-
“IMC สื่อสากล” พร้อมจัดงาน MOTOR EXPO 2025 เริ่ม 29 พย. นี้
“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ปรับรูปแบบกิจกรรม คุมโทนในงานให้เหมาะสม ค่ายรถยนต์ 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ ร่วมแสดงนวัตกรรม พร้อมจัดโปรโมชั่นมากมาย ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม นี้
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เผยว่า “ปีนี้จัดตามแนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” โดยขอความร่วมมือผู้ออกงานให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
MOTOR EXPO 2025 มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานทั้งหมด 42 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ ได้แก่ AION, AUDI, AVATR, BMW, BYD, CARRYBOY, CHERY, DEEPAL, DENZA, DFSK, FARIZON, FORD, GAC, GEELY, GEELY RIDDARA, GWM, HONDA, HYPTEC, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, KIA, LEAPMOTOR, LEXUS, MAXUS, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NEX, NISSAN, OMODA & JAECOO, POCCO, PORSCHE, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING, XPENG และ ZEEKR รวมทั้ง ชุดแต่งจากผู้นำเข้าอิสระ M’Z SPEED
รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ ได้แก่ BMW MOTORRAD, DECO, DUCATI, EM MOTOR, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, LAMBRETTA, NIU, ROYAL ALLOY, ROYALENFIELD, SLEEK EV, SUZUKI, TRIUMPH, TROMOX, YAMAHA และ ZONTES
รถมือสอง 3 แบรนด์ ได้แก่ BMW PREMIUM SELECTION, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, และ VOLVO SELEKT
สำหรับกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ มีรายละเอียดดังนี้
- “ซื้อรถ…ชิงรถ” ผู้จองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE มูลค่า 2,099,000 บาท
- “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE มูลค่า 1,059,000 บาท
- “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” ผู้จองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรถจักรยานยนต์ SUZUKI รุ่น GSX-8R มูลค่า 419,000 บาท
- “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ” ผู้ลงทะเบียนใน MOTOR EXPO APPLICATION พร้อมตอบแบบสอบถามครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ WULING BINGUO รุ่น DC ICON มูลค่า 429,000 บาท
ยิ่งกว่านั้นยังมีบริการ “MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” เพียง 1,000 บาท รับ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 3 ใบ ช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ EXCLUSIVE VISITOR LOUNGE บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ ซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10% และสิทธิ์เข้าร่วมชิงโชครายการ “ซื้อบัตร ชิงรถ”
นอกจากนี้ งาน MOTOR EXPO 2025 ยังมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Skill Driving Experience Junior จัดอบรมปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / Skill Driving Experience จัดกิจกรรมขับรถแข่งเครื่อง Simulator / Spirit of the 4×4 Driving School ชมสนามรถบังคับจำลองสถานการณ์ในพื้นที่ทุรกันดาร และสนามจำลอง ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ / นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย แสดงรถโบราณทรงคุณค่า หาชมยาก / มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชน / ชุมนุมรถสวย ชมรถยนต์ และบิกไบค์ รุ่นดังหลากหลายค่าย จากสมาชิกคาร์คลับทั่วประเทศ / Join Boat Platform จัดแสดงเรือสำหรับคนรักเรือ ฯลฯ
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง https://www.motorexpo.co.th/onlineticket/
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM เตรียมส่ง Hi4 สุดยอดเทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะสู่ตลาดไทย ประเดิมรุ่นแรกใน GWM WEY G9 รถ MPV ระดับไฮเอนด์ พร้อม Zero Gravity Seat และระบบปฏิบัติการสุดล้ำ
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลกด้วยแนวคิด“ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนอง ทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM (Thailand) เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ลักชัวรี่ในประเทศไทย ด้วยการเผยโฉมครั้งแรกของแบรนด์ GWM WEY (จีดับเบิ้ลยูเอ็ม เวย์) นำโดย GWM WEY G9 (จีดับเบิ้ลยูเอ็ม เวย์ จีไนน์) รถ MPV ระดับไฮเอนด์รุ่นแรก ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย ทั้งระบบขับเคลื่อน Hi4 Technology เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ปลอดภัยและมั่นใจในทุกเส้นทางและทุกสถานการณ์ รวมถึง Coffee Intelligence ซึ่งเป็นระบบนิเวศ AI ใหม่ที่พัฒนาโดย GWM และระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.3 เชื่อมต่อคนกับรถอย่างไร้ขีดจำกัด มอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะและการตอบสนองที่ถูกต้อง ฉับไว แม่นยำ และไร้รอยต่อ ที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากผู้ใช้ในประเทศจีน นอกจากนี้ ยังล้ำไปอีกขั้นกับสุดยอดความสะดวกสบายด้วยเบาะแถวสองที่สามารถปรับเป็นสภาวะไร้น้ำหนัก หรือ Zero-Gravity Seat โดย GWM WEY G9 คือ ยนตรกรรมระดับลักชัวรี่ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะอย่างแท้จริง เตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2025 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นี้
เทคโนโลยี Hi4: ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะครั้งแรกของโลก การันตีด้วยรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด
GWM WEY G9 มาพร้อม Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD) เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะครั้งแรกของโลก หลังจากที่คว้ารางวัล Grand Prize ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (S&T Award) ประจำปี 2025 จากสมาคมวิศวกรยานยนต์แห่งประเทศจีน (China SAE) ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนไฮบริดได้รับรางวัลสูงสุดนี้ และเป็นรางวัลทรงเกียรติที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์จีน สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวล้ำของเทคโนโลยี Hi4 ทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และความชาญฉลาดในการขับขี่ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งแรกของบริษัทระดับโลก เทคโนโลยี Hi4 ใช้นวัตกรรมเชิงสถาปัตยกรรม “3 แหล่งพลังงาน + 9 โหมดการทำงาน” ครอบคลุมทั้ง EV Mode, Series Range-Extending Mode, Parallel Hybrid Mode, Direct Engine Drive Mode และโหมดการฟื้นพลังงานจากทั้งเพลาหน้าและหลัง พร้อมระบบ ITVC (Intelligent Torque Vectoring Control) ที่สามารถปรับแรงบิดของล้อแต่ละข้างได้ภายในเวลาเพียง 0.01 วินาที ช่วยลดการลื่นไถลและเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวลื่น เช่น น้ำ ทราย หรือกรวด แม้แต่การเข้าโค้ง เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ทั้งความเร็ว ความลื่นไหล ความเงียบ การประหยัดพลังงาน และความปลอดภัยในทุกสภาพถนน รองรับสภาพการขับขี่ที่หลากหลายในโลกแห่งการเดินทางที่ท้าทาย
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2023 รถที่ติดตั้งเทคโนโลยี Hi4 ของ GWM มียอดขายทั่วโลกกว่า 410,000 คัน ณ สิ้นปี 2024 โดยได้ผลักดันส่วนแบ่งตลาดรถออฟโรดพลังงานใหม่ของ GWM ในจีนจาก 10% ในปี 2020 เติบโตเป็น 52% ภายใน2024 ขณะที่ในตลาดต่างประเทศ รถยนต์ที่ติดตั้ง Hi4 ได้ถูกส่งออกไปยังตลาดสำคัญ เช่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ และคาซัคสถาน
Coffee OS 3.3: ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะเพื่อการเชื่อมต่อในทุกเส้นทางแบบไร้ขีดจำกัด
นอกจาก Hi4 แล้ว GWM WEY G9 ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ราบรื่นระหว่างคนกับรถ โดยทำงานร่วมกับ AI ที่สามารถแสดงภาพและสถานะของรถยนต์ในรูปแบบ 3 มิติแบบเรียลไทม์บนหน้าจอแสดงผล รวมถึงสามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยการสั่งงานจากภาพบนหน้าจอ เช่น เปิด-ปิดฝากระโปรงท้าย นอกจากนี้ ยังโดดเด่นด้วยด้วยการรองรับการสั่งงานด้วยเสียงมากถึง 21 ภาษา และสำเนียงท้องถิ่นที่แตกต่างกัน จับเสียงได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถแยกเสียงชายและหญิงได้อย่างชาญฉลาด พร้อมระบบการนำทาง Petal Maps Global Navigation อันทันสมัยที่สามารถแสดงภาพแผนที่แบบ 3 มิติและสภาพการการจราจรแบบเรียลไทม์ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ผ่าน GWM App Store เช่น Spotify ได้อย่างง่ายดาย และยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนอย่างไร้รอยต่อ ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว GWM WEY G9 ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยไซเบอร์ (cyber security) ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลส่วนตัวได้รับการปกป้องขั้นสุด มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง
2nd Row Zero-Gravity Seat: เบาะแถวสองแบบสภาวะไร้น้ำหนัก ให้การเดินทางสะดวกสบายถึงขีดสุด
GWM WEY G9 มาพร้อมกับเบาะแถวสองแบบสภาวะไร้น้ำหนัก ที่ทำให้ผู้โดยสารแถวสองรู้สึกสบายเหมือนนั่งอยู่ในอวกาศที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง โดยร่างกายของผู้โดยสารไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนหรือพื้นของรถ ด้วยการปรับมุมองศาของเบาะไปที่ “Golden Angle” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการบินและอวกาศของ NASA สร้างมุมที่นั่งที่สมบูรณ์แบบ 127° สําหรับลําตัว และ 132° สําหรับต้นขาและน่อง โดยจัดตําแหน่งหัวใจและหัวเข่าในระดับเดียวกันเพื่อการกระจายแรงกดทั่วที่นั่งอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มความสบายไปอีกขั้นด้วยเบาะหุ้มหนัง Nappa สัมผัสนุ่ม หรูหรา ทนทาน ไม่ระคายเคืองผิว ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดง่าย พร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบ และระบบเบาะระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง ช่วยลดความเมื่อยล้าและยกระดับความสบายไปอีกขั้น
ยิ่งไปกว่านั้น GWM WEY G9 ใช้วัสดุที่รักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds หรือ VOC) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเชื่อมพื้นผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าโซนิก ลดการใช้กาวในชิ้นส่วนภายในรถ ใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการอบที่อุณหภูมิ 80°C นาน 2 ชั่วโมง เพื่อลดกลิ่นและสาร VOC GWM WEY G9 ถือเป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกในประเทศจีนที่ได้รับการรับรอง “การปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ (Zero Formaldehyde)” และ “China Green Car Assessment Program (C-GCAP) ระดับห้าดาว”
GWM WEY และ GWM WEY G9 จึงเป็นมากกว่าแบรนด์ลักชัวรี่และรถยนต์ระดับไฮเอนด์ แต่เป็นแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและเหนือความคาดหมายให้กับผู้ใช้ทั่วโลก ชูเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการเดินทางที่เหนือระดับ ทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่อย่างแท้จริง
เวย์น โจว์ กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าที่เคย โดยเฉพาะเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนและระบบปฏิบัติการที่ล้ำหน้าและทันสมัยที่สุดของ GWM ทั้ง Hi4 และ Coffee OS ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก เราเชื่อมั่นว่าการนำเทคโนโลยีระดับสูงเหล่านี้เข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการนำแบรนด์ GWM WEY ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งและสร้างสรรค์จากเกียรติยศและแรงบันดาลใจของประธาน Jack Wey รวมถึงการนำ GWM WEY G9 เข้าสู่ตลาดไทย จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ GWM ในการส่งมอบยนตรกรรมระดับไฮเอนด์และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย สร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ และตอบโจทย์ทุกการเดินทางอย่างแท้จริง”
#GWM #GWMThailand #GWMWEY #GWMWEYG9 #WEYBrand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ฮอนด้า จัดโปรแรงส่งท้ายปี! ดีลสุดคุ้ม 2 รุ่นยอดนิยม Civic e:HEV และ New HR-V e:HEV มอบสิทธิพิเศษสูงสุด 50,000 บาท พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท ตั้งแต่ 1 พ.ย. – 11 ธ.ค. 2568 กับ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+ โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดโปรแรงส่งท้ายปีกับแคมเปญ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” เพิ่มเติมทางเลือกใหม่สำหรับรถยนต์สองรุ่นฮิตในไลน์อัป Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ทั้ง Honda Civic e:HEV และ New Honda HR-V e:HEV มอบความคุ้มค่าที่ “ตรงใจ เลือกได้เอง” ให้คุณเลือกได้ดั่งใจรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท** ให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ทั้งสองรุ่นเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 อย่าพลาด! โปรแรงแห่งปีที่ทำให้ความฝันของคุณเป็นจริง
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้นเพียง 1,099,000 บาท
สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ทางเลือกใหม่!
- รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท**
- หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท**
โดยมาพร้อมข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda Civic e:HEV ได้ง่ายขึ้น
- โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
- ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 84,000 บาท*
- ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,527 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
- พร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้นเพียง 949,000 บาท
ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ทางเลือกใหม่!
- รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท**
- หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท**
โดยมาพร้อมข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ New Honda HR-V e:HEV ได้ง่ายขึ้น
- โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
- ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 84,000 บาท*
- ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 8,090 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
- พร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์
อย่ารอช้า! มาคว้าความคุ้มค่าส่งท้ายปีกับแคมเปญ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+ โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม Max ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center)
โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda Civic e:HEV ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/civic
- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ New Honda HR-V e:HEV ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/hrvehev
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
- เว็บไซต์: honda.co.th
- Facebook Official Account: Honda Thailand
- LINE Official Account: @honda-thailand
หมายเหตุ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
** Honda Exclusive Care ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้
ข้อมูลเพิ่มเติม
- ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) คือ การขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ประกอบไปด้วย
- ฟรีประกันภัย 1 ปี
- ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา
- ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น
- ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine - ทางเลือกใหม่!
-
News Car1 Min Read
Infinite Automobile เปิดตัวโชว์รูม AVATR RAMA 3 แฟลกชิปแห่งใหม่ พื้นที่ขายใหญ่ที่สุดและครบวงจรที่สุดในประเทศไทย พร้อมเผยโฉม AVATR 11 Royal Edition อย่างเป็นทางการ
บริษัท อินฟินิท ออโตโมบิล จำกัด ในเครือ เอเอเอส กรุ๊ป (AAS Group) ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ AVATR ในประเทศไทย เดินหน้าประกาศก้าวสำคัญทางธุรกิจ ด้วยการเปิดตัวโชว์รูมแห่งใหม่ AVATR RAMA 3 Flagship Showroom อย่างเป็นทางการ โดยโชว์รูมนี้ถือเป็นโชว์รูมแฟลกชิปแห่งแรกของ อินฟินิท ออโตโมบิล ที่มีพื้นที่ขายใหญ่ที่สุดและครบวงจรที่สุดในประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ลูกค้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) สู่มาตรฐานระดับโลก
โชว์รูม AVATR RAMA 3 Flagship แห่งนี้ ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 9,000 ตารางเมตร บนที่ดินกว่า 2.5 ไร่ มีการออกแบบที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากลของ AVATR โดยแบ่งพื้นที่การใช้งานอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย พื้นที่จัดแสดงรถยนต์รุ่นต่าง ๆ พร้อมด้วยพื้นที่รองรับลูกค้า (Customer Lounge) ระดับพรีเมียม และศูนย์บริการครบวงจร ครอบคลุมงานเช็กระยะ ซ่อมแซมทั่วไป และศูนย์ซ่อมสีที่ได้รับมาตรฐานยุโรป เช่นเดียวกับทุกศูนย์ในเครือ AAS พร้อมด้วยพื้นที่ส่งมอบรถ และบริการหลังการขายในบรรยากาศหรูหรา เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้าในทุกขั้นตอนของการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้งบลงทุนกว่า 120 ล้านบาท
นายอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินฟินิท ออโตโมบิล จำกัด กล่าวว่า
“โชว์รูม AVATR พระราม 3 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของอินฟินิท ออโตโมบิล ในการสร้างแฟลกชิปโชว์รูมแห่งแรกในประเทศไทย ที่ไม่เพียงแต่จะมีพื้นที่ขายใหญ่ที่สุด แต่ยังครบวงจรที่สุด ทั้งในด้านการขาย การบริการ และการรับรองลูกค้าในมาตรฐานระดับสากล เรามุ่งมั่นให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางในการสร้างประสบการณ์ระดับพรีเมียมแก่ลูกค้า AVATR ในประเทศไทย และพร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายเพื่อตอบรับความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า”โดยในเดือนพฤศจิกายน 2568 จะเปิดให้บริการในส่วนของโชว์รูม และจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคม 2569 พร้อมกันนี้ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณชั้น 3 ให้เป็นศูนย์อบรมและห้องประชุมสำหรับผู้จำหน่ายในเครืออินฟินิท ออโตโมบิล ในขณะที่ชั้นดาดฟ้าเป็นพื้นที่จัดงานสังสรรค์กลางแจ้งสำหรับพาร์ทเนอร์และลูกค้าของบริษัท
โชว์รูม AVATR RAMA 3 ยังสะท้อนถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับฉางอาน ออโตโมบิล หนึ่งในผู้นำเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะระดับโลก เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค พร้อมตั้งเป้ารองรับความต้องการจากผู้ใช้งานกว่า 2,000 คน ภายใน 1-2 ปีนี้
ไฮไลต์ของงาน นอกจากจะเป็นการเปิดตัวโชว์รูมแฟลกชิปแห่งใหม่ให้ได้สัมผัสเป็นครั้งแรกแล้ว ยังเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ AVATR 11 Royal Edition ยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียมที่ผสานสมรรถนะอัจฉริยะเข้ากับความหรูหราระดับแนวหน้า โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถัง Dual Tone สี Glossy Grey และ Glossy Black พร้อมเส้นสาย Platinum Silver รอบตัวถัง สะท้อนความประณีตและสง่างามในทุกมิติ ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังแท้ Full Grain Semi-Aniline ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม Opera House เพื่อมอบประสบการณ์แห่งความหรูหราและความสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์การเผยราคาคาดการณ์เป็นที่แรก ในตัวเลข 2,8XX,XXX บาท ซึ่งต้องติดตามราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้งจากทางฉางอานประเทศไทย
นอกจากนี้ลูกค้า AVATR จากอินฟินิท ออโตโมบิล ทุกท่านยังได้รับสิทธิพิเศษเหนือระดับ “INFINITR” (อินฟินิทาร์) พื้นที่ที่ไลฟ์สไตล์หรูหรามาบรรจบกับนวัตกรรม คือคลับที่ยกระดับประสบการณ์ทุกการกินดื่ม การเฉลิมฉลอง และการท่องเที่ยวให้กลายเป็นความประทับใจที่ไม่เหมือนใคร และคือสังคมที่เชื่อมโยงกับกลุ่มคนที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน สัมผัสถึงคุณค่าของการใช้ชีวิตที่เหนือกว่าในทุกรายละเอียด สะท้อนถึงการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุดในโลกแห่งสิทธิพิเศษเหนือระดับที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อผู้ครอบครองรถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู AVATR จากอินฟินิท ออโตโมบิลโดยเฉพาะ
พร้อมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ AVATR 11 Royal Edition แล้ววันนี้ ที่โชว์รูม AVATR ภายใต้การดูแลของบริษัท อินฟินิท ออโตโมบิล จำกัด ทั้ง 7 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่
สาขาพระราม 3 (AVATR Rama 3) โทร. 081-919-8615
สาขาสยามพารากอน (AVATR Siam Paragon) โทร. 080-042-5574
สาขาวิภาวดี (AVATR Vibhavadi) โทร. 087-078-6644
สาขากาญจนาภิเษก (AVATR Kanchanaphisek) โทร. 088-501-4299
สาขาภูเก็ต (AVATR Phuket) โทร. 093-364-9647
สาขาหาดใหญ่ (AVATR Hat Yai) โทร. 091-969-7999
และสาขาเชียงใหม่ (AVATR Chiang Mai) โทร. 065-839-9888หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.avatrthailand.com
ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดราคาและข้อเสนออย่างเป็นทางการได้จากบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
-
News Motocycle1 Min Read
“ไทยฮอนด้า” จุดกระแสความมันส์! ชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตซื้อตั๋วชมเรซระดับโลก ร่วมหนุน “โมโตจีพี 2026” จัดเต็มกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ใน “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์”
“ไทยฮอนด้า” ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในงานแถลงข่าวเปิดตัวขายบัตรเข้าชมศึก โมโตจีพี 2026 สนามแรก รายการ พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ อย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วโลก เดินหน้าสนับสนุนอย่างเต็มร้อยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมชวนแฟนชาวไทยสัมผัสเรซระดับโลกฝีมือคนไทย ประกาศจัดหนักจัดเต็มกิจกรรมสุดตื่นตาตื่นใจแบบหาที่ไหนไม่ได้ตลอด 3 วันที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2026 ในปีหน้า
เมื่อวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2025, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เข้าร่วมงานแถลงข่าวการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2026 สนามแรกของฤดูกาล รายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์)
ดร. อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ไทยฮอนด้า ให้ความสำคัญกับวงการมอเตอร์สปอร์ตมาอย่างต่อเนื่อง เราให้โอกาสและพัฒนานักแข่งไทยไปสู่การแข่งขันระดับโลก อย่าง โมโตจีพี ซึ่งมี “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เป็นโมเดลสำคัญ ในการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่ ที่จะเติบโตและก้าวขึ้นมาทำผลงานสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย”
“การแข่งขัน โมโตจีพี สนามประเทศไทยมีความสำคัญอย่างมากที่ช่วยพลิกโฉมวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม และที่สำคัญยังส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาความเร็วในไทย โดยเฉพาะการพัฒนานักแข่งให้ก้าวสู่ระดับโลก อยากชวนแฟนๆ ชาวไทยซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันซึ่งถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก และแน่นอนว่า ไทยฮอนด้า ได้เตรียมกิจกรรมสุดพิเศษไว้มากมาย เตรียมรอทุกท่านเช่นเคย”
ไทยฮอนด้ามุ่งมั่นขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง และในปี 2026 ก็พร้อมขนกิจกรรมของ ฮอนด้า ใน โมโตจีพี มาเสิร์ฟให้แฟนๆ ได้ร่วมประสบการณ์แบบที่หาที่ไหนไม่ได้ อาทิ ความยิ่งใหญ่ Honda Exhibition Hall ร่วมสัมผัส! รถแข่งระดับโลกที่นำมาโชว์ กิจกรรมพิเศษพร้อมของรางวัลในบูธ และ ชมถ่ายทอดสดการแข่งขันบนจอยักษ์พร้อมทีมผู้บรรยาย
สัมผัสประสบการณ์ Honda EV Experience ณ “Welcome area EV Station” กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda BENLY e: ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ และนวัตกรรมพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ฮอนด้า ให้ความสำคัญอย่างมาก
ขณะเดียวกัน ก็ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า ฮอนด้า โดยเฉพาะ กับกิจกรรม Honda BigBike Road Trip to ThaiGP 2026 ร่วมเดินทางกับรถมอเตอร์ไซค์สุดรักของคุณไปกับเพื่อนๆ คอเดียวกัน สู่จุดหมายปลายทางแห่งความเร็วที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมกับ เปิดจุดพักรถ Honda Rest Station ไว้คอยให้บริการตลอดเส้นทาง
และแน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่บรรยากาศของ โมโตจีพี “ไทยฮอนด้า” จัดกิจกรรม Honda Race to The One Village 2026 โดยพาแฟนคลับ Honda Wing Center, Honda BigBike และ CUB House มาร่วมชมเชียร์ชิดติดขอบสนาม โมโตจีพี กับช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตได้เข้าร่วมกิจกรรม “มีตแอนด์กรี๊ด” (Meet and Greet) กระทบไหล่นักแข่งระดับโลกของฮอนด้าในศึก โมโตจีพี นำโดย “โจอัน เมียร์” และ “ลูก้า มารินี” คู่หูจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี รวมถึง “โยฮันน์ ซาร์โก” และ “ดิโอโก้ โมเรร่า” ในสังกัด ฮอนด้า แอลซีอาร์
สำหรับ บัตรเข้าชมการแข่งขัน พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 จะยังคงจำหน่ายในราคาเดิม โดยลูกค้า ฮอนด้า จะได้รับส่วนลดพิเศษถึง 20% เมื่อโชว์กุญแจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ณ จุดจำหน่าย
แฟนๆ ความเร็วสามารถซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.allticket.com เริ่มจำหน่ายวันอังคารที่ 11 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #PTGrandPrixofThailand2026 #Motorsport
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ส่งมอบหมวกกันน็อกครบทั่วทั้งภาคอีสาน ปิดท้ายที่อุบลราชธานีอีก 1,360 ใบ ตอกย้ำ 60 ปี แห่งการสร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความปลอดภัยทางถนนในวาระครบรอบ 60 ปี จัดกิจกรรมส่งมอบหมวกนิรภัยมาตรฐาน มอก. จำนวน 1,360 ใบ ให้แก่เยาวชนและประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้โครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” นำโดย มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด พร้อมผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ ร่วมเป็นผู้แทนมอบให้แก่ ร้อยตรี สรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยมี นายอภิรักษ์ นามบุตร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ผู้แทนหน่วยงานราชการ คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้แทนสถาบันการศึกษา เข้าร่วมรับมอบ ณ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี
ทั้งนี้ ไทยฮอนด้า ได้ส่งมอบหมวกนิรภัยครบทุกจังหวัดทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมปิดท้ายเส้นทางแห่งความห่วงใยที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถือเป็นจังหวัดสำคัญทางเศรษฐกิจของภูมิภาค มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ และมีประชากรจำนวนมากเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ การมอบหมวกนิรภัยในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากครอบคลุมกลุ่มเยาวชนและผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของประชากรและการใช้รถใช้ถนนสูง อันจะช่วยยกระดับความปลอดภัยทางถนนได้อย่างเป็นรูปธรรม
มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของไทยฮอนด้า เราอยากแสดงความขอบคุณและตอบแทนสังคมไทย ภายใต้แนวคิด ‘60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน’ ด้วยการส่งมอบหมวกนิรภัยจำนวน 60,000 ใบ มูลค่า 60 ล้านบาท ร่วมกับผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศที่สมทบเพิ่มเติมอีก 52,440 ใบ รวมเป็น 112,440 ใบ มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับจังหวัดอุบลราชธานี เราได้มอบหมวกนิรภัยจำนวน 1,360 ใบ เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมการสวมหมวกกันน็อกให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเยาวชน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยที่ปลอดภัยในอนาคต ตอกย้ำเจตนารมณ์ของไทยฮอนด้าในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย ส่งต่อความปลอดภัย ความห่วงใย และวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัยอย่างยั่งยืนในทุกภูมิภาค”
ณ ปัจจุบัน คาราวาน “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ได้ทยอยส่งมอบหมวกนิรภัยมาตรฐาน มอก. ครอบคลุมเกือบครบทุกภูมิภาคในประเทศ และยังเหลืออีก 14 จังหวัด ที่จะเข้าร่วมรับมอบในช่วงโค้งสุดท้ายของคาราวาน ก่อนจะปิดภารกิจอย่างสมบูรณ์ที่กรุงเทพมหานคร ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568
โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ คาราวานหมวกกันน็อก 60 ปี ไทยฮอนด้า ที่เดินทางส่งมอบความห่วงใยทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมการขับขี่ปลอดภัยในกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง ไทยฮอนด้าเชื่อว่าการสวมหมวกนิรภัยเป็นเกราะป้องกันชีวิตที่ช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
เกี่ยวกับ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ได้ที่เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสังคมไทย #HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว New XPENG G6 Standard Range รุ่นย่อยใหม่ ยกระดับมาตรฐานของกลุ่ม C-SUV ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นระดับพรีเมียม แต่เข้าถึงง่าย และคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมรับข้อเสนอ มอเตอร์ เอ็กซ์โป
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เปิดตัว New XPENG G6 รุ่นย่อยใหม่ ‘Standard Range’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Standard That Raises Standards’ ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีขนาดกลาง ที่มุ่งตอบโจทย์การใช้งานจริง และมีเป้าหมายเพื่อทำให้เทคโนโลยีล้ำสมัย ได้รับการปรับให้สอดคล้องกับความต้องการ พร้อมราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่า แต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะ ความปลอดภัย พร้อมแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง มอบประสบการณ์เหนือระดับและแตกต่าง ในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง คือแบรนด์ แห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้ง เอ็กซ์เผิง รุ่น G6 อัลตราสมาร์ท เอสยูวี คูเป้ และ X9 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วย AI ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง วันนี้ G6 พร้อมขยายการเข้าถึงไปสู่กลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ไปจนถึงต้องการยกระดับไลฟ์สไตล์ สู่ยุคการขับขี่อัจฉริยะ หรือให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ที่พร้อมรองรับอนาคตการเดินทางอย่างยั่งยืน กับ New XPENG G6 รุ่นย่อยใหม่ ‘Standard Range’ ที่ยกระดับคำว่า ‘Standard’ ให้เหนือกว่าที่เคย ด้วยเทคโนโลยี 800V SiC Platform และแบตเตอรี่แบบ 5C นับเป็นการสร้างนิยามใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงราคาจับต้องได้ แต่เป็นมาตรฐานใหม่ของความฉลาด และคุณภาพระดับพรีเมียม ตามคอนเซปต์ The Standard That Raises Standards”
New XPENG G6 Standard Range ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ พร้อมคงระบบขับขี่อัจฉริยะ
โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสุดล้ำ คงเอกลักษณ์ Robot Face ด้วยไฟ Full-width Integrated Daytime Running Light ด้านหน้า เสริมความสปอร์ตด้วยฝาท้ายดีไซน์แบบ Ducktail และกันชนท้ายแบบ C-Ring พร้อมล้ออัลลอย Five-spoke ขนาด 20 นิ้ว มาพร้อม 5C AI Battery Ultra-fast Charging แบบ LFP ขนาด 68.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 382 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุด 540 กิโลเมตร (NEDC) อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน 14.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร (NEDC) นับเป็นรุ่นที่ชาร์จเร็วและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวี ในระดับราคาและขนาดแบตเตอรี่ใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ New XPENG G6 Standard Range ยังรองรับการอัปเดตแบบออนไลน์ (OTA) เพื่อปรับปรุงซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัย และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าได้ขับรถที่มีซอฟท์แวร์ทันสมัย และใหม่ตลอดเวลา
จองและออกรถ New XPENG G6 Standard Range วันนี้ รับข้อเสนอเดียวกับ มอเตอร์ เอ็กซ์โป
- บัตรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 20,000 บาท*
- ม่านหลังคาไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง พร้อมอุปกรณ์ดูดฝุ่น*
- ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พรบ. นาน 1 ปี *
- Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง*
- เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา*
- คะแนน MGC-MOBILIFE 6,000 คะแนน*
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (Premium Roadside Assistance) นาน 5 ปี*
- รับประกันคุณภาพสินค้า 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
- รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
มั่นใจกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดจนหัวเมืองหลักในแต่ละภูมิภาค นำโดย เอ็กซ์เผิง รามคำแหง, สุขุมวิท, ประดิษฐ์มนูธรรม, แจ้งวัฒนะราชพฤกษ์, พัทยา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, เชียงใหม่, ภูเก็ต, วิภาวดี-รังสิต, ตลิ่งชัน, ศรีนครินทร์, สุราษร์ธานี และ เกษตร-นวมินทร์ รวมทั้งหมด 15 แห่ง โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการที่เป็นมาตรฐาน ผสานเครื่องมืออันทันสมัย และคลังเก็บอะไหล่ ‘XPENG Parts Center’ เพื่อประสิทธิภาพการให้บริการ และความพึงพอใจของลูกค้า อย่างทั่วถึง
XPENG G6 Standard Range ใหม่ ราคา 1,189,000 บาท
XPENG G6 Long Range ราคา 1,349,000 บาท
XPENG G6 AWD Performance ราคา 1,489,000 บาทสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย โทร. 1526
Facebook: xpeng thailand
www.xpeng.co.th*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉมจักรยานยนต์ต้นแบบ V3R 900 E-Compressor Prototype ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V3 พร้อมคอมเพรสเซอร์ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
ภายในงาน EICMA 2025รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉม V3R 900 E-Compressor Prototype รถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V3 พร้อมคอมเพรสเซอร์ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายในงาน EICMA 2025 (Milan Motorcycle Shows) ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 4–9 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
เพื่อให้ความสุขและอิสรภาพแห่งการเคลื่อนที่เติมเต็มวิสัยทัศน์ “Honda 2030 Vision” ให้เป็นจริง ทีมพัฒนารถจักรยานยนต์ของฮอนด้าจึงได้ร่วมกันระดมสมองและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นเหนือความคาดหวังของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดย V3R 900 E-Compressor Prototype ถือเป็นรถต้นแบบที่สร้างขึ้นเพื่อนำเสนอคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้า ผ่านเทคโนโลยี
ที่ฮอนด้าเป็นผู้คิดค้นและไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนรถจักรยานยนต์ต้นแบบรุ่นนี้พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Non-rail rollercoaster” สื่อถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการสร้างรถที่ผสานสองแนวคิดเข้าด้วยกัน ได้แก่ Guaranteed thrill และ Reassuring peace of mind โดยรวมเอาเทคโนโลยีล่าสุดเข้ากับองค์
ความรู้ที่ฮอนด้าสั่งสมจากการพัฒนารถจักรยานยนต์มาอย่างยาวนานฮอนด้าพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ให้มีขนาดกะทัดรัด ด้วยความจุ 900 ซีซี โดยใช้พื้นฐานการออกแบบจากเครื่องยนต์ V3 ที่ตัวลูกสูบจัดเรียงในมุม 75 องศาแบบตัววีและระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-Cooled 75-Degree V3 Engine) ซึ่งเคยเปิดตัวเป็นต้นแบบแล้วในงาน EICMA 2024 ที่ผ่านมา
เครื่องยนต์รุ่นนี้มาพร้อมคอมเพรสเซอร์ชนิดควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากข้อมูลการวิจัย
ของฮอนด้านับเป็นครั้งแรกของโลกในรถจักรยานยนต์ ช่วยให้แรงบิดตอบสนองได้ฉับไวตั้งแต่รอบต่ำ ด้วยการควบคุมแรงอัดของอากาศที่ไหลเข้าสู่เครื่องยนต์โดยไม่ขึ้นกับรอบการทำงาน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ผลักดันให้ฮอนด้ามุ่งพัฒนาเครื่องยนต์ขนาด 900 ซีซี ที่ให้สมรรถนะเหนือระดับเทียบเท่าเครื่องยนต์ 1200 ซีซีได้ พร้อมทั้งยังคงไว้ซึ่งความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมV3R 900 E-Compressor Prototype โดดเด่นด้วยชุดครอบด้านข้างดีไซน์ไม่สมมาตร ถังน้ำมันประดับ
ด้วยตราสัญลักษณ์ “Honda Flagship WING” แบบใหม่ ซึ่งจะเริ่มนำไปใช้กับรถระดับเรือธงของฮอนด้าทั้งหมดตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปฮอนด้าตั้งใจให้ V3R 900 E-Compressor Prototype เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในเส้นทาง
แห่งความท้าทาย เพื่อมอบประสบการณ์ความสนุก ความตื่นเต้น และความภาคภูมิใจของการเป็น
เจ้าของในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลังจากนี้ฮอนด้าพร้อมเดินหน้าสู่การผลิตจริงต่อไปอย่างเต็มรูปแบบติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า
#HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
#V3R900 #EICMA2025
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
จับตา! “GWM WEY” แบรนด์ลักชัวรี่ใหม่จาก GWM และ “GWM WEY G9” รถ MPV ระดับไฮเอนด์รุ่นแรก เตรียมเปิดตัวในไทย 28 พฤศจิกายนนี้
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เตรียมปักหมุดหมายใหม่ของยานยนต์ลักชัวรี่ในไทย ด้วยการเปิดตัว “GWM WEY (จีดับเบิ้ลยูเอ็ม เวย์)” แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์ที่ผสานพลังเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับงานออกแบบและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า เพื่อมอบทางเลือกใหม่ให้ผู้ใช้ที่กำลังมองหาความหรูหราและความสะดวกสบายระดับไฮเอนด์ สมรรถนะและความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ รวมถึงความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีที่สัมผัสได้ในทุกวัน
GWM WEY คือแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับลักชัวรี่จาก GWM ที่ตั้งชื่อตามนามสกุลของผู้ก่อตั้ง Jack Wey ซึ่งทำให้ WEY เป็นแบรนด์ยานยนต์จีนระดับหรูแบรนด์แรก และเป็นแบรนด์แรกที่ใช้ชื่อของผู้ก่อตั้งเป็นชื่อแบรนด์ สะท้อนถึง “เกียรติยศ ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่น” ของ แจ็ค เวย์ (Jack Wey) ที่มีต่อคุณภาพและนวัตกรรมของยานยนต์จีน โดย GWM WEY ยึดพันธกิจ “Making Luxury Accessible” หรือ “ทำให้ความหรูหราเข้าถึงได้” โดย GWM ใช้เวลาถึง 4 ปีเต็มเพื่อสร้างแบรนด์นี้ขึ้นอย่างพิถีพิถัน มุ่งสู่ตลาดรถยนต์พรีเมียมระดับกลางถึงสูง และเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการ “ท้าทายการผูกขาดของแบรนด์ต่างชาติในตลาด SUV หรู” โดยท่านประธานแจ็ค เวย์ “นี่คือแบรนด์ที่ผมเดิมพันด้วยนามสกุลของผมเอง” และ”ผมจะปกป้องเกียรติของแบรนด์ เหมือนที่ผมปกป้องเกียรติของครอบครัว”
GWM WEY G9 ก้าวแรกของยนตรกรรมลักชัวรี่สู่ตลาดไทย
การเปิดตัว GWM WEY G9 (จีดับเบิ้ลยูเอ็ม เวย์ จีไนน์) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ GWM WEY ในประเทศไทย และเป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยนตรกรรมลักชัวรีอัจฉริยะได้อย่างครบถ้วน ทั้งความปลอดภัยขั้นสูง สุดยอดเทคโนโลยีอัจฉริยะ และความจริงใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบจนถึงงานบริการ มอบสมรรถนะ เทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างเหนือระดับ เพื่อรองรับหลากหลายบทบาทของผู้ใช้ในทุกช่วงเวลาของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ การใช้รถในชีวิตประจำวันของครอบครัว หรือเวลาส่วนตัวที่ต้องการพื้นที่แห่งความผ่อนคลาย GWM WEY G9 จึงเป็นมากกว่ารถ MPV แต่คือประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา สะดวกสบาย พร้อมสมรรถนะและความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิตอย่างแท้จริง
GWM WEY G9 ขับเคลื่อนด้วยระบบ Hi4 Technology ที่ผสานพลังระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว เพื่อส่งมอบการขับขี่ที่มั่นคง ปลอดภัย นุ่มนวล และราบรื่นในทุกสภาพถนน สามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่องทั้งการติดต่อธุรกิจหรือการพักผ่อนกับครอบครัว หมดกังวลกับการหยุดแวะชาร์จไฟฟ้าในระหว่างทาง โดยเทคโนโลยี Hi4 ของ GWM ได้รับรางวัลใหญ่ระดับประเทศ “Grand Prize of the Science and Technology (S&T)” จากสมาคมวิศวกรยานยนต์จีน (China SEA) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีที่นวัตกรรมด้านระบบขับเคลื่อนไฮบริดได้รับรางวัลสูงสุดนี้ ตอกย้ำมาตรฐานระดับโลกของ GWM ในด้านนวัตกรรม สมรรถนะ และความปลอดภัยของระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะสี่ล้อ พร้อมเติมเต็มความหรูหราในห้องโดยสารด้วยรายละเอียดที่ใส่ใจผู้ใช้อย่างครบครัน อาทิ เก้าอี้นั่ง Zero Gravity ที่ช่วยรองรับสรีระอย่างเป็นธรรมชาติ มอบความสบายขั้นสุด ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด และอีกมากมาย ทั้งหมดนี้ช่วยให้ทุกช่วงเวลาของการเดินทางเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ความสะดวกสบาย และความประณีตในแบบลักชัวรี่ที่เข้าถึงได้ง่าย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle2 Min Read
ไทยแถลงความพร้อม! เจ้าภาพ “โมโตจีพี 2026” สนามเปิดฤดูกาล ใหญ่ขึ้น-สนุกขึ้น-ผู้ชมมากขึ้น ตั้งเป้าเป็นสนามที่ดีที่สุดและน่าจดจำที่สุดในปฏิทินแข่งขัน
รัฐบาลไทย นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อ “PT Grand Prix of Thailand 2026” ซึ่งได้รับเกียรติสูงสุด ขึ้นแท่นสนามเปิดฤดูกาล เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำก้าวสำคัญสู่ปีที่ 7 ที่แข็งแกร่งของไทยบนแผนที่มอเตอร์สปอร์ตโลก พร้อมเดินหน้า สานต่อความสำเร็จ ดันไทยสู่ “ฮับมอเตอร์สปอร์ตภูมิภาค” และสร้างต้นแบบเมืองกีฬาอาเซียน จุดพลุคอนเซ็ปต์ ‘More Than a Race’ จัดใหญ่-สนุกขึ้น ตั้งเป้าเป็นสนามแข่งที่ดีที่สุดและน่าจดจำที่สุดในปฏิทิน MotoGP ลุ้นสร้างสถิติใหม่ผู้ชมสูงสุดทำลายสถิติเดิม พร้อมเปิดจำหน่ายบัตรวันแรก กระแสตอบรับดีเยี่ยม ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ Sold Out ด้วยเวลา 3.21 นาที
11 พ.ย. 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) : แถลงข่าวจัดการแข่งขันและเปิดจำหน่ายบัตรชม ศึกรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” (PT Grand Prix of Thailand 2026) โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล หรือ Pre-Season Test วันที่ 21-22 ก.พ. และ สนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่าง วันที่ 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ งานแถลงข่าวจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพ พร้อมด้วยตัวแทนภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), ดอร์น่า สปอร์ต, จังหวัดบุรีรัมย์, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ร่วมแถลงข่าว รวมทั้งตัวแทนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก, น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (ดูคาติ ไทยแลนด์) ทัพสื่อมวลชนและผู้ร่วมงานมากกว่า 400 คน ถือเป็นงานแถลงข่าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำปีของไทย
ภายในงานยังได้มีการเปิดจำหน่ายบัตรชมการแข่งขัน โมโตจีพี สนามประเทศไทย ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยปีนี้ปรับเวลาการจัดจำหน่ายให้เร็วขึ้นกว่าทุกปี รวมทั้งมีการเพิ่มกิจกรรมความสนุก ลุ้นรางวัลของที่ระลึกมากมาย รวมทั้งความพิเศษของบัตรชมการแข่งขัน ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษ ‘3-in-1 Global Exclusive’ ในการเข้าชมฟรี 3 กิจกรรมหลักทั้ง Pre-Season Test, Main Race และเป็นบัตรแอดมิชชั่นร่วมกิจกรรมบันเทิง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หลังเปิดจำหน่าย บัตรแกรนด์ สแตนด์ Sold Out ด้วยเวลา 3.21 นาที
รัฐบาล‘เดินหน้า’ สานต่อ ThaiGP ดันไทยสู่ ‘ฮับมอเตอร์สปอร์ตภูมิภาค’
ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน กล่าวว่า การที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพ MotoGP เป็นปีที่ 7 และได้เป็นสนามเปิดฤดูกาลถึง 2 ปีติดต่อกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการทำงานอย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยพิสูจน์แล้วว่า สิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง คือเอกลักษณ์ ความเป็นเจ้าบ้านที่อบอุ่น และการสร้างบรรยากาศที่แฟนๆ ไม่มีวันลืม เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ไทยอย่างแท้จริง และสร้าง “ภาพจำ” ที่แตกต่างจากทุกสนามทั่วโลก
“ ThaiGP เป็นมากกว่าสนามแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน “Sport Tourism” ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการท่องเที่ยว โรงแรม ขนส่งและซัพพลายเชนต่างๆ นี่คือ ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่ประเทศได้รับจากการเป็นเจ้าภาพ MotoGP”
“จากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ไทยต่อสัญญาเป็นเจ้าภาพออกไปอีก 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) สะท้อนว่า รัฐบาลมีเจตนาชัดเจนในการ “เดินหน้าต่อ” เพราะ ThaiGP เป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทยผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ฮับของมอเตอร์สปอร์ตในภูมิภาค” ผ่านการสนับสนุนการแข่งขัน การพัฒนานักแข่งเยาวชน และการใช้ Soft Power สื่อสารภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของประเทศไปทั่วโลก”
ThaiGP คือ ‘การลงทุนในอนาคตของวงการกีฬาไทย’ สร้างต้นแบบเมืองกีฬาอาเซียน
นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กองทุนฯในฐานะหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน MotoGP ได้เห็นถึงพัฒนาการและผลลัพธ์อันเป็นรูปธรรมของการจัดการแข่งขัน ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 25,000 ล้านบาท และดึงดูดนักท่องเที่ยวรวมแล้วกว่า 1.2 ล้านคน ชี้ให้เห็นว่าการจัดการแข่งขันระดับโลกนี้ คือ “เครื่องยืนยันถึงศักยภาพของประเทศ” ไม่เพียงในมิติของกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระดับโลก
การจัดการแข่งขันโมโตจีพีในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงการจัดกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังเป็น “การลงทุนในอนาคตของวงการกีฬาไทย” สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน สร้างอาชีพใหม่ในอุตสาหกรรมกีฬา และส่งเสริมเศรษฐกิจของพื้นที่ในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในต้นแบบของเมืองกีฬาในภูมิภาคอาเซียน และเป็นเวทีที่ช่วยต่อยอดศักยภาพของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ดอร์น่า ชู ThaiGP คือ “ประสบการณ์ครบวงจร” เป็นหนึ่งในสนามที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในปฏิทินโมโตจีพี
ด้าน อัมปาโร ปอร์โต ผู้อำนวยการอาวุโส ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน ได้กล่าวแสดงความขอบคุณประเทศไทย ผ่านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย สำหรับความร่วมมืออันยอดเยี่ยมและมุ่งมั่นที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ThaiGP โดยต่อสัญญาไปอีก 5 ปี พร้อมทั้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้การแข่งขันประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
“ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างมากของโมโตจีพีในภูมิภาคนี้ ด้วยฐานแฟนกีฬาที่แข็งแกร่งและมีความหลงใหลในกีฬามอเตอร์สปอร์ต อีกทั้งยังมีศักยภาพในการขยายฐานผู้ชมได้อีกมาก โดยการแข่งขัน ThaiGP ถือเป็นหนึ่งในสนามที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในปฏิทินโมโตจีพี และประสบการณ์ของแฟน ๆ ในสนามก็เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของความสำเร็จในด้านการจัดงาน โดยพื้นที่แฟนโซนของประเทศไทย มีความโดดเด่นด้านกิจกรรม ความบันเทิง อาหาร และพื้นที่อเนกประสงค์ ทำให้การแข่งขัน ThaiGP เป็น “ประสบการณ์แบบครบวงจร” ทั้งในและนอกสนาม สะท้อนแนวคิดของโมโตจีพีที่มุ่งให้แฟน ๆ ได้สนุกตลอดช่วงสุดสัปดาห์การแข่งขัน และบุรีรัมย์ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำให้ประสบการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
PTG ทุ่มสุดตัว! มอบประสบการณ์ ‘PT GO FOR MAX’ ไตเติ้ล สปอนเซอร์ปีที่ 3
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ในฐานะ Title Sponsor ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 เปิดเผยว่า “การสนับสนุนนี้เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เราเห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างชัดเจน ทั้งการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ขยายโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้, สร้างคุณค่าร่วมกันให้กับประเทศและคนไทย”
“ด้วยสโลแกน ‘PT GO FOR MAX’ เราตั้งใจมอบประสบการณ์พิเศษมากมายให้กับแฟนๆ เพื่อให้ได้รับความสุขแบบ ‘MAX’ ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานไปจนถึงวันงาน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก PT Max Card Plus บัตรแดง หรือ สมาชิก PT Max Card Plus EV บัตรเขียวอ่อน รับส่วนลดซื้อบัตรเข้าชม 25% และ PT Max Card บัตรเขียว รับส่วนลด 20% นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษทั้ง ลด แลก แจก ช็อป จากทางผลิตภัณฑ์ในเครือ ไม่ว่าจะเป็น PT Maxnitron กาแฟพันธุ์ไทย ศูนย์บริการ Autobacs และผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งสินค้าลิขสิทธิ์สุดพิเศษเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตให้เลือกซื้อมากมาย นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์สำคัญคือ กิจกรรม Fan Zone, Hero Walk และ Meet and Greet ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ที่ PT Pavilion ที่เดียวเท่านั้น เราจะทำให้การมาเยือนสนามช้างฯ เป็นมากกว่าการชมการแข่งขัน แต่เป็นการได้รับประสบการณ์ที่ครบถ้วนทั้งความมันส์ ความคุ้มค่า และความประทับใจที่แฟน ๆ ไม่มีวันลืม”
บุรีรัมย์ พร้อม 100% ชี้ MotoGP สร้างงานกว่า 46,000 ตำแหน่ง
นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะเจ้าบ้าน กล่าวถึงความพร้อมในการจัดงานว่า “ความสำเร็จของ MotoGP นั้น ไม่ได้วัดเพียง 3 วันของการแข่งขัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน บุรีรัมย์ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ยังยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และที่สำคัญคือการกระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างงานให้แก่คนในพื้นที่ไปกว่า 46,000 ตำแหน่ง ในตลอด 6 ปีที่ผ่านมา
ในฐานะเจ้าบ้าน เมืองหลวงแห่งมอเตอร์สปอร์ต จังหวัดบุรีรัมย์พร้อม 100% แล้ว ทั้งในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับระบบสาธารณูปโภค การรักษาความปลอดภัย และหัวใจการเป็นเจ้าบ้านที่อบอุ่น เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่สุดให้กับผู้มาเยือนจากทั่วโลก เราจะยังคงเดินหน้าต่อยอดสิ่งนี้ให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งการได้เป็นสนามเปิดฤดูกาลอีกครั้งคือโอกาสสำคัญที่ใช้ผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเต็มที่”
จุดพลุคอนเซ็ปต์ ‘More Than a Race’ จัดใหญ่-สนุกขึ้น ลุ้นสร้างสถิติใหม่ผู้ชมสูงสุด
ปิดท้ายด้วย นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวว่า สำหรับ ThaiGP 2026 จัดในคอนเซ็ปต์ ‘More than a race’ สะท้อนบทบาทของสนามช้างฯ ที่เป็นมากกว่าสนามแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่เคียงข้างชุมชนในทุกช่วงเวลา ทั้งศูนย์พักพิงช่วงโควิด-19, ศูนย์อพยพผู้ประสบภัย ฯลฯ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมหลายรายการ โดยการจัดในปีนี้จะยกระดับให้ “ยิ่งใหญ่และสนุกขึ้น” ด้วยกิจกรรมเสริม เต็มรูปแบบตลอด 3 วัน ดังเช่นที่ดอร์น่ายกให้เป็นสนามที่มีกิจกรรมเสริมดีที่สุด โดยจะขยาย Fan Zone ให้ใหญ่และสนุกขึ้น จัดเต็มคอนเสิร์ตระดับประเทศจาก Chang Music Connection และยังคงรักษาความคุ้มค่าด้วยโปรโมชั่นตั๋ว MotoGP ที่ถูกที่สุดในโลก พร้อมสิทธิพิเศษในการเข้าชม Pre-season Test ฟรี ตั้งเป้าเป็นสนามแข่งที่ดีที่สุดและน่าจดจำที่สุดในปฏิทิน MotoGP และคาดหวังว่า ปีนี้จะเป็นปีที่สามารถล้มสถิติจำนวนผู้ชมสูงสุด 226,655 คน เมื่อปี 2019 ให้ได้” พร้อมตั้งเป้าเพิ่มขึ้นอีกในสัญญาใหม่ต่อจากนี้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ทั้งนี้ “บัตรเข้าชม โมโตจีพี สนามประเทศไทย 2026” แบ่งเป็น 4 ประเภท เข้าชม Pre-Season Test ได้ฟรี และชม Main Race ได้ทั้ง 3 วัน ได้แก่ 1.แกรนด์ สแตนด์ (Grandstand) 5,000 บาท (เห็นทุกโค้งทั่วสนาม) 2.ไรเดอร์ สแตนด์ (Rider Stand) 3,000 บาท สำหรับกองเชียร์นักแข่ง ได้แก่ มาร์เกซ สแตนด์, กวาร์ตาราโร สแตนด์ (พร้อมของที่ระลึก ลิขสิทธิ์แท้จากนักบิดคนโปรด) 3. ไซด์ สแตนด์ (Side Stand) 2,000 บาท 4.แบรนด์ สแตนด์ (Brand Stand ) 2,000 บาท สำหรับกองเชียร์จากค่ายรถจักรยานยนต์ Honda, YAMAHA (พร้อมสิทธิ์ลุ้นชิงโชคและรับของที่ระลึกจากผู้สนับสนุน) โดยบัตร Honda Stand รับของที่ระลึก ได้แก่ Cheering Kit มูลค่ากว่า 800 บาททุกที่นั่ง ประกอบด้วย เสื้อยืดสุดพิเศษจากไทยฮอนด้า, หมวก, กระเป๋า, กระบองลมและพัด ส่วน บัตร YAMAHA Stand ลุ้นรับรางวัลใหญ่ 2 รางวัล ได้แก่ 1.รถจักรยานยนต์ออล นิว ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ และหมวกกันน็อกพร้อมลายเซ็น ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร 2.รถจักรยานยนต์ออล นิว ยามาฮ่า แอร็อกซ์ และหมวกกันน็อกพร้อมลายเซ็นของ อเล็กซ์ รินส์ รวมมูลค่าของรางวัล 238,700 บาท
ส่วนผู้ชมที่ต้องการซื้อเฉพาะ บัตรชม Pre-Season Test ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล 21-22 ก.พ.2569 ราคาจำหน่ายบัตร แบ่งเป็น บัตร Grand Stand ราคา 500 บาทต่อวัน หรือเหมา 2 วัน 900 บาท, บัตร VIP 5,000 บาท ต่อวัน นอกจากนี้ยังมีการเปิดจำหน่าย บัตร ‘VIP Lounge โค้ง 12‘ ครั้งแรก! ราคา 20,000 บาท ซึ่งมอบประสบการณ์เหนือระดับ เห็นทุกจังหวะตัดสินแชมป์ในโค้งสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย ด้วยห้องรับรองติดแอร์ พร้อมอาหารระดับพรีเมียม เครื่องดื่มไม่อั้น Wi-Fi และทีวีถ่ายทอดสดแบบชิดติดสนามและสิทธิ์เข้าชม Pre-Season Test ฟรี! รวมทั้งยังมีการเปิดจำหน่าย “บัตร Paddock Pass” เข้าสู่โซนรับรองของนักแข่งระดับโลกอย่างใกล้ชิด ขอลายเซ็น และถ่ายรูปแบบเอ๊กซ์คลูซีฟ ในราคา 15,000 บาท ซึ่งเมื่อซื้อพร้อมบัตร Main Race จะได้รับส่วนลดพิเศษ 15% เหลือเพียง 12,750 บาท และสิทธิ์เข้าชม Pre-Season Test ฟรี!
สำหรับ ส่วนลดและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ยังคงจัดเต็มเช่นเคย โดย PTG มอบส่วนลดในการซื้อบัตรชมการแข่งขัน เพื่อเติมความสุขอย่างเต็ม Max ไม่ว่าจะเป็น บัตรแดง PT Max Card Plus เพียงโชว์บัตรที่ จุดจำหน่าย รับส่วนลด 25% ,บัตรเขียว PT Max Card ลด 20% และยังมีกิจกรรมพิเศษ ลด-แลก-แจก-ช้อปภายในงาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในเครือ PT Maxnitron กาแฟพันธุ์ไทย ศูนย์บริการ Autobacs ฯลฯ และยังมีของที่ระลึกโมโตจีพีลิมิเต็ดมากมาย ติดตามได้ที่แฟนเพจ PT Station หรือสิทธิ์ส่วนลด 20% จากผู้สนับสนุนอื่นๆ ได้แก่ Chang International Circuit Friend Club, กุญแจรถจักรยานยนต์ Honda, กุญแจรถจักรยานยนต์ YAMAHA
แฟนความเร็วซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ allticket ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine























































































































































































































































