-
News Motocycle1 Min Read
ศึกสองล้อประเทศไทย ควอลิฟายเดือด! “แสตมป์” คืนฟอร์มทวงโพลรุ่นใหญ่ NEXZTER BRIC Superbike สนาม 3

ทัพนักบิดไทย-เทศ ดวลคันเร่งรอบควอลิฟาย เพื่อชิงอันดับสตาร์ตสุดเดือด! “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ อดีตแชมป์เอเชีย จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม คืนฟอร์มคว้าโพลรุ่นใหญ่เหนือ “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี จาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม ขณะที่ นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตัวเต็งของรุ่น คว้าโพลไปครองในรุ่นซูเปอร์สต๊อก 1000 ซีซี ลุ้นสร้างสถิติแชมป์ 3 สนามรวดในรอบไฟนอลวันอาทิตย์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ) สนามที่ 3 ประจำปี 2025 วันที่ 26-28 ก.ย.ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เวทีสำคัญที่มีนักบิดทั้งไทยและต่างชาติทำการแข่งขันมากมาย อาทิ อังกฤษ, อเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อิตาลี, รัสเซีย, อินเดีย, ญี่ปุ่น ฯลฯ ด้วยมาตรฐานการจัดการ และโครงสร้างพื้นฐานของสนามแข่งระดับ MotoGP เดินหน้าเข้าสู่โปรแกรมการจับเวลารอบ ควอลิฟาย ในวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. ท่ามกลางความท้าทายของนักบิดทุกคน ด้วยสภาพอากาศที่ชื้นและเปลี่ยนเป็นฝนตกได้ตลอดเวลา

ผลควอลิฟายในรุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ปรากฏว่า ตำแหน่งโพลตกเป็นของ นักบิดจอมเก๋าดีกรีแชมป์ประเทศไทยและแชมป์เอเชียหลายสมัยอย่าง “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 37.607 วินาที เหนือ “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี นักบิดประสบการณ์สูงจาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม กริดที่ 2 อยู่ 1.073 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก ไบค์สตอรี พีทีที ลูบริแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.247 วินาที ตามด้วยดาวรุ่งสายเลือดใหม่อย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ในกริดที่ 4 ตามหลัง 1.935 วินาที

ส่วนในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST1) กริดที่ 1 ของเป็น นทีธาร ทองโคตร จากทีม ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตัวเต็งของรุ่น ที่ปีนี้คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน ทำผลงานยอดเยี่ยมคว้าโพลไปครอง ด้วยเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุด 1 นาที 40.491 วินาที ขนาบข้างด้วย ตะวัน ตั้งตรงกิจเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ในกริดที่ 2 ตามหลัง 0.730 วินาที และกริดที่ 3 เป็นของ อภิเดช บุญศรี จาก จาก ฮานูยา เรซซิ่ง ทีม เพิ่มสินทรานสปอร์ต พรเจริญก่อสร้าง ตามหลัง 0.896 วินาที
ขณะที่ตำแหน่งโพลโพซิชั่นในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) ตกเป็นของ “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม แชมป์ 2 สนามติดต่อกัน ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 41.582 วินาที เฉือน “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส อันดับ 2 เพียง 0.002 วินาทีเท่านั้น ส่วนกริดที่ 3 ตกเป็นของ ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตามหลังเพียง 0.078 วินาทีเท่านั้น ด้าน โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม จะเริ่มกมจากกริดที่ 4 ตามหลัง 1.455 วินาที

ด้านการควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1Pro) ผลปรากฏว่า “พีไนท์” กันตพัฒน์ แยบการไถ ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ด็อกเตอร์ไบค์ ไวส์ อาร์เค เอฟซีซี ไฮสปีด ดำ จันทรบุรี ดั๊กแฮมส์ ช่างขวัญเชียงใหม่ ที่ผงาดคว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 53.343 วินาที เฉือนคู่หูนักบิดจาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม อย่าง “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น และ “เอิร์ธ” ธุรกิจ บัวผา ในแถวหน้าคนละ 0.463 วินาที และ 0.489 วินทีเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการควอลิฟายในรุ่น สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ยังคงเป็นนักแข่งต่างชาติที่ฟอร์มร้อนแรง โดยตำแหน่งโพลตกเป็นของ รักชิต ธาวี นักบิดอินเดียจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 52.123 วินาที เหนือ หนี เถียน นักบิดจีนจาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม บุรีรัมย์ อันดับ 2 ถึง 1.248 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ ทัสมาย คาเรียปปา นักบิดอินเดียอีกคนจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ตามหลัง 1.263 วินาที

ทั้งนี้ ศึก เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนามที่ 3 รอบชิงชนะเลิศ (Main Race) จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่หน้างาน บริเวณทางขึ้น Grandstand ราคาเพียง 100 บาท/วัน และ บัตรวีไอพี 500 บาท/1 วัน หรือชมสดได้ทั้งออนแอร์และออนไลน์ โดยช่องทางออนไลน์ ผ่านเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike 2025 และ Youtube : Chang International Circuit เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป สำหรับการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. 68 เวลา 14.45-17.45 น. แฟนๆ ในประเทศไทยสามารถรับชมผ่าน ช่อง True Sports 1 (ช่อง 666) ส่วนผู้ชมต่างประเทศสามารถรับชมได้ทางกล่อง MVBOX (สปป.ลาว: ช่อง MVL, เมียนมาร์: ช่อง MVM) และ YouTube : TVB Thailand

โดยในสนามที่ 3 นี้ยังมีกิจกรรมใหม่เอาใจ แฟนความเร็ว ได้แก่ กิจกรรม ‘Hero of the Race’ โหวตนักบิดขวัญใจ ในแต่ละรุ่นของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (Main Race) วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. นี้ เพียง สแกน QR Code ที่จะปรากฏขึ้นระหว่างการแข่งขันในแต่ละรุ่น โดยจะประกาศผลวันอังคารที่ 30 ก.ย. 2568 ทางเพจ Chang Circuit Buriram และโหวต “Bike Queen Dancing” ดวลการเต้นประชันความเซ็กซี่ของเหล่าสาวสวยประจำศึก สนามที่ 3 ทางเพจ Chang Circuit Buriram โดยคลิปไหนมียอด Like และ Share รวมกันสูงที่สุด จะได้รับรางวัลพิเศษทันที เปิดโหวตตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. ถึง วันที่ 3 ต.ค. และประกาศผลในวันที่ 6 ต.ค.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2025
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“เมียร์” บู๊เดือดปลดล็อค! คว้าโพเดียมแรกกับฮอนด้า “ก้อง-สมเกียรติ” สู้สุดมันส์ซิวที่ 15 สะสมแต้ม โมโตจีพี ญี่ปุ่น

“โจอัน เมียร์” ยอดนักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี สร้างผลงานสุดร้อนแรง ควบรถแข่ง Honda RC213V ปลดล็อคว้าโพเดียมแรกกับทีมได้สำเร็จ หลังบิดเข้าป้ายอันดับ 3 ในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 17 เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ขณะ “ก้อง-สมเกียรติ” สู้สุดความสามารถออกตัวจากกริดที่ 20 เข้าเส้นชัยอันดับ 15 คว้าแต้มล้ำค่าจาก โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา

การแข่งขันรอบเมนกรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วทั้งสิ้น 24 รอบสนาม โดยเรซนี้ “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 แชมป์โลกปี 2020 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 2 แม้จะเปิดเกมได้ไม่ดีนัก แต่ก่อนเข้าสู่ครึ่งทางของเรซ นักบิดสแปนิชไล่แซงขึ้นมารั้งอันดับ 3 และเข้าป้ายด้วยการคว้าโพเดียมแรกกับ ฮอนด้า ได้สำเร็จ ตามหลังผู้ชนะ 6.858 วินาที ส่วนทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “ลูกา มารินี” หมายเลข 10 ไม่จบการแข่งขัน

ด้าน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ สร้างผลงานสุดร้อนแรง พิสูจน์ตัวเองด้วยการออกตัวจากกริด 20 ไล่แซงคู่แข่งระดับโลกอย่างดุเดือดขึ้นมาเข้าเส้นชัยอันดับ 15 ตามหลังผู้ชนะ 30.990 วินาที เก็บแต้มที่ 3 ใน โมโตจีพี ให้กับตัวเองได้สำเร็จ

ขณะที่ “โยฮันน์ ซาร์โก” หมายเลข 5 นักบิดจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสจาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ เริ่มเกมจากกริดที่ 11 และสามารถลบฝันร้ายในรอบสปรินต์ ด้วยการพารถแข่งคู่ใจเข้าป้ายในอันดับ 9 ได้สำเร็จ ตามหลังผู้ชนะ 21.733 วินาที ด้าน “ทาคาอากิ นาคากามิ” นักบิดทดสอบชาวญี่ปุ่นไม่จบเรซ

ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2025 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคมนี้ ที่ เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย ในศึก อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #JapaneseGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ประวัติของ Chevrolet

บัมเบิ้ลบี หุ่นตัวเอกจากมหากาฬหนังชื่อดังที่ทุกคนต่างรู้จักกันดีอย่าง Transformers แต่หากรู้ไม่ว่าหลายๆคนอาจไม่รู้ว่า บัลเบิ้มบี นั้นเป็นรถของแบรนด์ Chevrolet ก่อนที่จะประกาศยุติการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในประเทศไทยในปี 2020 แต่กว่าจะขึ้นเป็น Chevrolet ได้ทุกวันนี้ต้องผ่านเรื่องราวสุดทรหดเป็นมายังไง?

Chevrolet เริ่มต้นขึ้นมาจากนาย หลุย์ โจเซฟ เชฟโวเลต เกิดในวันคริสต์มาส ปี 1878 ที่เมือง ลาโชเดอฟงส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยที่ โจเซฟ เฟอร์ริซอร์ท เชฟโวเลต ผู้เป็นพ่อทำงานเป็นช่างทำนาฬิกา และยังเป็นลูกคนที่สองของ 7 พี่น้องตระกูล Chevrolet จนเข้าสู่วัย 8-9 ขวบ และครอบครัวย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในเมือง Beaune ประเทศฝรั่งเศส เมื่อธุรกิจทำนาฬิกาของพ่อมาถึงช่วงขาลง หลุย์ ก็เริ่มพัฒนาทักษะฝีมือช่างกลในวัย 11 ขวบด้วยการซ่อมจักรยาน รวมถึงเข้าแข่งขันจักรยานในรายการต่างๆ
จุดเปลี่ยนของ หลุย์ เกิดขึ้นเมื่อเขารับงานซ่อมรถจักรไอน้ำ 3 ล้อ ที่โรงแรม “Hôtel de la Poste” ซึ่งรถคันนี้เป็นรถ Made in USA ของมหาเศรษฐีตระกูล แวนเดอร์บิลต์ โดยตระกูลนี้นับว่าเป็นตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดเป็นอันดับต้นๆ มาตั้งแต่ยุคทองคำเปลวในสหรัฐอเมริกา เริ่มสร้างตัวครั้งแรกจากการถือหุ้นธุรกิจส่งสินค้า และทางรถไฟ ก่อนที่จะขยายไปยัง อุตสาหกรรมเกษตร เหมืองแร่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยันธุรกิจการเงิน ในธุรกิจปัจจุบันที่เราๆคุ้นเคยกันดี เช่น แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า General Electric หรือ บริการโอนเงินระหว่างประเทศ Western Union เป็นต้น

อาเธอร์ เชฟโวเลต

แกสตัน เชฟโวเลต
งานซ่อมรถในครั้งนี้ทำให้เขาหลงสเน่ห์ในวงการยานยนต์ และซอฟท์พาวเวอร์ของชาวอเมริกันเข้าเต็มๆ หลุย์ จึงตัดสินใจศึกษาหาความรู้เรื่องเครื่องยนต์สันดาปภายใน พร้อมหางานทำภายในประเทศฝรั่งเศสที่เขาอาศัยอยู่เพื่อเก็บเงินเดินทางไปหางานทำที่เมือง Montreal ประเทศแคนาดา ซึ่งเขาทำงานเป็นคนขับรถและช่างยนต์อยู่ประมาณ 2-3 เดือน ก่อนที่จะเดินทางไปนิวยอร์ก และได้งานทำเป็นช่างให้กับค่ายรถชื่อดัง De Dion-Bouton ในช่วงปี 1900 นอกจากนี้เขายังส่งเงินเก็บไปให้ อาเธอร์ และ แกสตัน เชฟโวเลต ผู้เป็นน้องชาย เพื่อใช้เป็นค่าเดินทางมาหาเขาอีกด้วย
จนในปี 1902 เมื่อ De Dion-Bouton สาขาอเมริกาปิดตัวลง หลุย์ ได้งานใหม่เป็นคนขับรถให้กับครอบครัวตระกูล เทรโวซ์ นั่นจึงทำให้เขาได้พบรักกับ ซูซันเนะ ลูกสาวของตระกูลนี้ และแต่งงานกันในเดือนกรกฎาคม ปี 1902 พร้อมทั้งให้กำเนิดลูกชายถึง 2 คนได้แก่ ชาร์ลส์ ในปี 1906 และ อัลเฟรด

ในปี 1912 และในปี 1905 หลุย์ ได้เข้ามาทำงานและเป็นนักแข่งคว้าแชมป์ให้กับค่ายรถ Fiat ในรายการ AAA National Motor Car Championship สนาม Morris Park ซึ่งเป็นสนามแรกของรายการ ก่อนที่ต่อมาในปี 1907 หลุย์ ได้ย้ายไปทำงานกับค่ายรถ Autocar Company ในเมือง Philadelphia และพัฒนารถแข่งขับเคลื่อนล้อหน้า จนเขาได้กลายเป็นนักแข่งให้กับ Buick ในปี 1909 ทำให้เขาสนิทกับ วิลเลียม คราโป ดูแรนท์ ผู้ร่วมก่อตั้ง General Motor ค่อนข้างมากและยังให้ หลุย์ พัฒนารถแข่งรุ่นใหม่ในชื่อว่า Buick 60 Special หรือในชื่อเล่นว่า “Buick Bug”
- William C. Durant

ในส่วนของ วิลเลียม คราโป ดูแรนท์ เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ปี 1861 ที่เมือง Boston รัฐ Massachusetts เขาเป็นลูกคนที่ 2 ในตระกูลมั่งคั่งที่อพยพมาจากฝรั่งเศส ฟังดูเหมือนเขาจะมีฐานะที่เพียบพร้อม แต่ความจริงแล้วชีวิตเขากลับมีปัญหาอยู่พอสมควรจากการที่บ้านแตก ต้องย้ายตามแม่มาอยู่ที่เมือง Flint รัฐ Michigan หลังจากที่พ่อและแม่หย่าร้างกันในปี 1869 และเขายังต้องลาออกจากโรงเรียน ม.ปลาย เพื่อทำงานที่ลานไม้ของ เฮนรี่ เอช. คราโป ผู้ซึ่งเป็นตาและยังเป็นอดีตผู้ว่าการรัฐมิชิแกนอีกด้วย และนอกจากนี้ ดูแรนท์ ยังสู้ชีวิตทำงานขายซิการ์ พร้อมทั้งก่อตั้งบริษัทขนส่งซิการ์เป็นของตัวเอง

จนกระทั่ง ในวันที่ 17 มิถุนายน ปี 1885 ดูแรนท์ ก็ได้แต่งงานกับ คลาร่า มิลเลอร์ พิตต์ และมีลูกด้วยกัน 2 คนได้แก่ มาร์เจอรี่ พิตต์ ดูแรนท์ (24 พ.ค. 1887) และ รัสเซส คลิฟฟ์ฟอร์ด ดูแรนท์ (26 พ.ย. 1890) ก่อนที่ต่อมาทั้งคู่ก็หย่าร้างกันในวันที่ 27 ปี 1908 แล้วในปี 1886 เขาก็จับมือกับ โจเซีย ดัลลัส ดอร์ต เพื่อก่อตั้งบริษัทผลิตรถม้าในชื่อ Flint Road Car Company ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Durant-Dort Carriage Company ในปี 1890 และกลายเป็นแบรนด์รถม้าที่ยักษ์ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ณ เวลานั้น
ทว่าตอนนั้น ดูแรนท์ เป็นคนที่มีความคิดต่อต้านรถยนต์สันดาปค่อนข้างมาก เพราะในยุคสมัยก่อนนั้น รถยนต์มีกลิ่นที่เหม็นมากจากการเผาไหม้น้ำมันเบนซิน และบวกกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังจนน่ารำคาญ จนกระทั่งกระแสต่อต้านของชาวเมือง Flint เริ่มรุนแรงขึ้นในปี 1900
ดูแรนท์ ก็เริ่มมองเห็นโอกาสที่จะพัฒนารถยนต์ที่แก้ปัญหาตรงจุดนี้ด้วยการซื้อค่ายรถ Buick มาเป็นของตัวเอง และผลักดันจนกลายมาเป็นค่ายรถที่ขายดีที่สุดในอเมริกา ก่อนที่ต่อมาในวันที่ 16 กันยายน ปี 1908 ดูแรนท์ ก็ก่อตั้ง General Motor ขึ้นมาเพื่อควบรวมรถยนต์ค่ายต่างๆ มาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ซึ่งวิธีการของ ดูแรนท์ ถือได้ว่าค่อนข้างบ้าระห่ำมาก เพราะเขาใช้วิธีกู้เงินจากธนาคารมาซื้อค่ายรถหลายต่อหลายเจ้า ทั้ง Oldsmobile ในปี 1908, Pontiac, Cadillac และ GMC ในปี 1909 จนแล้วก็มีภาระหนี้ที่หนักหนาสาหัส ธนาคารต้องก้าวเข้ามารวบอำนาจการบริหารทั้งหมดเพื่อพยุงไม่ให้เจ๊ง และ ดูแรนท์ ก็ต้องวางมือจากการบริหาร GM ทั้งหมดในปี 1910
- กำเนิด Chevrolet

จนกระทั่งในวันที่ 3 พฤศจิกายน ปี 1911 หลุย์ เชฟโวเลต, อาเธอร์ เชฟโวเลต และ วิลเลียม ซี. ดูแรนท์ ก็ก่อตั้งค่ายรถ Chevrolet ขึ้นมา พร้อมสร้างโรงงานแห่งแรกที่เมือง Flint อยู่อีกฟากของแม่น้ำตรงข้ามมหาวิทยาลัย Kettering ซึ่งในปัจจุบันก็เหลือแต่เป็นที่โล่งๆ ในชื่อว่า “Chevy Commons” รถรุ่นแรกของ Chevrolet ที่เปิดตัวคือ Series C Classic Six มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ระบบวาล์ว T-Head ขนาด 5.0 ลิตร 40 แรงม้า แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรด้วยราคาที่แพงเกินไป
- ปริศนาโลโก้ของ Chevrolet

ต่อมาในปี 1914 ทาง Chevrolet ก็เริ่มมีการใช้โลโก้ Bowtie ในแบบที่เราต่างคุ้นเคยกันดีและน่าแปลกมาก เพราะที่มาที่ไปในการออกแบบโลโก้นี้กลับไม่ชัดเจน และมีการอธิบายออกมาอยู่หลายทฤษฎี โดยที่ ดูแรนท์ กล่าวว่ามาจากลายโบว์ไทด์ บนวอลล์เปเปอร์ผนังโรงแรมแห่งหนึ่งที่เคยไปพักในกรุง Paris ประเทศฝรั่งเศส ส่วน Margery ผู้เป็นลูกสาวก็กล่าวว่า โลโก้นี้ออกแบบในระหว่างที่ทั้งครอบครัวกำลังนั่งทานอาหารค่ำด้วยกัน

ในขณะที่ คลาร่า ภรรยาเก่าของ ดูแรนท์ ก็กล่าวว่าเขาไปเห็นโลโก้โฆษณาบริษัทถ่านหินที่ชื่อว่า “Coalettes” ในระหว่างที่เขากำลังอ่านข่าวบนหนังสือพิมพ์ ก็เลยเอามาเป็นไอเดียในการออกแบบโลโก้ของ Chevrolet ตั้งแต่ในหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 12 พฤศจิกายน ปี 1911 ทำให้ทฤษฎีที่มาการออกแบบโลโก้นี้ฟังดูมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด แต่ก็มีบางทฤษฎีได้กล่าวว่า โลโก้ของ Chevrolet มีต้นแบบมาจากเครื่องหมายกาชาดบนธงชาติสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ หลุย์ เชฟโวเลต
- จุดแตกหัก
ต่อมาในปี 1915 ก็เกิดปัญหากับ Chevrolet เข้าจนได้ เมื่อ หลุย์ ทะเลาะกับ ดูแรนท์ ในเรื่องของแนวคิดการผลิตรถยนต์ เพราะทาง หลุย์ มีความฝันที่อยากจะสร้างรถสปอร์ต แต่ ดูแรนท์ มองว่าการผลิตรถราคาประหยัด เอื้อมถึงได้ง่าย จะช่วยสร้างยอดขาย ทำกำไรได้ดีกว่า และทั้งบริษัทเองก็สนับสนุนของ ดูแรนท์ มากกว่า จนทำให้ หลุย์ ฟิวส์ขาดและขายหุ้นทิ้งไปในที่สุด

ในปี 1916 Chevrolet ก็เปิดตัวรถ Series Four-Ninety ที่สร้างยอดขายได้อย่างงดงาม แต่ ดูแรนท์ สามารถเข้าซื้อกิจการ General Motor กลับคืนมาได้ และปิดดีลในปี 1918 พร้อมทั้งยังรวมเอา Chevrolet มาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ในปี 1919 Chevrolet ขยายฐานการผลิตไปยังโรงงานอื่นๆ ในเครือ GM ได้แก่ ในเมือง Sleepy Hollow รัฐนิวยอร์ก, เมือง St.Louis รัฐมิสซูรี, เมือง Oakland รัฐแคลิฟอร์เนีย, เมือง Arlington รัฐเท็กซัส และโรงงานในต่างประเทศ ที่เมือง Oshawa รัฐออนแทริโอ ประเทศแคนาดา ภายในปีเดียวกันนี้ก็ได้มีการรีแบรนด์รถกระบะ GMC สำหรับการพาณิชย์ให้ผลิตในนาม Chevrolet อีกด้วย สายการผลิตของรถยนต์ Chevrolet ดำเนินไปอย่างเรื่อยๆ และแข่งขันกับ Ford มาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งการมาถึงของ Plymouth ในปี 1928 ก็ทำให้ทั้ง 3 ค่ายนี้ถูกเรียกรวมกันว่า “Low-priced 3”
- เกิดอะไรขึ้นกับหลุย์

ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่พี่น้องตระกูล Chevrolet แยกตัวออกมา เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้างนั้น ก็เริ่มจากในปี 1915 หลุย์ เข้าสู่วงการรถแข่ง ด้วยการจับมือกับ โฮเวิร์ด อี. บลัด พัฒนารถ Cornelian ไปแข่งขันในสนาม Indianapolis 500 ซึ่งก็จบได้ไม่สวยนักด้วยอันดับที่ 20 จนกระทั่งในปี 1916 หลุย์, แกสตัน และ อาเธอร์ ก็มาก่อตั้งบริษัท Frontenac Motor Corporation เพื่อผลิตอะไหล่สำหรับรถยนต์ Ford Model T กับ รถแข่ง และยังก่อตั้งบริษัท American Motors Corporation ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ควบคู่ไปด้วยเพื่อผลิตรถยนต์ของตัวเอง
หลุย์ เข้าแข่งขันในสนาม Indianapolis 500 ถึง 4 ครั้งโดยผลงานที่ดีที่สุดที่เคยทำได้อยู่อันดับที่ 7 ในปี 1919 คู่กับ Arthur ส่วน Gaston น้องชายอีกคนนึงของ หลุย์ คว้าแชมป์อันดับที่ 1 ได้ในปี 1920 ต่อมาในปี 1923 American Motors ที่พี่น้อง Chevrolet ก่อตั้งก็ถูกยุบรวมเข้ากับบริษัท Bessemer Motor Truck Company ก่อนที่ต่อมาภายในเวลาไม่ถึงปี ก็ยุบรวมเข้ากับค่าย Winther และ Northway แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบอยู่ดี ในปี 1927 หลุย์ เปิดตัวบริษัทผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน Chevrolair แต่กลับประสบความล้มเหลวในสามปีต่อมา และในปี 1929 ซึ่งเป็นช่วงวันอังคารทมิฬพอดี หลุย์ ที่ทำอะไรก็เฟลไปหมดก็เริ่มกลับมาเล้าหลือกับ ดูแรนท์ และสมัครงานเป็นช่างเทคนิคของ Chevrolet ถือได้ว่าดิ่งมาก จากที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลายมาเป็นลูกจ้างในบริษัทที่ตัวเองเป็นคนก่อตั้ง

ภายในปีเดียวกันนี้เอง Chevrolet ก็เปิดตัวเครื่องยนต์วาล์วเหนือสูบรุ่นใหม่ ในชื่อ Stovebolt ซึ่งเป็นเครื่อง 6 สูบเรียง และเจ้าเครื่องนี้เองที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในด้านการตลาดเป็นอย่างมากด้วยนิยามที่ว่า เครื่อง 6 สูบที่ราคาเท่ากับ 4 สูบ และในช่วงปี 1933 ก็เปิดตัวรถรุ่น Standard Six หรือในอีกชื่อว่า Mercury ในฐานะรถ 6 สูบที่ราคาถูกที่สุด

และในปี 1935 Chevrolet ก็เปิดตัวรถ Station Wagon รุ่น Carryall Suburban ที่ในเวลาต่อมาก็กลายมาเป็นบรรพบุรุษของรถ SUV ในปัจจุบัน ในช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Chevrolet ก็เริ่มเน้นออกแบบรถที่ดีไซน์ได้รับอิทธิพลจากศิลปะ Art Deco มากขึ้น เช่น Chevrolet Master, Deluxe หรือ Fleetline และกระแสตอบรับก็ดีอย่างเหลือเชื่อ
- บั้นปลายของผู้ก่อตั้ง
หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น เมื่อ หลุย์ เชฟโวเลต จากโลกนี้ไปด้วยวัย 62 ปี ในวันที่ 6 มิถุนายนปี 1941 จากอาการหัวใจวาย ก่อนที่ต่อมาในวันที่ 16 เมษายน ปี 1946 อาเธอร์ เชฟโวเลต ก็จากโลกนี้ไปอีกคนด้วยการจบชีวิตตัวเองภายในบ้านพักที่เมือง Slidell รัฐหลุยเซียนา และในวันที่ 13 มีนาคม ปี 1947 วิลเลียม ซี. ดูแรนท์ ก็จากไปในวัย 85 ปี ด้วยโรคหลอดเลือดสมอง
- กำเนิด Corvette

ในปี 1953 Chevrolet กลับมาผงาดในวงการยานยนต์อเมริกันด้วยการเปิดตัวรถ Corvette โฉมแรก และอนาคตเราอาจจะได้เล่าประวัติควบคู่กับ Camaro ไม่วันใดก็วันหนึ่งครับ และในปี 1957 Chevrolet ก็เปิดตัวระบบหัวฉีด Ramjet เป็นครั้งแรก พร้อมติดตั้งให้กับรถ Corvette และ Bel Air ซึ่งก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยดีจนมีการเปิดตัวรถรุ่นดังๆ ออกมาเรื่อยๆ

ในช่วงยุค 1960 เป็นยุคสมัยที่มีการนำเข้ารถยนต์จาก ยุโรป และญี่ปุ่น เยอะมากจนทำให้ค่ายรถต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาเสียดุลการค้าไปมหาศาลและแน่นอน ทั้ง Chevrolet และ General Motor ก็ไม่รอดจากเรื่องนี้ รัฐบาลสหรัฐจึงออกภาษีไก่ขึ้นมาเพื่อตอบโต้ในเรื่องนี้ และ General Motor ก็เอารถจากญี่ปุ่นหลายต่อหลายค่ายมาขายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง เช่น Suzuki Cultus ที่ถูกขายในชื่อ Chevrolet Sprint, Isuzu Gemini ที่ถูกขายในชื่อ Chevrolet Spectrum, Toyota Sprinter E80 หรือโฉมที่ 5 ที่ถูกขายในชื่อ Chevrolet Nova โฉมที่ 5

ในช่วงยุค 70-80 Chevrolet ก็เปิดตัวรถของตัวเองที่หลายๆ คนน่าจะคุ้นหู เช่น Vega ในปี 1970, Monza ในปี 1974, Citation ในปี 1980, Cavalier และ Celebrity ในปี 1981 หรือ Corsica ในปี 1987

จนกระทั่งในช่วงยุค 1990 Chevrolet ก็เปิดตัวรถ Toyota แปะโลโก้ของตัวเองต่อได้แก่ Toyota Sprinter E90, E100 และ Corolla E110 ที่ถูกขายในชื่อ Geo Prism แต่ก็ยังไม่ทิ้งการออกแบบรถของตัวเองอยู่ เพราะในช่วงยุคนี้ก็เปิดตัวรถรุ่นต่างๆ ที่ General Motor ออกแบบเองเยอะมาก เช่น Lumina ในปี 1990, Venture ในปี 1997 และ Trailblazer ในปี 1998 และนอกจากนี้ทาง General Motor ก็เข้าซื้อหุ้นของ Subaru ในปี 1999 พร้อมกับเอารถ Zafira ของ Opel ที่ General Motor เข้าซื้อมาตั้งแต่ปี 1931 มาให้ Subaru ขายในชื่อ Subaru Traviq อีกด้วย

จนขึ้นสหัสวรรษใหม่อย่างปี 2000 General Motor ก็ปลุกชีพ Impala ขึ้นมาใหม่ใน Segment ใหม่คือ รถซีดาน 4 ประตูขนาดกลางขับเคลื่อนล้อหน้า และกลายมาเป็นรถธงสำหรับการแข่งขัน NASCAR Xfinity Series จนถึงปี 2013 และ NASCAR Canada Series ในปี 2018

ในปี 2005 General Motors กลับมาทำตลาด Chevrolet ในยุโรปอีกครั้งด้วยการนำเอารถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้ Daewoo มาขายภายใต้แบรนด์ Chevrolet จนกระทั่งเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัว Chevrolet Volt ในปลายปี 2010 นับได้ว่าเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid รุ่นแรกของ Chevrolet พร้อมกับขายในชื่อ Opel Ampera และ Vauxhall Ampera ในตลาดยุโรป แถมยังได้รับรางวัล North American Car of the Year, European Car of the Year และ World Green Car of the Year ในปี 2012 รวมถึงยังทำยอดขายทั่วโลกจนถึงปีนั้นได้ 31,400 คัน และมากกว่า 1 แสนคันในช่วงปลายปี 2015 จนกระทั่งในปี 2016 รถตระกูล Volt ขึ้นแท่นรถ Plug-in Hybrid ที่ขายดีเป็นอันดับ 3 ของโลก รองลงมาจาก Nissan Leaf และ Tesla Model S

ในเดือนตุลาคมปี 2016 Chevrolet เปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นแรกในชื่อว่า Bolt ที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 320 กม.ต่อชาร์จ และคว้ารางวัลมามากมายในปี 2017 จากสื่อต่างๆ ทั้ง Motor Trend, AutoGuide.com, Green Car Journal และยังติด 25 อันดับสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดบนนิตยสาร Time

Chevrolet เข้ามาในตลาดประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี 2000 ภายใต้บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรถรุ่นแรกที่วางขายคือ Zafira และมี Captiva โฉมที่ 2 เป็นรุ่นสุดท้ายก่อนที่จะยุติบทบาทในตลาดไทยตั้งแต่สิ้นปี 2020 และขายโรงงานที่ จ.ระยอง ให้กับ Great Wall Motors ในที่สุด
ในส่วนของวงการมอเตอร์สปอร์ต Chevrolet มีบทบาทในที่โดดเด่นอยู่หลักๆ 3 รูปแบบ โดยเริ่มจาก NASCAR ที่ในปัจจุบันมีทีมใหญ่ๆ อยู่ 3 ทีม ได้แก่

– Hendrick Motorsport ที่คว้าแชมป์ 12 สมัย, Richard Childress Racing ที่ได้แชมป์ 6 สมัย และ Trackhouse Racing Team ที่ในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่สังเวียน MotoGP ด้วยการเข้าซื้อทีม RNF มาตั้งแต่ปลายปี 2023 ที่ผ่านมา
– ส่วนรถของ Chevrolet ที่เคยใช้แข่งขัน ได้แก่ Impala, Chevelle, Chevelle Laguna, Malibu, Monte Carlo, SS และในปัจจุบันรถที่ใช้ในการแข่งขันก็มี Camaro ZL1 1LE ในรายการ NASCAR Cup, Camaro SS ในรายการ NASCAR Xfinity และ Silverado ในรายการ NASCAR Craftman Truck

– ต่อมาคือ IndyCar ได้คว้าแชมป์รายการ Indianapolis 500 มา 6 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1986-1993 และคว้าแชมป์ในรายการ CART World Championship มา 5 ครั้งตั้งแต่ปี 1986-1992 จนกระทั่งเข้าสู่ยุคของ NTT IndyCar Series ที่ Chevrolet ขึ้นแท่นเป็นซัพพลายเอร์หลักร่วมกับ Toyota ในส่วนของเครื่องยนต์แทนเพื่อนร่วมชายคาอย่าง Oldsmobile ในปี 2002 จนกระทั่งถอนตัวออกไปทั้งคู่เมื่อปี 2005 และกลับมาอีกครั้งตั้งแต่ปี 2012 เพื่อประชันเครื่องยนต์กับ Honda และอีกรายการคือ FIA World Touring Car Championship หรือ WTCC ที่คว้าแชมป์ 3 ปีติดตั้งแต่ปี 2010-2012 ด้วยรถ Cruze

สำหรับ ประวัติของ Chevrolet นี้ที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน เป็นมากกว่ารถยนต์ เพราะนี่คือเรื่องราวที่สืบทอดจากตำนาน สู่เส้นทางที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด สำหรับสกู๊ตนี้พวกเราขอฝากติดตาม Realtime Car Magazine ด้วยนะครับ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
“เมียร์” คว้าท็อป 4 โมโตจีพี สปรินต์เรซ “ก้อง-สมเกียรติ” บิดเข้าป้ายที่ 17 โมเตกิ

“โจอัน เมียร์” ยอดนักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี รีดฟอร์มโหด ควบรถแข่ง Honda RC213V ลุ้นโพเดียมสุดมันส์ ก่อนคว้าท็อป 4 ด้าน “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิด สู้สุดใจเข้าป้ายอันดับ 17 สปรินต์เรซ ในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 17 เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา

เกมเรซนี้ เมียร์ หมายเลข 36 ได้ออกตัวจากกริดที่ 2 ก่อนจะเริ่มเกมได้อย่างดุดัน และต่อสู้เพื่อลุ้นโพเดียมจนจบเรซ โดยบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 4 ตามหลังผู้ชนะเพียง 4.3 วินาที ส่วน “ลูก้า มารินี” หมายเลข 10 ทีมเมทชาวอิตาเลียนบิดเข้าป้ายอันดับ 7 ตามหลัง 9.102 วินาที เก็บแต้มให้กับทีมได้ทั้งคู่

ขณะที่ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ เริ่มเกมจากกริดที่ 22 สร้างความเร็วได้ดี ก่อนจะบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 17 ตามหลังผู้ชนะ 21.883 วินาที ขณะที่ทีมเมทชาวฝรั่งเศสอย่าง “โยฮันน์ ซาร์โก” หมายเลข 5 ไม่จบการแข่งขัน ด้าน ทาคาอากิ นาคากามิ หมายเลข 30 นักบิดทดสอบชาวญี่ปุ่นลงแข่งด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดคว้าอันดับ 14

ทั้งนี้ ศึก เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ จะแข่งขันรอบ เมน กรังด์ปรีซ์ ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนนี้ เวลา 12.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #TN30 #JapaneseGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
มอบหมวกกันน็อก 2,000 ใบ ให้กับภาคีเครือข่ายความปลอดภัย พร้อมจัดเวทีเสวนา “ทำอย่างไร ให้คนไทย สวมหมวกกันน็อก” ร่วมกันส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดพิธีมอบหมวกกันน็อกขนาดเล็กสำหรับเด็กและเยาวชน จำนวน 2,000 ใบ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ให้แก่เครือข่ายด้านความปลอดภัย ทั้ง 8 เครือข่าย ได้แก่ มูลนิธิเมาไม่ขับ, เครือข่ายเป็นหูเป็นตาเพื่อสังคม, สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ, ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย, บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด, มูลนิธิความปลอดภัยทางถนน, แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร ระดับจังหวัด (สอจร.) และสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย อีกทั้งยังจัดเวทีเสวนา “ทำอย่างไร ให้คนไทย สวมหมวกกันน็อก” เพื่อร่วมกันส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ต่อสังคมไทยต่อไป เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ

ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และจุดเริ่มต้นของความปลอดภัยที่ทุกคนสามารถทำได้ทันที คือการสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ไทยฮอนด้าเชื่อว่าการปลูกฝังพฤติกรรมนี้ตั้งแต่วัยเด็กและเยาวชน จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยลดการสูญเสียบนท้องถนนได้อย่างยั่งยืน ในวันนี้ต้องขอขอบคุณภาคีความปลอดภัยทุกเครือข่ายที่ได้เข้ามาร่วมมือ เพื่อผลักดันให้วัฒนธรรมการสวมหมวกกันน็อกเกิดขึ้นจริงในสังคมไทย และช่วยสร้างอนาคตของประเทศให้แข็งแรงบนพื้นฐานของความปลอดภัยที่ยั่งยืน”
สำหรับโครงการฮอนด้าเมืองไทยปลอดภัย ได้จัดตั้งขึ้นมากกว่า 37 ปี เคียงคู่สังคมไทย เพื่อสร้างสร้างสรรค์สังคมแห่งการขับขี่ปลอดภัย สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย อีกทั้งในปีนี้ยังเป็นวาระครบรอบ 60 ปี ไทยฮอนด้า โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการสวมหมวกกันน็อก ผ่านการส่งมอบหมวกกันน็อก จำนวน 112,440 ใบ มูลค่า 112 ล้านบาท ให้กับหน่วยงานการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อกระจายต่อให้กับเหล่าเยาวชนในพื้นที่

นอกจากพิธีมอบหมวกกันน็อกแล้ว ภายในงานยังมีบรรยายพิเศษ เรื่อง “หลักสูตรการอบรมความปลอดภัยเกี่ยวกับเด็ก” ปลูกฝังให้เยาวชนได้ทราบถึงสาเหตุเชิงลึกเกี่ยวกับการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน โดยนักวิชาการสาธารณสุข และเวทีเสวนาในหัวข้อ “ทำอย่างไร ให้คนไทย สวมหมวกกันน็อก” สะท้อนถึงความท้าทายสำคัญของสังคมไทย เพราะปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ยังละเลยการสวมหมวกกันน็อก และมองว่าไม่จำเป็น ทั้งที่ในความเป็นจริง อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา และการไม่สวมหมวกกันน็อกถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่นำไปสู่การสูญเสียที่เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด การเสวนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนแนวทางรณรงค์ การบังคับใช้กฎหมาย และการปลูกฝังวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยให้หยั่งรากอย่างแท้จริง
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ของฮอนด้าขับขี่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ที่
เฟซบุ๊ก : facebook.com/HondaSafetyThailand
เว็บไซต์ : hondasafety.thaihonda.co.th
และฝึกคาดการณ์อุบัติเหตุ ช่วยการตัดสินใจอย่างแม่นยำขณะใช้รถใช้ถนนได้ที่ : hondasafetyAPT.com
#HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย
#ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #SafetyforEveryone
#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสัมคมไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025’ จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Ultimate Deals of the Year’ เปิดตัว ‘New BMW The i7 eDrive50 M Sport’ ครั้งแรกในไทย พร้อมจัดแสดงยนตรกรรมในเครือ และแบรนด์พาร์ทเนอร์ครบทุกกลุ่ม พร้อมข้อเสนอที่คุ้มค่า 9-13 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ครบวงจร จัดงานใหญ่ประจำปี ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025’ ยกทัพยนตรกรรมในเครือ ครบทุกแบรนด์ จัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อม ‘The Ultimate Deals of the Year’ ข้อเสนอพิเศษแห่งปีที่ยากจะปฏิเสธ ระหว่างวันที่ 9-13 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

| สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถและลงทะเบียนภายในงาน
- สมาชิกบัตรเครดิต Card X และ SCB, กรุงศรี, กรุงเทพ, ยูโอบี และทีทีบี ใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% พร้อมรับเพิ่มสูงสุด 25,000 คะแนน*
- รับสยามกิฟท์การ์ด รวมมูลค่าสูงสุด 170,000 บาท เมื่อจองและออกรถรุ่นที่กำหนด*
- สมาชิก MGC-MOBILIFE รับความคุ้มค่าถึง 3 ต่อ
- ต่อที่ 1 รับฟรี MOBILIFE PACKAGE มูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท*
- ต่อที่ 2 รับคะแนน MGC POINT รวมกว่า 1,000,000 คะแนน*
- ต่อที่ 3 ร่วมเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘KUNJAE & CO – Customized To Your Taste’ สร้างสรรค์พวงกุญแจหนังสไตล์คุณ มูลค่า 1,290 บาท*
- รับ E-Coupon ขับฟรีภายในประเทศ! 1 วัน กับ SIXT รถเช่า ประเทศไทย (จำนวนจำกัด)
และรับ E-Coupon เช่ารถหรือลีมูซีน ทั้งไทยและต่างประเทศ มูลค่ารวม 4,000 บาท* - เรือแม่น้ำ คริส-คราฟต์ มอบส่วนลดบริการเช่าเหมาลำเรือ มูลค่า 10,000 บาท*
- เอ็มจีซี เอวิเอชั่น ผู้แทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ มอบส่วนลดจองบัตรโดยสารสายการบิน มูลค่ารวม 3,000 บาท สำหรับการเดินทางในและต่างประเทศ*
- ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนายหน้าประกันภัย มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันภัยรถยนต์ ด้วยข้อเสนอราคาพิเศษ! พร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน และสิทธิประโยชน์อีกมาก*



ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นับเป็นโอกาสดี ที่เราได้จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ประจำปีขึ้นอีกครั้ง
กับ ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025’ โดยความพิเศษเหนือสิ่งอื่นใด คือ ความมั่นใจของลูกค้า
ที่จะต้องได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจ ทั้งในด้านสินค้าและการบริการ ทำให้ MGC-ASIA MOBILITY EXPO เป็นงานที่คนรักรถตั้งตารอ โดยใช้พื้นที่การจัดงานกว่า 2,500 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งชั้น M ชั้น 1, 2 และชั้น 3 นอกจากนั้นในทุกๆ วัน ยังมีกิจกรรมสำหรับครอบครัวให้ได้รับชมกันอย่างเต็มอิ่ม อาทิ คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ‘ก้อง สหรัฐ Acoustic Show’ โชว์มายากลพิเศษ ‘Illusion Magic Show’ และการแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมาย”คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดี ที่ได้ร่วมมือกับ MGC-ASIA ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ
ที่มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นและยาวนาน ในการจัดงาน ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025’ และขอขอบคุณในความไว้วางใจในพื้นที่ของสยามพารากอน ที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์คสำคัญของนักช็อปจากทั่ว
ทุกมุมโลก รับรองว่ามางานนี้งานเดียว จะได้เก็บเกี่ยวความคุ้มค่าไปอย่างเต็มที่”++ สัมผัส Rolls-Royce ที่แรงที่สุด กับ ‘Black Badge Spectre’
โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก นำเสนอ ‘แบล็คแบจ สเปกเตอร์’ อัครยนตรกรรมที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โรลส์-รอยซ์ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% จัดแสดงโชว์รูมบูทีคอัตลักษณ์ใหม่ภายใต้คอนเซปต์ ‘Galleria’ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
สำหรับลูกค้าที่จองภายในงาน และรับรถภายในเดือนตุลาคม 2568 รับสิทธิพิเศษดังนี้
- รับบัตรโดยสารสายการบินไทย ชั้นธุรกิจ ไป-กลับ ที่ใดก็ได้ในยุโรป 2 ที่นั่ง*
- รับประสบการณ์สุดพิเศษ ‘A day in GoodWood, England’ เยี่ยมชม The Home of Rolls-Royce แบบเอ็กซ์คลูซีฟ*
- รับ MGC Point 1,000,000 คะแนน*
พิเศษเฉพาะภายในงาน กับกิจกรรม ‘A Journey into Mind Balance’ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Vitallife โรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ ที่จะมาบอกเล่ากลยุทธ์ การรักษาสมดุลแห่งใจ และเวิร์กช็อป ‘The Art of Mind Balance’ ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ สติ และการผ่อนคลาย ผ่านงานประดิษฐ์แบบดอกไม้มัณฑาลา (flower mandala art)
++ Aston Martin ตำนานแห่งรถสปอร์ตสัญชาติอังกฤษ
แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ MGC-ASIA Mobility Expo 2025 จัดแสดง 3 ยนตรกรรม
ไฮไลท์ คันแรกเป็น ดีบี12 โวลานเต้ (DB12 Volante) เวอร์ชันเปิดประทุนของซูเปอร์ทัวเรอร์
อย่าง ดีบี12 คูเป้ (DB12 Coupe) คันต่อมาเป็นรุ่น ‘แวนเทจ เอฟวัน อิดิชั่น’ (Vantage F1 Edition)
ที่ได้แรงบัลดาลใจในการพัฒนาจากเซฟตี้คาร์ของการแข่งฟอร์มูลาวัน ปิดท้ายด้วยรุ่น ดีบีเอ็กซ์707 (DBX707) ผู้เคยครองตำแหน่งเอสยูวีทรงพลังที่สุดในโลก ทำได้ 707 แรงม้า (PS) ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย และสามารถเลือกปรับแต่งแบบเฉพาะตัว
ผ่านโปรแกรม ‘Q by Aston Martin’ภายในงานมีกิจกรรมจาก Global Partners อย่าง Glenfiddich ที่นำซิงเกิลมอลต์อายุ 16 ปี รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อฉลองความร่วมมือกับทีม Aston Martin Aramco Formula One™
ลูกค้าที่จองภายในงานและรับรถภายในเดือนธันวาคม 2568 เลือกรับ 1 ใน 2 สิทธิพิเศษดังนี้
- MGC point 1,000,000 คะแนน และ Glenfiddich x Aston Martin Formula One 16 Years Old*
หรือ
ทริปล่องเรือยอทช์ อะซิมุท พร้อมที่พัก 2 วัน 1 คืน ที่พัทยา*
++ Maserati Pure Energy, Pure Elegance, Pure Performance
มาเซราติ ประเทศไทย นำเสนอตัวตนของ ‘เอ็มซีเพียวร่า’ (MCPURA) ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นล่าสุด
ให้สัมผัสครั้งแรก ผ่านประสบการณ์ Immersive Showcase ที่สะท้อนการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น
‘เอ็มซี20’ (MC20) พร้อมก้าวเข้าสู่ ‘Atelier of Passion’ – ห้องศิลป์แห่งความหลงใหล ที่ผสานศิลปะการออกแบบ และความประณีตในสไตล์อิตาเลียน ภายใต้โปรแกรม ‘Fuoriserie’ ที่เปิดโอกาสให้รังสรรค์รายละเอียดการตกแต่งยนตรกรรมได้ในแบบ immersive 3D มาตรฐานเดียวกับโชว์รูมในอิตาลีลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับข้อเสนอพิเศษดังนี้
- บัตรโดยสารสายการบิน ชั้นธุรกิจ ไป-กลับ กรุงเทพ–มิลาน 1 รางวัล พร้อมเยี่ยมชมโรงงาน
มาเซราติ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ* - ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0%*
- รับประกันคุณภาพ (Extended Warranty) นานสูงสุด 4 ปี*
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) นาน 3 ปี*
++ Millennium Auto Group เปิดตัว ‘New BMW i7 eDrive50 M Sport’ ครั้งแรกในไทย
มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดแสดงยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู ครบทุกกลุ่ม ภายใต้คอนเซปต์ ‘Hall of The Iconic’ ทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป, รถไฟฟ้า 100%, รถปลั๊กอินไฮบริด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ THE XM, THE X7, THE 5, THE 3 และเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พบกับการเปิดตัว NEW BMW The i7 eDrive50 M Sport ยนตรกรรมระดับแฟลกชิป ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ความจุแบตเตอรี่ 105.7 kWh ให้กำลัง 455 แรงม้า (HP) แรงบิด 650 นิวตันเมตร ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังแท้ fine-grain Merino Leather พร้อมฟังก์ชั่น Executive Lounge มาพร้อมจอทัชสกรีน ‘BMW Theatre Screen’
ขนาด 31.3 นิ้ว ความคมชัดระดับ 8K รวมถึง Panorama Glass Roof with Sky Lounge เปิดราคา
สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงาน จากราคาปกติ 7,149,000 บาท จำนวนจำกัด เพียง 20 คันเท่านั้นลูกค้าที่จองและออกรถภายในเวลาที่กำหนด รับข้อเสนอพิเศษมากมาย
- ดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 1.99%*
หรือ
บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท สูงสุด 10 เดือน*
- บัตรโดยสารสายการบินไปกลับ กรุงเทพ–ยุโรป ชั้นธุรกิจ จำนวน 2 ที่นั่ง มูลค่าสูงสุด 250,000 บาท
หรือ
สยามกิฟท์การ์ด มูลค่าสูงสุด 170,000 บาท
หรือ
iPhone 17 Pro 256 GB*
- ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 3 ปี*
- เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อินสูงสุดถึง 700,000 บาท*
- ฟรี BMW Wallbox พร้อมติดตั้งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า*
- ฟรี กล้องติดรถยนต์ BMW Advance Car Eye 3.0*
- รับเพิ่มคะแนนสะสม MGC point 30,000 คะแนน*
- บริการ SIXT Exclusive Limousine รับ-ส่งสนามบิน ด้วย BMW 5 Series หรือรถ MPV เทียบเท่า ฟรี 4 เที่ยว มูลค่าสูงสุด 26,000 บาท*
- แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 30% จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ*
++ MINI ‘OCTOBER FIGHT’ การ Battle สุดมันส์ ทั้งรถใหม่ และ MINI NEXT แบบจัดเต็ม
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เปลี่ยนพื้นที่บริเวณชั้น 1 ให้เป็นเวทีแบทเทิล ภายใต้ธีมสุดมันส์ ‘October Fight: The Battle of 10 MINI Cars – Live from Bangkok’ ศึกดวลระหว่างรถใหม่ป้ายแดง และ MINI NEXT รถมือสองคุณภาพพรีเมียม พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มค่า
- MINI NEXT เริ่มเพียง 1,150,000 บาท*
- MINI รถใหม่ เริ่มเพียง 1,690,000 บาท*
- ผ่อนสบาย เริ่มต้น 10,000 บาทต่อเดือน*
- ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 3 ปี*
- ฟรี! กล้อง MINI Advanced Car Eye 3.0*
- ลูกค้าที่จองรถ 10 ท่านแรก รับเก้าอี้พับสุดชิคจาก MINI Millennium Auto*

++ BMW Motorrad Millennium Auto จัดเต็มทุกแนว เพื่อชาวบิ๊กไบค์โดยเฉพาะ
BMW Motorrad Millennium Auto ยกทัพบิ๊กไบค์ระดับตำนาน คัดสรรมาให้สัมผัสครบทุกแนว อาทิ
C 400 GT สกู๊ตเตอร์หรูสำหรับคนเมือง, CE 04 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแห่งอนาคต, S 1000 RR ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ถนน, R 1300 GS และ R 1300 GS Adventure แอดเวนเจอร์ไบค์สำหรับทุกเส้นทาง และ R 18 Roctane เอกลักษณ์สายครูสเซอร์ สะท้อนจิตวิญญาณ Heritage อย่างแท้จริง มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ- ฟรี! ดอกเบี้ย 0%*
- ฟรี! ดาวน์*
- ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
- ฟรี! โปรแกรม BMSI (BMW Motorrad Service Inclusive)*
++ XPENG ขับเคลื่อนด้วย AI มาครบทั้ง New G6 และ X9
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย นำยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค รุ่นล่าสุด ‘NEW G6’
รุ่นปรับโฉม ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น พร้อมสีใหม่ ‘Stellar Purple’ ขณะที่รุ่น X9 Luxury และ X9 Executive ตอบโจทย์การใช้งานในสไตล์ผู้บริหาร หรือการใช้งานแบบครอบครัว ที่ต้องการความอเนกประสงค์
ด้วยช่องทางเดินระหว่างเบาะแถว 2 พร้อมรองรับการเชื่อมต่อดิจิทัลเต็มรูปแบบสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับสิทธิพิเศษดังนี้
- ประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรี 1 ปี*
- Wall Charger พร้อมติดตั้ง*
- Portable Charger*
- รับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินระดับพรีเมียม 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

++ ZEEKR สัมผัสยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นล่าสุด ‘ZEEKR 7X’
ซีเคอร์ ซี โมบิลิตี้ พลัส จัดแสดงยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชัวรี รุ่นล่าสุด ‘ZEEKR 7X’ เอสยูวี
5 ที่นั่ง ภายใต้แนวคิด Indulge Every Journey ที่ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด มาพร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V มาพร้อมความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัยแบบจัดเต็ม สมทบด้วย ZEEKR 009 7-Seater
มาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดสิทธิพิเศษ เมื่อจอง ZEEKR 7X และรับรถภายในเวลาที่กำหนด
- รับประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร*
- รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง และมอเตอร์ขับเคลื่อน นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร*
- ประกันภัยชั้นหนึ่ง และ พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี*
- Wallbox พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
- ลูกค้าเก่าซื้อเพิ่ม รับส่วนลดพิเศษ*
สิทธิพิเศษ เมื่อจอง ZEEKR 009 7-Seater และรับรถภายในเวลาที่กำหนด
- รับประกันรถ 5 ปี / 150,000 กิโลเมตร*
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี / 180,000 กิโลเมตร*
- โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร*
- ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นานสูงสุด 1 ปี*
- ฟรี! Wall box พร้อมค่าติดตั้ง*
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง*
++ PEUGEOT ‘Lucky Number 777’ ค้นหาความโชคดีจากเลข 7 กับโปรดีที่สุดที่เคยมี
- พบกับ ‘New Peugeot 408’ ภายใต้คอนเซปท์ ‘The Language of Attraction’ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ 1,600 ซีซี ทำได้ 218 แรงม้า (PS) แรงบิด 300 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้า ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมร่วมสนุก
กับกิจกรรม Lucky Egg Surprise ลุ้นรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จิบกาแฟ และถ่ายรูปในคาเฟ่
สไตล์ฝรั่งเศสสุดชิค
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2568
- ดอกเบี้ย 0%*
หรือ
โปรโมชั่น 7771 ข้อเสนอจากทางแบรนด์สูงสุด 100,000 บาท และ iPhone 17 256 GB*
- เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อินสูงสุด 100,000 บาท*
++ Jeep ‘Famous for freedom–การผจญภัย ไร้ขอบเขต’
สัมผัสยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่หาชมได้ยาก ‘Jeep Wrangler Rubicon Four Door Monster DNA Edition’ สีพิเศษ SILVER ZYNITH ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร 270 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ติดตั้งชุดแต่ง Mopar รวมมูลค่ากว่า 2,000,000 บาท
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2568
- รับโปรโมชั่น 7771 และอุปกรณ์ตกแต่ง Mopar แท้ สูงสุดมูลค่า 1,000,000 บาท*
หรือ
ดอกเบี้ย 0% พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับกิจกรรม Jeep Matcha Experience Brew Your Freedom*

++ Summit Honda ปลุกความเร้าใจกับความเป็น R Racing DNA สไตล์ญี่ปุ่น
ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล จัดแสดง 3 ยนตรกรรมไฮบริด ที่ผ่านการตกแต่งเพิ่มความสปอร์ต
ด้วยสติ๊กเกอร์ ‘R’ และชุดแต่ง Modulo รอบคัน คือ ACCORD e:HEV RS, CR-V e:HEV RS และ CIVIC e:HEV RS พร้อมชื่นชมความน่ารักสดใสของน้องๆ กับการประกวดความสามารถพิเศษในช่วงกิจกรรม ‘Rising Star’สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองภายในงาน และรับรถภายในเวลาที่กำหนด
- ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0%*
- ฟรีประกันภัย 1 ปี*
- พิเศษ สมาชิก MOBILIFE รับฟรี! PAYSAVE 2 ระยะ, ส่วนลด 10% ชุดแต่ง MODULO,
คูปองล้างแอร์ และร่ม MODULO ผ่าน MOBILIFE APP*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด / เฉพาะแบรนด์รถยนต์ที่ร่วมรายการเท่านั้น
16×9 16×9 | -
News Motocycle1 Min Read
ทัพนักบิดฮอนด้า พาเหรดทะลุ Q2 โมโตจีพี “ก้อง-สมเกียรติ” รั้งอันดับ 18 วันแรก โมเตกิ

ทัพนักบิดฮอนด้าสร้างผลงานร้อนแรงในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 17 รายการ เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ทะลุเข้าสู่ Q2 ได้ถึง 3 คัน นำโดย “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 รั้งอันดับ 4 และ “ลูก้า มารินี” หมายเลข 10 ตามมาในอันดับ 6 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี “โยฮันน์ ซาร์โก” หมายเลข 5 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ในอันดับ 10

ขณะที่ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดขวัญใจชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ สามารถเค้นฟอร์มเก่งได้อย่างต่อเนื่องในสนาม โมเตกิ ซึ่งเจ้าตัวมีความคุ้นเคย ขยับขึ้นไปสูงสุดถึงอันดับ 7 ก่อนจะพลาดล้มในช่วงท้ายระหว่างทำเวลาลุ้นขึ้นไปติดท็อป 10 โดยดาวบิดไทยจบวันแรกในอันดับ 18 หลังผ่านการซ้อมรอบแบ่งกลุ่มเมื่อวันศุกร์ที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ที่ โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ศึก เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ จะจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ต และแข่งขันรอบ สปรินต์เรซ เวลา 13.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ในวันเสาร์ที่ 27 กันยายนนี้ โดยรอบ เมนเรซ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนนี้ เวลา 12.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #JapaneseGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“ก้อง-สมเกียรติ” เตรียมบิดล่าแต้มโมโตจีพี แดนปลาดิบ สนามแห่งประวัติศาสตร์!

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา มุ่งมั่นคว้าแต้มสำคัญในสนามถนัด สู้ศึกเจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ที่โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 26–28 กันยายนนี้

นักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของรถแข่งหมายเลข 35 จากสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ คัมแบ็กจากอาการบาดเจ็บลงแข่งขันในศึก โมโตจีพี 2 สนามล่าสุด และสามารถเก็บแต้มที่ 2 มาครองได้สำเร็จ จาก ซาน มาริโน กรังด์ปรีซ์ หลังจากการทำงานอย่างหนักร่วมกับทีม ก่อนต่อยอดด้วยการทดสอบที่มิซาโน เพื่อพัฒนาการเซ็ตอัพในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง

โดยสุดสัปดาห์นี้จะเป็นการกลับมาในโซนเอเชีย ซึ่งมีความหมายอย่างยิ่งต่อ “ก้อง-สมเกียรติ” เพราะเปรียบเหมือน “โฮมเรซ” แห่งที่ 2 และเป็นสนามที่นักบิดชาวไทยสร้างผลงานครั้งประวัติศาสตร์ จากการคว้าชัยชนะในรุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2023 ด้วยการบันทึกสถิติมากมายในสนามแห่งนี้ และนี่คืออีกหนึ่งโอกาสในการลุ้นเก็บแต้มจาก โมโตจีพี

ทั้งนี้ ศึก เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ 2025 จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมในวันศุกร์ที่ 26 กันยายนนี้ ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายและ สปรินต์เรซ เวลา 13.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ในวันเสาร์ที่ 27 กันยายนนี้ โดยการแข่งขันรอบ เมน กรังด์ปรีซ์ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนนี้ เวลา 12.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JapaneseGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
โรยัล เอ็นฟีลด์ แต่งตั้ง มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc–750cc) เดินหน้าตอกย้ำบทบาทเชิงกลยุทธ์ในระดับสากล ประกาศแต่งตั้ง มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ (Manoj Gajarlawar) เข้าดำรงตำแหน่ง หัวหน้าธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Business Head, Asia Pacific) โดยเข้าประจำการที่บริษัทสาขาในกรุงเทพฯ ประเทศไทย และรายงานตรงต่อคุณยาดวินเดอร์ ซิงห์ กูเลเรีย ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ โรยัล เอ็นฟีลด์
การแต่งตั้งเพื่อรับตำแหน่งในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรยัล เอ็นฟีลด์ ในการเดินหน้าขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดต่างประเทศ โดยมาโนจจะเป็นผู้นำในการกำหนดและดำเนินกลยุทธ์สำคัญที่ครอบคลุมทั้ง การขาย การบริการ
หลังการขาย กลยุทธ์โปรโมทผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การประชาสัมพันธ์และการตลาด รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ ๆ เช่น ธุรกิจเสื้อผ้า (Apparel) อุปกรณ์ตกแต่งแท้ (Genuine Motorcycle Accessories) และธุรกิจต่อยอดอื่น ๆ

ในปี 2024 โรยัล เอ็นฟีลด์ สามารถสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยยอดขายทะลุ 1 ล้านคันต่อปีเป็นครั้งแรก และเดินหน้าขยายธุรกิจในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิกที่ตอกย้ำการเติบโตถึง 13% เมื่อเทียบปีต่อปี (YoY) พร้อมทั้งขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน Top 3 แบรนด์ชั้นนำในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง ในหลายประเทศหลัก อาทิ ไทย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และนิวซีแลนด์
โรงงานประกอบ (CKD) แห่งใหม่ในประเทศไทยนับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพด้านการผลิตและซัพพลายเชิงกลยุทธ์ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาค และตอกย้ำประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเติบโตระดับเอเชียแปซิฟิก
ยาดวินเดอร์ ซิงห์ กูเลเรีย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ โรยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นปีที่พิเศษอย่างยิ่งสำหรับโรยัล เอ็นฟีลด์ การสร้างยอดขายที่ทะลุ 1 ล้านคันเป็นหลักฐานชัดเจนถึงศักยภาพและการยอมรับในระดับโลก การเปิดโรงงานประกอบในประเทศไทยและการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คือก้าวย่างสำคัญในการสร้างเส้นทางทางธุรกิจที่มั่นคง การแต่งตั้งมาโนจในบทบาทใหม่นี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กร และสะท้อนถึงความตั้งใจของเราที่จะเดินหน้าสร้างการเติบโตในภูมิภาคนี้อย่างยั่งยืน”

มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ ร่วมงานกับโรยัล เอ็นฟีลด์มาตั้งแต่ปี 2008 ด้วยประสบการณ์กว่า 17 ปี ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญในการดูแลและขับเคลื่อนธุรกิจต่างประเทศครอบคลุม เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา ภูมิภาค SAARC รวมถึงธุรกิจอะไหล่และ REown ตลอดเส้นทางการทำงาน มาโนจได้รับความไว้วางใจให้บริหารและพัฒนาธุรกิจในหลายภูมิภาค และมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเติบโตเชิงกลยุทธ์ให้กับแบรนด์
การแต่งตั้งในครั้งนี้ตอกย้ำกลยุทธ์ของโรยัล เอ็นฟีลด์ ในการดึงดูดบุคลากรระดับโลกและปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อรองรับการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในตลาดนานาชาติ โรยัล เอ็นฟีลด์ ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ “Pure Motorcycling” เพื่อเชื่อมโยงผู้ขับขี่ทั่วโลกเข้าด้วยกัน และก้าวสู่การเป็น แบรนด์มอเตอร์ไซค์ขนาดกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
PTG คว้ารางวัล Premium T-VER Award

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG คว้ารางวัล Premium T-VER Award จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เนื่องในงาน “รวมพลังลดโลกร้อน สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ครบรอบ 11 ปี โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)
ทั้งนี้รางวัลนี้มาจากความสำเร็จของ PTG ในการขึ้นทะเบียนโครงการ “ข้าวยั่งยืน ลดมีเทน ด้วยนาเปียกสลับแห้ง” บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 36 ราย ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากภาคการเกษตร แต่ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยให้ก้าวสู่แนวทางการเกษตรที่ยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Carbon Neutral และการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine















































































































































