-
Uncategorized2 Min Read
นิสสัน เปิดตัว นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ กับคอนเซปต์ KICKS ON. GAME ON. อิสระใหม่แบบคิกส์ มาพร้อมกับโฉมใหม่ โฉบเฉี่ยว พร้อมเทคโนโลยี ProPILOT เพื่อการขับขี่สนุกเร้าใจ ปลอดภัยเต็มพิกัด
นิสสัน ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์คอมแพคเอสยูวีรุ่นล่าสุด นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ใหม่โฉบเฉี่ยว พร้อมนวัตกรรมล้ำยุค เครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ ที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง ProPILOT ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมมอบโปรชั่นพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และอาเซียน กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่น่าภาคภูมิใจของนิสสัน เราได้เปิดตัวรถยนต์เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ รุ่นที่ 4 ซึ่งได้รับการพัฒนา และผลิตขึ้นในประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการผลิตในประเทศ และการให้ความสำคัญกับลูกค้าในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทันสมัย พร้อมจะเติมเต็มชีวิตให้ผู้ขับขี่สนุกกับทุกการเดินทางได้อย่างเต็มพิกัด และพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษในทุกช่วงเวลาชีวิต”
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ จะสร้างความประทับใจให้กับคนรุ่นใหม่ ที่ใช้ชีวิตทันสมัย ด้วยคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ติดตั้งเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ เอกสิทธิ์ของนิสสัน และรองรับมาตรฐานยูโร 6 ที่เข้มงวดเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งให้ประสบการณ์ประทับใจกับเครื่องยนต์ที่ตอบสนองทันใจ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมจะสร้างความสนุกในทุกเส้นทาง ในแนวคิด “KICKS ON. GAME ON. หรือ อิสระใหม่แบบคิกส์”
“KICKS ON. GAME ON. หรือ อิสระใหม่แบบคิกส์” สะท้อนจิตวิญญาณของ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ที่พร้อมปลุกความเร้าใจในทุกการขับขี่ ให้ความมั่นใจที่จะเริ่มต้นทุกการเดินทางด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม และสนุกกับประสบการณ์ที่จะขับเคลื่อนชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้า
โฉมใหม่ โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว สะกดทุกสายตา
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ได้รับการออกแบบให้ทันสมัย โฉบเฉี่ยว และมั่นใจ สะท้อนความปราดเปรียว แข็งแกร่ง และพรีเมียมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เปี่ยมพลัง
ด้านหน้า สะกดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าแบบ V-Motion ที่เป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน แต่โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการถ่ายทอดออกมาในรูปแบบสามมิติที่สะดุดตา ไฟหน้าดีไซน์ใหม่เพรียวบางเป็นพิเศษให้ประสิทธิภาพการส่องสว่างที่ดียิ่งขึ้น ไฟ Daytime Running Lights แบบหางลูกศรที่แยกส่วนกัน 3 เส้น ช่วยเพิ่มลุคทันสมัยและโดดเด่น ฝากระโปรงหน้าที่ยกสูงและกว้าง ช่วยเพิ่มคาแรกเตอร์ที่ทรงพลังและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเพิ่มความน่าสนใจให้ดีไซน์ของตัวรถด้านล่างกับกันชน และซุ้มล้อที่ดูดุดันมากขึ้น
ด้านหลังออกแบบด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายและทันสมัย ช่วยให้ตัวรถดูโดดเด่นแบบมินิมอล ขณะที่ไฟท้ายทรงหกเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์แบบรถ SUV ของนิสสัน ยิ่งช่วยเพิ่มความน่าจดจำ เห็นชัดสะดุดตาในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะยามค่ำคืน
ห้องโดยสารยุคดิจิทัล ให้ความสดใส พร้อมความสะดวกสบาย
ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ ซึ่งไม่เพียงให้บรรยากาศทันสมัย แต่ยังช่วยให้ใช้งานได้ง่าย จุดเด่นภายในตัวรถ อยู่ที่ Audio Display หน้าจอแสดงผลดิจิทัลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว และ หน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมมาตรวัดความเร็วดิจิทัล เพิ่มความทันสมัย อ่านข้อมูลสำคัญได้สะดวก รวดเร็ว และชัดเจน พร้อมทั้งจัดการระบบอินโฟเทนเมนต์ NissanConnect ได้ง่ายดายเพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่นแบบไร้สายกับ Apple CarPlay และ Android Auto หรือเชื่อมต่อผ่านสาย USB หรือบลูทูธได้สะดวก นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้แอป เลือกเพลง และระบบนำทางได้อย่างสะดวกในทุกเส้นทาง รวมทั้งยังมีที่ชาร์จไร้สาย เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อได้ตลอดการเดินทาง
ห้องโดยสารได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ตั้งแต่แผงคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง ไปจนถึงแผงประตู และช่องแอร์ ทั้งหมดช่วยให้บรรยากาศภายในดูเป็นระเบียบ และใช้งานได้ง่ายขึ้นในทุกจุด พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังที่มีในทุกรุ่นย่อย เสริมประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสบายให้กับผู้โดยสารด้วยเบาะนั่งแบบ Zero Gravity ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ลดความเมื่อยล้าในการเดินทางไกลหรือการขับขี่ในสภาพจราจรหนาแน่น พร้อมบุด้วยวัสดุสังเคราะห์สะท้อนความร้อน ช่วยให้เบาะนั่งสบายแม้ในสภาพอากาศร้อน เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับตำแหน่งที่เหมาะสม และรองรับสรีระได้ดีที่สุด เบาะหลังปรับปรุงใหม่ ปรับมุมพนักพิงให้นั่งสบายขึ้น พื้นที่โดยสารที่กว้างขวาง พนักพิงศีรษะขนาดใหญ่ และที่วางแขนตรงกลางพร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง กระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นด้านหลังได้อย่างชัดเจนแม้จะมีผู้โดยสารเบาะหลังหรือสัมภาระที่บดบังทัศนวิสัย พื้นที่เก็บสัมภาระจุได้มากถึง 423 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางหลากหลายขนาดหรือสัมภาระที่ใช้ประจำวันได้อย่างจุใจ
ใหม่ ProPILOT ผู้ช่วยขับขี่อัจฉริยะ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan 360 Safety Shield
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ให้ความอุ่นใจกับระบบความปลอดภัย และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงมากมาย โดยเฉพาะ ProPILOT ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เป็นเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัตโนมัติ ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 เทคโนโลยี ได้แก่ Intelligent Cruise Control (ICC) ที่ช่วยควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า มาพร้อมกับระบบ Stop and Go และ Lane Keeping Assist (LKA) ที่ช่วยรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ในเลน หากรถมีแนวโน้มออกนอกเลน ระบบจะเตือนและประคองรถกลับอย่างนุ่มนวล อีกทั้งยังสามารถหยุดและออกตัวได้ง่ายขึ้น ช่วยลดภาระในการขับขี่บนทางด่วนและทางไกล รวมถึงลดความเมื่อยล้าระหว่างเดินทางได้เป็นอย่างดี โดยระบบจะทำงานอย่างต่อเนื่องเมื่อผู้ขับจับพวงมาลัยตลอดเวลา
พร้อมกันนี้ ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ที่ช่วยป้องกันและปกป้องเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เช่น ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Leading Car Departure Notification – LCDN) จะเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถคันหน้าออกตัวแล้วแต่ผู้ขับขี่ยังคงหยุดรถอยู่ ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า (IFCW) ที่ช่วยตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถยนต์ด้านหน้าได้ถึงสองคัน และระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking with Pedestrian Detection (IEB) เทคโนโลยีเตือนรถในมุมอับสายตา Blind Spot Warning ที่ทำงานพร้อมกับเทคโนโลยีป้องกันการชนรถในจุดอับสายตา Intelligent Blind Spot Intervention เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning และระบบ Lane Departure Prevention ระบบเบรคถอยหลังฉุกเฉินอัตโนมัติ Rear Automatic Emergency Braking (RAEB) ระบบตรวจสอบแรงดันลมยางอัตโนมัติ Tire Pressure Monitoring System (TPMS) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์เสริมอีกมากมาย อาทิ เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA) มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor พร้อมระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA) และระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เมื่อยล้า Driver Attention Alert (DAA) เพื่อช่วยส่งเสริมการรับรู้ของผู้ขับขี่และยกระดับความปลอดภัยไปอีกขั้น
อี-พาวเวอร์ ขับสนุกเร้าใจแบบรถยนต์ไฟฟ้าแต่ไม่ต้องชาร์จ
เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ของนิสสันผสานมอเตอร์ไฟฟ้าและอินเวอร์เตอร์ไว้ในชุดเดียว มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 3 สูบ DOHC 12 วาล์วซึ่งรองรับน้ำมันหลากหลายรวมถึง E20 ให้กำลัง 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 2.06 kWh ให้การเร่งที่นุ่มนวล ตอบสนองทันใจ เครื่องเดินเงียบ และให้ความรู้สึกขับขี่แบบรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอกหรือเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่
ระบบ อี-เพดัล สเต็ป (e-Pedal Step) ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ ของนิสสันช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ โดยผู้ขับสามารถเร่งและชะลอความเร็วได้ด้วยแป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว ช่วยให้ควบคุมระยะห่าง เข้าโค้ง ลงทางลาด หรือผ่านลูกระนาดได้อย่างมั่นใจ รวมทั้งยังช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ (Regenerative Braking) ระหว่างการชะลอความเร็ว
เกรด และสี
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ V, VL และ SV พร้อมสีตัวถังภายนอก 6 สี ได้แก่ สีฟ้า อิเล็กทริก ไซแอน (Electric Cyan) (สีใหม่) สีเกรย์ สกาย เพิร์ล (Gray Sky Pearl) (สีใหม่) สีขาวสตอร์มไวท์ (Storm White) สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red) สีเทา กันเมทัลลิก (Gun Metallic) และ สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star) และมีตัวเลือก สีภายนอกแบบทูโทนหลังคาดำ สำหรับรุ่น VL และ SV สำหรับผู้ที่ต้องการความโดดเด่นและทันสมัยมากยิ่งขึ้น
โทนสีภายในห้องโดยสาร เป็นโทนสีดำ-เทาเข้ม ในทุกรุ่นย่อย และเพิ่มทางเลือกโทนสีฟ้า-เทา Moonstone ที่มอบความรู้สึกหรูหรา ทันสมัย ในเกรด SV
ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ “SAY YES”
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มตั้งแต่ รุ่น V 839,000 บาท รุ่น VL ราคา 899,000 บาท และรุ่น SV ราคา 929,000 บาท
พิเศษสุดเฉพาะช่วงเปิดตัว นิสสัน เตรียมมอบความคุ้มค่าให้คุณเป็นเจ้าของ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ได้ง่าย ๆ ด้วยราคาพิเศษในรุ่น V เพียง 789,900 บาท รุ่น VL เพียง 849,900 บาท และรุ่น SV เพียง 899,900 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% พร้อมอุ่นใจด้วยการรับประกันที่ครอบคลุม ได้แก่ รับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม.* รับประกันระบบอี-พาวเวอร์ 5 ปี หรือ 150,000 กม.* และการรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** ฟรีประกันภัยชั้น 1 NPP เฉพาะรุ่น VL และ SV** โดยต้องจองรถตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 30 เมษายน 2569 และออกรถภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569**
นอกจากการเปิดตัวนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ แล้ว นิสสัน ยังได้นำรถยนต์หลักทุกรุ่นมาโชว์ในงาน ได้แก่ รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ สีแคชมียร์ โกลด์ (Beige Cashmere Gold หลังคาดำ) รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด*** รถยนต์ คอมแพคซีดาน นิสสัน อัลเมร่า รถยนต์พรีเมียมเอสยูวี นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ อี-ฟอร์ซ รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว นิสสัน เซเรน่า และ รถกระบะ ทน พร้อม ลุย นิสสัน นาวารา
เพื่อช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพสูงจากนิสสันได้ง่ายขึ้น นิสสันส่งแคมเปญพิเศษ “SAY YES” ที่มอบข้อเสนอหลากหลายตั้งแต่ดอกเบี้ยต่ำ ดาวน์น้อย ผ่อนสบายนานสุด 84 เดือน ** และข้อเสนอพิเศษเฉพาะรุ่นหลัก ได้แก่ ส่วนลด 100,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ และ ดอกเบี้ย 0% พร้อมประกันภัยชั้น 1 สำหรับนิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ อี-ฟอร์ซ
*แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
**ขึ้นกับเงื่อนไขของบริษัทฯ
***ค่าสีพิเศษ แคชเมียร์โกลด์ หลังคาดำ 20,000 บาท
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้ามอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า MAZDA6e PREMIERE PACKAGE จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟพร้อมมอบของขวัญที่บูธมาสด้า ในงาน มอเตอร์ โชว์
มาสด้าจัดงาน MAZDA6e VIP DAY เชิญลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่สะท้อนจิตวิญญาณของมาสด้า ผ่าน 3 กิจกรรมพิเศษกับ Experience Zone ณ บูธมาสด้า ในงาน มอเตอร์ โชว์ 2026 โดยเนรมิตพื้นที่จัดให้มีทั้ง “AI PHOTO BOOTH EXPERIENCE: บันทึกภาพที่ระลึกผ่าน Photo Booth AI”, “JAPANESE TEA CEREMONY EXPERIENCE: กิจกรรมชงชาแบบญี่ปุ่น” และ “ORIZURU WORKSHOP: กิจกรรมพับนกโอริซูรุ” สัญลักษณ์แห่งความหวังและสันติภาพ ที่มาสด้าจะส่งต่อไปยังฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นตัวแทนจากประเทศไทย โดยให้ลูกค้าได้ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและแชร์ประสบการณ์ความสุขความสุขร่วมกัน นอกจากนี้ มาสด้ายังมอบของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Mazda6e Leather Phone Stand สำหรับลูกค้า 300 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานในวันนี้อีกด้วย ซึ่งสิทธิพิเศษนี้ เป็นสิ่งที่มาสด้าตั้งใจมอบให้กับลูกค้า เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้กับทุกช่วงเวลาของชีวิตตามปรัชญาแบรนด์ “Joy Drives Lives” ที่มาสด้ามุ่งมั่นเสมอมา
สำหรับการออกแบบบูธมาสด้าครั้งนี้ ได้ถ่ายทอดคอนเซ็ปต์ “Joy of Driving Creates a Richer Life” เพื่อถ่ายทอดปรัชญาแบรนด์ Joy Drives Lives เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขในการขับขี่รถยนต์” (Joy of Driving) จะนำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) และมาสด้าตั้งใจส่งมอบความสุขเหล่านี้ไปยังลูกค้าทุกคน เพื่อให้ทุกวันขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มและการใช้ชีวิตให้มีความหมาย มาสด้าได้เนรมิตพื้นที่ในบูธเป็น Experience Zone เพื่อให้ลูกค้าได้มาร่วมกิจกรรมความสุข นอกจากนี้ภายในบูธยังมีการจัดแสดงพื้นที่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของรถยนต์มาสด้า ที่มุ่งมั่นส่งมอบให้กับลูกค้ามาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน
สำหรับในงาน มอเตอร์ โชว์ 2026 นอกจากมาสด้าจะได้นำยนตรกรรมเอสยูวีแห่งอนาคต The All-New Mazda CX-6e ที่พัฒนาภายใต้กลยุทธ์ Multi-solution มาให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกในอาเซียน กับ ASEAN Premiere มาสด้ายังได้เปิดตัว The All-Electric Mazda6e ยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ที่มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Premium ราคาจำหน่าย 1,169,000 ล้านบาท และรุ่น Exclusive ราคาจำหน่าย 1,199,000 ล้านบาท พร้อมมอบข้อเสนอ
- ดอกเบี้ย 1.78%
- ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance
- ฟรี Home Charger จากแบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรี ทั่วประเทศ
- ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี
รวมถึงยังมอบฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี Electric Mazda Ultimate Service (e-MUS) ประกอบด้วย
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- ฟรี Electric Mazda Care แพ็กเกจบำรุงรักษารถไฟฟ้า นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- ให้การคุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
ไม่เพียงเท่านี้ มาสด้ายังได้นำยนตรกรรม New Mazda CX-30 Signature Spirit รุ่นตกแต่งพิเศษ ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณความสปอร์ต สะท้อนตัวตนผ่านดีไซน์และสมรรถนะความสปอร์ต มาจัดแสดงภายในงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการแต่งรถ ควบคู่กับการนำรถยนต์ทุกรุ่น ทั้งรถยนต์นั่ง ครอสโอเวอร์เอสยูวี CX-Series และ ปิกอัพ มาจัดแสดง พร้อมมอบแคมเปญพิเศษมากมาย ทั้งส่วนลดสูงสุด 130,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) นานสูงสุด 7 ปี ฟรีขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสำหรับลูกค้า Mazda Family และครอบครัว มาสด้ายังมอบบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุดอีก 20,000 บาท
มาสด้าขอเชิญลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า เข้ามาชมยนตรกรรมเหล่านี้ ได้ที่บูธมาสด้า A5 ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ 2026 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 หรือสามารถจองเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นพร้อมรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี เผยผลประกอบการปี 2568 สุดแกร่ง ทุบสถิติสูงสุดตลอดกาลทั้งรายได้และยอดส่งมอบรถยนต์
หลังประกาศสถิติการส่งมอบรถยนต์ครั้งใหม่สูงสุดตลอดกาลที่ 10,747 คัน ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี สรุปผลประกอบการปี 2568 ด้วยรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 3 พันล้านยูโรเป็นปีที่สองติดต่อกันด้วยมูลค่ารวมแตะ 3.20 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจมหภาคที่ทวีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและการปรับตัวอันโดดเด่นของบริษัทฯ โดยมีรายได้จากการดำเนินงานที่ 768 ล้านยูโร อัตรากำไร 24% ซึ่งปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าเพียงเล็กน้อย
สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “ผลงานปี 2568 แสดงให้เห็นว่า ความแข็งแกร่งของออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขทางการเงินเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความสามารถในการบริหารจัดการความซับซ้อนของตลาดปัจจุบัน แม้เกิดบริบทอันท้าทายทั่วโลก เราก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาความสามารถในการสร้างผลกำไรและเสริมมูลค่าแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ความสำเร็จนี้เกิดจากกลยุทธ์ที่ชัดเจนของเรา นั่นคือระเบียบแบบแผน วิสัยทัศน์ระยะยาว และการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง สมดุลนี้ทำให้เราสามารถเปลี่ยนความท้าทายจากภายนอก ให้กลายเป็นโอกาสเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนแก่แบรนด์ได้อย่างต่อเนื่อง”
สำหรับรายได้จากการดำเนินงานได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในแดนลบและการปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม เรายังสามารถพยุงผลกระทบส่วนใหญ่เอาไว้ได้ ด้วยสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นและการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษที่เกี่ยวเนื่องกับการปรับกลยุทธ์ Direzione Cor Tauri ไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า ก็ส่งผลต่อตัวเลขการเงินของเราด้วย โดยผลกระทบเหล่านั้นจะถูกนำมาพิจารณาอย่างครบถ้วนในรอบปีงบประมาณ เมื่อพิจารณาตามบริบทนี้ การประกาศเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดรุ่น 4 ที่ผ่านมา จึงถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ในอุตสาหกรรมระยะยาว ซึ่งมุ่งเน้นที่การสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน โดยไม่ปิดกั้นแผนการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต
เปาโล โพมา กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “ปัจจัยภายนอกและความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค ทำให้ปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ท้าทายเป็นพิเศษ แม้ในบริบทดังกล่าว เรายังสามารถสรุปผลประกอบการทางการเงินและธุรกิจในระดับดีได้ตลอดทั้ง 12 เดือน โดยที่รักษาความสามารถในการทำกำไรเอาไว้ได้ ทำให้เรายังอยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่ทำกำไรสูงสุดในภาคสินค้าหรูระดับโลก ผลลัพธ์นี้เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อเป้าหมายของเราในการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกับการรักษาความสามารถในการสร้างผลกำไรที่ต่อเนื่อง”
ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ 10,747 คันในปี 2568 ทำให้ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ทำสถิติทะลุเพดาน 10,000 คันเป็นปีที่สามติดต่อกันและตอกย้ำความแข็งแกร่งของอุปสงค์ทั่วโลกที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ สัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นยังส่งผลเชิงบวกต่อผลประกอบการประจำปี เพราะได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นของ Revuelto[1] และความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของโปรแกรม Ad Personam โดยในปี 2568 รถยนต์ที่ส่งมอบถึง 94% ได้รับการออกแบบเฉพาะบุคคลอย่างน้อยหนึ่งจุด ยืนยันว่าโปรแกรมดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างมูลค่า และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ สามารถทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ รถรุ่น Temerario จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแนวทางนี้ โดยบริษัทฯ ได้เริ่มส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้แก่ลูกค้าในช่วงเดือนแรกของปี 2569 เพื่อเติมเต็มกลยุทธ์การพัฒนายานยนต์ไฮบริดของแบรนด์ให้สมบูรณ์แบบ รถยนต์รุ่นใหม่นี้ยังโดดเด่นด้วยระบบส่งกำลังใหม่ทั้งหมด โดยสามารถทำรอบเครื่องยนต์ได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาทีเป็นครั้งแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ผลิตจริง มาพร้อมกับสมรรถนะขั้นสูงสุดและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งถ่ายทอดดีเอ็นเอของลัมโบร์กินีเอาไว้อย่างชัดเจน
ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ยึดมั่นในดีเอ็นเอของแบรนด์
บริษัทแห่งซัง’อกาตา โบโลนเญส ยังคงเติบโตและสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะการณ์ทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งดีเอ็นเอแห่งอารมณ์การขับขี่ ภาพลักษณ์ที่โดดเด่น และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีขั้นสูง สำหรับไลน์อัปรถยนต์ที่เปลี่ยนมาใช้ระบบไฮบริดเต็มรูปแบบในปี 2568 ประกอบด้วย Revuelto, Urus SE [2]และ Temerario[3] ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ประสบความสำเร็จโดยไม่สูญเสียคาแรกเตอร์และสมรรถนะแม้แต่น้อย ซึ่งเห็นได้จากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มลูกค้าทั่วโลก
ในปี 2569 ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี จะยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องอีกหลายรายการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตำแหน่งทางการตลาดและสร้างแรงดึงดูดของแบรนด์ในตลาดสากลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยบางผลิตภัณฑ์จะถูกเปิดตัวบนเวทีระดับนานาชาติ อาทิ เทศกาล Goodwood Festival of Speed และงาน Monterey Car Week ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการจัดแสดงวิวัฒนาการและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระยะยาวที่มุ่งเน้นการเติบโตและการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน
การหลอมรวมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย งานฝีมือสุดประณีต และวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบ ให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างลงตัว คือสิ่งที่ยกระดับให้ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กลายเป็นมาตรฐานขั้นสูงซึ่งถูกนำไปใช้อ้างอิงในวงการสินค้าหรูระดับโลก รวมถึงสัญลักษณ์ Made in Italy ซึ่งสื่อถึงความเป็นเลิศที่ทุกคนยอมรับ
[1] Revuelto: อัตราการใช้พลังงาน (น้ำหนักรวม): 4.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กม. บวก 15 ลิตร/100 กม.; ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (น้ำหนักรวม): 350 กรัม/กม.; ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ (น้ำหนักรวม): G; ระดับคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อแบตเตอรี่หมด: G; อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมด (รวม): 17.9 ลิตร/100 กม.
[2] Urus SE: อัตราการใช้พลังงาน (น้ำหนักรวม): 21.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กม. บวก 5.71 ลิตร/100 กม.; ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (น้ำหนักรวม): 140 กรัม/กม.; ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ (น้ำหนักรวม): E; ระดับคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อแบตเตอรี่หมด: G; อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมด (รวม): 12.9 ลิตร/100 กม.
[3] Temerario: อัตราการใช้พลังงาน (น้ำหนักรวม): 4.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กม. บวก 11.2 ลิตร/100 กม.; ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (น้ำหนักรวม): 272 กรัม/กม.; ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ (น้ำหนักรวม): G; ระดับคาร์บอนไดออกไซด์เมื่อแบตเตอรี่หมด: G; อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมด (รวม): 14 ลิตร/100 กม.ภายใต้สภาวะการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บริษัทฯ ยังคงเดินหน้า พร้อมตอบรับต่อทุกความท้าทายในอนาคต บนพื้นฐานความมั่นคงทางการเงิน ความชัดเจนด้านกลยุทธ์ และการวางตำแหน่งทางการตลาดอันโดดเด่น ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของบทบาทผู้เล่นชั้นนำในสมรภูมิยานยนต์ระดับไฮเอนด์
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
OMODA & JAECOO ยกทัพยนตรกรรมไฟฟ้าหลากสไตล์ บุกงาน Motor Show 2026! นำทัพโดย THE NEW OMODA C5 EV และนวัตกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่อย่างยั่งยืน
OMODA & JAECOO ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ภูมิใจนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจภายในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ครั้งที่ 47 ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การแนะนำแบรนด์แอมบาสเดอร์ และการนำเสนอเทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การขับขี่ของผู้ขับขี่
ในปี 2568 OMODA & JAECOO ประเทศไทย ได้ส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ากว่า 18,030 คัน สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ขณะที่ระดับโลก แบรนด์ได้ขยายไปยัง 64 ประเทศ ด้วยยอดส่งมอบสะสม 800,000 คัน ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง สะท้อนการเติบโตที่รวดเร็วและการยอมรับในระดับสากล
ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัว THE NEW OMODA C5 EV MAX+ ครั้งแรกในประเทศไทย กับการประกาศราคาคาดการณ์ 7xx,xxx บาท และสำหรับภายในช่วง Motor Show 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษ 629,xxx บาท* (ก่อนปรับเป็น 649,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป) ภายใต้แนวคิดการออกแบบ ROBO SHARK Design ที่สะท้อนเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวและล้ำสมัย (Futuristic) พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน พร้อมเปิดรับลงทะเบียนจองสิทธิ์ได้ที่ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และ ภายในงาน Motor Show บูธ OMODA & JAECOO A24 Impact Challenger 1
ไฮไลท์ THE NEW OMODA C5 EV MAX+ ได้แก่
- ดีไซน์ล้ำสมัย – เส้นสายคมชัด ไฟหน้า LED สายฟ้า และไฟท้ายพาดยาวเต็มคัน ที่เพิ่มความสปอร์ตและทันสมัย
- มาตราฐานความปลอดภัยระดับสูง – ระบบ ADAS 19 ฟังก์ชัน กล้องรอบทิศทาง 540° และโครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าแรงดึงสูงถึง 78% รอบคัน ใช้แบตเตอรี่แบบ LFP ที่ทนทานต่อแรงกระแทกและความร้อน ไม่เกิดการระเบิดหรือประกายไฟ กันน้ำมาตรฐาน IP68 ลุยน้ำได้สูง 45 ซม ในระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที พร้อมมอบความปลอดภัยที่เหนือระดับ
- ห้องโดยสารอัจฉริยะ – หน้าจอ 6 นิ้ว 2K HD ที่ปรับเปลี่ยนตามบรรยากาศ ระบบเสียง Sony 8 ลำโพง เบาะผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง มาพร้อมกับระบบนวดที่เลือกปรับความแรงและรูปแบบการนวดได้หลากหลาย เบาะคู่หน้ามาพร้อมกับระบบเบาะระบายอากาศ และยังมี Camp Mode และ Pet Mode ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
- สมรรถนะยอดเยี่ยม – มอเตอร์ 211 แรงม้า ระยะวิ่ง 422 กม./ชาร์จ เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันพร้อมรองรับรูปแบบการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง
รถทั้งหมดที่จัดแสดงในบูธ OMODA & JAECOO ได้แก่ OMODA C5 EV MAX+, JAECOO 5 EV MAX+, JAECOO 6 EV, JAECOO 6T EV และ JAECOO 7 SHS
ในงานนี้ OMODA & JAECOO ยังเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ OMODA ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มุ่งสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์ มีความมั่นใจ และกล้าแสดงออกถึงรสนิยมและไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง พร้อมทั้งช่วยนำเสนอเสน่ห์ของ THE NEW OMODA C5 EV MAX+ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วประเทศไทย
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัว JAECOO 5 EV MAX+ รถไฟฟ้าที่มาด้วยแบตเตอรี 50.6 kwh รุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้านความคุ้มค่า ฟีเจอร์ครบครัน และตอบโจทย์การใช้งานจริงของครอบครัวยุคใหม่ ด้วยการประกาศราคาคาดการณ์ 6xx,xxx บาท และสำหรับภายในช่วง Motor Show ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษ 579,xxx บาท* (ก่อนปรับเป็น 6xx,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป) โดยมี มาริโอ้ เมาเร่อ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ JAECOO มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้เข้าชมงาน
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจคือ “Mornine” (มอร์อีน) หุ่นยนต์อัจฉริยะจาก Chery Group ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสะท้อนศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของแบรนด์ เทคโนโลยีล้ำสมัยนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ ในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในยุคใหม่
OMODA & JAECOO ยังได้ประกาศแผนการประกอบในประเทศ (KD) สำหรับ OMODA C5 EV MAX+ , JAECOO 5 EV MAX+, JAECOO 6 EV Long Range 4WD และ JAECOO 6 EV 2WD MAX ซึ่งก้าวสำคัญนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย โดยขณะนี้โรงงานในไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน และจะมีการเริ่มผลิตรถภายในเมษายน 2569 การประกอบในประเทศจะช่วยเสริมความพร้อมด้านอะไหล่ บริการหลังการขาย และการสนับสนุนลูกค้าในระยะยาว ทำให้ผู้ใช้ทั่วประเทศได้รับบริการที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ OMODA & JAECOO ยังจัดเตรียมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับงาน Bangkok International Motor Show 2026 (จองระหว่างวันที่ 23 มีนาคมถึง 5 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 30 เมษายน 2569 สำหรับรุ่น CBU และรับรถภายใน 31 พฤษภาคม 2569 เฉพาะรุ่น KD) เพื่อช่วยให้ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอด้านราคา เงื่อนไขทางการเงิน หรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ดังนี้
- JAECOO 6 EV 2WD MAX ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 799,XXX บาท* (จากราคาคาดการณ์ 8XX,XXX บาท)
- JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD (KD Model) ราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 999,900 บาท* (จากราคา 1,249,000 บาท)
- JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD (CBU Model) ราคาพิเศษ 999,000 บาท จากราคา 1,249,000 บาท
- JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD Pro (CBU Model) ราคาพิเศษ 799,000 บาท จากราคา 899,000 บาท
- JAECOO 6T EV LONG RANGE 4WD ราคาพิเศษ 1,049,000 บาท จากราคา 1,099,000 บาท
- JAECOO 5 EV MAX+ ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 579,XXX บาทเท่านั้น* (จากราคาคาดการณ์ 6XX,XXX บาท) ก่อนปรับเป็น 6XX,XXX บาท ตั้งแต่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
- JAECOO 7 SHS MAX ราคาพิเศษ 899,000 บาท จากราคา 999,000 บาท
- OMODA C5 EV MAX ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 629,xxx บาท* (จากราคาคาดการณ์ 7xx,xxx บาท) ก่อนปรับเป็น 649,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
นอกจากราคาพิเศษแล้ว ผู้ซื้อทุกรุ่นยังได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย ได้แก่
- ฟรี Lifetime Warranty มั่นใจตลอดการขับขี่ ด้วยการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน ครอบคลุมแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควมคุมไฟฟ้า มูลค่า 80,000 บาท (ยกเว้น JAECOO 7 SHS MAX)
ลูกค้าใหม่ที่จอง JAECOO 5 EV MAX+ (KD) JAECOO 6 EV (KD), OMODA C5 EV MAX+ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 31 พฤษภาคม 2569 รวมถึงลูกค้าที่จอง JAECOO 6 EV (CBU), JAECOO 5 EV (CBU), JAECOO 6T EV (CBU) และรับรถภายใน 30 เมษายน 2569 จะได้รับ การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน ฟรี ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
ลูกค้าปัจจุบันที่ออกรถก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2569 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการขยายการรับประกันได้ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ผ่าน QR Code และต้องผ่านการตรวจสอบสภาพรถพร้อมลงนามสัญญาที่ศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตภายใน 31 พฤษภาคม 2569
- ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง
- ฟรี AC Portable Charger
- ฟรี! Application T-Box 5 ปี* (ยกเว้น JAECOO 5 EV ฟรี! Application T-Box 1 ปี*)
- ฟรีสายชาร์จ V-to-L (ยกเว้น JAECOO 5 EV)
- ฟรี พรม JAECOO สำหรับ JAECOO
- ฟรี บริการรถช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี
- ฟรี! พรม OMODA* (เฉพาะรุ่น OMODA C5 EV MAX+)
สำหรับ JAECOO 7 SHS MAX ยังคงได้รับ Warranty ตามนี้
- ฟรี การรับประกันเครื่องยนต์ (Engine Warranty) ครอบคลุมระยะเวลา 10 ปี ไม่กำหนดระยะทาง
- ฟรี การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (New Car Warranty) ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
- ฟรี การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving Motor System) ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร
คุณบิล จาง รองประธานแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย และ AIMOGA กล่าวว่า “ในปีนี้ เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น OMODA C5 EV MAX+ และ JAECOO 5 EV MAX+ ที่โดดเด่นดีไซน์และมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและความสะดวกสบายที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ การที่มีโรงงานประกอบในประเทศ ทำให้เรามั่นใจว่าจะมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ตอกย้ำการดูแลที่เหนือระดับกับการรับประกัน Lifetime Warranty พร้อมกับการมุ่งมั่นสร้างและพัฒนาการบริการหลังการขาย เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการเป็นผู้นำในตลาด NEV พรีเมียม แต่คือการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะและงานดีไซน์ที่ประณีต เพราะเราเชื่อว่ารถยนต์คือสิ่งที่บ่งบอกตัวตนและทัศนคติในการใช้ชีวิตของคุณ เราจึงตั้งใจส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและเคียงข้างคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน”
ขอเชิญผู้เข้าชมงาน Bangkok International Motor Show 2026 แวะเยี่ยมชมบูธ OMODA & JAECOO (บูธ A24) ณ IMPACT Challenger Hall 1 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2569 ถึง 5 เมษายน 2569 เพื่อสัมผัสยนตรกรรมพลังงานใหม่ล่าสุด ทดลองฟีเจอร์อัจฉริยะ และร่วมพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญของแบรนด์อย่างใกล้ชิด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
สิ้นสุดการรอคอย! เชอรี ประเทศไทย ปล่อยหมัดเด็ดมัดใจคนไทยในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดตัว Chery Q รถอีวีรุ่นใหม่ที่ “ครบ-คุ้ม” ที่สุดในเซกเมนต์ พร้อมส่ง Chery V23 สีใหม่ เอาใจสาวกทรง Boxy!
เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก พร้อมประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดไทยอย่างมั่นคงด้วยไลน์อัปรถยนต์หลากหลายรุ่นที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) โดย CHERY ขนทัพยนตรกรรมและนวัตกรรมการขับขี่แห่งอนาคตมาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ที่บูทสุดอลังการภายใต้คอนเซปต์ “CHERY HAPPINESS HUB” สะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ในการเป็นศูนย์รวมประสบการณ์ความสุข ความสะดวกสบาย และความมั่นใจในทุกการเดินทาง พร้อมไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนรอคอย การเปิดตัว Chery Q รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์สุดคิวต์เพื่อคนเมืองยุคใหม่ที่ครบและคุ้มค่าที่สุดในเซกเมนต์ ให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดและลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษเฉพาะที่งานมอเตอร์โชว์
มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย เผยว่า “ในปี 2568 เป็นปีที่ลูกค้าชาวไทย ได้ให้การต้อนรับ เชอรี ประเทศไทย อย่างอบอุ่น โดยในเดือนกันยายน CHERY ได้เข้าสู่ตลาดไทยด้วยการเปิดตัวรถสองรุ่นเรือธง ได้แก่ Chery V23 รถไฟฟ้าดีไซน์เท่สไตล์ Boxy ไม่ซ้ำใคร และ Chery TIGGO 8 CSH พรีเมียมเอสยูวี 7 ที่นั่ง สำหรับครอบครัวยุคใหม่ และในเดือนธันวาคม เราได้ฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ หลัง Chery V23 ติดอันดับ Top 5 รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในไทย อีกทั้งยังครองอันดับที่ 1 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทรง Boxy ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อ CHERY”
“จากเสียงตอบรับที่อบอุ่นจากผู้ใช้งานชาวไทย ปีนี้ CHERY พร้อมส่งมอบความสุขผ่านการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างและคุ้มค่าให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สโลแกน “Happiness On The Move” ให้ทุกช่วงเวลาของการใช้รถ CHERY เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข โดยปีนี้ เราเดินหน้านำเสนอไลน์อัปรถที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านการขับขี่ เทคโนโลยี และดีไซน์ ให้แก่ลูกค้าชาวไทย ครบทั้งรถไฟฟ้า (BEV) และรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) นอกจากนี้ CHERY เดินหน้าพัฒนาบริการหลังการขายที่แข็งแกร่งภายใต้มาตรฐานระดับโลกผ่านการดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจและร่วมเดินทางไปกับ CHERY ได้อย่างสบายใจในทุก ๆ วัน โดยเราปักธงขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการจาก 40 แห่ง เป็น 70 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2569 เพื่อให้ลูกค้าในทุกภูมิภาคได้อุ่นใจกับบริการในพื้นที่ของตนเองได้มากขึ้น เราจะเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจอย่างมั่นคงในเมืองไทยด้วยเป้าหมายในการเป็น Top Choice ที่ครอบครัวคนไทยไว้วางใจ”
ทั้งนี้บูทในงาน Motor Show 2026 ของ CHERY ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ CHERY HAPPINESS HUB พื้นที่สร้างความสุขจากการเดินทาง พร้อมหลากหลายโซนที่รอให้ลูกค้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดและรุ่นไฮไลต์ครบทุกรุ่น ตลอดจนเทคโนโลยีการขับขี่ที่ CHERY พัฒนาขึ้นเพื่อมอบการเดินทางที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย สะท้อนวิสัยทัศน์ของ CHERY ที่มุ่งพัฒนายานยนต์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การเดินทาง แต่เข้ามาเติมเต็มคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานในทุกวัน
ครั้งแรกในโลกกับการเปิดตัว Chery Q นอกตลาดจีน พบกับรถอีวีฟังก์ชันครบในดีไซน์สุดคิวต์
CHERY ได้เปิดตัว Chery Q สู่ตลาดไทยในฐานะตลาดต่างประเทศแห่งแรกของโลก โดย Chery Q เป็นรถไฟฟ้าที่ชูความครบและคุ้มค่าที่สุดในเซกเมนต์ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยการเป็นแฮตช์แบ็กในดีไซน์ทันสมัย ออกแบบอย่างชาญฉลาดทำให้มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง พร้อมด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ โดยใช้มิติของ “แสง” และ “เงา” เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับดีไซน์ภายนอก ผ่านรายละเอียดสำคัญอย่างไฟหน้า ไฟท้าย กระจังหน้าด้านล่าง กระจกมองข้าง และล้อ ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูแฟชั่น ทันสมัย และมีบุคลิกเฉพาะตัว ดีไซน์ยังสะท้อนแนวคิด “Square & Circle” การผสานรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ให้ความรู้สึกหรูหรา มั่นคง เข้ากับรูปทรงกลมที่เพิ่มความนุ่มนวล ถ่ายทอดผ่านการออกแบบภายใน เช่น แผงหน้าปัด คอนโซลกลาง และแผงประตูอย่างลงตัว เน้นการออกแบบที่ผสานดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน อย่างลงตัว ทำให้ Chery Q ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ ภายใต้แนวคิด “Chery Q – So Qute, So You”
ด้านสมรรถนะ Chery Q มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์หรือ 122 แรงม้า แบตเตอรี่ความจุ 42.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบความเร็วสูงสุดราว 135 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้านระบบชาร์จ รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ รองรับระบบจ่ายไฟอุปกรณ์นอก V2L 330 วัตต์ วิ่งได้ไกลสูงสุดประมาณ 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้งตามมาตรฐาน CLTC
Chery Q ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว ภายในติดตั้งเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ จอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบสั่งงานด้วยเสียง และการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน การชาร์จมือถือไร้สาย ประตูท้ายระบบไฟฟ้าและระบบกุญแจ Keyless พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด มาพร้อมกล้องมองภาพรอบคัน ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS มากถึง 21 ฟังก์ชัน และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เพื่อยกระดับความมั่นใจในทุกการเดินทาง สะท้อนแนวคิดของ Chery Q ที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และความคุ้มค่าเข้าไว้ด้วยกัน
Chery Q มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อยตั้งแต่รุ่น Qlick, Qool และ Quint กับสเปกจัดเต็ม มาพร้อม 4 สี ได้แก่ Creamy Beige, Sporty White, Magic Purple และ Rose Peach โดยภายในรถตกแต่งสี Cool Black (สีดำ) นอกจากนี้ สำหรับสี Creamy Beige ในรุ่น Quint สามารถเลือกออปชันสีภายในพิเศษเป็นสี Minty Mix (เขียวตัดกับสีดำ) ได้อีกด้วย
โดยในงานมอเตอร์โชว์ CHERY ได้เปิดช่วงราคาของรถ Chery Q ที่ 4xx,000 – 5xx,000 บาท พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษภายในงาน และมอบโปรโมชันส่วนลด 20,000 บาท และข้อเสนอ Lifetime Warranty สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ในจำนวนจำกัด 3,000 สิทธิ์ สำหรับผู้จอง Chery Q เฉพาะช่วง Motor Show 2026 ภายในวันที่ 5 เมษายนนี้เท่านั้น
ตอกย้ำความสำเร็จ Chery V23! ส่งสองสีใหม่สุดเท่เอาใจคนรักรถสไตล์ Boxy
Chery V23 เผยโฉม 2 สีใหม่ เพื่อเติมเต็มสไตล์ที่แตกต่างให้รถดีไซน์ Boxy เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ กับสี “Latte Gray” ในราคา 759,900 บาท และสี “Pop Purple” ซึ่งเป็นรุ่น Limited Edition ในราคา 769,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ส่วนลด 10,000 บาท และ Lifetime Warranty สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ในจำนวนจำกัด 2,000 สิทธิ์เท่านั้น สำหรับผู้จอง Chery V23 เฉพาะช่วง Motor Show 2026 ภายในวันที่ 5 เมษายนนี้เท่านั้น
นอกจากนี้ยังเปิดตัว Chery V23 ชุดแต่ง IRONMAN 4X4 ADVENTURE EDITION เวอร์ชันพิเศษพร้อมชุดแต่ง IRONMAN ที่พัฒนาร่วมกับ IRONMAN 4X4 Thailand เพิ่มความโดดเด่นและปลุกความเป็นสายลุยให้ผู้ขับขี่ที่มองหาประสบการณ์การเดินทางที่เร้าใจมากขึ้น ในราคาพิเศษ 120,000 บาท จากราคาปกติ 133,330 บาท พร้อมรับประกันชุดอุปกรณ์ตกแต่งนาน 8 ปี (การรับประกันนี้ให้เฉพาะลูกค้าที่มีชื่อเป็นเจ้าของรถ Chery V23 มือแรก ณ วันที่ซื้อหรือได้รับชุดตกแต่ง IRONMAN 4X4 ADVENTURE EDITION และติดตั้งกับรถคันดังกล่าวเท่านั้น โดยสิทธิไม่สามารถโอนได้ การรับประกันสิ้นสุดทันทีเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเมื่อรถสิ้นสภาพ/ยกเลิกทะเบียน หรือมีการถอด ดัดแปลง เปลี่ยนแปลง หรือนำอุปกรณ์ไปใช้กับบุคคลหรือยานพาหนะอื่น)
Chery V23 เป็นเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ในดีไซน์ Boxy เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความคลาสสิกผสานความทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนรุ่นใหม่ ออกแบบมาให้ขับสนุกภายใต้แนวคิด “Born To Play” ดีไซน์ภายนอกดึงดูดทุกสายตาด้วยกันชนหน้า-หลังทรงมน ซุ้มล้อและบันไดข้างที่เสริมความเท่ พร้อมกล่องเก็บสัมภาระบริเวณประตูท้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก LEGO ความสูงใต้ท้องรถถึง 210 มม. มั่นใจขับขี่ได้ทุกเส้นทาง มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำรมควันขนาด 19 นิ้วสำหรับรุ่น PLAY และ PLUS และขนาด 21 นิ้วสำหรับรุ่น PEAK ภายในห้องโดยสารออกแบบให้ทัศนวิสัยกว้าง เบาะคู่หน้าพับได้ 180 องศา เบาะคู่หลังพับราบแบบ 50:50 เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ตามต้องการ ด้านเทคโนโลยีครบครันด้วยหน้าจอทัชสกรีนขนาด 15.4 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto กล้องมุมมองรอบทิศทาง 540 องศา พร้อมแผงควบคุมที่เลือกโหมดขับขี่ได้ถึง 6 โหมด ด้านสมรรถนะ รุ่น V23 4WD PEAK ขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยมอเตอร์คู่ (Dual Motor) กำลังสูงสุด 211 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาด 81.76 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสูงสุด 430 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 104 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 20% ถึง 80% ภายใน 42 นาที พร้อมระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.3 กิโลวัตต์ ส่วนรุ่น PLAY และ PLUS ขับเคลื่อน 2 ล้อ กำลัง 136 แรงม้า แบตเตอรี่ 59.93 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสูงสุด 360 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จ DC สูงสุด 85 kW จาก 20% ถึง 80% ภายใน 36 นาที
CHERY V23 จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS 12 ฟังก์ชัน พร้อมโครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงและเกราะป้องกันแบตเตอรี่เคลือบ PVC กันการกัดกร่อนและการกระแทก ทั้งหมดนี้ทำให้ CHERY V23 เป็นซับคอมแพกต์เอสยูวีไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์เรโทร สมรรถนะคล่องตัว และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่
ล่าสุด CHERY เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การขับขี่ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นและประสบการณ์จากลูกค้า นำเสนอออปชันการเปลี่ยนกระจกมองข้างสำหรับ Chery V23 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ CHERY ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 46 ล้านบาท ในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนกระจกมองข้างครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการดูแลลูกค้าเสมือนสมาชิกในครอบครัว และมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์งานบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระจกมองข้างของ Chery V23 รุ่นใหม่จึงได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่และกว้างขึ้น ช่วยเพิ่มองศาการมองเห็นด้านข้างได้ดียิ่งขึ้นและทัศนวิสัยที่ไกลขึ้น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายรวมถึงความมั่นใจในการขับขี่
ทั้งนี้ เจ้าของรถ Chery V23 ที่ประสงค์เปลี่ยนกระจกมองข้างเป็นรุ่นใหม่ สามารถติดต่อผู้จำหน่ายใกล้บ้าน เพื่อลงนัดหมายล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเข้ารับการเปลี่ยนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
Chery TIGGO 8 CSH ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด กับโอกาสสุดท้ายก่อนการปรับราคา
รถพรีเมียมเอสยูวี ทุกสัมผัสความสบายของครอบครัวมาก่อนเสมอ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง CSH (Chery Super Hybrid) แบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่ทรงพลังและประหยัด ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวคนไทย มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัยครบครัน ห้องโดยสารกว้างขวางหรูหรา ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงเพชร (Diamond Shape) สอดรับกับชุดไฟหน้า LED อัจฉริยะพร้อม Daytime Running Light มือจับประตูแบบซ่อนเรียบไปกับเส้นสายตัวถัง เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว สะท้อนความเรียบหรูในทุกมุมมอง ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะผู้โดยสารด้านหน้าดีไซน์แบบ “Queen Seat” พร้อมฟังก์ชันนวด 10 จุดและที่รองน่อง มอบความผ่อนคลายเหนือระดับ เบาะแถวที่ 3 พับราบได้ เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,930 ลิตร รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัว ระบบความบันเทิงครบครันด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 540 องศา ระบบสั่งการด้วยเสียง และเครื่องเสียง SONY 12 ตำแหน่ง
ด้านสมรรถนะ TIGGO 8 CSH ผสานเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร กำลัง 143 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 358 แรงม้า รวมกำลังสูงสุด 501 แรงม้า แรงบิด 735 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.8 วินาที วิ่งในระบบ Plug-in Hybrid ได้ไกลสูงสุด 1,200 กิโลเมตรต่อการเติมพลังงานเต็ม 1 ครั้ง พร้อมระบบชาร์จเร็วจาก 30% ถึง 80% ภายใน 20 นาที TIGGO 8 CSH ยังจัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ด้วยถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง โครงสร้างตัวถังเหล็กคุณภาพสูง (Ultra-high-strength Steel) และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS 16 ฟังก์ชัน ยกระดับความมั่นใจในทุกการเดินทาง สะท้อนแนวคิดของ CHERY TIGGO 8 CSH ที่ผสานความหรูหรา สมรรถนะ และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักมีความสุขในทุกเส้นทาง
เป็นเจ้าของ Chery TIGGO 8 CSH ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด โอกาสสุดท้ายก่อนการปรับราคา ทั้ง 2 รุ่น PHEV 2WD ESTEEM 899,000 บาท* และรุ่น PHEV 4WD ELITE 999,000 บาท* ดังนั้นคนที่กำลังเล็งรุ่นนี้อยู่ต้องรีบจับจองด่วน!
นอกจากนี้ CHERY ยังคงตอกย้ำบทบาทในการผลักดันพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ โดยภายในบูท CHERY HAPPINESS HUB จัดแสดง 6 โมเดลผลงานการออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งรถ Chery V23 จาก 6 ไฟนอลลิสต์จากโครงการ Chery V23 Style Up Challenge ที่ก่อนหน้านี้เปิดเวทีให้นักศึกษาและบุคคลทั่วไปได้ร่วมส่งผลงานการดีไซน์ที่เปี่ยมคาแรกเตอร์และมีศักยภาพในการนำไปใช้จริงในเชิงพาณิชย์ โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถร่วมโหวตผลงาน Popular Vote พร้อมลุ้นรับของรางวัลพิเศษเป็น iPad มูลค่า 12,900 บาท 1 รางวัล จากการร่วมโหวต ก่อนประกาศผลผู้ชนะบนเวทีในวันสุดท้ายของงานมอเตอร์โชว์
ห้ามพลาดกับบูท CHERY พบกับยานยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และครอบครัวคนไทย พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสุดคุ้ม ณ บูท CHERY หมายเลข A25 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 หรือที่สัมผัสรถทุกรุ่นที่โชว์รูม CHERY ทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอเดียวกันกับงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม จนถึงวันที่ 5 เมษายนนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chery-thailand.com และ เฟซบุ๊ก CHERY Thailand
รุ่นรถยนต์ แคมเปญและข้อเสนอพิเศษ Chery Q · สิทธิพิเศษส่วนลด 20,000 บาท* · พร้อมการรับประกัน Lifetime Warranty แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน จำกัด สำหรับ 3,000 สิทธิ์แรกเท่านั้น*
Chery V23 พบข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ · รับส่วนลด 10,000 บาท*
· อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98%*
· พิเศษ! การรับประกัน Lifetime Warranty แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน จำกัด 2,000 สิทธิ์แรกเท่านั้น*
· ฟรี! Wall Charge พร้อมติดตั้ง*
· ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี*
· ฟรี! สายชาร์จพกพา*
· ฟรี! V2L (Vehicle-to-Load)*
· ฟรี! ชุดพรมปูพื้น*
· รับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
· รับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
· ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
· ฟรี! Application T-Box (CarLinko) Data นาน 5 ปี*
Chery TIGGO 8 CSH พบข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ · อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98%
· ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี*
· ฟรีสายชาร์จพกพา*
· ฟรี! V2L (Vehicle-to-Load)*
· ฟรี! ชุดพรมปูพื้น*
· รับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
· รับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
· ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
· ฟรี! Application T-Box (CarLinko) Data นาน 5 ปี*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ระยะเวลาสำหรับการลงทะเบียนรับสิทธิ์ 23 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569
*สามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายเชอรีอย่างเป็นทางการ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าบุกตลาดรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เปิดตัว The All-Electric Mazda6e สปอร์ต หรูหรา สง่างาม มาตรฐานยุโรป คุณภาพเหนือราคา
มาสด้าประกาศบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในประเทศไทย เปิดตัวแนะนำอย่างเป็นทางการ The All-Electric Mazda6e ยนตรกรรมรถไฟฟ้า 5 ประตูในรูปแบบ “NeoFastback” ที่มาพร้อมกับความสง่างามและความอเนกประสงค์ การันตีความสง่างามด้วยการเป็น 1 ใน 3 ของรถยนต์ที่เข้าชิง World Car Design of the Year ประจำปี 2026 มาพร้อมแนวคิด “Electrified Perfection in Oneness” จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว มั่นใจตอบทุกความต้องการของลูกค้าที่อยากได้จากรถไฟฟ้าจากญี่ปุ่น เพราะนี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่มาสด้ามุ่งมั่นและตั้งใจพัฒนาเพื่อให้ได้รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในตลาด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ดีไซน์สง่างามดุจงานศิลปะที่มาสด้าบรรจงสรรสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน พัฒนาโดยทีมวิศวกรมาสด้าประเทศญี่ปุ่น สมรรถนะการขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ คงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของรถยนต์มาสด้าไว้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบทุกมิติ ราคาสุดเซอร์ไพร์สเพียง 1,169,000 บาทเท่านั้น
มาสด้าชูจุดเด่นที่เหนือกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่ว ๆ ไป พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ทุกมิติ ออกแบบสง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอกจาก โคดะ ดีไซน์ ระบบช่วงล่างทั้งแน่นและหนึบการันตีโดยทีมวิศวกรมาสด้าประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพการผลิตที่การคัดสรรเฉพาะวัสดุเกรดพรีเมี่ยมมาตรฐานยุโรป เทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำอนาคต โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศ 84 แห่ง คุณภาพการบริการหลังการขายเต็มประสิทธิภาพ พร้อมช่องซ่อมเร่งด่วน Fast Track ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง 40 แห่ง ศูนย์กระจายอะไหล่ใหญ่สุดหนึ่งเดียวในประเทศไทยและส่งออกทั่วอาเซียน การรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 8 ปี 160,000 กิโลเมตร การสำรองอะไหล่แท้ครอบคุมทุกชิ้นส่วน รวมทั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ระบบการจัดส่งอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมง ระยะทางในการขับขี่ 654 กิโลเมตร* ระยะเวลาในการชาร์จจาก 30%-80% เร็วสูงสุดเพียง 15 นาที** เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยสบายใจไร้ความกังวลใจไปตลอดการใช้งาน
นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้ามั่นใจอย่างยิ่งว่าการเปิดตัวแนะนำ The All-Electric Mazda6e ซึ่งผลิตจากโรงงานมาสด้าที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรในเมืองนานจิง ประเทศจีน ซึ่งเป็นโรงงานที่ผลิตรถยนต์มาสด้าเพียงยี่ห้อเดียว คาดว่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้าชาวไทย และเป็นสเปคเดียวกันกับที่ขายในทวีปยุโรป เพราะเราเข้าใจถึงความต้องการอย่างท่องแท้ของลูกค้าจึงคัดกรองแต่สิ่งที่ดีที่สุดมาให้ลูกค้าชาวไทย การนำเสนอรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนทรงพลัง และเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจในรูปแบบ BEV ยุคใหม่ โดยทีมวิศวกรของมาสด้า พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาให้ได้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ด้วยแนวคิดที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า มอบประสบการณ์การขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต และความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ การตอบสนองของรถยนต์สอดคล้องกับองศาการเหยียบคันเร่ง มีการปรับแต่งพวงมาลัยและระบบเบรก เพื่อให้รถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างสมดุล หลังจากเปิดให้ลูกค้าจองสิทธิ์และนำไปจัดแสดงมาแล้วทั่วประเทศประสบความสำเร็จอย่างงดงาม มีลูกค้าจองสิทธิ์มาแล้วกว่า 4,000 คัน วันนี้ มาสด้าพร้อมประกาศราคาเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในตลาด ด้วยราคาสุดพิเศษที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น
ราคาจำหน่าย The All-Electric Mazda6e
- รุ่น Premium มาพร้อมกับภาพลักษณ์สปอร์ต ตกแต่งภายในห้องโดยสารอย่างพิถีพิถัน ด้วยหนังสีดำ สะท้อนความประณีตในทุกจุดสัมผัส วางราคาจำหน่าย 1,169,000 บาท
- รุ่น Exclusive ถ่ายทอดความสง่างามและความหรูหราในระดับ Masterpiece ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุ Nappa Suede สีแทน พร้อมดีไซน์พิเศษในทุกองค์ประกอบ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสู่ความสมบูรณ์แบบอีกขั้น วางราคาจำหน่าย 1,199,000 บาท
มาสด้ายินดีมอบแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าที่จองภายในงานฯ หรือ ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ ประกอบด้วย
- ดอกเบี้ยพิเศษ 78%1
- ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance2
- ฟรี Home Charger จากแบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรีทั่วประเทศ3
- และฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี4
นอกจากนั้น มาสด้ายังมอบฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี Electric Mazda Ultimate Service (e-MUS) ประกอบด้วย
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร5
- ฟรี Electric Mazda Care แพ็กเกจบำรุงรักษารถไฟฟ้า นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร6
- ให้การคุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตรุ7
- ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร8
สิทธิพิเศษดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 และออกรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น และสำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package ไว้ก่อนหน้านี้ สามารถรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมตามเงื่อนไขได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้*** โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th
หมายเหตุ:
*อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC
**อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม
***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th1ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
2บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (4) บมจ. แอกซ่าประกันภัย และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
3ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สำหรับงานติดตั้งวงจนที่ 1 (สายไฟ 1 เฟส) พร้อมรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และรับประกันงานติดตั้ง 1 ปี โดยสามารถเปลี่ยนแปลงที่อยู่ในการติดตั้งได้ 1 ครั้ง และ สิทธิ์การติดตั้งมีอายุไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันออกรถ และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
4สำหรับใช้งานแอปพลิเคชั่น Mazda6e, ระบบสั่งงานด้วยเสียง และ ระบบนำทาง
5ตามเงื่อนไขโปรแกรมขยายรับประกันคุณภาพรถเป็น 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
6 แพ็กเกจบำรุงรักษารถไฟฟ้าตามระยะ นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
7เงื่อนไขคุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง (High Voltage Battery) เท่านั้น นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
8 เงื่อนไขบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าเผยโฉมรถไฟฟ้า ALL-NEW MAZDA CX-6e ในงานมอเตอร์โชว์
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าเต็มรูปแบบเพื่อก้าวสู่การเติบโตอย่างยิ่งยืนในประเทศไทย ต่อยอดด้วยเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยการเผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าครอสโอเวอร์เอสยูวี ALL-NEW MAZDA CX-6e ครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Premiere) ที่ลูกค้าจะได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ในงานมอเตอร์โชว์ 2026 ที่เมืองทองธานี
นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ALL-NEW MAZDA CX-6e ถือเป็นการแนะนำครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียนและในประเทศไทย ซึ่งเป็นครอสโอเวอร์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ผสานเอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัวของยนตรกรรมมาสด้าเข้ากับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคสมัยใหม่ และการสร้างมิติใหม่ให้กับธุรกิจของมาสด้าในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนนับจากวันนี้เป็นต้นไป ด้วยการเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดลงสู่ตลาดท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ร้อนแรง สิ่งสำคัญคือมาสด้าเป็นแบรนด์ที่อยู่ในเมืองไทยมายาวนานและได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าอย่างดียิ่ง ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นสานต่อแนวคิด “Joy Drives Lives” เพราะมาสด้าเชื่อเสมอว่า ความสุข คือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต ภายใต้คุณค่าหลัก “Radically Human” และส่งมอบ “Joy of Living” ผ่านการสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่มอบความประทับใจในชีวิตประจำวันของลูกค้า
ALL-NEW MAZDA CX-6e ครอสโอเวอร์เอสยูวีที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราและทันสมัย มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ตามปรัชญา จินบะ-อิตไต ให้ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ มอบความสนุกในการขับขี่สไตล์มาสด้า อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยให้การใช้งานทั้งภายในและภายนอกเป็นไปอย่างราบรื่น ตอบโจทย์ความต้องการและความชื่นชอบที่หลากหลายของลูกค้าชาวไทย รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สองของมาสด้าที่เปิดตัวในประเทศไทย ภายใต้กลยุทธ์ Multi-solution เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า ตามความปรารถนาอันแรงกล้าของมาสด้าที่ยึดมั่นในการส่งมอบความเป็นกลางทางคาร์บอนเพื่อโลกของเรายังคงสวยงามตลอดไป
ด้านการออกแบบ รถไฟฟ้ารุ่นนี้สะท้อนแนวคิด “Soulful Futuristic Modern” ผสานความงดงามอย่างประณีต ผนวกกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ในขณะที่ยังคงสมรรถนะการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยม สำหรับกลุ่มครอบครัวยุคใหม่ ด้วยการยกระดับแนวคิด “Jinba-Ittai” ขึ้นไปอีกระดับ ผ่านการปรับจูนการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบสั่งงานด้วยเสียง และท่าทาง ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง กระจกมองข้างและกระจกมองหลังแบบดิจิทัล (Digital Side and Rear View Mirror) เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลรายละเอียดทั่วไปเกี่ยวกับ ALL-NEW MAZDA CX-6e
การออกแบบ (Design)
- รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ออกแบบตามแนวคิด “Soulful Futuristic Modern” ผสานระหว่างความสง่างามในสไตล์ของมาสด้า เข้ากับรูปลักษณ์สมัยใหม่ที่สะท้อนภาพลักษณ์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต
- นอกจากดีไซน์ภายนอกที่ล้ำสมัยแล้ว ยังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่เมื่อขับด้วยความเร็วสูง
- มาพร้อมหลังคา Panoramic Glass Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ถ่ายทอดภาพลักษณ์ยานยนต์แห่งอนาคต และมอบความรู้สึกโปร่งโล่งสบายให้กับภายในห้องโดยสาร
สมรรถนะการขับขี่ (Driving Performance)
- มาพร้อมการกระจายน้ำหนักหน้า/หลัง ใกล้เคียง 50:50 พร้อมระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงก์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบ Jinba-Ittai หรือความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนขับกับรถ
- มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไออน ขนาด 77.9 kWh ให้ระยะทางการขับขี่ 524 กิโลเมตร* มาพร้อม DC FAST CHARGE สามารถชาร์จไฟจาก 30%-80% ได้เร็วสูงสุดภายใน 15 นาที**
ฟังก์ชั่นอัจฉริยะ (Smart Functions)
- ฟังก์ชั่นอัจฉริยะที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ได้แก่ ห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cabin) ที่สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง ระบบสัมผัส หรือท่าทาง ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (Smart Drive) เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
- หน้าจอ Center Display ความละเอียดสูง 5K ขนาด 26.45 นิ้ว พร้อมระบบแสดงผลข้อมูลบนกระจกหน้าแบบ Virtual 2D (2D Head-Up Display) โดยข้อมูลและภาพจะแสดงด้านหน้าผู้ขับขี่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและมอบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต
- มอบประสบการณ์สุนทรียภาพในการขับขี่ ผ่านลำโพง 23 ตำแหน่ง พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง
ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค
มิติตัวถัง Dimensions (ยาว x กว้าง x สูง) มิลลิเมตร 4,850 x 1,935 x 1,620 ระยะฐานล้อ Wheelbase (มิลลิเมตร) 2,902 ประเภทแบตเตอรี่ LFP ความจุแบตเตอรี่ (kWh) 77.9 กำลังแรงม้าสูงสุด (kW) / (PS) 190/ (258) แรงบิดสูงสุด (Nm) 290 ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel-Drive) จำนวนที่นั่ง 5 ที่นั่ง ระบบความปลอดภัย
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ Smart Brake Support (SBS)
- ระบบเตือนการชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist System (LAS)
- ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง แบบ see-through
- ระบบป้องกันการชนครั้งที่สอง Second Collision Warning (SCW)
หมายเหตุ:
*อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC
**อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
RIDDARA ยกทัพกระบะพลังงานใหม่ บุกงาน Motor Show 2026 ชวนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเซอร์ไพรส์ประกาศปรับลดราคารุ่น RD6 สูงสุด 160,000 บาท
RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานใหม่ ยอดขายอันดับ 1 จากประเทศจีน ภายใต้เครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำโดย มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยรถกระบะพลังงานใหม่ ที่มีราคาต่ำกว่ารถกระบะที่ใช้น้ำมันทั่วไป ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะเหนือระดับ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความคุ้มค่าที่เหนือกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไปทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแท้จริง
มุ่งสู่เป้าหมาย 3,000 คัน และคำมั่นสัญญาต่อตลาดไทย
มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ริดดารา ออโตโมบาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ว่า “ความสำเร็จในปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งเรามียอดขายมากกว่า 1,000 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 98% ในประเทศไทย ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ยืนยันให้ลูกค้าชาวไทยเชื่อมั่นในแบรนด์ RIDDARA และ สำหรับปี 2026 นี้ เราตั้งเป้าหมายความท้าทายใหม่ที่ 3,000 คัน โดยเราจะไม่หยุดเพียงแค่การขายรถ แต่จะมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย โดยปัจจุบันมีเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 15 แห่ง โดยในปีนี้เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครบ 38 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่เหนือระดับ เพื่อให้คำมั่นสัญญาว่า RIDDARA จะเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน
กลยุทธ์ “Dual Strategy”: ตอบโจทย์ครอบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์และการทำธุรกิจ
เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศไทยอย่างครอบคลุม RIDDARA ได้วางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์แบบคู่ขนาน (Dual Strategy):
RIDDARA RD6 Series (Dual – Purpose Pickups Zone family and lifestyle) รถกระบะพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อทุกครอบครัวในการใช้ชีวิต : เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานแบบอเนกประสงค์ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการใช้งานในครอบครัวและ การทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ด้วยดีไซน์จาก Peter Horbury (Lotus Design Center) มอบความสบายระดับ SUV และ สมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และ ด้วยราคาคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 869,000 บาท
- Performance: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 315 กิโลวัตต์ แรงบิด 595 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แม้บรรทุกหนักก็ยังทรงพลังพร้อมเดินทางไปทุกที่ทุกเส้นทาง
- Full security: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน อาทิ ICC / ACC / AEB / FCW / LKA / ELKA / LDW / LCA / BSD / DOW / RCT รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะทั้งแบบแอคทีฟและแพสซีฟ
- Capability: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ รองรับการไต่เขาได้ชันถึง 95% บรรทุกได้ 1,030 กก. และลากจูงได้สูงสุด 3 ตัน
- Design & Comfort: ออกแบบโดย Peter Horbury จาก Lotus Design Center มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.33 ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษเพียง 35 เดซิเบล พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวลเทียบเท่ารถ SUV ระดับหรู
- Intelligence: ติดตั้งหน้าจออัจฉริยะคู่ และ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา เพื่อทัศนวิสัยที่ปลอดภัย
- Fuel vs. Diesel Savings: ด้วยค่าพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลอย่างมาก ผู้ใช้รถกระบะพลังงานใหม่สามารถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 5,500 บาทต่อเดือน (สำหรับการใช้งานปกติวันละ 100 กม.) เมื่อเทียบกับการใช้งานรถกระบะน้ำมันดีเซลทั่วไป
RIDDARA ECON Series (Tool & Utility pickups zone trades & professional use) รถกระบะพลังงานใหม่อเนกประสงค์เพื่อการใช้งาน ตัวช่วยในการทำธุรกิจสำหรับมืออาชีพ ปฏิวัติวงการรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ มุ่งเน้นความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการ โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 739,000 บาท
- Efficiency: มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 180 kW แรงบิด 309 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9 วินาที ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงถึง 97%
- Agility: รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 6.1 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งในเมือง
- Strong Loading Capacity: รองรับน้ำหนักบรรทุก 1,030 กก. และ ลากจูงสูงสุด 2,500 กก. เทียบเท่ากระบะทั่วไป
- Maintenance cost: `ค่าบำรุงรักษาต่ำ เช็คระยะทุกๆ 20,000 กม. ด้วยงบประมาณเข้าเช็คระยะเพียง 1,000 บาท
การปรับเปลี่ยนเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย (Vehicle Customization)
RIDDARA ออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็น “โซลูชัน” สำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ผ่านความสามารถในการปรับแต่งที่ยืดหยุ่น:
- Commercial Transportation: สามารถดัดแปลงเป็นรถตู้ขนส่ง มีพื้นที่เก็บของกว้างขวางพิเศษ พร้อมระบบจัดเก็บและจ่ายพลังงานประสิทธิภาพสูง
- Drone Operator Work Category: การดัดแปลงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโดรน ผู้ควบคุมโดรนอัจฉริยะเลือกใช้รถกระบะพลังงานใหม่ เพราะมีฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้โดรนได้เป็นอย่างดี
- Outdoor Camping Lifestyle: ดัดแปลงเพื่อการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ ตั้งแคมป์ปิ้งนอกสถานที่ เป็นพื้นที่ใช้สอยใหม่เพื่อยกระดับชีวิตครอบครัว
Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA ภายในงาน Motor Show 2026 รับส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท
RIDDARA RD6 ราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองในงาน!
- RIDDARA RD6 86kWh 4WD เหลือเพียง 1,149,000 บาท จาก 1,299,000บาท (ลด 150,000 บาท)
- RIDDARA RD6 86kWh 2WD เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,159,000 บาท (ลด 160,000 บาท)
- RIDDARA RD6 73kWh 4WD เหลือเพียง 999,000 บาท จาก 1,149,000 บาท (ลด 150,000 บาท)
- RIDDARA RD6 73kWh 2WD เหลือเพียง 869,000 บาท จาก 999,000 บาท (ลด 130,000 บาท)
Exclusive Promotion: ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน
RIDDARA มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน Motor Show ครั้งที่ 47 แยกตามรุ่นดังนี้:
RIDDARA RD6
- อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% สำหรับ RIDDARA RD6 ทุกรุ่นย่อย
- แคมเปญจอง 2,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 20,000 บาท รวมเงินจอง
- รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ150,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
- ฟรี แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet usage) 2 GB นาน 1 ปี
- ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่
- ฟรี RIDDARA โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง
- ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี
RIDDARA ECON
- อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% สำหรับ RIDDARA ECON 63 kWh 2WD
- รับ RIDDARA Gift package มูลค่า 20,000 บาท*
- แคมเปญจอง 1,000 รับส่วนลด 10 เท่า มูลค่า 10,000 บาท รวมเงินจอง
- ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี
- รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6 ปี หรือ 150,000 กม.
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
- ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
RIDDARA ผู้เชี่ยวชาญด้านรถกระบะพลังงานใหม่ ได้ร่วมกับ ZEEDA ENERGY ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน และ iGreen+ ผู้เชี่ยวชาญด้านการชาร์จไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะ เพื่อมอบบริการระบบนิเวศการชาร์จที่ครอบคลุม รองรับทุกสถานการณ์การใช้งาน เพื่อประสบการณ์ที่สะดวกสบายและ ไร้กังวลสำหรับผู้ใช้งานทุกคน โดยปัจจุบันมีสถานีชาร์จมากกว่า 300 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งมีสถานีชาร์จบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 60 สถานี
ความร่วมมือการสร้างระบบนิเวศการชาร์จไฟแบบครบวงจร โดยมีผู้บริหารจาก RIDDARA ร่วมกับ ZEEDA ENERGY และ iGreen+ ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี3
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ “FUNCTION AS A PICKUP, DRIVE AS AN SUV” และ พิสูจน์ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับได้ที่บูธ RIDDARA ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสสมรรถนะจริงของ RIDDARA RD6 และ RIDDARA ECON สามารถลงทะเบียนดลองขับรถได้ที่บูธ RIDDARA ภายในงานโดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
- Website: http://th.riddara.com
- Facebook: Riddara Thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The-all new electric CLA ในราคา 2.29 ล้านบาท เฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์กับข้อเสนอพิเศษ “140 Years of Innovation Offer”
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประเดิมเปิดตัว The all-new electric CLA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของปี 2569 ชูคอนเซปต์ “CLASS OF ITS OWN.” กับการเผยนิยามความเป็นที่สุดของยนตรกรรมแห่งอนาคต การันตีผ่านรางวัล “Car of the Year 2026” และมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว (5-Star Rating) จาก EURO NCAP พร้อมเชิญชวนคนไทยทุกคนที่หลงใหลในโลกของยานยนต์ร่วมเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ “140 Years of Innovation Offer” ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569
มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส–เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในงาน Motor Show 2026 เราต้องการทำให้บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นจุดหมายปลายทางของทุกคนที่หลงใหลในโลกของยานยนต์ เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) นับตั้งแต่คาร์ล เบนซ์ (Carl Benz) สร้างรถยนต์คันแรกของโลกในปี 2429 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ถูกวิวัฒนาการมาจนถึงปัจจุบัน และในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เฉลิมฉลองผ่านการจัดกิจกรรมระดับโลกภายใต้ธีม “140 Years, 140 Places” ในการนำรถยนต์ระดับแฟล็กชิปอย่าง “The new S-Class” เดินทางไปยัง 140 สถานที่ทั่วโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมยานยนต์โลกและประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ โดยมีระยะทางการเดินทางรวมกว่า 50,000 กิโลเมตร ครอบคลุม 6 ทวีป และจะเดินทางมายังประเทศไทยในเดือนพฤษภาคมนี้
นอกจากนี้ เรายังได้จับมือกับตัวแทนจำหน่ายฯ อย่าง บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด (TTC Motor) ในการเปิดตัว “Mercedes-Benz Classic Partner” แห่งแรกในทวีปเอเชีย ภายในปี 2569 นี้ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ศูนย์กลางและแพลตฟอร์มที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์คลาสสิกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาช่วยตรวจสอบรถยนต์คลาสสิกทุกรุ่น และออกใบรับรองอย่างเป็นทางการให้กับรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐานรถยนต์คลาสสิกระดับโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตอกย้ำถึงคุณค่าที่เหนือกาลเวลาของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สะท้อนผ่านรถยนต์ทุกคันที่เราสร้างขึ้น และในวันนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ไม่ได้เพียงย้อนถึงประวัติศาสตร์ของแบรนด์เท่านั้น แต่เรายังขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ให้เข้าสู่โลกยานยนต์แห่งอนาคต ด้วยการเปิดตัว The all-new electric CLA พร้อมประกาศราคาจำหน่ายเป็นครั้งแรกในประเทศไทย หลังการเปิดตัวแบบ World Premiere ในระดับโลก และการเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยในปี 2568 ที่ผ่านมา”
The all-new electric CLA รถยนต์แห่งปีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย
ภายในงาน Motor Show 2026 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เปิดตัว The all-new electric CLA หนึ่งในรถยนต์ที่ล้ำสมัยที่สุดของแบรนด์สู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศอย่าง “Mercedes-Benz CLA 250+ electric” ชูความโดดเด่นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีระยะทางวิ่งที่ไกลที่สุดในเซกเมนต์ Compact Car โดยติดตั้งแบตเตอรี่ 800V ขนาด 85 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP และมีประสิทธิภาพการชาร์จพลังงานที่รองรับ DC Charge สูงสุด 320 kW โดยการชาร์จเพียง 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลัง สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ถึง 325 กิโลเมตร รวมถึงการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดอย่าง Mercedes-Benz Operating System (MB.OS) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผสานการทำงานของเทคโนโลยี AI ผ่านระบบ MBUX Virtual Assistance ที่สามารถรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันระดับโลกมากมาย อาทิ ChatGPT, Gemini, Google Maps, Microsoft Bings, Microsoft Teams, Webex, Zoom ฯลฯ โดยติดตั้งสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบ 5G LTE ที่สามารถใช้งานด้วยความเร็วสูงสุดแบบไม่จำกัดเป็นระยะเวลาถึง 3 ปีทำให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและความบันเทิงได้อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับการเปิดตัว The all-new electric CLA ในครั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้ต่อยอดสู่การสร้าง CLA Community แพลตฟอร์มด้านไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ที่ครอบคลุมทั้งกิจกรรมด้านกีฬา ผ่านการจัดกิจกรรมแบบ City Run “The Urban Performance by The all-new electic CLA” และการแข่งขันกอล์ฟในรูปแบบทัวร์นาเมนต์อย่าง “MercedesTrophy” ที่มีการจัดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมถึงกิจกรรมอีกมากมายทั้งในด้านดนตรี สะท้อนผ่านโชว์ Highlight Performance ของศิลปิน “Rejizz” ที่มาเปิดตัวเพลงใหม่ครั้งแรกในงาน Motor Show 2026 และการจับมือกับแบรนด์ BWB (BitchWithBrain) ที่มีผู้ร่วมก่อตั้งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “GoyNattyDream” ซึ่งประกอบไปด้วย ก้อย อรัชพร, นัตตี้ นันทนัท, และดรีม อภิชญา โดยนำเสนอ 2 ลิปสติกคอลเลคชันพิเศษในรุ่น BWB Friendly Matte Lip Cream สี FIRECRACKER RED และ BWB Plumping Lip Glass สี SPOTLIGHT TAKER
โดยในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังได้มีแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในการติดตั้งสถานีชาร์จในพื้นที่ไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี รวมถึงการอัปเกรดสถานีชาร์จในโรงแรมที่เป็นพาร์ทเนอร์กว่า 12 แห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจและความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของเมอร์เซเดส-เบนซ์
ร่วมเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ไปกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ “140 Years of Innovation Offer” ซึ่งครอบคลุมทั้งรุ่น C 350 e AMG Dynamic (Night Package) E 350 e AMG Dynamic และ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic กับส่วนลดสูงสุดถึง 590,000 บาท หรือเลือกรับแพ็กเกจฉลองครบรอบ 140 ปี* ซึ่งประกอบไปด้วย
- ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 1 ปี
- โปรแกรมขยายเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Extra Guarantee) นาน 4 ปี
- ดอกเบี้ย 0% นาน 72 เดือน
รายละเอียดเพิ่มเติม: https://go.mercedes-benz.com/BIMS-META
สิทธิพิเศษเพิ่มเติมจากพาร์ทเนอร์ในงาน Motor Show 2026
เดอะมอลล์ กรุ๊ป มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับ พร้อมประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาสให้กับลูกค้าคนสำคัญ โดยลูกค้าที่จองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นที่กำหนด ในงาน Motor Show 2026
จะได้รับโอกาสในการเทียบเชิญให้เป็นสมาชิก Platinum M Card และ Platinum VIP The Mall Lifestore เพื่อเปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งและการใช้ชีวิตเหนือระดับในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป รวมถึงบริการ Exclusive Parking Space ณ The Mall Lifestore Bangkapi และ Exclusive Driving Experience Trip อีกมากมาย*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด เฉพาะรุ่นรถที่ร่วมรายการ
ลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
LEPAS เปิดตัวในไทยครั้งแรก ชูเอสยูวีไฟฟ้าพรีเมียม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายเทค
Chery Group ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก เดินหน้ารุกตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “LEPAS” (เลพาส) พร้อมเผยโฉมต่อสาธารณชนครั้งแรกในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ในระดับสากล และรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุคพลังงานทางเลือก โดยวางตำแหน่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์สำคัญสำหรับการขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย
Mr.Charles Wang, LEPAS Country Director กล่าวว่า “การเปิดตัว LEPAS ในประเทศไทยสะท้อนถึงกลยุทธ์ของ Chery Group ในการขยายแบรนด์สู่ตลาดโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เรามองเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่งของไทย ทั้งในด้านการเติบโตของผู้บริโภคและบทบาทการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับภูมิภาค ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสำเร็จร่วมกับพาร์ทเนอร์ในระยะยาว”
Chery Automobile ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 และเติบโตจนเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีนที่มีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมทั่วโลก โดยมีการพัฒนาแบรนด์ในเครือเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่มอย่างแม่นยำ อาทิ Chery, OMODA, JAECOO และล่าสุดกับ LEPAS ที่ถูกพัฒนาขึ้นในฐานะแบรนด์ระดับโกลบอล
LEPAS ได้นำเสนอคุณค่าของแบรนด์โดยวางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นรถยนต์พรีเมียมไลฟ์สไตล์เอสยูวี ที่ผสานดีไซน์ที่สวยงาม แตกต่าง พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม สะท้อนความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดของการเลือกสรร บ่งบอกตัวตนอย่างมีสไตล์ และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่คุณเป็นผู้กำหนดเอง
แนวคิดของแบรนด์ LEPAS ได้มาจากแรงบันดาลใจของ Leopard (เสือดาว) ที่สะท้อนถึงความสง่างามในทุกท่วงท่าของการเคลื่อนไหว คล่องตัว และทรงพลัง ร่วมกับแพชชัน ในการมุ่งมั่นสร้างยนตรกรรมพรีเมียมที่สมบูรณ์ให้สมกับสโลแกน “Drive Your Elegance” เพื่อขับเคลื่อนคุณอย่างสง่างาม
ภายในงานนี้ LEPAS ได้เปิดตัวรถรุ่นแรกในประเทศไทย ได้แก่ “LEPAS L6” รถยนต์พรีเมียมเอสยูวีไฟฟ้า100% ชูจุดเด่นด้านรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน และ การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเริ่มต้นจากดีไซน์ภายนอกที่มีความสง่างามตั้งแต่ด้านหน้าตรง สอดรับกับไฟหน้าแอลอีดี ที่ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเรียวสวย แต่ให้ความสว่างที่ชัดเจนในทุกเส้นทาง เส้นโค้งตามตัวรถ ให้ความลื่นไหลตามหลักอากาศพลศาสตร์และเป็นหนึ่งเดียวกันตลอดคัน ไฟท้ายที่มีรายละเอียด สร้างสรรค์เพื่อให้คุณดูโดดเด่นกว่าใครบนท้องถนน
ภายในออกแบบตามแนวคิด น้อยแต่มาก เรียบหรู แต่ยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายและครบถ้วนเบาะนั่งขนาดใหญ่ให้ความนุ่มสบาย แต่โอบกระชับตัวได้อย่างดีเยี่ยม ลวดลายที่ประณีตในทุกรายละเอียด เพื่อให้ความรู้สึกที่พรีเมียมในทุกสัมผัส ห้องโดยสารที่โอ่อ่ากว้างขวาง มาพร้อมหลังคาพาโนรามิคขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่งสบายเพื่อให้คุณสัมผัสสุนทรียภาพตลอดในทุกการเดินทางไม่ว่าจะขับขี่ หรือโดยสาร
ในด้านพลังงานขับเคลื่อน LEPAS L6 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 178 กิโลวัตต์ ให้แรงบิดสูงสุด 275 นิวตันเมตร
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ LEPAS L6 มีความเหนือระดับไปอีกขั้น คือเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่ครบและทำงานได้อย่างล้ำสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี VPD หรือ Valet Parking Driver จะช่วยให้คุณสามารถจอดรถไว้ที่ทางเข้า จากนั้นรถจะขับเคลื่อนไปยังช่องจอดและทำการจอดให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งมีเฉพาะใน แบรนด์ LEPAS และเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนารถยนต์ของแบรนด์ในยุคใหม่
คุณจิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายงานขาย และพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย กล่าวว่า “LEPAS ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือแบรนด์ที่สะท้อนวิถีการเดินทางแห่งอนาคต เราให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ใช้งานที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์และการบริการ โดยบริษัทฯ มีแผนเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายให้ครบ 50 แห่ง ภายในปี 2569 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน” คุณจิตติศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
การเปิดตัว LEPAS ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569 โดยเฉพาะในกลุ่มรถเอสยูวีไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมรถยนต์ LEPAS พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเฉพาะในงานได้ที่ บูธ LEPAS ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

















































































































































































































































