• ฮอนด้าปิดฤดูกาลสุดเดือด! กวาดวินเนอร์ 2 รุ่นท็อป สะเทือนศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025

    1 Min Read

    ฮอนด้าปิดฤดูกาลสุดเดือด! กวาดวินเนอร์ 2 รุ่นท็อป สะเทือนศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 

     ดาวรุ่งนักบิดไทยพร้อมด้วย Honda CBR Series จากแซทเทิลไลท์ทีมฮอนด้า กวาดวินเนอร์จากการแข่งขัน 2 รุ่นท็อปสุดของรายการ จากผลงานอันดับที่ 1 ในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1 Pro) ของ “ข้าวกล้อง-จักรีภัทร” และชัยชนะที่สุดสำคัญในการยืนยันพัฒนาการของ “มิกซ์-ธนัช” ในรุ่นใหญ่สุดแรงสุดของรายการอย่างรุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ระเบิดผลงานในการแข่งขัน ศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 สนามสุดท้ายของฤดูกาล เรซที่ 2 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568

    รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro”มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31  จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส บิด Honda CBR1000RR-R เริ่มต้นการแข่งขันจากกริดที่ 2 ยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มร้อย เปิดคันเร่งขึ้นมาอยู่ในกลุ่มนำทันที พร้อมกับควงคู่แข่งยืดระยะออกมาดวลความเร็วกันเดี่ยว ๆ ที่หัวแถว ซึ่งเจ้ามิกซ์ยกระดับพัฒนาการในการแข่งขันอีกขั้น ปักหลักต่อสู้กับคู่แข่งที่มีประสบการณ์มากกว่าได้อย่างยอดเยี่ยม แลกความเร็วและเสียบแซงกันจังหวะต่อจังหวะโค้งต่อโค้งก่อนที่ 3 รอบสุดท้าย “มิกซ์-ธนัช” จะเริ่มยืดระยะออกมา และซิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 คว้าวินเนอร์รุ่นใหญ่สุดไปครองได้อย่างเหนือชั้น

    รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1 Pro) นำโดย “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 20 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ออกจากกริดที่ 3 “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 ควบ Honda CBR600RR จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส ฮอนด้า ทีม ที่สตาร์ทจากกริดที่ 2 ขึ้นมาช่วงชิงอันดับผู้นำทันที โดยมีคู่แข่งที่เกาะตามมาเพื่อหาจังหวะในการต่อสู้ไม่ห่าง

    การแข่งขันเรซที่ 2 ซึ่งมีอุณหภูมิที่ร้อนมากกว่าเรซแรก เป็นอีกท้าทายของสองดาวรุ่งฮอนด้า ที่ต้องบริหารจัดการการแข่งขันได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะถูกคู่แข่งขึ้นมากดดันช่วงชิงอันดับ แต่ก็สามารถรีดความเร็ว Honda CBR600RR  แซงกลับมาได้อย่างเหนือชั้น ซึ่งเป็น “ข้าวกล้อง-จักรีภัทร” ที่เริ่มยืดระยะออกมาในช่วงท้ายเรซ บิดเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 คว้าชัยชนะไปครอง และเป็นการปลดล็อกเก็บวินเนอร์แรกของเจ้าตัวในซีซั่นนี้ด้วย ทางด้านของ “ไฮเปค-กฤษฎา” พยายามอย่างมากที่จะดวลกับคู่แข่งเพื่อขึ้นมาลุ้นชัยชนะเช่นกัน เสียจังหวะในช่วงท้ายเรซพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนลุยต่อคว้าโพเดียมอันดับที่ 3

    รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1)  2 ดาวรุ่ง จาก โปร ฮอนด้า สิทธิพล ไออาร์ซี ดีไอดี ซีบี อาชิ กิตติ เรซซิ่ง บิด Honda CBR250RR  “เฟรม” ภูริทัต จันจาด หมายเลข 98 เริ่มต้นการแข่งขันจากกริดที่ 16 ฝ่าบททดสอบเกมยาก เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 18 และ “ต้นกล้า” ภคภัคร พึ่งเจริญ หมายเลข 78 จากกริดที่ 17 บิดเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 21

    ฮอนด้ามุ่งมั่นในการพัฒนานักแข่งไทยและวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยรายการ NEXZTER BRIC Superbike 2025 ได้มอบโอกาสให้กับแซทเทิลไลท์ทีมฮอนด้า เรียนรู้ประสบการณ์จากสนามแข่งขันเพื่อพัฒนาศักยภาพไปพร้อม ๆ กับยอดนักบิดในตำนานของประเทศไทยจากการทำงานและแข่งขันร่วมกัน และเพิ่มประสบการณ์ให้กับทีมแม็คคานิกซ์ไทยและยกระดับศักยภาพการทำงานของทีมแข่งไทย สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดการแข่งขันทั้ง 4 สนาม คว้าโพเดียมและชัยชนะ พร้อมทั้งโชว์ศักยภาพและยกระดับพัฒนาการได้อย่างต่อเนื่อง

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #BRICSuperBike2025 #NexzterBRICSuperBike2025 #HondaCBR #Mix31 #Kaowkong20 #HiPeck18 #ChangInternationalCircuit


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • คาวาซากิจัดกิจกรรมใหญ่ Kawasaki Expo 2025 ส่งท้ายปลายปี เอาใจสาวกค่ายเขียว พร้อมเซอร์ไพรส์ในงานเปิดตัวรถใหม่ ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้สุด

    2 Min Read

    คาวาซากิจัดกิจกรรมใหญ่ Kawasaki Expo 2025 ส่งท้ายปลายปี เอาใจสาวกค่ายเขียว พร้อมเซอร์ไพรส์ในงานเปิดตัวรถใหม่ ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้สุด

     

    บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานใหญ่ส่งท้ายปีกับงาน Kawasaki Expo 2025 ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ณ สนาม Impact Speed Park ตั้งแต่เวลา 9.00-21.00 น.! โดยภายในงานนี้ คาวาซากินำรถจักรยานยนต์ครบทุกสายพันธุ์ พร้อมรถ ATV มาจัดแสดง และทดสอบขับขี่กันอย่างอย่างครบขบวนทัพจัดเต็ม โดยไม่พลาดกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถภายในงานเท่านั้น

    พร้อมด้วยเซอร์ไพรส์เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Z900 และการกลับมาของ Z900 RS กับราคาใหม่และโปรโมชั่นพิเศษสำหรับช่วงเปิดตัว แถมด้วยการประกาศราคาใหม่ยกแผงในตระกูลคลาสสิคอย่าง W และ Meguro เพื่อตอบรับกระแสรถคลาสสิคที่กำลังมาแรงในขณะนี้

    นอกจากนี้ยังมีบริการตรวจเช็ครถเบื้องต้นฟรีโดยทีมช่างมืออาชีพจากคาวาซากิ การจับรางวัล ของที่ระลึกสุดพิเศษ  การจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จากคาวาซากิและพันธมิตรแบรนด์ดังอย่างมากมายตลอดทั้งวัน

    ปิดท้ายความพิเศษด้วยปาร์ตี้ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าคาวาซากิ ท่ามกลางบรรยากาศชิลริมทะเลสาบเมืองทองธานี พร้อมดนตรีสุดไพเราะจากวง SCRUBB ที่ขนเพลงดังมากมายมาเอาใจแฟนเพลงชาวคาวาซากิให้ได้ร้องตามกันตลอดการแสดง

    Z900 ใหม่ – ซูเปอร์เน็คสไตล์ SUGOMI ที่คมชัดยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย มอบประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นและทรงพลังให้กับทุกประสาทสัมผัสยิ่งกว่าเดิม

    Z900 เป็นรถ supernaked พิกัด ~900 ซีซี ที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์ และออกแบบเพื่อการขี่สนุกทั้งในเมืองและทาง โค้ง ซึ่งผสมผสานพลังความสปอร์ตของเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง กับการออกแบบแบบ Sugomi และการควบคุมที่คล่องตัว พร้อมอัพเกรดระบบอิเล็กทรอนิกส์และคุณลักษณะที่ทันสมัย ทรงประสิทธิภาพ

    จุดเด่นใน Z900 ใหม่

    –           เครื่องยนต์ 948 cc

    การตอบสนองที่เฉียบคมและนุ่มนวลของเครื่องยนต์สี่สูบเรียงของ Z900 สอดคล้องกับการควบคุมที่เบาและคล่องตัว ช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ การเปลี่ยนเกียร์จากเปิดเป็นปิดที่นุ่มนวลในขณะเดียวกันก็ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเข้าถึงง่าย ทำให้การควบคุมรถเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เครื่องยนต์สี่สูบเรียง 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยของเหลว ขนาด 948 ซีซี ให้อัตราเร่งที่รวดเร็วและช่วงกลางที่หนักแน่น มอบแรงม้าสูงสุดจนถึงขีดสุด มอบความตื่นเต้นเร้าใจที่คำนวณมาอย่างดี

    การส่งกำลังค่อนข้างเป็นเส้นตรง แต่แรงบิดรอบต่ำที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นนั้น ผสานกับความสามารถในการหมุนเร็วตั้งแต่ประมาณ 6,000 รอบต่อนาทีขึ้นไป การตอบสนองที่นุ่มนวลตั้งแต่รอบกลางถึงสูง ช่วยให้มั่นใจได้ถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม

    124 PS@ 9,500 rpm

    98.6 N.m@ 7,700 rpm

    –           โครงสร้างเฟรมรถใหม่

    ที่มีน้ำหนักเพียง 13.5 ก.ก. เท่านั้น ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมรถได้คล่องแคล่ว เฟรมถักเหล็กกล้าไฮเทนไซล์ทนแรงดึงสูงรูปทรงท่อดูสมส่วนลงตัว

    –           อัตราทดเกียร์ที่ปรับปรุงใหม่ใหม่

    อัตราทดเกียร์ที่ปรับให้เหมาะสมได้รับการจัดเตรียมให้สอดคล้องกับระบบ KQS ใหม่ ควบคู่ไปกับการตั้งค่า FI ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่นอย่างยิ่งเมื่อใช้ควิกชิฟเตอร์

    –           คาลิปเปอร์ใหม่ Radial mount

    คาลิปเปอร์เบรกแบบเรเดียล 4 ลูกสูบคู่ สั่งการได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นผู้เริ่มขับขี่หรือผู้ขับขี่มีมีประสบการณ์สูง

    –           ไฟหน้า-ไฟท้าย LED แบบใหม่ ให้ความดุดันที่มากขึ้น

    ด้านหน้าเป็นไฟหน้าแบบ LED สามดวง โดยไฟหน้าด้านบนสองดวงเป็นไฟต่ำ และไฟหน้าด้านล่างดวงเดียวเป็นไฟสูง ด้วยขนาดกะทัดรัด ไฟหน้าใหม่จึงให้ประสิทธิภาพการส่องสว่างที่ยอดเยี่ยม

    ฝาครอบท้ายได้รับการออกแบบให้สั้นลงและทำให้ไฟท้ายดูเหมือนลอยอยู่ ทำให้อากาศที่เข้าจากด้านหน้าและระบายออกทางด้านหลัง ช่วยเพิ่มรูปลักษณ์ที่กะทัดรัดและคล่องตัว

    –           จอ TFT ใหม่ขนาด 5 นิ้ว ใหญ่กว่าเดิม

    พร้อมฟังก์ชั่นใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอปรับแสงอัตโนมัติ, เลือกรูปแบบจอแสดงผลที่ชื่นชอบ, แสดงผลค่าการทำงานของระบบต่างๆอย่างครบครัน

    –           Cruise control

    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติของคาวาซากิ ช่วยให้สามารถรักษาความเร็วที่ต้องการได้ด้วยการกดปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่ม เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเหยียบคันเร่งตลอดเวลา ช่วยลดแรงกดที่มือขวาเมื่อเดินทางไกล ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างผ่อนคลายและมอบความสะดวกสบายในการขับขี่ระดับสูง

    –           Power Mode Selection

    ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดกำลังเต็มกำลัง (Full Power) หรือกำลังต่ำ (Low Power) เพื่อตั้งค่ากำลังส่งให้เหมาะสมกับความต้องการและสภาพการขับขี่ โหมดกำลังต่ำจะจำกัดกำลังส่งไว้ที่ประมาณ 75% ของกำลังเต็มกำลัง (กำลังที่ลดลงจะแตกต่างกันไปตามความเร็วรอบเครื่องยนต์ (รอบต่อนาที) และตำแหน่งคันเร่ง ช่วยให้ควบคุมรถได้ดีขึ้น)

    –           Integrated Riding Modes: Sport, Road, Rain, Rider (manual)

    โหมดอเนกประสงค์ที่เชื่อมโยง KTRC และ Power Mode ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระบบควบคุมการยึดเกาะถนนและการส่งกำลังได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์การขับขี่* ผู้ขับขี่สามารถเลือกการตั้งค่าได้ 3 แบบ (Sport, Road, Rain) หรือการตั้งค่าแบบแมนนวล (Rider) ในโหมดแมนนวล (Rider) แต่ละระบบสามารถตั้งค่าได้อย่างอิสระ

    Sport: ช่วยให้ผู้ขับขี่เพลิดเพลินกับการขับขี่แบบสปอร์ต

    Road: ครอบคลุมสถานการณ์หลากหลาย ตั้งแต่การขับขี่ในเมือง การขับขี่บนทางหลวง และถนนชนบท

    Rain: มอบความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่เมื่อขับขี่บนพื้นผิวถนนเปียก

     

    –           IMU 6 axis

    หรือ Inertial Measurement Unit ช่วยให้สามารถตรวจสอบความเฉื่อยตามแนวแกน 6 DOF (Degree of Freedom) ได้วัดความเร่งตามแนวแกนตามยาว แกนตามขวาง และแกนแนวตั้ง รวมถึงอัตราการหมุน อัตราการหันเห และอัตราการเหวี่ยง (Pitch, Roll และ Yaw)

    –           KTRC ช่วยการยึดเกาะถนน

    ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนขั้นสูงของคาวาซากิ มอบทั้งสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตที่เพิ่มขึ้น และความมั่นใจในการบังคับรถบนพื้นผิวถนนที่มีแรงยึดเกาะต่ำได้อย่างมั่นใจ โหมดการขับขี่ที่ผู้ขับขี่เลือกได้ 3 โหมด มอบระดับการยึดเกาะถนนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์การขับขี่และความต้องการของผู้ขับขี่

    –           KQS ควิกชิพเตอร์ช่วยให้เข้าเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัทช์

    ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบเร็วช่วยให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ เพื่อการเร่งความเร็วที่ราบรื่นและลดความเร็วได้อย่างง่ายดาย

     

     

    –           Kawasaki Cornering Management Function

    หรือ KCMF ตรวจสอบพารามิเตอร์ของเครื่องยนต์และแชสซีตลอดโค้ง ตั้งแต่เข้าโค้ง ผ่านจุดสูงสุด ไปจนถึงทางออกโค้ง โดยควบคุมแรงเบรกและกำลังเครื่องยนต์เพื่อให้การเปลี่ยนจากการเร่งความเร็วเป็นการเบรกและกลับมาเป็นปกติเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามเส้นทางที่ตั้งใจไว้ผ่านโค้งได้

    –           Rideology The App

    ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์แบบไร้สาย ซึ่งสามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้มากมาย ช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ดียิ่งขึ้น

     

    Z900 พร้อมจำหน่ายในประเทศ่ไทย ในสี ดำ-เทา-แดง (Metallic Carbon Gray / Metallic Phantom Silver / Candy Persimmon Red) ด้วยราคาขายปลีกแนะนำ 349,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) พร้อมโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว คูปองเงินสดมูลค่า 15,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 1 ปี พร้อมทะเบียน, พรบ.

    โปรโมชั่นพิเศษนี้เฉพาะช่วงเปิดตัว ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568

     

     

     

     

     

     

     

     

    Z900RS – TIMELESS Z ความคลาสสิกที่ผสานเทคโนโลยีทันสมัย

    Z900RS คือการผสมผสานความคลาสสิกเหนือกาลเวลาจากตำนาน Kawasaki Z1 (900 Super4) เข้ากับเทคโนโลยีและสมรรถนะยุคใหม่ พร้อมกับเพิ่มเทคโนโลยีทันสมัยเข้าไป ทำให้ขี่สนุกแต่ให้ความรู้สึกคลาสสิก

     

    จุดเด่นใน Z900 ใหม่

    • เครื่องยนต์ 948 cc

    เช่นเดียวกับ Z1 Z900RS มาพร้อมเครื่องยนต์สี่สูบเรียง ขนาด 948 ซีซี ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่มีความสมดุลอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับปี 2026 เครื่องยนต์นี้ใช้วาล์วปีกผีเสื้ออิเล็กทรอนิกส์ และมีการปรับปรุงช่องไอดี โปรไฟล์แคม และการตั้งค่า ECU ข้อเหวี่ยงเบาลง 10% กำลังอัดเพิ่มขึ้น 10.8 à 11.8 การติดตั้งใหม่นี้ให้สมรรถนะที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นที่รอบต่ำ และให้ความแข็งแกร่งและสปอร์ตยิ่งขึ้นในช่วงรอบสูง

    117 PS@ 9,300 rpm

    99.5 N.m@ 7,700 rpm

    ระบบไอเสียได้รับการออกแบบมาเพื่อเน้นย้ำถึงเครื่องยนต์สี่สูบเรียง (In-Line Four) ท่อเฮดเดอร์แบบผนังคู่ไม่เพียงแต่ทำให้ระบบไอเสียดูแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยป้องกันการเปลี่ยนสีเมื่อเวลาผ่านไป การไม่มีท่อเชื่อมต่อหรืออุปกรณ์ไอเสียช่วยให้เส้นสายดูสะอาดตาและต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ท่อเก็บเสียงแบบเมกะโฟนใหม่นี้ให้ภาพลักษณ์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น ตอกย้ำภาพลักษณ์สปอร์ตย้อนยุคของ Z900RS ท่อเฮดเดอร์, ห้องเครื่อง และท่อเก็บเสียงล้วน

    เสียงท่อไอเสียที่ปรับแต่งเครื่องยนต์สี่สูบเรียงของคาวาซากิเป็นที่เลื่องลือมานานในเรื่องเสียงท่อไอเสียอันเป็นเอกลักษณ์ การปรับแต่งมุ่งเน้นไปที่โซนเสียงที่ผู้ขับขี่สัมผัสได้มากที่สุด เช่น เสียงคำรามขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงจังหวะขณะเดินเบา และเสียงก้องกังวานทุ้มลึกขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ซึ่งชวนให้นึกถึงระบบ 4-in-1 แบบวินเทจ โดยเน้นความถี่ต่ำให้หนักแน่นกว่ารุ่นก่อนหน้า

    Assist & Slipper Clutch

    คลัตช์ Assist & Slipper Clutch ใช้ลูกเบี้ยวสองประเภท (ลูกเบี้ยว Assist และลูกเบี้ยว Slipper) ซึ่งมีสองฟังก์ชันที่ไม่มีในคลัตช์มาตรฐาน

    * เมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่รอบเครื่องยนต์ปกติ ลูกเบี้ยว Assist จะทำหน้าที่เป็นกลไก Self-Servo โดยจะดึงดุมคลัตช์และแผ่นควบคุมเข้าด้วยกันเพื่อกดแผ่นคลัตช์ วิธีนี้ช่วยลดภาระสปริงคลัตช์ทั้งหมด ส่งผลให้แรงดึงคันคลัตช์เบาลงเมื่อใช้งานคลัตช์

    * เมื่อเกิดการเบรกด้วยเครื่องยนต์มากเกินไป อันเนื่องมาจากการลดเกียร์อย่างรวดเร็ว (หรือการลดเกียร์โดยไม่ได้ตั้งใจ) ลูกเบี้ยว Slipper จะเข้ามาทำหน้าที่บีบดุมคลัตช์และแผ่นควบคุมให้แยกออกจากกัน ซึ่งจะช่วยลดแรงกดบนแผ่นคลัตช์ เพื่อลดแรงบิดย้อนกลับ และช่วยป้องกันยางหลังไม่ให้กระดอนและลื่นไถล

    Timeless styling

    ด้วยการผสมผสานองค์ประกอบสไตล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Z1 คงเอกลักษณ์ความคลาสสิกไว้ด้วยไฟหน้ากลม เข้ากับงานฝีมือสมัยใหม่อย่างลงตัว ตั้งแต่ถังน้ำมันทรงหยดน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ไปจนถึงไฟท้าย LED ทรงรีสุดล้ำ และท่อไอเสียทรง Megaphone Z900RS มอบรูปลักษณ์งดงามเหนือกาลเวลา พร้อมความใส่ใจในรายละเอียดอันประณีตและการประกอบและตกแต่งอย่างประณีต ส่งผลให้ Z900RS โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์คุณภาพสูง ความสวยงามที่เน้นการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ประณีต Z900RS แตกต่างจากดีไซน์ที่เฉียบคมและล้ำสมัยของรุ่น Z Supernaked ตรงที่ใช้องค์ประกอบทรงกลมเพื่อเลียนแบบดีไซน์สไตล์เรโทรของมอเตอร์ไซค์คลาสสิก ตั้งแต่สีถังน้ำมันคุณภาพสูง ไปจนถึงการเคลือบคุณภาพสูงสำหรับสลักเกลียว ความใส่ใจในรายละเอียดที่เล็กที่สุด การเดินสายไฟที่พิถีพิถัน และการประกอบและตกแต่งอย่างประณีต ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่หล่อหลอมให้ Z900RS โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์คุณภาพสูง

    จออนาล็อกคู่ จับคู่กับจอ LCD

    หน้าปัดมาตรวัดความเร็วและมาตรวัดรอบแบบอนาล็อก เสริมด้วยหน้าจอ LCD อเนกประสงค์ ผสานรูปลักษณ์สไตล์ย้อนยุคเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย

    * นอกจากไฟแสดงตำแหน่งเกียร์แล้ว ฟังก์ชันการแสดงผลยังประกอบด้วย: มาตรวัดระยะทาง, มาตรวัดระยะทางแบบคู่, มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง, ระยะทางคงเหลือ, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบันและเฉลี่ย, อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น, อุณหภูมิภายนอก, นาฬิกา, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ไฟแสดงการเชื่อมต่อแอป และไฟแสดงการขับขี่แบบประหยัด

    * ไฟแสดงการขับขี่แบบประหยัดจะปรากฏบนหน้าจอ LCD เพื่อระบุอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสมและช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุด

     

    Inverted Front Fork & Horizontal Back-link Rear Suspension

    โช้คอัพหน้าหัวกลับขนาด ø41 มม.มอบความสบายในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและศักยภาพการขับขี่แบบสปอร์ต ตอบสนองได้รวดเร็วและควบคุมรถได้อย่างมั่นใจแม้ในสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย ตั้งแต่ในเมืองไปจนถึงถนนคดเคี้ยว สามารถปรับความหนืดของโช้คอัพได้ทั้งแบบยุบตัว (12 ทิศทาง) และแบบคืนตัว (10 ทิศทาง) รวมถึงปรับพรีโหลดแบบไม่มีสเต็ป ช่วยให้ตั้งค่าได้อย่างแม่นยำตามความต้องการและสไตล์การขับขี่ของผู้ขับขี่

    โช้คอัพหลังระบบกันสะเทือนหลังวางตำแหน่งชุดโช้คอัพและชุดเชื่อมต่อไว้เหนือสวิงอาร์ม การจัดวางแบบนี้ช่วยกระจายมวลให้อยู่กึ่งกลาง ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ระบบกันสะเทือนอยู่ห่างจากท่อไอเสียมากพอที่ความร้อนจะไม่ส่งผลต่อการทำงาน โช้คอัพหลังมีระบบหน่วงการคืนตัวแบบไม่มีขั้นและสามารถปรับพรีโหลดแบบไม่มีขั้นได้

    รุ่น SE มาพร้อมกับ โช้คหลัง Öhlins S46 โดดเด่นด้วยโครงสร้างอะลูมิเนียมแบบท่อเดี่ยว ลูกสูบขนาดใหญ่ ø46 มม. และห้องน้ำมันและก๊าซภายในที่แยกจากกันด้วยลูกสูบแบบลอยตัว ส่งผลให้สัมผัสการยึดเกาะและการควบคุมที่เหนือกว่า การทำงานที่ดีขึ้นของโช้คหลัง Öhlins ยังช่วยให้รู้สึกนุ่มนวลในการขับขี่อีกด้วย และเซ็ตติ้งที่เข้ากันทั้งโช๊คหน้าและโช๊คหลัง

     

     

     

    Brakes/Wheels/Tyres

    เบรกหน้า จานเบรกขนาด ø300 มม. ยึดด้วยคาลิปเปอร์เบรกเรเดียลเม้าท์โมโนบล็อกแบบ 4 ลูกสูบ/ ปั๊มเบรกคาลิปเปอร์เบรกเรเดียลเม้าท์โมโนบล็อกแบบ 4 ลูกสูบ ของ Brembo ในรุ่น SE

    เบรกหลัง มีคาลิปเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยวพร้อมสลักสไลด์จับยึด จานเบรกขนาด ø250 มม.

    ยางหน้า Dunlop SPORTMAX GPR-300 120/70ZR17 M/C (58W)

    ยางหลัง          Dunlop SPORTMAX GPR-300 180/55ZR17 M/C (73W)

    ล้อที่ออกแบบมาอย่างประณีตช่วยเสริมภาพลักษณ์ Z900RS น้ำหนักใต้สปริงที่เบา (ด้วยชิ้นส่วนต่างๆ เช่น สวิงอาร์มและล้อ)ช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ

     

     

    ท่านั่งขับขี่ที่ผ่อนคลาย

    ไม่ว่าจะขับขี่บนถนนในเมืองหรือบนเนินเขา ตำแหน่งการขับขี่ที่ผ่อนคลาย พร้อมเบาะนั่งต่ำเพียง 810 มม. (และ 820 มม.ในรุ่น SE) ของ Z900RS มอบทั้งความสะดวกสบายและการควบคุม รองรับทั้งการขับขี่แบบสบายๆ และการวิ่งด้วยความเร็วที่เร้าใจยิ่งขึ้น

    ความสัมพันธ์ระหว่างที่พักเท้า เบาะนั่ง และแฮนด์ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มการสื่อสารระหว่างผู้ขี่และรถ ช่วยให้ผู้ขี่รู้สึกมั่นใจในการควบคุมรถ ซึ่งเสริมกับการควบคุมที่เบาและเป็นธรรมชาติ

    แฮนด์บาร์แบบแบนและกว้างช่วยเสริมสไตล์สปอร์ตแบบเรโทร พร้อมมอบการยึดเกาะที่กว้างเพื่อการควบคุมที่สะดวกมุมเลี้ยวที่กว้าง 35ºช่วยให้ควบคุมรถได้สะดวกด้วยความเร็วต่ำ

    Electronic Cruise Control

    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติของคาวาซากิ ช่วยให้สามารถรักษาความเร็วที่ต้องการได้ด้วยการกดปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่ม เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเหยียบคันเร่งตลอดเวลา ช่วยลดแรงกดที่มือขวาเมื่อเดินทางไกล ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างผ่อนคลายและมอบความสะดวกสบายในการขับขี่ระดับสูง

     

    • IMU 6 axis

    หรือ Inertial Measurement Unit ช่วยให้สามารถตรวจสอบความเฉื่อยตามแนวแกน 6 DOF (Degree of Freedom) ได้วัดความเร่งตามแนวแกนตามยาว แกนตามขวาง และแกนแนวตั้ง รวมถึงอัตราการหมุน อัตราการหันเห และอัตราการเหวี่ยง (Pitch, Roll และ Yaw) Feedback จาก IMU ช่วยให้เห็นภาพทิศทางของตัวรถแบบเรียลไทม์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ช่วยให้การจัดการแม่นยำยิ่งขึ้น

    ข้อมูลจาก IMU ช่วยให้สามารถใช้งานฟังก์ชันเพิ่มเติมได้ นั่นคือ การจัดการเบรกขณะเข้าโค้ง นอกจากเซ็นเซอร์ความเร็วล้อหน้าและล้อหลัง  (ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับระบบ ABS ทุกระบบ) แล้ว ระบบ ABS ที่ได้รับการปรับปรุงนี้ยังใช้ข้อมูลจาก IMU เพื่อคำนวณมุมเอียงของรถจักรยานยนต์ หากผู้ขับขี่ใช้เบรกเลยจุดเข้าโค้ง เพิ่มแรงเบรกกลางโค้ง หรือพบการเปลี่ยนแปลงแรงยึดเกาะพื้นผิวอย่างแรงเบรกจะถูกปรับเพื่อยับยั้งพฤติกรรมการลื่นไถลของรถ ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่รักษาเส้นทางที่ตั้งใจไว้ขณะเข้าโค้งได้ แทนที่จะออกนอกโค้ง หรือหยุดรถได้อย่างมีสติ

    • KTRC ช่วยการยึดเกาะถนน (Kawasaki TRaction Control)

    Z900RS มาพร้อมระบบควบคุมการยึดเกาะถนน มีสองโหมดครอบคลุมสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย มอบสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตที่เหนือชั้น หรือมอบความอุ่นใจในการลุยพื้นผิวลื่นได้อย่างมั่นใจ

    Mode 1 ซึ่งทำงานน้อยที่สุด ช่วยควบคุมการยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง

    ออกแบบมาเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ต ช่วยให้การเร่งความเร็วออกจากโค้งทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพิ่มแรงขับเคลื่อนจากล้อหลังไปข้างหน้าให้สูงสุด

    Mode 2 ซึ่งทำงานมากกว่าไมากกว่า เมื่อตรวจพบการหมุนของล้อมากเกินไป กำลังเครื่องยนต์จะลดลงเพื่อให้ยึดเกาะถนนได้อีกครั้ง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ทั้งบนเส้นทางสั้นๆ ที่ท้าทาย (เช่น รางรถไฟหรือฝาปิดท่อระบายน้ำ) และบนเส้นทางที่มีแรงยึดเกาะต่ำ (เช่น ถนนเปียก ถนนกรวด หรือถนนกรวด)

     

     

     

     

    • KQS ควิกชิพเตอร์ช่วยให้เข้าเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัทช์

    ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะเครื่องยนต์อันทรงพลังของ Z900RS ได้มากยิ่งขึ้น ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบเร็วช่วยให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ เพื่อการเร่งความเร็วที่ราบรื่นและลดความเร็วได้อย่างง่ายดาย

    • Kawasaki Cornering Management Function

    หรือ KCMF ตรวจสอบพารามิเตอร์ของเครื่องยนต์และแชสซีตลอดโค้ง ตั้งแต่เข้าโค้ง ผ่านจุดสูงสุด ไปจนถึงทางออกโค้ง โดยควบคุมแรงเบรกและกำลังเครื่องยนต์เพื่อให้การเปลี่ยนจากการเร่งความเร็วเป็นการเบรกและกลับมาเป็นปกติเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามเส้นทางที่ตั้งใจไว้ผ่านโค้งได้

     

    • Rideology The App

    ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์แบบไร้สาย ซึ่งสามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้มากมาย ช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ดียิ่งขึ้น

    – Vehicle Info: แสดงข้อมูลรถผ่านแอพในโทรศัพท์

    – Riding Log: แสดงเส้นทางการขับขี่ของผู้ขับขี่

    – Telephone Notice: เตือนผู้ขับขี่ว่ามีสายหรืออีเมลล์เข้า

    – Tuning-General Setting: ตั้งค่าหน้าจอผ่านแอพพลิเคชั่น

     

    รุ่น SE มาพร้อมกับช่อง USB Type-C บนแฮนด์ด้านขวามือ เพื่อความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสี “Fireball” อันเป็นเอกลักษณ์มาตั้งแต่รุ่น Z1 โดยมีการปรับลวดลายให้เข้ากับการอัพเกรดของ Z900RS ในครั้งนี้ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับล้อสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ในตัว SE

    Z900RS พร้อมจำหน่ายในประเทศไทย โดยมีรุ่นย่อย 2 รุ่น คือรุ่นธรรมดา สีแดง (Candy Tone Red) ราคาขายปลีกแนะนำ 409,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) และรุ่น SE สีดำ (Metallic Spark Black) ราคาขายปลีกแนะนำ 449,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

    ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว คูปองเงินสดมูลค่า 10,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 1 ปี พร้อมทะเบียน, พรบ.

    โปรโมชั่นพิเศษนี้เฉพาะช่วงเปิดตัว ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568

     

    นอกจากนี้ เพื่อตอบรับกระแสรถคลาสสิคที่กำลังมาแรงในขณะนี้ คาวาซากิได้ปรับราคารถจักรยานยนต์ในตระกูล W และ Meguro ทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็นในคลาส 230 ซีซี หรือ 800 ซีซี พร้อมเสนอโปรโมชั่นพิเศษในช่วงงาน Kawasaki Expo ถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ เพื่อแฟนๆสายคลาสสิคทุกคน

    ราคาขายปลีกแนะนำใหม่

    W230                  ราคา 129,900 บาท พร้อมคูปองเงินสดมูลค่า 7,000 บาท ฟรีประกันรถหาย และทะเบียน, พรบ.

    Meguro S1            ราคา 147,900 บาท พร้อมคูปองเงินสดมูลค่า 7,000 บาท ฟรีประกันรถหาย และทะเบียน, พรบ.

    W800                  ราคา 349,000 บาท พร้อมคูปองเงินสดมูลค่าสูงสุด 12,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 1 ปี และทะเบียน, พรบ.

    Meguro K3           ราคา 379,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 1 ปี และทะเบียน, พรบ.

     

    และแม้งานจะจบลงไปแล้ว แต่ทุกท่านยังสามารถพบกับกิจกรรม ข้อเสนอดีๆ และของรางวัลมากมายเช่นเดียวกับในงาน Kawasaki Expo 2025 ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายคาวาซากิใกล้บ้านท่านทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคมนี้ เท่านั้น


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คว้ารางวัล Outstanding Safety Campaign 2025 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและยั่งยืน

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คว้ารางวัล Outstanding Safety Campaign 2025 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและยั่งยืน

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้รับรางวัล Outstanding Safety Campaign 2025 แคมเปญยอดเยี่ยมด้านความปลอดภัย ประจำปี 2568 จากงานประกาศผลรางวัล “Thailand Car, EV & Motorcycle of The Year 2025” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการยกระดับความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยมี นายนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไป สายงานการสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้แทนรับมอบรางวัลในพิธีดังกล่าว

    รางวัลนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของแคมเปญระดับประเทศ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ซึ่งไทยฮอนด้าได้เดินหน้ารณรงค์ความปลอดภัยครั้งใหญ่ผ่านกิจกรรม คาราวานมอบหมวกกันน็อก 60 ปี ไทยฮอนด้า ร่วมกับร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ส่งมอบหมวกกันน็อกจำนวน 112,440 ใบ มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท กระจายสู่ประชาชนและเยาวชนใน 77 จังหวัดทั่วไทย ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา และเดินหน้าส่งต่อความปลอดภัยต่อเนื่องตลอด 4 เดือนเต็ม โดยในเร็ว ๆ นี้จะเดินทางถึง หมุดหมายสุดท้ายที่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งมอบหมวกกันน็อกให้กับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถือเป็นการปิดฉากแคมเปญครั้งยิ่งใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

     

    นอกจากนี้ ยังมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอีกสองรุ่น ได้แก่ New Honda PCX และ All New Honda Wave125 ที่มีความโดดเด่นและได้รับคัดเลือกเข้ารอบรางวัล Motorcycle of the Year 2025 ในงานเดียวกัน ตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านคุณภาพ สมรรถนะ และความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย

     

    ไทยฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นในการเดินหน้าสร้างสังคมแห่งการขับขี่ปลอดภัย พร้อมส่งต่อความห่วงใยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ด้วยเป้าหมายการพัฒนาความปลอดภัยของประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

     

    ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/news

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/

     

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • 3 ดาวรุ่งฮอนด้าเดือดสนั่นบุรีรัมย์! บิด Honda CBR พาเหรดขึ้นโพเดียม NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4  เรซแรก

    1 Min Read

    3 ดาวรุ่งฮอนด้าเดือดสนั่นบุรีรัมย์! บิด Honda CBR พาเหรดขึ้นโพเดียม NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4  เรซแรก

    ทีมแซทเทิลไลท์จากฮอนด้า รุ่นท็อปสุดของรายการ รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) นำโดย “มิกซ์-ธนัช” แบกประสบการณ์ดวลความเร็วคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 ทำผลงานให้ฮอนด้า ควงรุ่นน้อง “ไฮเปค-กฤษฎา” และ “ข้าวกล้อง-จักรีภัทร” รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1 Pro) ในศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 เรซ 1 ทำผลงานพาเหรดขึ้นโพเดียมก่อนดวลความเร็วลุ้นแชมป์ในเรซสุดท้าย วันอาทิตย์นี้

    รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro)  ไฮไลท์ของรายการที่ดวลกันด้วยรถแข่งที่เร็วและแรงที่สุด ดาวรุ่งไทยฮอนด้า “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31  จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส บิด Honda CBR1000RR-R ทำเวลาในการควอลิฟายมาในกริดที่ 2 เริ่มต้นเกมได้อย่างแข็งแกร่งชาร์จความเร็วขึ้นมาเป็นผู้นำได้ทันที โดยปักหลักดวลความเร็วกับคู่แข่งที่มีประสบการณ์มากกว่าเพื่อลุ้นชัยชนะ “มิกซ์-ธนัช” ขึ้นนำและรักษาอันดับที่ 1 มาจนถึงรอบสุดท้าย โดยรับมือกับความกดดันได้อย่างยอดเยี่ยม โดยโค้งสุดท้ายซึ่งเป็นโค้งตัดสินในเรซนี้ เข้ามาด้วยไลน์ที่ค่อนข้างเสียเปรียบ ก่อนคว้าชัยชนะเก็บอันดับที่ 2 มาครอง

    การแข่งขันรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1 Pro) ยอดนักบิดดาวรุ่งไทยพัฒนาผลงานและรักษามาตรฐานความเร็วในแถวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 ควบ Honda CBR600RR จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส ฮอนด้า ทีม ออกสตาร์ตการแข่งขันจากกริดที่ 2 ขึ้นมารั้งในกลุ่มพร้อมกับสลับและแซงคู่แข่งขึ้นมาครองอันดับที่ 1 ได้ทันทีตั้งแต่ต้นเรซ แต่โค้งสุดท้ายเป็นช่วงจังหวะที่ติดรถน็อครอบ ทำให้การเดินคันเร่งออกจากโค้งเสียเปรียบคู่แข่งเล็กน้อย พลาดชัยชนะไปเพียงเสี้ยววินาที เข้าเส้นชัยขึ้นโพเดียมอันดับที่ 2 ตามมาติด ๆ ด้วย “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 20 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ที่เริ่มต้นจากกริดที่ 3 ดวลความเร็วกันที่กลุ่มหน้าอย่างดุเดือด ตามมาบนโพเดียมเป็นอันดับที่ 3 ยังรักษาโอกาสในการลุ้นแชมป์ประจำปี

    รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1)  2 ดาวรุ่ง จาก โปร ฮอนด้า สิทธิพล ไออาร์ซี ดีไอดี ซีบี อาชิ กิตติ เรซซิ่ง บิด Honda CBR250RR ลงแข่งขันในเกมสุดท้าทายดวลความเร็วกันสุดเข้มข้น ด้วยประสบการณ์ที่เป็นรองแต่ดาวรุ่งฮอนด้าใช้เป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันในอนาคต “ต้นกล้า” ภคภัคร พึ่งเจริญ หมายเลข 78 เริ่มต้นจากกริดที่ 17 ก่อนเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 18 โดยที่ “เฟรม” ภูริทัต จันจาด หมายเลข 98 ควอลิฟายมาเป็นอันดับที่ 16 จบการแข่งขันในอันดับที่ 20

    ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 เรซที่ 2 จะดวลความเร็วกันต่อและตัดสินแชมป์ประจำซีซั่นนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี. เวลา 09.30 น. ต่อด้วย รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี SS1 Pro เวลา 13.25 น. และ รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) เวลา 14.25 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #BRICSuperBike2025 #NexzterBRICSuperBike2025 #HondaCBR #Mix31 #Kaowkong20 #HiPeck18 #ChangInternationalCircuit


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า ร่วมลงนามข้อตกลง “มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5)” เดินหน้าพัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้า สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ปี 2593

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า ร่วมลงนามข้อตกลง “มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5)” เดินหน้าพัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้า สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ปี 2593

     ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทยเข้าร่วมพิธีลงนามบันทึก “พิธีลงนามข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถจักรยานยนต์ระยะที่ 2” ระหว่างกรมสรรพสามิตและผู้ประกอบอุตสาหกรรมอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมทั้งผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน และขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ตามวิสัยทัศน์ของฮอนด้าที่มุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี พ.ศ. 2593

     

    พิธีการลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้ลงนามร่วมกับ ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต พร้อมด้วย นายบัญชร ส่งสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 และนางสุภาพร วัฒนเจริญ ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 3

     

    มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตผู้บริโภคชาวไทยและสภาพแวดล้อมของประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฮอนด้าได้ทำงานร่วมกับภาครัฐมาโดยตลอด ทั้งในด้านการวิจัย พัฒนา และการส่งเสริมให้เกิดการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้าง รวมถึงการเข้าร่วมในมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ระหว่างปี พ.ศ. 2566–2568 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล การลงนามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5) ครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสานต่อพันธกิจดังกล่าว

     

    ฮอนด้ายืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรทุกฝ่าย เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับคนไทยและประชาชนทั่วโลก”

     

    สำหรับมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5) จะมีผลใช้บังคับในช่วงปี พ.ศ. 2567 – 2570 โดยครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยสิทธิประโยชน์ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ เงินอุดหนุน การลดอัตราอากรขาเข้ารถยนต์สำเร็จรูป และการลดอัตราภาษีสรรพสามิต โดยเงินอุดหนุนจะเป็นไปตามประเภทของรถ และขนาดของแบตเตอรี่  สำหรับกรณีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า EV ราคาไม่เกิน 150,000 บาท ขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 kWh จะได้รับเงินอุดหนุน ระหว่าง 5,000 – 10,000 บาท/คัน โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อมุ่งลดต้นทุนการเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค

     

    ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/news

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/

     

    #EV #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ยามาฮ่าปลุกพลังไทย! รวมใจเชียร์ทีมชาติ ล่าเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ ยามาฮ่าร่วมสนับสนุนทัพนักกีฬาไทยสู่จุดสูงสุดบนเวทีกีฬาอาเซียน

    1 Min Read

    ยามาฮ่าปลุกพลังไทย!  รวมใจเชียร์ทีมชาติ ล่าเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ ยามาฮ่าร่วมสนับสนุนทัพนักกีฬาไทยสู่จุดสูงสุดบนเวทีกีฬาอาเซียน

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ.2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งแรงใจให้ทัพนักกีฬาไทยก้าวสู่ความสำเร็จสูงสุด พร้อมร่วมสร้างประวัติศาสตร์การเป็น “เจ้าเหรียญทอง” ภายใต้แนวคิดหลัก “เชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์ สานพลังไทยเจ้าเหรียญทอง” สะท้อนพลังความสามัคคีของคนไทยที่พร้อมรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อประเทศ

    สำหรับการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในครั้งนี้ ทางยามาฮ่ามอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA FAZZIO HYBRID จำนวน 60 คัน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เพื่อร่วมเป็นกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย และแฟนกีฬาชาวไทย โดยมอบให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น รางวัลสำหรับนักกีฬาที่คว้าตำแหน่ง “เจ้าเหรียญทอง” จำนวน 50 คัน และรางวัลสำหรับผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมของ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จำนวน 10 คัน

    นอกจากนั้น ยามาฮ่ายังได้จัดกิจกรรมเชียร์ไทยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อสร้างประสบการณ์ FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE ให้กับลูกค้ายามาฮ่า พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงพลังแรงเชียร์ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ตลอดช่วงการแข่งขันซีเกมส์ 9 – 20 ธันวาคม 2568 และอาเซียนพาราเกมส์ ซึ่งประกอบด้วย

    • การร่วมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ ที่นำโดยผู้บริหาร ผู้จำหน่าย พนักงาน สื่อมวลชน นักแข่งจาก YAMAHA THAILAND RACING TEAM และลูกค้ายามาฮ่า กว่า 295 คน ร่วมวิ่งคบเพลิงใน 4 จังหวัดเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), ชลบุรี (แหลมแท่น), สงขลา (หอนาฬิกาหาดใหญ่) และนครราชสีมา (อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี) เพื่อส่งต่อพลัง และประกาศความพร้อมสู่มหกรรมกีฬาครั้งยิ่งใหญ่
    • เชิญชวนชาวยามาฮ่าร่วมชมพิธีเปิด–ปิดกีฬาซีเกมส์ และคาราวานเฉลิมฉลองนักกีฬาไทย สุดยิ่งใหญ่
    • การเตรียมตัวจัด “คาราวานและพิธีฉลองชัยชนะแก่ทัพนักกีฬาไทย” เพื่อร่วมแบ่งปันความภาคภูมิใจไปทั่วประเทศ

    รวมถึงการกิจกรรมสนุกเต็มรูปแบบที่ร้านผุ้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ ที่ตกแต่งโชว์รูมด้วยธีมซีเกมส์สุดเท่ พร้อมมาสคอส YAMAHA FAZZIO ATHLETE MONSTERสุดน่ารัก ร่วมชมถ่ายทอดสดการแข่งขันแมตช์สำคัญผ่านจอใหญ่ และสนุกกับกิจกรรมลุ้นของรางวัลมากมาย อีกทั้งยังได้มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้ายามาฮ่าโดยเฉพาะ โดยการเชียร์นักกีฬาไทยติดขอบสนามในการแข่งขันที่กรุงเทพฯ ชลบุรี สงขลา และนครราชสีมา

    สำหรับท่านที่เดินทางไปชมและเชียร์นักกีฬาไทยติดขอบสนามราชมังคลาฯ ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568 ยามาฮ่ายังได้เตรียมบูธ YAMAHA FAZZIO สุดยูนีคให้ร่วมสนุกใน FAN ZONE เพื่อให้แฟนกีฬาสามารถร่วมสนุกกับยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด และร่วม EXCLUSIVE MEET & GREET กับ YAMAHA THAILAND RACING TEAM,  กิจกรรมของรางวัลลิมิเต็ดเฉพาะในงาน พร้อมเครื่องดื่ม และขนมเติมพลังตลอดวัน

     

    ชาวยามาฮ่าสายออนไลน์หน้าจอ ยังสามารถร่วมสนุกบน FACEBOOK: YAMAHA SOCIETY THAILAND และ YAMAHA LINE OFFICIAL ACCOUNT: @YAMAHA SOCIETY THAILAND เพื่อเชื่อมโยงพลังแรงเชียร์จากคนไทยทั่วประเทศ อาทิ

     

    • “ร่วมส่งแรงเชียร์…เป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทย” คัดเลือก 20 ข้อความร่วมเชียร์นักกีฬาไทยสุดเจ๋งจาก FACEBOOK: YAMAHA SOCIETY THAILAND มาโชว์บนจอ LED ขนาดใหญ่บนเส้นถนนบางนาตราด
    • สนุกกับ “PHOTO HUNT ตามล่าหา YAMAHA FAZZIO” รถคู่ใจวัยฟาส สำหรับ 20 ท่านที่ถูกคัดเลือก ได้รับ ของรางวัล RARE ITEM
    • ชวนชาว YAMAHA FAZZIO มาแชร์ “ขี่ YAMAHA FAZZIO ไปเชียร์ที่ไหนกัน” เพียงแชร์ภาพคู่กับ YAMAHA FAZZIO คันโปรด ภาพที่โดนใจ 20 ภาพ รับเสื้อ #ยามาฮ่าเชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์ ฟรี!
    • พิเศษสุด…สำหรับลูกค้ายามาฮ่าทุกรุ่นที่เป็นสมาชิก LINE OFFICIAL ACCOUNT: @YAMAHA SOCIETY THAILAND รับบัตรเข้าชมพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ฟรี! จำนวนจำกัด สิทธิพิเศษนี้เฉพาะลูกค้า LINE Official Account ของยามาฮ่าเท่านั้น

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ภูมิใจที่ได้ร่วมหนุนทัพนักกีฬาไทยสู่เวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทาง…ต่างทุกฟีล” และขอเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศร่วมส่งแรงใจแรงเชียร์ให้ทีมชาติไทยในการแข่งขันซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ปีนี้ ร่วมสร้างพลังแห่งความภาคภูมิใจให้กึกก้องทั่วประเทศ “เชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์ สานพลังไทยเจ้าเหรียญทอง”

     

    #YAMAHAFAZZIOสานพลังไทยเจ้าเหรียญทอง

    #YAMAHAเชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์

    #YAMAHASOCIETYTHAILAND #REVSYOURHEART

    #ยามาฮ่า #เร่งชีวิตให้เร้าใจ

    #ซีเกมส์ครั้งที่33 #ซีเกมส์2025 #ซีเกมส์ #SEAGAMESTHAILAND2025

    #SEAGAMES2025 #SEAGAMES33


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทัพนักแข่งฮอนด้า CBR Series ลุ้นแชมป์ประเทศไทย พร้อมดวลความเร็ว 2 เรซรวดใน NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 ปิดฤดูกาล

    1 Min Read

    ทัพนักแข่งฮอนด้า CBR Series ลุ้นแชมป์ประเทศไทย พร้อมดวลความเร็ว 2 เรซรวดใน NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 ปิดฤดูกาล

     

    “ฮอนด้า” พัฒนานักบิดและมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง ในการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike 2025 ด้วยการส่ง 4 แซทเทิลไลท์ทีม ลงดวลความเร็วใน 3 รุ่นท็อป เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักบิดไทยลงสนามแข่งขัน รวมถึงพัฒนาศักยภาพการทำงานของเมคคานิกส์และทีมแข่งไทย เพื่อพัฒนาการแข่งขันอย่างกว้างขวาง โดยผลงานดาวรุ่งไทยในซีซั่นนี้ ใช้โอกาสในการเรียนรู้และเก็บผลการแข่งขันลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาล  โดยจะไปตัดสินในสนามที่ 4 2 เรซรวด ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล

    รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ไฮไลท์ของรายการที่ดวลกันด้วยรถแข่งที่เร็วและแรงที่สุด ดาวรุ่งไทยฮอนด้า  “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31  จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส บิด Honda CBR1000RR-R ลงเก็บประสบการณ์รุ่นใหญ่ พร้อมโชว์ผลงานได้ทันที ดวลความเร็วกับนักแข่งรุ่นพี่อย่างต่อเนื่อง เก็บแต้มรั้งอันดับที่ 2 ของตารางด้วยคะแนนสะสมมา 49 คะแนน (ตาม 21 คะแนน) โอกาสยังเปิดในการลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาลนี้ ขณะที่ จอมเก๋า “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี หมายเลข 10 จาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบกดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม จะไม่สามารถลงสนามสุดท้ายได้จากอาการบาดเจ็บ

    รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1 Pro) ยอดนักบิดดาวรุ่งไทยผลผลิตจาก “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะดรีม” แจ้งเกิดด้วยผลงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง  “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 กับรถแข่ง Honda CBR600RR จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส ฮอนด้า ทีม เปิดตัวอย่างร้อนแรง คว้าชัยชนะ 2 สนามแรกติดต่อกัน แต่อุบัติเหตุในสนามที่ 3 ทำให้พลาดโอกาสบวกคะแนนทิ้งห่างไปอย่างน่าเสียดาย ล่าสุดรั้งอันดับที่ 2 ด้วยคะแนนสะสม 50 คะแนน (ตาม 11 คะแนน) ก่อนเข้าสู่สนามตัดสินแชมป์ประจำปี ขณะที่ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 20 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส อยู่ที่อันดับ 4 มี 36 คะแนน (ตาม 25 คะแนน)

    รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1) ที่ฮอนด้ามอบโอกาสให้กับ 2 ดาวรุ่งจาก โปร ฮอนด้า สิทธิพล ไออาร์ซี ดีไอดี ซีบี อาชิ กิตติ เรซซิ่ง ซึ่งลงเก็บประสบการณ์ในคลาสรองอย่าง SS1 โดยสามารถโชว์พัฒนาการและทำผลงานขึ้นมาอยู่หัวแถวของรุ่น สลับกับการยกระดับขึ้นไปสู้กับรุ่นโปรได้อย่างต่อเนื่อง โดยผลงานจาก 3 สนามแรก  “เฟรม” ภูริทัต จันจาด หมายเลข 98 รั้งอันดับที่ 3 ของรุ่นด้วยคะแนนสะสม 37 คะแนน ขณะที่ “ต้นกล้า” ภคภัคร พึ่งเจริญ หมายเลข 78 มีอยู่ 24 แต้ม อยู่ในอันดับที่ 9 ของตารางคะแนนสะสม

    ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 สนามปิดท้ายฤดูกาลจะดวลความเร็วกัน 2 เรซรวด โดยเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมและควอลิฟาย เพื่อจัดอันดับสตาร์ตในวันศุกร์ที่ 21 และแข่งขันชิงชนะเลิศเรซที่ 1 ในวันเสาร์ที่ 22 ก่อนปิดท้ายรอบชิงชนะเลิศ เรซที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #BRICSuperBike2025 #NexzterBRICSuperBike2025 #HondaCBR #Mix31 #Kaowkong20 #HiPeck18 #ChangInternationalCircuit


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • All New YAMAHA NMAX TECH MAX คว้ารางวัลใหญ่ “Motorcycle of The Year 2025” จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย

    1 Min Read

    All New YAMAHA NMAX TECH MAX คว้ารางวัลใหญ่ “Motorcycle of The Year 2025” จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย

    All New YAMAHA NMAX TECH MAX สร้างความภาคภูมิใจให้ยามาฮ่า คว้ารางวัล Thailand Motorcycle of The Year 2025 มาครองได้สำเร็จ จากงานประกาศผลรางวัล Thailand Car, EV & Motorcycle of The Year 2025 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไทย

    นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เป็นรับเกียรติขึ้นรับรางวัล Thailand Motorcycle of The Year 2025 จาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย

    โดยในปีนี้ มีรถจักรยานยนต์ผ่านเข้าสู่รอบทดสอบขั้นสุดท้ายจำนวน 6 รุ่น โดย All New YAMAHA NMAX TECH MAX และ All New YAMAHA AEROX ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้งคู่ ซึ่ง All New YAMAHA NMAX TECH MAX สามารถทำคะแนนรวมจากการทดสอบ และได้รับผลโหวตจากสื่อมวลชนสูงสุด คว้าตำแหน่ง Thailand Motorcycle of The Year 2025 ไปครองอย่างสง่างาม สะท้อนถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ความคุ้มค่าคุ้มราคา และเทคโนโลยีครบครันที่ยามาฮ่าตั้งใจพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างแท้จริง อาทิ ดีไซน์ที่ได้รับความนิยมจากยุโรป และมีโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับได้ 2 โหมด ทั้ง Sport Mode และ Town Mode พร้อมระบบ YECVT เทคโนโลยีควบคุมชุดส่งกำลังอัตโนมัติด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่มีกล่อง ECU เป็นตัวประมวลผล และส่งคำสั่งไปยังชุดส่งกำลัง YECVT เพื่อส่งต่อไปยังมอเตอร์และปรับอัตราทด ระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล๊อคเพิ่มความปลอดภัย ระบบ Traction Control System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีที่จะช่วยรักษาแรงฉุดลากเมื่อเร่งความเร็วบนพื้นผิวที่ลื่น ถนนที่ไม่ได้ลาดยางหรือถนนเปียก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า พาชาว CUB House เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ออกทริปขับขี่รอบเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ในกิจกรรม “CUB House Let’s Ride Over JAPAN”

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า พาชาว CUB House เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ออกทริปขับขี่รอบเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น  ในกิจกรรม “CUB House Let’s Ride Over JAPAN”

    CUB House by Honda เดินหน้ามอบประสบการณ์การขับขี่สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้า จัดทริป “CUB House Let’s Ride Over JAPAN” พาสมาชิก CUB House และสื่อมวลชนร่วมออกเดินทางขับขี่รถจักรยานยนต์ CUB House กว่า 35 คัน ตะลุยเส้นทางรอบเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ตลอดระยะเวลา 6 วัน 5 คืน ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

    ทริปนี้มีชาว CUB House ทุกรุ่นเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้ง Honda Monkey125, C125, CT125 และ DAX125 พร้อมขับขี่กระทบไหล่ไปกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังคุณซาบอล และคุณอาร์ม จาก Ohana อีกทั้งได้สัมผัสเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามที่สุด อากาศเย็นสบายเพียง 10 องศา พร้อมวิวภูเขา ทุ่งหญ้า และวัฒนธรรมหลากหลายที่รอให้ค้นหา สร้างมิติใหม่ของการขับขี่ท่องเที่ยวที่ผสานทั้งความงามของธรรมชาติและเสน่ห์ความเป็นญี่ปุ่นอย่างลงตัว

    เส้นทางการขับขี่เริ่มต้นจากเมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka) มุ่งหน้าสู่คุมาโมโตะ (Kumamoto) เอโสะ (Aso) ยูฟุอิน (Yufuin) เบปปุ (Beppu) และนาคัตสึ (Nakatsu) รวมระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสพื้นที่หลากหลายแบบ “เจแปนไลเดอร์” ตั้งแต่ถนนในเมืองอันเป็นระเบียบ ไปจนถึงเส้นทางภูเขาที่มีโค้งสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น

    ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่

    • การขับขี่ขึ้นสู่ ยอดเขา Daikanbo ผ่านเส้นทางทุ่งหญ้า Milk Road ที่นักขี่ทั่วโลกยกให้เป็นเส้นทางโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่ง
    • การช้อปอุปกรณ์ขี่รถ และของแต่งสุดเท่ที่ Ricoland แหล่งรวมของแต่งมอเตอร์ไซค์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น
    • การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ Aso Farm Land พร้อมบรรยากาศอันเงียบสงบ
    • การเรียนรู้ประวัติศาสตร์รถจักรยานยนต์ที่ Iwashita Museum พร้อมชมรุ่นในตำนานอย่าง Honda Monkey 50, Honda Dax 50 และ Batabata
    • ปิดท้ายด้วยกิจกรรมแช่ออนเซ็น Beppu Jigoku และเวิร์กช็อปรังสรรค์น้ำหอมที่ Oita Fragrance Museum

    กิจกรรม “LET’S RIDE OVER JAPAN 2025” สะท้อนตัวตนของ CUB House ที่มุ่งสร้างคอมมูนิตี้คนรักรถที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว ผ่านการเชื่อมโยงผู้ขับขี่ให้ได้ออกเดินทาง เปิดโลกใหม่ และแบ่งปันความสนุกไปพร้อมกัน ไม่เพียงแต่เป็นทริปท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในต่างประเทศให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสอย่างแท้จริง

    ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สามารถติดตามกิจกรรมครั้งต่อไป ได้เร็ว ๆ นี้ที่

    เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th/cubhouse

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand

    เฟซบุ๊ก CUBhouse : fb.com/cubhousebyhonda

     

    #Monkey125 #C125 #CT125 #Dax125 #CUBHouseRoadTrip2025 #RideOverJapan #ThaiHondaMotorcycle #CUBHouse #CUBHousebyHonda

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou


    No Comment
  • เคลียร์ชัด 9 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ MotoGP สนามประเทศไทย ไม่คุ้มค่า-เอกชนไม่สนับสนุน-ไม่มีคนดู จริงหรือ?

    1 Min Read

    เคลียร์ชัด 9 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ MotoGP สนามประเทศไทย ไม่คุ้มค่า-เอกชนไม่สนับสนุน-ไม่มีคนดู จริงหรือ?

    การกีฬาแห่งประเทศไทย เผยข้อมูลทุกมิติของโมโตจีพีตั้งแต่สัญญาแรก จนถึงปัจจุบัน เพื่อไขข้อข้องใจทุกประเด็นเกี่ยวกับการจัดและการต่อสัญญา โมโตจีพี สนามประเทศไทย เคลียร์ชัด “9 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ MotoGP สนามประเทศไทย ไม่คุ้มค่า-เอกชนไม่สนับสนุน-ไม่มีคนดู จริงหรือ?” พร้อมยืนยันด้วยตัวเลข มูลค่าทางเศรษฐกิจ และผลตอบแทนที่ประเทศได้รับอย่างชัดเจน ดังนี้

    1.เงิน 3,997 ล้านบาท ตกไปที่ใคร และมีการใช้ทันทีทั้งหมดหรือไม่

    ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ มีนโยบายที่จะทำสัญญากับ รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐบาลประเทศนั้นๆ โดยตรงเท่านั้น เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ดังนั้น การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะหน่วยงานรัฐ จึงเป็นคู่สัญญาโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวกับ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ MotoGP ทั่วโลก

    ค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมดจะถูก ทยอยขออนุมัติงบประมาณเป็นรายปี และจ่ายตรงไปที่ ดอร์น่า สปอร์ต เท่านั้น ไม่ได้ผ่านคนกลางหรือตกไปที่เอกชนรายอื่น ในทางกลับกัน ผลประโยชน์และรายได้จากการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเข้าชมหรือเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน ก็จะถูกนำส่ง ตรงไปที่ กกท. เช่นกัน เพื่อใช้สมทบและลดภาระงบประมาณภาครัฐอย่างเต็มที่

     

    2.ค่าลิขสิทธิ์แพงขึ้นมาก มีการเจรจาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศหรือไม่

    ข้อเท็จจริงคือ ค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นทุกประเทศและค่าลิขสิทธิ์ประเทศไทยถือว่า ต่ำกว่าประเทศอื่น  โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพหลักได้เจราจาต่อรองเรื่องค่าลิขสิทธิ์การแข่งขัน เพื่อให้ได้ในอัตราเท่าเดิม แต่เนื่องจากเกิดการแข่งขันในการเสนอตัวเป็นประเทศเจ้าภาพเพิ่มขึ้น  ประกอบกับจากการจัดการแข่งขันที่ผ่านมา มีการแข่งขันในวันแข่งจริงเพียงวันเดียว แต่ในสัญญาใหม่ จะมีการแข่งขัน 2 วัน คือ วันที่แข่ง Sprint Race (วันเสาร์) และวันที่แข่งจริง (Race Day) (วันอาทิตย์)  ส่งผลให้มีผู้ชมสนใจมากยิ่งขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการแข่งขันมากขึ้นเป็นทวีคูณ ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่การปรับเพิ่มราคาเกิดขึ้นทั่วโลก และประเทศไทยสามารถเจรจาได้ในอัตราที่ได้เปรียบกว่าประเทศอื่น จึงถือว่าการเจรจาเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ

    3.งบโมโตจีพีสำคัญกว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจริงหรือ

    งบประมาณคนละส่วน รัฐมีการจัดสรรงบทางกีฬาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน การเปรียบเทียบวงเงินนี้เชื่อมโยงกันอย่างไม่ถูกต้อง ตามหลักการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย งบประมาณสำหรับกิจกรรมส่งเสริมกีฬาและการเป็นเจ้าภาพระดับโลก (เช่น MotoGP) จะถูกจัดสรรในส่วนของรายจ่ายของส่วนราชการ (การกีฬาแห่งประเทศไทย) ซึ่งมีวงเงินและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนตามยุทธศาสตร์ของประเทศ

    ในขณะที่งบประมาณสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน มักจะมาจาก ‘งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น’ ซึ่งเป็นงบฉุกเฉินที่รัฐบาลบริหารจัดการเพื่อบรรเทาสาธารณภัยโดยเฉพาะ

    ดังนั้น งบประมาณทั้งสองส่วนจึงแยกจากกันอย่างชัดเจน และการขออนุมัติกรอบวงเงิน 4,000 ล้านบาท สำหรับสัญญาปี 2570-2574 นั้น ไม่ได้กระทบต่องบประมาณที่รัฐบาลใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในปัจจุบันแต่อย่างใด

    4.รีบเร่งต่อสัญญาเกินไปหรือไม่

     ยืนยันว่า การเจรจาต่อสัญญาไม่ได้เป็นการ “เร่งรีบ” แต่เป็นการดำเนินการที่ล่าช้ากว่าช่วงเวลาที่ควรเริ่มดำเนินการด้วยซ้ำ เนื่องจากสัญญาเดิมจะสิ้นสุดลงในปี 2569 (2026) และ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ กำหนดให้คู่สัญญาเดิมต้องแจ้งความประสงค์ต่อสัญญาล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งหมายถึงต้องแจ้งภายในปี 2568 (2025)

    ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา และการที่มีหลายประเทศทั่วโลกกำลังรอเสนอตัวและยื่นข้อเสนอเพื่อเป็นเจ้าภาพแทนประเทศไทย การดำเนินการเจรจาในขณะนี้จึงถือเป็นการตัดสินใจที่ทันต่อสถานการณ์และจำเป็น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องเสียสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับโลก ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 28,000 ล้านบาท ใน 5 ปีข้างหน้า

    5.ผู้ชมน้อยลงทุกปี ความคุ้มค่าอยู่ตรงไหน

    ข้อเท็จจริงคือ ยอดผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยเคยได้รับรางวัล Best Grand Prix of the Year ในปี 2561 ด้วยยอดผู้ชมสูงสุดในฤดูกาล 222,535 คน และเพิ่มเป็น 226,655 คน ในปี 2562 ส่วนยอดผู้ชมที่ลดลงในช่วงปี 2565 (178,463 คน) เป็นผลมาจากการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข แต่หลังจากนั้น ยอดผู้ชมก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี

    สำหรับความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจ การจัดโมโตจีพี 8 ปีที่ผ่านมา (2561-2568) สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยสูงถึง 24,927 ล้านบาท และสัญญาใหม่ 5 ปี (2570-2574) ถูกประมาณการณ์ว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก 28,000 ล้านบาท และยังไม่มีอีเว้นต์ไหนในประเทศไทยที่ทำได้

    6.จริงหรือไม่ ? เอกชนลดการสนับสนุนลงทุกปี -รัฐแบกภาระเกินไป

    ในการบริหารจัดการ การจัด MotoGP ในหลายประเทศทั่วโลก รัฐบาลเป็นผู้รับค่าลิขสิทธิ์เต็มจำนวนหรือเกือบทั้งหมด ในทางกลับกัน ประเทศไทย เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่พึ่งพางบประมาณภาครัฐในสัดส่วนที่น้อยมาก

    โดยตลอดสัญญาที่ผ่านมา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ประสบความสำเร็จในการระดมทุนจากภาคเอกชนรายใหญ่ ทั้งกลุ่มพลังงาน ยานยนต์ และเครื่องดื่ม เข้ามาสนับสนุนการจัดแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดภาระของรัฐบาลลงได้อย่างมาก

    แม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา ทำให้เอกชนบางรายต้องลดหรือหยุดการสนับสนุนไปชั่วคราว กกท. ก็ยังคงพยายามหาเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนและรายได้จากการจำหน่ายบัตร เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายและยืนยันการเป็นเจ้าภาพต่อไป โดยในสัญญาใหม่ (2570-2574) ก็ยังคงตั้งเป้าระดมเงินสนับสนุนจากเอกชนกว่า 700 ล้านบาท เพื่อยืนยันว่าประเทศไทยมีการบริหารจัดการที่พึ่งพาเอกชนเป็นหลักมาโดยตลอด

    7.รายได้จากการแข่งขันตกไปที่เอกชนหรือไม่จัดที่อื่นได้ไหม ทำไมต้องที่บุรีรัมย์

     การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไม่ได้มีสัญญาจ้างกับบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด (เจ้าของสนามช้างฯ) ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงคือ สนามช้างฯ ได้ให้การสนับสนุน กกท. โดย อนุญาตให้ใช้สนามแข่งฟรีโดยไม่คิดค่าเช่า โดยการให้ใช้สนามฟรีนี้มีมูลค่าถึง 12 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากต้องใช้สถานที่ในการเตรียมการจัดการแข่งขันและวันแข่งจริงประมาณ 30 วัน คำนวนรวม 6 ปี ที่รัฐไม่ต้องจ่ายค่าเช่า เป็นมูลค่า 72 ล้านบาท

    “จัดที่อื่นไม่ได้ เนื่องจากมีสนามแห่งนี้เพียงสนามเดียวในประเทศไทย”  ที่เป็นสนามระดับ FIM GRADE A ที่มีมาตรฐานสามารถจัดการแข่งขัน MotoGP ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้งานกีฬาระดับโลกในการกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ รวมถึงการท่องเที่ยวต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทุกภาคในประเทศไทย

    8.เอื้อประโยชน์กับเจ้าของสนามแข่งหรือไม่

    รายได้หลักจากการจัดแข่งขันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขัน และเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน จะถูกนำส่งเข้าสู่การบริหารจัดการโดย กกท. โดยตรง ซึ่งรายได้เหล่านี้จะถูกนำไป หักลบกับภาระค่าลิขสิทธิ์ ที่ต้องจ่ายให้กับ ดอร์น่า สปอร์ต โดยตรง เพื่อลดภาระงบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐให้เหลือน้อยที่สุด กระบวนการนี้จึงเป็นการยืนยันถึงความโปร่งใส และการบริหารจัดการที่เน้นผลประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญ

    9.MotoGP ถูกสนับสนุนมาทุกรัฐบาล

    การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP ได้รับการสานต่อและสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่องทุกชุด มาโดยตลอด เนื่องจากตระหนักถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศที่ได้รับ ดังนี้

    สัญญาที่ 1: ปี 2561 – 2563  รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (รมว. กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร) ครม. เห็นชอบสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์สมทบปีละ 100 ล้านบาท รวม 3 ปี เป็น 300 ล้านบาท
    ผลการดำเนินงาน: กกท. ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและรายได้รวม 528 ล้านบาท (ใน 2 ปี) จากพันธมิตรรายใหญ่ 12 ราย/แหล่ง
    ความสำเร็จ: ได้รับรางวัล Best Grand Prix of The Year ในปี 2561 และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 2 ปี (2561-2562) ได้ถึง 6,584 ล้านบาท (จัดได้เพียง 2 ปี เนื่องจากโรคระบาด Covid-19)

    สัญญาที่ 2: ปี 2565 – 2569 (เลื่อนจาก 2564-2568) รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (รมว. พิพัฒน์ รัชกิจประการ) ครม. เห็นชอบกรอบวงเงินเพื่อสมทบค่าลิขสิทธิ์ 900 ล้านบาท โดยเน้นให้นำรายได้จากภาคเอกชนมาสมทบก่อน
    ผลการดำเนินงาน: ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนกว่า 770 ล้านบาท และจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 800 ล้านบาท
    ผลตอบแทนและข้อได้เปรียบ: สามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจรวม 6 ปี (2561 – 2568) กว่า 24,927 ล้านบาท อีกทั้งยัง ประหยัดค่าเช่าสนามได้ถึง 72 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาสัญญา จากการใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ฟรี

    สัญญาที่ 3: ปี 2570 – 2574 (ล่าสุด)
    สถานะปัจจุบัน: ครม. ให้ความเห็นชอบเพียงการเป็นเจ้าภาพเท่านั้น ส่วนงบประมาณ กกท. จะนำเสนอขอรับการจัดสรรเป็นรายปีตามภารกิจ ซึ่งประมาณการรายได้จากผู้สนับสนุนไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท (ซึ่งการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐเป็นไปตามแผนงานในปี 2570 และไม่ได้กระทบกับงบประมาณที่จำเป็นเร่งด่วนในปัจจุบัน)


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment