• เบนท์ลีย์ แบงค็อก ร่วมงาน Unveiling A New Legacy เปิดประสบการณ์การขับขี่ Bentayga Hybrid พร้อมเผยโฉม New Flying Spur Speed ณ Cinq Royal โครงการหรูย่านบางนา

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก ร่วมงาน Unveiling A New Legacy เปิดประสบการณ์การขับขี่ Bentayga Hybrid พร้อมเผยโฉม New Flying Spur Speed ณ Cinq Royal โครงการหรูย่านบางนา

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมงาน Unveiling A New Legacy กับการเปิดให้เข้าชมโครงการรอบ VIP เป็นครั้งแรกของ Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7 โครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูย่านบางนา โดย A5 (แอสเซท ไฟว์) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury House พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่ Bentley Bentayga Hybrid และเผยโฉม New Flying Spur Speed (Thailand Specification) คันแรกให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดภายในงานฯ เมื่อวันที่ 22 – 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

    โดยนอกเหนือจากการชมโครงการสุดหรูและเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมเวิร์คช็อปภายในงานฯแล้ว แขกผู้ร่วมงานยังได้มีโอกาสทดสอบประสิทธิภาพและสมรรถนะในการขับขี่ของอัครยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สัญชาติอังกฤษ รุ่น Bentley Bentayga Hybrid เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 แบบไฮบริดที่สามารถตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองแบบรักษ์โลกด้วยสมรรถนะอันเต็มเปี่ยมจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถเดินทางได้สูงสุดถึง 40 กิโลเมตรในโหมด EV พร้อมอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำที่สุดเพียง 296 กรัม ต่อ กิโลเมตร (WLTP) ซึ่งถือเป็นอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน พร้อมยังมอบสัมผัสแห่งการขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบสงบ พร้อมกับการออกแบบที่หรูหรา ร่วมสมัย และภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างประณีตและงดงาม โดยผู้ที่สนใจทดลองขับได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่แบบไลฟ์สไตล์ร่วมกับที่ปรึกษาการขายที่จะคอยกำกับดูแลและให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิดตลอดการทำกิจกรรมทดลองขับบริเวณถนนรอบโครงการเพื่อให้ได้สัมผัสถึงสมรรถนะและประสิทธิภาพในการขับขี่ของอัครยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์รุ่นนี้ได้อย่างเต็มที่ พร้อมชื่นชมกับความงดงามของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัยบริเวณรอบโครงการ

    มากไปกว่านั้น เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังได้จัดแสดง New Flying Spur Speed แกรนด์ทัวเรอร์ระดับซูเปอร์คาร์แบบ 4 ประตูที่มาพร้อมกับขุมพลัง Ultra Performance Hybrid V8 รุ่นใหม่ พละกำลัง 782 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร ในเฉดสีดำ Onyx ที่สะท้อนสุดยอดสมรรถนะอันเหนือชั้นระดับซูเปอร์คาร์ พร้อมการตกแต่งสไตล์สปอร์ตที่โฉบเฉี่ยว ดุดัน และโดดเด่นในแบบฉบับแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์กับการเผยโฉม Thailand Specification เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตัวรถมาพร้อมกับล้ออัลลอยด์แบบ Ten Swept Spoke Wheel 10 ก้าน ขนาด 22 นิ้ว แบบใหม่ล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจาก ‘กรงเล็บ’ ของเสือนักล่าที่จะสัมผัสไปกับพื้นถนน พร้อมด้วยคาร์ลิปเปอร์เบรกสีแดง และโดดเด่นด้วย Flying ‘B’ Mascot แบบเรืองแสงอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น New Flying Spur และเมื่อเปิดประตูห้องโดยสาร Animated LED Welcome Lamps โลโก้เบนท์ลีย์แบบแอนิเมชันที่เคลื่อนไหวจะสาดส่องลงบนพื้นเพื่อเป็นการต้อนรับเข้าสู่ภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยการเล่นสีของหนังเฉดสีดำ Beluga และเฉดสีน้ำตาล Camel ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและร่วมสมัย พร้อมการตกแต่งด้วยวีเนียร์แบบ Piano Black ที่หรูหรา

    สำหรับโครงการ Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7 โดย A5 (แอสเซท ไฟว์) คือ โครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูจำนวนเพียง 18 หลังที่มาพร้อมวิวสนามกอล์ฟกับดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานทั้งรูปแบบตะวันตกที่สวยงามและร่วมสมัยในแบบ Colonial Style แต่ยังคงความเรียบหรูและร่วมสมัยในแบบตะวันออก (Modern Luxury Style) พื้นที่บ้านมีขนาดตั้งแต่ 120-276 ตารางวา (ตร.ว.) พร้อมด้วยพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านขนาด 748-1,070 ตารางเมตร (ตร.ม.) พร้อมแนวคิดที่ให้อิสระในการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในบ้านด้วย Freedom Space เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบ  Multi-Generation

    สำหรับการเปิดรับคำสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่มาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) และ Service Package (สำหรับเครื่องยนต์รุ่น V8 Hybrid เท่านั้น) นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี

    ผู้ที่สนใจสามารถนัดหมายเข้าชมหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษ โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ข่าวประชาสัมพันธ์…ปอร์เช่ ประเทศไทย และ Das Treffen เชิญสัมผัสเสน่ห์ของปอร์เช่เปิดประทุน ในงาน ‘Mini Das Treffen: Roofless’ ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ 9 มีนาคมนี้

    1 Min Read

    ข่าวประชาสัมพันธ์…ปอร์เช่ ประเทศไทย และ Das Treffen เชิญสัมผัสเสน่ห์ของปอร์เช่เปิดประทุน ในงาน

    ‘Mini Das Treffen: Roofless’ ที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ 9 มีนาคมนี้

    เตรียมตัวพบกับปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของแฟนๆ ปอร์เช่ และคนรักรถสปอร์ตเปิดประทุน     ปอร์เช่ ประเทศไทย ร่วมกับ Das Treffen จัดงานป๊อปอัพสุดพิเศษ “Mini Das Treffen: Roofless” ที่ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในวันที่ 9 มีนาคม 2025 เวลา 16.00-21.00 น.งานนี้จะเป็นการรวมตัวของรถปอร์เช่ (Porsche) เปิดประทุนระดับไอคอน ไม่ว่าจะเป็น คาบริโอเลต (Cabriolet), ทาร์ก้า (Targa), สไปเดอร์ (Spyder) และสปีดสเตอร์ (Speedster) ที่แต่ละรุ่นล้วนมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมให้แฟน ๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

    หนึ่งในไฮไลท์ของงานนี้คือการจัดแสดงยนตรกรรมระดับตำนานของปอร์เช่ (Porsche) ไม่ว่าจะเป็น  911 เทอร์โบ เอส คาบริโอเลต (911 Turbo S Cabriolet), 911 ทาร์ก้า 4เอส (911 Targa 4S), 911 สปีดสเตอร์ (911 Speedster) และ 718 บ็อกซเตอร์ จีทีเอส 4.0  (718 Boxster GTS 4.0) รวมถึงยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นล่าสุดอย่างไทคานน์ (Taycan) และมาคันน์ (Macan) ที่จะมาเติมเต็มบรรยากาศให้กับผู้เข้าชม งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรวมตัวของรถสปอร์ตชั้นนำ แต่ยังเป็นโอกาสให้เหล่าผู้หลงใหลการขับขี่แบบเปิดประทุนได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสัมผัสจิตวิญญาณของปอร์เช่ (Porsche) อย่างแท้จริง

    ภายในงานยังมี กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ดนตรีสด อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าสุดพรีเมียมจาก Porsche Lifestyle ให้แฟน ๆ ได้เลือกซื้อ งานนี้คือโอกาสพิเศษสำหรับทุกคนที่หลงใหลในความเร็ว อิสระ และการขับขี่แบบ Roofless ที่ไม่ควรพลาด

    ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งการขับขี่แบบเปิดประทุนในงาน “Mini Das Treffen: Roofless” วันที่ 9 มีนาคม 2025 ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

     

    เกี่ยวกับปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป

    ปอร์เช่ ประเทศไทย ดำเนินการโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ อิมพอร์ต  (AAS Auto Import Co., Ltd.) เป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวของยนตรกรรมสปอร์ต ปอร์เช่ ในประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2536 แบรนด์ปอร์เช่ เป็นผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตหรูชั้นนำจากเมืองสตุ๊ทการ์ท ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีชื่อเสียงจากรุ่นในตำนานอย่าง 911, 718, Cayenne, Macan, Panamera และ Taycan ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวในปี 2562 และในปี 2567 ได้เปิดตัว Macan ยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของปอร์เช่

    ปัจจุบัน ปอร์เช่ ประเทศไทย มีโชว์รูมและศูนย์บริการเปิดให้บริการ 5 แห่ง ได้แก่ Porsche Centre Bangkok (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Centre Pattanakarn (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Centre Bangna (บริหารงานโดย บริษัท สตุทการ์ต ออโต้โมทีฟ (ประเทศไทย)), Porsche Studio Bangkok ICONSIAM ชั้น 1 (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Studio Siam Paragon ชั้น 2 (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด) และในอนาคตอันใกล้นี้ ยังมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ได้แก่ Porsche Centre Pattaya (บริหารงานโดย บริษัท ไซม์ ดาร์บี้ ออโต้ สปอร์ตส จำกัด) และ Porsche Centre Kalaprapruk (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด)

     

    Porsche PR Thailand

    Public Relations and Media

    อจิณไตย สุดใจ (จูซ)

    Phone: +662 522 6655 ext. 448

    E-mail: porschepr@porsche.co.th


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • “เบนซ์ไพรม์มัส” คว้า 7 รางวัลความภาคภูมิใจ ตอกย้ำความแข็งแกร่งตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Benz ชั้นแนวหน้า

    1 Min Read

    “เบนซ์ไพรม์มัส” คว้า 7 รางวัลความภาคภูมิใจ ตอกย้ำความแข็งแกร่งตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Benz ชั้นแนวหน้า

    “เบนซ์ไพรม์มัส” นำทีมคว้า 7 รางวัล แห่งความภาคภูมิใจด้านการขายและบริการหลังการขาย ตอกย้ำความแข็งแกร่งตัวแทนจำหน่าย MercedesBenz แถวหน้าของไทย เดินหน้ายกระดับคุณภาพทีมงาน สร้างความพึงพอใจสูงสุดลูกค้าทุกระดับชั้น

    เมื่อเร็วๆ นี้ นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน และ นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ พัทยา จำกัด ในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” รับมอบรางวัลชนะเลิศ และรางวัลต่างๆ ด้านการขายและด้านบริการหลังการขาย รวมทั้งสิ้น 7  รางวัล โดยได้รับเกียรติจาก มร.มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่, มร.คายอูเว ทริลเลนแบร์ก รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและการขาย และนายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ในการประชุมตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ประจำปี 2025 :  Annual Retail Partner Conference 2025 (ARPC2025) และการประชุมบริการหลังการขาย Mercedes-Benz ประจำไตรมาส 1 ปี 2025 :  Mercedes-Benz After-Sales Conference Q12025 ที่จัดขึ้นโดย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการ

    นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน  บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ พัทยา จำกัด ในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป”  เปิดเผยว่า การได้รับรางวัลมากถึง 7 รางวัล จากแบรนด์ลักชัวรี่ระดับชั้นแนวหน้าอย่าง “เมอร์เซเดส-เบนซ์” นับเป็นความภาคภูมิใจให้แก่คณะผู้บริหารและทีมงานของเราเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเป็นการตอกย้ำความเป็นมืออาชีพในการบริหารงานที่มีศักยภาพและคุณภาพของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ในฐานะตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้าของไทย

    จากพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นและให้ความสำคัญในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุด ควบคู่กับการบริการหลังการขายสมบูรณ์แบบและครอบคลุมในทุกมิติ ด้วยเหตุนี้ ทาง “ไพรม์มัส กรุ๊ป” จึงมุ่งมั่นและทุ่มเทการพัฒนาการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างประสิทธิภาพและคุณภาพการบริการให้สูงขึ้นกว่าเดิม พร้อมเสริมสร้างความรู้และความชำนาญด้านเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ ให้แก่บุคลากรในทุกระดับชั้น ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและมอบความไว้วางใจในการเข้าใช้บริการที่โชว์รูมและศูนย์บริการของ “เบนซ์ไพรม์มัส” อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปี

    และวันนี้ “เบนซ์ไพรม์มัส” สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้า และประสบความสำเร็จในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยได้รับรางวัลชนะเลิศมาตรฐานด้านระบบเทคนิค, รางวัลการบริหารการจัดการด้านบริการ และรางวัลประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าที่ดีที่สุด ประจำปี 2024 ที่สำคัญ บุคลากรด้านที่ปรึกษาการขายของเรา สามารถครองตำแหน่งชนะเลิศขวัญใจลูกค้า Mercedes-Benz ประเภทบุคคล และทั้งหมดนี้ นำไปสู่การได้รับรางวัลตัวแทนจำหน่ายที่มียอดขายสูงสุด ประจำปี 2024 ทั้ง 2 สาขา คือ สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา และสาขาพัทยา

    นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด, บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ พัทยา จำกัด และบริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “เบนซ์ไพรม์มัส” โดดเด่นและประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันรวดเร็ว นั่นคือ  ทีมงาน  ที่ถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเน้นการเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพและประสบการณ์ในงานที่รับผิดชอบ ควบคู่กับการส่งเสริมให้บุคลากรได้เรียนรู้งานและพัฒนาตนเองในสายงานที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง ผสานกับรูปแบบการทำงานที่เน้นความคล่องตัว เพื่อความสะดวกในการทำงานและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วพร้อมเสริมสร้างทัศนคติที่ดีในการให้บริการลูกค้าด้วยใจ เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุด และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าของเราทุกคน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเข็มแข็งแก่ธุรกิจให้ก้าวหน้าและมั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป

    ดังนั้น เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์  Mercedes-Benz ได้ร่วมสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณภาพ ล้ำสมัย พร้อมบริการที่ยอดเยี่ยม “เบนซ์ไพรม์มัส” ด้วยแคมเปญสุดพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถยนต์ไฟฟ้า Mercedes-Benz รุ่น EQE 300, EQE 350 4MATIC SUV Electric Art, EQE 350 4MATIC SUV AMG Line, EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic และ Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ รับสิทธิ์พิเศษ! ฟรี เงินชำระครั้งแรก ค่างวดเริ่มต้นที่ 45,000 บาท/เดือน ฟรี! ค่าบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC จำไม่จำกัดจำนวน นาน 1 ปี และ ฟรี! Wallbox พร้อมติดตั้ง หรือเลือกรับ ฟรี!  เงินชำระครั้งแรก ค่างวดเริ่มต้นที่ 53,000 บาท/เดือน ฟรี! ค่าบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้ง นาน 1 ปี และรับฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง พิเศษ! รับโปรแกรม MBSP Easy Care นาน 5 ปี, โปรแกรมขยาย MBSP Extra Guarantee นาน 5 ปี และรับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 MB Protection นาน 3 ปี

    สำหรับ Mercedes-Benz ในรุ่น EQS 450+ AMG Dynamic | EQS 500 4MATIC AMG Premium | EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic รับสิทธิพิเศษ ฟรี ! เงินชำระครั้งแรก ค่างวด เริ่มต้นที่ 72,000 บาท/เดือน ฟรี! ค่าบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC จำไม่จำกัดจำนวน นาน 1 ปี และ ฟรี! Wallbox พร้อมติดตั้ง หรือเลือกรับ ฟรี! เงินชำระครั้งแรก   ค่างวด เริ่มต้นที่ 84,000 บาท/เดือน ฟรี! ค่าบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้ง นาน 1 ปี และรับฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง พิเศษ! รับ MBSP Easy Care นาน 5 ปี, โปรแกรมขยายเวลา MBSP Extra Guarantee นาน 5 ปี และฟรี! ประกันภัยชั้น 1 MB Protection นาน 3 ปี

    ด้านการบริการหลังการขาย ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ขอนำเสนอแคมเปญพิเศษ Elevate Your Ride เพียงลูกค้านำรถเข้ารับบริการ และมียอดใช้จ่าย 20,000 บาทขึ้นไป (ยอดรวมค่าอะไหล่และค่าแรง หลังหักส่วนลด ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท (ไม่รวมค่าแรง) ได้แก่ ส่วนลดพิเศษ 50% จานเบรก 1 คู่ (หน้าซ้าย-ขวา หรือหลังซ้าย-ขวา)*, ฟรี! ผ้าเบรก 1 คู่* หรือเลือกรับฟรี! ไส้กรองฝุ่นแอร์* เมื่อรับบริการ Service A หรือ B  และหากมียอดใช้จ่าย 40,000 บาทขึ้นไป (ยอดรวมค่าอะไหล่และค่าแรง หลังหักส่วนลด ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 20,000 บาท (ไม่รวมค่าแรง) ได้แก่  ฟรี! ผ้าเบรก 2 คู่* หรือฟรี! จานเบรก 1คู่ และผ้าเบรก 1 คู่* หมดเขตวันที่ 30 เมษายน 2568 ทั้งนี้ * เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    ผู้ที่สนใจต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz หรือนำรถยนต์ Mercedes-Benz เข้ารับบริการสามารถ

    นัดหมายล่วงหน้า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โทร.02 095 5555 หรือ Line : @benzprimus และสาขาพัทยา โทร.038 051 5555 หรือ Line : @primuspattaya


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    อีซูซุจัดใหญ่ ชูแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy” ตอกย้ำคุณค่าแบรนด์ เคียงข้างลูกค้า เคียงคู่สังคมไทย

    1 Min Read

    อีซูซุจัดใหญ่ ชูแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy” ตอกย้ำคุณค่าแบรนด์ เคียงข้างลูกค้า เคียงคู่สังคมไทย

    ตลาดรถยนต์เมืองไทยได้รับผลกระทบจากการหดตัวอย่างรุนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักเนื่องมาจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ของบริษัทไฟแนนซ์ เพราะการเพิ่มขึ้นของหนี้เสีย (NPL) และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง อีกทั้งยังมีผู้เล่นใหม่ ๆ ในตลาดเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว อีซูซุ ผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทยทั้งด้านผลิตภัณฑ์ บริการหลังการขาย และกลยุทธ์การตลาดที่มัดใจลูกค้ามายาวนานเกือบ 7 ทศวรรษ มีวัตถุประสงค์จะรักษาฐานลูกค้าไว้ให้ได้อย่างมั่น จึงขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิดหลัก “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ขอเป็นเพื่อนคู่ใจที่ลูกค้าชาวไทยไว้วางใจได้เสมอในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนซื้อรถ ระหว่างการใช้รถ จนถึงการเปลี่ยนรถหรือซื้อซ้ำ โดยตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความสุขแก่       คนไทย และสร้างการรับรู้คุณค่าแบรนด์อีซูซุที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย ซึ่งได้เจริญเติบโตตลอดมาและพร้อมที่เคียงคู่ประเทศไทยต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน

    กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “Isuzu Trusted Buddy” คือ การสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนของแบรนด์อีซูซุจากแบรนด์อื่น ๆ ด้วยแนวคิดในการยกระดับแบรนด์อีซูซุ ที่ไม่เพียงเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าชาวไทยให้ความไว้วางใจ แต่ยังเป็นแบรนด์ที่มีคุณค่าสูงต่อสังคมไทยด้วย เริ่มจากผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง มั่นใจได้ตามแบบฉบับญี่ปุ่น ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานอย่างแท้จริงของคนไทย นั่นคือ ประหยัดน้ำมัน ทนทาน คุ้มค่าเงินสูงสุด รวมทั้งการยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แข็งแกร่งขึ้น ผ่านเครือข่ายการจำหน่ายและบริการที่ใหญ่และดีที่สุดแบรนด์หนึ่งของประเทศ โดยในปีนี้จะมีการยกระดับการดูแลลูกค้าใหม่ หรือ Isuzu Operation Standard (IOS) 4.0 หลังจากที่ได้ดำเนินการสำเร็จมาแล้ว 3 โปรเจกต์ คือ IOS1.0, Hearty Smile และ Omotenashi โดยจะสร้างมาตรฐานการดำเนินงานระดับสูงทั้งในด้านการขาย และบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้ามีความสุข วางใจแบรนด์อีซูซุตลอดการใช้งาน นอกจากนี้ บริษัทฯ จะตอกย้ำคุณค่าแบรนด์ต่อสังคมไทยที่อีซูซุยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด คือ การถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี การส่งเสริมธุรกิจคนไทย การจ้างงาน ช่วยให้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมประเทศไทยเจริญเติบโตมาด้วยกันตลอดเกือบ 70 ปี”

    แคมเพจ์นการตลาด “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” จะเริ่มสื่อสารผ่านการใช้ Music Marketing ด้วยเพลงและมิวสิควิดีโอ “อีซูซุคู่ไทย” ซึ่งมีคุณบอย ตรัย หนึ่งในนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย เป็นผู้แต่งเนื้อร้องและทำนอง ขับร้องโดยคุณนภ พรชำนิ ศิลปินอบอุ่นเจ้าของเพลงรักมากมาย และ     คุณมะปราง – อลิสา ขุนแขวง ดาราสาวดีกรีนักแข่งรถยนต์ทางเรียบ โดยสามารถรับชมมิวสิควิดีโอได้ที่ https://youtu.be/Vh6zSFoplC8 พร้อมร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ความผูกพันกับอีซูซุในกิจกรรม “ความทรงจำดี ๆ กับอีซูซุ”  พร้อมติด #IsuzuTrustedStory ในแอปพลิเคชัน my-CIRCLE และ Facebook : All-New ISUZU    D-Max, All-New ISUZU MU-X และ ISUZU Trucks Thailand

    อีซูซุเริ่มธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ก่อตั้งโรงงานผลิตในปี 2506 และในปี 2545 อีซูซุได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยเพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก จวบจนปัจจุบันอีซูซุได้ผลิตรถในประเทศไทยแล้วมากกว่า 6 ล้านคัน โดยเป็นการส่งออกจำนวนกว่า 3 ล้านคัน ไปยัง 100 กว่าประเทศทั่วโลก ซึ่งการผลิตรถปิกอัพอีซูซุ ได้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยมากกว่า 90 % นับเป็น Thai-made Vehicle อย่างแท้จริง ด้วยนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลทำให้รถปิกอัพเป็น Product Champion ของไทย นอกจากจะสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างมากแล้ว ยังทำให้ประเทศไทยมีห่วงโซ่อุปทานทางด้านชิ้นส่วนยานยนต์ที่แข็งแกร่งระดับโลก โดยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 2,500 บริษัท และมีพนักงานในอุตสาหกรรมนี้กว่า 850,000 คน

    อีซูซุจะทยอยแนะนำกิจกรรมดี ๆ ภายใต้แนวคิด “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” เพื่อลูกค้าและสังคมไทยตลอดทั้งปี ท่านที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai หรือรอพบกับบูธอีซูซุ งาน “Thailand International Bangkok Motor Show 2025” ณ อาคารชาเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • Post Image

    พีทีที สเตชั่น เข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” จากกรมการค้าภายในครบ 100% ได้รับการรับรองระดับสีเงินมากที่สุดในประเทศ ตอกย้ำความเข้มข้นในการรักษามาตรฐานการให้บริการ “มั่นใจ เต็มลิตร ทุกปั๊ม”

    1 Min Read

    พีทีที สเตชั่น เข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” จากกรมการค้าภายในครบ 100% ได้รับการรับรองระดับสีเงินมากที่สุดในประเทศ ตอกย้ำความเข้มข้นในการรักษามาตรฐานการให้บริการ “มั่นใจ เต็มลิตร ทุกปั๊ม”

    พีทีที สเตชั่น ทุกสถานีทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นโครงการเสริมจากมาตรการทางกฎหมาย ผ่านการรับรองระดับสีเงิน 105 สถานี ถือเป็นแบรนด์สถานีบริการที่ได้รับการรับรองระดับสีเงินจำนวนมากที่สุด และมี พีทีที สเตชั่น ที่ผ่านการรับรองหัวจ่ายมาตรฐานแล้ว 2,167 สถานี ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการและรออนุมัติ พิสูจน์ความมุ่งมั่นในการส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสูงสุดให้กับผู้บริโภค

    นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า โครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” เป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง กรมการค้าภายใน ร่วมกับ บริษัทผู้ค้าน้ำมันทั้ง 10 บริษัท โดยให้สถานีที่เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องส่งรายงานผลการทดสอบน้ำมันของตน ให้กับกรมการค้าภายใน เดือนละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน  และหลังจากนั้นให้ส่งรายงานผลการทดสอบน้ำมันให้กรมเดือนละครั้ง ทุกเดือน หากสถานีใดดำเนินการได้ถูกต้อง   ครบถ้วน จะได้การยกระดับป้ายสัญลักษณ์เป็นสีเงิน (Silver) และหากปฏิบัติตามเงื่อนไขถูกต้องจนครบ 2 ปี จะได้รับการยกระดับป้ายสัญลักษณ์เป็นสีทอง (Gold) ตามลำดับ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่ใช้บริการจากสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศว่าจะได้ปริมาณถูกต้องครบถ้วนอย่างแน่นอน ปัจจุบันนี้มีสถานีที่สมัครและเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 6,793 สถานี และได้รับการอนุมัติเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 5,788 สถานี และมีสถานีที่ได้รับป้ายสีเงินแล้วทั้งสิ้น 211 สถานี

    หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า การเข้าร่วม “โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ของกรมการค้าภายใน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานและความตั้งใจของ OR ที่ให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานการให้บริการของ พีทีที สเตชั่น มาอย่างต่อเนื่องให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น และเป็นตัวอย่างที่สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของ OR ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด และตอกย้ำความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าจะได้รับปริมาณน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐานทุกหัวจ่ายตามที่กรมการค้าภายในกำหนด โดยปัจจุบัน สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ทุกแห่งทั่วประเทศจำนวน 2,340 สถานี ได้สมัครเข้าร่วมโครงการครบถ้วนทั้งหมด 100% แล้ว โดยมีสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่ได้รับการอนุมัติให้ผ่านการรับรองแล้ว 2,167 สถานี ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการและรออนุมัติ และยังมีสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่ได้รับการรับรองระดับสีเงิน ซึ่งเป็นสถานีบริการที่รักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน จำนวน 105 แห่ง จากจำนวนสถานีบริการทุกแบรนด์ที่ได้รับการรับรองระดับเงินทั้งหมดทั่วประเทศ จำนวน 211 แห่ง ซึ่งถือเป็นแบรนด์สถานีบริการน้ำมันที่ได้รับมาตรฐานในระดับนี้จำนวนมากที่สุดในประเทศ และอยู่ระหว่างการการมุ่งสู่การรับรองระดับสูงสุดคือระดับสีทองที่ต้องรักษามาตรฐานต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี อีกด้วย

    ทั้งนี้ OR มีหน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานการให้บริการของสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ (Mobile Unit) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับทั้งสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานสูงสุด และที่ผ่านมา OR ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และนำส่งรายงานการตรวจสอบให้กองชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นประจำทุกเดือน และหากพบว่ามีค่าที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดจะปิดการจำหน่ายหัวจ่ายนั้น ๆ ทันที     และประสานงานแจ้งเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ และให้คำรับรองมาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ก่อนที่จะเปิดจำหน่ายอีกครั้ง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็มจี เสริมทัพ NEW MG4 เสิร์ฟความสนุก เร้าใจ ครั้งใหม่ ที่ชาร์จไว และขับไกลมากยิ่งขึ้น กับ LONG RANGE รุ่น D ในราคาพิเศษเพียง 719,900 บาท

    2 Min Read

    เอ็มจี เสริมทัพ NEW MG4 เสิร์ฟความสนุก เร้าใจ ครั้งใหม่ ที่ชาร์จไว และขับไกลมากยิ่งขึ้นกับ LONG RANGE รุ่น D ในราคาพิเศษเพียง 719,900 บาท

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยการเสริมทัพเติมทางเลือกยนตรกรรมในกลุ่มอีวี เปิดตัว NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ NEW MG4 ที่ได้รับการยอมรับในฐานะโกลบอลอีวี การันตีด้วยรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีทั้งใน
    และต่างประเทศ NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D มาพร้อมกับจุดเด่นของการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถวิ่งได้ไกลที่สุดในคลาสเดียวกัน ด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 64 kWh (NMC) ที่สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 540 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC และรองรับการชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 140 kW พร้อมทั้งยังมีดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ความสนุกในการขับขี่ และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มุ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มอบทั้งประสิทธิภาพการขับขี่เอาไว้ในคันเดียว พร้อมให้คนไทยเป็นเจ้าของได้ง่ายแบบสบายกระเป๋าด้วยราคาพิเศษเพียง 719,900 บาท จากราคาปกติ 769,900 บาท ทั้งยังเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่กล้าการันตีความมั่นใจด้วย LIFETIME WARRANTY ที่รับประกันคุณภาพ “ตลอดอายุการใช้งาน แบบไม่จำกัดปี ไม่จำกัดระยะทาง” ของแบตเตอรี่ พร้อมทั้งชุดมอเตอร์และชุดควบคุมขับเคลื่อน โดย เอ็มจี พร้อมทยอยส่งมอบรถ NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D ให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เป็นต้นไป  

    สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่ขับสนุกอย่างไร้ขีดจำกัด กับ NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D
    ที่มอบทั้งความมั่นใจและความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง

    NEW MG4 เป็นรถแฮทช์แบ็คไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังของ เอ็มจี โดยถือเป็นโกลบอลอีวีรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถอีวี มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ICON” นิยามของการเป็นต้นแบบและมาตรฐานใหม่ของรถอีวีที่ขับสนุก ด้วยจุดเด่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ตัวถังที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ 5-Link Suspension ซึ่งทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะการขับขี่ และการควบคุมที่ดีเยี่ยม เหนือกว่าด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) พร้อมกับระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 26 ระบบ โดย เอ็มจี ได้ต่อยอดความสำเร็จของของยนตรกรรมรุ่นนี้ และเพิ่มทางเลือกให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ด้วยการเปิดตัว NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นของ NEW MG4 ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นในทุกมิติ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังสูงสุด 170 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ Rubik’s Cube Battery ขนาดความจุ 64 kWh (NMC) ที่สามารถวิ่งได้ไกลที่สุดในคลาสเดียวกัน ด้วยระยะทางสูงสุดถึง 540 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC และรองรับการชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาเพียง 26 นาที ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 140 kW (ความเร็วในการชาร์จขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และกำลังไฟของสถานีชาร์จนั้น ๆ)

    NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D มีสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ คือ สีส้มหลังคาดำ (Fizzy Orange/ Black Top) สีขาวหลังคาดำ (Arctic White/ Black Top) สีเทาหลังคาดำ (Andes Grey/ Black Top) สีดำ (Black Knight/ Black Top) และสีฟ้าหลังคาดำ (Sol Blue/ Black Top) ภายในมีสีดำล้วน

    จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 719,900 บาท จากราคาปกติ 769,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2568 นี้เท่านั้น

    • พิเศษ! ดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์เริ่มต้นที่ 25%
    • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
    • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุ การใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
    • ฟรี! MG Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง จำนวน 1 ชุด
    • ฟรี! ชุดพรมปูพื้น

    NEW MG4 ไม่เพียงแต่เป็นยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน แต่ยังมาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์สำคัญของแบรนด์ เอ็มจี ที่ช่วยคลายความกังวลใจของผู้บริโภคเกี่ยวกับความทนทานของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ NEW MG4 ยังได้รับการการันตีคุณภาพด้วยรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2023 และรางวัล Best Family Car จาก UKCOTY รวมถึงได้รับการยอมรับในระดับสากลจากเว็บไซต์ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์อีวี และยังเป็นโมเดลที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) ด้วยเช่นเดียวกัน

    นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอ็มจี มุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคไว้ได้ในทุกด้าน และสะท้อนถึงความตั้งใจในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่ง NEW MG4 ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลภาคภูมิใจของแบรนด์ เอ็มจี ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยยอดขายสะสมในประเทศไทยรวมแล้วกว่า 13,000 คัน และยอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 200,000 คัน โดยการเพิ่ม NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D เข้าสู่ตลาดอีวีไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่ยังเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงยังเป็น “การเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า” ให้กับลูกค้าชาวไทยที่มองหารถที่สามารถมอบทั้งการขับขี่ที่ขับสนุก ชาร์จได้ไว ขับได้ไกลแบบไม่ต้องกังวล สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมและทดลองขับ NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D ได้ที่ศูนย์บริการคุณภาพของ เอ็มจีมากกว่า 140 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

    Website: www.mgcars.com
    Line: @MGThailand
    Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
    Twitter: @mg_thailand
    Instagram: @mgthailand
    Youtube: MG Thailand
    TikTok: @mgthailand
    Application: MG Thailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าอัปสกิลจัดแข่งขัน MAZTECH THAILAND ประจำปี 2567 ยกระดับมาตรฐานการบริการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า

    1 Min Read

    มาสด้าอัปสกิลจัดแข่งขัน MAZTECH THAILAND ประจำปี 2567 ยกระดับมาตรฐานการบริการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า

    มาสด้าเป็นมากกว่าแบรนด์ที่จำหน่ายรถยนต์ เป็นผู้ที่มีความรักในรถยนต์ และต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนที่รักรถ เพื่อส่งมอบความสุขในการขับขี่ให้กับลูกค้าทุกคน โดยมีเป้าหมายคือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ลูกค้ารักและมองหา เป็นแบรนด์ที่สร้างความเชื่อมโยงทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก เพื่อมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่จนพัฒนาเป็นความสุขในการใช้ชีวิต และกลายเป็น “ส่วนหนึ่งของชีวิตที่เติมเต็มความหมาย” มาสด้าจึงจัดการแข่งขันทักษะด้านการบริการลูกค้า หรือ MAZTECH Thailand ประจำปี 2567 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดพนักงานฝ่ายบริการหลังการขายที่มีความเป็นเลิศใน 3 ประเภท คือ ประเภทช่างเทคนิค ที่ปรึกษาด้านการบริการ และเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจของแบรนด์มาสด้า เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการตามแนวทางการบริหารคุณค่าแบรนด์ (Mazda Brand Value Management) เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะและส่งเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งให้บุคลากรของผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ ด้วยปณิธานที่มุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถ โดยคัดเลือกสุดยอดบุคลากรจากทั่วประเทศด้วยการทดสอบที่เข้มข้นให้เหลือเพียง 30 คน เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยการแข่งขันจัดขึ้น ณ ศูนย์ฝึกอบรมมาสด้า

    นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงาน MAZTECH Thailand ว่าเป็นกิจกรรมที่มาสด้าจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและต่อเนื่องมาเป็นเวลา 19 ปี โดยมีวัตถุประสงค์หลักสำคัญ คือ การยกระดับมาตรฐานการให้บริการตามแนวทางการบริหารคุณค่าแบรนด์มาสด้า Mazda Brand Value Management อันสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาและแนวคิด PPV ประกอบด้วย Purpose เจตนารมณ์และเหตุผลในการดำรงอยู่ของมาสด้า Promise คำมั่นสัญญาจากแบรนด์ที่มีให้กับลูกค้า และ Values การสร้างคุณค่าของแบรนด์ให้เป็นมากกว่ายานพาหนะ ทั้งสามส่วนนี้คือแกนหลักในการส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ความประทับใจและความพึงพอใจสูงสุดตลอดระยะเวลาครอบครองรถ จนกระทั่งกลับมาซื้อซ้ำหรือซื้อเพิ่มเติม อันเป็นเป้าหมายของแบรนด์ตามกลยุทธ์ Retention Business Model ที่มาสด้ามุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ในทุกกระบวนการของการทำงาน เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจ รวมถึงเติมเต็มคุณค่าในทุกเส้นทางและทุกการใช้ชีวิตของลูกค้า

    ปัจจุบันมาสด้ามีผู้จำหน่ายทั้งหมด 84 โชว์รูม สามารถรองรับลูกค้าเข้ารับบริการได้ถึง 700,000 คันต่อปี หรือ 57,000 คันต่อเดือน โดยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีจำนวน 19 โชว์รูม สามารถรองรับปริมาณลูกค้าเข้ารับบริการได้ถึง 250,000 คนต่อปี หรือ มากกว่า 20,000 คันต่อเดือน ส่วนต่างจังหวัดมีผู้จำหน่ายอยู่ทั้งหมด 65 แห่ง สามารถรองรับปริมาณการบริการได้สูงสุด 450,000 คันต่อปี หรือ มากกว่า 37,000 คันต่อเดือน พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะมาเข้ารับบริการได้เพียงพอและครอบคลุมทั่วประเทศ

    การจัดแข่งขัน MAZTECH Thailand ประจำปี 2567 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรฝ่ายบริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ได้มีโอกาสพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง และเพิ่มศักยภาพในการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และนำเอาองค์ความรู้ที่ได้รับจากการแข่งขันกลับไปดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด รวมถึงให้คำแนะนำและการช่วยเหลือลูกค้าให้เกิดความสบายใจไร้ความกังวลในทุกครั้งที่กลับเข้าศูนย์ฯ ด้วยคุณภาพการบริการที่ได้มาตรฐานและใส่ใจในทุกรายละเอียด อีกทั้งสามารถแก้ไขปัญหาได้ครบจบในครั้งแรก ที่สำคัญยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการเป็นตัวแทนจากประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันทักษะด้านบริการในระดับนานาชาติต่อไป โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา มีผู้ผ่านเข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือกทั้งหมด 188 คน จากบุคลากรของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ โดยแบ่งออกเป็นช่างเทคนิค 66 คน ที่ปรึกษาด้านการบริการ 61 คน และเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ 61 คน ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดจำนวน 10 คน ในแต่ละประเภท จะได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ณ ศูนย์ฝึกอบรมมาสด้า โดยผู้ที่ชนะเลิศในการแข่งขันแต่ละประเภทประจำปี 2567 มีดังต่อไปนี้

    ประเภท ช่างเทคนิค

    ชนะเลิศ : นาย ภาณุพงษ์ คมขำ บริษัท มาสด้า ชลบุรี จำกัด (มหาชน) – ประดิษฐ์มนูธรรม

    รองชนะเลิศ อันดับ 1: นาย ณัฐนันต์ พวงทอง บริษัท นที ยูนิตี้ มอเตอร์ จำกัด – ราชพฤกษ์

    รองชนะเลิศ อันดับ 2: นาย อนุพงษ์ มูลอ้าย บริษัท 14 ออโตโมทีฟ จำกัด

    ประเภท ที่ปรึกษาด้านบริการ

    ชนะเลิศ : นางสาว วรรนิสา นาคพลี บริษัท แอลบาทรอส ออโต้ จำกัด

    รองชนะเลิศ อันดับ 1: นางสาว สาวิตรี ไพรศรี บริษัท มาสด้าเชียงใหม่ จำกัด

    รองชนะเลิศ อันดับ 2: นางสาว วันวิสา เพ็ชรประเสริฐ บริษัท มาสด้า มหาราช จำกัด

    ประเภท เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์

    ชนะเลิศ : นางสาว ฐิติมา แสงรอด บริษัท วีเอ็มดี ออโต้เซลส์ จำกัด

    รองชนะเลิศ อันดับ 1 : นางสาว ศศิธร น้อยวิไล บริษัท 14 ออโตโมชั่น จำกัด

    รองชนะเลิศ อันดับ 2 : นางสาว จุฑามาศ รักธรรม บริษัท ดุสิตออโต้เซลส์ จำกัด

    มร. ทาเคชิ มิคามิ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวในพิธีมอบรางวัล MAZTECH Thailand ในปีนี้ว่า “มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศการแข่งขัน MAZTECH Thailand ประจำปี 2567 ขอขอบคุณในความมุ่งมั่นเพื่อส่งมอบประสบการณ์บริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าของเราเสมอมา รวมถึงผู้บริหารของผู้จำหน่ายฯ ที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ตามปณิธานของมาสด้า คือ การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่นำมาซึ่งประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตในทุกมิติ โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท สำหรับทุกท่านที่ผ่านเข้ามาสู่รอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ ผมชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ทุกคนมุ่งมั่นฝึกฝนพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นไม่ย่อท้อ เชื่อว่าทุกคนล้วนมีหัวใจรักในการบริการ เพราะเราล้วนมีสปิริตเดียวกัน นั่นคือ Challenger Spirit อันเป็นสิ่งหล่อหลอมให้พวกเราชาวมาสด้าเดินหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ ผนวกกับจิตวิญญาณการให้บริการที่เอาใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่เพียงแค่กระบวนการทำงานที่ได้มาตรฐานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขยายครอบครัวมาสด้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน อันเกิดจากความมุ่งมั่นที่แท้จริง แล้วเราจะประสบความสำเร็จในอนาคตไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน

    “มาสด้าขอให้คำมั่นสัญญาว่า เราจะเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ามาสด้าในทุก Touchpoint ยกระดับประสบการณ์ด้านการบริการให้กับลูกค้าทุกคน และมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการบริการให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแบบครบวงจร นับแต่วันแรกที่แบรนด์มาสด้าได้มีโอกาสทำความรู้จักกับลูกค้า ตั้งแต่ก่อนที่ลูกค้าจะซื้อรถ ตลอดจนการบริการหลังการขาย หรือการกลับมาซื้อซ้ำในครั้งต่อๆ ไป เพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นรถยนต์คู่ใจของทุกคนในครอบครัว” มร. ทาเคชิ มิคามิ กล่าวเพิ่มเติม


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนลูกค้าร่วมปลูกปะการัง กับทริปสุดพิเศษ ‘THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL’

    1 Min Read

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนลูกค้าร่วมปลูกปะการัง กับทริปสุดพิเศษ ‘THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL’

     

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าร่วมปลูกปะการัง กับทริปสุดพิเศษ  THE EXCLUSIVE STORY – EP.4 D[R]IVE FOR REVIVAL’ ณ ปลายแหลมแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตอกย้ำแนวคิด ‘Everyday Adventure’ เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าได้สนุกกับทุกการเดินทาง พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมของแบรนด์

    นางสาวริสึโคะ คาเนะโคะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าได้สนุกกับทุกการเดินทาง ด้วยรถยนต์คุณภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของเรา ที่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทาง พร้อมลุยไปกับคุณในทุกที่ มอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เติมเต็มความสนุกเร้าใจให้กับการขับขี่ในทุกๆ วัน ภายใต้แนวคิด ‘Everyday Adventure’ และสอดคล้องกับแผนการดำเนินงานเพื่อสังคมของเราในด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”

    กิจกรรมครั้งนี้เริ่มจากการบรรยายพิเศษ โดยผู้เชี่ยวชาญของค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ เพื่อมอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีววิทยาของปะการัง ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของแนวปะการัง และแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล พร้อมการฝึกอบรมการใช้อุปกรณ์ดำน้ำตื้นและเทคนิคการดำน้ำพื้นฐาน ก่อนออกเดินทางสู่ทะเลเพื่อร่วมกิจกรรมการปลูกและฟื้นฟูแนวปะการัง

    หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ผู้เข้าร่วมงานยังได้เพลิดเพลินไปกับเครื่องดื่มและของว่าง พร้อมชมวิวทะเลที่สวยงามที่ร้าน Palyn Cafe & Eatery Samaesarn คาเฟ่ชื่อดังในสัตหีบ ก่อนร่วมงานเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษ พร้อมด้วยดนตรีสด และกิจกรรมความสนุกอีกมากมาย

    นายพีรภัทร  ศรีประมาณ เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี กล่าวว่า “ถึงแม้จะเคยร่วมกิจกรรม CSR หลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนชาวมิตซูบิชิ รู้สึกประทับใจและสนุกมากครับ ผมให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว และก่อนตัดสินใจซื้อรถก็เคยเปรียบเทียบกับ EV แต่เนื่องจากไม่สะดวกที่จะติดตั้งที่ชาร์จ จึงมองว่ารถ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้มากกว่า ทั้งในเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความประหยัดน้ำมัน ชอบที่สามารถเลือกใช้โหมดการขับขี่ได้ โดยส่วนใหญ่ผมใช้ Normal กับ EV Mode ที่ช่วยให้การขับขี่ประหยัดพลังงานมากขึ้นครับ”

    นายศุภทิน รอดแก้ว อีกหนึ่งลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรม เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต กล่าวว่า “ปกติผม  เดินทางบ่อย ทั้งกลับบ้านที่ตรังและสุราษฎร์ รวมถึงเที่ยวทะเลแถวบางแสนและพัทยา ทริปนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมกิจกรรมกับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และประทับใจมาก ทีมงานดูแลดีและเป็นกันเองสุดๆ แสมสารเป็นทะเลอีกหนึ่งที่ ที่สวยงามมาก มีจุดดำน้ำและสามารถชมปะการังได้ นับเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผม ส่วนตัวที่เลือกใช้รถ ปาเจโร สปอร์ต เพราะตอบโจทย์การเดินทางของครอบครัว และกำลังวางแผนจะมีลูก เลยต้องการรถที่มีพื้นที่กว้างขวางขึ้น อีกทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ ก็ช่วยให้ขับขึ้นเขาหรือเดินทางในหลากหลายสภาพถนนได้มั่นใจยิ่งขึ้น”

    ลูกค้าและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH หรือติดต่อเพื่อขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก เชิญ Friends of Prestige ร่วมสัมผัส New Continental GT Speed กับนิยาม the First Everyday Supercar ของคนรุ่นใหม่แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ณ AAS House

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก เชิญ Friends of Prestige ร่วมสัมผัส New Continental GT Speed กับนิยาม the First Everyday Supercar ของคนรุ่นใหม่แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ณ AAS House

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จับมือ Prestige Thailand นิตยสารไลฟ์สไตล์หรูชื่อดัง เชิญ Friends of Prestige แขกผู้นำคนรุ่นใหม่จากหลากหลายแวดวงแถวหน้าของเมืองไทย ร่วมสัมผัส New Continental GT Speed สุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์โฉมใหม่ที่นิยามความเป็น the First Everyday Supercar สำหรับผู้นำคนรุ่นใหม่แบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยได้รับเกียรติจาก คุณ อภิญญา ชัยสันติกุลวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป พร้อมด้วย คุณธนาธิป สุขพูล ผู้จัดการฝ่ายขาย เบนท์ลีย์ แบงค็อก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ขึ้นกล่าวต้อนรับในบรรยากาศที่แขกผู้มีเกียรติได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมเวิร์คช็อปการทำพวงกุญหนังในแบบเฉพาะตัว ณ AAS House แกลเลอรีสุดหรูสำหรับชาวซิตี้ไลฟ์สไตล์ที่นำเสนอยนตรกรรมระดับพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกภายใต้ AAS Group เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

    อภิญญา ชัยสันติกุลวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เบนท์ลีย์ แบงค็อก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กล่าวเปิดงาน พร้อมเผยถึงจุดเด่นของ the First Everyday Supercar รุ่นนี้ว่า “New Continental GT มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว และทันสมัยยิ่งขึ้น สะท้อนความเป็น the First Everyday Supercar รถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้นำคนรุ่นใหม่ ผู้ที่ชื่นชอบในสมรรถนะความสปอร์ตและเสน่ห์การขับขี่ในแบบแกรนด์ ทัวเรอร์ด้วยหัวใจสำคัญอย่าง สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์และเทคโนโนโลยีแบบแกรนด์ ทัวเรอร์ แต่ยังคงรักษาเสน่ห์ของงานฝีมือแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์ไว้อย่างครบถ้วน”

    แขกผู้มีเกียรได้สัมผัสกับ New Continental GT Speed ที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้านงานดีไซน์ที่ถือเป็นการปฏิวัติการออกแบบของรถยนต์เบนท์ลีย์ในรอบสองทศวรรษด้วยการออกแบบไฟหน้าเดี่ยวในลักษณะ ‘คิ้ว’ แนวนอนแบบใหม่ พร้อมด้วยเอฟเฟกต์เพชรเจียระไนด้านบนกรอบไฟ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ทำให้รูปลักษณ์ของ New Continental GT มีการแสดงออกที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากการแสดงออกของเสือนักล่า ไฟท้ายยังมาพร้อมกับการออกแบบใหม่ด้วยกราฟิกที่กว้างขึ้นทอดยาวตามแนวฝากระโปรงหลัง พร้อมกับการตกแต่งด้วยลวดลายเพชรแบบ 3 มิติตลอดรูปทรง โดยเมื่อส่องสว่าง ส่วนปลายของเพชรจะเห็นได้อย่างเด่นชัด ทำให้เกิดเอฟเฟกต์ภาพเสมือนลาวาหลอมเหลว นอกจากนี้ การตกแต่งภายในห้องโดยสารยังสะท้อนถึงความประณีตและความละเอียดอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ด้วยการออกแบบภายในแบบใหม่หมดจดที่ให้ความรู้สึกที่ร่วมสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น โดยมีเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ล้ำสมัยอย่างคุณสมบัติเบาะโดยสารแบบ Wellness พร้อมด้วยระบบกรองอากาศด้วยการสร้างไอออนในอากาศแบบอัจฉริยะและตัวเลือกการปรับท่าทางบนเบาะโดยสารทั้ง 4 ที่นั่งแบบอัตโนมัติ ตอกย้ำความเป็นซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้นำคนรุ่นใหม่ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้น การออกแบบที่สปอร์ตและโฉบเฉี่ยว พร้อมด้วยเทคโนลียีการขับขี่ที่ล้ำสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    นอกเหนือจากการสัมผัส New Continental GT Speed แขกภายในงานยังได้ประทับใจกับการต้อนรับด้วยเครื่องดื่มที่จับคู่กับเมนูคานาเป้ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษโดยเชฟจาก Your Kitchen Catering by YUU ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศที่นำเข้าโดย CTI Food Supply พร้อมเพลิดเพลินไปกับดีเจที่ได้มามิกซ์เพลงให้แขกได้เอ็นจอยตลอดทั้งงาน และกิจกรรมเวิร์คช็อปการทำพวงกุญหนังพรีเมียมที่สามารถเลือกรูปทรง เฉดสี และการตกแต่งด้วยตัวอักษรในแบบเฉพาะตัว สะท้อนความหรูหรา งานฝีมือ และการออกแบบเฉพาะบุคคลที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ได้เป็นอย่างดี

    สำหรับการเปิดรับคำสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น New Continental GT Speed และ New Continental GTC Speed เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่มาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) และ Service Package นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี

    ยลโฉม New Continental GT Speed อัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่จะนิยาม ‘Start Something Powerful’ ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้นระดับซูเปอร์คาร์และการตกแต่งด้วยงานฝีมือชั้นสูง ตอกย้ำความเป็นซูเปอร์คาร์ที่ทรงสมรรถนะที่สุดของแบรนด์ เผยโฉมให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ AAS House บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 10:00 – 20:00 น.

    ผู้ที่สนใจสามารถนัดหมายเข้าชมหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษ โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OMODA & JAECOO ผนึกกำลัง BOI จัดงาน OMODA & JAECOO Sourcing Day เฟ้นหาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย มุ่งพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไทยสู่ระดับโลก

    1 Min Read

    OMODA & JAECOO ผนึกกำลัง BOI จัดงาน OMODA & JAECOO Sourcing Day เฟ้นหาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย มุ่งพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไทยสู่ระดับโลก

    OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จัดงาน “Sourcing Day” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ พร้อมรับทราบนโยบายการจัดซื้อและเข้าร่วมการเจรจาธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ โดยได้รับเกียรติจากนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และนายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ ห้อง Cattleya โรงแรม Rama Gardens Hotel Bangkok

    นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า “กิจกรรม Sourcing Day เป็นงานที่ บีโอไอให้ความสำคัญ เพื่อผลักดันการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงซัพพลายเชนระดับโลก และเกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการผลิต การจัดการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และอาจนำไปสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจหรือการร่วมทุนกันในอนาคต การร่วมมือกับบริษัท ระดับโลกอย่าง Chery Automobile (OMODA & JAECOO) ในวันนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย และช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก”

    ภายในงานมีผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้ความสนใจเข้าร่วมงานจำนวน 370 คน จาก 200 บริษัท โดยมี 50 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเจรจาธุรกิจโดยตรงกับ OMODA & JAECOO ในรูปแบบ Business Matching รวมทั้งสิ้น 50 คู่เจรจา ทั้งนี้ คาดว่าการเจรจาธุรกิจในครั้งนี้จะสร้างมูลค่าการซื้อขายชิ้นส่วนในประเทศรวมกว่า 2,100 ล้านบาท

    OMODA & JAECOO ตั้งเป้าที่จะดึงดูดผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำในของประเทศไทย ทั้งในด้านคุณภาพและความเชี่ยวชาญ เพื่อนำเทคโนโลยียานยนต์ขั้นสูงมาสู่ประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสรรหาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สำคัญในหลากหลายกลุ่ม ได้แก่ Chassis, Electrical, Exterior, Tire repair kit, New Energy, Powertrain, Interior และ Kit set โดยตั้งเป้าอัตราการผลิตในประเทศ 45% ภายในปีนี้ และเพิ่มมากขึ้นถึง 60% ภายใน 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องไปกับการขยายตัวของระบบนิเวศชิ้นส่วนยานยนต์ของประเทศไทย

    นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “OMODA & JAECOO รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้จัดงาน Sourcing day ร่วมกับ BOI ขึ้นในครั้งนี้ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งผ่านการเจรจาธุรกิจในงาน Sourcing Day นี้  ด้วยผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยมีศักยภาพและนวัตกรรม ทำให้เรามองเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการร่วมงานกับอุตสาหกรรมท้องถิ่นของไทย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดภายในประเทศและระดับสากล ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสำคัญกับงานนี้ และเราหวังว่าวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล”

    นายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงความพร้อมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยว่า “ความคืบหน้าความพร้อมของโรงงานเรา ในตอนนี้เราได้โรงงานผลิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่ที่อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ด้วยพื้นที่ขนาด 104 ไร่ โดยมีมูลค่าการลงทุนที่วางแผนไว้ทั้งสิ้นราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถเริ่มการผลิตได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ด้วยเป้าหมายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 50,000 คันในเฟสแรก และมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 80,000 คันต่อปีภายในปี 2571 เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกในเอเชีย”

    โรงงานแห่งนี้จะเน้นการผลิตแบบ Completely Knocked Down (CKD) โดยเริ่มจาก JAECOO 6 EV ในช่วงแรก และจะขยายไปสู่ทุกรุ่นหลังจากปี 2571 พร้อมติดตั้งหุ่นยนต์เชื่อมสำหรับการเชื่อมอลูมิเนียมที่แม่นยำ นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีแผนลงทุนในผลิต ยานยนต์ ทั้งขยายกำลังการผลิตและโมเดลไฟฟ้าไฮบริด (HEV) รถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของ Chery Group และการจัดตั้งโรงพ่นสีภายในปี 2570 และทางเราได้มีการวางแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศไทยภายใน 3 ปีข้างหน้า รวมถึงการให้ความสำคัญในการจัดจ้างงานสำหรับการทำงานในโรงงานนี้โดยเริ่มต้นจะเป็นแรงงานไทย 150 คนสำหรับการทำงานกะเดียว และจะขยายโรงงานและอัตราการจ้างแรงงานไทยเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยด้วย

    “เราเล็งเห็นถึงศักยภาพของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งมีทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ สามารถผลิตชิ้นส่วนที่มีคุณภาพสูงในระดับสากล ประกอบกับวิสัยทัศน์ของ OMODA & JAECOO ที่มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกในเอเชีย เรามองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ ให้ก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของซัปพลายเชนระดับโลก และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคการส่งเสริมการพัฒนาแรงงาน ในประเทศอย่างยั่งยืน” นายพิชญุตม์ กล่าวทิ้งท้าย

    การจัดงานครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมระบบนิเวศของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในประเทศได้มีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่จะมาสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการรถยนต์


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment