• โรยัล เอ็นฟีลด์ จุดความเร้าใจส่งท้ายปี เติมพลังแห่งการขับขี่ ‘Pure Motorcycling’ กับข้อเสนอทุบประวัติศาสตร์ ในงาน Motor Expo 2025!!

    1 Min Read

    โรยัล เอ็นฟีลด์ จุดความเร้าใจส่งท้ายปี  เติมพลังแห่งการขับขี่ ‘Pure Motorcycling’ กับข้อเสนอทุบประวัติศาสตร์ ในงาน Motor Expo 2025!!

    Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc–750cc) และเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงการผลิตอย่างต่อเนื่อง เตรียมสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักขี่ชาวไทยอีกครั้งในงาน Motor Expo 2025 ด้วยไลน์อัพรถครบทุกตระกูล และแคมเปญสุดพิเศษส่งท้ายปี ที่จะพาผู้ขับขี่สัมผัสอารมณ์ของการเดินทาง สะท้อนเอกลักษณ์ ‘Pure Motorcycling’ อย่างแท้จริง

    ค้นพบสไตล์แห่ง ‘Pure Motorcycling’ ที่ตอบทุกอารมณ์การขับขี่

    ตั้งแต่ความคลาสสิกเหนือกาลเวลาของ Classic 350, ความแกร่งของ Himalayan 450, ไปจนถึงความเร้าใจของ Bear 650 — ทุกคันถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งต่ออารมณ์แห่งการขับขี่อย่างแท้จริง สะท้อนความลงตัวระหว่างสไตล์ สมรรถนะ และอิสรภาพที่เป็นหัวใจของ Pure Motorcycling

    ในปีนี้ โรยัล เอ็นฟีลด์ยังเปิดตัวสีใหม่ของ Hunter 350 ได้แก่ Rio White และ Tokyo Black มาพร้อมอัปเกรดพรีเมียมทั้ง ไฟหน้า LED และ สลิปเปอร์คลัตช์ เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลและควบคุมง่ายยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งไฮไลต์คือ Classic 650 สี Teal สุดหรู ที่ถ่ายทอดความประณีตเหนือกาลเวลาในโทนสีร่วมสมัย

    โรยัล เอ็นฟีลด์ พร้อมส่งมอบความพิเศษในสไตล์ ‘Pure Motorcycling’ ที่มาพร้อมกับรุ่น Hunter 350 เปิดตัวด้วยราคาสุดเร้าใจ เริ่มต้นเพียง 123,900 บาท สำหรับสี Rio White และ 127,900 บาท สำหรับสี Tokyo Black ที่มาพร้อมอัปเกรดพรีเมียมครบครัน

    ในส่วนของ Classic 650 สี Teal ใหม่ ถ่ายทอดความหรูหราทรงพลังแห่งตำนานคลาสสิก วางจำหน่ายในราคาเพียง 253,900 บาท

    สิทธิพิเศษเฉพาะในงาน Motor Expo 2025

    นอกจากนี้ โรยัล เอ็นฟีลด์ มอบข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มครอบคลุมทุกรุ่น ทุกซีซี ตลอดช่วงงาน Motor Expo 2025 ได้แก่

    ตระกูล 350 ซีซี – สไตล์คลาสสิก ขับขี่ง่ายได้ทุกวัน

    พบกับรุ่นยอดนิยมอย่าง Classic 350, Hunter 350, Bullet 350 และ Meteor 350 ที่ออกแบบเพื่อมอบความสนุกในการขับขี่ในทุกๆ วัน

    • พบกับข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษ
    • ของพรีเมียมเฉพาะงาน และสิทธิ์พิเศษเมื่อจองภายในงาน
    • มอบข้อเสนอพิเศษในงานตั้งแต่ 4,000 – 20,000 บาท

    ตระกูล 450 ซีซี – สำหรับสายลุยผู้รักการผจญภัย

    เต็มอิ่มกับความเร้าใจจาก Himalayan 450 และ Guerrilla 450 รถสายแอดเวนเจอร์และโรดสเตอร์ที่พร้อมพาคุณไปได้ทุกเส้นทาง

    • พบกับแพ็กเกจของแต่งสุดพิเศษ และสิทธิประโยชน์ด้านบริการเพิ่มเติม
    • มอบข้อเสนอพิเศษในงานตั้งแต่ 6,000 – 10,000 บาท

    ตระกูล 650 ซีซี – สุดยอดแห่งงานฝีมือระดับพรีเมียม

    พบกับรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์และสมรรถนะขั้นสุด ทั้ง Interceptor 650, Continental GT 650, Super Meteor 650, Shotgun 650 และ Bear 650 รุ่นใหม่ล่าสุด

    • พบกับสิทธิ์พิเศษเฉพาะในงาน พร้อมบริการปรับแต่งรถโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Royal Enfield
    • มอบข้อเสนอพิเศษในงานตั้งแต่ 9,000 – 25,000 บาท

     

    สัมผัสอารมณ์แห่งการขับขี่ที่แท้จริงที่บูธ Royal Enfield

    ในงาน Motor Expo 2025 บูธของโรยัล เอ็นฟีลด์ จะจัดแสดงรถจักรยานยนต์ครบทุกไลน์อัพ รวมถึงรุ่นตกแต่งพิเศษ (Custom Build) ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ ‘Pure Motorcycling’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ภายในงาน ผู้เข้าชมสามารถเลือกปรึกษาได้ดังนี้

    • ทดลองขับ (Test Ride)
    • พูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับแต่งรถในสไตล์ของตนเอง

     

     

    • ถ่ายภาพและแชร์โมเมนต์ความมีสไตล์ในแบบโรยัล เอ็นฟีลด์

     

    นาย Manoj Gajarlawa หัวหน้าธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวว่าMotor Expo 2025 ไม่ใช่แค่งานแสดงรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่คือช่วงเวลาที่เราได้เชื่อมต่อกับผู้ขับขี่ที่มีหัวใจเดียวกันกับเรา ปีนี้เรามาพร้อมข้อเสนอและประสบการณ์สุดพิเศษที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ ทั้งความเรียบง่าย ความจริงใจ ที่สะท้อนอารมณ์แห่งการขับขี่อย่างแท้จริง ตรงกับปรัชญา ‘Pure Motorcycling’ ซึ่งเหมาะกับทั้งผู้ขับขี่มือใหม่และผู้มีประสบการณ์ เราเชื่อว่าปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่สามารถพาผู้ขับขี่หน้าใหม่เข้าสู่ครอบครัวโรยัล เอ็นฟีลด์ได้มากยิ่งขึ้น”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป e:HEV เปิดตัวรถใหม่หลายเซกเมนต์ นำโดยกลุ่ม SUV ทั้ง CR-V e:HEV ใหม่ และ HuNT Series

    3 Min Read

    ฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป e:HEV เปิดตัวรถใหม่หลายเซกเมนต์ นำโดยกลุ่ม SUV ทั้ง CR-V e:HEV ใหม่ และ HuNT Series อัปลุค City e:HEV ในดีไซน์พิเศษ THE BLACK OUTSHINE และเซอร์ไพรส์! การกลับมาของ STEP WGN e:HEV เปิดจองสิทธิ์และจัดแสดงในงาน พร้อมโปรสุดคุ้มส่งท้ายปี ทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดเต็มส่งท้ายปี เปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น พร้อมยกขบวนรถยนต์ฮอนด้าครบทุกเซกเมนต์และขุมพลัง ให้ลูกค้าได้สัมผัสในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) เปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงให้เป็นพื้นที่แห่งการสัมผัสประสบการณ์ที่มีคุณค่า ถ่ายทอดผ่านโซนจัดแสดงต่าง ๆ ที่หลากหลาย ทั้ง Trail Zone สำหรับไลฟ์สไตล์สายลุย Sport Lifestyle Zone อัปลุคสปอร์ตเท่ผ่านดีไซน์ และ Urban Modern Zone สะท้อนลุคพรีเมียม ให้ผู้เข้าชมได้เลือกสัมผัสรถที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากยิ่งขึ้น โดยไฮไลต์ของบูทฮอนด้าภายในงาน ได้แก่

    • ไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น นำโดยไฮไลต์การเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย พร้อมทั้งเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานใหม่และอัปเกรดฟีเจอร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมในหลากรุ่น เพิ่มความคุ้มค่า ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของไฮบริด SUV ขนาดใหญ่ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท
    • เปิดตัวไลน์อัป HuNT Series ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคันที่นำเสนอในรถ SUV ยอดนิยมของฮอนด้า 2 รุ่น ได้แก่ Honda HR-V e:HEV และ Honda CR-V e:HEV ในโฉมอัปลุคพิเศษรุ่น ‘e:HEV HuNT’สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ผ่านสไตล์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์สายลุยที่พร้อมออกค้นหาประสบการณ์ในแบบของตัวเองในทุกการเดินทาง
    • เพิ่มทางเลือกให้ไลน์อัป City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยม ด้วย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE รุ่นแต่งพิเศษที่อัปลุคสปอร์ต สะท้อนความเท่และความแอกทีฟอีกขั้น
    • เซอร์ไพรส์พิเศษ! กับการกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่หลายคนรอคอย รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมเผยสเปกและราคาประมาณการ รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท จัดแสดงให้สัมผัสคันจริงเฉพาะในงาน Motor Expo 2025 และเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    โดยทุกรุ่นมาพร้อมขบวนความคุ้มค่าแบบพลัสพลัส จัดใหญ่ส่งท้ายปี กับแคมเปญพิเศษ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX จัดเต็มข้อเสนอที่หลากหลาย** สำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี หรือ Double Smile Plus ผ่อนเบา ดาวน์สบาย รวมถึงรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ** มูลค่า 50,000 – 85,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่วันที่
    1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

    นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการเป็นเจ้าของ ที่ไม่ใช่เพียงการขับขี่ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบายในทุกผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่า และประสบการณ์อันน่าดึงดูดใจตลอดการเป็นเจ้าของ นำโดยไลน์อัป e:HEV ที่ครบครันยิ่งขึ้นด้วยการเปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น ก้าวสำคัญนี้คือการปลุกพลังความมีชีวิตชีวาและปลดล็อกอีกขั้นของความตื่นเต้น เพื่อเปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้เป็นประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายสำหรับลูกค้าทุกคน”

     

    ไฮไลต์ไลน์อัปขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV– The EXCITING Hybrid

    New Honda CR-V e:HEV

    Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อมการปรับไลน์อัปเป็นฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับ SUV ไฮบริดสำหรับครอบครัวที่ครบและคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท พร้อมเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ e:HEV HuNT กับดีไซน์อัปลุคสะท้อนไวบ์ที่แตกต่าง และ e:HEV RS ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้าอย่างลงตัว มีให้เลือกรวมทั้งหมด 5 รุ่นย่อย โดยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้แก่

    • ใหม่! รุ่น e:HEV E ราคา 1,399,000 บาท
    • รุ่น e:HEV ES ราคา 1,549,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น e:HEV HuNT ราคา 1,599,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น e:HEV RS ราคา 1,659,000 บาท
    • รุ่น e:HEV RS 4WD ราคา 1,729,000 บาท

    จัดเต็มความคุ้มค่าด้วยฟีเจอร์ใหม่! พร้อมทั้งอัปเกรดฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มเติมในหลากหลายรุ่น* อาทิ

    • ใหม่! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่! แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว ในทุกรุ่นย่อย
    • สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่ ใหม่! โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด
    • ใหม่! เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES
    • เพิ่ม! ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES
    • เพิ่ม! ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
    • เพิ่ม! เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
    • เพิ่ม! ขนาดมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT เป็นขนาด 2 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

    ดีไซน์ปรับลุคทั้งภายนอกและภายใน สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนเฉพาะรุ่นอย่างมีสไตล์ พร้อมทางเลือกสีใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV RS 4WD)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV ใหม่ เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (รับรถภายใน 31 มกราคม 2569 สำหรับรุ่น e:HEV HuNT) มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ย 99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี**
    • ดอกเบี้ย 99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท**

    HuNT Series

    ครั้งแรกกับการอัปดีไซน์รถเอสยูวีรุ่นยอดนิยมของฮอนด้า ทั้ง Honda CR-V e:HEV และ Honda HR-V e:HEV
    สู่ลุคพิเศษในรุ่น e:HEV HuNT ที่สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ให้รังสรรค์เรื่องราวในสไตล์ของตัวเอง
    สู่ประสบการณ์สุดยูนีค โดดเด่นด้วยดีไซน์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ในทุกการเดินทาง

    Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT                 ราคา 1,599,000 บาท

    มาพร้อมไฮไลต์ใหม่! ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคัน ได้แก่

    • ชุดเสริมหลังคาคู่
    • คิ้วตกแต่งกระจังหน้าสี Glossy Copper
    • กรอบไฟตัดหมอกสี Glossy Copper
    • แผงใต้กันชนหน้า
    • บันไดข้าง
    • คิ้วตกแต่งซุ้มล้อหน้า-หลัง
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) ราคา 1,599,000 บาท
      • สีดำคริสตัล (มุก)           ราคา 1,609,000 บาท

    จัดเต็มฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ

    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI)
    • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM)
    • แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว
    • สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด
    • เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
    • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
    • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง
    • ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key
    • เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด
    • ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
    • หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 –
    31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ย 99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี**
    • ดอกเบี้ย 99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 203,000 บาท**

    Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT  ราคาเริ่มต้น 1,087,000 บาท

    มาพร้อมไฮไลต์

    • กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ พร้อมใหม่! ตกแต่งด้วยคิ้วกระจังหน้าด้านบนสี STARRY SILVER
    • ใหม่! กันชนหน้าสีดำตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER
    • ใหม่! กันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสี SHARK GREY
    • ใหม่! ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER
    • ใหม่! กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวส่วนบนตกแต่งด้วยสี STARRY SILVER
    • ใหม่! ภายในห้องโดยสารสีดำและตกแต่งสีกากี มาพร้อมเบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีดำคริสตัล (มุก) ราคา 1,087,000 บาท
      • สีขาวแพลทินัม (มุก) ราคา 1,091,000 บาท

    ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ

    • ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
    • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงไฟเบรก
    • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
    • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
    • ช่องปรับอากาศ และช่องเชื่อมต่อ USB Type-C สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
    • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 –
    11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 152,000 บาท**
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี**

    Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE

    ซิตี้คาร์ไฮบริดซีดานที่อัปลุคความสปอร์ตและคาแรกเตอร์ให้โดดเด่นอีกขั้น เพิ่มทางเลือกตอบโจทย์สายมีสไตล์ ผสานเสน่ห์ความลุ่มลึก น่าค้นหา ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่เปี่ยมพลัง สะท้อนตัวตนอันชัดเจนของผู้ขับขี่ สู่นิยามใหม่ที่แตกต่างเหนือใคร โดย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE ราคาเริ่มต้น 735,000 บาท มาพร้อมไฮไลต์

    • ใหม่! กระจังหน้าด้านบนสีดำเงา
    • ใหม่! กระจังหน้าทรงรังผึ้งสไตล์สปอร์ต
    • ใหม่! กระจกมองข้างสีดำ
    • ใหม่! มือจับประตูสีดำ
    • ใหม่! โลโก้ H-mark สีดำ (หน้าและหลัง)
    • ใหม่! โลโก้ City สีดำ
    • ใหม่! ล้ออัลลอยสีดำแบบสปอร์ต ขนาด 16 นิ้ว
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีดำคริสตัล (มุก)           ราคา 735,000 บาท
      • สีขาวแพลทินัม (มุก)           ราคา 739,000 บาท

    ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย มั่นใจทุกการเดินทาง ด้วยหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ อาทิ

    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย
    • ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง
    • ช่องปรับอากาศตอนหลัง
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทั้ง 6 ฟังก์ชัน พร้อมไฮไลต์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
    • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold
    • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท**
    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับฟรีประกันภัย 2 ปี พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

     

    New Honda STEP WGN e:HEV

    การกลับมาอย่างเป็นทางการของ Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำ Japanese Quality’ มาตรฐานการผลิตคุณภาพสูง พร้อมความมั่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยความพร้อมของอะไหล่และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ จากเครือข่ายโชว์รูมฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 222 แห่งทั่วประเทศ

    เผยสเปกและราคาประมาณการ**** รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อเป็นเจ้าของ และจัดแสดงให้สัมผัสคันจริงภายในงาน Motor Expo 2025 ที่เดียวเท่านั้น

    จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร! รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท** และฟรีกล้องติดรถยนต์
    หน้า
    -หลัง อุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า มูลค่า 5,940 บาท** (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อจองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมจองตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.39%** สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV SPADA โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังทรงกล่องภายใต้แนวคิด Life Expander BOX พร้อมห้องโดยสารโปร่งโล่ง กว้างขวาง มอบความสะดวกสบายทุกที่นั่ง พร้อมเบาะที่ปรับพับได้หลากหลาย เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว ยกระดับคุณค่าในฐานะพาร์ตเนอร์ที่สร้างโมเมนต์น่าจดจำในทุกการเดินทาง ให้ทุกเจเนอเรชัน STEP ใกล้กันยิ่งขึ้น… ‘WHAT BRINGS US TOGETHER’

    ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ผสานเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่
    ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง
    มอบความสมูทในทุกการขับขี่ มั่นใจทุกการออกตัวโดยไม่ต้องรอรอบ
    ด้วยแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,000 รอบต่อนาที ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 18.5 กม./ลิตร*** ครบครันด้วยฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบายและการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ

    • เบาะโดยสารหนังสังเคราะห์แบบ Prime Smooth และเบาะผ้าเทคโนโลยี FABTECH อเนกประสงค์
      ปรับได้หลากหลายรูปแบบ

      • เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman
      • เบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ
    • ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา
    • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri- Zone พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
    • ระบบเกียร์ไฟฟ้า
    • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM พร้อมรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
    • มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด2 นิ้ว
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ได้แก่
    • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
    • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

    สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่! สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ

    นอกจากนี้ ฮอนด้ายังจัดเต็มยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ หลากหลายรุ่น เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสัมผัสได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ทั้งไลน์อัปเทอร์โบ และไลน์อัปพลังงานไฟฟ้า 100%

    ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า A08 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันทั้งภายในงานฯ และ
    โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
    โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777


    No Comment
  • GWM เปิดตัว WEY G9 ลักชัวรี่ MPV ราคา 2.349 ล้านบาท จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี Hi4 สุดล้ำ ความสบายเหนือระดับ และความปลอดภัยขั้นสูง พร้อม WEY Exclusive Privileges เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญ

    2 Min Read

    GWM เปิดตัว WEY G9 ลักชัวรี่ MPV ราคา 2.349 ล้านบาท จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี Hi4 สุดล้ำ ความสบายเหนือระดับ และความปลอดภัยขั้นสูง พร้อม WEY Exclusive Privileges เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญ

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถลักชัวรี่ MPV ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว WEY G9 รถ MPV ลักชัวรี่รุ่นแรกจากแบรนด์ GWM WEY ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยแนวคิด The Crafted Masterpiece เสมือนประติมากรรมชิ้นเอก ที่มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ ผ่านงานออกแบบที่ประณีต หรูหรา พร้อมเทคโนโลยี Hi4 อันล้ำสมัย ความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยระดับแฟลกชิป โดย WEY G9 รุ่น Hi4 Ultra เปิดตัวด้วยราคาเพียง 2,349,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสยนตรกรรมรุ่นใหม่ พร้อมทัพรถพลังงานใหม่ทุกรุ่นของ GWM ได้อย่างใกล้ชิด ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ถึง 10 ธันวาคม 2568

    WEY G9 คือ ลักชัวรี่ MPV ยุคใหม่ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ และข้าราชการระดับสูง รวมถึงการใช้งานของครอบครัวระดับไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเจรจาธุรกิจ หรือแม้แต่การท่องเที่ยวพักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ต้องการทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ โดย WEY G9 มาพร้อมสีภายนอกที่บ่งบอกถึงความเรียบหรูเหนือระดับถึง 4 สี ได้แก่ สีขาว Aurora White, สีทอง Superior Gold, สีเทา Wisdom Grey และ สีดำ Nebula Black

    และเพื่อตอบโจทย์ความเป็น The Crafted Masterpiece อย่างเป็นรูปธรรม WEY G9 มาพร้อม WEY Exclusive Privileges มอบประสบการณ์สุดพิเศษและการบริการเหนือระดับให้กับลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความสะดวกสบาย อุ่นใจและไร้กังวลในทุกการเดินทาง และในทุกช่วงเวลาของการเป็นเจ้าของ ได้แก่

    • Personal Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวพิเศษเฉพาะลูกค้า WEY G9 เท่านั้น ที่จะช่วยดูแลในทุกที่ทุกเวลา และทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ การแนะนำตอบคำถามด้านการใช้งานรถ ประสานงานแก้ไขกรณีมีปัญหาทางเทคนิค แจ้งเตือนและนัดหมายนำรถเข้ารับบริการ แจ้งเตือนและประสานงานต่ออายุทะเบียนรถยนต์หรือประกันอุบัติเหตุรถยนต์ประจำปี เป็นต้น
    • รถทดแทนการใช้งานรุ่น WEY G9 พร้อมบริการรับ-ส่ง ในกรณีที่รถ WEY G9 มีปัญหาทางด้านเทคนิคในระยะเวลารับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 2 วันทำการ GWM ขอมอบรถทดแทนการใช้งานเป็นรุ่น WEY G9 พร้อมบริการส่งและรับรถถึงมือท่าน เพื่อให้ลูกค้า WEY G9 ได้รับความสะดวกสบายอย่างต่อเนื่อง
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กคลูซีฟ ไม่ว่ารถ WEY G9 จะไปเกิดปัญหาทางด้านเทคนิคอยู่ที่ใด ลูกค้า
      WEY G9 สามารถเลือกรับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) ดังต่อไปนี้

      • บริการรถลีมูซีนเพื่อรับ-ส่งลูกค้าคนพิเศษจากจุดเกิดเหตุเพื่อให้ท่านถึงที่หมายได้อย่างสะดวกและปลอดภัย (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล)
      • บริการช่วยเหลือค่าเดินทางต่อจากจุดเกิดเหตุสู่จุดหมายปลายทาง
      • บริการจัดหาตั๋วเครื่องบินจากสนามบินใกล้จุดเกิดเหตุสู่จุดหมายปลายทาง
      • บริการจัดหาที่พักเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระหว่างรอการแก้ไขปัญหาทางด้านเทคนิค
      • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กคลูซีฟไม่ครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุทุกกรณี และจำกัดมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อเหตุการณ์ โดยจะคำนวณจากมูลค่าที่เกิดขึ้นตามจริง ทั้งนี้การบริการดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ และมีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันรับมอบรถ
    • บริการ Pick-up & Delivery GWM ขอมอบบริการรับ-ส่งรถเพื่อเข้ารับการตรวจเช็กระยะปีละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี ให้กับลูกค้า WEY G9
    • การบำรุงรักษา GPSI แบบไร้กังวล มอบความอุ่นใจในทุกการเช็กระยะ ด้วยบริการฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่จำนวน 10 ครั้ง ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    นอกจากนี้ WEY G9 ยังมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น  ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม  ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่บำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ปลั๊กอินไฮบริด 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดย GWM จะเริ่มส่งมอบ WEY G9 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

    ** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

    สำหรับ WEY G9 โดยโดดเด่นใน 3 มิติสำคัญ หรือ 3C ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริหารยุคใหม่อย่างแท้จริง ได้แก่

    • Confidence มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยสมรรถนะระดับแฟลกชิป: WEY G9 มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 5 ลิตร เทอร์โบ ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัจฉริยะ DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 442 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 642 นิวตันเมตร รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุดถึง 170 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) พร้อมถังน้ำมัน 58 ลิตร มอบระยะทางขับขี่รวมกว่า 1,000 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องเดินทางต่อเนื่องทั้งภายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จ หัวใจหลักของสมรรถนะอยู่ที่เทคโนโลยี Hi4 – Hybrid Intelligent 4-Wheel Drive ระบบไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะที่ผสาน “สามแหล่งพลังงาน + เก้าโหมดการทำงาน” สามารถปรับเปลี่ยนระบบการทำงานเพื่อรองรับทุกสภาพถนน ตั้งแต่พื้นผิวลื่นจนถึงการเข้าโค้งด้วยความเร็ว มาพร้อมระบบ ITVC ที่สามารถปรับแรงบิดแบบเรียลไทม์ภายใน 0.01 วินาที เพิ่มเสถียรภาพ ลดอาการลื่นไถล และมอบความมั่นใจสูงสุดในทุกสถานการณ์ โดยเทคโนโลยี Hi4 ได้รับรางวัลสูงสุดจาก China SAE ปี 2025 ตอกย้ำความเหนือชั้นด้านวิศวกรรมยานยนต์
    • Comfort ความสบายเหนือระดับที่สัมผัสได้จริง: ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้โปร่งโล่ง เดินผ่านสะดวกด้วยช่องกลางที่กว้างถึง 170 มิลลิเมตร นอกจากนี้ เบาะยังหุ้มด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูงที่ให้สัมผัสนุ่ม หรูหรา ระบายอากาศได้ดี เบาะแถวสองแบบ Zero Gravity Seat ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของสภาวะไร้น้ำหนักในเทคโนโลยีอวกาศของ NASA ปรับเข้ามุม Golden Angle เพื่อให้หัวใจและหัวเข่าอยู่ระดับเดียวกัน มอบความสบายเกินพิกัด รองรับการเดินทางยาว ๆ ของผู้บริหาร เพิ่มความผ่อนคลายด้วยระบบนวดไฟฟ้า 6 โหมด ระบบระบายอากาศ พร้อมตู้เย็นภายในรถขนาดใหญ่ 5 ลิตร เปิดได้ทั้งด้านหน้า (Front Armrest) และด้านหลังแบบลิ้นชัก รองรับทั้งโหมดทำความเย็น 0–15°C และโหมดอุ่น 35–50°C มอบความสะดวกสบายขั้นสุดให้กับทุกการเดินทาง
    • Convenience ความสะดวกที่ชาญฉลาดและปลอดภัย: WEY G9 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.3 สามารถแสดงสถานะรถในรูปแบบภาพสามมิติแบบเรียลไทม์ รองรับคำสั่งเสียงมากถึง 21 ภาษาและหลายสำเนียง ควบคุมทุกอย่างด้วยปลายนิ้ว เช่น สั่งเปิดฝาท้าย ปรับอุณหภูมิ หรือควบคุมระบบเบาะโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน รองรับ Petal Maps Navigation แบบ 3 มิติ การเชื่อมต่อกับแอปผ่าน GWM App Store และระบบความปลอดภัยไซเบอร์ระดับองค์กรแบบ End-to-End เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้ที่ต้องจัดการข้อมูลสำคัญ ทั้งยังมีระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 28 รายการ ถุงลมนิรภัย 6 จุด และโครงสร้างตัวถังที่ทำจากเหล็กกล้าสัดส่วนสูงถึง 01 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงระบบปกป้องแบตเตอรี่หลายชั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในทุกการเดินทาง

    สัมผัส WEY G9 – The Crafted Masterpiece ที่คุณจะต้องหลงใหลในความลักชัวรี่ ความล้ำสมัย และความสะดวกสบายได้แล้ววันนี้ และเตรียมพบกับการเปิดตัว NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม ที่จะมาเป็นเพื่อนคู่ใจในทุกไลฟ์สไตล์ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    #GWM #GWMThailand #GWMWEY #WEYG9 #MotorExpo2025


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ชวนคุณพบกับ Volvo XC60 โฉมใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของป่าสนในแถบสแกนดิเนเวีย ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    1 Min Read

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ชวนคุณพบกับ Volvo XC60 โฉมใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของป่าสนในแถบสแกนดิเนเวีย ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย นำโดย คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ (ในภาพ) ประกาศเปิดตัว Volvo XC60 โฉมใหม่ ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 – ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป สานต่อความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่ และการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนอย่างแท้จริง โดย Volvo XC60 โฉมใหม่นี้ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นผ่านดีไซน์ภายนอก และภายในที่ได้รับการปรับโฉมใหม่, ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น และเพื่อถ่ายทอดปรัชญาแห่งความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ผู้คน และธรรมชาติ นอกจากนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยยังได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงรถในปีนี้ให้เป็น ป่าสนจากแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในป่าแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่งานจัดแสดงรถได้ถูกนำเสนอด้วยพื้นที่สีเขียวที่ประดับด้วยต้นสน และพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด เพื่อสื่อถึงแนวคิดความยั่งยืน และถ่ายทอดปรัชญาแห่งการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน ผู้สนใจสามารถสัมผัส Volvo XC60 โฉมใหม่ และความงามของธรรมชาติในแบบสแกนดิเนเวียน ได้ที่บูธวอลโว่ คาร์ หมายเลข A18 ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3

    Volvo XC60 โฉมใหม่ ความงามแห่งการออกแบบ และความลงตัวในการใช้งาน

    Volvo XC60 โฉมใหม่ มาพร้อมกระจังหน้าแนวเฉียงซ้าย และขวา พาดบนตะแกรงตะข่ายพร้อมประดับตราสัญลักษณ์วอลโว่บริเวณกึ่งกลางทำให้ตัวรถแบบ 5 ที่นั่งคันนี้ ดูสะดุดตา, ทันสมัยและมีความพรีเมียมยิ่งกว่าเดิม บริเวณท้ายรถก็ได้รับการปรับโฉมให้กรอบไฟท้ายมีมิติยิ่งขึ้น ด้วยการปรับโทนสีรอบกรอบไฟให้มีความเข้มขึ้นจึงให้มุมมองไฟท้ายที่เป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้ดูลอยตัว เห็นได้เด่นชัดยิ่งกว่าที่เคย Volvo XC60 โฉมใหม่ ยังเปิดตัวพร้อมสีเขียว Forest Lake ซึ่งเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรก

     

    อัพเกรดการใช้งานด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น

    ตัวรถมาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ เจนเนอเรชั่นใหม่ จึงให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่าเคยผ่านหน้าจอทัชสกรีนที่ใหญ่ขึ้นขนาด 11.2 นิ้ว จากเดิมขนาด 9 นิ้ว ตั้งอยู่ตำแหน่งกลางคอนโซลหน้าของรถ พร้อมช่วยเสริมประสบการณ์ในการโดยสารด้วยฟีเจอร์ และการแสดงผลบนหน้าจอที่เน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานแอปต่าง ๆ และการอัปเดตแบบ over-the-air รวมถึงรองรับการใช้งานแอปจาก Google built-in ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้นกว่าเท่าตัว และให้การประมวลผลกราฟิกที่เร็วขึ้นถึง 10 เท่า ด้วยพลังการทำงานของชิป Snapdragon Cockpit รุ่นใหม่ล่าสุด

    ความสบายของห้องโดยสารที่มาพร้อมความสุนทรีย์ด้วยระบบเสียงที่ดีที่สุด

    สัมผัสความผ่อนคลายในห้องโดยสารที่เงียบขึ้น พร้อมเบาะที่นั่งที่ได้รับการยอมรับว่านั่งได้สบายตามแบบฉบับของวอลโว่ แล้วดื่มด่ำไปกับการฟังเพลงจากลำโพงที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นลวดลายตาข่าย จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Bowers & Wilkins จำนวน 15 ตัว ที่ให้คุณภาพเสียงระดับ HIFI และพลังขับรวมขนาด 1,410 วัตต์ นอกจากนี้ Volvo XC60 โฉมใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีฟอกอากาศที่ล้ำสมัยเพื่อดูแลคุณภาพอากาศในรถให้สะอาดอยู่เสมอ

     

    พลังขับเคลื่อน T8 AWD

    และด้วยคุณสมบัติเด่นของรถปลั๊กอินไฮบริด Volvo XC60 โฉมใหม่ นี้จึงรองรับการขับเคลื่อนทั้งการใช้น้ำมันและพลังไฟฟ้า เครื่องยนต์ T8 มาพร้อมพลังการขับเคลื่อนแบบมอเตอร์คู่ผ่านเครื่องยนต์สี่สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 317 แรงม้า และแรงบิดจากเครื่องยนต์  400 นิวตันเมตร/รอบต่อนาที และเมื่อทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 145 แรงม้า และแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 309 นิวตันเมตร จึงให้กำลังขับรวมสูงสุดถึง 462 แรงม้า และแรงบิด 709 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ภายใน 4.8 วินาที* ระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้ามาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 18.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง จึงให้ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 89 กิโลเมตร*

     

    Volvo XC60 Ultra T8 Plug-in Hybrid Bright โฉมใหม่ เปิดให้จอง และพร้อมส่งมอบแล้ววันนี้

    ที่ราคา 3,590,000 บาท

     

    คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ, วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเชีย กล่าวว่า Volvo XC60 เปิดตัวครั้งแรกในปีพ.ศ. 2560    และเป็นรถรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกหนึ่งรุ่นของวอลโว่ พิสูจน์ด้วยยอดขายที่มากกว่า 1.5 ล้านคันทั่วโลก และเนื่องจากความเอนกประสงค์ของรถที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับครอบครัวในหลากหลายโอกาส ดีไซน์เรียบหรูในแบบสแกนดิเนเวียนที่มีความร่วมสมัย ความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่ได้รับการปรับปรุง อีกทั้งซอฟต์แวร์ของตัวรถที่สามารถอัพเดทเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องผ่านระบบ over-the-air   Volvo XC60 โฉมใหม่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ และโดยสารที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการเปิดตัวรถรุ่นดังกล่าวในวันนี้ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ วอลโว่ คาร์ ในการนำเสนอพลังการขับขี่แบบไฟฟ้าที่ยังคงมีน้ำมันเป็นแผนสำรอง อันเป็นคุณสมบัติเด่นของรถปลั๊กอินไฮบริด เพื่อรองรับความต้องการ และความพร้อมในการใช้รถไฟฟ้าที่แตกต่างกันออกไปของลูกค้าของเรา”

     

    สัมผัสธรรมชาติด้วยแรงบันดาลใจจากสแกนดิเนเวีย ที่บูธ วอลโว่ คาร์

    ครั้งแรกในประเทศไทยกับการเนรมิตพื้นที่จัดแสดงรถวอลโว่ ขนาด 731 ตารางเมตร ให้เป็นป่าสนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของป่าในแถบสแกนดิเนเวียที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสมดุลระหว่างธรรมชาติและนวัตกรรม ที่สามารถอยู่รวมกันอยู่ได้อย่างลงตัว ด้วยฝีมือการออกแบบของนักแสดง และนักออกแบบภูมิทัศน์คนเก่ง – คุณดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ – ที่ได้ออกแบบบูธวอลโว่    ที่งานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้ ให้สะท้อนความสวยงาม สงบ ร่มรื่น ในแบบป่าแถบสแกนดิเนเวีย ผ่านต้นสนที่มีความสูงกว่า 7 เมตร โขดหินประดับมอสและเฟริน และดอกไม้ป่านานาพันธุ์ ที่จัดแต่งเพื่อสื่อถึงความเรียบง่าย อบอุ่น และเชื่อมต่อกับธรรมชาติ  อันเป็นปรัชญาในการออกแบบรถวอลโว่ แบรนด์สัญชาติสวีเดน ที่ความเรียบง่าย และความยั่งยืน สะท้อนถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

     

    คุณดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ, นักออกแบบภูมิทัศน์ ผู้ออกแบบบูธ วอลโว่ คาร์ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 กล่าวว่า “ชีวิตของผมส่วนใหญ่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพราะสำหรับผมแล้ว ธรรมชาติคือครูที่สอนให้เราเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของความสมดุล และในทุก ๆ การเดินทางนั้นมันไม่ใช่แค่เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่มันคือโอกาสให้เราได้กลับไปรับฟัง เชื่อมต่อกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ได้ค้นหาแรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ ๆ จากความสงบของธรรมชาติ  ผมยังจำการเดินทางไปสวีเดนเมื่อหลายปีก่อนได้ดี ตอนนั้นผมได้ไปเที่ยวป่าสนที่กว้างใหญ่มาก ๆ แห่งหนึ่ง ในความเงียบและสงบนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าสถานที่ที่เงียบที่สุดก็สามารถเล่าเรื่องราวอันทรงพลังได้ ซึ่งประสบการณ์จากในวันนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบป่าสนสแกนดิเนเวียในบูธวอลโว่ที่ทุกคนเห็นกัน ผมอยากพาธรรมชาติเข้ามาอยู่ในพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ เพื่อให้เราทุก ๆ คน ได้มีโอกาสนึกถึงความหมายของการใช้ชีวิต หรือ For Life”

     

     

    ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสถึงความปลอดภัย, เทคโนโลยีที่ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นสำคัญ, ดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน และแนวคิดด้านความยั่งยืน ที่ผสานอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนที่ บูธวอลโว่ หมายเลข A18

    มอบความลงตัวให้ทุกการเดินทาง บนความสมดุลของชีวิตกับรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ Volvo ES90

    นอกจากนี้ บูธวอลโว่ คาร์ ในปีนี้ ยังจัดแสดงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุด Volvo ES90 ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกในเอเชีย โดย Volvo ES90 สะท้อนพลังการขับขี่ด้วยสไตล์การออกแบบตัวรถที่ผสานความสง่างามของซีดาน ความเอนกประสงค์ของรถ fastback สมรรถนะการขับขี่และความสะดวกสบายในห้องโดยสารของรถ SUV เข้าไว้ด้วยกันเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในทุก ๆ วันให้ปลอดภัยและรื่นรมย์ในทุกเส้นทาง ตัวรถผลิตขึ้นบนแพลตฟอร์ม SPA2 พร้อมชิปประมวลผลคอร์คอมพิ้วติ้ง NVIDIA DRIVE AGX Orin แบบคู่ ที่เสริมประสิทธิภาพให้แก่ระบบช่วยเหลือในการขับขี่ และฟีเจอร์ความปลอดภัยในรถ Volvo ES90 ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 800 วัตต์ ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 755 กิโลเมตร*ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ดีไซนการออกแบบในแบบสแกนดิเนเวียน ความเรียบหรูของห้องโดยสาร และเทคโนโลยีภายในรถที่ออกแบบโดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ทำให้ Volvo ES90 คือรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความทันสมัย ความสวยงาม ความปลอดภัย และช่วยสร้างความยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม

     

    สิทธิประโยชน์**สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    ภายในงาน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้เตรียมสิทธิประโยชน์รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 700,000 บาท** สำหรับรถไฟฟ้าบางรุ่น และสิทธิประโยชน์รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 600,000 บาท**สำหรับรถปลั๊กอินไฮบริดบางรุ่น โดยในงานมีรถไฟฟ้าที่นำมาจัดแสดงได้แก่ รุ่น Volvo EX90, ES90, EC40, EX40 และ EX30 นอกจากนี้ยังมี รถปลั๊กอินไฮบริดสำหรับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าที่มาพร้อมแผนสำรองในรุ่น new Volvo XC90 และ XC60 ทั้งโฉมเดิม และโฉมใหม่  มาจัดแสดงผู้สนใจสามารถชมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ พร้อมสอบถามสิทธิประโยชน์**ในงานที่มีให้เลือกมากมาย อาทิ

     

    • ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นเวลาสูงสุด 3 ปี
    • ฟรี บริการหลังการขาย รวมถึง บริการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 ปี, บริการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
    • ฟรี เครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบติดผนัง พร้อมรับประกันอายุการใช้งาน 1 ปี และฟรีบริการตรวจสภาพระบบไฟฟ้าและติดตั้ง

     

     

    ร่วมสัมผัส นวัตกรรมจาก วอลโว่ คาร์ ที่ผสานความปลอดภัย ความยั่งยืน และดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน ได้ที่บูธ วอลโว่ คาร์ หมายเลข A18 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เปิดฉากอลังการ MOTOR EXPO 2025 รวมนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมโปรแรงส่งท้ายปี

    2 Min Read

    เปิดฉากอลังการ MOTOR EXPO 2025 รวมนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมโปรแรงส่งท้ายปี

    เริ่มแล้ว “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ชมรถยนต์รุ่นล่าสุด 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ รับโปรโมชั่นเร้าใจ ตั้งแต่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568

    ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” จัดแสดงรถยนต์ 42 แบรนด์ รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ โดยคาดว่า งานนี้จะสร้างยอดขาย กระตุ้นตลาด และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

    ไฮไลท์ของงาน ได้แก่ GAC GOVY AIRCAB รถบินได้ พลังไฟฟ้า 100 % หรือที่เรียกว่า eVTOL พัฒนาโดย eVTOL ของ GAC GROUP เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ติดตั้งใบพัด 6 แกน 12 ใบ บนหลังคา ประตูแบบปีกนก ระยะทางบิน 20-30 กม. ความเร็วสูงสุด (ขณะบิน) 120 กม./ชม. ชาร์จเร็วเต็มได้ใน 25 นาที แพลทฟอร์มขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ L4 มีเครือข่ายดิจิทอลไร้คนขับ 3 มิติ ช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของการปฏิบัติการแบบไดนามิคได้อย่างเต็มที่

    CHERY QQ3 EV เป็นรุ่นใหม่ที่ใหญ่ และทันสมัยกว่า QQ ICE CREAM มาก เปิดตัวครั้งแรกในงาน 2025 CHENGDU AUTO SHOW สร้างบนแพลทฟอร์ม T12 ของ CHERY มีความยาวกว่า 4,200 มม. และฐานล้อกว้างกว่า 2,700 มม. ภายในหรูหรา เทคโนโลยีสูง จอแสดงผลดิจิทอล และจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ใช้ชิพ QUALCOMM SNAPDRAGON 8155 มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง ให้กำลัง 90 กิโลวัตต์/121 แรงม้า

    HONDA STEP WGN e:HEV รุ่น SPADA ใหม่ เอมพีวี 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ มิติตัวรถ 4,830 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,845 มม. ฐานล้อ 2,890 มม. ขับเคลื่อนระบบฟูลล์ไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า มอเตอร์แรงบิด 315 นิวทันเมตร อัตราสิ้นเปลือง 19.5-20 กม./ลิตร

    HYUNDAI XRT CONCEPT รถยนต์แนวคิดที่เน้นการลุยทางวิบาก โดยใช้พื้นฐานจาก HYUNDAI SANTA FE มาออกแบบรูปทรงเหลี่ยมใหม่ บึกบึน เน้นการใช้งานจริงนอกถนน ยางแบบ ALL-TERRAIN ดอกยางใหญ่ ช่วงล่างยกสูง

    OMODA 4 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีรุ่นล่าสุดจาก CHERY ส่งออกในนาม OMODA รุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ เป็นเอสยูวีที่มีขนาดเล็กที่สุด ในตระกูล OMODA โดยวางตำแหน่งไว้ต่ำกว่า OMODA 5 เดิมทีเคยใช้ชื่อว่า OMODA 3 แต่ได้เปลี่ยนมาเป็น OMODA 4

    WULING STARLIGHT เอมพีวีไฟฟ้าประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง เผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระยะวิ่งไกลถึง 540 กม. ที่นั่งเรียงแถวแบบ CAPTAIN SEAT เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวขนาดกลาง ที่มีเด็ก และผู้สูงวัย รวมถึงตลาดรถลีมูซีน VIP TAXI และกลุ่ม RIDE HAILING ที่ต้องการรถหรูหราที่กว้างขวาง และสะดวกสบาย

    ZEEKR MIX จากบริษัทแม่ GEELY มิติตัวถังยาว 4,688 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,755 มม. ฐานล้อ 3,008 มม. ออกแบบไร้เสากลาง เมื่อเปิดประตู เบาะนั่งคู่หน้าหมุนได้ 270 องศา แบทเตอรีพัฒนาร่วมกับ CATL มีความจุกระแสไฟ 86 กิโลวัตต์ชั่วโมง เหมือนกับ 001 ขนาด 800 โวลท์ รับกระแสชาร์จได้ถึง 360 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางสูงสุด 702 กม. (CLTC)

    นอกจากนี้ มีรถยนต์เปิดตัวครั้งแรกในโลก ได้แก่ TOYOTA HILUX TRAVO

    เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ AVATR 07, BYD Ti7, DENZA B5, GEELY EX2, LEXUS LX 500D

    เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ BMW iX LCI, DFSK E5 PLUS, GWM WEY G9 Hi4, MAXUS eDELIVER 5, MG IM5, NEX CARGO VANTASTIC, NISSAN X-TRAIL e-POWER e-4ORCE และ VOLVO XC60

    _cuva

    สำหรับผู้ชมงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับฟรีรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ในรายการ ซื้อรถ…ชิง AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE / ซื้อบัตร…ชิง MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิง SUZUKI รุ่น GSX-8R / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิง WULING BINGUO รุ่น DC ICON

    ยิ่งกว่านั้น สามารถชมงานผ่าน MOTOR EXPO APPLICATION อัดแน่นข้อมูลของงาน ทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จาก Influencer ชื่อดัง พร้อมฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลาย อาทิ ข้อมูลเปรียบเทียบคันต่อคัน  โปรโมชั่น แคมเปญพิเศษ ช่วยในการเลือกซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ จำหน่ายบัตรชมงานทั่วไป และบัตรชมงานแบบวีไอพี MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ฯลฯ

    การเดินทางไปชมงานมีบริการ รถรับ-ส่ง ฟรี ! 2 เส้นทาง ดังนี้

    1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4
    2. รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหน้า Big C
    _cuva

    ส่วนผู้ต้องการมาเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025 แบบไม่ต้องวนหาที่จอดในอาคาร เรามีบริการ  SHUTTLE BUS รับ-ส่งระยะใกล้ จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3

    งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ธนบุรีนอยสเติร์น เดินหน้าชูนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะ เปิดตัว GEELY EX2 ซิตี้คาร์เพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมเผยโฉม GEELY STARRAY EM-i  ครั้งแรกในไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    2 Min Read

    ธนบุรีนอยสเติร์น เดินหน้าชูนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะ เปิดตัว GEELY EX2 ซิตี้คาร์เพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมเผยโฉม GEELY STARRAY EM-i  ครั้งแรกในไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ในเมือง ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมการจัดแสดง GEELY STARRAY EM-i รถยนต์อเนกประสงค์ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดสุดล้ำครั้งแรกในประเทศไทย รวมทั้ง GEELY EX5 รถอเนกประสงค์อัจฉริยะดีไซน์โดดเด่นที่ลูกค้าให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม และรถ GEELY ตกแต่งสไตล์พิเศษเพื่อสร้างสีสัน ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 พร้อมมอบข้อเสนอและสิทธิพิเศษสุดเร้าใจมากมายภายในงาน

     

    นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด กล่าวว่า “ตลอดปีแรกในประเทศไทย GEELY ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ด้วยความสำเร็จของ GEELY EX5 ผลิตภัณฑ์เบอร์หนึ่งของเราที่ได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างดีเยี่ยม สะท้อนความไว้วางใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมียม สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ปีนี้ เราเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัว GEELY EX2 รถรุ่นที่ขายดีที่สุดในจีน ด้วยยอดขายกว่า 400,000 คันทั่วโลกในเวลาเพียง 12 เดือน เพื่อเติมเต็มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ตามเป้าหมายที่จะนำเสนอรถรุ่นใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างน้อย 1 รุ่นทุกปี ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่จะก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ด้วยการชูจุดแข็งในศักยภาพของ GEELY ควบคู่ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี”

     

    GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ของคนรุ่นใหม่

    ภายใต้แนวคิด “EXTRA IN ORDINARY เปลี่ยนทุกวันธรรมดา…ให้พิเศษ มากกว่าเดิม” GEELY EX2 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ปลอดภัย และมั่นใจด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ที่ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนให้ขับขี่อย่างมั่นคงและนุ่มนวลในทุกเส้นทาง มอบกำลังสูงสุด 85 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 39.4 kWh วิ่งได้ไกล 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC หรือ 325 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จแบบเร็ว DC จาก 30-80% ภายใน 25 นาที พร้อมฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ถึง 3.3 kW

     

    GEELY EX2 มาพร้อมฟังก์ชันดีที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในทุกสภาพจราจร พื้นที่เก็บของทางด้านหน้าขนาดใหญ่ ความจุถึง 70 ลิตร และช่องเก็บของมากถึง 36 ช่อง มอบประโยชน์ใช้สอยได้เต็มพิกัด อีกทั้งยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Flyme Auto ที่รองรับคำสั่งเสียงและระบบความบันเทิงครบครัน สะท้อนตัวตนของคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนทุกวันธรรมดาให้พิเศษยิ่งขึ้น โดยเปิดตัวในประเทศไทย 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO และ MAX

    • GEELY EX2 รุ่น PRO เปิดราคาจำหน่ายที่ 429,990 บาท สำหรับรุ่น PRO จะมีสีภายในเฉพาะสีเทา Horizon Gray และมีสีภายนอกให้เลือก 4 เฉดสี ได้แก่ สีเบจ (Nebula Beige) สีเทา (Comet Gray) สีเงิน (Star Silver) และสีขาว (Moon White)
    • GEELY EX2 รุ่น MAX เปิดราคาจำหน่ายที่ 459,990 บาท สำหรับสีภายในสีขาว (Skyline White) จะมีสีภายนอกให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีเขียว/หลังคาดำ (Aurora Green with Black Roof) และ สีเบจ/หลังคาดำ (Nebula Beige with Black Roof) และสำหรับสีภายในสีเทา Horizon Gray จะมีสีภายนอกให้เลือก 4 เฉดสี ได้แก่ สีเบจ/หลังคาดำ (Nebula Beige with Black Roof) สีเทา/หลังคาดำ (Comet Gray with Black Roof) สีเงิน/หลังคาดำ (Star Silver with Black Roof) สีขาว/หลังคาดำ (Moon White with Black Roof)

     

    โปรโมชันพิเศษเฉพาะงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ธนบุรีนอยสเติร์น มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ GEELY EX2 ทั้งรุ่น PRO และ MAX ด้วยแพ็กเกจคุ้มค่าแบบจัดเต็ม ด้วยแคมเปญ Value Package ครบชุด

    • รับประกันตัวรถยาวนาน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
    • รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
    • ประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงนานถึง 5 ปี
    • Portable Charger
    • Wall Charger พร้อมบริการติดตั้ง

     

    หรือเลือกรับแคมเปญ Basic Package พร้อมส่วนลดมูลค่า 30,000 บาท เฉพาะลูกค้าที่จอง GEELY EX2 ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 จำนวน 2,000 สิทธิ์แรก

    • รุ่น PRO ในราคาพิเศษ 399,990 บาท
    • รุ่น MAX ในราคาพิเศษ 429,990 บาท
    • พร้อมรับสิทธิพิเศษ Basic Package ครบชุด
      • รับประกันตัวรถยาวนาน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
      • รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
      • ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
      • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี
      • Portable Charger

     

    จัดแสดง GEELY STARRAY EM-i สุดยอดนวัตกรรมปลั๊กอินไฮบริด

    เพื่อสร้างสีสันให้กับบูธ GEELY ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 นี้ ธนบุรีนอยสเติร์นได้นำยนตรกรรมรุ่นพิเศษ GEELY STARRAY EM-i มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำจุดแข็งในศักยภาพของ GEELY ด้านนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะ ที่สอดรับกับทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยที่กำลังก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน

     

    GEELY STARRAY EM-i พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีแพลตฟอร์มอัจฉริยะ GEA (Global Intelligent Electric Architecture) เช่นเดียวกับ GEELY EX5 โดดเด่นด้วยขุมพลังขับเคลื่อนรุ่นใหม่ EM-i (E-Motive Intelligence) PHEV Super Hybrid ที่ให้ประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานขั้นสูง มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น และยังสามารถขับขี่ระยะไกลได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 160 กิโลวัตต์ และแรงบิด 320 นิวตันเมตร ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 73 กิโลวัตต์ แรงบิด 125 นิวตันเมตร สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้า 100% ระยะไกลสุด 83 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP และให้ระยะทางการขับขี่รวมสูงสุดต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็มหนึ่งครั้งและเติมน้ำมันเต็มถัง มากถึง 943 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC ซึ่ง EM-I Super Hybrid ถือเป็นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดสุดล้ำ ที่ออกแบบมาเพื่อการขับเคลื่อนแห่งอนาคตอย่างแท้จริง

     

    มร. เออร์วิน เย่ รองประธานกรรมการ บริษัท จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 Geely Auto ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 2.47 ล้านคัน โดยเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ถึง 1.34 ล้านคัน ซึ่งเติบโตเป็น 2 เท่าของช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ตอกย้ำทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดระดับโลก ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ เรามั่นใจว่าความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่าง GEELY และ ธนบุรีนอยสเติร์น ซึ่งผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยจากประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เราขยายการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามั่นใจว่าการเปิดตัว GEELY EX2 รวมถึงการเผยโฉมครั้งแรกของ GEELY STARRAY EM-i จะเป็นก้าวสำคัญของการสร้างการเติบโตของ GEELY ในประเทศไทยอย่างมั่นคง”

     

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับ GEELY EX5

    เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมของ GEELY EX5 ยานยนต์ที่โดดเด่นครบครันทั้งด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ประสิทธิภาพในการขับขี่ ฟังก์ชันความสะดวกสบายและความปลอดภัย พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ธนบุรีนอยสเติร์น ยังมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับ GEELY EX5 รุ่น MAX ในราคาพิเศษ 849,000 บาท จากราคาปกติ 899,000 บาท หรือ เลือกรับข้อเสนอช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าแบบจัดเต็ม ด้วยสิทธิพิเศษเพิ่มเติมดังนี้

    • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี 180,000 กม.
    • ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี 160,000 กม.
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี Portable Charger
    • ฟรี Wall Charger พร้อมบริการติดตั้งสายไฟยาว 10 ม.
    • ฟรี ค่าจดทะเบียน
    • ฟรี พรม กรอบป้าย

     

    พิเศษยิ่งขึ้น ทุกการจองตั้งแต่ 3,999 บาทภายในงาน ลูกค้าจะได้รับกระเป๋าผ้าใบดีไซน์พิเศษจาก GEELY มูลค่า 1,290 บาท พร้อมสิทธิ์แลกซื้อแพ็กเกจอุปกรณ์ตกแต่ง GEELY EX2 ในราคาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น

    • ชุดอุปกรณ์ A ที่รวมกล่องเก็บของใต้เบาะผู้โดยสารตอนหลัง กล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง พรมปูพื้น พรมปู Frunk และพรมปูท้ายรถ ในราคาเพียง 8,999* บาท (จากราคาปกติ 13,49* บาท)
    • ฟิล์มกรองแสงลามินา ราคาพิเศษ 8,999* บาท (จากราคาปกติ 15,675* บาท)
    • ชุดอุปกรณ์ B ที่ประกอบด้วยกล่องเก็บของใต้ที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง และกล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง ในราคาเพียง 4,999* บาท (จากราคาปกติ 6,681.82* บาท)

     

    “การเปิดตัวโมเดลใหม่ ต้องมาพร้อมกับการบริการหลังการขายที่ครบครันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้ลูกค้าคนไทย โดยภายในสิ้นปีนี้เราพร้อมขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการครบ 40 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ถึง 10 แห่ง เพื่อให้ลูกค้าทั่วทุกภูมิภาคได้รับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ GEELY ที่ดีที่สุด ทั้งในด้านคุณภาพ การซ่อมบำรุง และการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร และในปี 2569 เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายสู่ 65 แห่ง เพื่อยกระดับประสบการณ์และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานระดับโลกของ GEELY” นายณรงค์ กล่าวเสริม

     

    สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถเข้าเยี่ยมชมและสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำสมัยของ GEELYได้ที่บูธ GEELY (A15) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • “BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III” และ “BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II” ได้รับเลือกเป็นยางมาตรฐานติดรถกระบะไฮลักซ์รุ่นใหม่ล่าสุดจากโตโยต้า เปิดตัวครั้งแรกของโลก “TOYOTA HILUX TRAVO” และ “TOYOTA HILUX TRAVO-e”

    1 Min Read

    “BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III” และ “BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II” ได้รับเลือกเป็นยางมาตรฐานติดรถกระบะไฮลักซ์รุ่นใหม่ล่าสุดจากโตโยต้า เปิดตัวครั้งแรกของโลก “TOYOTA HILUX TRAVO” และ “TOYOTA HILUX TRAVO-e”

    บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ตอกย้ำการเป็นผู้นำนวัตกรรม
    ยางคุณภาพพรีเมียม เผยว่า BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III” ยางสำหรับรถกระบะและรถ SUV มาพร้อมสมรรถนะสูงเหมาะสำหรับการขับขี่ทั้งบนถนนเรียบและทางออฟโรด และ “BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II” ยางสำหรับรถกระบะอเนกประสงค์และรถ SUV ทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อเหมาะสำหรับการขับขี่นุ่มสบายบนถนนเรียบ เติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และช่วยประหยัดน้ำมัน ได้รับเลือกให้เป็นยางมาตรฐานติดรถกระบะไฮลักซ์รุ่นใหม่จากโตโยต้า “TOYOTA HILUX TRAVO” และ “TOYOTA HILUX TRAVO-e” เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกของโลกเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

    โตโยต้าพัฒนารถกระบะไฮลักซ์รุ่นใหม่ เจเนอเรชันที่ 9 กับ “TOYOTA HILUX TRAVO” ภายใต้ดีไซน์คอนเซ็ปต์ Tough & Agile ที่ผสานความแข็งแกร่ง เข้ากับความคล่องตัว มาพร้อมกับเทคโนโลยี
    ความปลอดภัย Toyota Safety Sense ให้ความสำคัญกับการบังคับควบคุม พร้อมรับมือได้กับทุกสภาพถนน และความนุ่มนวลในการขับขี่เป็นพิเศษ  จึงตอบโจทย์การใช้งานทั้งออฟโรดและไลฟ์สไตล์ในเมือง และ “TOYOTA HILUX TRAVO-e” รถกระบะไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของโตโยต้าที่มีการจำหน่ายอย่างเป็นทางการซึ่งผลิตในประเทศไทย พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าระดับพรีเมียม และองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและความเป็นกลางทางคาร์บอน

    ทั้งนี้ บริดจสโตนพัฒนายาง BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III และ BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II เพื่อตอบโจทย์สมรรถนะของ TOYOTA HILUX TRAVO  และ TOYOTA HILUX TRAVO-e รองรับการใช้งานครอบคลุมทุกเส้นทางทั้งทางเรียบและออฟโรด พร้อมมอบการยึดเกาะถนนได้ดี ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังทนทาน ปลอดภัย และช่วยประหยัดน้ำมันตลอดการเดินทาง

    คุณสมบัติเด่นของยาง BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III

    • ใช้งานได้หลากหลาย: เหมาะสำหรับทั้งการขับขี่ในเมืองและทางออฟโรด เช่น บนทางเรียบ,
      ทางขรุขระ หรือพื้นทราย
    • การยึดเกาะและควบคุม: ยึดเกาะได้ดีทั้งบนถนนแห้งและเปียก ช่วยให้การควบคุมพวงมาลัยและการทรงตัวดี
    • ความทนทาน: โครงสร้างยางและดอกยางถูกพัฒนาให้มีความแข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับ
      การใช้งานที่สมบุกสมบัน และช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น
    • การออกแบบ: ออกแบบลายดอกยางที่ดุดัน และแก้มยางที่ดูสปอร์ตทันสมัย
    • ความปลอดภัย: เทคโนโลยีการออกแบบดอกยางช่วยรีดน้ำได้ดี เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บนถนนเปียก

    คุณสมบัติเด่นของยาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II

    • การขับขี่นุ่มสบาย: ออกแบบมาให้ขับขี่ได้นุ่มนวลและคล่องตัวบนทุกพื้นผิวถนน
    • ความเงียบ: บล็อกดอกยางมีขนาดและลักษณะแตกต่างกัน ช่วยลดเสียงรบกวนขณะขับขี่
    • การยึดเกาะดีเยี่ยม: ยึดเกาะได้ดีทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก
    • ความทนทาน: แข็งแรงทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการฉีกขาด และขูดขีดจากเศษหินหรือสิ่งของต่างๆ
    • สมรรถนะบนทางเรียบ: ออกแบบมาเพื่อให้ทรงตัวได้ดีแม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางโล่ง
      หรือเข้าโค้ง
    • เทคโนโลยี: ใช้เนื้อยางสูตรใหม่และบล็อกดอกยางโค้งมน เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสถนน และลดการบิดตัวของหน้ายาง

     

     

    ภาพรวมของยาง BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III และ BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II

    สำหรับ “TOYOTA HILUX TRAVO” และ “TOYOTA HILUX TRAVO-e”

    รุ่นรถ
    ของโตโยต้า
    รุ่นยาง
    ของบริดจสโตน
    ขนาดยาง
    ของบริดจสโตน
    TOYOTA HILUX TRAVO BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II 265/65R17                     265/60R18
    TOYOTA HILUX TRAVO-e BRIDGESTONE Dueler A/T 693 III 265/65R17

     

    ความร่วมมือกับโตโยต้าในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริดจสโตนในการพัฒนายางเพื่อตอบโจทย์การเดินทาง และยกระดับความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ในทุกสภาพการใช้งาน พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการเดินทางเพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าและสังคมไทย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Mitsubishi, MG และ Yamaha คว้ารางวัลรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม 2025

    2 Min Read

    Mitsubishi, MG และ Yamaha คว้ารางวัลรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม 2025

    สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. ประกาศผลการตัดสินรางวัลรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2025 จากรถที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบ Final List จำนวน 23 รุ่น ซึ่งมีการให้คะแนนรอบสุดท้าย ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดการทดสอบจากสถาบันยานยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยงานมอบรางวัล Thailand Car EV & Motorcycle of The Year 2025 มีขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ที่ The Halls วิภาวดีรังสิต และได้รับเกียรติจากทาง ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานในพิธี

     

    สำหรับรางวัลรถยอดเยี่ยม ประจำปี 2025 มีดังนี้

    รางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2025 หรือ Thailand Car of The Year 2025

    – All-New Mitsubishi XFORCE HEV

    รางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี 2025 หรือ Thailand EV of The Year 2025

    – New MG S5 EV

    รางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2025 หรือ Thailand Motorcycle of The Year 2025

    – All New Yamaha NMax Tech MAX

    นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ที่คว้ารางวัลรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปีนี้ไปครองได้สำเร็จ

     

    ที่ผ่านมา สรยท.ได้ดำเนินการจัดงานมอบรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปีต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 รอบแรกเป็นการคัดเลือกรถที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ โดยจะต้องเป็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวและประกาศราคาจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568 ซึ่งสมาชิกจะลงคะแนนคัดเลือกรอบแรก จากนั้นจึงนำรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 23 รุ่น ไปขับทดสอบและลงคะแนนรอบสุดท้ายที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่จะปิดหีบลงคะแนน และเปิดหีบนับคะแนนก่อนการประกาศรางวัลภายในงานฯ
    โดยกรรมการผู้ลงคะแนน ใช้หลักเกณฑ์ในการให้คะแนนตามหัวข้อต่างๆ ที่สมาคมฯ กำหนดไว้
    ซึ่งเป็นไปตามกฎกติกาสากล เช่น รูปทรงการออกแบบ ประโยชน์ใช้สอย ระบบความปลอดภัย สมรรถนะเครื่องยนต์ เทคโนโลยี และระบบช่วงล่าง นอกจากนั้นต้องพิจารณาถึงพัฒนาการของรถยนต์รุ่นนั้น ความมั่นคงในเรื่องแบรนด์ และบริการหลังการขายประกอบการพิจารณาอีกด้วย

     

     

     

    สำหรับปีนี้มีรถที่ผ่านเข้ารอบ Final List ในกลุ่มรถยนต์ 10 รุ่น คือ BYD Seal 5 DMI, Ford Ranger
    MS-RT, Isuzu D-Max 2.2 Maxforce, Isuzu MU-X 2.2 Maxforce, Mazda BT-50 2.2, . Mitsubishi XForce HEV , Nissan Serena S Hybrid , Suzuki Fronx , Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport  และ Toyota Camry HEV

     

    กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 7 รุ่น คือ BMW iX1L eDrive20L M Sport,  BYD Sealion 7, Jaecoo 5EV, Mercedes-Benz G580 EV, MG S5 EV, MG IM6 และToyota BZ4X

     

    ส่วนกลุ่มรถจักรยานยนต์ จำนวน 6 รุ่น คือ  BMW R1300GSA, Harley-Davidson Street BOB, Honda Wave 125, Honda PCX160, Yamaha New Aerox  และ All New Yamaha NMax Tech MAX

     

    ทั้งนี้ รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย รวมทั้งในภูมิภาคอาเซียน เช่นเดียวกันกับการปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมให้ทันต่อสถานการณ์และสร้างมาตรฐานให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุคปัจจุบันด้วยเช่นกัน”

     

    นอกจากนี้ ภายในงานฯ ยังมีการมอบรางวัล Thailand Car & Motorcycle  Marketing Award 2025 ให้กับค่ายผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งมอบรางวัลจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในทั้งยอดขาย การผลิต และกลยุทธ์การตลาด ในปี 2024-2025 จำนวน 20 บริษัท ดังนี้

     

    1. รางวัลยอดจำหน่ายรถยนต์รวมสูงสุด ประจำปี 2567

    – บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จากยอดจำหน่ายรวมจำนวน 220,356 คันในปี 2567

    1. รางวัลแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในกลุ่ม C-Segment ประจำปี 2567

    – บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จากยอดขายของรถยนต์นั่ง Civic และ CR-V จำนวน 19,000 คัน

    1. รางวัลรถยนต์ต้นแบบที่โดดเด่นแห่งปี 2568

    – บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จากรถกระบะต้นแบบ ISUZU DRAGON MAX ที่มีความโดดเด่นในการผสมผสานความคลาสสิคและนวัตกรรมล้ำสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

    1. รางวัลแบรนด์รถยนต์พรีเมี่ยมที่มียอดขายสูงสุดประจำปี 2567

    – บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยยอดจำหน่ายรวมจำนวน 13,659 คัน ในปี 2567

    1. รางวัลผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจในตลาดปิกอัพไทย

    – บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด โดย Ford Ranger Line-up ซึ่งมีความหลากหลายทั้งในการใช้งานเชิงพาณิชย์อย่าง Super Duty ตามด้วยรุ่นปกติ ไปจนถึงตัวแรงอย่าง Ranger Raptor และ Ranger MS-RT

    1. รางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ขนาดกลางที่เปี่ยมด้วยความคุ้มค่า

    – บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กับรถยนต์ Nissan Serena e-Power ซึ่งเปิดตัวในตลาดเมืองไทยในราคาที่สามารถสัมผัสได้กับความอเนกประสงค์ คุณภาพการผลิตจากญี่ปุ่น และขุมพลัง
    e-Power ที่ตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างลงตัว

    1. รางวัลผู้บุกเบิกและวางรากฐานด้านการส่งออกยานยนต์ไทย

    – บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นแบรนด์แรกที่ประกอบรถยนต์จากโรงงานไทยส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศโดย เริ่มเมื่อปี 2531 ปัจจุบันมียอดส่งออกสะสมมากกว่า 5.5 ล้านคัน

    1. รางวัลแบรนด์ผู้มีส่วนร่วมในการเติบโต SME ไทย

    – บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบให้ Suzuki Carry รถยนต์ที่ตอบโจทย์กับการใช้งานของกลุ่ม SME อย่างลงตัว อีกทั้งยังออกแบบแคมเปญด้านการตลาดต่างๆ เพื่อให้กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและง่ายขึ้น

    1. รางวัลการยกระดับบริการหลังการขายที่โดดเด่นแห่งปี 2568

    – บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทย ซึ่งได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ในการสร้าง Audi Body & Paint Center สำหรับรองรับการให้บริการลูกค้าชาวไทย และสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ Audi มากยิ่งขึ้น

    1. รางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี 2568

    – บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับแคมเปญ EV Lifetime Warranty ของ MG รับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน ที่มีความโดดเด่นและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า

    1. รางวัลผู้สร้างมาตรฐานใหม่แห่งการรับประกันในตลาดรถยนต์

    – บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล 1 ล้านกิโลเมตร หรือ 8 ปี ของ GWM Tank 300 และ Tank 500 นับเป็นการรับประกันที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

    1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารวมสูงสุดประจำปี 2567

    – บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ซึ่งมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 38,210 คัน

    1. รางวัลแบรนด์รถไฟฟ้าที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุดประจำปี 2568

    – บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากยอดขายที่ประสบความสำเร็จจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ที่เปิดตัวตลอดทั้งปี 2567 และ 2568 แล้ว ทางแบรนด์ยังลงทุนในเรื่องคลังอะไหล่เพื่อรองรับกับการเติบโตในด้านยอดขายอีกด้วย

    14.รางวัลรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีพรีเมียมขนาดกลางยอดเยี่ยมด้านสมรรถนะและนวัตกรรม

    – บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด โดย ZEEKR 7X รถยนต์พลังไฟฟ้าที่มาพร้อมกับกำลังขับเคลื่อนถึง 416-637 แรงม้า บวกกับความเพียบพร้อมในด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความทันสมัยของอุปกรณ์ที่ครบครัน

    1. รางวัลผู้นำด้านยานยนต์พลังไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ของไทย

    – บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ หลากหลายทางเลือกทั้งรถบัสและหัวลาก ในการรองรับกับการใช้งานของภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์รายแรกในไทยที่ใช้ฝีมือคนไทย

    1. รางวัลบริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่มียอดรายได้จากกรมธรรม์สูงสุด ประจำปี 2568

    – บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยยอดขายกรรมธรรม์รวม 36,380 ล้านบาท แสดงถึงการได้รับการยอมรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

    1. รางวัลแบรนด์ฟิล์มกรองแสงที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไทย

    – บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ตัวแทนจำหน่าย ลามิน่า แบรนด์ฟิล์มกรองแสงที่มียอดขายสูงสุด และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทย

    1. รางวัลผู้นำในด้านนวัตกรรมแห่งการขับขี่ขั้นสูงสุดในโลกมอเตอร์ไซค์

    – บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นวัตกรรมคุณภาพด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับผู้ขับขี่ รวมทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง

    1. รางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมด้านความปลอดภัยประจำปี 2568

    – บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กับแคมเปญการมอบหมวกกันน็อคจำนวน 60,000 ใบมูลค่า 60 ล้านบาท ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของบริษัท เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในไทย

    1. รางวัลผู้นำด้านนวัตกรรมการผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อม

    – บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เพื่อยกย่องโรงงานผลิตที่มีนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม การใช้เทคโนโลยีสะอาด การรีไซเคิลทรัพยากร รวมทั้งระบบจัดการของเสียที่ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ

     

    โดยรางวัลทั้งหมดนี้ เป็นความตั้งใจที่ สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. รวมทั้งสมาชิกสมาคม พร้อมช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง รวมทั้งเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สนับสนุนวิชาชีพผู้สื่อข่าว และเป็นสื่อกลางระหว่างค่ายผู้ผลิตกับผู้บริโภคเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันอีกด้วย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Bridgestone เลือก ‘ไทย’ จัดงาน Global Test ยางแข่งระดับโลก ลงทดสอบเต็มพิกัดที่สนามช้างฯ!

    1 Min Read

    Bridgestone เลือก ‘ไทย’ จัดงาน Global Test ยางแข่งระดับโลก ลงทดสอบเต็มพิกัดที่สนามช้างฯ!

    Bridgestone Moto เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมยางรถจักรยานยนต์ระดับโลก ด้วยการเปิดตัวและทดสอบยางแข่ง Bridgestone Racing Battlax V03 และ ยางสปอร์ต Battlax Racing Street RS12 พร้อมขนฝูงรถสปอร์ตมาให้ทดสอบแบบจัดเต็ม อาทิเช่น รถแข่ง Yamaha R1 จาก YART, Honda CBR 1000 RRR, BMW S1000 RR และ Ducati Panigale V4S 7G

    โดยการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการรวมตัวของผู้แทนจำหน่ายจากทั่วโลกและทีมงาน Bridgestone Europe, Bridgestone Japan, Bridgestone USA พร้อมทีมงาน Race Engineer ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จแชมป์โลก 6 ปีซ้อนจากงาน FIM Endurance World Championship (EWC) มารวมตัวกันที่เมืองไทย โดยจัดขึ้นที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จบุรีรัมย์

    การที่ Bridgestone เลือกประเทศไทย สะท้อนถึง ศักยภาพด้านมอเตอร์สปอร์ตที่กำลังเติบโตของประเทศไทย และ ความพร้อมของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งเป็นสนามแข่งขัน MotoGP โดยยางรุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่นนี้ ผ่านการทดสอบและพัฒนาอย่างเข้มข้นในหลายประเทศ รวมถึงการเก็บข้อมูลจากสนามช้างฯ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ยางมีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและทนทาน เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดประเทศไทย

    นอกจากนี้ในงานยังได้เชิญนักแข่งระดับตำนานอย่าง Jeremy McWilliams อดีตนักแข่ง MotoGP พร้อมด้วย 2 แชมป์โลก Endurance World Championship (EWC) ได้แก่ Karel Hanika และ Marvin Fritz  เข้าร่วมทดสอบและให้ข้อมูลเชิงลึกด้านสมรรถนะยางในครั้งนี้ ถือเป็นการการันตีคุณภาพจากประสบการณ์ระดับโลกอย่างแท้จริง

    สำหรับประเทศไทย เตรียมสัมผัสความเร้าใจของ Battlax Racing V03 และ Battlax Racing Street RS12 โดยมี บริษัท เพชแม็กซ์ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ในนาม Bridgestone Moto Thailand เป็นตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

     

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Bridgestone Moto Thailand สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel: 0651986666 Line: @bridgestonemoto


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • “คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” MOTOR EXPO รวมใจ Thai PBS ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม หาดใหญ่

    1 Min Read

    “คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” MOTOR EXPO รวมใจ Thai PBS ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม หาดใหญ่

    “IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” เปิดพื้นที่รับบริจาค สิ่งของเครื่องใช้ และอาหารแห้ง ส่งต่อให้ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) เพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

    ผู้เข้าชมงาน และประชาชนทั่วไปสามารถนำของมาบริจาคได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ด้านหลัง EASE Café บริเวณลอบบี้ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2568


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment