• “โจอัน เมียร์” รั้งท็อป 6 ซ้อมแรก โมโตจีพี ออสเตรีย “ชิพ-นครินทร์” เริ่มต้นดีในศึก โมโตทู สนาม 13

    1 Min Read

    “โจอัน เมียร์” รั้งท็อป 6 ซ้อมแรก โมโตจีพี ออสเตรีย “ชิพ-นครินทร์” เริ่มต้นดีในศึก โมโตทู สนาม 13

    “โจอัน เมียร์” ยอดนักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ออกสตาร์ตในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 13 รายการ ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ ได้ยอดเยี่ยม รั้งท็อป 6 จากการซ้อมครั้งแรก ขณะที่ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ เริ่มต้นได้ดีกับโอกาสลงบิด โมโตทู อีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้ที่ เรดบูล ริง ประเทศออสเตรีย

    ศึก ออสเตรียน กรังด์ปรีซ์ ผ่านการซ้อมครั้งแรกอย่างเป็นทางการ เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยนับเป็นการเริ่มต้นที่ดีของทัพนักบิดฮอนด้า กับรถแข่ง Honda RC213V ที่มีการยกระดับต่อเนื่อง ผลปรากฏว่า เมียร์ เจ้าของหมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี รั้งอันดับ 6 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.853 วินาที ตามด้วยทีมเมทชาวอิตาเลียน อย่าง “ลูก้า มารินี” หมายเลข 10 ในอันดับ 11 ตามหลัง 0.638 วินาที

    ด้าน “โยฮันน์ ซาร์โก” จอมเก๋าชาวฝรั่งเศสเจ้าของหมายเลข 5 จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า จบซ้อมแรกในอันดับ 16 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.410 วินาที

    ส่วนในรุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ปรากฏว่า “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย หมายเลข 41 เริ่มต้นการซ้อมครั้งแรกด้วยการเรียนรู้และทำงานอย่างหนัก รั้งอันดับ 27 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 35.562 วินาที ตามหลังหัวแถว 2.135 วินาที

    ทั้งนี้ การซ้อมครั้งต่อไปในรอบ Practice เพื่อแบ่งกลุ่มการควอลิฟาย จะมีขึ้นในคืนวันศุกร์นี้ ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายและ “สปรินต์เรซ” ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคมนี้ และดวลความเร็วรอบ “เมนเรซ” ในวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคมนี้ เริ่มต้นด้วย โมโตทรี 16.00 น. ต่อด้วย โมโตทู 17.15 น. และปิดท้ายด้วย โมโตจีพี 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #Moto2 #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #IdemitsuHondaTeamAsia #Chip41 #AustrianGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่าส่งโปรโมชันสุดคุ้ม! มอบส่วนลด 20% ชุดแต่ง New YAMAHA PG-1 เลือกมันส์ได้ 3 สไตล์ พร้อมติดตั้งฟรี!

    1 Min Read

    ยามาฮ่าส่งโปรโมชันสุดคุ้ม! มอบส่วนลด 20% ชุดแต่ง New YAMAHA PG-1 เลือกมันส์ได้ 3 สไตล์ พร้อมติดตั้งฟรี!

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ปลุกความสนุกสู่ท้องถนน ให้คุณ Playful ได้ทุกวัน กับชุดแต่ง New YAMAHA PG-1 รุ่นปี 2025 ในสไตล์ที่ใช่  เลือกชุดแต่งสุดเท่ได้ 3 สไตล์ พร้อมส่วนลดพิเศษ 20% และติดตั้งฟรี! ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม ถึง วันที่ 30 กันยายน 2568 นี้

    • City Use – ขี่สนุกทุกวันสุดยูนีค ด้วยตะแกรงหลังและข้างสีดำ พร้อมบังไมล์สีควันบุหรี่ และชุดเชื่อม UBS ในราคาพิเศษเพียง 3,552 บาท (จากปกติ 4,400 บาท)
    • Wanderlust Camper – ลุยได้ทุกเส้นทางกับชุดฝาครอบการ์ด และชุดการ์ดแฮนด์ซ้าย-ขวาสีดำ พร้อมตะแกรงหน้าและตะแกรงหลังบรรทุกของสีดำ ราคาพิเศษเพียง 6,352 บาท (จากปกติ 7,940 บาท)
    • Naughty Tracker – สนุกอย่างมีสไตล์ ด้วยชุดป้ายเบอร์ด้านข้างซ้าย-ขวาสีดำ, ชุดการ์ดแฮนด์ซ้าย-ขวาสีดำ, ชุดบังไมล์สีดำนับเบอร์ 1 และบังโคลนหน้ายกสูงสีดำ ราคาพิเศษเพียง 6,512 บาท (จากปกติ 8,140 บาท)

    พร้อมให้คุณได้สนุกกับการแต่ง New YAMAHA PG-1 ตามสไตล์ของตัวเอง ทั้งในเมือง ลุยทริป หรือสายซิ่ง ในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ โปรโมชันชุดแต่ง New YAMAHA PG-1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม ถึง วันที่ 30 กันยายน 2568 นี้ พบและสัมผัสความมันส์ทุกเดย์เท่ทุกทางของ New YAMAHA PG-1 ได้แล้ววันนี้ที่ Yamaha Square และผู้จำหน่ายยามาฮ่าทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.yamaha-motor.co.th หรือ Facebook: Yamaha Society Thailand

    #ยามาฮ่า #Yamaha #YamahaRevsyourHeart #YamahaSocietyThailand #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ
    #NewYamahaPG1 #PG1 #พีจีวัน #มันส์ทุกเดย์เท่ทุกทาง #EverydayPlayful


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • AGE โชว์ฟอร์มแกร่ง ไตรมาส 2/68 กำไรโตต่อเนื่อง เดินหน้ารุก EV เต็มสปีด – เตรียมเปิดโชว์รูมใหม่ หนุนรายได้เติบโต

    1 Min Read

    AGE โชว์ฟอร์มแกร่ง ไตรมาส 2/68 กำไรโตต่อเนื่อง เดินหน้ารุก EV เต็มสปีด – เตรียมเปิดโชว์รูมใหม่ หนุนรายได้เติบโต

    บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2568 มีกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท เติบโต 163 % เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) สะท้อนภาพรวมธุรกิจหลักที่ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่กลุ่มธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจดีลเลอร์ขายรถไฟฟ้า EV และโลจิสติกส์ ส่งสัญญาณบวกต่อเนื่อง

    นางสาวปณิตา ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2568 ว่าบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 7,608 ล้านบาท ลดลง 5.6 % (YoY)  มีปริมาณการขายถ่านหินรวม 1.9 ล้านตัน โดยบริษัทตั้งเป้าปริมาณการขายทั้งปีที่ 4 ล้านตัน และมีกำไรสุทธิ 128.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147.6% (YoY) ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ พร้อมกับการขยายฐานรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่

    ส่วนผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 4,019 ล้านบาท ลดลง 0.5 % (YoY) เพิ่มขึ้น 12% (QoQ) มีกำไรสุทธิที่ 93 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้:

    1. ธุรกิจถ่านหิน รายได้ไตรมาสนี้อยู่ที่ 2,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% (QoQ) มีปริมาณการขายถ่านหินที่ 1.06 ล้านตัน
    2. ธุรกิจโลจิสติกส์ มีรายได้ 156 ล้านบาท ลดลง 9% (QoQ) โดยบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการขยายบริการสู่ลูกค้านอกกลุ่ม เช่น กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม
    3. ธุรกิจพลังงานยั่งยืน ผ่านการลงทุนใน บมจ.เอเชีย ไบโอแมส (ABM) มีรายได้จากกลุ่มนี้รวม 594ล้านบาท โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ เพื่อปรับปรุงผลการดำเนินการ
    4. ธุรกิจ Low Emission Mobility โดย บริษัท เอจีอี ออโต้ แกลเลอรี่ จำกัด (AAG) ซึ่งดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ โดยมุ่งเน้นตลาดรถยนต์กลุ่ม EV และไฮบริด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยร่วมกับพันธมิตร 4 แบรนด์รถยนต์ได้แก่ Zeekr (ซีเคอร์), Omoda & Jaecoo (โอโมดา แอนด์ แจคู), Chery (เชอรี่) และ Mitsubishi motors (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์แถวหน้า ทั้งนี้ AAG ได้วางแผนขยายการลงทุนก่อสร้าง พร้อมปรับปรุงโชว์รูม และศูนย์บริการหลังการขาย รวม 9 แห่ง ได้แก่ Zeekr House รามอินทรา , Zeekr House พระราม 2 , Omoda & Jaecoo รามคำแหง , Omoda & Jaecoo บางนา , Omoda & Jaecoo รังสิต , Chery รังสิต , Chery พระราม 2 , Chery แจ้งวัฒนะ และ มีแผนปรับปรุงโชว์รูม Mitsubishi สาขารามอินทรา โดยทั้ง 9 โชว์รูมพร้อมเปิดให้บริการภายใน ปี 2568 โดยปัจจุบันได้จัดทำโชว์รูม และศูนย์บริการ ชั่วคราวเพื่อรองรับการเยี่ยมชม และการให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง และมีรายได้จากการปล่อยเช่ารถ taxi EV จำนวน 50 คัน ทำให้ในไตรมาส 2/68 กลุ่มธุรกิจ มีรายได้อยู่ที่ 478 ล้านบาท

    ในปีนี้ บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ และไถ่ถอนหุ้นกู้เดิมก่อนกำหนดครบชำระในเดือน มิถุนายน 2568 และ Turnaround ผลประกอบการของกลุ่มให้กลับมามีกำไรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายของ AGE ที่จะยกระดับความสามารถของกลุ่มในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการธุรกิจถ่านหินเดิม และเพิ่มการลงทุนในธุรกิจยั่งยืนอย่างปลอดภัย และคาดว่าจะทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจยั่งยืน จะอยู่ที่ประมาณ 30-35% ในปีนี้ และตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจยั่งยืนที่ 50% ในปี 2573 นางสาว ปณิตา กล่าว


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Porsche Macan ครองยอดขายครึ่งปีแรก กว่า 60% เป็นรุ่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

    1 Min Read

    Porsche Macan ครองยอดขายครึ่งปีแรก กว่า 60% เป็นรุ่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

    ปอร์เช่เดินหน้าขยายตลาดยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 โดยระหว่างเดือนมกราคม ถึง มิถุนายน ปอร์เช่ส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าทั่วโลกทั้งสิ้น 146,391 คัน เพิ่มขึ้นในกลุ่มยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าเป็น 36.1% (เพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 23.5% และรถปลั๊กอินไฮบริด 12.6% ปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) เป็นรุ่นที่เติบโตสูงสุดในบรรดารถยนต์ทั้ง 6 รุ่นของปอร์เช่ ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 15% ขณะที่  พานาเมร่า (Panamera)  ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจเช่นกัน ด้วยอัตราการเติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ภูมิภาคอเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของปอร์เช่ ด้วยยอดส่งมอบ 43,577 คัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ถือเป็นสถิติสูงสุดของภูมิภาคในช่วงครึ่งปี ขณะที่กลุ่มตลาดนอกยุโรปและตลาดเกิดใหม่ (Overseas and Emerging Markets) ก็ทำลายสถิติยอดส่งมอบสูงสุดเช่นกัน ด้วยจำนวน 30,158 คัน

    อเมริกาเหนือ ตลาดนอกยุโรป รวมถึงตลาดเกิดใหม่ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง

    ภูมิภาคอเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของปอร์เช่ ด้วยยอดส่งมอบ 43,577 คันในครึ่งปีแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2024 ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดในประวัติศาสตร์ครึ่งปีของภูมิภาคนี้ การเติบโตดังกล่าวเกิดจากการที่มีรถยนต์พร้อมจำหน่ายมากขึ้นในตลาด และการคงราคาขายในช่วงครึ่งปีแรก ท่ามกลางสถานการณ์ภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดนอกยุโรปและตลาดเกิดใหม่ (Overseas and Emerging Markets) ก็มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งเช่นกัน โดยมียอดส่งมอบรวม 30,158 คัน เพิ่มขึ้น 10% ทำสถิติสูงสุดใหม่ของภูมิภาค

    ในยุโรป (ไม่รวมเยอรมนี) ปอร์เช่ส่งมอบรถยนต์ 35,381 คันในช่วงหกเดือนแรกของปี ลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนในตลาดเยอรมนีซึ่งเป็นบ้านเกิดของแบรนด์ มียอดส่งมอบ 15,973 คัน ลดลง 23% โดยสาเหตุหลักของการลดลงในทั้ง 2 ภูมิภาค มาจากฐานยอดขายที่สูงผิดปกติในปีก่อน ซึ่งมีคำสั่งซื้อที่ตกค้างจากปี 2023

    ปอร์เช่ส่งมอบรถยนต์ 21,302 คันในประเทศจีน ซึ่งลดลง 28% โดยมีสาเหตุหลักจากสภาพตลาดที่ยากลำบาก โดยเฉพาะในกลุ่มรถหรู และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดจีน ปอร์เช่ยังคงเน้นกลยุทธ์การขายแบบเน้นคุณค่า เพื่อรักษาสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน โดยรวมแล้ว ปอร์เช่มียอดส่งมอบทั่วโลกลดลง 6% ในครึ่งปีแรกเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายในแต่ละภูมิภาคยังคงกระจายตัวอย่างเหมาะสม

    มาคันน์ครองแชมป์รุ่นขายดีที่สุดในครึ่งปีแรก

    ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 ปอร์เช่ส่งมอบมาคันน์ให้แก่ลูกค้าทั่วโลกทั้งสิ้น 45,137 คัน เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเกือบ 60% ของจำนวนนี้ หรือ 25,884 คัน เป็นรุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ส่วนในตลาดนอกสหภาพยุโรป ยังคงมีการจำหน่ายรุ่นเครื่องยนต์สันดาป โดยมียอดส่งมอบ 19,253 คัน ขณะที่    พานาเมร่าก็สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นเช่นกัน ด้วยยอดส่งมอบ 14,975 คัน เติบโตขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

    ยอดส่งมอบของไอคอนแห่งรถสปอร์ต ปอร์เช่ 911 อยู่ที่ 25,608 คัน ลดลง 9% โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายของรุ่นก่อนหน้าที่สูงผิดปกติในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และการทยอยเปิดตัวรุ่นย่อยของโมเดลใหม่

    718 บ็อกซเตอร์ (718 Boxster) และ 718 เคย์แมน (718 Cayman) มียอดส่งมอบรวม 10,496 คัน ลดลง 12% ซึ่งเกิดจากข้อจำกัดเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในสหภาพยุโรป โดยปอร์เช่เตรียมยุติการผลิต 718 รุ่นปัจจุบันในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ส่วนไทคานน์ (Taycan) ส่งมอบไปแล้ว 8,302 คัน ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับคาเยนน์ (Cayenne) มียอดส่งมอบ 41,873 คัน ลดลง 23% ส่วนหนึ่งเนื่องจากฐานยอดขายที่สูงในช่วงเดียวกันของปีก่อน

    แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) กล่าวว่า “เราคาดว่าในครึ่งปีหลัง สถานการณ์ตลาดยังคงท้าทายต่อเนื่อง นั่นจึงยิ่งทำให้ความร่วมมือกับทีมขายในแต่ละภูมิภาคมีความสำคัญยิ่ง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ตามกลยุทธ์ ‘คุณค่ามาก่อนปริมาณ’ (Value over Volume) ซึ่งเรามั่นใจว่าไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่เกือบทั้งหมดของเราในตอนนี้ จะตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านระบบขับเคลื่อนและอุปกรณ์”

    PORSCHE AG

    การส่งมอบ

    มกราคม – มิถุนายน
    2024 2025 ความแตกต่าง
    ทั่วโลก 155,945 146,391 -6%
    เยอรมนี 20,811 15,973 -23%
    อเมริกาเหนือ 39,558 43,577 +10%
    จีน 29,551 21,302 -28%
    ยุโรป (ยกเว้นเยอรมนี) 38,611 35,381 -8%
    ตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่ 27,414 30,158 +10%

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ปอร์เช่เปิดตัว 911 Cup ใหม่ – สมรรถนะเหนือชั้นยิ่งขึ้นสำหรับรถแข่งวันเมครุ่นยอดนิยม

    1 Min Read

    ปอร์เช่เปิดตัว 911 Cup ใหม่ – สมรรถนะเหนือชั้นยิ่งขึ้นสำหรับรถแข่งวันเมครุ่นยอดนิยม

    ปอร์เช่ (Porsche) เผยโฉม 911 Cup รุ่นใหม่ล่าสุด รถแข่งวันเมคคัพที่พัฒนาสำหรับการแข่งขัน ปอร์เช่ โมบิล 1 ซูเปอร์คัพ (Porsche Mobil 1 Supercup) และ คาร์เรร่า คัพ (Carrera Cup) และรายการอื่น ๆ ที่ปอร์เช่ รับรอง 911 Cup รุ่นใหม่นี้พร้อมลงแข่งตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2026 เป็นต้นไป รถรุ่นนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่นก่อน ด้วยการปรับปรุงในรายละเอียดในหลายจุด เน้นเพิ่มสมรรถนะ ลดต้นทุนการดูแลรักษา และทำให้ควบคุมง่ายขึ้นสำหรับทั้งนักแข่งและทีมช่าง ด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบ 4.0 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศ ให้พลังสูงสุด 382 กิโลวัตต์ (520 แรงม้า) เพิ่มขึ้น 10 แรงม้า

    ปอร์เช่เปิดตัวรถแข่งรุ่นใหม่ในตระกูล 911 สำหรับรายการวันเมคคัพและซีรีส์ต่าง ๆ อย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ 911 คัพ (911 Cup) การตั้งชื่อนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับมาตรฐานการตั้งชื่อรถแข่งลูกค้าของปอร์เช่ให้ชัดเจนและเป็นหนึ่งเดียว โดยต่อไปรถแข่งที่จะใช้ในรายการแข่งขันแบบเปิดยี่ห้อ หรือในเซ็กเมนต์เฉพาะ จะใช้ชื่อตามท้ายด้วย “GT” ตามด้วยหมายเลข เหมือนเช่น 911 จีที 3 อาร์ (911 GT3 R) รุ่นใหม่ ที่เปิดตัวพร้อมกันในวันนี้ โดย 911 คัพ รุ่นใหม่นี้พัฒนามาจากรถสปอร์ต 911 จีที รุ่นที่สามารถวิ่งบนถนนได้จริง และผลิตพร้อมกับรถรุ่นมาตรฐานที่โรงงานหลักของปอร์เช่ในเมืองซุฟเฟนเฮาเซน ซึ่งแนวทางนี้พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ตั้งแต่เริ่มสายการผลิตปลายปี 2020 จนถึงปัจจุบัน ปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต (Porsche Motorsport) ผลิต 911 จีที 3 คัพ (911 GT3 Cup) รุ่นปัจจุบันไปแล้ว 1,130 คัน และหากนับรวมทั้งหมดปอร์เช่ได้ผลิตรถแข่ง 911 สำหรับการแข่งขันวันเมคเรซมาแล้วถึง 5,381 คัน

    โทมัส เลาเดนบัค (Thomas Laudenbach) รองประธานฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “เช่นเดียวกับรุ่นที่ประสบความสำเร็จในอดีต 911 คัพ ใหม่ยังคงก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วยการผสานชิ้นส่วนจากรถสปอร์ต
    จีที รุ่นใช้บนถนนเข้ากับเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง จนกลายเป็นรถแข่งที่มีสมรรถนะสูงและมีคอนเซ็ปต์ที่ลงตัว การขับ 911 คัพ ถือเป็นความท้าทายเสมอ และเราต้องการให้เป็นเช่นนั้นต่อไป เพราะมันยังเป็นเวทีฝึกฝนฝีมือให้กับนักแข่งเยาวชน ปอร์เช่ จูเนียร์ (Porsche Junior) อีกด้วย ความสำเร็จของแนวคิดนี้พิสูจน์ได้จากชัยชนะนับไม่ถ้วนทั้งในระดับสนามและแชมป์เปี้ยนชิพมากมาย”

     

    ไมเคิล ไดรเซอร์ (Michael Dreiser) ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต กล่าวเสริมว่า

    “รถแข่งคัพที่พัฒนาจาก 911 คือหนึ่งในรถแข่งที่ขายดีที่สุดในโลก ร่วมกับ 718 จีที 4 อาร์เอส คลับสปอร์ต (718 GT4 RS Clubsport) มันคือรากฐานสำคัญของลำดับขั้นในมอเตอร์สปอร์ตของเรา และถูกใช้ทั่วโลกในซีรีส์วันเมคคัพ ความสำเร็จของรุ่นนี้ยังไปไกลกว่านั้นมาก เคล็ดลับอยู่ที่ ‘สมรรถนะที่รอบด้าน’ รถคัพ สามารถทำผลงานโดดเด่นได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในการแข่งเอ็นดูรานซ์ (Endurance Races) รายการจีที แบบเปิด และการแข่งขันอีกนับไม่ถ้วน”

    โครงสร้างตัวถัง: ดีไซน์ใหม่ ปรับอากาศพลศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น

    911 คัพ รุ่นใหม่นี้โดดเด่นจากรุ่นก่อนทันทีที่มองเห็น โดยเฉพาะด้านหน้าที่สะท้อนเส้นสายของ 911 จีที 3 เจเนอเรชัน 992.2 ได้อย่างชัดเจน สปอยเลอร์หน้าถูกออกแบบเป็น 3 ชิ้นแยก ทำให้เมื่อเกิดการกระแทกสามารถเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสียหายได้ ลดทั้งค่าบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งของชิ้นส่วนอะไหล่ การตัดไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลต์ออกก็เพื่อเหตุผลเดียวกัน ลดความเสี่ยงต่อการทำให้หม้อน้ำด้านหลังเสียหายเมื่อเกิดการชน และไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยน

    ซุ้มล้อถูกออกแบบให้มีช่องระบายอากาศแบบบานเกล็ด เพื่อช่วยไหลเวียนลมผ่านซุ้มล้อ และสร้างแรงกดอากาศเพิ่มที่เพลาหน้า ร่วมกับแผงใต้ท้องรถที่ปรับให้ลู่ลมยิ่งขึ้น (เหมือนในรุ่นมาตรฐานที่ใช้ขับขี่บนถนน) เพื่อเสริมเสถียรภาพในการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีแผงบังคับทิศทางลม (turning vanes) หลังซุ้มล้อหน้าเพื่อจัดการการไหลของอากาศให้ดียิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ช่วยให้เพลาหน้าตอบสนองแม่นยำ โดยเฉพาะในความเร็วสูง ทำให้ผู้ขับสามารถเล็งมุมเข้าโค้งได้คมกว่าเดิม

    ด้านหลังของ 911 คัพ ถูกออกแบบใหม่หมดให้ดุดันกว่าเดิม ปีกหลังแบบ swan-neck ปรับการเชื่อมกับขาตั้งใหม่ ทำให้ปรับตำแหน่งและจัดการได้ง่ายขึ้น ฝาครอบห้องเครื่องก็ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด เช่นเดียวกับชิ้นส่วนตัวถังเกือบทั้งหมด (รวมถึงประตู) ที่ทำจากผ้าคาร์บอนรีไซเคิลผสมเรซินชีวภาพ ตัวผ้าคาร์บอนนี้ได้มาจากกระบวนการผลิตอื่น นอกจากช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยควบคุมราคาชิ้นส่วนอะไหล่ให้นิ่งขึ้นด้วย

    เครื่องยนต์: ขุมพลังแข่งที่พัฒนาจนใกล้เคียงกับ 911 จีที 3 มากขึ้น

    911 คัพ ยังคงใช้เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ สามารถทำความเร็วรอบได้สูง และไร้ระบบอัดอากาศ (NA) ความจุ 4.0 ลิตร ให้เสียงที่ทรงพลัง ดุดันเร้าใจ พัฒนามาจากเครื่องของปอร์เช่ 911 จีที 3 รุ่นที่ใช้บนท้องถนน สำหรับรุ่นแข่งใหม่นี้มีกำลัง 382 กิโลวัตต์ (520 แรงม้า) พร้อมอัปเกรดชิ้นส่วนจากเครื่องรุ่นผลิตบนท้องถนน เช่น ลิ้นปีกผีเสื้อแยกแต่ละสูบที่ปรับการไหลของอากาศให้ดียิ่งขึ้น และเพลาลูกเบี้ยวที่ขยายระยะเวลาเปิดวาล์ว ทำให้ไม่ต้องใช้ลิ้นปีกผีเสื้อตรงกลางอีกต่อไป และสามารถติดตั้งตัวจำกัดอากาศ (Air Restrictor) เพื่อเข้าร่วมแข่งในรายการมอเตอร์สปอร์ตอื่นได้ แม้กำลังเพิ่มขึ้น 10 แรงม้า แต่ยังคงทนทาน ใช้งานได้ถึง 100 ชั่วโมงในสนามก่อนรับการซ่อมบำรุงใหญ่ และมีชุดท่อไอเสียให้เลือก 3 แบบ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎควบคุมเสียงที่แตกต่างกันตามสนามและประเทศ

    ระบบส่งกำลังอัปเกรดเป็นคลัตช์แข่งโลหะ 4 แผ่น ที่แข็งแรงกว่าเดิม รับหน้าที่ส่งกำลังไปยังเกียร์ 6 จังหวะ การอัปเกรดนี้ทำให้เพิ่มรอบเครื่องขณะออกตัวจากเดิมที่จำกัดไว้ 6,500 รอบ/นาที ทำให้เสียงเครื่องตอนสตาร์ทเร้าใจยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันสตาร์ทเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งจะทำงานทันทีเมื่อผู้ขับเหยียบคลัตช์หลังจากรถดับโดยไม่ได้ตั้งใจ และเพิ่มระบบไฟเบรกกระพริบ (stroboscope) เพื่อเตือนรถคันหลังในช่วงออกสตาร์ท แทนการใช้ไฟฉุกเฉินแบบเดิม

    ระบบเบรก: ประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้ทนนานกว่าเดิม

    ระบบเบรกของ 911 คัพ ถูกปรับปรุงครั้งใหญ่ ด้านหน้าใช้จานเบรกขนาด 380 มม. หนาขึ้นจาก 32 มม. เป็น 35 มม. ทำให้มีช่องระบายอากาศภายในที่ใหญ่ขึ้น ระบายความร้อนได้ดีขึ้น การปรับนี้เกิดจากการย้ายหม้อน้ำหลักไปไว้ด้านหลัง ทำให้สามารถนำลมเย็นเข้าสู่ระบบเบรกจากด้านหน้ากลางของตัวรถได้โดยตรง นอกจากนี้ยังลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของส่วนยึดจานเบรก (Brake Disc Hat) เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสระหว่างจานเบรกกับผ้าเบรก ส่งผลให้หยุดรถได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยผ้าเบรกที่กว้างขึ้น คงความทนทานในการแข่งระยะไกล และยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนแต่ละชิ้นได้อย่างชัดเจน

    ระบบ ABS สำหรับแข่ง Bosch M5 จะติดตั้งมาให้จากโรงงานทุกรุ่น 911 คัพ มาพร้อมการประมวลผลข้อมูลที่แม่นยำขึ้น รับสัญญาณจากเซนเซอร์ตรวจจับอัตราเร่งรุ่นใหม่ที่สามารถอ่านข้อมูลได้ละเอียดกว่าเดิม ซอฟต์แวร์ยังสามารถแจ้งเตือนเมื่อมีการรั่วในระบบเบรกทั้งสองวงจร อีกทั้งถังน้ำมันเบรกถูกขยายขนาดเพื่อรองรับการแข่งระยะไกล

    จุดหยุดของพวงมาลัยก็ได้รับการปรับให้หมุนได้มุมกว้างขึ้น ทำให้เลี้ยวในโค้งแคบหรือถนนในเมืองได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ผู้ขับควบคุมรถขณะโอเวอร์สเตียร์ได้ดีขึ้นอีกด้วย

    ห้องโดยสาร: ควบคุมง่ายขึ้นทั้งในสนามและขณะเข้าพิต

    พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันรุ่นใหม่ของ 911 คัพ ถูกออกแบบให้ดูหรูขึ้นและใช้งานง่ายขึ้น ปุ่มปรับแบบหมุนตรงกลางใช้สำหรับตั้งค่าระดับการทำงานของ ABS และระบบควบคุมการลื่นไถล (Traction Control) ปุ่มควบคุมที่มีไฟสีส่องสว่างถูกออกแบบใหม่เพื่อให้มองเห็นป้ายกำกับได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    แผงควบคุมหลักข้างเบาะคนขับยังคงอยู่ในตำแหน่งที่เอื้อมถึงง่าย แม้ขณะกำลังแข่ง จากเดิม 10 ปุ่มเหลือเพียง 8 ปุ่ม ปุ่มขวาล่างใช้เปิดหน้าเมนูเสริมบนจอแสดงผล เพื่อปรับการตั้งค่ารายละเอียดต่าง ๆ ได้จากในรถ เช่น ความเร็วในเลนพิต (Pit Lane Speed), การจูนเสียงไอเสีย (Exhaust Mapping) และการรีเซ็ตองศาพวงมาลัย โดยไม่ต้องเสียเวลาต่อคอมพิวเตอร์ ทำให้ทีมงานทำงานได้ง่ายขึ้น ภายในคานประตูยังเพิ่มแผ่นโฟมเสริมเพื่อปกป้องแขน ขา และเท้าของผู้ขับมากขึ้น

     

    แมตเธียส ชูลซ์ (Matthias Scholz) ผู้อำนวยการฝ่ายรถแข่งจีที กล่าวว่า 911 คัพ ใหม่ มีความโดดเด่นเพราะเราลงรายละเอียดในทุกจุด มันแข็งแกร่งขึ้น เร็วขึ้น แต่ก็ใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น อายุการใช้งานชิ้นส่วนยังคงเดิม หรือบางชิ้นก็ทนขึ้นแม้สมรรถนะสูงขึ้น วัสดุบางส่วนถูกแทนที่ด้วยชิ้นงานที่มีองค์ประกอบของวัสดุรีไซเคิล ห้องโดยสารถูกปรับให้ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมที่รองรับการแข่งขันหลายรูปแบบ”

    ระบบอิเล็กทรอนิกส์: ฟังก์ชันเสริมที่ใช้งานได้จริง

    ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่อัปเกรดใหม่ใน 911 คัพ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ได้ดีขึ้น ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS) แสดงอุณหภูมิของลมยางบนหน้าปัดกลางได้ทันที เสาอากาศ GPS ที่ทรงพลังขึ้นมากเข้ามาแทนที่ระบบอินฟราเรดเดิม เพื่อใช้เก็บข้อมูลรอบเวลาและตำแหน่งรถได้แม่นยำยิ่งขึ้น ฟีเจอร์ยอดนิยมจากรุ่นพี่ 911 จีที 3 อาร์ ถูกนำมาใช้ เช่น การวัดรอบเวลาขณะวิ่งผ่านเลนพิต และฟังก์ชัน pre-kill” ที่ช่วยปิดเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่งในช่วงพักเข้าพิต นอกจากนี้ ยังมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ คอยตรวจสอบระดับพลังงานของแบตเตอรี่ 9 โวลต์ ที่ใช้ในชุดปล่อยสารดับเพลิงด้วย

    ในการพัฒนา 911 คัพ ทางปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต ร่วมมือกับ มิชลิน (Michelin) เพื่อสร้างยางรุ่นใหม่สำหรับรถแข่งวันเมคคัพ โดยทดสอบจริงในสนามระดับโลก ได้แก่ สนามอิตาเลียนกรังด์ปรีซ์ที่มอนซา สนามเลาซิทซ์ริงที่เยอรมนี และสนามทดสอบภายในของปอร์เช่ ที่ศูนย์พัฒนาไวส์ซาค โดยมีอดีตนักแข่ง ปอร์เช่ จูเนียร์ 3 คน คือ บาสเตียน บุส, ลอริน ไฮน์ริช, และเคลาส์ บัคเลอร์ ร่วมกับนักแข่งมืออาชีพมากประสบการณ์ มาร์โก ซีฟรีด ขับทดสอบ

    ติดตามความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์และภาพจากสนามแข่งทั่วโลกของ Porsche Motorsport ได้ทาง X (@PorscheRaces), WhatsApp (Porsche Motorsport) และ Instagram (@porsche.motorsport)


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทะยานสู่อนาคตกับขบวนยนตรกรรมพลังงานใหม่ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี! ‘Next Drive Auto Show’ ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต ครบทั้งไฮบริดและอีวี

    1 Min Read

    ทะยานสู่อนาคตกับขบวนยนตรกรรมพลังงานใหม่ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี! ‘Next Drive Auto Show’ ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต ครบทั้งไฮบริดและอีวี

    บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด  (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ร่วมกับ บริษัท ทีที เอเบิ้ล จำกัด จัดงาน “Next Drive Auto Show” ครั้งแรกกับมหกรรมแสดงยนตรกรรมพลังงานทางเลือกครบวงจร ทั้ง Electric, Hybrid, Plug-in Hybrid และพาหนะพลังงานใหม่ อาทิ E-Motorcycle, E-Bike, E-Scooter จากหลากหลายแบรนด์ดัง  รวบรวมที่สุดแห่งเทคโนโลยียานยนต์สะอาดและนวัตกรรมแห่งอนาคตไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมเป็นเวทีแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสร้างโอกาสเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ระหว่างวันที่ 20–26 สิงหาคม 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1

    ไฮไลต์ภายในงาน พบกับ Exclusive Preview 6 EV สุดล้ำ รวมรถรุ่นพิเศษและรับชมรถรุ่นใหม่ล่าสุดก่อนใคร อาทิ

    • Chery iCar V23 รถไฟฟ้าสไตล์ Retro-Rugged SUV สุดเท่
    • Zeekr 7X SUV พรีเมียมไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ
    • Hyundai All-New Santa Fe โฉมใหม่ SUV 3 แถว 6 ที่นั่ง เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย
    • Range Rover PHEV LWB Autobiography SUV สุดหรูพลังงานทางเลือก
    • Volvo Ex90 SUV ไฟฟ้า ที่มีระบบความปลอดภัยขั้นสูง และเทคโนโลยีล้ำสมัย​
    • MERCEDES-BENX EQE 300 EV ระดับลักชัวรี ดีไซน์หรู และฟีเจอร์อัจฉริยะครบ​
    • Land Rover Defender ตำนาน SUV ผสานเทคโนโลยีทันสมัย

    พร้อมรถไฮไลต์อื่นๆ กว่า 10 รุ่น และแบรนด์ชั้นนำทั้งพรีเมียม & Future Mobility อาทิ Mercedes-Benz, Volvo, Lexus, Porsche, Land Rover, Toyota, Hyundai, Zeekr, Chery, Kia, Mitsubishi, Deepal, Denza และอีกมากมาย

    โปรโมชันสุดคุ้ม เฉพาะในงานเท่านั้น อาทิ ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 72 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีของแถมพิเศษจากหลากหลายแบรนด์ และดีลพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น Toyota ดาวน์ 0 บาท ฟรีประกันภัย Zeekr ดอกเบี้ย 0% + ประกันภัย 3 ปี Land Rover รับ Trail Pack และส่วนลดโรงแรมทั่วโลก Deepal ฟรีโฮมชาร์จ + ประกันภัย + ของแถม Monowheel & Auto1 ส่วนลดอุปกรณ์และบริการรถยนต์สูงสุดกว่า 50% โซนอุปกรณ์ตกแต่งและบริการครบวงจร พบกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Monowheel Auto1 โชคดีทะเบียน และอื่น ๆ อีกมากมาย

    ติดตามความเคลื่อนไหวของเซ็นทรัลพัฒนา คลิก  https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/lifestyle-activities


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ฮอนด้าชวนลูกค้า Honda e:HEV สมัครร่วมทริป “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ”ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ 15 ส.ค. – 14 ก.ย. 68

    2 Min Read

    ฮอนด้าชวนลูกค้า Honda e:HEV สมัครร่วมทริป “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ”ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เลือกเส้นทางเพื่อ Drive อย่างใจอยาก จะล่องใต้หรอยแรง หรือ แอ่วเหนือม่วนใจ๋ ก็ฟินสุด ๆ สมัครด่วนทาง LINE Honda Thailand Official Account ตั้งแต่ 15 ส.ค. – 14 ก.ย. 68

    ห้ามพลาด! ทริปสุด Exclusive สำหรับครอบครัว Honda e:HEV เที่ยวฟรีสุดฟินกับรถยนต์ e:HEV คู่ใจ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ Honda e:HEV ทุกรุ่น ได้แก่ City e:HEV, City Hatchback e:HEV, Civic e:HEV, Accord e:HEV, HR-V e:HEV และ CR-V e:HEV สมัครเข้าร่วมทริปสุด Exclusive “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ” ออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์แห่งธรรมชาติ บน 2 เส้นทางเหนือ-ใต้ จำนวน 18 คัน/ทริป ให้คุณเลือกปักหมุดทริปที่ใช่ได้อย่างใจอยากในสไตล์คุณ ลุยชิล ๆ ทุกเส้นทางกับรถ e:HEV ที่สมรรถนะเร้าใจ ขับขี่ได้ไกล ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม
    โดยสามารถสมัครเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม และเลือกเดินทางเพียงทริปใดทริปหนึ่ง  ดังนี้

    • ทริปที่ 1 Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – ล่องใต้ไปนครศรีธรรมราช วันที่ 25–28 กันยายน 2568

    แลเมืองคอน ออกเดินทางสู่เมืองแห่งศิลป์และวัฒนธรรมริมอ่าวไทย ชื่นชมมรดกโลก สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย และลิ้มรสอาหารพื้นบ้านใต้แท้ ๆ พร้อมทะเลสวย ฟ้าใส และบรรยากาศชวนฝัน

    • ทริปที่ 2 Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – แอ่วเหนือไปเมืองน่าน วันที่ 2–5 ตุลาคม 2568

    แอ่วเหนือแบบสโลว์ไลฟ์ สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองเก่าท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก ดื่มด่ำธรรมชาติแสนสงบ และค้นพบความงดงามของวิถีล้านนาที่อบอุ่นและเรียบง่าย

    มาร่วมชาร์จพลังชีวิต ไปกับ Honda e:HEV – The Exciting Hybrid Drive ดั่งใจ ให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำไปพร้อมกับฮอนด้า! ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ วันที่ 15 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568 เพียงทำตามกติกาขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

     

    1. ถ่ายรูปเก๋ ๆ หรือวิดีโอสั้นกับ Honda e:HEV คันโปรด ที่จะใช้ร่วมทริป
    2. เขียนแคปชันให้ปัง! ว่า “Honda e:HEV ของคุณ Drive ดั่งใจ เพราะอะไร?”
      เช่น “Honda City e:HEV Drive ดั่งใจ เพราะคล่องตัวทุกซอย ซิ่งหน่อยก็ยังนุ่มนวล”
    3. โพสต์ลง Facebook Instagram หรือ TikTok ส่วนตัว พร้อมเปิดโพสต์เป็น สาธารณะ
    4. ติดแฮชแท็กให้ครบ! #eHEVDriveดั่งใจ #HondaWeAreFamily #HondaThailand
    5. แคปโพสต์ของคุณ จากนั้นลงทะเบียนร่วมกิจกรรมผ่าน LINE Official Account: Honda Thailand โดยคลิก “Event & Activity” แล้วเลือกหัวข้อ “สมัครร่วมทริป Honda e:HEV Drive ดั่งใจ” แนบภาพที่แคป แล้วเลือกทริปที่ใช่ ว่าจะแอ่วเหนือม่วนใจ๋ที่น่าน หรือล่องใต้ที่นครศรีธรรมราช พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
    6. ผู้ที่ทำตามกติกาและตอบคำถามได้โดนใจคณะกรรมการมากที่สุด จำนวน 18 ท่าน/ทริป จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมทริป Honda e:HEV Drive ดั่งใจ 1 สิทธิ์ เท่ากับ 2 ท่าน (เจ้าของรถ Honda e:HEV 1 ท่าน พร้อมผู้ติดตาม 1 ท่าน)

    ทำครบตามนี้ รอลุ้นได้เลยว่าคุณจะได้ไป “Drive” ดั่งใจแอ่วเหนือหรือล่องใต้! ฮอนด้าก็จัดให้อย่างที่ใจอยาก!

    • ระยะเวลาสมัครร่วมกิจกรรม: วันที่ 15 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568
    • ประกาศผล: วันที่ 18 กันยายน 2568 ทาง LINE VOOM และ Facebook Honda Thailand Official Account

    เงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจกรรม “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ”

    • เป็นเจ้าของรถยนต์ Honda e:HEV รุ่นใดก็ได้ และต้องมีเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของรถยนต์
    • มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ในวันเข้าร่วมกิจกรรม
    • มีใบอนุญาตขับขี่ ที่ยังไม่หมดอายุจนถึงวันเข้าร่วมกิจกรรม
    • สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ วันที่ 15 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568 ทาง Honda Thailand LINE Official Account โดยผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมสามารถเลือกเดินทางได้เพียง 1 ทริปเท่านั้น คือ
      –  ทริปที่ 1: “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – ล่องใต้ไปนครศรีธรรมราช”
      เดินทางจากกรุงเทพฯ ปลายทางจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 25-28 กันยายน 2568
      หรือ
      –  ทริปที่ 2: “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – ม่วนเหนือไปเมืองน่าน”
      เดินทางจากกรุงเทพฯ ปลายทางจังหวัดน่าน วันที่ 2-5 ตุลาคม 2568
    • ร่วมสนุกโดยถ่ายภาพของคุณคู่กับรถยนต์ Honda e:HEV คู่ใจที่จะใช้ร่วมทริปกิจกรรม Honda e:HEV Drive ดั่งใจ” และเขียนแคปชันว่า Honda e:HEV ของคุณ Drive ดั่งใจ เพราะอะไร?” โพสต์ลง Facebook Instagram หรือ TikTok ส่วนตัวของคุณ เปิดเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮซแท็ก #eHEVDriveดั่งใจ #HondaWeareFamily #HondaThailand จากนั้นแคปโพสต์ทางโซเซียลของคุณ และเข้าไปที่ Honda Thailand LINE Official Account แนบรูปแคปโพสต์ทางโซเซียลของคุณ พร้อมกรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน
    • คณะกรรมการจะดำเนินการคัดเลือกลูกค้าผู้โชคดีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ในวันที่ 18 กันยายน 2568 ผ่าน LINE VOOM และ Facebook Honda Thailand Official Account
    • เกณฑ์การตัดสินของคณะกรรมการจะพิจารณาจากภาพถ่ายและเนื้อหาของข้อความเป็นสำคัญ โดยผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด และสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ทำผิดกติกา
    • ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ต้องเดินทางโดยใช้รถยนต์ Honda e:HEV ของท่าน และสามารถพาผู้ติดตามมาร่วมกิจกรรมได้อีก 1 ท่าน (1 สิทธิ์ = 2 ท่าน)
    • ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมยอมรับและเข้าใจเงื่อนไขในการสมัคร และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้สมัครที่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
    • ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ยินยอมให้ทางบริษัทฯ เผยแพร่รูปถ่ายและวิดีโอจากกิจกรรม เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจทั้งในปัจจุบันและ/หรือในอนาคตตามที่เห็นสมควร
    • ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รับทราบและตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดรวมถึงเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ข้างต้นทุกประการก่อนการสมัคร และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการสมัคร โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    • พนักงาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่าย และพนักงานของผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้
    • ไม่สามารถโอนสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมให้กับผู้อื่นได้ และของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
    • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ความรับผิดชอบต่อความเสียหายและการสูญเสียจากการร่วมกิจกรรม
    • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-341-7777

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ฮอนด้าเปิดศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริง  “The M.O.V.E. by Honda” Immersive Experience Center แห่งแรกในไทย เปิดประตูสู่อนาคตแห่งการเดินทาง ภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy”

    1 Min Read

    ฮอนด้าเปิดศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริง  The M.O.V.E. by Honda” Immersive Experience Center แห่งแรกในไทย เปิดประตูสู่อนาคตแห่งการเดินทาง ภายใต้แนวคิด Sense the Synergy”

    บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว The M.O.V.E. by Honda” ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ณ EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE

    ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคต ผ่านทั้ง 5 ประสาทสัมผัสในโซนมัลติเซนซอรีที่ผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับอารมณ์ ความรู้สึก และวิถีแห่งความยั่งยืนได้อย่าง กลมกลืนภายใต้แนวคิด Sense the Synergy”

    โซนทางเข้า และ Dream Sphere

    เริ่มต้นที่โซนทางเข้าด้วยการเช็กอินแบบอินเทอร์แอคทีฟที่พาผู้เข้าชมสัมผัสปรัชญาของฮอนด้าซึ่งยึด “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เป็นหัวใจสำคัญมาอย่างยาวนาน มุ่งเน้นทั้งความพึงพอใจ ของลูกค้า ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ

    ถัดจากโซนทางเข้า ผู้เข้าชมจะได้ก้าวเข้าสู่ Dream Sphere — ห้องจัดแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบ 360 องศา ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของฮอนด้าตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันและอนาคต  ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเส้นทางแห่งความฝันและความท้าทายตั้งแต่วันก่อตั้งไปจนถึงทศวรรษข้างหน้า พร้อมเชื่อมโยงถึงจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย และเหตุการณ์สำคัญที่ได้หล่อหลอมเส้นทางของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน

    Future Ride

    ในโซนนี้ ผู้เข้าชมจะได้ชมภาพแห่งอนาคตของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ผ่านเครื่องจำลองการขับขี่อัจฉริยะที่มอบประสบการณ์แห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด ภายใต้ธีม Expected Life. Unexpected Discoveries.” ที่ชวนให้ก้าวข้ามความคุ้นเคย ไปค้นพบประสบการณ์และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในโลกของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

    Future Mobility

     

    ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของฮอนด้าสู่ New Mobility Ecosystem” หรือระบบนิเวศการเดินทางยุคใหม่ ที่ผสานยานยนต์อนาคตให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ เปิดโอกาสให้ผู้คนเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและเพิ่มความหลากหลายในการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น ภายในโซน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเครื่องจำลองเสมือนจริงแบบ 360 องศา พาเหินฟ้าจากกรุงเทพฯ สู่พัทยาเสมือนกำลังเดินทางจริง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ว่าการเดินทางแห่งอนาคตอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด

    ความเป็นอิสระในการเคลื่อนไหวเหล่านี้ได้สะท้อนถึงพันธกิจของฮอนด้าในการสร้างการเดินทางที่ชาญฉลาด ยั่งยืน และสนุกยิ่งขึ้น พร้อมขยับความฝันด้านการเคลื่อนไหวของฮอนด้า ให้เข้าใกล้ความจริงด้วยการผสมผสานความสะดวกสบายเข้ากับความเพลิดเพลินได้อย่างลงตัว

    Future Drive

    ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของฮอนด้าในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับโลกแห่งการเดินทาง จากความฝันในการ “รังสรรค์นิยามใหม่แห่งการขับเคลื่อน” มาสู่ความจริง เปลี่ยนภาพจำของรถยนต์ไฟฟ้าจาก “Thick and Heavy” เป็น Thin, Light and Wise” ไม่ใช่เพียงแค่ยานยนต์ไฟฟ้า แต่รวมถึงนวัตกรรมที่มอบประสบการณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก ความยั่งยืน และการใส่ใจผู้ใช้งานเป็นหัวใจสำคัญ

    แนวคิดนี้สะท้อนความเชื่อของฮอนด้าว่า อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ต้องก้าวข้ามขอบเขตของเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ มอบความปลอดภัย และส่งมอบอิสระให้กับผู้คนและสังคม โดยในโซนนี้ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้าที่หลอมรวมแนวคิดเหล่านี้ไว้ และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสู่อนาคตของการเดินทางที่ชาญฉลาด เปี่ยมไปด้วยความหมาย และสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดไปด้วยกัน

    The M.O.V.E. Cafe

    The M.O.V.E Café คือบทสรุปของการเดินทางภายใน The M.O.V.E by Honda พื้นที่สุดท้ายที่ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสวิสัยทัศน์การเดินทางแห่งอนาคตของฮอนด้าผ่าน “รสชาติ” ปิดท้ายประสบ การณ์ครบทั้ง 5 ประสาทสัมผัสที่เป็นหัวใจของศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ

    คาเฟ่แห่งนี้นำเสนอประสบการณ์การลิ้มรสที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy” โดยเชฟเดช คิ้วคชา ผสานทุกประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็น การได้ยิน กลิ่น การสัมผัส และรสชาติไว้ในหนึ่งเดียว ที่นี่จึงไม่ใช่แค่คาเฟ่ทั่วไป แต่เป็นจุดหมายที่รวมความคิดสร้างสรรค์ ด้านอาหารเข้ากับแรงบันดาลใจจากอนาคตแห่งการขับเคลื่อน ถ่ายทอดความประทับใจ และคุณค่าทางอารมณ์ในแบบเฉพาะของฮอนด้า

    The M.O.V.E. by Honda คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางของฮอนด้าสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและความยั่งยืน ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งนี้ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่การจัดแสดงเทคโนโลยี ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเทคโนโลยีการเคลื่อนที่ ที่หมุนเวียนมาให้ชม แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการถ่ายทอดจิตวิญญาณของโกลบอลแบรนด์สโลแกน The Power of Dreams – How we move you.” สะท้อนเจตนารมณ์ของฮอนด้า ที่ยึดมั่นว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่คือการสร้างความผูกพันที่มีคุณค่า ก้าวสู่ความยั่งยืน และมอบประสบการณ์ที่เติมเต็มความหมายให้กับชีวิต

    ฮอนด้า มุ่งขับเคลื่อนผู้คน ไม่เพียงแค่ในเชิงกายภาพ แต่ยังรวมถึงมิติของการขับเคลื่อนความรู้สึกและสังคมไปด้วยกัน ทั้งหมดนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในประเทศไทยกับ The M.O.V.E. by Honda ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์ ที่เปิดต้อนรับทั้งลูกค้า ผู้หลงใหลในนวัตกรรม และผู้ที่สนใจที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ได้แล้ววันนี้

     

    ชื่อกิจกรรม: The M.O.V.E. by Honda

    สถานที่: EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE

    628 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

    วันเปิดให้เข้าชม: 15 สิงหาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569

    เวลาเปิดให้เข้าชม:

    • วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 19:00 – 22:00 น.
    • ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป เปิดทุกวัน เวลา 10:00 – 22:00 น

    ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี

    LINE Official Account: @TheM.O.V.E.byHonda

    จัดโดย: บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “Premium Design x Powerful Diesel” มาตรฐานใหม่ของความพรีเมียมอันทรงพลัง ของ NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่น Black Warrior

    2 Min Read

    “Premium Design x Powerful Diesel” มาตรฐานใหม่ของความพรีเมียมอันทรงพลัง ของ NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่น Black Warrior

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีหลังจากเปิดตัวไปเพียงสามสัปดาห์และได้ฤกษ์ส่งมอบ NEW GWM TANK 500 DIESEL ล็อตแรกไปเมื่อ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา และเริ่มทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นไฮไลต์ “รุ่น Black Warrior” ได้ยกมาตรฐานใหม่และสร้างความต่างให้แก่วงการรถยนต์เอสยูวีพรีเมียม 7 ที่นั่ง ที่แฟน ๆ GWM TANK ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความพรีเมียมเกินคาดที่คอบคลุมทุกด้านเทียบเท่ารถยุโรป โดยเฉพาะด้านดีไซน์ภายนอกและภายใน เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และขุมพลังดีเซล 2.4T เจนใหม่ล่าสุดที่คิดค้นโดย GWM ซึ่งได้หลอมรวมสู่การเป็นยนตรกรรมเพื่อผู้นำยุคใหม่ สะท้อนบุคลิกที่สงบนิ่ง มั่นคง ล้ำหน้า และทรงพลัง โดยเฉพาะในสีพิเศษอย่าง Black Warrior 2 รุ่น ทั้ง 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD

    Black Warrior ดีไซน์ระดับผู้นำที่สะท้อนความพรีเมียมอย่างแท้จริง

    NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่นพิเศษ Black Warrior ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้นำที่มองหายานยนต์ที่สะท้อนตัวตนและสถานะผู้นำ โดยมาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นด้วยสีดำล้วนและเส้นสายที่เฉียบคม หนักแน่น มอบความแข็งแกร่งและสง่างามในทุกมุมมอง สีตัวถังพิเศษแบบสีดำเงาลึกแบบ Black Warrior ช่วยขับให้มิติของรถดูหนักแน่นยิ่งขึ้น เพิ่มความดุดันและทรงพลังอย่างลงตัว กระจังหน้าสีดำขนาดใหญ่พร้อมโลโก้สีดำ ไฟหน้าและไฟท้ายแบบรมดำ กรอบประตูสีดำ เสริมด้วยล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง Continental ขนาด 265/50 R20 และยางอะไหล่ อีกทั้งยังยกระดับความพรีเมียมด้วยวัสดุตกแต่งคุณภาพสูง เช่น เบาะหนัง Nappa แผงคอนโซลหรูหราเหนือระดับ พร้อม Ambient Light ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมตั้งแต่เปิดประตูเข้าสู่ตัวรถ เบาะนวดไฟฟ้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาที่ช่วยสร้างบรรยากาศโปร่งโล่งเหนือระดับ พร้อมระบบเบาะระบายอากาศในที่นั่งด้านหน้าและแถวสอง ยกระดับความสบายทุกตำแหน่งที่นั่งอย่างแท้จริง อัปเกรดความล้ำสมัยด้วยหน้าจอคู่แบบอินเทอร์แอคทีฟขนาดใหญ่สูงสุด 14.6 นิ้ว พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง 12 ตำแหน่ง ระบบชาร์จไร้สาย 50W และระบบควบคุมด้วยเสียงที่รองรับทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ให้ห้องโดยสารเปรียบเสมือน Smart Lounge ที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางสไตล์ผู้นำโดยเฉพาะ ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกด้วยกระจกสองชั้นแบบ Double Layer Laminated Glass และระบบ Active Noise Cancellation (ANC) เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่เหนือระดับ รถคันนี้ไม่เพียงสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้นำที่โดดเด่น น่าเคารพเกรงขาม แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความพรีเมียม ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยสำหรับทุกการเดินทางเทียบชั้นรถยุโรปได้เลยทีเดียว

    พรีเมียมเหนือชั้นด้วยขุมพลังดีเซล 2.4T นิ่ง เงียบ นุ่มนวล แต่แรง ประหยัด พร้อมลุยทุกเส้นทาง

    สัมผัสประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับกับ NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่นพิเศษสี Black Warrior ผ่านหัวใจสำคัญอย่างเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนฯ ใหม่ล่าสุด ที่มอบสมรรถนะอันทรงพลังด้วยพละกำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่มาในรอบต่ำเพียง 1,500–2,500 รอบ/นาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ที่เปลี่ยนเกียร์สูงได้แม้ในความเร็วต่ำ ผลลัพธ์คือการส่งกำลังที่ลื่นไหล สามารถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล และเร่งแซงได้อย่างทันใจ ตอบสนองได้ฉับไวในทุกการขับขี่ คล่องตัวทั้งในเมือง นุ่มนวลเมื่อเร่งแซง และมั่นคงบนทางไกล ทันใจ นอกจากนี้ ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ นิ่ง เงียบ และนุ่มนวลได้อย่างเหนือความคาดหมายของรถเอสยูวีดีเซลด้วยกัน ผ่านการออกแบบการจัดการ NVH (Noise, Vibration, Harshness) อย่างพิถีพิถัน ส่งผลให้ห้องโดยสารเงียบสงบแม้ขณะขับผ่านพื้นผิวขรุขระ หรือวิ่งด้วยความเร็วสูง ก็พร้อมถ่ายทอดอารมณ์ความพรีเมียมอย่างเหนือชั้น ทั้งยังพัฒนาบนโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame ซึ่งออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับตระกูล GWM TANK พร้อมโหมดการขับขี่ที่ครอบคลุม โดยรุ่น 2.4T ULTRA มาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต และโหมดประหยัด ขณะที่ 2.4T ULTRA 4WD มีมากถึง 8 โหมด ครอบคลุมทุกสภาพเส้นทางทั้งออนโรดและออฟโรด พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Tank Turn, Off-road Cruise Control และระบบล็อกเฟืองหน้า-หลัง เพื่อการควบคุมที่แม่นยำ มั่นใจ และทรงพลังในทุกเส้นทาง

    ความพรีเมียมทั้งในด้านดีไซน์และเครื่องยนต์ดีเซลที่สะท้อนใน NEW GWM TANK 500 DIESEL โดยเฉพาะในรุ่น Black Warrior นี้เป็นสิ่งที่ GWM ต้องการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์เอสยูวีในประเทศไทย และยังเป็นอีกก้าวสำคัญตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของคนไทยให้ทัดเทียมกับระดับโลก โดย NEW GWM TANK 500 DIESEL วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำสุดพรีเมียม ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับลูกค้าที่ออกรถ 500 ท่านแรก พร้อมข้อเสนอพิเศษสู่การเดินทางที่เหนือระดับ ดังนี้

    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T PRO ราคา 1,399,000 บาท
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA* ราคา 1,499,000 บาท
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA 4WD* ราคา 1,599,000 บาท

    (*ทั้งรุ่น ULTRA และ ULTRA 4WD มาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior ซึ่งจะมีราคาเพิ่มจากรุ่นปกติ 30,000 บาท)

    โดยราคาแนะนำสำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ NEW GWM TANK 500 DIESEL 500 คันแรก ยังได้สิทธิพิเศษดังนี้ ได้แก่ รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ฟรี ค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    ** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

    สัมผัสความพรีเมียมทั้งด้านดีไซน์และขุมพลังดีเซลใน NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้แล้ววันนี้ ผ่าน GWM Partner Store ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ประกาศผลผู้ชนะ! ทีมบราซิล คว้าชัยในศึกแข่งขัน TRIUMPH ORIGINALS 2025

    1 Min Read

    ประกาศผลผู้ชนะ! ทีมบราซิล คว้าชัยในศึกแข่งขัน TRIUMPH ORIGINALS 2025

    ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ประกาศผลให้ทีมจากประเทศบราซิล คว้าชัยชนะในรายการ Triumph Originals 2025 การแข่งขันคัสตอมรถจักรยานยนต์โมเดิร์นคลาสสิกระดับโลก ที่ใช้รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ตระกูล Bonneville รุ่นปัจจุบันเป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ผลงาน

    บรรยากาศในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความสูสีอย่างยิ่ง ซึ่งการตัดสินจะมาจากทั้งคะแนนโหวตของสาธารณชน และคะแนนจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ โดยผลสรุป ทีมจากประเทศบราซิล สามารถคว้าชัยชนะด้วยผลงาน Gaijin คาเฟ่เรเซอร์โทนเข้มสุดเท่ ดัดแปลงจาก Speed Twin 1200 อันเป็นฝีมือของ Teydi Deguchi  (Shibuya Garage) จากเมืองเซาเปาโล ผลงานนี้โดดเด่นด้วยงานทำมือสุดประณีต อาทิ ลวดลายอันเรียบหรูที่เพ้นท์อย่างละเมียดละไมบนตัวถัง รอยพับที่ออกแบบมาเฉพาะบนถังน้ำมัน และช่วงท้ายรถที่ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ถ่ายทอดอารมณ์แห่งความเร็วและการเคลื่อนไหว แม้ในขณะที่รถจอดนิ่ง

    โดยผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศครั้งนี้ คณะกรรมการให้ความเห็นว่า “นี่คือผลงานที่มีความเป็นต้นฉบับและความกลมกลืนลงตัวที่สุด มาพร้อมสไตล์อันทรงพลัง แข็งแกร่ง และมีความสปอร์ตผสมผสานกับฝีมือการสร้างสรรค์ และความใส่ใจในรายละเอียดระดับสูง ซึ่งรถจักรยานยนต์คัสตอมควรเป็นสิ่งที่ดูน่าหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น และยังต้องเป็นรถที่เจ้าของภูมิใจเมื่อได้ขับขี่ ซึ่งคันนี้มีครบทั้งสองอย่าง”

    นอกจากนี้ บราซิล ยังคว้ารางวัลแห่งความเป็นเลิศด้านงานฝีมือ จากการตัดสินโดย Kengo Kimura ผู้ก่อตั้ง Heiwa Motorcycle จากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้กล่าวว่า “รายละเอียดต่างๆได้รับการออกแบบอย่างประณีตงดงามและการออกแบบโดยรวมมีความเป็นระเบียบลงตัว รถจักรยานยนต์คันนี้อัดแน่นไปด้วยดีไซน์และไอเดียสร้างสรรค์”

    ขณะที่สหราชอาณาจักรได้รับรางวัลแห่งความเป็นเลิศที่สะท้อน ความเป็นต้นฉบับแบบอังกฤษอย่างแท้จริง จากการตัดสินโดย Ricardo Pessoa ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Coolnvintage ประเทศโปรตุเกส ซึ่งให้ความเห็นว่า “รถจักรยานยนต์คันนี้คือผลงานที่ถ่ายทอดรูปแบบอารมณ์และเจตนารมณ์ได้ใกล้เคียงกับจิตวิญญาณคาเฟ่เรเซอร์อังกฤษในยุค 1960s อย่างแท้จริง มีความเรียบง่าย เน้นประโยชน์ใช้สอย และเปี่ยมไปด้วยความท้าทายต่อกรอบเดิม ๆ”

    สำหรับผลงานของสหราชอาณาจักร ถูกรังสรรค์ขึ้นโดย Stockwell Design จาก Triumph London ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก The Bonneville Sunraiser วัฒนธรรมร็อกแอนด์โรลยุค 60 ของอังกฤษ บนพื้นฐานของรุ่น Bonneville T100 โดดเด่นด้วยวัสดุอลูมิเนียมขัดเงาและสเตนเลสสตีล ผสานกับโทนสีสว่างสดใส ตกแต่งด้วยโลโก้ Triumph แบบลายมือที่ออกแบบโดยเฉพาะ

    ส่วนอิตาลีได้รับรางวัลแห่งความเป็นเลิศด้านสไตล์ จากการตัดสินโดย Quique Berna ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Tamarit Motorcycles ประเทศสเปน โดยเขากล่าวว่า “รถจักรยานยนต์คันนี้สะท้อนถึงความสมดุลที่ลงตัวระหว่างแก่นแท้ของแนวคิด การออกแบบ และท่วงท่าที่ภาพสะท้อนตัวตนของพวกเราแห่ง Tamarit อย่างแท้จริง ต้องขอแสดงความยินดีด้วย”

    ผลงานจากทีมอิตาลี สร้างสรรค์โดย Giuseppe Carucci ผู้ก่อตั้ง South Garage Motor Co แห่งเมืองมิลาน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากความงามเหนือกาลเวลา ความหรูหราแบบเรียบง่าย และเสน่ห์ที่ชวนหลงใหลของ Speed Twin ยุค 1930s และ 1940s โดยอิงจากความแข็งแกร่งของ Bonneville Bobber ซึ่ง Carucci ได้ปรับดีไซน์เฟรมใหม่ทั้งหมด พร้อมใช้เทคนิควิศวกรรมความแม่นยำในการสร้างสรรค์ชิ้นส่วนคัสตอมอันสะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นโช้คหน้าแบบสั่งทำพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อผลงานชิ้นนี้โดยเฉพาะ

    สำหรับรายการ Triumph Originals 2025 มีทั้งหมด 8 ทีมจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขันคัสตอมรถจักรยานยนต์โมเดิร์นคลาสสิกระดับนานาชาติ โดยทั้งหมดได้ส่งผลงานคัสตอมที่สร้างขึ้นจากรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ตระกูล Bonneville รุ่นปัจจุบัน ซึ่งตัวแทนทีมจากแต่ละประเทศร่วมมือกับสำนักแต่งรถชั้นนำของประเทศ เพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบที่ประณีตและผลิตขึ้นด้วยงานฝีมืออย่างพิถีพิถัน ซึ่งคณะกรรมการได้คัดเลือกให้เหลือเพียง 5 ผลงานงดงามในรอบสุดท้ายจาก บราซิล ฝรั่งเศส อิตาลี ไทย และ สหราชอาณาจักร ก่อนจะเปิดให้สาธารณชนได้ร่วมโหวตเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเลิศในที่สุด

    ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดผลงานของทีมผู้ชนะ รวมถึงผลงานทีมผู้เข้าแข่งขัน Triumph Originals 2025 ได้ที่ www.triumphmotorcycles.co.th/for-the-ride/brand/triumph-originals ตลอดจนติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ ของไทรอัมพ์เพิ่มเติมได้ผ่าน www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment