-
News Car1 Min Read
บริดจสโตนร่วมโชว์ยางสมรรถนะสูงในงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ กับรถปิกอัพใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY”, ISUZU X-SERIES
“2 HOT…2 HANDLE” และรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK”บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และผู้พัฒนายางสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์บริดจสโตนสำหรับรถอีซูซุ ร่วมงานเปิดตัวรถรุ่นใหม่สุดยิ่งใหญ่ นำโดย ใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น!, ใหม่! ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! และสุดยอดรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ณ สนามทดสอบรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ISUZU 4×4 EXPERIENCE จ.ปทุมธานี ซึ่งบริดจสโตนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอเทคโนโลยียางที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นตัวเลือกรองรับสมรรถนะของรถอีซูซุอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ในโอกาสนี้บริดจสโตนได้ร่วมออกบูธแนะนำผลิตภัณฑ์ “BRIDGESTONE DURAVIS R624X HEAVY DUTY” บรรทุกหนักเอ็กซ์ตร้า ทนทานเหนือโลก ความทนทานที่พัฒนาไปอีกขั้นเพื่อรถกระบะ
เชิงพาณิชย์และรถบรรทุกขนาดกลาง ออกแบบให้บรรทุกได้หนักขึ้น พร้อมอายุการใช้งานที่ยาวนานและ “BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002” ลุยผ่านทุกเส้นทาง สู่จุดหมายที่เหนือกว่า เหมาะสำหรับรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ (PPV) อีกระดับของยาง ALL-TERRAIN พร้อมรับความท้าทายในทุกเส้นทาง เต็มสมรรถนะทุกทางลุย คงความสบายแม้ทางเรียบ ซึ่งยางสมรรถนะสูงทั้งสองรุ่นเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับรถรุ่นดังกล่าวของอีซูซุ ช่วยดึงศักยภาพการขับขี่ให้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไฮไลต์เด็ดของงานอยู่ที่คุณเบียร์ ใบหยก ที่มาพร้อมความตื่นเต้นเต็มพิกัดกับ “TOP SECRET X ISUZU D-MAX” รถปิกอัพสีทองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ คันแรกของโลก จากโปรเจกต์ “TOP SECRET THAILAND” เรียกเสียงฮือฮาและดึงสายตาผู้เข้าชมได้อย่างเต็ม ๆ
ทั้งนี้สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DURAVIS R624X HEAVY DUTY และผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002 และสามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายยางบริดจสโตน หรือศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM (Thailand) เปิดสเปกสุดล้ำของ “WEY G9” New-Generation Luxury MPV ยกระดับสู่ความล้ำสมัย ด้วย Hi4 ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะครั้งแรกของไทย พร้อมให้ชาวไทยสัมผัสพร้อมกัน 28 พฤศจิกายนนี้ ที่งาน Motor Expo 2025
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย เปิดสเปกรถ MPV ลักชัวรี่ระดับไฮเอนด์ ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะในชีวิตประจำวัน แต่คือเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่ล้ำหน้าจากแบรนด์ WEY (เวย์) ซึ่งเป็นแบรนด์ลักชัวรี่ของ GWM โดย WEY G9 (เวย์ จีไนน์) ได้ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตมากมายเพื่อยกระดับทุกการเดินทางได้แบบไร้ที่ติอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วย Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะ ผสานพลังเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่เพื่อการขับขี่ที่มั่นคงและทรงพลัง พร้อม Coffee OS 3.3 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับ AI เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันอย่างล้ำสมัย เพิ่มความสบายเหนือระดับด้วยเบาะแถวสอง Zero-Gravity Seat พร้อมระบบนวดไฟฟ้าและระบายอากาศ มอบประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และสะดวกสบายในทุกการเดินทางมากกว่า 1,000 กิโลเมตรแบบไร้กังวล โดย WEY G9 คือยนตรกรรมที่เป็น New-Generation Luxury MPV อย่างแท้จริง โดยในเดือนตุลาคม 2568 WEY MPV มียอดขายกว่า 10,000 คัน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของเซกเมนต์ MPV ในประเทศจีน แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะ คุณภาพ ความสะดวกสบาย และความน่าเชื่อถือของ WEY ในตลาดรถยนต์กลุ่มลักชัวรี่ไฮเอนด์
Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนล้ำหน้าหนึ่งเดียวใน WEY G9
WEY G9 รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่หนึ่งเดียวของ GWM ที่ผสานสมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างครบครัน สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ MPV ในประเทศไทย ด้วยการออกแบบที่หรูหรา ฟังก์ชันล้ำสมัย และระบบขับเคลื่อนอันทรงพลังด้วย Hi4 Technology ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไฮบริดอัจฉริยะครั้งแรกของโลกที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ของรถยนต์พลังงานใหม่ โดย Hi4 หรือ Hybrid Intelligent 4WD เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่ผสาน “3 แหล่งพลังงาน + 9 โหมดการทำงาน” อันประกอบด้วย มอเตอร์คู่ที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง และเครื่องยนต์ที่อยู่ด้านหน้า ครอบคลุมทั้ง EV Mode, Series Range-Extending Mode, Parallel Hybrid Mode, Direct Engine Drive Mode และโหมดการฟื้นพลังงานจากทั้งเพลาหน้าและหลัง พร้อมระบบ iTVC (Intelligent Torque Vectoring Control) ที่สามารถเปลี่ยนแรงบิดของล้อหน้าและหลังตามสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด ได้ภายในเวลาเพียง 0.01 วินาที ช่วยลดการลื่นไถลและเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวลื่น เช่น น้ำ ทราย หรือกรวด ในแง่ของการใช้งาน โดย Hi4 ให้สมรรถนะของการขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ใช้พลังงานในระดับรถขับเคลื่อน 2 ล้อ
มอบสมรรถนะไร้ขีดจำกัด สะดวกสบาย ไร้กังวลด้วยระยะทางการขับขี่มากกว่า 1,000 กิโลเมตร โดยไม่ต้องแวะชาร์จ
นอกจากระบบขับเคลื่อน Hi4 แล้ว WEY G9 ให้สมรรถนะอันทรงพลังที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ Permanent-Magnet Synchronous ทำงานร่วมกับเกียร์อัจฉริยะ DHT ให้กำลังสูงสุด 325 kW หรือ 442 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 642 นิวตัน–เมตร ตอบสนองทันใจในทุกช่วงความเร็ว และยังรองรับการขับด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ไกลถึง 170 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) โดยมีแบตเตอรี่ Lithium Ternary ความจุ 44.28 kWh ชาร์จไวด้วย DC Fast Charging 60 kW และรองรับชาร์จ AC Slow Charging สูงสุด 6.6 kW พร้อมถังน้ำมันขนาด 58 ลิตร เดินทางได้ระยะไกลสูงสุดมากกว่า 1,000 กิโลเมตร โดยไม่ต้องเสียเวลาแวะชาร์จไฟ สามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมาพร้อมโหมดการขับขี่และระบบส่งกำลังที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสภาพถนนและทุกสไตล์การใช้งานใน 2 ส่วนหลักคือ 1.) โหมดพลังงาน ประกอบด้วยโหมด EV, โหมดเน้น EV (EV Priority) และโหมด HEV และ 2.) โหมดการขับขี่ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, Snow และ AWD Mode ยิ่งไปกว่านั้น ยังมอบความมั่นใจและความนุ่มนวลในการขับขี่ด้วยระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ผสานเทคโนโลยีปรับน้ำหนักตามความเร็ว ช่วยให้ควบคุมง่ายทั้งในเมืองและทางไกล พร้อมการปรับพวงมาลัยได้ 4 ทิศทางและโหมดช่วยผ่อนแรง 3 แบบ ได้แก่ เบา สบาย และสปอร์ต เพื่อรองรับสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย เสริมความปลอดภัยด้วยดิสก์เบรกสี่ล้อพร้อมครีบระบายความร้อน เพิ่มประสิทธิภาพการหยุดรถและความมั่นใจในทุกสภาพถนน
งดงามประดุจงานศิลปะชิ้นเอก
WEY G9 โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามธรรมชาติแบบตะวันออก ทั้งน้ำตก ขุนเขา และต้นไผ่ ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย เน้นเส้นสายเรียบหรู สงบนิ่ง และสมดุลอย่างไร้ที่ติ มีขนาดมิติตัวรถด้วยความยาว 5,050 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,985 มิลลิเมตร ความสูง 1,900 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,085 มิลลิเมตร รองรับการใช้งานแบบ 7 ที่นั่ง (2+2+3) ได้อย่างลงตัว ส่วนความสูงใต้ท้องรถ 155 มิลลิเมตร พร้อมบันได 2 ระดับเพื่อก้าวขึ้นรถ พร้อมรองรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กและคนสูงอายุ ทำให้รถเหมาะกับการใช้งานจริงในทุกวันสำหรับทุกเพศทุกวัย ประตูท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระ WEY G9 มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอกทั้งหมด 4 สีที่สะท้อนความหรูหราและทันสมัยในคราวเดียวกัน ช่วยเติมเต็มภาพลักษณ์ของรถให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ในทุกมุมมอง ได้แก่ Nebula Black ที่นิ่งสงบและสง่างาม, Superior Gold หรูหราและโดดเด่นอย่างมีระดับ, Aurora White สีขาวละเอียดที่แตกต่างอย่างมีออร่า และ Wisdom Grey เทาเรียบหรูผสานความคลาสสิก
รังสรรค์อย่างประณีต มอบความสบายเหนือระดับตั้งแต่สัมผัสแรก
ด้านการออกแบบภายในเน้นความโปร่งโล่ง เดินได้สะดวกสบายด้วยความสูงภายใน 1,277 มม. ขณะที่ช่องทางเดินกลางกว้างถึง 170 มม. หรูหราด้วยวัสดุหนัง NAPPA สัมผัสนุ่ม หรูหรา ทนทาน ไม่ระคายเคืองผิว ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดง่าย เบาะแถวสองแบบ Zero-Gravity ทำให้ผู้โดยสารแถวสองรู้สึกสบายเหมือนนั่งอยู่ในอวกาศที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการบินและอวกาศของ NASA โดยสามารถปรับองศาเบาะให้อยู่ใน “Golden Angle” ซึ่งเป็นมุมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสรีระมนุษย์ โดยมีมุมลำตัวที่ 127° และมุมต้นขา-น่องที่ 132° พร้อมจัดตำแหน่งหัวใจและหัวเข่าให้อยู่ในระดับเดียวกัน เพื่อช่วยกระจายแรงกดทั่วเบาะอย่างสมดุล โดยร่างกายของผู้โดยสารไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนหรือพื้นของรถ ลดแรงกดทับ ลดความเมื่อยล้า และเพิ่มความผ่อนคลายในการโดยสาร ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ Luxury MPV อีกทั้งยังมาพร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบ และระบบเบาะระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง มอบความผ่อนคลายขั้นสุดตลอดการเดินทาง ในขณะที่เบาะแถวที่ 1 เป็นเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งและระบบ Welcome Seat รวมถึงระบบดันหลังไฟฟ้าและระบบนวดไฟฟ้า 10 จุดที่ช่วยลดความเมื่อยล้า เบาะผู้โดยสารตอนหน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และมีระบบระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง และเบาะแถวที่ 3 พับได้แบบ 4:6 ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระเมื่อจำเป็น สะดวกสบายไปกับตู้เย็นภายในรถ (Car Refrigerator) ความจุ 12.5 ลิตร พร้อมดีไซน์ Double-Opening เปิดได้ทั้งด้านหน้า (Front Armrest) และด้านหลังแบบลิ้นชัก รองรับทั้งโหมดทำความเย็น 0–15°C และโหมดอุ่น 35–50°C ระบบไฟสร้างบรรยากาศ 64 สี หน้าจอ HUD และจอมัลติมีเดียขนาดใหญ่ รวมถึงการจัดวางพื้นที่ที่เอื้อต่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารทุกแถว เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับทั้งความหรูหราและฟังก์ชันล้ำสมัย
เชื่อมต่อได้อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมยกระดับทุกการเดินทางด้วยแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อม
WEY G9 มาพร้อม Coffee OS 3.3 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถอย่างไร้รอยต่อ รองรับคำสั่งเสียง 21 ภาษา แสดงสถานะรถแบบ 3 มิติเรียลไทม์ พร้อมระบบนำทาง Petal Maps Global Navigation และการดาวน์โหลดแอปฯ ผ่าน GWM App Store ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมและตรวจสอบรถจากระยะไกลผ่านแอป GWM ไม่ว่าจะเป็นการสตาร์ตเครื่องยนต์ ล็อก–ปลดล็อกประตู เปิด–ปิดซันรูฟ ตั้งเวลาชาร์จ หรือเช็กสถานะพลังงานและแรงดันลมยางได้อย่างสะดวก นอกจากเทคโนโลยีล้ำสมัย WEY G9 ยังใช้วัสดุที่รักษาสิ่งแวดล้อม ลดการใช้กาวในชิ้นส่วนภายในรถ ใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดกลิ่นและสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds หรือ VOC) ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ WEY G9 ถือเป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกในประเทศจีนที่ได้รับการรับรอง “การปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ (Zero Formaldehyde)” และ “China Green Car Assessment Program (C-GCAP) ระดับห้าดาว”
เทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบความปลอดภัยสูงสุด มอบความอุ่นใจ มั่นใจ ทุกที่นั่ง
WEY G9 มาพร้อมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 28 รายการ เพื่อยกระดับมาตรฐานการขับขี่ให้มั่นใจและปลอดภัยสูงสุด ระบบจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ และจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX ทั้งแถวสองและแถวสาม เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในรถ นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยไซเบอร์ขั้นสูงเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวและธุรกิจ ทำให้ WEY G9 เป็นมากกว่ารถ MPV แต่คือประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้านโครงสร้างตัวถังทำจากเหล็กกล้าเปอร์เซ็นต์สูงถึง 83.01% ถุงลมนิรภัย 6 จุด โดยมีถุงลมนิรภัยด้านข้างยาวเป็นพิเศษ ครอบคลุมจากที่นั่งแถวหนึ่งถึงแถวสาม พร้อมปกป้องคุณและคนที่คุณรักอย่างเต็มที่ แบตเตอรี่แรงดันสูงมีการปกป้องด้านข้างถึง 4 ชั้น ด้านล่างถึง 6 ชั้น มอบความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์
New-Generation Luxury MPV ไลฟ์สไตล์เหนือระดับที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการงานและครอบครัว
WEY G9 ไม่ได้ถูกสร้างมาเพียงเพื่อเป็นรถ MPV แต่เพื่อยกระดับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันให้เหนือระดับไปอีกขั้น ไม่ว่าในฐานะผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ หรือข้าราชการระดับสูง ที่ต้องเดินทางเพื่อเจรจาทางธุรกิจ ต้องอาศัยภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ และสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล โดยยังได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยแบบเหนือระดับ โดยไม่ต้องกังวลกับการแวะชาร์จหรือแวะเติมน้ำมัน เพราะสามารถขับขี่ได้ไกลมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ต่อน้ำมันหนึ่งถังและการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ รถยนต์คันนี้ยังเหมาะกับครอบครัวระดับไฮเอนด์ ที่ต้องการใช้รถในการเดินทางท่องเที่ยว รับส่งลูกหลานไปโรงเรียน หรือมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล โดยสามารถเปิดระบบปรับอากาศได้ในระหว่างที่อยู่ในรถ โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย
ตั้งแต่การเดินทางในเมืองที่ต้องการความนิ่ง เงียบสงบ หรูหรา ไปจนถึงทริปทางไกลที่ต้องการความผ่อนคลายขั้นสุด ทุกฟังก์ชันในรถถูกออกแบบให้ใช้งานได้จริง ผสานความลักชัวรี่กับความอเนกประสงค์ไว้ในคันเดียว ใช้ได้ทั้งวันทำงาน วันพักผ่อน หรือโอกาสพิเศษที่ต้องการความสมบูรณ์แบบเป็นพิเศษ พร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นและสง่างามในทุกมุมมอง GWM (Thailand) พร้อมมุ่งสร้างมาตรฐานเพื่อยกระดับตลาด MPV ลักชัวรี่ไปอีกขั้น ทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความสบายที่เหนือชั้น โดย WEY G9 พร้อมแล้วที่จะให้คนไทยได้สัมผัสอย่างเป็นทางการภายในงาน Motor Expo 2025 วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 นี้ ณ บูธ GWM หมายเลข A05 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
#GWM #GWMThailand #WEY #WEYG9 #MotorExpo2025
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฉลองครบรอบ 55 ปี แห่งพลังที่ไม่มีวันหยุดยั้ง “UNSTOPPABLE 55: 55 Years of Endless Drive” พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตของวงการยานยนต์ไทย
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน Bangkok International Motor Show งานแสดงยานยนต์นานาชาติครั้งแรกของประเทศไทย และผู้นำด้านสื่อยานยนต์ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และออนไลน์ นำโดย ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหาร คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายกิจกรรมพิเศษ คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายการผลิต และ คุณปิยนุช แจ่มศิริพรหม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้า/ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปี แห่งพลังที่ไม่มีวันหยุดยั้ง “UNSTOPPABLE 55: 55 Years of Endless Drive” การดำเนินธุรกิจอย่างภาคภูมิ ท่ามกลางความไว้วางใจและการสนับสนุนอันยาวนานจากพันธมิตร คู่ค้าทางธุรกิจ และสื่อมวลชน ซึ่งมีส่วนสำคัญผลักดันให้กรังด์ปรีซ์ฯ เติบโตและยืนหยัดอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน งานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
บรรยากาศภายในงานอบอุ่นและเป็นกันเอง เริ่มตั้งแต่แขกผู้ทรงเกียรติทยอยมาลงทะเบียน โดยมีคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ ก่อนเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยง ทุกท่านได้ชมนิทรรศการ “GRANDPRIX Unstoppable 55th” ซึ่งบอกเล่าเส้นทางความมุ่งมั่นของกรังด์ปรีซ์ฯ จากจุดเริ่มต้นในอดีตสู่การเติบโตและเปลี่ยนผ่านในแต่ละยุคสมัยจนถึงปัจจุบัน ภายในงานยังมี THE SOCIAL LOUNGE “Connect & Celebrate”, งานเลี้ยงอาหารค่ำพร้อมการแสดงสดชุด “Symphony of Motion” และการแสดงแสงสีเสียง “Drive Beyond Time” ก่อนเข้าสู่การนำเสนอ VTR ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ผู้ก่อตั้งบริษัทฯหลังจากนั้นเป็นพิธีมอบรางวัล “Grand Prix 55th Excellence in Automotive Manufacturing Awards” เพื่อเชิดชูผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และช่วงสำคัญของงาน “The Journey Continues – CEO Transition” การส่งต่อมรดกสู่ผู้นำรุ่นใหม่ พร้อมการบรรยายพิเศษ “CEO Talk” โดย คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะผู้บริหารทุกท่านร่วมกันกล่าวขอบคุณพันธมิตร คู่ค้าทางธุรกิจ และสื่อมวลชนทุกท่านที่อยู่เคียงข้างบริษัทฯ มาโดยตลอด
สำหรับงานฉลองครั้งประวัติศาสตร์นี้ นับเป็นความปลาบปลื้มและเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่คณะผู้บริหารและพนักงานของ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) อีกทั้งยังตอกย้ำพันธกิจขององค์กรในการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรม ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และมุ่งสู่ความเป็นเลิศในอนาคต ด้วยพลังที่ไม่มีวันหยุดยั้งต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยทั่วประเทศ มอบทุนกว่า 6 ล้านบาท
มูลนิธิกลุ่มอีซูซุเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์มอบ “อนาคตทางการศึกษา” แก่เยาวชนที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเรียน ได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา รวมทั้งสิ้น 694 ทุน มูลค่ารวม 6,090,000 บาท ยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต
มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 68 ปีที่กลุ่มอีซูซุดำเนินธุรกิจ ในประเทศไทย เราได้ยึดมั่นในวิสัยทัศน์องค์กรคือ “วิถีอีซูซุ : ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ช่วยให้สังคมพัฒนา” เป็นหลักในการดำเนินงาน เราประสบความสำเร็จอย่างสูงตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้ได้ด้วยความไว้วางใจและการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากประชาชนชาวไทย ดังนั้น เราจึงได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าว “มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ” จึงได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2530 โดยเป็นการสมทบทุนร่วมกันของ 3 บริษัทในกลุ่มอีซูซุ ได้แก่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท อีซูซุเอ็นยิ่น แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายด้าน อาทิ การสนับสนุนด้านการศึกษา การส่งเสริมด้านการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ การสนับสนุนเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนรวมถึง การสนับสนุนทางการเงินและการบริจาคอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ ด้วยเจตนารมณ์ของการเป็น “นิติบุคคลที่ดีของสังคมไทย” ที่พร้อมจะร่วมสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่เยาวชนในสังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบไป”
มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ ยังคงยึดมั่นในการเดินหน้าสานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทั้งบุคคลและสังคม โดยในปีนี้ได้มอบทุนให้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งสิ้น 694 คน มูลค่ารวม 6,090,000 บาท ทุนนี้จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ให้เยาวชนสามารถใช้ศักยภาพด้านการศึกษาได้อย่างเต็มที่ เดินหน้าสานต่อความฝัน สู่การเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต โดยมีมูลนิธิกลุ่มอีซูซุพร้อมร่วมสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน
นายเกียรติศักดิ์ เหลือบกลาง นักศึกษาสาขาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา “ผมรู้สึกภูมิใจและซาบซึ้งใจมากที่ได้รับทุนนี้ ทุนการศึกษานี้ มีความหมายกับผมมากเพราะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ทำให้ผมมีเวลาโฟกัส กับการตั้งใจเรียนมากขึ้น ความฝันของผมตอนนี้คือเรียนจบสาขาที่ผมรัก สามารถนำความรู้ที่ผมเรียนมาไปต่อยอดและสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ขอขอบคุณมูลนิธิกลุ่มอีซูซุและผู้สนับสนุน ทุกท่านที่ได้ให้โอกาสผมได้รับทุนนี้ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผม เพราะต่อไปผมก็อยากจะมอบโอกาสดี ๆ แบบนี้ให้กับคนอื่นเหมือนกับที่ผมได้รับจากมูลนิธิกลุ่มอีซูซุครับ”
นางสาวณัฐวดี แรกคำนวณ นักเรียนจากโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ “วันนี้รู้สึก ดีใจมาก ๆ เลยค่ะ ทุนนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้หนูเข้ามหาวิทยาลัยที่หนูใฝ่ฝันได้ หนูอยากเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งทุนนี้เป็นส่วนช่วยให้หนูปล่อยวางจากความเครียดเรื่องการเงิน สามารถโฟกัสกับการเรียนและการเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณมูลนิธิกลุ่มอีซูซุที่สร้างโครงการนี้ขึ้นมา รู้สึกขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
ชาร์จพลังใหม่ให้ฟุตบอลไทย! สมาคมฯ จับมือ BYD เปิดคอร์สอบรมโค้ช B License สร้างเครือข่ายโค้ชคุณภาพสู่วงการฟุตบอลไทย
BYD ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของทีมชาติไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจ “ชาร์จพลังฟุตบอลไทย” ต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมมือกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดโครงการ “AFC ‘B’ Coaching Certificate Course by BYD” หลักสูตรพัฒนาโค้ชฟุตบอลระดับ B License โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับโค้ชจำนวน 24 คนจากทั่วประเทศ
โครงการนี้มุ่งสร้างเครือข่ายโค้ชคุณภาพ เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรในลีกระดับ T2 และ T3 ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานสากล พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนานักฟุตบอลไทยในอนาคต นอกจากสนับสนุนในด้านเทคนิคแล้ว BYD ยังตั้งเป้าเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนของวงการฟุตบอลไทย ด้วยแนวคิด “Charge the Power of Thai Football” ที่เชื่อว่า “พลัง” ไม่ได้มาจากเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ยังมาจาก
“คน” ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโอกาสสำคัญในการยกระดับมาตรฐานโค้ชไทยสู่สากล จำนวนจำกัดเพียง 24 คนเท่านั้น (ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ผ่านการคัดเลือก) โดยแบ่งการคัดเลือกจากสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ เป็นจำนวน 6 โซน โซนละ 4 คน
คุณสมบัติผู้สมัคร
- ผู้ฝึกสอน สัญชาติไทย (เท่านั้น)
- สำหรับผู้ฝึกสอนนักฟุตบอล หรือ อดีตนักฟุตบอล (ที่ทำทีมรุ่นอายุ 16–21 ปี)
- ผ่านการอบรมผู้ฝึกสอนระดับ C Coaching Certificate และมีประกาศนียบัตรรับรองโดย AFC
- มีประสบการณ์ฝึกสอนอย่างน้อย 1 ปี และยังคงทำหน้าที่ฝึกสอนอยู่ในปัจจุบัน
- มี Log Book ในช่วง 1 ปี หลังจบการอบรมระดับ C Coaching Certificate
- สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าอบรม รวมไปถึงสามารถลงเป็นผู้เล่นได้ในการปฏิบัติ (ภาคสนาม)
- เข้าอบรมได้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนดในกรอบเวลาที่ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนด
- มีพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการอบรมที่ดี ให้เกียรติ มุ่งมั่น ใฝ่เรียนรู้
- มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอล
- มีความสามารถในการสอนฟุตบอลในระดับรากหญ้า / เยาวชน / ทีมสมัครเล่น
- มีความสามารถในการอ่านและเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้
- เป็นผู้มีพฤติกรรม จริยธรรมที่ดี ไม่มีประวัติอาชญากรรม (ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ)
Additional Documents (แจ้งส่งเป็นไฟล์ PDF เท่านั้น)
- บัตรประชาชน
- Log Book ระยะเวลาย้อนหลัง 3 เดือน (ในสถานการณ์ทำงานย้อนหลังจริงก่อนถึงวันสมัคร)
- ประวัติส่วนตัว
- หนังสือรับรองจากต้นสังกัด
- ใบ CERTIFICATE C Diploma
- ใบ CERTIFICATE ด้านอื่นๆ
- ใบรับรองแพทย์และอาการบาดเจ็บที่มีระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือนนับจากวันสมัครเรียน
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 12 ธันวาคม 2568 โดยจะประกาศรายชื่อในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะต้องยืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 สามารถกรอกใบสมัครได้ที่ https://edu.fathailand.org/login (ต้องส่งหลักฐานการอบรมผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น) ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ทางช่องทางของสมาคมฯ และ BYD Thailand
#BYDNewEnergyNewEra #BYDชาร์จพลังบอลไทย #AFCBCoachingCertificate CoursebyBYD #BYDชาร์จพลังโค้ชไทย #Thaileague #Thaileague3 #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #NewEnergyNewEra
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
OMODA & JAECOO ประกาศความสำเร็จยอดส่งมอบ JAECOO 5 EV ตอกย้ำ Best Price Guarantee ราคานี้ดีที่สุด พร้อมระเบิดความยิ่งใหญ่ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42
OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของ JAECOO 5 EV ด้วยยอดส่งมอบที่ทำสถิติสูงถึง 5,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวในวันที่ 19 สิงหาคม จนถึง 18 พฤศจิกายน 2568 พร้อมยืนยันการส่งมอบรถเพิ่มเติมอีก 3,000 คันภายในสิ้นปี 2568 เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทาง OMODA & JAECOO การันตี JAECOO 5 EV ราคานี้ดีที่สุด (Best Price Guarantee) โดยเดินหน้าส่งมอบรถให้ทันก่อนสิ้นปี 2568 โดย
- JAECOO 5 EV LONG RANGE DYNAMIC มาพร้อมราคาพิเศษที่ 549,000 บาท* จากราคาปกติ 629,000 บาท
- JAECOO 5 EV LONG RANGE MAX ราคาพิเศษ 599,000 บาท* จากราคาปกติ 679,000 บาท
นอกจากนี้ ลูกค้ายังจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ทั้ง Home Charger ฟรี ดอกเบี้ยพิเศษ 1.98% ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี และการรับประกันระยะยาว สิทธิพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 และรับรถภายใน 31 ธันวาคม 2568 พิเศษสำหรับลูกค้า Early Bird ที่จองในเดือนสิงหาคม รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.78%** และสามารถรับรถได้ถึง 31 ธันวาคม 2568
พบกับ OMODA & JAECOO ได้ที่บูธ A11 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.omodajaecoo.co.th/th ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-020-8888
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
โค้งสุดท้าย GEELY EX5 รุ่น MAX ราคาสุดพิเศษ โปรเดียวกับ Motor Expo พร้อมฉลอง GEELY EX5 รุ่น PRO ขายหมดแล้ว
บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในไทย ฉลองความสำเร็จของ GEELY EX5 ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยจำหน่าย GEELY EX5 รุ่น PRO ออกจนหมดสต็อกแล้ว สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อแบรนด์ GEELY ทั้งในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย ส่วน GEELY EX5 รุ่น MAX ยังมาพร้อมโปรโมชันแรงส่งท้ายปี ที่มอบส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท หรือช่วยผ่อน 50,000 บาท ข้อเสนอเดียวกับงาน Motor Expo 2025 ที่โชว์รูม GEELY ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568 โปรนี้เหลือจำนวนจำกัด
GEELY EX5 รถอเนกประสงค์อัจฉริยะพลังงานไฟฟ้า ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 ในปีที่ผ่านมา การันตีด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 210,000 คัน และล่าสุด ประเทศไทยสามารถจำหน่าย GEELY EX5 รุ่น PRO หมดสต็อกแล้ว ด้วยความโดดเด่นด้านการจัดการพื้นที่และความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Global Intelligent Electric Architecture (GEA) ผสานกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง เสริมด้วยนวัตกรรม Cell-to-Body (CTB) Integration มาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 11-in-1 Intelligent Electric Drive ควบคู่นวัตกรรม Short Blade Battery แบตเตอรี่ LFP รุ่นใหม่ ที่มีขนาดเล็กแต่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงประสิทธิภาพ พร้อมการประหยัดพลังงาน ทั้งยังมีดีไซน์ทันสมัยที่คว้ารางวัลจาก Red Dot Design Award และการันตีความปลอดภัยด้วยคะแนนระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP และ ANCAP สะท้อนเอกลักษณ์ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพระดับโลก
สำหรับ GEELY EX5 รุ่น MAX ยกระดับมาตรฐานการขับขี่อัจฉริยะสู่ความปลอดภัยแบบเต็มพิกัด ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบความปลอดภัยแบบ L2-ADAS (Level 2 Advanced Driver Assistance System) และยังมาพร้อมระบบอำนวยความสะดวก และความบันเทิงครบครัน ด้วยระบบปฏิบัติการ Flyme Auto ที่รองรับการเชื่อมต่อด้วยคำสั่งเสียงและความบันเทิงล้ำสมัย อีกหนึ่งตัวเลือกที่เพิ่มความคุ้มค่า มาพร้อมราคาพิเศษ 849,000 บาท จากราคาปกติ 899,000 บาท หรือ เลือกรับข้อเสนอช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน เมื่อซื้อราคาปกติ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
- ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี Portable Charger
- ฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้งสายไฟยาว 10 เมตร
- ฟรี ค่าจดทะเบียน พรม กรอบป้าย
GEELY EX5 รุ่น MAX มีให้เลือก 5 เฉดสี ได้แก่ สีขาว Snowy White / สีเงิน Moonlight Silver / สีเทา Frost Grey / สีเขียว Turquoise Green และ สีดำ Carbon Black ที่มาพร้อมภายในสีน้ำเงิน Dark Blue พิเศษเฉพาะสีเขียว Turquoise Green มาพร้อมตัวเลือกภายในสีขาว Ivory White เหลือจำนวนจำกัดเท่านั้น
นอกจากที่โชว์รูม GEELY แล้ว ลูกค้ายังจะได้พบกับ GEELY EX5 ราคาสุดพิเศษนี้ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 Motor Expo 2025 พร้อมสัมผัสกับ GEELY EX2 รุ่นพวงมาลัยขวาครั้งแรกของโลก ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ในเมือง ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันการใช้งาน ผสานดีไซน์ทันสมัย รวมถึงการจัดแสดง GEELY STARRAY EM-i รถยนต์อเนกประสงค์ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดที่ล้ำสมัยที่สุดในเวลานี้
ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสยนตกรรมคุณภาพระดับโลกของ GEELY ได้ที่บูธ GEELY หมายเลข A15 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568 หรือสอบถามรายละเอียดโปรโมชัน และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ก Geely Thonburi Thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
มาสด้ามอบโชคใหญ่ New Mazda2 Essential ให้ลูกค้าผู้โชคดี แคมเปญ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ พร้อมด้วย นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล และ นายพิเชษฐ์ ปุณณารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย มอบรางวัลใหญ่รถยนต์ New Mazda2 Essential รุ่น 1.3 Prime มูลค่า 541,000 บาท ให้กับ คุณศุภนัฏชัย พรหมชัย ลูกค้าผู้โชคดีจากแคมเปญ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ ซึ่งแคมเปญดังกล่าวจัดขึ้นเป็นพิเศษให้กับลูกค้า Mazda Family ที่ออกรถยนต์มาสด้าคันใหม่ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 68 – 30 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา เพื่อแทนคำขอบคุณที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นจากมาสด้าเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติ ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลใหญ่รถยนต์มาสด้าในครั้งนี้ จัดขึ้น ณ โชว์รูมมาสด้า พระราม 7 เมื่อวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. 58 ผ่านมา
สำหรับแคมเปญ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ เป็นแคมเปญที่มาสด้าจัดขึ้นเพื่อลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มาสด้าคันใหม่ในระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายน 2568 ได้มีโอกาสลุ้นรับโชคถึง 2 ต่อ รวมมูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาท ทั้งรางวัลประจำเดือน 260 รางวัล ประกอบด้วย Apple iPhone 16e 128GB มูลค่า 20,000 บาท* จำนวน 20 รางวัล, Apple iPad A16 11-inch Wi-Fi 128GB มูลค่า 11,100 บาท* จำนวน 40 รางวัล, เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 2,247 บาท* จำนวน 200 รางวัล และรางวัลใหญ่ รถยนต์ New Mazda2 Essential รุ่น 1.3 Prime มูลค่า 541,000 บาท อีก 1 รางวัล ทั้งนี้ มาสด้าได้ประกาศรายชื่อผู้โชคดีและมอบรางวัลให้กับลูกค้าทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลใหญ่จากมาสด้าครั้งนี้ ได้แก่ คุณศุภนัฏชัย พรหมชัย ซึ่งเป็นลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ New Mazda2 Essential รุ่น Ultra และได้รับรางวัลใหญ่รถยนต์ New Mazda2 Essential รุ่น Prime สีแดง โซล เรด คริสตัล มูลค่า 541,000 บาท ซึ่งมาสด้าขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีมา ณ โอกาสนี้
มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความไว้วางใจ เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์มาสด้า และให้มาสด้าได้ดูแล ด้วยการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า ขอให้ลูกค้าทุกท่านติดตามกิจกรรมข่าวสารและแคมเปญพิเศษดี ๆ เช่นนี้ ที่มาสด้าจะมอบให้กับลูกค้า Mazda Family ต่อไปในอนาคต เพื่อสะท้อนปรัชญาของแบรนด์ Joy Drives Live ความสุขขับเคลื่อนชีวิต ที่มาสด้ามุ่งมั่นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง
สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลทั้งหมด ภายใต้แคมเปญ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ ได้ทางเว็บไซต์มาสด้า
https://www.mazda.co.th/th/events-activities/detail/mazda-midyear-surprise-activity-2025
*ราคารวม VAT 7%
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
แชมป์ Honda City Hatchback One Make Race 2025 “กอล์ฟ-ประพจน์ ชื่นวิจิตร” คว้าประสบการณ์ระดับโลก ในรายการ Super Taikyu ณ สนาม Fuji Speed Way
ศึก “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025” โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน ) ตอกย้ำความมุ่งมั่น ด้วยการส่งแชมป์ประจำปี 2025 อย่าง “กอล์ฟ-ประพจน์ ชื่นวิจิตร” ไปสัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ในศึก “Eneos Super Endurance Series 2025 Empowered by BRIDGESTONE” หรือคุ้นหูกันในชื่อ Super Taikyu เป็นการเดินทางไปแข่งเรซที่ 7 ณ สนาม Fuji Speed Way ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นี่คือจุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า Honda One Make Race ไม่ได้มองแค่ “ชัยชนะ” ในประเทศ แต่เป็นเวทีเพื่อสนับสนุนและผลักดันให้นักแข่งไทยได้เก็บเกี่ยว “ประสบการณ์แข่งจริง” ในสนามระดับสากล เพื่อนำพาทักษะของพวกเขาข้ามผ่านขีดจำกัดไปอีกขั้น โดย กอล์ฟ-ประพจน์ ชื่นวิจิตร แชมป์ Honda City Hatchback One Make Race 2025 ได้เดินทางไปร่วมทีม M&K Racing ลงสนามด้วยการใช้รถแข่ง Civic FL5 TCR หมายเลข 96 ในรุ่น ST-TCR นี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากรถแข่ง One Make Race สู่รถแข่ง TCR ระดับโลก ที่ต้องการการปรับตัวและทักษะที่สูงขึ้นมาก
การเตรียมความพร้อมการเดินทางไปถึงญี่ปุ่น เริ่มต้นด้วยกระบวนการที่เข้มข้น นักแข่งต้องเข้ารับการอบรมอย่างละเอียด ทั้งจากสนาม Fuji Speedway และผู้จัดรายการ Super Taikyu เพื่อทำความเข้าใจกฎข้อบังคับและกติกาการแข่งขันระดับสากล แม้จะมีเวลาจำกัดในการปรับตัวเข้ากับรถแข่ง Endurance และรูปแบบการแข่งขัน 4 ชั่วโมง เขาเริ่มต้นทำความคุ้นเคยกับสนามด้วยรถแข่ง Honda N1 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่รถแข่ง Civic TCR เป็นครั้งแรก โดยปรับตัวและเรียนรู้ และทำความคุ้นเคยกับรถแข่งได้อย่างรวดเร็ว
พิสูจน์ความสามารถและผลลัพธ์อันน่าประทับใจ ในช่วงของการควอลิฟาย แบ่งกลุ่มนักแข่งเป็น 4 กลุ่ม โดย “กอล์ฟ” อยู่ในกลุ่ม D ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะได้ลงไปควอลิฟาย เขาได้สร้างความประทับใจให้กับทีมและผู้เข้าร่วมแข่งขัน โดยสามารถทำเวลาเป็นอันดับ 2 ของรุ่น ในกลุ่ม D ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสามารถของนักแข่งไทยบนเวทีระดับโลก
ในวันแข่งขันจริง ซึ่งเป็นการแข่งขัน 4 ชั่วโมง ท่ามกลางรถแข่งกว่า 60 คัน จาก 9 รุ่น แผนที่วางไว้ คือ กอล์ฟได้รับมอบหมายให้ลงขับเป็นคนที่ 3 จากนักแข่งทั้งหมด 4 คน โดยใช้เวลาขับทั้งหมด 50 นาที และด้วยการทำงานเป็นทีมอย่างมีมาตรฐาน ทำให้รถแข่ง Civic TCR หมายเลข 96 สามารถเข้าเส้นชัยในอันดับ 6 Overall ของการแข่งขันนี้ได้สำเร็จ นับเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะ ถึงแม้จะไม่ได้ก้าวขึ้นไปยืนบนโพเดียม แต่การได้ร่วมทีมแข่งระดับมาตรฐาน ได้ขับรถแข่งระดับโลก และได้พิสูจน์ตัวเองในสนามระดับสากลอย่าง Super Taikyu คือ “ประสบการณ์” ที่หาได้ยากและมีมูลค่ามหาศาล การเข้าร่วมการแข่งขันนี้ คือหลักฐานสำคัญที่ยืนยันเจตนารมณ์ของ Honda One Make Race ที่จะมอบโอกาสเช่นนี้ให้กับแชมป์ของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และนำพาประสบการณ์อันล้ำค่านี้กลับมาพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากลต่อไปในอนาคต
สำหรับ ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ เตรียมเดินหน้าจัดการแข่งขันต่อในฤดูกาล 2026 โดย กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการแข่งขันประกาศอย่างชัดเจนว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในส่วนของ “รุ่นการแข่งขัน” เพื่อยกระดับความมันส์ให้สูงขึ้น แฟนๆรอติดตามอัพเดทข้อมูลก่อนใครได้ที่เพจ Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO Autosport
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
กลุ่มทำงานต่างประเทศภายใต้ “Tateshina Meeting” เปิดตัวแคมเปญ“KUB-DEE-DAI-DEE (ขับดีได้ดี)” โดยมูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี (Toyota Mobility Foundation) และฮอนด้า (Honda) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration) เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความปลอดภัยบนท้องถนนในประเทศไทย — ส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยตามแนวคิดความเชื่อของไทย “ทำดีได้ดี” —
มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ (Toyota Mobility Foundation – TMF) และ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (Honda Motor Co., Ltd. – Honda) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration – BMA) ได้ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “KUB-DEE-DAI-DEE (ขับดีได้ดี)” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสององค์กรในการร่วมกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนในประเทศ
ทั้งนี้ TMF และ Honda ได้ร่วมมือกันภายใต้คณะอนุกรรมการด้านต่างประเทศของกรอบความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรม “Tateshina Meeting” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “การสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นศูนย์” ทั้งสององค์กรได้แบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์จากโครงการด้านความปลอดภัยทางถนนที่ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาประยุกต์และขยายผลสู่ระดับสากล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการจราจรที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรเตรียมดำเนินแคมเปญในประเทศไทย ภายใต้แนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมความเชื่อของไทย “ทำดีได้ดี (TAM-DEE-DAI-DEE / Good Deeds Bring Good Returns)” เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีและลดอุบัติเหตุทั้งจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมทั้งมีการติดตามและประเมินผลลัพธ์ของแคมเปญ เพื่อพัฒนาแนวทางด้านความปลอดภัยทางถนนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
🔗 เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแคมเปญ: https://kubdeedaidee.com
- ความเป็นมาของโครงการ
ตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและโดดเด่น อย่างไรก็ตาม หนึ่งในผลลัพธ์ที่ตามมาของการพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ คือ อัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งพบได้บ่อยในกลุ่มคนรุ่นใหม่
แม้ว่าที่ผ่านมาได้มีการดำเนินกิจกรรมรณรงค์และโครงการให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการ พัฒนามาตรการและแนวทางใหม่ๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ภายใต้แคมเปญนี้ TMF และ Honda ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ (รถยนต์และรถจักรยานยนต์) จะร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้และรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Networking Services – SNS) เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ในวงกว้าง
โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรุงเทพมหานคร (BMA) ผ่านการดำเนินกิจกรรมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแคมเปญ รวมถึงการเผยแพร่เนื้อหาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อของกรุงเทพมหานคร โครงการนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนากิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
- แนวทางและวัตถุประสงค์ของโครงการ
แคมเปญนี้จัดทำขึ้นเพื่อเชื่อมโยง “ทำดีได้ดี” ซึ่งเป็นสุภาษิตไทยที่สืบทอดกันมายาวนานในวิถีชีวิตของคนไทย เข้ากับพฤติกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน โดยมีแนวคิดในการ “ตีความใหม่” ว่าความรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่เพียง “หน้าที่” ที่ต้องปฏิบัติเท่านั้น แต่เป็น “การกระทำที่ดี” ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งตนเองและผู้อื่น พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
TMF และ Honda มุ่งหวังที่จะสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย ซึ่งผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่างมีความเอื้อเฟื้อและใส่ใจต่อกัน ภายใต้แนวคิด “ขับดี (KUB-DEE)” แคมเปญได้หยิบยกพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การสังเกตและระมัดระวังรถจักรยานยนต์ในขณะขับขี่ การตรวจสอบจุดอับสายตา และการเว้นระยะห่างที่ปลอดภัย — มานำเสนอเป็นตัวอย่างของ “พฤติกรรมการขับขี่ที่ดี”
แนวทางเหล่านี้ถูกออกแบบบนพื้นฐานข้อมูลเชิงลึกจากรูปแบบอุบัติเหตุและพฤติกรรมการขับขี่ที่พบบ่อยในประเทศไทย เพื่อเน้นย้ำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและจดจำว่าพฤติกรรมเหล่านี้คือ “การทำดี” ที่สร้างความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่นบนท้องถนน
- แผนดำเนินการของโครงการ
ในการสร้างสรรค์ภาพหลักของแคมเปญบนเว็บไซต์ TMF และ Honda ได้ร่วมมือกับศิลปินไทยรุ่นใหม่ นายสราวุธ พานนู เพื่อนำเสนอผลงานที่ผสานเอกลักษณ์ของศิลปะไทยแบบดั้งเดิมเข้ากับสไตล์ร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารแนวคิด “ทำดีได้ดี” ในมิติใหม่ ที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น และสะท้อนแนวคิดของแคมเปญในรูปแบบที่ทั้งทันสมัยและคงไว้ซึ่งรากฐานของวัฒนธรรมไทย
นอกจากนี้ ภายในเว็บไซต์แคมเปญยังได้เพิ่มฟีเจอร์เชิงอินเทอร์แอ็กทีฟ “KUB-DEE-DAI-DEE Generator” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้ใช้งานสามารถเลือกพฤติกรรมการขับขี่ที่ต้องการตระหนักรู้มากขึ้น จากหมวด “KUB-DEE (ขับดี)” ที่แนะนำไว้ในเว็บไซต์ และสามารถสร้างวอลล์เปเปอร์หรือวิดีโอสั้นในสไตล์ของตนเอง เพื่อแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียได้โดยตรง
กลไกนี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความรู้ด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ “ประกาศเจตนารมณ์แห่งการขับดี” ต่อสังคมรอบข้าง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
- ทิศทางต่อไปของโครงการ (Future Developments)
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 เป็นต้นไป แคมเปญ “ทำดีได้ดี ขับดีได้ดี” จะเริ่มเผยแพร่ทั้งในรูปแบบ ออนไลน์และออฟไลน์ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ โดยจะสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย สื่อโฆษณากลางแจ้ง เว็บไซต์แคมเปญพิเศษ รวมถึง สื่อในเครือของกรุงเทพมหานคร (BMA) เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง และส่งต่อแนวคิด “ขับดีได้ดี” เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีในสังคมไทย
จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการดำเนินแคมเปญ “ทำดีได้ดี ขับดีได้ดี” ในระยะแรก ทำให้มีแผนที่จะขยายผลต่อเนื่องในปี 2026 โดยร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT) และ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย เพื่อส่งต่อแนวคิดและสารรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนนไปสู่ประชาชนในวงกว้างยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนของแต่ละองค์กรร่วมแสดงความคิดเห็น ดังนี้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (Chadchart Sittipunt), ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
“กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางถนนมาโดยตลอด
การเปิดตัวแคมเปญ ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ โดย TMF และ Honda ถือเป็นก้าวสำคัญในการปลูกฝังวัฒนธรรมการขับขี่อย่างมีน้ำใจและปลอดภัย ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง
กรุงเทพมหานครพร้อมสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ และจะเดินหน้าพัฒนาระบบถนนให้ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อทุกคนต่อไป”
มร. ซูซูมุ มัตสึดะ (Susumu Matsuda), รองประธานกรรมการ มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ (Toyota Mobility Foundation)
“ในที่ประชุม Tateshina Meeting เราให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ว่า ‘ความปลอดภัยทางถนนเป็นสิ่งที่ทุกคนร่วมกันสร้างได้’ เราเชื่อว่าการที่แต่ละคนได้คิดว่า ‘ฉันสามารถทำอะไรได้บ้าง’ และลงมือปฏิบัติจริง คือจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวคิด ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ จะได้รับการยอมรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนชาวไทย และช่วยส่งต่อจิตสำนึกแห่งความเอื้อเฟื้อและความปลอดภัยให้แผ่ขยายระหว่างผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์”
มร. ฮิเดอากิ ทาคาอิชิ (Hideaki Takaishi), ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด
“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ TMF ในการเปิดตัวแคมเปญ ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนนที่เป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทย
การส่งเสริมให้เกิดการขับขี่อย่างมีน้ำใจ ทั้งในมุมมองของผู้ใช้รถยนต์และผู้ใช้รถจักรยานยนต์ จะช่วยมอบทั้ง ‘ความปลอดภัยและความสุข’ ให้กับทุกคน และร่วมกันก้าวไปสู่สังคมที่ปลอดอุบัติเหตุอย่างแท้จริง”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

























































































































