-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยภาพ ‘Batur Convertible’ กับ 4 เทคนิคการออกแบบเฉพาะ ‘ครั้งแรก’ โดยลูกค้า
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยภาพ Bentley Batur Convertible ยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่ได้รับการออกแบบโดยแผนกออกแบบเฉพาะบุคคลร่วมกับลูกค้าได้อย่างโดดเด่นและหรูหราที่สุดเท่าที่เคยมีมา นับเป็นศิลปะแห่งการรังสรรค์รถยนต์แบบสั่งทำพิเศษสำหรับผู้ครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ที่ต้องการสะท้อนเอกลักษณ์ในแบบเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร สำหรับ Batur Convertible #4 นี้ได้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นพิเศษที่รวมไปถึง รุ่น Blower Continuation Series, Speed Six Continuation Series และ Bacalar ยนตรกรรมแบบสั่งทำพิเศษรุ่นแรกในยุคปัจจุบัน
โซเนีย เบรสโลว์ (Sonia Breslow) เจ้าของ Batur Convertible คันนี้ ร่วมรังสรรค์ยนตรกรรมรุ่นออกแบบพิเศษอย่างพิถีพิถันด้วยการเน้นความกลมกลืนที่สวยงามของสีสันและวัสดุ ซึ่งไม่เพียงแต่การสร้างสรรค์ผลงานที่หรูหราเท่านั้น แต่ยังมีการเพิ่มรายละเอียดใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลูกค้าเข้าไปด้วยเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถและฝีมือของแผนกออกแบบพิเศษ
Batur Convertible #4 เน้นการตกแต่งที่หรูหรา โดยใช้เฉดสีที่ลูกค้าสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษในรูปแบบ 3 เฉดสี (Tri-tone Design) รวมถึงเส้นสีเงินแบบเงาขนาด 6 มิลลิเมตร ที่เป็นเส้นนำสายตาตลอดแนวฝากระโปรงหน้ายาวจรดซุ้มล้อด้านหลังข้างตัวถัง เฉดสีด้านบนรังสรรค์ขึ้นในเฉดสีฟ้า “Breslow Blue” เพื่อให้เข้ากันกับเฉดสีของผ้าใบหลังคา ซึ่งถือเป็นการทำเฉดสีพิเศษสำหรับผ้าใบหลังคาเป็นครั้งแรก โดยเมื่อพับเก็บแล้วจะเผยให้เห็นฝาครอบบริเวณด้านหลังเบาะโดยสาร (Airbridge) ที่มีสีเดียวกัน รายละเอียดภายนอกยังมากับเส้นสายบนฝากระโปรงหน้าในเฉดสี “Midnight Breslow Blue” ที่เข้ากันกับเฉดสีตัวถังด้านข้าง และเฉดสีของซี่ล้ออัลลอยด์และกระจกมองข้าง พร้อมด้วยการตกแต่งปลายท่อไอเสียไทเทเนียมขัดเงาและกระจังหน้าสีเงินแบบเงา
สำหรับลูกค้าแล้ว รายละเอียดที่แสดงถึงรสนิยมและความเฉพาะตัวนี่เองที่ทำให้รถยนต์ในคอลเลกชันของเธอมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร ไฟต้อนรับแบบแอนิเมชันจะฉายภาพลายเซ็นของเธอผ่านกระจกขนาดเล็กที่มีจำนวนกว่า 415,800 ชิ้นที่จะช่วยปรับแต่งรูปทรงของแสง ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดในรถยนต์คันนี้
การตกแต่งภายในห้องโดยสารเข้ากันอย่างลงตัวด้วยโทนสีอบอุ่นของฤดูใบไม้ร่วงที่มาในเฉดสีน้ำตาลอ่อน สีคาราเมล และสีฟ้าอ่อน โดยการนำเอาเฉดสีฟ้า ‘Breslow Blue’ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฝาครอบบริเวณด้านหลังเบาะโดยสารเข้ามาตกแต่งภายในห้องโดยสาร พร้อมด้วยการเดินด้ายในเฉดสีที่ตัดกันตลอดทั่วห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นเบาะโดยสาร พนักพิงศีรษะ และแผงหน้าปัด หรือแม้แต่รูปทรงของภูเขาไฟบาตูร์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อรุ่นก็ยังได้รับการสลักอย่างประณีตลงบนพรมปูพื้นเนื้อหนา
แรงบันดาลใจจากรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นก่อนหน้าได้นำมาสู่แผงหน้าปัดอลูมิเนียมที่ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับห้องโดยสาร พร้อมด้วยจอแสดงผลแบบ Bentley Rotating Display ที่ประกอบไปด้วยหน้าปัดสีพิเศษสำหรับมาตรวัดทั้งสามตัวที่เข้ากันกับหน้าปัดนาฬิกาสีน้ำเงินแบบด้านของเบนท์ลีย์ อีกทั้ง ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ที่ไม่เพียงแต่เป็นส่วนประกอบโลหะที่ประณีตเพียงอย่างเดียวในห้องโดยสาร แต่ยังมีการประยุกต์ใช้ทองคำขาวขึ้นรูปแบบ 3 มิติเป็นครั้งแรกของเบนท์ลีย์อีกด้วย พร้อมการตกแต่งบนพวงมาลัยและปุ่มควบคุมที่แต่ละชิ้นผลิตขึ้นจากวัสดุอันมีค่าเหล่านี้เพื่อเน้นย้ำถึงความพิเศษและความล้ำสมัยในสุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์
Batur Convertible คือ เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์ รุ่น W12 อันทรงพลังที่สุดด้วยเทอร์โบชาร์จคู่ขนาด 6.0 ลิตร มอบพละกำลังกว่า 740 แรงม้า ตอกย้ำประสบการณ์การขับขี่ในแบบยนตรกรรมแกรนด์ ทัวเรอร์ที่คู่ควรกับรถยนต์รุ่นเรือธงของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์
-
News Car
ธนบุรีนอยสเติน ต่อยอดความเชื่อมั่น 85 ปีกลุ่มธนบุรี ชูบริการหลังการขายครบวงจร เสริมแกร่งแบรนด์ GEELY
1 Min Readธนบุรีนอยสเติน ต่อยอดความเชื่อมั่น 85 ปี กลุ่มธนบุรีชูบริการหลังการขายครบวงจร เสริมแกร่งแบรนด์ GEELY
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นลูกค้าในระยะยาว ด้วยความพร้อมด้านบริการหลังการขายอย่างครบวงจร จากประสบการณ์ยาวนานถึง 85 ปีของกลุ่มธนบุรี พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมครบ 65 แห่งภายในปี 2569 นี้ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า และกระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทยในปีที่ผ่านมา ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าเพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY ที่ดีที่สุด
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “คุณภาพของตัวรถอาจเป็นปัจจัยแรกที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาในการตัดสินใจซื้อรถ และเราก็มั่นใจว่า GEELY คือยนตรกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความต้องการนั้นได้อย่างแท้จริง ส่วนความเชื่อมั่นในระยะยาวต้องสะท้อนผ่านการบริการหลังการขายที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ในทุกขั้นตอนหลังการส่งมอบ ธนบุรีนอยสเติน จึงมุ่งยกระดับมาตรฐานการบริการในทุกมิติ เพื่อสานต่อความน่าเชื่อถือที่กลุ่มธนบุรีสร้างไว้มาโดยตลอด 85 ปี โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา เราสามารถขยายโชว์รูมและศูนย์บริการครบ 40 แห่งตามเป้าหมาย พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นเป็น 65 แห่งในปีนี้ รวมถึงวางแผนเปิดโชว์รูมเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าในอนาคตอย่างเต็มประสิทธิภาพ”
หัวใจหลักของการบริการหลังการขายของ GEELY ภายใต้การดูแลโดยบริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด คือการสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้พัฒนาระบบบริการแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทางถึงขั้นตอนสุดท้าย ครอบคลุมการนัดหมายเข้ารับบริการผ่านหลากหลายช่องทาง โดยเมื่อลูกค้านัดหมายเข้ารับบริการ จะได้รับการดูแลโดยที่ปรึกษาการบริการและช่างเทคนิคเฉพาะทางตามเวลาที่กำหนด พร้อมแจ้งระยะเวลาในการตรวจสอบ ดำเนินการซ่อม และรับรถอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่กระทบกับเวลาอันมีค่าของลูกค้า ขณะเดียวกัน ยังมีระบบบันทึกประวัติและการซ่อมรถแต่ละคันอย่างละเอียด เพื่อใช้วางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันในระยะยาว ช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มความมั่นใจในการดูแลรถในทุกระยะ
พร้อมกันนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงแพ็กเกจบริการสำหรับการบำรุงรักษาที่หลากหลาย และอัตราค่าบริการที่โปร่งใส พร้อมคำอธิบายการรับประกันที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการวางแผนการดูแลรถได้อย่างรอบด้าน ทั้งยังสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในด้านการบริหารจัดการอะไหล่ บริษัทได้เตรียมพร้อมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ด้วยการสำรองอะไหล่ที่ครอบคลุมถึง 92% หรือ 1,250 รายการ รวมจำนวนมากกว่า 10,000 ชิ้น พร้อมศักยภาพในการจัดส่งภายในวันเดียวกันสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล นอกจากนี้ ทุกศูนย์บริการยังมีอะไหล่ตั้งต้นและเครื่องมือพิเศษครบครัน เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็วและได้มาตรฐาน สะท้อนความพร้อมในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความมั่นใจในประสบการณ์การใช้งานระยะยาว
ด้านบุคลากรและระบบควบคุมคุณภาพ บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด นำจุดแข็งของกลุ่มธนบุรีซึ่งเข้าใจลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดี ผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม และทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมมาตรฐานระดับสากลจาก GEELY Global โดยให้บริการภายใต้มาตรฐานเดียวกับศูนย์บริการของ GEELY ทั่วโลก พร้อมนำนวัตกรรมที่ถ่ายทอดจากมาตรฐานของ GEELY ในระดับสากลมาใช้ในการดูแลและซ่อมบำรุง เพื่อให้การทำงานมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนมีระบบตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนของการให้บริการ รวมถึงติดตามความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกคนจะได้รับความพึงพอใจสูงสุดในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ
ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา GEELY ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าชาวไทย และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย GEELY EX5 รถอเนกประสงค์อัจฉริยะพลังงานไฟฟ้า 100% ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุด รุ่น PRO สามารถจำหน่ายออกจนหมดสต๊อก ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวงเลือกใช้เป็นรถสำหรับปฏิบัติงาน ขณะเดียวกัน GEELY EX2 ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สร้างกระแสตอบรับที่โดดเด่นตั้งแต่เปิดตัวในระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา ด้วยยอดจองสูงถึง 4,016 คัน
ความสำเร็จดังกล่าว สะท้อนถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ควบคู่กับความมุ่งมั่นของ บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในการมอบประสบการณ์การดูแลลูกค้าที่เป็นเลิศในทุกมิติ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอย่างยั่งยืน และตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการวางรากฐานระยะยาวให้กับแบรนด์ GEELY ในประเทศไทย ทั้งด้านนวัตกรรม บริการหลังการขาย และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าชาวไทยในระยะยาว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
อีซูซุเดินหน้าโครงการ “คลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” อย่างต่อเนื่อง ชวนลูกค้าตรวจเช็กสภาพรถฟรี! พร้อมส่วนลดสูงสุด 50%
กลุ่มอีซูซุ ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย คุณสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รณรงค์และเชิญชวนลูกค้าให้นำรถอีซูซุทุกประเภทที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป เข้าร่วมแคมเพจ์น “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” ที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ โดยสามารถรับบริการตรวจเช็กฟรีกว่า 30 รายการสำหรับรถปิกอัพและรถนั่งอเนกประสงค์อีซูซุ และฟรีกว่า 50 รายการสำหรับรถบรรทุกอีซูซุขนาด 2 ตันขึ้นไป พร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 50% สำหรับค่าแรงและค่าอะไหล่ที่เกี่ยวข้องกับการลดมลพิษทางอากาศ เพื่อบรรเทาการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะที่ใช้งานมายาวนานและขาดการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569
คุณสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า “สำหรับโครงการ “คลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” เราดำเนินการมาแล้วถึง 6 ปี ตั้งแต่เริ่มมีปัญหาฝุ่น โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มยานยนต์ของสภาอุตสาหกรรมฯ รวมถึงทางอีซูซุ ที่เข้ามาช่วยกันยกระดับการดูแลผ่านแคมเพจ์นสนับสนุนผู้บริโภคในการเปลี่ยนไส้กรองและน้ำมันเครื่อง โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ใช้รถเครื่องยนต์ดีเซลในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 500,000 คัน ในปีนี้เราดำเนินการไปแล้วกว่า 100,000 คัน และคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมายรวมที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน”
คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “อีซูซุให้ความสำคัญกับปัญหามลพิษทางอากาศมาโดยตลอด จึงสนับสนุนโครงการ “คลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” ผ่านแคมเพจ์น “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” อย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่ารถเก่าที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในสาเหตุของการปล่อยมลพิษทางอากาศ และอยากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าของรถ พร้อมส่งเสริมให้บำรุงรักษารถอย่างถูกต้องตามมาตรฐานซึ่งเป็นการช่วยลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยผลตอบรับที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มโครงการ มีลูกค้าอีซูซุมารับบริการภายใต้แคมเพจ์น “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” ผ่านศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศกว่า 120,000 คัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีจากกระแสความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น อาจช่วยส่งเสริมให้มีผู้สนใจเข้าร่วมแคมเพจ์นเพิ่มขึ้นซึ่งการนำรถเก่าเข้าตรวจเช็กและบำรุงรักษาที่ศูนย์บริการสามารถลดการปล่อยมลพิษและควันดำได้สูงสุดถึง 60% อีกด้วย”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car
กลับมาอีกครั้งกับ Volvo Open House พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สูงสุดกว่า 1,000,000 บาท เพียง 4 วันเท่านั้น
1 Min Readกลับมาอีกครั้งกับ Volvo Open House พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สูงสุดกว่า 1,000,000 บาท เพียง 4 วันเท่านั้น
กลับมาอีกครั้งกับงาน Volvo Open House งานสุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเป็นเจ้าของรถวอลโว่ได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ครอบคลุมทั้งรถใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถปลั๊กอินไฮบริด รวมถึงรถ Volvo Selekt Certified used cars ทั้งรถผู้บริหาร รถทดลองขับ และรถป้ายแดงเลขไมล์น้อย ที่ผ่านการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้เลือกสรรอย่างครบครันในที่เดียว งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การค้า The EmSphere บริเวณชั้น M และชั้น 2
ภายในงานจัดแสดงรถวอลโว่ครอบคลุมถึง 2 พื้นที่ ได้แก่
ชั้น M ณ ลาน Sphere gallery 1 – ข้อเสนอพิเศษสำหรับรถใหม่ ทั้งรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถปลั๊กอินไฮบริด รับสิทธิประโยชน์สูงสุดกว่า 500,000 บาท หรือประกันชั้น 1 นาน 3 ปีในรุ่นเรือธงอย่าง Volvo ES90, EX90, XC90, XC60 และรับข้อเสนออื่น ๆ ได้อีกมากมายในรุ่น EX30, EX40, EC40
ชั้น 2 ณ ลาน Sphere gallery 2 – ข้อเสนอพิเศษสำหรับรถ Volvo Selekt Certified used cars มอบสิทธิประโยชน์กว่า 1,000,000 บาท ทุกคันมาพร้อมการรับประกันชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี รวมถึงมอบแพคเกจรับประกันคุณภาพ และบำรุงรักษาหลังการขาย Volvo Premium Service Package-Pro (VPSP Pro) ในบางรุ่น รถทุกคันได้รับการตรวจสอบมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทยดังรายการต่อไปนี้
- รถผู้บริหารไมล์น้อย และเป็นรถอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี หรือไม่เกิน 120,000 กม.
- ผ่านการตรวจสอบมากกว่า 100 รายการโดยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญของวอลโว่ ได้รับการอัพเดทซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด และผ่านการบริการบำรุงรักษาก่อนส่งมอบ
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม. (จากวันแรกที่เริ่มใช้งาน)
- สามารถเช็กสถานะของตัวแบตเตอรี่ได้
สำหรับผู้เข้าร่วมงานที่สนใจทดลองขับรถรุ่น Volvo EX90 และ ES90 ภายในงาน ทางวอลโว่เปิดโอกาสให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่อย่างใกล้ชิด โดยสามารถติดต่อที่ปรึกษาการขายภายในงานได้โดยตรง พร้อมรับบัตรกำนัล Starbucks เมื่อทดลองขับ (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด) หรือผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับสิทธิ์ทดลองขับ พร้อมรับสิทธิพิเศษเฉพาะภายในงานได้ที่ http://bit.ly/3LVEzBg
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
โตโยต้าเปิดบ้านครั้งที่ 2 นำสื่อมวลชนเยือนศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า และวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า สัมผัสความพร้อมด้านการพัฒนาบุคลากร เพื่อความมั่นใจของลูกค้าให้ได้มาตรฐานการบริการที่ไว้วางใจได้จากโตโยต้าทั่วประเทศ
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรม “Toyota Trusted Services Open House II” เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนเข้าชมศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า และวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า ในวันที่ 26 มกราคม 2569 เพื่อเสริมความมั่นใจและอุ่นใจให้กับลูกค้าผู้เข้ารับบริการระดับสูง ให้ได้รับมาตรฐานบริการที่ไว้วางใจได้จากโตโยต้าทั่วประเทศ
โตโยต้ามีความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรนับตั้งแต่ระดับพื้นฐานผ่านระบบการศึกษาในรูปแบบวิทยาลัย ไปจนถึงการฝึกอบรมพนักงานผู้เชี่ยวชาญให้มีศักยภาพ สามารถดูแลงานบริการครอบคลุมทุกด้าน จึงได้ก่อตั้ง
- ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า
- วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า
ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า
-
News Car1 Min Read
Miss Motor Show 2026 การกลับมาในรอบ 6 ปี ของเวทีแห่งโอกาสที่ปลุกพลังผู้หญิงยุคใหม่ บนเวทีงานยานยนต์ระดับชาติ ชิงรางวัลรวมกว่า 700,000 บาท เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 10 กุมภาพันธ์ 2569
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 47 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี ประกาศการกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ของการประกวด Miss Motor Show 2026 หลังจากห่างหายไปนานกว่า 6 ปี
การประกวดที่เคยสร้างตำนานและแจ้งเกิดผู้หญิงคุณภาพจำนวนมาก กลับมาอย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมยกระดับสู่เวทีที่ไม่ได้วัดกันเพียงความสวยงาม แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงยุคใหม่ได้แสดง ตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ บุคลิกภาพ และศักยภาพรอบด้าน อย่างแท้จริง เวทีแห่งเกียรติยศครั้งนี้มาพร้อมความเข้มข้น ทันสมัย และท้าทายยิ่งกว่าเดิม Miss Motor Show 2026 เปิดโอกาสให้ผู้หญิงรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก และมีแพสชันด้าน ยานยนต์ เทคโนโลยี หรือแฟชั่น ได้ก้าวขึ้นมาเปล่งประกายในแบบของตัวเอง พร้อมเชื่อมต่อโลกของแฟชั่น สื่อ และอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ผู้เข้าประกวดจะได้สัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีงานยานยนต์ระดับนานาชาติ พัฒนาทักษะการสื่อสาร บุคลิกภาพ และความมั่นใจแบบมืออาชีพ พร้อมต่อยอดสู่บทบาทในสายงานพรีเซนเตอร์ ครีเอเตอร์ นางแบบ อินฟลูเอนเซอร์ และตัวแทนประชาสัมพันธ์ภายในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 47 พร้อมรับรางวัลทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 700,000 บาท
สำหรับคุณสมบัติผู้สมัคร
- เพศหญิง อายุระหว่าง 18 – 24 ปี
- บุคลิกภาพดี รูปร่างสมส่วน
- มั่นใจ กล้าแสดงออก และมีทักษะการสื่อสารที่ดี
- สนใจหรือมีแพสชันด้านยานยนต์ เทคโนโลยี หรือแฟชั่น
- สนุกกับการทำคอนเทนต์ (ภาพถ่าย / วิดีโอ)
- ประวัติดี ไม่มีสัญญาผูกพันที่ขัดแย้ง
- สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์กิจกรรมภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ได้อย่างเหมาะสม
เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้–10 กุมภาพันธ์2569 สนใจสมัครได้ที่ https://forms.gle/u1eFU9BejeSrHtsr6 นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ ยืนบนเวทีในตำนาน และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ที่มากกว่าคำว่า “ผู้หญิงยุคใหม่” ถ้าคุณพร้อมจะเปล่งประกาย และเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง ตำแหน่ง Miss Motor Show 2026 กำลังรอคุณอยู่
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
“ลมหายใจไร้มลทิน” มอบรางวัลการประกวดปี 2568
มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกาศผลการประกวด และมอบรางวัลกิจกรรม 4 ประเภท ประจำปี 2568 ได้แก่ เรียงความ ร้องเพลง วาดภาพศิลปะ วีดีโอคลิป รวม 67 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท
พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการมอบรางวัลผู้ชนะการประกวด จากโครงการ Kid D Project กิจกรรมจากค่ายเยาวชนลมหายใจไร้มลทิน ที่ปลูกฝังความซื่อสัตย์สุจริตสู่โรงเรียนที่ร่วมโครงการ และให้ โรงเรียนไปต่อยอดสู่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมอบรางวัลรวม 7 รางวัล ณ ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569
สามารถติดตามผลการประกวด และกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org dcy.go.th และ facebook.com/LomhaijaiFoundation
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ครองแชมป์ตลาดรถยนต์พรีเมียมต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 พร้อมเร่งเครื่องความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเผยโฉม
บีเอ็มดับเบิลยู i5 รุ่นประกอบในประเทศบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมของไทย ครองอันดับหนึ่งในเซกเมนต์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แม้ว่าจะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 47% จากยอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิรวม 12,247 คัน
นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม BEV ของทั้งสองแบรนด์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 43% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมสูงสุดที่ 45%
มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมได้ถึง 6 ปีติดต่อกัน นับเป็นเกียรติยศและเครื่องพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ลูกค้าในประเทศไทยมอบให้กับแบรนด์ของเรา รวมถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรทางธุรกิจทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง แต่เรายังคงยึดมั่นในการส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนนหรือในทุกๆ บริการของเรา นอกจากนี้ ผลงานของเราในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV ยังช่วยยืนยันอีกครั้งถึงความสำเร็จของเราในการร่วมกำหนดทิศทางแห่งอนาคตของวงการยานยนต์ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้สร้างสรรค์และยกระดับประสบการณ์แห่งอนาคตให้ลูกค้าทุกคนได้สัมผัสไปด้วยกัน”
ผลการดำเนินงานที่มั่นคงและการเติบโตแบบก้าวกระโดดของมินิ
ในปี 2568 บีเอ็มดับเบิลยูยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมด้วยส่วนแบ่งการตลาด 40.5% โดยมียอดส่งมอบอยู่ที่ 10,582 คัน ส่วนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม บีเอ็มดับเบิลยูทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอด้วยยอดส่งมอบ 1,261 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 24.2%
ทางด้านมินิ สามารถสานต่อแนวโน้มการเติบโตจากปีก่อนหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดฉากปี 2568 ด้วยยอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้น 15% มาอยู่ที่ 1,665 คัน ขณะที่ไลน์อัพรุ่นพลังงานไฟฟ้า All-Electric MINI Family ตอบโจทย์การขับขี่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าของมินิพุ่งสูงขึ้นถึง 372% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นจำนวน 1,104 คัน มินิจึงสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมได้ถึง 21.2% ตามหลังบีเอ็มดับเบิลยูมาในอันดับที่ 3 เมื่อรวมยอดส่งมอบของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกันแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมสูงถึง 45.4% ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายแห่งความสำเร็จของบริษัทในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาตำแหน่งในตลาดบิ๊กไบค์ระดับพรีเมียมด้วยยอดจดทะเบียนรวม 1,033 คันในปี 2568 เพิ่มขึ้นประมาณ 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเกิน 500 ซีซี บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดจดทะเบียน 848 คัน และเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจ: ปีแห่งความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
นอกจากการมุ่งเน้นการส่งมอบยานยนต์แล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงทุ่มเทให้กับการสร้างความพึงพอใจและความไว้วางใจ จากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูในด้านประสบการณ์การขายและบริการตลอดปี 2568 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่มั่นคง โดยมีคะแนน Net Promoter Score (NPS) สำหรับการขายอยู่ที่ 95 (คงที่จากปี 2567) และ 94 สำหรับบริการ (เพิ่มขึ้น 1 จุดจากปี 2567) ความรู้สึกเชิงบวกเหล่านี้ยังสะท้อนในผลการสำรวจของนิตยสาร BrandAge ซึ่งจัดอันดับให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นอันดับ 1 ของ Thailand’s Most Admired Company ในหมวดยานยนต์เป็นปีที่ 8 ติดต่อกันด้วยคะแนนสูงสุดในด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และบริการ
“ด้วยรากฐานที่มั่นคงจากปี 2568 เราพร้อมเดินหน้าต่อไปในปีนี้อย่างเต็มพิกัด เริ่มจากการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport รุ่นประกอบในประเทศ นอกจากความคุ้มค่าและครบครันที่เหนือกว่าเดิมแล้ว i5 รุ่นใหม่นี้ยังสามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่าที่เคย ทั้งยังสดใหม่ด้วยชุดแต่งที่ปรับเปลี่ยนมาในรุ่นประกอบในประเทศ ส่วนแฟนๆ มินิ จะได้สัมผัสสีสันและความตื่นเต้นตลอดปี จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเต็มเปี่ยม” มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด กล่าวเสริม
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและความเชื่อมั่นท่ามกลางสภาพตลาดที่ท้าทาย
แม้ปี 2568 จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับตลาดรถยนต์ไทย แต่บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังคงดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงด้วยยอดลูกค้าใหม่ที่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมดิจิทัลและการยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจหลัก ช่วยขับเคลื่อนให้บริษัทชนะใจฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นผลให้ลูกค้าใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ราวหนึ่งในสองคนเลือกใช้บริการทางการเงินของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส นอกจากนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังมีการเติบโตที่น่าประทับใจ โดยในปี 2568 อัตราการเข้าถึงบริการประกันภัยเพิ่มขึ้นเป็น 60% ในขณะที่สินเชื่อลูกค้าองค์กรขยับขึ้นมาแตะระดับ 50% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในบริการและข้อเสนอที่ครบวงจรของของบริษัท
คุณจริยา คูนลินทิพย์ ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ เราทำคะแนนด้าน
ความพึงพอใจของลูกค้า (Net Promoter Score) ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 79 คะแนน ในปีที่ผ่านมา เรายังคงยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานของเรา เพื่อช่วยให้การเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั้งราบรื่นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการมอบบริการที่ยอดเยี่ยม ผ่านทางเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ สำหรับปี 2569 นี้ เราจะเดินหน้านำนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ามาช่วยให้กระบวนการเช่าซื้อและบริการทางการเงินต่างๆ ยิ่งรวดเร็ว ชาญฉลาด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”ระบบงานด้านดิจิทัลของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปี 2568 โดยการอนุมัติสินเชื่อของลูกค้าราว 12% สามารถทำได้โดยอัตโนมัติในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ส่วนเทคโนโลยีลายเซ็นดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูงก็ยิ่งมีการใช้งานแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยสัญญาราว 90% ในปีที่ผ่านมาผ่านการลงนามรับรองในรูปแบบนี้ จึงช่วยเสริมทั้งความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือให้ลูกค้ายิ่งมั่นใจ
BMW และ MINI Freedom Choice: เร่งการเติบโตและสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า BEV
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังประสบความสำเร็จอย่างสูงกับโปรแกรม Freedom Choice โดยจำนวนสัญญา Freedom Choice ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่าเท่าตัว หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่สูงถึง 211% ทั้งยังมีสัดส่วนในยอดธุรกิจใหม่โดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว อยู่ที่ 14% ทั้งนี้ ลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV เป็นส่วนสำคัญเบื้องหลังการเติบโตของโปรแกรม Freedom Choice สำหรับทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ โดยลูกค้ากลุ่มดังกล่าวนับเป็นอัตราส่วน 57% ของสัญญาเช่าซื้อแบบ Freedom Choice ทั้งหมด
BMW และ MINI Freedom Choice ถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย พร้อมมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ BEV ด้วยข้อเสนอที่ยืดหยุ่น และการการันตีมูลค่ารถในอนาคต (Guaranteed Future Value) เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างไร้กังวล
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
ฮอนด้าจับมือทีม Aston Martin Aramco Formula One® เปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการ พร้อมลุยศึก Formula 1 ฤดูกาล 2026
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดงานแถลงข่าว ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างฮอนด้าและทีม Aston Martin Aramco Formula One โดยฮอนด้าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน FIA*1 Formula One World Championship (F1) ตั้งแต่ฤดูกาล 2026 เป็นต้นไป ในฐานะผู้ผลิตและสนับสนุนเพาเวอร์ยูนิต (PU) ภายใต้ความร่วมมือแบบพันธมิตรกับทีม Aston Martin Aramco Formula One
ภาพรวมข้อมูลจากงานแถลงข่าวของผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน ประกอบด้วย:
– นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด
– นายสเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและซีอีโอของ Formula 1
– นายลอว์เรนซ์ สโตรลล์ ประธานบริหารของทีม Aston Martin Aramco Formula One
*1 Fédération Internationale de lʼAutomobile
<คำกล่าวของนายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด>
■ ความสำคัญและจุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ของฮอนด้า
ย้อนกลับไปในปี 1964 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฮอนด้าเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ บริษัทได้ตัดสินใจก้าวสู่ความท้าทายครั้งสำคัญด้วยการเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ซึ่งถือเป็นซีรีส์การแข่งขันรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ แต่ฮอนด้าก็สามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ F1 มาครองได้สำเร็จในปีที่ 2 ณ รายการ Mexican Grand Prix ในปี 1965 นับจากนั้นเป็นต้นมา ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 จนถึงต้นทศวรรษที่ 1990 ฮอนด้าได้ก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรืองร่วมกับทีมระดับตำนานอย่าง Williams และ McLaren และ ฮอนด้ายังคงสร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด
ร่วมคว้าแชมป์โลกประเภทนักขับร่วมกับ Red Bull Racing ซึ่งกลายเป็นอีกบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นในการผลักดันขีดจำกัดของความเร็วและนวัตกรรมยานยนต์การเข้าร่วมแข่งขัน F1 ซึ่งนับเป็นสุดยอดของโลกแห่งยนตรกรรมและวงการมอเตอร์สปอร์ต สะท้อนถึงเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของ นายโซอิจิโร ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งบริษัท และเป็นผู้จุดประกายให้วิศวกรของฮอนด้า “มุ่งมั่นสู่การเป็นอันดับหนึ่งของโลก” และ “กล้าเผชิญกับความท้าทายที่ยากที่สุด” ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ฮอนด้ายึดถือเสมอมา โดยไม่หวั่นต่อความยากลำบาก และการเลือกเดินบนเส้นทางที่ท้าทายที่สุดเสมอ
■ ความมุ่งมั่นของฮอนด้าต่อความท้าทายในยุคใหม่ของ F1
ในปี 2026 การแข่งขัน F1 จะมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบครั้งสำคัญ ทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์และเพาเวอร์ยูนิต โดยในส่วนของเพาเวอร์ยูนิตนั้น กำลังไฟฟ้าที่ผลิตจากมอเตอร์และแบตเตอรีจะถูกพัฒนาให้เพิ่มสูงขึ้นถึงเกือบ 3 เท่าจากปัจจุบัน พร้อมกำหนดให้เครื่องยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ เชื้อเพลิงทางเลือกใหม่ขั้นสูง ช่วยลดมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ซึ่งหมายความว่า F1 กำลังก้าวสู่การเป็นมอเตอร์สปอร์ตแห่งอนาคต ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าและการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากนี้ ภายใต้กฎควบคุมงบประมาณของ F1*2 กำหนดให้ผู้ผลิตเพาเวอร์ยูนิตแต่ละรายจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนา เพื่อสร้างผลลัพธ์สูงสุดด้วยการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภายใต้ยุคใหม่ของ F1 ฮอนด้ามุ่งหวังให้การแข่งขัน F1 เป็นสัญลักษณ์แห่งความท้าทายและนวัตกรรมใหม่ โดย Honda Racing Corporation (HRC) หน่วยงานฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของฮอนด้า ได้พัฒนา RA626H ซึ่งเป็นเพาเวอร์ยูนิตรุ่นใหม่สำหรับฤดูกาลแข่งขันปี 2026 ด้วยเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็นอันดับหนึ่งของโลก ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าเผชิญกับทุกความท้าทายร่วมกับทีม Aston Martin Aramco Formula One ต่อไป
*2 กฎควบคุมงบประมาณถูกกำหนดโดย FIA สำหรับค่าใช้จ่ายประจำปีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพาเวอร์ยูนิต โดยมีการบังคับใช้ระบบในลักษณะเดียวกันเพื่อควบคุมงบประมาณประจำปีของแต่ละทีมแข่งขัน
■ การนำโลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่มาใช้และการต่อยอดองค์ความรู้ของ HRC
รถแข่งที่ติดตั้งเพาเวอร์ยูนิต RA626H จะมีการใช้โลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ใหม่สำหรับธุรกิจรถยนต์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคตและจะปรากฏอยู่บนรถแข่ง F1 รวมถึงรถแข่งของฮอนด้าในรายการมอเตอร์สปอร์ตอื่น ๆ (ซึ่งมีแผนจะใช้ในรายการ IndyCar, Super GT, Super Formula Championship และ Super Taikyu Series)
นอกจากนี้ ฮอนด้าจะนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ที่ HRC สั่งสมจากการแข่งขัน F1 และมอเตอร์
สปอร์ตรายการอื่น ๆ มาต่อยอด สู่การสร้างสรรค์รถยนต์รุ่น HRC-spec ซึ่งจะมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ โดยจะทำให้กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตของฮอนด้า มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจรถยนต์มากยิ่งขึ้น โดยการนำยนตรกรรมรุ่น HRC-spec ออกสู่ตลาด ซึ่งรวมถึงรถยนต์รุ่นผลิตจริงที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถต้นแบบอย่าง Civic Type R HRC Concept ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสถึง “ความสนุกในการขับขี่” และ จิตวิญญาณแห่งความท้าทายของฮอนด้าฮอนด้ามองว่า F1 ไม่ได้เป็นเพียงรายการการแข่งขันรถยนต์ระดับโลก แต่ยังเป็นพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยวิศวกรของฮอนด้าที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นในสนามแข่งขันระดับโลก จะนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาใช้ในการพัฒนารถยนต์รุ่นผลิตจริง เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มอบความสุขและแรงบันดาลใจที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า
■ การประยุกต์ใช้และการต่อยอดเทคโนโลยีจาก F1 สู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต
ฮอนด้าได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก F1 อาทิ เทคโนโลยีการเผาไหม้ประสิทธิภาพสูง (High-efficiency Combustion) และเทคโนโลยีการจัดการความร้อน (Thermal Management) เทคโนโลยีในด้านระบบเครื่องยนต์รอบสูง (High Rotational Speed) ที่ครอบคลุมถึงมอเตอร์กำลังสูงและระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาดใหญ่ ตลอดจนเทคโนโลยีเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่จะถูกนำมาประยุกต์ใช้กับรถยนต์ HEV และรถยนต์ EV เจเนอเรชันถัดไปเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนการเดินทางบนน่านฟ้าของฮอนด้า เช่น eVTOL และ เครื่องยนต์สำหรับอากาศยาน
องค์ความรู้ด้านเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนของฮอนด้าได้ถูกนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานที่ยั่งยืน (SAFs) รวมถึงเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับขับเคลื่อน eVTOL ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีสำหรับชิ้นส่วนที่หมุนด้วยความเร็วสูง เช่น เทอร์โบและมอเตอร์ ยังได้รับการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างวิศวกรเครื่องยนต์อากาศยานและทีมพัฒนาเพาเวอร์ยูนิตของ F1 เพื่อยกระดับนวัตกรรมผ่านการใช้งานจริงทั้งในสนามแข่งและบนฟ้า ก่อให้เกิดการประสานพลังที่พร้อมขับเคลื่อนเทคโนโลยีของฮอนด้าให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ฮอนด้าจะใช้เทคโนโลยีจาก F1 เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสำหรับยานพาหนะที่ครอบคลุมทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางอวกาศ พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อน รวมถึงการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง
■ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ F1 และความมุ่งมั่นของฮอนด้า
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยแรงสนับสนุนจากพันธมิตรสื่อทั้งทางทีวี คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย บริการสตรีมมิ่งระดับโลก และภาพยนตร์ ทำให้ฐานผู้ติดตามของ F1 เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยในปี 2025 มีจำนวนแฟน F1 ทั่วโลกสูงถึง 827 ล้านคน และในการแข่งขัน Japanese Grand Prix เมื่อปีที่ผ่านมา ณ สนาม ซูซูกะเซอร์กิต ได้สร้างสถิติผู้ชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่การปรับปรุงสนามครั้งใหญ่ในปี 2009 สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมและความน่าตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความสุขแห่งชัยชนะร่วมกับแฟน ๆ ที่ให้การสนับสนุนมาอย่างยาวนาน รวมถึงแฟนคลับรุ่นใหม่ของ F1 และฮอนด้าด้วยเช่นกัน
นับตั้งแต่ฤดูกาลแข่งขันปี 2026 เป็นต้นไป ฮอนด้าจะดำเนินกิจกรรมในรายการ F1 ภายใต้โลโก้ใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธมิตรระหว่างฮอนด้าและ F1 โดยฮอนด้าจะร่วมกับทีม Aston Martin Aramco Formula One เพื่อถ่ายทอดความตื่นเต้นและความท้าทายในการก้าวสู่จุดสูงสุดของโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนในเส้นทางแห่งความท้าทายครั้งใหม่นี้ต่อไป
<คำกล่าวของนายสเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและซีอีโอของ Formula 1>
นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับวงการ F1 เมื่อฮอนด้าและทีม Aston Martin Aramco Formula One ได้ร่วมมือกันและก้าวเข้าสู่การแข่งขันเพื่อชิงรางวัลสูงสุดของ F1
การแข่งขัน Formula 1 เริ่มต้นจัดการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี 1976 ก่อนจะย้ายมาจัดที่สนามซูซูกะในปี 1987 ทำให้การแข่งขัน F1 มีความผูกพันกับประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเป็นสังเวียนที่ใช้ตัดสินตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับมาแล้วถึง 13 ครั้ง โดยปัจจุบันความนิยมของ F1 กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น โดยมีฐานแฟนที่หลงใหลใน F1 อยู่กว่า 17 ล้านคน โดยการแข่งขัน Japanese Grand Prix ที่สนามซูซูกะเซอร์กิต เมื่อปีที่ผ่านมา มียอดผู้เข้าชมช่วงสุดสัปดาห์สูงถึง 266,000 คน และมียอดผู้ชมผ่านการถ่ายทอดสดในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การกลับมาของฮอนด้าสู่ F1 ในปีนี้จะช่วยส่งเสริมศักยภาพของกีฬานี้ในตลาดญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในระดับสากล กีฬาชนิดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีฐานแฟนคลับรวมกว่า 827 ล้านคนทั่วโลก โดยกลยุทธ์สำคัญของ F1 คือการเข้าถึงและสร้างความผูกพันกับผู้ชมผ่านพื้นที่สื่อที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้คนในมิติที่เหนือความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม ความบันเทิง ดนตรี รวมถึงสื่อโทรทัศน์และภาพยนตร์ ซึ่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของวงการมอเตอร์สปอร์ตนี้ส่งผลดีต่อผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ปัจจุบันทีมแข่ง F1 กำลังเติบโตและอยู่ในภาวะที่เฟื่องฟูทั้งด้านภาพลักษณ์และการเงินจนสามารถดึงดูดผู้สนับสนุนระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำจำนวนมาก สะท้อนถึงเสน่ห์และศักยภาพของ F1 ที่มีความน่าดึงดูดใจอย่างเหนือระดับในสายตาแบรนด์ระดับโลก
การปฏิรูปกฎระเบียบครั้งสำคัญสำหรับฤดูกาล 2026 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้ฮอนด้าตัดสินใจ หวนคืนสู่สังเวียนนี้อีกครั้ง โดยกฎใหม่ดังกล่าวจะมีการปรับปรุงทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์ และเพาเวอร์ยูนิต ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการ F1 ไฮไลต์สำคัญคือ การนำเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีโครงสร้างเรียบง่ายขึ้นแต่ขับเคลื่อนด้วยการใช้พลังงานเชื้อเพลิงยั่งยืนให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังและยอดเยี่ยมเช่นเดิม
F1 สะท้อนให้เห็นถึงพันธสัญญาของฮอนด้า และทีม Aston Martin Aramco Formula One ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน และกำลังดำเนินงานตามแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2030 โดยเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา สามารถลดการปล่อยคาร์บอนลงได้ถึง 26% เมื่อเทียบกับปี 2018 โดย F1 พร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และยังคงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรอย่างฮอนด้าเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดและยกระดับมาตรฐานของวงการมอเตอร์สปอร์ตต่อไป
<คำกล่าวของนายลอว์เรนซ์ สโตรลล์ ประธานบริหารของทีม Aston Martin Aramco Formula One>
นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือครั้งใหม่ ทีม Aston Martin Aramco Formula One และฮอนด้า ต่างมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องกันในหลายด้าน ซึ่งได้หล่อหลอมเป็นพันธสัญญาที่แข็งแกร่งเพื่อมุ่งสู่ฤดูกาล 2026 และต่อยอดความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
Aston Martin Technology Centre แห่งใหม่ ณ เมืองซิลเวอร์สโตน สหราชอาณาจักร ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีอุโมงค์ลมแห่งใหม่ เป็นนวัตกรรมสำคัญในการพัฒนารถแข่ง พร้อมด้วย ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อยกระดับขีดความสามารถของทีมไปอีกขั้น เรามุ่งมั่นที่จะทลายทุกข้อจำกัดและทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายคือความสำเร็จในอนาคตเป็นหัวใจสำคัญ
ทีม Aston Martin Aramco Formula One กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นพันธมิตรโรงงานร่วมกับฮอนด้าอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์และเพาเวอร์ยูนิต จะถูกออกแบบและรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญต่อความมุ่งมั่นในการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ ทีมยังภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Aramco ในฐานะผู้สนับสนุนเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน และ Valvoline สำหรับผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นเป็นครั้งแรก พันธมิตรที่แข็งแกร่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ เราขอขอบคุณฮอนด้า Aramco และ Valvoline ที่ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และทุ่มเททำงานเคียงข้างกันอย่างเต็มกำลัง
ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างฐานปฏิบัติการของทีม Aston Martin Aramco Formula One ในสหราชอาณาจักร และ HRC Sakura ในประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาสู่การเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นและเพียบพร้อมด้วยองค์ประกอบสำคัญสู่ชัยชนะ นอกจากนี้ นักแข่งของทีมยังมีความเชื่อมั่นในเพาเวอร์ยูนิตและทีมวิศวกรของฮอนด้า ขณะเดียวกัน การก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ ของนายแอนดี้ โคเวลล์ ยังเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงการผสานการทำงานอย่างเป็นเอกภาพของทุกฝ่าย ซึ่งความเชี่ยวชาญระดับโลกของนายแอนดี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ทีมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ขอเชิญชวนแฟน ๆ ของทีม Aston Martin Aramco Formula One ทุกท่านในญี่ปุ่น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญเพื่อมุ่งสู่ชัยชนะ และด้วยความร่วมมือกับฮอนด้า ทีมงานทุกคนพร้อมทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อคว้าชัยชนะและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปด้วยกัน นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเดินทางไปกับทุกคน และขอขอบคุณทุกแรงใจและการสนับสนุนที่มีให้เราเสมอมา

DSC_3585
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
DSC_3585 -
แนวคิด MOTOR EXPO 2026 “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์”
“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เพื่อมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ทุกประเภท ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ อย่างครบครัน
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ ต้องการสื่อถึงงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่รวบรวมรถยนต์ทุกประเภท และทุกระดับราคา เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชม และเลือกซื้อตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังมียานยนต์ประเภทอื่นที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจักรยานยนต์ และเรือ
พื้นที่งานทุกตารางนิ้ว เต็มไปด้วยรถยนต์ประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีดาน, สปอร์ท, เอสยูวี, ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี, เอมพีวี, พิคอัพ ฯลฯ แต่ละประเภทล้วนเป็นรุ่นล่าสุดในตลาด ยิ่งกว่านั้น รถเหล่านี้ยังมีความหลากหลายในด้านต่างๆ อาทิ ระบบขุมกำลัง แบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน เชื้อเพลิงเบนซิน และดีเซล, แบบไฮบริด, พลัก-อิน ไฮบริด และแบบไฟฟ้า 100 % ระบบขับเคลื่อน แบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ระบบอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ถึงระดับช่วยขับอัตโนมัติ ขณะที่ราคาจำหน่าย เริ่มตั้งแต่หลักแสนต้น จนถึงหลักหลายล้านบาท ส่วนจักรยานยนต์ ก็มีให้เลือกทุกรูปแบบ ทุกขนาดเครื่องยนต์ และทุกระดับราคา เช่นเดียวกัน
นี่คือจุดเด่นของงาน “มหกรรมยานยนต์” และด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ และจักรยานยนต์ ทุกรุ่นทุกแบรนด์อย่างครบครัน เราจึงกำหนดแนวคิดของงานปีนี้ว่า “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์ – Here, There and Every Car”
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine









































































