-
News Car2 Min Read
SAIC MOTOR CORPORATION ผนึกกำลังแบรนด์ในเครือภายใต้แนวคิด “ONE SAIC” ร่วมโชว์เทคโนโลยีและวิสัยทัศน์ระดับโลก ในงาน Shanghai Auto Show 2025

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของบริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ผ่านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกในงาน Shanghai Auto Show 2025 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ โดยในปีนี้มาพร้อมแนวคิด “ONE SAIC” ซึ่งเป็นการรวมพลัง
ของแบรนด์ในเครือกว่า 10 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก นำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ “More than Auto – เหนือกว่าการเข้าใจรถ คือการเข้าใจผู้ใช้รถ” ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้า
ด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่ผู้ใช้รถในทั่วโลกมีโอกาสเข้าถึงโดยเท่าเทียมกัน และสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะร่วมกันSAIC MOTOR CORPORATION เดินหน้าพัฒนายนตรกรรมให้ตอบโจทย์กับเทรนด์ตลาดโลกภายใต้ยุทธศาสตร์ “Globalization to Localization” (GLOCAL 3.0) มุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีในกลุ่มยานยนต์พลังงานใหม่ เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระบบไฮบริด HEV เจเนอเรชันใหม่ และแบตเตอรี่โซลิดสเตต ฯลฯ
ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศที่ผสานวิสัยทัศน์ระดับโลกกับการดำเนินงานเฉพาะพื้นที่ ขณะเดียวกัน
มีการวางกลยุทธ์แบรนด์ และผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมในแต่ละภูมิภาค พร้อมคำนึงถึงบริการหลังการขาย
ที่มีประสิทธิภาพ ในงาน Shanghai Auto Show 2025 ปีนี้ จึงนำเสนอยนตรกรรมที่แสดงถึงศักยภาพของ SAIC MOTOR CORPORATION ผ่าน 3 แกนหลัก ดังนี้- นวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่ก้าวล้ำ และการยกระดับระบบนิเวศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
SAIC MOTOR CORPORATION สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยเป็นเจ้าแรกที่นำเสนอ “ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ 3.0 แบบเชิงปกป้อง และป้องกัน” ทั้งโครงสร้างตัวถัง ระบบช่วงล่าง และการควบคุมระบบต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ จากความร่วมมือกับพันธมิตรด้าน AI ระดับแนวหน้าของจีนอย่าง Horizon Robotics, ZHUOYU, Harmony Intelligent Mobility Alliance และ Momenta เพื่อสร้างยนตรกรรมที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร อาทิ เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ ห้องโดยสารอัจฉริยะ ระบบช่วงล่างขั้นสูง
อีกทั้งยังร่วมมือกับ Huawei พัฒนาแบรนด์และยานยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่ระดับไอคอนิค ในขณะเดียวกัน
ได้ยกระดับประสิทธิภาพของระบบเชื่อมต่อโดยร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง OPPO และ Volcano Engine เพื่อมอบประสบการณ์ดิจิทัลในรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ และยกระดับความมั่นใจกับการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่จาก เอ็มจี ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
- เขย่าอุตสาหกรรมด้วยยนตรกรรมใหม่ สู่ความเป็น “ONE SAIC”
ปีที่ผ่านมา SAIC MOTOR CORPORATION กวาดยอดขายส่งสะสมรวม 4.013 ล้านคัน และมียอดส่งมอบ
สู่มือลูกค้าแล้ว 4.639 ล้านคัน โดยมียอดขายจากแบรนด์ในเครือสูงถึง 2.408 ล้านคัน หรือคิดเป็น 60%
ของยอดรวมทั้งหมด โดยรถยนต์พลังงานใหม่ทำสถิติยอดขายกว่า 1.234 ล้านคัน เติบโตขึ้น 9.9%
พร้อมความภาคภูมิใจในการขยายโอกาสธุรกิจสู่ตลาดระดับโลก ด้วยยอดส่งออก 1.082 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 2.6%
แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านนโยบายจากสหภาพยุโรป โดย ณ ปัจจุบัน SAIC MOTOR CORPORATION สามารถเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยยอดสะสมกว่า 5.5 ล้านคันถึงสิ้นปี ค.ศ. 2024
และยังคงเดินหน้ารุกตลาดรถยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่องด้วยโกลบอลโมเดลที่ครอบคลุมทุกรูปแบบ
การขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง NEW MG S5 EV และ NEW MG4 ELECTRIC
รวมถึงรถยนต์ไฮบริด เจเนอเรชันล่าสุดอย่าง ALL NEW MG3 HYBRID ทั้งยังสร้างความมั่นใจด้วยฐานการผลิตชิ้นส่วนในต่างประเทศกว่า 100 แห่ง ศูนย์บริการ และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการกว่า 3,000 ราย มีศูนย์วิจัยผลิตภัณฑ์ (R&D Center) ในลอนดอน สหราชอาณาจักร ซิลิคอนแวลลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล รวมถึงการสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย และปากีสถาน ซึ่งถือ
เป็นการเติบโตที่โดดเด่นท่ามกลางกระแสตลาดที่ท้าทาย


ในปีนี้ SAIC MOTOR CORPORATION วางกลยุทธ์การตลาดสู่ความเป็นหนึ่งภายใต้แนวคิด “ONE SAIC” ที่นำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำหน้าเหนือจินตนาการ เริ่มต้นจาก
- แบรนด์ MG กับ “NEW MG CYBER X” ยนตรกรรมดีไซน์ทรงกล่อง (Boxy SUV) มาพร้อมนวัตกรรมและการออกแบบสุดล้ำสมัย สะท้อนปรัชญา “เทคโนโลยีเพื่อทุกคน” ผ่านรูปลักษณ์เน้นความเป็นเหลี่ยมสันจากทุกมุมและสมรรถนะที่ตอบโจทย์อนาคต รวมถึงรถรุ่นอื่น ๆ อย่าง NEW MG CYBERSTER สีใหม่
และ รุ่น Black Edition ฉลองครบรอบ 101 ปี และ โกลบอลโมเดลรุ่นอื่น ๆ อย่าง NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG S5 EV - แบรนด์ Roewe กับรถ SUV และซีดานหรูระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “PEARL OF CHINA” นำเสนอผลงานการออกแบบโดย Jozef Kabaň – Vice President of SAIC DESIGN ผู้สร้างสรรค์
ความหรูหราในแบบร่วมสมัย - อีกครั้งกับการปฏิวัติวงการรถยนต์อัจฉริยะของแบรนด์ IM ด้วย “IM L6 หรือ IM5” ความสำเร็จ
ของรถยนต์ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนร่วมกับ AI ส่งมอบนวัตกรรมให้กับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
ในราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงการเปิดตัวรถ Premium Intelligent e-SUV อย่าง IM6 เข้าสู่ตลาดโลก - แบรนด์ MAXUS เน้นยนตรกรรมเพื่อการพาณิชย์ที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร ด้วยการจัดแสดง Concept Car ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ออฟโรดภายในเมือง ซึ่งหลอมรวมดีไซน์พรีเมียมและจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยได้อย่างกลมกลืน
- และแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ อาทิ SAIC GM Wuling, SAIC Volkswagen, SAIC General Motors
ที่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- นวัตกรรมการโต้ตอบและปฏิสัมพันธ์ที่เสมือนจริงด้วย Smart Travel Experience
SAIC MOTOR CORPORATION ได้จัดแสดงนวัตกรรมเพื่อมอบประสบการณ์เสมือนจริงเต็มรูปแบบ
โดยแปลงโฉมพื้นที่ให้เป็น “Smart Travel Experience Hall” นำเสนอเทคโนโลยีอัจฉริยะผ่านหลากหลายโซนไฮไลท์ ได้แก่ โซนทดลองขับด้วยเทคโนโลยี VR จำลองสถานการณ์การขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 โซนจัดแสดงการแยกชิ้นส่วนแบตเตอรี่โซลิดสเตต ตลอดจนโซนอุปกรณ์ปฏิสัมพันธ์ภายในห้องโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งภายในพื้นที่
ได้รับการตกแต่งให้เป็น “เสมือนอยู่บ้าน” ที่ส่งผลต่อประสาทสัมผัสทั้งภาพ เสียง และกลิ่น เข้ากับบริการ
และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของบริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ได้อย่างชัดเจนสำหรับการนำเสนอยนตรกรรมและนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ของ SAIC MOTOR CORPORATION
ในงาน Shanghai Auto Show 2025 แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศในทั่วโลกอย่างเป็นรูปธรรม
และตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำที่พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ปอร์เช่เดินหน้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ามียอดขายเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสแรก

ปอร์เช่มียอดส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสแรกของปี 2025 โดยมีการส่งมอบรถยนต์มากถึง 71,470 คันให้กับลูกค้าทั่วโลกระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ซึ่ง 38.5% ของยอดขายนี้เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ส่วนแบ่งนี้ประกอบไปด้วยรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 25.9% และปลั๊กอินไฮบริด 12.6% พานาเมร่า (Panamera) มียอดการเติบโตสูงสุดในบรรดาทั้ง 6 รุ่นของปอร์เช่ โดยมียอดการส่งมอบเพิ่มขึ้นถึง 27% ส่วนมาคันน์ (Macan) เพิ่มขึ้น 14% โดยส่วนใหญ่เป็นรุ่นไฟฟ้า ในแง่ของภูมิภาค อเมริกาเหนือ ยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากมีการส่งมอบรถมากถึง 20,698 คัน เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แม้ว่ายอดรวมทั่วโลกจะลดลง 8% เมื่อเทียบกับตัวเลขของปีที่แล้ว แต่ยอดขายในแต่ละภูมิภาคยังคงมีความสมดุล
แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) สมาชิกคณะกรรมการบริหารฝ่ายการขายและการตลาดของปอร์เช่ เอจี กล่าวว่า “มาคันน์ (Macan) ทำผลงานได้ดีมากในไตรมาสแรก โดยรุ่นไฟฟ้ามีส่วนช่วยอย่างมากต่ออัตราการเปลี่ยนผ่านสู่ ผลิตภัณฑ์รถพลังงานไฟฟ้าของเรา เรามีระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายและครอบคลุม ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก และในอนาคตเราจะยังคงมีกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทั้ง 3 ประเภทการขับเคลื่อน ทั้งสปอร์ตคาร์ 2 ประตู ซีดาน และเอสยูวีไปจนถึงปี 2030″
การเติบโตในอเมริกาเหนือและตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่
อเมริกาเหนือมียอดส่งมอบเพิ่มขึ้น 37% จากปีที่แล้ว คิดเป็น 20,698 คัน การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการนำเข้าในปีก่อน ส่วนกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ก็มียอดเพิ่มขึ้น 6% คิดเป็น 15,789 คัน ในยุโรป (ไม่รวมเยอรมนี) ปอร์เช่ส่งมอบ 18,017 คัน ลดลง 10% ขณะที่ตลาดในเยอรมนีมียอดลดลง 34% อยู่ที่ 7,495 คัน โดยยอดตกในยุโรปเกิดจากยอดสูงผิดปกติในปีที่แล้ว และผลกระทบจากข้อกำหนดไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของยุโรปที่ส่งผลต่อการจัดจำหน่ายรุ่น 718 และ มาคันน์ (Macan) เครื่องยนต์สันดาป จีนมียอดส่งมอบ 9,471 คัน ลดลง 42% เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และ ปอร์เช่เน้นกลยุทธ์ “มูลค่ามากกว่าปริมาณ” โดยควบคุมอุปทานให้สมดุลกับความต้องการ
มาคันน์ (Macan) เป็นรุ่นขายดีที่สุดในไตรมาสแรก
ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ได้มีการส่งมอบ มาคันน์ (Macan) จำนวน 23,555 คัน (+14%) โดยมากกว่า 60% ของตัวเลขนี้ หรือ 14,185 คัน เป็นรุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ในหลายประเทศนอกสหภาพยุโรป ปอร์เช่ ยังคงเสนอ มาคันน์ (Macan) รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปรุ่นก่อนควบคู่ไปด้วย ซึ่งมีการส่งมอบ 9,370 คัน รุ่นใหม่ของ พานาเมร่า (Panamera) ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน โดยมียอดการส่งมอบ 7,769 คัน เพิ่มขึ้นถึง 27%ในไตรมาสแรก มีการส่งมอบรถสปอร์ต 911 จำนวน 11,390 คัน การลดลง 12% สามารถอธิบายได้จากการขายรุ่นก่อนหน้าในปีที่แล้วที่มียอดขายสูง และการเปิดตัวรุ่นใหม่ ส่วน 718 บ็อกสเตอร์ (Boxster) และ 718 เคย์แมน (Cayman) มีการส่งมอบ 4,498 คัน ลดลง 22% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากการจำกัดการวางจำหน่ายรุ่นในยุโรปเนื่องจากกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไทคานน์ (Taycan) มีการส่งมอบ 4,203 คันในช่วงระหว่างมกราคมถึงมีนาคม (-1%) ส่วนคาเยนน์ (Cayenne) ถูกส่งมอบให้ลูกค้าจำนวน 20,055 คัน ลดลง 28% ซึ่งเป็นผลจากยอดที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติในปีก่อน
แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) กล่าวทิ้งท้ายว่า: “ปอร์เช่มีผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่และน่าสนใจ ลูกค้ายังคงมีความต้องการในระดับแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน ปอร์เช่ก็ยังคงลงทุนในแบรนด์และพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น เราจะมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ ‘Value over Volume’ ของเรา”
Porsche (ปอร์เช่) Deliveries (การส่งมอบ) January – March (มกราคม – มีนาคม) 2024 2025 ความแตกต่าง ทั่วโลก 77,640 71,470 -8% เยอรมนี 11,274 7,495 -34% อเมริกา เหนือ 15,087 20,698 +37% จีน 16,340 9,471 -42% ยุโรป (ไม่รวมเยอรมนี) 20,044 18,017 -10% ตลาดต่างประเทศและกลุ่มตลาดเกิดใหม่ 14,895 15,789 +6% ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าและข้อมูลที่สะท้อนถึง Dr. Ing. h.c. F. Porsche AG ในมุมมองปัจจุบันเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต ข้อความเหล่านี้อยู่ภายใต้ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และสมมติฐานหลายประการ สมมติฐานเหล่านี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ การเมือง และกฎหมายในแต่ละประเทศ ภูมิภาคเศรษฐกิจ และตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเราได้จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่เรามีอยู่และ ซึ่งเราพิจารณาว่าเป็นจริง ณ เวลาที่เผยแพร่ หากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนใดๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจริง หรือหากสมมติฐานที่อยู่ภายใต้ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใดๆ พิสูจน์ได้ว่าไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างอย่างมากจากที่ Porsche AG แสดงหรือบอกเป็นนัยในข้อความดังกล่าว ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ วันที่เผยแพร่เท่านั้น
เราไม่ปรับปรุงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าย้อนหลัง ข้อความดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่เผยแพร่และสามารถแทนที่ได้ ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการเสนอเพื่อแลกเปลี่ยน/ขายหรือเสนอให้แลกเปลี่ยน/ซื้อหลักทรัพย์ใดๆ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
วอลโว่ บัส เปิดตัวแชสซีรถบัสมาตรฐานยูโร 5 ในประเทศไทย

บริษัท วอลโว่ บัส (ประเทศไทย) จำกัด วอลโว่ บัส ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวแชสซีรถบัสรุ่นใหม่ที่ออกแบบตามมาตรฐานไอเสีย Euro 5 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ได้รับการยอมรับด้านความเป็นเลิศทางสิ่งแวดล้อม โดดเด่นทั้งในแง่ของการประหยัดเชื้อเพลิง ความทนทาน และความปลอดภัย พร้อมด้วยระบบควบคุมไอเสียขั้นสูง ซึ่งช่วยลดการปล่อยมลพิษได้สูงถึง 80% เมื่อเทียบกับมาตรฐาน Euro 3 เดิม ตอกย้ำความมุ่งมั่นของวอลโว่ บัส ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับคุณภาพระดับโลก และความคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้ประกอบการขนส่ง
แชสซีส์บัสยูโร 5 รุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม ความทนทานที่เหนือกว่า และความปลอดภัยสูงสุด ด้วยระบบควบคุมการระบายไอเสียขั้นสูง ทำให้สามารถลดการปล่อยมลพิษได้มากถึง 80% เมื่อเทียบกับมาตรฐานยูโร 3 นอกจากนี้ เทคโนโลยีล้ำสมัยที่รวมอยู่ในแชสซีส์บัสรุ่นนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ และลดต้นทุนการบำรุงรักษาในระยะยาว
มาตรฐานระดับโลก ในราคาที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ธุรกิจขนส่งคุณภาพระดับพรีเมียม
วอลโว่ บัส เข้าใจถึงความต้องการของผู้ประกอบการรถโดยสารคุณภาพสูง ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ให้ทั้งคุณภาพระดับโลก และความคุ้มค่าในการลงทุน ด้วยรถโดยสารยูโร 5 รุ่นใหม่นี้ วอลโว่ บัส นำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านการลดต้นทุนการดำเนินงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้โดยสาร
“ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญและมีศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” คุณมาริชยา วิลเฮลมินา ผู้อำนวยการ วอลโว่ บัส ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลาง กล่าว “การเปิดตัวแชสซีส์บัสยูโร 5 ของเรา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจในภูมิภาคนี้ เป้าหมายของเราคือการสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรม และสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืนที่ยิ่งขึ้น”

บริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนธุรกิจลูกค้าอย่างเต็มที่
วอลโว่ บัส ให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ วอลโว่ บัส พร้อมให้บริการอะไหล่แท้ การสนับสนุนจากช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี และทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในการดูแลรถโดยสารอย่างมืออาชีพ และลดเวลาหยุดทำงานของรถ
ผู้ผลิตตัวถังมืออาชีพที่ต่อตัวถังได้ตามความต้องการ พร้อมมาตรฐานคุณภาพจากวอลโว่ บัส
วอลโว่ บัส ประเทศไทย ร่วมมือกับผู้ผลิตตัวถังที่ได้รับการรับรองจากวอลโว่ (Volvo Authorized Body Builders) ซึ่งสามารถผลิตตัวถังรถโดยสารที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของวอลโว่ โดยสามารถออกแบบและผลิตตัวถังตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า ทั้งในด้านการออกแบบและฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของธุรกิจบริการรถโดยสารท่องเที่ยวและรถโดยสารสำหรับบริษัทระดับพรีเมียม
นายธนา เลิศวิบูลย์ชัย ผู้จัดการทั่วไป วอลโว่ บัส ประจำประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับลูกค้า ผ่านการบริการที่ครบวงจร ผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ซึ่งให้ความคุ้มค่าในการดำเนินงานและประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด รวมถึงการนำเสนอรถบัสประกอบสำเร็จจากพันธมิตรผู้ประกอบตัวถังที่ได้รับการแต่งตั้งจากทางวอลโว่ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ ความพยายามเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญในการร่วมมือเพื่อดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนของลูกค้าเรา”
วอลโว่ บัส: มาตรฐานระดับโลกที่เชื่อใจได้ ในอุตสาหกรรมรถโดยสารของไทย
ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนาน วอลโว่ บัส ได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการรถโดยสารในประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ระดับโลกที่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ และเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ในการดำเนินธุรกิจ การเปิดตัวแชสซีส์บัสยูโร 5 เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการขนส่งสาธารณะและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์อย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
Chery และ OMODA & JAECOO ผนึกกำลังจัดงาน Chery OJ Hybrid Technology Night และเปิดตัว Open Source Initiative ประกาศความเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด

Chery Automobile บริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีกว่า 20 ปี และเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด ได้ผนึกกำลังจัดงาน Chery OJ Hybrid Technology Night ในธีม “China Hybrid, Leading the World” (ไฮบริดจากจีนพร้อมก้าวนำโลก) พร้อมประกาศเปิดตัว Chery and OMODA & JAECOOO Hybrid Technology Open-Source Initiative ที่เมืองอู่หู มณฑลอานฮุย
ประเทศจีน
ภายใต้กลยุทธ์เทคโนโลยีไฮบริดของกลุ่มบริษัทฯ Chery Automobile พร้อมจะนำเสนอรถยนต์ไฮบริด 39 รุ่น โดยมี 3 รุ่น สำหรับ OMODA & JAECOO ได้แก่ OMODA C7 SHS, OMODA C5 SHS ที่ยังไม่เคยเปิดตัวและขายในไทยและ JAECOO 7 SHS ที่ได้เปิดตัวและพร้อมขายเมื่องานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ผ่านมาในเดือนมีนาคม และ 2 รุ่นสำหรับ Chery ได้แก่ Chery Tiggo 7 CHS และ Chery Tiggo 8 CHS ในประเทศไทย นอกเหนือไปจากนี้ Chery ยังเตรียมจัดงานนำเสนอเทคโนโลยีไฮบริดในประเทศไทยในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยรายละเอียดของงานจะประกาศในโอกาสต่อไป
กลุ่มบริษัท Chery นำเสนอวิสัยทัศน์ระดับโลกด้วย “หลักการ 3 ประการ” เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีไฮบริด
ในงาน Chery OJ Hybrid Technology Night ที่ผ่านมา หยิน ทงหยู ประธาน Chery Group กล่าวว่า
“ความตั้งใจเดิมของเราในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดคือการพัฒนาตามแนวคิดด้านความยั่งยืน เราพยายามจะพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดให้มี ‘ขีดความสามารถ 4 ประการ’ ได้แก่ กระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ราคาที่เป็นมิตร ระบบความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ และมอบระยะการขับขี่
ที่ไกล เป้าหมายของเราคือการพัฒนาโซลูชั่นทางเทคโนโลยีที่ดีกว่าและหลากหลายมากขึ้นเพื่อให้สอดรับกับตลาดโลกที่มีความแตกต่าง มอบทางเลือกที่มากขึ้นให้แก่ผู้ใช้”
กู่ ชุนฉาน รองประธาน Chery Group กล่าวว่า “เราได้ข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรฐานสากลของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีคุณภาพสูงจากการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลกแบบเชิงลึก เราไม่ได้พัฒนาระบบการขับขี่เพียงเพื่อมอบสมรรถนะสำหรับทุกสถานการณ์ แต่เราพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ทั้งประหยัดพลังงาน มีสมรรถนะสูง อัจฉริยะ ปลอดภัย และรองรับการขับขี่แบบออฟโร้ดได้อย่างดีเยี่ยม”
ด้านการประหยัดพลังงานนั้น Chery ได้สร้างมาตรฐานใหม่เตรียมพร้อมก้าวสู่ยุคที่ “เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร
ให้ระยะทางการขับขี่ที่ไกลขึ้น” จากการผสานเทคโนยีเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่กับระบบระบายความร้อน
ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม 46.5% และระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่าเดิม 93%
ด้านสมรรถนะ Chery นำเสนอเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0TGDI พร้อมทั้งระบบส่งกำลัง DHT230 และ DHT280 ซึ่งเครื่องยนต์ดังกล่าวเป็นเครื่องยนต์ไฮบริดที่สร้างนิยามระดับโลกบทใหม่ด้วยกำลัง 280 กิโลวัตต์ และความเร็วรอบการทำงานเครื่องยนต์ที่สูงถึง 24,000 รอบต่อนาที ซึ่งทั้ง 2 ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขระดับสูงสุดในอุตสาหกรรม
ด้านความอัจฉริยะ Chery ผสานระบบ Intelligent Control Platform ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ในการขับขี่ ระบบนี้ผสานการควบคุมการเคลื่อนที่อัจฉริยะและระบบการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ และปรับแต่งอัตราการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับทุกการเดินทางมากที่สุด
ด้านความปลอดภัย Chery ปฏิบัติตามแนวทางการวิจัยและพัฒนาตามมาตรฐานโลก และกระบวนการทดสอบที่เป็นสากล โดยเทคโนโลยี “Smart Cloud Fusion” เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยหลัก 10 ระบบ พัฒนาโดยอาศัยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูล 5 แห่งทั่วโลก และรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้มากกว่า 800 รายการ ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ของพวกเขาปลอดภัยเสมอ
คำประกาศด้านเทคโนโลยีไฮบริดสากลพร้อมการเริ่มโครงการ Open-Source Hybrid Initiative
โดยกลุ่มบริษัทฯเชอรี่ร่วมกับสถาบันวิจัยมาตรฐานรถยนต์แห่งประเทศจีน ภูมิใจเสนอคำประกาศด้านเทคโนโลยีไฮบริด ซึ่งถือเป็นโครงการที่เชอรี่ ในฐานะบริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO จะนำมาตรฐานทางเทคโนโลยีของตนมาเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการประยุกต์ใช้งานได้ทั่วโลก อีกทั้งยังช่วยสร้างนิยามใหม่ด้านความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีที่สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลก คำประกาศนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งสมาคมด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดของประเทศจีน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฮบริดของประเทศจีนไปสู่มาตรฐานที่ดียิ่งกว่าเดิม
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
อีวี ไพรมัส จับมือ โกชัน พัฒนาแบตเตอร์รี่ป้อนสายการประกอบรถวู่หลิงในประเทศไทย

บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าวู่หลิง(WULING) อย่างเป็นทางการแต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) ร่วมกับบริษัท เอ็นวี โกชัน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท ปตท. และเป็นผู้ผลิตแบตเตอร์รี่รถยนต์ไฟฟ้าโกชันในประเทศไทย เพื่อนำเทคโนโลยีชั้นสูงในสายการผลิต
ในภาพ นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด พร้อมด้วย Mr. Hao Feng, Sales Division Manager บริษัท เอ็นวี โกชัน จำกัด นำผลิตภัณฑ์แบตเตอร์รี่ที่ใช้ในสายการประกอบรถวู่หลิง บิงโก ในประเทศไทย เข้าร่วมแสดงในงาน The Future Mobility Thailand 2025 ที่จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา

ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
เอ็มจี สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เปิดตัว MG Cyber Family 3 รุ่นเด่น พร้อมเผยโฉม Smart Cabin ร่วมกับ OPPO ที่งาน Shanghai Auto Show 2025

SAIC MOTOR CORPORATION หนึ่งในผู้ผลิต ยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน และบริษัทแม่ของแบรนด์ เอ็มจี เปิดตัว “MG Cyber Family” อย่างเป็นทางการครั้งแรกสู่สายตาชาวโลกในงาน Shanghai Auto Show 2025 นำทัพโดยรถต้นแบบสุดล้ำ NEW MG Cyber X สไตล์ Boxy SUV สะท้อนแนวคิดยานยนต์แห่งอนาคตที่ทรงพลัง และต่อด้วยการเผยโฉม NEW MG CYBERSTER MY2026 ที่มาพร้อม 2 สีใหม่ และ NEW MG CYBERSTER Black Edition ฉลองครบรอบ 101 ปีของแบรนด์ เอ็มจี ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราเหนือระดับ การเปิดตัวในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของ เอ็มจี ในการนำเสนอยนตรกรรมยุคใหม่ แต่ยังแสดงถึงจุดยืนการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก หลังประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง SAIC MOTOR CORPORATION บริษัทแม่ของ เอ็มจี และ OPPO บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันพัฒนา “Smart Cabin” หรือห้องโดยสารอัจฉริยะที่หลอมรวมการขับขี่และการเชื่อมต่อเข้าไว้ในหนึ่งเดียว ที่พร้อมถ่ายทอดนิยามแห่งการเป็น “Third Space” ที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานภายในห้องโดยสารด้วยเทคโนโลยี AI รวมถึงการบริการอัจฉริยะที่เข้าใจผู้ใช้งานเชิงลึก ยกระดับยานยนต์สู่พื้นที่ดิจิทัลเคลื่อนที่ โดยจะถูกนำมาใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ของ เอ็มจี เป็นรุ่นแรก

NEW MG Cyber X โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ “การผสานมรดกนวัตกรรมยานยนต์ล้ำค่าสู่มิติใหม่แห่งอนาคต”
NEW MG Cyber X เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Global Urban Adventure Toy” ด้วยการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์การผจญภัยของคนรุ่นใหม่ ซึ่งพัฒนาและออกแบบโดย Mr. Jozef Kabaň – Vice President of SAIC DESIGN ด้วยโครงสร้างสูงสง่า เส้นสายด้านหน้าและด้านท้ายสั้น สื่อถึงความมั่นใจ ตัวถังเคลือบด้วยสี “Stardust Gray” ที่เมื่อจอดนิ่งจะเป็นสีด้าน และเงาวาวเมื่อเคลื่อนไหว ไฟหน้าแบบป๊อปอัพสุดคลาสสิก ผสมผสานกับหลักอากาศพลศาสตร์ยุคใหม่เกิดเป็นความสง่างามที่ล้ำสมัย
NEW MG Cyber X สะท้อนการพลิกบทบาทเชิงกลยุทธ์ของ เอ็มจี จากแบรนด์ผู้ที่สร้างตำนานในสนามแข่งรถสู่การเป็นผู้นำด้านการเดินทางหลากมิติ ไม่ว่าจะเป็น การลุยเส้นทางออฟโรด การขับขี่ในเมืองใหญ่ หรือการใช้ชีวิตกลางแจ้งอย่างมีสไตล์ พร้อมขยายตัวตนจากความสปอร์ตคลาสสิก สู่วิถีชีวิตที่เน้นความเฉพาะตัวและความอิสระ ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่แสวงหาประสบการณ์เหนือความคาดหมาย

NEW MG CYBERSTER MY2026 อัปเกรดเต็มรูปแบบ เติมความเร้าใจแห่งการขับขี่
NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดเตอร์ระดับไอคอนิก ยนตรกรรมที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณจากรถสปอร์ตในตำนานอย่าง MGB Roadster ไว้อย่างเต็มขั้น กลับมาอีกครั้งในโฉมใหม่กับ NEW MG CYBERSTER MY2026 พร้อมการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ และสีภายนอกใหม่ 2 เฉด ได้แก่ สีฟ้า Iris Blue และ สีเทา Andes Gray ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบทูโทนที่มีให้เลือกทั้ง แดง/ดำ และ เทา/ขาว เพิ่มมิติความหรูหราและสปอร์ตในเวลาเดียวกัน ทั้งยังมีการปรับแต่งแผงตกแต่งให้เข้าชุดกับสีตัวถัง สร้างความกลมกลืนในอีกระดับ และแผงกันลมดีไซน์พิเศษ ที่ช่วยลดแรงลมในห้องโดยสารได้ถึง 90% ผสานความสง่างามกับความเร้าใจได้อย่างลงตัว

นับตั้งแต่เปิดตัว NEW MG CYBERSTER ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยสามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดรถสปอร์ตไฟฟ้าในจีนจาก 0% เป็น 10% ภายในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมยอดส่งมอบกว่า 3,000 คันทั่วโลกภายใน 6 เดือน ส่งผลให้ NEW MG CYBERSTER ผงาดขึ้นเป็นโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดของโลก และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ NEW MG CYBERSTER เอ็มจี จึงเตรียมเปิดตัวรุ่นพิเศษ NEW MG CYBERSTER Black Edition ที่สะกดทุกสายตาด้วยสีดำเงาสุดหรู ตัดด้วยรายละเอียดโครเมียมที่เปล่งประกายอย่างมีชั้นเชิง นอกจากนี้ เอ็มจี ยังเตรียมเผยโฉม MG Cyber GTS หลังคาแข็ง สู่ตลาดในเร็ว ๆ นี้ ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของ เอ็มจี ในการนำเสนอความหลากหลายให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

MG × OPPO ผนึกกำลังเปิดตัว Smart Cabin ยกระดับห้องโดยสารสู่ “Third Space” แห่งอนาคต
ภายในงาน Shanghai Auto Show 2025 นอกจากการเผยโฉมยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่สะกดทุกสายตาแล้ว บริษัทแม่ของ เอ็มจี อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ยังสร้างอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง OPPO ภายใต้แนวคิด “Ecosystem Without Borders” หรือ ระบบนิเวศแบบไร้พรมแดน ที่มุ่งหลอมรวมโลกของการขับเคลื่อนเข้ากับระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cabin) ที่จะถูกนำมาใช้ในรถยนต์ เอ็มจี รุ่นใหม่ในเร็วๆ นี้ โดยมอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยการผสานสมาร์ทโฟนและรถยนต์ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมข้ามอุปกรณ์ (Cross-device Control) การให้บริการที่ตอบสนองแบบเรียลไทม์ ไปจนถึง AI อัจฉริยะที่เรียนรู้และปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ
ห้องโดยสารในคอนเซ็ปต์ “Smart Cabin” จึงเปรียบได้กับ “Cockpit in your pocket” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ในการเดินทาง แต่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง พลิกโฉมรถยนต์ให้กลายเป็น “พื้นที่ที่สาม” หรือ “Third Space” ที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านและที่ทำงานได้อย่างลงตัว พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในทุกมิติ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
กลับมาอีกครั้งกับงาน Volvo Open House รถผู้บริหาร รถป้ายแดงไมล์น้อย ราคาสุดพิเศษ เริ่มต้น 1,290,000 บาท จำนวนจำกัด ระหว่างวันที่ 26-27 เมษายนนี้ เท่านั้น

วอลโว คาร์ ประเทศไทย เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของรถวอลโว่ได้ง่ายขึ้นกับ กิจกรรม Volvo Open House งานจำหน่ายรถผู้บริหาร รถทดลองขับ รถป้ายแดงเลขไมล์น้อย ที่ได้รับการรับประกันคุณภาพจากแบรนด์วอลโว่ซึ่งนำมาให้ผู้สนใจเลือกสรร ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,290,000 บาท สำหรับ Volvo EX30 และรถทุกรุ่นที่จัดแสดงในงานยังมาพร้อม ฟรีประกันชั้น 1, แพ็คเกจรับประกันคุณภาพและบำรุงรักษาหลังการขาย Volvo Premium Service Package – Pro (VPSP Pro) และอื่น ๆ อีกมากมาย ระหว่างวันที่ 26 – 27 เมษายน 2025 เท่านั้น ที่ Volvo Studio EmSphere ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า เอ็มสเฟียร์
Volvo Selekt certified used cars คือ รถผู้บริหารและรถออกศูนย์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และผ่านการตรวจสอบด้านคุณภาพมาเป็นอย่างดีตามคุณสมบัติที่วอลโว่ กำหนดขึ้นเพื่อตัวรถ ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับรถที่มีคุณภาพขั้นสูงในทุกองค์ประกอบตามมาตรฐานรถวอลโว่ อาทิ:
- รถผู้บริหาร รถทดลองขับ รถป้ายแดงเลขไมล์น้อย ที่มีอายุ 0-5 ปี
- ผ่านการคัดเลือกและตรวจสอบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพมากกว่า 100 รายการ
- ได้รับการรับรองว่าไม่ผ่านการชนหนัก หรือน้ำท่วม
- มาพร้อมอะไหล่วอลโว่แท้
- ซอฟต์แวร์ของตัวรถถูกอัพเดทให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
Volvo Open House คือกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่มองหาโอกาสในเป็นเจ้าของรถระดับพรีเมี่ยมที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงในราคาและข้อเสนอสุดพิเศษซึ่งรถที่นำมาจัดแสดงมีจำนวนจำกัด และข้อเสนอด้านราคารวมถึงสิทธิพิเศษจะมีให้เพียง 2 วัน สำหรับผู้ที่จองและซื้อรถในงานเท่านั้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
ปอร์เช่ ร่วมกับกลุ่ม Glinicke เปิด Porsche Classic Centre แห่งแรกในเยอรมนีอย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2025 โดยศูนย์แห่งนี้พร้อมให้บริการด้านการบูรณะ การดูแลรักษา และการจัดหาชิ้นส่วนอะไหล่อย่างครบวงจรสำหรับรถยนต์ปอร์เช่คลาสสิก การเปิดตัวศูนย์ดังกล่าวยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับปอร์เช่ในการดูแลลูกค้าทั้งรถรุ่นใหม่และรุ่นคลาสสิกอย่างยั่งยืน ด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและบริการที่สามารถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคล

อเล็กซานเดอร์ ฟาบิก (Alexander Fabig), รองประธานฝ่ายการปรับแต่งและรถคลาสสิก (Vice President Individualisation and Classic) กล่าวว่า “รถยนต์รุ่นใหม่และคลาสสิกของเรามักเป็นสมบัติในโรงจอดรถของลูกค้า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่โปรเจกต์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรา เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ขณะนี้เราสามารถขยายบริการในการให้คำปรึกษาและการดูแลรถคลาสสิกให้ครอบคุมยิ่งขึ้นในประเทศบ้านเกิดของเราอย่างเยอรมนี”
ศูนย์แห่งใหม่นี้มาพร้อมกับโชว์รูมและเวิร์กช็อปที่ทันสมัย ไม่เพียงแต่ให้บริการการบูรณะและการบริการที่มีความเชี่ยวชาญ แต่ยังรวมถึงการขายรถยนต์คลาสสิก นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังสามารถเข้าถึงชิ้นส่วนอะไหล่มากกว่า 80,000 รายการ สำหรับรถยนต์ที่ไม่ได้ผลิตมานานกว่า 10 ปี ซึ่งทำให้สามารถให้การบริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร ศูนย์คาสเซิล เป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญแห่งล่าสุดจากทั้งหมด 5 แห่งทั่วโลก ซึ่งศูนย์อื่นๆ ตั้งอยู่ที่ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ และยังเป็นการเสริมเครือข่าย Classic Partners อีก 19 แห่งในเยอรมนี
“สถานที่ที่ทำให้ประวัติศาสตร์ยังคงมีชีวิต”
ฟลอเรียน กลินิกเค (Florian Glinicke) ผู้จัดการหุ้นส่วนของ Glinicke Automobil Holding กล่าวว่า “ปอร์เช่ไม่ใช่แค่แบรนด์ แต่มันคือตัวแทนของความหลงใหล คุณภาพที่ยอดเยี่ยม และการเติมเต็มความฝันทางด้านยนตรกรรม ด้วย Porsche Classic Centre ที่คาสเซิล เรากำลังสร้างสถานที่ที่ทำให้ประเพณีและประวัติศาสตร์ของแบรนด์ระดับตำนานนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ ลูกค้าของเราจะได้รับประโยชน์จากทีมงานที่มีประสบการณ์ซึ่งทำงานด้วยความทุ่มเทและความแม่นยำสูงสุด”กลุ่มกลินิกเค (Glinicke Group) ได้ถือสิทธิ์การจัดจำหน่ายแบรนด์ปอร์เช่มานานถึง 75 ปีแล้ว โดยในสถานที่เดิมซึ่งเคยใช้เป็นคลังสินค้าขายส่งตั้งแต่ปี 1950 ปัจจุบันได้ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นศูนย์ Porsche Classic แห่งใหม่ โดดเด่นด้วยการออกแบบโชว์รูมที่ผสมผสานกลิ่นอายของห้องโถงเก่าเข้ากับองค์ประกอบการออกแบบสมัยใหม่อย่างลงตัว
งานเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่พร้อมแขกผู้มีเกียรติมากมาย
ในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากแขกจำนวน 356 คน รวมถึงตำนานมอเตอร์สปอร์ตอย่าง วอลเตอร์ โรห์ร์ล (Walter Röhrl) ที่มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากโลกแห่งการแข่งขัน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม นอกจากนี้ในช่วงเย็นยังมีการจัดแสดงรถระดับตำนาน เช่น ปอร์เช่ 959, 918 สไปเดอร์ (918 Spyder) และ ปอร์เช่ 917 อีกด้วย ไฮไลต์ของงานคือการมอบใบประกาศนียบัตรที่ประกาศให้ศูนย์นี้เป็นแห่งแรกในเยอรมนีอย่างเป็นทางการ

คาร์สเตน โซห์นส์ (Karsten Sohns), กรรมการผู้จัดการและ CFO ของ Porsche Deutschland GmbH กล่าวว่า “กลุ่มกลินิกเค (Glinicke Group) คือพันธมิตรที่แข็งแกร่งในภูมิภาคนี้ ในปี 2024 เราได้เฉลิมฉลองพิธีวางศิลาฤกษ์สำหรับอาคารใหม่ของ Porsche Centres ในคาสเซิลและมินเดน ซึ่งเราคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และตอนนี้ก็มี Porsche Classic Centre แห่งใหม่เพิ่มเข้ามาอีก ซึ่งเป็นการเสริมบริการที่มีคุณค่าและสร้างความน่าสนใจสำหรับลูกค้าทุกคน ในการพูดคุยแบบตัวต่อตัว ณ สถานที่จริง ผู้เชี่ยวชาญด้านรถคลาสสิกสามารถให้คำแนะนำ และนำพาลูกค้าไปสู่การเป็นเจ้าของปอร์เช่ในฝันได้”

ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car
GWM ยกทัพทั้ง 6 แบรนด์ พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะ ร่วมโชว์ศักยภาพ ในงาน Auto Shanghai 2025
1 Min ReadGWM ยกทัพทั้ง 6 แบรนด์ พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะ ร่วมโชว์ศักยภาพ ในงาน Auto Shanghai 2025 สะท้อนความแข็งแกร่งด้านยนตรกรรมแห่งอนาคตในเวทีระดับโลก

GWM ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เตรียมแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์สุดอัจฉริยะครบทุกมิติในงาน Auto Shanghai 2025 ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการขนทัพ 6 แบรนด์หลักในเครือ GWM ทั้ง GWM HAVAL, GWM WEY, GWM TANK, GWM ORA, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles เข้ามาร่วมจัดแสดงภายในงาน โดยไฮไลต์ในบูธ GWM คือการจัดแสดงนวัตกรรม 2 โซนหลักได้อย่างสร้างสรรค์ ได้แก่ “Tech Life” หรือไลฟ์สไตล์ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และ “Off-Road” ที่สะท้อนความสมบุกสมบันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายลุย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมความสนุกอีกมากมายภายในบูธให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์เพื่อการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกด้านให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลก ตอกย้ำภาพลักษณ์ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พลังงานทางเลือก และระบบนิเวศของไลฟ์สไตล์ยานยนต์อัจฉริยะของ GWM ได้อย่างครบวงจร สอดคล้องแนวคิดระดับโลกอย่าง “GWM Go With More”

เปิดตัวทัพรถยนต์รุ่นใหม่สุดล้ำ เพื่อการเดินทางแห่งอนาคตผ่าน 2 โซน 2 สไตล์
สำหรับโซน “Tech Life” GWM จะเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์จาก GWM HAVAL, GWM WEY และ GWM ORA โดยเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี Hi4, ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ สำหรับ GWM HAVAL มาพร้อมกับ 2 รุ่นใหม่ที่มีการติดตั้งระบบขับเคลื่อน Hi4 ได้แก่ GWM HAVAL B07 เจเนอเรชันที่ 2 และ GWM HAVAL B26 สำหรับ GWM WEY มาพร้อมกับการเปิดตัวรถยนต์ MPV รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง GWM WEY 80 และสีใหม่ของรุ่น SUV อย่าง GWM WEY 07 และสำหรับ GWM ORA ชูจุดเด่นด้วยรุ่นพิเศษอย่าง “Lightning Cat Touring Edition” ที่ผสมผสานดีไซน์ที่เปี่ยมไปด้วยแฟชั่น เทคโนโลยีและนวัตกรรม และความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว ในขณะที่โซน “Off-Road” เป็นพื้นที่นำเสนอสมรรถนะของรถยนต์สายลุยอย่าง GWM TANK, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles โดย GWM TANK มาพร้อมกับการเปิดตัว GWM TANK 300 รุ่นเครื่องยนต์ 3.0T พร้อมระบบกันสะเทือนแบบเพลาแข็ง (Solid Axle Suspension) สำหรับ GWM POER มาพร้อมกับการเผยโฉม GWM POER SAHAR Hi4-T ในระดับ Global Presale เพื่อทดลองวางจำหน่ายในตลาดโลก และเอาใจเหล่านักบิดสายทัวร์ริ่งผู้ชื่นชอบการเดินทางระยะไกลด้วยบิ๊กไบค์อย่าง GWM SOUO Motorcycles ที่จะจัดแสดง รุ่น Custom-Painted Editions ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์เฉพาะตัว ร่วมกับเครื่องยนต์ Flat-8 แบบวางนอน ที่ถูกพัฒนาโดย GWM เพื่อมอบประสบการณ์อันไร้ขีดจำกัดให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

พบกับเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะอย่าง Hi4 และ Coffee Pilot Ultra ขับเคลื่อนวงการยานยนต์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น
GWM เดินหน้าพัฒนาและจัดแสดงนวัตกรรมอย่าง “Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD)” ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะที่สามารถปรับการทำงานระหว่างขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อได้อย่างชาญฉลาด ลดการใช้พลังงานและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานในทุกการขับขี่ นอกจากนี้ GWM ยังมาพร้อมกับการเปิดตัวระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับสูง “Coffee Pilot Ultra” กับไฮไลต์สำคัญอย่างการทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแผนที่ความละเอียดสูง ครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งาน และยังรองรับการนำทางแบบจุดต่อจุดได้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ “NOA (Navigate on Autopilot)” ที่ผ่านการทดสอบบนถนนจริงมากว่า 9 ล้านกิโลเมตร ร่วมกับการจำลองเสมือนจริงกว่า 50 ล้านกิโลเมตร ครอบคลุมทุกสภาพแวดล้อมการใช้งาน ตั้งแต่เมืองใหญ่ไปจนถึงพื้นที่ในชนบท

โซน GWM Life เติมเต็มไลฟ์สไตล์เคลื่อนที่อัจฉริยะในทุกการใช้ชีวิต
นอกจากสองโซนหลักที่ GWM ได้มีการจัดขึ้นแล้ว ภายในบูธยังมีโซน “GWM Life” ที่นำเสนอแนวคิดการใช้ชีวิตแห่งอนาคตด้วยนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ยานยนต์ อาทิ รถยนต์ UTV ขนาดเล็กสำหรับออฟโรดรุ่นแรกที่พัฒนาโดย GWM ซึ่งเตรียมเข้าสู่สายการผลิตเพื่อการจำหน่ายอย่างเร็วที่สุดภายในปี 2569 นี้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงโต๊ะหมุนลอยตัวที่สามารถใช้งานภายในรถยนต์ อีกทั้งยังมีกล่องเก็บของอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานภายในรถยนต์ได้อย่างชาญฉลาด ทั้งหมดนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GWM ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านยานยนต์ล้ำสมัยและการสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

GWM ยังคงมุ่งมั่นในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผ่านกลยุทธ์แบบบูรณาการทั้งในด้านแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ ตลาด และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ปัจจุบัน GWM มีช่องทางจัดจำหน่ายมากกว่า 1,400 แห่งทั่วทุกมุมโลก โดยมียอดผู้ใช้งานสะสมทะลุ 15 ล้านราย และยอดขายสะสมในตลาดต่างประเทศสูงกว่า 1.9 ล้านคัน โดยสามารถทำยอดขายในต่างประเทศได้ถึง 454,100 คันภายในปีเดียว (ปี 2567) สะท้อนถึงความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก และความแข็งแกร่งในทุกด้านของแบรนด์ GWM ในระดับสากลได้อย่างแท้จริง

ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ฮอนด้า ประกาศแต่งตั้ง “โคจิ อิวานามิ” ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ ตั้งเป้ามัดใจลูกค้าด้วยการส่งมอบประสบการณ์ขั้นกว่าที่เชื่อมโยง ในทุกทัชพอยต์ (Touchpoint) ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ พร้อมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้ง นายโคจิ อิวานามิ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป ด้วยประสบการณ์ที่แข็งแกร่งอย่างรอบด้าน ทั้งการวิจัยและพัฒนายานยนต์ การพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์ โดยการเข้ารับตำแหน่งฯ ของนายโคจิ อิวานามิ ในครั้งนี้ พร้อมที่จะผลักดันและขับเคลื่อนคุณค่าหลักของฮอนด้าไปอีกขั้น เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สร้างความผูกพันกับลูกค้า โดยทำให้ฮอนด้ากลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่ลูกค้าไว้วางใจด้วยบริการหลังการขายที่อุ่นใจไร้กังวลในทุกเส้นทาง
นายโคจิ อิวานามิ มีความหลงใหลในรถยนต์มาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนตร์สูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูลาวัน (Formula One) ที่ฮอนด้าเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เขาศึกษาต่อด้านวิศวกรรมเครื่องกล ด้วยเป้าหมายที่แน่วแน่ในการร่วมงานกับฮอนด้า เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ในแบบที่เขาใฝ่ฝัน

ในปีพ.ศ. 2546 นายโคจิ อิวานามิ เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับฮอนด้าในตำแหน่งวิศวกรออกแบบระบบปรับอากาศ ณ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์อย่างเต็มรูปแบบ เขาจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์รถยนต์ฮอนด้า รุ่นต่าง ๆ รวมถึงมีบทบาทเป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า เอชอาร์-วี (พ.ศ.2557) ที่เป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในระดับโลกและประเทศไทย จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างรอบด้าน จึงได้รับโอกาสก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนารถยนต์ โดยได้รับผิดชอบในกระบวนการพัฒนารถยนต์ ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การวิจัยและพัฒนา การผลิต และการขาย
ด้วยผลงานที่สร้างคุณค่าให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นายโคจิ อิวานามิ จึงได้รับความไว้วางใจในการนำฮอนด้าไปสู่การเติบโตอีกขั้น โดยเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการหน่วยธุรกิจ ส่วนงานยานยนต์ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และต่อมาได้รับโอกาสให้บริหารงานธุรกิจของฮอนด้าในต่างประเทศ โดยได้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายธุรกิจ บริษัท อเมริกัน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของฮอนด้า โดยดูแลทั้งด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ การวิจัยและพัฒนา และแผนการขายสำหรับรถยนต์รุ่นหลัก เริ่มจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ก่อนที่จะขยายไปดูแลเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (BEV) และยังได้ขยายบทบาทการบริหารจัดการในการดูภาพรวมกลยุทธ์ทางธุรกิจตลอดจนการพัฒนาแบรนด์ทั่วตลาดสหรัฐอเมริกา
ด้วยประสบการณ์ที่ครอบคลุมรอบด้านกว่า 20 ปี การเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและซีอีโอในครั้งนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของฮอนด้า โดยมีนายโคจิ อิวานามิ ที่พร้อมนำทัพฮอนด้าสู่การแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอของ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า คือเพื่อนคู่ใจที่ไว้วางใจได้ในทุกเส้นทาง สร้างความผูกพันเชื่อมโยงกับลูกค้า ควบคู่ไปกับการส่งมอบยนตรกรรมอันยอดเยี่ยมที่เสริมสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจ เพื่อก้าวสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ แห่งการขับเคลื่อน โดยเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าในทุกทัชพอยต์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมั่นและไว้วางใจได้ในผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขายของเรา ในขณะที่ก้าวเข้าสู่ยุคการขับเคลื่อนแห่งอนาคต เป้าหมายของผมคือการยกระดับและตอกย้ำความแข็งแกร่งของฮอนด้าในประเทศไทย เพื่อที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่ตอบโจทย์และเหนือความคาดหมายของลูกค้าไปอีกขั้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจตลอดการเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า”
ด้วยความรู้และประสบการณ์ที่แข็งแกร่ง นายโคจิ อิวานามิ พร้อมนำ ฮอนด้า ก้าวไปข้างหน้าโดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าระยะยาวแก่ลูกค้า ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ บริการที่ไร้รอยต่อและความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับตัวแทนเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยยึดมั่นในคุณค่าหลักของแบรนด์โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน ฮอนด้า ตั้งเป้าที่จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตยานยนต์ในประเทศไทย พร้อมเติบโตเคียงข้างคนไทยอย่างต่อเนื่อง และสานต่อพันธกิจในฐานะองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไปอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine






































































