามแชร์ความรู้และประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง กับ TANKER CLUB THAILAND ณ สนามเจ้าเงาะ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดย GWM และผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการขับขี่ที่ช่วยให้เหล่า TANKER เข้าใจพื้นฐานของตัวรถและยกระดับสกิลการขับขี่ครบทุกมิติ ตั้งแต่การขับบนทางเรียบและทางฝุ่น (On-Road) การฝ่าฟันในสนามออฟโรดสุดเร้าใจ (Off-Road) ไปจนถึงการนำทักษะที่ได้เรียนรู้ไปปฏิบัติจริงในเส้นทางธรรมชาติ (Adventure) ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยทั้งความมั่นใจและทักษะที่ถูกต้อง ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ GWM TANK ในฐานะ SUV สุดแกร่งที่พร้อมพาผู้ขับขี่ไปได้ทุกที่อย่างมั่นใจ

    กิจกรรมนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากเหล่า TANKER กว่า 127 คน พร้อมด้วยคาราวาน GWM TANK 300 ทั้งรุ่นไฮบริดและเครื่องยนต์ดีเซลกว่า 60 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ TANKER CLUB ที่ไม่เพียงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังรวมกลุ่มคนที่มีความรักในการผจญภัย และต้องการปลดล็อกสมรรถนะที่แท้จริงของ GWM TANK 300 ในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน รวมถึงการใช้ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากมายที่อยู่ในตัวรถผ่านฐานต่าง ๆ ในสถานีทดสอบที่ได้จัดเตรียมไว้ รวมถึงพื้นที่จริง ไม่ว่าจะเป็น การใช้โหมดการขับขี่ต่างๆ ทั้ง 4L โหมดทราย โหมดโคลน การกลับรถในที่แคบ TANK TURN ระบบล็อกเฟืองท้าย ระบบการตรวจจับระดับน้ำ การใช้ฟังก์ชั่น Offroad Cruise Control รวมถึงกล้อง 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ เมื่อพบเจอกับพื้นที่ยากลำบาก เป็นต้น

    ประสบการณ์การขับขี่จาก TANK OFF-ROAD ACADEMY

    • On-Road Confidence: ไม่ใช่เพียงการขับบนถนนเรียบ แต่เป็นการเรียนรู้อาการของตัวรถในการขับขี่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางซิกแซก บนถนนคอนกรีตและทางฝุ่น การบังคับควบคุมรถเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน วิธีใช้โหมด Normal และ Sport เพื่อปรับการตอบสนองของคันเร่งให้เหมาะกับสถานการณ์จริง
    • Off-Road Mastery: เปิดประสบการณ์เต็มรูปแบบกับการใช้โหมดการขับขี่ออฟโรด ทั้งโหมด 4L ระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มพลังการขับเคลื่อนและยึดเกาะบนเส้นทางโหด เช่น หล่มโคลน, เนินชัน, เนินโค้ง และบ่อหลุมสลับ พร้อมเรียนรู้การใช้ TANK TURN เมื่อเจอสถานการณ์จำเป็นต้องกลับรถในที่แคบ หรือแม้แต่การใช้ฟังก์ชั่น Off-Road Cruise Control ที่ควบคุมความเร็วให้อัตโนมัติบนทางอุปสรรค เพื่อให้ผู้ขับสามารถจดจ่อที่การควบคุมทิศทางพวงมาลัยได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเหยียบคันเร่ง
    • Adventure Ready: การนำทักษะความรู้และการขับขี่จากการฝึกฝนในสนามจำลองไปปฏิบัติจริงบนเส้นทางที่ไม่เคยขับขี่มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เนินชัน แคบ ลื่น ทางน้ำ โคลน หลุมบ่อ โดยผู้ขับขี่จะใช้ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของตัวรถให้เหมาะสมกับสถานการณ์และลักษณะพื้นที่ผจญภัย ยิ่งไปกว่านั้น การผจญภัยไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย กล้อง 540 องศาและระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) จะช่วยเพิ่มมุมมองและเป็นประโยชน์อย่างมากในการฝ่าฟันอุปสรรค รวมถึงการใช้ Wading Detection เพื่อตรวจสอบระดับน้ำเมื่อขับผ่านทางน้ำ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตัดสินใจอย่างมั่นใจในทุกจังหวะ

    นอกจากฟังก์ชั่นการขับขี่ที่ล้ำสมัย GWM TANK 300 ทั้งรุ่น HEV และ Diesel มาพร้อมสมรรถนะที่โดดเด่น โดยรุ่น HEVขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ มอบพละกำลังรวมสูงสุดกว่า 350 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 616 นิวตันเมตร ที่พร้อมตอบสนองทันใจในทุกสถานการณ์ ขณะที่รุ่นดีเซล ใช้เครื่องยนต์ 2.4T พร้อมเทคโนโลยีเทอร์โบแปรผัน (VGT) ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร ระหว่าง 1,500 – 2,500 รอบ/นาที ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่บนทางเรียบและการลุยเส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย

    กิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY มิใช่แค่เวทีเพื่อการเรียนรู้และสอนเทคนิคการขับขี่ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้เหล่า TANKER ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปจนถึงข้อมูล และประสบการณ์ระหว่างผู้ใช้งานจริง เพื่อสร้างความรู้ใหม่ ๆ และต่อยอดประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึง สร้างความแข็งแกร่งของชุมชนผู้ใช้ TANK อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปทดลองขับ GWM TANK ทั้งรุ่น GWM TANK 300 DIESEL และ GWM TANK 500 DIESEL ผ่านความร่วมมือกับ GWM เอก กรุ๊ป (ชลบุรีและพัทยา) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สนใจเข้าสู่ประสบการณ์จริงกับคอมมูนิตี้ของ TANKER CLUB งานนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรธุรกิจด้านอุปกรณ์ยานยนต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Continental, Lamina & Thule, Lenso และ YSS ที่เข้ามาร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และโปรโมชันพิเศษในงานนี้เท่านั้น

    เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เน้นย้ำถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “GWM มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าชาวไทย ไม่เพียงส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของ GWM TANK สู่มือลูกค้าชาวไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้ความรู้ ฝึกทักษะให้ชาว TANKER ได้รับรู้ถึงสมรรถนะและความสามารถของตัวรถที่แท้จริง ผ่านกิจกรรม GWM TANK OFF-ROAD ACADEMY ที่ช่วยให้ชาว TANKER มั่นใจในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะบนถนนเมือง ออฟโรด หรือเส้นทางผจญภัยสุดท้าทาย อีกทั้งกิจกรรมนี้ยังเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ TANKER CLUB ในประเทศไทย ที่มีการเติบโตขึ้นทุกวันอย่างต่อเนื่อง สร้างคอมมูนิตี้ที่ทรงพลังและสร้างสรรค์ ร่วมแบ่งปันมิตรภาพ ความสุข และประสบการณ์ที่ดีไปด้วยกัน”

    สำหรับผู้ที่สนใจ GWM TANK 300 Diesel และ GWM TANK 500 Diesel สามารถทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั้ง 72 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

    #TANKSpirit #TANKHeroMoment #TANKOffroadAcademy #GWMTANKOWNERSCLUB


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  •  “MG IM6 Happy Journey to Khao Yai” ฮีลใจ เติมพลังรักษ์โลกกับ MG Primus

    1 Min Read

     “MG IM6 Happy Journey to Khao Yai” ฮีลใจ เติมพลังรักษ์โลกกับ MG Primus

    เอ็มจี ไพรม์มัส ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป นำโดย “จิระพล รุจิวิพัฒน์” กรรมการผู้จัดการ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ MG IM6 Happy Journey to Khao Yai ทริปฮีลใจ กับไพรม์มัส พาลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า MG IM6 รวม 14 ครอบครัว ร่วมเดินทางแบบคาราวานจากกรุงเทพฯ สู่เขาใหญ่ สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ผสานความสุขกับการรักษ์สิ่งแวดล้อม

    กิจกรรมเริ่มต้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการ MG EV Premium สาขาเพชรเกษม 65 ด้วยการกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดย “จิระพล รุจิวิพัฒน์” พร้อมการชี้แจงเส้นทาง รายละเอียดกิจกรรม และจุดสถานีชาร์จไฟฟ้า ก่อนที่จะมีพิธีปล่อยขบวนคาราวานอย่างเป็นทางการ โดยร่วมกับ “ฐปนนท์ พฤกษ์ประมูล” ผู้อำนวยการ ฝ่ายบัญชีและการเงิน ไพรม์มัส กรุ๊ป ตีธงปล่อยธงขบวนคาราวาน ออกเดินทางสู่ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมเติมพลัง ด้วยการทานอาหารกลางวัน ที่ร้าน ตาทำปลาเผา ร้านปลาเผาสูตรโบราณ ต้นฉบับปลาเผาไม่ทาเกลือแห่งแรกในอีสาน ด้วยบรรยากาศสบายๆ ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

    ระหว่างเส้นทาง ลูกค้าได้ร่วมเปิดประสบการณ์ด้านพลังงานแนวใหม่ ที่ EGAT Learning Center ลำตะคอง แหล่งเรียนรู้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแห่งอนาคต ผ่านโซนกิจกรรมเสมือนจริงทั้ง 7 โซน อาทิ การผจญภัยในโลกพลังงานน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ ตลอดจนเรียนรู้ระบบ Wing Hydrogen Hybrid ที่เก็บพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมในรูปแบบก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นประเทศแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งได้สนุกสนานเพลิดเพลินกับเกมส์เก็บคะแนน และชมภาพยนตร์ในรูปแบบ 7 มิติ เรื่องพลังงานในแง่มุมต่างๆ

    จากนั้น ขบวนคาราวานได้เดินทางต่อไปยัง จุดชมวิวกังหันลมเขายายเที่ยง  จุดเช็คอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยว สัมผัสความงดงามของธรรมชาติกับกิจกรรมปั่นจักรยาน ชมทิวทัศน์รอบอ่างเก็บน้ำลอยฟ้า และวิวกังหันลมใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านเรียงรายเต็มพื้นที่

    ต่อด้วยการเดินทางสู่ที่พัก Atta Lakeside Resort Sweet รีสอร์ทหรู ระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โอบล้อมด้วยขุนเขาเขียวขจีของเขาใหญ่ และวิวทะเลสาบที่สวยงามตระการตา สร้างประสบการณ์แห่งความสุขกับการพักผ่อนได้อย่างเต็มพิกัด

    ช่วงค่ำ ลูกค้าได้สัมผัสมื้อดินเนอร์สุดพิเศษที่  Prime 19 Khao Yai ร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังของเขาใหญ่ ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารหกเหลี่ยม ดิบ เท่ห์ สไตล์ อเมริกันอินดัสเตรียลล็อฟต์ ยุค 90s ภายในโปร่ง โล่งสบายเหมือนแฟคเตอร์รี่ขนาดใหญ่ พร้อมโซน Wine Celler ที่เป็นฉากโชว์ขวดไวน์สวยงาม อลังการ และใหญ่สุดในเขาใหญ่ อาหารทุกจานได้รับการรังสรรค์จากเชฟมืออาชีพ ที่พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบ ไปจนถึงการปรุงแต่งอาหารให้สวยงามและเลิศรส  เมื่อคลอเคล้ากับเสียงดนตรี ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ให้อาหารมื้อนี้ อบอวลด้วยความสุขและความประทับใจ

    วันรุ่งขึ้น หลังทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย ขบวนคาราวานออกเดินทางต่ออีกครั้ง สู่ร้านอาหาร ครัวเขาใหญ่ร้านเก่าแก่คู่เขาใหญ่มาอย่างยาวนาน ด้วยบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง บวกกับเมนูอาหารที่จัดเต็มทั้งปริมาณและรสชาติ ทำให้ทุกคนต่างอิ่มอร่อยและเพลิดเพลินกับรสชาติอาหารมื้อพิเศษนี้อย่างเต็มที่

    จุดหมายต่อไป คือ GranMonte Vineyard and Winery ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสบรรยากาศความงดงามของอาณาจักรไวน์คุณภาพระดับโลก ด้วยการนั่งรถเที่ยวชมไร่องุ่นที่ปลูกเรียงรายกว่า 100 ไร่ และเรียนรู้กระบวนการผลิตไวน์ ตั้งแต่การปลูก การบ่ม จนถึงการตรวจสอบคุณภาพ การบรรจุลงขวด รวมระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี

    พร้อมปิดทริป ด้วยการชิมไวน์คุณภาพที่มาจากหลากหลายสายพันธ์ ทั้ง White Wine, Red Wine, Dessert Wine และ Rose Wine จัดเสิร์ฟคู่กับอาหารที่เหมาะสม โดยเฉพาะไวน์แดง ที่เป็นบูติคไวน์ ที่มีรสชาติแตกต่างกันในแต่ละขวดและแต่ละปี ถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของไร่กราน-มอนเต้ และทำให้คว้ารางวัลเหรียญทองจากเวทีการแข่งขันไวน์ระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย

    กิจกรรม MG IM6 Happy Journey to Khao Yai ทริปฮีลใจกับ Primus ครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนสมรรถนะและคุณภาพของรถยนต์ไฟฟ้า MG IM6 ที่ตอบโจทย์การเดินทางทั้งด้านความสะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังตอกย้ำเจตนารมณ์ของ Primus Group ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขและความประทับใจให้กับลูกค้า พร้อมสานต่อวิถีการเดินทางที่ใส่ใจโลกและความยั่งยืนในอนาคต


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OMODA & JAECOO ฉลองความสำเร็จครบรอบ 1 ปี พร้อมฉลองส่งมอบ JAECOO 5 EV ล็อตแรก 1,200 คัน สู่ผู้บริโภคชาวไทย

    1 Min Read

    OMODA & JAECOO ฉลองความสำเร็จครบรอบ 1 ปี พร้อมฉลองส่งมอบ JAECOO 5 EV ล็อตแรก 1,200 คัน สู่ผู้บริโภคชาวไทย

    OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียม จัดงานฉลองส่งมอบรถ JAECOO 5 EV ล็อตแรกให้กับลูกค้าแล้วกว่า 1,200 คัน ภายในระยะเวลาเกือบ 1 เดือน พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการจัดแสดงรถ JAECOO ในรูปแบบตัวเลข 1,200 อันยิ่งใหญ่ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ สะท้อนความสำเร็จและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ในการดำเนินธุรกิจครบ 1 ปีในประเทศไทย

    ภายในงานเป็นการรวมกลุ่มลูกค้าและรถ OMODA และ JAECOO จำนวนมากกว่า 120 คัน และได้จัดให้มีกิจกรรมสร้างความประทับใจมากมาย อาทิ พิธีส่งมอบรถอย่างยิ่งใหญ่ เวิร์กชอปสุดพิเศษ คอนเสิร์ตจากวงดนตรีชื่อดัง และกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกับครอบครัว OMODA & JAECOO ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    คุณบิล จาง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย กล่าวว่า “การส่งมอบ JAECOO 5 EV ล็อตแรกในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งมอบยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการรวม OJ Club ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งเพื่อส่งมอบประสบการณ์แห่งไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าภายใต้ชื่อ “OJ O-Jai” (โอเจ โอใจ) ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ผ่าน Call Center 02 020 8888 เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมใหม่ ยกระดับดีไซน์สู่อีกขั้นของความสปอร์ต

    1 Min Read

    ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมใหม่ ยกระดับดีไซน์สู่อีกขั้นของความสปอร์ต

    ปอร์เช่ ประเทศไทยเปิดตัว คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé)
    รุ่นปรับโฉมปี 2026 โดยเน้นดีไซน์สปอร์ตและความดุดันยิ่งขึ้น ด้วยล้อ
    RS Spyder Design ขนาด 21 นิ้ว ช่วยเสริมความสปอร์ตเต็มพลัง มาพร้อมความแรงและสมรรถนะ E-Performance ด้วยเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังรวมสูงสุด 382 กิโลวัตต์ (519 แรงม้า) ระยะทางขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 90 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ในราคาจำหน่าย 6,690,000 บาท

     

    กรุงเทพฯ. จากความสำเร็จของ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ ที่ประกอบขึ้นสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ จากโรงงานในประเทศมาเลเซีย วันนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทยพร้อมเปิดตัว คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมปี 2026 ด้วยการผสมผสานความแรงจากเทคโนโลยี E-Performance และความหรูหราในแบบฉบับรถสปอร์ต SUV ระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมการพัฒนาดีไซน์ภายนอกโดยเฉพาะล้อ RS Spyder Design 21 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมกับคิ้วตกแต่งซุ้มล้อสีเดียวกับตัวรถ ที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและความดุดันให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าชาวไทยทั้งในแง่ของคุณภาพและราคา

     

    คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉม ปี 2026

    สำหรับในรุ่นปรับโฉมที่ผลิตขึ้นในประเทศมาเลเซีย ได้มีการพัฒนาเพื่อให้มีความสปอร์ตและดุดันมากยิ่งขึ้น ด้วยล้อ RS Spyder 21 นิ้ว ที่ช่วยยกระดับรถให้มีความโฉบเฉี่ยวแต่ยังคงให้ความหรูหรา โดยล้อ RS Spyder ขนาด 21 นิ้ว มาพร้อมกับคิ้วตกแต่งซุ้มล้อสีเดียวกับตัวรถ

     

    และยังคงมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ครับครันเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า HD Matrix LED ที่ประกอบด้วยโมดูลความละเอียดสูง 2 ชุด และกว่า 32,000 พิกเซลต่อโคมไฟ พวงมาลัย GT Sports และแพ็คเกจ Sport Chrono พร้อมนาฬิกา Porsche Design รวมถึงเบาะนั่งไฟฟ้าแบบปรับได้ 14 ทิศทาง พร้อมระบบจดจำตำแหน่งที่มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ หรือ สีดำ/สีแดง Bordeaux Red พร้อมลายสัญลักษณ์ปอร์เช่บนพนักพิงศีรษะที่เบาะคู่หน้า

     

    นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมอุณหภูมิแยก 4 โซน ระบบฟอกอากาศ ม่านบังแดดด้านหลังที่เปิดและปิดด้วยระบบไฟฟ้า และยังเพิ่มความทันสมัยให้กับห้องโดยสารด้วย Porsche Driver Experience ด้วยชุดหน้าปัดดิจิตอลโค้งมน 12.6 นิ้ว และหน้าจอ Infotainment 12.3 นิ้ว โดยตำแหน่งคันเกียร์อัตโนมัติที่จะอยู่ที่บริเวณด้านซ้ายของพวงมาลัยบนคอนโซลกลาง เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของและแผงควบคุมระบบปรับอากาศในดีไซน์ทันสมัยโทนสีดำ และแผงควบคุมมาพร้อมปุ่มกดขนาดใหญ่ พร้อมสวิทช์หมุนปรับอากาศ และปุ่มปรับระดับเสียงแบบสัมผัส ทำให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมความหรูหราที่ครบครัน

     

    คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉม ปี 2026 ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) และระบบช่วยจอด (ParkAssist) พร้อมกล้องรอบทิศทาง (Surround View) ที่ช่วยให้การจอดและขับขี่ในพื้นที่จำกัดปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

     

    เป็นเจ้าของรถสปอร์ต SUV ระดับพรีเมียม พร้อมสมรรถนะเต็มพลัง

    คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมปี 2026 เปิดตัวในประเทศไทยในราคาจำหน่าย 6,690,000* บาท เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะไฮบริดเต็มพลัง ความแรง และความหรูหราที่ครบครัน โดยสามารถเลือกสีตัวถังได้สามสี ได้แก่ สีขาวคาร์ราร่า (Carrara White), สีดำโครไมท์ (Chromite Black) และ สีเงินโดโลไมท์ (Dolomite Silver) พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง

     

    ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ปอร์เช่ ประเทศไทย หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทุกสาขา

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ เผยภาพ Batur Convertible รุ่นพิเศษ 2 เฉดสี One Plus One รูปแบบใหม่

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ เผยภาพ Batur Convertible รุ่นพิเศษ 2 เฉดสี One Plus One รูปแบบใหม่

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ (Bentley Mulliner) แผนกออกแบบเฉพาะบุคคลของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส รังสรรค์ Batur Convertible แกรนด์ ทัวเรอร์แบบเปิดประทุนรุ่นออกแบบพิเศษคันแรกที่มีรูปลักษณ์ภายนอกอันงดงามด้วยเฉดสีเทา Opalite พร้อมกับภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างร่วมสมัยด้วยเฉดสีดำ Beluga และการตกแต่งด้วยเฉดสีส้ม Mandarin โดยในส่วนภายในห้องโดยสารที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยความร่วมมือจากลูกค้าสะท้อนความโดดเด่นในแบบ “One Plus One” ที่ได้มีการตกแต่งด้วยเฉดสีที่ตัดกันบนเบาะโดยสารของผู้ขับขี่และผู้โดยสารแต่ยังคงความเข้ากันได้อย่างลงตัวของสองเฉดสีที่คอนทราสต์

    สมรรถนะที่เหนือชั้น

    การออกแบบของ Batur Convertible รุ่นแรกได้สะท้อนถึงสมรรถนะอันเหนือชั้นของระบบส่งกำลัง รุ่น W12 เจ้าของขุมพลังกว่า 740 แรงม้า พร้อมด้วยเฉดสีเทา-เงิน Opalite ที่แวววาวอยู่บนตัวถังตัดกับแถบแข่งในเฉดสีดำเงาที่ผนวกเข้ากับการตกแต่งด้วยแถบเฉดสีส้ม Mandarin ทั้งสองฝั่ง แถบแข่งมาพร้อมกับการลงสีพิเศษแบบฝังแน่นเข้ากับตัวถังของรถอย่างแนบเนียนจากฝากระโปรงหน้าตลอดแนวไปยังฝากระโปรงหลังต่อเนื่องไปยังส่วนท้ายบริเวณตราสัญลักษณ์ของเบนท์ลีย์ องค์ประกอบเหล่านี้เชื่อมโยงกันด้วยงานปักที่ออกแบบเฉพาะในรูปแบบเดียวกันบริเวณหลังเบาะโดยสาร และกระจังหน้าแบบเมทริกซ์อันโดดเด่นที่ตกแต่งด้วยเฉดสีดำ Beluga แบบเงา พร้อมด้วยไฮไลท์เฉดสีส้ม Mandarin พร้อมกับล้ออัลลอยด์แบบ 5 ก้านที่ได้รับการรังสรรค์ด้วยเฉดสีที่คอนเทราสต์เช่นเดียวกัน

    ภายในห้องโดยสารแบบ ‘One Plus One’

    รูปลักษณ์ภายนอกของ Batur Convertible มีกลิ่นอายความสปอร์ตและความคลาสสิกในแบบรถแข่ง ภายในห้องโดยสารยังได้รับการออกแบบที่สะท้อนสมรรถนะ ห้องโดยสารที่เน้นผู้ขับขี่ได้รับการรังสรรค์ให้แตกต่างด้วยโทนสีที่ตัดกันสองสี อันได้แก่ เฉดสีดำ Beluga สำหรับเบาะโดสารฝั่งคนขับ และเฉดสีขาว Linen สำหรับเบาะโดยสารฝั่งผู้โดยสาร

     

    เบาะโดยสารฝั่งคนขับตกแต่งด้วยหนังเฉดสีดำ Beluga Black Leather และ Alcantara พร้อมการตกแต่งด้วยลวดลาย Batur จากเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์และแผงประตูที่มาพร้อมกับการเดินด้ายเฉดสีขาว Linen และเฉดสีส้ม Mandarin โดยมีการตกแต่งด้วยเฉดสีส้ม Mandarin บริเวณเบาะโดยสารฝั่งคนขับทอดยาวจากคอนโซลกลางตลอดแผงหน้าปัด และต่อเนื่องไปใต้ราวประตูแบบไร้รอยต่อ

     

    เบาะโดยสารแบบสปอร์ตได้รับการรังสรรค์ด้วยเฉดสีที่ตัดกันอย่างโดดเด่นโดยผนวกเข้ากับหนังเฉดสี Linen และ Alcantara พร้อมด้วยการตกแต่งด้วยเฉดสีส้ม Mandarin ลวดลายแบบ Batur และแผงประตูห้องโดยสารในเฉดสีขาว Linen ที่มีการตกแต่งด้วยการเดินด้ายในเฉดสีส้ม Mandarin แบบตัดกัน

     

    ด้านหลังเบาะโดยสารทั้ง 2 ที่นั่งมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่ภายในได้รับการออกแบบด้วยลวดลาย Batur อันเป็นเอกลักษณ์ในเฉดสีดำ Beluga สำหรับฝั่งคนขับ และเฉดสีขาว Linen สำหรับฝั่งผู้โดยสาร โดยมีรายละเอียดต่างๆ อาทิ ซองกุญแจและเข็มขัดนิรภัยที่ได้รับการออกแบบให้เข้าชุดกัน

    รายละเอียดอันพิถีพิถัน

    รายละเอียดของ Batur Convertible เผยให้เห็นถึงความหลงใหลในรายละเอียดอันประณีตบรรจงของผู้ครอบครองที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวาด้วยฝีมืออันละเอียดอ่อนของทีมเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ โดยมีแผงหน้าปัดและราวข้างประตูที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตด้วยเฉดสีดำด้าน พร้อมแผงคอนโซลกลางที่ตกแต่งด้วยวีเนียร์ในเฉดสีดำ Beluga เคลือบเงา และขอบหน้าปัดด้านนอกที่ทำจากวัสดุไทเทเนียมน้ำหนักเบากับการตกแต่งด้วยเฉดสีดำ Beluga

     

    พวงมาลัยตกแต่งด้วยหนังเฉดสีดำ Beluga และด้านในตกแต่งด้วยหนังเฉดสีขาว Linen พร้อมด้วยการเดินด้ายเฉดสีส้ม Mandarin ที่มากับวัสดุไทเทเนียมที่ใช้ตกแต่งแป้นเปลี่ยนเกียร์ ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ปุ่มควบคุมบนคอนโซลกลาง ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ และขอบวงแหวนของช่องแอร์ อีกทั้ง กาบบันไดแบบเรืองแสงยังมีการตกแต่งด้วยป้ายชื่อ Batur และหมายเลขประจำรุ่น

    สุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์แบบเปิดประทุน

    ช่องเก็บสัมภาระด้านหลังยังเผยให้เห็นองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันน่าประทับใจอีกชิ้นหนึ่งด้วยชุดกระเป๋าเดินทางสองชิ้นที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษในเฉดสีดำ Beluga ที่เข้ากันกับโทนสีของผู้ขับขี่ และอีกชิ้นมาในเฉดสีขาว Linen ที่เข้ากันกับผู้โดยสาร พร้อมกับซองใส่กุญแจสองชิ้นที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษในสองเฉดสีเช่นเดียวกับกระเป๋นเดินทาง

     

    Batur Convertible ในงาน Monterey Week

    Batur Convertible Car Zero ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Goodwood Festival of Speed ที่ผ่านมา และยังได้ร่วมเผยโฉมในงาน Monterey Car Week ที่ตัวรถมาในเฉดสี Vermilion Gloss over Vermillion Satin

     

    การรังสรรค์ยนตรกรรมรุ่นออกแบบพิเศษ

    Batur Convertible รังสรรค์ขึ้นโดยเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ แผนกออกแบบเฉพาะบุคคลของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส และถือเป็นผู้ผลิตตัวถังรถยนต์ที่ดำเนินกิจการมายาวนานที่สุดในโลก โดย Batur Convertible เป็นรถยนต์รุ่นที่ 3 ในตระกูล Coachbuilt ของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์หลังจากรุ่น Bacalar Barchetta และ Batur Coupé

     

    Batur Convertible ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด โดยมาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น W12 ขนาด 6.0 ลิตร 740 แรงม้าในตำนานของเบนท์ลีย์ที่ทรงพลังที่สุด

     

    ทีมออกแบบภายในของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ร่วมรังสรรค์ Batur Convertible ทุกคันร่วมกับลูกค้าผ่าน Visualizer ที่คิดค้นขึ้นเป็นพิเศษเพื่อช่วยในการปรับแต่งสีและพื้นผิวของตัวรถเพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ครอบครองให้ได้ดีที่สุด

     

    ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับการออกแบบยนตรกรรมในฝันให้มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ‘มิชลิน’ คว้า 5 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวที HR Asia Awards ประจำปี 2568 ชูทรัพยากรบุคคลเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์ “ความยั่งยืนทุกด้าน”

    1 Min Read

    มิชลินคว้า 5 รางวัลอันทรงเกียรติจากเวที HR Asia Awards ประจำปี 2568 ชูทรัพยากรบุคคลเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์ ความยั่งยืนทุกด้าน

     

    ล่าสุด ในงานประกาศรางวัล HR Asia Awards ประจำปี 2568 นอกจากมิชลินจะได้รับรางวัล “สุดยอดองค์กรดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย” (HR Asia Best Companies to Work for in Asia) ซึ่งได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 4, รางวัล “องค์กรที่โดดเด่นด้านการสนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่าง” (HR Asia Diversity, Equity & Inclusion Award) ซึ่งได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 3 รวมถึงรางวัล “องค์กรที่โดดเด่นด้านความเป็นเลิศในการดูแลเอาใจใส่พนักงาน” (HR Asia Most Caring Company Awards) และ “องค์กรที่โดดเด่นด้านการส่งเสริมความยั่งยืนในสถานที่ทำงาน” (HR Asia Sustainable Workplace Awards) ซึ่งได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว มิชลินยังประเดิมได้รับรางวัล ‘องค์กรที่โดดเด่นด้านการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน’ (HR Asia Tech Empowerment Awards) ซึ่งเปิดตัวในปีนี้เป็นปีแรกด้วย

     

    HR Asia Awards เป็นรางวัลระดับนานาชาติอันทรงเกียรติซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดย HR Asia นิตยสารชั้นนำด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาคเอเชีย เพื่อมอบให้องค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยอดเยี่ยม และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน รวมถึงองค์กรที่ดำเนินงานโดดเด่นเป็นพิเศษในด้านต่าง ๆ สำหรับการพิจารณาองค์กรที่ได้รับรางวัลมีกระบวนการประเมินที่เข้มงวด เป็นกลาง และโปร่งใสตามมาตรฐานสากล ซึ่งครอบคลุมการวิจัยอิสระเกี่ยวกับชื่อเสียงและสภาพแวดล้อมการทำงาน การทำแบบสำรวจกับพนักงานเพื่อประเมินความผูกพันต่อองค์กร รวมถึงการสัมภาษณ์คณะกรรมการบริษัทและทีมผู้เชี่ยวชาญ โดยในปีนี้มีองค์กรเข้ารับการคัดเลือกกว่า 300 แห่ง จากภูมิภาคเอเชีย

     

    นางปาริชาติ ประจันพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า “ภายใต้วิสัยทัศน์ ความยั่งยืนทุกด้านของมิชลิน พนักงานคือหัวใจสำคัญ เราไม่เพียงสร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กรที่ดีในหลายมิติ ทั้งการทำงานเป็นทีมและการเคารพความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความแตกต่าง แต่ยังใส่ใจดูแลพนักงานอย่างรอบด้านเพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานของความผูกพันและความพึงพอใจต่อองค์กร โดยมุ่งส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนมีบทบาทในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนของตนเอง, องค์กร, ชุมชน, เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทั้ง 5 รางวัลที่มิชลินได้รับในปีนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นและวัฒนธรรมองค์กรที่มิชลินยึดมั่นเป็นแนวทางปฏิบัติ      มาโดยตลอด ทั้งยังเป็นกำลังใจให้เราเดินหน้าสร้างสรรค์มิชลินให้เป็นองค์กรที่ทุกคนอยากร่วมงานและภาคภูมิใจ

     

    สำหรับรางวัล “สุดยอดองค์กรดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย” เป็นรางวัลหลักซึ่งมอบให้เพื่อยกย่ององค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่ดี โดยมิชลินได้รับรางวัลนี้ถึง 4 ปีซ้อน ตอกย้ำความสำเร็จของแนวทางปฏิบัติและการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างยั่งยืนภายใต้วิสัยทัศน์สู่อนาคตที่องค์กรกำหนด

     

    รางวัล “องค์กรที่โดดเด่นด้านการสนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่าง” เป็นรางวัลพิเศษซึ่งมอบให้กับองค์กรที่มีนโยบายส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลภายในองค์กร โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ, เพศ, ความสามารถทางกายภาพ, ความต้องการพิเศษทางการแพทย์ ฯลฯ  มิชลินได้รับรางวัลนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 จากการนำแนวคิด “ความหลากหลายคือพลังขับเคลื่อนความสร้างสรรค์ ความเท่าเทียม และการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน” (Diversity Is Our Superpower) มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างพื้นที่การทำงานที่ทุกคนได้เป็นตัวของตัวเอง ได้รับการรับฟังและยอมรับอย่างเท่าเทียม และการเปิดโอกาสให้  ทุกคนได้เติบโตไปด้วยกัน

     

    รางวัล “องค์กรที่โดดเด่นด้านความเป็นเลิศในการดูแลเอาใจใส่พนักงาน” เป็นรางวัลพิเศษซึ่งมอบให้กับองค์กรที่มุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อม ประสบการณ์การทำงาน และคุณภาพชีวิตที่ยอดเยี่ยมให้แก่พนักงาน พร้อมทั้งสร้างคุณค่าและความสุขในการทำงานภายใต้วัฒนธรรมแห่งการเกื้อกูลกัน  โดย      มิชลินได้รับรางวัลนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากการทุ่มเทใส่ใจพัฒนาศักยภาพพนักงาน, การให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและใจที่ดี, การมีความยืดหยุ่นในการทำงาน (เปิดโอกาสให้พนักงานจัดเวลาเพื่อทำงานจากบ้าน) และการสร้างประสบการณ์ทำงานโดยรวมที่ดี

     

    รางวัล “องค์กรที่โดดเด่นด้านการส่งเสริมความยั่งยืนในสถานที่ทำงาน” เป็นรางวัลพิเศษซึ่งมอบให้กับองค์กรที่เป็นผู้นำขับเคลื่อนวัฒนธรรมเพื่อความยั่งยืนและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยถือหลักความรับผิดชอบต่อผู้คน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมิชลินได้รับรางวัลนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากการวางแผนและกำหนดทิศทางการดำเนินงานอย่างยั่งยืนในระยะยาวถึงปี 2593 ภายใต้วิสัยทัศน์ Dream In 2050 ที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างความสำเร็จส่วนบุคคล การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

     

    และรางวัลพิเศษที่เปิดตัวครั้งแรกในปีนี้ ‘องค์กรที่โดดเด่นด้านการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน’ ซึ่งมอบให้กับองค์กรที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในสถานที่ทำงานเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดีให้กับพนักงาน รวมทั้งขับเคลื่อนประสิทธิภาพและความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน โดยมิชลินประเดิมรับรางวัลนี้จากการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาใช้เสริมสร้างประสบการณ์การทำงาน อาทิ แพลตฟอร์มดิจิทัล P Connect ที่ช่วยให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของตนเองได้อย่างสะดวกรวดเร็ว, Chat Bot สำหรับตอบคำถามและข้อสงสัยของพนักงาน รวมถึงการจัดทำพอร์ทัลดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากร โดยเน้นยกระดับทักษะเดิมและเสริมสร้างทักษะใหม่ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีให้กับพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

     

    นางปาริชาติ ยังได้กล่าวเสริมว่า “ในยุคปัจจุบัน การเข้ามาของเทคโนโลยี AI ทำให้โลกของการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราจึงส่งเสริมให้พนักงานไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาตนเองเพื่อให้มีทักษะและความพร้อมปรับตัวสู่อนาคต ในขณะเดียวกันยังสร้างระบบการทำงานที่ส่งเสริมพลังบวกและตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกด้านของพนักงาน โดยมุ่งพัฒนาความก้าวหน้าในการทำงานและความเป็นอยู่ที่ดีควบคู่กันไปอย่างสมดุล เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพ ตลอดจนเพื่อให้พนักงานทุกคนเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับองค์กร


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Benz BKK Group ฉลองก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่าย ครองแชมป์ยอดขายพร้อมจัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนคำขอบคุณไม่สิ้นสุด “Benz BKK Group: The Endless Appreciation Concert”

    1 Min Read

    Benz BKK Group  ฉลองก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่าย ครองแชมป์ยอดขายพร้อมจัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนคำขอบคุณไม่สิ้นสุด  “Benz BKK Group: The Endless Appreciation Concert”

    กลุ่มบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด  ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการ  แถลงผลการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2568 พร้อมประกาศความสำเร็จขึ้นแท่นผู้นำดีลเลอร์กรุ๊ปด้วยยอดขายรวม 932 คัน ถือเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดจาก 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร โดย Benz BKK Bangna ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออก Benz BKK Vipawadee ครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือ และ BKK Autohaus Kanchanapisek ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตก

    สำหรับผลประกอบการธุรกิจตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึง 31 สิงหาคม 2568 แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดรถยนต์ลักชัวรี กลุ่ม Benz BKK Group ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งด้วยยอดขายรวม  932 คัน โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 621 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ที่ 15.62% และ Mercedes-Benz Certified รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง จำนวน  311 คัน  ซึ่งมีอัตราการเติบโตเทียบปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น  32% ก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

    โดยภาพรวมส่วนของรถยนต์ใหม่ (New Car) ยังคงตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทั้งกลุ่มรถสปอร์ต รถอเนกประสงค์ (SUV) รวมถึงไลน์รถยนต์ไฟฟ้า (EQ) ที่นับเป็นกลุ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วยขยายฐานลูกค้าและถือเป็นหัวใจของการเสริมพอร์ตสินค้าระยะยาว ในขณะเดียวกัน Mercedes-Benz Certified ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดด้วยเช่นกันด้วยข้อเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ทั้งพื้นที่โชว์รูมและขนาดการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด  ตอบโจทย์ลูกค้าด้วยโชว์รูม Experience Center แบบครบวงจร มีรถให้เลือกครบทุกเซกเมนต์หมุนเวียนกว่า 150 คัน  รวมถึงรถทุกคันผ่านการตรวจเช็กแบบ Multi-point มากกว่า 200 รายการ รองรับบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพที่มาพร้อมโปรแกรมสินเชื่อเฉพาะบุคคล    และบริการซื้อ-ขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทำให้รถยนต์ Mercedes-Benz Certified กลายเป็น “ตัวเลือกที่คุ้มค่า และเชื่อถือได้สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์พรีเมียมพร้อมใช้งานในงบประมาณที่คุ้มค่า ซึ่งการตอบรับเห็นได้จากงาน BIG Motor Sale 2025 และช่องทางขายอื่นๆ ที่ยืนยันถึงศักยภาพของไลน์ Mercedes-Benz Certified ในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ

     

    ด้านแผนการดำเนินธุรกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ทาง Benz BKK Group ยังคงเสริมทัพรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง  เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลาย  พร้อมมุ่งเน้นกลยุทธ์ Customer Centric เป็นการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ด้วยการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นที่สุด มอบประสบการณ์การดูแลรถยนต์และการรองรับบริการที่เหนือระดับ เพราะลูกค้าคือคนพิเศษ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Benz BKK Group ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับ CRM (Customer Relationship Management) แบบ 360 องศา เพื่อเข้าถึง เข้าใจ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความพึงพอใจอย่างสูงสุด   ควบคู่ไปกับการสร้าง Brand Experience ผ่านกิจกรรม Lifestyle & Entertainment สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าในทุกมิติครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกเจนเนอเรชัน  Benz BKK Group จึงได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนความขอบคุณไม่สิ้นสุด

    สำหรับกิจกรรมพิเศษแห่งปี Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” แทนความขอบคุณที่ไม่สิ้นสุดบนการเดินทางแห่งเสียงดนตรีและความซาบซึ้งใจ คือการถ่ายทอดความผูกพันอันยาวนานระหว่าง Benz BKK Group และลูกค้า ที่ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการเดินทางร่วมกันบนถนนแห่งความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความทรงจำที่งดงามตลอดหลายทศวรรษ ไฮไลต์สำคัญครั้งนี้จะเป็นการรวมกันครั้งสำคัญของลูกค้าคนพิเศษของ Benz BKK กว่า 5,200 คน ของกลุ่ม Gen X และ Gen Y  

    คุณอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยานยนต์กลุ่ม บีเคเค กรุ๊ป กล่าวว่า กว่า 34 ปีที่เราอยู่เคียงข้างลูกค้า Mercedes-Benz วันนี้ Benz BKK Group ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ด้วยพลังศรัทธาและการสนับสนุนของลูกค้าทุกท่าน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งยอดขาย บริการ และประสบการณ์ เพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง”

    คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “กลยุทธ์หลักของเราในไตรมาสที่ 4 คือการเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับลูกค้าในทุกมิติ ทั้ง Online Marketing ที่เข้าถึงแบบ Personalized และ กิจกรรม Offline ที่สร้างประสบการณ์จริง เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งมุ่งดึงลูกค้า Lapsed Customer ให้กลับมาใช้บริการ โดยใช้ CRM ที่แม่นยำ และกิจกรรมการตลาดเชิงประสบการณ์ (Lifestyle & Engagement Marketing) เป็นเครื่องมือสำคัญ เราเชื่อว่าความสำเร็จของ Benz BKK Group ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะยอดขาย แต่เกิดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ และภารกิจของเราคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่ยั่งยืน เพื่อก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน

     

    ไฮไลต์กิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” นำทีมโดยสุดยอดศิลปินระดับแนวหน้ามากมาย อาทิ ปาล์มมี่, นูโว, บอย Peacemaker, กบ Taxi, ปู Blackhead และอี๊ด FLY  โดยแต่ละบทเพลงและการแสดงจะเปรียบเสมือน “ช่วงเวลา” ของเส้นทางร่วมกัน ตั้งแต่วันแรกจนถึงก้าวสู่อนาคต  พร้อมจัดเต็มด้วยระบบแสง สี เสียง ย่านกลางใจเมือง ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ  UOB Live ศูนย์การค้า EmSphere  พิเศษ!! สำหรับลูกค้า Benz BKK Group  เท่านั้น กิจกรรมสุดพิเศษนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คอนเสิร์ต แต่คือบทพิสูจน์แห่งความใส่ใจที่ Benz BKK Group มอบให้ลูกค้าเสมอมา  


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment