-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ฉลอง 60 ปี ส่งมอบความห่วงใยผ่านวิดีโอสุดซึ้ง “มีคนที่เรารักรออยู่” ปลุกจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัย พร้อมแจกหมวกกันน็อก 60,000 ใบทั่วประเทศ

ไทยฮอนด้า เปิดตัวคลิปวิดีโอรณรงค์เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ภายใต้แนวคิด “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” เพื่อกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมขับขี่ปลอดภัย ผ่านเรื่องราวที่สื่อถึงความห่วงใยและความรักที่มีให้คนที่เรารัก โดยใช้หมวกกันน็อกเป็นตัวแทนความห่วงใย รวมถึงเน้นย้ำถึงคุณค่าของชีวิตในทุกเส้นทาง
ไทยฮอนด้า เชื่อว่าหัวใจของการขับขี่ปลอดภัยเริ่มต้นจากจิตสำนึกเล็ก ๆ ที่ว่า “มีใครบางคนที่เรารัก รอเราอยู่ที่ปลายทางเสมอ” คลิปวิดีโอชุดนี้จึงสื่อสารผ่านความรู้สึกจริงของผู้ขับขี่ทุกวัยที่อยากกลับไปเจอคนที่รักอย่างปลอดภัยทุกวัน โดยใช้ “หมวกกันน็อก” เป็นตัวแทนความห่วงใยจากไทยฮอนด้า และเป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงคุณค่าของชีวิตในทุกการเดินทาง ด้วยเหตุนี้เอง ไทยฮอนด้าจึงไม่เคยหยุดพัฒนาทั้งคุณภาพของรถจักรยานยนต์ และยกระดับองค์ความรู้ด้านทักษะการขับขี่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อแทนคำขอบคุณคนไทยที่ไว้วางใจรถจักรยานยนต์ฮอนด้าตลอด 60 ปีที่ผ่านมา
คลิปวิดีโอนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญรณรงค์ระดับประเทศ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ซึ่งจะมีการจัดคาราวานส่งมอบหมวกกันน็อกไปทั่ว 77 จังหวัด ตั้งแต่สิงหาคมถึงธันวาคม 2568 โดยมุ่งเน้นกลุ่มเยาวชนและชุมชนที่มีอัตราการใช้หมวกกันน็อกต่ำ ไทยฮอนด้า พร้อมเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัยด้วยการสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่ เพื่อให้ทุกการเดินทางจบลงด้วยรอยยิ้มจากคนที่เรารักเสมอ
สามารถรับชมวิดีโอรณรงค์ รวมถึงส่งต่อให้คนที่คุณรักเพื่อเตือนใจและร่วมสร้างสังคมที่ขับขี่อย่างปลอดภัยไปด้วยกัน ได้ที่ https://bit.ly/4nPSpTM
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยังยืน” ได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสัมคมไทย
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
GWM ร่วมกิจกรรมกับเหล่า TANKER พา GWM TANK 300 บุกตะลุยทริปสุดท้าทายและแสนอบอุ่น ณ จังหวัดกาญจนบุรี

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM (Thailand) ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของชุมชนผู้ใช้จริงของ GWM TANK 300 ที่ TANK MASTER และ TANK Captain ได้ร่วมกันจัดขึ้น โดยมี GWM TANK 300 ทั้งรุ่นไฮบริดและดีเซลกว่า 43 คัน เหล่า TANKER ผู้ที่รักการผจญภัย มีสไตล์เฉพาะตัว และพร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ มากกว่า 87 ท่านเข้าร่วมทริป 3 วัน 2 คืนนี้กันอย่างอบอุ่น เพื่อเปิดประสบการณ์ชาร์จพลังท่ามกลางธรรมชาติ ท้าทายสมรรถนะการขับขี่ทั้งในเชิงท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และเชิงวัฒนธรรม ที่ถูกใจทั้งสายลุย และสายชิล ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ณ เมืองสายหมอกแห่งทองผาภูมิจังหวัดกาญจนบุรี ในระหว่างวันที่ 18 – 20 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

ศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของ TANKER CLUB ในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการส่งเสริมให้ผู้ใช้งานได้มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตอบโจทย์ได้จริง รวมถึงเป็นรากฐานที่สำคัญของการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว นับตั้งแต่การเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL ในประเทศไทย เรามีจำนวนผู้ใช้งานจริงหรือชาว TANKER เพิ่มขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งมั่นให้การสนับสนุนกิจกรรมทุก ๆ กิจกรรมที่เราจะสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด เป็นสื่อกลางที่ช่วยสนับสนุนให้ TANKER CLUB Thailand เป็นคอมมูนิตี้ที่สร้างสรรค์กิจกรรมเชิงบวก ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการใช้งาน ด้านท่องเที่ยวสันทนาการ ด้านการช่วยเหลือสังคมและอื่น ๆ และพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ส่งมอบประสบการณ์ และความประทับใจในการขับขี่ GWM TANK 300 ร่วมกัน นอกจากนี้ GWM จะยังเป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น GWM TANK, GWM ORA, GWM HAVAL หรือ GWM POER ซึ่งผู้ใช้แต่ละท่านต่างเป็นครอบครัวเดียวกัน เราหวังจะสร้างครอบครัว GWM Family ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและแบ่งปันซึ่งกันและกัน ให้มีความแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย”
คาราวานชาว TANKER เริ่มออกเดินทางจาก GWM เพรสทีจ ปทุมธานี ที่คอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่เหล่า TANKER อย่างอบอุ่น ก่อนมุ่งหน้าผ่านเส้นทางออนโรดสู่จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างทางได้แวะชมเขื่อนวชิราลงกรณ์ ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ก่อนเข้าที่พัก และเดินทางต่อไปยังบ้านอีต่อง หมู่บ้านที่ต้องเดินทางผ่าน 399 โค้ง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ปกคลุมไปด้วยสายหมอก อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ สัมผัสกลิ่นอายวิถีชีวิตชุมชน และวันถัดมาจึงออกเดินทางได้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ช่องเขาขาด ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการรวบรวมเรื่องราว และร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะ (ไทย-พม่า) สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนเข้าสู่อุโมงค์เหมืองแร่เก่า “ดร.ผล กลีบบัว” ซึ่งเหล่า TANKER ได้ขับขี่ GWM TANK 300 ผ่านเส้นทางที่น่าตื่นเต้น และได้ทดสอบสมรรถนะของรถในด้านต่างๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยความท้าทายในแบบฉบับออฟโรด
นอกเหนือจากประสบการณ์ความสนุกและท้าทายระหว่างการขับขี่แล้ว บรรดา TANKER ยังได้แลกเปลี่ยนเรื่องราว ประสบการณ์ และความคิดเห็นจากการใช้งาน GWM TANK 300 อย่างเป็นกันเอง โดยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้สะท้อนให้เห็นถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชุมชนชาว TANKER ภายใต้ GWM TANKER CLUB THAILAND คอมมูนิตี้ของผู้ใช้งาน TANK ที่ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อเป็นชุมชนสำหรับผู้ใช้ ดำเนินงานโดยผู้ใช้ และเพื่อผู้ใช้ โดยการเดินทางในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงพาผู้ใช้งานไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ยังเชื่อมโยง TANKER เข้าหากันในฐานะ “เจ้าของคอมมูนิตี้” ที่แท้จริง และเป็นพลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ TANKER CLUB เติบโตอย่างแข็งแรงจากรากฐานของความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมที่แท้จริง
ตลอดเส้นทางที่เต็มไปด้วยฝน หมอก และความชันของทองผาภูมิ ชาว TANKER ต่างพิสูจน์ให้เห็นว่า เส้นทางที่ยากที่สุดมักพาผู้คนไปสู่ความผูกพันที่เหนียวแน่นที่สุด และสำหรับ GWM นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรม แต่คือการ “เดินทางร่วมกัน” เพื่อสร้างรากฐานที่ยั่งยืนกว่ายอดขาย และทรงพลังยิ่งกว่าตัวเลข ซึ่งคือความสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจของผู้ใช้จริง
GWM (Thailand) ขอขอบคุณ GWM เพรสทีจ ปทุมธานี GWM พระนคร อุดมสุข และ GWM วัน เทพารักษ์ ที่ช่วยสนับสนุนการจัดกิจกรรมของชาว TANKER CLUB THAILAND ในครั้งนี้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าสานฝันเยาวชนไทยสู่เส้นทางกอล์ฟอาชีพและการศึกษาระดับโลก

มาสด้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าสานต่อโครงการกอล์ฟสำหรับเยาวชน ครั้งที่ 4 เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้ามาสด้าและเยาวชนที่รักในกีฬากอล์ฟ กับโครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2025 ประกาศเชิญชวนเยาวชนทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 12-19 ปี สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อคว้าโอกาสรับทุนการศึกษาและก้าวสู่การแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงคว้าสิทธิพิเศษอีกมากมาย อาทิ ตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ระหว่างเอเชียและสหรัฐอเมริกา พร้อมสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันโดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือก รวมถึงส่วนลดค่าสมัคร 30% มูลค่า 125 USD (หรือประมาณ 4,000 บาท) เป็นต้น ซึ่งการแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ สนามกอล์ฟ Siam Country Club Rolling Hills พัทยา สำหรับเยาวชนที่สนใจสามารถตรวจสอบสิทธิ์ และลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางเว็บไซต์มาสด้า www.mazda.co.th ในหัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์ หรือกดสมัครตามลิงค์ที่แนบมานี้ https://m.mazda.co.th/3TRHyLp
นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP เกิดขึ้นจากการนำปรัชญา Joy Drives Lives…ความสุขขับเคลื่อนชีวิต มาต่อยอดให้เป็นรูปธรรม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้า โดยเปิดโอกาสให้กับเยาวชนไทยและทั่วโลกได้รับการศึกษาระดับนานาชาติพร้อมโอกาสก้าวสู่เส้นทางการเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ ด้วยความเชื่อมั่นว่าความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นได้เมื่อลงมือทำในสิ่งที่รักและได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ตามแนวคิดของมาสด้าที่เชื่อเสมอว่า “ความสุข” คือพลังที่สามารถขับเคลื่อนชีวิตได้อย่างแท้จริง การได้เห็นเยาวชนได้เรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จในสิ่งที่รัก คือหนึ่งในรูปแบบของความสุขที่มีความหมายมากที่สุด ดังนั้น โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันกอล์ฟเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีในการค้นหา และผลักดันนักกอล์ฟรุ่นใหม่ที่มีฝีมือได้มีโอกาสเข้าสู่ระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตที่สดใสทั้งบนเส้นทางการเป็นนักกีฬาควบคู่กับด้านวิชาการ
โครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP ริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2567 โดยความร่วมมือระหว่าง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กับ The Agency Recruit ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านกีฬาสำหรับเยาวชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนที่รักในกีฬากอล์ฟได้มีโอกาสคว้าทุนการศึกษา และเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมกับนักกอล์ฟเยาวชนจากนานาชาติ ตลอดจนก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักกอล์ฟอาชีพ โดยครั้งนี้ มาสด้าจะทำการรับสมัครและคัดเลือกเยาวชน จำนวน 24 คน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันร่วมกับเยาวชนอีก 120 คน รวมเยาวชนกอล์ฟที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 144 คน ซึ่งเตรียมจัดการแข่งขันขึ้นในระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2568 ณ สนามกอล์ฟ Siam Country Club Rolling Hills Pattaya จังหวัดชลบุรี โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
เกณฑ์การรับสมัคร
- เยาวชนชายและเยาวชนหญิง อายุระหว่าง 12-19 ปี
- ผู้ปกครองของผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันต้องเป็นลูกค้ามาสด้าเท่านั้น
- ผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันหรือผู้ปกครอง ต้องสมัครผ่านเว็บไซต์ www.mazda.co.th ในหัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์
- ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 24 คน ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 15:00 น. ผ่านทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th ในหัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์ และรายชื่อสำรอง จำนวน 10 คน ผู้ที่มีรายชื่อสำรองจะต้องทำการยืนยันสิทธิ์ ภายในวันพุธที่ 23 กันยายน 2568
- สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 08:00 น. จนถึงวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 เวลา 23:59 น. ผ่านทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th ในหัวข้อกิจกรรมและอิเวนต์
- กิจกรรมเปิดงานและงานเลี้ยงต้อนรับเยาวชนกอล์ฟ จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2568
- เยาวชนที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ต้องสามารถร่วมการแข่งขันได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568
หมายเหตุ: เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบสิทธิ์เจ้าของรถ ลูกค้าสามารถลงทะเบียนผ่านระบบไลน์ MAZDA SKY JOURNEY
รางวัลและสิทธิพิเศษสำหรับเยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขัน
- เยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 24 คน จะได้รับของสมนาคุณพิเศษจากมาสด้า
- ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 50% อันดับแรกของแต่ละประเภทการแข่งขัน จะได้รับรางวัลและสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับสูง รวมถึงตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ระหว่างเอเชียและสหรัฐอเมริกา
- ผู้ชนะการแข่งขัน จำนวน 12 คน จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ระหว่างเอเชียและสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Junior World Cup Invitational Kingsmill ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2569 ที่รัฐเวอร์จิเนียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
“มาสด้าขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เยาวชนและคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการส่งเสริมโอกาสด้านการศึกษา การกีฬา และการพัฒนาศักยภาพในทุกมิติ ผ่านกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลาย เพราะมาสด้าเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า เมื่อผู้คนได้ลงมือทำในสิ่งที่ตนรัก ได้รับแรงบันดาลใจ และมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความสุขจะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นั่นคือพลังที่สามารถขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้า ตามปรัชญา Joy Drives Lives…ความสุขขับเคลื่อนชีวิต ที่มาสด้ายึดมั่นมาโดยตลอด เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจและเติบโตไปพร้อมกับความสุขอย่างยั่งยืน” นายภพนิพิฐ กล่าว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
CYCLONE รุกต่อ! ลุยตลาดมอเตอร์ไซค์ไทย เปิดตัว MINI PANDA เครื่องยนต์ 150 ซีซี ผนึกกำลังผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ ดันยอดขายทุกแบรนด์แตะ 6,000 คันในปี 2568

ซอนเซ็น มองตลาดรถจักรยานยนต์ไทยยังเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคต้องการสินค้าคุณภาพเยี่ยม เน้นดีไซน์โดดเด่น เดินหน้าขยายตลาดเครื่องยนต์ 150 ซีซี. ส่ง MINI PANDA ภายใต้แบรนด์ CYCLONEเปิดตัวในไทย พร้อมจับมือผู้ผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้กับแบรนด์ RYUKA ที่จำหน่ายในประเทศ มั่นใจยอดขายเติบโตรวมทุกแบรนด์ 6,000 คันในปีนี้

นายเกา จาน (Mr.Gao Zhan) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซอนเซ็น แมชชินเนอรี แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ CYCLONE, RYUKA และ CINECO ในประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตลาดรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คาดว่าปี 2568 จะยังเป็นปีที่ท้าทายสำหรับบริษัท ในการเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศ

ทั้งในเรื่องของการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่จะมีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี การพัฒนาด้านการให้บริการหลังการขาย ที่รวมถึงการขยายเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการจับมือกับพันธมิตร เพื่อที่จะสามารถให้บริการกับลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ ทั้งในส่วนของรถจักรยานยนต์น้ำมันและไฟฟ้าที่ทำตลาดอยู่
“เราคาดว่าปี 2568 จะยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวทางการวางรากฐานและพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ทั้งน้ำมันและไฟฟ้าที่ได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและได้มาตรฐาน พร้อมยกระดับศักยภาพในการให้บริการ เพื่อก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดไทย”

ขยายไลน์อัพสินค้าเครื่องยนต์ 150 ซีซี.
สำหรับแผนงานหลักในปีนี้ ก็คือการเดินหน้าขยายตลาดรถจักรยานยนต์น้ำมัน เครื่องยนต์ 150 ซีซี. ภายใต้แบรนด์ CYCLONE รุ่น MINI PANDA เนื่องจากมองว่ารถจักรยานยนต์ขนาดกลางและขนาดเล็กยังเป็นตลาดหลักของประเทศไทย ซึ่งผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเชื่อถือได้ ราคาสมเหตุสมผล และดีไซน์ที่โดนใจ ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทใช้ในการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ MINI PANDA ถูกออกแบบมาให้เป็นรถสไตล์มินิที่มีความคล่องตัวสูง เลือกใช้เครื่องยนต์ขนาด 150 ซีซี. เพื่อตอบสนองด้านพละกำลังและการใช้งานจริง โดดเด่นด้วยถังน้ำมันขนาดใหญ่ 11.5 ลิตร รองรับการ


เดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ มาพร้อมระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS) และระบบเบรก ABS ซึ่งมีไม่มากในรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก เสริมด้วยไฟหน้าและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ด้วยขนาดที่กะทัดรัดแต่ลงตัว MINI PANDA จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น คนทำงาน หรือผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบเรียบง่ายแต่มีสไตล์ อีกทั้งยังรองรับผู้ขับขี่หลากหลายรูปร่างและสรีระ สะท้อนความเป็นมินิไบค์ที่ผสานทั้งความสนุก ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ เหมาะสมสำหรับลูกค้าในประเทศไทย

“รถจักรยานยนต์ CYCLONE ไม่ว่าจะเป็นรุ่น RE3, RT1, RT2 และ RA401(Standard) ที่เปิดตัวและวางจำหน่ายก่อนหน้านี้ ได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะจากข้อมูลด้านคุณภาพสินค้าและอัตราการสั่งอะไหล่เคลม ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานคุณภาพที่น่าพึงพอใจ เราเชื่อมั่นว่าผู้ใช้งานจะยังคงได้รับประสบการณ์ที่ดีจากผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่อง และเรามีแผนที่จะเปิดตัวรถรุ่นอื่น ๆ อีกในอนาคต”
จับมือพันธมิตรเดินหน้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนี้ ในปีนี้จะเดินหน้าการทำตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ RYUKA โดยมีแผนที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีไฮไลท์ที่การจับมือกับพันธมิตรด้านแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่มีฐานการผลิตในประเทศ เพื่อใช้สำหรับรถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทยทั้งหมด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของที่ยอดเยี่ยม
บริษัท ซอนเซ็นฯ ได้จับมือกับ Farasis Energy ซึ่งเป็นผู้นำด้านเซลล์แบตเตอรี่แบบ Pouch Cell สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าระดับแนวหน้าของจีน ร่วมกับ Dynavolt Power ซึ่งเป็นผู้ประกอบชุดแบตเตอรี่และ มีโรงงานผลิตตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยจะมีการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ทำตลาดในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ RYUKA
“การผลิตแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ จะช่วยให้เราสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้านการจัดส่ง และตอบสนองงานบริการหลังการขายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งแบตเตอรี่ชนิดนี้ จะถูกนำไปใช้ในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เปิดตัว 2 รุ่นแรก และจะขยายไปที่รุ่นอื่น ๆ ตามมาในอนาคต”
ที่ผ่านมา RYUKA ได้จำหน่ายรถจักรยานยนต์น้ำมันหลากหลายรุ่นและซีรีย์ เช่น CLASSIC, INFINITY, SAVE และรถสามล้อรุ่น BULL, NUITON ซึ่งล้วนผ่านการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความชื่นชอบด้านดีไซน์ ความต้องการด้านคุณภาพ และมาตรฐานการให้บริการที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่าง
ดีจากทั้งผู้ใช้ปลายทางและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และยังคงมียอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา
สร้างเครือข่ายการให้บริการ รับยอดขายเติบโตปีนี้
ในส่วนของการให้บริการลูกค้านั้น ได้มีการผสานเครือข่ายการให้บริการของทุกแบรนด์เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าเป็นสิทธิ์ในการรับประกันทั่วประเทศ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างครอบคลุม เพื่อยกระดับการบริการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
ในปัจจุบัน มีเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ 115 ราย ครอบคลุม 650 จุดขายทั่วประเทศ ซึ่งนอกเหนือจากการเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ที่โดนใจผู้บริโภค ด้วยคุณภาพที่ยอดเยี่ยมแล้ว บริษัทก็พร้อมที่จะเดินหน้ายกระดับศักยภาพในการให้บริการ เพื่อก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดไทยที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ทั้งรถจักรยานยนต์น้ำมันและไฟฟ้าอย่างครบวงจร
“สำหรับเป้าหมายการจำหน่ายในประเทศไทยในปีนี้ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 6,000 คัน สำหรับทุกแบรนด์ ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่มีความท้าทาย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัวอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง CYCLONE , RYUKA และCINECO จะมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าคุณภาพเยี่ยม ดีไซน์ที่โดดเด่นและการให้บริการที่ดีกับลูกค้า เพื่อเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในประเทศไทยในอนาคต”
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
พีทีจี จับมือ เตรียมอุดมศึกษา จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ TU Co-Learning Space by PTG เปิดพื้นที่การศึกษานอกตำราสู่โลกแห่งการทำงานจริง

จากแนวคิดและจุดร่วมเดียวกัน คือความเชื่อในพลังของการเรียนรู้ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จึงได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ TU Co-Learning Space by PTG ต้นแบบแห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและร้านอาหารที่ได้มาตรฐานในเครือพีทีจี โดยร่วมกันออกแบบหลักสูตรการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) นอกห้องเรียน ที่เชื่อมโยงประสบการณ์จริง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพสำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และพัฒนาทักษะสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต

ดร.บุณยพงศ์ โพธิวัฒน์ธนัต ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เปิดเผยว่า “ศูนย์การเรียนรู้ ‘TU Co-Learning Space by PTG’ เป็นพื้นที่เรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่ผสมผสานระหว่างการเรียนในโรงเรียนกับโลกการทำงานจริง นักเรียนจะได้ฝึกคิด ฝึกทำ ได้พบกับผู้เชี่ยวชาญ และสถานการณ์จริง เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นในอนาคต เช่น การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม พร้อมทั้งได้รับความรู้และแรงบันดาลใจจากบรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย สะอาด สวยงาม และปลอดภัย เอื้อต่อการทำกิจกรรมและช่วยให้การเรียนรู้น่าสนใจยิ่งขึ้น โครงการนี้จะช่วยให้นักเรียนคิดเป็น กล้าทดลอง กล้าผิดพลาด และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง คุณครูมีเครื่องมือใหม่ในการสอน ผู้ปกครองเห็นพัฒนาการของลูก และนักเรียนจะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้ ขอขอบคุณ พีทีจี ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของเด็ก ๆ เตรียมอุดมศึกษา ครูทุกท่านที่พร้อมจะเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับนักเรียน ผู้ปกครองที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ และนักเรียนทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการนี้ วันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เรากำลังร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสให้กับการศึกษาไทยต่อไป”

คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การสร้างโอกาสและการพัฒนาคนคุณภาพเพื่อส่งผลเชิงบวกต่อสังคม คือหัวใจสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของพีทีจี ที่มุ่งมั่นให้ทุกคนในสังคมได้เข้าถึงชีวิตที่ ‘อยู่ดี มีสุข’ ผ่านโครงการหลากหลาย อาทิ ‘พีที ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน’ ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการศึกษาในหลายพื้นที่ ตลอดจนความร่วมมือกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสนับสนุนพื้นที่ CBS Lounge ศูนย์การเรียนรู้ธุรกิจแบบบูรณาการเพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการดำเนินธุรกิจ ผ่านการฝึกปฏิบัติงานจริงและพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ขยายโลกทัศน์ของนักเรียนไทย เปิดโอกาสให้เรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างความรู้ทางวิชาการและทักษะชีวิต ด้วยพื้นที่ที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะอย่างครบถ้วน ทั้งด้านวิชาการและทักษะชีวิตในโลกยุคใหม่ ส่งเสริมให้นักเรียนได้ค้นหาความชอบ ค้นพบความถนัด พร้อมเสริมศักยภาพสำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างมั่นใจในการก้าวสู่บทบาทผู้บริหารหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในอนาคต”

ภายในงานยังมีกิจกรรม Mini Talk ในหัวข้อ “Beyond Classroom – เมื่อการเรียนไม่ใช่แค่เพื่อสอบ” จาก คุณปรเมษฐ์ สงวนโชควณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และบริหารการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่น 63 มาร่วมเปิดมุมมองการเรียนรู้และแชร์ประสบการณ์ ว่า “การได้เรียนรู้และทดลองประสบการณ์ที่หลากหลาย จะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร การลงมือปฏิบัติในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง มีส่วนช่วยให้เราค้นพบเส้นทางที่เหมาะสมกับตนเอง เหมือนอยู่ใน Small Village ที่ทุกคนในโลกเชื่อมโยงกัน เช่นเดียวกับ Co-Learning Space แห่งนี้ ที่มีจุดเริ่มต้นจากโมเดลการเรียนรู้ 70:20:10 โดย 10% เกิดจากทฤษฎีหรือห้องเรียน 20% มาจากการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น และ 70% มาจากประสบการณ์จริง ดังนั้นเราจึงร่วมกันออกแบบสภาพแวดล้อมให้สวยงาม ปลอดภัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการทำกิจกรรมนอกห้องเรียน รวมถึงพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ในรูปแบบ Active Learning โดยมีนักเรียนเป็นศูนย์กลางสามารถแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ทิศทางหลักๆ คือ ทาง พีทีจี เป็นผู้ดูแล เช่น การจัด Restaurant Tour มี Open House เปิดบ้านให้น้อง ๆ ได้ทดลองบริหารจัดการธุรกิจในแบรนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กาแฟพันธุ์ไทย คอฟฟี่เวิลด์ ซับเวย์ และพลีส โยเกิร์ต หรือหากคุณครูต้องการจัด Workshop ให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะใดเพิ่มเติม พีทีจี ก็ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ หรือในส่วนของน้อง ๆ เอง ต้องการติวเตอร์ช่วงสอบ หรือสนใจผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาการใด ๆ พีทีจีก็พร้อมสนับสนุนให้ได้เช่นกัน
เพราะเราอยากให้พื้นที่นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแรงบันดาลใจ เป็นพื้นที่แห่งโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จริง ได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เรียนรู้การแก้ปัญหา พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด อยากให้น้องค่อย ๆ สร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงประสบการณ์ เมื่อถึงเวลาต้องเผชิญสถานการณ์จริง จะสามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และสิ่งสำคัญคือต้องมีทักษะการเป็นนักเรียนไปตลอดชีวิต ตั้งคำถามให้เยอะ หาคำตอบให้ได้ มองระบบให้ออก มองโลกให้ลึก เพราะคนที่ไม่หยุดเรียนรู้จะเติบโตและประสบความสำเร็จในโลกแห่งการทำงานจริงได้อย่างแข็งแรง”

น้องโอม – นายภารินทร์ ศรีประทีปกุล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ร่วมแชร์ประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนว่า “ผมมีโอกาสได้รับมอบหมายให้นำสินค้าไปขายในโรงอาหาร เพื่อหารายได้ไปจัดกิจกรรมงานวันเกิดของโรงเรียน กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นแค่การขายของ แต่เป็นห้องเรียนชีวิตที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ทักษะหลายอย่าง ทั้งด้านการตลาด ได้ลองโปรโมทสินค้าผ่านโปสเตอร์ในโรงเรียนและโพสต์ลง Social Media เพื่อให้คนรู้จักและเพิ่มยอดขาย มีการคำนวณต้นทุน ลองตั้งราคาที่มีมาร์จิ้นพอจะได้กำไรไปจัดกิจกรรม แต่ก็ต้องไม่สูงเกินกว่าที่เพื่อน ๆ จะซื้อได้ มีการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นความสนใจของลูกค้า มีการทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่ชัดเจน แต่ก็พร้อมช่วยเหลือกัน จึงได้เรียนรู้ว่าการสื่อสารนั้นสำคัญมาก นอกจากนี้ยังได้ฝึกทักษะการบริหาร การวางแผน การตั้งเป้ายอดขายแต่ละวัน การรวบรวมเงินมาคำนวณรายรับรายจ่าย ทำให้ได้เรียนรู้การจัดการมากขึ้น ในอนาคตผมมีความตั้งใจจะเปิดร้านอาหารของตัวเอง เพราะรู้สึกว่าอาหารบางร้านอร่อย ราคาก็คุ้มค่า แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก เพราะอาจยังขาดเรื่องการตลาดและประชาสัมพันธ์ที่ดี และที่สำคัญผมมีเพื่อนที่บ้านทำร้านอาหารอยู่หลายคน ทำให้ผมคิดว่าน่าจะใช้ Connection ตรงนี้ไปขอคำปรึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้”

น้องนุ๊กนิ๊ก – นางสาวระวิพัชร์ แสงวันดี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ร่วมแชร์หลักสูตรวิชาในฝันและความตั้งใจในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมว่า “หนูมองว่า การเงิน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ในปัจจุบันยังแทบไม่มีวิชาลักษณะนี้สอนในโรงเรียนมากเท่าที่ควร หลายคนต้องเจอกับปัญหาการเงินโดยไร้เข็มทิศ ไม่มีผู้แนะนำหรือวางแผนอนาคต ได้แต่ลองผิดลองถูก เพราะแบบนี้เองหนูจึงอยากให้มีวิชา การเงินในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้พวกเราเรียนรู้การวางแผนการใช้จ่าย การออม รวมถึงการบริหารจัดการในชีวิตจริง อีกวิชาที่หนูอยากให้มีคือ วิชาธุรกิจปฏิบัติจริง วิชานี้เหมาะกับคนที่มีฝันอยากสร้างธุรกิจของตัวเอง เปิดโอกาสให้เราคิดวางแผน ลงมือทำธุรกิจจริง เห็นทั้งความสำเร็จ และบทเรียนจากความผิดพลาด ได้ฝึกตัดสินใจ ได้สื่อสารจริงจัง และที่สำคัญยังได้ไปปรึกษาครูผู้สอน เพื่อนำประสบการณ์ทั้งหมดไปพัฒนาต่อเมื่อเราโตขึ้น และความฝันที่ยิ่งใหญ่ของหนูคือการเปิด มูลนิธิการศึกษา เพราะยังมีอีกหลายคนที่ยังขาดโอกาสตรงนี้ ถ้ามีโอกาสหนูอยากนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ ไปช่วยคนที่ขาดแคลน หนูเชื่อว่าการศึกษาสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และช่วยขยายโอกาสในการเลือกทางเดินและกำหนดอนาคตของตัวเองได้”
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“ Grandprix Runbike Championship 2025 ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เหล่านักซิ่งตัวจิ๋ว ลุยเดือด สนาม 3-4 ประชันฝีมือเสียงเชียร์สนั่นสุดเร้าใจ

รายการ “Grandprix Runbike Championship Partnership With R.C.S. 2025 ” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรหลัก R.C.S. (Runbike Championship Series) ซึ่งยกระดับมาตรฐานการแข่งขันจักรยานทรงตัวให้มีความเป็นมืออาชีพ พร้อมกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กในด้านสมาธิ ความมั่นใจ และน้ำใจนักกีฬา ได้ร่วมกันเนรมิตลานกิจกรรม เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค ให้กลายเป็นสมรภูมิแห่งความมันส์ สนามที่ 3 – 4 ของเหล่านักซิ่งตัวจิ๋ว ที่ได้เปิดศึกดวลกันอย่างเข้มข้น เมื่อวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

การแข่งขันดุเดือด เด็กๆ ซิ่งเต็มพลัง ผู้ปกครองเชียร์สนั่น ตลอดทั้ง 2 วันของการแข่งขัน เด็กๆ จากหลากหลายรุ่นอายุ ตั้งแต่ 2 ขวบ ไปจนถึงรุ่น 6 ขวบ ต่างลงสนามโชว์ฝีมือกันอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าการออกตัวอย่างมั่นใจ การประคองตัวในโค้งแคบ หรือจังหวะเร่งสปีดช่วงสุดท้ายเพื่อเข้าเส้นชัย เสียงเชียร์จากผู้ปกครองและผู้ชมรอบสนามดังสนั่นลานกิจกรรมของห้าง บางครอบครัวมาเชียร์กันทั้งบ้าน บางบ้านถึงขั้นทำป้ายชื่อลูกน้อยมาให้กำลังใจ พร้อมกล้องถ่ายภาพเก็บโมเมนต์สำคัญตลอดการแข่งขัน

มากกว่าการแข่งขัน คือ “สนามแห่งการเรียนรู้” แม้การแข่งขันจะเข้มข้น แต่งานนี้ไม่ได้เน้นแค่ผู้ชนะเท่านั้น เพราะหัวใจสำคัญคือการสร้าง “ประสบการณ์แห่งการเรียนรู้” ให้กับเด็กๆ ผ่านการลองผิดลองถูก การฝึกฝน และการเผชิญกับความตื่นเต้นของการแข่งขันจริง มีหลายช่วงเวลาที่น่าประทับใจ เช่น เด็กบางคนถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อล้มกลางสนาม แต่ก็ลุกขึ้นมาปั่นต่อด้วยกำลังใจจากเสียงปรบมือของคนดู เด็กบางคนที่เคยไม่กล้าลงแข่ง ก็สามารถจบการแข่งขันได้อย่างกล้าหาญ เหล่านี้คือบทเรียนชีวิตที่มีค่ากว่าถ้วยรางวัล เป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นเวทีพัฒนาศักยภาพเด็กๆ ในเชิงบวก ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ

บรรยากาศโดยรอบสนามแข่งกลางห้างที่อบอุ่นและปลอดภัย การจัดงานภายในห้างเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค ทำให้การแข่งขันครั้งนี้มีทั้งความสะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับครอบครัว ทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่กิจกรรม รวมถึงโซนพักผ่อนและร้านอาหาร ภายในงานยังมีบูธกิจกรรมสำหรับเด็กๆ และของที่ระลึกจากผู้สนับสนุน พร้อมโซนจำหน่ายจักรยานทรงตัวและอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสำหรับผู้ปกครองที่สนใจให้ลูกเข้าสู่วงการ runbike อย่างจริงจัง (ติดตามสรุปผลการแข่งขันได้ที่เอกสารแนบ )

สำหรับ Event 3 สนาม 5-6 จะจัดขึ้นในวันที่ 27-28 กันยายน 2568 ณ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และ Event 4 สนาม 7-8 (สนามปิดฤดูกาล) วันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2568 ณ สวนกีฬากมล ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Grandprix Runbike Championship และ ช่องทางโซเชียลมีเดีย ในเครือกรังด์ปรีซ์ฯ
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“มารินี-ซาร์โก” ควงคู่เก็บแต้ม โมโตจีพี เบอร์โน

“ลูก้า มารินี” และ “โยฮันน์ ซาร์โก” สองนักบิดฮอนด้าในศึก โมโตจีพี ต่อสู้แบบทุ่มสุดตัว คว้าแต้มจากการแข่งขันสนาม 12 รายการ เช็ก กรังด์ปรีซ์ ภายใต้เรซสุดหินเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ สนาม ออโตโมโตโดรม เบอร์โน สาธารณรัฐเช็ก

ศึก เช็ก กรังด์ปรีซ์ ยังเป็นงานยากของ ฮอนด้า โดย “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 นักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี มีลุ้นสร้างผลงานในกลุ่มหน้า เริ่มเกมจากกริดที่ 5 แต่โชคร้ายโดนคู่แข่งพลาดล้มไถลมาชน ส่งผลให้ต้องออกจากการแข่งขันในรอบที่ 2

ส่วนทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “ลูก้า มารินี” หมายเลข 10 ที่เริ่มเกมจากกริดที่ 16 ออกตัวได้ดี ค่อยๆ กอบกู้อันดับขึ้นมาจบเรซในอันดับ 12 ด้วยเวลารวม 40 นาที 25.406 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 20.778 วินาที

ขณะที่ “โยฮันน์ ซาร์โก” หมายเลข 5 นักบิดเฟรนช์จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ออกตัวจากกริดที่ 9 โดยเสี่ยงใช้ยางหลังซอฟท์ แต่ไม่ได้ผลและทำให้ยางหมดเร็วกว่าที่คาดการณ์ ส่งผลให้รูดลงไปจบเรซในอันดับ 13 ตามหลัง 20.961 วินาที ส่วน “ทาคาอากิ นาคากามิ” หมายเลข 30 นักบิดญี่ปุ่นได้รับบาดเจ็บจาก “สปรินต์เรซ” ต้องถอนตัวจากการแข่งขันรอบเมนเรซ
ผ่าน 12 สนามแรกของปี ซาร์โก เป็นนักบิดฮอนด้าที่เก็บแต้มได้มากที่สุดบนตารางแชมเปี้ยนชิพ อันดับ 8 มีทั้งสิ้น 109 คะแนน ตามด้วย มารินี ในอันดับ 15 มี 52 คะแนน และ เมียร์ ในอันดับ 19 มี 32 คะแนน
ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี จะพักครึ่งฤดูกาลราว 1 เดือน โดยจะกลับมาแข่งขันสนาม 13 ที่ เรดบูล ริง ประเทศออสเตรีย ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคมนี้ ในรายการ ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #Kong #TN30 #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #CzechGP
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ฮันกุก ไทร์ ประเทศไทย ชูนวัตกรรมยางรถยนต์ไฟฟ้า และยางสำหรับทุกสภาพถนน ณ การแข่งขัน บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2025

บริษัท ฮันกุก ไทร์ ประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของงานแข่งขันรถยนต์ B-Quik Thailand Super Series นำเสนอนวัตกรรมยางรุ่นล่าสุดในงานบางแสน กรังด์ปรีซ์ หนึ่งในงานมอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของประเทศไทย
ภายใต้กิจกรรมการตลาดภาคสนาม ฮันกุก ไทร์ นำเสนอผลิตภัณฑ์เด่น 2 กลุ่ม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังเติบโต ได้แก่
- กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง iON: ยางสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยเฉพาะ
- ผลิตภัณฑ์ยางรุ่น Dynapro AT2 Xtreme: ยาง All-Terrain (A/T) ที่ออกแบบมาเพื่อสมรรถนะ และความทนทางทั้งถนนทางเรียบและออฟโรด

ไฮไลท์หลักภายในงาน คือ การจัดแสดงยางรถยนต์รุ่น iON GT SUV ติดตั้งกับรถ BYD รุ่น ATTO 3 รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮันกุก ไทร์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำให้ยางต้องรับแรงกดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ยางรถยนต์มาตรฐานทั่วไป ยางจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ iON ของฮันกุก ไทร์ ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมด้วยโครงสร้างเสริมแรงและสารประกอบพิเศษ เพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้ มอบความทนทาน ความปลอดภัย และสมรรถนะสูงสุดแม้ภายใต้การบรรทุกหนัก
ภายในงานมีผู้เข้าให้ความสนใจอย่างมากมายและแสดงความกังวลเกี่ยวกับอายุที่สั้นของการใช้งานของยางที่ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าของตนในปัจจุบัน เพื่อตอบโจทย์ความกังวลนี้ ฮันกุก ไทร์ได้ย้ำถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง iON ที่มีแรงต้านการหมุนต่ำ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมอีกด้วย
นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้ายังมีแรงบิดฉับพลันเมื่อออกตัวซึ่งสามารถทำให้ยางสึกหรอเร็ว ผลิตภัณฑ์กลุ่ม iON ของ ฮันกุก ไทร์ จึงพัฒนายางด้วยสูตรยางขั้นสูงและลวดลายดอกยางที่ปรับแต่งอย่างเหมาะสม เพื่อคงการยึดเกาะและความทนทานแม้ภายใต้สภาวะการใช้งานที่หนัก อีกทั้ง เทคโนโลยี iSound AbsorberTM ของฮันกุก ไทร์ ยังช่วยลดเสียงรบกวนระหว่างการขับขี่ เพิ่มความเงียบสบายและยกระดับประสบการณ์การขับขี่โดยรวม
นาย กาฮูน คิม กรรมการผู้จัดการของบริษัท ฮันกุก ไทร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เทคโนโลยียางรถยนต์จำเป็นต้องพัฒนาไปพร้อมกัน ยางซีรีส์ iON ของเราได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองทั้งด้านสมรรถนะและโครงสร้างสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่การรองรับน้ำหนักที่มากขึ้น ไปจนถึงการลดเสียงรบกวนบนถนน การนำเสนอนวัตกรรมเหล่านี้ในงานบางแสน กรังด์ปรีซ์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนอนาคตแห่งการเดินทางด้วยโซลูชันที่ล้ำสมัยและพร้อมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า”
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ iON รุ่นต่างๆ ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่ iON evo และ iON evo AS ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง และรุ่น iON GT ที่ปรับแต่งมาเพื่อระยะทางและประสิทธิภาพในการช่วยประหยัดพลังงาน
สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่น iON ST AS ที่เน้นเรื่องระยะทางการขับขี่ จะมีกำหนดเปิดตัวในประเทศไทยเร็วๆ นี้

สำหรับรายละเอียดและอัพเดทเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลของ ฮันกุก ไทร์ ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://www.hankooktire.com/th และ Facebook: @hankooktire.thailand
-
FORTRON ปล่อยของแรงเปิดตัวน้ำมันเครื่องสูตรใหม่ “FORTRON RACING OIL SAE 5W-50” เจาะกลุ่มสายซิ่งตัวจริง

FORTRON (โฟรตรอน) แบรนด์น้ำมันเครื่องชั้นนำจากประเทศออสเตรเลีย เดินหน้าตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำเทคโนโลยีสำหรับรถสมรรถนะสูง เปิดตัว FORTRON RACING OIL FULLY SYNTHETIC SAE 5W-50 น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ระดับพรีเมี่ยม ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์ใหม่แห่งความแรงให้กับสายซิ่งแบบเต็มสมรรถนะ และพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานในกลุ่มผู้รักความเร็ว รถที่ได้รับการปรับแต่งโมดิฟาย รถแข่ง หรือเครื่องยนต์รอบจัดโดยเฉพาะ ด้วยมาตรฐานระดับโลก API SN/CF, SM และ SL ผสานกับเบสออยล์คุณภาพสูง PAO + ESTER จากประเทศออสเตรเลีย ที่ได้พัฒนาด้วยสูตรพิเศษ Supreme Technology ทำให้ FORTRON RACING OIL SAE 5W-50 สูตรใหม่นี้ โดดเด่นเหนือใครด้วยคุณสมบัติเด่นในการเพิ่มการหล่อลื่น ทนความร้อนสูง รักษาแรงดันเครื่องยนต์ และคงอัตราเร่งได้เต็มกำลังตลอดการขับขี่
นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเฉพาะของ FORTRON อย่าง V- SERIES ที่ประกอบด้วย 3 แกนหลัก เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า:
- V – FLOW : เพิ่มความเร็วในการไหลของน้ำมันเครื่องเข้าสู่ระบบหล่อลื่นเร็วขึ้น 10% ช่วยลดการสึกหรอขณะสตาร์ทรถ คิกดาวน์ (KICK DOWN), ชิฟอัพ (SHIFT UP) ได้ทันที
- V – PROTECTION : ฟิล์มน้ำมันหนาพิเศษ คงตัวแม้รอบจัดต่อเนื่อง เพิ่มการปกป้องในสภาพการใช้งานหนัก และการลากรอบสูงต่อเนื่อง
- V – TORQUE : เสริมการทนทานต่อแรงบิดสูงขึ้น 5% รองรับสำหรับรถแรงม้าสูง ลดโอกาสฟิล์มน้ำมันเครื่องขาดในช่วงเร่งหนักหรือโหลดสูง
FORTRON RACING OIL SAE 5W-50 รองรับเครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล และเครื่องยนต์ปรับแต่งพิเศษ รองรับระยะใช้งานสูงสุดได้ถึง 10,000 กิโลเมตรสำหรับรถยนต์ และ 5,000 กิโลเมตร สำหรับมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความ

แรงแบบไร้กังวล พร้อมการปกป้องขั้นสุดในทุกจังหวะการขับขี่ ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ LAZMALL : FORTRONTHAILAND, SHOPEEMALL : FORTRONTHAILAND หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ WWW.FORTRON.CO.TH สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-961-3727
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
“มารินี” รั้งท็อป 8 ประเดิมซ้อมแรก โมโตจีพี สนาม 12 เบอร์โน

เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางสภาพแทร็กกึ่งแห้งกึ่งเปียกหลังจากมีฝนตกลงมาในช่วงเช้า ส่งผลให้การทำงานของทุกทีมเป็นไปด้วยความท้าทาย ในการประเดิมซ้อมแรก ในโมโตจีพี 2025 สนาม 12 เช็ก กรังด์ปรีซ์ ที่ ออโตโมโตโดรม เบอร์โน, สาธารณรัฐเช็ก

“ลูก้า มารินี” หมายเลข 10 ยอดนักบิดอิตาเลียนจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี สร้างผลงานยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ประเดิมรั้งท็อป 8 หลังผ่านซ้อมแรก ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 55.945 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 1.339 วินาที ขณะที่ทีมเมทชาวสแปนิชอย่าง “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 จบซ้อมแรกในอันดับ 19 ตามหลัง 3.109 วินาที

ขณะ “ทาคาอากิ นาคากามิ” หมายเลข 30 นักบิดทดสอบชาวญี่ปุ่นจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ รั้งท็อป 10 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 56.187 วินาที ตามหัวแถว 1.581 วินาที ตามด้วยทีมเมทชาวฝรั่งเศสอย่าง “โยฮันน์ ซาร์โก” หมายเลข 5 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ในอันดับ 14 ตามหลัง 1.935 วินาที

ทั้งนี้ ศึก เช็ก กรังด์ปรีซ์ จะจับเวลาการซ้อมรอบคัดตัว (Q1-Q2) ในคืนวันศุกร์นี้ ก่อนจะควอลิฟายและแข่งขัน “สปรินต์เรซ” ในคืนวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคมนี้ 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นจะดวลความเร็วรอบ “เมนเรซ” ในวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #TN30 #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #CzechGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine






















































































































