-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส มุ่งมั่นขนส่งอย่างมีความรับผิดชอบ ประกาศใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน 100% สำหรับขนส่งรถยนต์ทางอากาศ
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประกาศใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF) สำหรับการขนส่งรถยนต์ทางอากาศของลูกค้าทั่วโลก ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ทันทีและถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การลดการปล่อยคาร์บอนในระบบโลจิสติกส์ทั่วโลกของเบนท์ลีย์ สำหรับการเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนในกรณีการใช้การขนส่งทางอากาศ เบนท์ลีย์จะสามารถลดการปล่อยมลพิษระหว่างขั้นตอนการขนส่งได้เป็นอย่างมาก พร้อมรักษามาตรฐานการบริการอันเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์
การขนส่งรถยนต์ลูกค้าทางอากาศเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโลจิสติกส์ทั่วโลกของเบนท์ลีย์ที่ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด และจะดำเนินการบนพื้นฐานของความต้องการของลูกค้า ความต้องการที่เร่งด่วน หรือความต้องการเฉพาะของตลาดในแต่ละภูมิภาคเท่านั้น โดยเบนท์ลีย์ มอเตอร์สต้องดำเนินการด้วยความรับผิดชอบสูงสุด และเนื่องจากการขนส่งทางอากาศเป็นต้นเหตุของการปล่อยมลพิษในปริมาณที่สูงกว่าการขนส่งทางทะเล การเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (SAF) ที่ได้รับการรับรองจึงถือเป็นก้าวสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขนส่งที่จำเป็นเหล่านี้
Aimee Kelly ผู้อำนวนการฝ่ายความยั่งยืนของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดเผยว่า “การเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนที่ได้รับการรับรองสำหรับการขนส่งรถยนต์ทางอากาศ สะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและอิงหลักฐานเพื่อลดการปล่อยมลพิษในส่วนของเครือข่ายโลจิสติกส์ของเราที่ยังคงจำเป็นต้องใช้เที่ยวบิน เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป ซึ่งได้รับการตรวจสอบแล้ว และนี่ทำให้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนเป็นเครื่องมือสำคัญในกลยุทธ์การลดคาร์บอนของเรา”
“โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธิ์ของเบนท์ลีย์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยการบูรณาการเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของเราอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เรากำลังเสริมสร้างรากฐานที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในระยะยาว ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนลูกค้าและตลาดของเราด้วยแนวทางการกระจายสินค้าที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น”
เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF) เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่ได้รับการรับรองจาก ISCC หรือ การรับรองคาร์บอนและความยั่งยืนระหว่างประเทศ (International Sustainability and Carbon Certification) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนหรือของเสีย โดยสามารถใช้กับอากาศยานและโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานที่มีอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องดัดแปลง สำหรับ SAF สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂e) ได้มากถึง 70-95% บนพื้นฐานของส่วนประกอบและวิธีการผลิตเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานแบบดั้งเดิม
นับตั้งแต่เบนท์ลีย์นำเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (SAF) มาใช้ในการขนส่งทางอากาศ บริษัทฯ ได้ขนส่งรถยนต์ของลูกค้าด้วยการใช้ SAF แล้ว ซึ่งส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂e) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางได้เป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานแบบทั่วไป
ปัจจุบัน การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (SAF) ครอบคลุมการขนส่งรถยนต์ทางอากาศของลูกค้าทั้งหมด การศึกษาเบื้องต้นกำลังดำเนินการเพื่อขยายการใช้ SAF ไปยังเส้นทางการขนส่งอื่นๆ ที่อาจจำเป็นต้องใช้การขนส่งทางอากาศ นี่จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรของเบนท์ลีย์ และทำให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของบริษัทฯ จะสนับสนุนเป้าหมายของ Beyond100+ อย่างเต็มที่
กลยุทธ์ Beyond100+ สะท้อนความยั่งยืนอันเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ โดยกำหนดนิยามใหม่ให้กับทุกแง่มุมทางธุรกิจเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตยนตรกรรมหรูอย่างยั่งยืน กลยุทธ์นี้มุ่งมั่นการลดการปล่อยคาร์บอนและดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในระยะยาว โดยผสมผสานการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเข้ากับการสนับสนุนผู้คนและนวัตกรรม
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Itasha (痛車) ศิลปะอนิเมะบนรถซิ่ง
Itasha (痛車) หรือที่แฟน ๆ อนิเมะคุ้นเคยกันในชื่อ “รถแต่งลายอนิเมะ” คือหนึ่งในวัฒนธรรมย่อย (Subculture) จากประเทศญี่ปุ่นที่เปลี่ยนยานพาหนะสี่ล้อให้กลายเป็นผืนผ้าใบเคลื่อนที่ จากเดิมที่เคยเป็นเพียงงานอดิเรกเฉพาะกลุ่มในมุมมืด ปัจจุบัน Itasha ได้ยกระดับสู่ “งานศิลปะบนรถซิ่ง” และก้าวเข้าสู่โลกมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่างเต็มตัว
คำว่า Itasha (痛車) มีจุดเริ่มต้นมาจากอารมณ์ขันและการเล่นคำของชาวญี่ปุ่นอย่างชาญฉลาด โดยรากศัพท์เดิมแบ่งออกเป็นสองความหมายตามยุคสมัย ในอดีตช่วงยุคเศรษฐกิจฟองสบู่ของญี่ปุ่น คำว่า Itasha มาจากการรวมคำระหว่า Italy กับ Sha (車) ที่หมายถึง “รถจากอิตาลี” เพื่อแสดงถึงความรวยและรสนิยมสูง จนกระทั่งในปัจจุบัน เมื่อกลุ่มโอตาคุเริ่มนำสติกเกอร์ตัวละครอนิเมะมาแปะรอบรถ คำว่า Itasha จึงถูกสลับความหมายไปพ้องเสียงกับคำว่า Itai (痛い) ที่แปลว่า “เจ็บปวด” กลายเป็น “รถที่เห็นแล้วรู้สึกเจ็บ (แทนเจ้าของ)” ความเจ็บนี้มีอยู่ 3 นัยยะด้วยกัน คือ เจ็บกระเป๋าตังค์กับค่าแต่งลาย, เจ็บปวดสายตาแก่ผู้พบเห็นที่ไม่ได้อินกับอนิเมะ และความรู้สึก “หน้าชา/อับอาย” (Cringe) ที่กล้าขับรถลายนี้ออกไปบนท้องถนนสาธารณะ
เมื่อวัฒนธรรมนี้ขยายตัว มันไม่ได้หยุดอยู่แค่รถยนต์ (Itasha) อีกต่อไป แต่มีการแตกแขนงคำศัพท์ออกไปตามประเภทพาหนะ เช่น
-
Itansha (痛単車) มอเตอร์ไซค์แต่งลายอนิเมะ (Itai + Tansha)
-
Itachari (痛チャリ) จักรยานแต่งลายอนิเมะ โดยมักจะแต่งที่แผ่นครอบล้อหลัง (Itai + Jitensha)
-
Itaseiko (痛飛行機) เครื่องบินแต่งลายอนิเมะ (มักเห็นในสายการบินพาณิชย์ที่ร่วมคอลแลบส์)
ประวัติศาสตร์และก้าวสำคัญสู่สายตาสาธารณชน
จุดเริ่มต้นของ Itasha เกิดจากการที่แฟนคลับอนิเมะและเกมในยุค 80s-90s เริ่มนำสติกเกอร์เล็ก ๆ หรือตัดตัวอักษรคันจิชื่อตัวละครมาแปะกระจกหลังรถ จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีการพิมพ์สติกเกอร์ขนาดใหญ่ (Vinyl Wrapping) พัฒนาขึ้น ทำให้การเปลี่ยนโฉมรถทั้งคันทำได้ง่ายและสวยงามขึ้น
ประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของ Itasha ที่ถูกพบเห็นตามงานต่างๆ เป็นครั้งแรกๆ คือในงาน Comiket 68 เดือนสิงหาคม (ปี 2005) ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพื้นที่แสดงรถ Itasha อย่างเป็นทางการในพื้นที่จอดรถของงาน ถือเป็นการประกาศศักดาของเหล่าโอตาคุสายซิ่งต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นมา จากงานสายอนิเมะ Itasha ได้ข้ามฝั่งมาสู่โลกยานยนต์กระแสหลักในงาน Tokyo Auto Salon 2007 (งานแสดงรถแต่งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น) การที่มีรถลายอนิเมะเข้าไปจอดเคียงข้างกับรถแต่งระดับสำนักแข่งชื่อดัง เป็นการพิสูจน์ว่า Itasha ได้รับการยอมรับในฐานะ “ศิลปะการตกแต่งรถยนต์” รูปแบบหนึ่งอย่างเป็นทางการ
ในปัจจุบันวัฒนธรรม Itasha ได้เติบโตและขยายตัวไปทั่วโลก จนเกิดเป็นงานเทศกาลแสดงรถอนิเมะโดยเฉพาะ ซึ่งไม่ใช่แค่การโชว์รถ แต่เป็นพื้นที่รวมตัวของคนรักป๊อปคัลเจอร์, คอสเพลย์, และดีเจเปิดเพลงอนิเมะ (Anisong DJ) เช่น
Itasha Tengoku (痛車天国 แปลว่า สวรรค์ของรถเจ็บ) จัดขึ้นที่เกาะโอไดบะ กรุงโตเกียว ถือเป็นงานมหกรรม Itasha ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรวบรวมรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และจักรยานจากทั่วประเทศญี่ปุ่นมาจอดรวมกันมากกว่า 1,000 คัน! ภายในงานจะมีการประกวดรางวัลหลากหลายสาขา และเป็นจุดนัดพบของช่างภาพคอสเพลย์ระดับท็อป
Day Dream (DayDream 痛車展示) งานแสดงรถ Itasha สายซิ่งที่เน้นจัดในสนามแข่งรถชื่อดังอย่าง Fuji Speedway งานนี้จะเน้นไปที่รถ Itasha สาย Performance หรือรถสปอร์ตแต่งซิ่งเต็มระบบ (JDM สไตล์) นอกจากการจอดโชว์นิ่ง ๆ แล้ว ไฮไลท์ของงานนี้คือการเปิดแทร็กให้นำรถ Itasha ลงไปวิ่งซิ่งโชว์เสียงเครื่องยนต์ในสนามแข่งจริง ๆ
Itasha Alliance Showcase (ในงาน Anime Expo) งานรวมตัวของคนรักรถแต่งอนิเมะในสหรัฐฯ จัดขึ้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย รถที่นำมาโชว์ในงานนี้มักจะเป็นรถสปอร์ตฝั่งอเมริกา (Mustang, Corvette) หรือรถนำเข้าสไตล์ JDM ที่แรปเปอร์ลายอนิเมะแบบจัดเต็มตามเทรนด์ตะวันตก
Anime Frontier / Anime NYC จัดขึ้นในรัฐเท็กซัส และนิวยอร์ก รถแข่งฝั่งอเมริกาจะเน้นการมิกซ์กันระหว่างวัฒนธรรม Stance (รถโหลดเตี้ย ล้อแบะล้น ๆ) เข้ากับลายกราฟิกอนิเมะที่ดูดุดัน
Dokomi Itasha Expo หนึ่งในงานวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป จัดขึ้นในเมืองดึสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องเมืองแห่งยานยนต์อยู่แล้ว โซน Itasha ของที่นี่จึงพิเศษมาก เพราะเราจะได้เห็นรถยุโรปหรู ๆ หรือรถหรูสมรรถนะสูง (Euro Tuner) เช่น BMW, Porsche, Audi หรือ Volkswagen ถูกแปลงโฉมเป็นลายอนิเมะ ซึ่งให้กลิ่นอายที่แปลกตาและเท่ไปอีกแบบ
Itasha ในประเทศไทย

ภาพจาก : Itasha Club Thailand สำหรับในประเทศไทย วัฒนธรรม Itasha ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานอดิเรกทางเลือกอีกต่อไป แต่ได้เติบโตจนมีคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง มีระบบ และมีการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น โดยมีกลุ่ม Itasha Club Thailand เป็นแกนนำหลักในการขับเคลื่อนและสร้างสรรค์พื้นที่ให้คนรักอนิเมะและรถแต่งได้มาเจอกัน พวกเขาจะมีการจัดงานมิตติ้งประจำกรุงที่รู้กันในกลุ่มคือ ทุกๆ วันเสาร์ที่สองของเดือน ณ ลานจอดรถศูนย์การค้า CDC (Crystal Design Center) เลียบทางด่วนรามอินทรา เป็นการนัดรวมตัวกันช่วงค่ำ ๆ บรรยากาศเป็นกันเอง เจ้าของรถจะนำรถมาจอดเรียงราย เปิดไฟโชว์ลวดลายอนิเมะ บางคันเปิดเพลงอนิเมะคลอสร้างบรรยากาศ พร้อมเปิดท้ายรถที่แต่งเป็นตู้โชว์ฟิกเกอร์และของสะสม ถือเป็นพื้นที่พูดคุย แลกเปลี่ยนเทคนิคการแรปรถ และต้อนรับสมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ หรืออาจมีการย้ายไปจัดมีตติ้งในสถานที่อื่นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ก็สามารถติดตามการนัดรวมตัวได้ที่เพจ Itasha Club Thailand บนเฟสบุ๊ค

ภาพจาก : Itasha Club Thailand ไม่เพียงแต่การรวมตัวกันเองเท่านั้น แต่กลุ่ม Itasha ในไทยยังได้รับความสนใจจากผู้จัดงานยานยนต์กระแสหลัก จนได้เข้าไปจัดแสดงในงาน Motor Show ระดับประเทศ ซึ่งช่วยพิสูจน์ว่าผลงานของพวกเขาก็คือ “ศาสตร์แห่งการแต่งรถ” ที่สังคมยอมรับ เรามักจะเห็นพวกเขานำรถไปจอดเฉิดฉายในโซนรถแต่งของงานใหญ่อย่าง Motor Show, Motor Expo และงานสายโมดิฟายโดยตรงอย่าง Bangkok Auto Salon ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความเร็วและโลก 2D ได้อย่างลงตัว
Sunday Ride & Drive (ถนนข้าวสาร) งานคาร์มิตติ้งสุดชิคที่เปลี่ยนถนนข้าวสารให้กลายเป็นรันเวย์รถแต่ง ซึ่งรถ Itasha ก็ได้เข้าร่วมสร้างสีสัน สลับลวดลายอนิเมะสุดล้ำตัดกับบรรยากาศตึกเก่าและแสงสีของถนนข้าวสารได้อย่างมีเสน่ห์
รถซิ่งขึ้นตึก งานคอมมูนิตี้สายซิ่งแนว Underground ที่รวมรถแต่งไปมิตติ้งกันบนลานจอดรถชั้นดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าหรือตึกต่าง ๆ ซึ่ง Itasha สายเพอร์ฟอร์มานซ์ (แต่งเครื่องยนต์-จัดทรงซิ่ง) ก็ไม่พลาดที่จะไปร่วมแจม ควันยาง และแสงไฟนีออน
งาน Tofuya งานรวมพลคนรักรถซิ่งยุคเก่าและวัฒนธรรม JDM สไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ (กลิ่นอายแบบการ์ตูน Initial D) ซึ่งแน่นอนว่า รถ Itasha ย่อมไม่พลาดที่จะไปร่วมแจม เพื่อเติมเต็มภาพลักษณ์ความเป็น “เจแปนนิสคาร์คัลเจอร์” ให้สมบูรณ์แบบที่สุด
Itasha กับวงการมอเตอร์สปอร์ต
ปัจจุบัน Itasha ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนท้องถนนหรือลานจอดรถมิตติ้งเท่านั้น แต่ได้กลายร่างเป็นลวดลายกราฟิก (Livery) บนรถแข่งสมรรถนะสูงในรายการมอเตอร์สปอร์ตระดับอาชีพของญี่ปุ่น สร้างสีสันและความตื่นตาตื่นใจให้แฟนความเร็วทั่วโลก
หากพูดถึง Itasha ในสนามแข่ง ทีมแรกที่ต้องนึกถึงคือ GOODSMILE Racing ในศึก Super GT ที่ส่งรถลาย Hatsune Miku (Racing Miku) ลงบดบี้กับคู่แข่งมาอย่างยาวนาน พวกเขาไม่ได้มาวิ่งโชว์ขำ ๆ แต่เคยคว้าแชมป์ประจำปีในรุ่น GT300 มาแล้วหลายสมัย ลบล้างคำสบประมาทว่า “รถการ์ตูนจะไปสู้รถแข่งจริง ๆ ได้อย่างไร” ลงได้อย่างราบคาบ
อีกหนึ่งทีมแถวหน้าอย่าง PACIFIC RACING TEAM ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการคอลแลบส์กับอนิเมะดัง (เช่น Love Live!, Girls und Panzer) ในฤดูกาลล่าสุดพวกเขาได้จับมือกับเกม/อนิเมะสุดฮิตอย่าง Umamusume: Pretty Derby นำเหล่าม้าสาวนักวิ่งมาอยู่บนตัวถังรถแข่ง BMW M4 GT3 EVO ปลุกกระแสให้แฟนเกมหันมาเชียร์มอเตอร์สปอร์ตกันอย่างล้นหลาม
ในรายการแข่งรถประเภทเอนดูรานซ์ (วิ่งระยะยาว) อย่าง Super Taikyu Series ทีม TKRI ได้สร้างความฮือฮาด้วยการส่งรถ Mercedes-AMG GT3 แรปตัวถังเป็นลาย Kitagawa Marin นางเอกสาวนักคอสเพลย์จากอนิเมะชื่อดัง My Dress-Up Darling (หนุ่มเย็บผ้ากับสาวนักคอสเพลย์) ลงสนาม สะท้อนให้เห็นว่าวงการมอเตอร์สปอร์ตญี่ปุ่นพร้อมเปิดรับกระแสป๊อปคัลเจอร์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ
Itasha ในวันนี้ จึงข้ามผ่านยุคแห่งความ “น่าอาย” กลายมาเป็นวัฒนธรรมการแต่งรถที่สะท้อนถึงความหลงใหลอันแรงกล้า ความคิดสร้างสรรค์ และการลงทุนระดับสูง มันคือสะพานเชื่อมระหว่างโลกแห่งจินตนาการ (2D) และโลกแห่งความเร็วบนความเป็นจริง (3D) ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนอนิเมะหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า… รถแต่งเหล่านี้เจ็บและเท่สุด ๆ จริง ๆ!
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
-
News Motocycle1 Min Read
“ก้อง-สมเกียรติ” จูนอัพตัวแข่ง Honda CBR1000RR-R เริ่มลงตัวที่ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ เช็ก มุ่งหน้าลุยต่อที่อิตาลี
การแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 5 ดวลความเร็วรอบ “ซูเปอร์โพลเรซ” และเรซที่ 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม ออโตโดรม โมสต์ สาธารณรัฐเช็ก โดยเป็นอีกครั้งที่
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย หมายเลข 35 จากทีมโรงงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี และ “ยูกิ คุนิอิ” นักบิดตัวแทนชาวญี่ปุ่น หมายเลข 92 ลงเก็บข้อมูลเพื่อยกระดับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R
ในรอบ ซูเปอร์โพลเรซ “ก้อง-สมเกียรติ” ออกสตาร์ทจากแถว 7 ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเจ้าตัวยกระดับความเร็วได้ดีโดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นเรซ โดยนักบิดไทยเกาะกลุ่มได้อย่างเหนียวแน่น แต่โชคร้ายพลาดล้มในรอบที่ 2 และต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย
ส่วนการแข่งขันเรซที่ 2 นักบิดไทย ออกตัวจากกริดที่ 19 โดยสามารถเริ่มเกมได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด ผ่านไปไม่กี่รอบนักบิดไทยพลาดหลุดโค้งแรก ส่งผลให้โดนลงโทษ “ลองแล็ป เพนัลตี้” แต่ยังสามารถเค้นความเร็วไล่บี้จนบีบระยะห่างจากคู่แข่งเหลือต่ำกว่า 1 วินาที บิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 18 ตามหลังผู้ชนะ 57.480 วินาที ส่วน “ยูกิ” ทีมเมทจบเรซในอันดับ 19 ตามหลัง 69.585 วินาที
นักบิดชาวไทยกล่าวหลังจบเรซว่า “วันนี้เราลงแข่ง ซูเปอร์โพลเรซ และ เรซ 2 แต่โชคไม่ดีที่ในรอบซูเปอร์โพลเรซผมพลาดล้มขณะเบรก หลังพยายามไล่ตามกลุ่มไป เราไม่สามารถแข่งต่อได้ จากนั้นในช่วงบ่ายเรากลับมาลงแข่งขันเรซที่ 2 หลังจัดการเปลี่ยนแปลงเซ็ตอัพบางอย่างให้กับรถแข่ง ซึ่งความรู้สึกของผมในช่วงเริ่มเกมไม่เลวเลย และเราพยายามที่จะรักษาความเร็วให้ได้”
“จากนั้นผมมาพลาดที่โค้งแรก เพราะเบรกไม่อยู่และวิ่งตรงหลุดแทร็กออกไป ทำให้โดนลงโทษลองแล็ปเพนัลตี้ ซึ่งทำให้ผมเสียเวลาไป 6 วินาทีจนโดนคันหน้าทิ้งไป แต่ในรอบสุดท้ายเราสามารถบีบระยะเข้าไปเหลือไม่ถึง 1 วินาที ผมคิดว่าเราพัฒนาได้ดีในสุดสัปดาห์นี้ แต่ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะมาก โดยสัปดาห์หน้าจะมีการทดสอบที่สำคัญ เราจะพยายามพัฒนาไปอีกขั้นทั้งตัวรถและการขับขี่ของผมด้วย” สมเกียรติ ทิ้งท้าย
สำหรับ “ก้อง-สมเกียรติ” พร้อมด้วยทีมงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี มีคิวเข้าร่วมการทดสอบที่สำคัญเพื่อพัฒนารถแข่ง Honda CBR1000RR-R ระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคมนี้ ที่ มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเชลลี ประเทศอิตาลี โดยทีมเมทชาวอังกฤษอย่าง “เจค ดิ๊กสัน” จะกลับมาทำงานร่วมกับทีมด้วย
ขณะที่การแข่งขันสนามถัดไปของศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคมนี้ ที่ มอเตอร์แลนด์ อารากอน ประเทศสเปน
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026 #CzechWordSBK
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“ก้อง-สมเกียรติ” เก็บข้อมูลเรซแรก ลุ้นยกระดับผลงานเรซ 2 ที่สาธารณรัฐเช็ก สนาม 5
ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 5 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเรซแรกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม ออโตโรม โมสต์ สาธารณรัฐเช็ก โดยถือเป็นเรซที่มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะธงแดงที่เกิดขึ้นตั้งแต่รอบแรก ส่งผลให้มีการลดจำนวนรอบลงเหลือ 21 รอบสนาม
ในเรซนี้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดชาวไทยเจ้าของรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 35 จากทีมโรงงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี เริ่มเกมจากกริดที่ 21 ค่อยๆ เร่งจังหวะไล่บี้คู่แข่ง ก่อนจะแซงขึ้นมาเข้าป้ายในอันดับ 17 ช่วงปลายเรซ ด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะ 47.932 วินาที ส่วนทีมเมทชาวญี่ปุ่นอย่าง “ยูกิ คุนิอิ” นักบิดชาวญี่ปุ่นหมายเลข 92 ไม่จบการแข่งขัน พลาดล้มในรอบสุดท้าย
“ก้อง-สมเกียรติ” เผยหลังจบเรซแรกว่า “เราสร้างความคืบหน้าได้เล็กน้อยจากการแข่งขันเรซแรกที่ โมสต์ ในวันนี้ มีพัฒนาการขึ้นมาบ้างในการเซ็ตติ้งรถแข่ง แต่ก็ต้องแลกกับบางอย่างที่เสียไปเหมือนกัน ดังนั้นเราจึงต้องเดินหน้าทำงานหนักต่อไป โดยต้องพยายามนำข้อมูลจากวันแรกไปใช้ในการแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซ และเรซที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ให้ได้”
“ส่วนฟีลลิ่งการขับขี่ผมรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยหากเทียบกับที่ บาลาตอน (ฮังการี) เพราะสามารถต่อสู้ในสนามได้มากขึ้น แต่ยังคงมีปัญหาอยู่หลายด้านและต้องปรับปรุงเพื่อให้รู้สึกอุ่นใจกับรถแข่งมากขึ้น มาดูกันว่าพรุ่งนี้เราจะทำอะไรได้บ้าง” นักบิดไทยทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 5 จะแข่งขันรอบ ซูเปอร์โพลเรซ ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคมนี้ เวลา 16.10 น. และปิดท้ายด้วยเรซ 2 เวลา 20.30 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026 #CzechWorldSBK
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
แบรนด์น้องใหม่ อิปปอน (IPONE) แนะนำผลิตภัณฑ์ Katana (สายคาดสีน้ำเงิน)
แบรนด์ใหม่ล่าสุด อิปปอน (IPONE) น้ำมันหล่อลื่นรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียมจากประเทศฝรั่งเศส ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สำหรับรถสองล้อโดยเฉพาะ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยไฮไลท์ คือการนำเสนอเทคโนโลยีสูตรหล่อลื่นขั้นสูงของอิปปอน (IPONE) ที่ใช้เบสน้ำมันชนิด PAO และเอสเทอร์ 100% ซึ่งเป็นเบสน้ำมันคุณภาพสูงในกลุ่ม Group 4 และ Group 5 ถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานระดับสูงของอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่นในปัจจุบัน ด้วยการผสานคุณสมบัติเด่นของเอสเทอร์เข้ากับเบสน้ำมันระดับพรีเมียม ผลิตภัณฑ์ของอิปปอน (IPONE) จึงช่วยมอบการปกป้องเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสึกหรอ รองรับการขับขี่สมรรถนะสูง และช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อิปปอน (IPONE) พร้อมตอบโจทย์ผู้ขับขี่ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ผู้รักการดูแลรถจักรยานยนต์ หรือผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูงสุดจากเครื่องยนต์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าในทุกเส้นทาง และด้วยแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น อิปปอน (IPONE) ได้นำแนวคิด “ลำดับขั้นสายคาดยูโด” มาถ่ายทอดสู่การจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง Katana (สายคาดสีน้ำเงิน) น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ มอบการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมและความทนทานระดับพรีเมียม และ R4000 (สายคาดสีเขียว) น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ มอบความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความคุ้มค่า เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
BANGKOK HOT ROD 2026 ทุบสถิติดึง 50 กรรมการโลกตัดสินงานคัสต้อม มากสุดในอาเซียน! ชู “Bangkok Boy” ควงแขนรถยนต์ฮอทรอดและคัสต้อมไบค์ทั่วไทย รวมรถระดับมาสเตอร์พีซ สร้างประวัติศาสตร์คัสต้อมเอเชีย
พบกับความยิ่งใหญ่ในวาระครบรอบ 10 ปีของปรากฏการณ์งานคัสต้อมที่โลกต้องจับตามอง “BANGKOK HOT ROD CUSTOM SHOW 2026” ระหว่างวันที่ 16 – 17 พฤษภาคม 2569 ณ อาคาร 11 – 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยปีนี้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการดึงคณะกรรมการผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วโลกกว่า 50 ท่าน บินตรงสู่ไทยเพื่อร่วมตัดสินภายใต้มาตรฐานสากล ซึ่งถือเป็นจำนวนกรรมการต่างชาติที่มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลาง Custom Culture ของเอเชีย สร้างปรากฏการณ์งานคัสต้อมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชูไฮไลท์การรวมตัวของสุดยอดรถคัสต้อมที่สะท้อน “ลายเซ็นคนไทย” (The SiXnature) ผสานกับยนตกรรมระดับตำนานจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมกิจกรรมระดับพรีเมียมที่หาชมได้ยากที่สุดในประเทศไทย
นันทพัฒน์ (บอมบ์) อุ่นพิกุล ประธานจัดงาน เปิดเผยว่า “จุดแข็งที่สุดของปีนี้คือความเชื่อมั่นจากวงการโลก เรามีกรรมการและแขกรับเชิญกว่า 50 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านคือ ‘ระดับตำนาน’ ที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก การมาเยือนของพวกเขาพร้อมกับการรวบรวมรถคัสต้อมกว่า 400 คันมาไว้ในงาน คือการพิสูจน์ว่าศักยภาพของคนไทยได้รับการยอมรับในระดับสูงสุดแล้วว่า “คัสต้อมไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก”
การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและสืบสานวัฒนธรรมคัสต้อมในระดับภูมิภาคเอเชีย ด้วยการรวบรวมรถยนต์ฮอทรอดและรถจักรยานยนต์คัสต้อม พร้อมการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงอิทธิพลจากวงการระดับโลก เช่น Mr. Shige Suganuma จาก MOONEYES Japan , Mr. Yaniv Evan เจ้าพ่อ FXR จาก Hollywood ที่มี FC ชาวไทยติดตามอย่างหนาแน่น , Gary Royal จาก Beware Choppers ซานฟรานซิสโก บิวเดอร์สายชอปเปอร์มาดเท่ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดคนหนึ่งของโลก , Mike Rabideau เจ้าของฉายา Majikmike บิวเดอร์จากลาสเวกัสและ Giuseppe Lazzara (Pepe) จาก อิตาลี ผู้เชี่ยวชาญสไตล์ Chicano ที่ผสมผสานงานดีไซน์อิตาลีได้อย่างหาตัวจับยาก ร่วมด้วย Arnaud Mary จากฝรั่งเศส James Sinclair และ John Maragozidis จากออสเตรเลีย และผู้นำวงการจากเครือข่ายคัสต้อมอาเซียนครบทีม คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทย
ไฮไลท์สำคัญ ของปี 2026:
The Global Pride “Bangkok Boy”: ต้อนรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของคัสต้อมไบค์ตัวแทนหนึ่งเดียวของไทยที่ไปประกาศศักดาคว้า 4 รางวัลจากเวทีระดับโลก รถที่เต็มไปด้วย DNA ความเป็นไทยในทุกสัดส่วน ผลงานการคัสต้อมและลงลายเส้นโดยทีมงานไทย 100% ที่พิสูจน์แล้วว่าฝีมือคนไทยทัดเทียมนานาชาติ
Thailand SiXnature Zones : พบกับกองทัพรถที่ถูกคัดสรรมาเพื่อโชว์ความเป็นที่สุดของคนไทย ไม่ว่าจะเป็น 1923 Ford Model T (รถยนต์รุ่นประวัติศาสตร์ที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกที่ร้อนแรงที่สุด) , Dragster : Mooneyes (รถที่เร็วที่สุด), RX-8 : TKS Racing (รถที่เตี้ยที่สุด) และ Lightning McQueen : Heng’s Garage รถคันโปรดขวัญใจเด็ก ๆ ที่จะมาสร้างสีสันให้โซนนี้คึกคักเป็นพิเศษ และยังพบกับการรวมตัวของ สุดยอดวินเทจชอปเปอร์ 15 คันที่เป็น “Top Tier” ของประเทศ จาก ยุคสงครามจนถึงยุคทอง และความแรร์ของเครื่องยนต์ระดับตำนานที่หาดูได้ยากที่สุด อาทิ Knucklehead, Panhead, Shovelhead และ Flathead ซึ่งทุกคันถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนจิตวิญญาณของเจ้าของอย่างแท้จริง
The Master Builders: พบกับผลงานของเหล่ามาสเตอร์และอินฟลูระดับประเทศ อาทิ K-Speed สำนักแต่งไทยชื่อดังที่สร้างชื่อเสียงได้ในระดับโลก, Dogtor Garage พ่อมดรถการ์ตูนที่ปีนี้มากับคอนเซ็ป “Tinky Winky” พร้อมด้วยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายรถอย่าง Streetmetal , เอส ระดับโลก และ NOISYBOY ที่พาผลงานดีไซน์ดุดันมาโชว์ตัว
Legendary Collections & Motorsports: ย้อนวันวานกับ Group A รถแข่ง 6 คันแห่งตำนานจากสนามแข่งสู่ DNA ที่เด็ก 90s ต้องรู้จัก พร้อมพบกับ Heng’s Garage ตัวพ่อสาย GT-R ที่รวมตำนาน Nissan Skyline ไว้มากที่สุด และ Joe Hawaii กับคอลเลกชันรถอเมริกันหายากในธีม “Colorful” มาไว้ในที่เดียว และอีก 1 ไฮไลท์ที่สำคัญกับสีสันของเด็กหลังห้องจากชีวา คลาสิคที่จะยกทัพ 1981 SOUL & SOLD มาร่วมสร้างสีสันให้กับงานในปีนี้
งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์รถ แต่เป็นพื้นที่รวมไลฟ์สไตล์ ทั้งการจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่ง อะไหล่หายาก สินค้าแฟชั่นแนวคัสต้อมที่รวมร้านค้ากว่า 100 ร้าน พร้อมโซน TDE Village (Thailand Diecast Expo) อีก1ใน partner หลักของงานที่ยกโลกรถโมเดลและฉาก Diorama ระดับนักสะสมมาโชว์ให้แฟนๆรถเล็กได้สัมผัสโลกยานยนต์ในมุมที่สมจริงยิ่งกว่าเดิม และกิจกรรมความบันเทิงอย่างการประกวด Kustom Paint Thailand Contest: เวทีประชันฝีมือของศิลปิน Pinstripe และ Air Brush แถวหน้าของเมืองไทยที่มาโชว์การสร้างสรรค์ศิลปะบนชิ้นส่วนยานยนต์แบบสดๆ
นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ เป็นเจ้าของรถ New Honda GB350C Bangkok Hot Rod Custom Bike Built by Fat Boy Design รถคัสต้อมพิเศษเพียงคันเดียวในโลกที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
วิสัยทัศน์ใหม่แห่งความหรูหรา: เจาะลึก Vision BMW Alpina และอนาคตของแบรนด์ภายใต้ชายคา BMW Group
ท่ามกลางบรรยากาศอันเหนือกาลเวลาของงาน Concorso d’Eleganza Villa d’Este ประจำปี 2026 ณ ริมทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี โลกยานยนต์ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการเผยโฉม “Vision BMW Alpina” ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่รถต้นแบบดีไซน์ล้ำสมัย แต่คือการประกาศแถลงการณ์ครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ นับตั้งแต่ Alpina ก้าวเข้าสู่การเป็นแบรนด์ย่อย (Subbrand) อย่างเป็นทางการภายใต้ BMW Group นี่คือ “Design Study” ที่จะกำหนดทิศทางของรถยนต์รุ่นโปรดักชันคันแรกซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปี 2027
Vision BMW Alpina เปรียบเสมือนหัวเรือที่ดุดันซึ่งกำลังทะยานแหวกอากาศด้วยเจตจำนงแห่งบาวาเรียน (Bavarian intent) ตัวรถทำหน้าที่สื่อสารถึงอัตลักษณ์ใหม่ที่ผสานความดั้งเดิมของสำนักแต่งระดับตำนานเข้ากับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพยากรระดับมหาศาลของ BMW การปรากฏตัวครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่ฝังรากลึกอยู่ในปรัชญาดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
ตำนานแห่ง Buchloe: เมื่อความสบายคืออาวุธลับของความเร็ว
การจะถอดรหัสความอัจฉริยะของ Vision BMW Alpina ได้นั้น เราต้องย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์ที่ Burkard Bovensiepen ได้สถาปนาขึ้นในปี 1965 ในยุคนั้นเขาคือผู้มองการณ์ไกลที่เปลี่ยนจากธุรกิจเครื่องพิมพ์ดีดมาสู่การรังสรรค์ “นิยามใหม่” ของ BMW ในขณะที่สำนักแต่งอื่นหมกมุ่นอยู่กับการรีดพละกำลังและลดน้ำหนักจนละเลยความสบาย Bovensiepen กลับเลือกที่จะเป็น “ผู้พิทักษ์เจตนารมณ์ที่ถูกลืมเลือน” (Custodian of a lost truth) โดยยึดถือปรัชญาที่ว่า “ผู้ขับขี่ที่รู้สึกสบายคือผู้ขับขี่ที่สามารถทำความเร็วได้มากกว่า” (A comfortable driver is a faster driver)ความลุ่มลึกนี้พิสูจน์ได้จากเรื่องราวในสนามแข่ง Endurance เมื่อครั้งอดีต ในขณะที่คู่แข่งเลือกใช้เบาะนั่งที่บางและเบาหวิวเพื่อลดพิกัดรถ Bovensiepen กลับเลือกสั่งให้เพิ่มนวมบุในเบาะนั่งของผู้ขับขี่ เพราะเขาทราบดีว่า “ความล้า” คือศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายศักยภาพในการทำความเร็ว ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายเป็นกระดูกสันหลังของ BMW Alpina ยุคใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 3 เสาหลักสำคัญ:- Extreme Capability (สมรรถนะขั้นสูง): พละกำลังที่พร้อมระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ และหัวใจสำคัญคือความเป็นรถ “Unrestricted” หรือการไร้ซึ่งพันธนาการในการจำกัดความเร็วสูงสุด ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของแบรนด์
- Sophistication (ความซับซ้อนที่เหนือระดับ): ความประณีตในงานวิศวกรรมที่ไม่ตะโกนก้อง แต่แฝงไว้ด้วยรายละเอียดที่ต้องใช้การพิจารณาอย่างลุ่มลึก
- Dual Mastery of Performance and Comfort (ความเป็นเลิศทั้งความเร็วและความสบาย): การหลอมรวมขั้วตรงข้ามให้กลายเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ
จิตวิญญาณเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงนามธรรม แต่ถูกจารึกไว้ในทุกเส้นสายที่ปรากฏอยู่บนตัวถังภายนอกจิตวิญญาณ Shark-nose: สถาปัตยกรรมแห่งความแรงที่ไร้พันธนาการ
Vision BMW Alpina มาพร้อมกับความโอ่อ่าของตัวถังคูเป้ขนาด 5.2 เมตร เปรียบเสมือนเรือยอชท์ทางบกที่มีจิตวิญญาณของนักวิ่งระยะสั้น (Land-yacht with the soul of a sprinter) การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นอมตะอย่าง Alpina B7 Coupé (รหัส E24) ในยุค 70 โดยเฉพาะส่วนหน้าแบบ “Shark-nose” ที่โน้มไปข้างหน้าอย่างทระนง พร้อมการตีความกระจังหน้าไตคู่ใหม่ให้เป็นประติมากรรม 3 มิติที่ทรงพลัง
องค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ Vision คันนี้เป็น BMW Alpina อย่างแท้จริง ประกอบด้วย
- Speed Feature Line: เส้นนำสายตาที่เริ่มต้นจากมุมล่างด้านหน้าและพุ่งทะยานขึ้นในมุม 6 องศา พาดผ่านตัวถังไปจนถึงส่วนท้าย สร้างความรู้สึกของ “ความเคลื่อนไหว” แม้ในยามหยุดนิ่ง
- Deco-lines: แถบเส้นสัญลักษณ์จากปี 1974 ถูกนำมาตีความใหม่ด้วยความละเมียดละไมสูงสุด โดยใช้วิธีการพ่นสีลงใต้ชั้นแล็กเกอร์เคลือบเงา (Clear coat) เพื่อความเรียบเนียนที่เป็นเนื้อเดียวกับตัวรถ
- Classic Wheels: ล้ออัลลอยลาย 20 ก้าน (20-spoke) ซึ่งเป็นอัตลักษณ์มาตั้งแต่ปี 1971 ในรถต้นแบบคันนี้ถูกขยายขนาดเป็น 22 นิ้วที่ด้านหน้า และ 23 นิ้วที่ด้านหลัง
- Exhaust Layout: ปลายท่อไอเสียรูปวงรี 4 ท่อ (Elliptical quad-pipes) ที่จัดวางอย่างสุขุมแต่พร้อมจะคำรามด้วยเสียง V8 ที่กังวานและทรงพลัง
ปรัชญา “Second Read”: ความหรูหราคือการค้นพบ มิใช่การประกาศ
ความหรูหราที่แท้จริงของ BMW Alpina อยู่ที่สิ่งที่เรียกว่า “Second Read” (การรับรู้ในระดับที่สอง) ซึ่งเน้นย้ำถึงความถ่อมตัวอย่างสง่างาม (Restraint) รายละเอียดสำคัญจะถูกเปิดเผยต่อผู้ที่ใส่ใจพิจารณาเท่านั้น เช่น พื้นผิวที่โค้งกลับเข้าด้านใน (Inward-facing return surfaces) ซึ่งถูกเคลือบด้วยโลหะสีเข้ม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานอย่าง BMW 507 ที่เลือกใช้โครเมียมเฉพาะบริเวณ “ด้านใน” ของกระจังหน้าเท่านั้น เพื่อสร้างมิติและความลุ่มลึกที่แตกต่างจากรถทั่วไปที่เน้นความฉูดฉาดภายนอก
ในส่วนของขุมพลัง BMW Alpina เลือกที่จะสวนกระแสด้วยการใช้เครื่องยนต์ V8 Combustion Engine ในรูปแบบ “Non-hybrid” และ “Non-plug” (ไร้การเสียบปลั๊ก) นี่คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของประสบการณ์การขับขี่ โดยเน้นไปที่แรงบิดอันมหาศาลและความต่อเนื่องของพลังงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มลูกค้าผู้หลงใหลในกลิ่นอายดั้งเดิมถวิลหา
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด “Architectural Clarity” โดยเน้นการจัดวางรูปทรงแบบ Standalone forms ที่ให้ความรู้สึกโปร่งเบาแต่แข็งแกร่ง ประสบการณ์การขับขี่ถูกยกระดับด้วยโหมดการทำงานใหม่ โดยโหมด “Comfort+” ยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุดของความนุ่มนวล ในขณะที่โหมด Sport แบบเดิมถูกแทนที่ด้วยโหมด “Speed” และ “Speed+” ซึ่งจะปรับเปลี่ยนสีสันบนหน้าจอ BMW Panoramic iDrive เป็นสี Heritage Blue และ Green เพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณความแรง
รายละเอียดงานหัตถกรรมระดับ Masterpiece ประกอบด้วย:- หนัง Full-grain: คัดสรรอย่างพิถีพิถันจากภูมิภาคเทือกเขาแอลป์ (Alpine region) เพื่อสัมผัสที่เนียนนุ่มและทนทาน
- Bridge stitch: เทคนิคการเย็บที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพวงมาลัยรถคลาสสิก ปรากฏให้เห็นในโทนสีน้ำเงินและเขียวอันเป็นเอกลักษณ์
- Magnetized crystal glass: กลไกการจัดเก็บแก้วคริสตัลที่ยึดด้วยแม่เหล็ก พร้อมการแกะสลักเส้น Deco-line 20 เส้นลงบนเนื้อแก้วอย่างวิจิตร
- Digital Background: ภาพทัศนียภาพในระบบดิจิทัลที่จำลองเทือกเขาแอลป์ เมื่อมองไปทางทิศใต้ (South) จากเมือง Buchloe ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแบรนด์ เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณระหว่างผู้ขับขี่และมรดกของ Alpina
บทใหม่ของ BMW Alpina: การเติมเต็มช่องว่างระหว่าง BMW และ Rolls-Royce
ภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ของ BMW Group แบรนด์ Alpina ถูกวางตำแหน่งให้อยู่ในจุดที่ “Filling the gap” หรือการเติมเต็มช่องว่างระหว่างรถยนต์ระดับสูงสุดของ BMW และความหรูหราแบบประณีตสูงสุดของ Rolls-Royce ซึ่งเป็นตลาดที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพและกำไรมหาศาล (Rarefied and profitable world) เช่นเดียวกับตลาดของ Ferrari หรือ Bentley โดย BMW ได้เตรียมยกระดับโชว์รูมและบริการเพื่อรองรับการสั่งทำพิเศษ (Individualization) ในระดับที่เข้มข้นขึ้น
Adrian van Hooydonk ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ BMW Group ระบุว่าบทบาทของเขาคือการเป็น “ผู้ดูแล” ที่จะนำพาจิตวิญญาณของ Alpina มาปรับใช้ในบริบทสมัยใหม่ (Contemporary context) ขณะที่ Oliver Viellechner ยืนยันว่า BMW Alpina จะยังคงรักษาความโดดเด่นในฐานะรถที่ทำความเร็วได้โดยไร้การล็อกความเร็ว (Unrestricted)
สำหรับปี 2027 รถยนต์รุ่นโปรดักชันคันแรกที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก BMW 7 Series จะปรากฏตัวขึ้นในฐานะ “Unmistakably BMW Alpina” (เป็น BMW Alpina อย่างไม่ผิดเพี้ยน) โดย “Vision BMW Alpina” คันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ฝันกลางวัน แต่มันคือคำประกาศศักดาว่าแบรนด์ที่เคยอยู่ชายขอบแห่งความเร็วได้ “กลับบ้าน” มาอยู่กับครอบครัว BMW อย่างสมศักดิ์ศรี โดยที่ยังมีจิตวิญญาณอันเป็นอิสระและทรงพลังเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ที่มา : Top Gear, BMW Group, Car and Driver
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลยWebsite : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“โยฮันน์ ซาร์โก” บิดคันเร่ง Honda RC213V คว้าท็อป 5 ควง “โจอัน เมียร์” ทะลุ Q2 โมโตจีพี คาตาลุนญ่า
การแข่งขัน โมโตจีพี 2026 สนาม 6 รายการ คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ ผ่านการซ้อมอย่างเป็นทางการ 2 ครั้งแรก เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิต เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน
ผลการซ้อมในรอบ Practice (PR) ปรากฏว่า “โยฮันน์ ซาร์โก” นักบิดจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสเจ้าของหมายเลข 5 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ พารถแข่ง Honda RC213V เค้นความเร็วนาทีสุดท้ายขยับขึ้นมารั้งอันดับ 5 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 38.789 วินาที ตามหลังผู้นำเพียง 0.079 วินาทีเท่านั้น ผ่านเข้าสู่ Q2 ได้สำเร็จ
ขณะที่ “โจอัน เมียร์” นักบิดชาวสแปนิชหมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี เป็นอีกหนึ่งคนที่รีดความเร็วรถแข่งคู่ใจได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะพลาดล้มช่วงต้นการซ้อม แต่ยังออกมากดเวลาขึ้นมารั้งอันดับ 8 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 38.846 วินาที ผ่านเข้าสู่ Q2 ได้แบบอัตโนมัติ ตามหลังหัวแถวเพียง 0.136 วินาทีเท่านั้น
ตามด้วย “ดิโอโก้ โมเรร่า” นักบิดรุกกี้ชาวบราซิเลียนหมายเลข 11 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ในอันดับ 14 ตามหลังหัวแถว 0.464 วินาที และ “ลูก้า มารินี” นักบิดอิตาเลียนหมายเลข 10 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ในอันดับ 18 ตามหลัง 0.68 วินาที
ทั้งนี้ 4 นักบิดฮอนด้า มีคิวลงแข่งขันรอบควอลิฟายในศึก คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ ในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมนี้ ก่อนจะดวลความเร็ว “สปรินต์เรซ” ในเวลา 20.00 น. ของคืนเดียวกันตามเวลาประเทศไทย โดยรอบเมนเรซจะชิงชัยในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคมนี้ เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #CatalanGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“มารินี-เมียร์” พร้อมบิด Honda RC213V ลุยคาตาลัน กรังด์ปรีซ์
ศึก โมโตจีพี 2026 สนาม 6 รายการ คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ มีคิวดวลความเร็วระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคมนี้ ที่ สนาม เซอร์กิต เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน
ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา “ลูก้า มารินี” นักบิดอิตาเลียนเจ้าของหมายเลข 10 และทีมเมทชาวสแปนิชอย่าง “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 คู่หูจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ได้เดินทางถึงสนามเพื่อเตรียมความพร้อมร่วมกับทีมแล้ว
โดย “มารินี” ที่จบการแข่งขันสนามที่ผ่านมาในอันดับ 10 ที่ เลอมองส์ เชื่อว่ารถแข่ง Honda RC213V ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างชัดเจนแม้จะมีความผิดพลาดเล็กน้อยเข้ามารบกวนในสุดสัปดาห์ก็ตาม ขณะที่ “เมียร์” ซึ่งแสดงศักยภาพระดับสูงไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 6 ก่อนพลาดล้มและได้รับบาดเจ็บที่มือ ก็อัพเดตว่ามีการฟื้นตัวที่ดีและพร้อมสำหรับการแข่งขันในโฮมเรซ
“มารินี” กล่าวว่า “เรากลับมาทำงานกันต่อทันทีในช่วงที่เข้มข้นที่สุดของฤดูกาล หลังจากทำผลงานได้ไม่เต็มศักยภาพมากนักที่ เลอมองส์ สุดสัปดาห์นี้จะเป็นโอกาสแสดงให้เห็นว่านั่นเป็นเพียงความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น และเราสามารถที่จะเดินหน้าสู้ต่อได้ แผนของเรายังคงเหมือนเดิมคือสร้างความคืบหน้าจากการทำงานนับตั้งแต่เริ่มต้นสุดสัปดาห์ และเพื่อเข้ารอบ Q2 ให้ได้ ผมมั่นใจว่าเราจะทำผลงานได้ดีกว่าที่ เลอมองส์ ทั้งวันเสาร์และอาทิตย์”
ด้าน “เมียร์” เปิดเผยว่า “อาการบาดเจ็บที่มือของผมโอเคขึ้นมาแล้วหลังจากอุบัติเหตุใน เลอมองส์ ผมแค่ต้องเย็บแผลนิดหน่อย มันยังมีอาการเจ็บอยู่บ้าง เราจะตรวจสอบดูอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ได้กังวลอะไรมาก ผมอยากจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ในสุดสัปดาห์นี้กับ คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นโฮมเรซ แต่เป็นเพราะเรามีศักยภาพที่ดี ใน ฝรั่งเศส ผมทำความเร็วได้ดีมากเมื่อเทียบกับนักแข่งฮอนด้าคนอื่น และผมเองก็มีแรงกระตุ้นที่จะโชว์ความเร็วของเราอีกครั้ง”
ก่อนเข้าสู่การแข่งขันที่ บาร์เซโลน่า ทัพนักบิดฮอนด้ายังคงเดินหน้าเก็บแต้มได้อย่างต่อเนื่อง โดย “มารินี”
รั้งอันดับ 11 มีทั้งสิ้น 33 คะแนน ตามด้วย “โยฮันน์ ซาร์โก” อันดับ 12 มี 29 คะแนน, “ดิโอโก้ โมเรร่า” อันดับ 17 มี 10 คะแนน และ “เมียร์” อันดับ 18 มี 8 คะแนน
ทั้งนี้ ศึก คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ตวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม และดวลความเร็วรอบสปรินต์เรซในคืนเดียวกัน เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นจะแข่งขันรอบเมนเรซในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #CatalanGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle / Uncategorized1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ฉลอง 50 ปีแห่งตำนาน GoldWing จัดทริปเอ็กซ์คลูซีฟ “The Prestige Horizon” พาลูกค้าสัมผัสเส้นทาง Grand Touring ระดับลักชัวรี เส้นทางภูเก็ต–กระบี่–สมุย
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “50th Anniversary GoldWing The Prestige Horizon” พาลูกค้าผู้ครอบครอง Honda GoldWing 50th Anniversary กว่า 20 คันร่วมเฉลิมฉลองตำนานแห่งการเดินทางตลอด 50 ปีของ GoldWing ผ่านประสบการณ์ Prestige Travel Trip ระหว่างวันที่ 8–11 พฤษภาคม 2569 บนเส้นทางภาคใต้ ครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และเกาะสมุย ภายใต้คอนเซปต์ “Scenic Riding Route – Unseen Southern Thailand” ถ่ายทอดประสบการณ์การขับขี่แบบ Grand Touring ผสานไลฟ์สไตล์การพักผ่อนระดับลักชัวรีอย่างลงตัว
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับให้กับลูกค้า GoldWing พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Honda BigBike GoldWing Community ในฐานะคอมมูนิตี้ของนักเดินทางระดับพรีเมียม ที่เชื่อมโยงกันผ่านแพสชันด้านการขับขี่ การออกเดินทาง และการแบ่งปันประสบการณ์บนเส้นทางสุดพิเศษร่วมกัน
ตลอดทริป 4 วัน 3 คืน ผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสเส้นทางขับขี่ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของภาคใต้ พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางด้วยการเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว รวมถึงกิจกรรมและประสบการณ์สุดพิเศษที่ออกแบบเฉพาะสำหรับลูกค้า GoldWing ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารระดับ Michelin Guide การเดินทางด้วย Private Ferry แบบเหมาลำเฉพาะกลุ่มลูกค้า GoldWing การล่องเรือ Private Catamaran ที่เกาะสมุย และปิดท้ายค่ำคืนแห่งความประทับใจด้วย Beach Club Party ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพของสมาชิก GoldWing Community
“50th Anniversary GoldWing The Prestige Horizon” สะท้อนเอกลักษณ์ของ Honda GoldWing ในฐานะรถจักรยานยนต์ Grand Touring ระดับตำนาน ที่ไม่เพียงมอบสมรรถนะและความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกล แต่ยังเชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับประสบการณ์ ความทรงจำ และมิตรภาพบนทุกเส้นทางอย่างมีความหมาย
ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ จากฮอนด้าบิ๊กไบค์เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH#ThePrestigeHorizon #GoldWing #GoFly #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine



























































































































































