-
News / News Motocycle2 Min Read
“ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์” เติมแรงขับตลาดพรีเมียมบิ๊กไบค์ปลายปี ส่ง 4 โมเดลใหม่ “Scrambler 400 XC , Scrambler 1200 XE ,Tiger 900 Alpine Edition, Tiger 900 Desert Edition” เสริมแกร่งไลน์โมเดิร์นคลาสสิก – แอดเวนเจอร์ ครบทุกสไตล์
ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เดินหน้าตอกย้ำผู้นำรถจักรยานยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษ ส่งท้ายปียิ่งใหญ่ด้วยการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ 4 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ Scrambler 400 XC น้องเล็กรุ่นล่าสุดในไลน์อัปเครื่องยนต์ 400 ซีซี อันเลื่องชื่อ ได้รับการออกแบบและปรับแต่งเพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์การขับขี่ของไทรอัมพ์ที่สนุก เร้าอารมณ์ และตอบสนองได้ฉับไว ตามด้วย Scrambler 1200 XE ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อยกระดับสมรรถนะและความสามารถในการผจญภัยแบบออฟโรด รวมถึง Tiger 900 Alpine Edition และ Tiger 900 Desert Edition 2 รถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ที่สะดุดตา ได้รับแรงบันดาลใจจากอากาศในเทือกเขาแอลป์และแสงตะวันในทะเลทราย มีคุณสมบัติพิเศษที่ได้รับการปรับปรุง โดดเด่นด้วยสีสันและกราฟิกพิเศษ ซึ่งทั้งหมดมาพร้อมความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง
นายชินศักดิ์ กิตติอมรกุล ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า “เพื่อตอบรับดีมานด์ตลาดพรีเมียมบิ๊กไบค์ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ จึงเดินหน้าขยายไลน์อัปเพื่อเติมเต็มทางเลือกให้ครอบคลุมทุกสไตล์การขับขี่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Modern Classics และ Adventure ที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์ ซึ่งการเปิดตัวทั้ง 4 รุ่นใหม่นี้ ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยสมรรถนะ และงานออกแบบที่พัฒนาขึ้น พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่มาพร้อมความคุ้มค่า
สำหรับไทรอัมพ์ Scrambler 400 XC น้องเล็กรุ่นล่าสุด ที่เพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดให้กับสไตล์อันดุดันของ Scrambler ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 40 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 37.5 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสนุกและมั่นใจในทุกย่านความเร็ว ด้านรูปลักษณ์ สะท้อนอัตลักษณ์ดีไซน์ของ Scrambler ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ถังน้ำมันที่ออกแบบอย่างสวยงามพร้อมรอยเว้าสำหรับหัวเข่า เครื่องยนต์คลาสสิกพร้อมตราโลโก้ไทรอัมพ์สามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ครีบระบายความร้อน และแคลมป์ยึดท่อร่วมไอเสีย ไปจนถึงปลายท่อเฉียงขึ้นด้านบน อีกทั้งมาพร้อมบังโคลนหน้าแบบยกสูง และชิลด์หน้าที่เข้าชุดกัน ให้การปกป้องอย่างมีสไตล์ในสภาพแวดล้อมสุดท้าทาย
ด้านสเปกที่โดดเด่นเหนือระดับ ออกแบบมาเพื่อรองรับการผจญภัยในชีวิตอย่างแท้จริง โดย Scrambler 400 XC ใหม่นี้ได้เพิ่มศักยภาพในการขับขี่แบบออฟโรดให้กับสไตล์ที่ดุดันของ Scrambler ด้วยล้อซี่ลวดแบบใหม่ที่แข็งแกร่งและสวยงามลงตัว ล้อหน้าขนาด 19 นิ้วและล้อหลังขนาด 17 นิ้ว ที่เน้นการใช้งานแบบผจญภัย มาพร้อมขอบล้ออลูมิเนียมจาก Excel และยาง Metzeler Karoo Street แบบไม่มียางใน ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับสมรรถนะบนทุกเส้นทางได้อย่างหลากหลายและมั่นใจ ขณะที่ระบบกันสะเทือนคุณภาพสูงช่วยให้การขับขี่นุ่มนวล ด้วยโช้คหน้าหัวกลับลูกสูบใหญ่ ขนาด 43 มม. และโช้คหลังแบบ Monoshock พร้อมกระปุกน้ำมันแยก โดยมีระยะยุบตัวล้อหน้าและหลัง 150 มม. รวมถึงระบบ Traction Control ที่เปิด-ปิดได้ และระบบ ABS สำหรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ เพื่อความปลอดภัยและความคล่องตัวในการใช้งาน
ส่วนเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มุ่งเน้นเพื่อผู้ขับขี่อัดแน่นทั้งมาตรวัดแบบสองรูปแบบ ผสมผสานดีไซน์เรียบหรูทันสมัย ด้วยมาตรวัดความเร็วแบบเข็มขนาดใหญ่ และหน้าจอ LCD ซึ่งแสดงผลรอบเครื่องยนต์แบบดิจิทัล ระยะทางที่ขับขี่ได้จากน้ำมันที่เหลือ และตัวบอกตำแหน่งเกียร์ที่มองเห็นได้ชัดเจนในทุกสภาพแสง ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการแสดงผลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกผ่านปุ่มควบคุมที่ติดตั้งบนแฮนด์ นอกจากนี้ยังมีช่องชาร์จไฟแบบ USB-C รองรับการชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สมาร์ทโฟนหรือระบบนำทาง ตลอดจนมีอุปกรณ์เสริมแท้จาก Triumph ให้เลือกติดตั้งมากกว่า 20 รายการ ครอบคลุมทั้งด้านสไตล์ ความสบาย การบรรทุกสัมภาระ และระบบความปลอดภัย
ทั้งนี้รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ Scrambler 400 XC ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 209,950 บาท มาพร้อมความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของด้วยระยะเวลาในการเข้ารับการบำรุงรักษาที่ยาวนานถึง 16,000 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันคุณภาพ 2 ปีไม่จำกัดระยะทางเป็นมาตรฐาน มีให้เลือก 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สี Racing Yellow, สี Storm Grey และ สี Vanilla White โดยแต่ละแบบมาพร้อมกราฟิกดีไซน์เฉพาะตัว พร้อมโลโก้ Triumph สีดำ ที่เข้าชุดกับแผงข้างถังน้ำมันสีดำ แผ่นรองเข่า และเบาะนั่งแบบสองตอนสีดำสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ต่อกันด้วย Scrambler 1200 XE รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมเครื่องยนต์ Bonneville สองสูบ พละกำลังสูงขนาด 1200 ซีซี มอบพละกำลังสูงสุด 90 แรงม้า และแรงบิดเต็มพิกัด 110 นิวตันเมตร ที่ 4,250 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ตอบสนองทันใจ มอบทั้งความเร้าใจและการควบคุมที่ง่ายดายในทุกสภาพถนน ด้านรูปลักษณ์โดดเด่นในทุกมุมมอง ตั้งแต่ท่วงท่าที่ทรงพลัง ล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ออกแบบอย่างประณีต ไปจนถึงเบาะยาวลอนคลื่นที่เป็นเอกลักษณ์ เพิ่มความพรีเมียมด้วย ฝาถังสไตล์ Monza ทำจากอะลูมิเนียมแบบขัดเงา สวิงอาร์มชุบอะโนไดซ์ แผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้องกันอ่างน้ำมันเครื่องอะลูมิเนียม รวมถึงตราสัญลักษณ์ขัดเงาบ่งบอกถึงความประณีตในทุกส่วน
ขณะที่โครงรถสไตล์ Scrambler แบบเฉพาะตัว ออกแบบให้ผู้ขี่มั่นใจได้ในทุกสภาพพื้นผิว สวิงอาร์มอะลูมิเนียมหล่อพร้อมระยะยุบตัวยาว และระบบกันสะเทือนปรับได้เต็มรูปแบบ มอบระยะยุบล้อสูงถึง 250 มม. โช้คหน้าหัวกลับ Showa ขนาด 47 มม. ปรับแต่งได้เต็มระบบ ส่วนโช้คหลังคู่ Öhlins พร้อมกระปุกน้ำมันที่ติดตั้งสปริงคู่ให้การควบคุมและความสบายที่เหนือชั้น ไม่ว่าขับขี่คนเดียวหรือบรรทุกเต็มพิกัด สมรรถนะการเบรกก็เหนือชั้นไม่แพ้กัน คาลิปเปอร์เบรก Brembo Stylema M4.30 โมโนบล็อกเรเดียล จับคู่กับจานเบรกคู่ขนาด 320 มม. ให้พลังเบรกระดับชั้นนำ เสริมด้วยคาลิปเปอร์หลัง Nissin และจานเบรกขนาด 255 มม. ระบบ Optimised Cornering ABS และระบบ Traction Control ของไทรอัมพ์ มอบความมั่นใจสูงสุดในทุกโค้ง พร้อมตัวเลือกปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดสำหรับการขับขี่ออฟโรดขั้นสูง
ด้านเทคโนโลยีที่ยกระดับทุกการขับขี่มาพร้อม คันเร่งไฟฟ้า Ride-by-wire ของไทรอัมพ์ที่ให้โหมดการขับขี่ 6 โหมด ได้แก่ Road, Rain, Sport, Rider-Configurable, Off-Road และโหมดพิเศษเฉพาะรุ่น Off-Road Pro โดยแต่ละโหมดจะปรับการตอบสนองของคันเร่ง ระบบ ABS และระบบ Traction control ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวและความต้องการของผู้ขับขี่ ด้านโหมด Off-Road Pro จะปิดการใช้งานระบบ ABS และระบบ Traction Control ทั้งหมด เพื่อปลดปล่อยสมรรถนะออฟโรดของ XE อย่างเต็มศักยภาพ ระบบ Cruise Control แบบปุ่มเดียว เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางไกล ขณะที่จอแสดงผล TFT สีเต็มรูปแบบ มาพร้อมธีมให้เลือก 2 แบบและตัวเลือกเค้าโครง 3 สไตล์ พร้อมฟังก์ชันปรับความสว่างอัตโนมัติตามสภาพแสง นอกจากนี้ผู้ขี่ยังสามารถปรับแต่งหน้าจอเริ่มต้นด้วยชื่อของตนเอง เพื่อเพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการขับขี่ได้อีกด้วย นอกจากนี้สวิตช์ควบคุมแบบมีไฟเรืองแสง และจอยสติ๊กแบบ 5 ทิศทาง ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างสะดวกง่ายดาย รวมถึงยังรองรับการติดตั้งระบบเชื่อมต่อ My Triumph ช่วยให้เข้าถึงการโทรศัพท์ ฟังเพลง และระบบนำทางแบบ Turn-by-turn ผ่านหน้าจอ TFT ได้โดยตรง มีช่องชาร์จ USB ใต้เบาะที่นั่ง เพื่อให้สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้ตลอดการเดินทาง ตลอดจนมีอุปกรณ์เสริมแท้จากไทรอัมพ์ให้เลือกมากกว่า 70 รายการ ตั้งแต่ ชิลด์หน้าทัวร์ริ่งทรงสูง และกระเป๋าข้างแบบหนัง ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับการขับขี่ออฟโรด อุปกรณ์เสริมทุกชิ้นได้รับการออกแบบควบคู่กับตัวรถ เพื่อความลงตัวทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และคุณภาพ
ทั้งนี้รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ Scrambler 1200 XE ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 675,000 บาท มาพร้อมความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของด้วยระยะเวลาในการเข้ารับการบำรุงรักษาที่ยาวนานถึง 16,000 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันคุณภาพ 2 ปีไม่จำกัดระยะทางเป็นมาตรฐาน มีตัวเลือกสีพรีเมียมให้เลือก ได้แก่ สี Matt Khaki Green & Matt Crystal White สำหรับสายผจญภัย และสี Silver Ice & Phantom Black สำหรับผู้ชื่นชอบความโดดเด่น ขณะที่สี Sapphire Black ยังคงเป็นสีมาตรฐานให้เลือกเช่นเดิม
ปิดท้ายด้วย Tiger 900 Alpine Edition ที่พัฒนาบนพื้นฐานของรุ่น Tiger 900 GT Pro ที่เน้นการขี่บนถนน มาพร้อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้ขี่ ขณะที่ Tiger 900 Desert Edition พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Tiger 900 Rally Pro ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ระดับแนวหน้าในกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับเดียวกัน ออกแบบมาเพื่อเน้นย้ำถึงความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดอันเลื่องชื่อ ซึ่งทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์สามสูบอันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ พร้อมเพลาข้อเหวี่ยงแบบ T-plane ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สามสูบ 888 ซีซี ให้พละกำลัง 108 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 90 นิวตันเมตร ที่ 6,850 รอบต่อนาที การส่งกำลังที่ตอบสนองฉับไว ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม และเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5+ ออกแบบมาเพื่อความแข็งแกร่ง การควบคุม และความทนทาน ทั้งสองรุ่นมีสวิงอาร์มหล่ออะลูมิเนียมสองด้านเพื่อความเสถียรและความแม่นยำ พร้อมระบบเบรกประสิทธิภาพสูงจาก Brembo ให้แรงหยุดเหนือชั้น ขณะที่ชุดแฮนด์มีแดมเปอร์ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขี่ระยะไกล โดยในรุ่น Desert Edition ยังมาพร้อมกับล้อซี่ลวดและยางแบบไม่มียางใน
ขณะที่ระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละรุ่น โดย Tiger 900 Alpine Edition ใช้โช้คหัวกลับ Marzocchi ขนาด 45 มม. พร้อมระบบปรับการยุบตัวและการคืนตัวแบบแมนนวล มีระยะยุบตัว 180 มม. ในขณะที่ Tiger 900 Desert Edition ติดตั้งโช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม. พร้อมระยะยุบตัว 240 มม. เพื่อการขับขี่ออฟโรดที่ท้าทาย ระบบกันสะเทือนหลังก็สะท้อนถึงแนวทางนี้ โดย Alpine ใช้โช้ค Marzocchi และ Desert ใช้โช้ค Showa ให้ระยะยุบตัว 170 มม. และ 240 มม. ตามลำดับ ด้านระบบเบรกได้รับการควบคุมโดยจานเบรกคู่หน้าขนาด 320 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ Brembo Stylema และจานเบรกเดี่ยวด้านหลังขนาด 255 มม. เสริมด้วยยาง Metzeler Tourance™ Next สำหรับรุ่น Alpine และยาง Bridgestone Battlax Adventure สำหรับรุ่น Desert มอบการยึดเกาะที่มั่นใจบนทุกพื้นผิว
นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อม Triumph Shift Assist เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น และแผงหน้าปัดสี TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ MyTriumph เพื่อข้อมูลที่เข้าใจง่ายและชัดเจน พร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย โดยรุ่น Alpine และ Desert มาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 และ 6 โหมดตามลำดับ โดยรุ่น Desert จะเพิ่มโหมด Off-Road Pro เพื่อการบังคับควบคุมบนทุกสภาพถนนขั้นสูง นอกจากนี้รุ่นพิเศษทั้งสองรุ่นมีตัวเลือกให้อัปเกรดเป็นเบาะนั่งแบบปรับอุณหภูมิหรือเบาะนั่งแบบต่ำ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความคล่องตัวและความทนทานในทุกสภาพถนน รวมถึงยังมีอุปกรณ์เสริมครบครันกว่า 50 ชิ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการท่องเที่ยวและความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกชุดกระเป๋าเดินทางพรีเมียมได้ 2 แบบ คือชุด Trekker หรือชุด Expedition ที่ออกแบบมาเพื่อความทนทานและสะดวกสบายในการเดินทางไกล นอกจากนี้สำหรับประเทศไทยท่อเก็บเสียงพรีเมียม Akrapovic สามารถติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมได้เช่นกัน
ทั้งนี้ Tiger 900 Alpine Edition Edition มาพร้อมโทนสี Snowdonia White และ Sapphire Black อันคมชัด พร้อมเน้นลวดลายด้วยสี Aegean Blue อันโดดเด่น ในราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 648,000 บาท และ Tiger 900 Desert Edition มาพร้อมสี Urban Grey และ Sapphire Black ที่สะดุดตา พร้อมเน้นลวดลายด้วยสี Baja Orange อันโดดเด่นในราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 668,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่นมีระยะเวลาการบริการ 10,000 กิโลเมตร และรับประกันระยะทางไม่จำกัดเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งถือเป็นระดับชั้นนำในระดับเดียวกัน นายชินศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ www.triumphmotorcycles.co.th หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ มอบเงินบริจาค 1,962,414 บาท จากโครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า 60 บาท เติมเต็มถัง เติมเต็มใจ” แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมกับร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ มอบเงินบริจาคจำนวน 1,962,414 บาท ให้แก่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจในการจัดหาและบริหารโลหิตให้เพียงพอสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ ซึ่งการมอบเงินในครั้งนี้จัดขึ้น เนื่องในวาระครบรอบ 60 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ผ่านการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อโครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า 60 บาท เติมเต็มถัง เติมเต็มใจ” ในโอกาสนี้ ดร.อารักษ์ พระประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้มอบเงินบริจาค โดยมี รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และ คุณปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ณ สภากาชาดไทย
โครงการฯ ดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยไทยฮอนด้าร่วมกับร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เชิญชวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้ากว่า 18 ล้านคัน ร่วมกิจกรรมเติมน้ำมันเต็มถังในราคาเพียง 60 บาท ณ ร้านผู้จำหน่ายฮอนด้า (Honda Wing Center) ที่เข้าร่วมกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ เป็นรายได้จากกิจกรรมรวม 981,207 บาท และไทยฮอนด้าได้ร่วมสมทบเพิ่มอีกหนึ่งเท่า รวมเป็นยอดบริจาคทั้งหมด 1,962,414 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดหาโลหิตให้เพียงพอสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ
ดร.อารักษ์ พระประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ไทยฮอนด้าได้เติบโตเคียงคู่กับสังคมไทย ไม่เพียงแค่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ แต่ยังคงยึดมั่นในการส่งต่อความสุขและความปลอดภัยให้กับผู้คนรอบข้างในทุกเส้นทางอย่างต่อเนื่อง ในนามของบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ขอขอบพระคุณ สภากาชาดไทย ที่เปิดโอกาสให้ฮอนด้าได้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ให้ชีวิต” ผ่านการบริจาคโลหิตและการสนับสนุนภารกิจอันทรงคุณค่าต่อประเทศ ไทยฮอนด้าขอให้คำมั่นว่า จะยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างสรรค์สิ่งดีให้กับสังคมไทยต่อไป เพื่อให้ทุกก้าวของการเดินทางเป็นไปตามปณิธานอันมั่นคงของเรา”
การมอบเงินบริจาคในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างสังคมที่ยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทขององค์กรที่ไม่เพียงขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม แต่ยังขับเคลื่อนด้วยจิตสำนึกแห่งการให้ เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยอย่างแท้จริง
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ “60 ปี ไทยฮอนด้า” ได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสังคมไทย
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ยิ่งใหญ่! ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดตัวรถจักรยานยนต์ 4 รุ่นใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน Triumph Day 2025 พร้อมรวมพลังคอมมูนิตี้คนรักไทรอัมพ์ สะท้อนพลังแบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษที่ครองใจคนทั่วโลก
ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษ จัดงาน “ไทรอัมพ์ เดย์ 2025” (Triumph Day 2025: Brit Night Spirit) คอมมูนิตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนพันธุ์แท้ไทรอัมพ์ ที่ให้ทุกคนได้มาพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์รวมถึงความประทับใจกับผู้ขับขี่ไทรอัมพ์จากทั่วประเทศ พร้อมเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจไปด้วยกัน ผ่านการชมนิทรรศการรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์หลากหลายรุ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่มาพร้อมเรื่องราวและแรงบันดาลใจ รวมถึงรับชมการแสดงจากวงดนตรีชื่อดังและดีเจที่มาสร้างสีสันตลอดทั้งงาน โดยภายในงานมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ Scrambler 400 XC, Scrambler 1200 XE, Tiger 900 Alpine Edition และ Tiger 900 Desert Edition อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ทั้งหมดนี้เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในค่ำคืนสุดพิเศษแก่ผู้ร่วมงานทุกคน ณ Issara Estates Winery อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
มาร์เซโล ซิลวา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกฝ่ายขาย และการตลาด บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ จำกัด กล่าวว่า “งาน Triumph Day 2025: Brit Night Spirit เป็นหนึ่งในกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าไทรอัมพ์ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อส่งมอบประสบการณ์ และความประทับใจให้กับแฟน ๆ ไทรอัมพ์ รวมถึงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ทั่วประเทศ ตามหัวใจหลักของแบรนด์ “ฟอร์ เดอะ ไรด์” (For The Ride) ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่ดีที่สุดในโลก ด้วยดีไซน์เฉพาะตัวผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและจิตวิญญาณของการขับขี่อย่างแท้จริง นอกจากนี้ไทรอัมพ์ยังเล็งเห็นว่าการสร้างสังคมของการขับขี่ที่แข็งแกร่งเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของการการขับขี่ให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสพิเศษที่ไทรอัมพ์ได้ส่งมอบประสบการณ์ทั้งความสนุกสนานที่มาพร้อมมิตรภาพดี ๆ ให้เป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่น่าจดจำแก่ลูกค้ารวมถึงพันธมิตรของไทรอัมพ์ที่มาร่วมงานทุกคน”
มาร์เซโล กล่าวเสริมว่า “ภายในงาน Triumph Day 2025: Brit Night Spirit ครั้งนี้ได้รวบรวมกิจกรรมสุดพิเศษตลอดค่ำคืนเพื่อแฟนไทรอัมพ์ ไม่ว่าจะเป็น Triumph Vintage นิทรรศการย้อนรอยประวัติศาสตร์ที่รวบรวมรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์รุ่นไอคอนิกในตำนาน และรุ่นหายากมาให้ชมอย่างใกล้ชิด การถ่ายทอดเรื่องราวแรงบันดาลใจจากตำนาน 123 ปี แห่งความยิ่งใหญ่ผ่านดีไซน์ และพัฒนาการของรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ ในแต่ละช่วงเวลาอย่างมีเอกลักษณ์ ช้อปปิ้งเสื้อผ้า สินค้าสุดพิเศษจากไทรอัมพ์และพันธมิตร พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศและการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง Dax Rock Rider, Flure และ DJ Foamie นอกจากนี้ในโซน Street Food & Beverage Experience ยังได้รวบรวมเมนูเด็ดจากร้านอาหารชื่อดังหลากหลายสไตล์มาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ ตลอดจนโซนกิจกรรมให้ร่วมสนุกและลุ้นรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากไทรอัมพ์ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีบิ๊กเซอร์ไพรส์กับการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดให้สาวกไทรอัมพ์ได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่จะมาเสริมทัพกลุ่ม Modern Classics และกลุ่ม Adventure ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ประกอบด้วย Scrambler 400 XC น้องเล็กรุ่นล่าสุด โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ 400 ซีซี ที่อัดแน่น DNA การออกแบบสไตล์ Scrambler อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นล้อซี่ลวดพร้อมขอบล้ออลูมิเนียมน้ำหนักเบาและยางแบบไม่มียางใน เพื่อการผจญภัยบนท้องถนนทุกรูปแบบ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดให้กับสไตล์อันแข็งแกร่ง ทั้งบังโคลนหน้าแบบยกสูง และชิลด์หน้าที่ออกแบบให้เข้าชุดกับตัวรถ เพิ่มความมีสไตล์พร้อมมอบการปกป้องให้ผู้ขับขี่ในทุกสภาพถนนสุดท้าท้าย โดยมาพร้อม 3 เฉดสีสดใสร่วมสมัย ได้แก่ สี Racing Yellow สี Storm Grey และสี Vanilla White ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 209,950 บาท
ด้านรุ่น Scrambler 1200 XE ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ ขนาด 1200 ซีซี ยกระดับสมรรถนะและความสามารถในการผจญภัยแบบออฟโรด พร้อมการอัปเกรดระบบกันสะเทือนช่วงล่างระดับพรีเมียมยิ่งขึ้น ทั้งโช้คหน้า Showa ขนาด 47 มม. ปรับได้เต็มรูปแบบ และโช้คหลัง Öhlins RSU คู่พร้อมสปริงคู่ ด้านรูปลักษณ์โดดเด่นด้วยกราฟิก XE และรายละเอียดสีทองบนถังน้ำมัน มาพร้อมตัวเลือกสีพรีเมียม ได้แก่ สี Matt Khaki Green & Matt Crystal White สำหรับสายผจญภัย สี Silver Ice & Phantom Black สำหรับผู้ชื่นชอบความโดดเด่น ขณะที่สี Sapphire Black ยังคงเป็นสีมาตรฐานให้เลือกเช่นเดิม ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 675,000 บาท
ปิดท้ายด้วยสองเสือสายลุยขนาดกลางรุ่นพิเศษ ออกแบบมาเพื่อพิชิตสองสภาพแวดล้อมที่ท้าทายและหลากหลายที่สุดในโลก ได้แก่ Tiger 900 Alpine Edition พัฒนาต่อยอดจากรุ่น GT Pro ที่เน้นการขับขี่บนท้องถนน ผสานเทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่เป็นพิเศษ ด้านการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากอากาศบนเทือกเขาอัลไพน์ มาพร้อมโทนสีพรีเมียมให้เลือกคือ สีSnowdonia White และ สี Sapphire Black พร้อมเน้นลวดลายด้วยสี Aegean Blue ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 648,000 บาท
ขณะที่ Tiger 900 Desert Edition ออกแบบมาเพื่อลุยเนินทรายอันร้อนระอุ พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Rally Pro เน้นย้ำสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดอันเลื่องชื่อของ Tiger มีให้เลือกด้วยโทนสี Urban Grey และ สี Sapphire Black เสริมด้วยไฮไลท์สีส้ม Baja Orange สุดโดดเด่น ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 668,000 บาท
ทั้งนี้ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของประเทศอังกฤษ ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2445 (ค.ศ.1902) นับเป็นระยะเวลากว่า 123 ปี มีบริษัทสาขาทั้งในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน อิตาลี ญี่ปุ่น สวีเดน เบเนลักซ์ บราซิล จีน รวมถึงประเทศไทย มีผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการกว่า 950 ราย ใน 68 ประเทศทั่วโลก มีฐานการผลิตรถจักรยานยนต์เต็มรูปแบบ 2 แห่ง ได้แก่ เมืองฮิงค์ลีย์ ประเทศอังกฤษ และจังหวัดชลบุรี ประเทศไทย ปัจจุบันในไทยไทรอัมพ์มีผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ที่ครอบคลุมกับผู้ขับขี่ทุกประเภท ได้แก่ กลุ่ม Modern Classics ที่ประกอบไปด้วยตระกูล TR-Series เครื่องยนต์ 400 ซีซี ตระกูล Bonneville ตระกูล Scrambler และตระกูล Speed ที่มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 900 ซีซี และ 1200 ซีซี กลุ่ม Adventure ตระกูล Tiger ที่มีทั้งเครื่องยนต์ 660 ซีซี 900 ซีซี และ 1200 ซีซี กลุ่ม Roadsters & Sport ได้แก่ Trident, Daytona, Street Triple 765 และ Speed Triple 1200 ปิดท้ายด้วยกลุ่ม Rocket 3 ที่มาพร้อมขนาดเครื่องยนต์ 2,500 ซีซี ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในสายพานการผลิตรถจักรยานยนต์ของโลก มาร์เซโล กล่าวทิ้งท้าย
ผู้สนใจสามารถติดตามบรรยากาศงาน Triumph Day 2025: Brit Night Spirit รวมถึงติดตามข้อมูล ข่าวสาร และกิจกรรมอื่น ๆ จากไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand
#ForTheRide #Triumph #TriumphThailand #TriumphMotorcycles #TriumphDay2025 #BritNightSpirit
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สร้างมาตรฐานใหม่ในทุกการเดินทาง เปิดตัวที่สุดแห่งมอเตอร์ไซค์ทัวริ่ง บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ทางไกลบนสองล้อ ด้วยการเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ตัวท็อปรุ่นใหม่ของตระกูล RT ที่สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยนวัตกรรมรอบด้าน ทั้งระบบช่วงล่างที่พัฒนาขึ้นใหม่ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อันชาญฉลาด และรูปลักษณ์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกปราดเปรียว แต่ยังคงปกป้องผู้ขับขี่จากสภาพแวดล้อมได้ยอดเยี่ยม ทั้งหมดนี้ผสมผสานกันเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นในทุกมิติ ให้ความสะดวกสบายกับทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ควบคู่ไปกับความแม่นยำในการควบคุมตลอดทุกห้วงเวลาบนท้องถนน
“การขับขี่ทางไกลเป็นโจทย์ที่ทดสอบความสามารถของมอเตอร์ไซค์ทุกคันได้ดีที่สุด และเราเชื่อว่าบีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางของคุณสำหรับทุกบททดสอบบนเส้นทางที่คุณเลือก รุ่นล่าสุดในตระกูล RT ของเรา พร้อมให้นักบิดทุกคนได้สัมผัสกับที่สุดของคุณภาพและความล้ำสมัยจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในแทบทุกด้าน นับตั้งแต่ความสบายขณะเดินทาง การปกป้องผู้ขับขี่จากสภาพแวดล้อมภายนอก สมรรถนะเพื่อการขับขี่ที่ราบรื่น ไปจนถึงงานออกแบบที่สง่างาม” มร. สเวน เยิร์ก ริทเทอร์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย กล่าว
บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ (Impulse)
ราคา: 1,439,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ (Option 719 Camargue)
ราคา: 1,569,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ พัฒนาขึ้นเพื่อมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่ทางไกลในสไตล์ทัวริ่งพันธุ์แท้ พร้อมโลดแล่นไปกับคุณด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่เพรียวลมกว่า RT รุ่นใหญ่คันอื่นๆ เพื่อให้คล่องตัวและง่ายต่อการควบคุมมากยิ่งขึ้น
แชสซีของบีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีหัวใจสำคัญเป็นเฟรมหลักของตัวถังที่ทำจากเหล็กกล้า ทั้งมีขนาดกะทัดรัดกว่าและแข็งแกร่งกว่า RT รุ่นก่อน เมื่อนำตัวถังนี้ไปจับคู่กับเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนทั้งหมดที่พัฒนาขึ้นให้มีขนาดเล็กลงเช่นกัน จึงทำให้ R 1300 RT ใหม่ มีจุดศูนย์ถ่วงที่พอดีกับรูปทรงของ ตัวรถมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ควบคุมรถได้แม่นยำและมั่นคงกว่าเดิม ส่วนแผงบังลมด้านข้างตัวรถสามารถปรับองศาการทำมุมได้ เพื่อเลือกระหว่างความเย็นสบายจากกระแสลมที่ไหลผ่านตัว หรือกางออกเพื่อเบนกระแสลมและหยดฝนให้ออกห่างผู้ขับขี่ ขณะที่แผงบังเครื่องยนต์ด้านข้างช่วยปกป้องส่วนรองเท้าและข้อเท้าให้ไม่โดนน้ำ แม้จะต้องออกเดินทางกลางฝน
ทั้งแฮนด์รถ ที่วางเท้า และเบาะนั่งของบีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ ผ่านการปรับแต่งและวางตำแหน่งให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่ โดยขยับตัวผู้ขับมาทางส่วนหน้ารถมากขึ้นกว่าใน RT รุ่นก่อนๆ เพื่อให้ส่วนหน้ารถตอบสนองต่อทุกการควบคุมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เสริมให้ตัวรถคล่องแคล่วกว่าในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง โดยที่ยังคงความแม่นยำและนุ่มนวลไว้เช่นเคยสำหรับวันสบายๆ ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระในรุ่นนี้ มีเคสเก็บของขนาด 27 ลิตรสองชิ้นติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยแต่ละเคสสามารถปรับขยายพื้นที่ภายในให้มีความจุได้สูงสุด 33 นิ้ว ซึ่งจะทำให้ตัวรถกว้างขึ้นเล็กน้อย ส่วนท็อปเคสด้านบน มีมาให้สองใบเช่นกันที่ความจุ 39 และ 54 ลิตร ขณะที่รุ่นพิเศษ Option 719 Camargue มีท็อปเคสขนาดใหญ่พร้อมพนักพิงติดระบบทำความร้อนเพิ่มมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานอีกด้วย
ตัวถังที่ออกแบบใหม่ พร้อมด้วยคุณสมบัติครบครันทั้งหมดนี้ ติดตั้งอยู่บนระบบช่วงล่างที่ใช้เทคโนโลยี Dynamic Chassis Adaption (DCA) ซึ่งใช้ระบบไฟฟ้าปรับความแข็งของสปริงและระบบกันกระเทือน ทั้งยังปรับตั้งค่าตัวรถให้ทำมุมเอียงกับพื้นได้สองโหมด โดยโหมดมาตรฐานจะตั้งค่ามาให้แผงคอของตัวรถขนานไปกับพื้นถนน เพื่อเสริมความนุ่มนวลและมั่นคงในการขับขี่ ส่วนโหมดที่สองจะตั้งค่าให้ตัวรถยกสูงขึ้น โดยช่วงท้ายรถจะยกขึ้นสูงกว่าส่วนหน้า พร้อมด้วยสปริงและระบบกันกระเทือนที่ปรับให้แข็งกว่าโหมดแรก ซึ่งทำให้ตัวรถตอบสนองกับการควบคุมได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น
ด้านหน้าของบีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ มีชุดไฟหน้า LED ที่ส่องสว่างเพื่อเสริมความปลอดภัยในทุกเส้นทาง พร้อมด้วยแพ็คเกจ Headlight Pro ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับตลาดไทย เพิ่มความสามารถในการปรับองศาของไฟหน้าให้ก้มหรือเงยตามมุมกดของตัวถังรถ จึงช่วยให้ไฟหน้ารักษาระยะทางการส่องสว่างให้สูงสุดในทุกสถานการณ์การขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นขณะเร่งความเร็ว ชะลอความเร็ว หรือการปรับองศาตัวรถผ่านระบบช่วงล่าง DCA
นอกจากตัวถังที่ออกแบบใหม่แล้ว บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ยังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่เช่นกัน โดยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 1,300cc รุ่นนี้นับเป็นเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่ทรงพลังที่สุดจากสายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู ให้พละกำลังสูงสุดที่ 107 กิโลวัตต์ / 145 แรงม้า ที่แรงบิด 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 149 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ตัวนี้ทำงานร่วมกับชุดเกียร์ 6 สปีดและคลัทช์แบบเปียกที่มีฟังก์ชันป้องกันล้อหลังล็อกมาในตัว แต่ยังขับง่ายด้วยระบบ Shift Assistant Pro ที่ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้งานคลัทช์ ส่วนในรุ่นพิเศษ Option 719 Camargue เสริมความสะดวกไปอีกขั้นด้วยระบบ Automatic Shift Assistant (ASA) ที่ควบคุมทั้งคลัทช์และเกียร์แบบอัตโนมัติในทุกขั้นตอน
บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ ติดตั้งแพ็คเกจ Riding Modes Pro มาให้เป็นมาตรฐาน จึงมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 5 โหมด เริ่มจากโหมด “Rain” และ “Road” ที่ปรับการทำงานของตัวรถให้เข้ากับสภาพถนนและอากาศในขณะนั้น โหมด “Eco” ที่นำเทคโนโลยี BMW ShiftCam มาช่วยเค้นประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้เดินทางต่อไปได้ไกลที่สุดด้วยน้ำมันเพียงถังเดียว และโหมด “Dynamic” และ “Dynamic Pro” ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานคู่กับช่วงล่างเทคโนโลยี Dynamic Chassis Adaption (DCA) สามารถปรับความสูงของตัวรถ ความแข็งของสปริง และระบบกันสะเทือน เพื่อความคล่องตัวสูงสุดขณะขับขี่
บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ รับรองความนุ่มนวลและปลอดภัยบนท้องถนนด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Dynamic Cruise Control (DCC) พร้อมฟังก์ชันช่วยเบรก ระบบ Active Cruise Control (ACC) ที่สามารถกำหนดระยะห่างจากรถคันหน้าได้ ระบบเตือนการชนด้านหน้า Front Collision Warning (FCW) และระบบช่วยการมองด้านข้าง Side View Assist (SVA) ที่ใช้เรดาร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางทั้งด้านหน้าและด้านหลังรถ ฟังก์ชันทั้งหมดนี้ พร้อมด้วยระบบนำทางและการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ สามารถเรียกใช้งานได้ผ่านหน้าจอ TFT ขนาด 10.25 นิ้ว
บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ ติดตั้งชุดเครื่องเสียง Audio System ที่ให้ความเพลิดเพลินตลอดการเดินทางด้วยชุดลำโพงทิ่ติดตั้งมาในตัว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารของผู้ขับขี่ด้วยเช่นกัน ส่วนรุ่นพิเศษ Option 719 Camargue ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงไปอีกขั้นด้วยชุดเครื่องเสียงจากแพ็คเกจ Audio Pro ด้วยชุดลำโพงคุณภาพสูงที่สามารถควบคุมเสียงเบสและเทรเบิลแยกจากกันได้ สามารถเซฟการตั้งค่าเสียงเป็นโปรไฟล์ได้ และมีฟังก์ชัน Dynamic Volume Control ที่ปรับระดับเสียงเพลงแบบอัตโนมัติตามความจำเป็นในแต่ละสถานการณ์
บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ พร้อมให้นักบิดทั่วไทยเป็นเจ้าของได้ในสองรุ่นย่อย ได้แก่รุ่น Impulse กับลุคโฉบเฉี่ยวสะดุดตาในสีน้ำเงิน Racing Blue metallic และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว และรุ่นพิเศษ Option 719 Camargue ที่สง่างามไปอีกระดับในสีน้ำเงินอมเขียว Blue Ridge Mountain metallic ชุดแต่ง Option 719 Shadow Milled Parts ล้อแบบสปอร์ตในขนาดเดียวกัน ระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์ Automated Shift Assistant (ASA) ชุดเครื่องเสียงแบบอัปเกรด Audio Pro ไฟหน้า LED พิเศษเพิ่มอีกหนึ่งดวง และท็อปเคสขนาดใหญ่อีกหนึ่งใบ
ผู้สนใจสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบีเอ็มดับเบิลยู R 1300 RT ใหม่ และมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่นๆ จากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดได้ที่ www.bmw-motorrad.co.th เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Motorrad Thailand หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั่วประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
“ซาร์โก” คว้าท็อปเท็น “ก้อง-สมเกียรติ” ขยับอันดับ โมโตจีพี สปรินต์ บาเลนเซีย
“โยฮันน์ ซาร์โก” นักแข่งจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสจาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ไล่บดคู่แข่งสุดมันส์ก่อนพารถแข่ง Honda RC213V เข้าป้ายอันดับ 10 ในรอบ สปรินต์เรซ ของศึก โมโตจีพี 2025 สนามสุดท้าย รายการ บาเลนเซีย กรังด์ปรีซ์ ขณะ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย ออกตัวกริด 24 ขยับเข้าป้ายเป็นคันที่ 21 เมื่อวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิต ริคาร์โด ตอร์โม เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน
ศึก บาเลนเซีย กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบ “สปรินต์เรซ” ทั้งสิ้น 13 รอบสนาม โดยถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย เมื่อ “โจอัน เมียร์” นักบิดสแปนิช หมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี และทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “ลูก้า มารินี” หมายเลข 10 พลาดล้มออกจากการแข่งขัน
ด้าน “โยฮันน์ ซาร์โก” นักบิดมากประสบการณ์ชาวฝรั่งเศสหมายเลข 5 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ออกสตาร์ตจากกริดที่ 11 ไล่บี้กับคู่แข่งตลอดทั้งการแข่งขัน ก่อนจะจบเรซในอันดับ 10 ตามหลังผู้ชนะ 9.346 วินาที
ขณะที่ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ ออกสตาร์ตจากกริดที่ 24 บิดเข้าป้ายในอันดับ 21 ด้วยเวลารวม 20 นาที 0.518 วินาที
ส่วน “อเลช เอสปาร์กาโร” นักบิดทดสอบชาวสเปน ลงบิดรถแข่ง Honda RC213V ต้นแบบปี 2026 หมายเลข 41 ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ด เข้าเส้นชัยในอันดับ 19 ตามหลังผู้ชนะ 16.885 วินาที
ทั้งนี้ ศึก บาเลนเซีย กรังด์ปรีซ์ จะแข่งขันรอบ “เมนเรซ” จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายนนี้ เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #ValenciaGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ลุ้นต่อส่งท้ายฤดูกาล!”ก้อง-สมเกียรติ” พร้อมบู๊ โมโตจีพี สนามสุดท้าย มุ่งมั่นล่าแต้มที่ บาเลนเซีย
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดชาวไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” พร้อมเต็มร้อยเพื่อลุยศึก โมโตจีพี 2025 สนามสุดท้าย รายการ บาเลนเซีย กรังด์ปรีซ์ มุ่งมั่นเต็มเปี่ยมเพื่อล่าแต้มส่งท้ายฤดูกาล ระหว่างวันที่ 14-16 พฤศจิกายนนี้ ที่ เซอร์กิต ริคาร์โด ตอร์โม เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน
ศึก บาเลนเซีย กรังด์ปรีซ์ คัมแบ็กสู่ปฏิทินการแข่งขัน โมโตจีพี และถูกบรรจุเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาลอีกครั้ง หลังจากที่ต้องเว้นวรรค 1 ปี จากภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมา โดยนับเป็นหนึ่งในสนามที่ท้าทายความสามารถด้วยคาแร็กเตอร์แบบ “ความเร็วสูง” บวกกับสภาพอากาศเย็นของยุโรปในช่วงเวลานี้ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการยึดเกาะของรถแข่ง
ล่าสุด “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ พร้อมด้วยทีมงานได้เดินทางเข้าสู่สนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อลงซ้อมวันแรกตามโปรแกรมซึ่งจะมีขึ้นในบ่ายวันศุกร์นี้
“ก้อง-สมเกียรติ” นับเป็นนักแข่งรถชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ก้าวขึ้นสู่การแข่งขันโมโตจีพี รุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง “พรีเมียร์คลาส” โดยเจ้าตัวพยายามอย่างหนักในการต่อสู้บนสนามแข่งร่วมกับสุดยอดนักบิดแถวหน้าของโลก และสามารถเก็บมาได้ 7 แต้มจาก 21 สนามที่ผ่านมา ซึ่งนักบิดไทยวัย 26 ปี มุ่งมั่นอย่างมากที่จะคว้าแต้มในสนามสุดท้ายของฤดูกาลให้ได้
ทั้งนี้ ศึก บาเลนเซีย กรังด์ปรีซ์ จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการ ในวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ก่อนจะควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ตในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายนนี้ และดวลความเร็วรอบ “สปรินต์เรซ” ในเวลา 21.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ของวันเดียวกัน ส่วนการแข่งขันรอบ “เมนเรซ” จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายนนี้ เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #ValenciaGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
“ไทยฮอนด้า” จุดกระแสความมันส์! ชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตซื้อตั๋วชมเรซระดับโลก ร่วมหนุน “โมโตจีพี 2026” จัดเต็มกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ใน “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์”
“ไทยฮอนด้า” ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในงานแถลงข่าวเปิดตัวขายบัตรเข้าชมศึก โมโตจีพี 2026 สนามแรก รายการ พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ อย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วโลก เดินหน้าสนับสนุนอย่างเต็มร้อยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมชวนแฟนชาวไทยสัมผัสเรซระดับโลกฝีมือคนไทย ประกาศจัดหนักจัดเต็มกิจกรรมสุดตื่นตาตื่นใจแบบหาที่ไหนไม่ได้ตลอด 3 วันที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2026 ในปีหน้า
เมื่อวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2025, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เข้าร่วมงานแถลงข่าวการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2026 สนามแรกของฤดูกาล รายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์)
ดร. อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ไทยฮอนด้า ให้ความสำคัญกับวงการมอเตอร์สปอร์ตมาอย่างต่อเนื่อง เราให้โอกาสและพัฒนานักแข่งไทยไปสู่การแข่งขันระดับโลก อย่าง โมโตจีพี ซึ่งมี “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เป็นโมเดลสำคัญ ในการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่ ที่จะเติบโตและก้าวขึ้นมาทำผลงานสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย”
“การแข่งขัน โมโตจีพี สนามประเทศไทยมีความสำคัญอย่างมากที่ช่วยพลิกโฉมวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม และที่สำคัญยังส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาความเร็วในไทย โดยเฉพาะการพัฒนานักแข่งให้ก้าวสู่ระดับโลก อยากชวนแฟนๆ ชาวไทยซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันซึ่งถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก และแน่นอนว่า ไทยฮอนด้า ได้เตรียมกิจกรรมสุดพิเศษไว้มากมาย เตรียมรอทุกท่านเช่นเคย”
ไทยฮอนด้ามุ่งมั่นขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง และในปี 2026 ก็พร้อมขนกิจกรรมของ ฮอนด้า ใน โมโตจีพี มาเสิร์ฟให้แฟนๆ ได้ร่วมประสบการณ์แบบที่หาที่ไหนไม่ได้ อาทิ ความยิ่งใหญ่ Honda Exhibition Hall ร่วมสัมผัส! รถแข่งระดับโลกที่นำมาโชว์ กิจกรรมพิเศษพร้อมของรางวัลในบูธ และ ชมถ่ายทอดสดการแข่งขันบนจอยักษ์พร้อมทีมผู้บรรยาย
สัมผัสประสบการณ์ Honda EV Experience ณ “Welcome area EV Station” กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda BENLY e: ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ และนวัตกรรมพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ฮอนด้า ให้ความสำคัญอย่างมาก
ขณะเดียวกัน ก็ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า ฮอนด้า โดยเฉพาะ กับกิจกรรม Honda BigBike Road Trip to ThaiGP 2026 ร่วมเดินทางกับรถมอเตอร์ไซค์สุดรักของคุณไปกับเพื่อนๆ คอเดียวกัน สู่จุดหมายปลายทางแห่งความเร็วที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมกับ เปิดจุดพักรถ Honda Rest Station ไว้คอยให้บริการตลอดเส้นทาง
และแน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่บรรยากาศของ โมโตจีพี “ไทยฮอนด้า” จัดกิจกรรม Honda Race to The One Village 2026 โดยพาแฟนคลับ Honda Wing Center, Honda BigBike และ CUB House มาร่วมชมเชียร์ชิดติดขอบสนาม โมโตจีพี กับช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตได้เข้าร่วมกิจกรรม “มีตแอนด์กรี๊ด” (Meet and Greet) กระทบไหล่นักแข่งระดับโลกของฮอนด้าในศึก โมโตจีพี นำโดย “โจอัน เมียร์” และ “ลูก้า มารินี” คู่หูจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี รวมถึง “โยฮันน์ ซาร์โก” และ “ดิโอโก้ โมเรร่า” ในสังกัด ฮอนด้า แอลซีอาร์
สำหรับ บัตรเข้าชมการแข่งขัน พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 จะยังคงจำหน่ายในราคาเดิม โดยลูกค้า ฮอนด้า จะได้รับส่วนลดพิเศษถึง 20% เมื่อโชว์กุญแจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ณ จุดจำหน่าย
แฟนๆ ความเร็วสามารถซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.allticket.com เริ่มจำหน่ายวันอังคารที่ 11 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #PTGrandPrixofThailand2026 #Motorsport
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ส่งมอบหมวกกันน็อกครบทั่วทั้งภาคอีสาน ปิดท้ายที่อุบลราชธานีอีก 1,360 ใบ ตอกย้ำ 60 ปี แห่งการสร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความปลอดภัยทางถนนในวาระครบรอบ 60 ปี จัดกิจกรรมส่งมอบหมวกนิรภัยมาตรฐาน มอก. จำนวน 1,360 ใบ ให้แก่เยาวชนและประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้โครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” นำโดย มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด พร้อมผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ ร่วมเป็นผู้แทนมอบให้แก่ ร้อยตรี สรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยมี นายอภิรักษ์ นามบุตร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ผู้แทนหน่วยงานราชการ คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้แทนสถาบันการศึกษา เข้าร่วมรับมอบ ณ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี
ทั้งนี้ ไทยฮอนด้า ได้ส่งมอบหมวกนิรภัยครบทุกจังหวัดทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมปิดท้ายเส้นทางแห่งความห่วงใยที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถือเป็นจังหวัดสำคัญทางเศรษฐกิจของภูมิภาค มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ และมีประชากรจำนวนมากเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ การมอบหมวกนิรภัยในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากครอบคลุมกลุ่มเยาวชนและผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรและการใช้รถใช้ถนนสูง อันจะช่วยยกระดับความปลอดภัยทางถนนได้อย่างเป็นรูปธรรม
มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของไทยฮอนด้า เราอยากแสดงความขอบคุณและตอบแทนสังคมไทย ภายใต้แนวคิด ‘60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน’ ด้วยการส่งมอบหมวกนิรภัยจำนวน 60,000 ใบ มูลค่า 60 ล้านบาท ร่วมกับผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศที่สมทบเพิ่มเติมอีก 52,440 ใบ รวมเป็น 112,440 ใบ มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี เราได้มอบหมวกนิรภัยจำนวน 1,360 ใบ เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมการสวมหมวกกันน็อกให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเยาวชน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยที่ปลอดภัยในอนาคต ตอกย้ำเจตนารมณ์ของไทยฮอนด้าในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย ส่งต่อความปลอดภัย ความห่วงใย และวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัยอย่างยั่งยืนในทุกภูมิภาค”
ณ ปัจจุบัน คาราวาน “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ได้ทยอยส่งมอบหมวกนิรภัยมาตรฐาน มอก. ครอบคลุมเกือบครบทุกภูมิภาคในประเทศ และยังเหลืออีก 14 จังหวัด ที่จะเข้าร่วมรับมอบในช่วงโค้งสุดท้ายของคาราวาน ก่อนจะปิดภารกิจอย่างสมบูรณ์ที่กรุงเทพมหานคร ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568
โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ คาราวานหมวกกันน็อก 60 ปี ไทยฮอนด้า ที่เดินทางส่งมอบความห่วงใยทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมการขับขี่ปลอดภัยในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง ไทยฮอนด้าเชื่อว่าการสวมหมวกนิรภัยเป็นเกราะป้องกันชีวิตที่ช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
เกี่ยวกับ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ได้ที่เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสังคมไทย #HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉมจักรยานยนต์ต้นแบบ V3R 900 E-Compressor Prototype ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V3 พร้อมคอมเพรสเซอร์ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
ภายในงาน EICMA 2025รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉม V3R 900 E-Compressor Prototype รถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V3 พร้อมคอมเพรสเซอร์ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายในงาน EICMA 2025 (Milan Motorcycle Shows) ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 4–9 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
เพื่อให้ความสุขและอิสรภาพแห่งการเคลื่อนที่เติมเต็มวิสัยทัศน์ “Honda 2030 Vision” ให้เป็นจริง ทีมพัฒนารถจักรยานยนต์ของฮอนด้าจึงได้ร่วมกันระดมสมองและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นเหนือความคาดหวังของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดย V3R 900 E-Compressor Prototype ถือเป็นรถต้นแบบที่สร้างขึ้นเพื่อนำเสนอคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้า ผ่านเทคโนโลยี
ที่ฮอนด้าเป็นผู้คิดค้นและไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนรถจักรยานยนต์ต้นแบบรุ่นนี้พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Non-rail rollercoaster” สื่อถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการสร้างรถที่ผสานสองแนวคิดเข้าด้วยกัน ได้แก่ Guaranteed thrill และ Reassuring peace of mind โดยรวมเอาเทคโนโลยีล่าสุดเข้ากับองค์
ความรู้ที่ฮอนด้าสั่งสมจากการพัฒนารถจักรยานยนต์มาอย่างยาวนานฮอนด้าพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ให้มีขนาดกะทัดรัด ด้วยความจุ 900 ซีซี โดยใช้พื้นฐานการออกแบบจากเครื่องยนต์ V3 ที่ตัวลูกสูบจัดเรียงในมุม 75 องศาแบบตัววีและระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-Cooled 75-Degree V3 Engine) ซึ่งเคยเปิดตัวเป็นต้นแบบแล้วในงาน EICMA 2024 ที่ผ่านมา
เครื่องยนต์รุ่นนี้มาพร้อมคอมเพรสเซอร์ชนิดควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากข้อมูลการวิจัย
ของฮอนด้านับเป็นครั้งแรกของโลกในรถจักรยานยนต์ ช่วยให้แรงบิดตอบสนองได้ฉับไวตั้งแต่รอบต่ำ ด้วยการควบคุมแรงอัดของอากาศที่ไหลเข้าสู่เครื่องยนต์โดยไม่ขึ้นกับรอบการทำงาน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ผลักดันให้ฮอนด้ามุ่งพัฒนาเครื่องยนต์ขนาด 900 ซีซี ที่ให้สมรรถนะเหนือระดับเทียบเท่าเครื่องยนต์ 1200 ซีซีได้ พร้อมทั้งยังคงไว้ซึ่งความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมV3R 900 E-Compressor Prototype โดดเด่นด้วยชุดครอบด้านข้างดีไซน์ไม่สมมาตร ถังน้ำมันประดับ
ด้วยตราสัญลักษณ์ “Honda Flagship WING” แบบใหม่ ซึ่งจะเริ่มนำไปใช้กับรถระดับเรือธงของฮอนด้าทั้งหมดตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปฮอนด้าตั้งใจให้ V3R 900 E-Compressor Prototype เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในเส้นทาง
แห่งความท้าทาย เพื่อมอบประสบการณ์ความสนุก ความตื่นเต้น และความภาคภูมิใจของการเป็น
เจ้าของในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลังจากนี้ฮอนด้าพร้อมเดินหน้าสู่การผลิตจริงต่อไปอย่างเต็มรูปแบบติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า
#HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
#V3R900 #EICMA2025
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle2 Min Read
ไทยแถลงความพร้อม! เจ้าภาพ “โมโตจีพี 2026” สนามเปิดฤดูกาล ใหญ่ขึ้น-สนุกขึ้น-ผู้ชมมากขึ้น ตั้งเป้าเป็นสนามที่ดีที่สุดและน่าจดจำที่สุดในปฏิทินแข่งขัน
รัฐบาลไทย นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อ “PT Grand Prix of Thailand 2026” ซึ่งได้รับเกียรติสูงสุด ขึ้นแท่นสนามเปิดฤดูกาล เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำก้าวสำคัญสู่ปีที่ 7 ที่แข็งแกร่งของไทยบนแผนที่มอเตอร์สปอร์ตโลก พร้อมเดินหน้า สานต่อความสำเร็จ ดันไทยสู่ “ฮับมอเตอร์สปอร์ตภูมิภาค” และสร้างต้นแบบเมืองกีฬาอาเซียน จุดพลุคอนเซ็ปต์ ‘More Than a Race’ จัดใหญ่-สนุกขึ้น ตั้งเป้าเป็นสนามแข่งที่ดีที่สุดและน่าจดจำที่สุดในปฏิทิน MotoGP ลุ้นสร้างสถิติใหม่ผู้ชมสูงสุดทำลายสถิติเดิม พร้อมเปิดจำหน่ายบัตรวันแรก กระแสตอบรับดีเยี่ยม ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ Sold Out ด้วยเวลา 3.21 นาที
11 พ.ย. 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) : แถลงข่าวจัดการแข่งขันและเปิดจำหน่ายบัตรชม ศึกรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” (PT Grand Prix of Thailand 2026) โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล หรือ Pre-Season Test วันที่ 21-22 ก.พ. และ สนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่าง วันที่ 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ งานแถลงข่าวจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพ พร้อมด้วยตัวแทนภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), ดอร์น่า สปอร์ต, จังหวัดบุรีรัมย์, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ร่วมแถลงข่าว รวมทั้งตัวแทนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก, น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (ดูคาติ ไทยแลนด์) ทัพสื่อมวลชนและผู้ร่วมงานมากกว่า 400 คน ถือเป็นงานแถลงข่าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำปีของไทย
ภายในงานยังได้มีการเปิดจำหน่ายบัตรชมการแข่งขัน โมโตจีพี สนามประเทศไทย ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยปีนี้ปรับเวลาการจัดจำหน่ายให้เร็วขึ้นกว่าทุกปี รวมทั้งมีการเพิ่มกิจกรรมความสนุก ลุ้นรางวัลของที่ระลึกมากมาย รวมทั้งความพิเศษของบัตรชมการแข่งขัน ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษ ‘3-in-1 Global Exclusive’ ในการเข้าชมฟรี 3 กิจกรรมหลักทั้ง Pre-Season Test, Main Race และเป็นบัตรแอดมิชชั่นร่วมกิจกรรมบันเทิง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หลังเปิดจำหน่าย บัตรแกรนด์ สแตนด์ Sold Out ด้วยเวลา 3.21 นาที
รัฐบาล‘เดินหน้า’ สานต่อ ThaiGP ดันไทยสู่ ‘ฮับมอเตอร์สปอร์ตภูมิภาค’
ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน กล่าวว่า การที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพ MotoGP เป็นปีที่ 7 และได้เป็นสนามเปิดฤดูกาลถึง 2 ปีติดต่อกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการทำงานอย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยพิสูจน์แล้วว่า สิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง คือเอกลักษณ์ ความเป็นเจ้าบ้านที่อบอุ่น และการสร้างบรรยากาศที่แฟนๆ ไม่มีวันลืม เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ไทยอย่างแท้จริง และสร้าง “ภาพจำ” ที่แตกต่างจากทุกสนามทั่วโลก
“ ThaiGP เป็นมากกว่าสนามแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน “Sport Tourism” ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการท่องเที่ยว โรงแรม ขนส่งและซัพพลายเชนต่างๆ นี่คือ ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่ประเทศได้รับจากการเป็นเจ้าภาพ MotoGP”
“จากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ไทยต่อสัญญาเป็นเจ้าภาพออกไปอีก 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) สะท้อนว่า รัฐบาลมีเจตนาชัดเจนในการ “เดินหน้าต่อ” เพราะ ThaiGP เป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทยผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ฮับของมอเตอร์สปอร์ตในภูมิภาค” ผ่านการสนับสนุนการแข่งขัน การพัฒนานักแข่งเยาวชน และการใช้ Soft Power สื่อสารภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของประเทศไปทั่วโลก”
ThaiGP คือ ‘การลงทุนในอนาคตของวงการกีฬาไทย’ สร้างต้นแบบเมืองกีฬาอาเซียน
นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กองทุนฯในฐานะหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน MotoGP ได้เห็นถึงพัฒนาการและผลลัพธ์อันเป็นรูปธรรมของการจัดการแข่งขัน ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 25,000 ล้านบาท และดึงดูดนักท่องเที่ยวรวมแล้วกว่า 1.2 ล้านคน ชี้ให้เห็นว่าการจัดการแข่งขันระดับโลกนี้ คือ “เครื่องยืนยันถึงศักยภาพของประเทศ” ไม่เพียงในมิติของกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระดับโลก
การจัดการแข่งขันโมโตจีพีในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงการจัดกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังเป็น “การลงทุนในอนาคตของวงการกีฬาไทย” สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน สร้างอาชีพใหม่ในอุตสาหกรรมกีฬา และส่งเสริมเศรษฐกิจของพื้นที่ในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบของเมืองกีฬาในภูมิภาคอาเซียน และเป็นเวทีที่ช่วยต่อยอดศักยภาพของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ดอร์น่า ชู ThaiGP คือ “ประสบการณ์ครบวงจร” เป็นหนึ่งในสนามที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในปฏิทินโมโตจีพี
ด้าน อัมปาโร ปอร์โต ผู้อำนวยการอาวุโส ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน ได้กล่าวแสดงความขอบคุณประเทศไทย ผ่านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย สำหรับความร่วมมืออันยอดเยี่ยมและมุ่งมั่นที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ThaiGP โดยต่อสัญญาไปอีก 5 ปี พร้อมทั้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้การแข่งขันประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
“ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างมากของโมโตจีพีในภูมิภาคนี้ ด้วยฐานแฟนกีฬาที่แข็งแกร่งและมีความหลงใหลในกีฬามอเตอร์สปอร์ต อีกทั้งยังมีศักยภาพในการขยายฐานผู้ชมได้อีกมาก โดยการแข่งขัน ThaiGP ถือเป็นหนึ่งในสนามที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในปฏิทินโมโตจีพี และประสบการณ์ของแฟน ๆ ในสนามก็เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของความสำเร็จในด้านการจัดงาน โดยพื้นที่แฟนโซนของประเทศไทย มีความโดดเด่นด้านกิจกรรม ความบันเทิง อาหาร และพื้นที่อเนกประสงค์ ทำให้การแข่งขัน ThaiGP เป็น “ประสบการณ์แบบครบวงจร” ทั้งในและนอกสนาม สะท้อนแนวคิดของโมโตจีพีที่มุ่งให้แฟน ๆ ได้สนุกตลอดช่วงสุดสัปดาห์การแข่งขัน และบุรีรัมย์ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำให้ประสบการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
PTG ทุ่มสุดตัว! มอบประสบการณ์ ‘PT GO FOR MAX’ ไตเติ้ล สปอนเซอร์ปีที่ 3
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ในฐานะ Title Sponsor ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 เปิดเผยว่า “การสนับสนุนนี้เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เราเห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างชัดเจน ทั้งการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ขยายโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้, สร้างคุณค่าร่วมกันให้กับประเทศและคนไทย”
“ด้วยสโลแกน ‘PT GO FOR MAX’ เราตั้งใจมอบประสบการณ์พิเศษมากมายให้กับแฟนๆ เพื่อให้ได้รับความสุขแบบ ‘MAX’ ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานไปจนถึงวันงาน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก PT Max Card Plus บัตรแดง หรือ สมาชิก PT Max Card Plus EV บัตรเขียวอ่อน รับส่วนลดซื้อบัตรเข้าชม 25% และ PT Max Card บัตรเขียว รับส่วนลด 20% นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษทั้ง ลด แลก แจก ช็อป จากทางผลิตภัณฑ์ในเครือ ไม่ว่าจะเป็น PT Maxnitron กาแฟพันธุ์ไทย ศูนย์บริการ Autobacs และผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งสินค้าลิขสิทธิ์สุดพิเศษเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตให้เลือกซื้อมากมาย นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์สำคัญคือ กิจกรรม Fan Zone, Hero Walk และ Meet and Greet ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ที่ PT Pavilion ที่เดียวเท่านั้น เราจะทำให้การมาเยือนสนามช้างฯ เป็นมากกว่าการชมการแข่งขัน แต่เป็นการได้รับประสบการณ์ที่ครบถ้วนทั้งความมันส์ ความคุ้มค่า และความประทับใจที่แฟน ๆ ไม่มีวันลืม”
บุรีรัมย์ พร้อม 100% ชี้ MotoGP สร้างงานกว่า 46,000 ตำแหน่ง
นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะเจ้าบ้าน กล่าวถึงความพร้อมในการจัดงานว่า “ความสำเร็จของ MotoGP นั้น ไม่ได้วัดเพียง 3 วันของการแข่งขัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน บุรีรัมย์ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ยังยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และที่สำคัญคือการกระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างงานให้แก่คนในพื้นที่ไปกว่า 46,000 ตำแหน่ง ในตลอด 6 ปีที่ผ่านมา
ในฐานะเจ้าบ้าน เมืองหลวงแห่งมอเตอร์สปอร์ต จังหวัดบุรีรัมย์พร้อม 100% แล้ว ทั้งในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับระบบสาธารณูปโภค การรักษาความปลอดภัย และหัวใจการเป็นเจ้าบ้านที่อบอุ่น เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่สุดให้กับผู้มาเยือนจากทั่วโลก เราจะยังคงเดินหน้าต่อยอดสิ่งนี้ให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งการได้เป็นสนามเปิดฤดูกาลอีกครั้งคือโอกาสสำคัญที่ใช้ผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเต็มที่”
จุดพลุคอนเซ็ปต์ ‘More Than a Race’ จัดใหญ่-สนุกขึ้น ลุ้นสร้างสถิติใหม่ผู้ชมสูงสุด
ปิดท้ายด้วย นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวว่า สำหรับ ThaiGP 2026 จัดในคอนเซ็ปต์ ‘More than a race’ สะท้อนบทบาทของสนามช้างฯ ที่เป็นมากกว่าสนามแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่เคียงข้างชุมชนในทุกช่วงเวลา ทั้งศูนย์พักพิงช่วงโควิด-19, ศูนย์อพยพผู้ประสบภัย ฯลฯ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมหลายรายการ โดยการจัดในปีนี้จะยกระดับให้ “ยิ่งใหญ่และสนุกขึ้น” ด้วยกิจกรรมเสริม เต็มรูปแบบตลอด 3 วัน ดังเช่นที่ดอร์น่ายกให้เป็นสนามที่มีกิจกรรมเสริมดีที่สุด โดยจะขยาย Fan Zone ให้ใหญ่และสนุกขึ้น จัดเต็มคอนเสิร์ตระดับประเทศจาก Chang Music Connection และยังคงรักษาความคุ้มค่าด้วยโปรโมชั่นตั๋ว MotoGP ที่ถูกที่สุดในโลก พร้อมสิทธิพิเศษในการเข้าชม Pre-season Test ฟรี ตั้งเป้าเป็นสนามแข่งที่ดีที่สุดและน่าจดจำที่สุดในปฏิทิน MotoGP และคาดหวังว่า ปีนี้จะเป็นปีที่สามารถล้มสถิติจำนวนผู้ชมสูงสุด 226,655 คน เมื่อปี 2019 ให้ได้” พร้อมตั้งเป้าเพิ่มขึ้นอีกในสัญญาใหม่ต่อจากนี้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ทั้งนี้ “บัตรเข้าชม โมโตจีพี สนามประเทศไทย 2026” แบ่งเป็น 4 ประเภท เข้าชม Pre-Season Test ได้ฟรี และชม Main Race ได้ทั้ง 3 วัน ได้แก่ 1.แกรนด์ สแตนด์ (Grandstand) 5,000 บาท (เห็นทุกโค้งทั่วสนาม) 2.ไรเดอร์ สแตนด์ (Rider Stand) 3,000 บาท สำหรับกองเชียร์นักแข่ง ได้แก่ มาร์เกซ สแตนด์, กวาร์ตาราโร สแตนด์ (พร้อมของที่ระลึก ลิขสิทธิ์แท้จากนักบิดคนโปรด) 3. ไซด์ สแตนด์ (Side Stand) 2,000 บาท 4.แบรนด์ สแตนด์ (Brand Stand ) 2,000 บาท สำหรับกองเชียร์จากค่ายรถจักรยานยนต์ Honda, YAMAHA (พร้อมสิทธิ์ลุ้นชิงโชคและรับของที่ระลึกจากผู้สนับสนุน) โดยบัตร Honda Stand รับของที่ระลึก ได้แก่ Cheering Kit มูลค่ากว่า 800 บาททุกที่นั่ง ประกอบด้วย เสื้อยืดสุดพิเศษจากไทยฮอนด้า, หมวก, กระเป๋า, กระบองลมและพัด ส่วน บัตร YAMAHA Stand ลุ้นรับรางวัลใหญ่ 2 รางวัล ได้แก่ 1.รถจักรยานยนต์ออล นิว ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ และหมวกกันน็อกพร้อมลายเซ็น ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร 2.รถจักรยานยนต์ออล นิว ยามาฮ่า แอร็อกซ์ และหมวกกันน็อกพร้อมลายเซ็นของ อเล็กซ์ รินส์ รวมมูลค่าของรางวัล 238,700 บาท
ส่วนผู้ชมที่ต้องการซื้อเฉพาะ บัตรชม Pre-Season Test ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล 21-22 ก.พ.2569 ราคาจำหน่ายบัตร แบ่งเป็น บัตร Grand Stand ราคา 500 บาทต่อวัน หรือเหมา 2 วัน 900 บาท, บัตร VIP 5,000 บาท ต่อวัน นอกจากนี้ยังมีการเปิดจำหน่าย บัตร ‘VIP Lounge โค้ง 12‘ ครั้งแรก! ราคา 20,000 บาท ซึ่งมอบประสบการณ์เหนือระดับ เห็นทุกจังหวะตัดสินแชมป์ในโค้งสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย ด้วยห้องรับรองติดแอร์ พร้อมอาหารระดับพรีเมียม เครื่องดื่มไม่อั้น Wi-Fi และทีวีถ่ายทอดสดแบบชิดติดสนามและสิทธิ์เข้าชม Pre-Season Test ฟรี! รวมทั้งยังมีการเปิดจำหน่าย “บัตร Paddock Pass” เข้าสู่โซนรับรองของนักแข่งระดับโลกอย่างใกล้ชิด ขอลายเซ็น และถ่ายรูปแบบเอ๊กซ์คลูซีฟ ในราคา 15,000 บาท ซึ่งเมื่อซื้อพร้อมบัตร Main Race จะได้รับส่วนลดพิเศษ 15% เหลือเพียง 12,750 บาท และสิทธิ์เข้าชม Pre-Season Test ฟรี!
สำหรับ ส่วนลดและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ยังคงจัดเต็มเช่นเคย โดย PTG มอบส่วนลดในการซื้อบัตรชมการแข่งขัน เพื่อเติมความสุขอย่างเต็ม Max ไม่ว่าจะเป็น บัตรแดง PT Max Card Plus เพียงโชว์บัตรที่ จุดจำหน่าย รับส่วนลด 25% ,บัตรเขียว PT Max Card ลด 20% และยังมีกิจกรรมพิเศษ ลด-แลก-แจก-ช้อปภายในงาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในเครือ PT Maxnitron กาแฟพันธุ์ไทย ศูนย์บริการ Autobacs ฯลฯ และยังมีของที่ระลึกโมโตจีพีลิมิเต็ดมากมาย ติดตามได้ที่แฟนเพจ PT Station หรือสิทธิ์ส่วนลด 20% จากผู้สนับสนุนอื่นๆ ได้แก่ Chang International Circuit Friend Club, กุญแจรถจักรยานยนต์ Honda, กุญแจรถจักรยานยนต์ YAMAHA
แฟนความเร็วซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ allticket ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine






















































































































































