• บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    1 Min Read

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยบริษัทในเครือ และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า เป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    โอกาสนี้คณะผู้บริหารและตัวแทนพนักงานนำโดย มร. มาซาฮิโกะ มาเอดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้เข้าร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026

    1 Min Read

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 ที่ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งตลาดกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่ 9% และส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) ที่ 20% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รายงานยอดขายในกลุ่มรถ Volvo Selekt certified used cars หรือ รถผู้บริหารและรถออกศูนย์ไมล์น้อยคุณภาพดีที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ที่มีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 14% จาก 9% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อคุณค่า และคุณภาพระยะยาวของวอลโว่

    ผลการดำเนินงานที่ยังสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ตลอดปี 2025 เป็นผลจากการมีกลุ่มผลิตภัณฑ์รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด, การขยายเครือข่ายศูนย์บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาศักยภาพด้านบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยในปีที่ผ่านมา วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้เสริมความแข็งแกร่ง และสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในประเทศ ผ่านการเปิดตัวรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รุ่นใหม่ ถึง 2 รุ่น ได้แก่ Volvo EX30 Cross Country รถ SUV ขนาดเล็กสำหรับคนเมืองที่มองหาการเดินทางเพื่อค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ  และ Volvo ES90 รถที่มาพร้อมนิยามใหม่ของความอเนกประสงค์ภายใต้รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ขนาด 800 โวลต์ ซึ่งรถทั้งสองรุ่นได้รับความสนใจ และกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด รุ่นยอดนิยม ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ถึง 2 รุ่น ได้แก่ new Volvo XC90 และ refresh Volvo XC60 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ยังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ

    ขณะเดียวกัน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ยกระดับการเข้าถึงบริการทั่วประเทศ และเสริมศักยภาพด้านบริการหลังการขายด้วยการเปิดตัวศูนย์บริการ วอลโว่ พัฒนาการ พร้อมทั้งขยายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการในจังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้ ยังแต่งตั้ง ACE ขอนแก่น ให้เป็นผู้ให้บริการซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ โดยให้บริการผ่าน วอลโว่ ธนาสิทธ์ ขอนแก่น โดยความร่วมมือดังกล่าวนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายบริการแบบครบวงจรของวอลโว่ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลในระยะยาวผ่านการให้บริการที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง

    คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ, บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในปี 2025 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถของเราที่มีความสมดุล ตลอดจนการดำเนินงานด้านการขาย และบริการหลังการขายอย่างมีวินัยและมีประสิทธิภาพ โดยแม้ต้องเผชิญกับการตลาดที่มีสภาวะการแข่งขันที่สูง รวมถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในปีที่ผ่านมา การบรรลุส่วนแบ่งตลาด 9% ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม และ 20% ในกลุ่มรถไฟฟ้า พรีเมียม (BEV) แสดงให้เห็นว่าลูกค้ายังคงเชื่อมั่นในแบรนด์วอลโว่ ทั้งในแง่ของความปลอดภัย ความยั่งยืน และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมีเป้าหมาย สำหรับปี 2026 นั้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม และการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถวอลโว่ผ่านบริการที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อความประทับใจที่ยืนยาวของลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2026 โดยวางเป้ายอดขายรถใหม่เพิ่มขึ้น 4% และยอดขาย Volvo Selekt certified used cars เพิ่มขึ้น 5%”

    ก้าวสู่ปี 2026: นำเสนอผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม

    ในปี 2026 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต โดยมีรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทำหน้าที่เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ

    โดยเริ่มต้นปีกับบริการอัปเกรด คอร์ คอมพิวเตอร์ สำหรับลูกค้าผู้ใช้รถ Volvo EX90 แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยการอัปเกรดดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและพลังการประมวลผลของรถทั้งในแง่ของการขับขี่ และความปลอดภัย รวมถึงทำให้ตัวรถรองรับการอัปเดทซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมขยายตัวเลือกที่มากขึ้นสำหรับ Volvo EX90 เพื่อการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นของผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมความปลอดภัยในการขับขี่อย่างแท้จริง  และอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้อย่าง Volvo ES90 ซึ่งคาดว่าจะสามารถรักษาแรงขับเคลื่อนด้านยอดขายได้ตลอดทั้งปี ด้วยสมรรถนะด้านระยะทางวิ่งที่โดดเด่น ดีไซน์ที่สะดุดตา เทคโนโลยีภายในตัวรถที่มีความล้ำสมัย และที่สำคัญที่สุด คือความคุ้มค่าด้านราคา

    ยกระดับประสบการณ์การให้บริการโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

    เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการที่ดียิ่งขึ้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนขยายเครือข่ายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ควบคู่กับการขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร หรือ Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) และการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถัง และสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนขยายการบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้างยิ่งขึ้นผ่านโมเดลบริการหลังการขายแบบ Hub and Spoke เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานสำหรับลูกค้า     รวมถึงวางแผนเปิดศูนย์บริการด้านยางรถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวก และเสริมสร้างประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้า

    เพื่อรักษาฐานลูกค้า, เพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาวของการเป็นเจ้าของ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบบริการที่เป็นเลิศ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมนำแคมเปญบริการหลังการขาย (National Service Campaign) กลับมานำเสนอแก่ลูกค้าอีกครั้งตลอดปี 2026 โดยแคมเปญบริการหลังการขายดังกล่าวจะนำเสนอในรูปแบบของการมอบโปรโมชัน และส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่รับบริการ ณ ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ทั่วประเทศ  รวมถึงมอบส่วนลดในอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts) พร้อมสิทธิประโยชน์ อาทิ การรับประกันเพิ่มเติมสำหรับอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts Extended Warranty) ซึ่งรับรองว่าหากอะไหล่ที่ซื้อจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนดเกิดความบกพร่อง วอลโว่จะทำการเปลี่ยนอะไหล่ที่รับประกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของอะไหล่และค่าแรง อีกทั้งลูกค้ายังอุ่นใจได้ว่าทุกบริการจะได้รับการตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างแม่นยำผ่านเครื่องมือที่ได้รับการรับรอง และช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน วอลโว่ คาร์ส โดยตรง พร้อมรับการอัปเดทซอฟต์แวร์ของตัวรถเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้แก่ตัวรถในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ นอกจากนี้ผู้ที่รับบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนดยังสามารถรับบริการความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (roadside assistance service) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง

    แคมเปญบริการหลังการขายดังกล่าวนี้ จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมมาสคอตครอบครัวกวางมูสสุดน่ารัก ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์ครอบครัวกวางมูสแบบยกครัวทั้ง คุณพ่อ ปาป้ามูส (Papa Moose), คุณแม่ มาม่ามูส (Mama Moose) พี่ชายคนโต มูสมูส (Moose Moose) และน้องสาว ลิตเติ้ล มูส (Little Moose) ที่จะมามอบความอบอุ่น และความอุ่นใจให้แก่ครอบครัวลูกค้าวอลโว่

    สานต่อปณิธานด้านความยั่งยืนเพื่อคนและโลก เพื่อชีวิต

    การมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนคือหนึ่งในกลยุทธ์หลักของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย โดยในปี 2026 บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ณ ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนยิ่งขึ้น อันได้แก่ การลดการสร้างขยะ สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยั่งยืนในระยะยาว

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่

    เว็บไซต์www.volvocars.com/th
    Facebookhttps://www.facebook.com/volvocarsth
    Youtubehttps://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
    LINEhttps://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

    เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

    สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบันสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็มจี เปิดเกมรุกปี 2026 เน้น “สร้างความเชื่อมั่น” ขับเคลื่อนธุรกิจ มุ่งเติบโตเชิงคุณภาพยกระดับบริการเข้มข้น สู่เป้าหมายยอดขาย 30,000 คัน

    1 Min Read

    เอ็มจี เปิดเกมรุกปี 2026 เน้น “สร้างความเชื่อมั่น” ขับเคลื่อนธุรกิจ มุ่งเติบโตเชิงคุณภาพยกระดับบริการเข้มข้น สู่เป้าหมายยอดขาย 30,000 คัน

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ขยับขึ้นสู่ Top 5 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปิดยอดขายปี 2025 ได้ตามเป้ากว่า 27,007 คัน ตั้งเป้าปี 2026 ยอดขาย 30,000 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 5% ในไทย ตั้งธงพาแบรนด์ทะยานสู่เป้าหมายใหญ่ Top 3 ตลาดยานยนต์ไทยภายในทศวรรษที่ 2 ควบคู่ไปกับการขยายตลาดส่งออกสู่ยุโรป ตอกย้ำการเป็นยนตรกรรมคุณภาพภายใต้มาตรฐานระดับโลก “Made in Thailand, For the World” ผสานกลยุทธ์ GLOCAL ดึงเทคโนโลยีและมาตรฐานระดับโลกสู่ผู้บริโภคคนไทย ยกระดับเป็นแบรนด์สู่ “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) วางแผนเปิดตัวรถใหม่ และรุ่นปรับโฉมอย่างต่อเนื่อง ประเดิมด้วยรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์นี้ ขณะเดียวกันเตรียมปล่อยแคมเปญเชิงกลยุทธ์ยกระดับงานบริการทุกมิติมุ่งสร้าง “ความเชื่อมั่น”

     

    ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่สมดุลทุกเทคโนโลยี

    ในปี 2025 เอ็มจี สามารถทำยอดจำหน่ายรวมกว่า 27,007 คัน เติบโตมากกว่า 57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และก้าวขึ้นสู่แบรนด์อันดับ 5 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนยอดขายทั้งหมดจากรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 80% และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด 20% สะท้อนถึงผู้บริโภคที่เปิดใจกับรถยนต์ไฟฟ้า โดย NEW MG4 ELECTRIC มียอดจำหน่ายกว่า 11,000 คัน (46.4%) ครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนต่อเนื่อง 4 เดือน ตามด้วย NEW MG S5 EV ยอดขายกว่า 4,920 คัน (19.9%) คว้ารางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 และ MG IM6 กว่า 1,700 คัน (6.6%) ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดนอกประเทศจีน ขณะที่กลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดอย่าง MG5 และ ALL NEW MG3 HYBRID+ ยังมีบทบาทสำคัญในการรองรับผู้บริโภคที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

    มร. ต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จของ เอ็มจี ไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนจากความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์ GLOCAL จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและแบรนด์นับจากนี้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีระดับโลก (Global) เข้ากับความเข้าใจตลาดเมืองไทย (Local) เพื่อสร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริงและเติบโตอย่างยั่งยืน เป้าหมายของ เอ็มจี คือการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ของคนไทย ซึ่งต้องอาศัยการวางแผน และก้าวนำอยู่เสมอ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะในราคาที่สมเหตุสมผล ควบคู่ไปกับการบริการที่มีการยกระดับอย่างต่อเนื่องโดยมีแผนงานพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการสู่การเป็น “User Relationship Operation Center” หรือ “ศูนย์กลางการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า” ไปจนถึงการดูแลลูกค้าตลอดวงจรการเป็นเจ้าของรถ ซึ่ง เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์แรกที่บุกเบิกในการวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV ECOSYSTEM) อย่างครบวงจรในประเทศไทย ตั้งแต่การพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง การยกระดับมาตรฐานการรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (EV LIFETIME WARRANTY) ซึ่ง เอ็มจี เป็นผู้บุกเบิกได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างชัดเจน ทั้งยังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อรถของคนไทย การรับประกันนี้ตอบโจทย์ความกังวลของผู้บริโภคเรื่อง “ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถ” โดยเปลี่ยนความไม่สบายใจให้เป็นความเชื่อมั่นที่จับต้องได้จริง โดย เอ็มจี จะทำให้การรับประกันนี้กลายเป็นมาตรฐานที่ต้องมีสำหรับรถอีวีของ เอ็มจี ทุกรุ่นที่จะเปิดตัวต่อจากนี้ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านศูนย์บริการและบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอีวีในระยะยาว พร้อมระบบบริหารจัดการอะไหล่ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจในการดูแลลูกค้าอย่างแท้จริง ตอกย้ำถึงความตั้งใจจริงของ เอ็มจี กับคำมั่น “อยู่ในไทย เพื่อไทย” (In Thailand, For Thailand) และจากนี้เป็นต้นไป เอ็มจี จะให้ความสำคัญกับการเติบโตเชิงคุณภาพ (High-quality Growth) โดยมุ่งเน้นคุณภาพผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการผลิต ความปลอดภัย เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และความพึงพอใจของลูกค้า มากกว่าการแข่งขันด้านราคาในระยะสั้น พร้อมยกระดับภาพลักษณ์สู่การเป็นแบรนด์ที่เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) ในใจผู้บริโภค นอกจากการจัดการภายในประเทศที่ครอบคลุมทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์และการบริการแล้ว เอ็มจี ยังมีเป้าหมายในการขยายความยิ่งใหญ่สู่ตลาดสากล ด้วยการเตรียมส่งออกรถยนต์ เอ็มจี ที่ผลิตจากประเทศไทย ไปจัดจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมาตรฐานคุณภาพระดับสากล และพิสูจน์ศักยภาพฐานการผลิตของไทย ตอกย้ำความภาคภูมิใจของ เอ็มจี กับการนำเสนอ Made in Thailand, For the Worldสู่สายตาประชาคมโลก”

    ปักธงภารกิจทะยานสู่ Top 3 กับเป้าหมายการเติบโตและวิสัยทัศน์ระยะยาวของ เอ็มจี

    สำหรับปี 2026 เอ็มจี ได้กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจไว้อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายรวมที่ 30,000 คัน พร้อมมุ่งครองส่วนแบ่งการตลาด 5% ซึ่ง ณ ปัจจุบัน เอ็มจี สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการวางระบบการดำเนินงานที่ครอบคลุม เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนสู่หมุดหมายสำคัญ ผลักดันแบรนด์สู่ Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2

    มร. ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แม้ปี 2026 จะยังเป็นปีที่ท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ด้วยทิศทางที่ชัดเจนและการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง เอ็มจี จะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย เอ็มจี ได้กำหนดกรอบกลยุทธ์หลัก 4 ด้าน เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่

    1. การยกระดับแบรนด์ในระยะยาว

    เอ็มจี มุ่งเน้นการส่งมอบมาตรฐานที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ และประสบการณ์ของผู้บริโภคในทุกมิติ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระยะยาว พร้อมเน้นย้ำจุดยืนของแบรนด์และยนตรกรรมที่เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) ซึ่งสะท้อนความเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจและจับต้องได้จริงสำหรับผู้บริโภคชาวไทย

     

    1. การพัฒนาพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์แบบครอบคลุมทุกเทคโนโลยี ภายใต้กลยุทธ์ Dual Track

    ภายใต้กลยุทธ์ Dual Track” เอ็มจี เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กันอย่างชัดเจน พร้อมเปิดตัวรถใหม่อย่างต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส เพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับตลาด พร้อมรักษาความต่อเนื่องของไลน์อัปสินค้า และทำให้ผลิตภัณฑ์ของ เอ็มจี ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคครอบคลุมในทุกเซกเมนต์ รวมถึงการนำ “เทคโนโลยีอัจฉริยะ” มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความแตกต่างและยกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์ไทย ในปี 2026 เอ็มจี มีแผนขยายพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ ด้วยการเปิดตัว MG IM5
    ในกลุ่มพรีเมียมอีวี พร้อมด้วย NEW MG MAXUS 9 MCE ในกลุ่ม e-MPV และ NEW MG4 ELECTRIC MINORCHANGE เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัปยอดนิยมของแบรนด์

    ภายในไตรมาสที่สอง มีแผนเปิดตัวรถ EV ในกลุ่ม B-Segment สำหรับตลาดหลัก พร้อมพัฒนาปรับปรุงรุ่นปัจจุบันให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน เอ็มจี จะเดินหน้าเทคโนโลยี HYBRID+ อย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิดตัวรถไฮบริดรุ่นใหม่ภายในปีนี้ เพื่อสนับสนุนลูกค้า ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ ในปี 2027 เอ็มจี มีแผนเปิดตัวรถใหม่รวม 5 รุ่น โดยย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ได้มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่จะเปิดตัว “รถที่ใช่ ในเซกเมนต์ที่ใช่และในเวลาที่เหมาะสม”

     

    1. กลยุทธ์ GLOCAL นำแนวคิดที่สำเร็จมาประยุกต์ใช้ในไทย

    เอ็มจี พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ GLOCAL อย่างเต็มขั้น ด้วยการผสานมาตรฐานและความสำเร็จระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงในด้านการผลิตเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงแนวทางการตลาดและการขาย โดยประยุกต์แนวคิดและโมเดลที่ประสบความสำเร็จในระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เช่น การนำแนวคิด Live Commerce มาใช้กับแบรนด์รถยนต์ เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย ขยายฐานลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคไทยในยุคดิจิทัล

     

    1. การมุ่งสู่การเติบโตเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน

    เอ็มจี มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพในทุกมิติ ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินงาน ยกระดับมาตรฐานการบริการ และพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจในระยะยาวให้กับลูกค้าและพันธมิตร ในปีนี้ เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์และความผูกพันกับลูกค้า โดยเพิ่มความถี่ของกิจกรรม CRM และจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งกิจกรรมขนาดเล็กแนวไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความใกล้ชิดและคอมมูนิตี้ของผู้ใช้รถยนต์ เอ็มจี รวมถึงกิจกรรมให้ผู้บริโภคได้เรียนรู้การใช้งานรถอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น EV Rally เพื่อรวมกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี และขยายการเข้าถึงลูกค้าไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะในกรุงเทพฯ

     

    ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนตลอดการใช้งาน

    ขณะเดียวกัน เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและบริการหลังการขายอย่างเป็นระบบ ผ่านการขยายเครือข่ายศูนย์บริการโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 130 แห่งทั่วประเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า การบริหารจัดการอะไหล่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำดิจิทัลแพลตฟอร์มมาช่วยดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การนัดหมาย การติดตามสถานะการซ่อม ไปจนถึงการรับฟังเสียงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

    นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นอกจากในด้านผลิตภัณฑ์แล้ว ปีนี้ เอ็มจี จะยกระดับคุณภาพการบริการอย่างเข้มข้นและจริงจัง โดยจะมีความเคลื่อนไหวสำคัญของ เอ็มจี ที่มุ่งสร้างอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน นั่นคือ การสร้างความพึงพอใจด้วยการยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ด้วยแคมเปญเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการบริการที่เข้มข้นขึ้น มุ่งหวังให้ทุกคนที่เข้ามาใช้บริการกับ เอ็มจี ได้รับนอกเหนือจากความสะดวกสบายแต่คือรอยยิ้มและความพึงพอใจในทุกจุด ตั้งแต่ก่อนการเป็นเจ้าของรถ ไปจนถึงการใช้งานในระยะยาว โดยแผนงานนี้ครอบคลุมทั้งด้านการขาย การบริการ และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของการเป็นลูกค้า เอ็มจี

     

    พร้อมกันนี้ ยังมีการพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่าย ทีมขาย และทีมบริการอย่างรอบด้าน  และการนำเทคโนโลยีมาใช้ตอบสนองบริการหลังการขาย ซึ่งเราได้เตรียมระบบ e-Workshop เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลกับผู้จำหน่ายสำหรับติดตามงานบริการแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนการตรวจสอบ รองรับการเก็บข้อมูลในระยะยาว และให้การบริการที่สมบูรณ์แบบ โดยจะเริ่มใช้งานกับผู้จำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และจะขยายสู่ศูนย์บริการทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการทำการนัดหมายเข้าศูนย์บริการและแจ้งสถานะการบริการแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ LINE OA เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า โดยมีแผนเริ่มใช้งานในช่วงกลางปีนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบ End-to-End

    นอกจากงานบริการแล้ว เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอะไหล่ด้วยระบบสั่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันมีอัตราจ่ายอะไหล่ครั้งแรกสูงถึง 99.38% ช่วยลดเวลารถค้างซ่อมและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ เอ็มจี ยังจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้วยการจัดตั้งศูนย์วิจัยยานยนต์และการเรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร  ในการร่วมกันสร้างและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่วงการยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง เอ็มจี เชื่อว่าความสำเร็จของแบรนด์ในระยะยาว จะเกิดจากมาตรฐานที่สม่ำเสมอทั่วประเทศ ทั้งสินค้า บริการ และระบบสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อให้ เอ็มจี เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

     

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

    Website: www.mgcars.com
    Line: @MGThailand
    Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
    Twitter: @mg_thailand
    Instagram: @mgthailand
    Youtube: MG Thailand
    TikTok: @mgthailand
    Application: MG Thailand

     Hashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    ฮอนด้า ชวนเหล่าสาวกสัมผัส DNA ความสปอร์ต ในงาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance 14 มี.ค. 2569 จัดเต็มกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแคมเปญพิเศษ ที่คนรัก Type R ไม่ควรพลาด สมัครด่วน ! ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. – 5 มี.ค 69 นี้เท่านั้น สิทธิ์มีจำนวนจำกัด !

    1 Min Read

    ฮอนด้า ชวนเหล่าสาวกสัมผัส DNA ความสปอร์ต ในงาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance 14 มี.ค. 2569 จัดเต็มกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแคมเปญพิเศษ ที่คนรัก Type R ไม่ควรพลาด สมัครด่วน ! ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. – 5 มี.ค 69 นี้เท่านั้น สิทธิ์มีจำนวนจำกัด !

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของชาวแฟน ๆ สายสปอร์ตคนรัก Honda Civic Type R ในกิจกรรม Honda Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance ในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ถนนรามคำแหง พร้อมเปิดรับสมัคร

    ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพผ่านช่องทาง Facebook: Honda Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 สิทธิ์มีจำนวนจำกัด

    ฮอนด้าตั้งใจจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างคอมมูนิตี้ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และถ่ายทอดจิตวิญญาณการขับขี่ของ Honda Civic Type R อย่างแท้จริง  นับเป็นโอกาสพิเศษที่เจ้าของรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้นำรถคันโปรดมาจัดแสดง พร้อมร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน มุมมองความประทับใจด้านสมรรถนะ และเสน่ห์ DNA ความสปอร์ตของ Honda Civic Type R

    พบกับหลากหลายกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน ได้แก่

    • Photo Backdrop: เก็บภาพโมเมนต์คู่กับ Honda Civic Type R ที่ดีไซน์มาเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตโดยเฉพาะ
    • Civic Type R Popular Vote: ร่วมโหวตคันที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบให้กับรถแต่งที่โดดเด่นและมีสไตล์ที่สุดภายในงาน
    • Shoot & Share: เก็บภาพสุดเท่ และแชร์โมเมนต์ The Unrivaled Performance ลงโซเชียลมีเดียเพื่อรับของที่ระลึก (จำกัด 200 ท่านแรก) และลุ้นรับรางวัลใหญ่สำหรับโพสต์ที่มียอดไลค์และแชร์สูงสุด
    • Tasteful Treats & Lucky Draw: อิ่มอร่อยไปกับเมนูคัดสรรจาก Food Truck และรับสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึก
      สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะในงานเท่านั้น
    • Sport Performance Experience: สัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจ ช่วยให้คุณตัดสินใจเป็นเจ้าของรถสปอร์ตในฝันได้ง่ายขึ้น

    นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดีลโดนใจสายสปอร์ตกับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance”  พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

    • ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*  
    • ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic
      Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท** 

    ลูกค้าที่สนใจกิจกรรมพิเศษครั้งนี้ สามารถลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพผ่านช่องทาง Facebook: Honda Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสัมผัสรถสปอร์ตในตำนานและพิสูจน์นิยามแห่งความแรงของ Honda Civic Type R ไปด้วยกัน !


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2 เดินหน้าดำเนินธุรกิจพร้อมรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    1 Min Read

    เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2 เดินหน้าดำเนินธุรกิจพร้อมรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยบริษัทฯ ได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยม ตามหลักเกณฑ์การประเมินทั้ง 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ มิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติการบริหารจัดการ ซึ่งโรงงานที่จะได้รับรางวัลต้องไม่มีข้อร้องเรียนจากการประกอบกิจการ และไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงจนเป็นเหตุให้มีการหยุดประกอบกิจการในช่วงเวลาที่เข้ารับการประเมิน ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลโรงงาน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

    มร. โนบุฮิโกะ โคอิซูมิ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มอบรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568ให้แก่ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของพนักงานทุกคน ตลอดจนความไว้วางใจจากชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมต้องเดินควบคู่ไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งมั่นและสานต่อการดำเนินงานผ่านกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลโรงงานต่อไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต”

     

    บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ได้รับการยกย่องในการดำเนินงานและผลการประเมินใน ระดับดีเยี่ยม ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ การบริหารจัดการพื้นที่โรงงานและทัศนียภาพที่เรียบร้อยผ่านการให้ความสำคัญในการจัดสรรพื้นที่สีเขียว และการออกแบบระบบระบายน้ำที่แยกระหว่างน้ำฝนและน้ำเสียอย่างชัดเจน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ต่อมา มิติเศรษฐกิจ สร้างการเติบโตและมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นและชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ร้านค้าชุมชนได้เข้ามาจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ที่โรงงานจัดเตรียมไว้ เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และอาชีพ

    ด้าน มิติสิ่งแวดล้อม โรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น มีการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างเป็นสัดส่วน โดยมีพื้นที่สีเขียวรวม 4,858 ตารางเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของพื้นที่โรงงานทั้งหมด และได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 (วัฒนธรรมสีเขียว) จากกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ โรงงานฯ ยังมีระบบบำบัดมลพิษที่เป็นไปตามกฎหมาย และมีการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมโดยไม่ใช้วิธีฝังกลบ (Zero Landfill) ตลอดจนส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

    สำหรับ มิติสังคม โรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น มีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่านโครงการเพื่อสังคม อาทิ การมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชนภายใต้โครงการ Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า รวมถึงการจ้างงานผู้พิการ เพื่อเปิดโอกาสการสร้างรายได้ ตลอดจนการเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นและ ข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม

    ปิดท้ายด้วย มิติการบริหารจัดการ โรงงานฯ ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการดำเนินงาน และระบบการตรวจสอบที่ได้การรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 อีกทั้งยังได้รับ รางวัลกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ประจำปี 2568 (Zero Accident Campaign 2025) ต่อเนื่อง 6 ปี อีกด้วย

    พิธีมอบธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “GREEN GOLD GROWTH for Sustainability” โดยมีโรงงานที่ได้รับ รางวัล “ธงขาวดาวเขียว” จำนวน 201 โรงงาน และรางวัล “ธงขาวดาวทอง” จำนวน 53 โรงงาน ซึ่งมีเป้าหมาย เพื่อนำนิคมอุตสาหกรรมก้าวสู่มาตรฐานสากล มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด และยกระดับโรงงานสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industries) อย่างยั่งยืน

    ไฮไลต์สำคัญ: “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568

    • บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568”
    • บริษัทได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
    • บริษัทผ่านเกณฑ์การประเมิน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ กายภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการ
    • สะท้อนความมุ่งมั่นด้านธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียว และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • สมาคมรถโบราณ ร่วมเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39

    1 Min Read

    สมาคมรถโบราณ ร่วมเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” โดยสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค เข้าร่วมงาน ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

    สมาคมรถโบราณขอเชิญชวน นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย ไปเที่ยวงาน พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • วอลโว่ เปิดตัวพอดแคสต์ For Life. ช่องทางสำหรับการแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคน

    1 Min Read

    วอลโว่ เปิดตัวพอดแคสต์ For Life. ช่องทางสำหรับการแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคน

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว For Life. พอดแคสต์สายไลฟ์สไตล์ ที่ชวนทุกคนหันมาใส่ใจชีวิตทั้งสุขภาพกายและสุขภาวะทางใจ (Wellness) ได้อย่างสมดุล ผ่านประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้านที่จะมาแลกเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตและประสบการณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมเปิดโอกาสให้บุคลากรวอลโว่สลับบทบาทมาทดลองเป็นผู้ดำเนินรายการด้วยตนเอง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เป็นตัวเอง และสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้านการพูดและการสื่อสาร เนื้อหาของแต่ละตอนยังเชื่อมโยงแนวคิดเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ฟังได้เรียนรู้ เข้าใจตัวเอง และค่อย ๆ เติบโตสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตนเองอย่างปลอดภัย พอดแคสต์นี้จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ทุกคนทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ และสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน

    พอดแคสต์ For Life. 5 ตอนแรก เราได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญถึงสามท่าน ที่จะมาแบ่งปันมุมมองและคำแนะนำเพื่อดูแลชีวิตให้สมดุลในด้านต่าง ๆ ดังนี้

    • คุณก้อย อภิรดี ธรรมสรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Wellness ร่วมพูดคุยเรื่องการกินอย่างมีสุขภาพดีโดยไม่ต้องงดของโปรด พร้อมแบ่งปันแนวทางการดูแลจิตใจให้แข็งแรงด้วยการเช็กความรู้สึกตัวเองทุกวัน
    • คุณนิด ณัชชา เพชรสากล คุณครูสอนโยคะ ที่ก้าวผ่านความไม่แน่นอนในชีวิตมาได้ ร่วมแชร์มุมมองเรื่องการอยู่กับปัจจุบัน การใช้ลมหายใจเพื่อลดความเครียดและช่วยให้นอนหลับดีขึ้น รวมถึงแนวทางการรับมือกับความไม่แน่นอนในชีวิต เพื่อสร้างกำลังใจในแต่ละวัน
    • คุณเดียร์ ทศพล เจริญจิตต์ นักกีฬา Hyrox ที่มีประสบการณ์การแข่งขันต่างประเทศ ร่วมพูดคุยเรื่องการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนการแข่งขัน พร้อมคำแนะนำการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย

    สามารถรับชม teaser ทั้ง 5 ตอนแรกของ For Life. พอดแคสต์ได้ที่ลิงก์ https://drive.google.com/file/d/1vmWf6NWkBdVQPLeSUdoANGx1Lco3N-FJ/view?usp=sharing

    สามารถรับชม For Life. พอดแคสต์ได้แล้ววันนี้ทางช่องทาง @VolvoCarTh YouTube หรือคลิก https://www.youtube.com/@VolvoCarTh เพื่อรับชม
    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่

    Websitewww.volvocars.com/th
    Facebookhttps://www.facebook.com/volvocarsth
    Youtubehttps://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
    Linehttps://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

    เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

    สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบันสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ฮอนด้า ซีวิค ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569

    1 Min Read

    ฮอนด้า ซีวิค ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมทัพ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid โดยปรับไลน์อัป ฮอนด้า ซีวิค เป็นระบบ
    ฟูลไฮบริด
    e:HEV และสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมกับโลโก้ H Mark ในโทนสีโมโนโครมเงินและดำในทุกรุ่นย่อย พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท มาพร้อมสิทธิพิเศษ 50,000 บาท* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับฟูลไฮบริดซีดานที่คุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

    โดย Honda Civic e:HEV มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้

    • ใหม่! รุ่น e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

    ให้คุณได้สัมผัสขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่มองหาความคุ้มค่าที่ลงตัวกับทุกการใช้งาน

    • รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท

    ยกระดับความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

    • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท

    ที่สุดแห่งจิตวิญญาณความสปอร์ตที่มาพร้อมดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน จัดเต็มด้วยออปชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

    ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

    เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569  – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569

    • ทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ยพิเศษ 1.74% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) สำหรับลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 89% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี* มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท**

    Honda Exclusive Care 3 ปี (ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์) มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท** ประกอบด้วย

    – ฟรี ประกันภัย 1 ปี

    – ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

    – ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

    • ทางเลือกที่ 2 โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,847 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
    • ทางเลือกที่ 3 เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท*
      • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    • เพิ่มเติม! Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Civic e:HEV
      รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 20,000 บาท*
    • สำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และกลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 10% จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า
      ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

    ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.honda.co.th/civic โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณ
    ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์:honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand
    No Comment
  • Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

    1 Min Read

    Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

    คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ (รูป1 ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าราชการ จังหวัดชลบุรี, นายบรรลือ กุลละวณิชย์ (รูป2 ที่ 4 จากขวา) ประธาน สภาเมืองพัทยา  และ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (รูป2 ที่ 5 จากขวา) นายก เมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา

    พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา 

     

    ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่

     

    เฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โมตุลเปิดตัว NGEN Hybrid ทางเลือกที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่

    1 Min Read

    โมตุลเปิดตัว NGEN Hybrid ทางเลือกที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่

    โมตุล ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมน้ำมันหล่อลื่น และผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องสมรรถนะสูง ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “NGEN Hybrid” ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลิตภัณฑ์ล่าสุดภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ NGEN ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนของแบรนด์ NGEN Hybrid ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ รถยนต์ไฮบริด (HEV) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริด ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ และสนับสนุนให้ผู้ขับขี่เดินทางได้ไกลยิ่งขึ้นในทุกหยดของน้ำมัน โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่าง สมรรถนะสูงสุด และ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ได้อย่างลงตัว

    ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งานรถยนต์ไฮบริดทั่วภูมิภาค ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโมตุลในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่น ด้วยการส่งมอบการปกป้องเครื่องยนต์ระดับสูง การดูแลสุขภาพเครื่องยนต์ในระยะยาว และความอุ่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่

    คาร์โล ซาโวก้า ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด โมตุล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า

    “จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งานรถยนต์ไฮบริด ความจำเป็นของน้ำมันเครื่องที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์ประเภทนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รถยนต์ไฮบริดต้องการน้ำมันเครื่องที่สอดรับกับลักษณะการทำงานของระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ซึ่ง NGEN Hybrid ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง ปกป้องเครื่องยนต์ และเสริมความทนทานในระยะยาว ที่โมตุล เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรม โดย NGEN Hybrid เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนความตั้งใจดังกล่าว ด้วยการเลือกใช้น้ำมันฐานรีเจนเนอเรตคุณภาพสูงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการคงไว้ซึ่งสมรรถนะระดับแนวหน้าสำหรับเครื่องยนต์ยุคใหม่”

    คุณสุรเชษฐ ศรกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป โมตุล (ประเทศไทย) กล่าวว่า

    “ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานทางเลือกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Vehicle) กลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยความสมดุลระหว่างสมรรถนะ ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โมตุลจึงได้มีการเปิดตัว NGEN Hybrid น้ำมันเครื่องสูตรพิเศษที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฮบริดโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ในระบบไฮบริดอย่างแท้จริง ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับความประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาว และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ที่ออกแบบมาเฉพาะทางสำหรับรถไฮบริดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย”

    การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid จาก Motul นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดรับกับกระแสการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยอ้างอิงรายงานวิจัยล่าสุดจาก MarkNtel Advisors ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ไฮบริดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตในอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงถึง 18% ในช่วงปี 2024–2030 แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าจำนวนรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่ ประหยัดพลังงาน และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มากยิ่งขึ้น

    รถยนต์ไฮบริดสามารถสร้างสมดุลระหว่าง สมรรถนะ และ ความยั่งยืน ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังได้รับความนิยมเป็นพิเศษในตลาดที่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบยังไม่พัฒนาเพียงพอ จึงเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความประหยัดน้ำมันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า 100%

    นอกจากนี้ รัฐบาลในหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังได้ออกมาตรการสนับสนุนและกรอบนโยบายต่าง ๆ เพื่อเร่งการใช้งานรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น อินโดนีเซีย ได้ประกาศมาตรการส่งเสริมรถยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ รวมถึงรถไฮบริด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ขณะที่ ประเทศไทย ก็ได้อนุมัติมาตรการจูงใจให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนฟลีทรถเชิงพาณิชย์ไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาค

    การพัฒนาด้านนโยบายเหล่านี้คาดว่าจะเร่งการเติบโตของตลาดรถไฮบริดให้ขยายตัวเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid จาก Motul กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสมสำหรับความต้องการในตลาดที่กำลังขยายตัวนี้

    จากงานวิจัยภายในของ Motul ยังตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำคัญในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด โดยผลการสำรวจพบว่า เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคเลือกใช้รถไฮบริด ได้แก่ ต้องการ ประหยัดค่าน้ำมัน (75.86%) สนใจใน เทคโนโลยีใหม่ๆ (41.38%) และการได้รับ สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ (37.93%)

    แม้จะมีปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถไฮบริดมากขึ้น แต่ยังพบว่า ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องเฉพาะทางสำหรับรถไฮบริดยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเจ้าของรถส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาคำแนะนำจากผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) หรือใช้บริการดูแลแบบเหมาจ่ายตามแพ็กเกจที่ได้รับ โดยไม่ตระหนักว่าน้ำมันเครื่องทั่วไปอาจ ไม่ตอบโจทย์ลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริดอย่างแท้จริง

    NGEN Hybrid: ออกแบบเพื่อการขับขี่วันนี้ และความต้องการของวันพรุ่งนี้

    NGEN Hybrid คือผลิตภัณฑ์ล่าสุดในตระกูล NGEN Series จาก Motul กลุ่มน้ำมันเครื่องเจเนอเรชันใหม่ที่ผสานทั้งความแรงและความยั่งยืน พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปของยานยนต์ยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ รถยนต์ไฮบริด (HEVs) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs)

    สูตรเฉพาะของ NGEN Hybrid ถูกออกแบบมาให้รองรับลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งผ่านมาตรฐานระดับโลกล่าสุดอย่าง API SQ และ ILSAC GF-7 ได้อย่างเหนือความคาดหมายเครื่องยนต์ไฮบริดมีการทำงานต่างจากเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม ระบบขับเคลื่อนไฮบริดทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมเฉพาะ เช่น การสตาร์ทเครื่องยนต์ซ้ำบ่อย อุณหภูมิเฉลี่ยภายในเครื่องที่เย็นกว่า และการสลับโหมดระหว่างพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความท้าทายใหม่สำหรับระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ NGEN Hybrid จึงถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรับมือกับสภาพการทำงานเหล่านี้ มอบการปกป้องที่ต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่เหนือกว่า และดูแลเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างยาวนาน โดยเฉพาะในสภาวะการทำงานแบบสตาร์ท–สต๊อป(Start-Stop) ของเครื่องยนต์ไฮบริดในเมือง ที่น้ำมันเครื่องทั่วไปมักไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่

    NGEN Hybrid ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ และทำให้การเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนระหว่างไฟฟ้าและน้ำมันเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น สูตรเฉพาะนี้ช่วยให้น้ำมันหมุนเวียนได้เร็วขึ้น สร้างแรงดันได้ไว และตอบสนองการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์คือการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้นถึง 8.1% เมื่อเทียบกับน้ำมันเครื่องทั่วไปในเกรด 0W-20 – เทียบเท่ากับการวิ่งได้ไกลขึ้นถึง 45 กิโลเมตร ต่อถังขนาด 36 ลิตร ในสภาวะการสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะเย็น (cold start) NGEN Hybrid ยังแสดงประสิทธิภาพได้ดีกว่ามาตรฐานทั่วไปถึง 10% ช่วยปกป้องชิ้นส่วนสำคัญตั้งแต่การสตาร์ทเครื่องครั้งแรก และยังมอบการปกป้องจาก Low-Speed Pre-Ignition (LSPI) ได้มากกว่าถึง 60% ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ที่ใช้เทอร์โบ

    ด้วยคุณสมบัติที่เหนือมาตรฐาน API SQ NGEN Hybrid มอบความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถไฮบริด ด้วยการปกป้องเครื่องยนต์จากการสึกหรอ การน็อกและการจุดระ เบิดก่อนเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

     

    คุณสมบัติเด่นของ NGEN Hybrid

    • ประหยัดน้ำมัน: ช่วยเพิ่มระยะทางต่อหนึ่งถัง ด้วยการลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
    • การปกป้องเครื่องยนต์: ลดภาระของเครื่องยนต์จากการเจือจางน้ำมันด้วยเชื้อเพลิงและการขับขี่แบบสตาร์ท–สต๊อป(Start-Stop) พร้อมรักษาความสะอาดและสมรรถนะของเครื่องยนต์ในระยะยาว
    • ความยั่งยืน: ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานคุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการรีเจนเนอเรต (RRBO) ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการใช้งาน
    • บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก: บรรจุในขวดพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยมีส่วนประกอบจากพลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled) ถึง 50% สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
    • มาตรฐานประสิทธิภาพ: ผ่านมาตรฐาน API SQ และ ILSAC GF-7 พร้อมป้องกันปัญหา LSPI (Low-Speed Pre-Ignition) ที่พบบ่อยในเครื่องยนต์เทอร์โบสมัยใหม่ อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและการไหลเวียนของน้ำมันในอุณหภูมิต่ำ
    • รองรับการใช้งานหลากหลาย: เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มีเครื่องยนต์เบนซินเป็นระบบเสริมระยะทาง (Range Extender)

    เหนือกว่าความแรง NGEN Hybrid ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Motul ในการพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยน้ำมันเครื่องสูตรนี้ผลิตจาก น้ำมันพื้นฐานรีเจนเนอเรต (RRBO) ถึง 10% ซึ่งได้จากการนำน้ำมันใช้แล้วคุณภาพสูงกลับมาผ่านกระบวนการกลั่นและฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสมรรถนะในระดับสูงตามมาตรฐานของ Motul

    บรรจุภัณฑ์ยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิลจากผู้บริโภค (PCR) ในสัดส่วน 50% และตัวขวดสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสมรรถนะการปกป้องเครื่องยนต์ในระดับสูงตามมาตรฐานของ Motul

     

    ยกระดับมาตรฐานของเหลวสำหรับรถยุคใหม่ กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Hybrid-Ready: NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1

    นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid แล้ว โมตุลยังเดินหน้าขยายไลน์อัปกลุ่มผลิตภัณฑ์ NGEN อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฮบริด ได้แก่ NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1 Brake Fluid ซึ่งช่วยเติมเต็มโซลูชันของเหลวสมรรถนะสูงสำหรับยานยนต์ยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร

     

    • NGEN MATIC ATF VI – น้ำมันเกียร์รุ่นแรกที่พัฒนาด้วยแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-designed) ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานรีเจนเนอเรตคุณภาพสูงถึง 30% และบรรจุในขวดพลาสติกที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหลังการใช้งานของผู้บริโภค (PCR) 50% เหมาะสำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติ ทรานสเฟอร์เคส และระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ โดยเป็นน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์สูตรผสมที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของระบบส่งกำลังยานยนต์สมัยใหม่ มอบความทนทานและประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่น ควบคู่กับแนวทางความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
    • E DOT 5.1 Brake Fluid – น้ำมันเบรกสังเคราะห์แท้ 100% ชนิดอายุการใช้งานยาวนาน พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับระบบเบรกและคลัตช์แบบไฮดรอลิกของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รถไฮบริด (PHEV) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป โดดเด่นด้วยจุดเดือดสูงทั้งในสภาวะแห้งและเปียก ค่าความหนืดต่ำ และค่าการนำไฟฟ้าที่ต่ำ ช่วยให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับระบบเบรกสมัยใหม่ที่ต้องการสมรรถนะ ความเสถียร และความเชื่อมั่นในการใช้งานระดับสูงสุด

    ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid, NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1 Brake Fluid จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2025 เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายโมตุลอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและข่าวสารอัปเดตล่าสุด โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Motul Asia Pacific https://www.motul.com/en-SG.


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment