• บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยกขบวนยานยนต์สุดตื่นตา จุดกระแสความคึกคักก่อนมุ่งสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

    2 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยกขบวนยานยนต์สุดตื่นตา จุดกระแสความคึกคักก่อนมุ่งสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมนำทัพยานยนต์รุ่นใหม่สุดตระการตา มุ่งสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “สนทนาภาษายานยนต์” โดยทั้งสามแบรนด์ภายใต้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมนำเสนอรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ใหม่ล่าสุดที่ตอบสนองทุกความต้องการของนักขับชาวไทย นับตั้งแต่ความหรูหราขณะโลดแล่นบนท้องถนนในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงที่สุดของสมรรถนะและการผจญภัยออฟโรดอย่างไร้ขีดจำกัด

    มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวว่า “ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้เผยถึงกระแสตอบรับอันอบอุ่นของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและกลุ่มยานยนต์สมรรถนะสูงของเรา ในมอเตอร์โชว์ปีนี้ เราจึงเตรียมต่อยอดความสำเร็จและกระแสความสนใจของลูกค้าด้วยความตื่นตาจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หลายรุ่น อย่างในตระกูล M ของบีเอ็มดับเบิลยู เรามีทั้งบีเอ็มดับเบิลยู M3 Competition M xDrive Touring และ M5 Touring ใหม่ ที่ผสมผสานประสิทธิภาพและความคล่องตัวในระดับสูงสุด เข้ากับรูปลักษณ์สง่างามและประโยชน์ใช้สอยของรถประเภท Touring”

    “ทางฝั่งมินิก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ด้วยรถยนต์สมรรถนะสูงจากตระกูล จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ถึง 4 รุ่น ซึ่งในจำนวนนี้ รวมถึง JCW พลังงานไฟฟ้าสองรุ่นแรก ทั้งในรุ่นแบบ 3 ประตู และรุ่น Aceman แบบ 5 ประตู ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็ขนตัวท็อปมาเผยโฉมกันในสองสไตล์ ทั้งสายผจญภัยออฟโรดกับบีเอ็มดับเบิลยู R 1300 GS Adventure และซูเปอร์ไบค์อย่างบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR”

    ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยูและมินิยังทำการปรับโฉม เสริมสมรรถนะให้กับรุ่นยอดนิยมของแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ที่รองรับการขับขี่แบบไฟฟ้าล้วนได้ไกลยิ่งขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู 530e Inspiring ที่เปิดทางให้ลูกค้าเป็นเจ้าของซีรีส์ 5 ได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงความพรีเมียมในทุกมิติ หรือความเพลิดเพลินจากประสบการณ์
    การขับขี่แบบเปิดประทุนกับ MINI Cooper Convertible S นอกจากยานยนต์รุ่นใหม่ที่ยกทัพมาเปิดตัวเป็นครั้งแรก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังมีข้อเสนอพิเศษมากมายจากทั้งสามแบรนด์ ให้ลูกค้าได้สัมผัสที่สุดแห่ง
    การขับขี่ระดับพรีเมียมได้อย่างสบายใจ

    มร. แกร์ฮาร์ด กล่าวเสริมว่า “ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรานำมาเปิดตัวในมอเตอร์โชว์ปีนี้ เป็นการเน้นย้ำถึงความสามารถของเราในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในตลาดรถยนต์พรีเมียม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของเรา ทั้งในตลาดไทยและบนเวทีโลก เรามีความยินดีที่จะได้เห็นลูกค้าได้สนุกและตื่นเต้นไปกับยานยนต์ของเรา และผมขอให้ทุกท่านจับตารอความเคลื่อนไหวของเราในปีนี้ กับสีสันและความแปลกใหม่ที่ยังรออยู่ข้างหน้าในปี 2568 นี้”

    ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายของรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประกาศเปิดตัวในวันนี้ จะเผยแพร่อย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2568

     

    ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยูในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

    ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นที่ร่วมรายการ โดยเลือกใช้ข้อเสนอทางการเงินจากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส และมีกำหนดรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2568 สามารถเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษ* ได้ในงาน ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 8 ปี ประกันภัยชั้นหนึ่ง BMW Protect ฟรีสูงสุด 3 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% และอื่นๆ อีกมากมาย

    รุ่น ข้อเสนอพิเศษ
    บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d, X3 M50 ใหม่

     

     

    ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 32,299 บาท/เดือน

    บีเอ็มดับเบิลยู 330e ใหม่ ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 23,799 บาท/เดือน

    บีเอ็มดับเบิลยู M340i ใหม่ ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 33,999 บาท/เดือน

    บีเอ็มดับเบิลยู 320d ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 23,799 บาท/เดือน

    บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ·         ฟรี BMW Wall Box

    ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 27,499 บาท/เดือน

    บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 32,299 บาท/เดือน

    บีเอ็มดับเบิลยู M และ M Performance

     

    (รุ่นที่เข้าร่วม บีเอ็มดับเบิลยู M240i, บีเอ็มดับเบิลยู i4 M50, บีเอ็มดับเบิลยู M440i (รุ่นก่อนปรับโฉม), บีเอ็มดับเบิลยู Z4 M40i, บีเอ็มดับเบิลยู i5 M60, บีเอ็มดับเบิลยู M3 CS, บีเอ็มดับเบิลยู M3 Touring, บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe (รุ่นก่อนปรับโฉม) และ บีเอ็มดับเบิลยู X4M )

    ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 37,299 บาท/เดือน

    ·         ฟรี แพ็คเกจ BMW Driving Experience ที่เกาหลีใต้ สำหรับรุ่น M240i, i4 M50, i5 M60, M440i (รุ่นก่อนปรับโฉม), Z4 M40i, M3 CS, M3 Touring (รุ่นก่อนปรับโฉม) และ M4 Coupe (รุ่นก่อนปรับโฉม)

    บีเอ็มดับเบิลยู 320Li / 330Li ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 19,999 บาท/เดือน

    ·         หรือ ฟรีอัปเกรด BSI Ultimate นานสูงสุด 5 ปีสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู 320 Li

    บีเอ็มดับเบิลยู X1 ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 15,799 บาท/เดือน (สำหรับรุ่น X1 sDrive20i xLine เท่านั้น)

    บีเอ็มดับเบิลยู X3 30e ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 33,099 บาท/เดือน

    บีเอ็มดับเบิลยู X5 30e ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 46,399 บาท/เดือน

    บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นพลังงานไฟฟ้า

     

    (บีเอ็มดับเบิลยู i4, i5, i7, iX2, iX)

    ·         ฟรี BMW Wall Box

    ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 31,099 บาท/เดือน

    ·         ฟรี เครดิตการชาร์จมูลค่า 20,000 บาทที่สถานีชาร์จ Elex by EGAT

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/promotional-offers/bmw-march-2025-motorshowoffer.html

     

    ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand หรือติดต่อ BMW Contact Centre ที่เบอร์ 1397

     

    ข้อเสนอพิเศษจากมินิในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

    พบกับข้อเสนอพิเศษ** ที่พร้อมเปิดทางให้คุณได้โลดแล่นไปกับมินิหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้าขับสนุกหรือรถอเนกประสงค์สำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ ด้วยความอุ่นใจจากอัตราผ่อนชำระพิเศษ ประกันภัยชั้นหนึ่ง และอื่นๆ

    รุ่น ข้อเสนอพิเศษ
    MINI Cooper SE และ MINI Aceman SE

     

    ·         ฟรี MINI Wall Box หรือ

    ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 11,555 บาท/เดือน (สำหรับ MINI Cooper SE) และ 15,555 บาท/เดือน (สำหรับ MINI Aceman SE)

    MINI Countryman S ALL4 ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

    ·         ฟรี กล้องหน้ารถ Advanced Car Eye 3.0 สำหรับรุ่น MINI Countryman S ALL4 Classic

    ·         ผ่อนเริ่มต้น 22,099 บาท/เดือน

    **เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mini.co.th/en_TH/home/serv/special-offers/the_new_mini_family.html  

     

    ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

    ออกตัวสู่ทุกเส้นทางกับสองล้อคู่ใจคันใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ด้วยข้อเสนอพิเศษ*** ที่มีทั้งประกันภัยชั้นหนึ่ง ขยายเวลาบริการหลังการขาย และอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุด

    รุ่น ข้อเสนอพิเศษ
    บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT ·         ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Motorrad Protect สูงสุด 1 ปี

    ·         ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Motorrad Service Inclusive เป็น 3 ปีเต็ม

    บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ·         เลือกจาก

    o    ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Motorrad Protect สูงสุด 1 ปี

    o    อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

    บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 GS ·         อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.65% สำหรับลูกค้าเดิมของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เท่านั้น

    ***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

    No Comment
  • มาสด้าเปิดตัวรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอน NEW MAZADA MX-5 รุ่นลิมิเต็ด ฉลองครบรอบ 35 ปี

    2 Min Read

    มาสด้าเปิดตัวรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอน NEW MAZADA MX-5 รุ่นลิมิเต็ด ฉลองครบรอบ 35 ปี

    มาสด้าแนะนำรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอนเจ้าของตำนานความสนุกสนานในการขับขี่ New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี ของ MX-5 ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต มอบความสปอร์ตสไตล์คลาสสิก แฝงด้วยความสปอร์ตทุกรายละเอียด มาพร้อมความพิเศษกับสีภายนอก Artisan Red Premium เอกสิทธิ์เฉพาะมาสด้า ภายในตกแต่งด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan สะท้อนความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พร้อม Serial number บ่งบอกความพิเศษที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด วางราคาจำหน่าย 3,069,000 บาท และแคมเปญพิเศษช่วงเปิดตัว ฟรีประกันชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี หรือ Mazda Ultimate Service พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนพันธุ์แท้ชาวไทยจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้า MX-5 คือรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนหลังคาไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา เจ้าของตำนานความสนุกสนานในการขับขี่ แบรนด์ไอคอนของมาสด้าที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วโลก โดยมาสด้า MX-5 เจนเนอเรชั่นแรก เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2532 ในงาน Chicago Auto Show ด้วยการเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์น้ำหนักเบา ถือเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 เจนเนอเรชั่นที่สองก็ได้ถูกเปิดตัว สร้างชื่อเสียงกระหึ่มไปทั่วโลกจนได้รับการบันทึกลงในหนังสือ Guinness World Records ให้เป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบบสองที่นั่งที่ขายดีที่สุดในโลก ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 MX-5 เจนเนอเรชั่นที่สามก็ได้เปิดตัวขึ้น และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โรดสเตอร์ที่มาพร้อมหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกเพียง 13 วินาที จนกระทั่งในปี 2558 จนถึงปัจจุบัน MX-5 เจนเนอเรชั่นที่สี่ ได้มีการพลิกโฉมอีกครั้ง โดยมาพร้อมกับดีไซน์ที่เฉียบคมและพริ้วไหว ตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ทำให้ได้ภาพลักษณ์ที่มีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวอย่างชัดเจน และยังคงสร้างกระแสความนิยมในกลุ่มแฟน ๆ อย่างไม่เสื่อมคลาย ทำให้การผลิตในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 1.2 ล้าน คันทั่วโลก

    “การแนะนำ New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษครบรอบ 35 ปี ครั้งนี้ ถือเป็นการร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อม ๆ กับแฟนมาสด้าทั่วโลก นับตั้งแต่รถรุ่นนี้ได้เปิดตัวสู่สาธารณชนครั้งแรก และยังคงเป็นรถในเจนเนอเรชั่นที่สี่ ที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นสปอร์ตโรดสเตอร์ยอดนิยมของมาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบที่พรีเมี่ยมสง่างาม ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มีไดนามิกในการขับขี่ที่ดี พร้อมการควบคุมที่แม่นยำ มาพร้อมกับเครื่องยนต์วางหน้า และขับเคลื่อนล้อหลัง กระจายน้ำหนักหน้า-หลังแบบ 50:50 มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ตามปรัชญา จินบะ-อิไต โดยผลิตจำนวนจำกัดเพื่อให้แฟน ๆ ทั่วโลก และนักสะสมชาวไทยได้ครอบครอง เชื่อว่ารถรุ่นนี้จะเป็นรถอีกโมเดลที่จะมาสร้างความสนุกสนานในการขับขี่ ทำให้แฟน ๆ สปอร์ตโรดสเตอร์ได้ภูมิใจที่ได้ครอบครองอย่างแน่นอน“ นายธีร์ กล่าว

    Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี ได้รับการตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์เพื่อถ่ายทอดความพิเศษในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น สีภายนอกพิเศษ Artisan Red Premium ที่ได้รับผสมผสานตามแนวทาง ทาคุมิ-นูริ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการพ่นสีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า โดยเน้นแสงเงาและความมีมิติ ช่วยเพิ่มความสวยงามของตัวถังภายนอกให้โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมความพิเศษด้วยสัญญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พร้อม Serial Number ที่บริเวณด้านข้างตัวถัง บ่งบอกถึงความพิเศษที่มีจำนวนจำกัด รวมถึงหลังคาหลังคาแข็งที่สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สี Bright ที่ถ่ายทอดภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมี่ยมและความพิเศษได้อย่างมีเอกลักษณ์

    ภายในห้องโดยสารของ New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี มาพร้อมความสปอร์ตพรีเมี่ยมที่พิเศษแตกต่างจากรุ่นปกติ ด้วยเบาะหุ้มหนังสีพิเศษ Sports Tan พร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition ที่บริเวณพนักพิงศีรษะ เบาะนั่ง และพรมปูพื้นห้องโดยสาร มาพร้อมพวงมาลัย หัวเกียร์ และเบรกมือหุ้มหนังสีดำ พร้อมด้ายสีพิเศษ Sports Tan กรอบช่องแอร์ตกแต่งด้วยสีพิเศษ Artisan Red Premium แผงคอนโซลและแผงประตูหุ้มด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan มอบความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ด้วย Apple CarPlay® และ Mazda Connect ที่สามารถแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display ขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมมอบสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพงถึง 9 ตำแหน่ง

    New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี ยังคงเอกลักษณ์ของมาสด้าด้านความสนุกสนานในการขับขี่ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตามหลักปรัชญา จินบะ-อิไต (Jinba-Ittai) ที่ถ่ายทอดความรู้สึกความเป็นหนึ่งอันเดียวกันระหว่างคนกับรถ มาพร้อมเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้สมรรถนะความแรงสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมี่ยมอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง ระบบสัญญาณเตือนกันขโมย และระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด นอกจากนั้น รถรุ่นนี้ยังมาพร้อม ระบบความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense มากมายหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น

    • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
    • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
    • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps)
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ แบบ Advance (Advanced Smart Brake Support)
    • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
    • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)
    • ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support- Rear Crossing)

    New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี มาพร้อมสีภายนอก Artisan Red Premium โดยวางราคาจำหน่ายที่ 3,069,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆ MX-5 ที่สนใจร่วมเป็นหนึ่งกับความภาคภูมิใจไปพร้อมกับแฟนมาสด้าทั่วโลกที่จะได้ครอบครองรถสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นพิเศษนี้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

    รายการตกแต่งพิเศษใน New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี

    ลำดับ รายการตกแต่งพิเศษ
    1 พวงมาลัย หัวเกียร์ และเบรค มือหุ้มหนัง พร้อมด้ายสีพิเศษ Sports Tan
    2 เบาะหนังหุ้มด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan พร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary
    3 กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ (สีแดง อาร์ทิซาน เรด)
    4 กรอบช่องแอร์ตกแต่งด้วยสีพิเศษ (สีแดง อาร์ทิซาน เรด)
    5 แผงคอนโซล และแผงประตูหุ้มด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan
    6 ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว สี Bright ใหม่
    7 สัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พร้อม Serial Number
    8 พรมปูพื้นห้องโดยสาร พร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition
    9 สีภายนอก สีพิเศษ Artisan Red Premium
    10 หลังคา Hardtop

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ปอร์เช่ ประเทศไทย คว้าสองรางวัลอันทรงเกียรติจากงาน Car of the Year 2025

    1 Min Read

    ปอร์เช่ ประเทศไทย คว้าสองรางวัลอันทรงเกียรติจากงาน Car of the Year 2025

    ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้รับเกียรติคว้าสองรางวัลอันทรงเกียรติจากงาน Car & Bike of the Year 2025 Award Ceremony ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสมรรถนะยนตรกรรม การออกแบบ และนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยานยนต์

    รางวัลนี้จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งเป็นการยกย่องยนตรกรรมและจักรยานยนต์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดยพิจารณาจากเกณฑ์ต่างๆ เช่น สมรรถนะ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย นวัตกรรม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการออกแบบ ยิ่งไปกว่านั้น รถแต่ละคันต้องผ่านการทดสอบการขับขี่อย่างเข้มข้นในสนามปิด เพื่อประเมินคุณสมบัติที่จำเป็น เช่น การควบคุมพวงมาลัย สมรรถนะของระบบกันสะเทือน กำลังเครื่องยนต์ และอัตราเร่ง

    รถที่เข้าร่วมประกวดจะถูกทดสอบและประเมินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วยนักข่าวสายยานยนต์จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ไทย คณะกรรมการจากสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ สถาบันวิจัยชั้นนำจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญอิสระ

     

    ภายในงาน Car & Bike of the Year 2025 แบรนด์รถสปอร์ตระดับตำนานจากเยอรมนีอย่างปอร์เช่ ได้รับการยกย่องในกลุ่มรถยนต์ซีดานระดับหรู โดย พาราเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) รุ่นใหม่ล่าสุด คว้ารางวัลชนะเลิศในหมวด Best Plug-in Hybrid Sport Sedan ด้วยระบบไฮบริดอันล้ำสมัยที่ผสานการทำงานอย่างชาญฉลาดกับเกียร์อัตโนมัติ PDK และเครื่องยนต์เบนซิน V6 บิทวินเทอร์โบ ขนาด 2.9 ลิตร ซึ่งได้รับการพัฒนาใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ

     

    ในหมวด Sport Sedan EV ซึ่งมีการแข่งขันที่ดุเดือด ไทคานน์ (Taycan) รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่สามารถเอาชนะคู่แข่งและคว้ารางวัลไปครอง ด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า ทั้งพลังขับเคลื่อนที่มากขึ้น ระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น อัตราเร่งที่เร็วขึ้น และระบบชาร์จที่รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมเสถียรภาพที่ดียิ่งกว่าเดิม อีกทั้งไทคานน์ (Taycan) ทุกรุ่นยังมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันและระบบ Porsche Driver Experience รุ่นล่าสุด

    รางวัลทั้งสองนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของปอร์เช่ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับสมรรถนะเหนือระดับ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงระดับลักซ์ชัวรี นอกจากนี้ โครงการระดับภูมิภาคอย่าง Porsche x Shell High Performance Charging Network ยังช่วยให้ลูกค้าชาวไทยสามารถเดินทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างไร้กังวล ตั้งแต่ประเทศไทยไปจนถึงสิงคโปร์

     

    คุณไมเคิล เวตเตอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในงาน Car & Bike of the Year Award Ceremony ในปีนี้ ปอร์เช่มุ่งมั่นพัฒนาและผลักดันขีดจำกัดของยนตรกรรมอยู่เสมอ โดยผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับมรดกอันทรงคุณค่า เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ รางวัลนี้เป็นสิ่งยืนยันถึงความทุ่มเทของเราในการนำเสนอรถยนต์สมรรถนะสูงที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต”

    คุณชุลีภรณ์ เอื้อดิลกกุลธร ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ความสำเร็จของปอร์เช่ในงาน Car of the Year 2025 ตอกย้ำความสามารถของเราในการกำหนดนิยามใหม่ให้กับความหรูหราและสมรรถนะในกลุ่มรถยนต์ไฮบริดและไฟฟ้า ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์มุ่งไปสู่การขับเคลื่อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปอร์เช่ยังคงเป็นผู้นำในการมอบนวัตกรรมล้ำสมัยและประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจให้กับลูกค้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เปิดแล้ว! OR Space นวมินทร์ ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ครบวงจร เพื่อชุมชนนวมินทร์

    1 Min Read

    เปิดแล้ว! OR Space นวมินทร์ ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ครบวงจร เพื่อชุมชนนวมินทร์

    คุณพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)(OR) เป็นประธานในพิธีเปิด OR Space นวมินทร์ ซึ่งนับเป็น OR Space สาขาที่ 4 ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมเดินหน้าขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์นอกสถานีบริการน้ำมัน พร้อมเป็น Retailed Mixed-use Platform ที่ตอบโจทย์ชุมชนในการเข้าถึงสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน มุ่งสร้างพื้นที่ให้เป็นจุดหมายใหม่สำหรับทุกคนในย่าน  นวมินทร์ รามอินทรา สุขาภิบาล และพื้นที่ใกล้เคียง ภายใต้แนวคิด “All Lifestyle Pulse, Community Heartbeat” สอดคล้องกับสโลแกน “พื้นที่ความสุขครบทุกไลฟ์สไตล์ ใกล้บ้านคุณ” พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คน ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม (Sustainability)

    OR Space นวมินทร์ ตั้งอยู่บนถนนนวมินทร์ บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ โดยเป็นศูนย์กลางที่รวมร้านค้าและบริการที่ครบครันเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคในชุมชน ทั้งด้านความสะดวกสบายและไลฟ์สไตล์ โดดเด่นด้วย Café Amazon Co-Working Space บนชั้น 2 ที่มาพร้อมโต๊ะทำงาน ห้องประชุม รองรับลูกค้ากว่า 60 คน เหมาะสำหรับการทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Working) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน รวมถึงบริการ EV Station PluZ สถานีชาร์จพลังงานทางเลือกสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้    ยังมี Resoul Pilates ศูนย์ออกกำลังกายในกลุ่ม Health & Wellness ที่ช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ พร้อมด้วยร้านค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ร้านสะดวกซื้อ 7-ELEVEN ให้การจับจ่ายเป็นเรื่องง่าย ร้านอาหารสัตว์ Golden Pet Shop สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ร้านแว่นตาท็อปเจริญ ร้านตัดผม Salon Near-Me ร้านสะดวกซัก OTTERI เพื่อความสะดวกสบายของชุมชน และร้าน Krispy Kreme ที่จะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ พร้อมพื้นที่สีเขียวและโซนส่วนกลางที่เปิดให้ชุมชนสามารถมาทำกิจกรรมร่วมกัน

    OR Space นวมินทร์ พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้! พิเศษ ฉลองเปิดสาขาใหม่! เพียงรวมใบเสร็จจากร้านค้าหรือบริการภายในโครงการครบ 149 บาท/วัน รับฟรี ถุงผ้า Shopping Bag OR Space ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2568 – 23 มีนาคม 2568 (จำกัด วันละ 120 ชิ้น) ติดตามข่าวสารและโปรโมชันของ OR Space ได้ที่ Facebook: OR Official

    #ORSpace #ORSpaceนวมินทร์ #พื้นที่ความสุขครบทุกไลฟ์สไตล์ใกล้บ้านคุณ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า และเลกซัส ตอกย้ำความเป็นแบรนด์รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี กวาดมากที่สุด 11 รางวัล “CAR OF THE YEAR 2025”

    1 Min Read

    โตโยต้า และเลกซัส ตอกย้ำความเป็นแบรนด์รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี กวาดมากที่สุด 11 รางวัล “CAR OF THE YEAR 2025”

    นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด    นำทีมผู้บริหารขึ้นรับ 11 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR OF THE YEAR 2025” จาก นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยรางวัลที่ได้รับมีดังต่อไปนี้

    1. BEST SELLING BRAND – TOYOTA
    2. BEST EXPORT BRAND – TOYOTA
    3. BEST SEDAN (UNDER 1,300 CC)
    • TOYOTA YARIS ATIV NIGHTSHADE
    1. BEST HYBRID SEDAN (UNDER 1,800 CC)
    • TOYOTA COROLLA ALTIS HEV GR SPORT
    1. BEST MID-SIZE HYBRID SEDAN (UNDER 2,500 CC)
    • TOYOTA CAMRY PREMIUM LUXURY
    1. BEST HYBRID SUV (UNDER 1,500 CC)
    • TOYOTA YARIS CROSS
    1. BEST 2WD PICKUP (UNDER 2,800 CC)
    • TOYOTA HILUX REVO B-CAB 4X2 2.8 ENTRY MT
    1. BEST 4WD PICKUP (UNDER 2,800 CC)
    • TOYOTA HILUX REVO D-CAB 4X4 2.8 GR-S AT WT

     

    1. BEST PPV DIESEL 4WD (UNDER 2,800 CC)
    • TOYOTA FORTUNER 2.8 GR-S AT
    1. BEST FUEL ECONOMY PICKUP (UNDER 3,500 CC)
    • TOYOTA HILUX REVO
    1. BEST HYBRID LUXURY MPV
    • LEXUS LM 500H 4 SEATER

     

    รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR OF THE YEAR 2025” จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยจะทำการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน ทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศ และนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง เพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามเป้าหมายของการใช้งาน

    โตโยต้ารู้สึกภาคภูมิใจ และขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน การได้รับรางวัลครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาและผลิตยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่าหรือ Ever-Better Cars” ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของลูกค้า ภายใต้หลักการ QDR ซึ่งหมายถึง “Quality : คุณภาพ” / “Durability : ความทนทาน” และ “Reliability : ความไว้ใจได้ในการใช้งาน” ที่เรายึดถือมาโดยตลอด เพื่อรักษาความเป็นรถยนต์ยอดนิยมอันดับ 1 ของคนไทยตลอดไป

    เรามั่นใจว่าลูกค้ารถยนต์โตโยต้าจะมีความมั่นใจ และอุ่นใจได้ตลอดการใช้รถ ไม่ว่าด้านชิ้นส่วนอะไหล่ในการบำรุงรักษา ศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกจังหวัด และความเป็น “Trusted Services” ด้วยการบริการที่ครบวงจร เช่น Toyota Sure บริการแบบ One Stop Service ในด้านการซื้อ-ขาย Trade-in รถมือสอง / Auction Express แพลตฟอร์มประมูลรถยนต์ออนไลน์ / FixFit ศูนย์บริการทางเลือกที่ได้มาตรฐาน ให้บริการรถทุกยี่ห้อ / T-OPT อะไหล่ทางเลือก คุณภาพระดับ OEM ที่ได้มาตรฐาน / ทางเลือกชุดแต่งดีไซน์เฉียบ คุณภาพดี AAP (Associated Accessories Product) / KINTO อีกหนึ่งทางเลือกของการใช้รถยนต์ ให้ลูกค้ามีรถใช้ ไม่ต้องซื้อ / T-connect      แอปพลิเคชันที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ปลอดภัย คุ้มค่า สะดวกสบาย และมีสิทธิประโยชน์มากมาย

     

    โตโยต้าขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในโตโยต้า เรายังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อลูกค้าคนสำคัญของเราตลอดไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • พีทีที สเตชั่น x ททท. ชวนออกทริปสุดฟิน! กับโครงการ “Fresh Your Feel, Heal Your Soul เติมเต็มเส้นทางฮีลใจ”

    1 Min Read

    พีทีที สเตชั่น x ททท. ชวนออกทริปสุดฟิน! กับโครงการ “Fresh Your Feel, Heal Your Soul เติมเต็มเส้นทางฮีลใจ”

    คุณพิมาน พูลศรี  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และ คุณอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมเปิดตัวโครงการ Fresh Your Feel, Heal Your Soul เติมเต็มเส้นทางฮีลใจ” เชิญชวนทุกคนออกเดินทางพร้อมเติมพลัง เติมความสุขให้เต็มเปี่ยม พร้อมลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ จากกิจกรรมประกวดภาพถ่าย “เส้นทางท่องเที่ยว ฮีลใจ” สายเที่ยว สายถ่ายภาพ ห้ามพลาด แค่แชร์ ภาพถ่าย เส้นทางท่องเที่ยวฮีลใจ พร้อมบรรยายความประทับใจ ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับ บัตรเติมน้ำมัน PTT Station Privilege Card มูลค่า 500 บาท จำนวน 200 รางวัล สามารถร่วมกิจกรรมง่าย ๆ ได้ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2568 – 5 พฤษภาคม 2568 ผ่านช่องทาง  www.freshyourfeel.com/HealingTrip พร้อมตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีผ่านเว็บไซต์ วันที่ 19 พฤษภาคม 2568

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมช้อปเพลิน รับสิทธิ์เติมพลังฟรี! กับ “ทริปฮีลใจ เติมไฟให้ชีวิต” สายเที่ยว สายช้อปมีเฮ! เพียงใช้จ่ายในโครงการ Fresh Your Feel, Heal Your Soul ครบ 5,000 บาทขึ้นไป จากนั้นนำใบเสร็จมาลงทะเบียน 800 ท่านแรก รับฟรี! บัตรเติมน้ำมัน PTT Station Privilege Card มูลค่า 500 บาท    ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2568 – 16 พฤษภาคม 2568 แค่ลงทะเบียนร่วมสนุก และตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์ผ่านทางเว็บไซต์ www.freshyourfeel.com/giftcard/

    เติมพลังให้ทุกการขับขี่ด้วยน้ำมันคุณภาพที่ พีทีที สเตชั่น มั่นใจ เต็มลิตร พร้อมให้บริการทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเกรดมาตรฐาน “เอ็กซ์ตร้า เซฟ” ด้วยคุณสมบัติเด่น คุ้มค่า เพราะไปได้ไกลกว่าเดิม หรือเลือกเติมน้ำมันเกรดพรีเมียม “ซูเปอร์ พาวเวอร์” ให้คุณรู้สึกแรงตั้งแต่ครั้งแรกที่เติม ด้วยสาร Super Booster สาร Additive ที่คิดค้นและพัฒนาโดยบริษัทเคมีภัณฑ์จากประเทศเยอรมนี เพิ่มความแรงให้เครื่องยนต์มากขึ้น 4 เท่า เติมสุขให้ใจ พร้อมเดินทางไปกับ พีทีที สเตชั่น แล้วพบกันบนเส้นทางแห่งความสุข! ติดตามโปรโมชันและกิจกรรมอื่น ๆ ได้ที่ Facebook Fanpage: PTT Station หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1365 Contact Center

    #พีทีทีสเตชั่น #เติมเต็มทุกความสุข #เติมเต็มเส้นทางฮีลใจ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • GWM เปิดสเปกจัดเต็มใน ALL NEW GWM HAVAL H6 เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด! ยกเครื่องอัปเกรดรอบด้าน ดีไซน์ล้ำ สมรรถนะเร้าใจ วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลที่สุดในเซกเมนต์ เตรียมเปิดราคาในงาน Motor Show 2025

    2 Min Read

    GWM เปิดสเปกจัดเต็มใน ALL NEW GWM HAVAL H6 เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด! ยกเครื่องอัปเกรดรอบด้าน ดีไซน์ล้ำ สมรรถนะเร้าใจ วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลที่สุดในเซกเมนต์ เตรียมเปิดราคาในงาน Motor Show 2025

    GWM (Thailand) พร้อมยกระดับการเดินทางสู่มาตรฐานใหม่ ด้วยนวัตกรรมเพื่อการเดินทางรุ่นใหม่ล่าสุด ใน ALL NEW GWM HAVAL H6 ที่พร้อมเปิดราคาและเผยโฉมอย่างเป็นทางการให้ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดในมหกรรมยานยนต์แห่งปี มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้ โดย GWM (Thailand) ได้เปิดสเปกอย่างเต็มรูปแบบของ
    ALL NEW GWM HAVAL H6 ให้แฟน ๆ ชาวไทยได้ทำความรู้จักก่อนสัมผัสคันจริงปลายเดือนมีนาคมนี้  โดยผ่านการ
    อัปเกรดแบบรอบด้าน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งกว่า สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ปลอดภัยและคุ้มค่ายิ่งกว่าในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งดีไซน์อันล้ำสมัย ผสานการพัฒนาซอฟต์แวร์สุดไฮเทค พร้อมด้วย User Experience (UX) และ User Interface (UI) อันเหนือระดับ ร่วมกับระบบอินโฟเทนเมนต์เต็มรูปแบบ และสมรรถนะที่เร้าใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการตอบรับเสียงของผู้บริโภคผ่านการพัฒนาช่วงล่างใหม่ให้ตอบโจทย์ความต้องการด้านการขับขี่ของชาวไทยมากยิ่งขึ้น พร้อมไฮไลต์สำคัญกับการเป็นรถยนต์เอสยูวีปลั๊กอิน-ไฮบริดที่มีระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้า 100% ที่ไกลที่สุดในเซกเมนต์ ถึง 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) เดินหน้าสู่การเป็นรถยนต์เอสยูวีอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหานวัตกรรมสุดล้ำเพื่อการเดินทางแห่งอนาคต ALL NEW GWM HAVAL H6 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มาพร้อมกับ 3 รุ่นย่อย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการขับขี่ที่หลากหลายของชาวไทยด้วยรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด (HEV) 1 รุ่นย่อย รุ่น PRO และรุ่นเครื่องยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV) 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น PRO และ รุ่น ULTRA โดยมีไฮไลต์สเปกที่อัปเกรดมาแบบรอบด้าน ดังนี้

    ปรับโฉมดีไซน์ใหม่ให้ล้ำสมัยยิ่งกว่า ดึงดูดทุกสายตาด้วยสุนทรียศาสตร์รอบคันในทุกมุมมอง

    ALL NEW GWM HAVAL H6 ในทั้ง 3 รุ่นย่อย มาพร้อมกับการอัปลุคใหม่ให้ดูทันสมัยยิ่งกว่า เพิ่มความสปอร์ตและความสมาร์ตในทุกองศา ทั้งกระจังหน้าและกันชนหน้า สี Smoke Chrome ร่วมกับไฟหน้า LED อัจฉริยะแบบรมดำ รวมถึงระบบไฟ Signature Light แบบ Waterfall สะท้อนเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน อีกทั้งคิ้วประตู คิ้วฝาท้าย หน้าต่าง ด้านข้างของรถ และราวหลังคาแบบสีเปียโนแบล็ก ระบบไฟท้ายแบบ LED Light Strip แบบรมดำ ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว รมดำลายสปอร์ต พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดง (เฉพาะ PHEV รุ่น ULTRA) มอบลุคสปอร์ตทันสมัยในทุกการขับขี่ พร้อมปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่จากคำว่า “HAVAL” เป็น “GWM” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แบรนด์ภายใต้ “ONE GWM” เหมือนกันทั่วโลก

     

    อัปเกรดเต็มพิกัดกับระบบปฏิบัติการสุดล้ำ กับ User Experience (UX) และ User Interface (UI) ที่เหนือระดับและความสะดวกสบายที่ยิ่งกว่า

    ALL NEW GWM HAVAL H6 มาพร้อมการออกแบบภายในที่ให้ประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น และความบันเทิงที่ครบครันยิ่งกว่าสำหรับทุกคนในครอบครัว

    • เพิ่มอรรถรสในการเดินทางด้วย หน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสที่ใหญ่ขึ้นกับขนาด 6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay* และ Android Auto* (* ระบบจะเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป) ให้ทุกคนในครอบครัวเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงเต็มรูปแบบ พร้อมระบบเครื่องเสียง Amor luxury hifi system ลำโพงจำนวน 8 ตำแหน่ง และในรุ่น ULTRA มาพร้อม Sub-Woofer ให้คุณภาพเสียงคมชัดทั่วถึงทั้งคัน
    • สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ User Experience (UX) และ User Interface (UI) โฉมใหม่ทั้งหมด ผ่าน Coffee OS 0 + QUALCOMM Snapdragon 8155 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะจาก GWM ที่ให้การใช้งานและการสั่งการเป็นไปได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และลื่นไหลในทุกการขับขี่ ควบคุมทุกฟังก์ชันผ่านหน้าจอ ทั้งประตูท้ายรถ หลังคาซันรูฟ และอื่น ๆ อีกมากมาย ยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการใช้งานภายในรถให้ล้ำสมัย ครบครัน ระบบนำทางของ Huawei Petal Map ช่วยให้การค้นหาเส้นทางแม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมพาทุกครอบครัวไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนหน้าจอสั่งการได้ตามความต้องการ พร้อมสามารถ
      ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใหม่ ๆ เข้ามาใช้งานเพิ่มเติมจาก GWM app store ได้อีกด้วย
    • หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัล ขนาด 25 นิ้ว มาพร้อมระบบนำทางและระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) เพิ่มความสะดวกและลดการสัมผัสปุ่มขณะขับขี่ ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อถึงความเร็วที่กำหนด ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมตัวกรองอากาศ CN95 และช่องแอร์ด้านหลัง ช่วยให้ทุกการเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อไวไฟและระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger) สูงถึง 50W
    • พวงมาลัยหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมเกียร์แบบ Electronic Shifter ชุดเกียร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งบริเวณหลังพวงมาลัยง่ายต่อการใช้งาน
    • ประตูหลังเปิด-ปิดไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกสบายในการเปิดและปิดประตูไฟฟ้าให้เป็นไปได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมกับระบบแฮนด์ฟรี* และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิกเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า* (* เฉพาะใน PHEV รุ่น ULTRA)
    • อำนวยความสะดวกในการใช้งานอุปกรณ์เสริมตลอดทั้งเส้นทาง ด้วยช่องต่อ USB Type A และ C สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและหลังรวม 5 จุด และช่องต่อ USB สำหรับกล้องบันทึกภาพ 1 จุด และจุดชาร์จไฟ 12V 1 จุด

    สมรรถนะที่เร้าใจ มอบระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้า 100% ไกลที่สุดในเซกเมนต์ พร้อมการปรับระบบช่วงล่างจากการรับฟังเสียงของผู้บริโภค

    ALL NEW GWM HAVAL H6 มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังสูงสุด 179 กิโลวัตต์ หรือ 243 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร (รุ่น HEV) และพละกำลังสูงสุด 240 กิโลวัตต์ หรือ 326 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร (รุ่น PHEV) มีระบบเกียร์ DHT (Dedicated Hybrid Transmission) ซึ่งระบบเกียร์ดังกล่าวมีจุดเด่นที่สามารถสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น ช่วยให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพในทุกความเร็ว พร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท และระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงค์ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน มอบความนุ่มนวลในทุกเส้นทาง รองรับทุกสถานการณ์และทุกสภาพถนนสำหรับครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    • ALL NEW GWM HAVAL H6 รุ่น PHEV มีระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ไกลที่สุดในเซกเมนต์ ถึง 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) มาพร้อมกับแบตเตอรี่ Lithium Ion กับความจุแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 54 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ไม่ต้องชาร์จบ่อย ทำให้ยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ อีกทั้งยังมาพร้อมกับหัวชาร์จประเภท CCS Type 2 combo ซึ่งรองรับการชาร์จแบบ DC ได้สูงถึง 41 กิโลวัตต์ รวดเร็วทันใจในการชาร์จกว่ารถยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริดในเซกเมนต์เดียวกัน
    • ALL NEW GWM HAVAL H6 รุ่น HEV เสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยการปรับเซ็ตระบบช่วงล่างใหม่ที่ถูกพัฒนาจากการรับฟังเสียงของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ตอบโจทย์ความต้องการขับขี่ของชาวไทยมากยิ่งขึ้น มอบการขับขี่ที่มั่นคง มั่นใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสบายในทุกสถานการณ์
    • ALL NEW GWM HAVAL H6 ทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ถึง 4 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด และพื้นหิมะ โดยรุ่น PHEV ยังสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้อีก 2 ระบบ ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (น้ำมัน + ไฟฟ้า) และโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนอีกด้วย
    • ALL NEW GWM HAVAL H6 มีมิติตัวรถที่มีความยาว 4,703 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,886 มิลลิเมตร ความสูง 1,730 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,738 มิลลิเมตร ระยะความสูงใต้ท้องรถ 170 มิลลิเมตร ระยะห่างของล้อคู่หน้าและหลัง 1,631 / 1,640 มิลลิเมตร (HEV / PHEV) อีกทั้งยังมาพร้อมกับความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้มาถึง 61 ลิตร ในรุ่น HEV และ 55 ลิตร ในรุ่น PHEV มอบประสบการณ์ที่เหนือระดับด้วยมิติตัวรถที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างลงตัว

    เหนือชั้นไปอีกระดับกับกล้อง 540 องศา ทั้งครอบครัวอุ่นใจ มอบความปลอดภัยยิ่งกว่า

    ALL NEW GWM HAVAL H6 ทั้ง 3 รุ่น พร้อมเสริมความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะกว่า 31 รายการ อาทิ กล้องแสดงภาพความละเอียดสูงรอบทิศทาง 540 องศา (กล้องรอบคันและด้านใต้ท้องรถ) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) และอื่น ๆ อีกทั้งยังมีระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA) ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB) และอื่น ๆ (โปรดศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นเพิ่มเติม)

    เตรียมพิสูจน์อย่างใกล้ชิดกับมาตรฐานใหม่ของรถยนต์เอสยูวีอเนกประสงค์ กับ ALL NEW GWM HAVAL H6 ทั้ง 3 รุ่น พร้อมเผยราคาอย่างเป็นทางการภายใน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่กำลังจะถึงนี้ สอสบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ยามาฮ่า” ย้ำบทบาทผู้นำออโตเมติกแฟชั่น เปิดตัว “ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็กเต็ด ใหม่” เอาใจแฟน 2 รุ่น ยกระดับความทันสมัย

    1 Min Read

    “ยามาฮ่า” ย้ำบทบาทผู้นำออโตเมติกแฟชั่น เปิดตัว “ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็กเต็ด ใหม่” เอาใจแฟน 2 รุ่น ยกระดับความทันสมัย

    ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เติมไลน์อัปเอาใจแฟนรถจักรยานยนต์ออโตเมติกแฟชั่น ด้วย NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” ชูความโดดเด่นภายใต้บทบาทสกู๊ตเตอร์ดีไซน์แฟชั่นสุดเทรนดี้ การันตีกับรางวัล Mini Bike Best Design จากการประกาศผลรางวัล Thailand Bike of The Year 2025 ยกระดับทั้งในเรื่องรูปโฉมและสมรรถนะการใช้งาน ตอบโจทย์การใช้งานด้วย 2 รุ่นทางเลือก ราคาสุดคุ้ม / ราคาเข้าถึงง่าย ภายใต้ราคาแนะนำเริ่มต้น 50,900 บาท พร้อมการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กม.

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เดินหน้าสานต่อทิศทางอันยอดเยี่ยมของ All New YAMAHA NMAX ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ช่วงโค้งแรกของปี สะท้อนความต้องการและความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อออโตเมติกไบค์ เปิดตัว “NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” ตอกย้ำบทบาทผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกในตลาดประเทศไทย

    ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็กเต็ด ใหม่ ชูความโดดเด่นด้วย เทรนดี้สไตล์แฟชั่น FAZZ IT UP โฉบเฉี่ยวล้ำสมัยด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์แคปซูลสุดเก๋ สวยสะดุดตาโดดเด่น สไตล์ใหม่สุดโมเดิร์น ล้ำสมัยทุกมุมมอง สว่างชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน, LCD DIGITAL METER ทรงแคปซูลดีไซน์สุดคูล ดูเท่ทุกครั้งที่ขี่เห็นชัดทุกข้อมูล ที่ออกแบบเพื่อชีวิตที่ทันสมัย ครบทุกฟังก์ชันที่วัยรุ่นต้องการ อ่านค่าได้ง่าย ทั้งความเร็ว เวลา และข้อมูลการประหยัดน้ำมัน แสดงผลครบในจอเดียว พร้อมให้ออกไปสนุกได้ทุกเวลา รวมถึงมี ACCESSORIES PORT เติมสไตล์เท่ได้ไม่ซ้ำใคร แต่งเพิ่มเติมคาแรกเตอร์ให้เท่ได้ในสไตล์ที่ชอบ ด้วยพอร์ตติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่ใช่ แสดงความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังตอบสนองการขับขี่แบบ FULL – ON FUN! สนุกได้เต็มที่ ด้วยเครื่องยนต์ Blue Core Hybrid 125 ซีซี ผสานกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้อัตราการเร่งราบรื่น แรง ประหยัด และรักษ์โลกทุกการเดินทาง จะขี่ในเมืองหรือเที่ยวชิล ๆ ก็สบายใจได้ว่าช่วยลดมลพิษ เหมาะกับการใช้ชีวิตสไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการใช้งานแบบจัดเต็ม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วัยรุ่นที่อยากใช้ชีวิตแบบคูล ๆ อีกทั้งยังมีขนาดตัวรถ Compact Size ขับขี่ง่าย คล่องตัว สะดวกสบาย ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์วัยรุ่น เหมาะกับการขับขี่ในเมือง เลี้ยวง่าย สะดวกคล่องตัวสุด ๆ จะขี่ไปเรียน ทำงาน หรือแฮงก์เอาท์ ก็ไม่ต้องกลัวติดขัดในที่แคบ จอดง่าย ไม่ว่าซอกซอยไหนก็ไปได้สบาย! พร้อมเสริมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบ UBS (Unified Brake System) เบรกง่าย มั่นใจในการหยุดทุกเส้นทาง มั่นใจทุกครั้งที่เบรก ด้วยระบบกระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ลดระยะเบรกให้สั้นลง และให้การควบคุมที่สมดุล ช่วยให้หยุดรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกครั้งที่ออกไปสนุกกับชีวิตเมือง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

    ล้ำสมัย FILL DIGITAL LIFE! เติมชีวิตดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยี Y-Connect APPLICATION เชื่อมต่อกับรถและแสดงข้อมูลบนสมาร์ทโฟน ช่วยให้ชีวิตสมาร์ทขึ้น ด้วยฟังก์ชันที่ครบครันสำหรับคนรุ่นใหม่ ทำให้การใช้สกู๊ตเตอร์เป็นเรื่องง่าย สะดวกสบายและคูลไปอีกขั้น ที่พร้อมแสดงข้อมูลได้ถึง 9 ฟังก์ชัน ประกอบด้วย

    1. SMARTPHONE NOTIFICATIONS ON METER – แจ้งเตือนข้อมูลจากสมาร์ทโฟน
    2. MAINTENANCE RECOMMENDATIONS – แจ้งเตือนการบำรุงรักษา
    3. MALFUNCTION NOTIFICATION – แจ้งเตือนเมื่อเครื่องยนต์เกิดปัญหา
    4. FUEL CONSUMPTION – แสดงข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
    5. REVS DASHBOARD – แสดงมาตรวัดสมรรถนะขณะขับขี่
    6. LAST PARKING LOCATION – แสดงตำแหน่งจอดรถล่าสุด
    7. RANKING – แสดงอันดับในการขับขี่
    8. RIDING LOG – บันทึกประวัติการขับขี่
    9. CONTACT FORM – ช่องทางการติดต่อยามาฮ่า

    **ทำงานเมื่อเชื่อมต่อ Y–Connect ผ่าน Bluetooth และเปิด Location เพื่อใช้งานเท่านั้น

    พร้อมตอบโจทย์การใช้งานอย่างครบครัน FIT FOR ALL! ครบทุกไลฟ์สไตล์ ด้วย SMART KEY SYSTEM ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ สะดวกสไตล์คนรุ่นใหม่ ใช้งานง่ายไม่ต้องเสียบกุญแจ แค่พกไว้ก็พร้อมลุยทุกที่ จัดเต็มทุกฟังก์ชัน ทั้งเปิด-ปิดสวิตช์ และปลดล็อก พร้อมฟังก์ชัน Answer Back หารถได้ง่ายทันทีในทุกที่จอด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วัยรุ่นอย่างแท้จริง, USB Type-A Mobile Charging พอร์ต USB Type-A สำหรับชาร์จมือถือ พร้อมลุยทุกทริปแบบไร้ขีดจำกัด ด้วยช่องเก็บของด้านหน้า และไม่ต้องกลัวแบตหมดกลางทาง สามารถฟังเพลงหรือคุยกับเพื่อนก็สนุกแบบไม่มีสะดุด ขี่ไปได้ทุกทางแบบมีไฟ! มาพร้อม F-BOX พื้นที่เก็บของใต้เบาะจุใจ ใส่ของได้สบาย ๆ ในกล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 17.8 ลิตร เก็บของได้หมด ทั้งหมวกกันน็อก กระเป๋า ของช้อปปิ้ง หรือสัมภาระของใช้ส่วนตัว ไม่ต้องหิ้วให้พะรุงพะรัง เก็บได้สบายไม่ต้องพกพา และ DOUBLE HOOK CARABINER เพิ่มที่แขวนของแบบคู่ แขวนได้ 2 จุด เพิ่มความสะดวกสบายในการพกพาทุกสัมภาระ ทั้งของช้อปปิ้ง หรือ อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เหมาะกับสายช้อป พร้อมพื้นที่วางเท้าด้านหน้ากว้างพิเศษ ไม่อึดอัด สะดวก คล่องตัว ขับขี่ได้แบบชิล ๆ นั่งขี่สบายไม่เสียลุค

    ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็กเต็ด ใหม่ ตอบสนองการใช้งานด้วย 2 รุ่นทางเลือก ได้แก่ รุ่น Smart Key Version ที่มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีขาว-น้ำเงิน Retro White, สีเขียว-ขาว Relax Matt Green และสีน้ำเงิน-ชมพู Neo Dark Blue ที่วางจำหน่ายในราคาแนะนำเริ่มต้น 52,900 บาท และรุ่น Standard มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีดำ Active Black, สีชมพู Neo Mauve และสีเขียว Nomad Green วางจำหน่ายในราคาแนะนำเริ่มต้น 50,900 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น พร้อมตอกย้ำคุณภาพสินค้าด้วยการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร

    ผู้ที่สนใจ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็กเต็ดใหม่ สนุกไม่ซ้ำใคร สไตล์…ฟาซซิโอ้…PLAY UNIQUE, PLAY FAZZIO เทรนดี้สกู๊ตเตอร์ แฟชั่นของคนรุ่นใหม่ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 และสามารถติดตามความเคลื่อนไหว และข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่ Website: www.yamaha-motor.co.th

    Facebook : Yamaha Society Thailand
    Instagram : @yamahasocietythailand
    Youtube : Yamaha Society Thailand
    Line OA : @Yamahasociety
    TikTok: @yamahasocietythailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อีซูซุเปิดศึกเจ้าแห่งความเร็วใน ISUZU ONE MAKE RACE 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16

    2 Min Read

    อีซูซุเปิดศึกเจ้าแห่งความเร็วใน ISUZU ONE MAKE RACE 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16

    กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ฟาอีส ยูไนเต็ด มอเตอร์สปอร์ต จำกัด บริษัท ต.สยาม คอมเมอร์เชียล จำกัด บริษัท ไพโอเนียร์ เอ็นจิเนียริ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท ริซไวส์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด และบริษัท​ บี.เจ.มอเตอร์พาร์ท​ จำกัด ร่วมกันระเบิดศึกอีซูซุ
    ดีแมคซ์ รวม 19 คัน เพื่อชิงตำแหน่งเจ้าแห่งความเร็วในการแข่งขัน ISUZU ONE MAKE RACE 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ชิงรางวัลถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่น       สุทธนารีนาถ พร้อมเงินรางวัลรวม 200,000 บาท

    มร. ทาคาชิ  ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “การแข่งขัน ISUZU ONE MAKE RACE เป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง โดยเราได้จัดการแข่งขันกันมายาวนาน และต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ซึ่งการแข่งขันในทุกปีที่ผ่านมานั้นได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ชมที่ติดตามการแข่งขัน และนักแข่งที่เลือกใช้ “อีซูซุ ดีแมคซ์” เป็นรถคู่ใจในการลงสนามประลองความเร็ว ในปีนี้จะมีการแข่งขันแยกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ ISUZU ONE MAKE RACE 3.0 PRODUCTION GROUP “N” จำนวน 12 คัน ซึ่งใช้เครื่องยนต์ที่ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 5 และ ISUZU ONE MAKE RACE 3.0 SUPER FULL RACE จำนวน 7 คัน รวม 19 คัน โดยมีนักดนตรีและนักแข่งอย่าง “โดม ราชนันทร์ คุณาริยานุกูล” และการกลับมาอีกครั้งของนักแสดงและนักแข่งชื่อดัง “แอนดรูว์ โคนินทร์” เข้าร่วมการแข่งขันในรุ่น ISUZU ONE MAKE RACE 3.0 PRODUCTION GROUP “N” สำหรับไฮไลท์ในปีนี้พิเศษกว่าทุกครั้งเนื่องจากการแข่งขันจัดขึ้นในรูปแบบ “CITY STREET CIRCUIT” ถือเป็นครั้งแรกของ ISUZU ONE MAKE RACE ที่จะนำรถไปวิ่งแข่งขันในสนามเฉพาะกิจกลางเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยการแข่งขันจะจัดขึ้น อีก 2 สนาม คือ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี และสนามแก่งกระจานเซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี พบกันครั้งแรกกับรถ Safety Car ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE ใหม่! ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ปรับแต่งความแรงแบบไร้ควัน ให้แรงม้าสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 515 นิวตันเมตร นอกจากนี้ขอแสดงความยินดีกับ คุณสุรชัย เพ็งผ่อง จากการคว้าแชมป์ ในรุ่น  ISUZU ONE MAKE RACE 3.0 UNLIMIT และ         คุณปกรณ์ ธรรมโชติ ที่คว้าแชมป์ในรุ่น ISUZU ONE MAKE RACE 3.0 PRODUCTION GROUP “N” รับถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท จากการแข่งขัน ISUZU ONE MAKE RACE 2024 ด้วย”

    ร่วมพิสูจน์ความมันส์และความแรงสะใจในรายการ “ISUZU ONE MAKE RACE 2025” เพื่อชิงรางวัลถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่า 200,000 บาท เริ่มการแข่งขันสนามแรกในวันที่ 28 – 30 มีนาคม 2568 ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี และจะทำการแข่งขันแบบออนทัวร์เพื่อเก็บคะแนนในแต่ละสนาม และจัดลำดับผู้เข้าแข่งขันในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งหนึ่ง เพื่อค้นหาที่สุดเจ้าแห่งความเร็วในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแห่งปี 2025

    สำหรับกำหนดการแข่งขันทั้ง  6 สนาม ดังนี้

    สนามที่ 1 วันที่ 28 – 30 มีนาคม 2568     สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

    สนามที่ 2 วันที่ 2 – 4  พฤษภาคม 2568  สนามเฉพาะกิจ สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก อุตรดิตถ์

    สนามที่ 3 วันที่ 20 – 22 มิถุนายน 2568  สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

    สนามที่ 4 วันที่ 22 – 24 สิงหาคม 2568   สนามแก่งกระจานเซอร์กิต เพชรบุรี

    สนามที่ 5 วันที่ 3 – 5 ตุลาคม 2568         สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

    สนามที่ 6 วันที่ 12 – 14 ธันวาคม 2568   สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

    ติดตามข้อมูลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “ISUZU ONE MAKE RACE 2025” ได้ที่ www.isuzu-tis.com และ www.facebook.com/allnewisuzudmax ชิงรางวัลถ้วยประทานจาก        พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมเงินรางวัลรวม 200,000 บาท และสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง FACEBOOK และ YOUTUBE ช่อง RACING CAR THAILAND CHANNEL และ AUTO SPICY CHANNEL  เวลา 14.00 น. ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ของทุกสนามที่ทำการแข่งขัน

    รูปแบบการแข่งขัน ISUZU 3.0 PRODUCTION GROUP “N” 2025 รุ่นใหม่

    การแข่งขันแบบ GROUP “N” ตามกติกาสากล บังคับให้ใช้เครื่องยนต์ที่เป็นมาตรฐานเดิมจากโรงงานผู้ผลิต แต่สามารถปรับเปลี่ยนช่วงล่าง เพิ่มเติมความสวยงาม เช่น ติดตั้งสปอยเลอร์หน้า เปลี่ยนฝากระโปรงแบบ VACUUM ซึ่งช่วยสร้างหลักอากาศพลศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ในส่วนของการเสริมประสิทธิภาพของระบบช่วงล่างและเบรก เปลี่ยนเบรกทั้งคันเป็นแบบ DISC BRAKE 4 ล้อ
    ล้อหน้าเป็นคาลิปเปอร์แบบ 8 POT เปลี่ยนข8นาดล้อและยาง โช้คอัพ สปริงหน้าและแหนบ เพื่อให้เหมาะกับการแข่งขัน ทั้งหมดนี้เป็นการเน้นให้เห็นถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ให้ความแรงมาตรฐานโรงงาน ปรับแต่งเพียงแค่ช่วงล่างและเบรก แต่ส่งผลให้รถแข่งมีสมรรถนะสูง ความเร็วต่อรอบเทียบเท่ารถแข่งที่มีแรงม้าสูง

    รูปแบบการแข่งขัน “ISUZU ONE MAKE RACE 2025”

    การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “ISUZU ONE MAKE RACE 2025” แต่ละสนามจะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้ การควอลิฟายด์, การแข่งขัน RACE 1 และการแข่งขัน RACE 2

    การควอลิฟายด์

    จะมีขึ้นในวันเสาร์เช้า เป็นการจับเวลาแบบ HOT LAP โดย แข่งขันแยกเป็น 2 รุ่น 2 เรซ คือ ISUZU ONE MAKE RACE 3.0 PRODUCTION GROUP “N” และ ISUZU ONE MAKE RACE 3.0 SUPER FULL RACE การจับเวลาและแบ่งกลุ่มจะทำให้นักแข่งสามารถแข่งขันในรุ่นของตนเองได้เต็มที่ ทำให้การแข่งขันเข้มข้นเร้าใจในทุกช่วงเวลา

    การแข่งขัน RACE 1

    จะมีขึ้นในวันเสาร์ช่วงบ่าย ลำดับ START ตามผลการจัดลำดับเวลา และผลการแข่งขันใน RACE 1 จะเป็นการจัดอันดับออก START ใน RACE 2 ของวันอาทิตย์ จะมีคะแนนเก็บให้ตามลำดับที่เข้าแข่งขัน

    การแข่งขัน RACE 2

    จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ ลำดับ START จะเป็นแบบ Reverse Grid ผลการแข่งขันยังคงรับถ้วยตามกลุ่มการควอลิฟายด์ RACE 2 นี้จะเป็นการตัดสินในการรับถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล (เงินรางวัลรับตามอันดับ OVERALL)

    หมายเหตุ 

    • รถแข่งทุกคัน จะต้องจอดรวมอยู่ในสถานที่ที่จัดไว้ให้เท่านั้น
    • หลังจบการแข่งขันทุกครั้ง รถที่มีตำแหน่งจะถูกตรวจสภาพ
    • กรณีที่ซีลและมาร์คเครื่องหมายต่าง ๆ หลุดลอก จะต้องทำการตรวจสภาพใหม่ทั้งหมด

    ายชื่อนักแข่ง ISUZU ONE MAKE RACE 2025

    ลำดับที่ หมายเลข ชื่อนักแข่ง รุ่นที่แข่ง 
    1 4 สิริพงศ์ ปภังกรพิทักษ์ GROUP “N”  
    2 11 ปาณัสม์ อารีรัตนศักดิ์ GROUP “N”  
    3 13 ภูดิท ธุวะชาวสวน GROUP “N”  
    4 15 ปกรณ์ ธรรมโชติ GROUP “N”  
    5 18 วศิน สินเจริญกุล GROUP “N”  
    6 77 วีร์ธรรศ ลิลิตชัยกุล GROUP “N”  
    7 30 ราชนันทร์ คุณาริยานุกูล GROUP “N”  
    8 33 ชาตรี วงษ์น้อย GROUP “N”  
    9 45 อวิโรธน์ ศิรินทร์วรชัย GROUP “N” FULL RACE
    10 78 แอนด์ดรูว์ โคร์นิน GROUP “N”  
    11 88 จักรณัฎฐ์ มากสัมพันธ์ GROUP “N”  
    12 99 ฐณะวัฒน์ ตั้งจิตรมณีศักดา GROUP “N”  
    13 0 สัญญา พลเยี่ยม   FULL RACE
    14 9 สมร มะปะเข   FULL RACE
    15 89 สุรชัย เพ็งผ่อง   FULL RACE
    16 68 พัทธดนย์ แซ่เตียว   FULL RACE
    17 75 สุนันท์ เหงี่ยมผักแว่น   FULL RACE
    18 22 อิทธิพงษ์ ลิลิตชัยกุล   FULL RACE

    หมายเหตุ: ข้อมูลรายชื่อนักแข่ง ณ วันที่ 10 มีนาคม 2568 ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มเติมระหว่างการแข่งขัน รวม 19 คัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เตรียมพบกับประสบการณ์สุดพิเศษ! ปอร์เช่ 911 GTS เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

    1 Min Read

    เตรียมพบกับประสบการณ์สุดพิเศษ! ปอร์เช่ 911 GTS เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

    ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป ผู้นำเข้ารถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ ขอเชิญทุกท่านสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับยนตรกรรมสปอร์ตหลากหลายรุ่นที่บูธปอร์เช่ (A15) ณ งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี 

    ไฮไลท์เด่นคือการปรากฏโฉมอย่างเป็นทางการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ของปอร์เช่ 911 จีทีเอส            (911 GTS) ที่มาพร้อมระบบไฮบริดสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ต (THybrid) ช่วยเพิ่มพละกำลัง โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ 911 อย่างครบถ้วน 

    นอกจากนี้ บูธปอร์เช่ยังนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษที่สะท้อนความหลากหลายของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น            ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4 Cross Turismo) ที่มาพร้อม Performance Roof Box ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์, คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) ที่มาพร้อมเต็นท์ Porsche Roof Tent รวมถึง 718 เคย์แมน สไตล์ อิดิชั่น (718 Cayman Style Edition), พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) และ มาคันน์ (Macan) ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าใหม่ล่าสุดที่ผสานดีไซน์เหนือกาลเวลาเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมกับการจับมือร่วมกับ Curvistan Bangkok พื้นที่ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ในย่านทองหล่อ ที่จะมาเติมเต็มบรรยากาศปอร์เช่ คอมมูนิตี้ ภายในบูธ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเสน่ห์ของปอร์เช่ เหมือนอยู่ในห้องนั่งเล่นสุดหรูและสะดวกสบายของคนรักรถสปอร์ต 

    ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสบรรยากาศของปอร์เช่ คอมมูนิตี้ สมรรถนะอันทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ที่  บูธรถยนต์ปอร์เช่ ณ งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม –           6 เมษายน 2568 ณ บูธ A15 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment