-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้าเปิดตัว All New Honda Wave110 โฉมใหม่ ยกระดับมาตรฐานรถครอบครัวอันดับ 1 ของคนไทย พร้อมขุมพลัง Honda Smart Engine ที่ทั้งประหยัดและทรงพลัง
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานรถครอบครัวอันดับ 1 เปิดตัว All New Honda Wave110 โฉมใหม่ที่ได้รับการปรับดีไซน์ให้ทันสมัยและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ตอกย้ำบทบาทรถจักรยานยนต์คู่ใจของครอบครัวไทยที่ส่งต่อความเชื่อใจจากรุ่นสู่รุ่น การออกแบบใหม่ของ All New Honda Wave110 มาพร้อมสีสันใหม่และรายละเอียดงานดีไซน์ที่สวยงาม โดดเด่นด้วยโลโก้แบบ Emblem ตัวนูน เพิ่มมิติและความหรูหรา รวมถึงล้อแม็กสีคอปเปอร์ในรุ่นล้อแม็ก Special Edition ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้มีความเท่และแตกต่างมากยิ่งขึ้น การเปิดตัวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead” เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
All New Honda Wave110 ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มชุดฟังก์ชันใหม่ที่ให้ทั้งความทันสมัยและประโยชน์ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED พร้อมกับไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มความโฉบเฉี่ยวและทัศนวิสัยในการขับขี่ รวมถึง ไฟท้าย LED ที่ให้ความสว่างคมชัดยิ่งขึ้น เสริมความปลอดภัยในเวลากลางคืน รวมถึงเพิ่มช่องชาร์จ USB-C, สวิตช์กุญแจนิรภัยพร้อมม่านปิดช่องกุญแจ, ช่องเก็บของด้านหน้า และ ตะขอแขวนของอเนกประสงค์ ช่วยเพิ่มความสะดวกในทุกการใช้งาน อีกทั้งยังคงจุดเด่นที่ตอบโจทย์ครอบครัวอย่าง กล่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ความจุ 10 ลิตร และ ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5 ลิตร รองรับการเดินทางทั้งใกล้และไกลได้อย่างมั่นใจ คุ้มค่า และใช้งานได้หลากหลาย
ในด้านความปลอดภัย All New Honda Wave110 มอบความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วย ระบบ Combined Brake System (CBS) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ทำให้การเบรกมีความนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พลังขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี พร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI ที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยม แข็งแรงทนทาน และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของทุกคนในครอบครัวได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง
All New Honda Wave110 พร้อมวางจำหน่าย
- รุ่นล้อแม็ก Special Edition (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) ล้อแม็กสีคอปเปอร์และโลโก้ Emblem ตัวนูนสีคอปเปอร์ เพิ่มความพรีเมียมอย่างมีสไตล์ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว-น้ำตาล (WBR) และ สีดำ-น้ำตาล (BBR) ในราคาแนะนำ 48,800 บาท
- รุ่นล้อแม็ก (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) ให้เลือก 3 สี ได้แก่สีเทา-น้ำตาล (GBR), สีน้ำเงิน (BLU) และ สีแดง (RED) ราคาแนะนำ 48,300 บาท
- รุ่นล้อซี่ลวด (สตาร์ทมือ ดิสท์เบรก) มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา-ดำ (G-B), สีน้ำเงิน-ดำ (BUB) และ สีดำ-น้ำตาล (BBR) ในราคาแนะนำ 46,300 บาท
- รุ่นล้อซี่ลวด (สตาร์ทเท้า ดรัมเบรก) มาในสีดำ (BLK) ราคาแนะนำ 39,000 บาท
สามารถสัมผัสรถจักรยานยนต์คันจริงและเลือกเป็นเจ้าของ All New Honda Wave110 ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#AllNewHondaWave110 #เวฟ #ฮอนด้าเวฟ #ครอบครัวเวฟเชื่อใจอันดับ1
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ร่วมส่งต่อความสุขวันเด็กแห่งชาติ 2569 สนับสนุนกิจกรรมสร้างรอยยิ้ม พร้อมปลูกฝังความปลอดภัยทางถนน
ไทยฮอนด้า ร่วมส่งต่อความสุขในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีและเติมเต็มรอยยิ้มให้แก่เยาวชน ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน ผ่านการมอบของขวัญและการจัดกิจกรรมวันเด็กในพื้นที่ชุมชน และศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าทั้ง 3 แห่งทั่วประเทศ
เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ไทยฮอนด้าได้จัดกิจกรรมส่งมอบเงินทุนสำหรับการศึกษาและจัดซื้ออุปกรณ์การเรียน แก่โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ รวมกว่า 103 แห่ง แก่หน่วยงานต่าง ๆ ณ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด (สำนักงานใหญ่) เมื่อวันที่ 7 และ 8 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา รวมมูลค่าการสนับสนุนกว่า 400,000 บาท เพื่อร่วมส่งต่อกำลังใจและความสุขให้แก่เด็ก ๆ เนื่องในวันสำคัญแห่งปี นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมวันเด็กร่วมกับสถานศึกษาในชุมชน โดยร่วมออกบูธกิจกรรม ณ โรงเรียนวัดทองสัมฤทธิ์ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ภายในงานมีการจัดกิจกรรมบูธถ่ายภาพ สำหรับเก็บภาพความประทับใจ ซุ้มเกมชิงรางวัล และขนมหวาน เพื่อสร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มให้กับน้อง ๆ นักเรียน
ขณะเดียวกัน ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าทั้ง 3 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้ากรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ได้ร่วมจัดกิจกรรมวันเด็กในพื้นที่ เพื่อมอบทั้งความสนุกและองค์ความรู้ควบคู่กัน ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสันทนาการ เกมเสริมทักษะ และเวิร์กชอปให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจรและการใช้ถนนอย่างปลอดภัย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากเยาวชนและครอบครัวในชุมชน
ไทยฮอนด้ายังคงตอกย้ำพันธกิจด้านความปลอดภัย ด้วยการผสานกิจกรรมส่งเสริมความรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนในทุกกิจกรรม เพื่อปลูกฝังวินัยจราจรและการใช้ถนนอย่างปลอดภัยตั้งแต่วัยเยาว์ สะท้อนความมุ่งมั่นในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยในการสร้างอนาคตที่ปลอดภัยและยั่งยืนให้กับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศในวันข้างหน้า
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#HondaSafetyThailand #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย #HaveAGoodRide
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle2 Min Read
ไทยฮอนด้า เปิดตัว New Honda SCOOPY มาพร้อม 9 สีใหม่ 3 สไตล์ ในคอนเซปต์ ‘The Iconic Gang แก๊งเจนใหม่ ไปให้สุดเทรนด์’ พร้อมคว้า LYKN ร่วมถ่ายทอดไอคอนิกสไตล์ของคนรุ่นใหม่
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว New Honda SCOOPY ด้วยภาพลักษณ์ที่สดใหม่ โดดเด่น และสะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน มาพร้อมสีใหม่ 9 สี 3 สไตล์ ที่สะท้อนเทรนด์ของชาวแก๊งได้อย่างลงตัว ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Iconic Gang แก๊งเจนใหม่ ไปให้สุดเทรนด์’ พร้อมคว้าพรีเซนเตอร์สุดฮอตอย่างวง ‘LYKN’ มาถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ผ่านตัวรถที่สีสันสดใส ที่จะชวนชาวแก๊งไปสนุกกันให้สุดเทรนด์ พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ โดยไทยฮอนด้าได้เปิดตัว New Honda SCOOPY อย่างยิ่งใหญ่ที่งาน ‘Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead’ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
New Honda SCOOPY โดดเด่นด้วยเฉดสีใหม่และลวดลายกราฟิกที่ออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ สื่อถึงความสนุก ความมั่นใจ และสไตล์เฉพาะตัว มาพร้อมไฮไลต์ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของวัยรุ่นยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED Crystal Block Headlight ดีไซน์ล้ำสมัย เอกลักษณ์ของ SCOOPY ให้ความสว่างชัดเจน โดดเด่นสะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ตัว S หน้าจอแสดงผล Full Digital Meter แสดงข้อมูลครบถ้วนทุกมุมมอง ทั้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน การแจ้งเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง การจับทริประยะทาง และ Eco Lamp เมื่อเข้าสู่โหมดประหยัดน้ำมัน Taillight และช่องชาร์จ USB Socket Type-C รองรับการใช้งานสมาร์ตโฟนสะดวกทุกการเดินทาง และช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้ทั้งใบรองรับไลฟ์สไตล์ชาว Iconic Gang พร้อมด้วย Honda SMART KEY กุญแจรีโมทอัจฉริยะ ที่มีฟังก์ชั่นระบุตำแหน่งรถป้องกันการโจรกรรม (เฉพาะรุ่น Club 12)
สำหรับสมรรถนะการขับขี่นั้น New Honda SCOOPY มาพร้อม Honda Smart Technology ที่ฮอนด้าพัฒนามาใช้ในรถออโตเมติกโดยเฉพาะ ด้วยเครื่องยนต์ 110 ซีซี ADVANCED GEN eSP ทำให้ควบคุมรถได้ดั่งใจ ขับง่าย ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 58.8 กม./ลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีระบบ Idling Stop System เทคโนโลยีดับเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะจอดนิ่งและสตาร์ทใหม่ได้ทันทีเมื่อบิดคันเร่ง ช่วยให้รถประหยัดน้ำมันมากขึ้น รวมถึงเทคโนโลยี Combi- Brake ที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอย่างเหมาะสมโดยอัตโนมัติ
New Honda SCOOPY โดดเด่นด้วย Iconic Style มาพร้อม 9 สีใหม่ 3 สไตล์ ได้แก่ รุ่น Club 12 ดีไซน์เทรนดี้ ถูกใจสายแฟชั่น มีให้เลือก 4 สีได้แก่ สีดำ-แดง (B-R), สีชมพู (PNK), สีเทา-ขาว (G-W) และสีขาว-น้ำเงิน (W-BU) ราคาแนะนำ 55,100 บาท รุ่น Prestige เรียบเท่ มีคาแรกเตอร์ มีให้เลือก 3 สีได้แก่ สีเขียว (GRN), สีดำ (BLK), และสีขาว (WHT) ราคาแนะนำ 53,700 บาท และรุ่น Urban เรโทรร่วมสมัย มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีฟ้า (SKB) และสีดำ (BLK) ราคาแนะนำ 50,600 บาท
สำหรับความพิเศษในปีนี้คือการรวมพลังความซ่าของ 5 หนุ่มวง LYKN ทั้ง วิลเลี่ยม เลโก้ ตุ้ย ฮง และนัท ที่รถจักรยานยนต์ฮอนด้ายกให้เป็นตัวแทนชาว The Iconic Gang แก๊งเจนใหม่ ที่จะพาทุกคนไปให้สุดเทรนด์ โดยแต่ละคนจะมาร่วมถ่ายทอดความสนุกผ่านสีสันใหม่ของ New Honda SCOOPY ที่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ เปรียบเสมือนตัวตนของสมาชิกทั้ง 5 ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกัน แต่เมื่อมารวมตัวกันแล้วกลับสร้างพลังความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นความเท่ สปอร์ต หรือความสดใสที่พร้อมจะพาทุกคนออกไปโลดแล่นและไปให้สุดทุกเทรนด์ในแบบฉบับของตัวเอง พิเศษสุดๆ สำหรับ LYKYOU และคนรักวง LYKN เตรียมพบได้ที่งาน ‘Honda Megafesto 2026’ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Bravo BKK พระราม 9 ตั้งแต่เวลา 12.00 – 22.00 น. งานนี้เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงลงทะเบียนล่วงหน้า (จำนวนจำกัด) ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto ได้ที่ https://bit.ly/3LZfKEd ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ScoopyGang #แก๊งเจนใหม่ไปให้สุดเทรนด์ #NewHondaSCOOPY
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ครั้งแรกของโลก! ไทยฮอนด้า เปิดตัว ‘New Honda UC3’ มิติใหม่แห่งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า คอนเซ็ปต์ ‘The Urban First Movers’ ก้าวสู่ชีวิตคนเมืองยุคใหม่
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ‘New Honda UC3’ (นิว ฮอนด้า ยูซีสาม) พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Urban First Movers ก้าวแรก…ที่เปลี่ยนชีวิตแบบเดิม” โดดเด่นด้วยดีไซน์แห่งอนาคตมาพร้อม 2 เฉดสี ‘สีดำ Graphite Black’ และ ‘สีขาว Pearl Sapphire White’ โดยพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมือง มอบประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยจากฮอนด้า สอดรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มองหาทางเลือกในการเดินทางที่ทั้งง่าย สะดวก ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ เพื่อย้ำความพร้อมด้านการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว ไทยฮอนด้าเดินหน้าพัฒนา Honda ev Charger สถานีชาร์จรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบ Plug-in ของฮอนด้า โดยเปิดให้บริการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เป็นแห่งแรก และมีแผนขยายการให้บริการเพื่อรองรับลูกค้าภายในปีนี้และในอนาคต
- ภายในปี 2569 Honda ev Charger เปิดให้บริการทั้งหมด 230 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าโลตัส ทั่วประเทศ อีกทั้งสถานีชาร์จสำหรับรองรับการ Services 915 แห่ง ที่ศูนย์บริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
- ภายใน 2572 Honda ev Charger จะเปิดบริการครอบคลุมทั่วประเทศ 800 สถานี (ภายในระยะเวลา 4 ปี) เพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการใช้งานและการดูแลรักษารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
New Honda UC3 สะท้อนการเริ่มต้นรูปแบบการเดินทางใหม่ของคนเมือง ผ่านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน มอบความสะดวกสบายด้วยระบบชาร์จแบบ Plug-in พร้อม Portable Charger เครื่องชาร์จแบบพกพากำลังไฟ 450 วัตต์ สามารถเสียบชาร์จกับระบบไฟฟ้าภายในบ้านได้ทันที ชาร์จเต็มภายใน 9 ชั่วโมง และใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง สำหรับการชาร์จจากระดับ 30% ถึง 80% ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 kWh ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Lithium-ion LFP ที่ผ่านมาตรฐานสากล UNR136 รองรับการใช้งานในเมืองได้อย่างมั่นใจ สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 122 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และทำความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Econ, Standard และ Sport และระบบ Reverse Assist Function สำหรับช่วยถอยหลัง และควบคุมรถถอยเขาช่องจอด ในที่แคบได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
New Honda UC3 ถ่ายทอดผ่านรูปทรงที่ล้ำสมัย พร้อมพื้นผิวและวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อโลกยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ทุกเส้นสายผ่านการเกลาอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด สร้างภาพลักษณ์แห่งอนาคตที่โดดเด่นและแตกต่าง เสริมเอกลักษณ์ด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์แบบ Integrated Light Bar พร้อม Daytime Running Light กลมกลืนกับไฟเลี้ยวอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มทั้งความสวยงามและทัศนวิสัยในการขับขี่ มาพร้อมหน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 5 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน รองรับการเชื่อมต่อ Honda RoadSync ใช้งานง่ายผ่านมัลติฟังก์ชันคอนโทรลเลอร์ เพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยพื้นที่เก็บของใต้เบาะ U-Box ขนาดใหญ่ และกุญแจรีโมตอัจฉริยะ Honda SMART KEY ที่ช่วยให้สามารถสตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ เสริมการใช้งานด้วยช่องชาร์จไฟ USB Type-C รวมถึงพื้นที่เก็บของด้านหน้า พร้อมโครงสร้าง Stability Frame ดีไซน์เฟรมครอบคลุมตำแหน่งแบตเตอรี่ ช่วยปกป้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยการควบคุมมั่นคงและขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง
New Honda UC3 มีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีดำ (Graphite Black) และสีขาว (Pearl Sapphire White) ราคาแนะนำที่ 132,600 บาท รวมเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.33 % ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,297 บาท นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกชุดแต่ง H2C 10 ดีไซน์สุดเท่ ได้แก่ Hook ALU ขอเกี่ยวของอลูมิเนียม, Side Garnish แถบพลาสติกตกแต่งข้าง, Floor Panel ALU CNC ชุดแผ่นวางเท้าอลูมิเนียม, Break Reservoir Cap ฝาปิดกระปุกน้ำมันเบรก, Handle Cover ชุดฝาครอบแฮนด์ด้านบน, Rear Carier แรคท้ายเบาะ, Handle Grip Weight ตุ้มปลายแฮนด์, Pillion Step ALU พักเท้าหลัง, Crankcase Cover ครอบเครื่องอลูมิเนียม และ Side Mark Emblem Honda สติ๊กเกอร์เครื่องหมายฮอนด้า ทั้งนี้ ยังมีแคมเปญการผ่อนแบบบอลลูนโดยผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,816 บาท และโปรโมชันชาร์จฟรีหนึ่งปีหรือ 12,000 บาท เปิดรับจองและทดลองขับขี่ได้ที่งาน Honda Megafesto ณ Bravo Bkk พระรามเก้า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และพร้อมวางจำหน่าย ทดลองขับขี่ได้ที่ Honda Wing Center ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป (ดูรายละเอียด และเช็คสาขาเพิ่มเติมได้ที่ https://ev.thaihonda.co.th/)
ในโอกาสนี้ ไทยฮอนด้าได้จัดแคมเปญ After Sales Service สำหรับ New Honda UC3 เพื่อรองรับการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมั่นใจในทุกวัน ด้วยแพ็กเกจบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั้งการดูแลรักษาและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถภายในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ – 31 พฤษภาคม 2569
- รับสิทธิพิเศษ Service Package ภายใต้ Honda Service Premium (HSP) ฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือระยะทาง 30,000 กิโลเมตร ครอบคลุมการตรวจเช็กสภาพรถทุกระบบ การเปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้าย แหวนรอง และน้ำมันเบรก เมื่อซื้อรถและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน My Honda moto
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance นาน 3 ปี ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รองรับกรณีรถเสียฉุกเฉินและเกิดอุบัติเหตุช่วยเหลือไม่จำกัดจำนวนครั้งและการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในกรณีแบตเตอรี่หมดและบริการปะยางฉุกเฉิน 2 ครั้งต่อปี เพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานในทุกเส้นทาง โดยสามารถใช้บริการได้ง่ายผ่านไลน์ @premiumcarebike หรือติดต่อที่เบอร์ 02-124-3207
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ Honda UC3 ได้ที่
เว็บไซต์ : https://ev.thaihonda.co.th/
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHAดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น My Honda Moto
iOS : https://apple.co/3hI2Wk6
Android : https://bit.ly/2UKlze0#TheUrbanFirstMovers #ก้าวแรกที่เปลี่ยนชีวิตแบบเดิม #HondaEVMotorcycle #รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า #HondaEVCharger #สถานีชาร์จรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า
#HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
-
News / News Motocycle2 Min Read
ไทยฮอนด้า เปิดเกมรุกปี 2026 เสริมทัพ 4 โมเดลใหม่ นำโดย New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของฮอนด้าเปิดที่แรกของโลก พร้อมเผยทิศทางธุรกิจเขย่าตลาดเมืองไทย
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดศักราช 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทย ด้วยการเผยภาพรวมผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัว 4 โมเดลใหม่ ในงาน ‘Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead’ ณ โรงแรม Centara Grand and Bangkok Convention Centre นำโดยไฮไลต์สำคัญคือ รุ่น New Honda UC3 (นิว ฮอนด้า ยูซีสาม) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เริ่มวางจำหน่าย มาในคอนเซ็ปต์ ‘The Urban First Movers ก้าวแรก…ที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบเดิม’ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำตลาดและฐานการผลิตสำคัญของฮอนด้าในระดับโลก และอีก 3 รุ่น ได้แก่ New Honda Scoopy เผย 9 เฉดสีใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์ใหม่วง ‘LYKN’ ที่มาเติมความสนุกให้กับชาวแก๊งไอคอนิก ตามด้วย New Honda Lead ที่อัปเกรดทั้งดีไซน์ด้านหน้าเฉดสีใหม่ และระบบเบรก ABS เสริมความมั่นใจในการขับขี่ ปิดท้ายด้วย All New Honda Wave 110 รถจักรยานยนต์ครอบครัวรุ่นยอดนิยมที่คนไทยไว้วางใจ ซึ่งได้รับการปรับโฉมใหม่ เพิ่มความทันสมัย ควบคู่ความประหยัด คุ้มค่า และความทนทานตามมาตรฐานฮอนด้า
มร.ไดกิ มิฮาระ ผู้บริหารระดับสูง รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฮอนด้ามุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลก ส่งผลให้เราสามารถส่งมอบ ‘ความสุขและอิสระในการขับเคลื่อน’ จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของโลกอย่างแข็งแกร่ง ด้วยส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกกว่า 40% โดยคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณนี้จะมียอดจำหน่ายสูงถึง 21 ล้านคัน พร้อมวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรับการเติบโตของตลาดโลกที่คาดว่าจะถึง 60 ล้านคันภายในปี 2030 ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างแท้จริง เราพร้อมที่จะคว้าโอกาสจากการเติบโตของความต้องการในตลาดรถจักรยานยนต์อย่างมั่นคง ฮอนด้าได้ตั้งเป้าหมายในระยะยาวว่า
“ทุกๆ 2 คน จะมีผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ฮอนด้า 1 คน” ทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และระบบไฟฟ้า (EV) เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง”
“ฮอนด้าพร้อมเดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยในประเทศไทยเราถือเป็นผู้นำยุคแรกเริ่มที่วางรากฐานนวัตกรรมไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2018 ผ่านรุ่น Benly e: และ CUV e: และในวันนี้เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ New Honda UC3 รถไฟฟ้า Plug-in คอมมิวเตอร์รุ่นแรกที่สะท้อนคำมั่นสัญญาใหม่ในธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า และเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda WN7 ที่เปิดตัวในงาน Milano Show เมื่อปีที่ผ่านมา บนตัวผลิตภัณฑ์ได้ประทับชื่อ ‘Honda’ อย่างภาคภูมิใจ ไม่เพียงเท่านี้ ฮอนด้ามุ่งสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ขณะเดียวกันเราขอยืนยันที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักต่อไปแม้ในยุคที่ EV เติบโต เพื่อสร้างงาน เสริมรากฐานอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมไทย ด้วยคุณภาพและความเชื่อมั่นที่เราสั่งสมมาอย่างยาวนาน” มร. ไดกิ มิฮาระ กล่าวเสริม
มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ไทยฮอนด้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของฮอนด้าในภูมิภาคเอเชีย และเป็นศูนย์กลางหลักของธุรกิจรถจักรยานยนต์ในระดับภูมิภาค ในปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยโดยรวมอยู่ที่ 1.73 ล้านคัน ไทยฮอนด้าสามารถสร้างผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์กว่า 1.40 ล้านคัน เติบโต 102% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 37 ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ”
“สำหรับปี 2026 การแข่งขันทางธุรกิจจะเข้มข้นขึ้น แต่เราก็พร้อมปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ไทยฮอนด้าคาดการณ์ว่าตลาดรวมรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 1.68 – 1.73 ล้านคัน และเราได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 1.36 – 1.40 ล้านคัน ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยในทุกมิติ โดยมีแผนเปิดตัว รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่รวมทั้งสิ้น 11 รุ่น ตลอดทั้งปี ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ควบคู่กับการรักษาความเป็นผู้นำด้านการขาย เทคโนโลยีบริการหลังการขาย การส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้ลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของฮอนด้าในตลาดรถจักรยานยนต์ไทยกับการเปิดตัว New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Plug-in รุ่นแรกที่จะจำหน่ายโดยตรงถึงผู้ใช้ ออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ผสานเทคโนโลยีและมาตรฐานของฮอนด้า เพื่อมอบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ ขับขี่ไร้มลพิษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นที่แรกในโลกอีกด้วย” มร.ยูอิจิ ชิมิซุ กล่าวเพิ่ม
New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Urban First Movers ก้าวแรกที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตแบบเดิม’ ตอบโจทย์การเดินทางของคนเมืองในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 kWh ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Lithium-ion LFP มาตรฐานสากล UNR136 วิ่งได้ไกลสูงสุด 122 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำความเร็วสูงสุด 80 กม./ชั่วโมง พร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Econ, Standard, Sport และระบบ Reverse Assist Function สำหรับช่วยถอยหลัง โดดเด่นด้วยดีไซน์โมเดิร์น ไฟหน้า LED แบบ Integrated Light Bar หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับ Honda RoadSync ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมด้วย Honda SMART KEY ช่องชาร์จ USB Type-C และพื้นที่เก็บของหลากหลายตำแหน่ง พร้อมโครงสร้าง Stability Frame ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความมั่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง อีกทั้งไทยฮอนด้าได้เปิดตัว Honda ev Charger แห่งแรกของประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และมีแผนขยายกว่า 230 สถานี เพื่อรองรับการใช้งานภายในปีนี้ และอีก 800 สถานี ภายใน พ.ศ. 2572
ขณะที่กลุ่มรถเอที New Honda Scoopy ได้กลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Iconic Gang แก๊งเจนใหม่ ไปให้สุดเทรนด์’ ที่ได้วง ‘LYKN’ มาเป็นพรีเซนเตอร์ใหม่ ถ่ายทอดความสนุกและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยได้เนรมิตเฉดสีใหม่ 9 เฉดสี 3 สไตล์ มาให้เลือก วางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Club 12 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีชมพู, สีขาว-น้ำเงิน, สีดำ-แดง และสีเทา-ขาว ในราคาแนะนำ 55,100 บาท ตามด้วย รุ่น Prestige เลือกได้ 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีดำ และสีขาว ในราคาแนะนำ 53,700 บาท และ รุ่น Urban มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีฟ้า และสีดำ ในราคาแนะนำ 50,600 บาท
ตามมาด้วย New Honda Lead125 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘New Dimension of Minimal มินิมอลอีกขั้น สู่ความเท่อีกระดับ’ ถ่ายทอดมิติใหม่ของไลฟ์สไตล์คนเมือง ผ่านเฉดสีใหม่พร้อมดีไซน์ด้านหน้าที่เสริมลุคสปอร์ต ทันสมัย เสริมความมั่นใจด้วยระบบเบรก ABS ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว New Honda Lead125 วางจำหน่าย 2 รุ่นพร้อมเฉดสีใหม่ ได้แก่ รุ่น ABS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และ สีเทา (Grey) ในราคาแนะนำ 67,000 บาท และรุ่น CBS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และ สีขาว–ดำ (White–Black) ราคาแนะนำ 62,000 บาท
ปิดท้ายด้วย All New Honda Wave110 ปรับโฉมใหม่เพิ่มความทันสมัยยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยสีรถและโลโก้ Emblem สีคอปเปอร์ มาพร้อมไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยว ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ LED เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเก็บของด้านหน้า ตะขอแขวนอเนกประสงค์ และ ช่องชาร์จ USB Type-C เสริมความปลอดภัยด้วยระบบ Combined Brake System (CBS) พร้อมยกระดับทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบาย มาพร้อมขุมพลัง Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่แข็งแรง ทนทาน คล่องตัว และประหยัดน้ำมันด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร All New Honda Wave110 พร้อมวางจำหน่ายในรุ่นล้อแม็ก Special Edition 2 สี ได้แก่ สีขาว–น้ำตาล และ สีดำ–น้ำตาล ราคาแนะนำที่ 48,800 บาท และรุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา–น้ำตาล, สีน้ำเงิน และสีแดง ราคาแนะนำที่ 48,300 บาท รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ทมือ ดิสก์เบรก มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทา–ดำ, สีน้ำเงิน–ดำ และสีดำ–น้ำตาล ราคาแนะนำที่ 46,300 บาท รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ทเท้า ดรัมเบรก วางจำหน่ายใน สีดำ ราคาแนะนำที่ 39,000 บาท
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHAดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น My Honda Moto
iOS : https://apple.co/3hI2Wk6
Android : https://bit.ly/2UKlze0#HondaUC3 #TheUrbanFirstMovers #HondaEVMotorcycle #รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า #ScoopyGang #แก๊งเจนใหม่ไปให้สุดเทรนด์ #NewHondaSCOOPY #NewDimensionOfMinimal #มินิมอลอีกขั้นสู่ความเท่อีกระดับ #NewLEAD125 #AllNewHondaWave110
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“ไทยฮอนด้า” ร่วมนับถอยหลังสู่สนามแรก! “โมโตจีพี 2026” ชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตเปิดประสบการณ์ระดับโลก อัดแน่นกิจกรรมความมันส์แบบจัดเต็ม พร้อมใกล้ชิดนักแข่งระดับโลก
“ไทยฮอนด้า” ร่วมงานแถลงข่าวการนับถอยหลังสู่การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2026 ในรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์) ในศึกการแข่งขันระดับโลกที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2569 พร้อมเชิญชวนแฟนชาวมอเตอร์สปอร์ต ร่วมเปิดประสบการณ์ความมันส์ระดับโลกไปด้วยกัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สโมสรราชพฤกษ์
คุณณัฐชัย ศรีโสวรรณา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานวางแผนธุรกิจ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ไทยฮอนด้า” ยังยืนยันความมุ่งมั่นที่จะยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาศักยภาพนักแข่งเยาวชนไทยอย่างมีระบบ สู่การเป็น The Next Successor รุ่นต่อไป เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ตามรอยรุ่นพี่อย่าง ก้อง สมเกียรติ และคนอื่นๆ ที่โลดแล่นในเวทีการแข่งขันระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น MotoGP หรือ รายการใหญ่ในระดับโลกอื่นๆที่ท้าทาย และไม่ใช่แค่นักแข่งเพียงอย่างเดียว ฮอนด้ามองถึงการพัฒนาทีมช่างควบคู่ไปด้วย ฮอนด้ายืนยันความพร้อมในการพัฒนานักแข่งไทยและทีมช่างที่มีฝีมือ ให้ก้าวขึ้นสู่การแข่งขันในรุ่นถัดไปอย่างต่อเนื่องอย่างแน่นอนครับ
ส่วนในปี 2026 เราได้เตรียมกิจกรรมต่างๆ ไฮไลต์โดดเด่นที่ไม่ควรพลาดกับประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาส! “Honda Exhibition Hall” ติดแอร์ ภายใต้คอนเซปต์ “Race to The One” ที่เปิดโอกาสให้แฟนความเร็วได้ใกล้ชิดกับรถแข่งระดับโลก และรถบิ๊กไบค์ตกแต่งพิเศษ จากร้านแต่งชั้นนำ และลูกค้าที่ชนะการประกวดจากกิจกรรม BigBike Fest ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกิจกรรมพิเศษภายในบูธฮอนด้าให้ร่วมสนุก ลุ้นรับของรางวัลมากมาย รวมถึงการรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านจอ LED ขนาดยักษ์ ควบคู่การบรรยายสดจากทีมผู้บรรยายมืออาชีพ เติมเต็มบรรยากาศความมันส์ตลอดทั้งงาน พลาดไม่ได้! กับโปรโมชั่นสินค้าลิขสิทธิ์แท้จากฮอนด้า และ Honda Collection ใหม่ล่าสุดในราคาพิเศษ เอาใจแฟนๆ ความเร็ว
นอกจากนี้ยังได้ใกล้ชิดนักแข่งมอเตอร์สปอร์ต ในกิจกรรม “มีตแอนด์กรี๊ด” (Meet and Greet) กระทบไหล่นักแข่งระดับโลกของฮอนด้าในศึก โมโตจีพี นำโดย “โจอัน เมียร์” และ “ลูก้า มารินี” คู่หูจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี รวมถึง “โยฮันน์ ซาร์โก” และ “ดิโอโก้ โมเรร่า” ดาวรุ่งพุ่งแรงในสังกัด ฮอนด้า แอลซีอาร์ ที่จะมาใกล้ชิดแฟนๆ กันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ณ Honda Village
พร้อมสัมผัสประสบการณ์ Honda EV Experience ณ บริเวณทางเข้า “Welcome Area EV Station” กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ และนวัตกรรมพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่คอยให้บริการเพื่อรับ-ส่งชาวมอเตอร์สปอร์ตเดินทางสู่กิจกรรมต่างๆ ภายในงาน โดยอีกจุดไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด Test Riding Zone ยกขบวนรถจักรยานยนต์ฮอนด้าหลากหลายรุ่นให้แฟนๆ ความเร็ว และผู้เข้าชมกิจกรรมได้ร่วมทดสอบขับขี่ พิสูจน์สมรรถนะ พร้อมครูฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าคอยให้การแนะนำทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง และสิทธิพิเศษที่สามารถจับจองรถในราคาสุดพิเศษ ได้ภายในงาน พร้อมทั้งโปรโมชั่นมากมาย
“Race to The One” ฮอนด้าชวนแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตร่วมประสบการณ์เชียร์ระดับโลกกับ “ฮอนด้า สแตนด์” ร่วมชม ร่วมเชียร์นักแข่งฮอนด้า จัดเต็มด้วยอุปกรณ์การเชียร์ครบมือ พร้อมด้วยทีมเชียร์ที่จะมาสร้างบรรยากาศความสนุกสนาน ร่วมสร้างปรากฏการณ์ที่สุดแห่งภาพความประทับใจ อวดสู่สายตาชาวโลกอย่างยิ่งใหญ่ไปพร้อมกัน
สำหรับสมาชิก ฮอนด้า บิ๊กไบค์ คลับ ผู้ที่ชื่นชอบขับขี่ในสไตล์ทัวร์ริ่ง สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรม Honda BigBike Road Trip to ThaiGP 2026 ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์คู่ใจไปพร้อมกับเหล่าสมาชิก สามารถติดต่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ นอกจากนี้ สำหรับนักเดินทาง “ไทยฮอนด้า” ยังเปิดจุดพักรถ “Honda Rest Station” ไว้คอยให้บริการ Free Service เครื่องดื่ม ผ้าเย็น และตรวจเช็กความพร้อมรถจักรยานยนต์เบื้องต้น ระหว่างทางมุ่งสู่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ร่วมเปิดประสบการณ์ระดับโลกไปด้วยกัน
พิเศษยิ่งขึ้น กับกิจกรรม “Honda Race to The One Village 2026” พาแฟนคลับ Honda Wing Center, Honda BigBike และ CUB House มาร่วมชมเชียร์ชิดติดขอบสนามแบบ Exclusive และพักค้างคืนท่ามกลางบรรยากาศแคปปิ้ง การดูแลบริการอย่างสุดพิเศษ อิ่มอร่อยกับอาหารดังบุรีรัมย์ Food Truck & Street Food ร่วมสนุกสนานไปกับกิจกรรมความบันเทิงแบบอัดแน่น เกมส์สนุกสุดมันส์ ลุ้นรับของรางวัลมากมาย
แฟนชาวมอเตอร์สปอร์ตห้ามพลาด! มาร่วมเปิดประสบการณ์ระดับ “เวิลด์คลาส” สร้างประวัติศาสตร์การเชียร์ที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกันกับฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) : https://facebook.com/hondamotorcyclethailand
Honda BigBike : https://facebook.com/HondaBigBikeTH
Honda Racing Thailand: https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH#ThaiHonda #HondaRacingThailand #HondaRaceToTheOne #PTGrandPrixofThailand2026 #Motorsport #MotoGP #RaceToTheOneVillage #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaBigWing #HondaWingCenter #CUBHouse #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #HondaMotorcycleThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
นับถอยหลัง MotoGP 2026! ไทยยืนหนึ่งสนามเปิดฤดูกาล พรีซีซั่นเทสต์–เรซแรกของปีสุดยิ่งใหญ่
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน แถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ประจำปี 2569 รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” (PT Grand Prix of Thailand 2026) ซึ่งประเทศไทยยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพสนามเปิดฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมรับหน้าที่สนามทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล (Pre-Season Test) ระหว่างวันที่ 21–22 ก.พ. และการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล ระหว่างวันที่ 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ตอกย้ำศักยภาพไทยในเวทีโลก พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวต่อเนื่องทั่วประเทศ และประสบการณ์ระดับโลกให้แฟนมอเตอร์สปอร์ต พร้อมไฮไลต์สำคัญกับการเผยโฉม ‘โทรฟี่โมโตจีพี สนามประเทศไทย” งานออกแบบเชิงสัญลักษณ์ระดับโลก เปรียบเสมือนคบเพลิงแห่งการเปิดศักราชใหม่ ถ่ายทอดบทบาทประเทศไทยในฐานะสนามเปิดฤดูกาล ผสานอัตลักษณ์ไทยผ่าน Track Layout สนามช้างฯ สีธงชาติไทย และผ้าลายพระราชทาน “สิริวชิราภรณ์” สะท้อนพลังวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลอมรวมกับเวที World Grand Prix อย่างสง่างาม
8 มกราคม 2569 สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ – ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้สนับสนุนภาครัฐและเอกชน นำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.), บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีจี, บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท เอ เอ เอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (ดูคาติ ประเทศไทย), Airbnb (แอร์บีเอ็นบี) รวมทั้ง ทัพสื่อมวลชน-อินฟลูเอนเซอร์ และผู้สนับสนุนร่วมงานมากกว่า 300 คน
ภายในงานแถลงข่าว ยังมีการเปิดตัว ถ้วยรางวัลโมโตจีพี สนามประเทศไทย ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของฤดูกาล งานออกแบบถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ “สนามเปิดฤดูกาล” ของศึกสองล้อระดับโลก โดยแนวคิดหลักเปรียบเสมือน การจุดคบเพลิงแห่งการเริ่มต้น จากสนามแรกคือประเทศไทยไปสู่ทั้งฤดูกาล MotoGP 2026
งานออกแบบเชิงสัญลักษณ์ ตั้งแต่ส่วนบนที่ถ่ายทอดรูปทรง Track Layout ของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เคลือบสีธงชาติไทย แทนสัญลักษณ์ของประเทศเจ้าภาพ และมีการนำลายผ้า “สิริวชิราภรณ์” ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทานให้ชาวบ้านทุกท้องถิ่น รวมถึงชาวบุรีรัมย์ได้ใช้ถักทอและตัดเย็บสร้างรายได้ ปลุกชีวิตผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย ตามโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”และบทบาทของ MotoGP สนามประเทศไทย ที่ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันระดับโลก แต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงกีฬา เศรษฐกิจ และวิถีชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน ส่งมอบให้กับแชมป์ MotoGP สนามประเทศไทย เพื่อบันทึกความสำเร็จของฤดูกาลที่เปิดศักราชใหม่บนผืนแผ่นดินไทย
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยภาพรวมในเชิงนโยบายระดับชาติว่า “การที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ให้เป็นสนามเปิดศักราชใหม่ของ MotoGP 2026 โดยเป็นสนามเปิดฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และถือเป็นปีที่ 7 ของการเป็นเจ้าภาพโมโตจีพี สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการระดับสากล
“สำหรับการกีฬาแห่งประเทศไทย มอง ThaiGP ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน Sport Tourism โดยการเป็นสนามเปิดฤดูกาล ดึงดูดแฟน ๆ ให้มุ่งหน้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์และประเทศไทยต่อเนื่อง แปรเปลี่ยนเป็นรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 25,000 ล้านบาท นี่เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่ประเทศได้รับจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP ซึ่งจะยังดำเนินต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี และเรายังมุ่งสร้าง “อัตลักษณ์ของไทยจีพี” ให้ชัดเจนและแตกต่าง ผ่านการต้อนรับ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมตลอดสัปดาห์การแข่งขัน รวมถึง ‘มวยไทย วิถีถิ่นไทย’ ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ให้โมโตจีพีสนามประเทศไทยถูกจดจำในฐานะสนามที่มอบประสบการณ์ระดับโลก และเป็นปลายทางที่แฟนความเร็วอยากเดินทางมาเยือนและกลับมาอีกครั้ง”
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไม่ได้มองโมโตจีพีเป็นเพียงอีเวนต์กีฬาระยะสั้น แต่เป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว” ของการท่องเที่ยวไทย ภายใต้นโยบาย Sport Tourism ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง การต่อสัญญาการจัดการแข่งขันออกไปอย่างน้อย 5 ปี จนถึงปี 2031 เปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถวางแผนการดำเนินงานเชิงรุกมากขึ้น มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน และต่อยอดสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาระดับโลก
“ในมุมของการดำเนินงานของ ททท. โมโตจีพีจะเป็นกิจกรรมระดับ World Event ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มแฟนมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย เดินทางเป็นกลุ่ม มีการใช้จ่ายสูง และมักท่องเที่ยวต่อเนื่องไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ โมโตจีพีจึงช่วยกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งถ่ายทอดภาพลักษณ์ประเทศไทยไปสู่กว่า 200 ประเทศทั่วโลก”
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ให้การสนับสนุนไทยจีพีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีแรก โดยใช้เวทีระดับโลกนี้เป็นช่องทางรณรงค์ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเชื่อว่า ความเร็วในสนาม คือกีฬา แต่ความปลอดภัยบนท้องถนน คือ หัวใจของการเดินทาง โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ แฟนมอเตอร์สปอร์ตที่เดินทางมาชมการแข่งขันนับแสนคนต่อปี และในปี 2026 ได้ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมภายใต้แคมเปญ “Ride For Life ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต” เพื่อรณรงค์การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย สร้างวัฒนธรรมการเคารพกฎหมาย ลดอุบัติเหตุ และชูไฮไลต์สื่อประชาสัมพันธ์ชุด “วัดใจ” เพื่อสร้างการตระหนักรู้การคาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard Perception) ควบคู่กิจกรรมภายในงาน อาทิ เกมใส่ใจเพื่อนร่วมทาง (Road Safety) ที่สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสัญญาณจราจร เกมขับขี่ปลอดภัย (Ride Safety) ขับขี่จักรยานยนต์อย่างปลอดภัย และ AI Photobooth ถ่ายภาพ AI ทดลองเป็นนักแข่งรถ เพื่อสื่อสารให้ความรู้ ในการขับขี่ทั้งจักรยานยนต์และรถยนต์ที่ปลอดภัย สร้างการตระหนักรู้ให้ทุกคน ปฏิบัติตามกฎจราจร มีมารยาทในการขับขี่ และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทาง รู้ถึงอันตรายในการใช้ความเร็ว อันส่งผลเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่อย่างถูกกฎหมายและลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งจากการประเมินผลพบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่าร้อยละ 92 มีความเข้าใจและตระหนักด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมเชื่อมั่นว่าพลังของแฟนมอเตอร์สปอร์ตจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนในประเทศไทย
นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีจี ในฐานะ Title Sponsor เผยถึงความพิเศษในปีนี้ว่า PTG จัดเต็มแบบ Go for Max ด้วยการขยาย PTG Village ให้ใหญ่ขึ้น พร้อมจอ LED ยักษ์ความคมชัดสูงเต็มพื้นที่ เพื่อให้แฟน ๆ สามารถรับชมการถ่ายทอดสดจากในสนามได้แบบเต็มอิ่มจุใจ รวมถึงการยกทัพแบรนด์ในเครือ อาทิ PT Station, PT Maxnitron, Autobacs, Subway และ Coffee World มามอบสิทธิพิเศษและกิจกรรมแบบจัดเต็มตลอดสุดสัปดาห์การแข่งขัน โดยสมาชิกบัตร Max Card Plus / บัตร Max Card Plus EV และบัตร Max Card จะได้รับส่วนลด ลุ้นของรางวัลและสิทธิประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังมีจุดจำหน่ายกาแฟพันธุ์ไทย และ MaxMart ไว้คอยให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกอยู่รอบบริเวณงาน ครอบคลุมทุกอัฒจันทร์ และยังมี Paddock Café สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักแข่ง ทีมแข่ง และเปิดจำหน่ายสินค้า Collection 2026 ก่อนใครในโลกตั้งแต่วัน Pre-Season Test รวมทั้งยังมีกิจกรรม Hero Walk และ Meet & Greet นักแข่ง MotoGP, Moto2, Moto3 แบบใกล้ชิดที่ PTG Village ที่เดียว
นางเจษฎากร โคชส์ ผู้อำนวยการสำนักการตลาด น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง กล่าวว่า “เราสานต่อแนวคิด MORE THAN A RACE ด้วยการผสานการแข่งขันระดับโลกเข้ากับความบันเทิงและวัฒนธรรมไทย ยกระดับให้เป็นมอเตอร์สปอร์ตเฟสติวัลระดับโลก สำหรับไฮไลต์สำคัญยังคงอยู่ที่ Chang House ศูนย์กลางความสนุกที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ ควบคู่กิจกรรมความบันเทิง Chang Music Connection กับคอนเสิร์ตศิลปินระดับแถวหน้าตลอด 3 วัน เริ่มจากวันศุกร์ที่ 27 ก.พ.“Little John” (ลิตเติ้ลจอห์น) และ “Klear” (เคลียร์) วันเสาร์ที่ 28 ก.พ. “Lomosonic” (โลโมโซนิก) และ คณะเซียนบันเทิงศิลป์ ปิดท้ายความสนุก วันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. “Silly Fools” (ซิลลี่ ฟูลส์) และจุดบริการ Chang Shuttle Station ที่พร้อมต้อนรับแฟน ๆ ทุกคนด้วยความประทับใจ”
นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า “แนวคิด “More Than A Race” สะท้อนตัวตนของสนามช้างฯ ที่ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นสนามแข่งรถ แต่เป็นพื้นที่ของชุมชน สังคม และกิจกรรมระดับประเทศ ในปีนี้สนามช้างฯ จะยกระดับประสบการณ์ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันของภาครัฐ -เอกชน และภาคประชาชน เพื่อขยาย Fan Zone และกิจกรรมเสริมให้แฟน ๆ สนุกตลอดทั้งวัน แม้ถือเพียงบัตร Admission ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ด้วยบัตร MotoGP พร้อมสิทธิพิเศษ อาทิ การเข้าชม Pre-Season Test ฟรี โปรโมชั่นและส่วนลดจากผู้สนับสนุน ทั้งนี้ความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์อย่างชัดเจนว่า ThaiGP ไม่ได้สร้างแค่ปรากฏการณ์ More Than A Race เท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์ที่ More Than Buriram เพราะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขยายผลไปยังจังหวัดโดยรอบและเชื่อมโยงสู่หลายภูมิภาคทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย”
แฟนความเร็วยังสามารถซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ allticket ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้าร่วมสนับสนุนโครงการอาชีวะ–ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ 2569 มอบน้ำมันเครื่องและสติกเกอร์เซฟตี้สะท้อนแสง รวมมูลค่า 440,000 บาท
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ให้การสนับสนุน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยส่งมอบน้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ จำนวน 3,600 ขวด พร้อม Safety Sticker Have a Good Ride สติกเกอร์สะท้อนแสง จำนวน 4,000 ชุด รวมมูลค่า 440,000 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานโครงการ “อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ 2569” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปีใหม่ปลอดภัย เดินทางไปไหนก็มีความสุข” โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ระดมนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาจิตอาสาและครูอาจารย์จากสาขาวิชาช่างยนต์และสาขาที่เกี่ยวข้อง จากสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ ร่วมจัดจุดบริการอาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ 2569 จำนวน 150 จุด ครอบคลุมถนนสายหลักและสายรองใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ไฟฟ้าก่อนการเดินทางฟรี ระหว่างเวลา 06.00 – 18.00 น. เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและเพิ่มความมั่นใจในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวถือได้ว่าสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง รวมทั้งเป็นการทำงานแบบบูรณาการระหว่างสถานศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน สร้างให้เด็กนักเรียนอาชีวศึกษามีจิตอาสา บริการสังคม ทำงานเป็นทีม ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเปิดโอกาสให้เยาวชนอาชีวศึกษาได้ฝึกงานจากประสบการณ์จริง
ติดตามรายละเอียดโครงการ อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน ได้ที่
แฟนเพจเฟซบุ๊ก : facebook.com/HondaSafetyThailand
เว็บไซต์ : hondasafety.thaihonda.co.th
#อาชีวะอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #SafetyforEveryone
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
-
News Motocycle2 Min Read
CUB House เปิดตัว New Honda Monkey และ New Honda C125 อัพเกรดคู่สีใหม่ เพิ่มความมั่นใจด้วยระบบเบรก ABS
CUB House by Honda เปิดตัว New Honda Monkey และ New Honda C125 สองโมเดลสุดไอคอนิกที่สะท้อนเสน่ห์คนละขั้วอย่างชัดเจน นำโดย New Honda Monkey กลับมายกระดับความซนโดดเด่นด้วย 3 คู่สีใหม่ ‘สีดำด้าน Matt-Naughty Black‘ ‘สีเทา-แดง Silver Red Mischief’ และ ‘สีขาว-เหลือง Cheeky Yellow’ ตามด้วย New Honda C125 นำเสนอความคราฟต์ด้วย 2 คู่สีใหม่ ‘สีเทาโมโนโทน Ashy Gray’ และ ‘สีเทา-ขาว Polished Silver’ สะท้อนความพรีเมียมอย่างมีรสนิยม อีกทั้ง 2 รุ่น มาพร้อม New ABS Break ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยในทุกเส้นทาง พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั่วประเทศ
New Honda Monkey ยกระดับความซนไปอีกขั้น ภายใต้แนวคิด ‘Level-up Your Naughty ซนไปอีกขั้น’ ถ่ายทอดตัวตนความซนระดับตำนาน อัปเกรดทั้งดีไซน์คู่สี ได้แก่ สีดำด้าน (Matt-Naughty Black)‘ ดำด้านสุดเท่ ซนลึก ดุดันทุกมุมมอง ‘สีเทา-แดง (Silver Red Mischief)’ คู่สีสุดแสบ โดดเด่น เร้าใจทุกสายตา และ ‘สีขาว-เหลือง (Cheeky Yellow)’ ซนสดใส ตัวจี๊ดสายสนุก ยังคงเอกลักษณ์ความซนด้วยเบาะนั่ง Tartan seat ลวดลายตารางทาร์ทัน เสริมลุคซนด้วย Never Lower Muffler ท่อยกสูงสไตล์ Monkey ด้วยแผ่นกันความร้อนชุบโครเมียม พร้อมคงเอกลักษณ์ Origin Round Headlight ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย LED ทรงกลม และ Digital Meter แสบทะลุจอกับเรือนไมล์ดิจิทัล LCD แบบ Negative Meter กราฟฟิกหน้าลิงสะท้อนตัวตนความซนในแบบฉบับ Monkey ได้อย่างชัดเจน
New Honda Monkey มาพร้อมฟีเจอร์ระบบเบรก ABS ใหม่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ อีกทั้งขับขี่ง่ายและขนาดกะทัดรัด เครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี ส่งกำลังด้วยระบบคลัชท์มือ เกียร์ 5 สปีด ตอบสนองความแสบแบบขั้นสุด วางจำหน่ายใน 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีดำ Matt-Naughty Black, สีเทา-แดง Silver-Red Mischief และสีขาว-เหลือง Cheeky-Yellow ในราคาแนะนำ 106,400 บาท
ตามมาด้วย New Honda C125 มาในคอนเซ็ปต์ ‘Craft All Curves คราฟต์ทุกเส้น เด่นทุกทาง’ ยกระดับภาพลักษณ์ความคลาสสิกด้วยการผสานความคราฟต์ทั้งในด้านดีไซน์คู่สี นำเสนอความคลาสสิกแบบร่วมสมัยด้วย ‘สีเทาโมโนโทน (Ashy Gray)’ เทาเข้มเรียบเท่ และ ‘สีเทา-ขาว (Polished Silver)’ เงางามทุกมิติ สะท้อนความพรีเมียมอย่างมีรสนิยม อีกทั้งเอกลักษณ์ S-Shape Design อันเป็นไอคอนของ Honda Super Cub ตั้งแต่ปี 1958 ที่ถ่ายทอดเส้นสายอันสง่างามและเหนือกาลเวลา พร้อมยกระดับความมั่นใจในการขับขี่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างครบครันด้วยระบบเบรก ABS ใหม่เสริมความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ และไฟส่องสว่าง Full LED Light ดีไซน์ทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์, หน้าจอ LCD Meter แบบดิจิทัลที่แสดงผลคมชัด, เบาะนั่งคู่ Double Seat ที่มอบความสบายและเสริมความสง่า New Honda C125 พร้อมวางจำหน่าย 2 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีเทา-ขาว Polished Silver และ สีเทา Ashy Gray พร้อมกับสียอดนิยม สีดำ Matt Gentle Black ในราคาแนะนำ 94,600 บาท
สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของความซนไปอีกขั้นกับ New Honda Monkey และสัมผัสความคลาสสิกที่ร่วมสมัยของ New Honda C125 สามารถสัมผัสรถคันจริงและเลือกเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ CUB House ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th/cubhouse
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊ก CUBhouse : fb.com/cubhousebyhonda
#HondaMonkey #Monkey125 #LevelUpYourNaughty #ซนไปอีกขั้น #C125 #CraftAllCurves #คราฟต์ทุกเส้นเด่นทุกทาง #CUBHouse #CUBHousebyHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์“ กับเส้นทางความสำเร็จ พร้อมผลักดันทีมไทย สร้างชื่อระดับโลก
เพราะความสำเร็จในโลกมอเตอร์สปอร์ต 2 ล้อ หรือ จักรยานยนต์ทางเรียบ ไม่ได้มีเพียงเส้นทางของ “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” ซึ่งใช้รถแข่งโปรโตไทป์ลงต่อสู้กันในสังเวียนความเร็ว
แต่ทางคู่ขนานโลกของยานยนต์ก็ขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่เรียกว่า “โปรดักชั่นไบค์” หรือจักรยานยนต์ที่ถูกวางจำหน่ายจริงในตลาดทั่วโลก ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของแต่ละแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
“ฮอนด้า” เป็นหนึ่งในค่ายมอเตอร์ไซค์ที่ทุ่มสุดความสามารถทั้งการแข่งขันด้วยโปรโตไทป์ และรถแข่งที่มาจากโปรดักชั่นไบค์ทุกระดับทั้งใน เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ และการแข่งขันระดับภูมิภาคเพื่อผลักดันนักบิดขึ้นสู่ระดับสูงสุดของโลกในแต่ละสาย
สำหรับ ไทยฮอนด้า ที่ยังคงให้ความสำคัญในการผลักดันเด็กไทยสู่การแข่งขันแต่ละระดับ นอกจากนักกีฬา ยังมีทีมช่าง วิศวกรการแข่งขัน และการบริหารงานในเรซระดับนานาชาติ
ขณะเดียวกันยังเป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของรถแข่ง ฮอนด้า ในแต่ละคลาสที่ลงสู่สนามด้วย
ในปี 2025 นับเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 10 ปี ที่ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กลับมาสร้างทีมของตัวเองในการแข่งขันระดับชิงแชมป์เอเชีย โดยทีมชุดนี้ประกอบด้วยทีมช่างและวิศวกรการแข่งขัน ที่สั่งสมประสบการณ์ทั้งในระดับโลกและเอเชียมาแล้ว ขณะเดียวกันยังนำโดยนักบิดมากประสบการณ์อย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ อดีตนักบิดโมโตทรีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์
“ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ในปี 2025 โชว์ความแข็งแกร่งอย่างมากในศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ โดยเฉพาะในรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ภายใต้การบิดของ “ชิพ-นครินทร์” กับรถแข่งคู่ใจอย่าง Honda CBR1000RR หมายเลข 41
“ชิพ-นครินทร์” เปิดตัวร้อนแรงด้วยการคว้าชัยชนะทั้ง 2 เรซ ในสนามแรกที่ บุรีรัมย์ มีลุ้นแชมป์เอเชียอย่างเต็มตัว ก่อนจะเดินหน้าเก็บแต้มอย่างต่อเนื่อง แต่จากจุดเปลี่ยนหลายอย่างส่งผลให้ตกเป็นรองคู่แข่งหลังผ่าน 4 สนามแรก
ทว่าเมื่อเข้าสู่สนามรองสุดท้ายที่ มาเลเซีย นักบิดไทยพลิกกลับมาเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง ก่อนกลับมาลุ้นแชมป์ในโฮมเรซ ซึ่งเป็นสนามสุดท้าย โดย “ชิพ-นครินทร์” โชว์ฟอร์มร้อนแรงคว้าชัยชนะเรซสุดท้ายมาครอง ส่งผลให้เขาผงาดรั้งตำแหน่งรองแชมป์เอเชียอย่างสมภาคภูมิ ด้วยคะแนนเป็นรองเพียง 3 แต้มเท่านั้น
ตลอดทั้งปี “ชิพ-นครินทร์” คว้ามาได้ทั้งสิ้น 6 โพเดียม และ 3 ชัยชนะ นอกจากนี้เขายังได้รับโอกาสขึ้นไปแข่งขันใน โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ร่วมกับ อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ทั้งสิ้น 5 สนาม ได้แก่ สเปน, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรีย และ ฮังการี โดยเจ้าตัวมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเก็บประสบการณ์ในศึก เอ็มเอฟเจ ออลเจแปน โร้ด เรซ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ด้วย
นอกจากนี้ “ชิพ-นครินทร์” ยังได้รับโอกาสสำคัญเข้าร่วมแข่งขันในศึก เอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 กับรายการระดับตำนานของโลกอย่าง ซูซูกะ 8 ชั่วโมง 2025 ร่วมกับสังกัด ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม ด้วยการผนึกกำลังกับ อัซรอย ฮาคีม อานัวร์ และ ซัควาน ไซดี้ สร้างผลงานที่แข็งแกร่งด้วยการคว้าอันดับ 10 มาครองได้สำเร็จ
ซึ่งหากดูจากรายการที่ลงแข่งแล้ว “ชิพ-นครินทร์” อาจถูกจัดเป็นนักบิดที่ลงแข่งหลายรายการมากที่สุดในโลกสำหรับฤดูกาล 2025 ก็เป็นได้
ความท้าทายของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ไม่ได้มีเพียงในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี เพราะในปีนี้พวกเขายังส่งทีมเข้าร่วมล่าความสำเร็จในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ด้วยกองทัพดาวรุ่งเลือดใหม่ ประกอบด้วย “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว และ “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ ซึ่งถูกวางเป็นกำลังของทีมในอนาคต
“มิกซ์-ธนัช” สร้างผลงานอย่างโดดเด่นด้วยการขยับขึ้นไปลุ้นชัยชนะได้ทุกเรซ เก็บมาได้ทั้งสิ้น 120 คะแนน รั้งอันดับ 5 บนตารางคะแนนสะสมเมื่อจบฤดูกาล ผลงานดีที่สุดคือการคว้าชัยชนะเรซสุดท้ายในโฮมเรซที่ บุรีรัมย์ ขณะที่ “ไฮเปค-กฤษฎา” ถือเป็นปีที่เขาได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ผลงานดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 2 ที่ อินโดนีเซีย และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปทั้งสิ้น 75 คะแนน
ส่วนในรุ่นเล็กอย่าง เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ในปีนี้ ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ใช้การแข่งขันในรุ่นนี้มอบโอกาสสำหรับดาวรุ่งจากโครงการ “ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ” ให้ได้สัมผัสการต่อสู้ระดับสูง ด้วยการสอบสิทธิ์ไวลด์การ์ดให้ลงแข่งในโฮมเรซ ทั้งสนามแรกและสนามสุดท้าย ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
“อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ ดาวรุ่งวัย 17 ปี สร้างผลงานอย่างโดดเด่นในการแข่งขันด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ด เขาพารถแข่ง Honda CBR250RR ขึ้นไปต่อสู้ในกลุ่มหน้ากับคู่แข่งที่ผ่านการแข่งขันระดับโลกมาแล้วอย่างสุดมันส์ ก่อนจะคว้าโพเดียมมาได้ทั้ง 2 เรซ นั่นคืออันดับ 3 จากเรซแรก และอันดับ 2 จากเรซสุดท้าย ถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ส่วนทีมเมทอย่าง “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร โดดเด่นไม่แพ้กันด้วยการคว้าอันดับ 6 และอันดับ 5 มาครอง
นอกจากนี้ ยังมีชื่อ “ชินโจ” ณภัทร จาตูม นักบิดดาวรุ่งของทีมที่ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ดลงแข่งขันในรุ่นนี้ตั้งแต่สนามแรกของปี โดยเจ้าตัวลงเก็บประสบการณ์และบิดคว้าแต้มมาได้สำเร็จทั้ง 2 เรซ ด้วยการคว้าอันดับ 10 และ 11 มาครอง
เส้นทางของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะผลักดันให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยแข็งแกร่งในทุกระดับ ในการแข่งขันระดับนานาชาติถูกวางไว้อย่างเป็นรูปแบบ มีการปั้นนักบิดระดับเยาวชนขึ้นมาเสริมทัพอย่างต่อเนื่องในทุกปี และยังคงเฟ้นหา “เพชรเม็ดงาม” เสมอเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเป้าหมายอันยิ่งใหญ่นี้
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #ARRC2025 #AsiaRoadRacingChampionship2025 #HondaCBR #Chip41 #Kaowkong20 #Mix31 #HiPeck18
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine




































































































































































































































