-
GWM ไขข้อสงสัย การรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลสูงสุดในไทย 1 ล้านกิโลเมตร

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM (Thailand) เผยถึงข้อกังวลของผู้ใช้งานรถยนต์ดีเซลในไทยที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับความมั่นใจในการใช้รถยนต์ดีเซล โดยเฉพาะเมื่อระยะการใช้งานเกินกว่าระยะเวลารับประกัน 150,000 กิโลเมตร หรือรถมีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ซึ่งมักเป็นมาตรฐานที่ค่ายรถในวงการรถยนต์ดีเซลได้กำหนดไว้ หลังจากถึง ‘ระยะวิกฤต’ ดังกล่าวแล้วนั้น ผู้ใช้งานจะรู้สึกกังวลและไม่มั่นใจเนื่องจากการบำรุงรักษาและซ่อมแซมที่จะตามมาในจำนวนมาก เพื่อแก้ปัญหาและคลายความกังวลใจนี้ GWM (Thailand) ชูจุดแข็งของนวัตกรรมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ที่พัฒนาและคิดค้นขึ้นเอง โดยอยู่ในรถยนต์ SUV ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ GWM TANK 300 DIESEL และ NEW GWM TANK 500 DIESEL เพื่อมอบความมั่นใจแม้จะใช้งานเกินระยะรับประกันที่รถยนต์ดีเซลในตลาดทั่วไปมักกำหนดไว้ กับระยะเวลาการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี* (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตอบโจทย์ผู้ใช้งานหนักและสายลุยที่ต้องการความอุ่นใจและเชื่อมั่นในการใช้งานในระยะยาว

เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด คำตอบที่ใช่ด้านคุณภาพและความทนทาน
หนึ่งความกังวลใจของผู้ใช้งานในไทย คือ ความไม่มั่นใจในเทคโนโลยีดีเซลจากประเทศจีน ทั้งนี้ GWM เป็นแบรนด์ที่เกิด
และเติบโตมาจากเครื่องยนต์ดีเซล ด้วยรากฐานอันแข็งแกร่งในประเทศจีนกว่า 30 ปี การันตีด้วยผู้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเกือบ
2 ล้านคน ใน 170 ประเทศและทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศแอฟริกาใต้ ละตินอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
และรัสเซีย ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความนิยมและความน่าเชื่อถือของเครื่องยนต์ดีเซลของ GWM ในระดับโลกสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด มาพร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน มอบพละกำลังสูงสุดถึง 184 แรงม้า
ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตรแบบต่อเนื่องหรือแฟตทอร์คที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ทำให้การออกตัวและการขับขี่ในพื้นที่ที่มีความท้าทายเป็นไปได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดที่มีช่วงอัตราทดเกียร์ที่กว้างถึง 8.843 ทำให้รถสามารถเปลี่ยนเป็นเกียร์ 9 ได้ที่ความเร็วเพียง 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถปรับอัตราการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับการขับขี่ในแต่ละสภาพถนน และสอดคล้องกับการทำงานของเครื่องยนต์เพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นออกไป เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ใหม่ของ GWM มาพร้อมกับเทคโนโลยีลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์และลดเสียงรบกวน NVH (Noise, Vibration, Harshness) ที่ยอดเยี่ยม ด้วยการออกแบบใหม่ของท่อไอเสีย เพลาลูกเบี้ยว
ปั๊มน้ำมันเครื่อง ท่อน้ำมันแรงดันสูง สายพาน Timing และ Balance Shaft จึงทำให้ห้องเครื่องยนต์มีระดับเสียงต่ำกว่า 68 เดซิเบลในช่วง idle speed ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบ นิ่ง ไม่สั่น ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายและเพื่อยืนยันประสิทธิภาพดังกล่าว เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ยังผ่านการทดสอบในสภาพอากาศหนาวและร้อนสุดขั้ว 300 ชั่วโมง ทดสอบการทำงานที่ความเร็วรอบสูงสุด 500 ชั่วโมง ทดสอบการรับน้ำหนักในสภาวะต่าง ๆ 650 ชั่วโมง รวมถึงการทดสอบในสภาพถนนและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันถึง 76 รูปแบบทั่วโลก โดยมีระยะทางรวม 6 ล้านกิโลเมตร ซึ่งการทดสอบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและความทนทานเพื่อรองรับการใช้งานหนักในระยะยาว ภายใต้สภาพถนน
ที่หลากหลายและท้าทายของประเทศไทย ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกทริปต่างจังหวัดแบบสมบุกสมบัน
เหนือกว่าเครื่องยนต์ดีเซลในตลาด GWM กล้ารับประกันเครื่องยนต์ดีเซลยาวนานที่สุดในไทย
GWM TANK 300 DIESEL และ NEW GWM TANK 500 DIESEL มีการรับประกันเครื่องยนต์ที่ยาวนานที่สุดในไทย โดยกล้ารับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1 ล้านกิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดยครอบคลุมชิ้นส่วนหลักของเครื่องยนต์ 5 ส่วน ได้แก่
- ฝาครอบฝาสูบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนภายใน
- ฝาสูบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนภายใน
- เสื้อสูบเครื่องยนต์ส่วนบนและชิ้นส่วนภายใน
- เสื้อสูบเครื่องยนต์ส่วนล่างและชิ้นส่วนภายใน
- อ่างน้ำมันเครื่องยนต์และชิ้นส่วนภายใน
การกล้ารับประกันเครื่องยนต์ดีเซลในระยะทางยาวนานถึง 1 ล้านกิโลเมตร หรือ 8 ปี* คือการตอกย้ำถึงความมั่นใจในคุณภาพและความทนทานของเครื่องยนต์ และเป็นการสะท้อนความจริงใจของ GWM (Thailand) ที่ต้องการดูแลลูกค้าในระยะยาว
และสร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ใช้งาน ว่าการเลือก GWM TANK Series คือการลงทุนในการใช้ชีวิตและการเดินทางที่ชาญฉลาดและยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจ GWM TANK 300 DIESEL และ NEW GWM TANK 500 DIESEL สามารถทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั้ง 72 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888#GWMTANK300DIESEL #NEWGWMTANK500DIESEL #GWMTANK #GWMThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ผนึกกรมการขนส่งฯ จัดศึกคิงออฟแชมป์ ISUZU EURO 5 MAX รอบชิงชนะเลิศ ชิงรางวัลรวม 1 ล้านบาท

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก กรมการขนส่งทางบก จัดการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ครั้งที่ 18 รอบชิงชนะเลิศ หรือ “ศึกคิงออฟแชมป์ ISUZU EURO 5 MAX” ประจำปี 2568 ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมโล่เกียรติยศ ณ สนามทดสอบไทย บริดจสโตน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุมีความภาคภูมิใจที่ได้จัดการแข่งขัน ‘อีซูซุยอดนักขับมือทอง รอบชิงชนะเลิศ’ หรือ ‘ศึกคิงออฟแชมป์ ISUZU EURO 5 MAX’ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอีซูซุในการพัฒนามาตรฐานผู้ขับขี่รถบรรทุกไทยให้มีทั้งความเชี่ยวชาญ ความปลอดภัย และความเป็นมืออาชีพ อันจะนำไปสู่การยกระดับวงการโลจิสติกส์ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การแข่งขันในปีนี้จัดขึ้นโดยได้นำรถบรรทุก ISUZU King of Trucks EURO 5 MAX ที่ครองความนิยมสูงสุดในประเทศไทยมาใช้ในการชิงชัย รถรุ่นนี้เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง ประหยัดน้ำมันสูงสุด และผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาบำบัดไอเสีย (AdBlue) ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังคงคุณภาพและความทนทานที่ผู้ใช้รถบรรทุกอีซูซุไว้วางใจมาอย่างยาวนาน พร้อมกันนี้อีซูซุยังได้นำเสนอ Isuzu Life Cycle Solutions โซลูชันส์ที่สนับสนุนผู้ใช้รถอีซูซุตลอดการใช้งานให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกซื้อรถ กระบวนการลดต้นทุน พร้อมให้คำแนะนำด้านบริการหลังการขายที่มีมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ควมคุมค่าใช้จ่ายจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ให้ผู้ประกอบการได้อย่างแท้จริง
อีซูซุเชื่อมั่นว่าการแข่งขันครั้งนี้ จะไม่เพียงค้นหาสุดยอดนักขับมือทอง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งของวงการขนส่งไทย และตอกย้ำบทบาทของอีซูซุในฐานะผู้นำตลาดรถบรรทุกที่พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการไทยไปทุกเส้นทางอีกด้วย”

การแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง 2568” แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทรถหัวลาก และประเภทรถสิบล้อลากพ่วง โดยเปิดรับสมัครนักขับฝีมือดี และทำการแข่งขันรอบคัดเลือก ตั้งแต่ 28 มิถุนายน – สิงหาคมที่ผ่านมา รวม 4 สนามระดับภูมิภาค ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช จ.อุดรธานี จ.เชียงใหม่ และ จ.ชลบุรี ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องผ่านบททดสอบทั้งภาคทฤษฎีอันเข้มข้น ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายด้านการขนส่งและจราจร จิตวิทยา ทักษะการตัดสินใจ รวมถึงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้และบำรุงรักษารถประจำวัน และภาคปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นการแข่งขันในสถานีทดสอบต่าง ๆ ที่มีความท้าทายเฉพาะทาง อาทิ สถานีการแข่งทักษะการขับเดินหน้า สถานีการแข่งขันทักษะการบังคับเลี้ยว สถานีการแข่งขันทักษะการขับถอยหลัง และสถานีการแข่งขันทักษะการจอด โดยผลการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2568 รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้
ประเภทรถบรรทุกสิบล้อลากพ่วง
- ชนะเลิศ : นายสุรศักดิ์ ศิริสาร จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามเค สหขนส่ง
รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
- รองชนะเลิศอันดับ 1 : นายสุธี ศิริปรุ จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิรพรรุ่งเรือง
รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
- รองชนะเลิศอันดับ 2 : นายบุญสาย อันนอก จาก บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน)
รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
ประเภทรถบรรทุกหัวลาก
- ชนะเลิศ : นายธีรพล ไชยรัตน์ จาก บริษัท เตียงน้ำทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด
รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
- รองชนะเลิศอันดับ 1 : นายสมใจ เรืองศิระการกุล จาก บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี ทรานสปอร์ค
(ประเทศไทย) จำกัด
รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
- รองชนะเลิศอันดับ 2 : นายยอดรัก นิลคำเมือง จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.เพิ่มทรัพย์ 168
รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากอธิบดีกรมการขนส่งทางบก
พร้อมกันนี้อีซูซุได้มอบรางวัลบัตรกำนัลอีซูซุมูลค่า 20,000 บาท ให้แก่เจ้าของกิจการของผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ของทั้ง 2 ประเภท อีกด้วย
นายสุรศักดิ์ ศิริสาร จากห้างหุ้นส่วนจำกัด สยามเค สหขนส่ง เจ้าของตำแหน่งคิงออฟแชมป์ประเภทรถบรรทุกสิบล้อลากพ่วง เผยว่า “การแข่งครั้งนี้ท้าทายมากครับ สถานีที่ยากสำหรับผมที่สุดน่าจะเป็นสถานีสลับช่องจอดเพราะมีจุดบังคับทางมาก ทางแคบ ผมหักเลี้ยวหลายที แต่ผมก็ตั้งใจมากครับแม้จะเคยเข้าร่วมการแข่งขันมา 4-5 ปี ปีนี้ทำสำเร็จคว้ารางวัลชนะเลิศได้แล้วครับ อยากเชิญชวนให้เพื่อน ๆ นักขับรถบรรทุกที่สนใจมาสมัครโครงการอีซูซุยอดนักขับมือทองกันเยอะ ๆ ครับ”
ด้านนายธีรพล ไชยรัตน์ จากบริษัท เตียงน้ำทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด คิงออฟแชมป์ประเภทรถบรรทุกหัวลาก คนล่าสุด กล่าวถึงการแข่งขันครั้งนี้ว่า “ปีที่แล้วผมก็ร่วมแข่งขันโครงการอีซูซุยอดนักขับมือทอง แต่พลาดไม่ได้แชมป์ ปีนี้จึงไม่พลาดกลับมาแข่งอีกครั้ง และก็คว้าแชมป์ได้สำเร็จ ตั้งใจมาจากบ้านเลยปีนี้ผมเต็มที่มากครับ”
โดยคุณพัฒน์เทพ จันทร์ประภานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอคเซลเล็นซี ออโต้ บิซิเนส จำกัด ได้ร่วมเผยความรู้สึกในฐานะเจ้าของกิจการที่สนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วมแข่งขันว่า “อีซูซุยอดนักขับมือทองเป็นโครงการที่ช่วยให้พนักงานที่เข้าร่วมการแข่งขันมีโอกาสได้ฝึกและพัฒนาทักษะการขับขี่ของตัวเองได้ดีขึ้น และยังเป็นแรงบันดาลใจที่ดีพร้อมส่งต่อความรู้ที่ได้จากการแข่งขันให้แก่เพื่อนพนักงานคนอื่น ๆ ด้วย โดยส่วนตัวผมประทับใจอีซูซุอยู่แล้ว โดยเฉพาะโปรแกรมอีซูซุแคร์ โซลูชันส์ดูแลรถครบวงจร ที่ทำให้เราวางใจจนสามารถไปบริหารจัดการด้านการตลาดอื่น ๆ ได้เต็มที่ นอกจากนี้อีซูซุยังสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจสม่ำเสมอทุกปีอีกด้วย”

เช่นเดียวกับคุณนพพล ธนธีระบรรจง และคุณจินตนา สอนคำมูล CEO ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชคบรรจงขนส่ง เผยว่า “กิจกรรมแข่งขันอีซูซุยอดนักขับมือทองถือเป็นกิจกรรมที่ดีที่สุดของวงการคนขับรถบรรทุกเมืองไทย เพราะเจ้าของกิจการมีโอกาสได้ส่งพนักงานเข้าฝึกอบรมทักษะและทดสอบ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบต่อสังคม พนักงานที่มาแข่งได้รับการอบรม เรื่องการขับขี่ปลอดภัย การขับแบบประหยัดน้ำมัน แล้วยังนำความรู้เหล่านี้ไปบอกต่อกับเพื่อนพนักงานที่บริษัทได้อีก สำหรับผมยังชื่นชอบโซลูชันส์ เทเลเทค ซึ่งเป็น GPS ที่ช่วยส่งเสริมและเตือนการขับขี่ดีให้แก่พนักงาน พร้อมทั้งสามารถวัดผลการขับขี่ด้านต่าง ๆ เป็นคะแนนออกมาเพื่อให้บริษัทใช้ประเมินและปรับปรุงการทำงานของพนักงานขับรถได้ด้วยครับ”
ร่วมติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของอีซูซุได้ที่ www.isuzu-tis.com และ Facebook : Isuzu Trucks Thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ฮอนด้า รวมพลังสร้างพื้นที่สีเขียว ผ่านโครงการ ฮอนด้าปลูก “รักษ์” เพื่อโลก พาพนักงานอาสาสมัครร่วมกับชุมชน กว่า 200 คน ปลูกต้นไม้ 3,000 ต้น คืนความสมบูรณ์ให้ป่าชุมชนบ้านหว้าเอน จังหวัดปราจีนบุรี

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อพันธกิจเพื่อสังคม ร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวสู่สิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ ฮอนด้า ปลูก “รักษ์” เพื่อโลก ณ ป่าชุมชนบ้านหว้าเอน จังหวัดปราจีนบุรี ด้วยการปลูกต้นไม้รวมกว่า 3,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ นำโดยนายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี และคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านหว้าเอน พร้อมด้วยชาวบ้านและอาสาสมัครกว่า 200 คน ร่วมกันปลูกป่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายฮอนด้าปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050) ภายใต้ 2 ทิศทาง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านความปลอดภัย ซึ่งกิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นความยึดมั่นในวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม ลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างพื้นที่สีเขียวให้แก่ผืนป่าของชุมชนบ้านหว้าเอน ฮอนด้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้สังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon Neutrality) ให้เกิดขึ้นในอนาคต”
โครงการ ฮอนด้า ปลูก “รักษ์” เพื่อโลก จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2568 ณ ป่าชุมชนบ้านหว้าเอน จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนใกล้เคียงที่อยู่ในพื้นที่ที่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ส่วนการผลิตดำเนินการอยู่ ซึ่งได้คัดสรรพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง อาทิเช่น ต้นสัก พะยูง ตะเคียน มะค่าโมง มะขามยักษ์ และขี้เหล็ก ซึ่งเหมาะสมกับสภาพดินและอากาศของป่าเบญจพรรณในพื้นที่ การปลูกป่ามีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน ช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า และสร้างแหล่งอาหารที่ยั่งยืน ให้ชุมชนได้พึ่งพิงป่าในการดำรงชีวิตในอนาคต

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า “ทางจังหวัดปราจีนบุรี ต้องขอขอบคุณการสนับสนุนจากฮอนด้า ที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพื้นที่สีเขียวและขับเคลื่อนให้พื้นที่ป่าของจังหวัดปราจีนบุรีมีความยั่งยืน โครงการนี้ไม่เพียงช่วยสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับป่าบ้านหว้าเอน แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ช่วยลดผลกระทบจากสัตว์ป่า และยกระดับเศรษฐกิจของชุมชนไปพร้อมกัน”

นายมนตรี ชาญกิจ ประธานป่าชุมชนบ้านหว้าเอน กล่าวว่า “ชุมชนบ้านหว้าเอนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางภาครัฐและฮอนด้าได้เข้ามาให้การสนับสนุน การร่วมแรงร่วมใจปลูกต้นไม้ในวันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ป่ากลับมาอุดมสมบูรณ์ แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับชุมชนของเราอีกด้วย”
โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมนำร่องในระยะแรก และมีแผนที่จะสนับสนุนโครงการตามแผนการจัดการ เพื่อสนับสนุนในการปลูก การบำรุง และการดูแลรักษาเพื่อให้กล้าไม้ได้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ในระยะยาวอีกด้วย
ฮอนด้ายังคงยืนหยัดการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่น่าอยู่ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon Neutrality) รวมถึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Zero Traffic Collision Fatalities) ให้เกิดขึ้นในอนาคต โดยพร้อมเติบโตเคียงข้างสังคมไทย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสานต่อพันธกิจในฐานะองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งให้บุคลากรระดับผู้นำองค์กร จัดสัมมนาถ่ายทอดวิสัยทัศน์และมอบนโยบายส่งมอบความสุขให้ลูกค้า

มาสด้าประกาศรวมพลคนแถวหน้าส่งมอบนโยบายการดำเนินธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน ด้วยการยกระดับประสบการณ์และถ่ายทอดคุณค่าแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์ไปสู่ลูกค้า เดินหน้าพัฒนาทีมเวิร์คให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จัดสัมมนาเพื่อพัฒนาบุคลากรของผู้จำหน่ายมาสด้าในระดับผู้นำ ประจำปี 2568 หรือ Mazda National Dealer Leadership Seminar ภายใต้ธีม “Drive Customer Experience Forward” ผู้นำยุคใหม่พร้อมพลิกโฉมเพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า โดยถ่ายทอดวิสัยทัศน์และยกระดับคุณค่าแบรนด์มาสด้าอย่างต่อเนื่อง
พร้อมขับเคลื่อนวิถีการทำงานตามแนวทางการปฏิรูปองค์กร (Business Transformation) ด้วยคุณค่าหลัก 3 ประการ คือ Brand & Culture, People และ Mazda Experience Touchpoint เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสแบบไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างประสบการณ์ ณ จุดขาย พร้อมส่งมอบความสุขและยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้ามาสด้าทั่วประเทศ โดยมีบุคลากรระดับผู้นำทีมของผู้จำหน่ายมาสด้า ทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายซ่อมตัวถังและสี และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 350 คน โดยจัดขึ้น ณ โรงแรม Grand Richmond ระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรให้มีความพร้อมอยู่เสมอ คือ หัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและมีความหมายให้กับลูกค้า ตามที่มาสด้าได้ประกาศนโยบายใหม่ในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ความยั่งยืน ทั้งนี้ มาสด้าได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อเสริมประสิทธิภาพในทุกภาคส่วนของการทำงาน โดยผสานความร่วมมือกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อนำนโยบายเหล่านี้ไปเป็นหลักปฏิบัติในการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า มุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ นั่นคือ Top Customer Retention Brand อันส่งผลต่อการสร้างแบรนด์และธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
งานสัมมนาจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่ายมาสด้าในระดับผู้นำ ประจำปี 2568 มีวัตถุประสงค์หลักคือการถ่ายทอดนโยบายการทำงานประจำปี และต่อยอดไปสู่การยกระดับคุณค่าแบรนด์ให้กับบุคลากรระดับผู้นำองค์กรของผู้จำหน่าย ทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายซ่อมตัวถังและสี และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งเป็นบุคลากรแถวหน้าที่ลูกค้าได้สัมผัสโดยตรงให้มีความพร้อมและเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการถ่ายทอดและผลักดันนโนบายต่าง ๆ สู่บุคลากรมาสด้าทั่วประเทศ ให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับลูกค้าด้วยคุณค่าแบรนด์มาสด้าที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงการนำเครื่องมือใหม่ ๆ และข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าแบบไร้รอยต่อ พร้อมเชื่อมโยงทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ดังนี้
- Brand & Culture: การถ่ายทอดคุณค่าและดีเอ็นเอของแบรนด์มาสด้า เพื่อยึดถือเป็นหลักเดียวกันในการปฏิบัติงานของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ
- People: การปรับกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพ ทักษะ และความรู้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าอย่างสร้างสรรค์ และมุ่งขับเคลื่อนการทำงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท
- Mazda Experience Touchpoint: การส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านการรับฟังเสียงของลูกค้าและแฟนมาสด้า หรือ Voice of Fans เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงให้เกิดประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ด้วยคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์มาสด้าผ่านเครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีต่างๆ
ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าถึงประสบการณ์ลูกค้าได้ครบทุกมิติ มาสด้ายังได้รวบรวมทีมบุคลากรมาสด้าชั้นเลิศที่ใกล้ชิดกับลูกค้าและมีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มาร่วมออกแบบการทำงานและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทั่วประเทศให้ราบรื่นต่อเนื่อง

งานสัมมนาครั้งนี้ บุคลากรมาสด้าทั่วประเทศยังได้แสดงพลังกันส่งมอบคำมั่นสัญญา เพื่อมุ่งมั่นและตั้งใจส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยร่วมกันเขียนข้อความที่เป็นคำมั่นสัญญาพร้อมเติมเต็มรอยยิ้มให้ลูกค้ามาสด้าของเรา นำโดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ ด้วยการเขียนข้อความ คอมมิสเม้นต์ “Your Happiness is My Happiness – ความสุขของลูกค้า คือความสุขของเรา” ซึ่งไม่ได้เป็นแค่คำมั่นสัญญาส่วนตัวเท่านั้น หากแต่ยังสะท้อนถึงความรู้สึกในใจของบุคลากรมาสด้าทั่วประเทศด้วยเช่นกัน เพื่อมุ่งมั่นและทุ่มเทในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งคำมั่นที่ร่วมกันนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าหลักและแก่นแท้ของแบรนด์มาสด้าที่ทุกคนยึดถือมาโดยตลอด และพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าทุกคน

บุคลากรระดับผู้นำของผู้จำหน่าย ถือเป็นหัวใจสำคัญในการถ่ายทอดและส่งต่อคุณค่าหลักของแบรนด์ และนำนโยบายต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ปรับเปลี่ยนประสบการณ์ลูกค้ารูปแบบใหม่ ๆ และนำมาพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้า จะนำมาซึ่งคุณค่าและประสบการณ์ความสุขจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า เพื่อให้มาสด้ากลายเป็น Top Customer Retention Brand อันเป็นเป้าหมายสูงสุด มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์ในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดและได้รับความสุขจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าตลอดไป ภายใต้ปรัชญา Joy Drives Lives ความสุขขับเคลื่อนชีวิต
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เชฟรอนผงาดผู้นำ โชว์ศักยภาพน้ำมันหล่อลื่น หนุนอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย

บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคาลเท็กซ์ ฮาโวลีน และคาลเท็กซ์ เดโล่ ตอกย้ำพันธกิจในการเป็นพันธมิตรที่เข้าใจและพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยอย่างแท้จริง โชว์ศักยภาพผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารหล่อลื่น นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและ โซลูชันที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ สำหรับรถบรรทุกอ้อย เครื่องจักรกลเกษตร และเครื่องจักรในโรงงานผลิตน้ำตาล ที่ต้องทำงานหนักต่อเนื่องท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย คงคอนเซ็ปต์พลังแห่งการปกป้องครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ภายใต้แนวคิด “Caltex Business: Getting Closer to your business พันธมิตรใกล้ชิดธุรกิจคุณ” ในงาน Sugarex Thailand 2025 งานแสดงสินค้าและการประชุมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียที่ผ่านมา
ภาพรวมในปี 2568 อุตสาหกรรมน้ำตาลยังคงแสดงศักยภาพการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากข้อมูลอุตสาหกรรมปริมาณอ้อยเข้าหีบที่ฟื้นตัวแตะ 92 ล้านตัน ส่งผลให้การผลิตน้ำตาลเพิ่มขึ้นกว่า 14% จากการผลิตปี 2566-2567 ขณะที่การส่งออกปีนี้คาดว่าจะขยายตัวมากกว่า 30% ทั้งด้านปริมาณและมูลค่า ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยแม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน

การเข้าร่วมงาน Sugarex Thailand 2025 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เยี่ยมชม ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาล เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย วิศวกร และผู้ใช้งานเครื่องจักรกลหนัก โดยบูธน้ำมันเครื่องคาลเท็กซ์ในปีนี้มาในธีม “Caltex Business: Getting Closer to your business พันธมิตรใกล้ชิดธุรกิจคุณ” พร้อมไฮไลท์ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย อาทิ น้ำมันหล่อลื่นคาลเท็กซ์ เดโล่ สำหรับเครื่องจักรเก็บเกี่ยวอ้อย รถบรรทุก และน้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมพิเศษไม่ว่าจะเป็น น้ำมันไฮดรอลิกแรนโด้ น้ำมันเกียร์เมโรป้า น้ำมันเทอร์ไบน์จีเอสที แอดแวนเทจ รวมถึงจาระบีพิเศษ อย่าง Talcor™ Mill Brass Compound ที่มีคุณสมบัติพิเศษไม่กัดกร่อนโลหะผสมทองแดง รับแรงโหลดสูง ยึดเกาะได้ดี ทนต่อการปนเปื้อนและการชะล้างของน้ำอ้อย ออกแบบสำหรับแบริ่งลูกหีบในโรงงานน้ำตาลโดยเฉพาะ
ในบริบทที่อุตสาหกรรมต้องการเสริมความสามารถในการแข่งขันและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เชฟรอนในฐานะพันธมิตรด้านเทคโนโลยีสารหล่อลื่น ได้เข้าร่วมงาน Sugarex Thailand 2025 งานแสดงสินค้าและการประชุมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียสำหรับอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาล และไบโอเอทานอล ครั้งที่ 11 เพื่อแสดงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ และบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของกระบวนการผลิตน้ำตาล โดยเริ่มจากส่วนของยานยนต์ อาทิ รถบรรทุกอ้อย เครื่องจักรทางการเกษตร จนถึงโรงงานผลิตน้ำตาลทั้งในส่วนการลำเลียงอ้อย การหีบอ้อย จนกว่าจะได้เป็นน้ำตาล รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ เชฟรอนยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเพื่อทำความเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งาน เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปพัฒนาให้ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย นายสันติศักดิ์ ไทยพัฒน์ ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่า “เชฟรอนเข้าใจถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมน้ำตาลต้องเผชิญ ทั้งด้านการแข่งขัน ต้นทุน และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบกับแรงกดดันจากราคาส่งออกที่อ่อนตัวลง เราจึงมุ่งเน้นนำเสนอโซลูชันด้านสารหล่อลื่นที่ช่วยการหยุดชะงักของเครื่องจักร ยืดอายุการใช้งาน และลดการใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา ควบคู่ไปกับการมอบบริการวิเคราะห์และให้คำปรึกษาอย่างครบวงจร เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในเวทีโลก การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ของเชฟรอนไม่เพียงตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสารหล่อลื่น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับภาคการผลิตไทย เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตในระยะยาว”
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจจากเชฟรอน รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะช่วยยกระดับการทำงานของเครื่องจักรในทุกอุตสาหกรรม ได้ทาง Facebook: Caltex Lubricants Thailand LINE Official: @CaltexLubricants TikTok: tiktok.com/@caltexlubricants.th และ Website: www.caltex.com/th/business-solutions หรือติดต่อผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายในพื้นที่ของลูกค้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
พิพิธภัณฑ์คนรักรถ ต้อนรับ อนุบาลบ้านสนุกคิด

พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok เปิดบ้านต้อนรับ น้องๆ โรงเรียนอนุบาลบ้านสนุกคิด พร้อมครู และผู้ปกครอง จำนวน 23 คน สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านประวัติศาสตร์ยานยนต์ ทั้ง 7 ยุค อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ จุดประกาย ให้น้องๆ เรียนรู้วิวัฒนาการยานยนต์ อย่างสนุกสนาน เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568
หน่วยงานที่สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ 0-2055-8444
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ แบงค็อก แชร์ภาพความประทับใจในกิจกรรม Drive Beyond Luxury ส่งท้าย AAS Driving Experience 2025

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย แชร์ภาพบรรยากาศความประทับใจในกิจกรรม Drive Beyond Luxury กิจกรรมทดลองขับ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ระดับ Ultra Luxury ในงาน AAS Driving Experience 2025 เพื่อส่งท้ายงานสุดยิ่งใหญ่ประจำปี 2568 ที่กลุ่มบริษัท เอเอเอส ตั้งใจส่งมอบเป็นประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ โดยงานฯ จัดขึ้น ณ สนามแข่งรถปทุมธานี สปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 – 14 กันยายนที่ผ่านมา
ภายในงานฯ ผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์ Drive Beyond Luxury ได้มีโอกาสทดลองขับ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ระดับ Ultra Luxury เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 แบบไฮบริดกับประสิทธิภาพและสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่นแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์ในแบบ On-the-road Test Drive ร่วมกับที่ปรึกษาการขายผู้เชี่ยวชาญที่ได้ร่วมทดลองขับไปกับลูกค้าเพื่อให้ข้อมูลรถยนต์และแนะนำเทคนิคในการขับขี่อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางการทดลองขับบนถนนรอบสนามแข่งรถปทุมธานีสปีดเวย์ ซึ่งผู้ทดลองขับได้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์เบนท์ลีย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบตลอด 5 วันเต็ม
นอกจากนี้ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดแสดง Bentayga Hybrid รุ่นปี 2025 ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สมรรถนะสูงในเฉดสีดำ Onyx ที่ตกแต่งอย่างสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยด์แบบ 5 ก้าน ขนาด 21 นิ้ว พร้อมความโดดเด่นด้วย Self Levelling Wheel Badge by Mulliner ตัวรถยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี LED Welcome Lamps และภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างหรูหราและร่วมสมัยด้วยหนังเฉดสีขาว Linen และ เฉดสีดำ Burnt Oak พร้อมด้วยวีเนียร์แบบ Piano Burnt Oak by Mulliner แบบเปลือยอันงดงามที่จะผสานเข้ากับเทคโนโลยี Mood Lighting Specification หลากหลายสีสันเพื่อสร้างอรรถรสในการเดินทางได้อย่างลงตัว ซึ่งแขกผู้สนใจได้ชื่นชมในด้านความหรูหราและภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบาย สำหรับผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ไลฟ์สไตล์หรูสัญชาติอังกฤษ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังมอบส่วนลดคอลเลกชันเบนท์ลีย์กับไอเทมยอดนิยมที่จัดมาให้เหล่าบรรดาผู้ชื่นชอบและนักสะสมได้เลือกช็อปกันอย่างเต็มที่
เบนท์ลีย์ แบงค็อก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ขอขอบคุณแขกผู้ร่วมงานทุกท่านที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทดลองขับรถยนต์เบนท์ลีย์ที่เราตั้งใจมอบให้เป็นประสบการณ์พิเศษในงานฯ โดย เบนท์ลีย์ แบงค็อก จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษแบบนี้ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญทุกท่านต่อไปในปี 2569
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ยังสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาทดลองขับได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนบิ๊กไบค์เกอร์ทุกค่ายออกเดินทางกับ Asian Xperience 2025: บิดฝ่าขอบฟ้าสู่แดนมังกร เส้นทางเชียงของ–ต้าหลี่–ลี่เจียง

ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนสาวกบิ๊กไบค์ทุกค่ายเข้าร่วมกิจกรรม ASIAN XPERIENCE 2025: ROAD TO HORIZON บิดฝ่าขอบฟ้าสู่แดนมังกร เปิดประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษตลอด 8 วัน 7 คืน ระหว่างวันที่ 22–29 พฤศจิกายน 2568 จากเชียงของ ต้าหลี่ สู่ลี่เจียง โดยผู้ร่วมทริปจะได้ขับขี่ผ่านเส้นทางธรรมชาติอันงดงาม ดื่มด่ำบรรยากาศเมืองระดับตำนานอย่างต้าหลี่ และสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมืองมรดกโลกยูเนสโกอย่างลี่เจียง พร้อมโปรโมชันพิเศษเปิดรับทุกค่าย! สำหรับผู้ที่จองภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 จะได้รับสิทธิ์ส่วนลดทันที 2,000 บาท จากราคาเต็ม โดยแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 44,900 บาท (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด)
ไฮไลต์ของทริปนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้เพลิดเพลินกับการขับขี่และทดสอบสมรรถนะรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์บนเส้นทางด่วนเลียบภูเขาที่โอบล้อมด้วยวิวทิวทัศน์อลังการ แวะเยี่ยมชมเมืองโบราณลี่เจียงซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโก รวมถึงพักผ่อนอย่างสะดวกสบายในโรงแรมมาตรฐานสี่ดาว พร้อมด้วยทีมเซอร์วิสมืออาชีพคอยดูแลตลอดเส้นทาง นอกจากนั้นยังมีบริการจัดเตรียมที่พัก อาหาร และเอกสารข้ามแดนแบบครบวงจร ทำให้ผู้ร่วมทริปสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการ
สำหรับกิจกรรม Asian Xperience 2025 ครั้งนี้ ฮอนด้าบิ๊กไบค์พร้อมต้อนรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั้งรุ่นคลาสสิก อย่าง Honda Rebel 1100, Rebel 500 และ CL500 รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบบิ๊กไบค์สายทัวร์ริ่งและแอดเวนเจอร์ ทั้ง Honda CB1300, CB1100RS, CB1100EX, NT1100, CRF1100L, XL750, Forza 750, X-ADV750, CB650R และ NX500 มาร่วมสัมผัสเส้นทางอันหลากหลายจากเชียงของสู่ต้าหลี่และลี่เจียง ที่ผสานทั้งวิวธรรมชาติอันงดงาม และความท้าทายของภูมิประเทศไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “All in Xperience ออลทุกค่าย อินทุกแพสชัน” ที่เชิญชวนผู้ขับขี่จากทุกค่ายและทุกสไตล์ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เหมือนใคร จุดมุ่งหมายคือการสร้างคอมมูนิตี้ของนักบิดที่มีใจรักในเส้นทางเดียวกัน โดย Asian Xperience 2025 เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้รวมพลังออกเดินทางไกลบนเส้นทางท่องเที่ยวของทวีปเอเชีย พร้อมสิทธิพิเศษในการเลือกเช่ารถฮอนด้าบิ๊กไบค์ผ่าน Moto Package สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ตลอดทั้งปีอีกด้วย
สนใจลงทะเบียน และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Honda BigWing ทุกสาขา หรือติดตามรายละเอียดการกิจกรรม ASIAN XPERIENCE 2025 ได้ที่
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH
เว็บไซต์: https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
#AsianXperience2025 #HondaBigBikeAllinXperience #AllinXperience #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaBigBikeThailand
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ต้อนรับตำนานแห่งนักซูโม่ชื่อดัง คุณ Hakuho Sho เยือน Toyota Alive

มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้การต้อนรับตำนานนักกีฬาซูโม่ระดับ Yokozuna ชื่อดัง จากประเทศญี่ปุ่น มร. Hakuho Sho ในโอกาสที่มาเยี่ยมชม TOYOTA ALIVE ถนนบางนา-ตราด กม.3 ท่ามกลางบรรยากาศและการต้อนรับอย่างอบอุ่น ตลอดจนความสนใจมากมาย เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568
มร.Hakuho Sho เป็นนักกีฬาซูโม่จากแดนอาทิตย์อุทัยที่มากฝีมือ จนได้รับการแต่งตั้งเป็น 69th Yokozuna หรือนักกีฬาซูโม่ลำดับที่ 69 ที่อยู่ในระดับ Yokozuna ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับสูงสุดในการแข่งขันกีฬาซูโม่ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ร่วมจัดการแข่งจัดรายการ 26th World Sumo Championship ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันที่ 13-14 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมวงการกีฬาซูโม่และเพิ่มโอกาสของคนไทยในการเข้าถึงกีฬาชนิดนี้
มร.Hakuho Sho กล่าวถึงความประทับใจในครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสจัดการแข่งขันกีฬาซูโม่ ซึ่งเป็นกีฬาที่แฝงด้วยเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ที่สำคัญ ผมขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้การต้อนรับกีฬาซูโม่ และขอแสดงความซาบซึ้งใจในมิตรภาพที่ผมได้รับในวันนี้ ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายอันดี ที่เชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ปั้นบุคลากรรุ่นใหม่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MoU) ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับการศึกษาด้านยานยนต์และการพัฒนาบุคลากรในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมด้านวิชาการ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ และเส้นทางสู่การจ้างงานโดยตรงสำหรับนักศึกษาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้จะสร้างบุคลากรที่มีทักษะความสามารถ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูง
นายชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในขณะที่ประเทศไทยเร่งเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ระดับภูมิภาค ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะสูงและสามารถปรับตัวได้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการบ่มเพาะอนาคต ด้วยการผสานรวมแนวปฏิบัติจริงทางอุตสาหกรรมเข้ากับความเป็นเลิศทางวิชาการ เราไม่ได้เพียงแค่ให้ความรู้แก่นักศึกษาเท่านั้น แต่เรากำลังสร้างสรรค์นักนวัตกรรมและช่างเทคนิคที่จะขับเคลื่อนยุคใหม่แห่งการเดินทางในประเทศไทย ยังตอกย้ำถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของบีเอ็มดับเบิลยู ในการส่งเสริมบุคลากรท้องถิ่นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ”
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลาสามปีนี้ ได้กำหนดโครงการที่เน้นการปฏิบัติจริง ดังนี้:
- ลดช่องว่างทักษะ:จัดโครงการฝึกงานแบบ Project-Based Internship, สหกิจศึกษา และทวิภาคี
ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จริงกับเทคโนโลยีล้ำสมัยและกระบวนการปฏิบัติงานของบีเอ็มดับเบิลยู เพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาจะได้รับทักษะที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมและตลาดแรงงาน - สภาพแวดล้อมการเรียนรู้จากของจริง:บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะพิจารณาสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในสถานที่ทำงานจริงแก่สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เพื่อยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติสำหรับนักศึกษา
- เส้นทางสู่การจ้างงานโดยตรง:สร้างช่องทางที่เป็นระบบสำหรับนักศึกษาที่มีศักยภาพสูง เพื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหาและคัดเลือกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เข้าทำงานกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์
- การถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้:อำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านการบรรยายพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญจากบีเอ็มดับเบิลยู และโดยคณาจารย์จากสถาบันฯ เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- ความร่วมมือในการสรรหาบุคลากร:สถาบันฯ จะให้ความร่วมมือในการประสานงานและนำเสนอรายชื่อนักศึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการฝึกงานและโอกาสในการจ้างงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เพื่อให้กระบวนการสรรหาบุคลากรเป็นไปอย่างราบรื่น
รองศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เน้นย้ำถึง
ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ว่า “ความร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อการศึกษาด้านยานยนต์ในประเทศไทย สิ่งนี้มอบโอกาสอันล้ำค่าให้นักศึกษาของเราได้เรียนรู้โดยตรงจากผู้นำในอุตสาหกรรม ได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง และพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และทักษะปฏิบัติที่จำเป็นสำหรับยนตรกรรมขั้นสูงในปัจจุบัน เรากำลังเสริมสร้างศักยภาพให้นักศึกษาของเรากลายเป็นบุคลากรซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูง พร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อการเติบโตทางอุตสาหกรรมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศ”ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาในครั้งนี้ พร้อมที่จะยกระดับมาตรฐานการศึกษาด้านอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาด้านยานยนต์อย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อขับเคลื่อนบุคลากรของประเทศไทยให้ก้าวสู่การแข่งขันและสร้างสรรค์นวัตกรรมในเวทีระดับโลก
ได้อย่างเต็มศักยภาพความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นอันยาวนานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีวศึกษา ภายใต้โครงการ BMW Service Apprentice ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-Thai Dual Excellence Education – GTDEE) ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 และประสบความสำเร็จในการผลิตบุคลากรคุณภาพไปแล้วถึง 282 คน โครงการดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย และผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ โดยมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวน พร้อมการฝึกอบรมทางทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเข้มข้น ณ ศูนย์ฝึกอบรมของบีเอ็มดับเบิลยู ทั้งนี้ กว่า 76% ของผู้สำเร็จการศึกษาเหล่านี้ได้เข้าสู่เส้นทางอาชีพที่มีความก้าวหน้ากับผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโครงการในการสร้างบุคลากรยานยนต์ที่มีทักษะสูง สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาเองก็เป็นพันธมิตรที่สำคัญในโครงการ GTDEE มาตั้งแต่ปี 2555 โดยมีนักศึกษาจำนวนมากเข้าร่วมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตอกย้ำถึงความทุ่มเทของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการบ่มเพาะบุคลากรที่มีทักษะสูงเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย


ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- ลดช่องว่างทักษะ:จัดโครงการฝึกงานแบบ Project-Based Internship, สหกิจศึกษา และทวิภาคี
































































































































































