-
News Car1 Min Read
ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! โตโยต้าร่วมแสดงความยินดี “วิว-กุลวุฒิ” คว้ารองแชมป์ชายเดี่ยว การแข่งขันแบดมินตันรายการ “TOYOTA Thailand Open 2026”
ประสบความสำเร็จอย่างงดงามสำหรับการแข่งขันแบดมินตันรายการใหญ่ในประเทศไทย “TOYOTA Thailand Open 2026” ทัวร์นาเมนต์ระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 500 (HSBC BWF World Tour Super 500) ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเงินรางวัลรวมกว่า 500,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 16,500,000 บาท) ซึ่งได้ปิดฉากการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศลงท่ามกลางแฟนกีฬาที่เข้ามาชมกันอย่างหนาตา โดยมี นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมมอบรางวัล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ อาคารกีฬา นิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ
ไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันอยู่ในประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักตบลูกขนไก่ขวัญใจชาวไทย มืออันดับ 2 ของโลก และดีกรีแชมป์เก่ารายการนี้ 2 สมัย ลงสนามพบกับ อันเดิร์ส แอนทอนเซ่น มือวางอันดับ 3 ของรายการ และมืออันดับ 3 ของโลกจากเดนมาร์ก โดยเกมแรก กุลวุฒิโชว์ฟอร์มได้อย่างเด็ดขาด ชนะไปก่อนด้วยคะแนน 21-9 ทว่าในเกมที่สองแอนทอนเซ่นฮึดสู้เบียดชนะไปอย่างตื่นเต้น 24-22 ต้องดวลกันในเกมตัดสิน ซึ่งกุลวุฒินำอยู่ 15-11 แต่ในช่วงปลายเกมเป็นนักตบจากเดนมาร์กที่เร่งเครื่องแซงชนะไปได้ 21-18 ส่งผลให้ อันเดิร์ส แอนทอนเซ่น ชนะไป 2-1 เกม คว้าแชมป์ไปครองพร้อมเงินรางวัล 37,500 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,222,500 บาท) ส่วน “วิว-กุลวุฒิ” คว้ารองแชมป์ รับเงินรางวัลปลอบใจ 19,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 619,400 บาท)
สรุปผลการแข่งขันแบดมินตัน “TOYOTA Thailand Open 2026”
ประเภท แชมป์ รองแชมป์ ผลคะแนน ชายเดี่ยว (MS)
Anders Antonsen Kunlavut Vitidsarn 9-21, 24-22, 21-18 หญิงเดี่ยว (WS)
Akane Yamaguchi Chen Yufei 21-14, 21-18 ชายคู่ (MD)
Leo Rolly Carnando / Daniel Marthin
Satwiksairaj Rankireddy / Chirag Shetty
21-12, 25-23 หญิงคู่ (WD)
Bao Lijing / Cao Zihan Rin Iwanaga / Kie Nakanishi 19-21, 21-16, 21-19 คู่ผสม (XD)
Mathias Christiansen / Alexandra Bøje
Zhu Yijun / Li Qian 21-17, 21-15 โตโยต้า ในฐานะผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนวงการกีฬาไทยมาอย่างยาวนาน ขอร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยในการเดินทางไปสู้ศึกรายการต่อไปในทัวร์นาเมนต์ “Malaysia Masters 2026” ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติต่อไป
“โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนอนาคต”
-
News Car1 Min Read
เอ็มจี เน้นสร้างประสบการณ์ความประทับใจ และรอยยิ้มให้ลูกค้า ชูการบริการพาแบรนด์ก้าวสู่มาตรฐานใหม่ ผ่าน MG SMILE
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศยกระดับมาตรฐานของการบริการ เพื่อปณิธานสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกจุด ตั้งแต่กระบวนการทำงานภายในบริษัท สู่บุคคลภายนอกทั้งการแนะนำลูกค้าตั้งแต่มองหารถคันแรกจนถึงบริการหลังการขาย ด้วยการดูแลลูกค้าด้วยใจ ใส่ใจในทุกขั้นตอน พร้อมส่งมอบรอยยิ้มและความประทับใจในทุกช่วงเวลาของการใช้งานรถยนต์ เอ็มจี ควบคู่กับการขับเคลื่อนแนวคิด “IN THAILAND FOR THAILAND” หรือ “อยู่ในไทย เพื่อไทย” ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านเทคโนโลยียานยนต์และบริการมาตรฐานระดับโลก เพื่อสร้างความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในทุกช่วงเวลาสำคัญของการเดินทาง
“MG SMILE” เปรียบเสมือนหนึ่งเป้าหมายสูงสุดในการสร้างประสบการณ์การบริการให้กับลูกค้าด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่จะเชื่อมโยงทุกหน่วยงานของ เอ็มจี เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับและสร้างมาตรฐานการส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมเส้นทางประสบการณ์ลูกค้าตั้งแต่ ด้านประสบการณ์การขาย ตลอดจนด้านบริการหลังการขาย มีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความพึงพอใจและรอยยิ้มของลูกค้า บ่งบอกถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้กับ เอ็มจี ซึ่งสะท้อนความตั้งใจขององค์กรในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในทุกขั้นตอนการให้บริการ
สำหรับด้านประสบการณ์การขาย ได้ออกแบบการบริการเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าตั้งแต่ช่วงต้นของการตัดสินใจซื้อ ให้มีความโปร่งใส เป็นมิตร และช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกรถที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างมั่นใจ โดยยึดหลักสำคัญ ได้แก่ การให้คำแนะนำโดยไม่กดดันการตัดสินใจ ความชัดเจนและโปร่งใสในทุกข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
ถ่ายทอดผ่าน “5 Smile Moments” ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์เชิงบวกในทุกขั้นตอน ได้แก่
- ความประทับใจแรกจากการต้อนรับและการให้ข้อมูลเบื้องต้นอย่างเป็นมิตร (First Contact Smile)
- การแนะนำรถยนต์ที่เหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างเข้าใจ(Discovery & Recommendation Smile)
- ประสบการณ์ทดลองขับที่ช่วยให้ลูกค้าสัมผัสสมรรถนะและสร้างความมั่นใจ (Test Drive Experience Smile)
- การให้ข้อมูลราคาและการเงินอย่างชัดเจน โปร่งใส และเข้าใจง่าย (Transparent Pricing & Finance Smile)
- โมเมนต์แห่งความสุขในวันส่งมอบรถ มอบประสบการณ์การเริ่มต้นการเดินทางใหม่กับ เอ็มจี อย่างราบรื่นและน่าประทับใจ (Delivery Day Celebration Smile)
ในขณะเดียวกัน ด้านบริการหลังการขาย (Service Journey) ได้พัฒนาเพื่อยกระดับประสบการณ์การดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องหลังการส่งมอบรถ ให้มีความสะดวก โปร่งใส และสร้างความมั่นใจในระยะยาว โดยยึดหลักสำคัญ ได้แก่ ความสะดวกในการเข้ารับบริการ ความชัดเจนในทุกขั้นตอน และความมั่นใจในการดูแลอย่างต่อเนื่อง
พร้อม “6 Smile Moments” ที่สะท้อนการดูแลลูกค้าในทุกช่วงของการใช้งาน ได้แก่
- การนัดหมายเข้ารับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก (Service Booking Smile)
- ประสบการณ์การเข้ารับบริการและลงทะเบียนที่ราบรื่นและเป็นระบบ (Service Arrival & Check-in Smile)
- ประสบการณ์ระหว่างรอรับบริการที่สะดวกสบายและสบายใจ (Waiting Experience Smile)
- คุณภาพงานบริการที่ได้มาตรฐาน รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ (Service Quality & Speed Smile)
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความอุ่นใจทุกการเดินทาง (24/7 Roadside Assistance Smile)
- การติดตามและดูแลหลังการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า (Follow-up & Relationship Smile)
มร. ต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เผยว่า “เอ็มจี เชื่อว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่บุคลากรและประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับในทุกจุดของการบริการด้วยเช่นกัน “MG SMILE” เป็นปณิธานของเราในการทำให้ “รอยยิ้ม” ของลูกค้า เป็นตัววัดความสำเร็จที่แท้จริง ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเดินเข้ามาที่ เอ็มจี ไปจนถึงทุกการดูแลตลอดการใช้งาน สิ่งนี้สอดคล้องกับค่านิยมหลักของเรา “IN THAILAND FOR THAILAND” หรือ “อยู่ในไทย เพื่อไทย” ที่ผลักดันให้เราพัฒนาทุกโชว์รูมและศูนย์บริการสู่ “User Relationship Operation Center” หรือ ศูนย์กลางการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า เพราะเราเชื่อว่าความยั่งยืนของแบรนด์เกิดจากการฟังและพัฒนาจากประสบการณ์จริงของลูกค้า ทั้งหมดนี้ สะท้อนแนวทางของ เอ็มจี ที่มุ่งสร้างความแตกต่างด้วยคุณค่าและคุณภาพผลิตภัณฑ์ และทุกบริบทที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
TOYOTA GAZOO Racing Thailand ประเดิมแรง! คว้าถ้วยแชมป์ TSS 2026 อีเว้นท์แรกที่บุรีรัมย์
“TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จต่อเนื่อง 40 ปีของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เดินหน้าเปิดศึกฤดูกาลความเร็วปี 2026 อย่างร้อนแรงปักธงลงสนามความเร็วทางเรียบ รายการ TSS The Super Series by B-Quik โชว์ผลงานยอดเยี่ยมคว้าถ้วยแชมป์ 2 รุ่น จากนักแข่งมากประสบการณ์และและนักแข่งรุ่นใหม่ของทีม นำโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, มานัต กุละปาลานนท์, กรัณฑ์ ศุภพงษ์, อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ, กฤษฎิ์ วสุรัตน์, ณ ดล วัฒนธรรม, นรรัศมิ์ อภิวาท, ไอตั้น อัษฎาธร, ทรงศักดิ์ กรศิริสืบสกุล และนักแข่งรุ่นใหม่ “มาริโอ้-สิทธิชัย ฆังนิมิตร” ร่วมกันเปิดม่านเกมความเร็วอย่างสวยงาม ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 21-24 พฤษภาคม 2569
เปิดอีเว้นท์แรกอย่างสุดมันส์ TOYOTA GAZOO Racing Thailand จัดทีมแข่งลงชิงชัยใน 4 รุ่น ด้วยรถ TOYOTA ถึง 7 คัน จบการแข่งขันผลปรากฎว่า
รุ่น TSS Super Car GTC ใช้รถ GR Supra GTC รถหมายเลข 24 เป็นการจับคู่ลงสนามครั้งแรกของนักแข่งฝีมือเก๋า ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ กับรุ่นน้องฝีมือดี ณ ดล วัฒนธรรม โชว์ฟอร์มแข็งแกร่งคว้าอันดับ 1 ในเรซแรก ส่วนรถ Corolla Altis GTC หมายเลข 37 ขับโดย ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ และ มานัต กุละปาลานนท์ จบการแข่งขันเรซแรกในอันดับ 2 ก่อนกลับมาคว้าชัยชนะอันดับ 1 ในเรซที่ 2
รุ่น Super Touring รถ Yaris ATIV หมายเลข 25 ขับโดย นรรัศมิ์ อภิวาท และ ไอตั้น อัษฎาธร แท็กทีมดวลสุดเดือดตลอดการแข่งขัน ขึ้นโพเดียมในคลาส Touring-NA ด้วยอันดับ 1 และ 2 ส่วนรถ Yaris ATIV HEV หมายเลข 67 ขับโดยน้องใหม่ของทีม มาริโอ้-สิทธิชัย ฆังนิมิตร จบการแข่งขันในคลาส Touring-NA ด้วยอันดับ 10 และ 9
รุ่น TSS Supercar GT4 รถ GR Supra GT4 หมายเลข 19 ขับโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ และกรัณฑ์ ศุภพงษ์ จบการแข่งขันในคลาส GT4 Am ด้วยอันดับ 2 และ 3 ขณะที่รถหมายเลข 11 ขับโดย อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ และ กฤษฎิ์ วสุรัตน์ จบการแข่งขันในคลาส GT4 Pro ด้วยอันดับ 2 และ 4
รุ่น Super Pickup แข่งกันถึง 3 เรซ ใช้รถ Hilux Champ หมายเลข 92 ขับโดย ทรงศักดิ์ กรศิริสืบสกุล จบการแข่งขันในคลาส Pickup A ด้วยอันดับ 7 อันดับ 6 และอันดับ 5
หลังจบการแข่งขันคุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง TOYOTA GAZOO Racing Thailand กล่าวถึงผลงานของทีมนัดเปิดฤดูกาลว่า “ภาพรวมการแข่งขันสนามแรกอยู่ในระดับน่าพอใจ ทีมสามารถคว้าถ้วยแชมป์ได้สำเร็จ ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้อย่างยอดเยี่ยม มีส่วนที่ต้องกลับไปพัฒนาและแก้ไข แต่เราได้ข้อมูลสำคัญจากสนามแรกเพื่อนำไปปรับเซ็ตติ้งและพัฒนารถให้ดียิ่งขึ้นในสนามถัดไป เป้าหมายของเราคือเก็บคะแนนสูงสุดทุกสนาม และคว้าถ้วยแชมป์ในทุกรุ่นการแข่งขันครับ”
ร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้กับ “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” เดินหน้าลุยต่อในรายการ “RAAT Thailand Endurance Championship 2026” ศึกมาราธอนทางเรียบเรซแรก 6 ชั่วโมงเต็ม ระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2569 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ติดตามผลงานทีมแข่งรถสัญชาติไทยที่มุ่งมั่นพัฒนาไม่หยุดยั้ง เพิ่มเติมที่ Facebook และ Instagram: TOYOTAGAZOORacingTeamThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM ส่งมอบ GWM TANK 500 DIESEL 2.4T แก่กรมชลประทาน ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานภาครัฐ
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ได้ส่งมอบ GWM TANK 500 DIESEL 2.4T รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เข้าประจำการเป็นรถตรวจการณ์เพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่กรมชลประทานทั่วประเทศ ทั้งนี้การส่งมอบดำเนินไปอย่างครบถ้วน ตรงตามกำหนด และอยู่ภายใต้มาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดตามข้อตกลงใน TOR สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่หน่วยงานภาครัฐมีต่อแบรนด์ GWM ตลอดจนความมั่นใจในสมรรถนะของ GWM TANK 500 DIESEL ที่รองรับการใช้งานที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี พร้อมเดินหน้าขยายตลาดรถยนต์ฟลีท (Fleet) อย่างต่อเนื่องด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและการบริการหลังการขายที่ครบวงจร
มุ่งเน้นเสริมทักษะ จัดอบรมให้ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ก่อนส่งมอบอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ก่อนการส่งมอบรถยนต์ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ บริษัทฯ ได้ร่วมกับพาร์ทเนอร์สโตร์ จัดอบรมให้ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆ แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความคุ้นชินและเรียนรู้รายละเอียดของตัวรถอย่างครบถ้วน สำหรับพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอุทัย ใหญ่นอก นายช่างเครื่องกลอาวุโส ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กรมชลประทาน เป็นตัวแทนรับมอบรถยนต์ GWM TANK 500 DIESEL 2.4T รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จำนวน 33 คัน โดยมี มร. เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) และ คุณพิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ GWM Iconic รามอินทรา พร้อมคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ร่วมในพิธีส่งมอบซึ่งจัดขึ้น ณ กรมชลประทาน เมื่อเร็ว ๆ นี้
มร. เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณกรมชลประทานที่ให้ความไว้วางใจใน
แบรนด์ GWM และเลือก GWM TANK 500 DIESEL 2.4T รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ เรามั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะช่วยยกระดับความคล่องตัวในการลงพื้นที่สำรวจ บริหารจัดการน้ำ และช่วยเหลือประชาชนในทุกสภาพถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ GWM พร้อมเป็นพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของกรมชลประทานอย่างเต็มกำลัง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ควบคู่ไปกับการบริการหลังการขายที่
ออกแบบมาเพื่อดูแลลูกค้าองค์กรได้อย่างรวดเร็วและครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นใจและมอบความอุ่นใจตลอดระยะเวลาการใช้งานรถยนต์ทุกคันจาก GWM”
GWM พร้อมเป็นพันธมิตรกับทุกองค์กร ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและการบริการที่ได้มาตรฐาน
GWM มุ่งมั่นรุกตลาดรถยนต์ฟลีท (Fleet) อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ธุรกิจขนาดกลาง องค์กรภาคเอกชนขนาดใหญ่ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ด้วยผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน รองรับผู้ใช้งานทุกกลุ่มภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมกันนี้ ยังมอบเอกสิทธิ์และบริการพิเศษเพื่อลูกค้าองค์กร (GWM Fleet Solution) ที่พร้อมดูแลและบริหารจัดการยานยนต์ของหน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ ด้วยความเป็นมืออาชีพและการบริการที่ได้มาตรฐานครอบคลุมทั้ง การรับประกันคุณภาพรถใหม่ : มั่นใจในคุณภาพการผลิตด้วยการรับประกันที่ครอบคลุม ; บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง : อุ่นใจในทุกเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ; และแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะทาง : ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำด้วยโปรแกรมการดูแลบำรุงรักษาจากช่างผู้เชี่ยวชาญ ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังมีเครือข่ายศูนย์บริการ GWM Partner Store ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับการให้บริการและดูแลลูกค้าระดับองค์กรได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษารถยนต์ขององค์กรต่างๆ ด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
สำหรับองค์กรหรือหน่วยงานที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อขอรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ GWM Car Purchase Consultation หรือติดต่อ GWM Call Center โทร. 02-688-8888
#GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMTANK500Diesel #TANK500Diesel #GWMTANK500 #GWMFleet
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
default -
“นีโม่-จิรัฎฐ์” ควบ Honda CRF450R สร้างผลงานคว้าอันดับท็อปเก็บคะแนนสะสมเพิ่ม จาก 3 ฮีท ในศึกโมโตครอสชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น สนาม 3 ที่ไซตามะ
ศึกโมโตครอสชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่นรายการ ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026 สนามที่ 3 ณ ออฟโรด วิลเลจ เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ นักบิดทางฝุ่นดาวรุ่งไทยจากทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี เอเชีย ลงทำการแข่งขันในคลาสสูงสุด IA-1
สำหรับผลงานของ “นีโม่-จิรัฎฐ์” หลังจากจบสองสนามแรก นักแข่งไทยมีคะแนนสะสมทั้งหมด 76 คะแนน ขณะที่ในสนามนี้ “นีโม่-จิรัฎฐ์” ควบรถ Honda CRF450R หมายเลข 23 ทดสอบเวลาได้ 01:15.898 นาที รั้งอยู่อันดับที่ 5 โดยการแข่งขันจะแบ่งเป็น 3 ฮีท จับเวลาฮีทละ 15 นาทีบวกกับอีก 1 รอบสนาม
การแข่งขันทั้ง 3 ฮีทดำเนินไปอย่างเข้มข้นนักบิดทางฝุ่นไทยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในฮีทแรก “นีโม่-จิรัฎฐ์” ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อทะยานขึ้นไปอยู่ในกลุ่มผู้นำลุ้นตำแหน่งบนโพเดียมก่อนที่สุดท้ายแล้วจะมาพบกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจจนต้องจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 16 เก็บคะแนนสะสมไป 15 คะแนน แต่จากนั้นในอีก 2 ฮีทที่เหลือ “นีโม่-จิรัฎฐ์” กลับมาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 8 ทั้งสองฮีทเก็บคะแนนสะสมเพิ่มเติมไปได้ฮีทละ 23 คะแนน ซึ่งผลงานดังกล่าวนับเป็นอันดับที่ดีที่สุดของนักแข่งไทยในฤดูกาลนี้
“นีโม่-จิรัฎฐ์” เก็บคะแนนสะสมประจำฤดูกาลได้ทั้งหมด 137 คะแนน อยู่อันดับที่ 12 จากนักแข่งทั้งหมด 32 คน โดยสนามที่ 4 รายการซูโก ทัวร์นาเมนต์ จะทำการแข่งขันกันวันที่ 6-7 มิถุนายน 2026 ณ สปอร์ตส์แลนด์ ซูโก ประเทศญี่ปุ่น
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #Motocross #JMX #AllJapanMotocrossChampionship
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Honda One Make Race 2026 แถลงยิ่งใหญ่ เดินหน้าความมันส์ปีที่ 6 เปิดกฎใหม่ “Honda City Challenge” ดันเกมเดือด เปิดสนามแรก 5-7 มิ.ย.นี้
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต โปรโมเตอร์มอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของไทย และพันธมิตรหลัก ประกาศเดินหน้าจัดการแข่งขัน มอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของประเทศไทย รายการ “Honda One Make Race 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันชิงชัยทั้งสิ้น 4 อีเวนต์ 8 สนาม ชูโรงด้วยรุ่น “Honda City Challenge” ที่ปรับกติกาใหม่ เปิดกว้างด้านการโมดิฟายมากขึ้น พร้อมรางวัลใหญ่สำหรับแชมป์ประจำปีเพียงหนึ่งเดียว กับโอกาสร่วมทีมแข่งในเครือ Honda Racing Corporation (HRC) สัมผัสประสบการณ์ลุยศึกดวลความเร็วระดับโลก รายการ “ซูเปอร์ ไทคิว 2026” ที่ประเทศญี่ปุ่น ในสนามฟูจิ สปีดเวย์ สนามแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตมาตรฐาน FIA พร้อมดึงคลาสระดับตำนานอย่าง “Honda Pro Cub” กลับมาสร้างความมันส์เอาใจคอเรซซิ่งตัวจริง และสานต่อรุ่น “Honda Club” เพื่อปูทางนักแข่งสมัครเล่นสู่เส้นทางนักแข่งระดับอาชีพ เตรียมเปิดฉากสนามแรกระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
งานแถลงข่าวเปิดฤดูกาลใหม่ของศึก Honda One Make Race 2026 จัดขึ้นวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 โดยมี คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดการแข่งขัน เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย คุณพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกสมาคมราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณรัชนี จิรถาวรกุล ผู้จัดการทั่วไปหน่วยงานการตลาดและวางแผนผลิตภัณฑ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และคุณศิลป์ ธีรนิติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส63 โปรเจค จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
ศึก Honda One Make Race เริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 2021 ภายใต้ชื่อ “Honda City Hatchback One Make Race” ก่อนยกระดับสู่รายการ “Honda One Make Race” ในเวลาต่อมา และกลายเป็นหนึ่งในรายการมอเตอร์สปอร์ตที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากแฟนความเร็วชาวไทย
สำหรับฤดูกาล 2026 “กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต” ได้ประกาศปรับเปลี่ยนกฎการแข่งขันครั้งสำคัญ เพื่อเพิ่มความสดใหม่และยกระดับความเข้มข้นของเกมการแข่งขัน โดยเฉพาะในรุ่น “Honda City Hatchback One Make Race” ที่ถูกปรับรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ Honda City Challenge การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาพร้อมกฎด้านเทคนิคที่เปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้แต่ละทีมสามารถปรับแต่งและโมดิฟายรถแข่งได้อย่างอิสระ ส่งผลให้การแข่งขันจากเดิมที่เป็น “One Make Race” ภายใต้สเป็กพื้นฐาน ถูกยกระดับสู่รถแข่งที่เร็วและแรงยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มความดุเดือดของเกมการแข่งขันให้เข้มข้นกว่าเดิม
นอกจากนี้ แชมป์ประจำปีของรุ่น “Honda City Challenge” จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในศึกมอเตอร์สปอร์ตสุดยิ่งใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น รายการ “ซูเปอร์ ไทคิว 2026” สนามสุดท้าย ณ สนามฟูจิ สปีดเวย์ ในรุ่น TCR ร่วมกับทีมแข่งในเครือ HRC อย่าง M&K Racing โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีนักแข่งไทยอย่าง “วี” ธนาศิวณัฐ พงสินณัชอาชัญ และ “กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร ได้รับโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน พร้อมสามารถคว้าโพเดียมกลับมาครองได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน ยังมีการเปิดตัวการแข่งขันรุ่น “Honda Pro Cup” ที่กลับมาอีกครั้ง เพื่อเติมความเข้มข้นให้กับสุดสัปดาห์การแข่งขัน และเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตสายฮอนด้าโดยเฉพาะ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 Class ได้แก่ Honda Pro Cub Class 1 ใช้กฎด้านเทคนิคเดียวกับการแข่งขัน ซูเปอร์ ทัวร์ริ่ง ชิงแชมป์ประเทศไทย และ Honda Pro Cup Class 2 สำหรับรถแข่งเครื่องยนต์แคมเดี่ยว N/A Modify
นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ในปีนี้ กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับให้การแข่งขัน Honda One Make Race มีความสดใหม่ เข้าถึงทีมแข่ง นักแข่ง และผู้ชมมากขึ้น เราเปลี่ยนจาก Honda City Hatchback One Make Race สู่ Honda City Challenge ด้วยการปรับกติกาทางเทคนิค เพื่อให้ทีมแข่งและนักแข่งมีอิสระในการเซตอัปรถมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่เกมการแข่งขันที่เข้มข้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน แชมป์ประจำปีของรุ่นนี้ ยังจะได้รับรางวัลใหญ่คือ สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในรายการ ซูเปอร์ ไทคิว สนามสุดท้าย ที่สนามฟูจิ สปีดเวย์ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าสำหรับนักแข่งไทยทุกคน”
“นอกจากนี้ จากเสียงเรียกร้องของแฟนมอเตอร์สปอร์ต เราได้นำการแข่งขันรุ่น Honda Pro Cup กลับมาอีกครั้ง ซึ่งแฟนฮอนด้าจะทราบดีว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความเข้มข้นสูง เพราะรวบรวมรถแข่งฮอนด้าชั้นนำของไทยมาแข่งขันในสนามเดียวกัน โดยในปีนี้จะแข่งขันทั้งหมด 2 Class ได้แก่ Class 1 ภายใต้กฎเทคนิคของ ซูเปอร์ ทัวร์ริ่ง และ Class 2 สำหรับรถแข่งเครื่องยนต์ N/A ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสร้างกระแสความนิยมให้กับ Honda One Make Race ได้อย่างมาก”
“ส่วนตารางการแข่งขัน เรายังคงร่วมเดินทางกับรายการ พีที แม็กซ์นิตรอน เรซซิ่ง ซีรีส์ ทั้ง 3 อีเวนต์ โดยเริ่มต้นสนามแรกที่ จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายนนี้ ก่อนปิดฤดูกาลอย่างยิ่งใหญ่ที่ สงขลา กรังด์ปรีซ์ สนามสตรีทเซอร์กิตอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย ในเดือนตุลาคม”
นอกจากนี้ ในอีเวนต์ที่ 2 เรายังร่วมแข่งขันในสุดสัปดาห์เดียวกับรายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2026 ซึ่งผมเชื่อว่าทุกเรซ จะยังคงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เข้มข้น และการลุ้นแชมป์ที่สนุกตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมถ่ายทอดสดผ่านหลากหลายช่องทางเพื่อแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยเช่นเคย” นายอโณทัย กล่าวทิ้งท้าย
ทางด้าน คุณรัชนี จิรถาวรกุล ผู้จัดการทั่วไปหน่วยงานการตลาดและวางแผนผลิตภัณฑ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก ฮอนด้ามองว่า Honda One Make Race ไม่ได้เป็นเพียงแค่เพียงการแข่งขันรถยนต์ แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโลกของมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับชีวิตของลูกค้าฮอนด้า การแข่งขันนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะและเทคโนโลยีของฮอนด้าที่อยู่ในรถที่ลูกค้าใช้จริง ว่าสามารถเข้ามาอยู่ในสนามแข่งได้ ซึ่งเทคโนโลยีการขับเคลื่อน นับเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ฮอนด้าที่ถ่ายทอดมาอย่างยาวนาน ทั้ง DNA ความสปอร์ต และจิตวิญญาณความท้าทาย (Challenging Spirit) การแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นเวทีที่ช่วยพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตในไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สร้างโอกาสให้ทั้งนักแข่งมืออาชีพและหน้าใหม่ได้เติบโต และให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับโลกของมอเตอร์สปอร์ต”
Honda One Make Race 2026 ยังเติมเต็มสุดสัปดาห์แห่งความเร็วด้วยรุ่น Honda Club ศูนย์รวมของผู้ที่มีใจรักรถแข่งฮอนด้าจากทั่วประเทศไทย ทั้งนักแข่งระดับอาชีพและมือสมัครเล่น กว่า 30 คัน ลงประชันความเร็วอย่างเข้มข้น พร้อมเป็นเวทีสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้นักแข่งหน้าใหม่ก้าวสู่เส้นทางนักแข่งระดับอาชีพในอนาคต
นอกจากความมันส์ในสนามแข่งขันแล้ว ฮอนด้า ยังเตรียมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าคนพิเศษ ได้แก่ Honda Driving Clinic ฝึกทักษะการขับขี่เชิงเทคนิค ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าฮอนด้าได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัยและถูกต้อง พร้อมเทคนิคการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ต ถ่ายทอดโดยทีม ผู้ฝึกสอนมืออาชีพรวมถึงกิจกรรม Honda Track Experience ที่เปิดประสบการณ์สุดพิเศษในการขับขี่บนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถมาตรฐานระดับ FIA รวมถึงยังมีกิจกรรมให้ลูกค้าร่วมสนุกในสนามสุดท้ายอย่าง สงขลา สตรีท เซอร์กิต อีกด้วย
ทั้งนี้ ศึก Honda One Make Race 2026 มีกำหนดดวลความเร็วทั้งสิ้น 4 อีเวนต์ อีเวนต์ละ 2 สนาม ดังนี้
อีเวนต์ 1 : วันที่ 5-7 มิถุนายน 2026 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ (PT Maxnitron Racing Series)
อีเวนต์ 2 : วันที่ 18-19 มิถุนายน 2026 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ (RAAT Thailand Endurance Championship)
อีเวนต์ 3 : วันที่ 14-16 สิงหาคม 2026 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ (PT Maxnitron Racing Series)
อีเวนต์ 4 : วันที่ 14-18 ตุลาคม 2026 สนาม พีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต จ.สงขลา (PT Maxnitron Racing Series)
สำหรับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต สามารถรับชมการถ่ายทอดสดความมันส์ การแข่งขันรายการ Honda One Make Race 2026 ผ่านหน้าจอสด ๆ ได้เช่นเคย ทางเพจ Honda Thailand, Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO autosport
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“เรซซิ่ง สปิริต” ระเบิดศึก TSS 2026 นัดเปิดฤดูกาลกระหึ่มบุรีรัมย์ “บัวขาว” ร่วมสะบัดธงหมากรุก ลุยต่อบางแสน กรกฎาคมนี้!
บริษัท เรซซิ่ง สปิริต จำกัด ผู้จัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับนานาชาติ เดินหน้าเปิดฉากความเดือดต้อนรับฤดูกาลใหม่ในรายการ TSS The Super Series by B-Quik และ B-Quik Thailand Super Series 2026 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ยกทัพขุนพลทางเรียบและรถแข่งหลากสายพันธุ์ดวลความเร็วกันครบรุ่น พร้อมไฮไลต์พิเศษกับการเปิดตัวซัพพอร์ตเรซครั้งแรกของประเทศ “Eight-six Challenge 2026” ท่ามกลางแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่ตบเท้าเข้าชมอย่างคึกคัก
นอกจากเกมการแข่งขันที่เข้มข้นจนนั่งไม่ติดแล้ว เสน่ห์ขอบสนามในเรซนี้ยังทวีความน่าสนใจด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษ “บัวขาว บัญชาเมฆ” ยอดนักมวยไทยระดับโลก ที่ให้เกียรติเดินทางมาชมการแข่งขันอย่างใกล้ชิด พร้อมรับหน้าที่สำคัญในการสะบัดธงตาหมากรุก (Chequered Flag) มอบชัยชนะให้แก่เหล่านักขับในรุ่นใหญ่อย่าง Supercar GT3 และ Supercar GTM สร้างสีสันและบรรยากาศอันน่าจดจำให้กับการเปิดฉากฤดูกาลนี้เป็นอย่างมาก
เริ่มโปรแกรมการแข่งขันนัดเปิดฤดูกาล ด้วยรุ่น Thailand Super Eco เปิดศึกกันถึง 3 สนาม ซึ่งความดุเดือดใน “เรซที่ 1” ทำให้เจ้าของ โพล โพสิชั่น หมายเลข 89 วรัญชิต วัฒนาธนกุล จาก Ruk Team Pumpkin PMC.52 ที่เตรียมตัวมาอย่างดี และรักษาตำแหน่งผู้นำมาได้เกือบครึ่งทาง ต้อง “อกหัก” ให้ความพยายามอย่างหนักของ “หมายเลข 17 Xie Boyu Jonathan (เซียะ ปั๋วอวี่ โจนาธาน) จาก Insane Motorsport by ZIC” ที่ได้คว้าแชมป์แรกของฤดูกาล 2026 ไป
ส่วน “เรซที่ 2” เรียกได้ว่าเป็น “นัดล้างตา” อย่างแท้จริงของ “หมายเลข 82 Aaron Haikal (อารอน ไฮคาล) จาก Dyno Dynamics & SPY Performance by V-ARE PRO GARAGE” ซึ่ง Reverse Grid ขึ้นมาประจำการ โพล โพสิชั่น ออกสตาร์ทขึ้นยาว เก็บชัยชนะไปครองอย่างสวยงาม
“เรซที่ 3” เริ่มต้นด้วยตำแหน่ง โพล โพสิชั่น ของ หมายเลข 87 รภัทกร วงษ์ศิริ จาก ฮอนด้าบางเขน Motul Thailand By Squad Racing Team ก่อนที่สถานการณ์ความเดือดของการแข่งขัน จะพลิกผันให้จบลงด้วยชัยชนะของ “หมายเลข 65 Roni Risman (โรนี ริสแมน) จาก BKC Motorsport”
Thailand Super Pickup ดวลความเร็วสนั่น 3 สนาม ด้วยจำนวนรถรวม Class A, B และ C เกือบ 40 คัน ตลอดจนต้อนรับการลงสนามครั้งแรกของ “กันตธีร์ กุศิริ” ในรถหมายเลข 18 จาก Ford Thailand Racing (FTR) ซึ่งใน “เรซที่ 1” ทำผลงานได้เฉียบขาดคว้า โพล โพสิชั่น และขึ้นนำจนเกือบท้ายการแข่งขัน ก่อนจะโดนเตือน “ควันดำ” ทำให้ “หมายเลข 5 ณัฐวุฒิ พึ่งพรหม จาก อาร์ทการยางเกาะโพธิ์” เป็นผู้คว้าชัยในเรซแรก
ก่อนที่ “หมายเลข 18 กันตธีร์ กุศิริ แห่ง Ford Thailand Racing (FTR)” จะกลับมา “แก้มือ” ใน “เรซที่ 2” อย่างสมศักศรีด์ สตาร์ทจากกริดที่ 4 ส่งตัวเองขึ้นนำในรอบแรกของการแข่งขัน และทิ้งห่างแบบไร้ข้อผิดพลาด และรับธงตาหมากรุก และตำแหน่งแชมป์ไปครองอย่างสะใจ
ส่วน “เรซที่ 3” ถือเป็นเวทีเปิดตัวที่ยอดเยี่ยมของ “หมายเลข 10 ศุภทัศน์ บุญเรือง จาก TOYOTA GR GAZOO ARTO PHC RACING_SKS TURBO_TRANE TITANIUM_TUNE BY AOT” ซึ่ง Reverse Gird ขึ้นมาออกสตาร์ทจาก โพล โพสิชั่น และซิ่งนำม้วนเดียวจบ และเก็บชัยชนะกลับไปได้สำเร็จ
รุ่น Super Touring การเปิดศึกของตัวแรงที่มีทั้งขุมพลัง Turbo และ NA (Naturally Aspirated) ใน “เรซที่ 1” ภายใต้ตำแหน่ง โพล โพสิชั่น ของ หมายเลข 36 Wing Hin Motorsports โดย Nabil Azlan (นาบิล อัซลัน) และAmer Harris Jefry (เอเมอร์ แฮร์ริส เจฟรี่) ทำผลงานเยี่ยม ก่อนที่ความพลิกผันตลอด 60 นาทีจะทำให้ท้ายที่สุด “หมายเลข 55 Nuntamanop Team by M&M-Nexzter-Liqui moly โดย พีรณัฐ นันทมานพ และชนกนันท์ นันทมานพ” คว้าชัยไป
ทางด้าน “เรซที่ 2” ของรุ่น Super Touring หมายเลข 36 Wing Hin Motorsports โดย Nabil Azlan (นาบิล อัซลัน) และAmer Harris Jefry (เอเมอร์ แฮร์ริส เจฟรี่) พร้อมกลับมา “สางแค้น” อีกครั้งในตำแหน่ง โพล โพสิชั่น และออกสตาร์ทขึ้นนำยาวรวดเดียวจบ แต่กลับต้อง “อกหัก” จาก “โทษปรับ” ที่ทำให้ “หมายเลข 38 Wing Hin Motorsports โดย Hiiwan Jian Jwan (ฮีวาน เจียน จวาน) และ Ng Khai EE Dannies (อึ้ง ไค อี แดนนีส์)” เฉือนขึ้นมารับแชมป์ไป
ศึก 60 นาทีของเกมส์เดือดระดับ GT Class จากโปรแกรม TSS The Super Series by B-Quik เปิดฉากโดยรุ่น TSS Supercar GTC แม้สมาชิกไม่มาก แต่การันตีคุณภาพความดุเดือด ด้วยผลงานยอดเยี่ยมจาก “เรซที่ 1” ของ “หมายเลข 24 จาก Toyota Gazoo Racing Thailand โดย ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ และ ณ ดล วัฒนธรรม” ที่สตาร์ทจาก โพล โพสิชั่น ขึ้นนำยาวรวดเดียวจบการแข่งขัน
ก่อนที่จะมา “อกหัก” ใน “เรซที่ 2” เนื่องจากรถมีปัญหาช่วงต้นการแข่งขัน ทำให้หนึ่งเดียวในรุ่น คือ “หมายเลข 37 จาก Toyota Gazoo Racing Thailand โดย มานัต กุละปาลานนท์ และณัฐพงศ์ ห่อทองคำ” ขยับขึ้นมาเป็นเจ้าของแชมป์ทันที หลังรับธงตาหมากรุก
เร้าใจกันต่อกับรุ่น TSS Supercar GT4 ใน “เรซที่ 1” เริ่มต้นด้วยผลงานของ หมายเลข 77 จาก PETROLIFE RACING TEAM โดย อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย และ Hayden Haikal (เฮย์เดน ไฮคาล) ซึ่งรักษาความเป็นผู้นำได้ดี แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะหลังจาก Pit Window Closed “หมายเลข 95 จาก Inging x Autowerks Racing โดย ประคุณ พรประภา และแอนดรู อดุลยวิจิตร” กลับลงสนามพร้อมตำแหน่งผู้นำ และการคุมเกมส์ที่ดีกว่าจนสามารถคว้าแชมป์ไป
ส่วน “เรซที่ 2” มากับตำแหน่ง โพล โพสิชั่น ของ หมายเลข 39 จาก Wing Hin Motorsports โดย Wong Siu Yin (หว่อง ซิ่ว หยิน) และ Mitchell Cheah Min Jie (มิทเชล เชีย มิน จาย) ที่ออกสตาร์ทในตำแหน่งผู้นำ พร้อมๆ กับรับมือการแย่งชิงอันดับอันดุเดือด ตั้งแต่ต้นการแข่งขัน และ Pit Window Closed ก็ยังคงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ตำแหน่งแชมป์ กลายเป็นของ “หมายเลข 91 จาก AAS Motorsport โดย เดชาธร ภู่อัครวุฒิ และกันตธีร์ กุศิริ” ซึ่งพลิกขึ้นมาเป็นผู้นำจนจบการแข่งขัน
สำหรับรุ่น TSS Supercar GTM ทั้งใน “เรซที่ 1” และ “เรซที่ 2” เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาอย่างยอดเยี่ยมของ “หมายเลข 77 จาก PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล และ Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน)” ซึ่งร่วมกันทำผลงานนัดเปิดฤดูกาลอย่างไร้ที่ติ ด้วยการเหมารวมทั้ง โพล โพสิชั่น และตำแหน่งแชมป์ ไปครองแบบสมศักศรีดิ์
เช่นเดียวกับรุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3 ซึ่งใน “เรซที่ 1” ยอดมือขับในรถแข่ง “หมายเลข 12 จาก Singha Motorsport Team Thailand โดย ปิติ ภิรมย์ภักดี และ กันตศักดิ์ กุศิริ” ประกาศศักดาการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งจากการคว้า โพล โพสิชั่น และผลงานในการแข่งขัน ซึ่งออกสตาร์ทขึ้นนำทิ้งห่าง จนจบการแข่งขัน และรับตำแหน่งแชมป์ได้ครองอย่างสมบูรณ์แบบ
ส่วน “เรซที่ 2” เป็นเกมส์ที่ไม่ง่ายนัก เมื่อ B-Quik Absolute Racing พร้อมรบโดยสมบูรณ์เช่นกัน แม้โพล โพสิชั่น จะเป็นของ หมายเลข 89 จาก Singha Motorsport Team Thailand โดย วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี และ Carlo Van Dam (คาร์โล แวน แดม) และสถานการณ์เกมส์ที่พลิกผัน ก่อนได้บทสรุปตำแหน่งแชมป์ที่ตกเป็นของ “หมายเลข 27 จาก B-Quik Absolute Racing โดย Daniel Bilski (แดเนียล บิลส์กี้) และ สถาพร วีระเชื้อ”
พลาดไม่ได้กับรายการ Support Race ครั้งแรกของประเทศไทย Eight-six Challenge Thailand 2026 ซึ่ง “หมายเลข 33 วงศพัทธิ์ เกตุศิริ จาก Idemitsu Racing Team Thailand by AP” ทำผลงานยอดเยี่ยม ด้วยการคว้า 2 แชมป์ไปครองทั้งใน “เรซที่ 1” และ “เรซที่ 2”
ปิดฉากความดุเดือด โปรแกรมการแข่งขัน TSS The Super Series by B-Quik และ B-Quik Thailand Super Series สมศักศรีดิ์ นัดเปิดฤดูกาล 2026 เป็นที่เรียบร้อย ส่วนแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่พลาดความมันส์สดๆ แบบชิดขอบสนาม สามารถติดตามชมความมันส์ย้อนหลัง ได้จากหลากหลายช่องทาง เช่น www.thailandsuperseries.net และ www.facebook.com/ThailandSuperSeries
ก่อนจะพบกันอีกครั้งในวันที่ 1 – 5 กรกฎาคมนี้ ที่ Bangsaen Grand Prix 2026 กับการแข่งขันแบบ Street Circuit บนถนนเลียบชายหาดที่สวยงามที่สุดในระดับอาเซียน โดยสามารถรับชมได้ทั้งแบบใกล้ชิดติดขอบสนาม หรือ Live สด ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น www.thailandsuperseries.net และ www.facebook.com/ThailandSuperSeries เช่นกัน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ต้อนรับ The new S-Class ในคาราวานระดับโลก “140 Years. 140 Places.” ปักหมุดประเทศไทยสู่จุดหมายหลักของแคมเปญเฉลิมฉลองแห่งปี ซึ่งครอบคลุม 6 ทวีปทั่วโลก
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จัดงานเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) ภายใต้แคมเปญ “140 Years. 140 Places.” รับการมาเยือนของคาราวานระดับโลก นำโดย The new S-Class รถยนต์ระดับแฟล็กชิปของแบรนด์ที่เดินทางมาจัดแสดง ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก หลังการเปิดตัวแบบ World Premiere เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พร้อมเปิดโอกาสให้คนไทยได้เป็นเจ้าของ The new Mercedes-Maybach S-Class ที่มีให้เลือกทั้งแบบ MANUFAKTUR package และรุ่นพิเศษอย่าง Mercedes-Maybach S 580 e Night Series ที่วางจำหน่ายในราคา 14,000,000 บาท แบบจำนวนจำกัดเพียง 16 คัน ในประเทศไทย เพื่อฉลองความสำเร็จในการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-มายบัค อย่างเป็นทางการ ทั้ง 10 แห่ง รวมถึงการยกระดับความสะดวกสบายของลูกค้าแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ให้สามารถเข้ารับบริการได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการฯ ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องไปกับกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ในเซกเมนต์ Top-End Luxury และรถยนต์สมรรถนะสูงในประเทศไทย
ภายในงาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เนรมิต Community Space ของคนรักรถอย่าง “DAS HAUS BKK” ให้กลายเป็นพื้นที่เฉลิมฉลองหมุดหมายครั้งสำคัญของโลกแห่งยานยนต์ โดยมีการจัดแสดงรถยนต์ในกลุ่ม Mercedes-Benz Classic Car หลากหลายรุ่น สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางมรดกและประวัติศาสตร์อันยาวนาน พร้อมเชื่อมโยงเรื่องราวแห่งความสำเร็จในอดีตสู่ยุคปัจจุบันด้วยการจัดแสดง The new S-Class ที่ทีมงานชาวเยอรมันเดินทางขับขี่ข้ามทวีปมาจนถึงกรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ระดับโลกและเป็นส่วนหนึ่งของ Mercedes-Benz Club ที่ประกอบไปด้วยสมาชิกและแฟนๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จากทั่วทุกมุมโลก
มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้มีการสื่อสารอย่างต่อเนื่องว่าในปีนี้ เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้คนที่หลงใหลในยนตรกรรม เนื่องในโอกาสครบรอบ 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) นับตั้งแต่คาร์ล เบนซ์ (Carl Benz) จดสิทธิบัตรในการสร้างรถยนต์คันแรกของโลกเมื่อปี ค.ศ. 1886ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดวิวัฒนาการของการเดินทางมาจนถึงปัจจุบัน โดยตลอดช่วงศตวรรษที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีบทบาทในฐานะผู้บุกเบิกนวัตกรรมยานยนต์ ทั้งในด้านเทคโนโลยี ที่ล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยที่ถูกประยุกต์ใช้ในรถยนต์ของทุกยุคสมัย ไปจนถึงการพัฒนาสมรรถนะการขับขี่และความสะดวกสบายที่เหนือชั้น และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก
โดยหนึ่งในแคมเปญเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คือกิจกรรม “140 Years. 140 Places.” การเดินทางในรูปแบบคาราวานข้ามทวีป พร้อมการเผยโฉม The new S-Class ที่จะนำขบวนไปพบเจอกับผู้ที่หลงใหลในแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากทั่วทุกมุมโลก โดยเดินทาง ขับขี่ด้วยระยะทางรวมกว่า 50,000 กิโลเมตร ผ่าน 6 ทวีปทั่วโลก เริ่มต้นที่ Mercedes-Benz Museum ในเมือง Stuttgart ประเทศเยอรมนี ไปยังมีจุดหมายที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญกว่า 140 แห่ง เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกของ Mercedes-Benz Club และแฟนๆ ทุกคน ได้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับแบรนด์อย่างใกล้ชิด รวมถึงการจัดกิจกรรม Meet & Greets และการโชว์เคสสุดพิเศษที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และสำหรับประเทศไทย เราได้รับเลือกเป็นจุดหมายสำคัญของการเดินทางในครั้งนี้ ซึ่งคาราวาน The new S-Class ได้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยทางจังหวัดอุบลราชธานี
ผ่านพื้นที่เขาใหญ่ และเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ โดยมีกำหนดการที่จะมุ่งหน้าสู่หัวหินและหาดใหญ่ ก่อนจะไปยังจุดหมายถัดไปที่ประเทศมาเลเซีย”นอกจากการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำของรถยนต์ในเซกเมนต์ Top-End Luxury ด้วยการประกาศขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการเมอร์เซเดส-มายบัค อย่างเป็นทางการ เพิ่มขึ้นอีก 7 แห่งรวมเป็น 10 แห่ง ที่พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ววันนี้ โดยจากความสำเร็จในครั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าชาวไทยเป็นเจ้าของสุดยอดยนตรกรรม The new Mercedes-Maybach S-Class รุ่นปรับโฉม ที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดโลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมาพร้อมโปรแกรมการตกแต่งรถยนต์แบบ MANUFAKTUR package ที่ลูกค้าสามารถเลือกออกแบบรถยนต์ในแบบฉบับของตัวเองโดยไม่จำกัดรูปแบบที่ตายตัว ตั้งแต่การใช้โทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ การเลือกใช้วัสดุขั้นสูง และการตกแต่งด้วยงานแฮนด์เมดรอบคัน
และอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์สำคัญ คือการเปิดจำหน่าย Mercedes-Maybach S 580 e Night Series ในราคา 14,000,000 บาท แบบจำนวนจำกัดเพียง 16 คัน ในประเทศไทย โดยในรุ่น Night Series จะโดดเด่นด้วยชุดแต่งที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนโครเมียมแบบ Dark Chrome และพื้นผิวตัวถังที่มีความเงางามระยิบระยับเปรียบเสมือนเพชรที่ได้รับการเจียระไนอย่างประณีต รวมถึงการตกแต่งภายในห้องโดยสารที่ยกระดับความหรูหราขึ้นไปอีกขั้น มาพร้อมสีตัวถังที่ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งในโทนสีเทา สีดำ และสีขาว จนไปถึงสีทูโทนสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสานคู่สีระหว่างสีดำ Onyx Black และสีเงิน Mojave Silver ได้อย่างลงตัว สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการ ทั้ง 10 แห่ง ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
- บริษัท แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ จำกัด (ATTA Autohaus)
- บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด (Benz BKK Group)
- บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด (Benz BKK Vipawadee)
- บริษัท เบนซ์ พระราม 3 จำกัด (Benz Praram 3)
- บริษัท เบนซ์ ราชครู จำกัด (Benz Rajchakru)
- บริษัท ทองหล่อ-รามอินทรา จำกัด (Benz Thonglor)
- บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด (Primus Autohaus)
- บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด (Suanluang Autohaus)
- บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด (Thonburi Phanich)
- บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด (TTC Motor)
ลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM เริ่มส่งมอบ GWM ORA 5 ถึงมือลูกค้าชาวไทย
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขาย ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM จับมือพาร์ทเนอร์สโตร์ทั่วประเทศเริ่มส่งมอบ GWM ORA 5 รถยนต์ SUV-B เจเนอเรชันใหม่ให้แก่ลูกค้าแล้ว โดยเน้นย้ำเรื่องคุณภาพ มาตรฐานการส่งมอบ และให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขายที่สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและครบวงจรเพื่อสร้างความมั่นใจและอุ่นใจตลอดระยะเวลาในการเป็นเจ้าของรถ GWM
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) เปิดเผยความคืบหน้าของการส่งมอบ GWM ORA 5 รถยนต์ SUV-B
เจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อม 2 ขุมพลัง ทั้งระบบไฮบริด (HEV) และระบบไฟฟ้า 100% (EV) ให้กับลูกค้าคนไทยว่าบริษัทฯ ได้ประสานการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์สโตร์ทั่วประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งมอบรถให้ถึงมือลูกค้าโดยเร็วที่สุดตามมาตรฐานคุณภาพการส่งมอบของ GWM โดยปัจจุบัน บริษัทฯ ได้เริ่มส่งมอบรถอย่างเป็นทางการให้แก่ลูกค้าแล้ว เริ่มจากลูกค้าที่จองในช่วงระหว่างงาน Motor Show 2026 และระหว่างวันที่ 6–30 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการส่งมอบรถอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนนี้ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจะได้รับการส่งมอบตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไปนอกเหนือจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแล้ว GWM ยังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดและสอดคล้องกับปณิธานของบริษัทฯ ในการก้าวสู่การเป็นอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์จีน โดยปัจจุบัน GWM มีเครือข่ายบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง พร้อมดูแลลูกค้าทั่วประเทศผ่านพาร์ทเนอร์สโตร์กว่า 70 แห่ง ด้วยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังที่มีการรับประกันคุณภาพงานซ่อมและอะไหล่แท้ตามมาตรฐานของ GWM ตลอดจนระบบบริหารจัดการชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ สามารถจัดส่งอะไหล่ได้รวดเร็วภายใน 7 วัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน GWM หรือ GWM Call Center 02-668-8888 เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้งานในทุกเส้นทางตลอดการเป็นเจ้าของรถ GWM
GWM แนะนำ GWM ORA 5 อย่างเป็นทางการสู่ตลาดเมืองไทยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทยด้วยจุดเด่นของการเป็นรถยนต์ SUV-B เจนเนอเรชันใหม่ซึ่งมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานสมรรถนะเข้ากับระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อันล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยขั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับขี่ GWM ORA 5 โดยมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำด้านผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิดได้แล้วที่ GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888 และเว็บไซต์ www.gwm.co.th
#GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA5 #ORA5HEV #ORA5EV #BEV #HEV
#GWMSmartFactory #Rayong
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
Honda City ใหม่ ดีไซน์สปอร์ตยิ่งขึ้น อัปอุปกรณ์ครบครัน พร้อมแนะนำรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่ เข้าถึงง่ายกว่าเดิม เปิดจองสิทธิ์เป็นเจ้าของก่อนใครในไทย 22 พ.ค. – 30 มิ.ย. นี้
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยภาพ Honda City ใหม่ อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย โดยเปิดรับลงทะเบียนจองสิทธิ์การเป็นเจ้าของล่วงหน้าระหว่างวันที่ 22 พ.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 พร้อมรับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท** ก่อนเตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่มาพร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษเร็ว ๆ นี้! โดดเด่นด้วยลุคใหม่ที่อัปความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่น อีกทั้งไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ สะท้อนความล้ำสมัย สะดุดตา รวมทั้งไฟท้าย LED แบบ Clear lens ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่!* ตอบโจทย์ที่ลูกค้ามองหา อาทิ
- ใหม่! ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS)
- ใหม่! ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว
- ใหม่! ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
- ใหม่! อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
- ใหม่! กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ
ให้คุณสะท้อนตัวตนได้อย่างแตกต่าง กับทางเลือก 2 สไตล์ ทั้งซีดาน และแฮทช์แบ็ก 5 ประตู กับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อน ทั้งระบบฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid มอบสมรรถนะการขับขี่สนุกเร้าใจ
และขุมพลัง VTEC TURBO ขับสนุกทุกย่านความเร็ว เร่งแซงทันใจ พร้อมปรับโฟกัสสู่ไลน์อัปไฮบริด เพิ่ม ! รุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่เพื่อตอบโจทย์ตลาดและให้ลูกค้าเข้าถึงประสบการณ์รถไฮบริดของฮอนด้าในกลุ่มซิตี้คาร์ได้ง่ายกว่าเดิมHonda City ใหม่ ทั้งรุ่นซีดาน และแฮทช์แบ็ก มาพร้อมทางเลือกรุ่นละ 4 รุ่นย่อย ได้แก่
- รุ่นขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV 3 รุ่นย่อย
- รุ่น e:HEV RS – จัดเต็มทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน ตอบโจทย์ทั้งสายสมรรถนะและสไตล์
- รุ่น e:HEV SV – ครบครัน คุ้มค่า ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานทุกวัน
- ใหม่! รุ่น e:HEV V – รุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่ เปิดประสบการณ์ความคุ้มค่า ให้คุณเป็นเจ้าของรถไฮบริดได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมสัมผัสฟีลลิ่งการขับขี่แบบฟูลไฮบริดในแบบฉบับของฮอนด้า
- รุ่นขุมพลัง VTEC TURBO 1 รุ่นย่อย
- รุ่น S – ทางเลือกเริ่มต้นของไลน์อัป กับขุมพลัง VTEC TURBO มอบสมรรถนะที่คล่องตัว คุ้มค่า และมั่นใจในทุกการขับขี่
Honda City ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี แตกต่างกันไปตามรุ่นซีดาน และแฮทช์แบ็ก ได้แก่
- ใหม่! สีแดงเบลซิง (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
- ใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
พิเศษ ! เฉพาะ New Honda City Hatchback รุ่น e:HEV RS ใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) มาพร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) - สีขาวแพลทินัม (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV SV)
- สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) (เฉพาะรุ่น e:HEV SV และ e:HEV V)
- สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)
- สีดำคริสตัล (มุก)
- สีขาวทาฟเฟต้า(เฉพาะรุ่น e:HEV V และ S)
พร้อมใหม่! ทางเลือกสีภายในห้องโดยสารสีเทาแพลทินัม เฉพาะ New Honda City รุ่นซีดาน รุ่นย่อย e:HEV SV ที่สามารถเลือกจับคู่ได้กับสีภายนอกสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) หรือสีดำคริสตัล (มุก) เท่านั้น
Honda City ใหม่ พร้อมให้คุณจองสิทธิ์เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้! ผ่านที่ปรึกษาการขาย ณ โชว์รูมฮอนด้า
ทั่วประเทศ พร้อมรับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท** โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้- ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
- ดำเนินการจองอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. 2569 – 31 ก.ค. 2569
- รับรถ ภายในวันที่ 31 ส.ค. 2569
ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/city และ www.honda.co.th/cityhatchback และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Honda City ใหม่ ในตลาดประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ พร้อม
เซอร์ไพรส์ที่จะมาเขย่าความเร้าใจให้ทะลุทุกขีดจำกัด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
























































































































































































































