-
News Motocycle1 Min Read
Royal Enfield เอาใจสายครูซเซอร์ เปิดตัว Meteor 350 โฉมใหม่ ปี 2026 เติมความสบายให้ทุกการเดินทาง
Royal Enfield แบรนด์รถจักรยานยนต์ระดับตำนาน เดินหน้าเติมสีสันให้ตลาดครูซเซอร์เมืองไทย ด้วยการเปิดตัว Meteor 350 รุ่นปรับโฉมใหม่ ปี 2026 รถมอเตอร์ไซค์ที่ออกแบบมาเพื่อการขี่สบาย ๆ ไม่เร่งรีบ จะขี่ออกทริปสั้น ๆ วันหยุด หรือใช้งานในชีวิตประจำวันก็ลงตัว
Meteor 350 ยังคงคาแรคเตอร์ครูซเซอร์ที่หลายคนหลงรัก ทั้งท่านั่งผ่อนคลาย เครื่องยนต์นุ่ม ๆ ขี่ง่าย และดีไซน์ที่มองปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็น Royal Enfield รุ่นปี 2026 นี้ เพิ่มความสดใหม่ด้วยฟีเจอร์และรายละเอียดที่ตอบโจทย์นักขี่มากขึ้น ครบทั้ง Fireball, Stellar, Aurora และ Supernova ในโทนสีใหม่ที่ชัดเจนตามสไตล์ของแต่ละรุ่น
ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ J-series ขนาด 349 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลัง 20.2 แรงม้า และแรงบิด 27 นิวตันเมตร ขี่ลื่น นุ่มมือ เหมาะทั้งการใช้งานในเมืองและการออกทริปยาว
รุ่นปี 2026 อัปเกรดฟีเจอร์มาให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า LED, ระบบนำทาง Tripper, ไฟเลี้ยว LED, พอร์ตชาร์จ USB Type-C, คลัตช์ Assist & Slip และก้านเบรก-คลัตช์แบบปรับระดับได้
ในรุ่น Fireball และ Stellar เพิ่มไฟหน้า LED และ Tripper เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่รุ่น Aurora และ Supernova เสริมก้านควบคุมแบบปรับระดับได้ ช่วยให้การขี่ทางไกลสบายขึ้น และทำให้รุ่นท็อปของ Meteor 350 กลายเป็นครูซเซอร์ที่ “ให้มาครบ” ที่สุดรุ่นหนึ่งในคลาสนี้
ด้านงานดีไซน์ Royal Enfield เติมคาแรคเตอร์ใหม่ให้ Meteor 350 ทุกเวอร์ชัน รุ่น Supernova มาในโทนสีร่วมสมัย เสริมงานโครเมียมให้ดูพรีเมียม รุ่น Aurora ได้แรงบันดาลใจจากดีไซน์คลาสสิก เหมาะกับสายเรโทร ขณะที่รุ่น Stellar เน้นความเรียบ เท่ มีลูกเล่น และรุ่น Fireball โดดเด่นด้วยสีสันสดใส ตอบโจทย์นักขี่รุ่นใหม่ที่รักอิสระและไลฟ์สไตล์แบบ Live Free
คุณ มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ (Manoj Gajarlawar) หัวหน้าธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Business Head, Asia Pacific) ของ Royal Enfield กล่าวว่า “ตั้งแต่ Meteor 350 เปิดตัวครั้งแรก รถรุ่นนี้ได้กลายเป็นตัวแทนของการขี่แบบสบาย ๆ ที่มีสไตล์ และดึงดูดนักขี่รุ่นใหม่ที่อยากมีตัวตนชัดเจนบนถนน
วันนี้ Meteor 350 ไม่ได้เป็นแค่รถสำหรับเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ทั้งการขี่ในเมือง การออกทริปสั้น ๆ หรือการเดินทางไกล เรารู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้นำ Meteor 350 รุ่นปรับโฉมใหม่มาสู่ประเทศไทย และเชื่อว่าจะช่วยเติมสีสันให้คอมมูนิตี้นักขี่ของเราได้อีกขั้น”
Meteor 350 รุ่นใหม่ เหมาะสำหรับคนที่อยากขี่ไกลแบบไม่ต้องรีบ ด้วยท่านั่งสบาย ฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริง และคาแรคเตอร์ที่เป็นมิตร ทำให้ทุกทริป—ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล—กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ
ปัจจุบัน Meteor 350 มีเจ้าของมากกว่า 500,000 คันทั่วโลก และเป็นหนึ่งในครูซเซอร์ยอดนิยมในหลายประเทศ วางจำหน่ายแล้วในกว่า 65 ประเทศ และได้รับการยอมรับในฐานะรถครูซเซอร์ที่ขี่ง่ายและเข้าถึงได้จริง
เกี่ยวกับอุปกรณ์ตกแต่งแท้ (Accessories) เพิ่มสไตล์ในแบบของคุณ Meteor 350 รุ่นปี 2026 มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งแท้ Royal Enfield ที่ออกแบบมาให้เลือกปรับสไตล์ได้ตามไลฟ์สไตล์
- Urban Kit: เติมลุคเท่ดิบ ๆ ด้วยแฮนด์ Drag สีดำ กระจกปลายแฮนด์ เบาะ Low Rider และชิลด์หน้าสีชา
- Grand Tourer Kit: สำหรับสายทัวริ่งเต็มตัว กับเบาะนั่งสีน้ำตาล กระเป๋าข้าง Longhaul พรีเมียม ไฟตัดหมอก LED และอุปกรณ์เสริมครบชุดสำหรับการเดินทางไกล
ราคาในประเทศไทย
- Meteor 350 Stellar Matt Grey ราคา 165,900 บาท
- Meteor 350 Supernova Black ราคา 169,900 บาท
พร้อมการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ให้ขี่กันยาว ๆ แบบสบายใจ
#RoyalEnfield #Meteor350 #PureMotorcycling #RidePure #RideMore #TakeItEasy
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle2 Min Read
“ไทยยามาฮ่ามอเตอร์” ประกาศความสำเร็จปี 2568 เดิบโตเหนืออุตสาหกรรม เดินหน้ากลยุทธ์ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทางต่างทุกฟีล” สร้างความแข็งแกร่งตลาดรถออโตเมติกอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวโมเดลใหม่ 5 รุ่น มุ่งสู่เป้าหมายปี 2569
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้นำด้านการผลิต และจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจประจำปี 2568 สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งเหนืออุตสาหกรรม ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย พร้อมเดินหน้าสู่ปี 2569 สานต่อแบรนด์แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทางต่างทุกฟีล” เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติ ตอกย้ำภาพลักษณ์ Premium Brand อย่างต่อเนื่อง
นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยว่า “ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่มรถจักรยานยนต์ออโตเมติก (Automatic) ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มออโตเมติกแฟชั่น ขนาดไม่เกิน 125 ซีซี ที่มีอัตราการเติบโตสะสมสูงถึง 180% ภายในระยะเวลา 5 ปี
สำหรับปี 2568 ตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยมีการเติบโตเล็กน้อย จากปัจจัยบวกผ่านนโยบายการท่องเที่ยว การฟื้นตัวของการลงทุน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และปัจจัยลบจากเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราการอนุมัติสินเชื่อ หนี้ครัวเรือนสูง และสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ
ขณะที่ยามาฮ่าสามารถสร้างการเติบโตได้สูงกว่าอุตสาหกรรม โดยตลาดรวมเติบโตเพิ่มขึ้น 1.6% ในขณะที่ยามาฮ่ามีอัตราการเติบโตสูงขึ้นถึง 3.4% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสินค้า และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ยามาฮ่า
ความสำเร็จของยามาฮ่ามาจากรถจักรยานยนต์กลุ่มแฟชั่นออโตเมติกอย่าง YAMAHA Grand Filano Hybrid มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง 11% ซึ่งสามารถทำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (Record High) และ YAMAHA FAZZIO ที่มียอดขายเติบโตสูงสุด 60% และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ยามาฮ่า
สำหรับทิศทางในปี 2569 ยามาฮ่ากำหนด Growth Strategy เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. การสร้างตลาดใหม่ สร้างกลุ่ม Fashion Moped เพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์
2. การขยายฐานลูกค้าใหม่ ผ่านดีไซน์ที่โดดเด่น เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
3. การรักษาฐานลูกค้าเดิม รักษาฐานลูกค้าด้วยกิจกรรม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของ Brand Loyaltyโดยทั้ง 3 กลยุทธ์หลักนี้ ยามาฮ่าจะดำเนินการควบคู่กับการทำตลาดเชิงไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Marketing) ภายใต้แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทางต่างทุกฟีล” ที่จะนำเสนอทั้งสินค้าใหม่ กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับลูกค้า พร้อมยกระดับการบริการ 3S (Sales, Service, Spare Parts) เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด ตามปรัชญา KANDO ของยามาฮ่า”
นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ในปีที่สภาพเศรษฐกิจยังมีความท้าทาย ผู้บริโภคมีความรอบคอบ และฉลาดในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น ยามาฮ่าจึงมุ่งเน้นการนำเสนอความโดดเด่นที่แตกต่าง และความคุ้มค่าในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ในทุกเซ็กเมนต์ อาทิ• YAMAHA Grand Filano Hybrid รถออโตเมติกยอดนิยม โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมียม สีสันสวยงาม และประหยัดน้ำมัน พร้อมตอกย้ำความนิยมของ Grand Filano Hybrid ด้วยการสื่อสารผ่านทั้งออฟไลน์และออนไลน์ การสร้างกลุ่มลูกค้า และต้องการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด 30% ในทุกพื้นที่
• YAMAHA FAZZIO Hybrid ทันสมัย กะทัดรัด ขี่ง่าย คุ้มค่าที่สุดในกลุ่มรถออโตเมติก ใช้กลยุทธ์เพิ่มยอดขายในทุกร้านผู้จำหน่าย โดยสร้าง FAZZIO Corner การมี Accessories ที่หลากหลาย มีรางวัลจูงใจ การสร้างกระแสในพื้นที่โดย KOL และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
• YAMAHA PG-1 รถสไตล์ Outdoor Fashion หนึ่งเดียวในช่วงราคา 50,000–60,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่ง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมเพื่อสร้างกระแส PG-1 อย่างต่อเนื่อง
• YAMAHA AEROX155 ตอกย้ำความเป็นซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก ที่คุ้มค่าด้วยเทคโนโลยี VVA / TCS / ABS และดิสก์เบรกหลัง พร้อม Center Tunnel ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ Sport Automatic ตัวจริง โดยเน้นการสื่อสารผ่านกิจกรรม Motor Sport
• YAMAHA NMAX Tech MAX ด้วยเทคโนโลยี YECVT ระบบชามไฟฟ้าอัจฉริยะที่ล้ำหน้า ลิขสิทธิ์เฉพาะของยามาฮ่า ที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
พร้อมกันนี้ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2026 รายการ PT Grand Prix of Thailand ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ยามาฮ่าได้ประกาศการปรับทัพครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัวรถแข่ง YZR-M1 เครื่องยนต์ V4 พร้อมไลน์อัพนักบิดระดับโลกจำนวน 4 คน นำโดย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร หมายเลข 20 และ อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 จากทีม Monster Energy YAMAHA MotoGP ผนึกกำลังกับ แจ็ค มิลเลอร์ หมายเลข 43 และนักบิดหน้าใหม่อย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู เจ้าของแชมป์โลก World Superbike Championship จำนวน 3 สมัย จากทีม Prima Pramac YAMAHA MotoGP เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขัน และตอกย้ำความมุ่งมั่นของยามาฮ่าในเวทีโมโตจีพีฤดูกาลใหม่
นอกจากนี้ ยามาฮ่ามีการอัปเกรดแอปพลิเคชัน Y-Connect สู่ Y-ON เพื่อการใช้งานที่ง่าย เสถียร และรองรับฟีเจอร์ใหม่ในอนาคต โดยเริ่มใช้ในวันที่ 2 มีนาคม นี้ เป็นต้นไป และในวันนี้ ยามาฮ่าพร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่อีก 5 รุ่น ได้แก่ YAMAHA FAZZIO Hybrid Lite ในราคา 49,900 บาท เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่า และการเข้าถึงที่ง่ายยิ่งขึ้น ในโอกาสเฉลิมฉลอง 25 ปี MAX Series – The Ultimate Pride of MAX ยามาฮ่าได้เปิดตัวรถลายลิมิเต็ดเอดิชันในรุ่น TMAX, XMAX และ NMAX ที่สะท้อนความภาคภูมิใจของตระกูล MAX พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มพรีเมียมสปอร์ตออโตเมติกอย่างต่อเนื่อง YAMAHA XMAX Tech MAX ที่มาพร้อมชิลด์บังลมแบบไฟฟ้า หน้าจอ TFT ใหม่ พร้อม ฟังก์ชัน ที่เท่ และเร้าใจครบครัน
ยามาฮ่ายังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านบริการภายใต้แนวคิด 3S Value Creation ควบคู่กับการเปิดตัว YAMALUBE โฉมใหม่ ที่พัฒนาสูตรการหล่อลื่นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผ่านการออกแบบโดยวิศวกรยามาฮ่า และผ่านมาตรฐานสากล API และ JASO เพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมแพ็กเกจใหม่ที่ช่วยเสริมการจดจำแบรนด์ YAMALUBE ได้ดีขึ้น”
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ขอขอบพระคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา และจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในฐานะ Premium Brand และตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ YAMAHA CALL CENTER โทร. 02- 263-9999 พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ WEBSITE: www.yamaha-motor.co.th
FACEBOOK: YAMAHA SOCIETY THAILAND
INSTAGRAM: @YAMAHA SOCIETY THAILAND
YOUTUBE: YAMAHA SOCIETY THAILAND
LINE OA: @YAMAHASOCIETY#Yamaha #ยามาฮ่า #YamahaRevsYourHeart #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ
#YamahaSocietyThailand #FeelTheUniqueExperience #ยามาฮ่าแถลงนโยบาย2026
#NextRevsToSuccess2026
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ครั้งแรก! กับการรวมตัวของคลาส 750Series ชวนไบค์เกอร์ X-ADV และ Forza750 มาร่วมมีทติ้งกันในงาน “The 7Fifty First Xclusive Meet” 14 ก.พ. นี้ ณ มิดวินเทอร์ เขาใหญ่
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนเหล่าไบค์เกอร์สายที่สุดของคลาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรวมตัวครั้งสำคัญกับกิจกรรม “The 7Fifty First Xclusive Meet” งานมีตติ้งครั้งแรกของรถจักรยานยนต์คลาส 750 ที่รวมผู้ขับขี่ Honda Forza750 และ Honda X-ADV750 จากทั่วประเทศ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของเขาใหญ่ในช่วงเย็นจนถึงค่ำคืน ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ณ มิดวินเทอร์ เขาใหญ่ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น.
ภายในงานเตรียมพบกับกิจกรรม Best in Class ที่ออกแบบมาเพื่อชาว 750 โดยเฉพาะ เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้แสดงตัวตน แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และร่วมสร้างคอมมูนิตี้แห่งการขับขี่ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะมาเดี่ยวหรือมาเป็นกลุ่มก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมและพบปะเพื่อนใหม่ที่มีแพสชันเดียวกันได้อย่างเต็มที่
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Best in Custom Contest การประกวดรถแต่ง FORZA750 และ X-ADV750 ที่เปิดเวทีให้สายคัสตอมได้โชว์ผลงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานภายในงานร่วมโหวตคะแนนการประกวด นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Best in Costume Valentine Biker Contest การประกวดแต่งกายภายใต้คอนเซ็ปต์ “ฟาร์มรัก (Valentine’s Farm)” ที่เปิดพื้นที่ให้ไบค์เกอร์ได้ถ่ายทอดตัวตนและสไตล์การแต่งกายเฉพาะตัว
อีกทั้ง ภายในงานยังจัดเตรียมพื้นที่ Best in Class Community สำหรับการรวมตัวของผู้ใช้ FORZA750 และ X-ADV750 จากทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายคอมมูนิตี้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ร่วมกัน พร้อมด้วยโซน Best in Partners & Custom Shops ที่รวบรวมพาร์ตเนอร์และสำนักแต่งชั้นนำระดับประเทศ นำของแต่งและไอเทมพิเศษมาให้เลือกชมภายในงาน
ตลอดช่วงกิจกรรม ผู้เข้าร่วมงานสามารถร่วมลุ้นรับของรางวัลจากกิจกรรม Reward Draw และ Lucky Draw ที่จัดขึ้นภายในงาน พร้อมปิดท้ายค่ำคืนด้วย Final Reward Draw ของรางวัลสุดพิเศษ ที่เตรียมสร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน รวมถึงกิจกรรม 750 Exclusive Celebrate เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการรวมตัวครั้งแรกของชาว 750 Series ควบคู่ไปกับดนตรีสด ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วย Mini Concert สร้างบรรยากาศแห่งความสนุกในสไตล์ที่สุดของคลาส
ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/4qORBQ0
ติดต่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ Honda BigWing สาขาใกล้บ้านท่าน
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจจากฮอนด้าบิ๊กไบค์เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH
#750BestInClass #FORZA750 #XADV #The7Fifty #FirstXclusiveMeet #Khaoyai
#HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
ลุ้นคัมแบ็คสนามหน้า! Honda HRC คอนเฟิร์ม “ก้อง-สมเกียรติ” พลาด เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามแรก พร้อมส่ง “นากาชิม่า” บิดแทน
ฮอนด้า เอชอาร์ซี (Honda HRC) ยอดทีมแข่งในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ยืนยันอย่างเป็นทางการ “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดชาวไทยต้องถอนตัวจากการแข่งขันสนามแรกที่ ฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย หลังเข้ารับผ่าตัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ โดยจะส่ง “เท็ตซูตะ นากาชิม่า” นักบิดทดสอบชาวญี่ปุ่นลงแข่งแทนในสนามดังกล่าว เพื่อให้นักแข่งชาวไทยพักรักษาตัว ฟื้นฟูสภาพร่างกายอย่างเต็มที่ และพร้อมสำหรับกาากลับมาลงแข่งขันในสนามถัดไป
ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 มีคิวเปิดฤดูกาลสนามแรกระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย
ถึงแม้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดชาวไทยจะต้องพลาดลงเปิดตัวกับสังกัดทีม ฮอนด้า เอชอาร์ซี หลังได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ได้เดินทางกลับมาเข้ารับการผ่าตัดกับทีมแพทย์ในเมืองไทย เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่แขนทั้ง 2 ข้าง โดยต้องเข้าเฝือกที่แขนขวา ส่วนแขนซ้ายไม่ต้องเข้าเฝือก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ทีมแพทย์ได้ถอดเฝือกออกแล้ว พร้อมเข้าสู่กระบวนการกายภาพบำบัดต่อไป ซึ่งการฟื้นตัวของนักบิดไทยนั้นดำเนินไปในทิศทางที่ดี
ก้อง-สมเกียรติ กล่าวว่า “ตอนนี้อาการบาดเจ็บของผมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสภาพร่างกายและกำลังใจกำลังฟื้นฟูไปในทิศทางที่ดี ขอขอบคุณทุกแรงใจจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตทุกคนที่ส่งมาให้เสมอ และอยากให้ช่วยติดตามพร้อมส่งกำลังใจเชียร์ผมต่อไปนะครับ”
อย่างไรก็ดี จากระยะเวลาในการฟื้นตัวส่งผลให้ ฮอนด้า เอชอาร์ซี ตัดสินใจส่ง “เท็ตซูตะ นากาชิม่า” นักบิดทดสอบชาวญี่ปุ่นลงทำหน้าที่แทน “ก้อง-สมเกียรติ” ในสนามแรกที่ ออสเตรเลีย เคียงข้างทีมเมทชาวอังกฤษอย่าง “เจค ดิ๊กสัน” หมายเลข 96
พร้อมกันนี้ยังส่ง “ไรอัน วิคเกอร์ส” นักบิด บริติช ซูเปอร์ไบค์ ของ ฮอนด้า ลงแข่งขันด้วยสิทธิ์ไวล์ดการ์ดอีกคน เพื่อเก็บข้อมูลสำคัญในการพัฒนารถแข่ง Honda CBR1000RR-R
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า เปิดตัว New Honda Giorno+ อัปสไตล์ล้ำด้วย 7 เฉดสีใหม่
ถ่ายทอดความ High Fashion ผ่านพรีเซนเตอร์ ‘เจฟ ซาเตอร์’ไทยฮอนด้า เปิดตัว New Honda Giorno+ อัปสไตล์ล้ำไปอีกขั้นกับ 7 เฉดสีใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “New High Style Setter อัปสไตล์ใหม่ นำสไตล์ล้ำ” เติมมิติใหม่ด้วยดีไซน์และ คู่สีที่พัฒนาให้โดดเด่น ผสานสมรรถนะและฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่อย่างลงตัว พร้อมทั้งยังได้ ‘เจฟ ซาเตอร์’ สานต่อบทบาทการถ่ายทอดตัวตนของ New Honda Giorno+ ที่มีทั้งความเท่และความพรีเมียม สะท้อนภาพลักษณ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มพิกัด
New Honda Giorno+ มาพร้อม 7 สีใหม่ ได้แก่
- รุ่น ABS 4 สี ได้แก่ สีเทา-น้ำตาล, สีเหลือง-น้ำตาล, สีดำ-น้ำตาล และสีขาว-น้ำตาล วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 68,700 บาท
- รุ่น CBS 3 สี ได้แก่ สีฟ้า-ดำ, สีเขียว-ดำ และสีเทา-ดำ วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 63,700 บาท
ด้านดีไซน์ New Honda Giorno+ อัปสไตล์เพิ่มความเท่และความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยกรอบไฟหน้าสีดำ ตัดกับโลโก้ Honda อย่างลงตัว ในส่วนของเบาะนั่งเป็นสีน้ำตาล (ในรุ่น ABS) ที่ช่วยเติมความพรีเมียม ผสานกับตัวถัง และมือจับหลังที่เติมสีสันให้โดดเด่นเช่นเดียวกับสีตัวรถ อีกทั้ง Emblem ‘Giorno+’ สีรมดำช่วยเสริมความเรียบเท่และมีสไตล์ไปอีกขั้น และไฟ LED Light ใต้ช่องเก็บของที่มาพร้อมความจุ 30 ลิตร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน
ด้านสมรรถนะ New Honda Giorno+ ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 125 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล คล่องตัว ประหยัดน้ำมันสูงสุด 52.6 กม./ลิตร เสริมความมั่นใจด้วยโครงสร้างตัวรถและระบบช่วงล่างที่แข็งแรง พร้อมระบบเบรกให้เลือกทั้ง Combi Brake System (CBS) และ Anti-lock Braking System (ABS) เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทาง รองรับการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางระยะไกล
สามารถสัมผัสรถจักรยานยนต์คันจริงและเลือกเป็นเจ้าของ New Honda Giorno+ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ และสามารถทดลองขับขี่ได้ภายในงาน Megafesto 2026 ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Bravo BKK พระราม 9 ลงทะเบียนเข้างานฟรี ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto ได้ที่ https://bit.ly/4qhj7W5
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHAดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น My Honda Moto
iOS : https://apple.co/3hI2Wk6
Android : https://bit.ly/2UKlze0
#Giorno+ #NewHighStyleSetter #JeffSatur #เครื่องยนต์eSP+
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บวกแต้มล่าจ่าฝูงแชมป์เปี้ยนชิพบิด Honda CRF450R คว้าโพเดียมอันดับ 2 AMA SX 2026 สนามที่ 3
“ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ยอดนักแข่งชาวออสเตรเลีย ยกระดับผลงานต่อสู้ในแถวหน้าอีกครั้ง ในศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 3 ด้วยการระเบิดศักยภาพของยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R (Honda CRF450RWE) จาก Honda HRC Progressive ไล่แซงคู่แข่งในช่วงปลายเกมส์ ทะยานคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 บวกคะแนนสะสมเพิ่มไล่ล่าอันดับที่ 1 ในตารางแชมป์เปี้ยนชิพเหลือเพียง 8 คะแนน รวมถึงศักยภาพโดยรวมของการแข่งขันที่อยู่แถวหน้าอย่างต่อเนื่อง รอปลดล็อคชัยชนะแรกในซีซั่นนี้
ศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 3 ดวลคันเร่งกันที่ แองเจิล สเตเดี้ยม สหรัฐอเมริกา(Angel Stadium, United States of America) ในอนาไฮม์ (Anaheim) สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 96 และยอดรถแข่ง Honda CRF450R เริ่มต้นเกมส์ได้ดีโดยรั้งอันดับที่ 3 หลังจากผ่านโค้งแรก และสามารถแซงคู่แข่งขยับขึ้นมารั้งอันดับที่ 2 ได้อย่างรวดเร็วเพื่อลุ้นแซงขึ้นเป็นผู้นำ
การคว้าอันดับที่ 2 ของ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ในสนามที่ 3 นี้ ทำให้เจ้าตัวบวกคะแนนสะสมเพิ่มเติมเป็น 62 คะแนน ไล่ล่าอันดับที่ 1 ในตารางแชมป์เปี้ยนชิพเหลือเพียง 8 แต้มเท่านั้น ก่อนรอการกลับมาเสริมทัพของ “เจ็ต ลอว์เรนซ์” ที่ได้รับบาดเจ็บให้ฮอนด้าทีมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 4 มีคิวลงแข่งขันกันในวันที่ 31 มกราคม 2569 นี้ที่ เอ็นอาร์จี
สเตเดี้ยม (NRG Stadium, United States of America) ในฮิวสตัน(Houston) ประเทศสหรัฐอเมริกา#AMASupercross #Honda #HondaMotorcycle #HRC #TeamHondaHRC #CRF450R
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แถลงแคมเปญร่วม “Thai Honda Creator Connect Club ปี 2” พร้อมปล่อยตัว 20 ผู้เข้ารอบจากทั่วประเทศ
เข้าแคมป์เฟ้นหาสุดยอดครีเอเตอร์กับภารกิจสุดท้ายที่จังหวัดระยอง
ไทยฮอนด้า ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานแถลงข่าวแคมเปญร่วม “Thai Honda Creator Connect Club ปีที่ 2: สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย” เปิดพื้นที่ให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์จากทั่วประเทศได้ออกเดินทางถ่ายทอดเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยผ่านการขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ยกระดับทักษะการสร้างคอนเทนต์อย่างมืออาชีพ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวครีเอเตอร์ผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย จากการค้นหาและคัดสรรสุดเข้มข้นจาก 400 คลิปที่ส่งเข้าประกวดโดยครีเอเตอร์ทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วม Thai Honda Creator Connect Camp สุดเอ็กซ์คลูซีฟ 3 วัน 2 คืน ระหว่างวันที่ 29 – 31 มกราคม 2569 ที่จังหวัดระยอง ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้ร่วมเวิร์กชอปใกล้ชิดกับครีเอเตอร์มืออาชีพ ฝึกฝนการสร้างสรรค์คอนเทนต์ผ่านประสบการณ์การเดินทางจริง และสัมผัสการท่องเที่ยวไทยในมุมมองใหม่ด้วยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ก่อนเข้าสู่กิจกรรมการแข่งขันสร้างสรรค์คอนเทนต์ เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่าทั้งแคมเปญกว่า 2,000,000 บาท
นายนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไป สายงานการสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวถึงกิจกรรมนี้ว่า “โครงการ Thai Honda Creator Connect Club เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าที่ต้องการผลักดันศักยภาพของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีที่ 2 นี้ ฮอนด้ามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ยกระดับโครงการขึ้นอีกขั้น ผ่านความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อร่วมผลักดันแคมเปญ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทย’ โดยตั้งใจเปลี่ยนทุกการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ฮอนด้าให้เป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองไทยผ่านมุมมองของคนท้องถิ่น พร้อมเชิญชวนครีเอเตอร์ถ่ายทอดความสุขของการท่องเที่ยวในประเทศไทยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ นอกเหนือจากโอกาสในการพัฒนาทักษะระดับมืออาชีพจากกูรูแถวหน้าแล้ว โครงการนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งต่อความสุขให้ผู้คน กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ และตอกย้ำว่าการท่องเที่ยวเมืองไทยสนุกขึ้นได้อย่างแน่นอนเมื่อเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า”
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า “ททท. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Thai Honda Creator Connect Club ปี 2: สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย ซึ่งสอดคล้องกับแคมเปญ ‘สุขทันทีที่เที่ยวไทย’ ของ ททท. ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และค้นพบความสุขที่เกิดขึ้นได้ทันทีจากประสบการณ์การเดินทางที่หลากหลายในประเทศไทย ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่าคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริงของครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมกิจกรรม Thai Honda Creator Connect Camp ณ จังหวัดระยองในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่จะช่วยถ่ายทอดเรื่องราวท้องถิ่นของจังหวัดระยองในมุมมองที่เข้าถึงง่าย มีพลัง และสามารถต่อยอดไปสู่การกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นการขยายผลแคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” ไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่หรือนักท่องเที่ยวกลุ่มชื่นชอบรถจักรยานยนต์ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”
โดยงานแถลงข่าวความร่วมมือระหว่าง ททท. และ ไทยฮอนด้า ในครั้งนี้ ยังเป็นการเปิดตัวครีเอเตอร์ผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ที่ฝ่าด่านสุดเข้มข้น จากผลงานที่ส่งเข้ามามากกว่า 400 คลิปจากทั่วประเทศ เพื่อร่วม Thai Honda Creator Connect Camp สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืนที่จังหวัดระยอง โดยครีเอเตอร์ที่เข้ารอบทั้ง 20 คน จะได้ร่วมทำคอนเทนต์ในแบบฉบับของตัวเอง ผ่านการขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ และ CUB House หลากหลายรุ่น ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รอบจังหวัดระยอง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ “สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย” โดยภายในแคมป์ ได้รับเกียรติจากนางวันดี เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยอง มากล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและบริการต่าง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด
ไม่เพียงเท่านี้ เหล่าครีเอเตอร์ยังจะได้รับฟังเทคนิคการทำคอนเทนต์ให้สุดปังและแตกต่างจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ ได้แก่ คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker ผู้คร่ำหวอดในวงการครีเอเตอร์ของไทย คุณสรัสนันท์ คำดี อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่อง ยิ้มแบกเป้เที่ยว Roaming Yim ซึ่งเป็นผู้ชนะจากโครงการ Thai Honda Creator Connect Club ปี 1 คุณจอห์น อริยะพงษ์ เจริญสุข จากช่อง John Rider และ คุณแพร ทวินันท์ เพิ่มพูน จากช่อง Pear Tawinun เจ้าของฉายา นางฟ้าบิ๊กไบค์
หลังจากจบทริป ครีเอเตอร์แต่ละคนจะต้องใช้ความรู้ ฝีมือและเทคนิคที่ได้เรียนรู้มาตลอด 3 วัน ทำวิดีโอคอนเทนต์ตามโจทย์ที่ได้รับ บอกเล่าความสุขของการขี่ฮอนด้าเที่ยวเมืองไทย เพื่อชิงรางวัลมากมาย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้*
- รางวัลผู้ชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ได้แก่ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า All New Honda Scoopy รุ่น Club12 จำนวน 1 คัน เงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท และ Gift Voucher ท่องเที่ยวไทย มูลค่า 50,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัลมูลค่ากว่า 50,000 บาท และ Gift Voucher ท่องเที่ยวไทย มูลค่า 40,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัลมูลค่ากว่า 30,000 บาท และ Gift Voucher ท่องเที่ยวไทย มูลค่า 30,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมงานกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
- รวมถึงรางวัลชมเชยอีก 6 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท
สำหรับแคมเปญร่วม “Thai Honda Creator Connect Club ปีที่ 2: สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย” ได้เปิดให้เหล่าครีเอเตอร์ทั่วประเทศส่งคลิปวีดิโอถ่ายทอดประสบการณ์การเดินทางสุดประทับใจร่วมกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคู่ใจเมื่อเดือนตุลาคม และประกาศผลผู้โชคดี 20 คนเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยหลังจากที่ครีเอเตอร์ที่เข้ารอบสุดท้ายได้ร่วมทริปสุดพิเศษ และส่งผลงานตามโจทย์ที่ได้รับแล้ว ทางไทยฮอนด้าและ ททท. จะร่วมตัดสินคัดเลือกคลิปที่โดดเด่นที่สุด พร้อมประกาศผลผู้ชนะวันที่ 1 มีนาคม 2569 ทางเฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พร้อมเตรียมจัดพิธีมอบรางวัลสุดยิ่งใหญ่ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Bangkok International Motor Show 2026) งานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามผลงานของเหล่าครีเอเตอร์ 20 คนสุดท้ายได้ทาง #สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย #ThaiHondaCreatorConnectClub2025 และร่วมลุ้นผลผู้ชนะได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย #ThaiHondaCreatorConnectClub2025 #HondaBigBike #CUBHouse #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #HondaSafetyThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #ททท
*ของรางวัลและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“โทนี่ โบ” บดคว้าชัยชนะเกมส์เดือด ศึก X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 6 ประเทศสหราชอาณาจักร บวกช่องว่างนำห่างตารางคะแนนแชมป์เปี้ยนชิพ
“โทนี่ โบ” ยอดนักขับไต่เขาชาวสเปนจาก Repsol Honda HRC ต่อสู้ในการแข่งขันสุดเข้มข้น แม้ว่าสภาพร่างกายยังไม่เต็มร้อย แต่ใช้ประสบการณ์และความเหนือกว่า เบียดเอาชนะได้สำเร็จ ในการแข่งขันศึก X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 6 ที่เมืองลีดส์ ในประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมบวกคะแนนสะสมเพิ่มฉีกช่องว่างในตารางแชมป์เปี้ยนชิพเพื่อลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้
X-Trial กลับมาดวลกันอีกครั้งในปี 2026 หลังจากเบรกพักกลางซีซั่น 2 นักบิด Repsol Honda HRC อย่าง
”โทนี่ โบ” หมายเลข 1 และ “กาเบียล มาเซลลี่” หมายเลข 38 เริ่มต้นการควอลิฟายในการแข่งขันสุดยากเมื่อต้องเบียดทำผลงานกับคู่แข่งสุดสูสี ”โทนี่ โบ” ทำคะแนนเสียไป 12 แต้ม แต่ก็เพียงพอที่จะคว้าอันดับที่ 2 และตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ขณะที่ “กาเบียล มาเซลลี่” คว้าอันดับที่ 3 ลอยลำเข้าสู่รอบชิงเช่นกันการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ “โทนี่ โบ” ทำการบ้านจากรอบควอลิฟาย และแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ยกระดับผลงานบดกับคู่แข่งก่อนเบียดคว้าชัยชนะไปครองได้สำเร็จ และเป็นการชนะครั้งที่ 5 ใน 6 สนามแรกของซีซั่นนี้ ขณะที่ “กาเบียล มาเซลลี่” นั้น รั้งอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นการหลุดท็อป 3 ครั้งแรกของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้
การคว้าชัยชนะในสนามที่ 6 ของ “โทนี่ โบ” ทำให้นักบิดจากทีมฮอนด้าบวกคะแนนสะสมเพิ่มเป็น 115 แต้ม ฉีกหนีในตารางแชมป์เปี้ยนชิพออกไปอีก ตามมาด้วย “กาเบียล มาเซลลี่” เพื่อนร่วมทีมจาก Repsol Honda HRC ที่ตามมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยคะแนนสะสม 81 คะแนน
ทั้งนี้ X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 7 จะกลับมาดวลกันอีกครั้งในรายการ X-Trial Spain ที่เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
#ThaiHonda #HRC #HondaRacingThailand #MotorSport #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaRacingCorporation #FIMXTrialGP #XTrialGP2026
-
News Motocycle1 Min Read
สลีค อีวี สู้ศึกเจ้าตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ดันโปรเจกต์ S-CHARGE เน้นโครงสร้างแข็งแกร่งก่อนยอดขาย
สลีค อีวี ไม่หวั่นต่อการเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ย้ำธุรกิจมีสัญญาณดีตลอดช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา เชื่อฐานรากมั่นคงพอ เตรียมขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครบ 150 สถานีทั่วประเทศ 600 จุดชาร์จ ร่วมสร้างความยั่งยืนผ่านเครือข่ายพลังงานสะอาดร่วมกัน ตั้งเป้าผลงานเติบโตต่อเนื่อง 100%
คุณกันตินันท์ ตันวีนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สลีค อีวี จำกัด กล่าวว่า สำหรับปี 2026 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตกว่า 100% พร้อมยอดจำหน่ายรวมกว่า 4,000 คันทั่วประเทศ โดยคาดว่าสัดส่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงสูงที่สุด จากการส่งมอบรถในปีที่ผ่านมา เราสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย และได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ สลีค อีวี ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการพัฒนาโปรเจกต์ S-CHARGE ระบบสถานีชาร์จที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้บริโภค โดยมุ่งสร้างความมั่นใจด้านการชาร์จ การเข้าถึงพลังงาน และต้นทุนการใช้งานในระยะยาว สะท้อนแนวคิด “สร้างระบบก่อนยอดขาย” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรม EV และยังคงเร่งขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครบ 150 จุดทั่วประเทศ 600 หัวชาร์จ ในปีนี้ โดยเน้นศักยภาพของระบบการชาร์จที่เชื่อมต่อกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และสามารถขยายได้ในระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ด้านอัตราการเติบโตของตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับเริ่มต้น โดยมีสัดส่วนเพียง 1–2% ของตลาดรวม สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดด้านคุณภาพสินค้า มาตรฐานการให้บริการ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้การหันมาใช้ EV ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคในวงกว้าง โดยจากข้อมูลการใช้งานพบว่ากลุ่มผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีระยะทางการเดินทางเฉลี่ย 50–80 กิโลเมตรต่อวัน ขณะที่กลุ่มผู้ใช้เป้าหมายในอนาคตมีความต้องการเดินทาง 100–200 กิโลเมตรต่อวัน ซึ่งยังคงรอความพร้อมของระบบรองรับก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ EV โดยปัจจัยชี้ขาดของการเปลี่ยนผ่านอยู่ที่ต้นทุนการเดินทางของผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งเมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ระบบชาร์จที่ตอบโจทย์ และแพ็กเกจพลังงานที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 50% การเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องเร่งตลาดด้วยการทำโปรโมชันระยะสั้น
“เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาที่ตลาดท้าทาย สลีค อีวี ยังเดินหน้าลงทุนระยะยาว ทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาศักยภาพของผลิตภัณฑ์ ไม่เพียงเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้งาน แต่ยังมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างสมรรถนะที่เหมาะสมและราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งนี้ พาร์ทเนอร์ และนักลงทุนจึงเป็นกลไลสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งล่าสุด บริษัทได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในหลากหลายภาคส่วน ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในระยะยาว และสนับสนุนการขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ระยะยาว สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก่อนการเติบโตของตลาด เพื่อก้าวสู่การเป็นเป็นผู้นำในตลาดก่อนคู่แข่ง ทั้งนี้บริษัทยังมีแผนขยายไป EEC ภายใน 2 ปี เพื่อบุกตลาดต่างประเทศและควบคุมคุณภาพตลอด Supply Chain เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัว” คุณกันตินันท์ กล่าวเสริม
ปัจจุบัน สลีค อีวี มีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าวางจำหน่ายหลายรุ่น อาทิ TYPE-X, TYPE-E, TYPE-S, SLEEK Play 1.0 และ รุ่นใหม่ล่าสุด TYPE-X S PERFORMANCE มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีความเร็วสูงสุด 125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ตามแต่ละรุ่น ศักยภาพเหมาะสมต่อการใช้งาน) โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีในการสร้างระบบแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น S Drive 1.0 ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ให้สมรรถนะใกล้เคียงรถสันดาป 125cc การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA ให้รถฉลาดขึ้นได้ตลอดเวลา ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมคุณภาพสูง พร้อมการรับประกันสูงถึง 150,000 กิโลเมตร มีเครือข่าย S-CHARGE สำหรับผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 7 สถานี โดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามปั๊มน้ำมัน พีทีที สเตชั่น รวมถึงการเชื่อมต่อ IoT ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อบริหารจัดการรถและติดตามสถานการณ์ใช้งานได้แบบเรียลไทม์ สร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด
แม้ปัจจุบันตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามามากขึ้น แต่สลีค อีวี เลือกเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยมุ่งสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างก่อนตลาดกลับมาเติบโตอีกครั้ง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบนิเวศทางธุรกิจ จากการดำเนินธุรกิจและพัฒนาโซลูชันในตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องมากว่า 3 ปี ทำให้บริษัทเข้าใจประการณ์ของผู้ใช้งานจริง และสามารถออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้เร็วกว่าผู้เล่นรายใหม่ พร้อมปูทางสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“นีโม่-จิรัฎฐ์” เปิดฤดูกาลเดือด! บิด CRF450R คว้าโพเดียม Premier MX-1 ศึก FMSCT 2026 สนามแรก
นักบิดฮอนด้าพร้อมยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R ลงสนามป้องกันแชมป์ในศึกทางฝุ่นชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ FMSCT Thailand Motocross 2026 สนามที่ 1 รุ่นท็อปสุดอย่าง Premier MX-1 นำโดย “นีโม่-จิรัฎฐ์” เจ้าของแชมป์ประเทศไทย และรถแข่ง Honda CRF450R หมายเลข 1 สังกัดทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport
การแข่งขันสนามเปิดฤดูกาลไปดวลกันที่สนาม Silver Rock Bike Park จ.เลย รุ่นท็อปสุดของรายการอย่าง Premier MX-1 ลงแข่งขันกันในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ และ Honda CRF450R หมายเลข 1 สังกัดทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport ควอลิฟายมาเป็นอันดับที่ 3 ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมและใช้เวลาเพียงต้นการแข่งขันเท่านั้นก็สามารถแซงขึ้นมาเป็นผู้นำได้สำเร็จ
“นีโม่-จิรัฎฐ์” เจ้าของแชมป์ประวัติศาสตร์ Premier MX-1 พารถแข่ง Honda CRF450R หมายเลข 1 ยืดระยะออกมาทันทีจากกลุ่มผู้ตาม อย่างไรก็ดีความท้าทายของการแข่งขันสนามนี้คือการดวลความเร็วกันถึง 25 นาทีและอีก 1 รอบสนาม ซึ่งนักแข่งไทยพบกับความยากลำบากในช่วงปลายเกมส์อย่างเห็นได้ชัด จากระยะทางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และเป็นประสบการณ์ที่สำคัญในสนามนี้ โดย “นีโม่” ก้าวข้ามความยากลำบากในสนามแรก คว้าโพเดียมอันดับที่ 3 มาครองได้สำเร็จ
ทางด้านของ “ยศ” ภานุพงศ์ สมสวัสดิ์ และรถแข่ง Honda CRF450R หมายเลข 93 สังกัดทีม Honda สจโก๋ IDEMITSU WRC ชาญยนต์ DRTC Pirelli Dirtshop Silver Rock สนทยาพืชผล ปิยะกิตติ์ขนส่ง Hugcustom ขยับมาอยู่ในกลุ่มนำในช่วงกลางการแข่งขัน ก่อนที่จะกระโดดเข้าเส้นชัยคว้าท็อป 4 มาครอง
ตามมาด้วย “แซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต หมายเลข 17 กับ Honda CRF450R จากทีม Honda17 Kitsada Dirtshop Dunlop Motul บิดเข้าเส้นชัยมาในอันดับที่ 6 โดยมี “พีเอ” ปรีดาอนันต์ บูน จากสังกัดทีม Honda Asia Bowin Idemitsu S Motor พารถแข่งหมายเลข 55 เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 13
ขณะที่นักบิดฮอนด้าในการแข่งขันรุ่น MX-2 Pro (250cc.) สามารถเปิดซีซั่นด้วยผลงานระดับท็อปเช่นกัน กับรถแข่ง Honda CRF250R นำโดย “คิ้วท์” พันธกานต์ บุญชาลี หมายเลข 17 สังกัดทีม Honda Asia Bowin Idemitsu S Motor ประเดิมสนามแรกด้วยการคว้าท็อป 4 มาครอง ตามมาด้วย “ไตรตั้น” เตโชดม มีแสง หมายเลข 193 สังกัดทีม Honda Racing Thailand Idemitsu Wannalak Motorsport ตามเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 6
ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2026 สนามที่ 2 จะแข่งขันกันในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 และดวลกันต่อเนื่องในโปรแกรมสนามที่ 3 วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนาม แดนพนาออฟโรดปาร์ค จังหวัดน่าน
#ThaiHonda #Motorsport #ThailandMotocross #HondaRacingThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


















































































































