• นิสสัน เตรียมเปิดตัวรถยนต์พลัง e-POWER รุ่นใหม่ ผลิตในประเทศ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 พร้อมสร้างความตื่นเต้นด้วยดีไซน์โดดเด่น เทคโนโลยีล้ำสมัย ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในไทยและอาเซียนโดยเฉพาะ

    1 Min Read

    นิสสัน เตรียมเปิดตัวรถยนต์พลัง e-POWER รุ่นใหม่ ผลิตในประเทศ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 พร้อมสร้างความตื่นเต้นด้วยดีไซน์โดดเด่น เทคโนโลยีล้ำสมัย ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในไทยและอาเซียนโดยเฉพาะ

    นิสสัน ประเทศไทย เตรียมเปิดตัวรถยนต์อี-พาวเวอร์ (e-POWER) รุ่นใหม่ล่าสุดที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 โดยเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย นับเป็นการขยายไลน์ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าของนิสสันในภูมิภาคอาเซียน  รถยนต์รุ่นใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสมรรถนะ สภาพการขับขี่ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าชาวไทย และตลาดอาเซียนโดยเฉพาะ โดยจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เอกสิทธิ์ของนิสสัน มีดีไซน์โดดเด่นแบบรถเอสยูวี พร้อมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยรวมถึงระบบการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัย  รถยนต์รุ่นนี้ผลิตที่โรงงานนิสสัน ในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันที่มีต่อการยกระดับการผลิตในประเทศ และการส่งมอบผลิตภัณฑ์ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ

    โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และอาเซียน กล่าวว่า “นิสสันยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เราเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นผ่านการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในภูมิภาคนี้ โดยรถยนต์ อี-พาวเวอร์ รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อความชื่นชอบ และพฤติกรรมการขับขี่ของลูกค้าในประเทศไทย และทั่วทั้งอาเซียน สะท้อนถึงความตั้งใจของนิสสันในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และสภาพการขับขี่ของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง โดยผู้ที่สนใจเตรียมสัมผัสประสบการณ์ความตื่นเต้นของรถยนต์อี -พาวเวอร์ รุ่นใหม่นี้ พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์”

    เพื่อสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ให้แก่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 ลูกค้า และสื่อมวลชนสามารถติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของนิสสัน พร้อมร่วมเยี่ยมชมบูธนิสสันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ได้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569  และร่วมเป็นกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสรถยนต์รุ่นใหม่ในการเปิดตัวสู่สาธารณชน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ‘มิชลิน’ คว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติในงานแสดงเทคโนโลยียางล้อ Tire Technology Expo ประจำปี 2569 ณ ประเทศเยอรมนี

    1 Min Read

    ‘มิชลิน’ คว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติในงานแสดงเทคโนโลยียางล้อ Tire Technology Expo ประจำปี 2569 ณ ประเทศเยอรมนี

    ‘มิชลิน’ คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ 4 รางวัล ในงาน Tire Technology Expo มหกรรมแสดงสินค้าระดับนานาชาติด้านการออกแบบ การผลิต และนวัตกรรม ในแวดวงอุตสาหกรรมยางรถยนต์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2569 ที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี

    ฟิลิปป์ ฌาควิน (Philippe Jacquin) รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาประจำมิชลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารกลุ่มมิชลิน เปิดเผยว่า “การครอง 4 รางวัลในงาน Tire Technology Expo เป็นเครื่องตอกย้ำถึงพลังร่วมของทีมงานมิชลิน ตลอดจนความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมในนวัตกรรมของเรา  ความรู้ความชำนาญเชิงลึกด้านวัสดุประเภทโพลิเมอร์คอมโพสิตซึ่งสะท้อนอยู่ในนวัตกรรมสำหรับใช้งานบนดวงจันทร์และบนท้องถนนเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้มิชลินได้แสดงศักยภาพในการก้าวข้ามขีดจำกัด, เปิดประสบการณ์ใหม่, เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นโซลูชั่นที่ใช้งานได้จริง ตลอดจนผลักดันให้การพัฒนาวัสดุรุ่นใหม่ที่ล้ำหน้าเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น  รางวัลที่เราได้รับไม่เพียงมอบให้เพื่อยกย่องความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ของเรา แต่ยังเป็นรางวัลสำหรับความมุ่งมั่นทุ่มเทต่อการทำงานของทีมงานมิชลินทุกคน ซึ่งล้วนมีส่วนในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวันและขับเคลื่อนการเดินทางสัญจรให้ก้าวรุดหน้าเพื่อผู้คนทั้งในปัจจุบันและอนาคต

    รางวัล แนวคิดแห่งปี: MiLAW ยางล้อสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ที่ผลักดันให้มิชลินขยายขีดความสามารถทางเทคโนโลยี

    MiLAW (Michelin Lunar Airless Wheel) ยางล้อไร้ลมสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ คว้ารางวัล “แนวคิดแห่งปี” (Concept of the Year) ในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย  ยางล้อไร้ลมดังกล่าวออกแบบมาเพื่อติดตั้งกับยานสำรวจดวงจันทร์ในอนาคตภายใต้โครงการ ARTEMIS โดยเป็นผลงานจากการวิจัยนานกว่า 20 ปี ในเรื่องโครงสร้างยางล้อไร้ลม, โพลิเมอร์ไฮเทค และกระบวนการผลิตที่ล้ำสมัย อาทิ การพิมพ์ 3 มิติ ฯลฯ

    ยาง MiLAW ไม่เพียงต้องมีศักยภาพในการทนต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ทั้งระดับรังสี พื้นผิวที่หยาบและขรุขระ ตลอดจนอุณหภูมิที่ผันผวนระหว่าง -240 ถึง 100 องศาเซลเซียส แต่ยังต้องให้สมรรถนะในการยึดเกาะและความทนทานที่จำเป็นต่อภารกิจสำรวจดวงจันทร์  ในการพัฒนายางล้อรุ่นนี้ มิชลินต้องทำการทดสอบที่เข้มงวดเป็นพิเศษ ทั้งยังต้องขยายขีดความสามารถด้านการจำลองภาพเสมือนจริงแบบดิจิทัล (Digital Simulation) ให้มากขึ้นกว่าเดิม

    ความรู้ที่ได้รับจากการพัฒนานวัตกรรมสำหรับใช้งานในอวกาศนี้ถูกนำไปต่อยอดสู่นวัตกรรมแห่งอนาคตใหม่ ๆ ของกลุ่มมิชลินบนพื้นโลก โดยเฉพาะนวัตกรรมเพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความแข็งแกร่งทนทานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

    รางวัล ยางแห่งปี: ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจียางพรีเมียมที่ได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA และครองอันดับหนึ่งในฐานะยางที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนานสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน(1) ทั้งยังได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ

    ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Primacy 5 Energy) ได้รับยกย่องให้ครองตำแหน่ง “ยางแห่งปี”  ทั้งนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกราว 20 ราย วางใจเลือกใช้ยางรุ่นนี้ก่อนที่ยางจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยรถยนต์รุ่นใหม่กว่า 50 รุ่นซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาจะติดตั้งยางรุ่นนี้เป็นยางมาตรฐานติดรถ นอกจากนี้ ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ ยังได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA ซึ่งเป็นมาตรฐานความเป็นเลิศในทุกหมวดหมู่บนฉลากยางรถยนต์ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป (EU Label) ได้แก่ สมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก, ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทั้งยังครองอันดับหนึ่งในฐานะยางที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนานสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน(1)

    ยางรุ่นนี้จึงตอบโจทย์ความต้องการยางพรีเมียมที่ให้ประสิทธิภาพเหนือกว่า ไม่ว่าจะในด้านความปลอดภัย, การรองรับรถยนต์ไฟฟ้า, การลดการปล่อยมลพิษ, ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือความยั่งยืนของวัสดุ

    รางวัล ความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมแห่งปีประเภทการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม: โครงการ BioButterfly ที่นำชีวมวลมาใช้ในการผลิตบิวทาไดอีนและอีลาสโทเมอร์

    โครงการ BioButterfly โดย มิชลิน ร่วมกับ ‘ไอเอฟพี เอเนอจีส์ นูเวลล์ส’ (IFP Energies Nouvelles) และ ‘แอคเซนส์’ (Axens) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานแห่งประเทศฝรั่งเศส (ADEME) ได้รับรางวัล “ความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมแห่งปี” ประเภทการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม (Environment Achievement of the Year – Industrial Contribution)

    หลังใช้เวลากว่า 12 ปีในการวิจัยและใช้เงินลงทุนไปกว่า 80 ล้านยูโร (ราว 2,900 ล้านบาท) โรงงานต้นแบบเชิงอุตสาหกรรม (Industrial Demonstrator) ของมิชลิน ณ เมืองบาซองส์ (Bassens) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มดำเนินงานเมื่อปี 2566 ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จและประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตบิวทาไดอีนจากชีวมวล (Bio-Based Butadiene) ที่ใช้ไบโอเอทานอล (Bioethanol) เป็นวัตถุดิบ

    อีลาสโทเมอร์ชุดแรกที่ผลิตด้วยกระบวนการนี้ตอบโจทย์ข้อกำหนดที่จำเป็นในการนำมาใช้ผลิตยางรถยนต์ได้อย่างดี ขณะเดียวกันยังช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์” ลงได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการผลิตบิวทาไดอีนจากฟอสซิล

    ทั้งนี้ โครงการ BioButterfly ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอีลาสโทเมอร์จากชีวมวล (Bio-Based Elastomer) และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ยาง (Tire Value Chain)

    รางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านการอุทิศตนในการพัฒนาเทคโนโลยียางรถยนต์ประจำปี 2569: ปาสคาล พร็อสต์ (Pascal Prost) ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านยางล้อ

    มร.ปาสคาล พร็อสต์ ซึ่งอุทิศตนทำงานให้กับมิชลินมานานถึง 35 ปี โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านยางล้อ (Senior Fellow – Tires) ได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านการอุทิศตนในการพัฒนาเทคโนโลยียางรถยนต์ประจำปี 2569 (Tire Tech 2026 Lifetime Achievement Award) โดยตลอดเส้นทางอาชีพ มร.พร็อสต์ เผชิญและรับมือกับทุกความท้าทายทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับยางอย่างมุ่งมั่นและกระตือรือร้น โดยเฉพาะโจทย์ด้านสมรรถนะซึ่งมักมีข้อกำหนดที่ขัดแย้งกันเองนอกจากนี้ เขายังประสานความร่วมมือกับทีมงานหลายฝ่ายภายในกลุ่มมิชลิน ทั้งยังทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำหลายแห่ง

    เส้นทางอาชีพด้านเทคนิคของ มร.พร็อสต์ ในกลุ่มยางรถยนต์นั่งและยางรถสองล้อ โดยเฉพาะผลงานเรื่องยางที่มีแรงต้านทานการหมุนต่ำและการออกแบบยางที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิต (Eco-Design) สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม, การทุ่มเทเพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า และความมุ่งมั่นส่งเสริมให้เกิดการสัญจรที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของมิชลิน

    รางวัลนี้ไม่เพียงมอบให้เพื่อยกย่องการอุทิศตนให้กับอาชีพการงานด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาความเชี่ยวชาญทางเทคนิค แต่ยังเชิดชูความเป็นเลิศที่เกิดจากพลังร่วมของพนักงานกลุ่มมิชลินทุกคน

    รางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 4 รางวัลดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมงานวิจัยขั้นสูง, นวัตกรรมผลิตภัณฑ์, การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการยกย่องมืออาชีพที่โดดเด่น สะท้อนความเชี่ยวชาญที่หลากหลายและลึกซึ้งของกลุ่มมิชลิน ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการขับเคลื่อนที่แท้จริง โดยมิชลินมุ่งมั่นคิดค้นพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเดินทางสัญจรที่ปลอดภัย มีสมรรถนะสูง และยั่งยืนยิ่งขึ้น สำหรับการใช้งานทั้งบนโลกและนอกโลก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาแล้ว ! Honda e:N2 SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ เปิดจองสิทธิ์ 5 – 22 มี.ค. 2569 ด้วยราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท ดีไซน์สปอร์ต Fastback พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม เปิดราคาจริง 23 มี.ค. 2569 และสัมผัสคันจริงในงาน Motor Show 2026 และโชว์รูมฮอนด้า

    1 Min Read

    มาแล้ว ! Honda e:N2 SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ เปิดจองสิทธิ์ 5 – 22 มี.ค. 2569 ด้วยราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท ดีไซน์สปอร์ต Fastback พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม เปิดราคาจริง 23 มี.ค. 2569 และสัมผัสคันจริงในงาน Motor Show 2026 และโชว์รูมฮอนด้า

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำและเผยสเปกอย่างเป็นทางการของ ‘Honda e:N2’ รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ด้วยราคาประมาณการ 1,4XX,XXX บาท* ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของฮอนด้าให้หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

    เปิดรับจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร! ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2569 – 22 มี.ค. 2569 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ*

    • ดอกเบี้ย 1.54%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 1.69%* สำหรับลูกค้าทั่วไป
    • ฟรีประกันภัย 1 ปี (ประกันภัยชั้น 1)
    • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา

    พิเศษ! เฉพาะลูกค้าที่รับรถ Honda e:N2 100 คันแรก รับเพิ่ม! สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Motocompacto มูลค่า 65,000 บาท* (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) โดยลูกค้าจะต้องทำการจองสิทธิ์ล่วงหน้าระหว่างวันที่ 5 มีนาคม 2569 – 22 มีนาคม 2569 พร้อมทำการจองอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23 มีนาคม 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 (โดยขอสงวนสิทธิ์การจองสิทธิ์ จองอย่างเป็นทางการและรับรถกับผู้จำหน่ายเดียวกัน)

    Honda e:N2 มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback เส้นสายเฉียบคม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าในดีไซน์ Grille-less เอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกระจกด้านหลังแบบ Privacy กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียงซึ่งติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย!

    ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย อาทิ เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น – ลงรถ (Easy Entry / Exit) เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM 2.5 และระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5 ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster พร้อมเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว อาทิ

    ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT

    อีกทั้งฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! อาทิ น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) และกระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ

    ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และควบคุมง่าย ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า (PS) ให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร** (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

    จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)

    ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด พร้อมครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย! กับถุงลมกลางด้านหน้า พร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็น

    มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 9.4 นิ้ว

    ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB) และระบบ Auto Brake Hold

    Honda e:N2 มาพร้อมสีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และ สีใหม่! สีขาวไดมอนด์ดัสต์ (มุก) พร้อมภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม

    จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของ Honda e:N2 ก่อนใครได้แล้ววันนี้! ด้วยราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท และเตรียมพบกับการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda e:N2 ได้ในวันที่ 23 มีนาคม 2569
    ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (The 47th Bangkok International Motor Show) รวมถึงสัมผัสได้ที่บูทฮอนด้า (A22) ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 ภายในงานฯ และที่โชว์รูมฮอนด้า

    ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.honda.co.th/en2 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
    ที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand
    หมายเหตุ:
    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
    **ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • 7 ปี “MotoGP สนามประเทศไทย” ปรากฏการณ์สุดกระหึ่ม จาก “มหกรรมกีฬา” สู่การขับเคลื่อน Thai Power ระดับโลก

    1 Min Read

    7 ปี “MotoGP สนามประเทศไทย” ปรากฏการณ์สุดกระหึ่ม จาก “มหกรรมกีฬา” สู่การขับเคลื่อน Thai Power ระดับโลก

    จบไปแล้วกับอีเว้นต์กีฬาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ศึกรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026”  (PT Grand Prix of Thailand 2026) โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล หรือ Pre-Season Test วันที่ 21-22 ก.พ. และ สนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่าง วันที่ 27 ก.พ. –  1 มี.ค. 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์  รัฐบาลไทย นำโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นแม่งาน ผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชนและภาคประชาชน

     

    เปิดสถิติความสำเร็จ 7 ปีแห่งความภาคภูมิใจ

    จากจุดเริ่มต้นในปี 2561 จนถึงการก้าวขึ้นเป็น “สนามเปิดฤดูกาล” 2 ปีต่อเนื่อง ภาพรวมความสำเร็จตลอด 7 ปีที่ผ่านมา มีตัวเลขที่ยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น มูลค่าทางเศรษฐกิจสะสม สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยรวมแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท ต้อนรับแฟนความเร็วจากทั่วทุกมุมโลกรวมกว่า 1.3 ล้านคน การประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดสด 207 ประเทศ เข้าถึงผู้ชมกว่า 800 ล้านครัวเรือนทั่วโลก

     

    ปี 2569 ทุบสถิติใหม่จำนวนผู้ชมสูงสุดในรอบ 7 ปี

    เมื่อวันที่ 1 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานเปิดการแข่งขัน “PT Grand Prix of Thailand 2026” ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักทุบสถิติใหม่

    สร้างสถิติใหม่ ด้วยยอดผู้ชม 228,228 คน (คนไทย 82% และต่างชาติ 18%) โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติมีอัตราสูงขึ้น 3% เปอร์เซ็นต์จากปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 36,636 บาท/คน/ทริป

    More Than Buriram ปลุกการท่องเที่ยวต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยนักแข่ง ทีมแข่ง ทีมงานและแฟนคลับไม่ได้อยู่แค่ในบุรีรัมย์ แต่ใช้เวลาช่วงก่อนและหลังแข่งเดินทางไปพักผ่อน ยังแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ทั้งทะเลภาคใต้ วัดวาอารามในกรุงเทพฯ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในภาคเหนือ สร้างรายได้หมุนเวียนไปทั่วทุกภูมิภาค

    ที่พักถูกจองเต็ม 100% ในบุรีรัมย์และใกล้เคียง อาทิ สุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ สินค้า OTOP และร้านอาหารมียอดขายพุ่งสูงกว่าปกติถึง 5 เท่า ก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่และส่วนกลางรวม 7,983 ตำแหน่งงาน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 5,139 ล้านบาท โดยรัฐได้รับรายได้ในรูปแบบภาษีไม่น้อยกว่า 358 ล้านบาท

     

    More Than a Race ครั้งแรกของโลกกับ “Tuk Tuk Challenge”

    ไวรัลกระหึ่มโลก การนำนักบิดซูเปอร์สตาร์ระดับโลก 21 คน ลงมาซิ่ง “รถตุ๊กตุ๊กไทย” แข่งกันกลางสนามช้างฯ กลายเป็นคอนเทนต์ที่ถูกส่งต่อมากที่สุดในโลกโซเชียล มีคนเห็นภาพและแชร์ต่อกันไปมากกว่าพันล้านคน

    สนุกยิ่งกว่าการแข่งจริง แฟนๆ ทั่วโลกต่างคอมเมนต์ว่าความฮาและความมันส์ของกิจกรรมนี้ “แย่งซีน” เมนเรซไปแบบเต็มๆ สร้างภาพจำใหม่ให้ไทยว่าไม่ใช่แค่จัดงานเก่ง แต่จัดงานได้ “โคตรสนุก” และเข้าถึงง่าย

    พลังที่เหนือกว่าโฆษณา จุดสำคัญคือแม้แต่คนที่ไม่เคยดูแข่งก็ยังหยุดดู เพราะความ “เรียล” แบบไม่มีสคริปต์ ทั้งตลก น่ารัก และมีความเป็นไทยชัดเจน เป็นการส่งออก ไทยพาวเวอร์ (Thai Power) ที่ทรงพลังที่สุด ทำให้คนทั่วโลกรู้จักโมโตจีพีสนามประเทศไทย อยากมาชมในปีต่อไป รวมถึงอยากมาลองนั่งตุ๊กๆ เที่ยวประเทศไทยสักครั้ง

     

    เกมการแข่งขันที่ “สนุกเข้มข้น” ทุกวินาทีบนแทร็ก

    ดุเดือดทุกโค้ง ตั้งแต่รอบ Sprint Race ไปจนถึง Main Race นักบิดทุกคนใส่กันเต็มสูบแบบไม่มีใครยอมใคร พลิกสถานการณ์กันทุกรอบการแข่งขัน โดยเฉพาะการชิงจังหวะใน “โค้ง 12” โค้งปราบเซียนที่ตัดสินชัยชนะ

    มาร์โก เบซเซคคี จากอพริเลีย เรซซิ่ง บิดนำม้วนเดียวจบคว้าแชมป์สนามแรกของปีไปครอง ท่ามกลางดราม่าของยอดนักบิดอย่าง มาร์ค มาร์เกซ ที่ต้องเจอวิกฤตยางแตกในช่วงท้ายเกม สร้างความตกตะลึงให้แฟนๆ อย่างมาก

     

    มากกว่ากีฬา คือ “พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทย” ที่โลกหลงรัก

    เสน่ห์ที่ทำให้ “ThaiGP” แตกต่างจากสนามอื่นทั่วโลกคือ การสร้าง “มอเตอร์สปอร์ต เฟสติวัล” และการนำ “ไทยพาวเวอร์” มาผสมผสานกับกีฬาระดับโลกได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นภาพจำที่ประทับใจคนทั้งโลก

    ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย  ไฮไลต์เด็ดที่หน้าสนาม ช้าง อารีนา ถูกเนรมิตเป็นสังเวียนมวยไทยระดับโลก จัดคู่มวยคุณภาพรวม 8 คู่ โชว์ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นรากเหง้าของไทยสู่สายตาแฟนความเร็วนับแสนคน, Shuttle แต๋น  รถอีแต๋นภูมิปัญญาไทยที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ระดับโลก, เซาะกราว ซิมโฟนี ออเคสตรา การร้องและบรรเลงเพลงชาติไทยเปิดสนามจากเยาวชนท้องถิ่น รวมทั้งการแสดงหนังใหญ่ สะท้อนถึง พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทยและพลังของลูกหลาน “ฅนบุรีรัมย์”

     

    ครบเครื่องที่สุดในโลก: ช้อป ชิม ชม จบในที่เดียว

    เสน่ห์ที่ทำให้สนามประเทศไทยแตกต่างคือความ “ครบเครื่อง” ที่ไม่มีสนามไหนในโลกเทียบได้ เป็นสวรรค์ของคนรักความเร็ว มีทั้งบูธสินค้ามอเตอร์สปอร์ต อุปกรณ์แต่งรถ และสินค้าคอลเลกชันพิเศษที่ยกกองทัพมาให้ช้อปแบบจัดเต็มในราคาพิเศษ, คอนเสิร์ตและความบันเทิงปิดท้ายวันอย่างสุดมันส์จากศิลปินแถวหน้า สร้างบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่เปลี่ยนสนามแข่งรถให้เป็นเทศกาลดนตรีสุดสนุก และยังมีมหกรรม OTOP และของดีทั่วไทยที่ผนึกกำลังกับ กระทรวงมหาดไทย ขนสินค้าของดีของดังจากทั่วประเทศมาให้ช้อปให้ชิมถึงหน้าสนาม ทั้งงานหัตถศิลป์ระดับพรีเมียมและอาหารรสเลิศที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุด

     

    บทสรุป 7 ปี ชัยชนะของ “ไทยพาวเวอร์” (Thai Power)

    ตลอด 7 ปีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ “โมโตจีพี” (MotoGP) ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปี 2569 เราได้พิสูจน์ให้โลกจดจำว่านี่ไม่ใช่เพียงการแข่งขันชิงเจ้าความเร็ว (More Than a Race)  แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ศักยภาพการจัดอีเวนต์ระดับโลกของคนไทยในการจัดมหกรรมกีฬาระดับโลกได้อย่างน่าประทับใจ ความเชื่อมั่นจากนักแข่ง ทีมงาน สื่อมวลชน และแฟนความเร็วที่ยกให้ไทยเป็นหนึ่งในสนามที่บรรยากาศดีที่สุด-มีเสน่ห์ที่สุดของโลก การจัดการแข่งขันครั้งนี้ให้ผลตอบแทนมหาศาล ปักหมุดประเทศไทยให้ผงาดบนแผนที่กีฬาระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ และเป็น “จิ๊กซอว์สำคัญ” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สร้างแรงดึงดูดผ่าน “พลังเสน่ห์แห่งวิถีไทย” สู่สายตาชาวโลกได้อย่างงดงาม


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID “รถนิยม ของคนมีคลาส” สีสันใหม่! เกล็ดสีพิเศษ…โดดเด่นอย่างมีระดับ

    2 Min Read

    NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID  “รถนิยม ของคนมีคลาส” สีสันใหม่! เกล็ดสีพิเศษ…โดดเด่นอย่างมีระดับ

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็น “ผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติก” เมืองไทย พร้อมส่ง NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID “รถนิยม ของคนมีคลาส” ออโตเมติกแฟชั่นพรีเมียมยอดนิยม ที่มาพร้อมความโดดเด่นอย่างมีระดับด้วยสีสันใหม่ เกล็ดสีพิเศษ! พร้อมความพรีเมียมรอบคัน ทันสมัย สมรรถนะเยี่ยมจากเครื่องยนต์ Blue Core Hybrid 125cc ประหยัดน้ำมัน น้ำหนักเบาเพียง 102 กก. เบาะใหญ่นั่งสบาย ขับขี่นุ่มนวล สะดวกสบายด้วยฟังก์ชันสำหรับคนรุ่นใหม่ บ่งบอกถึงความมีคลาส สมาร์ทอย่างมีสไตล์ และคุ้มค่าด้วยการรับประกันนานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร*

     

    NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID มาพร้อมกับ CLASSY with PREMIUM DESIGN ที่ยังคงความหรู ล้ำ ด้วย ไฟ FULL LED รอบคัน โดดเด่นทุกมุมมองอย่างมีระดับ ทั้งไฟหน้า ไฟ Daylight ไฟเลี้ยว และไฟท้าย แบบ LED รอบคัน ให้แสงสว่างชัดเจน ทนทาน ผสานเข้ากับความเหนือระดับด้วย Digital Meter LCD & TFT เรือนไมล์ดิจิทัลแบบ LCD พร้อมจอสี TFT ล้ำสมัย มาตรวัดแสดงผลชัดเจน ครบถ้วน พร้อมบอกการทำงานของระบบไฮบริด โดยผู้ขับขี่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกมุมมอง รวมทั้งเพิ่มความพรีเมี่ยมและความเหนือระดับไปอีกขั้นด้วย ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) ควบคุมแรงดันเบรกหน้าอัตโนมัติ ช่วยลดโอกาสในการเกิดล้อล็อก

     

    NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID ยังพร้อมตอบโจทย์เต็มสมรรถนะด้วย CLASSY with PREMIUM PERFORMANCE ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ BLUE CORE HYBRID 125 ซีซี ที่ได้ออกแบบให้การทำงานเผาไหม้ได้สมบูรณ์แบบ สมรรถนะดีเยี่ยม ใช้เสื้อสูบแบบ DiASiL ระบายความร้อนได้ดีกว่า ทนทาน ผสานการทำงานกับระบบไฮบริด ใช้น้ำมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประหยัดน้ำมันมากถึง 62.5 กม.ต่อลิตร นุ่มนวล ไม่สั่น เสียงเงียบ สตาร์ท และออกตัวรวดเร็วด้วย SMART MOTOR GENERATOR และยังมาพร้อมกับ STOP & START SYSTEM ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถเปิด-ปิดได้ตามความต้องการ โดยให้ความสะดวกด้วย ONE PUSH START ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ สตาร์ทง่าย รวดเร็วกว่า ไร้เสียงมอเตอร์รบกวน อีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจในการหยุดด้วย ระบบเบรก UBS (เฉพาะรุ่น Standard) ระบบกระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ช่วยให้ระยะเบรกสั้นลง

     

    นอกจากนั้น NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID  ยังเติมเต็มทุกฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างครบครัน CLASSY with PREMIUM FEATURES ด้วยระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ SMART KEY SYSTEM (เฉพาะรุ่น ABS) บ่งบอกถึงความมีระดับ สะดวกกว่าด้วยสวิตช์ปิด-เปิด แบบ Multi Functions ทั้งปลดล็อกสตาร์ท / ดับเครื่องยนต์ / ปลดล็อกแฮนด์ / ปลดล็อกเบาะ / ปลดล็อกฝาถังน้ำมัน, ช่องชาร์จแบตเตอรี่มือถือ USB Type A ชาร์จแบตเตอรี่มือถือได้ พร้อมช่องใส่ของด้านหน้าขนาดใหญ่, ที่เก็บของใต้เบาะพร้อมไฟ LED ส่องสว่าง ขนาดใหญ่ถึง 27 ลิตร เก็บหมวกกันน็อกได้ 2 ใบ และช่องเติมน้ำมันด้านหน้า SMART & EASY REFUEL เติมน้ำมันง่าย สะดวกสบาย ไม่ต้องลงจากรถ พร้อมปุ่มกดเปิดฝาอัตโนมัติ ใช้ง่ายเพียงปุ่มเดียว ไม่ยุ่งยาก

     

    สำหรับ NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID  มาพร้อมกับ CLASSY with PREMIUM TECHNOLOGY ล้ำสมัยด้วย Y-Connect Application แอปพลิเคชันสำหรับดูข้อมูลเกี่ยวกับรถ เหมือนผู้ช่วยที่คอยเช็กสภาพรถ เพื่อความพร้อมในการใช้งาน

    NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ด้วยกัน 2 เวอร์ชั่น คือรุ่น GRAND FILANO HYBRID ABS Version ที่มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี คือ สีฟ้า Iron Blue, สีฟ้า – ดำ Digital Lavender, สีม่วง Brown Berry และ สีน้ำเงิน Bluish Gray พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 69,200 บาท และรุ่น STANDARD Version ที่มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี คือ สีเขียว Matcha Latte, สีดำ Obsidian Black, สีน้ำเงิน Dark Blue และ สีเทา Solid Gray พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 64,700 บาท พร้อมเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพสินค้า ด้วยการรับประกันคุณภาพทั้งคันตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร*

     

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ “รถนิยม ของคนมีคลาส” NEW YAMAHA GRAND FILANO HYBRID  “ชีวิตที่มีคลาสสำหรับทุกคน” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้! ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทั่วประเทศ พิเศษสำหรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สามารถดาวน์โหลด และติดตั้ง “Yamaha Smart Reward” แอพพลิเคชัน พร้อมลงทะเบียนรับฟรีทันที 5,000 คะแนน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ให้กับลูกค้ายามาฮาโดยเฉพาะ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าได้ร่วมสนุกทุกการใช้จ่ายที่ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮา เพื่อสะสมแต้มนำไปแลกแลกซื้อ หรือแลกรับส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตรมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. Yamaha Call Center 02-263-9999

     

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

    • Website: yamaha-motor.co.th
    • Facebook: Yamaha Society Thailand
    • Instagram: @YamahaSocietyThailand
    • YouTube: Yamaha SocietyThailand
    • LINE OA: @Yamahasociety
    *การรับประกัน 5 ปี : รับประกันคุณภาพชิ้นส่วนใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเครื่องยนต์ กลุ่มโครงรถ และกลุ่มระบบไฟฟ้า ไม่รวมอะไหล่สึกหรอตามอายุการใช้งาน โดย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จากัด เป็นเวลา 5 ปี หรือ 50,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ทั้งนี้ ต้องนำรถเข้าตรวจเช็กตามระยะที่บริษัทฯ กำหนด จนกว่าจะครบระยะรับประกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการยามาฮ่าที่ได้รับการแต่งตั้งทั่วประเทศ หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.yamaha-motor.co.th

    #ยามาฮ่า #Yamaha #GrandFilanoHybrid2026 #GFH2026
    #ชีวิตมีคลาสสมาร์ทอย่างมีสไตล์ #CLASSYwithPREMIUM
    #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ #YamahaRevsYourHeart #YamahaSocietyThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทำความรู้จัก GWM ORA 5 HEV เจนเนอเรชั่นใหม่ของรถเอสยูวีไฮบริด เปิดตัวครั้งแรกของโลกในไทย 12 มีนาคมนี้ แรง ประหยัด เทคโนโลยีจัดเต็ม ลบภาพรถ SUV-B ไฮบริดแบบเดิม ๆ

    1 Min Read

    ทำความรู้จัก GWM ORA 5 HEV เจนเนอเรชั่นใหม่ของรถเอสยูวีไฮบริด เปิดตัวครั้งแรกของโลกในไทย 12 มีนาคมนี้ แรง ประหยัด เทคโนโลยีจัดเต็ม ลบภาพรถ SUV-B ไฮบริดแบบเดิม ๆ

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส โดยในเดือนมีนาคมนี้ GWM (Thailand) ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มสูบสานต่อความสำเร็จของ GWM ORA Good Cat ด้วยการเปิดตัว GWM ORA 5 โดยนอกเหนือจากขุมพลัง BEV แล้ว ยังเป็นครั้งแรกของโลกที่จะเผยโฉมรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ซึ่ง GWM ORA 5 HEV ถือเป็นรถ SUV-B ไฮบริดเจอเนอเรชันใหม่ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างจากรถเอสยูวีในเซกเมนต์เดียวกันที่มีอยู่ในตลาดเมืองไทยในปัจจุบัน มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบบริดอัจฉริยะ DHT-HEV เจเนอเรชันใหม่ แบบ 2-Speed Direct Drive ที่ออกแบบให้เกิดความสมดุลสูงสุดระหว่างประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สมรรถนะ และความทนทานในระยะยาว ซึ่งได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งระบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีไฮบริดของแบรนด์สู่มิติที่แตกต่าง โดย GWM ORA 5 HEV ถือเป็นโมเดลเชิงกลยุทธ์ระดับโลกปี 2026 ซึ่งถูกวางให้เป็นขุมพลังหลักสำหรับหลายตลาดสำคัญทั่วโลก การพัฒนาในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการต่อยอดเทคโนโลยีเดิม แต่เป็นก้าวสำคัญในการปรับแนวคิดของระบบไฮบริดจาก GWM อย่างชัดเจน

    เทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด DHT-HEV มาพร้อมจุดเด่นสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การใช้พลังงานผ่านระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ สมรรถนะการเร่งที่ตอบสนองฉับไว การออกแบบเชิงวิศวกรรมที่เน้นความทนทานและความปลอดภัย และความนุ่มนวลเงียบสบายในการขับขี่ โดยระบบไฮบริดที่ล้ำสมัยนี้ จะสามารถปรับสมดุลการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มความประหยัดน้ำมันในการใช้งานจริง พร้อมเสริมความต่อเนื่องของการส่งกำลังให้ลื่นไหลและตอบสนองทันใจ อีกทั้งยังมีระบบ Regenerative Energy Recovery ที่ช่วยนำพลังงานจากช่วงชะลอความเร็วกลับมาใช้ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น

    GWM ORA 5 HEV มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้พละกำลังรวมสูงสุด 223 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 476 นิวตันเมตร รองรับระยะทางขับขี่มากกว่า 1,000 กิโลเมตร (ระยะทางการขับขี่ขึ้นอยู่กับลักษณธการขับขี่ของแต่ละบุคคล) การประสานการทำงานระหว่างมอเตอร์คู่และเกียร์ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างต่อเนื่องและราบรื่นในช่วงเร่งความเร็ว พร้อมแรงบิดเสริมแบบเรียลไทม์ระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ มอบความรู้สึกและประสบการณ์ขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ขณะเดียวกัน ชุดส่งกำลังยังติดตั้งฉนวนป้องกันเสียงรบกวน (NVH) สำหรับทั้งระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและแรงดันต่ำ ช่วยลดเสียงลงได้ประมาณ 3–5 เดซิเบล ยกระดับความเงียบภายในห้องโดยสารสู่มาตรฐานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

    หัวใจสำคัญของการพัฒนาครั้งนี้ คือการผสานพลังของเครื่องยนต์ไฮบริดประสิทธิภาพสูงเข้ากับโมดูลขับเคลื่อนไฟฟ้า (มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวและแบตเตอรี่ไฮบริด) แบบบูรณาการ และระบบบริหารจัดการพลังงานขั้นสูง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานจริง ทั้งในด้านความประหยัด การเร่งแซง และความมั่นใจในทุกเส้นทาง ขณะเดียวกัน โครงสร้างระบบยังได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานระยะยาว พร้อมมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความทนทานที่ครอบคลุมการใช้งานในหลากหลายสภาพแวดล้อม

    GWM ORA 5 HEV คือ การก้าวสู่บทใหม่ของเครื่องยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดจาก GWM ที่ผสานความประหยัด สมรรถนะที่ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น และความทนทานในการใช้งานระยะยาวเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุลและลงตัว พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่และยกระดับตลาด SUV-B ในประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ใช้งานในไทยด้วยเทคโนโลยีไฮบริดแห่งอนาคตจาก GWM โดย GWM ORA 5 HEV มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกในประเทศไทยในวันที่ 12 มีนาคม 2569 นี้

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA #GWMORA5SUV #GWMORA5HEV #ORA5 #ORA


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • “4 นักบิดฮอนด้า” ร่วมโมเมนต์สุดฮา “ตุ๊กตุ๊ก จีพี” ถ่ายทอด “ซอฟท์เพาเวอร์ไทย” สู่สายตาชาวโลก “แฟนชาวไทย” อัดแน่นเชียร์กระหึ่ม “ฮอนด้า สแตนด์”

    1 Min Read

    “4 นักบิดฮอนด้า” ร่วมโมเมนต์สุดฮา “ตุ๊กตุ๊ก จีพี” ถ่ายทอด “ซอฟท์เพาเวอร์ไทย” สู่สายตาชาวโลก “แฟนชาวไทย” อัดแน่นเชียร์กระหึ่ม “ฮอนด้า สแตนด์”

    ทัพนักบิดฮอนด้าในศึก โมโตจีพี นำโดย “โจอัน เมียร์”, “ลูก้า มารินี”, “โยฮันน์ ซาร์โก” และ “ดิโอโก้ โมเรร่า” ร่วมโมเมนต์สุดฮาในกิจกรรม “ตุ๊กตุ๊ก ชาลเลนจ์” ที่นำเอานักบิดระดับโลกลงมาดวลความเร็วด้วย “รถตุ๊กตุ๊ก” ซอฟท์เพาเวอร์สุดทรงพลังของไทย แข่งขันในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เรียกเสียงเฮกระหึ่มจากแฟนๆ ที่อัดแน่นทุกสแตนด์ และความบันเทิงเต็มขั้นที่ “ฮอนด้า สแตนด์” พร้อมถ่ายทอดความเป็นไทยสู่ทุกสายตาทั่วโลก ผ่านศึก โมโตจีพี 2026 สนามแรก รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์”

    กิจกรรมสุดฮานี้มีขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ โมโตจีพี โดยจัดขึ้นในช่วงสายของวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมนี้ เพื่อสร้างสีสันให้แฟนๆ ก่อนจะดวลความเร็วรอบ “เมนเรซ” ของศึก โมโตจีพี ในช่วงบ่ายท่ามกลางการรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก

    ขณะที่แฟนชาวไทยของค่าย “ฮอนด้า” ตอบรับกระแส “โมโตจีพี ฟีเวอร์” อย่างเต็มที่ หลั่งไหลเข้าชมอัดแน่น “ฮอนด้า สแตนด์” ที่เสิร์ฟความมันส์ตลอดทั้งวันผ่านบูธดีเจ กิจกรรมร่วมสนุกแจกของรางวัล และของที่ระลึกมากมาย เติมเต็มประสบการณ์การเชียร์มอเตอร์สปอร์ตอย่างจุใจ

    โดย 4 นักบิดจาก ฮอนด้า นำโดย “โจอัน เมียร์” นักบิดสแปนิชดีกรีแชมป์โลกปี 2020 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล ควงทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “ลูก้า มารินี” ลงควบรถแข่งตุ๊กตุ๊กประดับลายสีแดงประจำทีม พร้อมติดเบอร์ 36 และ 10 ลงสนาม

    เช่นเดียวกับ “โยฮันน์ ซาร์โก” จอมเก๋าชาวฝรั่งเศสและทีมเมทชาวบราซิเลียนอย่าง “ดิโอโก้ โมเรร่า” ในรถตุ๊กตุ๊กสีขาวเบอร์ 5 และ 11 ลงดวลกันอย่างสนุกสนานเรียกเสียงฮา และเสียงเฮจากแฟนๆ ได้เป็นอย่างมาก

    สำหรับ “ตุ๊กตุ๊ก ชาลเลนจ์” ถือเป็นสีสันใหม่ของ โมโตจีพี ที่ทำให้แฟนทั่วโลกได้เห็น “ซอฟท์เพาเวอร์” อันทรงพลังของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : https://facebook.com/hondamotorcyclethailand
    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : https://facebook.com/HondaBigBikeTH
    เฟซบุ๊กฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaExhibitionHall #HondaMotoMania #HondaRacetoTheOneVillage #HondaVillage #HondaNo1 #RaceToTheOne #ThaiGP2026 #PTGrandPrixofThailand2026 #ThaiHonda #HondaRacingThailand #Motorsport #MotoGP #TukTukGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าบิ๊กไบค์ มอบบริการตรวจเช็กรถฟรี พร้อมรับสิทธิพิเศษ เสริมความมั่นใจก่อนเดินทาง ช่วงสงกรานต์ ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 69 นี้

    1 Min Read

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ มอบบริการตรวจเช็กรถฟรี พร้อมรับสิทธิพิเศษ เสริมความมั่นใจก่อนเดินทาง ช่วงสงกรานต์ ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 69 นี้

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ตอกย้ำความสำคัญของการขับขี่ปลอดภัย ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ 2569 ด้วยแคมเปญ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” มอบบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรีพร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ขับขี่ Honda BigBike เพื่อเตรียมความพร้อมของรถก่อนออกเดินทางในช่วงวันหยุดยาว ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2569 ผู้ขับขี่ Honda BigBike สามารถนำรถเข้ารับบริการได้ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ พร้อมรับสิทธิพิเศษตามเงื่อนไขที่กำหนด

    • ฟรี! บริการตรวจเช็ก 10 รายการตามคู่มือมาตรฐาน ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบระบายความร้อน ระบบเชื้อเพลิง ระบบคลัตช์ ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเบรก ระบบไฟฟ้า ขาตั้ง ล้อและยาง
    • ฟรี! ค่าแรงเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง มูลค่า 300 บาท
    • รับส่วนลดค่าอะไหล่ 10% สำหรับร้านผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมรายการ
    • รับ Point สะสม 500 แต้ม ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto เมื่อเข้ารับบริการตามระยะเวลาที่กำหนด
    • รับส่วนลดน้ำยาชะล้างเครื่องยนต์ 150 บาท โดยสงวนสิทธิ์สำหรับรถ BigBike ขนาด 400cc ขึ้นไป และเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการเท่านั้น โดยปริมาณการใช้เป็นไปตามคู่มือมาตรฐาน สามารถกดรับคูปองผ่านแอปฯ My Honda Moto ได้ทันที จำกัดเพียง 1,600 สิทธิ์ทั่วประเทศ

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ มุ่งส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยการสนับสนุนให้ผู้ขับขี่เตรียมความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง เพื่อให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นไปอย่างปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมและสิทธิพิเศษอื่น ๆ จากฮอนด้าบิ๊กไบค์เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์: https://bit.ly/thaihondabigbike
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH

    #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
    ​#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ยามาฮ่าให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรี “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” เยี่ยมชม YamahaGP Pavilion ในศึก MotoGP 2026

    1 Min Read

    ยามาฮ่าให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรี “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” เยี่ยมชม YamahaGP Pavilion ในศึก MotoGP 2026

    มร.โมโตฟูมิ ชิทาระ ประธานบริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วย นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานเปิดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการ PT Grand Prix of Thailand 2026 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    ในการนี้ นายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมชมบูท YamahaGP Pavilion โดมปรับอากาศขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 800 ตารางเมตร ซึ่งจัดขึ้นเพื่อต้อนรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก โดยได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของยามาฮ่าอย่างใกล้ชิด พร้อมกล่าวชื่นชมเสื้อ YAMAHA Racing ThaiGP Collection ที่ออกแบบด้วยผ้าไหมไทย ผสานลวดลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” จาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ

    นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมขึ้นนั่งรถจักรยานยนต์ YAMAHA YZF-R9 ที่ตกแต่งในลวดลายเดียวกับรถแข่งของ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร หมายเลข 20 จากทีม Monster Energy Yamaha MotoGP เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของแฟนความเร็ว

    การเยี่ยมชม YamahaGP Pavilion ของนายกรัฐมนตรีมีขึ้นในวันแข่งขันสนามเปิดฤดูกาลของศึก MotoGP 2026 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

    —————————–

    #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ

    #Yamaha #RevsYourHeart #ยามาฮ่า #ThaiGP2026 #YamahaGPpavilion


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า เปิดบูธต้อนรับ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ อย่างอบอุ่น ท่ามกลางแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่มาคอยต้อนรับอย่างล้นหลามภายใน Honda Exhibition Hall

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า เปิดบูธต้อนรับ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ อย่างอบอุ่น ท่ามกลางแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่มาคอยต้อนรับอย่างล้นหลามภายใน Honda Exhibition Hall

    ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ให้การต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการพีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 อย่างเป็นทางการ พร้อมพาชมบูธกิจกรรมภายใน Honda Exhibition Hall ที่หนาแน่นไปด้วยแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต ที่มารอต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เป็นสนามแรกในการเปิดฤดูการแข่งขัน MotoGP 2026 ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : https://facebook.com/hondamotorcyclethailand

    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : https://facebook.com/HondaBigBikeTH

    เฟซบุ๊กฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaExhibitionHall #HondaNo1 #RaceToTheOne #ThaiGP2026 #PTGrandPrixofThailand2026 #ThaiHonda #HondaRacingThailand #Motorsport #MotoGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment