• “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ฟอร์มดีต่อเนื่อง! เก็บแต้มทุกเรซ รั้งอันดับ 9 ตารางคะแนนสะสมโลก ศึก เอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026

    1 Min Read

    “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ฟอร์มดีต่อเนื่อง! เก็บแต้มทุกเรซ รั้งอันดับ 9 ตารางคะแนนสะสมโลก ศึก เอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026

    “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นักบิดดาวรุ่งจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ทำผลงานเก็บคะแนนสะสมได้ทั้งสองเรซในศึกเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026 คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนามที่ 3 เฆเรซ ราวด์ ณ เซอร์กีโต เด เฆเรซ-อังเคล นิเอโต ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา

    โดยสนามนี้ นักบิดดาวรุ่งไทยออกสตาร์ตจากกริดที่ 6 ในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม เรซแรกเกิดธงแดงขึ้นตั้งแต่รอบแรก และเมื่อการแข่งขันกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งก็ลดจำนวนรอบลงจาก 15 เหลือ 10 รอบสนาม “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ต้องพบกับสถานการณ์สุดท้าทายก่อนจะจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 10 เก็บคะแนนสะสมไป 6 คะแนน จากนั้นในเรซที่ 2 นักบิดดาวรุ่งไทยสามารถยกระดับผลงานจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 6 เก็บคะแนนเพิ่มไปอีก 10 คะแนน

    หลังการแข่งขันสนามที่ 3 “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” สร้างผลงานเก็บคะแนนสะสมได้ครบทั้ง 5 เรซจาก 3 สนาม โดยมีคะแนนสะสมรวม 39 คะแนน รั้งอันดับที่ 9 จากนักแข่งทั้งหมด 35 คน ลุ้นสร้างผลงานต่อในฤดูกาลนี้

     

    ศึกเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026 คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนามถัดไปจะทำการแข่งขันกันที่ เซอร์กิต เดอ เนอแวร์ มาญี-กูร์ ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคมนี้

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #JuniorGP #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่ามอเตอร์นำเทคโนโลยี LiDAR ร่วมอนุรักษ์มรดกโลก สนับสนุนงานวิจัยแหล่งโบราณคดี “โกปัน” ประเทศฮอนดูรัส สร้างฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่ออนาคต

    1 Min Read

    ยามาฮ่ามอเตอร์นำเทคโนโลยี LiDAR ร่วมอนุรักษ์มรดกโลก สนับสนุนงานวิจัยแหล่งโบราณคดี “โกปัน” ประเทศฮอนดูรัส สร้างฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่ออนาคต

    บริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อสังคม ด้วยการสนับสนุนโครงการวิจัยแหล่งโบราณคดี “โกปัน” (Copán) แหล่งมรดกโลกในประเทศฮอนดูรัส หนึ่งในศูนย์กลางอารยธรรมมายาที่สำคัญของโลก โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโคมัตสึ มหาวิทยาลัยชิซูโอกะ และมหาวิทยาลัยแห่งชาติฮอนดูรัส นำเทคโนโลยี LiDAR และบริการดิจิทัลด้านป่าไม้ของยามาฮ่ามอเตอร์มาใช้สร้างข้อมูลภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมในรูปแบบดิจิทัลสามมิติ เพื่อสนับสนุนการสำรวจ การอนุรักษ์ และการศึกษามรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

    โครงการวิจัยมีเป้าหมายในการสำรวจ และค้นหาร่องรอยทางโบราณคดี รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติที่ยังไม่เคยได้รับการบันทึกมาก่อน โดยใช้เทคโนโลยี LiDAR สำรวจพื้นที่ป่าและภูมิประเทศโดยรอบแหล่งโบราณคดี พร้อมจัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อสร้างฐานข้อมูลดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ทั้งในงานวิจัย การอนุรักษ์ และการบริหารจัดการพื้นที่ในระยะยาว

    ก่อนเริ่มการสำรวจเต็มรูปแบบ ทีมวิจัยได้ดำเนินการทดสอบภาคสนามเมื่อเดือนเมษายน 2026 ด้วยการใช้เฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับติดตั้งระบบ LiDAR สำรวจพื้นที่จากอากาศ ก่อนนำข้อมูลพอยต์คลาวด์ความหนาแน่นสูงมาสร้างแบบจำลองสามมิติของพื้นที่ป่าและโบราณสถานอย่างละเอียด

    ผลการสำรวจเบื้องต้นเผยให้เห็นโครงสร้างภายในของผืนป่า รวมถึงลักษณะภูมิประเทศที่มีความละเอียดสูง สามารถตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวได้ถึงระดับ 50 เซนติเมตร ส่งผลให้ค้นพบลักษณะภูมิประเทศจำนวนมากที่อาจเป็นร่องรอยการก่อสร้างของมนุษย์ในอดีต เช่น แนวเนินดินและโครงสร้างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ใต้ผืนป่า ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการศึกษาทางโบราณคดีในอนาคต

    การจัดเก็บข้อมูลภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบดิจิทัลยังช่วยบันทึกสภาพพื้นที่เดิมก่อนการขุดค้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการสำรวจทางโบราณคดีในหลายกรณีอาจส่งผลให้สภาพแวดล้อมดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไป การมีข้อมูลดิจิทัลควบคู่กับเอกสารทางโบราณคดีแบบดั้งเดิม จึงช่วยรักษาหลักฐานทั้งด้านประวัติศาสตร์และระบบนิเวศ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ให้คนรุ่นต่อไป

    แหล่งโบราณคดีโกปัน ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลโกปันรูอินัส ทางตะวันตกของประเทศฮอนดูรัส ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญที่สุดของอารยธรรมมายา การศึกษาพื้นที่แห่งนี้ดำเนินต่อเนื่องมากกว่า 40 ปี โดยศูนย์วิจัยโบราณคดีแห่งอนาคต มหาวิทยาลัยโคมัตสึ ภายใต้การนำของศาสตราจารย์พิเศษ เซอิอิจิ นากามูระ ร่วมกับนักวิจัยชาวฮอนดูรัส

    นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ มาซาคาเงะ มุราโนะ จากคณะสารสนเทศ มหาวิทยาลัยชิซูโอกะ ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการจัดแสดงข้อมูลในพิพิธภัณฑ์โบราณคดีมายาประจำภูมิภาค และสนับสนุนกิจกรรมอีโคมิวเซียม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น

    ในระยะต่อไป มหาวิทยาลัยโคมัตสึและหน่วยงานพันธมิตรจะดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเตรียมการสำรวจเชิงลึกในพื้นที่หุบเขาโกปัน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,500 เฮกตาร์ พร้อมประเมินคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติร่วมกับชุมชน เพื่อพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน

    บริการดิจิทัลด้านป่าไม้ของยามาฮ่ามอเตอร์ ใช้เฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับสำหรับอุตสาหกรรมที่ติดตั้งระบบ LiDAR ความละเอียดสูง สามารถปล่อยสัญญาณเลเซอร์ได้สูงสุดถึง 2.4 ล้านครั้งต่อวินาที จากเหนือเรือนยอดไม้ ทำให้สามารถสร้างข้อมูลพอยต์คลาวด์ความหนาแน่นสูง เพื่อนำมาวิเคราะห์ตำแหน่ง ความสูง เส้นผ่านศูนย์กลางของต้นไม้ รวมถึงลักษณะภูมิประเทศได้อย่างแม่นยำ

     

    ยามาฮ่ามอเตอร์มีแผนต่อยอดการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวสู่การสำรวจและอนุรักษ์แหล่งมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและนานาประเทศ สะท้อนวิสัยทัศน์ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสร้างคุณค่าให้กับสังคม พร้อมร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรอันล้ำค่าของโลกเพื่อคนรุ่นต่อไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จัด MINI TRACK 2026 สนาม 2 พาชาวบิ๊กไบค์ และ CUB House ลงสนามเติมความมันส์เต็มสปีด พร้อมอัปสกิลอย่างปลอดภัย ณ แก่งกระจานเซอร์กิต

    1 Min Read

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จัด MINI TRACK 2026 สนาม 2 พาชาวบิ๊กไบค์ และ CUB House ลงสนามเติมความมันส์เต็มสปีด พร้อมอัปสกิลอย่างปลอดภัย ณ แก่งกระจานเซอร์กิต

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จัดกิจกรรม ‘Honda MINI TRACK 2026 สนามที่ 2’ ณ สนามแก่งกระจานเซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 27–28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เปิดสนามต้อนรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ฮอนด้าร่วมปลดปล่อยความมันส์บนสนามแข่งจริง พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อย่างเต็มสมรรถนะ โดยกิจกรรม MINI TRACK ถูกออกแบบให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเรียนรู้การขับขี่บิ๊กไบค์และพัฒนาทักษะอย่างถูกวิธีในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากนักแข่งและทีมงานมืออาชีพจาก Honda Racing Thailand

    กิจกรรมครั้งนี้เปิดรับผู้ใช้รถฮอนด้าหลากหลายรุ่น ครอบคลุมตั้งแต่รุ่น 125 ซีซี ไปจนถึง 750 ซีซี ตั้งแต่สาย A.T. เช่น Giorno+, Lead125, PCX160, ADV160, Click160, Forza350 และ ADV350 สาย Sport ทั้ง CBR Series และ CB Series รวมถึงรถจักรยานยนต์จาก CUB House อย่าง C125, CT125, DAX125 และ Monkey125 ที่มาร่วมสัมผัสความสนุกบนสนามเดียวกัน โดยแบ่งกลุ่มการขับขี่ตามระดับทักษะ ทั้ง Rookie, Experienced และ Advance เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาฝีมืออย่างเหมาะสมกับประสบการณ์ของตนเอง พร้อมเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและลงขับขี่จริงตลอด 2 วัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของเหล่าไบค์เกอร์และแพสชันในการขับขี่

    นอกจากการลงสนามแล้ว ภายในงานยังมีทีมช่างจาก Honda Racing Thailand คอยให้คำแนะนำด้านเทคนิคและดูแลรถจักรยานยนต์ตลอดกิจกรรม พร้อมบูทจำหน่ายอุปกรณ์ขับขี่และอุปกรณ์ตกแต่งในราคาพิเศษ สร้างบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ใช้รถฮอนด้าและเติมเต็มความสนุกให้กับผู้เข้าร่วมตลอดทั้งงาน

    ผู้ที่สนใจกิจกรรม MINI TRACK สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมครั้งต่อไปได้ทางเพจ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand)

     

    ติดตามข่าวสารและรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH

    เฟซบุ๊ก CUBhouse : fb.com/cubhousebyhonda

     

    #MINITRACK2026 #CBRSeries #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld ​#CUBHouse #CUBHousebyHonda

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    Honda HRC สร้างตำนานต่อเนื่อง! Honda CBR1000RR-R ผงาดคว้าแชมป์ Suzuka 8 Hours 2026 สมัยที่ 5 ติดต่อกัน ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในเวทีเอ็นดูรานซ์โลก

    1 Min Read

    Honda HRC สร้างตำนานต่อเนื่อง! Honda CBR1000RR-R ผงาดคว้าแชมป์ Suzuka 8 Hours 2026 สมัยที่ 5 ติดต่อกัน ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในเวทีเอ็นดูรานซ์โลก

    ฮอนด้า เอชอาร์ซี สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบประเภทเอ็นดูรานซ์ระดับโลก รายการ “โคคา-โคล่า ซูซูกะ 8 ชั่วโมง เอ็นดูรานซ์ โรด เรซ” ได้เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ที่สนาม ซูซูกะ เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น

    โดยเริ่มต้นภายใต้สภาพอากาศที่มีท้องฟ้าครึ้ม อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส และพื้นสนามที่ยังเปียกชื้นจากฝนที่ตกลงมาก่อนการแข่งขัน

    ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ที่ประกอบด้วย ทาคูมิ ทาคาฮาชิ, โจนาธาน เรีย และ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ออกสตาร์ตจากตำแหน่งโพลโพซิชัน โดยทาคาฮาชิรับหน้าที่ลงบิดเปิดเกมด้วยรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 30 ก่อนจะรักษาความได้เปรียบและเกาะกลุ่มผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะถูกแซงในช่วงต้นการแข่งขันก็ตาม

     

    ตลอดการแข่งขันด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนและฝนที่ตกเป็นระยะส่งผลให้พื้นสนามลื่นและเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง จนต้องมีการนำรถเซฟตี้คาร์ออกมาควบคุมการแข่งขันหลายช่วง ส่งผลให้ทีมต้องปรับแผนกลยุทธ์ การเลือกยาง และจังหวะเข้าพิตอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์และการทำงานร่วมกันอย่างยอดเยี่ยมของนักแข่งและทีมงาน โดยเฉพาะ ทาคูมิ ทาคาฮาชิ และ โจนาธาน เรีย ที่คุมเวลาได้ดีตลอดการแข่งขัน ทำให้ ฮอนด้า เอชอาร์ซี สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนทะยานเข้าเส้นชัยในฐานะแชมป์ พร้อมสร้างสถิติคว้าแชมป์ ซูซูกะ 8 ชั่วโมง เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันได้อย่างยิ่งใหญ่

    ด้าน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ลงบิด Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 ร่วมกับ “ไครุล อิดฮัม ปาวี” นักแข่งจากประเทศมาเลเซียและ “อาเดนันตา ปุตรา” นักแข่งจากประเทศอินโดนีเซีย ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเมื่อสามารถนำทีมฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม ฝ่าอุปสรรคพลิกสถานการณ์คว้าอันดับที่ 9 มาครอง

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #HondaBigBike #CBR1000RRRFIREBLADESP #CBR1000RRR #ExcitesTheWorld #HRCwithJapanPost #HRC #Suzuka8H


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Honda Marine รุกบริการถึงพื้นที่ ดูแลเครื่องยนต์เรือฟรี พร้อมสนับสนุนชุมชนชายฝั่งสตูล

    1 Min Read

    Honda Marine รุกบริการถึงพื้นที่ ดูแลเครื่องยนต์เรือฟรี พร้อมสนับสนุนชุมชนชายฝั่งสตูล

    Honda Marine เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้สังคม ผ่านการจัดกิจกรรม “Honda Marine Service @ สตูล” จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ณ ท่าเทียบเรือปากบารา จังหวัดสตูล พร้อมสานต่อโครงการเพื่อสังคม “One Ocean One Future” สนับสนุนแทงก์น้ำให้แก่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ณ เกาะบุโหลนไม้ไผ่ จังหวัดสตูล

    กิจกรรม Honda Marine Service @ สตูล จัดขึ้นร่วมกับตัวแทนจำหน่าย ปลาดาวมารีน สตูล และ NPSK ภูเก็ต เปิดให้ลูกค้านำเครื่องยนต์เรือฮอนด้าเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ฟรี 10 รายการ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำแนะนำด้านการบำรุงรักษา เพื่อเสริมความมั่นใจในการใช้งาน ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ และลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินเรือ

    ภายในงาน Honda Marine ยังมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้า ทั้งแพ็กเกจอะไหล่และบำรุงรักษาราคาพิเศษ ส่วนลดสูงสุด 40% รวมถึงของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตอกย้ำความตั้งใจในการยกระดับบริการหลังการขายให้เข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ชายฝั่งทะเล และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานเครื่องยนต์เรือฮอนด้าในระยะยาว

    ต่อเนื่องจากการดูแลลูกค้า Honda Marine ยังเดินหน้าดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้โครงการ “One Ocean One Future” โดยร่วมกับตัวแทนจำหน่ายปลาดาวมารีน สตูล และเจ้าหน้าที่ YECC จังหวัดสตูล ส่งมอบแทงก์น้ำให้แก่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำจืดบนเกาะบุโหลนไม้ไผ่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดสตูล ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    Honda Marine ยังคงเดินหน้าส่งมอบคุณค่าทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ และการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน เพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและพัฒนาชุมชนชายฝั่ง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์” ตอกย้ำพันธกิจในการสนับสนุนการเติบโต ของงาน The Distinguished Gentleman’s Ride ประจำปี 2026

    1 Min Read

    “ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์” ตอกย้ำพันธกิจในการสนับสนุนการเติบโต ของงาน The Distinguished Gentleman’s Ride ประจำปี 2026

    งาน The Distinguished Gentleman’s Ride หรือ DGR กลับมาจัดขึ้นอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยรวบรวมนักขี่รถจักรยานยนต์ได้กว่า 123,600 คน จากกิจกรรมขับขี่ 1,071 งาน ครอบคลุม 109 ประเทศทั่วโลก ซึ่งนับเป็นจำนวนการจัดกิจกรรมขับขี่ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการจัดงาน สะท้อนการเติบโตและการขยายตัวของคอมมูนิตี้นักขี่สุภาพบุรุษในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

    งานในปีนี้สามารถระดมทุนได้รวม 7.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ Movember ในโครงการต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งด้านการวิจัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก การส่งเสริมการตรวจคัดกรองและการวินิจฉัยโรคในระยะเริ่มต้น รวมถึงการดูแลและส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้ชาย โดยนับตั้งแต่เริ่มจัดในปี 2012 งาน The Distinguished Gentleman’s Ride หรือ DGR สามารถระดมทุนได้แล้วมากกว่า 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผู้ร่วมงานทั่วโลก

    นับตั้งแต่ปี 2014 ที่ไทรอัมพ์ได้เป็นพันธมิตรรถจักรยานยนต์อย่างเป็นทางการของ The Distinguished Gentleman’s Ride หรือ DGR ไทรอัมพ์ได้ให้การสนับสนุนงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างการมีส่วนร่วมของนักขี่ การขับเคลื่อนเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย สนับสนุนรางวัลเพื่อส่งเสริมการระดมทุน รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์คอลเลกชันพิเศษร่วมกับ DGR

    ในปีนี้ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ถือเป็นกลุ่มผู้เข้าร่วมที่มีจำนวนมากที่สุด โดยมีนักขี่จากทั่วโลกรวม 26,850 คน และสามารถร่วมกันระดมทุนได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    นอกจากนี้ ยังมีนักขี่กว่า 500 คน ที่เข้าร่วม Team Triumph ซึ่งเป็นการรวมตัวของเจ้าของรถและผู้หลงใหลในแบรนด์ไทรอัมพ์จากทั่วโลก เพื่อร่วมขับขี่ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน พร้อมสะท้อนอัตลักษณ์และสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ DGR โดยผู้เข้าร่วม 5 คน ยังได้รับรางวัลพิเศษจากการจับสลาก ได้แก่ ชุดเครื่องแต่งกายพรีเมียมจากคอลเลกชัน DGR x Triumph อีกด้วย

    ในปีนี้งาน The Distinguished Gentleman’s Ride หรือ DGR ยังได้มอบการยกย่องแก่ผู้ระดมทุนรายบุคคลชั้นนำและผู้สนับสนุนที่มีบทบาทสำคัญจากชุมชน DGR ทั่วโลก เพื่อเชิดชูความทุ่มเทและการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภารกิจขององค์กร ดังนี้

    • รางวัล Gentlefolk Prize: ได้แก่ Michael Swanwick เมืองดาร์บิไชร์ สหราชอาณาจักร

    โดย Michael Swanwick ได้รับรางวัล Gentlefolk Prize เพื่อยกย่องการมีส่วนร่วมอันโดดเด่นในทุกมิติของงาน ทั้งการระดมทุน การเข้าร่วมงาน และการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน DGR โดยได้รับรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ Speed ​​Twin 1200 Café Racer DGR Edition รุ่นคัสตอมพิเศษที่ผลิตขึ้นเพียงคันเดียวในโลกเพื่อฉลองงานในปีนี้ โดดเด่นด้วยเบาะ Harris Tweed สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ ที่รังสรรค์จากผ้าทอมือแท้ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐาน นอกจากนี้ตัวรถยังมาพร้อมกราฟิกฉลองครบรอบ 15 ปีแห่งความสง่างามในแบบฉบับ Dapper และป้ายหมายเลขดีไซน์พิเศษ อีกทั้งยังมาพร้อมใบรับรองผลิตภัณฑ์ เพื่อยืนยันความพิเศษและคุณค่าของผลงานสะสมชิ้นนี้

    • ผู้ระดมทุนสูงสุด (รางวัลที่ 1) : ได้แก่ Johnny Scheff จากนครชิคาโก สหรัฐอเมริกา

    โดย Johnny Scheff จาก Motoworks ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ สร้างสถิติเป็นผู้ระดมทุนรายบุคคลสูงสุดของโลกในปี 2026 ด้วยยอดระดมทุน 85,154 ดอลลาร์สหรัฐ และได้รับรางวัลเป็นรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ Bonneville T120

    • ผู้ระดมทุนอันดับ 2: ได้แก่ Joseph Mancinelli จากเมืองแฮมิลตัน ประเทศแคนาดา

    โดย Joseph Mancinelli ระดมทุนได้ 64,479 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นยอดสูงสุดอันดับสองของโลก ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เลือกรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ตระกูลลโมเดิร์น คลาสสิก เพื่อนำไปประมูลต่อ และนำเงินสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับงาน

    • ผู้ระดมทุนอันดับ3: ได้แก่ Christopher Minks จากเมืองเมตูเชน รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา
      โดย Christopher Minks ติดอันดับ 3 ของผู้ระดมทุนสูงสุดในปี 2026 ด้วยยอดระดมทุน 62,117 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมรับรางวัลเป็นรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ Scrambler 900

    พอล สเตราท์ ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ กล่าวว่า “ปีนี้นับเป็นปีที่ 13 ที่ไทรอัมพ์ได้ร่วมเป็นพันธมิตรรถจักรยานยนต์อย่างเป็นทางการของ The Distinguished Gentleman’s Ride หรือ DGR ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมนักขี่จากทั่วโลกให้มารวมตัวกันผ่านสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ จิตวิญญาณของคอมมูนิตี้ และเป้าหมายที่มีความหมายร่วมกัน เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นเจ้าของรถไทรอัมพ์ทั่วโลก รวมถึงเหล่า Team Triumph Ambassadors ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานและช่วยกันระดมทุนได้เป็นสถิติสูงสุด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้งาน DGR อันทรงคุณค่านี้เติบโตและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง”

    ทั้งนี้สามารถติดตามภาพบรรยากาศงาน DGR 2026 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกได้ที่  www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า เดินหน้าผลักดัน “Zero Accident Society” ขยายวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนสู่ทุกภาคส่วน จัดงาน Supplier Traffic Safety Awards 2026 ผนึกกว่า 100 บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า เดินหน้าผลักดัน “Zero Accident Society” ขยายวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนสู่ทุกภาคส่วน จัดงาน Supplier Traffic Safety Awards 2026 ผนึกกว่า 100 บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความปลอดภัยทางถนน ภายใต้แนวคิด “Zero Accident Society” จัดงาน “Supplier Traffic Safety Awards 2026” เพื่อขยายความร่วมมือด้านความปลอดภัยสู่ซัพพลายเออร์และพันธมิตรธุรกิจทั่วประเทศกว่า 100 บริษัท ครอบคลุมพนักงานมากกว่า 50,000 คน มุ่งลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียบนท้องถนน พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมทั้งองค์กร ชุมชน และสังคม โดยมีผู้แทนจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนเข้าร่วมงาน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ

    โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของไทยฮอนด้า ภายใต้แนวคิด “Zero Accident Society” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของฮอนด้าทั่วโลกในการมุ่งสู่ Zero Traffic Collision Fatalities หรือการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์และรถยนต์ฮอนด้าให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยไทยฮอนด้าได้ดำเนินความร่วมมือด้านความปลอดภัยกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ที่ไม่เพียงจำกัดแค่พนักงานหรือผู้ใช้รถ แต่ยังพร้อมขยายการดำเนินงานสู่เครือข่ายบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน ผ่านการอบรมพนักงาน การใช้สื่อและเครื่องมือฝึกขับขี่ปลอดภัย เพื่อร่วมลดอุบัติเหตุและการสูญเสียจากการใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืน

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณสาวิตรี แก้วพวงงาม กรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด พร้อมด้วย คุณสุพจน์ พนธ์พงษ์ขจร ผู้จัดการทั่วไปสายงานส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน ร่วมเปิดงาน พร้อมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการประจำปี 2026 มอบ รางวัล The Best Supplier Traffic Safety Awards 2025 ให้แก่บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยโดดเด่นในปีที่ผ่านมา และจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความปลอดภัยทางถนน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยร่วมกันในเครือข่ายซัพพลายเออร์

    รางวัล The Best Supplier Traffic Safety Awards 2025 พิจารณาจากผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนของแต่ละองค์กร ครอบคลุมกำหนดมาตรการความปลอดภัยทางถนน การส่งเสริมการคาดการณ์อุบัติเหตุผ่าน Accident Prediction Training (APT) และการอบรม Safety Riding Training การควบคุมการสวมหมวกกันน็อกและการมีใบอนุญาตขับขี่ของพนักงาน การติดตามสถิติอุบัติเหตุ ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนภายในและภายนอกองค์กร โดยแบ่งการประเมินตามขนาดของบริษัทเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ S, M และ L และมอบรางวัลแก่บริษัทที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น 3 บริษัทในแต่ละกลุ่ม รวมทั้งสิ้น 9 บริษัท เพื่อเชิดชูองค์กรต้นแบบและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยร่วมกันในเครือข่ายซัพพลายเออร์

    สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #SupplierTrafficSafetyAwards2026 #HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย
    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ยามาฮ่า” เปิดไลน์อัปยุคใหม่ ! “ฮอร์เก้ มาร์ติน – ไอ โอกุระ” นำทัพล่าแชมป์โลก โมโตจีพี 2027-2028

    1 Min Read

    “ยามาฮ่า” เปิดไลน์อัปยุคใหม่ ! “ฮอร์เก้ มาร์ติน – ไอ โอกุระ” นำทัพล่าแชมป์โลก โมโตจีพี 2027-2028

    ยามาฮ่า มอเตอร์ ประกาศแต่งตั้ง ฮอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลกโมโตจีพี ชาวสเปน และ ไอ โอกุระ ดาวบิดชาวญี่ปุ่น เป็นนักแข่งประจำทีม ยามาฮ่า แฟคตอรี โมโตจีพี สำหรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ฤดูกาล 2027-2028 อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศเดินหน้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขัน ด้วยเป้าหมายในการพาทีมกลับคืนสู่การลุ้นแชมป์โลกอีกครั้ง

    การประกาศไลน์อัปครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโครงการโมโตจีพีของยามาฮ่า ภายใต้กฎการแข่งขันใหม่ที่จะเริ่มต้นในปี 2027 โดยทีมเชื่อมั่นว่าการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ของแชมป์โลกอย่าง ฮอร์เก้ มาร์ติน และศักยภาพของดาวรุ่งอย่าง ไอ โอกุระ จะเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันทีมสู่ความสำเร็จในอนาคต

    เปาโล พาเวซิโอ กรรมการผู้จัดการ ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง กล่าวว่า

    “เรารู้สึกยินดีและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับ ฮอร์เก้ และ ไอ เข้าสู่ ยามาฮ่า แฟคตอรี โมโตจีพี ทีม ในช่วงเวลาสำคัญที่การแข่งขันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ในปี 2027 การได้นักบิดระดับแถวหน้าทั้งสองคนมาร่วมทีม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยามาฮ่า และความเชื่อมั่นที่พวกเขามีต่อโครงการของเรา” “ฮอร์เก้ ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในนักบิดที่แข็งแกร่งที่สุดของโมโตจีพี ทั้งในด้านความเร็ว ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณของผู้ไล่ล่าชัยชนะ เราเชื่อว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพของทีมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นทำงานร่วมกัน” “สำหรับ ไอ เขาแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่โดดเด่นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งพรสวรรค์ ความมุ่งมั่น และทัศนคติในการทำงาน เรามั่นใจว่าเขามีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักบิดชั้นนำของโมโตจีพี และเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนักบิดชาวญี่ปุ่นกลับมาสู่ทีมโรงงานยามาฮ่าอีกครั้ง”

    ฮอร์เก้ มาร์ติน สร้างชื่อจากการคว้าแชมป์โลก โมโตทรี ในปี 2018 ก่อนเลื่อนขึ้นสู่รุ่น โมโตทู ในช่วงปี 2019-2020 และก้าวสู่พรีเมียร์คลาสในปี 2021 จากนั้นผงาดคว้าแชมป์โลก โมโตจีพี ได้สำเร็จในฤดูกาล 2024 พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักบิดระดับแถวหน้าของโลก ด้าน ไอ โอกุระ เริ่มต้นเส้นทางบนเวทีชิงแชมป์โลกในปี 2018 ก่อนสร้างผลงานโดดเด่นด้วยการจบอันดับ 3 ในรุ่น โมโตทรี จากนั้นเลื่อนขึ้นแข่งขันในรุ่น โมโตทู ตั้งแต่ปี 2021 และคว้าแชมป์โลกได้ในฤดูกาล 2024 ก่อนก้าวสู่การแข่งขันพรีเมียร์คลาสในปี 2025 การเข้าร่วมทีมของ โอกุระ ยังถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของยามาฮ่า เมื่อเขาจะกลายเป็น นักบิดชาวญี่ปุ่นคนแรกในยุคโมโตจีพีที่ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลให้กับทีมโรงงานยามาฮ่า พร้อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนารถแข่ง YZR-M1 ภายใต้กฎการแข่งขันยุคใหม่ การผนึกกำลังระหว่าง ฮอร์เก้ มาร์ติน และ ไอ โอกุระ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของยามาฮ่าในการผสานประสบการณ์ ความเร็ว และคนรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนทีมสู่ความสำเร็จ พร้อมเปิดบทใหม่ของการไล่ล่าแชมป์โลกบนเวทีรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ตั้งแต่ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป

     

    #RevsYourHeart #ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด #YamahaBeyondTheLimits
    #YamahaRacing #YamahaWorldChampion #YamahaNumber1RacingTeam
    #TheBlueShift #YamahaMotoGP27
    #YamahaFactoryRacingTeam #M1V4
    #MonsterEnergyYamahaMotoGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Royal Enfield รุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางในไทยต่อเนื่องเปิดตัว 3 รุ่นล่าสุด Bullet 650, Guerrilla 450 APEX และ Goan Classic 350 สีใหม่!

    2 Min Read

    Royal Enfield รุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางในไทยต่อเนื่องเปิดตัว 3 รุ่นล่าสุด Bullet 650, Guerrilla 450 APEX และ Goan Classic 350 สีใหม่!

    โรยัล เอ็นฟิลด์ (Royal Enfield) ผู้นำระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc–750cc) เดินหน้าขยายตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ Bullet 650, Guerrilla 450 APEX และ Goan Classic 350 สีใหม่ Purple Haze

    รถทั้งสามรุ่นได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่มีสไตล์และความหลงใหลแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบรถคลาสสิกเหนือกาลเวลา ผู้หลงใหลในโรดสเตอร์สมรรถนะสูงสำหรับการใช้งานในเมือง หรือผู้ที่รักวัฒนธรรมคัสตอมและการแสดงออกถึงตัวตน ผ่านการเปิดตัวครั้งนี้ Royal Enfield ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย พร้อมสร้างสีสันและขยายทางเลือกให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

    Bullet 650: ตำนานที่ยังมีชีวิต ในบทบาทที่ทรงพลังยิ่งขึ้น

    Bullet คือหนึ่งในชื่อที่ทรงคุณค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Royal Enfield และเป็นรถจักรยานยนต์ที่ครองใจผู้ขับขี่ทั่วโลกมายาวนานกว่า 9 ทศวรรษ วันนี้ ตำนานบทนั้นได้รับการต่อยอดสู่ยุคใหม่ ผ่าน Bullet 650 ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Bullet ไว้อย่างครบถ้วน พร้อมยกระดับสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์สูบคู่ขนาด 650 ซีซี ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้ขับขี่ทั่วโลก

    เครื่องยนต์ Parallel Twin 650 ซีซี มอบอัตราเร่งที่ต่อเนื่อง นุ่มนวล และทรงพลัง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ 6 สปีด และพร้อม Slipper Clutch ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างแม่นยำและนุ่มนวล

    รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบให้สะท้อนภาพลักษณ์ของรถจักรยานยนต์คลาสสิกขนาดใหญ่ได้อย่างสง่างาม โดยทุกเส้นสายของตัวรถได้รับการออกแบบให้สอดรับกับขุมพลังแบบสูบคู่ พร้อมถ่ายทอดบุคลิกอันหนักแน่นและเหนือกาลเวลาของ Bullet ได้อย่างชัดเจน

    Bullet 650 ยังคงยึดมั่นในองค์ประกอบการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น ไม่ว่าจะเป็น เส้นสาย Pinstripe ที่วาดด้วยมืออันประณีต ชุดไฟหน้าทรง Casquette แบบดั้งเดิม ท่านั่งขับขี่ที่สง่างาม เบาะนั่งตอนยาวแบบ Bench Seat ที่นุ่มสบาย และตราสัญลักษณ์แบบ 3 มิติบนถังน้ำมันทรงหยดน้ำ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์คลาสสิกของ Royal Enfield

    โครงสร้างตัวรถใช้เฟรมเหล็กแบบ Tubular Spine พร้อมล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว และล้อหลังขนาด 18 นิ้ว ติดตั้งระบบกันสะเทือนหน้า Showa ที่ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบความมั่นใจในทุกเส้นทาง

    ด้านหน้ามาพร้อมไฟหน้า LED ที่ติดตั้งบนชุด Casquette พร้อมไฟ Tiger Eye Pilot Lamps อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่ง Royal Enfield นำมาใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1954 สะท้อนการผสานกลิ่นอายคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

    แม้จะยังคงเสน่ห์แบบดั้งเดิมไว้ครบถ้วน แต่ Bullet 650 ก็ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน ผ่านชุดมาตรวัดที่ผสานหน้าปัดอนาล็อกเข้ากับจอ LCD ดิจิทัล ซึ่งแสดงข้อมูลการเดินทาง ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งเกียร์ และกำหนดการเข้ารับบริการอย่างครบถ้วน

    สำหรับประเทศไทย Royal Enfield Bullet 650 สี Canon Black วางจำหน่ายในราคา 239,900 บาท และพร้อมเปิดให้ผู้สนใจสัมผัสตัวจริง ณ ผู้แทนจำหน่าย Royal Enfield ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

    Guerrilla 450 APEX: โรดสเตอร์สายสปอร์ตที่พร้อมปลุกทุกสัญชาตญาณแห่งการขับขี่

    Royal Enfield ยกระดับ Guerrilla 450 รุ่นปี 2026 ไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว Guerrilla 450 APEX รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อผู้ขับขี่ที่หลงใหลสมรรถนะบนถนนอย่างแท้จริง

    หัวใจสำคัญของ Guerrilla 450 APEX คือเครื่องยนต์ Sherpa แบบสูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 452 ซีซี ซึ่งทำงานร่วมกับเฟรมเหล็กแบบ Twin-Spar ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสมดุลสูง มอบกำลังสูงสุด 40 แรงม้า (PS) และแรงบิด 40 นิวตันเมตร ให้การตอบสนองที่ฉับไว สนุก และเร้าใจในทุกจังหวะของการขับขี่

    สำหรับรุ่น APEX ได้รับการปรับบุคลิกให้เน้นการขับขี่บนถนนมากยิ่งขึ้น ผ่านการออกแบบตำแหน่งแฮนด์อะลูมิเนียมใหม่ที่ถูกลดระดับและขยับตำแหน่งไปด้านหน้า เพื่อสร้างท่านั่งแบบโน้มตัว (Forward-Leaning Riding Position) ช่วยเพิ่มการรับรู้การทำงานของล้อหน้า และเสริมความคล่องตัวในการเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ

    อีกหนึ่งการพัฒนาที่โดดเด่น คือการติดตั้งยาง ขนาด 17 นิ้ว รุ่นใหม่ ซึ่งได้รับการออกแบบสำหรับการใช้งานบนถนนในเมืองโดยเฉพาะ พร้อมมอบการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยมทั้งบนพื้นถนนแห้ง พื้นผิวเปียก และสภาพการจราจรในเมือง

    ด้านเทคโนโลยี Guerrilla 450 APEX ยังมาพร้อมระบบ Mode Retention ที่ช่วยจดจำโหมดการขับขี่ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น Street Mode หรือ Sport Mode แม้หลังดับเครื่องยนต์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถกลับมาใช้งานในรูปแบบเดิมได้ทันที โดยระบบดังกล่าวได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน Guerrilla 450 รุ่นปี 2026 ทุกรุ่น

    นอกจากนี้ รถยังติดตั้งหน้าจอ Tripper Dash แบบ TFT ทรงกลมขนาด 4 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมระบบนำทางผ่าน Google Maps เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง

    ในด้านการออกแบบ Guerrilla 450 APEX โดดเด่นด้วยรายละเอียดที่สะท้อนบุคลิกสปอร์ตอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นครอบเบาะท้ายทรงสปอร์ต (Rear Seat Cowl) หน้ากากไฟหน้า หน้าสีเดียวกับตัวรถ และชุดกราฟิกใหม่ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้เฉียบคมยิ่งขึ้น

    Royal Enfield Guerrilla 450 APEX สี Black พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 159,990 บาท และพร้อมส่งมอบผ่านผู้แทนจำหน่าย Royal Enfield ทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    Goan Classic 350 Purple Haze:

    ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งอิสระผ่านเฉดสีใหม่ เพิ่มเสน่ห์สาย Bobber

    สำหรับประเทศไทย Royal Enfield เปิดตัว Goan Classic 350 สีใหม่ Purple Haze ที่สะท้อนบุคลิกอันโดดเด่นของวัฒนธรรมโบฮีเมียน ด้วยการจับคู่เฉดสีม่วงเข้มกับสีดำอย่างมีเอกลักษณ์

    Goan Classic 350 ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมคัสตอมริมชายฝั่งเมืองโกอา ประเทศอินเดีย ในช่วงทศวรรษ 1970–1980 ซึ่งเป็นยุคที่วัฒนธรรมฮิปปี้ การใช้ชีวิตอย่างอิสระ และงานคัสตอมสไตล์โบฮีเมียนเฟื่องฟูอย่างเต็มที่ Royal Enfield ถ่ายทอดเรื่องราวดังกล่าวผ่านรถจักรยานยนต์สไตล์ Bobber ที่ลดทอนองค์ประกอบให้เหลือเพียงสิ่งจำเป็น พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน

    Goan Classic 350 มาพร้อมบังโคลนหน้าและหลังแบบตัดสั้น (Chopped Fenders) แฮนด์ Mid-Ape ยาง Whitewall สะดุดตา ล้อซี่ลวดอะลูมิเนียมแบบ Tubeless ขนาด 19 นิ้วด้านหน้า และ 16 นิ้วด้านหลัง รวมถึงปลายท่อไอเสียแบบ Slashed-Cut ที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ในแบบฉบับรถ Bobber อย่างสมบูรณ์

    หัวใจของรถคือเบาะนั่งเดี่ยวแบบ Floating Seat ที่วางตำแหน่งต่ำ ช่วยเสริมบุคลิกของตัวรถให้โดดเด่น พร้อมรองรับการติดตั้งเบาะผู้ซ้อนเพิ่มเติมได้อย่างง่ายดาย ทำให้สามารถสลับการใช้งานระหว่างรถ Bobber แบบเดี่ยว และการเดินทางพร้อมผู้ซ้อนได้อย่างสะดวก

    Goan Classic 350 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ขนาด 349 ซีซี ส่งกำลังผ่านเกียร์ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 20.2 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที และแรงบิด 27 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ถ่ายทอดบุคลิกการขับขี่ที่นุ่มนวล ผ่อนคลาย และเหมาะสำหรับการเดินทางในทุกโอกาส

    โครงสร้างตัวรถใช้เฟรมเหล็กแบบ Twin Downtube Spine พร้อมโช้กหน้า Telescopic ขนาด 41 มิลลิเมตร และโช้กหลังคู่ เสริมความมั่นคงในการขับขี่ ขณะที่ระบบเบรกดิสก์หน้า 300 มิลลิเมตร ดิสก์หลัง 270 มิลลิเมตร พร้อมระบบ ABS แบบ Dual Channel ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง

    แม้จะโดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค แต่ Goan Classic 350 ยังมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟ LED รอบคัน ชุดสวิตช์อะลูมิเนียม ตำแหน่งแสดงเกียร์ ช่องชาร์จ USB Type-C และชุดนำทาง Tripper Navigation Pod

    Royal Enfield Goan Classic 350 สี Purple Haze พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 172,900 บาท และพร้อมให้ผู้สนใจเป็นเจ้าของผ่านผู้แทนจำหน่าย Royal Enfield ทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    คุณ มาโนจ กาจาร์ลาวาร์ (Manoj Gajarlawar) หัวหน้าธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Business Head, Asia Pacific) ของ Royal Enfield กล่าวว่า “ที่ Royal Enfield เราเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าผู้ขับขี่คือหัวใจสำคัญของทุกสิ่ง เราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ในทุกระดับประสบการณ์

    Bullet 650 คือการสืบสานตำนานอันทรงคุณค่าของ Royal Enfield ผ่านการหลอมรวมมรดกแห่งการออกแบบจากอังกฤษเข้ากับจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของอินเดียได้อย่างลงตัว ขณะที่ Guerrilla 450 APEX รุ่นปี 2026 ได้ต่อยอดแนวคิดของโรดสเตอร์สำหรับการใช้งานบนท้องถนน ด้วยท่านั่งที่สปอร์ตยิ่งขึ้นและสมรรถนะที่ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเร้าใจ ส่วน Goan Classic 350 คือการถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงออกถึงตัวตน ผ่านรถจักรยานยนต์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์คัสตอมอันผ่อนคลายได้อย่างมีเสน่ห์ เรามั่นใจว่ารถจักรยานยนต์ทั้งสามรุ่นนี้จะสามารถตอบโจทย์ผู้ขับขี่ชาวไทยที่มีสไตล์และความหลงใหลแตกต่างกัน พร้อมร่วมออกเดินทางและสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปกับพวกเขาในทุกเส้นทาง”

    มั่นใจทุกการเดินทาง ด้วยมาตรฐานการดูแลจาก Royal Enfield

    เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ชาวไทย Royal Enfield มอบการรับประกันคุณภาพรถจักรยานยนต์ทั้งสามรุ่นเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการ Roadside Assistance นาน 3 ปี เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือในทุกการเดินทาง

    เจ้าของรถยังสามารถเลือกตกแต่งรถเพิ่มเติมด้วยอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก Royal Enfield (Genuine Motorcycle Accessories) ซึ่งได้รับการพัฒนาและรับรองตามมาตรฐานจากโรงงาน เพื่อช่วยเติมเต็มทั้งสไตล์ ความสะดวกสบาย และฟังก์ชันการใช้งานให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ในแบบของตนเอง

    ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือจองทดลองขับได้ที่ผู้แทนจำหน่าย Royal Enfield อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางช่องทางอย่างเป็นทางการของ Royal Enfield Thailand

    Facebook: Royal Enfield Thailand | Instagram: Royal Enfield Thailand
    TikTok: Royal Enfield Thailand YouTube: Royal Enfield Thailand

    #Bullet650 #Guerrilla450APEX #GoanClassic350 #RoyalEnfield #RoyalEnfieldThailand #PureMotorcycling


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ก้อง-สมเกียรติ” ผนึกกำลัง ฮอนด้า เอชอาร์ซี ซิวอันดับ 1 เซสชั่น 3 และ 4 ช่วงฝนถล่มแทร็ก ลุ้นรักษาแชมป์ ด้าน “ชิพ-นครินทร์” เซตติ้งลงตัว ศึก Suzuka 8 Hours

    1 Min Read

    “ก้อง-สมเกียรติ” ผนึกกำลัง ฮอนด้า เอชอาร์ซี ซิวอันดับ 1 เซสชั่น 3 และ 4 ช่วงฝนถล่มแทร็ก ลุ้นรักษาแชมป์ ด้าน “ชิพ-นครินทร์” เซตติ้งลงตัว ศึก Suzuka 8 Hours

    ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี เดินหน้าการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันศึกเอฟไอเอ็ม เอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ครั้งที่ 47 รายการ Suzuka 8 Hours 2026 อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สองของการทดสอบรถ ณ สนามซูซูกะ เซอร์กิต เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยังคงทำการทดสอบรถเป็นวันที่สองร่วมกับทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี บิดรถ Honda CBR1000RR-R หมายเลข 30 โดยการทดสอบภาคเช้าสองเซสชั่นแรกจัดขึ้นในสภาพอากาศแห้งและอุณหภูมิค่อนข้างเย็น การทดสอบเซสชั่นแรกนักบิดทั้งสามคนต่างผลัดกันลงสนามโดย “ก้อง-สมเกียรติ” เป็นผู้ลงสนามทดสอบก่อนจากนั้นจึงเปลี่ยนให้ “ทาคูมิ ทาคาฮาชิ” และ “โจนาธาน เรีย” ลงสนามตามลำดับ โดยทีมสามารถทำเวลาดีที่สุดอยู่ที่ 02:05.600 นาที รั้งอันดับที่ 4

    การทดสอบเซสชั่นที่สอง “ก้อง-สมเกียรติ” รับบทบาทเป็นผู้ลงสนามตลอดทั้งเซสชั่น โดยนักบิดไทยสามารถพัฒนาความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับตัวรถเพิ่มเติม โดยทำเวลาต่อรอบดีที่สุดเป็นสถิติของตัวเองที่ 02:05.598 นาที พาทีมจบด้วยอันดับที่ 3 ในเซสชั่นนี้

    จากนั้นช่วงพักกลางวันก็มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ในการทดสอบเซสชั่นที่ 3 และ 4 ต้องดำเนินไปภายใต้สภาพแทร็กที่เปียกชื้น ทำให้ทีมเก็บข้อมูลสำคัญพร้อมทำเวลาได้ 02:18.898 กับ 02:18.678 นาที คว้าอันดับ 1 ทั้งสองเซสชั่น

    การทดสอบเซสชั่นสุดท้าย “ก้อง-สมเกียรติ” รับหน้าที่ลงทดสอบเดี่ยวเพื่อสร้างความคุ้นเคยและพัฒนาเวลาโดยนักบิดไทยทำเวลาดีที่สุดได้ 02:19.377 นาที รั้งอยู่อันดับที่ 5 เป็นการปิดท้าย โดยเจ้าตัวกล่าวถึงการทดสอบวันที่สองว่า

    “ผมพอใจกับผลงานของวันนี้ครับ เวลาต่อรอบที่ดีที่สุดของผมในช่วงเช้าที่ขี่บนสนามแห้งดีขึ้นจากเดิมประมาณครึ่งวินาที นอกจากนี้เรายังได้ทดลองวิ่งระยะยาว (Long Run) และจังหวะการขี่ของผมก็ค่อนข้างดี ช่วงบ่ายฝนเริ่มตก และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ขี่รถแข่งบนสนามซูซูกะในสภาพแทร็กเปียก ช่วงแรกค่อนข้างยากสำหรับผม ดังนั้นผมจึงพยายามลงขี่ให้มากที่สุด เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจความรู้สึกของรถแข่งและยาง ผมติดตามชมการแข่งขันนี้ทุกปี ผมเคยคิดอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่งอยากมีโอกาสลงแข่งขันที่นี่ และตอนนี้โอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว”

    ด้าน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ลงบิด Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 ร่วมกับ “ไครุล อิดฮัม ปาวี” นักแข่งจากประเทศมาเลเซียและ “อาเดนันตา ปุตรา” นักแข่งจากประเทศอินโดนีเซีย ลงสนามทดสอบเป็นวันที่สองเช่นกัน โดยทีมฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม เน้นเรื่องความคุ้นเคยและปรับเซตติ้งรถ เพื่อให้นักบิดทั้งสามคนพร้อมสร้างผลงานในการแข่งขันให้ดีที่สุดตามเป้าหมายของทีม

    การแข่งขันรายการ โคคา-โคล่า ซูซูกะ เอท อาวเวอร์ส เอ็นดูรานซ์  โรด เรซ จะทำการแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2026 เวลา 09.30 น. ถึง 17.30 น.

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #HondaBigBike #CBR1000RRRFIREBLADESP #CBR1000RRR #ExcitesTheWorld #HRCwithJapanPost #HRC #Suzuka8H


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment