-
News Car1 Min Read
มินิ ประเทศไทย พามินิสเตอร์ปลุกความเป็นนักแข่งใน MINI John Cooper Works Track Day

มินิ ประเทศไทย กระตุ้นจิตวิญญาณนักแข่ง สร้างความตื่นเต้นให้หัวใจชาวมินิสเตอร์ได้เต้นรัวกันอีกครั้ง กับกิจกรรม MINI John Cooper Works Track Day นำลูกค้ากว่า 200 คน สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุดกับตระกูลจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ นำโดย MINI John Cooper Works Electric พร้อมด้วย MINI John Cooper Works Aceman ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมตลอด 4 วันครั้งนี้ ได้ร่วมทดสอบสมรรถนะที่หลากหลายและเร้าใจในแบบฉบับมินิ ทั้งการขับขี่แบบ fast lap ที่เร้าใจ การขับขี่แบบยิมคาน่า ที่สำคัญกับการขับขี่อย่างปลอดภัย ภายใต้การควบคุมดูแลโดยทีมผู้ฝึกสอนซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลของบีเอ็มดับเบิลยู

MINI John Cooper Works Electric แบบ 3 ประตู ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าล้วนที่ให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ถ่ายทอดพลังได้ทันที เติมความแรงได้อีก พร้อมฟังก์ชัน Electric Boost ที่เสริมพลังให้มอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 20 กิโลวัตต์ ขณะเร่งความเร็ว ตอกย้ำพลังความแรงของ MINI JCW และถ่ายทอดความรู้สึก “Go-Kart feeling” ที่เป็นเอกลักษณ์ของมินิได้อย่างชัดเจน
การตกแต่งรอบคัน สวยเฉี่ยวด้วยโลโก้ JCW สีแดง-ขาว-ดำ ที่ได้แรงบันดาลใจจากธงตาหมากรุก และสปอยเลอร์ ท้ายที่สวยเด่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งในด้านอากาศพลศาสตร์ และด้านระยะทางการขับขี่ ที่สูงถึง 371 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ภายในห้องโดยสาร ยังเต็มไปด้วยโทนสีแดงและดำอันเป็นเอกลักษณ์ของจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ทั้งพวงมาลัย สปอร์ต JCW สีดำที่ประดับด้วยตะเข็บสีแดงและหุ้มผ้าที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาเพื่อให้จับถนัดมือ เบาะสปอร์ต JCW ให้การรองรับที่มั่นคงระหว่างการขับขี่แบบสุดตัว ตกแต่งด้วยตะเข็บสีแดงตัดกับหนังเทียมสีดำ เช่นเดียว กับผิวหน้าของคอนโซล พร้อมด้วยระบบ MINI Experience Modes เพิ่มสีสันที่สนุกสนานให้ทุกการขับขี่

MINI John Cooper Works Electric มีให้เลือกเป็นเจ้าของในสีเทา Legend Grey, แดง Chili Red II, ขาว Nanuq White, ดำ Midnight Black II และน้ำเงิน Blazing Blue ในราคา 2,199,000 บาท
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)
สำหรับ MINI John Cooper Works Aceman ในโฉม 5 ประตู ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลัง 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้า เช่นเดียวกัน แต่มาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่าและตัวถังที่ยกสูงจากพื้นมากขึ้น ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 6.4 วินาที แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 54.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยให้ MINI John Cooper Works Aceman วิ่งได้ไกลถึง 355 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้ในเวลาเพียง 31 นาทีด้วยระบบชาร์จไฟกระแสตรง 95 กิโลวัตต์ หรือ 5 ชั่วโมง 30 นาทีด้วยระบบชาร์จไฟกระแสสลับ 11 กิโลวัตต์

MINI JCW Aceman ใหม่ ยังโดดเด่นด้วยล้ออัลลอย John Cooper Works ขนาด 19 นิ้ว แบบ Strive Spoke ทูโทน ส่วนห้องโดยสารที่กว้างขวาง ยิ่งดูโปร่งโล่งมากขึ้นด้วยหลังคากระจกพาโนรามา ภายในห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ของรถตระกูล John Cooper Works ไว้ครบถ้วน ทั้งพวงมาลัย JCW แบบเฉพาะรุ่นและเบาะนั่งสปอร์ต จอแสดงผล OLED ทรงกลม พร้อม MINI Experience Modes

รถยนต์มินิเจเนอเรชั่นใหม่ทุกรุ่น รองรับระบบ Digital Key Plus ช่วยให้ใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจรถแบบดิจิทัลได้อย่างสะดวก สามารถล็อกและปลดล็อกรถได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า นอกจากนี้ ทั้ง MINI John Cooper Works Aceman และ John Cooper Works Electric ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Remote Parking ที่ช่วยควบคุม การจอดและนำรถออกจากที่จอดผ่านสมาร์ทโฟนได้

MINI John Cooper Works Aceman ใหม่ พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของในสีเทา Legend Grey, แดง Chili Red II, ขาว Nanuq White และดำ Midnight Black II ในราคา 2,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

มินิ ประเทศไทย ยังเตรียมกิจกรรมอีกมากมายสำหรับคนรักมินิตลอดทั้งปีนี้ ติดตามได้ทาง MINI Thailand Facebook Page
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาแรง ! แซงทุกโปร ! ฮอนด้า เสิร์ฟโปรเด็ดตามใจ ให้คุณเลือกได้ ยังไงก็คุ้ม

ลูกค้าที่กำลังมองหารถใหม่อยู่ ห้ามพลาด ! บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ส่งโปรโมชันพิเศษกลางปีสุดคุ้มค่า ด้วยรถฮอนด้าหลากหลายรุ่นที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กับหลากหลายข้อเสนอ* ให้คุณเลือก ไม่ว่าจะเป็นสายดอกเบี้ย 0% ผ่อนชิลๆ พร้อมฟรีประกันภัย หรือ ฟรี Honda Exclusive Care แพ็กเกจสุดคุ้ม ครอบคลุมตั้งแต่วันออกรถใหม่ มอบความอุ่นใจในระยะยาวสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กม.* หรือเลือกรับโปร ‘Double Smile Plus’ กับช้อยส์ที่ตรงใจสไตล์คุณ ออกรถที่ใช่ ดาวน์น้อยเริ่มต้นเพียง 10% หรือผ่อนน้อย ค่างวดต่อเดือนสบาย ๆ ก็เป็นเจ้าของรถฮอนด้าได้ง่าย ๆ เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นในการเป็นเจ้าของรถฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้าทุกรุ่น ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี พิเศษยิ่งขึ้นกับแคมเปญ Honda Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่** เมื่อนำรถยนต์คันเก่ามาขาย และออกรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่รุ่นที่ร่วมรายการที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
สูงสุดถึง 100,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2568 – 30 มิถุนายน 2568 และรับรถภายใน
31 กรกฎาคม 2568ไฮไลต์โปรเด็ดกลางปีหลากรุ่น คุ้มค่าทุกทางเลือก
เลือกรุ่นไหนก็ปัง ! ไม่ว่าจะเป็นสายซิตี้คาร์ สายประหยัด สายครอบครัว หรือสายซิ่ง เราก็มีให้ครบ !
โปรเด็ดเอาใจสายดอกเบี้ย 0% หรือดาวน์ต่ำ ผ่อนน้อย สะดวกรุ่นไหนก็จัดเลย !
▶ City Turbo และ City Hatchback Turbo
ซิตี้คาร์ 1,000 เทอร์โบตัวแรง ขับสนุกตอบโจทย์สายสปอร์ต ราคาเริ่มต้น 599,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท
- Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 5,858 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
- เพิ่มเติม สำหรับแคมเปญ Honda Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่** เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้าหรือรถยนต์ยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ Honda City Turbo และ Honda City Hatchback Turbo ที่
โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 30 มิถุนายน 2568 และรับรถภายใน 31 กรกฎาคม 2568
▶ City e:HEV และ City Hatchback e:HEV


ซิตี้คาร์ไฮบริดสุดคุ้ม ขับประหยัด ออปชั่นจัดเต็ม อัตราเร่งทันใจ ตอบโจทย์ทั้งสายในเมืองนอกเมือง ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
- Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 7,130 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
▶ All-new HR-V e:HEV

ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
- Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 9,847 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
▶ Civic e:HEV

สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ ราคาเริ่มต้น 1,099,000 บาท
เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
- Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 11,403 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
▶ Accord e:HEV

รถซีดานครอบครัว พรีเมียม สะดวกสบายเหนือระดับ ราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
- Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 15,865 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
▶ Honda e:N1
รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกจากฮอนด้า วิ่งได้ 500 กม. ต่อการชาร์จ ดีไซน์โดดเด่น อัตราเร่งแรง ขับสบาย
สมูทในทุกจังหวะ ราคา 1,199,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ- ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือรับดอกเบี้ย 99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และ
โฮมชาร์จเจอร์และสายชาร์จแบบพกพา พร้อมบริการติดตั้ง - โดย Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับ Honda e:N1 ประกอบด้วย
- ฟรีประกันภัย 1 ปี
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
เพิ่มเติม กับแคมเปญ Honda Family Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถยนต์ Honda e:N1 ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 100,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568
นอกจากนี้ยังมาพร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษเพียง 0.99% สำหรับรุ่นอื่น ๆ อาทิ
- Civic Turbo รับข้อเสนอดอกเบี้ย 99% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี
- CR-V e:HEV รับข้อเสนอดอกเบี้ย 99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร
- City Hatchback DRIVAL รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 84% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือรับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี เพิ่มเติม สำหรับแคมเปญ Honda Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่** เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้าหรือรถยนต์ยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ Honda City Hatchback DRIVAL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 30 มิถุนายน 2568 และรับรถภายใน 31 กรกฎาคม 2568
โปรสุดคุ้มกับ Honda Exclusive Care ครอบคลุมตั้งแต่วันออกรถใหม่ ให้คุณอุ่นใจยาว ๆ
ให้คุณเป็นเจ้าของรถ SUV หลากรุ่นได้ง่าย ๆ เลือกช้อยส์ไหนก็คุ้ม ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน หรือเลือกค่างวดสบายกระเป๋า พร้อมรับฮอนด้าช่วยผ่อนสูงสุด 24 เดือน*
- Honda Exclusive Care 5 ปี ประกอบด้วย
- ฟรีประกันภัย 1 ปี
- ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
โดยรถ SUV ฮอนด้า รุ่นที่ร่วมรายการ ได้แก่
- WR-V Compact SUV ขับสนุกแนวสปอร์ต ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 35,000 บาท หรือเลือกผ่อนเบา ๆ รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 4,350 บาท จำนวน 24 เดือน รวมมูลค่า 104,400 บาท จ่ายค่างวดเริ่มต้นเพียง 3,940 บาท [คำนวณจาก ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี เกรด SV เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว] หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปี
- BR-V รถครอบครัว 7 ที่นั่ง อเนกประสงค์ลงตัวสำหรับทุกคน ราคาเริ่มต้น 915,000 บาท รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท หรือเลือกผ่อนเบา ๆ รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 6,200 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 74,400 บาท จ่ายค่างวดเริ่มต้นเพียง 3,294 บาท [คำนวณจาก ฮอนด้า บีอาร์-วี เกรด E สีขาวทาฟเฟต้า เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว] หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปี
- CR-V Turbo รถ SUV ครอบครัวที่คุ้มและครบ ราคาเริ่มต้น 1,419,000 บาท รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือเลือกผ่อนเบา ๆ รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 8,300 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 99,600 บาท จ่ายค่างวดเริ่มต้นเพียง 6,423 บาท [คำนวณจาก ฮอนด้า ซีอาร์-วี เกรด E เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว] หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
มอบประสบการณ์การใช้รถยนต์ฮอนด้า ฟูลไฮบริด e:HEV ได้อย่างมั่นใจ ขับสบายไร้กังวลทุกเส้นทาง โดย
รถฮอนด้า e:HEV ทุกรุ่น มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด
ทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง อีกทั้งบริการหลังการขายภายใต้มาตรฐานเดียวกันโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 222 แห่งเป็นเจ้าของรถฮอนด้าคันที่ชอบ เลือกออกรถกับโปรที่ใช่ในสไตล์คุณได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขาย หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GWM (Thailand) ฉลองความสำเร็จกับยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 4 ปี ด้วยการเติบโตสูงถึง 225% ในเดือนพฤษภาคม 2568

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคง พร้อมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา กว่า 1,731 คัน เป็นผลมาจากความสำเร็จของการนำ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่มาพร้อมเทคโนโลยีดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด เข้ามาสู่ตลาด และสามารถครองใจผู้ใช้งานชาวไทยภายในระยะเวลาอันรวดเร็วหลังเปิดตัวได้ไม่นาน

สำหรับยอดขาย 1,731 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2568 นี้ เติบโตจากเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมาถึง 225% โดย 877 คัน หรือ 50% ของยอดขายรวมทั้งหมดมาจาก NEW GWM TANK 300 DIESEL ในขณะที่อีกประมาณ 50% เป็นสัดส่วนของรถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างโดยรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ที่มีสัดส่วนรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่โดยเฉลี่ย 50:50 แสดงให้เห็นว่า GWM ได้นำเสนอทางเลือกผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีระบบพลังงานที่หลากหลายและเหมาะสม ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากปี 2567 GWM มียอดขายในระดับหลักร้อยคัน จวบจวนต้นปี 2568 ยอดขายของเราได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และเพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับมากกว่า 1,000 คันต่อเดือนในเดือนมีนาคม 2568 และในเดือนพฤษภาคม เราสามารถทำยอดขายที่สูงเป็นประวัติการณ์สู่ระดับ 1,731 คัน
จากความสำเร็จของการนำ NEW GWM TANK 300 DIESEL เข้ามาสู่ตลาดประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจผ่านการนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย (Multi-powertrains) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง
สำหรับยอดขายของรถยนต์ GWM ในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม – พฤษภาคม) ของปี 2568 GWM มียอดขายสะสมอยู่ที่ 5,439 คัน เติบโตจากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2567 ถึง 50% ซึ่งสวนกระแสกับตลาดรถยนต์โดยรวมที่มีอัตราการเติบโตที่ลดลง
ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงกลยยุทธ์ระดับโลกและความมุ่งมั่นของ GWM ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพที่หลากหลายและครอบคลุมทุกพลังงาน (Multi Powertrains) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลกและคนไทยได้ ซึ่งการนำ NEW GWM TANK 300 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย ถือเป็นการนำกลยุทธ์ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้และก่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดย NEW GWM TANK 300 DIESEL กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลักของ GWM ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย และมีการเติบโตของยอดสั่งจองและยอดขายอย่างมั่นคง ในเดือนพฤษภาคม คาดว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะขึ้นสู่อันดับ Top 3 ในกลุ่ม PPV โดย GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า เราจะส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสู่มือลูกค้าชาวไทย

สำหรับเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันด้านสงครามราคาที่รุนแรง GWM ยังคงยึดถือการแข่งขันด้านคุณภาพและคุณค่าในระยะยาว โดย GWM ORA Good Cat ยังสามารถสร้างยอดขายได้อย่างคงที่ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ชาวไทยและติดอันดับแบรนด์ BEV ชั้นนำอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่ไม่ได้เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความล้ำสมัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า คุ้มราคา และความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งสองคล้องกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ GWM ที่ไม่สนับสนุนการแข่งขันโดยใช้สงครามราคา แต่จะเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้าและพัฒนาด้านการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพเป็นสำคัญ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM (Thailand) ขอขอบคุณผู้ใช้งานชาวไทยกว่า 40,000 รายตั้งแต่วันแรกที่เราได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยจวบจนปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี และนี่คือความสำเร็จครั้งสำคัญของเราด้วยยอดขายรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจที่คนไทยมีให้กับเรา นอกจากนี้ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูง GWM ก็สามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคง เรามีความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือกว่าผู้เล่นรายอื่น โดยเรามีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้มากกว่า มีรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในทุกประเภทพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น ไฮบริด, ปลั๊กอิน-ไฮบริด, รถยนต์ไฟฟ้า 100% และล่าสุดกับเครื่องยนต์ดีเซล ภายใต้แนวคิด ‘All Scenarios, All Powertrains, All Users’ ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจของ GWM ยึดถือการสร้างคุณค่าในระยะยาว มากกว่าการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกออกสู่ท้องตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง เพราะเรายึดมั่นและให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการดูแลลูกค้าเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อสนับสนุนลูกค้าคนไทย พาร์ทเนอร์ชาวไทย และสังคมไทย สร้างการเติบโตของแบรนด์อย่างมั่งคงและยั่งยืนไปพร้อมกับประเทศไทย”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“ฮอนด้า วันเมคเรซ” เปิดฉากยิ่งใหญ่! เสิร์ฟความมันส์สนามระดับโลก “ธนาศิวณัฐ-ประพจน์” แบ่งชัยสนามแรกสถานการณ์ลุ้นแชมป์เข้มข้น

ศึกรถยนต์ทางเรียบชั้นนำของไทย รายการ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน ) เปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกของฤดูกาล เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม-1 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้สุดสัปดาห์สุดยิ่งใหญ่ของเรซระดับโลกอย่าง จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย โดยนับเป็นอีกหนึ่งครั้งที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยให้ความสนใจอย่างมาก

ไฮไลต์ของ “ฮอนด้า วันเมคเรซ” อยู่ที่การดวลความเร็วของเกม 2 รุ่นอย่าง ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ค วันเมคเรซ และ ฮอนด้า คลับ ซึ่งในปีนี้ มีรถแข่งรวมกันทั้ง 2 รุ่นมากกว่า 40 คัน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับการแข่งขันได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยผลการแข่งขันในเรซแรกของ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ค วันเมคเรซ ปรากฏว่าแชมป์เก่าอย่าง “วี” ธนาศิวณัฐ พงสินนัชอาชัญ จาก PT Autobacs X Mugen Thailand ที่ออกสตาร์จากโพลก่อนควบรถแข่งคู่ใจนำโด่งเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 21 นาที 19.403 วินาที ประเดิมคว้าชัยชนะเรซแรกของฤดูกาลไปครอง
อันดับ 2 เป็นของนักขับมากประสบการณ์อย่าง “กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร จาก Nexzter rest club ที่แม้จะต้องออกตัวจากกริดที่ 8 แต่สามารถทะยานขึ้นมาคว้าอันดับ 2 ได้อย่างสุดมันส์ ตามหลังผู้ชนะ 25.877 วินาที ตามด้วย “เต้ย” อัฐพล แก้วอาสา จาก B-Quik Racing Team ตามหลังผู้ชนะ 30.849 วินาที ขณะที่อันดับ 4 เป็นของนักขับสาวหน้าใหม่อย่าง “ข้าวฟ่าง” ปิยะวดี พฤฒิสาร จาก A Motorsport Racing Team Tune by OP ตามหลังผู้ชนะ 33.907 วินาที และ “เอิร์ก” วสิษฐ์พล พิทักษ์วาศาภรณ์ จาก PT Autobacs X Mugen Thailand ที่จบอันดับ 7 โอเวอร์ออล์ และอันดับ 5 ในกลุ่มเกียร์ธรรมดา
ด้านผู้ชนะในรุ่นเกียร์อัตโนมัติได้แก่ “เต้” นันทวัฒน์ ชำนาญ ตามด้วย อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย และ “ยศ” ทัศไนย พัฒนพุล นักขับหน้าใหม่จาก Armstong Racing Team ในอันดับ 2 และ 3 ขณะที่ เซ็ต วัลดรอน นักขับออสเตรเลียนวัย 16 ปี จาก BENDIX SRT RACING ต้องออกจากการแข่งขันหลังรถแข่งมีปัญหา
ส่วนเรซที่ 2 มีความพลิกผันอย่างมาก เมื่อ ธนาศิวณัฐ ที่ได้ออกตัวจากโพลเจอปัญหารถแข่งเล่นงาน หลังออกตัวไปด้วยอาการ “เพลาหน้าขาด” ส่งผลให้ต้องนำรถเข้าพิตหลังผ่านรอบแรก จากนั้นเป็น ประพจน์ ที่ขยับขึ้นเป็นจ่าฝูงโดยมี อัฐพล ไล่กดดันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเรซ ซึ่งทั้งคู่ไล่บดกันอย่างหนักจนต้องตัดสินกันถึงโค้งสุดท้าย

ก่อนที่ ประพจน์ จะป้องกันอย่างเหนียวแน่น เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 21 นาที 40.830 วินาที คว้าชัยชนะไปครองอย่างสุดมันส์ เฉือน อัฐพล อันดับ 2 เพียง 0.367 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ปิยะวดี ตามหลัง 21.019 วินาที ตามด้วย วสิษฐ์พล อันดับ 4 ขณะที่ ธนาศิวณัฐ ไล่กวดขึ้นมาจบเรซในอันดับ 8 ขณะที่ผลการแข่งขันในรุ่น อัตโนมัติ ปรากฏว่า นันทวัฒน์ ตามด้วย เซ็ต วัลดรอน และ ทัศไนย ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ
ผ่านการแข่งขันสนามแรก (2 เรซ) สถานการณ์ลุ้นแชมป์เข้มข้นอย่างมาก โดย ประพจน์ รั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพโอเวอร์ออลล์ มีทั้งสิ้น 43 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง ธนาศิวณัฐ อยู่ 8 คะแนน อันดับ 3 ได้แก่ อัฐพล ตามหลัง 10 คะแนน

สำหรับผลการแข่งขัน ฮอนด้า คลับ ปรากฏว่าชัยชนะเรซแรกซึ่งดวลกัน 5 รอบสนาม เป็นของ อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย ที่โชว์ฟอร์มดุไล่แซงจากกริดที่ 19 เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 9 นาที 29.601 วินาที ตามด้วย หทัย ไชยวรรณ อันดับ 2 ตามหลัง 3.629 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ บัณฑิต ลัดดาแย้ม ตามหลัง 21.589 วินาที ขณะที่เรซ 2 ชัยชนะยังคงเป็นของ อนันต์ธร เช่นเคยโดยมี หทัย และ บัณฑิต ในอันดับ 2 และ 3 เช่นเคย
นอกจากนี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยังมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้าได้สัมผัสสนามแข่งระดับโลก ด้วยกิจกรรม ฮอนด้า ไดรฟ์วิ่ง คลีนิค และ ฮอนด้า แทร็ก เอ็กซ์พีเรียนซ์ ที่อบรมทักษะการขับขี่ปลอดภัย และนำผู้ใช้รถลงขับในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สนามแข่งมาตรฐานฟอร์มูล่าวัน และ โมโตจีพี ในเมืองไทย ซึ่งมีการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน
ทั้งนี้ ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 สนามถัดไปจะดวลความเร็วต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายนนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย ซึ่งจะถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งในศึก พีที แม็กซ์นิตรอน เรซซิ่ง ซีรีส์ 2025 สนามเปิดฤดูกาล สำหรับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต สามารถรับชมการถ่ายทอดสดความมันส์ การแข่งขันรายการ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 ผ่านหน้าจอสดๆได้เช่นเคย ทางเพจ Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO Autosport
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ZEEKR PRIMUS ตอกย้ำผู้นำแบรนด์พรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ รุดสร้าง FLAGSHIP โชว์รูม-ศูนย์บริการ ZEEKR แห่งแรก บนราชพฤกษ์

ZEEKR PRIMUS (ซีเคอร์ ไพรม์มัส) ตอกย้ำผู้นำแบรนด์พรีเมี่ยม-ลักชูรี่ย์ เดินหน้าโครงการก่อสร้าง FLAGSHIP โชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR แห่งแรก ย่านราชพฤกษ์ สะท้อนความสมบูรณ์แบบด้านบริการ รองรับการขยายตัวลูกค้าในไทย คาดเปิดบริการไตรมาส 3 ปี 2568

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส เพรสทีจ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ตามที่ PRIMUS GROUP (ไพรม์มัส กรุ๊ป) ได้ขยายการลงทุนและสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับ ZEEKR ประเทศไทย แบรนด์รถยนต์พรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ จากประเทศจีน และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในนาม ZEEKR PRIMUS เมื่อปลายปี 2567 นั้น

ล่าสุด ทาง ZEEKR PRIMUS ได้เริ่มโครงการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE แห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ ด้วยพื้นที่กว่า 4 ไร่ เป็น FLAGSHIP ZEEKR SHOWROOM & SERVICE CENTER แห่งแรก ด้วยมาตรฐาน CI ใหม่ล่าสุด ที่ครอบคลุมบริการทั้งด้านการขาย และบริการหลังการขายที่ครบวงจร พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการให้แก่ลูกค้าอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบและรองรับการเติบโตของลูกค้าในอนาคต
“ด้วยแนวคิดและวิสัยทัศน์ของ ZEEKR ประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมาตรฐานระดับสูง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ PRIMUS GROUP เราจึงเชื่อมั่นว่า การลงทุนก่อสร้าง ZEEKR HOUSE แห่งใหม่นี้ จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของ PRIMUS GROUP และ ZEEKR ประเทศไทย ให้ความแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในอนาคต

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส เพรสทีจ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ด้วยหลักการของ PRIMUS GROUP ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราจึงเน้นการยกระดับมาตรฐานการบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย ที่แตกต่างและเหนือระดับ รวมถึงการมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ให้แก่ลูกค้า และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในระยะยาว
ดังนั้น การดีไซน์โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ นอกจากเป็นไปตามมาตรฐาน CI ใหม่แล้ว เราได้เพิ่มเติมความหรูหรา ล้ำสมัย และความสะดวกสบายสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ ที่เพียบพร้อมด้วยบริการที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ

สำหรับการออกแบบภายในโชว์รูม จัดเป็นโซนแสดงรถยนต์ ZEEKR ขนาดใหญ่ ครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่นทุกแบบ พร้อมพื้นที่สำหรับให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ, โซนรับรองลูกค้าสุดเอ็กซ์คลูซีพ เพื่อรองรับการเข้ารับบริการในทุกๆ ด้าน โดยมีเครื่องดื่มและอาหารสำหรับบริการพิเศษโดยเฉพาะ พร้อมโซนส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจในช่วงเวลาพิเศษสำหรับการเป็นครอบครัวเดียวกันกับ ZEEKR PRIMUS
ด้านบริการหลังการขาย ได้จัดสรรพื้นที่สำหรับศูนย์บริการขนาดใหญ่ รองรับงานบริการหลังการขายที่ครอบคลุมการดูแลรักษา และซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ ZEEKR ตามมาตรฐานระดับสูง ด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย รองรับความสะดวสบายอย่างเต็มรูปแบบให้แก่ลูกค้าในทุกงานบริการ

สำหรับ ZEEKR HOUSE แห่งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ ภายในไตรมาส 3 ของปี 2568 ปัจจุบัน ทาง ZEEKR PRIMUS ได้จัดทำโชว์รูมและศูนย์บริการ (ชั่วคราว) บนถนนราชพฤกษ์ เพื่อรองรับความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการของลูกค้าพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง
ด้าน นาย อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์รถยนต์ ZEEKR กล่าวว่า ผมต้องขอแสดงความยินดีในพิธีบวงสรวงยกเสาเอกการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE ของ PRIMUS GROUP ซึ่งเป็น FLAGSHIP SHOWROOM & SERVICE CENTER แห่งแรก บนถนนราชพฤกษ์ นับเป็นทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพ และถือเป็นยุทธ์ศาสตร์ที่สำคัญในการรองรับ และมอบการบริการให้แก่ลูกค้า ZEEKR ในอนาคต

ด้วยความเป็นมืออาชีพ และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของ PRIMUS GROUP ผมเชื่อมั่นว่า ZEEKR PRIMUS จะสามารถส่งมอบยนตรกรรมและบริการที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น การเริ่มโครงการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE ในวันนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจและภาพลักษณ์ของแบรนด์ ZEEKR ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย

ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
PTG โชว์ศักยภาพ Q1/68 ธุรกิจ Non-Oil โตแรง 32.2%

คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ (ที่ 6 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) พร้อมด้วยคุณรังสรรค์ พวงปราง (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืน และทีมงานบริษัทฯ ให้การต้อนรับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ในโอกาสเข้ารับฟังข้อมูลผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าธุรกิจ Non-Oil เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 32.2% YoY จากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่โตกว่าเท่าตัว YoY และขยายสาขาเฉลี่ย 1.5 สาขา/วัน อีกทั้งยังรักษาส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันผ่านสถานีบริการ เพิ่มขึ้นเป็น 22.1% จากลูกค้าสมาชิกบัตร PT Max Card – PT Max Card Plus กว่า 25 ล้านคน ที่ซื้อเพิ่มและซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง ส่วนแนวโน้มธุรกิจครึ่งหลังปี 68 เชื่อว่ายังคงมีศักยภาพเติบโตอย่างแข็งแกร่งจาก ธุรกิจ Non-Oil ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักผ่านกลยุทธ์การขยายสาขาของกาแฟพันธุ์ไทย ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ อาคาร CW ทาวเวอร์ รัชดา เมื่อเร็วๆ นี้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 ลุคใหม่ เข้มเต็มขั้น! ดุดันในทุกมิติ กับเอกลักษณ์ที่มีสไตล์ พร้อมฟังก์ชันจัดเต็ม

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เผยโฉม มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 ที่ได้รับการพัฒนาทั้งรูปลักษณ์ที่สะท้อนความดุดันมากยิ่งขึ้น ด้วยชิ้นส่วนสีดำเงารอบคัน ให้ความรู้สึกทรงพลัง โดดเด่น มีสไตล์
เพิ่มระบบอำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่ เพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้สนุก เร้าใจ และเหนือชั้นกว่าเคยมร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงรถกระบะสมรรถนะสูง แต่ยังเป็นรถที่มีดีไซน์การออกแบบที่โฉบเฉี่ยว จากการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า เรามีการปรับปรุงทั้งดีไซน์ภายนอก และเพิ่มระบบอำนวยความสะดวกภายในมาอย่างครบครัน เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยมากยิ่งขึ้น ทั้งในรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวัน และวันหยุดพักผ่อนในวันสุดสัปดาห์”
“นอกจากการพัฒนารถให้ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยเพิ่มมากขึ้นในทุกมิติแล้ว มิตซูบิชิ ยังมอบความสบายใจให้กับลูกค้า ด้วยบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม จากเครือข่ายผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพ กระจายอยู่กว่า 190 แห่ง
ทั่วประเทศไทย เพื่อให้บริการลูกค้าทุกท่านได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ด้วยมาตรฐานสูงสุด” มร.อินาบะ กล่าวเพิ่ม
มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 ปรับโฉมใหม่ และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ในรุ่น มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส อัลตร้า (รุ่น 4 ประตูยกสูง) ตกแต่งด้วยชิ้นส่วนสีดำเงารอบคัน เพื่อเพิ่มความเข้ม เท่ และดุดันมากกว่าเดิม ด้วยไดนามิก ชิลด์สีดำเงา กรอบไฟตัดหมอกสีดำเงา กระจกมองข้างสีดำเงา มือเปิดประตูด้านนอกสีดำเงา มือเปิดกระบะท้ายสีดำเงา กันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสีไทเทเนียมรมดำ บันไดข้างสีดำ ตกแต่งสีไทเทเนียมรมดำ และล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส อัลตร้า (รุ่น 4 ประตู ยกสูง) เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control: ACC) ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าความเร็วตามที่กำหนด และระบบจะใช้เรดาห์ในการคำนวณเพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าตามที่เหมาะสม และสามารถชะลอความเร็วของรถให้เองโดยอัตโนมัติจนถึงจุดหยุดนิ่ง เพิ่มเติมจากเทคโนโลยี ความปลอดภัย ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) และยังยกระดับความพรีเมียมไปอีกขั้น ด้วยระบบฟอกอากาศ nanoeTMX ที่ติดตั้งอยู่กับระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระ ซ้าย-ขวา มีคุณสมบัติในการสร้างอากาศบริสุทธิ์ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ให้ความสดชื่น และลดอาการอ่อนเพลียในการเดินทาง มาพร้อมเบาะที่นั่งหนังสังเคราะห์มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) ให้ความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขับขี่เร้าใจไปกับเครื่องยนต์ คลีนดีเซล เทอร์โบ ไฮเปอร์พาวเวอร์ (Hyper Power) ให้พละกำลังที่เหนือกว่าและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ด้วยกำลังสูงสุดที่ 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ผสานช่วงล่างใหม่และแชสซีส์เมกาเฟรมใหม่ที่ใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มสบายเหนือระดับ คล่องตัวทั้งในเมืองและขณะเดินทางไกล

ทั้งนี้ สำหรับรถกระบะรุ่นเรือธง มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) เพิ่มความสะดวกสบาย ในห้องโดยสารขึ้นกว่าเดิม ด้วยระบบฟอกอากาศ nanoeTMX สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ตลอดการเดินทาง นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตา สปอร์ต ดุดัน ในแบบที่เป็นเอกลักษณ์และไม่ซ้ำกับใคร การันตีด้วยรางวัลด้านการออกแบบระดับโลก iF Design Award 2024 แรงขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเครื่องยนต์ “ไฮเปอร์ พาวเวอร์ เอ็กซ์ ทู (Hyper Power X2)” เครื่องยนต์คลีนดีเซล เทอร์โบสองสเตจ (Two-Stage Turbo) ผสานขุมพลังด้วยกำลังสูงสุดที่ 204 แรงม้า โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Super Select 4WD II ที่มีชื่อเสียงของมิตซูบิชิ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการส่งกำลังของเครื่องยนต์ และระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง

นอกจาก สองรุ่นข้างต้น มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ (รุ่น 4 ประตู) มาในลุคใหม่ เข้มเต็มขั้นยิ่งกว่าเดิม ด้วยไฟหน้า และไฟเดย์ไทม์ LED แบบใหม่ พร้อมเสริมความเข้ม ด้วยชิ้นส่วนตกแต่งสีดำเงา ไดนามิก ชิลด์สีดำเงา และกรอบไฟตัดหมอกสีดำเงา กระจกมองข้างสีดำเงา มือเปิดประตูด้านนอกสีดำเงา มือเปิดกระบะท้ายสีดำเงา และกันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสีไทเทเนียมรมดำ ขับสนุกด้วยกำลังสูงสุดที่ 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร
มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 722,000 บาท สำหรับรุ่น มิตซูบิชิ ดับเบิ้ล แค็บ พลัส (รุ่น 4 ประตูยกสูง) มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 914,000 บาท และ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,299,000 บาท สามารถนัดหมายเพื่อทดลองขับ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จำหน่ายรถยนต์
มิตซูบิชิทั่วประเทศ หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมงโปรโมชั่นพิเศษ
รุ่นรถยนต์ รายการ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส รุ่นปี 2025 – เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน- เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด
28,300 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท– รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 19,100 บาท
– รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี มูลค่าสูงสุด 5,196 บาท
– ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive
มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท
ขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นปี 2025– เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน- เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด
28,300 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท– รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,100 บาท
– รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี มูลค่าสูงสุด 5,196 บาท
– ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive
เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด หลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
*รางวัล iF DESIGN AWARD ถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบอันทรงเกียรติระดับโลก ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี ได้รับการก่อตั้งโดยสถาบัน iF International Forum Design GmbH ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี ภายใต้ 5 หลักเกณฑ์การพิจารณา ได้แก่ แนวคิด (idea) รูปทรง (form) การใช้งาน (function) ความโดดเด่นและแตกต่าง (differentiation) และ กระแสตอบรับ (impact)
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM จุดพลุฉลอง “NEW GWM TANK 300 DIESEL” กับยอดส่งมอบทะลุ 1,000 คันทั่วไทย เตรียมรับชม Live! เจาะลึกเทคโนโลยีดีเซลของ GWM ครั้งแรกในไทย ในงาน “GWM DIESEL TECH NIGHT” เสาร์ที่ 7 มิถุนายนนี้

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users) ล่าสุด เดินหน้าสร้างแรงสั่นสะเทือนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกครั้ง ด้วยการประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของ “NEW GWM TANK 300 DIESEL” กับยอดส่งมอบทะลุ 1,000 คันทั่วประเทศ ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน หลังจากได้รับการตอบรับจากแฟน ๆ ชาวไทยอย่างล้นหลามและเกินความคาดหมาย สะท้อนถึงคุณภาพของรถยนต์ Premium Boxy เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ GWM เตรียมเผยเบื้องหลังแบบเจาะลึกของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชั่นล่าสุด ผ่านไลฟ์สตรีมมิงในช่องทาง Facebook, YouTube และ TikTok ของ GWM Thailand ในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 นี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL นี้สะท้อนถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ GWM มุ่งมั่นพัฒนายนตรกรรมที่ยึดการรับฟังเสียงของผู้บริโภคและใช้ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User Centric) เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ “ดีกว่า” และ “เหนือกว่า” ในทุกมิติ ตลอดช่วงเวลาของการเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพของ GWM ภายใต้แนวคิด “GWM Go With More”

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่เชื่อมั่นในยนตรกรรมคุณภาพอย่าง NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่มาพร้อมเทคโนโลยีดีเซลใหม่ล่าสุดของ GWM ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา เราได้เพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงานอัจฉริยะจังหวัดระยอง และสามารถส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าของเรามากกว่า 1,000 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยภายในเดือนมิถุนายน เราจะสามารถส่งมอบรถยนต์ได้เพิ่มอีกประมาณ 1,000 คัน รวมเป็นทั้งสิ้นกว่า 2,000 คัน จากความสำเร็จดังกล่าว เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของ GWM ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานของชาวไทยด้วยตัวเลือกพลังงานและเครื่องยนต์ที่ครอบคลุมตั้งแต่ไฮบริด, ปลั๊กอิน-ไฮบริด, รถยนต์ไฟฟ้า 100% และล่าสุดกับเครื่องยนต์ดีเซลที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ใช้งานชาวไทย GWM เชื่อว่าการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนภายใต้ความท้าทายในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ คือ การส่งมอบทุกประสบการณ์ที่ดีกว่า และเหนือกว่าอย่างแท้จริงในทุกด้าน ทั้งด้านการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อรอยยิ้มและความไว้วางใจของลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ”

บทพิสูจน์ความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL คือ ความโดดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชั่นล่าสุดที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานในทุกการเดินทาง ทั้งในเมืองและนอกเมือง ด้วยเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง มอบพละกำลังและแรงบิดที่เร้าใจ พร้อมความนิ่ง เงียบ และนุ่มนวลในการขับขี่ รวมถึงการประหยัดพลังงาน และด้วยดีไซน์อันโดดเด่น ไม่ซ้ำใคร เท่ทุกมุมมอง ร่วมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านความปลอดภัย ทำให้รถยนต์ PPV รุ่นนี้กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ตั้งแต่กลุ่มคนรักออฟโรด นักเดินทาง ไปจนถึงผู้ใช้งานในเมืองที่ต้องการรถยนต์ที่ใช้งานได้อย่างหลากหลายและครอบคลุม

GWM เตรียมเผยเทคโนโลยีดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่แบบเจาะลึกของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ในงาน GWM DIESEL TECH NIGHT รับชมพร้อมกันทั่วประเทศกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำหน้าของเครื่องยนต์ดีเซล ที่สร้างความแตกต่างจากเครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิม ๆ และสามารถครองใจผู้ใช้งานชาวไทยภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ติดตามรับชม Live สดกับกิจกรรม GWM DIESEL TECH NIGHT ในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 นี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook, YouTube และ TikTok ของ GWM Thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ปิดฉากประทับใจ! GT World Challenge Asia 2025 สนามประเทศไทย ชูเสน่ห์อีสานใต้ “กันตรึมซิ่ง” สู่ซีรีส์ดวลความเร็วสุดลักชัวรีของโลก

ผ่านไปแล้วกับสุดสัปดาห์แห่งมอเตอร์สปอร์ตที่สุดประทับใจกับศึกซูเปอร์คาร์ชั้นพรีเมียม ที่กลับมาดวลความเร็ว-แรง-ดุดัน เติมเต็มประสบการณ์ให้กับแฟนชาวไทยถึงบ้าน โดยการแข่งขันฤดูกาลนี้เปิดฉากที่ประเทศมาเลเซีย ต่อด้วยสนามที่ 2 ที่อินโดนีเซีย ประเทศไทยรับไม้ต่อเป็นสนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย. ก่อนจะไปแข่งขันสนามที่ 4-5 ที่ญี่ปุ่น และปิดฉาก ฉลองแชมป์กันในช่วงเดือนตุลาคมที่ประเทศจีน

ทั้งนี้ GT World Challenge Asia (จีที เวิลด์ ชาเลนจ์ เอเชีย) ฤดูกาล 2025 สนามประเทศไทย ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักแข่ง-ทีมงานผู้จัด รวมทั้งผู้ชมทั่วโลกอีกครั้ง โดยจังหวัดบุรีรัมย์ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ได้นำเสนอมนต์เสน่ห์แห่งศิลปะแดนอีสานใต้ ผ่านชุดการแสดง “กันตรึมซิ่ง” โดยจัดในช่วง Grid Walk ก่อนการแข่งขันในเรซที่ 2 ปิดฉากการแข่งขันในประเทศไทยอย่างอลังการ สนุกสนานและงดงามที่สุด

การแข่งขันสนามนี้ ขับเคี่ยวกันอย่างสุดมันส์ ด้วยการรวมตัวของ ทีมแข่งชั้นนำ นักแข่งฝีมือดี จาก 33 ทีมทั่วโลก หลากหลายทวีปมากกว่า 60 คน ประชันความเร็วแบบดุเดือด ตลอดระยะเวลา 3 วัน

โดยในเรซที่ 1 ชัยชนะเป็นของ “อวี้ ไคว่” และ “เฉิง กงฟู่” คู่หูนักแข่งชาวจีน ควบรถแข่ง อาวดี้ อาร์8 แอลเอ็มเอส จีที3 อีโว2 เข้าป้ายเป็นคันแรก ผงาดคว้าชัยชนะเรซแรกไปครองอย่างสุดมันส์

ส่วนเรซที่ 2 แชมป์ตกเป็นของ “เจฟรี อิบราฮิม” เจ้าชายแห่งยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย สร้างผลงานระดับมาสเตอร์ ควงทีมเมทชาวบริติช “เบน กรีน” ควบรถแข่ง เชฟโรเลต จีที3 ผงาดคว้าชัยชนะเรซที่ 2 ปิดฉากสนาม 3 ของฤดูกาล 2025 อย่างสุดประทับใจ

นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า เสน่ห์ของการแข่งขัน “จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย” คือการหลอมรวมกันของเทคโนโลยียนตกรรมที่ล้ำสมัยของรถซูเปอร์คาร์ ที่เร็ว แรง ดุดัน เร้าใจและสง่างาม ผสานเข้ากับทักษะการขับขี่ขั้นสูง ทำให้ที่ผ่านมามีแฟนความเร็วติดตามชมและนิยมมากที่สุดในเอเชีย มียอดการเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากกว่า 140 ล้านครั้ง และยอดชมผ่านไลฟ์ตรีมมิ่งมากกว่า 47 ล้านวิว”

ในช่วง Grid Walk ได้มีการนำเสน่ห์อีสานใต้ “เพลงกันตรึม” ศิลปะพื้นบ้านโบราณ นำเสนอในรูปแบบการแสดง “กันตรึมซิ่ง” เป็นขบวนกลองยาวประยุกต์ ผสานกับซอกันตรึม อีสานใต้ ให้ความบันเทิง โดยมีหมู่มวลนางรำ สวมใส่ชุดอีสาน ร่ายรำ ออกลีลาลวดลายอย่างสนุกสนาน เน้นความครื้นเครง มีอัตลักษณ์และภาพจำที่ไม่เหมือนใคร

เมื่อภาพชุดการแสดง “กันตรึมซิ่ง” ถูกถ่ายทอดสู่แฟนความเร็วทั่วทุกมุมโลก ที่ต่างรอติดตามชมซีรีส์ดวลความเร็วสุดลักชัวรีนี้ ก็ได้รับเสียงชื่นชมมากมาย ทั้งการจัดการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์พร้อม รวมทั้งโอกาสสำคัญที่ได้ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ภาคอีสาน ที่ปัจจุบันยังถือว่าหาชมได้ยาก โดยฝ่ายจัดการแข่งขันมุ่งหวังในการเชิดชูเพลงพื้นบ้านอีสานใต้ เหล่านี้ให้คงคุณค่า ความภาคภูมิใจ และไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา”

การจัดอีเวนต์ซูเปอร์คาร์ระดับท็อปของโลกที่ประเทศไทยในครั้งนี้ สร้างความประทับใจให้แฟนความเร็วทั่วโลก ทั้งกิจกรรมที่จัดเต็มตลอด 3 วัน ภาพความประทับใจของ “พิตวอล์คพันล้าน” ที่รวมซูเปอร์คาร์สุดหรู และมูลค่าการสร้างทีมมหาศาลระดับพันล้าน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเอาใจแฟนความเร็วมากมาย รวมทั้งยังมีการแข่งขันซัพพอร์ตเรซที่เติมเต็มความสนุกให้กับแฟนความเร็ว ได้เชียร์นักแข่งไทยในรายการ Honda One Make Race 2025 ที่จัดแข่งขันในสุดสัปดาห์เดียวกันด้วย

เหล่านี้เองคือการแสดงศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางของมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย ที่เป็นเป้าหมายสำคัญของชาติ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ จุดประกายความฝัน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน ผลักดันสู่กีฬาอาชีพระดับโลก กระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวผ่านกีฬาระดับพรีเมียม ทั้งยังสนับสนุนการเติบโตให้กับอุตสาหกรรม มอเตอร์สปอร์ตและยานยนต์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ต้อนรับกลางปีด้วยส่วนลดค่าอะไหล่30%* กับแคมเปญ “Shining in June” สำหรับลูกค้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้าที่ใช้รถยนต์มากกว่า 5 ปี ให้คงสภาพ การใช้งานให้เหมือนวันแรกที่ใช้งาน เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าที่เข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยแคมเปญ “Shining in June” มอบสิทธิพิเศษให้กับเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น (รวมถึงรถ Van) ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี (นับจากวันส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563)
รับส่วนลดค่าอะไหล่ 30%* จากราคาขายแนะนำปกติ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เมื่อนำรถเข้ารับบริการหลังการขาย ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2568 เพื่อมอบความมั่นใจให้กับลูกค้าคนสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในทุกการเดินทาง
รายละเอียดบริการที่เข้าร่วมรายการตามเงื่อนไขสำหรับลูกค้า ดังนี้
- ลูกค้าที่เข้ารับบริการทุกประเภทงาน ได้แก่ งานเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รวมถึงงานซ่อมทั่วไป เฉพาะรายการที่ลูกค้าเป็นผู้ชำระเงินค่าอะไหล่/ค่าแรงและค่าบริการด้วยตนเองเท่านั้น
หมายเหตุ: ไม่รวมลูกค้างานรับประกันคุณภาพ (Warranty-วารันตี), งานภายใต้แพ็กเกจ MBSP, การซื้อแพ็กเกจ MBSP, งาน Internal, งานเคลมประกันภัย และงานซ่อมสี/ตัวถัง, การซื้ออะไหล่หน้าร้าน และผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ทุกประเภท, งานบริการหรืองานซ่อมสำหรับรถยนต์ที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ (Fleet))
*เงื่อนไขเพิ่มเติม:
- สิทธิพิเศษลูกค้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น (รวมรถ Van) ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป (โดยนับจากวันส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563) ที่เข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 – 30 มิถุนายน 2568 และชำระค่าใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด
- สิทธิพิเศษนี้เฉพาะงานที่ลูกค้าที่ชำระเงินค่าอะไหล่, ค่าแรงและค่าบริการด้วยตนเองเท่านั้น (ไม่รวมลูกค้างานรับประกันคุณภาพ (Warranty-วารันตี), งานภายใต้แพ็กเกจ MBSP, การซื้อแพ็กเกจ MBSP, งาน Internal, งานเคลมประกันภัย และงานซ่อมสี/ตัวถัง, การซื้ออะไหล่หน้าร้าน และผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ทุกประเภท, งานบริการหรืองานซ่อมสำหรับรถยนต์ที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ (Fleet))
- สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้
- ส่วนลดดังกล่าวไม่รวมค่าแรง
- เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด กรณีมีข้อโต้แย้ง การตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด
- โปรดตรวจสอบรายละเอียดแคมเปญได้ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ
สอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://mb4.me/TH_CSSpecialOffers หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าฯ โทร. 1250
ทั้งนี้ เงื่อนไขให้เป็นไปตามที่บริษัทฯ และศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการกำหนด#MercedesBenz #MercedesBenzThailand #MBTHCS
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


































































































































































