• GWM (Thailand) เร่งระดมพนักงานกว่า 100 ชีวิต จัดสิ่งของบรรเทาทุกข์กว่า 1,200 ชุด ส่งกำลังใจและความช่วยเหลือสู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

    1 Min Read

    GWM (Thailand) เร่งระดมพนักงานกว่า 100 ชีวิต จัดสิ่งของบรรเทาทุกข์กว่า 1,200 ชุด ส่งกำลังใจและความช่วยเหลือสู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด เดินหน้าสานต่อพันธกิจยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ จัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเร่งด่วน ภายใต้โครงการ GWM รวมหัวใจพร้อมก้าวผ่านทุกวิกฤตไปด้วยกัน ช่วยภัยน้ำท่วมใต้” โดยระดมพลังทีมผู้บริหารระดับสูง พนักงานจากสำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ และโรงงานระยอง รวมกว่า 100 คน ร่วมกันบรรจุสิ่งของบรรเทาทุกข์จำนวนกว่า 1,200 ชุด เพื่อส่งต่อให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่

    กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง นำโดยทีมผู้บริหาร พร้อมด้วยพนักงานจากกรุงเทพฯ และระยอง ร่วมแรงร่วมใจบรรจุสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค และของใช้ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถนำไปใช้บรรเทาความเดือดร้อนได้ทันที หลังจากเสร็จสิ้นการบรรจุ ได้ลำเลียงขึ้นรถเพื่อเตรียมจัดส่งลงสู่พื้นที่ภาคใต้ โดยจะส่งมอบให้หน่วยงานในพื้นที่เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวถึงความตั้งใจของโครงการว่า “GWM ขอแสดงความห่วงใยอย่างสุดซึ้งต่อพี่น้องชาวใต้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนจำนวนมาก GWM ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็ว เราเชื่อว่าพลังของการร่วมมือและการช่วยเหลือกัน คือหัวใจสำคัญที่ทำให้สังคมของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น และ GWM จะยังคงเคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤตเสมอ GWM มุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างองค์กร พนักงาน พาร์ทเนอร์ ลูกค้า และภาคประชาชน จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมไทย และช่วยให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกันตามเจตนารมณ์ของ GWM อย่างแท้จริง”

    #GWM #GWMThailand #SouthernFlood


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปลี่ยนยอดจอง Motor Expo เป็นยอดบริจาคสู่สภากาชาดไทย พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่ด้วยส่วนลดค่าอะไหล่ขั้นต่ำ 30%

    1 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปลี่ยนยอดจอง Motor Expo เป็นยอดบริจาคสู่สภากาชาดไทย พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่ด้วยส่วนลดค่าอะไหล่ขั้นต่ำ 30%

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ส่งต่อกำลังใจให้ชาวไทยทุกคนในช่วงเวลาแห่งการบรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ที่ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่ ประกาศร่วมบริจาคให้กับสภากาชาดไทยจำนวน 500 บาท ต่อ 1 ใบจองในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ซึ่งยอดเงินบริจาคทั้งหมดจะถูกคำนวนตามยอดจองที่เกิดขึ้นจริงในงาน โดยทีมผู้บริหาร เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จะร่วมส่งมอบเงินบริจาคทั้งหมด ในวันที่ 17 ธันวาคม 2568

    นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่อย่างน้อย 30% สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัย เพื่อเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูรถยนต์ของลูกค้าทุกคนให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางออนไลน์ www.mercedes-benz.co.th หรือ โทร 1250 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

     

    No Comment
  • ท้าลมหนาว! “Chang Classic Car Revival 2025” จัดเต็มรถคลาสสิค 1,000 คัน เตรียมสร้างปรากฏการณ์แห่งปี 13-14 ธ.ค. ชมฟรีที่บุรีรัมย์

    1 Min Read

    ท้าลมหนาว! “Chang Classic Car Revival 2025” จัดเต็มรถคลาสสิค 1,000 คัน เตรียมสร้างปรากฏการณ์แห่งปี 13-14 ธ.ค. ชมฟรีที่บุรีรัมย์

    น้ำแร่ธรรมชาติ ตรา ช้าง ร่วมกับ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สังเวียนความเร็วระดับโลกของไทย ประกาศความพร้อมจัดงาน ช้าง คลาสสิค คาร์ รีไววัล (Chang Classic Car Revival)  สานต่อความสำเร็จปีที่ 6 กับเทศกาลรถคลาสสิคและรถสปอร์ตยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย-อาเซียน ยกระดับความมันส์ครบวงจร ทั้งการแข่งขันจับเวลา, แดร็ก, แทร็กเดย์, มอเตอร์โชว์และประกวดรถคลาสสิค ฯลฯ ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 13-14 ธ.ค.นี้ เปิดให้ชมงาน “ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย” คาดผู้ร่วมงานทะลักกว่าหมื่นคน รถคลาสสิคและรถหายากเข้าร่วมกว่า 1,000 คัน  จัดเต็ม 2 วัน 2 คืน ครบรส เพื่อคนรักรถสายเก๋าจอมซิ่งทุกยุคสมัย พร้อมปะทะกับงานยักษ์ของชาวสองล้อ “Chang Presents 23 ปี Commander City” ที่อัดแน่นความบันเทิงและกิจกรรมเพื่อการกุศล

    นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า “การจัดงาน Chang Classic Car Revival เป็นมากกว่าเทศกาล แต่เป็นความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวงการรถคลาสสิคในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยงานในปี 2025 นี้ ได้ยกระดับความยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกขั้น ทั้งในแง่ของจำนวนรถที่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คัน และความหลากหลายของกิจกรรมที่ตอบโจทย์คนรักรถทุกประเภท ตั้งแต่รถย้อนยุค วินเทจ, Super Car, Exotic Car รถสปอร์ตพิเศษ สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนจำกัด รวมถึงรถจักรยานยนต์คลาสสิค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปพร้อมๆ กัน”

    “Chang Classic Car Revival จัดขึ้นเพียงปีละครั้งและเป็นงานเดียวที่จะได้นำรถคลาสสิคมาร่วมแสดงศักยภาพในสนามระดับโลกที่มีความปลอดภัยสูงระดับ FIA Grade 1 สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อวงการรถคลาสสิคในหลายภาคส่วนอย่างแท้จริง ไล่ตั้งแต่การเพิ่มมูลค่าให้กับวงการรถคลาสสิคไทย, การพัฒนาทักษะแแสดงถึงความสามารถและศักยภาพของช่างไทย ในการทำรถคลาสสิคในระดับสากล สู่สายตาชาวโลก เพื่อให้วงการรถคลาสสิคไทยสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน”

    สำหรับกิจกรรม 2 วัน จัดเต็มครบรสที่คนรักรถคลาสสิคไม่ควรพลาด อาทิ ขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์, การประกวดรถคลาสสิค และมอเตอร์โชว์ของคลาสสิค ชมรถสะสมหายาก ฯลฯ ภายในงานยังมีบูธสินค้าของตกแต่งรถ และร้านอาหารชื่อดังชั้นนำของจังหวัดบุรีรัมย์ให้บริการอย่างเต็มที่

    ไฮไลต์สำคัญที่ชาวมอเตอร์สปอร์ตต้องจับตา คือกิจกรรมหลักสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์สายเก๋าจอมซิ่ง ที่มาพิสูจน์สมรรถนะคันโปรดในสนามระดับโลก

    • Chang Track Parade ( ช้าง แทร็ก พาเหรด) ขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย-อาเซียน ของรถคลาสสิคทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์
    • Classic Trackday (คลาสสิค แทร็กเดย์) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนสนามแข่งระดับโลก แบ่งรุ่นการขับขี่สุดคลาสสิคไล่ตั้งแต่ Infinity Super Car Club, Siam Lotus & Sports Car, โมเดิร์นคลาสสิคปี 90, ไปจนถึงรถคลาสสิคปี 50-90, รถสกู๊ตเตอร์คลาสสิค และมอเตอร์ไซค์คลาสสิค
    • Classic Drag (คลาสสิค แดร็ก) การแข่งขันประลองความเร็วในสนามแดร็กแบบแข่งทางตรง ชิงถ้วยรางวัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์
    • MINI Challenge (มินิ ชาเลนจ์) การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบวันเมคเรซของรถมินิคูเปอร์ รถเล็กสเปคจี๊ด
    • Classic Gymkhana Battle (คลาสสิค จิมคาน่า แบทเทิล) แข่งขันทักษะการขับขี่สไตล์จิมคาน่า
    • ชมรถจักรยานยนต์คลาสสิคและย้อนยุค ช้าง คลาสสิค แอนด์ เรโทร มอเตอร์ไซเคิล

     

    พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกของไทย เมื่อรถอเมริกันสุดคลาสสิคจะยกทัพมาวิ่งกันอย่างคับคั่งในสนามระดับโลกอย่าง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือ การอวดโฉมของ Dodge Charger รถสปอร์ตในตำนานรุ่นเดียวกับรถคู่ใจของ โดมินิก ทอเร็ตโต พระเอกจากภาพยนตร์ Fast & Furious ที่โด่งดังไปทั่วโลก

     

    พิเศษสุด! สำหรับประชาชนทั่วไป ร่วมงานฟรี รวมทั้งกิจกรรม Grid Walk ในวันเสาร์ที่ 13 ธ.ค. เวลา 17.30 น. และวันอาทิตย์ที่ 14 ธ.ค. เวลา 17.00 น. อีกหนึ่งสีสันที่จะได้ชมรถสวยๆนับร้อยคันอย่างใกล้ชิดบริเวณกริดสตาร์ต บนสนามแข่งระดับโลก พร้อมถ่ายรูปสวยๆเป็นที่ระลึก

    ภายในงานยังมีการฉลองครบรอบ 23 ปี คอมมานเดอร์ซิตี้ ในงาน Chang Presents 23 ปี Commander City วันเสาร์ที่ 13 ธ.ค. เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป พบกับมหกรรมดนตรีของชาว 2 ล้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นำโดยนักร้องลูกทุ่ง 1,000 ล้านวิว มนต์แคน แก่นคูณ” และสาวลูกทุ่งอินดี้เจ้าเสน่ห์ มีนตรา อินทิรา” พร้อมศิลปินอีกคับคั่ง อาทิ มอคค่า การ์เดน, ไก่ กะละมัง, ป๋าพยัพ คำพันธุ์ และวงฟรีดอม พร้อม 2 สาวสุดเซ็กซี่ DJ ‘ฟิวส์ฟี่ และ MC รมณ โดยบรรยากาศภายในงานมาในธีมย้อนยุค งานวัด ครบครันด้วยซุ้มปาลูกโป่ง สาวน้อยตกน้ำ ชิงช้าสวรรค์ และบูธสินค้าของตกแต่งรถ รวมถึงการแข่งขัน คอมมานเดอร์ ซิตี้ แดร็ก เรซ” สำหรับประชาชนทั่วไป ชิงถ้วยรางวัล

    บัตรเข้างานเพียง 500 บาท รับฟรีเสื้อ ครบรอบ 23 ปี คอมมานเดอร์ซิตี้สำหรับเข้างาน 1 ตัว ซึ่งสามารถใส่เสื้อแทนบัตรเข้างานได้ และได้รับสิทธิ์ขับขี่ในสนามแข่งระดับโลก “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้กับโรงพยาบาลทั้ง 5 ภาค เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ซื้อบัตรได้ที่ LINE @ccmc หรือแฟนเพจ Commander City ด่วนมีจำนวนจำกัด วันนี้ถึง 10 ธ.ค.

    ทั้งนี้ ในส่วนของงาน “Chang Classic Car Revival 2025” ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย  หรือรับชมทางออนไลน์ได้ทางเพจ Chang Circuit Buriram


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้ง ยางเย คริส จู ดำรงตำแหน่ง ประธานและซีอีโอคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

    1 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้ง ยางเย คริส จู ดำรงตำแหน่ง ประธานและซีอีโอคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้งคุณยางเย คริส จู ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป คุณคริสจะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อจาก คุณเรเน่ แกร์ฮาร์ด ซึ่งจะย้ายไปรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เอเชีย ประจำประเทศสิงคโปร์

    คุณคริส มีประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ทางด้านการบริหารจัดการแบรนด์ การขาย การสื่อสารองค์กร และการพัฒนาช่องทางการจำหน่าย ทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศเกาหลีใต้ โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารแบรนด์ รับผิดชอบการสื่อสารการตลาด การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ และศูนย์ขับขี่บีเอ็มดับเบิลยู (BMW Driving Center) โดยมุ่งเน้นที่การส่งเสริมความเป็นเลิศของแบรนด์ และยกระดับการมีส่วนร่วมกับลูกค้า

    คุณริตู ชานดี รองประธานอาวุโสฝ่ายขาย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลางและแอฟริกา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป กล่าวว่า “คุณคริสนำประสบการณ์อันล้ำค่าที่สั่งสมมาจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมความรู้อันกว้างขวางทางด้านตลาดยานยนต์ ควบคู่กับพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการแบรนด์ การบริหารงานขาย และการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสถานะของเราในฐานะแบรนด์ยานยนต์พรีเมียมชั้นนำของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

    “นอกจากนี้ ขอแสดงความชื่นชม คุณเรเน่ สำหรับความเป็นผู้นำที่โดดเด่น ที่เปี่ยมไปด้วยความทุ่มเทและความมุ่งมั่นที่มีต่อองค์กร ภายใต้การนำของคุณเรเน่ และทีมเวิร์คที่มีประสิทธิภาพสูง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การครองตำแหน่งผู้นำยานยนต์ระดับพรีเมียมห้าปีซ้อน ด้วยประสบการณ์อันกว้างขวางทางธุรกิจยานยนต์ทั้งในด้านค้าปลีกและค้าส่ง ควบคู่กับการนำบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ไปสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถ สำหรับตำแหน่งระดับภูมิภาคที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคุณเรเน่จะรับผิดชอบการบริหารจัดการตลาด 14 ประเทศ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียแปซิฟิก” คุณริตู ชานดี กล่าวสรุป

    การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ด้านบุคลากรเชิงรุกและไม่เคยหยุดนิ่งของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว รักษาความเป็นผู้นำได้อย่างมั่นใจ เพื่อส่งมอบคุณค่าอันน่าประทับใจให้แก่ลูกค้าในทุกตลาดอย่างต่อเนื่อง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • GEELY EX2 สร้างกระแสแรงต่อเนื่อง ฉลองยอดจองทะลุ 1,000 คัน เพียง 3 วันหลังเปิดตัว

    1 Min Read

    GEELY EX2 สร้างกระแสแรงต่อเนื่อง ฉลองยอดจองทะลุ 1,000 คัน เพียง 3 วันหลังเปิดตัว

    บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ขอแสดงความขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การตอบรับ GEELY EX2 อย่างล้นหลาม ด้วยราคาสุดพิเศษ เริ่มต้นที่ 399,990 บาท โดยสามารถทำยอดจองทะลุ 1,000 คัน ในเวลาเพียง 3 วัน หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สะท้อนความไว้วางใจจากลูกค้าที่มีต่อ GEELY ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานระดับโลก และบริการที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกมิติ

    นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีและขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การตอบรับ GEELY EX2 อย่างอบอุ่นและเกินความคาดหมาย การที่สามารถสร้างยอดจองทะลุ 1,000 คัน ภายในเวลาเพียง 3 วัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการอันเป็นเลิศของเรา ความไว้วางใจนี้คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เรามุ่งมั่นยิ่งขึ้นในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ดีที่สุด พร้อมเดินหน้าพัฒนามาตรฐานใหม่ในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย”

    ขณะนี้ บริษัทกำลังเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งมอบรถล็อตแรกให้กับลูกค้าในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ตามกำหนดการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ GEELY EX2 ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ผ่านการยกระดับมาตรฐานการบริการด้วยแผนงานขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 40 แห่งภายในปีนี้ และเพิ่มจำนวนเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 พร้อมการพัฒนาระบบสนับสนุนครบวงจร เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การรับประกันตัวรถและแบตเตอรี่ระยะยาว รวมถึงอุปกรณ์ชาร์จที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในทุกมิติของการเป็นเจ้าของ GEELY EX2 ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย และสร้างความเชื่อมั่นว่าลูกค้าจะได้รับทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายสูงสุด

    GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% เปิดตัวด้วย 2 รุ่นย่อย รุ่น PRO และรุ่น MAX มาพร้อมแนวคิด EXTRA IN ORDINARY เปลี่ยนทุกวันธรรมดา…ให้พิเศษ มากกว่าเดิม” โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ปลอดภัย และมั่นใจด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวล ขุมพลังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 39.4 kWh วิ่งได้ไกล 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC อัดแน่นด้วยฟังก์ชันดีที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในทุกสภาพจราจร พื้นที่เก็บของทางด้านหน้าขนาดใหญ่ ความจุถึง 70 ลิตร มอบประโยชน์ใช้สอยได้เต็มพิกัด

    พิเศษเฉพาะในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ธนบุรีนอยสเติร์น มอบข้อเสนอสุดคุ้มค่า สำหรับ GEELY EX2 ทั้ง 2 รุ่น ด้วยแคมเปญ Basic Package พร้อมส่วนลดมูลค่า 30,000 บาท เฉพาะลูกค้าที่จอง GEELY EX2 ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 จำนวน 2,000 สิทธิ์แรก

    • รุ่น PRO ในราคาพิเศษ 399,990 บาท จากราคาปกติ 429,990 บาท
    • รุ่น MAX ในราคาพิเศษ 429,990 บาท จากราคาปกติ 459,990 บาท

     

    พร้อมรับสิทธิพิเศษครบครัน ได้แก่

    • รับประกันตัวรถยาวนาน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
    • รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
    • ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี
    • Portable Charger

     

    นอกจากนี้ ทุกการจองตั้งแต่ 3,999 บาทภายในงาน ลูกค้าจะได้รับกระเป๋าผ้าใบดีไซน์พิเศษจาก GEELY มูลค่า 1,290 บาท พร้อมสิทธิ์แลกซื้อแพ็กเกจอุปกรณ์ตกแต่ง GEELY EX2 ในราคาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น

    • ชุดอุปกรณ์ A ที่รวมกล่องเก็บของใต้เบาะผู้โดยสารตอนหลัง กล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง พรมปูพื้น พรมปู Frunk และพรมปูท้ายรถ ในราคาเพียง 8,999* บาท (จากราคาปกติ 13,49* บาท)
    • ฟิล์มกรองแสงลามินา ราคาพิเศษ 8,999* บาท (จากราคาปกติ 15,675* บาท)
    • ชุดอุปกรณ์ C ที่ประกอบด้วยกล่องเก็บของใต้ที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง และกล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง ในราคาเพียง 4,999* บาท (จากราคาปกติ 6,681.82* บาท)

     

    สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถเข้าเยี่ยมชมและสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำสมัยของ GEELYได้ที่บูธ GEELY (A15) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี

    *ราคาไม่รวม vat


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “NEX ชูนวัตกรรม 6-in-1 เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าต้นแบบ ‘NEX VANTASTIC’ ระยะทาง 333 กม. ราคาเริ่ม 1,059,000 บาท พร้อมโชว์ครั้งแรก Motor Expo 2025”

    2 Min Read

    NEX ชูนวัตกรรม 6-in-1 เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าต้นแบบ ‘NEX VANTASTIC’ ระยะทาง 333 กม. ราคาเริ่ม 1,059,000 บาท พร้อมโชว์ครั้งแรก Motor Expo 2025”

     

    NEX รุกสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทย เปิดตัว “NEX VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ ที่มาพร้อมระยะวิ่งสูงสุดถึง 333 กิโลเมตรต่อการชาร์จ และระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแบบ 6-in-1 เตรียมอวดโฉมครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเปิดให้จองสิทธิ์ และเตรียมส่งมอบรถได้ภายในช่วงต้นปีหน้า ทั้งยังจัดแสดงไลน์อัพรถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ครบทุกเซ็กเมนต์ พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับรถทุกรุ่นภายในงานอีกด้วย

     

    นายธนพัชร์ สุขสุธรรมวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX กล่าวว่า “สำหรับการเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ในปีนี้ NEX มุ่งนำเสนอศักยภาพด้านความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทย โดยเรามีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตลาดในประเทศอย่างครบวงจร ทั้งรถบัส รถหัวลากแทรกเตอร์ และรถสำหรับงานโลจิสติกส์ประเภทต่าง ๆ

    ปีนี้เราเปิดตัว “NEX VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ ขนาด  8 คิว สามารถวิ่งได้ประมาณ 333 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาพร้อมระบบ 6-in-1 ที่รวมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่มีความปลอดภัยและระบบควบคุมเสถียรภาพระดับเดียวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รุ่นที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ยังคงเป็น พวงมาลัยซ้าย และยังไม่ใช่รุ่นที่วางจำหน่ายจริง โดยบริษัทมีแผนปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไทยมากที่สุด อย่างไรก็ตาม รถรุ่นต้นแบบยังคง โครงสร้างและมิติตัวถังตามแบบฉบับเดิม เพื่อสะท้อนศักยภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบถ้วน พร้อมเปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 1,059,000 บาท

     

    ภายในงาน Motor Expo 2025 เรายังเปิดรับจองสิทธิ์ เพียง 5,000 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษ E-Voucher ชาร์จไฟมูลค่า 10,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี และสามารถส่งมอบได้ตั้งแต่ต้นปีหน้า

     

    การเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งของ NEX ภายหลังการปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับคุณภาพการให้บริการใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของเราในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เราได้ขยายเครือข่ายการให้บริการหลังการขาย และเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงให้รวดเร็วยิ่งขึ้น หากรถของลูกค้าต้องใช้เวลาซ่อมเกิน 3 วัน เรามีบริการจัดหารถทดแทนเพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ”

     

    ไฮไลท์ข้อมูล “VANTASTIC” CARGO VAN ขนาด 8.0 คิว

    ตัวรถ “Vantastic” CARGO VAN ถูกออกแบบให้สมดุลทั้งความกว้าง ความสูง และระยะฐานล้อ ได้แก่ ความยาว 5,195 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,810 มิลลิเมตร ความสูง 1,960 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,400 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แบตเตอรี่ความจุ 66kWh ให้กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์ และแรงบิด 245 นิวตันเมตร รองรับการชาร์จเร็วระดับ 2C โดยมีอัตราการชาร์จ (DC) 20-80% ภายใน 18 นาที ความจุแบตเตอรี่ขนาด 66 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 333 กิโลเมตร ตัวถังรถเป็นประตูบานเลื่อนด้านข้างเดี่ยว ไฟหน้า LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ มาพร้อมไฟ Daytime Running Light ไฟท้ายแบบฮาโลเจน ระบบช่วงล่างอิสระแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ดิสก์เบรกหน้าและหลัง ล้อขนาด 16 นิ้ว ยางขนาด 195/75R16

     

    เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารเป็นแบบผ้า ที่นั่งคนขับปรับได้ 4 ทิศทาง ที่นั่งผู้โดยสารปรับได้ 2 ทิศทาง มีพอร์ทชาร์ต USB Type A ขนาด 10w 1 จุด และ Type C ขนาด 30w 1 จุด ในส่วนของระบบความปลอดภัยยังมาพร้อมเรดาร์ถอยหลังและกล้องมองหลัง ถุงลมนิรภัยที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสาร สัญญาณแจ้งเตือนการเปิดประตู (ทุกประตู)

     

    โปรโมชั่น

     

    นอกจากนี้ภายในบูธยังมีรถที่เป็นไฮไลท์ ได้แก่

    1. NEX EV Tractor 423 kWh

    เป็นรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า 100% ตัวรถถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทานสูงเพื่องานขนส่งขนาดใหญ่และบรรทุกหนักโดยเฉพาะ โครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High Tensile Steel) น้ำหนักรถเปล่า (Curb weight) 11,010 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย/อุปกรณ์เสริม)

    น้ำหนักลากจูงสูงสุด (GCWR) 50,500 กิโลกรัม มิติโดยรวม (ยาว x กว้าง x สูง): ประมาณ 7,400 x 2,550 x 3,600 มม.

     

    แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ความจุแบตเตอรี่ 423 kWh กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 410 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 2,800 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด มีหัวชาร์จแบบ DC สามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัว ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จประมาณ 300 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับรถ) ระบบเบรกลมแบบวงจรคู่ (Dual Circuit Air Braking System) ใช้ระบบเบรกที่เชื่อถือได้และเป็นมาตรฐานสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อประสิทธิภาพในการหยุดรถที่ดี ระบบเบรกเสริม (Regenerative Braking) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ามีระบบช่วยเบรกด้วยการเปลี่ยนพลังงานจลน์กลับไปเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยชะลอความเร็วรถได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วยลดการสึกหรอของเบรกหลักด้วย ระบบเบรกมือ (Parking Brake) เป็นแบบดรัมเบรกเพื่อการจอดรถที่มั่นคง ล้อขนาด 22.5 นิ้ว โดยเป็นขอบล้อที่ออกแบบมาให้ใช้กับยางขนาด 12R22.5 ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับรถบรรทุกหนักในประเทศไทย

     

    เทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยและการจัดการ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะเบรกอย่างกะทันหัน และ ระบบ IVMS Tracking เป็นระบบติดตามและเฝ้าระวังตำแหน่งของรถแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความปลอดภัยในการติดตามทรัพย์สิน มีการใช้ระบบควบคุมทางไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อความแม่นยำและเสถียรภาพในการขับขี่

     

    1. โปรโมชั่น Premium ราคา 3,890,000 บาท

    รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 500,000 กิโลเมตร

     

    1. โปรโมชั่น Platinum ราคา 4,290,000 บาท

    รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร

     

    โดยมีการเช่าสุดพิเศษ 2 รูปแบบ

    1. เช่าซื้อ ผู้เช่าจ่ายค่างวดรถเพียงอย่างเดียว
    2. เช่าใช้ ผู้เช่าจ่ายค่างวดรถ หมดกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษา

     

     

     

    2.กระบะไฟฟ้า NEX BEV PICKUP Single Cab ราคาพิเศษ 989,000 บาท (จำนวนจำกัด)

    รถกระบะ 2 ประตู ปิกอัพตอนเดียวพลังงานไฟฟ้า 100% เหมาะสำหรับงานบรรทุกและขนส่งเชิงพาณิชย์  มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 65 kWh ชาร์จเต็มระยะทางวิ่งได้สูงสุด 300 กิโลเมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 245/70 R17

     

    ภายในถูกออกแบบให้เน้นความเรียบง่ายแต่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ มาพร้อมหน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ AUX, USB, และ Bluetooth พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง

    กุญแจรีโมทแบบ Keyless Entry เพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกรถ มาพร้อมปุ่ม Push Start พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าไฮดรอลิก (EHPS) กระจกมองข้างสามารถปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า และระบบเซ็นทรัลล็อกเพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่สะดวก

    นอกจากนี้ NEX BEV PICKUP Single Cab ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยสำหรับการใช้งานรถกระบะเชิงพาณิชย์ อาทิ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะเบรกกะทันหัน ถุงลมนิรภัย (SRS Airbags) คู่หน้า สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ระบบเซ็นทรัลล็อก (Central Locking System) เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการล็อกประตูรถทั้งหมดพร้อมกัน มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด และมีสัญญาณเตือนเมื่อไม่มีการคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ระบบความปลอดภัยเหล่านี้เน้นการใช้งานที่เชื่อถือได้และตอบโจทย์พื้นฐานของรถกระบะที่เน้นงานบรรทุกเป็นหลัก

     

    “อยากเชิญชวนผู้ประกอบการที่ใช้รถเชิงพาณิชย์เข้ามาเยี่ยมชมบูธของเรา NEX มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและสามารถตอบโจทย์ธุรกิจโลจิสติกส์ได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะ “VANTASTIC” CARGO VAN ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่ตลาดไทยยังขาดอยู่ และเชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายธนพัชร์ กล่าวปิดท้าย

     

    พบกับ “VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ และรุ่นอื่น ๆ พร้อมจองสิทธิ์และรับข้อเสนอพิเศษมากมาย ได้ที่ บูท เน็กซ์ พอยท์ (B07) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ

    2 Min Read

    GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025  พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ

    GAC AION Thailand ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก ประกาศความยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยในปีนี้ GAC ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงบูท A12 ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยีโลกอนาคต ภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อการเดินทางอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนทัพยนตรกรรมไฟฟ้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และไฮไลต์สำคัญกับการเปิดตัวสีใหม่ของ HYPTEC HT และการปรากฏตัวครั้งแรกของนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ “Govy AirCab” พร้อมจัดหนักแคมเปญส่งเสริมการขาย พร้อมขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty

    Mr. Wang Haoyong ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จและทิศทางกลยุทธ์ของแบรนด์ในประเทศไทยว่า “ภายใต้กลยุทธ์ระดับโลก ‘ONE GAC 2.0’ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เปลี่ยนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การส่งออกระบบนิเวศการเดินทาง (Mobility Ecosystem) แบบครบวงจร โดยยึดมั่นในปรัชญา ‘In local, for local’ หรือการดำเนินงานในท้องถิ่นเพื่อคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง”

    Mr. Wang Haoyong กล่าวเสริมถึงความสำเร็จในปีที่ผ่านมาว่า “ประเทศไทยเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักในกลยุทธ์ระดับโลกของเรา ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมปีนี้ เรามียอดขายรถยนต์ในประเทศไทยมากกว่า 10,000 คัน เติบโตขึ้นถึง 149% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ GAC ยังคงรักษาตำแหน่งท็อป 3 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยได้อย่างเหนียวแน่น”

    “เราไม่ใช่แค่ผู้เข้าร่วมในตลาด แต่เราคือพันธมิตรที่ช่วยยกระดับการผลิตในท้องถิ่น โดยปัจจุบันเรามีอัตราการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Localization rate) สูงถึง 51% และในปีนี้จะมีรถยนต์อีกหลายรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้การส่งมอบรถรวดเร็วยิ่งขึ้น” นอกจากนี้ GAC ยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) รายเดียวในประเทศไทยที่มีขีดความสามารถในการซ่อมแบตเตอรี่ได้ครบทุกระดับ ทำให้การซ่อมบำรุงแบตเตอรี่มีความรวดเร็วและปลอดภัย”

    สำหรับทิศทางในปี 2026 GAC มุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ไฮบริดที่ปรับจูนให้เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย พร้อมขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมให้ครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ และขยายคลังอะไหล่ให้มีขนาดถึง 12,000 ตารางเมตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Drive GAC WITH CONFIDENCE’”

    เผยโฉมความหรูหราบทใหม่ GAC HYPTEC HT สีใหม่ “Moonstone Grey”

    GAC AION Thailand ได้เผยโฉม GAC HYPTEC HT ในเฉดสีใหม่ “Moonstone Grey” (สีเทามูนสโตน) ที่สะท้อนความสปอร์ตลักชัวรีขั้นสุด สีเทาพิเศษนี้ช่วยขับเน้นเส้นสายตัวถังให้ดูมีมิติ ลึกลับ และทรงพลัง ผสานเข้ากับดีไซน์ประตูแบบปีกนก (Gull-wing Doors) อันเป็นเอกลักษณ์ และห้องโดยสารระดับ First Class มอบสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมอย่างลงตัว

     

    ข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2025

    GAC AION Thailand มอบข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี ตอบสนองมาตรการ EV 3.0 ก่อนมีการปรับโครงสร้างราคาในปีถัดไป สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถและออกใบกำกับภาษี ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และจดทะเบียนรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569

    GAC AION UT

    • ราคาพิเศษ: GAC AION UT รุ่น 420 Standard ราคา 469,900 บาท (จากปกติ 519,900 บาท) และรุ่น 500 Premium ราคา 599,900 บาท (จากปกติ 669,900 บาท)
    • ข้อเสนอทางการเงิน: เลือกผ่อนชำระสบาย เริ่มต้นเพียง วันละ 165 บาท หรือ ดาวน์เริ่มต้นเพียง 8,888 บาท
    • สิทธิประโยชน์: ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท, รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) และเลือกรับฟรี Home Charger หรือ สายชาร์จพกพาและสายต่อพ่วง VtoL

    GAC AION V

    • ราคาพิเศษ: GAC AION V รุ่น 602 Luxury ราคาเพียง 899,900 บาท (จากปกติ 1,029,900 บาท)
    • สิทธิประโยชน์: รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท), ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

    GAC HYPTEC HT

    • ราคาพิเศษ: GAC HYPTEC HT รุ่น 620 Premium ราคาเพียง 1,249,000 บาท (จากปกติ 1,449,000 บาท) และรุ่น 620 Luxury ราคาเพียง 1,549,000 บาท (จากปกติ 1,749,000 บาท)
    • ข้อเสนอทางการเงิน: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ99%
    • สิทธิประโยชน์: รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท) พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

    GAC M8 PHEV

    • ข้อเสนอพิเศษ: ราคาเริ่มต้น 2,499,000 บาท
    • ข้อเสนอทางการเงิน: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ88% หรือเลือกแผน Smart Buy ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 12,232 บาท/เดือน
    • สิทธิประโยชน์: ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 60,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี อุปกรณ์ตกแต่งแท้ (จอเพดานและตู้เย็นภายในรถยนต์ พร้อมบริการติดตั้ง) และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและชุดเกียร์มอเตอร์ไฟฟ้า ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

    GAC AION Thailand ประกาศมอบสิทธิ์ “Lifetime Warranty” ให้กับรถยนต์ รุ่น GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V, GAC AION UT และ GAC AION Y Plus เพื่อขอบคุณทุกความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทย

    เพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้เสมอมา GAC AION Thailand ได้ประกาศยกระดับมาตรฐานการดูแลครั้งสำคัญ ด้วยการมอบสิทธิ์การรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) ให้ครอบคลุมรถยนต์ GAC AION ครบทุกรุ่น ได้แก่ GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V,  GAC AION UT และ GAC AION Y Plus โดยสิทธิพิเศษนี้มอบให้ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ที่จองและออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อยืนยันถึงความตั้งใจจริงที่จะดูแลสมาชิกครอบครัว GAC AION ทุกท่านเสมือนคนในครอบครัว และสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวอย่างแท้จริง

     

    การขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty ครั้งนี้ ครอบคลุมการรับประกัน 3 หัวใจหลักของยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ แบตเตอรี่ขับเคลื่อน, มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ ซึ่งถือเป็นคำมั่นสัญญาภายใต้ปรัชญา “Drive GAC WITH CONFIDENCE” ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานทุกคนขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล และเชื่อมั่นในคุณภาพระดับโลกของ GAC AION ตลอดอายุการใช้งาน

     

     

    ทะยานสู่อนาคตกับ “Govy AirCab” ครั้งแรกในไทย

    “Govy AirCab” (โกวี่ แอร์แค็บ) สร้างปรากฏการณ์ในงาน Motor Expo 2025 ในฐานะยานยนต์บินได้ไร้คนขับ (Autonomous Flying Vehicle) รุ่นแรกของโลกที่มีการผลิตแบบ Mass Production ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ GAC AION ในการปฏิวัติการเดินทางสู่น่านฟ้าอัจฉริยะ โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 6 แกน 12 ใบพัด พร้อมระบบความปลอดภัยสำรอง (Redundancy Design) ที่ช่วยประคองตัวเครื่องลงจอดได้อย่างนิ่มนวลแม้เกิดเหตุขัดข้อง รองรับการบินไกล 30 กิโลเมตร และชาร์จเร็วเพียง 25 นาที

    จากกระแสตอบรับที่ท่วมท้นด้วยยอดจองกว่า 1,000 คันในฮ่องกง ปัจจุบัน Govy AirCab ได้รับใบอนุญาตทำการบินพิเศษ (Special Flight License) เรียบร้อยแล้ว และกำลังเดินหน้าขอใบรับรองความสมควรเดินอากาศ โดยมีเป้าหมายเริ่มสายการผลิตและส่งมอบภายในสิ้นปี 2026 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการขนส่งระยะสั้น ซึ่งจะเป็นการเปิดมิติใหม่แห่งการเดินทางให้กับประเทศไทย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • LAMBORGHINI NIGHT 2025: BLACK AND WHITE GLAMOUR ค่ำคืนแห่งสไตล์และความสำเร็จ ส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดประมูลผลงานศิลป์ เพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่

    1 Min Read

    LAMBORGHINI NIGHT 2025: BLACK AND WHITE GLAMOUR ค่ำคืนแห่งสไตล์และความสำเร็จ ส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดประมูลผลงานศิลป์ เพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่

    นับเป็นอีกครั้งที่ครอบครัวลัมโบร์กินีในประเทศไทยรวมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี! กับงาน LAMBORGHINI NIGHT 2025″ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่อีเวนต์ประจำปี แต่นี่คือประเพณีสำคัญที่ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันแข็งแกร่ง อีกทั้งแสดงความขอบคุณอย่างลึกซึ้งต่อลูกค้าคนสำคัญ ที่มอบความไว้วางใจและเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจตลอดปีที่ผ่านมา

     

    เพื่อเฉลิมฉลองบทสรุปอันงดงามและนับถอยหลังสู่การเริ่มต้นที่น่าตื่นเต้นในปีถัดไปร่วมกัน เรนาสโซ  มอเตอร์ นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส  ลีนุตพงษ์ กรรมการ พร้อมด้วย ภานุเมศ จงกลรัตนาภรณ์ ประธาน ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์ (LCT) ร่วมกันจัดงาน LAMBORGHINI NIGHT 2025 ที่ปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ BLACK AND WHITE GLAMOUR เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ณ แมกโนเลีย บอลรูม โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ ซึ่งนอกจากจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนที่มีแพชชั่นและไลฟ์สไตล์เดียวกันแล้ว งานนี้ เรนาสโซ  มอเตอร์ ยังได้ชวนเหล่าแฟนพันธุ์แท้ลัมโบร์กินีร่วมกันส่งต่อความสุขส่งท้ายปีผ่านกิจกรรมการประมูลเพื่อการกุศลอีกด้วย ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยการแสดงจาก อ๊อฟ ปองศักดิ์ ศิลปินท็อปโวคอลของวงการ

    โดยไฮไลต์ของงานคือ การเปิดประมูลผลงานศิลปะที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกอย่าง ล้อรถลวดลายกราฟฟิตี้ ซึ่งที่ได้รับเกียรติจาก BIGDEL ศิลปินผู้คร่ำหวอดในวงการกราฟฟิตี้และสตรีทอาร์ตมาร่วมครีเอท โดยสมาชิกที่ได้ผลงานสุดพิเศษนี้ไปครอบครอง คือ คุณอัครวรรษ์ รามภาพ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 738,000 บาท จะถูกนำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อฟื้นฟูจากสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงส่งมอบให้กับองค์กรการกุศลชั้นนำระดับโลกอย่าง Movember ประจำปี 2025 อีกด้วย

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM เขย่าตลาดด้วย “NEW GWM POER SAHAR DIESEL” พิเศษเริ่ม 799 แสนบาท และ “NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition” ที่ 1.349 ล้านบาท เพียง 300 คัน

    1 Min Read

    GWM เขย่าตลาดด้วย “NEW GWM POER SAHAR DIESEL” พิเศษเริ่ม 799 แสนบาท และ “NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition” ที่ 1.349 ล้านบาท เพียง 300 คัน

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” หลังจาก GWM (Thailand) เรียกเสียงฮือฮาในงาน Motor Expo 2025 กับการเผยโฉมและเปิดราคา WEY G9 MPV หรูเพียงหนึ่งเดียวของ GWM ล่าสุด ได้สร้างกระแสต่อเนื่องด้วยการปฏิวัติวงการรถกระบะในประเทศไทย เปิดราคาอย่างเป็นทางการของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ในราคาพิเศษสำหรับช่วงเปิดตัวระหว่าง 799 – 999 แสนบาท เพียง 300 คันแรกที่ทำการส่งมอบเท่านั้น โดยการมาถึงของรถกระบะที่เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจทุกการเดินทางอย่าง NEW GWM POER SAHAR DIESEL ได้เข้ามาเติมเต็มรถยนต์ตระกูล GWM DIESEL Family เพื่อเป็นทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเซอร์ไพรส์กับการเปิดตัวรถออฟโรดระดับไอคอนอย่าง NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่ให้สายลุยได้รีบสะสมและเป็นเจ้าของในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น ในราคาเพียง 1.349 ล้านบาท

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ผสานระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ส่งกำลังได้ต่อเนื่องและตอบสนองฉับไว รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลอย่างมั่นใจ ตัวรถมีมิติยาว 5,445 มิลลิเมตร กว้าง 1,991 มิลลิเมตร สูง 1,924 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อ 3,350 มิลลิเมตร ให้สมดุลทั้งความกว้างขวางและเสถียรภาพในการขับขี่ เสริมศักยภาพการลุยด้วยระยะความสูงใต้ท้องรถ 224 มิลลิเมตร และความสามารถลุยน้ำลึกสูงสุด 800 มิลลิเมตร ด้านดีไซน์ภายนอกเน้นความสปอร์ตดุดันด้วยกระจังหน้าสีดำ ราวหลังคาและบันไดข้างสีดำ กรอบหน้าต่างโทนดำ ไฟหน้า–ไฟท้ายรมดำ จับคู่กับล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 ที่ช่วยขับให้บุคลิกภายนอกดูลงตัวและสะดุดตายิ่งขึ้น ดีไซน์ภายในเรียบหรูพรีเมียมด้วยเบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพดี พร้อมเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้ถึง 33 องศา และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยสูงถึง 26 รายการ คุ้มค่าด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 14 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 2WD) และ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 4WD) ตามมาตรฐาน NEDC นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดิสก์เบรค 4 ล้อ และการปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะกับถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทยอีกด้วย นอกจากนี้ NEW GWM POER SAHAR DIESEL ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือน “เพื่อนคู่ใจ” ที่พร้อมยกระดับไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ ด้วยโครงสร้างและฟังก์ชันที่รองรับการปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ใช้งานได้ทั้งในวันทำงาน ทริปท่องเที่ยวระยะไกล ไปจนถึงทริปผจญภัยสุดท้าทาย ผสานความพรีเมียมเข้ากับความอเนกประสงค์ไว้ในคันเดียว

     

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ และสีเทา ใน 3 รุ่นย่อย โดยมีราคาพิเศษช่วงเปิดตัว กับส่วนลด 50,000 บาท สำหรับ 300 คันแรก ดังนี้

    • NEW GWM POER SAHAR Diesel 2WD รุ่น PRO ราคา 799,000 บาท (จากราคา 849,000 บาท)
    • NEW GWM POER SAHAR Diesel 2WD รุ่น ULTRA ราคา 899,000 บาท (จากราคา 949,000 บาท)
    • NEW GWM POER SAHAR Diesel 4WD รุ่น ULTRA ราคา 999,000 บาท (จากราคา 1,049,000 บาท)

    หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่เปิดตัวในไทยช่วงปลายเดือนมีนาคม และปัจจุบันมียอดส่งมอบสะสมทะลุ 6,000 คันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยกับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ล่าสุด  GWM จัดเซอร์ไพรส์พิเศษในงาน Motor Expo 2025 ด้วยการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษรอบคัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่มองหารถออฟโรดที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยรุ่นพิเศษนี้มาพร้อมสีภายนอก Sand Beige สุดโดดเด่น ผสานกับกระจังหน้าโลโก้ TANK ขนาดใหญ่สีเดียวกับตัวรถ ชุดแต่งฝากระโปรงหน้า คิ้วกันกระแทกประตูด้านข้าง ฝาครอบล้ออะไหล่และฝาครอบไฟท้ายดีไซน์เฉพาะ รวมถึงชุดสเกิร์ตกันชนหน้า–หลังที่ช่วยเพิ่มบุคลิกดุดันและสะท้อน DNA ออฟโรดของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้อย่างชัดเจน นักสะสมสายออฟโรดต้องไม่พลาดกับรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น โดยมีราคาจำหน่ายที่ 1,349,000 บาท

     

    สัมผัส NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม และ NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ได้ ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ถึง 10 ธันวาคม 2568 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

     

    #GWM #GWMThailand #GWMPOER #GWMTANK #POERDIESEL #TANK300DIESEL

    #NEWGWMPOERSAHARDIESEL #NEWGWMTANK300DIESEL #MotorExpo2025


    No Comment
  • GWM จับมือพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ อัปเดตความสำเร็จปี 2025 พร้อมเปิดแผนกลยุทธ์ปี 2026 ร่วมเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย

    1 Min Read

    GWM จับมือพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ อัปเดตความสำเร็จปี 2025 พร้อมเปิดแผนกลยุทธ์ปี 2026 ร่วมเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด จัดงานประชุมพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ ณ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Way to Win” เพื่ออัปเดตผลการดำเนินงานของ GWM (Thailand) ในช่วง 10 เดือนของปี 2568 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และประกาศแผนการเติบโตเชิงรุกในปี 2569 ผ่านนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน รวมถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของงานบริการหลังการขาย เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์จีนอันดับหนึ่งในประเทศไทยด้านบริการหลังการขาย และเป็นแบรนด์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด โดยภายในงานมีพาร์ทเนอร์กว่า 75 ราย รวม 142 ท่าน เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

    ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของ GWM โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม GWM มียอดขายมากกว่า 1.06 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตลาดรถพวงมาลัยขวาทำผลงานได้ดียิ่งกว่า มียอดขาย 102,000 คัน หรือเติบโต 41% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน ขณะที่ในประเทศไทย GWM (Thailand) ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย ด้วยการนำกลยุทธ์ “Multi-Powertrain” เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายพลังงานและเซกเมนต์ ครอบคลุมทุกพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ GWM ได้นำเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ใน GWM TANK ทั้ง GWM TANK 300 DIESEL, GWM TANK 500 DIESEL และล่าสุด NEW GWM POER SAHAR DIESEL ซึ่งเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ “GWM Diesel Family” พร้อมกับการสร้างสีสันให้กับแฟน ๆ ชาวไทยด้วย NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition รวมถึง WEY G9 รถยนต์ Luxury MPV จากแบรนด์ GWM WEY รวม 3 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งรถยนต์ของ GWM ครอบคลุมเซกเมนต์ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยถึง 85% สร้างโอกาสทางการขายให้กับพาร์ทเนอร์อย่างเป็นรูปธรรม โดยยอดขายสะสมรวมในทุกรุ่นตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 อยู่ที่ 13,313 คัน เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 124% ซึ่งความสำเร็จนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินกลยุทธ์การมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย การร่วมแรงร่วมใจของเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานไทยที่มีต่อนวัตกรรมรถยนต์ที่ล้ำหน้ารวมถึงความแข็งแกร่งในแบรนด์ GWM อีกด้วย

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมร่วมกันระหว่าง GWM และพันธมิตรทั่วประเทศสำหรับงาน Motor Expo 2025 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานแสดงรถยนต์และฤดูกาลขายที่สำคัญที่สุดช่วงปลายปี โดย GWM ได้เสริมความพร้อมด้านการตลาดและการขายผ่านการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ควบคู่กับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร เพื่อมอบแคมเปญที่ดีที่สุดของ GWM แก่ลูกค้า นอกจากการพูดคุยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาและแผนการสร้างการเติบโตในช่วงโค้งสุดท้ายของปี GWM ยังแสดงแผนงานของปี 2569 ที่ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเสริมทัพรถยนต์อีกหลากหลายรุ่นเข้าสู่ประเทศไทย การทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง GWM และพาร์ทเนอร์ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ตรงจุด และการตั้งหมุดหมายครั้งสำคัญในการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และมุ่งยกระดับบริการหลังการขายก้าวสู่การเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายในประเทศไทย ผ่านการบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาความรู้และทักษะของทีมช่าง การบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การเดินหน้าขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี และการรับฟังข้อกังวลใจและเอาใจใส่ดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับ GWM เรามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและร่วมเติบโตไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของเรา สุขภาพทางการเงินและผลประกอบการของพาร์ทเนอร์จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับ GWM (Thailand) ในปี 2569 เราจะยังคงเดินหน้าไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ พร้อมนำนวัตกรรมที่ครอบคลุมทุกพลังงานและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส สนับสนุนการดำเนินงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงร่วมกันการพัฒนาการบริการหลังการขายในทุกมิติ เราขอขอบคุณทุกความร่วมมือและความเชื่อมั่นที่พาร์ทเนอร์มีให้กับ GWM เราจะจับมือกันเพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

    #GWM #GWMThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment