• เรียล โมโตสปอร์ต เปิดเกมรุกตลาด EV ปั้น “allRIDE e” จับมือ “SLEEK EV” เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในกรุงเทพฯ ย่านวัชรพล อัดโปรแรง! ออกรถ 0 บาท ลดสูงสุด 20,000 บาท

    1 Min Read

    เรียล โมโตสปอร์ต เปิดเกมรุกตลาด EV ปั้น “allRIDE e” จับมือ “SLEEK EV”  เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในกรุงเทพฯ ย่านวัชรพล อัดโปรแรง! ออกรถ 0 บาท ลดสูงสุด 20,000 บาท

    บริษัท เรียล โมโตสปอร์ต จำกัด ผู้จัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์พรีเมียมชั้นนำของไทย ประกาศขยายธุรกิจสู่ตลาดจักรยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ภายใต้แบรนด์ allRIDE e พร้อมเปิดตัว SLEEK EV by allRIDE e แฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในกรุงเทพฯ ย่านวัชรพล เพื่อตอบรับกระแสการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มคนเมืองวัยทำงาน อัดโปรแรงออกรถ 0 บาท ผ่อนสูงสุด 48 เดือน พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท และของแถมสุดพิเศษมากมาย ภายในเดือนกันยายน 2568 นี้ เท่านั้น

     

    คุณภีศเดช นันทชัยพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียล โมโตสปอร์ต จำกัด เผยว่า บริษัทฯ ก่อตั้งใน ปี ค.ศ. 2011 และมีประสบการณ์กว่า 14 ปี ในธุรกิจมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์และมอเตอร์ไซค์เกรดพรีเมียมแบบครบวงจร ครอบคลุมโชว์รูม อุปกรณ์ตกแต่ง บริการหลังการขาย และกิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ด้วยจุดแข็งในการคัดเลือกแบรนด์คุณภาพระดับสากล การดูแลหลังการขายโดยทีมที่ปรึกษาและช่างผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมซัพพอร์ตลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้ามั่นใจในมาตรฐานการบริการที่ครบวงจรและใส่ใจทุกรายละเอียด ปัจจุบันธุรกิจจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ Real MotoSports เป็นตัวแทนจำหน่ายคาวาซากิบิ๊กไบค์, allRIDE ศูนย์จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไลฟ์สไตล์พรีเมี่ยม แบรนด์ Lambretta และ Triumph รวมทั้ง Zontes รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้, และ allRIDE e ศูนย์จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก

    “เราให้ความสำคัญกับแบรนด์ดิ้งและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจของธุรกิจ โดยคัดสรรเฉพาะแบรนด์ชั้นนำระดับ Top 5 ของตลาด เพื่อมอบทั้งคุณภาพ ความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เราไม่ได้ขายเพียงมอเตอร์ไซค์ แต่เรามอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนเมืองวัยทำงาน” คุณภีศเดช กล่าว

     

    คุณภีศเดช กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือในการเปิดแฟลกชิปสโตร์ SLEEK EV by allRIDE e ครั้งนี้ เกิดจากความคล้ายคลึงกันหลายด้านของแบรนด์ SLEEK EV และ allRIDE e โดยเฉพาะในเรื่อง DNA ที่ไม่ได้มุ่งเพียงขายมอเตอร์ไซค์ แต่ยังมอบไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่ทันสมัยให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน โดย SLEEK EV เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนา Ecosystem สำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างอนาคตการเดินทางที่ยั่งยืน เข้าถึงง่ายและมีราคาสมเหตุสมผล พร้อมมาตรฐานคุณภาพและบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ มั่นใจในศักยภาพของ SLEEK  โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้จัดจำหน่าย SLEEK EV ในรูปแบบ multi-brand ที่สำนักงานใหญ่รามคำแหงมาหลายปี จนกระทั่งเล็งเห็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ดิ้งที่ชัดเจนและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเจาะตลาดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมได้รับการสนับสนุนจาก  SLEEK EV  จึงนำไปสู่ความร่วมมือเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์ SLEEK EV by allRIDE e  แห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่ศูนย์การค้าเนเบอร์เซ็นเตอร์ ย่าน 5 แยกวัชรพล ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนที่มีศักยภาพสูงและทราฟฟิกหนาแน่น

    แฟลกชิปสโตร์ SLEEK EV by allRIDE e ถูกออกแบบตามแนวคิด 3C ได้แก่ Community เลือกทำเลที่ตั้งในแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัย, Convenience อยู่ในจุดที่สังเกตเห็นง่าย เข้าถึงง่าย และมีที่จอดรถเพียงพอ, Compact เป็นโชว์รูมขนาดกะทัดรัดใช้เนื้อที่อย่างคุ้มค่า มีจุดให้บริการลูกค้าได้สะดวก มีพื้นที่ทดลองขี่ได้อย่างปลอดภัย และยังเป็นศูนย์รวมบริการหลังการขายที่ครบจบในที่เดียว เพื่อรองรับการเติบโตของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

    โดยในโอกาสฉลองเปิดตัว SLEEK EV by allRIDE e แฟลกชิปสโตร์แห่งแรกอย่างเป็นทางการ ลูกค้าสามารถออกรถได้ง่าย ๆ เริ่มต้นเพียง 0 บาท พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท ภายในเดือนกันยายน 2568 และรับของแถมมากมาย นอกจากนี้ ยังสามารถทดลองขับได้ทุกรุ่น ได้แก่ TYPE-S, TYPE-E, TYPE-X และ SLEEK-PLAY

    คุณจาง ฉวน ออง (Mr.Zhang Quan Ong) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) ของ SLEEK EV กล่าวว่า “แฟลกชิปสโตร์แต่ละแห่งไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่คือ ‘หน้าต่างสู่อนาคตการเดินทาง’ เราเลือกเปิดสาขานี้เพื่อขยายการเข้าถึงทั่วประเทศ ให้ผู้คนได้เห็น สัมผัส และทดลองประสบการณ์จริงของยุคต่อไปของการเดินทาง” โดยแฟลกชิปสโตร์ของ SLEEK EV ออกแบบภายใต้แนวคิด ความสม่ำเสมอและมาตรฐานระดับโลก ตั้งแต่การต้อนรับลูกค้า การมีปฏิสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์และระบบนิเวศ ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันและเครือข่าย S Charge ทุกสาขาสะท้อน DNA ของแบรนด์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่สะอาด ฉลาด และเชื่อมต่อกันไม่ว่าจะเข้าชมที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือเชียงใหม่

    “ที่แฟลกชิปสโตร์ ลูกค้าสามารถสัมผัสนวัตกรรมของเราได้โดยตรง ทั้งระบบวินิจฉัยที่เชื่อมต่อกัน การอัปเดตซอฟต์แวร์ OTA ระบบแบตเตอรี่ลิเธียมขั้นสูง และเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศ” คุณจาง ฉวน ออง กล่าว พร้อมเสริมว่า “แต่ละรุ่นของ SLEEK EV ก็สะท้อนวิวัฒนาการของการเดินทางด้วยไฟฟ้า TYPE-S แสดงถึงความกะทัดรัดและเข้าถึงง่าย TYPE-E แสดงถึงความอึดและการใช้งานจริง TYPE-X ผลักดันขีดจำกัดของสมรรถนะและความสนุก ทั้งหมดเชื่อมด้วย S Drive 1.0 แพลตฟอร์มขับเคลื่อนรวมที่มอบประสิทธิภาพและความตื่นเต้นให้กับทุกโมเดล”

    สำหรับแผนในอนาคต คุณจาง ฉวน ออง ระบุว่า “แฟลกชิปสโตร์แห่งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น วิสัยทัศน์ของเราคือการนำประสบการณ์แฟลกชิปไปยังทุกเมืองสำคัญในไทย เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าถึงมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV เครือข่าย S Charge ระบบซอฟต์แวร์ และมาตรฐานหลังการขาย การขยายสาขาไม่ใช่แค่เรื่องจำนวน แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต”

     

    ด้าน คุณภีศเดช กล่าวสรุปว่า “ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จและการสลับแบตเตอรี่ การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่เข้าถึงง่ายขึ้น รวมถึงการเติบโตของบริการเดลิเวอรี่และบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ (ride-hailing) พร้อมระบุว่า การแข่งขันในตลาดจะชัดเจนขึ้นในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า แบรนด์ใดที่มีคุณภาพสินค้า บริการ และเครือข่ายตัวแทนจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งจะสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบรนด์ใหม่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย อย่างไรก็ตาม allRIDE e พร้อมตอบโจทย์ทุกมิติ ทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกคุณภาพ พร้อมศูนย์จัดจำหน่ายและบริการแบบครบวงจร เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกที่ครบวงจรอย่างยั่งยืน”

     

    ติดต่อและทดลองขับขี่ได้แล้ววันนี้

    SLEEK EV  by allRIDE e สาขาวัชรพล ศูนย์การค้าเนเบอร์เซ็นเตอร์, 5 แยกวัชรพล

    เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.

    แผนที่: https://bit.ly/allRIDE-e

    โทร 064-985-9399

    Line : https://lin.ee/qdgIJRX

    Inbox : m.me/allRIDEeBangkok

    Website :  https://realmotosports.com/allride-e/

    Facebook : https://www.facebook.com/allRIDEeBangkok

     

    #allRIDEe #EV #EVBike #MotorcycleEV #มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า #SLEEK #SLEEKEV #PLAY #TYPRS #TYPEE #TYPEX

    No Comment
  • เอ็มจี เปิดราคา NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ราคาพิเศษ 1,499,900 บาท พร้อมข้อเสนออีกเพียบในงาน BIG MOTOR SALE 2025

    2 Min Read

    เอ็มจี เปิดราคา NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ราคาพิเศษ 1,499,900 บาท พร้อมข้อเสนออีกเพียบในงาน BIG MOTOR SALE 2025

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE              รุ่นย่อยล่าสุดที่เข้ามาเติมเต็มในกลุ่มพรีเมียมอีวีกับจุดเด่น “ชาร์จไวกว่าและวิ่งไกลสุดในคลาส” โดยสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่  750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC พร้อมชาร์จไวกว่าด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 396 kW สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาเพียง18 นาที ในราคาพิเศษ 1,499,900 บาท โดยในงานยังมีข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับยนตรกรรมครบทุกรุ่น เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ณ บูธเอ็มจี หมายเลข A26 ฮอลล์ EH 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  

     

    การเปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE รุ่นย่อยใหม่ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากกระแสตอบรับ ที่ดีเยี่ยมของ NEW MG IM6 ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยวางจำหน่ายแล้ว 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Premium 2WD
    และ Performance AWD ซึ่งต่างได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง โดยการมาของรุ่น Premium LONG RANGE นอกจากจะคงเอกลักษณ์เฉพาะด้วยการเป็น “The First ever Premium Intelligent e-SUV” แล้ว ยังเป็นอีวีอัจฉริยะที่เติมเต็มความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จมากเป็นพิเศษ พร้อมยกระดับสมรรถนะการเดินทางให้ไกลกว่าและชาร์จไวกว่าแบบไร้กังวล โดย NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ถือเป็นพรีเมียมอีวีอัจฉริยะที่ “ชาร์จได้ไวกว่าและวิ่งได้ไกลที่สุดในคลาส” ด้วยระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC พร้อมมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 407 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร ชาร์จไวกว่าด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 396 kW * สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที* พร้อมด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่แบบแอโร่ ขนาด 20 นิ้ว  ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ประหยัดและมั่นใจในทุกเส้นทาง

    *ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

     

    ทั้งนี้ NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ยังอัดฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ IM6 มาอย่างจัดเต็ม อาทิ IM Digital Chassis ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ ระบบ One Touch iAD Auto Parking Assist ที่ช่วยในการจอดอัตโนมัติ การจอดและออกจากช่องจอดรถในพื้นที่จำกัด (One Touch Escape) และการถอยหลังอัตโนมัติเมื่อขับเจอซอยตัน ได้สูงสุด 100 เมตร (One Touch Reverse) และระบบความปลอดภัย Advanced Synchronized Protection System ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับ 5 ดาวจาก China NCAP และดีไซน์ เพื่อรองรับ EURO-NCAP โดย เอ็มจี ยังมอบความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจและสบายใจในการใช้งานระยะยาว

    โดย NEW MG IM6 Premium LONG RANGE จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ 1,499,900 บาท จากราคาปกติ 1,599,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ

    • MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
    • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
    • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
    • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
    • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE
    • ดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน
    • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า
    “การเปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ในครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่ง NEW MG IM6 ถือเป็นหนึ่งในโมเดลยุทธศาสตร์ในการทำตลาดของ เอ็มจี โดยตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคม ได้ส่งมอบถึงมือลูกค้าแล้วกว่า 1,000 คัน กับรุ่น Premium 2WD และ รุ่น Performance AWD ได้กระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอีวีในเรื่องความอัจฉริยะและความเป็นที่สุดของรถในกลุ่มนี้ ทั้งระบบเลี้ยวสี่ล้อ อัตราเร่งที่โดดเด่น และฟังก์ชันพรีเมียม ที่จัดเต็มมาตั้งแต่รุ่น Premium 2WD การเพิ่มรุ่นย่อยใหม่นี้ เอ็มจี ได้รับฟังเสียงจากผู้บริโภคและต้องการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากได้รถไฟฟ้าที่ขับได้ไกลสูงสุดถึง 750 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDCมdkีนาคม วสี่ล้อ อัตราเร่งที่ และชาร์จได้ไวสูงสุด 396 kW* เพื่อความคล่องตัวในการเดินทางระยะไกล ทำให้ NEW MG IM6 Premium LONG RANGE กลายเป็นทางเลือกที่โดดเด่นและน่าจับตามองในตลาด ตอบโจทย์ทุกความกังวลสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถไฟฟ้าคันที่สามารถใช้งานเป็นหลักของบ้านได้ นอกจากการเปิดตัวรุ่นย่อยแล้ว เอ็มจี ยังได้เพิ่มเติมสีใหม่สำหรับ NEW MG IM6 ทุกรุ่นย่อย จากปัจจุบันที่มีจำหน่าย 4 สี คือ สีชมพู Ferdinand Pink สีขาว Raphael Beige สีดำ Ares Black และสีเทา Rembrandt Grey เป็น 5 สี โดยมี สีฟ้า Nevis Blue เพิ่มเข้ามาอีกด้วย”

    ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2025 เอ็มจี ยังได้นำรถยนต์ครบทุกรูปแบบการขับเคลื่อนมาจัดแสดงและจัดจำหน่าย ด้วยหลากข้อเสนอสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น

    กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า

    NEW MG IM6

    • NEW MG IM6 รุ่น Premium 2WD ราคาพิเศษ 1,299,900 บาท
    • NEW MG IM6 รุ่น Performance AWD ราคาพิเศษ 1,699,900 บาท
    • ฟรี MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ผ่อนชำระนาน 48 เดือน
    • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
    • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
    • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
    • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
    • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE

     

    NEW MG S5 EV

    • รุ่น D+ ราคาเริ่มต้น เพียง 699,900 บาท รุ่น X ราคา 779,900 บาท และ รุ่น V 889,900 บาท
    • ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 99% ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี ค่าจดทะเบียน และกรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี
    • รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)

     

    NEW MG MAXUS 9 PLUS

    • ราคาพิเศษเพียง 1,799,000 บาท
    • ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงก่อน)
    • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
    • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

     

    NEW MG MAXUS 7

    • ราคาพิเศษเพียง 1,399,000 บาท
    • ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
    • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
    • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
    • ฟรี สาย V2L จำนวน 1 ชุด

     

    NEW MG CYBERSTER

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี MG Home Charger 1 ชุด
    • ฟรี ค่าติดตั้ง MG Home Charger
    • ฟรี สาย V2L
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้นภายในรถ 1 ชุด
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี
    • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
    • รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

     

    NEW MG4 ELECTRIC

    • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนชำระนาน 60 เดือน ในรุ่น STANDARD RANGE รุ่น D และ รุ่น X รวมถึง LONG RANGE รุ่น V และ รุ่น XPOWER
    • ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 99% ในรุ่น LONGE RANGE รุ่น D
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
    • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
    • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

     

    NEW MG ES

    • ราคาพิเศษ 899,000 บาท หรือ รับดอกเบี้ยพิเศษ 99%
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
    • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
    • ฟรี สาย V2L จำนวน 1 ชุด
    • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

     

    NEW MG EP

    • ราคาพิเศษ 469,900 บาท สำหรับลูกค้าที่จอง MG EP Plus ผ่านเว็บไซต์ com เท่านั้น
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

     

    NEW MG ZS EV

    • ดอกเบี้ยพิเศษ 88%
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
    • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
    • ฟรี สาย V2L จำนวน 1 ชุด
    • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

     

    กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก

    ALL NEW MG3 HYBRID+

    • รุ่นแต่งพิเศษ ด้วยสติ๊กเกอร์ Racing Limited Edition และสปอยเลอร์หลัง สี Gloss Black มีจำนวนจำกัด 20 คันเท่านั้น ในราคาเพียง 499,900 บาท
    • ดาวน์เริ่มต้น 8,888 บาท หรือผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,516 บาท
    • รับประกันคุณภาพตัวรถ และระบบไฮบริดนาน 6 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

     

    NEW MG HS PHEV

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
    • รับสิทธิ์ช่วยผ่อนสูงสุด 5,000 บาท นาน 20 เดือน หรือเลือกรับบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 5,000 บาท
      นานต่อเนื่อง 20 เดือน (เลือกอยากใดอย่างหนึ่ง และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้)
    • รับประกันคุณภาพตัวรถ 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

     

    NEW MG VS HEV

    • ผ่อนเริ่มต้น 4,444 บาท
    • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10%
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

     

    กลุ่มรถยนต์สันดาปภายใน

    NEW MG5 PRO

    • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 31,499 บาท หรือผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,516 บาท
    • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

     

    NEW MG ZS

    • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10%
    • เลือกรับ MG ช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 9 เดือน สำหรับ MG ZS ทุกรุ่น
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

     

    NEW MG EXTENDER

    • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5%
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

     

    หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

     

    พบกับ ยนตรกรรม เอ็มจี พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ได้ที่ บูธ เอ็มจี หมายเลข A26 ฮอลล์ EH 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 หรือที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพของ เอ็มจี กว่า 125 แห่งทั่วประเทศ

    Hashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER #NEWMGIM6 #BIGMOTORSALE2025 #Realtimecarmagazine


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ เริ่มต้น 1,479,000 บาท เพิ่มเติม ! Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor ในทุกรุ่นย่อย

    2 Min Read

    คุ้มค่ายิ่งขึ้น ! ด้วยราคาใหม่ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ เริ่มต้น 1,479,000 บาท เพิ่มเติม ! Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor ในทุกรุ่นย่อย

    จัดเต็มโปรแรง Honda Pro OH! MY GOOOOD ครอบคลุมไลน์อัป xEV ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 วันที่ 22 – 31 ส.ค. 68 และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด
    อี
    :เอชอีวี ใหม่ คุ้มค่ายิ่งขึ้นกับการเพิ่มฟีเจอร์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) และ ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย และอัปลุคใหม่ เสริมความสปอร์ต ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่

    • ใหม่ ! กันชนล่าง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS
    • ใหม่ ! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เปลี่ยนจาก สีเงิน เป็น Gloss Black ในรุ่น e:HEV E

    พร้อมราคาใหม่ เพื่อยกระดับความคุ้มค่าไปอีกขั้น ทั้ง 3 รุ่นย่อย เริ่มต้น 1,479,000 บาท

    • รุ่น e:HEV E ราคา 1,479,000 บาท
    • รุ่น e:HEV EL ราคา 1,599,000 บาท
    • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,729,000 บาท

    ให้คุณเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย
    1 ปี
    หรือ ดอกเบี้ย 1.99% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2568 ร่วมสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025
    ณ บูทฮอนด้า (A27) ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568
    หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    ฮอนด้ายกขบวนไลน์อัปรถ xEV ในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถ e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ และรถยนต์ไฟฟ้า

    จัดแสดงที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 พิเศษกับโซน The City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยมที่เสิร์ฟสุด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มอบความสนุก เร้าใจในการขับขี่ และความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง ทั้งในรุ่น ซิตี้ และซิตี้ แฮทช์แบ็ก พร้อมกับ
    ซิตี้ แฮทช์แบ็ก  DRIVAL Limited Edition พร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตสุดเท่ โดยโซนนี้มาพร้อมกิจกรรมให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกเพื่อสัมผัสจุดเด่นต่าง ๆ ของ The City Series เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดน่ารักจากฮอนด้า ภายในงานนี้โดยเฉพาะ

     

    นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมข้อเสนอฟีลกู้ดแบบต่อเนื่อง ‘Honda Pro OH! MY GOOOOD ยกขบวนคุ้ม รับเลย
    ไม่ต้องลุ้น’
    ได้ที่งานและข้อเสนอเดียวกันที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 นี้ รีบด่วน ! ก่อนตกขบวนความคุ้ม

    นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า มุ่งมั่นสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่จะยกระดับประสบการณ์ตลอดการใช้งานให้กับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยพร้อมขับเคลื่อนและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชีวิตของผู้คน การเปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในวันนี้ เรารับฟังเสียงของลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่ ๆ ในทุกมิติ โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่เคียงข้างและให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างที่ใจอยาก”

     

    ไฮไลต์ไลน์อัป xEV ของฮอนด้าที่จัดแสดงในงาน BIG MOTOR SALE 2025

    ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท

    ดอกเบี้ย 0.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ

    ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% พร้อม Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี (มูลค่า 204,000 บาท*)

     

     

    ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ

    กับความสปอร์ตพรีเมียมเหนือระดับที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น

    • ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย
      โดยระบบนี้จะใช้เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรที่ติดตั้งอยู่ภายในบริเวณกันชนหลัง เพื่อตรวจจับยานพาหนะที่อยู่ในมุมอับสายตา และแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ระมัดระวัง ผ่านไฟแสดงสถานะบนพื้นผิวของกระจกมองข้าง และถ้าหากมีการเปิดไฟเลี้ยว หลังจากตรวจพบยานพาหนะในตำแหน่งจุดบอด ไฟแสดงสถานะจะกระพริบพร้อมเสียงเตือน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเลนโดยไม่ทันสังเกต เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง
    • ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย

    เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ขณะถอยหลัง โดยระบบจะทำการเตือนด้วยเสียงและสัญลักษณ์แสดงบนหน้าจอกลาง เมื่อมีรถยนต์คันอื่นขับสวนเข้ามาทางด้านซ้ายหรือขวาของรถขณะถอย ซึ่งระบบนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับถอยหลังในลานจอดรถที่มีรถหนาแน่นและมีมุมอับสายตาจากตำแหน่งของผู้ขับขี่

    • ปรับลุคใหม่ ในทุกรุ่นย่อย เพื่อยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมในภาพรวม ได้แก่
    • ใหม่ ! กันชนล่าง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS
    • ใหม่ ! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เปลี่ยนจาก สีเงิน เป็น Gloss Black ในรุ่น e:HEV E
    • ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Honda e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ ด้วยการตอบสนองที่ทันใจและทรงพลังด้วยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัวในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT
      ที่มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 335 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีประสิทธิภาพสูง ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC มอบพลังการขับเคลื่อนที่ไร้กังวลในทุกเส้นทาง โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 3 กม./ลิตร (ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ ผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษระดับ Euro 6)
    • มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย
    • มอบการใช้งานที่ง่าย ด้วยหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่*
      ที่ติดตั้งใน ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ อาทิ
    • ปุ่ม Experience Selection Dial ที่เลือกปรับได้ดั่งใจ
    • แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว อย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายจาก Google Play ในรถยนต์ของคุณเพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบมีผู้ช่วยที่ราบรื่นและปรับเปลี่ยนได้ในแบบของคุณ
    • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ (Multi-color Ambient Light)
    • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camara System – MVCS)
    • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
    • ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ขนาด 5 นิ้ว
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
    • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 2 นิ้ว
    • ช่องเชื่อมต่อ USB type C 4 ตำแหน่ง และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
      • สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาเมทิเออรอยด์
        (เมทัลลิก)และสีดำคริสตัล (มุก) พร้อมภายในสีดำ และสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)

    สำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 14,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

    ไลน์อัป Honda e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ

    ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ

    ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% พร้อม Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี (มูลค่าสูงสุด 213,000 บาท*)

    เทิร์นรถใหม่ รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท**

    ü ขับสนุก สมูททุกจังหวะ อัตราเร่งแรงทันใจ อีกทั้งให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

    ü มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ติดตั้งในทุกรุ่น

    ü ไร้กังวลระยะยาว ด้วยการฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี

    ü สะดวกทุกที่ กับการเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการมาตรฐานของฮอนด้าทั่วประเทศ กว่า 222 แห่ง พร้อมดูแลด้วยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจากฮอนด้า

    Honda City e:HEV  Honda City Hatchback e:HEV และ Honda City Hatchback DRIVAL ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท

    ซิตี้คาร์ที่ใช้งานคล่องตัว ขับสนุก อัตราเร่งมั่นใจ ห้องโดยสารกว้างขวาง มีให้เลือกทั้งตัวถังซีดาน และแฮทช์แบ็ก
    5 ประตู ที่มาพร้อมเบาะอัลตราซีทอันเป็นเอกลักษณ์ พับเบาะเพิ่มสเปซได้หลากหลาย ตอบโจทย์สายอเนกประสงค์ พร้อมให้คุณไดรฟ์สไตล์สปอร์ตแบบจัดเต็ม ด้วยชุดแต่งลิมิเต็ดสุดเท่ กับ Honda City Hatchback DRIVAL เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท
    2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 3 ปี มูลค่ากว่า 131,000 บาท และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท
    3. พิเศษเฉพาะในงาน BIG MOTOR SALE สำหรับ City Hatchback DRIVAL รับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกมูลค่า 20,000 บาท
    4. เพิ่มเติม Happy Trade-in สำหรับ Honda City Hatchback DRIVAL เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda City Hatchback DRIVAL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

    Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,099,000 บาท

    สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
    2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 173,000 บาท

    Honda Accord e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท

    รถซีดานครอบครัว พรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่อื่น ๆ ที่ครบครัน เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
    2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 205,000 บาท และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า สูงสุด 30,000 บาท*
    3. เพิ่มเติม Happy Trade-in สำหรับ Honda Accord e:HEV รุ่น E เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Accord e:HEV รุ่น E ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 40,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

    Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท

    ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
    2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 154,000 บาท
    3. เพิ่มเติม Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda HR-V e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้า
      รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า
      20,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

     

    Honda CR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,589,000 บาท

    รถ Flagship SUV คันจบของครอบครัว ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายทุกที่นั่ง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่หลากหลาย เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
    2. ดอกเบี้ย99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 213,000 บาท
    3. เพิ่มเติม Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda CR-V e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 60,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

    โดย Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจ
    ในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ซึ่งมีทั้งแบบ 3 ปี และ 5 ปี มูลค่าสูงสุดกว่า 213,000 บาท* ซึ่งมูลค่าจะแตกต่างกันในแต่ละรุ่น ประกอบไปด้วย

    • ฟรีประกันภัย 1 ปี
    • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา โดยแบบ 3 ปี จะครอบคลุม 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ในขณะที่แบบ 5 ปี จะครอบคลุมไปถึง 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น
    • เฉพาะแบบ 5 ปี จะมีฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

     

    Honda e:N1 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากฮอนด้า

    ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี

    หรือ ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียง 12,949 บาท หรือดาวน์ต่ำเพียง 10%**

    พร้อมรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา (รวมมูลค่า 69,500 บาท*)

    ลูกค้านำรถมา Trade-in รับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท***

    วิ่งได้สูงสุด 500 กม.* ต่อการชาร์จ ดีไซน์โดดเด่น อัตราเร่งแรง ขับสบาย สมูทในทุกจังหวะ ราคา 1,199,000 บาท

    เชื่อมั่นตลอดการใช้งานด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กม.

    พร้อมให้บริการและดูแลผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ด้วยศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและช่างผู้เชี่ยวชาญ

     

    มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือรับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป หรือ ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ ค่างวดเริ่มต้นเพียง 12,949 บาท หรือดาวน์ต่ำเพียง 10%  พร้อมรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้ง และสายชาร์จแบบพกพา

    โดย Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับ Honda e:N1 ประกอบด้วย

    • ฟรีประกันภัย 1 ปี
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    เพิ่มเติมกับแคมเปญ Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ เฉพาะ Honda e:N1 ที่เมื่อนำรถยนต์แบรนด์ใดก็ได้ที่เป็นรถสันดาป หรือรถไฮบริด หรือรถปลั๊กอินไฮบริดมาขายและออกรถ Honda e:N1 จะได้รับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 )

     

    ยกแคมเปญ ‘Honda Pro OH! MY GOOOOD ยกขบวนคุ้ม รับเลยไม่ต้องลุ้น’

    ให้เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่าย ๆ เลือกโปรที่ใช่ในสไตล์คุณ

     

    • คุ้ม 1: ทางเลือกดอกเบี้ย ดอกเบี้ยต่ำ ออกรถง่าย เลือกได้ตามสะดวก ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือเลือกรับดอกเบี้ยเพียง 0.99% พร้อมฟรี Honda Exclusive Care แพ็กเกจที่ครอบคลุมตั้งแต่วันออกรถใหม่ เซฟเงินในกระเป๋า ให้คุณใช้รถฮอนด้าได้อย่างมั่นใจยาว ๆ รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 200,000 บาท**
    • คุ้ม 2: Friend Get Friend ลูกค้าฮอนด้า ชวนเพื่อนมาซื้อรถ ลูกค้าฮอนด้าที่เป็นผู้แนะนำรับ E-Coupon มูลค่า 3,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าและใช้บริการที่ศูนย์ฮอนด้า ในขณะที่ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท
    • คุ้ม 3 รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ Happy Trade-in รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม*** มูลค่า 15,000 บาท ถึง 100,000 บาท เมื่อนำรถยนต์แบรนด์ใดก็ได้ที่เป็นรถสันดาป หรือรถไฮบริด หรือรถปลั๊กอินไฮบริดมาขายและออกรถใหม่ สำหรับ Honda e:N1 จะได้รับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 )
    • คุ้ม 4: แคมเปญสำหรับลูกค้าปัจจุบัน ‘สบายดี Season บริการหลังการขาย ผ่อนสบาย 0%’**** กับหลากหลายสิทธิประโยชน์ อาทิ ดอกเบี้ย 0% สำหรับการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการทุกประเภท บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ เป็นต้น

     

    ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทฮอนด้าและสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ พร้อมไลน์อัปรถยนต์ xEV
    ที่หลากหลายได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 ณ บูทฮอนด้า (A27) ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม
    ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฟีเจอร์สุดเด่นกับ New YAMAHA PG-1 เด็ดแบบนี้มีอะไรบ้าง

    1 Min Read

    ฟีเจอร์สุดเด่นกับ New YAMAHA PG-1 เด็ดแบบนี้มีอะไรบ้าง

    ยามาฮ่า พีจี-วัน รถครอบครัวแฟชั่นรุ่นใหม่ ที่ออกมาเติมความมันส์ให้กับทุกเส้นทาง กับฟีเจอร์ใหม่โดนใจ…มีอะไรบ้าง ไปดูกัน !

    • NEW Full Digital Speedometer โดดเด่นกับเรือนไมล์ดิจิทัลดีไซน์ทรงกลม แสดงผลครบทุกข้อมูลบนหน้าจอ

    • NEW ABS Brake System เสริมความปลอดภัยด้วยระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก มาพร้อมกับจานดิสก์เบรกขนาด 245 มม. ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถได้มากขึ้น

    • NEW Block-Patterned Wid Tires ยางลาย Block แบบใหม่ ดอกยางใหญ่ ให้การยึดเกาะถนนมากขึ้น ทรงตัวดี ขี่นุ่มนวล และเงียบขึ้น

    • Upright Handlebar แฮนด์บาร์กว้าง คอนโทรลดี เหมาะกับทุกสไตล์การขับขี่

    • Freedom Riding Position ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ นั่งสบาย ด้วยการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนท่าขับขี่ได้อย่างอิสระ

    • High Ground Clearance ระยะสูงจากพื้นถึงเครื่องยนต์ 190 มม. ลุยข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นใจในทุกวัน

    พบกับ New YAMAHA PG-1 ทั้ง 4 สี 4 สไตล์ ได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ ในราคาแนะนำเริ่มต้น 57,500 บาท หรือทาง www.yamaha-motor.co.th พร้อมเพิ่มความมั่นใจแบบไม่จำกัดกับการรับประกัน 5 ปี หรือ 5 หมื่นกิโลเมตร และยังมาพร้อมกับโปรโมชัน “ยามาฮ่าแคร์สุด X2” มอบฟรี! ประกันอุบัติเหตุจากทิพยประกันภัย ดูแลทั้งรถและคน เมื่อซื้อ New YAMAHA PG-1 ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2568 คุ้มครองชดเชยรายได้ระหว่างรักษาที่โรงพยาบาล 1,500 บาท/วัน (สูงสุด 3 วัน/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง และไม่เกิน 10 ครั้ง/ปี รวมวงเงินชดเชยกว่า 45,000 บาท) รวมถึง อุบัติเหตุทั่วไป หรือการขับขี่หรือโดยสาร และกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวร สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท/ปี สอบถามข้อมูลประกันภัยได้ที่ทิพยประกันภัย โทร.1736

    #YAMAHA #ยามาฮ่า #YAMAHAPG1 #2025YamahaPG1 #NewYamahaPG1 #รถจักรยานยนต์ #รถมอเตอรไซค์ #YAMAHACareX2 #ยามาฮ่าแคร์X2


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า แนะนำ NEW YARIS ATIV HEV พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ BEV รุ่น NEW bZ4X ในประเทศไทย

    4 Min Read

    โตโยต้า แนะนำ NEW YARIS ATIV HEV พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ BEV รุ่น NEW bZ4X ในประเทศไทย

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร. คาซุฮิโกะ โยชิโอกะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ YAR IS ATIV และ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวการเปิดตัว NEW YARIS ATIV HEV” รถยนต์ซับคอมแพคซีดานรุ่นยอดนิยมในประเทศไทยของโตโยต้า กับขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด ที่จะมาเติมเต็มตลาดรถยนต์ในกลุ่มอีโคเซกเมนต์กับ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น HEV Premium และเร้าใจขึ้นอีกระดับ กับรุ่น HEV GR Sport

    พร้อมแนะนำและเปิดรับจองสิทธิ์รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ รุ่น NEW bZ4X ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้มาตรฐานการผลิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ มีความพร้อมของชิ้นส่วนอะไหล่ และเครือข่ายงานบริการที่ไว้วางใจได้สูงสุด ผ่านช่องทางออนไลน์ ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 Toyota ALIVE บางนา

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ NEW YARIS ATIV HEV กับทางเลือกรุ่น HEV Premium และรุ่น HEV GR Sport  มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด 2NR-VEX ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i ผสานพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า พร้อมอัตราการใช้เชื้อเพลิงสูงสุด 29.4 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก ECO Stickerโดยทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ ในรุ่น HEV Premium) การออกแบบภายนอก กระจังหน้าด้านบนโครเมียมรมดำ กระจังหน้าด้านล่างสีเทาเมทัลลิก พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว ในรุ่น HEV Premium ภายในฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายครบครัน หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย พร้อมความมั่นใจได้ในระบบความปลอดภัยเหนือระดับตามมาตรฐานโตโยต้า

    สำหรับรุ่น HEV GR Sport โฉบเฉี่ยว ดูสปอร์ต กับดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมโลโก้ GR และชุดแต่ง GR-S ได้แก่ สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลังและสปอยเลอร์หลัง ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว หลังคาดำ พร้อมกระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ สำหรับภายในมากับเบาะหนังสังเคราะห์สีดำ พร้อมโลโก้ GR และเพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยช่วงล่างและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับจูนพิเศษ

    โดยลูกค้าสามารถมอบความไว้วางใจให้กับโตโยต้าตลอดอายุการใช้งานด้วยศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ด้านระบบไฮบริด และมาตรฐานความพร้อมด้านอะไหล่ที่ครบครัน ภายใต้แนวคิด TOYOTA NO.1 TRUSTED HYBRID”

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยยังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ด้วยไลน์อัพของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของโตโยต้า ทำให้เรายังคงรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด และครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขายสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง 7 เซกเมนต์ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการเติบโตของตลาด xEV และ SUV ซึ่งการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็ได้ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ BEV ในกลุ่มตลาด xEV เติบโตขึ้นด้วย หากแต่เมื่อพิจารณาด้านการใช้งานจริงแล้ว เรายังเชื่อมั่นว่ารถยนต์ HEV ยังคงมีบทบาทสำคัญ สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันกับตลาดโลก สำหรับกลุ่มตลาด SUV มีกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ หรือ D-SUV ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่เป็นรถ BEV ทำให้ยอดขายรถ SUV ในปัจจุบันมีสัดส่วนสูงสุดในประเทศไทย

    ซึ่งในวันนี้ เรายินดีแนะนำรถยนต์ 2 รุ่น ที่จะมาช่วยเสริมทัพไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของโตโยต้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการเติบโตของตลาดในเซกเมนต์นี้

    เริ่มจาก bZ4X ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ D-Segment เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่กำลังมองหารถ SUV ขนาดใหญ่ โดยในปี 2565 โตโยต้าได้แนะนำรถ BEV รุ่นแรกคือ bZ4X สู่ประเทศไทย ภายใต้มาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV3.0 ของรัฐบาลไทย แต่เนื่องจากขีดจำกัดด้านการจัดสรรจำนวนรถในเวลานั้น ทำให้เราขายเพียงแค่ 132 คันเท่านั้น

    แต่สำหรับ bZ4X ใหม่จะนำเข้าจากญี่ปุ่นในรูปแบบ CBU และเข้าร่วมมาตรการ EV3.5 ด้วยเป้าหมายยอดขายที่ มากกว่าเดิม ถึง 6,000 คันในช่วงปีแรก

    หลายท่านอาจคิดว่า NEW bZ4X เป็นเพียงการปรับโฉมผลิตภัณฑ์ในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์อีกขั้น ด้วยดีไซน์การออกแบบที่สะดุดตาและน่าดึงดูด ใช้เวลาในการชาร์จเร็วขึ้น และที่สำคัญ ในรุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ยังสามารถทำระยะการขับขี่ได้ถึง 600* กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ภายใต้มาตรฐาน NEDC ซึ่งไกลกว่ารถหลายรุ่นด้วยกัน พละกำลังสูงสุดได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และติดตั้งระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบมาตรฐานโตโยต้าในทุกรุ่นย่อย    

    หมายเหตุ * ข้อมูลระยะทางวิ่งสูงสุดอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยอยู่ระหว่างการรับรองขั้นสุดท้าย

     

    ผมเชื่อมั่นว่าเสถียรภาพ (stability) ความรู้สึกในการควบคุมพวงมาลัย (steering feel) ความนุ่มนวล (riding comfort) และประสิทธิภาพการเบรกนั้นอยู่ในระดับ “สูงสุดในรถระดับเดียวกัน” โดยเราจะจัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับรถรุ่นนี้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม เพื่อให้ท่านได้สัมผัสถึงความยอดเยี่ยมของรถรุ่นนี้ด้วยตนเอง และเราจะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนตุลาคม โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ทั้งนี้ เราขอประกาศการเปิดรับจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของล่วงหน้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    และโตโยต้ายังมีอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่สำหรับ bZ4X ใหม่ โดยที่รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าจะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,5xx,xxx บาท และรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ จะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,6xx,xxx บาท

    นอกจากการที่ bZ4X มีมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของโตโยต้าแล้ว เรายังมีระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่และเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุม กับโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ เราจึงมั่นใจว่า NEW bZ4X จะมอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า จึงอาจกล่าวได้ว่า bZ4X ใหม่จะไม่เพียงแต่มอบความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของเท่านั้น แต่ยังมอบความสุขให้กับชีวิตผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ในทุกๆ วันอีกด้วย

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวแนะนำ YARIS ATIV ว่ “ในวันนี้ เราขอแนะนำรถอีกรุ่นหนึ่ง คือ NEW YARIS ATIV HEV โดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีการแนะนำ YARIS ATIV สู่ตลาดรถอีโคเซกเมนต์ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2560 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าชาวไทย ทั้งมีบทบาทสำคัญในตลาดกลุ่มอีโคเซกเมนต์ ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 280,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน (ข้อมูลยอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่เดือน ระหว่างสิงหาคม 2560  – กรกฎาคม พ.ศ. 2568)  

    ที่สำคัญ เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ YARIS ATIV ได้มีส่วนสร้างการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน นับตั้งแต่การมีส่วนร่วมของวิศวกรชาวไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้น ยังใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศถึง 73% ผลิตภายใต้คุณภาพมาตรฐานระดับโลกของ โตโยต้า ณ โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายยังกว่า 34 ประเทศทั่วโลก

    เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ ตลอดจนความต้องการของรถยนต์ไฮบริด ที่เพิ่มมากขึ้น และต่อยอดการส่งเสริมเศรษฐกิจและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทย เราจึงขอแนะนำ NEW YARIS ATIV HEV ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Be Confident & Beyond Expectation”  โดยรถยนต์รุ่นนี้จะครองใจลูกค้าในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในรุ่นที่สร้างยอดขายให้กับโตโยต้า ด้วยเป้าหมายการขายที่ 20,000 คัน ในปีแรก กับทางเลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น HEV Premium และรุ่น HEV GR Sport

    ซึ่งนอกเหนือจากดีไซน์ภายนอกซึ่งได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี และภายในของรถที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันแล้ว ยังมีการปรับขนาดของเครื่องยนต์จาก 1.2 ลิตร เป็น 1.5 ลิตร และดัวยเทคโนโลยีไฮบริดที่เชื่อถือได้ของโตโยต้า NEW YARIS ATIV HEV สามารถมอบสมรรถนะอันทรงพลังและประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน โดยมีอัตราสิ้นการใช้เชื้อเพลิงไฮบริดที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่ 29.4 กม./ลิตร

    และสำหรับ รุ่น HEV GR Sport ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตและระบบช่วงล่างที่เป็นเอกลักษณ์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยมร. คาซุฮิโกะ โยชิโอกะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ YARIS ATIV จะะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง

    ยิ่งไปกว่านั้น เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทยต่อไป โดย NEW YARIS ATIV HEV จะใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเริ่มต้นที่ 65% โดยเรามีแผนที่จะเพิ่มให้มากขึ้น รวมทั้ง มีการส่งออกรถรุ่นนี้ไปยัง 23 ประเทศอีกด้วย

    เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์ไฟฟ้าใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ bZ4X ใหม่และ NEW YARIS ATIV HEV จะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์แบบครบวงจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อโตโยต้าให้มากขึ้น พร้อมก้าวเดินและเติบโตไปพร้อมๆ กัน  นอกจากนี้ เรายังจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมให้กับลูกค้าในประเทศไทยอีก ในปลายปีนี้” มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวปิดท้าย

    มร.คาซุฮิโกะ โยชิโอกะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ YARIS ATIV กล่าวถึงรถรุ่นนี้ว่า “หลายคนน่าจะมีประสบการณ์ที่ดีกับ YARIS ATIV รุ่นปัจจุบัน ซึ่งคุณจะได้รับประสบการณ์ที่น่าเพลิดเพลินยิ่งขึ้น กับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด (HEV) ซึ่งต่อยอดจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่ทันสมัยครบครัน

     

    3.1. รถยนต์ไฮบริดสำหรับทุกคน (HEV for everyone)

    โตโยต้ามุ่งหวังให้ลูกค้าทุกคนได้สัมผัสระบบไฮบริดของโตโยต้า (THS : Toyota Hybrid System) ผ่านการออกแบบและพัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในด้านของสมรรถนะการขับขี่ อัตราการประหยัดน้ำมัน และราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถรวมอยู่ในรถรุ่น NEW YARIS ATIV HEV  

     

    3.2. รถยนต์ไฮบริดที่ไว้ใจได้ (Reliable HEV)

    ด้วยความเชี่ยวชาญของโตโยต้าในระบบไฮบริดที่มีมาอย่างยาวนาน ที่เราคิดว่าสามารถตอบโจทย์การจราจรที่หนาแน่นในประเทศไทย เพราะเราเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนเลนหรือการขับขี่นานๆอาจทำให้ผู้ขับขี่นั้นเหนื่อยล้า ดังนั้นเราจึงมุ่งเน้นให้จังหวะการออกตัวมีอัตราเร่งที่ดีขึ้นและประหยัดน้ำมันมากขึ้น ด้วยการเสริมกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันนั้นง่ายยิ่งขึ้น

     

    ด้วยประสิทธิภาพของระบบไฮบริดของโตโยต้า NEW YARIS ATIV HEV จะเหมือนเป็นคู่หูที่ไว้ใจได้คู่ใจคุณในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล

     

    3.3. การออกแบบพิเศษ รุ่น HEV GR Sport (GR Sport Package)

    สำหรับในรุ่น HEV GR Sport ที่ถูกออกแบบและพัฒนา จากสนามแข่งสู่ถนนจริง ด้วยดีไซน์ภายนอกที่แตกต่าง พร้อมโลโก้ GR และชุดแต่ง GR-S ที่ไม่ใช่เพียงเสริมภาพลักษณ์ให้ดูโดดเด่น แต่ยังช่วยเสริมอากาศพลศาสตร์ของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ด้วยช่วงล่างและพวงมาลัยที่ถูกปรับจูนพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบความสปอร์ต ไม่เหมือนใคร ในทุกด้าน   

     

    และ HEV GR Sport ยังได้รับการทดสอบขับโดยนักขับมืออาชีพของ GR จากฝ่ายสถาบันทักษะเทคนิคขั้นสูง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามปรัชญาของ GR ที่ว่า “รถสปอร์ตที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า มอบความตื่นเต้นและความสนุกสนานในการขับขี่ทุกวัน”

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า โตโยต้าเป็นผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฮบริดและได้รับความไว้วางใจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 16 ปี อีกทั้งยังมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับโลกโดยลูกค้าสามารถมอบความไว้วางใจให้กับโตโยต้าตลอดการใช้งาน ภายใต้แนวคิด “TOYOTA NO.1 TRUSTED HEV” โดยมีจุดเด่น ดังนี้

    1. การรับประกันระบบไฮบริด 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่สูงสุด 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง (เช็กระยะตามเงื่อนไข TCFR Plus+)
    2. Toyota Service Technician ช่างผู้ชำนาญการ ที่ผ่านการฝึกอบรมจากศูนย์การศึกษาและฝึกอบรม

    โตโยต้าที่มีมากกว่า 8,000 คน รวมถึงอุปกรณ์การซ่อมที่ได้มาตรฐานสำหรับรถไฮบริด ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศกว่า 450 แห่ง

    1. ด้านอะไหล่ เรามีความพร้อมให้บริการ เรามีการจัดเตรียมอะไหล่ไว้รองรับนานกว่า 15 ปี และสามารถจัดส่งได้เร็วสุดภายใน 48 ชั่วโมง

    ด้วยจุดแข็งหลักที่กล่าวมาสามารถพิสูจน์ได้ถึงความไว้วางใจของลูกค้า จากความนิยมและราคาขายต่อรถไฮบริดของโตโยต้านั้น ยังคงมีมูลค่าที่สูง และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง

    ซึ่ง NEW YARIS ATIV HEV เป็นอีกทางเลือกที่เข้าถึงได้ในราคาที่คุ้มค่าสำหรับคนรุ่นใหม่ กับ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ HEV Premium และ HEV GR Sport

    สำหรับรุ่น HEV Premium มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร  แบตเตอรี่ Lithium-ion ขับเคลื่อนล้อหน้า เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานควบคู่กัน จะได้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะอัตราเร่งในช่วงออกตัวและช่วงการเปลี่ยนระบบส่งกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นเครื่องยนต์ ประหยัดน้ำมันสูงสุดในกลุ่มรถ HEV อยู่ที่ 29.4 km/L และยังคงสิทธิพิเศษ ที่คุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน เช่นเดียวกับรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น อาทิเช่น บริการสินเชื่อ Connected Auto Loan (CAL) , ประกัน PHYD , โปรแกรมสะสมคะแนน Toyota Alive X , โปรแกรม TCFR Plus+ สิทธิประโยชน์ตามการเช็กระยะต่อเนื่อง มาพร้อมสเปคจุดเด่นและจุดที่เพิ่มเติมใหม่ ดังนี้

    อุปกรณ์ภายนอก

    –         กระจังหน้าด้านบนโครเมียมรมดำ และด้านล่างสีเทาเมทัลลิก

    –         ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 16 นิ้ว  

    อุปกรณ์ภายใน

    –         เบาะหนังสังเคราะห์สีดำ-เทา

    อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

    –         หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto

     แบบไร้สาย

    –         อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย

    –         ระบบเบรกมือแบบไฟฟ้า EPB (Electric Parking Brake) พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH (Auto Brake Hold)

    –         ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง และระบบกรองฝุ่น PM2.5

    –         ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Light) ปรับได้ 64 เฉดสี

     

    ระบบความปลอดภัย

    –         ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS) พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ LKC : Lane Keeping

    Control หรือระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน ที่จะทำงานคู่กับ Adaptive Cruise Control แบบ All-speed

    –         ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM (Blind Spot Monitor)

              –         ระบบช่วยเตือนขณะถอยจอด RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

    –         กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor)

    –         สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง

    –         กล้องวิดีโอบันทึกภาพด้านหน้า DVR (Digital Video Recorder)

    –         Airbag 6 ตำแหน่ง

     

    สำหรับผู้ที่มองหาความโดดเด่น สปอร์ตและขับสนุกยิ่งขึ้น เรามีรุ่น HEV GR Sport ไว้ให้เป็นทางเลือกกับ สเปกหลักที่เพิ่มขึ้น ดังนี้

    –         กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมโลโก้ GR

    –         ชุดแต่ง GR-S ได้แก่ สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง

    –         ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว

    –         หลังคาดำ

    –         ช่วงล่างและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS พร้อมโลโก้ GR ปรับจูนพิเศษ

    –         กระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ

    –         เบาะหนังสังเคราะห์และพวงมาลัยสีดำ พร้อมโลโก้ GR

    –         ลำโพง pioneer 6 ตำแหน่ง        

     

    สำหรับสีภายนอก รุ่น HEV Premium มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี และรุ่น HEV GR Sport มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี มาพร้อมหลังคาดำ

     

    โดยในครั้งนี้เรามั่นใจว่า NEW YARIS ATIV HEV นั้นจะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในตลาดรถยนต์อีโคเซกเมนต์ ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยทางเลือกที่หลากหลายตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหานวัตกรรม คุณภาพ เน้นความคุ้มค่าในระยะยาวและเป็นเจ้าของง่าย ผ่านการสื่อสาร ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งมั่นสู่การพัฒนาตัวเองในทุกจังหวะของชีวิต พร้อมยกระดับชีวิตได้ในทุกมุมมอง ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านพรีเซนเตอร์ที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ทั้ง 2 ท่านภายใต้คอนเซปต์การสื่อสาร YOUR DAYS ELEVATED’ ‘จังหวะที่ใช่ ในแบบเรา’

    เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้พรีเมียมและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ทางเราได้จัดเตรียมชุดแต่งใหม่ภายใต้ชื่อ CHARISMO DRIFT มาเป็นทางเลือกในรุ่น HEV Premium โดยในชุดจะประกอบไปด้วย สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการความสปอร์ต แตกต่างไม่เหมือนใคร   

    เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่เฝ้ารอการเปิดตัวและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์นั่งไฮบริดตัวเริ่มต้น NEW YARIS ATIV HEV เราจึงขอมอบราคาพิเศษแนะนำจนถึงสิ้นปีนี้

    เพื่อให้ทุกท่านเป็นเจ้าของ NEW YARIS ATIV HEV ได้ง่ายยิ่งขึ้น เรายังได้เตรียมข้อเสนอสุดพิเศษ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,443 บาทต่อเดือน หรือ เลือกรับฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดสูงสุด 10 ปี (เช็กระยะตามเงื่อนไข TCFR Plus+) รวมทั้งบริการและสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย”

    เลือกเป็นเจ้าของ NEW YARIS ATIV HEV ได้ 2 รุ่นย่อย

    ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    • รุ่น HEV GR Sport           ราคา 779,000 บาท บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    (มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก หลังคาดำ Platinum White Pearl with Black Roof และสีแดง หลังคาดำ Red Mica Metallic with Black Roof, ภายในสีดำ)

    สำหรับสี Platinum White Pearl with Black Roof เพิ่ม 12,000 บาท

    สำหรับสี Red Mica Metallic with Black Roof เพิ่ม 5,000 บาท

     

    • รุ่น HEV Premium ราคา 729,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    (มาพร้อมสีภายนอก 5 สี ได้แก่ สีเงิน Metal Stream Metallic / สีเทา Urban Metal / สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก Platinum White Pearl / และสีแดง Red Mica Metallic, ภายในสีดำ-เทา)

    สำหรับสี Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

    ราคาพิเศษช่วงแนะนำ  (ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568)

    • รุ่น HEV GR Sport           ราคา 769,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    (มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก หลังคาดำ Platinum White Pearl with Black Roof และสีแดง หลังคาดำ Red Mica Metallic with Black Roof, ภายในสีดำ)

    สำหรับสี Platinum White Pearl with Black Roof เพิ่ม 12,000 บาท

    สำหรับสี Red Mica Metallic with Black Roof เพิ่ม 5,000 บาท

     

    • รุ่น HEV Premium ราคา 719,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    (มาพร้อมสีภายนอก 5 สี ได้แก่ สีเงิน Metal Stream Metallic / สีเทา Urban Metal / สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก Platinum White Pearl / และสีแดง Red Mica Metallic, ภายในสีดำ-เทา)

    สำหรับสี Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

     

    พร้อมขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+ มูลค่า 12,000 บาท ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม.  

    และขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด  

    (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

     

    ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง TOYOTA ACCESSORIES

    • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CHARISMO DRIFT

    (สำหรับรุ่น NEW YARIS ATIV HEV รุ่น HEV Premium และ YARIS ATIV รุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร)

    : เสริมภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียม สะกดทุกสายตาด้วยความโดดเด่นเหนือระดับ

      – ราคาขายปลีกแนะนำ 19,990 บาท**

        – พิเศษช่วงแนะนำ รับส่วนลด 4,000 บาท เหลือ 15,990 บาท** หรือผ่อนเพิ่มเริ่มต้น 240 บาท/เดือน***

    • สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา     4,600 บาท
    • ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา     6,500 บาท
    • สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา     4,600บาท
    • สปอยเลอร์หลัง ราคา     4,290 บาท
    • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง GR

    (สำหรับรุ่น NEW YARIS ATIV HEV รุ่น HEV Premium และ YARIS ATIV รุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร)

    : ชุดแต่ง SPORT RACING แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง MOTORSPORT ถ่ายทอดสู่ทุกเส้นทางของคุณ

      – ราคาขายปลีกแนะนำ 28,990 บาท**

    – พิเศษช่วงแนะนำ รับส่วนลด 6,000 บาท เหลือ 22,990 บาท** หรือผ่อนเพิ่มเริ่มต้น 345 บาท/เดือน****

    • สเกิร์ตกันชนหน้า GR ราคา     6,890 บาท
    • ชุดสเกิร์ตข้าง GR ราคา     7,900 บาท
    • สเกิร์ตกันชนหลัง GR ราคา     7,200บาท
    • สปอยเลอร์หลัง GR ราคา     7,000 บาท

     

                    หมายเหตุ

    • **รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และราคาดังกล่าวไม่รวมค่าแรงติดตั้ง
    • ***ราคาผ่อนเพิ่ม 240 บาท/เดือน (ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 15,990 บาท) ไม่รวมค่าติดตั้ง คำนวณจากรถยาริสเอทีฟ รุ่น HEV Premium โดยโปรแกรมสบายดีของโตโยต้าลีสซิ่ง ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%
    • ****ราคาผ่อนเพิ่ม 345 บาท/เดือน (ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 22,990 บาท) ไม่รวมค่าติดตั้ง คำนวณจากรถยาริสเอทีฟ รุ่น HEV Premium โดยโปรแกรมสบายดีของโตโยต้าลีสซิ่ง ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%
    • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CHARISMO DRIFT และ GR ที่จัดจำหน่ายผ่านช่องทางผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า อยู่ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพอุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้าสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
    • โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/accessories/warranty/tga

     

    และพบทางเลือกในการเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่ KINTO

    มีรถใช้ แบบไม่ต้องซื้อ บริการให้เช่ารถยนต์ระยะยาวจากโตโยต้าที่ออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตการขับขี่สะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น จ่ายราคาเดียวเท่ากันทุกเดือน ในราคาเริ่มต้นเพียง 12,900 บาท ต่อเดือน ในรุ่น HEV Premium พร้อมบริการครบวงจร ประกันภัยชั้น 1 การบำรุงรักษา ต่อ พรบ. ภาษี ให้ตลอดอายุสัญญา

     

    และเปิดรับจองสิทธิ์ เพื่อเป็นเจ้าของ NEW bZ4Xผ่านช่องทางออนไลน์

    ที่ https://stores.toyota.co.th/register/bz4x

    • รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)    ราคาเริ่มต้น 1,5xx,xxxx บาท
    • รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)         ราคาเริ่มต้น1,6xx,xxxx บาท

    (มาพร้อมสีภายนอก 4 สี ได้แก่ Precious Metal Black Roof / Platinum White Black Roof / Emotional Red Black Roof / Attitude Black)

    พิเศษ รับทันทีส่วนลดเงินสด 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เฉพาะ 2,000 สิทธิ์แรก สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ตั้งแต่ 21 สิงหาคม -19 ตุลาคม 2568 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

    (อัตราดอกเบี้ยคำนวณที่ดาวน์ 25% ขึ้นไป นาน 48 เดือน สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติจาก โตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

    โดยคำนวณจากดอกเบี้ยต้นงวดและส่วนลดดอกเบี้ยรถไฟฟ้า)

     

    พบ TOYOTA NEW YARIS ATIV HEV ครั้งแรก ในงาน BIG MOTOR SALE

    ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

     

    หรือกิจกรรม Toyota Easy Drive Easy Deal ที่ Future Park รังสิต

    ในวันที่ 21-25 สิงหาคม 2568

     

    ทดลองขับ NEW YARIS ATIV HEV ณ Toyota ALIVE ได้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมนี้

    และสัมผัสและทดลองขับ พร้อมพบกิจกรรมพิเศษที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

    ระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ยกทัพยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำ สะเทือนงาน ‘BIG MOTOR SALE 2025’ นำโดย G6 โฉมใหม่ พร้อมแชมป์ยอดขายที่ 1 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ X9 ทั้งรุ่นย่อย EXECUTIVE และ LUXURY จองวันนี้รับข้อเสนอเกินต้าน!

    2 Min Read

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ยกทัพยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำ สะเทือนงาน ‘BIG MOTOR SALE 2025’ นำโดย G6 โฉมใหม่ พร้อมแชมป์ยอดขายที่ 1 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ X9 ทั้งรุ่นย่อย EXECUTIVE และ LUXURY จองวันนี้รับข้อเสนอเกินต้าน!

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เขย่างาน BIG MOTOR SALE 2025 ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ ชูไฮไลท์เด็ด เอ็กซ์เผิง G6 ปรับโฉมใหม่สุดว้าว! เอ็กซ์เผิง X9 EXECUTIVE และ LUXURY รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะรุ่นยอดนิยม ตื่นตาสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต ตอกย้ำจุดยืนผู้นำด้าน AI Mobility ระดับโลก พร้อมอัดโปรสุดพิเศษ เพิ่มโอกาสครอบครองรุ่นที่ใช่ ที่บูธ A24 ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

    อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง ขับเคลื่อนอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ งาน BIG Motor Sale ปีนี้ เรารังสรรค์บูธจัดแสดงนวัตกรรมสุดล้ำ ภายใต้แนวคิด‘CONNEXT, NOW’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแบรนด์คอนเซปต์ ‘LIVE THE NEXT, NOW’ ที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ของอนาคต สะท้อนตัวตนของแบรนด์ในเวทีระดับโลกและประเทศไทย พบกับยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ทั้ง G6 โฉมใหม่ และ X9 EXECUTIVE พร้อมสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘Iron’ เชิญสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ”

     

    เอ็กซ์เผิง G6 ใหม่ The NEXT Intelligent SUV ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะสุดไฮเทค

    เอ็กซ์เผิง ‘New G6’ เอสยูวีไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นล่าสุด ครั้งแรกกับการใช้แบตเตอรี่ 5C ทุกรุ่นย่อย รองรับกระแสไฟสูงสุด 451 kW ใช้เวลาชาร์จจาก 10-80% เพียง 12 นาที* ปรับโฉมทั้งภายนอกและห้องโดยสาร รูปลักษณ์ด้านหน้า มาพร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบใหม่ พาดยาวเป็นเส้นเดียว พร้อมโลโก้ เอ็กซ์เผิง บนฝากระโปรง เปลี่ยนฝาท้ายและกันชนหลังแบบ C-Ring เพิ่มความปอร์ต ห้องโดยสารติดตั้งจอกลาง
    และจอหน้าผู้ขับแบบใหม่ ขนาด 15.6 และ 10.25 นิ้ว กระจกมองหลังสามารถแสดงภาพจากกล้อง แท่นชาร์จไร้สายสำหรับสมาร์ทโฟนปรับปรุงใหม่ เปลี่ยนแอมเบียนไลท์ พร้อมแผงประตูลายใหม่ น พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ลายใหม่ และครั้งนี้มีการเพิ่มรุ่น ‘AWD Performance’ ทึ่ติดตั้งมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน
    4 ล้อ (AWD-All Wheel Drive) ให้กำลัง 486 แรงม้า (PS) แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.13 วินาที โดยตัวถังมี 5 สีให้เลือก คือ ม่วง (Stellar Purple), ขาว (Arctic White), เทา (Graphite Gray) และดำ (Midnight Black) พิเศษเฉพาะรุ่น AWD Performance ใช้สีดำ ‘Black Edition’ พร้อมล้ออัลลอยรมดำ ดุดันแบบสุดๆ

     

    เอ็กซ์เผิง X9 EXECUTIVE และ X9 LUXURY รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะระดับแฟลกชิป

    เอ็กซ์เผิง X9 ‘EXECUTIVE’ อัลตราสมาร์ทคูเป้เอ็มพีวี ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานสำหรับทุกกลุ่ม ครั้งแรกกับเบาะนั่งแถวที่สองแบบ Zero Gravity ระดับเฟิร์สคลาส ปรับไฟฟ้าได้ 14 ทิศทาง มาพร้อมช่อง ทางเดินระหว่างเบาะแถวที่สอง และที่ชาร์จแบบไร้สาย โดยเบาะแถวที่สามสามารถพับราบด้วยระบบไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ขนาด 101.5 กิโลวัตต์/ชั่วโมง วิ่งได้ไกล 690 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ (NEDC) รองรับความเร็วในการชาร์จถึง 317 กิโลวัตต์ ติดตั้งจอภาพขนาด 21.4 นิ้ว ขับกล่อมด้วยลำโพง XOPERA 23 ตำแหน่ง ติดตั้งชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8295 เด่นด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้อ ช่วยให้วงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร มาพร้อมช่วงล่างถุงลม Dual-Chamber สามารถปรับสูง-ต่ำ และความหนืดได้ เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด ขณะที่  X9 LUXURY มาพร้อมเบาะหนังแท้แนปป้า ผสาน Zero-gravity Seat หรูหรามีระดับ เบาะนั่งแถวสองปรับไฟฟ้า 18 ทิศทาง พร้อม Wireless Charger 50w

    สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ‘New G6’ และ ‘X9’ ภายในเดือนสิงหาคม 2568

    • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี*
    • ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง*
    • ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน 1 ชุด*
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
    • รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
    • พิเศษ คะแนนสะสม MOBILIFE 6,000 คะแนน สำหรับ ‘New G6’ และ 9,000 คะแนน สำหรับ ‘X9’*

    พร้อมกันนี้ เอ็กซ์เผิง สร้างความเชื่อมั่นด้านการบริการหลังการขาย ผ่านโปรแกรม ‘XPENG ASEAN Borderless Warranty’ มาตรฐานการรับประกันไร้พรมแดน ครอบคลุมมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เพื่อให้เจ้าของรถ เอ็กซ์เผิง สามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้อย่างมั่นใจ

    ราคาของรถยนต์ เอ็กซ์เผิง ทุกรุ่น

    New G6 (Long Range) ราคา 1,349,000 บาท*
    New G6 (AWD Performace) ราคา 1,489,000 บาท*

    X9 EXECUTIVE ราคา 2,499,000 บาท*
    X9 LUXURY ราคา 2,749,000 บาท*

    เชิญสัมผัสและทดลองขับ เอ็กซ์เผิง ‘New G6’ และ เอ็กซ์เผิง ‘X9 EXECUTIVE’ ได้ที่งาน BIG MOTOR SALE บูธ A24 ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคมนี้ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
    และโชว์รูม เอ็กซ์เผิง 15 สาขาทั่วประเทศ

    ข้อมูลเครือข่ายพาร์ทเนอร์ เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย

    สาขารามคำแหง โทร. 02-078-1889, แจ้งวัฒนะ โทร. 1524, ประดิษฐ์มนูธรรม โทร. 02-515-0525, ราชพฤกษ์ โทร. 02-079-1155, สุขุมวิท โทร. 1488, ตลิ่งชัน โทร. 063-338-3699, วิภาวดี-หลักสี่ โทร. 02-551-1388, ศรีนครินทร์ โทร. 094-854-3111, เชียงใหม่ โทร. 062-326-5969, ขอนแก่น โทร. 066-084-1345, อุบลราชธานี โทร. 099-287-5205, พัทยา โทร. 038-195-656, ภูเก็ต โทร. 083-516-4663, สุราษฎร์ธานี โทร. 1488 และหาดใหญ่ โทร. 1488,

    Facebook: XPENG Thailand

    www.xpeng.co.th

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนสัมผัสประสบการณ์ ”Xperience the Force” กับ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี พร้อมทัพยนตรกรรม และข้อเสนอดอกเบี้ยสุดพิเศษ ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2025

    1 Min Read

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนสัมผัสประสบการณ์ ”Xperience the Force” กับ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี พร้อมทัพยนตรกรรม และข้อเสนอดอกเบี้ยสุดพิเศษ ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2025

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขนทัพยนตรกรรมสุดยิ่งใหญ่ พร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษมามอบให้ลูกค้าทุกท่าน ภายในงาน “BIG MOTOR SALE 2025” ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พร้อมชูรุ่นไฮไลต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีฟูลไฮบริดอันล้ำสมัย Mitsubishi e:Motion ผสานสมรรถนะอันทรงพลัง ความนุ่มนวลในการขับขี่ และความปลอดภัยไว้ในหนึ่งเดียว สะท้อนถึงดีเอ็นเอของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) และความเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไทยที่มุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมจัดโปรโมชันสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายภายในงาน

    มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์ทุกรุ่นที่มิตซูบิชินำเสนอในงาน BIG MOTOR SALE ครั้งนี้ ล้วนสะท้อนถึงความเป็น Mitsubishi Motors-ness อย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากการพัฒนาและสร้างสรรค์ยนตรกรรมเพื่อเติมเต็มชีวิตแห่งการเดินทางยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไฮไลต์ภายในงานนี้คือ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีนับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อยานยนต์ของมิตซูบิชิ และแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีไปพร้อมกับความยั่งยืนของเรา”

    สำหรับไฮไลต์ภายในงาน ได้แก่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวี ไฮบริดรุ่นล่าสุด จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส  ที่จะพาทุกท่านมาสัมผัสกับแนวคิด “Xperience the Force” โดดเด่นด้วยการมอบ ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง โดยมาพร้อมกับ 3 สุดยอดเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิดMITSUBISHI e:MOTION ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจแต่ยังคงความนุ่มนวลเหนือระดับ พร้อมการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งสไตล์และฟังก์ชันที่ครบครัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฮบริด

    อีกหนึ่งไฮไลต์ ที่เราขนทัพมาจัดแสดงภายในงาน คือ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบสปอร์ตพรีเมียม ชุดแต่งสีดำรอบคัน หลังคาสีดำ กระจกมองข้างสีดำ คิ้วขอบกระจกประตูสีดำ กระจังหน้าตกแต่งไดนามิกชิลด์สีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และล้ออัลลอยสีดำ มอบลุคสปอร์ตพรีเมียม พร้อมผสานสมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยสะท้อนตัวตนของครอบครัวรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความทันสมัยและไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ มาให้ชมภายในงานอีกด้วย

     

    เพื่อความพิเศษที่มากกว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ซื้อ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เลือกรับส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท พิเศษ เฉพาะ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท ภายในงาน

     

    ผู้สนใจสามารถชมรถยนต์ มิตซูบิชิ หลากหลายรุ่น พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากแคมเปญพิเศษมากมาย อาทิ ข้อเสนอผ่อนชำระดอกเบี้ยพิเศษ และ ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A18) งาน BIG MOTOR SALE 2025 ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคมคม 2568 ฮอลล์ EH 101 – 104 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

     

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามข้อมูลข่าวสารของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จัดงาน ‘XPENG VISION NIGHT THAILAND’ แสดงวิสัยทัศน์ด้านการขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด ‘LIVE THE NEXT, NOW’ พร้อมเปิดตัว XPENG ‘New G6’

    1 Min Read

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จัดงาน ‘XPENG VISION NIGHT THAILAND’ แสดงวิสัยทัศน์ด้านการขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด ‘LIVE THE NEXT, NOW’ พร้อมเปิดตัว XPENG ‘New G6’

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ร่วมมือกับบริษัท เอ็กซ์เผิง มอเตอร์ส สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดงาน ‘XPENG VISION NIGHT THAILAND’ นำเสนอนวัตกรรมการขับเคลื่อนแห่งอนาคต พร้อมเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี ของ เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว
    ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ เอ็กซ์เผิง ‘New G6’ ณ ยูโอบี ไลฟ์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มสเฟียร์

    มร. เจมส์ วู รองประธาน เอ็กซ์เผิง มอเตอร์ส กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง มองอนาคตผ่านสองเสาหลักใหญ่ คือ AI และพลังงาน เรากำลังพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลการขับขี่จริงมหาศาล ทำให้รถเรียนรู้และขยายศักยภาพไปได้ทั่วโลก ขณะเดียวกันเราก็ยกระดับ ด้านพลังงาน ด้วยแบตเตอรี่ที่ประจุไฟได้เร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่เคย ทั้งหมดนี้ ไม่หยุดอยู่ที่รถยนต์ แต่ยังต่อยอดไปถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และยานยนต์บินได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์เดินทางและใช้ชีวิตในอนาคต เป้าหมายของ เอ็กซ์เผิง คือ การทำให้ทุกคน รวมถึงลูกค้าในประเทศไทย ได้สัมผัสอนาคตตั้งแต่วันนี้ สอดคล้องกับคอนเซปต์  ‘LIVE THE NEXT, NOW’

    อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “XPENG VISION NIGHT THAILAND ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองความสำเร็จในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา ด้วยยอดส่งมอบรถร่วม 3,000 คัน และการมียอดจดทะเบียนเป็นอันดับ 1 ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมจีน ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ยังเป็นการประกาศถึงวิสัยทัศน์ และทิศทางของ เอ็กซ์เผิง ในการนำประเทศไทยก้าวสู่อนาคต ด้วยเทคโนโลยี AI Mobility ยุคใหม่”

    เตรียมพบกับซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ ที่ล้ำสมัยที่สุด

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาซอฟต์แวร์อันล้ำสมัย โดยระบบปฏิบัติการเวอร์ชันถัดไปที่จะเปิดให้ใช้งานในเร็วๆ นี้ จะถูกทยอยปล่อยอัปเดต เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัมผัสฟังก์ชันใหม่ๆ อาทิ โหมดสัตว์เลี้ยง (Pet Mode) ที่ช่วยให้สามารถจอดรถ เปิดระบบปรับอากาศ และล็อกประตูเพื่อให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในรถได้อย่างปลอดภัย แอปพลิเคชัน ‘Karafun’ ที่มอบความสนุกในการร้องคาราโอเกะ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ไมโครโฟน การปรับปรุงระบบช่วยเหลือผู้ขับ ให้ทำงานได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำยิ่งขึ้น การปรับอุณหภูมิต่ำสุดของระบบปรับอากาศ จาก 18 องศาเซลเซียส เป็น 16 องศาเซลเซียส รวมถึงการอัปเกรดด้านความบันเทิง และเพิ่มความความเสถียรของระบบอื่นๆ ซึ่งการทยอยปล่อยฟังก์ชันใหม่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความใส่ใจในคุณภาพและความมั่นใจ ว่าทุกการอัปเดตได้รับการทดสอบและปรับปรุง เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของผู้ใช้งาน

    เปิดตัว XPENG ‘New G6’, The NEXT Intelligent SUV

    เอ็กซ์เผิง ‘New G6’, โฉมใหม่ของเอสยูวีไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่พร้อมนำพาทุกท่าน ทะยานสู่อนาคตอย่างมั่นใจ ครั้งแรกกับการใช้แบตเตอรี่ 5C ทุกรุ่นย่อย รองรับกระแสไฟสูงสุด 451 kW ใช้เวลาชาร์จจาก 10 – 80% เพียง 12 นาที* ปรับโฉมทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร รูปลักษณ์ด้านหน้ามาพร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์ดีไซน์ใหม่แบบ Galaxy Light Wing พาดยาวเป็นเส้นเดียว พร้อมโลโก้เอ็กซ์เผิง บนฝากระโปรง เปลี่ยนดีไซน์ฝาท้ายแบบ Ducktail และกันชนหลังแบบ C-Ring ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น เข้ากันกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ลายใหม่ ห้องโดยสารติดตั้งจอกลางและจอหน้าผู้ขับแบบใหม่ ขนาด 15.6 และ 10.25 นิ้วตามลำดับ ขณะที่พวงมาลัยได้รับการปรับปรุงให้กลมกลืนกับห้องโดยสารมากขึ้น เปลี่ยนมาใช้ช่องแอร์แบบปรับมือ ตามความต้องการของลูกค้าในไทยและต่างประเทศ กระจกมองหลังสามารถแสดงภาพ จากกล้องได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารแบบ Starlight Rhythm Matrix โดย New G6 มาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อย คือ ‘Long Range’ และ ‘AWD Performance’ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของ G6 ที่ติดตั้งมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-wheel Drive) กำลังสูงสุด 486 แรงม้า (PS) แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.13 วินาที สำหรับรุ่น ‘Long Range’ มีให้เลือก 4 สี คือ ม่วง (Stellar Purple), ขาว (Arctic White), เทา (Graphite Gray) และดำ (Midnight Black) ส่วนรุ่น ‘AWD Performance’ มาพร้อมสีดำ (Midnight Black) ในสไตล์ ‘Black Edition’ ผสานล้ออัลลอยรมดำ ดุดันเต็มพิกัด

    นอกเหนือจากการนำเสนอวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และยานยนต๋ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นล่าสุด เอ็กซ์เผิง ‘New G6’ เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ยังได้จัดแสดงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘IRON’ และชิปประมวลผลอัจฉริยะ ‘TURING AI CHIP’ ภายในงาน

    XPENG ‘IRON’ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อัจฉริยะ

    เอ็กซ์เผิง ‘IRON’ เป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นล่าสุดของ เอ็กซ์เผิง ใช้เวลาพัฒนากว่า 5 ปี มีข้อต่อมากกว่า 60 จุด พร้อมความสามารถในการเคลื่อนไหวกว่า 200 องศาอิสระ มือของ IRON มีขนาดเท่ามือมนุษย์แบบ 1:1 และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ 22 องศา โดย ‘IRON’ มีความสูง 178  เซนติเมตร หนัก 78  กิโลกรัม ปัจจุบันได้มีส่วนช่วยทำงานในสายการผลิตของ เอ็กซ์เผิง โดยใช้เทคโนโลยี AI และระบบควบคุมการเคลื่อนไหว ที่อิงจากโมเดลขับขี่อัตโนมัติ สามารถหยิบจับสิ่งของ ประกอบ และเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่นและแม่นยำ วางแผนเริ่มผลิต เชิงพาณิชย์ในปี 2569 และตั้งเป้าขยายการใช้งาน สู่สำนักงาน ร้านค้า รวมถึงครัวเรือนในอนาคต

    XPENG ‘TURING AI CHIP’ ศักยภาพในการประมวลผล เพื่อการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ

    เอ็กซ์เผิง TURING AI CHIP คือ ชิปอัจฉริยะรุ่นแรกที่พัฒนาโดย เอ็กซ์เผิง สำหรับการขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 (Autonomous Driving Level 4) มาพร้อม 40-Core Processor ที่มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงกว่าเดิม 3 เท่า และสามารถประมวลผลข้อมูลได้ถึง 30,000 ล้านพารามิเตอร์ โดยไม่ต้องพึ่งพาการคำนวณจากคลาวด์ (Cloud-Free Intelligence) ช่วยให้การตัดสินใจของรถ สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัยมากขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผ่านเทคโนโลยีที่ เอ็กซ์เผิง พัฒนาขึ้นเองทั้งหมด

    สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง เอ็กซ์เผิง ‘New G6’ และ เอ็กซ์เผิง ‘X9’ ภายในเดือนสิงหาคม 2568

    • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี*
    • ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง*
    • ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน 1 ชุด*
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
    • รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
    • พิเศษ คะแนนสะสม MOBILIFE 6,000 คะแนน สำหรับ ‘New G6’ และ 9,000 คะแนน สำหรับ ‘X9’*

    XPENG VISION NIGHT THAILAND เป็นงานที่แสดงถึงความมุ่งมั่น ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ของการเดินทาง ผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ระบบขับขี่อัตโนมัติ AI แพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะสมรรถนะสูงและบริการเชื่อมต่ออัจฉริยะ เพื่อมอบประสบการณ์เดินทางที่สมบูรณ์แบบ ให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

    สัมผัสยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง ‘NEW G6’ และ เอ็กซ์เผิง ‘X9’ ได้ที่งาน BIG Motor Sale 2025 ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา และโชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทั่วประเทศ

    *เมื่อชาร์จไฟกับ XPENG Supercharger, เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Honda CBR Series ยกทัพทีมแซทเทิลไลท์ระเบิดความมันส์ ล่าชัยชนะต่อเนื่อง ในศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 2

    1 Min Read

    Honda CBR Series ยกทัพทีมแซทเทิลไลท์ระเบิดความมันส์ ล่าชัยชนะต่อเนื่อง ในศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 2

    ไทยฮอนด้า ส่ง 4 ทีมแซทเทิลไลท์ร่วมทำการแข่งขันใน 3 รุ่นท็อป เพื่อพัฒนาศักยภาพของทีมแข่งไทย เปิดโอกาสให้นักบิดไทยได้พัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์ให้กับทัพนักบิด Honda CBR Series จากทีมแซทเทิลไลท์ หลังจากโชว์ศักยภาพคว้าชัยชนะในสนามเปิดฤดูกาลที่พร้อมเต็มอัตรา ในการแข่งขันศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 2 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

    โดยรุ่นใหญ่ที่สุดใน รุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) บิด Honda CBR1000RR-R “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี หมายเลข 10 สังกัดทีม โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบกดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม ใช้ประสบการณ์ในการตัดสินใจเลือกยางที่ถูกต้อง คว้าชัยชนะมาครองได้อย่างสุดมันส์ และนักบิดอีกคนจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส หลังจากที่เรียนรู้และทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เป็นโอกาสที่ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31 คว้าอันดับที่ 4 ในสนามแรก

    รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1 Pro) ดาวรุ่งนักบิดเสริมประสบการณ์ด้วยการลงสนามกับสุดยอดรถแข่ง Honda CBR600RR สนามแรกพบกับความท้าทายอย่างมากเมื่อต้องลงแข่งขันกลางสายฝน แต่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส ฮอนด้า ทีม คว้าชัยชนะมาครองได้อย่างยอดเยี่ยม และ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 20 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส สามารถคัมแบ็คกลับมาคว้าท็อป 4 ได้สำเร็จ

    ขณะที่รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1) บิด Honda CBR250RR จาก โปร ฮอนด้า สิทธิพล ไออาร์ซี ดีไอดี ซีบี อาชิ กิตติ เรซซิ่ง ฮอนด้ามอบโอกาสให้กับดาวรุ่งไทยได้เก็บประสบการณ์ โดยมี “เฟรม” ภูริทัต จันจาด หมายเลข 98 คว้าแต้มได้ทันทีจากสนามแรกด้วยท็อป 7 และทีมเมท “ต้นกล้า” ภคภัคร พึ่งเจริญ หมายเลข 78 เก็บประสบการณ์ในการแข่งขันระดับประเทศ พร้อมลงสนามเพื่อพัฒนาผลงานอีกครั้ง

    ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขัน ศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 2 จะดวลความเร็วกันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีคิวซ้อมแรกในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม และควอลิฟายเพื่อหาอันดับการออกสตาร์ตในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม ก่อนแข่งขันชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2568 นี้

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #BRICSuperBike2025 #NexzterBRICSuperBike2025 #HondaCBR #Mix31 #Kaowkong20 #HiPeck18 #ChangInternationalCircuit


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • คาวาซากิเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ เอาใจสายแคมป์ปิ้ง และสายลัดเลาะในเมือง

    1 Min Read

    คาวาซากิเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ เอาใจสายแคมป์ปิ้ง และสายลัดเลาะในเมือง

    คาวาซากิเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ KLX230 Sherpa ปี 2026 ที่มาพร้อมกับล้อหลังใหม่และยางแบบ Tubeless ให้คุณลุยได้อย่างไร้กังวล และยังมี Z500 SE ปี 2026 เน็กเก็ตพันธุ์ดุ ที่จะพาคุณลัดเลาะไปยังถนนต่างๆในเมืองอันแสนวุ่นวาย

    KLX230 Sherpa ทะยานสู่เส้นทางแห่งความสนุกสนานจากถนนในเมืองสู่เส้นทางแห่งการผจญภัยในธรรมชาติ รถทื่สืบทอดมาจาก SUPER SHERPA ซึ่งเป็นรุ่นที่คาวาซากิ ผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ปี 1997 ถึงปี 2007  คำว่า “Sherpa” คือคำที่ใช้เรียกคนในท้องถิ่นที่เป็นไกด์และขนสัมภาระระหว่างการปีนเขาหิมาลัยและชื่อ SHERPA นี้ยังสื่อถึง ความหมายว่าเป็นเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้ ที่จะเดินทางไปพร้อมกับผู้ขับขี่ และด้วยสโลแกน”จากเมืองสู่ธรรมชาติ”

    ทำให้รถจักรยานยนต์รุ่นนี้ได้รับความนิยมจากผู้ขับขี่หลายคนในฐานะรุ่นอเนกประสงค์ที่เป็นมิตรและใช้งานได้ง่าย ไม่ว่าจะขี่ในเมืองหรือในป่า KLX230 SHERPA สืบทอดชื่อ “SHERPA” ในฐานะรุ่นอเนกประสงค์อันทรงเกียรติของ Kawasaki ที่สืบทอดแนวคิดของ SUPER SHERPA

    พลังเครื่องยนต์ของ KLX230 SHERPA ออกแบบมาเพื่อการขับขี่บนทางดินโดยเฉพาะ ประกอบกับแรงบิดที่นุ่มนวลขับขี่ง่าย อีกทั้งเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กทำให้รถมีน้ำหนักเบาเพียง 135 กก. และมีความคล่องตัว ด้วยโครงสร้างที่เรียบง่ายของระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ทำให้รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับการขี่ในรูปแบบเทรลเป็นอย่างมาก รวมถึงความสูงเบาะนั่งที่ต่ำเพียง 845 มม, จึงทำให้เข้าถึงผู้ขับขี่ที่หลากหลาย และเป็นมิตรแม้กับผู้ขับขี่มือใหม่ อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบ ABS ที่สามารถเปิด-ปิดได้ ทั้งหน้าและหลัง เพื่อตอบโจทย์ทุกสไตล์การขับขี่ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน “RIDEOLOGY THE APP”  ให้คุณเข้าถึงข้อมูลต่างๆของตัวรถ รวมถึงแชร์ข้อมูล ตำแหน่ง และบันทึกการขับขี่ เพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆนักเดินทางคอเดียวกันได้อีกด้วย

    และเพื่อความพร้อมในการออกเดินทาง KLX230 Sherpa จึงมาพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็น แผ่นปิดใต้ท้องเครื่อง (Skidplate) อลูมิเนียมอันทนทาน ช่วยลดความเสียหายต่อเครื่องยนต์ขณะขับขี่รูปแบบเทรล, การ์ดแฮนด์เสริมโลหะช่วยเพิ่มความสมบุกสมบันและความมั่นใจเมื่อขับขี่แบบออฟโรด

    และในปี 2026 นี้ KLX230 SHERPA พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยยางหลังแบบ Tubeless ไม่ต้องกังวลเรื่องยางแบนเมื่อยามเดินทาง และยังซ่อมแซมได้อย่างง่ายดาย พร้อมสีใหม่ Medium Cloudy Gray สีเทาคล้ายวันฟ้าหม่น ทำให้ KLX230 SHERPA คันนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นคู่หูออกเดินทางเพื่อหลีกหนีไปยังโลกแห่งธรรมชาติที่ใจใฝ่หา มาพร้อมกับราคาใหม่สุดพิเศษ 139,900 บาท พร้อมคูปองเงินสด 5,000 บาท และฟรีประกันรถหาย 1 ปี พร้อมทะเบียน พรบ. บอกเลยว่าพลาดไม่ได้จริงๆ

    นอกจากนี้ คาวาซากิยังเอาใจสายมุด กับ Z500 SE เน็กเก็ตพันธุ์ดุ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์พัฒนาใหม่ ขนาด 451 ซีซี ที่ให้พละกำลังในช่วงรอบต่ำถึงกลางได้เป็นอย่างดี หรือแม้แต่ในย่านความเร็วสูงก็ทำความเร็วสูงสุดได้อย่างง่ายดาย และด้วยกำลังที่สมดุลและอัตราเร่งที่แข็งแกร่งตลอดทุกรอบเครื่องยนต์ ผสานเข้ากับแชสซีน้ำหนักเบาจึงเหมาะกับการขับขี่ในหลากหลายสถานการณ์รวมถึงในชีวิตประจำวัน เพราะคาวาซากิมุ่งหวังให้นักขับขี่เข้าถึงตัวรถได้ง่ายที่สุด คาวาซากิจึงทุ่มเทให้กับการออกแบบแชสซี ที่นอกจากน้ำหนักที่เบาแล้ว ยังคล่องแคล่วและมีจุดศูนย์ถ่วงที่สมดุล ให้ความมั่นใจในการขับขี่แก่นักบิดมือใหม่และมือเก๋า

    คาวาซากิประเทศไทย คัดเลือกรุ่น Special Edition มาให้ผู้ขับขี่ขาวไทยได้สัมผัสกับเทคโนโลยีสูงสุด ที่มาพร้อมหน้าจอ TFT จอสีคุณภาพสูงที่ให้การมองเห็นได้อย่างชัดเจน ปรับตั้งสีพื้นหลังได้เอง และความสว่างหน้าจอปรับอัตโนมัติ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อใช้ “RIDEOLOGY THE APP” ที่ให้คุณได้สื่อสารกับตัวรถเพื่อดูรายละเอียดต่างๆ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่มาพร้อมกับรุ่น SE นี้อีกด้วย

    โดยรูปลักษณ์ของ Z500 SE ยังคงความดุดัน แข็งแกร่งในสไตล์ Sugomi ของตระกูล Z รถเน็กเกตที่พร้อมให้คุณโดดเด่นกว่าใครบนท้องถนน ด้วยไฟหน้า 3 ดวงที่ออกแบบมาใหม่ ให้รูปลักษณ์ที่เข้มยิ่งกว่าเดิม

    Z500 SE จึงเป็นรถจักรยานยนต์ที่สนุกทุกครั้งที่ได้สัมผัส ด้วยน้ำหนักเบา ขับขี่ง่าย พร้อมพละกำลัง เทคโนโลยี และรูปลักษณ์ที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น กับสีใหม่ปี 2026 ที่ดุดันยิ่งกว่าเคยกับสี Golden Blazed Green/ Metallic Carbon Gray/ Ebony สีดำแซมเทาพร้อมแถบสีและวงล้อสีเขียวสุดจี๊ดแบบห้ามใจไว้ไม่อยู่ ด้วยราคาเพียง 219,800 บาท พร้อมคูปองเงินสด 5,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้น 1 1 ปี พร้อมทะเบียน พรบ.

    ทั้ง 2 รุ่น พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ตัวแทนจำหน่ายคาวาซากิอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    https://www.kawasaki.co.th/th/motorcycle/klx230-sherpa
    https://www.kawasaki.co.th/th/motorcycle/z500se

    ติดตามเราได้ที่

    Website: https://www.kawasaki.co.th/
    Facebook: https://www.facebook.com/KawasakiMotorsThailand
    Line OA: @KawasakiTHA หรือ https://lin.ee/ETWncw7
    Youtube: https://www.youtube.com/@kawasakitha
    Instagram: https://www.instagram.com/kawasakitha/


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment