-
ผถห.PTG ไฟเขียวจ่ายปันผลเพิ่มอีก 0.25 บ./หุ้น เตรียมรับทรัพย์ 16 พ.ค.นี้-ปักหมุดลุย Non-Oil รุกขยายสาขาพันธุ์ไทย ดันเป้าสิ้นปีแตะ2 พันสาขา

ผู้ถือหุ้น บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ขานรับมติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2567 เพิ่มอีกในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 16 พ.ค.นี้ ฟากซีอีโอ “พิทักษ์ รัชกิจประการ”ระบุแนวโน้มธุรกิจปี 68 สดใส รับอานิสงส์จากธุรกิจ Non-Oil เติบโตโดดเด่น ชูธงกาแฟพันธุ์ไทยเป็นธุรกิจขับเคลื่อนสำคัญ จากแผนขยายสาขาตั้งเป้าสิ้นปีแตะกว่า 2,000 สาขา และยอดสมาชิกบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus เพิ่มขึ้น พร้อมตั้งเป้ายอดขายน้ำมันเติบโต 5-10 %
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล สำหรับงวดปี 2567 (1 มกราคม -31ธันวาคม 2567) ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดเพิ่มอีกในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (1 มกราคม – 30 กันยายน 2567) ให้แก่ผู้ถือหุ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท รวมจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นสำหรับงวดปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 584,500,000 บาท ซึ่งกำหนดวันจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568
“การจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ถือเป็นการจ่ายที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่ยังเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ถือหุ้นที่เชื่อมั่นและไว้วางใจในผู้บริหาร ธุรกิจ และผลประกอบการที่เติบโตอย่างมีศักยภาพ โดยบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการเสริมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร เพื่อเป้าหมายให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างครอบคลุม และสามารถใช้ชีวิตภายใต้ระบบนิเวศของบริษัทฯ ได้อย่าง อยู่ดี มีสุข ซึ่งในส่วนของผู้ถือหุ้นอยากให้เติบโตไปพร้อม ๆ กัน รวมทั้งขอให้เชื่อมั่นในทีมผู้บริหารว่าจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ เพื่อนำพาบริษัทฯ ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น” นายพิทักษ์ กล่าว
สำหรับทิศทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2568 เชื่อว่าจะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ยังคงเน้นการขยายเครือข่ายธุรกิจในทุกมิติ พร้อมพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งตั้งเป้าหมายการเติบโตของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันธุรกิจ Oil ไว้ที่ 5-10% จากปีก่อน เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการขยายเครือข่ายสถานีบริการ PT อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการ Renovate สถานีบริการและพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบวงจรและทันสมัย รองรับระบบบดิจิทัล เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการเติบโตของฐานสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า 25 ล้านคน โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนสถานีบริการให้ครบ 2,279 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ 2568
นอกจากนี้ ยังได้รับอานิสงส์จากธุรกิจ Non-Oil โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทยที่ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของธุรกิจจากการขยายสาขาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีอยู่กว่า 2,000 สาขา โดยยังคงพัฒนาแคมเปญส่งเสริมการขายรวมถึงเมนูใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นการใช้บริการซ้ำ
อีกทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมที่ขยายตัวต่อเนื่องจากความต้องการของลูกค้าสมาชิกและบุคคลทั่วไปที่เพิ่มขึ้น และบริษัทฯ ยังเดินหน้าขยาย Autobacs, Max Mart และ Subway ซึ่งเป็น Touchpoints สำคัญที่ช่วยเสริมระบบนิเวศทางธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ (ไม่รวม LPG) ธุรกิจ Non-Oil ไว้ที่ 40-50% จากปีก่อน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
เบนท์ลีย์ แบงค็อก จัดแสดง Bentayga Hybrid พร้อมยกระดับความหรูหราในงาน Forbes Thailand CEO Golf Tournament 2025

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดแสดง Bentley Bentayga Hybrid อัครยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่จะยกระดับความหรูหราไปอีกขั้น พร้อมเปิดสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบเอ็กซ์คลูซีฟในงาน Forbes Thailand CEO Golf Tournament 2025 การแข่งขันกอล์ฟระดับพรีเมียมที่ได้รวบรวมเอาผู้นำ CEO และผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายแวดวงอุตสาหกรรมชั้นนำในประเทศไทยเข้ามาไว้ในงานเดียวเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง จัดโดยนิตยสารฟอร์บสไทยแลนด์ ณ สนามกอล์ฟ Riverdale Golf Club สนามคุณภาพระดับแชมเปี้ยนชิพในจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา

แขกผู้ร่วมงานได้มีโอกาสยลโฉม Bentley Bentayga Hybrid อัครยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ระดับ Ultra Luxury SUV ที่มาพร้อมกับสมรรถนะและประสิทธิภาพในการขับขี่จากขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 ไฮบริดที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ของเหล่าผู้นำยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผู้สนใจทดลองขับยังได้ลองสัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ในแบบ The Finest Drive ที่ผสานเอาความเร้าใจและความสะดวกสบายในการขับขี่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวร่วมกับที่ปรึกษาการขายผู้เชี่ยวชาญที่ค่อยกำกับดูแลและให้ข้อมูลรถยนต์ในขณะขับขี่อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางการทดลองขับเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ทีเหนือชั้นได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ เบนท์ลีย์ แบงค็อกได้นำคอลเลกชันเบนท์ลีย์ สินค้าของที่ระลึกจากแบรนด์นำเข้าจากโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประเทศอังกฤษ พร้อมส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ไลฟ์สไตล์หรูสัญชาติอังกฤษมาให้ได้เลือกสรรกันภายในงาน

สำหรับงาน Forbes Thailand CEO Golf Tournament 2025 ถือเป็นครั้งแรกของฟอร์บสไทยแลนด์กับการแข่งขันกอล์ฟระดับพรีเมียม พร้อมดินเนอร์ทอล์คสุดพิเศษในหัวข้อ “โปรกอล์ฟกับการดูแลตัวเอง” โดย อ.นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและผู้ก่อตั้งคลินิก PYONG Rehabilitation Clinic ซึ่งนำเสนอแนวคิดเรื่องสุขภาพในมุมของผู้นำองค์กรที่ต้องพร้อมทั้งกายและใจท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รวมตัวกันเพียงเพื่อการแข่งขัน แต่เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความสัมพันธ์ พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง และต่อยอดความร่วมมือในอนาคต พร้อมปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวงทรีโอ Royal Bangkok Symphony Orchestra: RBSO ที่มาร่วมขับกล่อมเสียงเพลงในบรรยากาศสุดพิเศษนี้

สำหรับการเปิดรับคำสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่มาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) และ Service Package (สำหรับเครื่องยนต์รุ่น V8 Hybrid เท่านั้น) นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษ โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
รัฐเร่งวางเกณฑ์อนุญาตนำเข้ารถโบราณ เน้นส่งเสริมอนุรักษ์ สร้างงานซ่อมบำรุง หนุนซอฟท์พาวเวอร์ไทย

สมาคมรถโบราณฯ แจ้งความคืบหน้ามติ ครม. ไฟเขียวนำเข้ารถโบราณ หนุนงานช่างไทย สร้างซอฟท์พาวเวอร์ กระตุ้นเศรษฐกิจ

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 12 มีนาคม 2567 และ 22 เมษายน 2568 อนุมัติกฎหมายนำเข้ารถโบราณเพื่อการอนุรักษ์นั้น
สมาคมฯ ต้องขอขอบคุณภาครัฐที่รับฟังข้อมูลด้วยดีมาตลอด โดยขอสรุปมติ ครม. และประเด็นที่เคยร่วมหารือกับหน่วยงานต่างๆ กรณี “การนำเข้ารถโบราณที่มีอายุเกิน 30 ปี” ซึ่งจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของ 6 หน่วยงานรัฐ ดังนี้
1 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดรับฟังความคิดเห็นแล้วและอยู่ระหว่างเตรียมออกประกาศอนุญาตให้นำเข้ารถยนต์โบราณตามมติ ครม.
2 กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างปรับเกณฑ์ยกเว้นเรื่องการปล่อยไอเสียของรถโบราณ ซึ่งจะถูกจำกัดจำนวนวันใช้รถ
3 กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างยกร่างประกาศลดอัตราอากร และยกเว้นอากรศุลกากร สำหรับรถยนต์โบราณ สำหรับรถยนต์นั่งตามพิกัดอัตราศุลกากร ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปี แต่ไม่เกิน 100 ปี และพิกัดอัตราศุลกากรรถยนต์โบราณที่มีอายุตั้งแต่ 100 ปี
4 กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างออกประกาศกำหนดภาษีสรรพสามิตที่จะใช้จัดเก็บภาษีรถยนต์โบราณอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ไม่รวมถึงรถกระบะ และมอเตอร์ไซค์ โดยคิดคำนวณภาษีจากราคาประเมินสากลที่เป็นปัจจุบัน และถูกประกาศโดยกรมสรรพสามิต ทั้งนี้คาดว่าจะกำหนดอัตราขั้นต่ำที่ 2 ล้านบาท
5 กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ผลักดันเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มบทนิยามรถโบราณกำหนดขนาด ลักษณะ ของแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์โบราณเป็นป้ายสีดำ ตัวอักษรสีขาว
6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมออกกฎให้รถยนต์โบราณชุดนี้วิ่งได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่นำไปจัดแสดงตามกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจำนวนวันต้องรอประกาศเป็นทางการอีกครั้ง
“การอนุญาตนำเข้ารถโบราณช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์รถโบราณ และรถคลาสสิคให้คึกคักขึ้น เก็บภาษีได้เพิ่ม ช่วยสร้างงานซ่อมบูรณะให้ช่างไทย ส่งเสริมซอฟท์พาวเวอร์ เพิ่มมนต์เสน่ห์ให้การท่องเที่ยวได้อย่างดี สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยพร้อมขยายกิจกรรมประจำปีต่างๆ ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม” ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวเพิ่มเติม
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
เติมความเข้ม เต็มความสดชื่น ที่ พีทีที สเตชั่น รับคูปองส่วนลดกาแฟพร้อมดื่ม คาเฟ่ อเมซอน ไปเลย 10 บาท!

ซัมเมอร์นี้แวะพักเติมพลังกันที่ พีทีที สเตชั่น แล้วรับความสดชื่นคูณสองกลับไปแบบคุ้มสุด ๆ แค่เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ครบ 600 บาท/ใบเสร็จ รับฟรี! คูปองส่วนลด 10 บาท สำหรับซื้อกาแฟพร้อมดื่ม คาเฟ่
อเมซอน ทุกรสชาติ จำนวน 1 ขวด ที่ร้าน Jiffy หรือ 7-ELEVEN เฉพาะสาขาที่อยู่ใน พีทีที สเตชั่น เท่านั้นเติมปุ๊บ รับสิทธิ์ปั๊บ! ไม่ต้องลงทะเบียน แค่รับคูปองท้ายใบเสร็จน้ำมัน ก็ใช้ได้เลยทันที ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2568 – 23 พฤษภาคม 2568 งานนี้ใครชอบความเข้มเต็มรส คาเฟ่ อเมซอน ห้ามพลาด แถมได้สิทธิ์พิเศษเพิ่มอีก 2 ต่อแบบจุก ๆ
- ต่อที่ 1 สมาชิกบลูพลัส เติมเบนซินและแก๊สโซฮอล์ XTRA SAVE ลดทันที 50 สตางค์/ลิตร หรือเลือกเติม พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ 95 SUPER POWER ลดจัดหนักถึง 3 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2568
- ต่อที่ 2 เติมน้ำมันครบทุก 500 บาท รับฟรี! น้ำดื่มขนาด 600 มล. สดชื่นทันทีที่รถจอด ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2568
ไม่ว่าจะขับไปไหน ก็อย่าลืมรีบไปเติมความเข้ม เต็มความสดชื่น พีทีที สเตชั่น จุดพักเติมพลังที่พร้อมให้คุณมากกว่าแค่คุณภาพน้ำมัน ทั้งโปรดี ๆ ของกินของใช้ครบครัน และเติมเต็มทุกความสุขทุกการเดินทาง ติดตามโปรโมชันและกิจกรรมอื่น ๆ ได้ที่ Facebook Fanpage: PTT Station หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1365 Contact Center
#พีทีทีสเตชั่น #PTTStation #เติมความเข้มเต็มความสดชื่น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car2 Min Read
SAIC MOTOR CORPORATION ผนึกกำลังแบรนด์ในเครือภายใต้แนวคิด “ONE SAIC” ร่วมโชว์เทคโนโลยีและวิสัยทัศน์ระดับโลก ในงาน Shanghai Auto Show 2025

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของบริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ผ่านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกในงาน Shanghai Auto Show 2025 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ โดยในปีนี้มาพร้อมแนวคิด “ONE SAIC” ซึ่งเป็นการรวมพลัง
ของแบรนด์ในเครือกว่า 10 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก นำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ “More than Auto – เหนือกว่าการเข้าใจรถ คือการเข้าใจผู้ใช้รถ” ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้า
ด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่ผู้ใช้รถในทั่วโลกมีโอกาสเข้าถึงโดยเท่าเทียมกัน และสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะร่วมกันSAIC MOTOR CORPORATION เดินหน้าพัฒนายนตรกรรมให้ตอบโจทย์กับเทรนด์ตลาดโลกภายใต้ยุทธศาสตร์ “Globalization to Localization” (GLOCAL 3.0) มุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีในกลุ่มยานยนต์พลังงานใหม่ เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระบบไฮบริด HEV เจเนอเรชันใหม่ และแบตเตอรี่โซลิดสเตต ฯลฯ
ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศที่ผสานวิสัยทัศน์ระดับโลกกับการดำเนินงานเฉพาะพื้นที่ ขณะเดียวกัน
มีการวางกลยุทธ์แบรนด์ และผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมในแต่ละภูมิภาค พร้อมคำนึงถึงบริการหลังการขาย
ที่มีประสิทธิภาพ ในงาน Shanghai Auto Show 2025 ปีนี้ จึงนำเสนอยนตรกรรมที่แสดงถึงศักยภาพของ SAIC MOTOR CORPORATION ผ่าน 3 แกนหลัก ดังนี้- นวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่ก้าวล้ำ และการยกระดับระบบนิเวศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
SAIC MOTOR CORPORATION สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยเป็นเจ้าแรกที่นำเสนอ “ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ 3.0 แบบเชิงปกป้อง และป้องกัน” ทั้งโครงสร้างตัวถัง ระบบช่วงล่าง และการควบคุมระบบต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ จากความร่วมมือกับพันธมิตรด้าน AI ระดับแนวหน้าของจีนอย่าง Horizon Robotics, ZHUOYU, Harmony Intelligent Mobility Alliance และ Momenta เพื่อสร้างยนตรกรรมที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร อาทิ เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ ห้องโดยสารอัจฉริยะ ระบบช่วงล่างขั้นสูง
อีกทั้งยังร่วมมือกับ Huawei พัฒนาแบรนด์และยานยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่ระดับไอคอนิค ในขณะเดียวกัน
ได้ยกระดับประสิทธิภาพของระบบเชื่อมต่อโดยร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง OPPO และ Volcano Engine เพื่อมอบประสบการณ์ดิจิทัลในรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ และยกระดับความมั่นใจกับการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่จาก เอ็มจี ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
- เขย่าอุตสาหกรรมด้วยยนตรกรรมใหม่ สู่ความเป็น “ONE SAIC”
ปีที่ผ่านมา SAIC MOTOR CORPORATION กวาดยอดขายส่งสะสมรวม 4.013 ล้านคัน และมียอดส่งมอบ
สู่มือลูกค้าแล้ว 4.639 ล้านคัน โดยมียอดขายจากแบรนด์ในเครือสูงถึง 2.408 ล้านคัน หรือคิดเป็น 60%
ของยอดรวมทั้งหมด โดยรถยนต์พลังงานใหม่ทำสถิติยอดขายกว่า 1.234 ล้านคัน เติบโตขึ้น 9.9%
พร้อมความภาคภูมิใจในการขยายโอกาสธุรกิจสู่ตลาดระดับโลก ด้วยยอดส่งออก 1.082 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 2.6%
แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านนโยบายจากสหภาพยุโรป โดย ณ ปัจจุบัน SAIC MOTOR CORPORATION สามารถเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยยอดสะสมกว่า 5.5 ล้านคันถึงสิ้นปี ค.ศ. 2024
และยังคงเดินหน้ารุกตลาดรถยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่องด้วยโกลบอลโมเดลที่ครอบคลุมทุกรูปแบบ
การขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง NEW MG S5 EV และ NEW MG4 ELECTRIC
รวมถึงรถยนต์ไฮบริด เจเนอเรชันล่าสุดอย่าง ALL NEW MG3 HYBRID ทั้งยังสร้างความมั่นใจด้วยฐานการผลิตชิ้นส่วนในต่างประเทศกว่า 100 แห่ง ศูนย์บริการ และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการกว่า 3,000 ราย มีศูนย์วิจัยผลิตภัณฑ์ (R&D Center) ในลอนดอน สหราชอาณาจักร ซิลิคอนแวลลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล รวมถึงการสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย และปากีสถาน ซึ่งถือ
เป็นการเติบโตที่โดดเด่นท่ามกลางกระแสตลาดที่ท้าทาย


ในปีนี้ SAIC MOTOR CORPORATION วางกลยุทธ์การตลาดสู่ความเป็นหนึ่งภายใต้แนวคิด “ONE SAIC” ที่นำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำหน้าเหนือจินตนาการ เริ่มต้นจาก
- แบรนด์ MG กับ “NEW MG CYBER X” ยนตรกรรมดีไซน์ทรงกล่อง (Boxy SUV) มาพร้อมนวัตกรรมและการออกแบบสุดล้ำสมัย สะท้อนปรัชญา “เทคโนโลยีเพื่อทุกคน” ผ่านรูปลักษณ์เน้นความเป็นเหลี่ยมสันจากทุกมุมและสมรรถนะที่ตอบโจทย์อนาคต รวมถึงรถรุ่นอื่น ๆ อย่าง NEW MG CYBERSTER สีใหม่
และ รุ่น Black Edition ฉลองครบรอบ 101 ปี และ โกลบอลโมเดลรุ่นอื่น ๆ อย่าง NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG S5 EV - แบรนด์ Roewe กับรถ SUV และซีดานหรูระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “PEARL OF CHINA” นำเสนอผลงานการออกแบบโดย Jozef Kabaň – Vice President of SAIC DESIGN ผู้สร้างสรรค์
ความหรูหราในแบบร่วมสมัย - อีกครั้งกับการปฏิวัติวงการรถยนต์อัจฉริยะของแบรนด์ IM ด้วย “IM L6 หรือ IM5” ความสำเร็จ
ของรถยนต์ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนร่วมกับ AI ส่งมอบนวัตกรรมให้กับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
ในราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงการเปิดตัวรถ Premium Intelligent e-SUV อย่าง IM6 เข้าสู่ตลาดโลก - แบรนด์ MAXUS เน้นยนตรกรรมเพื่อการพาณิชย์ที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร ด้วยการจัดแสดง Concept Car ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ออฟโรดภายในเมือง ซึ่งหลอมรวมดีไซน์พรีเมียมและจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยได้อย่างกลมกลืน
- และแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ อาทิ SAIC GM Wuling, SAIC Volkswagen, SAIC General Motors
ที่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- นวัตกรรมการโต้ตอบและปฏิสัมพันธ์ที่เสมือนจริงด้วย Smart Travel Experience
SAIC MOTOR CORPORATION ได้จัดแสดงนวัตกรรมเพื่อมอบประสบการณ์เสมือนจริงเต็มรูปแบบ
โดยแปลงโฉมพื้นที่ให้เป็น “Smart Travel Experience Hall” นำเสนอเทคโนโลยีอัจฉริยะผ่านหลากหลายโซนไฮไลท์ ได้แก่ โซนทดลองขับด้วยเทคโนโลยี VR จำลองสถานการณ์การขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 โซนจัดแสดงการแยกชิ้นส่วนแบตเตอรี่โซลิดสเตต ตลอดจนโซนอุปกรณ์ปฏิสัมพันธ์ภายในห้องโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งภายในพื้นที่
ได้รับการตกแต่งให้เป็น “เสมือนอยู่บ้าน” ที่ส่งผลต่อประสาทสัมผัสทั้งภาพ เสียง และกลิ่น เข้ากับบริการ
และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของบริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ได้อย่างชัดเจนสำหรับการนำเสนอยนตรกรรมและนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ของ SAIC MOTOR CORPORATION
ในงาน Shanghai Auto Show 2025 แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศในทั่วโลกอย่างเป็นรูปธรรม
และตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำที่พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ปอร์เช่เดินหน้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ามียอดขายเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสแรก

ปอร์เช่มียอดส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสแรกของปี 2025 โดยมีการส่งมอบรถยนต์มากถึง 71,470 คันให้กับลูกค้าทั่วโลกระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ซึ่ง 38.5% ของยอดขายนี้เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ส่วนแบ่งนี้ประกอบไปด้วยรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 25.9% และปลั๊กอินไฮบริด 12.6% พานาเมร่า (Panamera) มียอดการเติบโตสูงสุดในบรรดาทั้ง 6 รุ่นของปอร์เช่ โดยมียอดการส่งมอบเพิ่มขึ้นถึง 27% ส่วนมาคันน์ (Macan) เพิ่มขึ้น 14% โดยส่วนใหญ่เป็นรุ่นไฟฟ้า ในแง่ของภูมิภาค อเมริกาเหนือ ยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากมีการส่งมอบรถมากถึง 20,698 คัน เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แม้ว่ายอดรวมทั่วโลกจะลดลง 8% เมื่อเทียบกับตัวเลขของปีที่แล้ว แต่ยอดขายในแต่ละภูมิภาคยังคงมีความสมดุล
แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) สมาชิกคณะกรรมการบริหารฝ่ายการขายและการตลาดของปอร์เช่ เอจี กล่าวว่า “มาคันน์ (Macan) ทำผลงานได้ดีมากในไตรมาสแรก โดยรุ่นไฟฟ้ามีส่วนช่วยอย่างมากต่ออัตราการเปลี่ยนผ่านสู่ ผลิตภัณฑ์รถพลังงานไฟฟ้าของเรา เรามีระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายและครอบคลุม ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก และในอนาคตเราจะยังคงมีกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทั้ง 3 ประเภทการขับเคลื่อน ทั้งสปอร์ตคาร์ 2 ประตู ซีดาน และเอสยูวีไปจนถึงปี 2030″
การเติบโตในอเมริกาเหนือและตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่
อเมริกาเหนือมียอดส่งมอบเพิ่มขึ้น 37% จากปีที่แล้ว คิดเป็น 20,698 คัน การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการนำเข้าในปีก่อน ส่วนกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ก็มียอดเพิ่มขึ้น 6% คิดเป็น 15,789 คัน ในยุโรป (ไม่รวมเยอรมนี) ปอร์เช่ส่งมอบ 18,017 คัน ลดลง 10% ขณะที่ตลาดในเยอรมนีมียอดลดลง 34% อยู่ที่ 7,495 คัน โดยยอดตกในยุโรปเกิดจากยอดสูงผิดปกติในปีที่แล้ว และผลกระทบจากข้อกำหนดไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของยุโรปที่ส่งผลต่อการจัดจำหน่ายรุ่น 718 และ มาคันน์ (Macan) เครื่องยนต์สันดาป จีนมียอดส่งมอบ 9,471 คัน ลดลง 42% เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และ ปอร์เช่เน้นกลยุทธ์ “มูลค่ามากกว่าปริมาณ” โดยควบคุมอุปทานให้สมดุลกับความต้องการ
มาคันน์ (Macan) เป็นรุ่นขายดีที่สุดในไตรมาสแรก
ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ได้มีการส่งมอบ มาคันน์ (Macan) จำนวน 23,555 คัน (+14%) โดยมากกว่า 60% ของตัวเลขนี้ หรือ 14,185 คัน เป็นรุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ในหลายประเทศนอกสหภาพยุโรป ปอร์เช่ ยังคงเสนอ มาคันน์ (Macan) รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปรุ่นก่อนควบคู่ไปด้วย ซึ่งมีการส่งมอบ 9,370 คัน รุ่นใหม่ของ พานาเมร่า (Panamera) ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน โดยมียอดการส่งมอบ 7,769 คัน เพิ่มขึ้นถึง 27%ในไตรมาสแรก มีการส่งมอบรถสปอร์ต 911 จำนวน 11,390 คัน การลดลง 12% สามารถอธิบายได้จากการขายรุ่นก่อนหน้าในปีที่แล้วที่มียอดขายสูง และการเปิดตัวรุ่นใหม่ ส่วน 718 บ็อกสเตอร์ (Boxster) และ 718 เคย์แมน (Cayman) มีการส่งมอบ 4,498 คัน ลดลง 22% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากการจำกัดการวางจำหน่ายรุ่นในยุโรปเนื่องจากกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไทคานน์ (Taycan) มีการส่งมอบ 4,203 คันในช่วงระหว่างมกราคมถึงมีนาคม (-1%) ส่วนคาเยนน์ (Cayenne) ถูกส่งมอบให้ลูกค้าจำนวน 20,055 คัน ลดลง 28% ซึ่งเป็นผลจากยอดที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติในปีก่อน
แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) กล่าวทิ้งท้ายว่า: “ปอร์เช่มีผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่และน่าสนใจ ลูกค้ายังคงมีความต้องการในระดับแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน ปอร์เช่ก็ยังคงลงทุนในแบรนด์และพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น เราจะมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ ‘Value over Volume’ ของเรา”
Porsche (ปอร์เช่) Deliveries (การส่งมอบ) January – March (มกราคม – มีนาคม) 2024 2025 ความแตกต่าง ทั่วโลก 77,640 71,470 -8% เยอรมนี 11,274 7,495 -34% อเมริกา เหนือ 15,087 20,698 +37% จีน 16,340 9,471 -42% ยุโรป (ไม่รวมเยอรมนี) 20,044 18,017 -10% ตลาดต่างประเทศและกลุ่มตลาดเกิดใหม่ 14,895 15,789 +6% ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าและข้อมูลที่สะท้อนถึง Dr. Ing. h.c. F. Porsche AG ในมุมมองปัจจุบันเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต ข้อความเหล่านี้อยู่ภายใต้ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และสมมติฐานหลายประการ สมมติฐานเหล่านี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ การเมือง และกฎหมายในแต่ละประเทศ ภูมิภาคเศรษฐกิจ และตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเราได้จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่เรามีอยู่และ ซึ่งเราพิจารณาว่าเป็นจริง ณ เวลาที่เผยแพร่ หากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนใดๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจริง หรือหากสมมติฐานที่อยู่ภายใต้ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใดๆ พิสูจน์ได้ว่าไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างอย่างมากจากที่ Porsche AG แสดงหรือบอกเป็นนัยในข้อความดังกล่าว ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ วันที่เผยแพร่เท่านั้น
เราไม่ปรับปรุงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าย้อนหลัง ข้อความดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่เผยแพร่และสามารถแทนที่ได้ ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการเสนอเพื่อแลกเปลี่ยน/ขายหรือเสนอให้แลกเปลี่ยน/ซื้อหลักทรัพย์ใดๆ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
วอลโว่ บัส เปิดตัวแชสซีรถบัสมาตรฐานยูโร 5 ในประเทศไทย

บริษัท วอลโว่ บัส (ประเทศไทย) จำกัด วอลโว่ บัส ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวแชสซีรถบัสรุ่นใหม่ที่ออกแบบตามมาตรฐานไอเสีย Euro 5 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ได้รับการยอมรับด้านความเป็นเลิศทางสิ่งแวดล้อม โดดเด่นทั้งในแง่ของการประหยัดเชื้อเพลิง ความทนทาน และความปลอดภัย พร้อมด้วยระบบควบคุมไอเสียขั้นสูง ซึ่งช่วยลดการปล่อยมลพิษได้สูงถึง 80% เมื่อเทียบกับมาตรฐาน Euro 3 เดิม ตอกย้ำความมุ่งมั่นของวอลโว่ บัส ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับคุณภาพระดับโลก และความคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้ประกอบการขนส่ง
แชสซีส์บัสยูโร 5 รุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม ความทนทานที่เหนือกว่า และความปลอดภัยสูงสุด ด้วยระบบควบคุมการระบายไอเสียขั้นสูง ทำให้สามารถลดการปล่อยมลพิษได้มากถึง 80% เมื่อเทียบกับมาตรฐานยูโร 3 นอกจากนี้ เทคโนโลยีล้ำสมัยที่รวมอยู่ในแชสซีส์บัสรุ่นนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ และลดต้นทุนการบำรุงรักษาในระยะยาว
มาตรฐานระดับโลก ในราคาที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ธุรกิจขนส่งคุณภาพระดับพรีเมียม
วอลโว่ บัส เข้าใจถึงความต้องการของผู้ประกอบการรถโดยสารคุณภาพสูง ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ให้ทั้งคุณภาพระดับโลก และความคุ้มค่าในการลงทุน ด้วยรถโดยสารยูโร 5 รุ่นใหม่นี้ วอลโว่ บัส นำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านการลดต้นทุนการดำเนินงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้โดยสาร
“ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญและมีศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” คุณมาริชยา วิลเฮลมินา ผู้อำนวยการ วอลโว่ บัส ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลาง กล่าว “การเปิดตัวแชสซีส์บัสยูโร 5 ของเรา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจในภูมิภาคนี้ เป้าหมายของเราคือการสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรม และสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืนที่ยิ่งขึ้น”

บริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนธุรกิจลูกค้าอย่างเต็มที่
วอลโว่ บัส ให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ วอลโว่ บัส พร้อมให้บริการอะไหล่แท้ การสนับสนุนจากช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี และทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในการดูแลรถโดยสารอย่างมืออาชีพ และลดเวลาหยุดทำงานของรถ
ผู้ผลิตตัวถังมืออาชีพที่ต่อตัวถังได้ตามความต้องการ พร้อมมาตรฐานคุณภาพจากวอลโว่ บัส
วอลโว่ บัส ประเทศไทย ร่วมมือกับผู้ผลิตตัวถังที่ได้รับการรับรองจากวอลโว่ (Volvo Authorized Body Builders) ซึ่งสามารถผลิตตัวถังรถโดยสารที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของวอลโว่ โดยสามารถออกแบบและผลิตตัวถังตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า ทั้งในด้านการออกแบบและฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของธุรกิจบริการรถโดยสารท่องเที่ยวและรถโดยสารสำหรับบริษัทระดับพรีเมียม
นายธนา เลิศวิบูลย์ชัย ผู้จัดการทั่วไป วอลโว่ บัส ประจำประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับลูกค้า ผ่านการบริการที่ครบวงจร ผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ซึ่งให้ความคุ้มค่าในการดำเนินงานและประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด รวมถึงการนำเสนอรถบัสประกอบสำเร็จจากพันธมิตรผู้ประกอบตัวถังที่ได้รับการแต่งตั้งจากทางวอลโว่ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ ความพยายามเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญในการร่วมมือเพื่อดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนของลูกค้าเรา”
วอลโว่ บัส: มาตรฐานระดับโลกที่เชื่อใจได้ ในอุตสาหกรรมรถโดยสารของไทย
ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนาน วอลโว่ บัส ได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการรถโดยสารในประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ระดับโลกที่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ และเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ในการดำเนินธุรกิจ การเปิดตัวแชสซีส์บัสยูโร 5 เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการขนส่งสาธารณะและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์อย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
Chery และ OMODA & JAECOO ผนึกกำลังจัดงาน Chery OJ Hybrid Technology Night และเปิดตัว Open Source Initiative ประกาศความเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด

Chery Automobile บริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีกว่า 20 ปี และเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด ได้ผนึกกำลังจัดงาน Chery OJ Hybrid Technology Night ในธีม “China Hybrid, Leading the World” (ไฮบริดจากจีนพร้อมก้าวนำโลก) พร้อมประกาศเปิดตัว Chery and OMODA & JAECOOO Hybrid Technology Open-Source Initiative ที่เมืองอู่หู มณฑลอานฮุย
ประเทศจีน
ภายใต้กลยุทธ์เทคโนโลยีไฮบริดของกลุ่มบริษัทฯ Chery Automobile พร้อมจะนำเสนอรถยนต์ไฮบริด 39 รุ่น โดยมี 3 รุ่น สำหรับ OMODA & JAECOO ได้แก่ OMODA C7 SHS, OMODA C5 SHS ที่ยังไม่เคยเปิดตัวและขายในไทยและ JAECOO 7 SHS ที่ได้เปิดตัวและพร้อมขายเมื่องานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ผ่านมาในเดือนมีนาคม และ 2 รุ่นสำหรับ Chery ได้แก่ Chery Tiggo 7 CHS และ Chery Tiggo 8 CHS ในประเทศไทย นอกเหนือไปจากนี้ Chery ยังเตรียมจัดงานนำเสนอเทคโนโลยีไฮบริดในประเทศไทยในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยรายละเอียดของงานจะประกาศในโอกาสต่อไป
กลุ่มบริษัท Chery นำเสนอวิสัยทัศน์ระดับโลกด้วย “หลักการ 3 ประการ” เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีไฮบริด
ในงาน Chery OJ Hybrid Technology Night ที่ผ่านมา หยิน ทงหยู ประธาน Chery Group กล่าวว่า
“ความตั้งใจเดิมของเราในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดคือการพัฒนาตามแนวคิดด้านความยั่งยืน เราพยายามจะพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดให้มี ‘ขีดความสามารถ 4 ประการ’ ได้แก่ กระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ราคาที่เป็นมิตร ระบบความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ และมอบระยะการขับขี่
ที่ไกล เป้าหมายของเราคือการพัฒนาโซลูชั่นทางเทคโนโลยีที่ดีกว่าและหลากหลายมากขึ้นเพื่อให้สอดรับกับตลาดโลกที่มีความแตกต่าง มอบทางเลือกที่มากขึ้นให้แก่ผู้ใช้”
กู่ ชุนฉาน รองประธาน Chery Group กล่าวว่า “เราได้ข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรฐานสากลของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีคุณภาพสูงจากการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลกแบบเชิงลึก เราไม่ได้พัฒนาระบบการขับขี่เพียงเพื่อมอบสมรรถนะสำหรับทุกสถานการณ์ แต่เราพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ทั้งประหยัดพลังงาน มีสมรรถนะสูง อัจฉริยะ ปลอดภัย และรองรับการขับขี่แบบออฟโร้ดได้อย่างดีเยี่ยม”
ด้านการประหยัดพลังงานนั้น Chery ได้สร้างมาตรฐานใหม่เตรียมพร้อมก้าวสู่ยุคที่ “เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร
ให้ระยะทางการขับขี่ที่ไกลขึ้น” จากการผสานเทคโนยีเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่กับระบบระบายความร้อน
ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม 46.5% และระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่าเดิม 93%
ด้านสมรรถนะ Chery นำเสนอเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0TGDI พร้อมทั้งระบบส่งกำลัง DHT230 และ DHT280 ซึ่งเครื่องยนต์ดังกล่าวเป็นเครื่องยนต์ไฮบริดที่สร้างนิยามระดับโลกบทใหม่ด้วยกำลัง 280 กิโลวัตต์ และความเร็วรอบการทำงานเครื่องยนต์ที่สูงถึง 24,000 รอบต่อนาที ซึ่งทั้ง 2 ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขระดับสูงสุดในอุตสาหกรรม
ด้านความอัจฉริยะ Chery ผสานระบบ Intelligent Control Platform ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ในการขับขี่ ระบบนี้ผสานการควบคุมการเคลื่อนที่อัจฉริยะและระบบการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ และปรับแต่งอัตราการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับทุกการเดินทางมากที่สุด
ด้านความปลอดภัย Chery ปฏิบัติตามแนวทางการวิจัยและพัฒนาตามมาตรฐานโลก และกระบวนการทดสอบที่เป็นสากล โดยเทคโนโลยี “Smart Cloud Fusion” เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยหลัก 10 ระบบ พัฒนาโดยอาศัยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูล 5 แห่งทั่วโลก และรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้มากกว่า 800 รายการ ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ของพวกเขาปลอดภัยเสมอ
คำประกาศด้านเทคโนโลยีไฮบริดสากลพร้อมการเริ่มโครงการ Open-Source Hybrid Initiative
โดยกลุ่มบริษัทฯเชอรี่ร่วมกับสถาบันวิจัยมาตรฐานรถยนต์แห่งประเทศจีน ภูมิใจเสนอคำประกาศด้านเทคโนโลยีไฮบริด ซึ่งถือเป็นโครงการที่เชอรี่ ในฐานะบริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO จะนำมาตรฐานทางเทคโนโลยีของตนมาเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการประยุกต์ใช้งานได้ทั่วโลก อีกทั้งยังช่วยสร้างนิยามใหม่ด้านความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีที่สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลก คำประกาศนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งสมาคมด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดของประเทศจีน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฮบริดของประเทศจีนไปสู่มาตรฐานที่ดียิ่งกว่าเดิม
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
อีวี ไพรมัส จับมือ โกชัน พัฒนาแบตเตอร์รี่ป้อนสายการประกอบรถวู่หลิงในประเทศไทย

บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าวู่หลิง(WULING) อย่างเป็นทางการแต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) ร่วมกับบริษัท เอ็นวี โกชัน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท ปตท. และเป็นผู้ผลิตแบตเตอร์รี่รถยนต์ไฟฟ้าโกชันในประเทศไทย เพื่อนำเทคโนโลยีชั้นสูงในสายการผลิต
ในภาพ นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด พร้อมด้วย Mr. Hao Feng, Sales Division Manager บริษัท เอ็นวี โกชัน จำกัด นำผลิตภัณฑ์แบตเตอร์รี่ที่ใช้ในสายการประกอบรถวู่หลิง บิงโก ในประเทศไทย เข้าร่วมแสดงในงาน The Future Mobility Thailand 2025 ที่จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา

ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
เอ็มจี สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เปิดตัว MG Cyber Family 3 รุ่นเด่น พร้อมเผยโฉม Smart Cabin ร่วมกับ OPPO ที่งาน Shanghai Auto Show 2025

SAIC MOTOR CORPORATION หนึ่งในผู้ผลิต ยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน และบริษัทแม่ของแบรนด์ เอ็มจี เปิดตัว “MG Cyber Family” อย่างเป็นทางการครั้งแรกสู่สายตาชาวโลกในงาน Shanghai Auto Show 2025 นำทัพโดยรถต้นแบบสุดล้ำ NEW MG Cyber X สไตล์ Boxy SUV สะท้อนแนวคิดยานยนต์แห่งอนาคตที่ทรงพลัง และต่อด้วยการเผยโฉม NEW MG CYBERSTER MY2026 ที่มาพร้อม 2 สีใหม่ และ NEW MG CYBERSTER Black Edition ฉลองครบรอบ 101 ปีของแบรนด์ เอ็มจี ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราเหนือระดับ การเปิดตัวในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของ เอ็มจี ในการนำเสนอยนตรกรรมยุคใหม่ แต่ยังแสดงถึงจุดยืนการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก หลังประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง SAIC MOTOR CORPORATION บริษัทแม่ของ เอ็มจี และ OPPO บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันพัฒนา “Smart Cabin” หรือห้องโดยสารอัจฉริยะที่หลอมรวมการขับขี่และการเชื่อมต่อเข้าไว้ในหนึ่งเดียว ที่พร้อมถ่ายทอดนิยามแห่งการเป็น “Third Space” ที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานภายในห้องโดยสารด้วยเทคโนโลยี AI รวมถึงการบริการอัจฉริยะที่เข้าใจผู้ใช้งานเชิงลึก ยกระดับยานยนต์สู่พื้นที่ดิจิทัลเคลื่อนที่ โดยจะถูกนำมาใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ของ เอ็มจี เป็นรุ่นแรก

NEW MG Cyber X โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ “การผสานมรดกนวัตกรรมยานยนต์ล้ำค่าสู่มิติใหม่แห่งอนาคต”
NEW MG Cyber X เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Global Urban Adventure Toy” ด้วยการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์การผจญภัยของคนรุ่นใหม่ ซึ่งพัฒนาและออกแบบโดย Mr. Jozef Kabaň – Vice President of SAIC DESIGN ด้วยโครงสร้างสูงสง่า เส้นสายด้านหน้าและด้านท้ายสั้น สื่อถึงความมั่นใจ ตัวถังเคลือบด้วยสี “Stardust Gray” ที่เมื่อจอดนิ่งจะเป็นสีด้าน และเงาวาวเมื่อเคลื่อนไหว ไฟหน้าแบบป๊อปอัพสุดคลาสสิก ผสมผสานกับหลักอากาศพลศาสตร์ยุคใหม่เกิดเป็นความสง่างามที่ล้ำสมัย
NEW MG Cyber X สะท้อนการพลิกบทบาทเชิงกลยุทธ์ของ เอ็มจี จากแบรนด์ผู้ที่สร้างตำนานในสนามแข่งรถสู่การเป็นผู้นำด้านการเดินทางหลากมิติ ไม่ว่าจะเป็น การลุยเส้นทางออฟโรด การขับขี่ในเมืองใหญ่ หรือการใช้ชีวิตกลางแจ้งอย่างมีสไตล์ พร้อมขยายตัวตนจากความสปอร์ตคลาสสิก สู่วิถีชีวิตที่เน้นความเฉพาะตัวและความอิสระ ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่แสวงหาประสบการณ์เหนือความคาดหมาย

NEW MG CYBERSTER MY2026 อัปเกรดเต็มรูปแบบ เติมความเร้าใจแห่งการขับขี่
NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดเตอร์ระดับไอคอนิก ยนตรกรรมที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณจากรถสปอร์ตในตำนานอย่าง MGB Roadster ไว้อย่างเต็มขั้น กลับมาอีกครั้งในโฉมใหม่กับ NEW MG CYBERSTER MY2026 พร้อมการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ และสีภายนอกใหม่ 2 เฉด ได้แก่ สีฟ้า Iris Blue และ สีเทา Andes Gray ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบทูโทนที่มีให้เลือกทั้ง แดง/ดำ และ เทา/ขาว เพิ่มมิติความหรูหราและสปอร์ตในเวลาเดียวกัน ทั้งยังมีการปรับแต่งแผงตกแต่งให้เข้าชุดกับสีตัวถัง สร้างความกลมกลืนในอีกระดับ และแผงกันลมดีไซน์พิเศษ ที่ช่วยลดแรงลมในห้องโดยสารได้ถึง 90% ผสานความสง่างามกับความเร้าใจได้อย่างลงตัว

นับตั้งแต่เปิดตัว NEW MG CYBERSTER ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยสามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดรถสปอร์ตไฟฟ้าในจีนจาก 0% เป็น 10% ภายในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมยอดส่งมอบกว่า 3,000 คันทั่วโลกภายใน 6 เดือน ส่งผลให้ NEW MG CYBERSTER ผงาดขึ้นเป็นโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดของโลก และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ NEW MG CYBERSTER เอ็มจี จึงเตรียมเปิดตัวรุ่นพิเศษ NEW MG CYBERSTER Black Edition ที่สะกดทุกสายตาด้วยสีดำเงาสุดหรู ตัดด้วยรายละเอียดโครเมียมที่เปล่งประกายอย่างมีชั้นเชิง นอกจากนี้ เอ็มจี ยังเตรียมเผยโฉม MG Cyber GTS หลังคาแข็ง สู่ตลาดในเร็ว ๆ นี้ ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของ เอ็มจี ในการนำเสนอความหลากหลายให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

MG × OPPO ผนึกกำลังเปิดตัว Smart Cabin ยกระดับห้องโดยสารสู่ “Third Space” แห่งอนาคต
ภายในงาน Shanghai Auto Show 2025 นอกจากการเผยโฉมยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่สะกดทุกสายตาแล้ว บริษัทแม่ของ เอ็มจี อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ยังสร้างอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง OPPO ภายใต้แนวคิด “Ecosystem Without Borders” หรือ ระบบนิเวศแบบไร้พรมแดน ที่มุ่งหลอมรวมโลกของการขับเคลื่อนเข้ากับระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cabin) ที่จะถูกนำมาใช้ในรถยนต์ เอ็มจี รุ่นใหม่ในเร็วๆ นี้ โดยมอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยการผสานสมาร์ทโฟนและรถยนต์ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมข้ามอุปกรณ์ (Cross-device Control) การให้บริการที่ตอบสนองแบบเรียลไทม์ ไปจนถึง AI อัจฉริยะที่เรียนรู้และปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ
ห้องโดยสารในคอนเซ็ปต์ “Smart Cabin” จึงเปรียบได้กับ “Cockpit in your pocket” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ในการเดินทาง แต่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง พลิกโฉมรถยนต์ให้กลายเป็น “พื้นที่ที่สาม” หรือ “Third Space” ที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านและที่ทำงานได้อย่างลงตัว พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในทุกมิติ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine





















































