• Post Image

    “ทุกคันมั่นใจ ไปสุดทุกดีล” กับโตโยต้า ในงาน Motor Show 2025 กับแนวคิด “ขับเคลื่อนโลกของคุณ ขับเคลื่อนทุกโอกาสให้เป็นจริง”

    2 Min Read

    “ทุกคันมั่นใจ ไปสุดทุกดีล” กับโตโยต้า ในงาน “The 46th Bangkok International Motor Show 2025” กับแนวคิด “ขับเคลื่อนโลกของคุณ ขับเคลื่อนทุกโอกาสให้เป็นจริง

              มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเปิดบูธโตโยต้าในงาน The 46th Bangkok International Motor Show 2025” ภายใต้แนวคิด “MOVE YOUR WORLD, MOVE ALL OPPORTUNITIES ขับเคลื่อนโลกของคุณ ขับเคลื่อนทุกโอกาสให้เป็นจริง” จัดแสดงรถยนต์โตโยต้าหลากหลายรุ่น ครบทุกไลน์อัพ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยรถทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ และมีให้ทดลองขับภายในงาน เลือกมั่นใจ กับดีลที่ใช่ เป็นเจ้าของรถได้ง่ายๆ กับแคมเปญ “ทุกคันมั่นใจ ไปสุดทุกดีล” ในระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์  อิมแพ็ค เมืองทองธานี

     

    มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวเปิดบูธว่า “ปีนี้ เราจัดแสดงภายใต้คอนเซ็ปต์ “MOVE YOUR WORLD, MOVE ALL OPPORTUNITIES ขับเคลื่อนโลกของคุณ ขับเคลื่อนทุกโอกาสให้เป็นจริง” โดยคอนเซ็ปต์ Move Your World เกิดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และสร้างการเชื่อมโยงที่ยั่งยืน เหนือการขับเคลื่อนทั่วไป วิสัยทัศน์นี้คือ คำมั่นสัญญาของโตโยต้า ที่จะสร้างอนาคตที่ทุกคนสามารถก้าวไปข้างหน้าได้พร้อมๆกัน โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะมอบโซลูชั่นแห่งการขับเคลื่อนที่ดียิ่งขึ้น และมอบความไว้วางใจ เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าให้กับคนไทย ทุกคน

    ปีที่แล้ว ยอดขายรวมตลาดรถยนต์ประเทศไทยอยู่ที่ 573,000 คัน ลดลง 26% เมื่อเทียบกับ พ.ศ. 2566  อย่างไรก็ตามโตโยต้า ประสบความสำเร็จ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 38.5% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเราขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่มอบความไว้วางใจในโตโยต้า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากลูกค้าที่เลือกเรา ด้วยผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ เครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุม รวมถึงความยั่งยืนในทุกมิติ

    ปัจจุบัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระแสความนิยมในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ปีที่ผ่านมา ยอดขายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของประเทศไทย อยู่ที่กว่า 200,000 คัน เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับ พ.ศ. 2566 และคิดเป็น 35% ของยอดขายรถยนต์รวม การเติบโตดังกล่าว มาจากยอดขายรถยนต์ HEV ที่เติบโตขึ้น 29% ในขณะที่ยอดขายรถ BEV ลดลง 8% ชี้ให้เห็นถึงการยอมรับจากลูกค้าชาวไทยที่เลือกรถยนต์ไฮบริด โดยคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานจริง ที่สำคัญ โตโยต้า มียอดขายสูงสุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า xEV และกลุ่มตลาดรถยนต์ไฮบริด ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในรถยนต์ไฮบริดโตโยต้า หรือ “Trusted HEV” ที่เป็นจุดแข็งของเรา”

     

    ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำยนตรกรรมไฮบริดกับ

    “TOYOTA NO.1 TRUSTED HEV”

    ขอมอบแคมเปญพิเศษ ในทุกรุ่นไฮบริด

     

    มร.โนริอากิ ยามาชิตะ แนะนำโซนรถยนต์ไฮบริด “ขอแนะนำ โซนรถยนต์ไฮบริด ที่จัดแสดงรถยนต์ HEV หลายรุ่น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า เริ่มจากรถซีดานกับ ALL-NEW CAMRY รถรุ่นที่ขายดีที่สุดในเซกเมนต์ Medium Size Sedan และ COROLLA ALTIS

    สำหรับ SUV ท่านจะได้พบกับ YARIS CROSS รถ HEV ที่ขายดีที่สุดของเซกเมนต์นี้ และ COROLLA CROSS ในกลุ่มรถ MPV เราจัดแสดง INNOVA รวมทั้ง ALPHARD / VELLFIRE รถมินิแวนสุดหรู ที่พร้อมส่งมอบสู่มือลูกค้า”

    รถยนต์ไฮบริดŽALL-NEW CAMRY ราคาเริ่มต้น 1,455,000 บาทรับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.59% หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD ŽCOROLLA ALTIS ราคาเริ่มต้น 894,000 บาทรับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.65% และ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
    ŽYARIS CROSS ราคาเริ่มต้น 789,000 บาท รับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.69% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 7,748 บาท ต่อเดือน ŽCOROLLA CROSS ราคาเริ่มต้น 999,000 บาท รับข้อเสนอ: พิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์โตโยต้า ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0.89% และฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
    ŽINNOVA ZENIX ราคาเริ่มต้น 1,379,000 บาทรับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.79% หรือเลือกรับ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
    ŽALPHARD & VELLFIRE ราคาเริ่มต้น 4,269,000 บาท มีรถพร้อมจำหน่าย และส่งมอบ

     

    เพื่อแทนคำขอบคุณในทุกความมั่นใจที่ลูกค้ามอบให้ เป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่น ALL-NEW CAMRY / COROLLA ALTIS / YARIS CROSS / COROLLA CROSS / INNOVA / ALPHARD / VELLFIRE

    รับฟรี แพ็คเกจเช็คระยะ 10,000 – 50,000 กม. (Toyota Smart Plan) พร้อมข้อเสนอพิเศษการรับประกัน

    • ขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+
    • ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด
    • ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี

    ไม่จำกัดระยะทาง

     

    TOYOTA NO.1 TRUSTED HEV ไฮบริดที่ใช่ มั่นใจทุกเจน โดยรถยนต์โตโยต้าไฮบริดมาพร้อมกับ

    • TRUSTED VALUE ให้ลูกค้ามั่นใจไปกับความคุ้มค่า

    ด้วยอัตราการใช้น้ำมันสูงสุด 26.3 กม/ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker รุ่น YARIS CROSS)

    • TRUSTED QUALITY คุณภาพที่ใครก็ไว้วางใจ
    • TRUSTED WARRANTY รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี
    • TRUSTED SERVICE เซอร์วิสที่พร้อมให้บริการ อะไหล่ที่พร้อมส่งภายใน 48 ชั่วโมง

    และช่างผู้ชำนาญการกว่า 8,000 คน

    • TRUSTED NETWORK ศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและครบวงจรกว่า 450 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ

    รวมไปถึงบริการแลกเปลี่ยนรถใหม่ที่โตโยต้าชัวร์

    ตอกย้ำความเป็นรถกระบะมหาชน กับ โซนไฮลักซ์ ซีรีส์

    และ KING OF PPV ฟอร์จูนเนอร์

    มร.โนริอากิ ยามาชิตะ แนะนำโซนไฮลักซ์ซีรีส์และฟอร์จูนเนอร์ ไฮลักซ์ เป็นรถกระบะขวัญใจมหาชน    ที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นรถในดวงใจของลูกค้าชาวไทย ในวันนี้ เรานำรถที่ได้รางวัลชนะเลิศจากการประกวด REVO Garage Mazter มาจัดแสดง ตลอดจน รุ่นอื่นๆในไลน์อัพของไฮลักซ์ ที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่การใช้งานเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการใช้งานส่วนบุคคล นอกจากนั้น ยังมีรถกระบะอเนกประสงค์อย่าง Hilux Champ ที่จะทำให้ทุกโอกาสเป็นไปได้ กับหลากหลายรูปแบบในการต่อเติมตัวรถ โดยในวันนี้ เรามีจัดแสดง     รถ AFM Sausage Food Truck / รถ Pet Spa รวมทั้ง รถดัดแปลงเพื่อธุรกิจโลจิสติกส์

    นอกจากนี้ ขอเชิญท่านพบกับ ฟอร์จูนเนอร์ King of PPV ที่ครองยอดขายอันดับหนึ่งในไทยเป็นเวลา 13 ปี

    ไฮลักซ์และฟอร์จูนเนอร์ มาพร้อมขุมพลัง “GD Super Power” ขนาด 2.4 ลิตร และ 2.8 ลิตร ผสานการทำงานกับหัวฉีดน้ำมันอัจฉริยะ i-ART มอบสมรรถนะและประสิทธิภาพประหยัดเชื้อเพลิง “แรงเหลือๆ ประหยัดเหลือๆ” ตอบสนองทุกความต้องการด้านการใช้งาน”

    ไฮลักซ์ รีโว่ และฟอร์จูนเนอร์ŽHILUX REVO GR SPORT 4×4 ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาทรับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYDŽHILUX REVO SMART CAB Z EDITION ราคาเริ่มต้น 669,000 บาทรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้น 4,999 บาทต่อเดือน หรือดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.29% (ดาวน์25% ผ่อน 48 เดือน) พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

    ŽHILUX REVO DOUBLE CAB PRE-RUNNER ROCCO  ราคา 1,136,000 บาทรับข้อเสนอ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.40% (ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน) พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

    ŽHILUX REVO DOUBLE CAB PRE-RUNNER ราคาเริ่มต้น 881,000 บาทรับข้อเสนอ HILUX REVO DOUBLE CAB ผ่อนเริ่มต้น 8,805 บาทต่อเดือน พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

    ŽHILUX CHAMP ราคาเริ่มต้น 459,000 บาทรับข้อเสนอ สำหรับผู้ประกอบการขนส่งและประกอบธุรกิจ รับดอกเบี้ยอัตราพิเศษ เมื่อซื้อไฮลักซ์ แชมป์ พร้อมดัดแปลงหรือต่อเติมเพื่อการทำธุรกิจทุกรูปแบบ
     ŽFORTUNER LEADER S ราคาเริ่มต้น 1,239,000 บาทรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้น 9,305 บาทต่อเดือน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.89% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
    ŽFORTUNER LEGENDER (ชุดแต่ง Wide Body)  ราคาเริ่มต้น 1,643,000 บาทอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษจากพันธมิตร Wide Body Package ราคาแนะนำพิเศษ 20,900 บาท/ชุด (ปกติ 30,900 บาท) เลือกผ่อนพร้อมกับตัวรถ เพิ่มเพียง 192 บาท/เดือน

    มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวเสริมว่า “เพื่อสร้างความโดดเด่นและความเท่ห์ให้กับรถยนต์ เราได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์ที่เป็นที่รู้จักระดับประเทศหลายแห่ง “AAP (Associated Accessories Product)” อาทิ ชุดตกแต่งรอบคันแบรนด์ GR จาก บริษัท ทีซีดี เอเชีย / อุปกรณ์ตกแต่งแนวแคมป์ปิ้งจากแบรนด์ TJM และล้ออัลลอยจากแบรนด์ LENSO รวมทั้ง จะมีการแนะนำ ล้ออัลลอยราคาประหยัด สำหรับ ไฮลักซ์ รีโว่ ภายใต้แบรนด์ Emotion R

    ทั้งนี้ ท่านยังสามารถพบกับ ยาริส เอทีฟ และ ยาริส แฮทช์แบค รถยอดนิยมในกลุ่มอีโคคาร์ รวมทั้ง เวลอซ   ภายในงานด้วย”

     

    รถยนต์ยอดนิยมŽYARIS ATIV ราคาเริ่มต้น 549,000 บาทพร้อมข้อเสนอพิเศษ:Ÿขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+Ÿ ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนดและเลือกรับข้อเสนอพิเศษอีก 2 ต่อต่อที่ 1: ผ่อนสบายเริ่มต้น 4,993 บาทต่อเดือน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%ต่อที่ 2: ฟรีชุดแต่ง LUSSO หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD ŽYARIS ATIV NIGHTSHADE (Special Edition) ราคา 699,000 บาทพร้อมข้อเสนอพิเศษŸ ขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+Ÿ ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนดและเลือกรับข้อเสนอพิเศษอีก 2 ต่อต่อที่ 1: ผ่อนสบายเริ่มต้น 6,357 บาทต่อเดือน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%ต่อที่ 2: ฟรีชุดแต่ง LUSSO หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD


    ŽYARIS ราคาเริ่มต้น 559,000 บาทพร้อมข้อเสนอพิเศษŸ ขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+Ÿ ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนดและเลือกรับข้อเสนอพิเศษอีก 2 ต่อต่อที่ 1: ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,084 บาทต่อเดือน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0%ต่อที่ 2: ฟรีชุดแต่ง LUSSO หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD


    ŽVELOZ ราคาเริ่มต้น 795,000 บาทรับข้อเสนอ: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care และโปรแกรมช่วยผ่อน 4,000 บาท/เดือน (เดือนที่ 1 – 6)ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง VELOZ X-URBAN ราคาพิเศษ 19,900 บาท (จากราคาปกติ 39,900 บาท) ของมีจำนวนจำกัด 

    มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวปิดท้ายการแถลงข่าวว่า “โตโยต้า มุ่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่าให้กับลูกค้า ผ่านธุรกิจที่ครบวงจรของเรา นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการครอบครองรถ ทั้งบริการ T-Connect และ TCFR+ และขอเชิญชวนท่านรับบริการแลกเปลี่ยนรถคันเก่าจาก “โตโยต้า ชัวร์”  

    นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ในการซื้อรถยนต์โตโยต้า เพราะเราได้จัดเตรียมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย สำหรับช่วงเวลานี้ ทั้งแพ็กเกจด้านการเงินที่ช่วยให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่นได้ง่ายขึ้น รวมทั้ง ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ ในรถยอดนิยมหลายรุ่น ทั้ง ยาริส เอทีฟ / ยาริส แฮทช์แบค / ไฮลักซ์ และฟอร์จูนเนอร์

    ยิ่งไปกว่านั้น จากการที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้เปิดตัวมาตรการ “กระบะพี่    มีคลังค้ำ” ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อ “บสย. SMEs PICK-UP” โดยเปิดรับคำขอค้ำประกันตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 นั้น ทางบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด มีข้อเสนอ และเงื่อนไขพิเศษในการพิจารณาสินเขื่อ ของลูกค้ากลุ่ม SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย ให้เป็นเจ้าของรถ Hilux REVO และ Hilux CHAMP ได้ง่ายที่สุด   เริ่มในงาน Motor Show นี้ กับดีลดีที่สุดแห่งปีจากโตโยต้าลีสซิ่ง สำหรับลูกค้า SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ต้องรอ ออกรถได้เลยวันนี้ ดาวน์เริ่มต้น 0% ไม่ต้องมีผู้ค้ำ พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ อนุมัติง่าย เป็นเจ้าของ     ไฮลักซ์ได้ง่ายขึ้น

     

    นอกจากนี้ ลูกค้าทุกท่านยังสามารถเพลิดเพลินกับข้อเสนอชุดอุปกรณ์ตกแต่งสุดพิเศษ เมื่อเลือกเป็นเจ้าของรถรุ่นที่กำหนด ตลอดจนส่วนลดพิเศษก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ลูกค้าใช้เป็นส่วนลด เมื่อตัดสินใจซื้อรถภายในงาน รวมทั้ง     ร่วมลุ้นจับรางวัลชิงโชคพิเศษ

    และขอเชิญมาร่วมสัมผัสประสบการณ์การช้อปสุดพิเศษที่บูธ GR Collection กับโปรโมชันสุดคุ้มที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งนักสะสมและสายสตรีทแฟชั่น พบกับสินค้าระดับพรีเมียมที่สะท้อนจิตวิญญาณของมอเตอร์สปอร์ต พร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น พิเศษ ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งลดเยอะ พบกับส่วนลดพิเศษสำหรับสินค้าทุกชิ้นภายในงาน เพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า โดยซื้อ 1 ชิ้น รับส่วนลด 3% / ซื้อ 2 ชิ้น รับส่วนลด 5% / ซื้อ 3 ชิ้น  รับส่วนลด 10% / ซื้อ 4 ชิ้นขึ้นไป รับส่วนลดสูงสุด 15% และเมื่อซื้อครบ 3,000 บาท รับฟรี GR T-Shirts

    โตโยต้ายังมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ ที่จะนำมาซึ่งความไว้วางใจให้กับลูกค้าคนสำคัญของเรา และเราไม่เคยหยุดเดินหน้า เพื่อขับเคลื่อนโลกของเรา

     

    “ทุกคันมั่นใจ ไปสุดทุกดีล” กับโตโยต้า

    ทดลองขับ และรับข้อเสนอสุดพิเศษ เป็นเจ้าของรถได้ง่ายๆ

    ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

    26 มีนาคม – 6 เมษายน นี้ที่ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และฟอรั่ม ฮอลล์ 4

    อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OMODA & JAECOO ประกาศราคา JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) อย่างเป็นทางการ เอสยูวีระดับพรีเมียมที่ผสานสมรรถนะสูงและประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน คุ้มค่าด้วยราคาคาดการณ์เริ่มต้น 899,000 บาท

    1 Min Read

    OMODA & JAECOO ประกาศราคา JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) อย่างเป็นทางการ เอสยูวีระดับพรีเมียมที่ผสานสมรรถนะสูงและประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน คุ้มค่าด้วยราคาคาดการณ์เริ่มต้น 899,000 บาท

    OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก ประกาศราคา JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) อย่างเป็นทางการในงาน Bangkok International Motor Show 2025 โดยมี 2 รุ่นย่อยได้แก่ JAECOO 7 SHS Dynamic – ราคาคาดการณ์ 899,000 และ JAECOO 7 SHS Max – ราคาคาดการณ์​ 999,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ  ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี บูธ OMODA & JAECOO หมายเลข A23

    1. ฟรีค่าบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 2 ปี
    2. “Eco Bonus” Campaign เงินสนับสนุน 10,000 บาท* เมื่อนำเล่มจดทะเบียนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปหรือ HEV มาแสดง
    3. การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
    4. 4. ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

    เทคโนโลยีระดับสูงที่เหนือกว่า

    JAECOO 7 SHS รถปลั๊กอินไฮบริดเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำและดีไซน์ สุดคลาสสิคได้รับการพัฒนาด้วยเครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5 ต่อยอดจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile มาพร้อมระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) ที่ทำให้การทำงานระหว่าง EV และ HEV เป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ  และด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้การขับรถ Plug-in Hybrid คุ้มค่าทั้งค่าใช้จ่ายการเดินทาง ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ถึง
    106 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) และสามารถขับขี่รวมได้ไกลถึง 1,300 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) และยืดระยะเวลา
    การบำรุงรักษาให้ขับได้ระยะทางที่ไกลมากกว่าเดิมหากเทียบกับรถ Plug-in Hybrid นวัตกรรมเดิม

    หากเปรียบเทียบ ค่าบำรุงรักษาระยะเวลา 5 ปี

    ค่าบำรุงรักษารถยนต์ JAECOO 7 SHS ค่าบำรุงรักษา รถ Plug-in Hybrid นวัตกรรมเดิม ค่าบำรุงรักษา รถ Hybrid ค่าบำรุงรักษา รถสันดาป
    เฉลี่ย 27,051 บาท ต่อ 5 ปี เฉลี่ย 39,837 บาท ต่อ 5 ปี เฉลี่ย 40,631 บาท ต่อ 5 ปี เฉลี่ย 39,071 บาท ต่อ 5 ปี

    สมรรถนะและประสิทธิภาพที่โดดเด่น

    • พละกำลังสูงสุด 347 แรงม้า (HP)
    • แรงบิดสูงสุด 525 นิวตัน-เมตร
    • ประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูง (Thermal Efficiency) ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในสภาวะ
      การใช้งานหนัก
    • อัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมมากกว่า 21.28 กิโลเมตรต่อลิตร
    • ระยะทางการขับขี่รวมไกลกว่า 1,300 กิโลเมตร
    • ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน 106 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

    ความปลอดภัยที่เหนือระดับ

    JAECOO 7 SHS มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบป้องกันแบตเตอรี่รอบด้าน ทั้งการทนทานต่อความร้อน แรงกระแทก และกันน้ำ พร้อมระบบป้องกันด้วยการปิดเครื่องภายใน 0.002 วินาทีหลังเกิดการชน ช่วยตัดแหล่งจ่ายไฟได้อย่างรวดเร็ว
    เพื่อความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ได้ในกรณีฉุกเฉิน ด้วยการปล่อยประจุไฟฟ้าภายนอกได้
    3.3 กิโลวัตต์ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย

    JAECOO 7 SHS เปิดตัวด้วยข้อเสนอพิเศษเฉพาะในงาน Bangkok International Motor Show โดยมี 2 รุ่นย่อยได้แก่ JAECOO 7 SHS Dynamic – ราคาคาดการณ์ 899,000 และ JAECOO 7 SHS Max – ราคาคาดการณ์​ 999,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและคุณสมบัติที่ได้รับ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการใช้งานที่ประหยัดกว่า

    คุณพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “JAECOO 7 SHS
    เป็นยนตรกรรมที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของรถปลั๊กอินไฮบริดทั่วไป มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผสานจุดเด่นของทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดไว้ในคันเดียว ไม่ว่าผู้ใช้จะต้องการความเงียบและประหยัดพลังงานสำหรับการเดินทางในเมือง หรือสมรรถนะอันทรงพลังสำหรับการเดินทางไกล JAECOO 7 SHS พร้อมตอบสนองทุกความต้องการอย่างลงตัว นี่คือตัวอย่างชัดเจนของปรัชญาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นนวัตกรรมล้ำสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงยังประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทาง
    และค่าบำรุงรักษาอีกด้วย”

    โปรโมชั่นพิเศษในงาน Motor Show 2025

    ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชม JAECOO 7 SHS และรถรุ่นอื่นๆ จาก OMODA & JAECOO ได้ที่บูธหมายเลข A23 ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ เฉพาะจองวันที่  24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 เท่านั้น

    1. ฟรีค่าบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 2 ปี
    2. “Eco Bonus” Campaign เงินสนับสนุน 10,000 บาท* เมื่อเพียงนำเล่มจดทะเบียนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปหรือ HEV มาแสดง
      เมื่อซื้อรถไฟฟ้า JAECOO 7 SHS Dynamic และ JAECOO 7 SHS Max
    3. ฟรี การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
    • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
    • การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
    • การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)
    • การรับประกันระบบปลั๊กอิน ไฮบริด (PHEV- HEV systems warranty)
    • การรับประกันหน้าจอแบบสัมผัส (Display Touchscreen warranty)
    1. 4. ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

    *หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ZEEKR ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมลักชูรีสุดล้ำ พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 รุ่นมอเตอร์เดี่ยว 7 ที่นั่ง เป็นครั้งแรก ที่งาน Motor Show 2025

    2 Min Read

    ZEEKR ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมลักชูรีสุดล้ำ พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 รุ่นมอเตอร์เดี่ยว 7 ที่นั่ง เป็นครั้งแรก ที่งาน Motor Show 2025

    ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี นำทัพยานยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ อวดโฉมในงาน Bangkok International Motor Show 2025 รวมไฮไลต์ทั้ง ZEEKR X The Best SUV EV รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ZEEKR 009 The Most Luxury MPV EV ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “Every Journey Shines, Every Seat Matters” นำทัพด้วยรุ่น 6 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีลักชูรีที่ทลายกรอบแนวคิดความหรูหราเดิม สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ครบครัน ทั้งความหรูหรา นวัตกรรมล้ำสมัย และความปลอดภัยสูงสุดในคันเดียว ตามด้วยรุ่น 7 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีลักชูรีที่ออกแบบเพื่อที่สุดแห่งประสบการณ์การเดินทางแก่ผู้โดยสารทุกที่นั่ง เพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์รถยนต์สองรุ่นใหม่ ZEEKR 7X รถเอสยูวีลักชูรีที่ผสานความหรูหราและความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว และ ZEEKR 009 รุ่นมอเตอร์เดี่ยว 7 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีไฟฟ้าสุดหรูที่รองรับทุกการเดินทางอย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงเผยโฉม ZEEKR 001 FR ที่มาพร้อมพลังขับเคลื่อนเหนือจินตนาการ และ Concept Car ครั้งแรกภายใต้ชื่อ ZEEKR Group พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ และโปรโมชันสำหรับผู้เข้าร่วมงาน ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ตลาดยานยนต์ระดับโลก ด้วยยอดขายมากกว่า 440,000 คัน ทั่วโลก พบกับความลักชูรีที่ผสานกับนวัตกรรมเหนือชั้น และความปลอดภัยขั้นสูงระดับพรีเมียมที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้าสู่ผู้บริโภคไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนนี้ได้ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A4 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2568

    ZEEKR ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เผยโฉมนวัตกรรมล้ำหน้าแห่งยุคในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 หรือ Bangkok International Motor Show 2025 ด้วยการเปิดรับจองสิทธิ์กับยานยนต์สองรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ZEEKR 7X รถเอสยูวีไฟฟ้า 5 ที่นั่งสุดลักชูรีสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันระบบความปลอดภัยขั้นสุดพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา และ ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง มอเตอร์เดี่ยว รถเอ็มพีวีลักชูรีที่คงความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส นวัตกรรมสุดล้ำ และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่งเพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว รวมถึงการจัดแสดงสุดยอดยานยนต์ไฟฟ้าแห่งยุค อย่าง ZEEKR X พรีเมียม คอมแพค เอสยูวี ที่พร้อมรองรับ ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีที่สุดแห่งความลักชูรี ที่ครบครันทั้ง ความหรูหรา นวัตกรรมอัจฉริยะ สมรรถนะที่เหนือชั้น และความปลอดภัยขั้นสูงสุด ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง มอร์เตอร์คู่ รถเอ็มพีวีลักชูรีที่ผสานความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส นวัตกรรมสุดล้ำ และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่งเพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว ZEEKR 001 FR รถยนต์ Shooting Brake พร้อมขุมพลังความเร็ว แรง เป็นอีกหนึ่งขั้นของสมรรถนะ ที่จะมาเปลี่ยนทุกเส้นทางให้เต็มไปด้วยความเร้าใจ เพื่อผู้ที่ต้องการทั้งความเร็วและเทคโนโลยีขั้นสูง และ เผยโฉม Concept Car ภายใต้ชื่อ ZEEKR Group เป็นครั้งแรกหลังการประกาศควบรวมกิจการ โดยการนำเสนอกองทัพยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ ถือเป็นการนำเสนอที่สุดแห่งนวัตกรรมที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคไทยจาก ZEEKR

    นาย แฟรงค์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ซีเคอร์ กรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “เรามุ่งมั่นเดินหน้าสู่ตลาดยานยนต์ระดับโลก จากการส่งมอบรถยนต์มากกว่า 440,000 คัน ทั่วโลกและความสำเร็จในการควบรวมกิจการ และก่อตั้ง ZEEKR Group เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เรามีความมั่นใจว่าเทคโนโลยี และการออกแบบของเราจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ครั้งนี้เราได้นำรถยนต์ไฮบริดต้นแบบมาจัดแสดงในงานนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเราในการรองรับความต้องการของตลาดระดับโลกให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งตลาดยานยนต์ขุมพลังไฟฟ้าแบบไฮบริด และขุมพลังไฟฟ้า 100% พร้อมตั้งเป้าการส่งมอบรถยนต์ภายใต้ ZEEKR Group 710,000 คัน ภายในปีนี้ และมากกว่า 1 ล้านคัน ภายในปี 2569 เพื่อเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำด้านโซลูชันการขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานใหม่ระดับแนวหน้าของโลก”

    ตั้งแต่มีนาคมปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ZEEKR Thailand ได้ดำเนินกิจกรรมและเปิดตัวยานยนต์ที่ครอบคลุมหลากหลายตลาด ภายใต้แนวคิดของแบรนด์ “Imagine Beyond” หรือ “จินตนาการเหนือขีดจำกัด” ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะ
    การพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่ยังมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากเสียงตอบรับอย่างอบอุ่นของลูกค้า ด้วยยอดส่งมอบมากกว่า 1,800 คัน สะท้อนถึงการเติบโตและการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยในทุกเซกเมนต์ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    นาย อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ZEEKR ไม่ได้เป็นแบรนด์ที่มอบเทคโนโลยีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำในการพัฒนาอนาคตของการขับขี่อย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด Imagine Beyond
    ที่จะช่วยสร้างโลกใหม่ที่ดีกว่า สำหรับวันนี้และในอนาคต โดยยืนหยัดที่จะคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับพรีเมียม ประสบการณ์ที่เหนือชั้น และความสบายใจในการใช้งาน”

    ภายในบูธของ ZEEKR ที่งาน Motor Show 2025 ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่จะมุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมนำเสนอรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่รถยนต์ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ไปจนถึงรถที่รองรับครอบครัวใหญ่ พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยไฮไลต์ของรถยนต์ที่เปิดรับจองสิทธิ์ มีดังนี้

    • ZEEKR 009 รุ่นมอเตอร์เดี่ยว 7 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีลักชูรีที่มาพร้อมกับแนวคิด “Premium Mobility”
      ที่มอบความหรูหราผสานกับการขับขี่ที่สะดวกสบาย พร้อมสำหรับทุกการเดินทาง โดดเด่นด้วยสมรรถนะ
      พร้อมกำลังวิ่งสูงสุด 250 kW หรือ 335 HP แรงบิดสูงสุด 373 Nm และความจุแบตเตอรี่ 116 kWh ที่สามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุด 712 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ ตามมาตรฐาน NEDC

    • ZEEKR 7X รถเอสยูวีลักชูรีที่ผสมผสานความหรูหราและความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว
      พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน มีให้เลือกสรรทั้งรุ่นมอเตอร์เดี่ยว ความจุแบตเตอรี่ 100 kWh ที่สามารถขับขี่ได้สูงสุด 600 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จตามมาตรฐาน WLTC และรุ่นมอเตอร์คู่ ที่มาพร้อมความจุแบตเตอรี่ 100 kWh ด้วยระยะการขับขี่สูงสุด 500 กิโลเมตร ต่อหนึ่งการชาร์จตามมาตรฐาน WLTC

    นอกจากนี้ ภายในบูธยังแบ่งพื้นที่พิเศษออกเป็นโซนต่าง ๆ ที่รังสรรค์ขึ้นที่นำเสนอประสบการณ์เหนือระดับในทุกโสตสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นโซน Celestial Dawn ที่ถ่ายทอดมุมพักผ่อนในวันสบาย ๆ กับครอบครัวอันอบอุ่น Ascending Sun โซนกิจกรรมสุดคูล ไม่ว่าจะเป็นการจัดดอกไม้ Exclusive Workshop น้ำหอม DIY by Jo Malone กิจกรรมเพ้นท์เล็บ และกิจกรรมทำน้ำหอมแขวนรถในโซน Sensorial Bar มุมพักผ่อนพร้อมของว่างและเครื่องดื่มที่ ZEEKR Dawn Exclusive Lounge ที่สะท้อนความเรียบหรูด้วยการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อสะท้อนแนวคิดในด้านการยกระดับความสุขในทุกรูปแบบการเดินทางตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้สัมผัส ผ่านการออกแบบประสบการณ์อย่างลงตัวด้วยแนวคิดการสร้างยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมลักชูรีที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทุก Touchpoint

    เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า ZEEKR ยังได้มอบโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถยนต์ภายในงานตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 6 เมษายน 2568 สำหรับท่านที่สนใจเป็นเจ้าของ ZEEKR 009 รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับ ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง

    • รับฟรี Wallbox ขนาด 11 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
    • รับฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน*
    • ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี*
    • ค่าจดทะเบียนรถยนต์*
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี*
    • ค่าอะไหล่ และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 6 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 ปี หรือระยะทาง 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
    • การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
    • การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับ ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง มอเตอร์คู่

    • รับฟรี Wallbox ขนาด 11 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
    • รับฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน*
    • ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี*
    • ค่าจดทะเบียนรถยนต์*
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี*
    • ค่าอะไหล่ และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
    • การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
    • การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    และสำหรับทุกท่านที่สนใจเป็นเจ้าของ ZEEKR X ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2025 รับข้อเสนอพิเศษดังนี้

    • รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ต่อปี นานสูงสุด 60 เดือน*
    • รับฟรี Wallbox ขนาด 7 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
    • รับฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน*
    • ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี*
    • ค่าจดทะเบียนรถยนต์*
    • การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • การรับประกันมอเตอร์ และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์สุดล้ำ ที่พร้อมจุดประกายอนาคตของการขับขี่อย่างยั่งยืน พร้อมจับจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ กับ ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 รุ่นมอเตอร์เดี่ยว 7 ที่นั่ง ได้ที่งาน Bangkok International Motor Show 2025 ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A4 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2568


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดนิยามใหม่ของ “FWB” ชวนทุกคนมาเป็น “Friend with Benz” ด้วยกันที่งาน Motor Show 2025

    1 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดนิยามใหม่ของ “FWB” ชวนทุกคนมาเป็น “Friend with Benz” ด้วยกันที่งาน Motor Show 2025

    จากรถยนต์ในฝันที่ครองใจผู้คนทั่วโลก สู่แรงบันดาลใจในการตั้งชื่อ “เบนซ์” ให้กับลูกหลานในทุกยุคสมัย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงสานต่อแรงบันดาลใจนี้ด้วยแคมเปญFriend with Benz” ที่จะชวนทุกคนที่ชื่นชอบในรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มาเป็นเพื่อนกับแบรนด์ และเป็นส่วนหนึ่งของ คอมมูนิตี้ ในงาน Motor Show 2025 พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึก และประสบการณ์ที่มีต่อ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในแบบฉบับของตัวเอง

    FWB ที่แปลว่า Friend with Benz

    “Friend with Benz” คือคอมมูนิตี้ของคนที่ชื่นชอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ก็ตาม เพียงแค่มีความหลงใหลในแบรนด์ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของ

    Friend with Benz ในงาน Motor Show 2025 ได้ โดยเราจะชวนคุณมาร่วมแชร์ประสบการณ์ที่มีต่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมสัมผัสความหรูหราของยนตรกรรมรุ่นต่าง ๆ รวมถึงข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในงานที่มอบให้เฉพาะ Friend with Benz เท่านั้น

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอผ่านวิดีโอ คน คลั่ง เบนซ์ (Passion for Benz) รวบรวมเรื่องราวของคนที่มีความชื่นชอบรถเบนซ์ในมิติที่แตกต่างกัน ทั้งมุมมองของคนที่เป็นเจ้าของรถอยู่แล้ว หรือใฝ่ฝันอยากจะมีไว้ครอบครอง มาร่วมสัมภาษณ์เพื่อหาเหตุผลว่า ทำไมถึงหลงใหลในเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันที่ถ่ายทอดมาจากครอบครัวที่ขับเบนซ์ และอยากส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังรุ่นต่อไป หรือการสะสมโมเดลรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ แม้กระทั่งการแต่งเพลงที่กล่าวถึงชื่อแบรนด์ ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในแบบของตัวเองที่มีให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถรับชมวิดีโอได้ที่ คน คลั่ง เบนซ์ (Passion for Benz)

    นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังอยากเชิญชวนทุกคนมาตามหายนตรกรรมที่ตรงกับ Passion ของคุณ และเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับคอมมูนิตี้ Friend with Benz รวมถึงพบกับเพื่อนใหม่จาก Mercedes-AMG ทั้งหมด 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-AMG G 63 เพื่อนสายลุยที่ผสานขุมพลังเข้ากับดีไซน์ทรงกล่องสุดคลาสสิก Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ เพื่อนสายสปอร์ตที่มอบความแรงและความหรูหราในทุกมิติ และ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ เพื่อนสายเรียบหรูที่มาพร้อมสมรรถนะอันทรงพลัง พร้อมรับข้อเสนอพิเศษของรุ่นอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่งาน Motor Show 2025 ที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568

    พร้อมตอกย้ำแนวคิดที่อยากให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้เดียวกันกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทางแบรนด์จึงนำเสนอโปรโมชั่น Friend get Friend เมื่อชวนเพื่อนของคุณมาซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ คุณจะได้รับสิทธิพิเศษทันที และสามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกันกับงาน Motor Show 2025 ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และสามารถติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

    #FriendwithBenz #MatchYourPassion #MotorShow2025 #MercedesBenz #MercedesBenzThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ ภายใต้ปรัชญา “JOY DRIVES LIVES” ความสุขขับเคลื่อนชีวิต

    1 Min Read

    มาสด้าสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ ภายใต้ปรัชญา “JOY DRIVES LIVES” ความสุขขับเคลื่อนชีวิต

    มาสด้ามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์เพื่อส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าทุกคน เพราะมาสด้าเชื่อว่าความสุขในการขับขี่จะสามารถเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต แรงบันดาลใจ และสร้างความสุขให้ผู้ขับขี่และเจ้าของได้ ดังนั้น มาสด้าจึงยกระดับการสื่อสารภาพลักษณ์และสร้างคุณค่าแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอปรัชญาใหม่ “JOY DRIVES LIVES” หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต โดยสื่อสารถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางและมีส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์ และมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์การใช้ชีวิต มาสด้าเชื่อว่าในทุกรายละเอียดของชีวิต มีความสุขขับเคลื่อนเราเสมอ พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ เคียงข้างกัน เติมเต็มชีวิตทุกเส้นทางเพื่อให้ผู้คนได้ค้นพบความสุขในแบบของตัวเอง นำมาซึ่งการสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ เพื่อสานต่อพันธกิจสำคัญ คือการส่งมอบประสบการณ์ความสุขและการใช้ชีวิตในทุกด้านของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท ตามพันธกิจที่มุ่งมั่นผลักดันองค์กรก้าวสู่การเติบโตที่ยั่งยืนตลอดไป

    รับชมวิดิโอ : https://www.youtube.com/watch?v=wYhA68ocA8g

    นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์และยกระดับการบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุดแล้ว มาสด้ายังให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนาการสื่อสารภาพลักษณ์และคุณค่าของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2543 มาสด้าเริ่มสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วยสโลแกน ZOOM-ZOOM ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกและความทรงจำในวัยเด็กออกมาเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ ต่อมาในปี 2558 มาสด้าได้สื่อสารภาพลักษณ์ใหม่อีกครั้ง ภายใต้สโลแกน “FELL THE DRIVE” โดยเริ่มจากการสื่อสารปรัชญาและแนวคิดหลักของแบรนด์  การให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า ผ่านความสนุกในการขับขี่ไปจนถึงคุณค่าทางด้านอารมณ์ความรู้สึกโดยมีมาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพราะมาสด้าเชื่อว่าความสุขไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การมีรอยยิ้มเท่านั้น แต่คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากภายใน เป็นความรู้สึกที่เติมเต็มและมีความหมาย สะท้อนคุณค่าทางอารมณ์ที่เกิดจากความเข้าใจพื้นฐานของมนุษย์

    ในปี 2568 เป็นต้นไป มาสด้าพร้อมเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ และต่อยอดพันธกิจในการส่งมอบประสบการณ์ความสุขและการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขในการขับขี่รถยนต์” (Joy of Driving) จะนำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า มาสด้าจึงนำเสนอปรัชญาใหม่ของแบรนด์ “JOY DRIVES LIVES”  หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต เพื่อนำมาใช้ในการสร้างและพัฒนา ประสบการณ์ลูกค้าในรูปแบบใหม่ให้ดียิ่งขึ้น โดยมีลูกค้าลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์จะนำมาซึ่งคุณค่าและความสุขที่แท้จริง

    ด้วยเหตุนี้ มาสด้าจึงเดินหน้าสื่อสารปรัชญาใหม่โดยถ่ายทอดภาพยนต์โฆษณาทางสื่อออนไลน์ ภายใต้สโลแกนใหม่ “JOY DRIVES LIVES” เพื่อให้ลูกค้ามาสด้า และบุคคลทั่วไป ตระหนักถึงรายละเอียดของความสุขเล็ก ๆ รอบตัว ตลอดจนมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์ในการใช้ชีวิต โดยสื่อสารผ่านแคมเปญ 2 ช่วง เริ่มจากการสร้างความตระหนักถึงการค้นหาความสุขที่แท้จริงในชีวิต พร้อมสร้างความเชื่อมโยงการสื่อสารคุณค่าและภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ผ่าน Joy หรือ รายละเอียดของความสุขที่ขับเคลื่อนชีวิต โดยเชิญชวนลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายร่วมค้นหารายละเอียดของชีวิตผ่านแบบทดสอบ Mazda Joy Quiz เพื่อรับรู้ถึงความสุขของตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ ตามด้วยการสร้างการรับรู้ในความหมายใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการสื่อสาร “JOY DRIVES LIVES” อย่างเต็มรูปแบบในทุกช่องทาง สิ่งเหล่านี้จะเป็นนิยามใหม่ของภาพลักษณ์แบรนด์มาสด้า เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยมีมาสด้าเป็นหัวใจหลักในการสร้างความเชื่อมโยง

    การสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ภายใต้สโลแกน “JOY DRIVES LIVES” ตอกย้ำถึงการเดินหน้าสู่มิติใหม่ของการส่งมอบประสบการณ์ลูกค้า ที่มาสด้าตั้งใจยกระดับให้ดียิ่งขึ้นในทุกบริบท เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าในรูปแบบใหม่ และนำมาพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน รวมถึงการเริ่มต้นปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย (Business Transformation) โดยมุ่งเน้นและให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้า เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ จะนำมาซึ่งคุณค่าและความสุขในการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า

    สำหรับลูกค้ามาสด้า หรือผู้ที่สนใจ หากต้องการค้นหาความสุขในชีวิต เชิญรับชมภาพภาพยนต์โฆษณาภายใต้สโลแกน “JOY DRIVES LIVES” ผ่านช่องทาง Mazda official Website


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • TAPA 2025 งานแสดงสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก โอกาสครั้งสำคัญเพื่อความสำเร็จแห่งธุรกิจ

    1 Min Read

    TAPA 2025 งานแสดงสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก โอกาสครั้งสำคัญเพื่อความสำเร็จแห่งธุรกิจ

     

                กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสมาคมในอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ เตรียมจัดงานแสดงสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 2568 หรือ TAPA 2025 โอกาสที่พลาดไม่ได้สำหรับนักธุรกิจและผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อจับคู่เจรจาการค้า ต่อยอดความสำเร็จทางธุรกิจ เรียนรู้และอัปเดตเทรนด์ใหม่ผ่านเวทีเสวนาสุดเข้มข้น พร้อมชมศักยภาพประเทศไทยกับโซนจัดแสดงสินค้าไฮไลต์ ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2568 ณ Hall EH101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

                นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า “ในปี 2567 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ถึง 15,491.40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 543,640.51 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.15 ของมูลค่าการส่งออกรวมทั้งประเทศ โดยตลาดส่งออกสำคัญได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาเลเซีย แอฟริกาใต้ และอินโดนีเซีย สินค้าชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ของไทยนั้นมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก สามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ เนื่องจากเรามีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งยาวนานมากว่า 50 ปี ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ สามารถผลิตชิ้นส่วนสำหรับยานยนต์ได้ทุกชิ้นส่วน”

                งานแสดงสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง หรืองาน TAPA จัดขึ้นต่อเนื่องมากว่า 2 ทศวรรษ เพื่อเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการแสดงศักยภาพความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง ต่อผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก รวมถึงนักธุรกิจจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรและต่อยอดธุรกิจในระดับสากล รวมทั้งเป็นเวทีเจรจาการค้าและเปิดตัวสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยภายในงานรวบรวมสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง จากผู้ประกอบการไทยและต่างชาติมาร่วมจัดแสดงอย่างครบวงจร จนได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก หรือ World Auto Parts Sourcing Hub

    งานแสดงสินค้า TAPA 2025 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Sustainable for the Future แสดงทิศทางของอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งของโลก ที่จะพัฒนาขึ้น โดยมุ่งเน้นความยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 500 รายจากทั่วทุกมุมโลก ในคูหาแสดงสินค้ามากกว่า 1,000 คูหา
    บนพื้นที่จัดงานกว่า 20,000 ตารางเมตร

                ภายในงานยังมี Highlight Zone ประกอบด้วย โซนสัมมนาและเสวนา เรียนรู้และอัปเดตเทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านเวทีเสวนาสุดเข้มข้น ที่รวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับแนวหน้ามาให้ความรู้แบบเจาะลึก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุด แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ถาม-ตอบและแลกเปลี่ยนมุมมองกับวิทยากรโดยตรง และโซนจัดแสดงสินค้าไฮไลต์ พบกับสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งคุณภาพสูงจากผู้ผลิตชั้นนำ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคต ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน หรือผู้ที่สนใจอุตสาหกรรมนี้ โซนนี้จะทำให้คุณได้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก

                นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวว่า ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยต้องบูรณาการกลยุทธ์ ESG และพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์เชิงนิเวศให้สอดคล้องกับแนวโน้มโลก ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต้องใช้แนวทาง Multiple Track โดยรักษาสมดุลระหว่างเครื่องยนต์สันดาปที่สะอาด (Clean ICE) และยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) นโยบายนี้จะทำให้ไทยเป็น “Last Man Standing” ในการผลิตรถยนต์ ICE พร้อมสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

    นายภาณุวัฒน์ มาลสุขุม เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ทดแทนไทย (TAPAA) กล่าวว่า ในปี 2568 คาดว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ประเภท Aftermarket จะยังคงเติบโตได้ โดยมีแนวโน้มที่ดีจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า และ การเพิ่มขึ้นของความต้องการซ่อมบำรุงยานยนต์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากความขัดแย้งต่างๆ เพื่อปรับตัวและวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการดำเนินธุรกิจ

    นายชนินทร์ ขาวจันทร์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (THAI SUBCON) กล่าวว่า การผลิตยานยนต์ในประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญ และมีระบบห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งในระดับภูมิภาคอาเซียนไปจนถึงระดับโลก โดยเฉพาะในด้านการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และการประกอบยานยนต์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ ไทยเรามีฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนขนาดใหญ่และขนาดกลางจำนวนมาก ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ รวมถึงการลงทุนจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ทั้งรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศหลากหลายค่าย อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนที่หลากหลายและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้

    นายศักดิ์ศิริ วิกรมธรรมกุล นายกสมาคมผู้ค้าอะไหล่วรจักร (WASA) กล่าวว่า ย่านวรจักรเป็นแหล่งรวมของสินค้าประเภทอะไหล่รถยนต์, มอเตอร์ไซค์, อะไหล่เครื่องจักร ที่มีความหลากหลายเป็นแหล่งที่ผู้ค้าปลีกและผู้ค้าส่งสามารถหาสินค้าหรืออะไหล่ในราคาที่เหมาะสมได้ ในแง่ของการกระจายสินค้า ย่านวรจักรไม่ได้มีการขายเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าอะไหล่ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายการขนส่งที่สามารถส่งสินค้าไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    พบกันในงาน TAPA 2025 ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2568 โดยวันที่ 5 เมษายนจะเป็นวันจำหน่ายปลีก ณ Hall EH101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาคลิก www.thailandautopartsfair.com


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OMODA & JAECOO มอบข้อเสนอ Motor Show Deal สำหรับ JAECOO 6 EV ที่จะทำให้การเป็นเจ้าของ JAECOO 6 EV แบบไม่ต้องรอตัดสินใจ

    1 Min Read

    OMODA & JAECOO มอบข้อเสนอ Motor Show Deal สำหรับ JAECOO 6 EV ที่จะทำให้การเป็นเจ้าของ JAECOO 6 EV แบบไม่ต้องรอตัดสินใจ

    OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ส่งมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถไฟฟ้า JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด ที่ผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ ONE BOX STYLE พร้อมท้าทายทุกเส้นทางอย่าง ไร้ขอบเขต ได้รับการยกย่องในด้านสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย ทำให้ได้รับรางวัล “BEST OFF ROAD EV” ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษนี้ จะทำให้การเป็นเจ้าของด้วยโปรโมชัน Motor Show Deal รถไฟฟ้าคันใหม่แบบไม่ต้องรอตัดสินใจ ตั้งแต่ 14 มีนาคม – 30 เมษายน2568 นี้เท่านั้น

    JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด ที่ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งด้านความสวยงามที่มาพร้อมคุณประโยชน์การใช้สอย จนสามารถคว้ารางวัล “BEST OFF ROAD EV” จากเวที CAR OF THE YEAR 2025 ซึ่ง JAECOO 6 EV ได้ผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ ONE BOX STYLE แบบแนวคิด “OFF-ROAD TRENDY” ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งอนาคต พร้อมท้าทายทุกเส้นทางอย่างไร้ขอบเขต สัมผัสความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากขึ้นกับโหมดการขับขี่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสภาพถนน ตั้งแต่การขับในเมืองที่แสนวุ่นวายไปจนถึงเส้นทางที่ยากลำบาก ให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ เปิดประสบการณ์และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้ชีวิต มั่นใจในทุกการเดินทางไปกับระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงจาก JAECOO 6 EV

    Motor Show Deal กับ JAECOO 6 EV ที่มาพร้อมกับส่วนลด 100,000 บาท*

    ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี*

    ฟรี! Home Charger พร้อมติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท*

    พร้อมรับข้อเสนอเดียวกับมอเตอร์โชว์*

    JAECOO 6 EV มีให้เลือก 2 รุ่น

    • รุ่น Long Range 4WD: สมรรถนะ 279 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 418 กม. (NEDC) พร้อม 9 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom, All road, Slippery, Beach, Muddy, Bumpy) ราคาหลังส่วนลด 1,149,000 บาท (จาก 1,249,000 บาท)
    • รุ่น Long Range 2WD: สมรรถนะ 184 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 426 กม. (NEDC) พร้อม 4 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom) ราคาหลังส่วนลด 999,000 บาท (จาก 1,099,000 บาท)

     

    พร้อมรับข้อเสนออื่นๆ เดียวกันกับมอเตอร์โชว์*

    – ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่า 21,000 บาท*

    -ฟรี! Home Charger พร้อมติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท*

    -ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มูลค่า 10,000 บาท*

    -ฟรี! Application T-Box service 5 ปี มูลค่า 5,000 บาท*

    -ฟรี! พรม JAECOO มูลค่า 1,500 บาท ยี่ห้อและชนิดของพรมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*

    -ฟรี! การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) *

    • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
    • การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
    • การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)

    -ฟรี! สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า (V-to-L) *

    -ฟรี! สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger*

    *หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

     

    *เงื่อนไขแต่ละข้อเสนอพิเศษมีเนื้อหาและช่วงเวลาที่มีความแตกต่าง แต่ทั้งนี้เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และ บางข้อเสนอพิเศษนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการโปรโมชันอื่นๆ ได้

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WWW.OMODAJAECOO.CO.TH หรือสอบถามรายละเอียดได้ โทร. 02-020-8888 หรือที่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ รังสรรค์อัครยนตรกรรมรุ่นพิเศษ ‘Inspired by China’ สะท้อนความงดงามแห่งศิลปะวัฒนธรรมจีน

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ รังสรรค์อัครยนตรกรรมรุ่นพิเศษ ‘Inspired by China’ สะท้อนความงดงามแห่งศิลปะวัฒนธรรมจีน

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ รังสรรค์อัครยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่ได้รวบรวมเอาแรงบันดาลใจจากศิลปะและวัฒนธรรมจีนภายใต้แนวคิด ‘Inspired by China’ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยอัครยนตรกรรมทั้ง 8 คอลเลกชันที่แตกต่างกันได้รับการผลิตขึ้นตามข้อกำหนดเฉพาะด้านงานฝีมือจากช่างฝีมืออันเลื่องชื่อของเบนท์ลีย์เพื่อผสมผสานสีสัน ผิวสัมผัส และความงดงามในการออกแบบสำหรับตลาดในประเทศจีนโดยเฉพาะ

    ทีมนักออกแบบจากเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ได้สร้างสรรค์อัครยนตรกรรมรุ่นพิเศษให้มีชีวิตชีวาด้วยความใส่ในรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน ยกระดับทุกองค์ประกอบให้มีความประณีตบรรจง ตั้งแต่จำนวนกรงเล็บของมังกรที่ปักลายไปจนถึงทิศทางที่ปลาคาร์ปสีสันสดใสกำลังแหวกว่ายอยู่ภายในห้องโดยสาร ซึ่งทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ล้วนได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง

    ผลงานการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ในครั้งได้รับการรังสรรค์ในรุ่น Bentayga Extended Wheelbase (EWB), Flying Spur และ Continental GT ด้วยแรงบันดาลใจจากสัตว์ ผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียง และตราสัญลักษณ์ในวัฒนธรรมจีน

    ปลาคาร์ปสีสันสดใส

    ในสมัยโบราณ ชาวจีนเชื่อกันว่าปลาคาร์ปเป็นสัตว์ที่นำความกล้าหาญและโชคลาภมาให้ และสีสันที่สดใสของปลาคาร์ปก็เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน โดยสำหรับในรุ่น Bentayga EWB ที่มีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง เหมาะแก่การแสดงผลงานศิลปะที่คอนทราสต์กันอย่างโดดเด่นกับพื้นผิวของหินแกรนิตบริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งทั้งสองอย่างล้วนคล้ายคลึงกับสีและผิวสัมผัสของปลาคาร์ป สำหรับภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง การตกแต่งภายในด้วยเฉดสีดำ Beluga และเฉดสีส้ม Mandarin จะช่วยสร้างการผสมผสานที่โดดเด่นไม่ว่าคุณจะนั่งที่เบาะโดยสารส่วนหน้าหรือเบาะโดยสารส่วนหลัง

    สำหรับการออกแบบภายในห้องโดยสารที่รวมถึงการปักและการซ้อนภาพ นักออกแบบพบว่าปลาคาร์ปต้องว่ายน้ำตามเข็มนาฬิกา เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์และความเชื่อที่สื่อถึงโชคลาภ ความสมดุล และความพากเพียร นอกจากนี้ ตัวเลขหกยังถือเป็นเลขนำโชคในความเชื่อของชาวจีน เนื่องจาก 六 ออกเสียงเหมือน 流 (liú) และเกี่ยวข้องกับความราบรื่นและความสำเร็จ ภายในห้องโดยสารจึงมีการใส่รายละเอียดของปลา 6 ตัวที่ได้รับการปัก 4 ตัวบนเบาะโดยสารแต่ละที่นั่ง และมี 2 ตัวตกแต่งบริเวณวีเนียร์

    เอฟเฟกต์ ‘ระลอกคลื่น’ บนแผงหน้าปัดและกาบบันไดได้รับการออกแบบให้เสมือนระลอกคลื่นน้ำที่เกิดจากปลาคาร์ปขณะเคลื่อนไหว พร้อมด้วยการตกแต่งด้วยสีทองเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบอย่างตราสัญลักษณ์ด้านนอกบริเวณเสา D และแถบสีทอง ซึ่งสื่อถึงโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความโชคดี

     

    ภาพวิวทิวทัศน์ที่งดงาม

    คอลเลกชันพิเศษได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาด ‘A Thousand Miles of Rivers and Mountains’ ของ หวัง ซีเหมิง ซึ่งวาดขึ้นขณะที่มีอายุเพียง 18 ปี “A Thousand Miles of Rivers and Mountains” คือ ภาพวาดทิวทัศน์อันโด่งดังของจีนที่วาดขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่งในช่วงคริสตศักราช 960 –1276 โดยม้วนภาพขนาดใหญ่นี้มีความยาวประมาณ 11.9 เมตร (หรือ ประมาณ 39 ฟุต)

    ในส่วนของภายในห้องโดยสารของรุ่น Flying Spur Azure ที่เน้นความสะดวกสบายในการเดินทาง ทีมงานได้ศึกษาเฉดสีต่างๆ และได้รับแรงบันดาลใจจากสีน้ำเงิน สีเขียว และสีทองในภาพวาด โดยมีการนำเอารูปทรงและรายละเอียดต่างๆ มาใช้ในการปักและซ้อนทับที่สามารถเห็นได้ทั่วทั้งห้องโดยสารสีน้ำเงินที่สั่งทำพิเศษ

     

    Ru Yi

    อีกหนึ่งคอลเลกชันไฮไลท์ คือ Ru Yi สำหรับ “Ru Yi” (如意) เป็นของตกแต่งแบบดั้งเดิมของชาวจีนที่สื่อถึงโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความปรารถนาที่สมหวัง Ru Yi มักถูกประดิษฐ์ขึ้นในรูปทรงคฑาหรือไม้กายสิทธิ์ โดยทั่วไปจะมีส่วนหัวโค้งมนคล้ายเมฆและด้ามจับยาวตรง ส่วนหัวมักประดับด้วยงานแกะสลักที่ประณีตหรือฝังอัญมณีที่ทำจากวัสดุต่างๆ อย่างเช่น ไม้ หยก และโลหะ

    คอลเลกชันสำหรับรุ่น Flying Spur มาพร้อมกับการตกแต่งด้วย 3 เฉดสี โดยทั้งหมดมีการตกแต่งอย่างประณีตที่สามารถมองเห็นได้ด้วยเส้นสายสีทองบนเบาะโดยสารที่เข้ากันกับการตกแต่งด้วยสีเงินบริเวณแผงหน้าปัดและกาบบันไดห้องโดยสาร พร้อมด้วยเส้นสายสีทองที่ตกแต่งบริเวณคอนโซลกลางที่จะเข้ากับโลโก้สีทองภายนอก

    3 อัครยนตรกรรมคอลเลกชันพิเศษ

    สำหรับอัครยนตรกรรม ‘Inspired by China’ อีก 3 คอลเลกชันพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทั้งสัตว์ต่างๆ อย่าง มังกร สิงโตเต้นรำ หรือแม้แต่หมีแพนด้าเริงร่า เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ได้ใช้ทักษะด้านงานฝีมือในการออกแบบผลงานคอลเลกชันในแบบเฉพาะตัวไม่ว่าจะเป็นจำนวนกรงเล็บ สีของดวงตา หรือเพียงแค่การใช้เฉดสีในการสื่อสารถึงไม้ไผ่เพื่อความเอ็กซ์คลูซีฟในแบบเฉพาะของตลาดในประเทศจีน

    ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษ โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • 7 ความต่างที่ทำให้ SHS (Super Hybrid System) ใน JAECOO 7 SHS คือมิติใหม่แห่งเทคโนโลยียานยนต์ที่ทุกคนรอคอย

    1 Min Read

    7 ความต่างที่ทำให้ SHS (Super Hybrid System) ใน JAECOO 7 SHS คือมิติใหม่แห่งเทคโนโลยียานยนต์ที่ทุกคนรอคอย

    OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก เตรียมเปิดตัว JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) ยนตรกรรม Plug-in Hybrid “Super HEV + EV” รุ่นล่าสุด ที่จะมาเปลี่ยนโฉมหน้าวงการยานยนต์ไทย ด้วยการผสานจุดเด่นของรถยนต์ไฮบริดและรถไฟฟ้าอย่างลงตัว

     

    Super Hybrid System: เทคโนโลยีแห่งอนาคตของวงการยานยนต์

    SHS หรือ Super Hybrid System คือนวัตกรรมล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยานยนต์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

    ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของรถปลั๊กอินไฮบริดแบบดั้งเดิม ด้วยการปรับปรุงเสถียรภาพของระบบ ทำให้การสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าราบรื่นไร้รอยต่อ ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์การขับขี่ที่ปราศจากมลพิษ เสียงรบกวนต่ำ และการเร่งความเร็วที่นุ่มนวลเหมือนรถไฟฟ้า ในขณะเดียวกันก็ได้รับข้อดีในเรื่องระยะทางการขับขี่ที่ยาวไกลและความสะดวกในการเติมน้ำมันของรถยนต์ไฮบริด

    7 ความต่างที่เป็นหัวใจของ JAECOO 7 SHS

    JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) มีส่วนประกอบหลักที่ทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5 ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก Chery Automobile, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System), และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง  ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฮบริดโดยเฉพาะ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับใน 7 ด้าน ได้แก่

    1. เครื่องยนต์ 5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5 ประสิทธิภาพสูง

    เครื่องยนต์นี้เป็นหนึ่งในผลงานการพัฒนาล่าสุดของ Chery Automobile ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูง (Thermal Efficiency) และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำ สามารถปรับการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่แบบเรียลไทม์ ทำให้น้ำมันทุกหยดถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด

    1. ระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง

    มาพร้อมระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องยนต์ยังคงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในสภาวะการใช้งานหนัก

    1. ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System)

    ทำให้การทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยพละกำลังอันทรงพลัง สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 120 กม./ชม. หากมีแบตเตอรี่มากกว่า 25%

    1. ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูง

    มาพร้อมอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม มากกว่า 21.28 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้ JAECOO 7 SHS มีสมรรถนะเทียบเท่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันแต่ประหยัดพลังงานและลดการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    1. แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงพร้อมระบบความปลอดภัยรอบด้าน

    แบตเตอรี่ของ JAECOO 7 SHS มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบป้องกันแบตเตอรี่รอบด้าน ทั้งการทนทานต่อความร้อน แรงกระแทก และกันน้ำ พร้อมระบบป้องกันด้วยการปิดเครื่องภายใน 0.002 วินาทีหลังเกิดการชน ช่วยตัดแหล่งจ่ายไฟได้อย่างรวดเร็วเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

    1. ความสามารถในการจ่ายพลังงานภายนอก (V2L)

    แบตเตอรี่ยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ได้ในกรณีฉุกเฉิน ด้วยความสามารถในการปล่อยประจุไฟฟ้าภายนอกได้ 3.3 กิโลวัตต์ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย

    1. ระยะทางขับขี่ที่ไปได้ไกลกว่า

    ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้ JAECOO 7 SHS มอบสมรรถนะและระยะทางการขับขี่ที่ไกลกว่า 1,300 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) โดยที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน 106 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

    สมรรถนะเหนือชั้นที่พลิกโฉมวงการยานยนต์

    ด้วยการผสานการทำงานของทั้ง 3 ระบบหลักนี้ JAECOO 7 SHS จึงสามารถมอบสมรรถนะที่น่าทึ่ง:

    • พละกำลังสูงสุด: 347 แรงม้า (HP)
    • แรงบิดสูงสุด: 525 นิวตัน-เมตร
    • ระยะทางขับขี่รวม: มากกว่า 1,300 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)
    • ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน: 106 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

    JAECOO 7 SHS จึงเป็นมากกว่ารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดทั่วไป แต่เป็นยนตรกรรมที่มอบเสน่ห์ของการขับขี่ทั้ง 2 รูปแบบ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองที่ต้องการความเงียบและการประหยัดพลังงาน หรือการเดินทางไกลที่ต้องการระยะทางและสมรรถนะที่ทรงพลัง

    พบกับ JAECOO 7 SHS เร็วๆ นี้

    เตรียมพบกับการเปิดตัว JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการได้ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 46 วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 นี้ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3

    การเปิดตัว JAECOO 7 SHS ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีของ OMODA & JAECOO เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการเดินทางสมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญสู่อนาคตของวงการยานยนต์ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือความคาดหมายแก่ผู้บริโภคอย่างแท้จริง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ Mitsubishi e:MOTION เปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ฟูลไฮบริด

    2 Min Read

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ Mitsubishi e:MOTION เปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ฟูลไฮบริด

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด นำโดย มร. เรียวอิจิ อินาบะ (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มร. มาซาฮิโระ อิโตะ  (ที่ 2 จากซ้าย) Chief Product Specialist, บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น มร. นาโอกิ อากิตะ (ซ้ายสุด) Program Design Director บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และ นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ (ขวาสุด)  กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

     

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดด้วยการเปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี สู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรก รถคอมแพ็กต์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ เร้าใจกับสมรรถนะ ครบครันด้วยความสะดวกสบาย และเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย จากอีกขั้นของการพัฒนา MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสาน 3 เทคโนโลยี ที่ล้ำสมัยที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

    เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จะผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และจัดจำหน่ายผ่านทางเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการกว่า 190 แห่งทั่วประเทศ เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียในเดือนสิงหาคม 2566 ในรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน และขยายตลาดสู่เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ละตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ๆ ในปี 2567 มีความสำคัญในฐานะรถยนต์เชิงกลยุทธ์ระดับโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

    ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จะมาเสริมทัพกลุ่มรถยนต์ฟูลไฮบริดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ต่อยอดความสำเร็จจาก มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ที่เปิดตัวในประเทศไทย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา รถคอมแพ็กต์เอสยูวีรุ่นใหม่นี้ เป็นรถที่จะสร้างความน่าดึงดูดใจให้กับทุกท่าน เพราะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาจากระบบขับเคลื่อนแบบ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันเลื่องชื่อของมิตซูบิชิ โดดเด่นด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอัตราเร่งที่ทรงพลัง พร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) ผสานการทำงานระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) แบบ All-Wheel Control  ที่จะช่วยคำนวณการส่งกำลังจากระบบขับเคลื่อนและแรงเบรกลงสู่แต่ละล้อ เพื่อให้ล้อทั้งคู่หน้า-คู่หลัง ทำงานอย่างสัมพันธ์กัน ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาสมดุลของตัวรถขณะเข้าโค้ง เพื่อความปลอดภัย และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง

    นี่เป็นครั้งแรกที่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุดของเรา และเราภาคภูมิใจ ที่รถยนต์รุ่นนี้ ผลิตที่ประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบังของเรา เราใช้เวลาหลายเดือน ในการทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ รวมระยะทางทั้งหมดกว่า 100,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อประเมินความทนทาน และสมรรถนะในการขับขี่ ทีมทดสอบของเราได้รวบรวมข้อมูล และความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ซึ่งวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเรา ได้นำไปใช้ในการปรับแต่ง และพัฒนารถรุ่นนี้ ให้ดียิ่งขึ้น ขั้นตอนสุดท้าย คือการทดสอบความทนทานของรถ และปรับแต่งระบบกันสะเทือนที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานบนสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เราให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพ และประสบการณ์การขับขี่เสมอมา และเราไม่เคยลดทอนมาตรฐานเหล่านี้เลยครับ เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จะเป็นโมเดลที่สร้างความตื่นเต้น และน่าประทับใจ พร้อมกับได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย” มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

    คุณสมบัติเด่นของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี  สามารถแบ่งได้เป็น 4 แกนสำคัญ อันประกอบไปด้วย ดีไซน์  สมรรถนะ ระบบความปลอดภัย  และ ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร

    ดีไซน์

    • รูปลักษณ์ภายนอก ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Silky and Solid แนวคิดการออกแบบใหม่จากมิตซูบิชิ เรียบหรู แต่ทรงพลัง สะท้อนผ่านรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่น เปรียบสมือนไอคอนนิคแห่งยุค ด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked จัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ
    • ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงแอโรไดนามิค เสริมด้วยซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุ และ สีที่ตัดกับสีรถ ทำให้ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มีบุคลิกของรถเอสยูวีอย่างชัดเจน

    • รูปลักษณ์ภายใน ออกแบบโดยใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ประณีตในทุกรายละเอียด คอนเซปต์ตามแนวคิด “Horizontal Axis” มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ภายในห้องโดยสารสีทูโทน พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าแบบพิเศษกันน้ำ และคราบสิ่งสกปรก มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จะช่วยสร้างสุนทรียภาพให้คุณตลอดการเดินทาง

    สมรรถนะ

    • ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสานสามเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดของมิตซูบิชิ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC)
    • ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC เป็นการพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นแรก สู่ระบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติตามการขับขี่และสภาพถนน ให้อัตราเร่งที่ดี และนุ่มนวล อีกทั้งยังเพิ่มกลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้รถมีอัตราประหยัดน้ำมันขั้นสูงสุด 24.4 กิโลเมตร/ลิตร1 มีระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดในคลาสต่อน้ำมันหนึ่งถัง  ทำงานเงียบและมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมทั้งในการขับขี่บนไฮเวย์ และในเส้นทางที่เป็นเนินลาดชัน

    • โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) ไม่ว่าเส้นทางแบบไหนก็ไม่เป็นอุปสรรคด้วยโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Normal (ถนนทั่วไป) Wet (ถนนเปียก) Gravel (ถนนลูกรัง) Tarmac (ถนนลาดยาง) Mud (ถนนโคลน) และอีก 2 ทางเลือกพลังงานทั้ง Charge (โหมดการชาร์จ) และ EV Priority (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%) โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการขับขี่ด้วยตนเองตามสภาพถนน สภาพภูมิอากาศ หรือรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ

    • ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง หรือ AYC (Active Yaw Control) เทคโนโลยีจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ทำงานโดยคำนวณการส่งกำลังลงที่ล้อซ้าย-ล้อขวา ให้หมุนสัมพันธ์กัน ขณะที่รถเข้าโค้ง เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์
    • ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยังใช้ ช่วงล่าง ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย ซึ่งผ่านการทดสอบมาแล้วกว่า 100,000 กิโลเมตร

    ระบบความปลอดภัย

    • เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ ADAS ที่จะตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ทำงานอย่างแม่นยำผ่านการทำงานของกล้อง เรดาห์ และเซนเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น
      • กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะ และระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD)
      • ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN)
      • ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA)
      • ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
      • ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (ACC)
      • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
      • ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)

    ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรก และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

    ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร 

    ยกระดับการเดินทางของคุณ ให้รู้สึกผ่อนคลายในแบบพรีเมียมด้วย

    • ห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน พื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่หัวไหล่ และพื้นที่วางขาที่กว้าง ทำให้สามารถเดินทางได้พร้อมกันถึง 5 คน โดยไม่รู้สึกอึดอัด เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับแบบ 40:20:40 และปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ พร้อมด้วยวัสดุหุ้มเบาะ “Heat Guard” ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด

    • ไดนามิค ซาวด์ ยามาฮ่า พรีเมียม (Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System) เครื่องเสียงและระบบเสียงคุณภาพ พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับ ยามาฮ่า คอร์เปอเรชั่น ให้เสียงใส คมชัดในทุกมิติ ให้คุณเพลิดเพลินกับเพลงโปรดได้เสมือนฟังดนตรีแบบแยกชิ้น

    • ระบบฟอกอากาศ nanoeTM X ที่จะช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ และยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ลดอากาศเหนื่อยล้า สร้างความสดชื่นให้คุณตลอดการเดินทาง

    • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Ambient Light) บริเวณคอนโซลหน้าและแผงประตูด้านหน้า

    ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มีจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ได้แก่

    • รุ่น Ignite ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท
      มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond สีเงิน Blade Silver และ สีเทา Graphite Grey

    • รุ่น Ultimate ราคาเริ่มต้น 1,039,000 บาท
      มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond หลังคาดำ สีเงิน Blade Silver   สีเทา Graphite Gray  และสีดำ Jet Black Mica

    • รุ่น Ultimate X ราคาเริ่มต้น 1,089,000 บาท
      มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond หลังคาดำ สีเทา Graphite Gray  หลังคาดำ สีเหลือง Energetic Yellow หลังคาดำ  สีแดง Spirit Red  หลังคาดำ และสีดำ Jet Black Mica

    มาพร้อมการรับประกันระบบไฮบริดเป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานสูงสุดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หมดกังวลกับเรื่องอะไหล่และบริการหลังการขาย เพราะเป็นรถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ จึงสามารถจัดส่งอะไหล่ได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมดูแลด้วยช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างเชี่ยวชาญกระจายอยู่กับเครือข่ายผู้จำหน่ายของมิตซูบิชิที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ

    พิเศษสำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี โดยจองภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 และรับรถภายใน 31 กรกฎาคม 2568 จะได้รับสิทธิพิเศษภายใต้แคมเปญ Early Bird Offers2  เฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น  โดยลูกค้าจะได้รับบัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท และรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เป็นเวลา 1 ปี  พร้อมการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)

    พร้อมทั้งข้อเสนอพิเศษที่สามารถเลือกรับอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.99% (เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระ 48 เดือน)2 กับสถาบันการเงินที่กำหนด และ สามารถเลือกรับแพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี และสำหรับลูกค้าครอบครัว มิตซูบิชิ หรือลูกค้าเก่ามิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดถึง 30,000 บาท ผ่านแอฟพลิเคชัน M-Drive

    ลูกค้าสามารถสัมผัสออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้ที่งานโรดโชว์ทั่วประเทศ และ ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (A9) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี พร้อมพบกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของมิตซูบิชิ ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของรถยนต์มิตซูบิชิได้ทางเว็บไซต์ www.mitsubishi-motors.co.th และทุกช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค  MitsubishiMotorsTH

    1 ทดสอบตามมาตรฐาน NEDC อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ระบุในแคตตาล็อกคำนวณตามวิธีที่กำหนด และอาจแตกต่างจากอัตรา
    สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในสภาพการขับขี่จริง

    2 สำหรับรุ่น Ultimate และ Ultimate X


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment