-
News Motocycle1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คว้ารางวัล Outstanding Safety Campaign 2025 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและยั่งยืน
รถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้รับรางวัล Outstanding Safety Campaign 2025 แคมเปญยอดเยี่ยมด้านความปลอดภัย ประจำปี 2568 จากงานประกาศผลรางวัล “Thailand Car, EV & Motorcycle of The Year 2025” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการยกระดับความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยมี นายนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไป สายงานการสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้แทนรับมอบรางวัลในพิธีดังกล่าว
รางวัลนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของแคมเปญระดับประเทศ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ซึ่งไทยฮอนด้าได้เดินหน้ารณรงค์ความปลอดภัยครั้งใหญ่ผ่านกิจกรรม คาราวานมอบหมวกกันน็อก 60 ปี ไทยฮอนด้า ร่วมกับร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ส่งมอบหมวกกันน็อกจำนวน 112,440 ใบ มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท กระจายสู่ประชาชนและเยาวชนใน 77 จังหวัดทั่วไทย ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา และเดินหน้าส่งต่อความปลอดภัยต่อเนื่องตลอด 4 เดือนเต็ม โดยในเร็ว ๆ นี้จะเดินทางถึง หมุดหมายสุดท้ายที่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งมอบหมวกกันน็อกให้กับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถือเป็นการปิดฉากแคมเปญครั้งยิ่งใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ ยังมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอีกสองรุ่น ได้แก่ New Honda PCX และ All New Honda Wave125 ที่มีความโดดเด่นและได้รับคัดเลือกเข้ารอบรางวัล Motorcycle of the Year 2025 ในงานเดียวกัน ตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านคุณภาพ สมรรถนะ และความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย
ไทยฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นในการเดินหน้าสร้างสังคมแห่งการขับขี่ปลอดภัย พร้อมส่งต่อความห่วงใยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ด้วยเป้าหมายการพัฒนาความปลอดภัยของประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/news
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
3 ดาวรุ่งฮอนด้าเดือดสนั่นบุรีรัมย์! บิด Honda CBR พาเหรดขึ้นโพเดียม NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 เรซแรก
ทีมแซทเทิลไลท์จากฮอนด้า รุ่นท็อปสุดของรายการ รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) นำโดย “มิกซ์-ธนัช” แบกประสบการณ์ดวลความเร็วคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 ทำผลงานให้ฮอนด้า ควงรุ่นน้อง “ไฮเปค-กฤษฎา” และ “ข้าวกล้อง-จักรีภัทร” รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1 Pro) ในศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 เรซ 1 ทำผลงานพาเหรดขึ้นโพเดียมก่อนดวลความเร็วลุ้นแชมป์ในเรซสุดท้าย วันอาทิตย์นี้
รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ไฮไลท์ของรายการที่ดวลกันด้วยรถแข่งที่เร็วและแรงที่สุด ดาวรุ่งไทยฮอนด้า “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส บิด Honda CBR1000RR-R ทำเวลาในการควอลิฟายมาในกริดที่ 2 เริ่มต้นเกมได้อย่างแข็งแกร่งชาร์จความเร็วขึ้นมาเป็นผู้นำได้ทันที โดยปักหลักดวลความเร็วกับคู่แข่งที่มีประสบการณ์มากกว่าเพื่อลุ้นชัยชนะ “มิกซ์-ธนัช” ขึ้นนำและรักษาอันดับที่ 1 มาจนถึงรอบสุดท้าย โดยรับมือกับความกดดันได้อย่างยอดเยี่ยม โดยโค้งสุดท้ายซึ่งเป็นโค้งตัดสินในเรซนี้ เข้ามาด้วยไลน์ที่ค่อนข้างเสียเปรียบ ก่อนคว้าชัยชนะเก็บอันดับที่ 2 มาครอง
การแข่งขันรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1 Pro) ยอดนักบิดดาวรุ่งไทยพัฒนาผลงานและรักษามาตรฐานความเร็วในแถวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 ควบ Honda CBR600RR จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส ฮอนด้า ทีม ออกสตาร์ตการแข่งขันจากกริดที่ 2 ขึ้นมารั้งในกลุ่มพร้อมกับสลับและแซงคู่แข่งขึ้นมาครองอันดับที่ 1 ได้ทันทีตั้งแต่ต้นเรซ แต่โค้งสุดท้ายเป็นช่วงจังหวะที่ติดรถน็อครอบ ทำให้การเดินคันเร่งออกจากโค้งเสียเปรียบคู่แข่งเล็กน้อย พลาดชัยชนะไปเพียงเสี้ยววินาที เข้าเส้นชัยขึ้นโพเดียมอันดับที่ 2 ตามมาติด ๆ ด้วย “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 20 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ที่เริ่มต้นจากกริดที่ 3 ดวลความเร็วกันที่กลุ่มหน้าอย่างดุเดือด ตามมาบนโพเดียมเป็นอันดับที่ 3 ยังรักษาโอกาสในการลุ้นแชมป์ประจำปี
รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1) 2 ดาวรุ่ง จาก โปร ฮอนด้า สิทธิพล ไออาร์ซี ดีไอดี ซีบี อาชิ กิตติ เรซซิ่ง บิด Honda CBR250RR ลงแข่งขันในเกมสุดท้าทายดวลความเร็วกันสุดเข้มข้น ด้วยประสบการณ์ที่เป็นรองแต่ดาวรุ่งฮอนด้าใช้เป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันในอนาคต “ต้นกล้า” ภคภัคร พึ่งเจริญ หมายเลข 78 เริ่มต้นจากกริดที่ 17 ก่อนเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 18 โดยที่ “เฟรม” ภูริทัต จันจาด หมายเลข 98 ควอลิฟายมาเป็นอันดับที่ 16 จบการแข่งขันในอันดับที่ 20
ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 เรซที่ 2 จะดวลความเร็วกันต่อและตัดสินแชมป์ประจำซีซั่นนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี. เวลา 09.30 น. ต่อด้วย รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี SS1 Pro เวลา 13.25 น. และ รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) เวลา 14.25 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #BRICSuperBike2025 #NexzterBRICSuperBike2025 #HondaCBR #Mix31 #Kaowkong20 #HiPeck18 #ChangInternationalCircuit
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ร่วมลงนามข้อตกลง “มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5)” เดินหน้าพัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้า สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ปี 2593
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทยเข้าร่วมพิธีลงนามบันทึก “พิธีลงนามข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถจักรยานยนต์ระยะที่ 2” ระหว่างกรมสรรพสามิตและผู้ประกอบอุตสาหกรรมอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมทั้งผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน และขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ตามวิสัยทัศน์ของฮอนด้าที่มุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี พ.ศ. 2593
พิธีการลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้ลงนามร่วมกับ ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต พร้อมด้วย นายบัญชร ส่งสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 และนางสุภาพร วัฒนเจริญ ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 3
มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตผู้บริโภคชาวไทยและสภาพแวดล้อมของประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฮอนด้าได้ทำงานร่วมกับภาครัฐมาโดยตลอด ทั้งในด้านการวิจัย พัฒนา และการส่งเสริมให้เกิดการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้าง รวมถึงการเข้าร่วมในมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ระหว่างปี พ.ศ. 2566–2568 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล การลงนามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5) ครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสานต่อพันธกิจดังกล่าว
ฮอนด้ายืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรทุกฝ่าย เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับคนไทยและประชาชนทั่วโลก”
สำหรับมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 (EV 3.5) จะมีผลใช้บังคับในช่วงปี พ.ศ. 2567 – 2570 โดยครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยสิทธิประโยชน์ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ เงินอุดหนุน การลดอัตราอากรขาเข้ารถยนต์สำเร็จรูป และการลดอัตราภาษีสรรพสามิต โดยเงินอุดหนุนจะเป็นไปตามประเภทของรถ และขนาดของแบตเตอรี่ สำหรับกรณีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า EV ราคาไม่เกิน 150,000 บาท ขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3 kWh จะได้รับเงินอุดหนุน ระหว่าง 5,000 – 10,000 บาท/คัน โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อมุ่งลดต้นทุนการเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/news
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
#EV #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่าปลุกพลังไทย! รวมใจเชียร์ทีมชาติ ล่าเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ ยามาฮ่าร่วมสนับสนุนทัพนักกีฬาไทยสู่จุดสูงสุดบนเวทีกีฬาอาเซียน
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ.2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งแรงใจให้ทัพนักกีฬาไทยก้าวสู่ความสำเร็จสูงสุด พร้อมร่วมสร้างประวัติศาสตร์การเป็น “เจ้าเหรียญทอง” ภายใต้แนวคิดหลัก “เชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์ สานพลังไทยเจ้าเหรียญทอง” สะท้อนพลังความสามัคคีของคนไทยที่พร้อมรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อประเทศ
สำหรับการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในครั้งนี้ ทางยามาฮ่ามอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA FAZZIO HYBRID จำนวน 60 คัน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท เพื่อร่วมเป็นกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย และแฟนกีฬาชาวไทย โดยมอบให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น รางวัลสำหรับนักกีฬาที่คว้าตำแหน่ง “เจ้าเหรียญทอง” จำนวน 50 คัน และรางวัลสำหรับผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมของ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จำนวน 10 คัน
นอกจากนั้น ยามาฮ่ายังได้จัดกิจกรรมเชียร์ไทยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อสร้างประสบการณ์ FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE ให้กับลูกค้ายามาฮ่า พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงพลังแรงเชียร์ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ตลอดช่วงการแข่งขันซีเกมส์ 9 – 20 ธันวาคม 2568 และอาเซียนพาราเกมส์ ซึ่งประกอบด้วย
- การร่วมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ ที่นำโดยผู้บริหาร ผู้จำหน่าย พนักงาน สื่อมวลชน นักแข่งจาก YAMAHA THAILAND RACING TEAM และลูกค้ายามาฮ่า กว่า 295 คน ร่วมวิ่งคบเพลิงใน 4 จังหวัดเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), ชลบุรี (แหลมแท่น), สงขลา (หอนาฬิกาหาดใหญ่) และนครราชสีมา (อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี) เพื่อส่งต่อพลัง และประกาศความพร้อมสู่มหกรรมกีฬาครั้งยิ่งใหญ่
- เชิญชวนชาวยามาฮ่าร่วมชมพิธีเปิด–ปิดกีฬาซีเกมส์ และคาราวานเฉลิมฉลองนักกีฬาไทย สุดยิ่งใหญ่
- การเตรียมตัวจัด “คาราวานและพิธีฉลองชัยชนะแก่ทัพนักกีฬาไทย” เพื่อร่วมแบ่งปันความภาคภูมิใจไปทั่วประเทศ
รวมถึงการกิจกรรมสนุกเต็มรูปแบบที่ร้านผุ้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ ที่ตกแต่งโชว์รูมด้วยธีมซีเกมส์สุดเท่ พร้อมมาสคอส YAMAHA FAZZIO ATHLETE MONSTERสุดน่ารัก ร่วมชมถ่ายทอดสดการแข่งขันแมตช์สำคัญผ่านจอใหญ่ และสนุกกับกิจกรรมลุ้นของรางวัลมากมาย อีกทั้งยังได้มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้ายามาฮ่าโดยเฉพาะ โดยการเชียร์นักกีฬาไทยติดขอบสนามในการแข่งขันที่กรุงเทพฯ ชลบุรี สงขลา และนครราชสีมา
สำหรับท่านที่เดินทางไปชมและเชียร์นักกีฬาไทยติดขอบสนามราชมังคลาฯ ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568 ยามาฮ่ายังได้เตรียมบูธ YAMAHA FAZZIO สุดยูนีคให้ร่วมสนุกใน FAN ZONE เพื่อให้แฟนกีฬาสามารถร่วมสนุกกับยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด และร่วม EXCLUSIVE MEET & GREET กับ YAMAHA THAILAND RACING TEAM, กิจกรรมของรางวัลลิมิเต็ดเฉพาะในงาน พร้อมเครื่องดื่ม และขนมเติมพลังตลอดวัน
ชาวยามาฮ่าสายออนไลน์หน้าจอ ยังสามารถร่วมสนุกบน FACEBOOK: YAMAHA SOCIETY THAILAND และ YAMAHA LINE OFFICIAL ACCOUNT: @YAMAHA SOCIETY THAILAND เพื่อเชื่อมโยงพลังแรงเชียร์จากคนไทยทั่วประเทศ อาทิ
- “ร่วมส่งแรงเชียร์…เป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทย” คัดเลือก 20 ข้อความร่วมเชียร์นักกีฬาไทยสุดเจ๋งจาก FACEBOOK: YAMAHA SOCIETY THAILAND มาโชว์บนจอ LED ขนาดใหญ่บนเส้นถนนบางนาตราด
- สนุกกับ “PHOTO HUNT ตามล่าหา YAMAHA FAZZIO” รถคู่ใจวัยฟาส สำหรับ 20 ท่านที่ถูกคัดเลือก ได้รับ ของรางวัล RARE ITEM
- ชวนชาว YAMAHA FAZZIO มาแชร์ “ขี่ YAMAHA FAZZIO ไปเชียร์ที่ไหนกัน” เพียงแชร์ภาพคู่กับ YAMAHA FAZZIO คันโปรด ภาพที่โดนใจ 20 ภาพ รับเสื้อ #ยามาฮ่าเชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์ ฟรี!
- พิเศษสุด…สำหรับลูกค้ายามาฮ่าทุกรุ่นที่เป็นสมาชิก LINE OFFICIAL ACCOUNT: @YAMAHA SOCIETY THAILAND รับบัตรเข้าชมพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ฟรี! จำนวนจำกัด สิทธิพิเศษนี้เฉพาะลูกค้า LINE Official Account ของยามาฮ่าเท่านั้น
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ภูมิใจที่ได้ร่วมหนุนทัพนักกีฬาไทยสู่เวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทาง…ต่างทุกฟีล” และขอเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศร่วมส่งแรงใจแรงเชียร์ให้ทีมชาติไทยในการแข่งขันซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ปีนี้ ร่วมสร้างพลังแห่งความภาคภูมิใจให้กึกก้องทั่วประเทศ “เชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์ สานพลังไทยเจ้าเหรียญทอง”
#YAMAHAFAZZIOสานพลังไทยเจ้าเหรียญทอง
#YAMAHAเชียร์ไทยคว้าชัยซีเกมส์
#YAMAHASOCIETYTHAILAND #REVSYOURHEART
#ยามาฮ่า #เร่งชีวิตให้เร้าใจ
#ซีเกมส์ครั้งที่33 #ซีเกมส์2025 #ซีเกมส์ #SEAGAMESTHAILAND2025
#SEAGAMES2025 #SEAGAMES33
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ทัพนักแข่งฮอนด้า CBR Series ลุ้นแชมป์ประเทศไทย พร้อมดวลความเร็ว 2 เรซรวดใน NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 ปิดฤดูกาล
“ฮอนด้า” พัฒนานักบิดและมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง ในการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike 2025 ด้วยการส่ง 4 แซทเทิลไลท์ทีม ลงดวลความเร็วใน 3 รุ่นท็อป เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักบิดไทยลงสนามแข่งขัน รวมถึงพัฒนาศักยภาพการทำงานของเมคคานิกส์และทีมแข่งไทย เพื่อพัฒนาการแข่งขันอย่างกว้างขวาง โดยผลงานดาวรุ่งไทยในซีซั่นนี้ ใช้โอกาสในการเรียนรู้และเก็บผลการแข่งขันลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาล โดยจะไปตัดสินในสนามที่ 4 2 เรซรวด ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล
รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ไฮไลท์ของรายการที่ดวลกันด้วยรถแข่งที่เร็วและแรงที่สุด ดาวรุ่งไทยฮอนด้า “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส บิด Honda CBR1000RR-R ลงเก็บประสบการณ์รุ่นใหญ่ พร้อมโชว์ผลงานได้ทันที ดวลความเร็วกับนักแข่งรุ่นพี่อย่างต่อเนื่อง เก็บแต้มรั้งอันดับที่ 2 ของตารางด้วยคะแนนสะสมมา 49 คะแนน (ตาม 21 คะแนน) โอกาสยังเปิดในการลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาลนี้ ขณะที่ จอมเก๋า “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี หมายเลข 10 จาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบกดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม จะไม่สามารถลงสนามสุดท้ายได้จากอาการบาดเจ็บ
รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1 Pro) ยอดนักบิดดาวรุ่งไทยผลผลิตจาก “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะดรีม” แจ้งเกิดด้วยผลงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 กับรถแข่ง Honda CBR600RR จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส ฮอนด้า ทีม เปิดตัวอย่างร้อนแรง คว้าชัยชนะ 2 สนามแรกติดต่อกัน แต่อุบัติเหตุในสนามที่ 3 ทำให้พลาดโอกาสบวกคะแนนทิ้งห่างไปอย่างน่าเสียดาย ล่าสุดรั้งอันดับที่ 2 ด้วยคะแนนสะสม 50 คะแนน (ตาม 11 คะแนน) ก่อนเข้าสู่สนามตัดสินแชมป์ประจำปี ขณะที่ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 20 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส อยู่ที่อันดับ 4 มี 36 คะแนน (ตาม 25 คะแนน)
รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1) ที่ฮอนด้ามอบโอกาสให้กับ 2 ดาวรุ่งจาก โปร ฮอนด้า สิทธิพล ไออาร์ซี ดีไอดี ซีบี อาชิ กิตติ เรซซิ่ง ซึ่งลงเก็บประสบการณ์ในคลาสรองอย่าง SS1 โดยสามารถโชว์พัฒนาการและทำผลงานขึ้นมาอยู่หัวแถวของรุ่น สลับกับการยกระดับขึ้นไปสู้กับรุ่นโปรได้อย่างต่อเนื่อง โดยผลงานจาก 3 สนามแรก “เฟรม” ภูริทัต จันจาด หมายเลข 98 รั้งอันดับที่ 3 ของรุ่นด้วยคะแนนสะสม 37 คะแนน ขณะที่ “ต้นกล้า” ภคภัคร พึ่งเจริญ หมายเลข 78 มีอยู่ 24 แต้ม อยู่ในอันดับที่ 9 ของตารางคะแนนสะสม
ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 4 สนามปิดท้ายฤดูกาลจะดวลความเร็วกัน 2 เรซรวด โดยเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมและควอลิฟาย เพื่อจัดอันดับสตาร์ตในวันศุกร์ที่ 21 และแข่งขันชิงชนะเลิศเรซที่ 1 ในวันเสาร์ที่ 22 ก่อนปิดท้ายรอบชิงชนะเลิศ เรซที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #BRICSuperBike2025 #NexzterBRICSuperBike2025 #HondaCBR #Mix31 #Kaowkong20 #HiPeck18 #ChangInternationalCircuit
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
All New YAMAHA NMAX TECH MAX คว้ารางวัลใหญ่ “Motorcycle of The Year 2025” จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย
All New YAMAHA NMAX TECH MAX สร้างความภาคภูมิใจให้ยามาฮ่า คว้ารางวัล Thailand Motorcycle of The Year 2025 มาครองได้สำเร็จ จากงานประกาศผลรางวัล Thailand Car, EV & Motorcycle of The Year 2025 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไทย
นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เป็นรับเกียรติขึ้นรับรางวัล Thailand Motorcycle of The Year 2025 จาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย
โดยในปีนี้ มีรถจักรยานยนต์ผ่านเข้าสู่รอบทดสอบขั้นสุดท้ายจำนวน 6 รุ่น โดย All New YAMAHA NMAX TECH MAX และ All New YAMAHA AEROX ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้งคู่ ซึ่ง All New YAMAHA NMAX TECH MAX สามารถทำคะแนนรวมจากการทดสอบ และได้รับผลโหวตจากสื่อมวลชนสูงสุด คว้าตำแหน่ง Thailand Motorcycle of The Year 2025 ไปครองอย่างสง่างาม สะท้อนถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ความคุ้มค่าคุ้มราคา และเทคโนโลยีครบครันที่ยามาฮ่าตั้งใจพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างแท้จริง อาทิ ดีไซน์ที่ได้รับความนิยมจากยุโรป และมีโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับได้ 2 โหมด ทั้ง Sport Mode และ Town Mode พร้อมระบบ YECVT เทคโนโลยีควบคุมชุดส่งกำลังอัตโนมัติด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่มีกล่อง ECU เป็นตัวประมวลผล และส่งคำสั่งไปยังชุดส่งกำลัง YECVT เพื่อส่งต่อไปยังมอเตอร์และปรับอัตราทด ระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล๊อคเพิ่มความปลอดภัย ระบบ Traction Control System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีที่จะช่วยรักษาแรงฉุดลากเมื่อเร่งความเร็วบนพื้นผิวที่ลื่น ถนนที่ไม่ได้ลาดยางหรือถนนเปียก
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า พาชาว CUB House เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ออกทริปขับขี่รอบเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ในกิจกรรม “CUB House Let’s Ride Over JAPAN”
CUB House by Honda เดินหน้ามอบประสบการณ์การขับขี่สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้า จัดทริป “CUB House Let’s Ride Over JAPAN” พาสมาชิก CUB House และสื่อมวลชนร่วมออกเดินทางขับขี่รถจักรยานยนต์ CUB House กว่า 35 คัน ตะลุยเส้นทางรอบเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ตลอดระยะเวลา 6 วัน 5 คืน ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
ทริปนี้มีชาว CUB House ทุกรุ่นเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้ง Honda Monkey125, C125, CT125 และ DAX125 พร้อมขับขี่กระทบไหล่ไปกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังคุณซาบอล และคุณอาร์ม จาก Ohana อีกทั้งได้สัมผัสเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามที่สุด อากาศเย็นสบายเพียง 10 องศา พร้อมวิวภูเขา ทุ่งหญ้า และวัฒนธรรมหลากหลายที่รอให้ค้นหา สร้างมิติใหม่ของการขับขี่ท่องเที่ยวที่ผสานทั้งความงามของธรรมชาติและเสน่ห์ความเป็นญี่ปุ่นอย่างลงตัว
เส้นทางการขับขี่เริ่มต้นจากเมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka) มุ่งหน้าสู่คุมาโมโตะ (Kumamoto) เอโสะ (Aso) ยูฟุอิน (Yufuin) เบปปุ (Beppu) และนาคัตสึ (Nakatsu) รวมระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสพื้นที่หลากหลายแบบ “เจแปนไลเดอร์” ตั้งแต่ถนนในเมืองอันเป็นระเบียบ ไปจนถึงเส้นทางภูเขาที่มีโค้งสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น
ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่
- การขับขี่ขึ้นสู่ ยอดเขา Daikanbo ผ่านเส้นทางทุ่งหญ้า Milk Road ที่นักขี่ทั่วโลกยกให้เป็นเส้นทางโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่ง
- การช้อปอุปกรณ์ขี่รถ และของแต่งสุดเท่ที่ Ricoland แหล่งรวมของแต่งมอเตอร์ไซค์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น
- การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ Aso Farm Land พร้อมบรรยากาศอันเงียบสงบ
- การเรียนรู้ประวัติศาสตร์รถจักรยานยนต์ที่ Iwashita Museum พร้อมชมรุ่นในตำนานอย่าง Honda Monkey 50, Honda Dax 50 และ Batabata
- ปิดท้ายด้วยกิจกรรมแช่ออนเซ็น Beppu Jigoku และเวิร์กช็อปรังสรรค์น้ำหอมที่ Oita Fragrance Museum
กิจกรรม “LET’S RIDE OVER JAPAN 2025” สะท้อนตัวตนของ CUB House ที่มุ่งสร้างคอมมูนิตี้คนรักรถที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว ผ่านการเชื่อมโยงผู้ขับขี่ให้ได้ออกเดินทาง เปิดโลกใหม่ และแบ่งปันความสนุกไปพร้อมกัน ไม่เพียงแต่เป็นทริปท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในต่างประเทศให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสอย่างแท้จริง
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สามารถติดตามกิจกรรมครั้งต่อไป ได้เร็ว ๆ นี้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th/cubhouse
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊ก CUBhouse : fb.com/cubhousebyhonda
#Monkey125 #C125 #CT125 #Dax125 #CUBHouseRoadTrip2025 #RideOverJapan #ThaiHondaMotorcycle #CUBHouse #CUBHousebyHonda
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
D7502 -
News / News Motocycle1 Min Read
เคลียร์ชัด 9 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ MotoGP สนามประเทศไทย ไม่คุ้มค่า-เอกชนไม่สนับสนุน-ไม่มีคนดู จริงหรือ?
การกีฬาแห่งประเทศไทย เผยข้อมูลทุกมิติของโมโตจีพีตั้งแต่สัญญาแรก จนถึงปัจจุบัน เพื่อไขข้อข้องใจทุกประเด็นเกี่ยวกับการจัดและการต่อสัญญา โมโตจีพี สนามประเทศไทย เคลียร์ชัด “9 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ MotoGP สนามประเทศไทย ไม่คุ้มค่า-เอกชนไม่สนับสนุน-ไม่มีคนดู จริงหรือ?” พร้อมยืนยันด้วยตัวเลข มูลค่าทางเศรษฐกิจ และผลตอบแทนที่ประเทศได้รับอย่างชัดเจน ดังนี้
1.เงิน 3,997 ล้านบาท ตกไปที่ใคร และมีการใช้ทันทีทั้งหมดหรือไม่
ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ มีนโยบายที่จะทำสัญญากับ รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐบาลประเทศนั้นๆ โดยตรงเท่านั้น เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ดังนั้น การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะหน่วยงานรัฐ จึงเป็นคู่สัญญาโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวกับ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ MotoGP ทั่วโลก
ค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมดจะถูก ทยอยขออนุมัติงบประมาณเป็นรายปี และจ่ายตรงไปที่ ดอร์น่า สปอร์ต เท่านั้น ไม่ได้ผ่านคนกลางหรือตกไปที่เอกชนรายอื่น ในทางกลับกัน ผลประโยชน์และรายได้จากการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเข้าชมหรือเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน ก็จะถูกนำส่ง ตรงไปที่ กกท. เช่นกัน เพื่อใช้สมทบและลดภาระงบประมาณภาครัฐอย่างเต็มที่
2.ค่าลิขสิทธิ์แพงขึ้นมาก มีการเจรจาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศหรือไม่
ข้อเท็จจริงคือ ค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นทุกประเทศและค่าลิขสิทธิ์ประเทศไทยถือว่า ต่ำกว่าประเทศอื่น โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพหลักได้เจราจาต่อรองเรื่องค่าลิขสิทธิ์การแข่งขัน เพื่อให้ได้ในอัตราเท่าเดิม แต่เนื่องจากเกิดการแข่งขันในการเสนอตัวเป็นประเทศเจ้าภาพเพิ่มขึ้น ประกอบกับจากการจัดการแข่งขันที่ผ่านมา มีการแข่งขันในวันแข่งจริงเพียงวันเดียว แต่ในสัญญาใหม่ จะมีการแข่งขัน 2 วัน คือ วันที่แข่ง Sprint Race (วันเสาร์) และวันที่แข่งจริง (Race Day) (วันอาทิตย์) ส่งผลให้มีผู้ชมสนใจมากยิ่งขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการแข่งขันมากขึ้นเป็นทวีคูณ ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่การปรับเพิ่มราคาเกิดขึ้นทั่วโลก และประเทศไทยสามารถเจรจาได้ในอัตราที่ได้เปรียบกว่าประเทศอื่น จึงถือว่าการเจรจาเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ
3.งบโมโตจีพีสำคัญกว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจริงหรือ
งบประมาณคนละส่วน รัฐมีการจัดสรรงบทางกีฬาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน การเปรียบเทียบวงเงินนี้เชื่อมโยงกันอย่างไม่ถูกต้อง ตามหลักการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย งบประมาณสำหรับกิจกรรมส่งเสริมกีฬาและการเป็นเจ้าภาพระดับโลก (เช่น MotoGP) จะถูกจัดสรรในส่วนของรายจ่ายของส่วนราชการ (การกีฬาแห่งประเทศไทย) ซึ่งมีวงเงินและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนตามยุทธศาสตร์ของประเทศ
ในขณะที่งบประมาณสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน มักจะมาจาก ‘งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น’ ซึ่งเป็นงบฉุกเฉินที่รัฐบาลบริหารจัดการเพื่อบรรเทาสาธารณภัยโดยเฉพาะ
ดังนั้น งบประมาณทั้งสองส่วนจึงแยกจากกันอย่างชัดเจน และการขออนุมัติกรอบวงเงิน 4,000 ล้านบาท สำหรับสัญญาปี 2570-2574 นั้น ไม่ได้กระทบต่องบประมาณที่รัฐบาลใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในปัจจุบันแต่อย่างใด
4.รีบเร่งต่อสัญญาเกินไปหรือไม่
ยืนยันว่า การเจรจาต่อสัญญาไม่ได้เป็นการ “เร่งรีบ” แต่เป็นการดำเนินการที่ล่าช้ากว่าช่วงเวลาที่ควรเริ่มดำเนินการด้วยซ้ำ เนื่องจากสัญญาเดิมจะสิ้นสุดลงในปี 2569 (2026) และ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ กำหนดให้คู่สัญญาเดิมต้องแจ้งความประสงค์ต่อสัญญาล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งหมายถึงต้องแจ้งภายในปี 2568 (2025)
ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา และการที่มีหลายประเทศทั่วโลกกำลังรอเสนอตัวและยื่นข้อเสนอเพื่อเป็นเจ้าภาพแทนประเทศไทย การดำเนินการเจรจาในขณะนี้จึงถือเป็นการตัดสินใจที่ทันต่อสถานการณ์และจำเป็น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องเสียสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับโลก ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 28,000 ล้านบาท ใน 5 ปีข้างหน้า
5.ผู้ชมน้อยลงทุกปี ความคุ้มค่าอยู่ตรงไหน
ข้อเท็จจริงคือ ยอดผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยเคยได้รับรางวัล Best Grand Prix of the Year ในปี 2561 ด้วยยอดผู้ชมสูงสุดในฤดูกาล 222,535 คน และเพิ่มเป็น 226,655 คน ในปี 2562 ส่วนยอดผู้ชมที่ลดลงในช่วงปี 2565 (178,463 คน) เป็นผลมาจากการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข แต่หลังจากนั้น ยอดผู้ชมก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี
สำหรับความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจ การจัดโมโตจีพี 8 ปีที่ผ่านมา (2561-2568) สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยสูงถึง 24,927 ล้านบาท และสัญญาใหม่ 5 ปี (2570-2574) ถูกประมาณการณ์ว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก 28,000 ล้านบาท และยังไม่มีอีเว้นต์ไหนในประเทศไทยที่ทำได้
6.จริงหรือไม่ ? เอกชนลดการสนับสนุนลงทุกปี -รัฐแบกภาระเกินไป
ในการบริหารจัดการ การจัด MotoGP ในหลายประเทศทั่วโลก รัฐบาลเป็นผู้รับค่าลิขสิทธิ์เต็มจำนวนหรือเกือบทั้งหมด ในทางกลับกัน ประเทศไทย เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่พึ่งพางบประมาณภาครัฐในสัดส่วนที่น้อยมาก
โดยตลอดสัญญาที่ผ่านมา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ประสบความสำเร็จในการระดมทุนจากภาคเอกชนรายใหญ่ ทั้งกลุ่มพลังงาน ยานยนต์ และเครื่องดื่ม เข้ามาสนับสนุนการจัดแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดภาระของรัฐบาลลงได้อย่างมาก
แม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา ทำให้เอกชนบางรายต้องลดหรือหยุดการสนับสนุนไปชั่วคราว กกท. ก็ยังคงพยายามหาเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนและรายได้จากการจำหน่ายบัตร เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายและยืนยันการเป็นเจ้าภาพต่อไป โดยในสัญญาใหม่ (2570-2574) ก็ยังคงตั้งเป้าระดมเงินสนับสนุนจากเอกชนกว่า 700 ล้านบาท เพื่อยืนยันว่าประเทศไทยมีการบริหารจัดการที่พึ่งพาเอกชนเป็นหลักมาโดยตลอด
7.รายได้จากการแข่งขันตกไปที่เอกชนหรือไม่ –จัดที่อื่นได้ไหม ทำไมต้องที่บุรีรัมย์
การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไม่ได้มีสัญญาจ้างกับบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด (เจ้าของสนามช้างฯ) ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงคือ สนามช้างฯ ได้ให้การสนับสนุน กกท. โดย อนุญาตให้ใช้สนามแข่งฟรีโดยไม่คิดค่าเช่า โดยการให้ใช้สนามฟรีนี้มีมูลค่าถึง 12 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากต้องใช้สถานที่ในการเตรียมการจัดการแข่งขันและวันแข่งจริงประมาณ 30 วัน คำนวนรวม 6 ปี ที่รัฐไม่ต้องจ่ายค่าเช่า เป็นมูลค่า 72 ล้านบาท
“จัดที่อื่นไม่ได้ เนื่องจากมีสนามแห่งนี้เพียงสนามเดียวในประเทศไทย” ที่เป็นสนามระดับ FIM GRADE A ที่มีมาตรฐานสามารถจัดการแข่งขัน MotoGP ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้งานกีฬาระดับโลกในการกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ รวมถึงการท่องเที่ยวต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทุกภาคในประเทศไทย
8.เอื้อประโยชน์กับเจ้าของสนามแข่งหรือไม่
รายได้หลักจากการจัดแข่งขันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขัน และเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน จะถูกนำส่งเข้าสู่การบริหารจัดการโดย กกท. โดยตรง ซึ่งรายได้เหล่านี้จะถูกนำไป หักลบกับภาระค่าลิขสิทธิ์ ที่ต้องจ่ายให้กับ ดอร์น่า สปอร์ต โดยตรง เพื่อลดภาระงบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐให้เหลือน้อยที่สุด กระบวนการนี้จึงเป็นการยืนยันถึงความโปร่งใส และการบริหารจัดการที่เน้นผลประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญ
9.MotoGP ถูกสนับสนุนมาทุกรัฐบาล
การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP ได้รับการสานต่อและสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่องทุกชุด มาโดยตลอด เนื่องจากตระหนักถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศที่ได้รับ ดังนี้
สัญญาที่ 1: ปี 2561 – 2563 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (รมว. กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร) ครม. เห็นชอบสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์สมทบปีละ 100 ล้านบาท รวม 3 ปี เป็น 300 ล้านบาท
ผลการดำเนินงาน: กกท. ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและรายได้รวม 528 ล้านบาท (ใน 2 ปี) จากพันธมิตรรายใหญ่ 12 ราย/แหล่ง
ความสำเร็จ: ได้รับรางวัล Best Grand Prix of The Year ในปี 2561 และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 2 ปี (2561-2562) ได้ถึง 6,584 ล้านบาท (จัดได้เพียง 2 ปี เนื่องจากโรคระบาด Covid-19)สัญญาที่ 2: ปี 2565 – 2569 (เลื่อนจาก 2564-2568) รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (รมว. พิพัฒน์ รัชกิจประการ) ครม. เห็นชอบกรอบวงเงินเพื่อสมทบค่าลิขสิทธิ์ 900 ล้านบาท โดยเน้นให้นำรายได้จากภาคเอกชนมาสมทบก่อน
ผลการดำเนินงาน: ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนกว่า 770 ล้านบาท และจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 800 ล้านบาท
ผลตอบแทนและข้อได้เปรียบ: สามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจรวม 6 ปี (2561 – 2568) กว่า 24,927 ล้านบาท อีกทั้งยัง ประหยัดค่าเช่าสนามได้ถึง 72 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาสัญญา จากการใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ฟรีสัญญาที่ 3: ปี 2570 – 2574 (ล่าสุด)
สถานะปัจจุบัน: ครม. ให้ความเห็นชอบเพียงการเป็นเจ้าภาพเท่านั้น ส่วนงบประมาณ กกท. จะนำเสนอขอรับการจัดสรรเป็นรายปีตามภารกิจ ซึ่งประมาณการรายได้จากผู้สนับสนุนไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท (ซึ่งการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐเป็นไปตามแผนงานในปี 2570 และไม่ได้กระทบกับงบประมาณที่จำเป็นเร่งด่วนในปัจจุบัน)
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle2 Min Read
“ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์” เติมแรงขับตลาดพรีเมียมบิ๊กไบค์ปลายปี ส่ง 4 โมเดลใหม่ “Scrambler 400 XC , Scrambler 1200 XE ,Tiger 900 Alpine Edition, Tiger 900 Desert Edition” เสริมแกร่งไลน์โมเดิร์นคลาสสิก – แอดเวนเจอร์ ครบทุกสไตล์
ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เดินหน้าตอกย้ำผู้นำรถจักรยานยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษ ส่งท้ายปียิ่งใหญ่ด้วยการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ 4 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ Scrambler 400 XC น้องเล็กรุ่นล่าสุดในไลน์อัปเครื่องยนต์ 400 ซีซี อันเลื่องชื่อ ได้รับการออกแบบและปรับแต่งเพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์การขับขี่ของไทรอัมพ์ที่สนุก เร้าอารมณ์ และตอบสนองได้ฉับไว ตามด้วย Scrambler 1200 XE ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อยกระดับสมรรถนะและความสามารถในการผจญภัยแบบออฟโรด รวมถึง Tiger 900 Alpine Edition และ Tiger 900 Desert Edition 2 รถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ที่สะดุดตา ได้รับแรงบันดาลใจจากอากาศในเทือกเขาแอลป์และแสงตะวันในทะเลทราย มีคุณสมบัติพิเศษที่ได้รับการปรับปรุง โดดเด่นด้วยสีสันและกราฟิกพิเศษ ซึ่งทั้งหมดมาพร้อมความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง
นายชินศักดิ์ กิตติอมรกุล ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า “เพื่อตอบรับดีมานด์ตลาดพรีเมียมบิ๊กไบค์ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ จึงเดินหน้าขยายไลน์อัปเพื่อเติมเต็มทางเลือกให้ครอบคลุมทุกสไตล์การขับขี่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Modern Classics และ Adventure ที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์ ซึ่งการเปิดตัวทั้ง 4 รุ่นใหม่นี้ ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยสมรรถนะ และงานออกแบบที่พัฒนาขึ้น พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่มาพร้อมความคุ้มค่า
สำหรับไทรอัมพ์ Scrambler 400 XC น้องเล็กรุ่นล่าสุด ที่เพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดให้กับสไตล์อันดุดันของ Scrambler ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 40 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 37.5 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสนุกและมั่นใจในทุกย่านความเร็ว ด้านรูปลักษณ์ สะท้อนอัตลักษณ์ดีไซน์ของ Scrambler ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ถังน้ำมันที่ออกแบบอย่างสวยงามพร้อมรอยเว้าสำหรับหัวเข่า เครื่องยนต์คลาสสิกพร้อมตราโลโก้ไทรอัมพ์สามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ครีบระบายความร้อน และแคลมป์ยึดท่อร่วมไอเสีย ไปจนถึงปลายท่อเฉียงขึ้นด้านบน อีกทั้งมาพร้อมบังโคลนหน้าแบบยกสูง และชิลด์หน้าที่เข้าชุดกัน ให้การปกป้องอย่างมีสไตล์ในสภาพแวดล้อมสุดท้าทาย
ด้านสเปกที่โดดเด่นเหนือระดับ ออกแบบมาเพื่อรองรับการผจญภัยในชีวิตอย่างแท้จริง โดย Scrambler 400 XC ใหม่นี้ได้เพิ่มศักยภาพในการขับขี่แบบออฟโรดให้กับสไตล์ที่ดุดันของ Scrambler ด้วยล้อซี่ลวดแบบใหม่ที่แข็งแกร่งและสวยงามลงตัว ล้อหน้าขนาด 19 นิ้วและล้อหลังขนาด 17 นิ้ว ที่เน้นการใช้งานแบบผจญภัย มาพร้อมขอบล้ออลูมิเนียมจาก Excel และยาง Metzeler Karoo Street แบบไม่มียางใน ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับสมรรถนะบนทุกเส้นทางได้อย่างหลากหลายและมั่นใจ ขณะที่ระบบกันสะเทือนคุณภาพสูงช่วยให้การขับขี่นุ่มนวล ด้วยโช้คหน้าหัวกลับลูกสูบใหญ่ ขนาด 43 มม. และโช้คหลังแบบ Monoshock พร้อมกระปุกน้ำมันแยก โดยมีระยะยุบตัวล้อหน้าและหลัง 150 มม. รวมถึงระบบ Traction Control ที่เปิด-ปิดได้ และระบบ ABS สำหรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ เพื่อความปลอดภัยและความคล่องตัวในการใช้งาน
ส่วนเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มุ่งเน้นเพื่อผู้ขับขี่อัดแน่นทั้งมาตรวัดแบบสองรูปแบบ ผสมผสานดีไซน์เรียบหรูทันสมัย ด้วยมาตรวัดความเร็วแบบเข็มขนาดใหญ่ และหน้าจอ LCD ซึ่งแสดงผลรอบเครื่องยนต์แบบดิจิทัล ระยะทางที่ขับขี่ได้จากน้ำมันที่เหลือ และตัวบอกตำแหน่งเกียร์ที่มองเห็นได้ชัดเจนในทุกสภาพแสง ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการแสดงผลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกผ่านปุ่มควบคุมที่ติดตั้งบนแฮนด์ นอกจากนี้ยังมีช่องชาร์จไฟแบบ USB-C รองรับการชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สมาร์ทโฟนหรือระบบนำทาง ตลอดจนมีอุปกรณ์เสริมแท้จาก Triumph ให้เลือกติดตั้งมากกว่า 20 รายการ ครอบคลุมทั้งด้านสไตล์ ความสบาย การบรรทุกสัมภาระ และระบบความปลอดภัย
ทั้งนี้รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ Scrambler 400 XC ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 209,950 บาท มาพร้อมความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของด้วยระยะเวลาในการเข้ารับการบำรุงรักษาที่ยาวนานถึง 16,000 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันคุณภาพ 2 ปีไม่จำกัดระยะทางเป็นมาตรฐาน มีให้เลือก 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สี Racing Yellow, สี Storm Grey และ สี Vanilla White โดยแต่ละแบบมาพร้อมกราฟิกดีไซน์เฉพาะตัว พร้อมโลโก้ Triumph สีดำ ที่เข้าชุดกับแผงข้างถังน้ำมันสีดำ แผ่นรองเข่า และเบาะนั่งแบบสองตอนสีดำสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ต่อกันด้วย Scrambler 1200 XE รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมเครื่องยนต์ Bonneville สองสูบ พละกำลังสูงขนาด 1200 ซีซี มอบพละกำลังสูงสุด 90 แรงม้า และแรงบิดเต็มพิกัด 110 นิวตันเมตร ที่ 4,250 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ตอบสนองทันใจ มอบทั้งความเร้าใจและการควบคุมที่ง่ายดายในทุกสภาพถนน ด้านรูปลักษณ์โดดเด่นในทุกมุมมอง ตั้งแต่ท่วงท่าที่ทรงพลัง ล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ออกแบบอย่างประณีต ไปจนถึงเบาะยาวลอนคลื่นที่เป็นเอกลักษณ์ เพิ่มความพรีเมียมด้วย ฝาถังสไตล์ Monza ทำจากอะลูมิเนียมแบบขัดเงา สวิงอาร์มชุบอะโนไดซ์ แผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้องกันอ่างน้ำมันเครื่องอะลูมิเนียม รวมถึงตราสัญลักษณ์ขัดเงาบ่งบอกถึงความประณีตในทุกส่วน
ขณะที่โครงรถสไตล์ Scrambler แบบเฉพาะตัว ออกแบบให้ผู้ขี่มั่นใจได้ในทุกสภาพพื้นผิว สวิงอาร์มอะลูมิเนียมหล่อพร้อมระยะยุบตัวยาว และระบบกันสะเทือนปรับได้เต็มรูปแบบ มอบระยะยุบล้อสูงถึง 250 มม. โช้คหน้าหัวกลับ Showa ขนาด 47 มม. ปรับแต่งได้เต็มระบบ ส่วนโช้คหลังคู่ Öhlins พร้อมกระปุกน้ำมันที่ติดตั้งสปริงคู่ให้การควบคุมและความสบายที่เหนือชั้น ไม่ว่าขับขี่คนเดียวหรือบรรทุกเต็มพิกัด สมรรถนะการเบรกก็เหนือชั้นไม่แพ้กัน คาลิปเปอร์เบรก Brembo Stylema M4.30 โมโนบล็อกเรเดียล จับคู่กับจานเบรกคู่ขนาด 320 มม. ให้พลังเบรกระดับชั้นนำ เสริมด้วยคาลิปเปอร์หลัง Nissin และจานเบรกขนาด 255 มม. ระบบ Optimised Cornering ABS และระบบ Traction Control ของไทรอัมพ์ มอบความมั่นใจสูงสุดในทุกโค้ง พร้อมตัวเลือกปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดสำหรับการขับขี่ออฟโรดขั้นสูง
ด้านเทคโนโลยีที่ยกระดับทุกการขับขี่มาพร้อม คันเร่งไฟฟ้า Ride-by-wire ของไทรอัมพ์ที่ให้โหมดการขับขี่ 6 โหมด ได้แก่ Road, Rain, Sport, Rider-Configurable, Off-Road และโหมดพิเศษเฉพาะรุ่น Off-Road Pro โดยแต่ละโหมดจะปรับการตอบสนองของคันเร่ง ระบบ ABS และระบบ Traction control ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวและความต้องการของผู้ขับขี่ ด้านโหมด Off-Road Pro จะปิดการใช้งานระบบ ABS และระบบ Traction Control ทั้งหมด เพื่อปลดปล่อยสมรรถนะออฟโรดของ XE อย่างเต็มศักยภาพ ระบบ Cruise Control แบบปุ่มเดียว เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางไกล ขณะที่จอแสดงผล TFT สีเต็มรูปแบบ มาพร้อมธีมให้เลือก 2 แบบและตัวเลือกเค้าโครง 3 สไตล์ พร้อมฟังก์ชันปรับความสว่างอัตโนมัติตามสภาพแสง นอกจากนี้ผู้ขี่ยังสามารถปรับแต่งหน้าจอเริ่มต้นด้วยชื่อของตนเอง เพื่อเพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการขับขี่ได้อีกด้วย นอกจากนี้สวิตช์ควบคุมแบบมีไฟเรืองแสง และจอยสติ๊กแบบ 5 ทิศทาง ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างสะดวกง่ายดาย รวมถึงยังรองรับการติดตั้งระบบเชื่อมต่อ My Triumph ช่วยให้เข้าถึงการโทรศัพท์ ฟังเพลง และระบบนำทางแบบ Turn-by-turn ผ่านหน้าจอ TFT ได้โดยตรง มีช่องชาร์จ USB ใต้เบาะที่นั่ง เพื่อให้สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้ตลอดการเดินทาง ตลอดจนมีอุปกรณ์เสริมแท้จากไทรอัมพ์ให้เลือกมากกว่า 70 รายการ ตั้งแต่ ชิลด์หน้าทัวร์ริ่งทรงสูง และกระเป๋าข้างแบบหนัง ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับการขับขี่ออฟโรด อุปกรณ์เสริมทุกชิ้นได้รับการออกแบบควบคู่กับตัวรถ เพื่อความลงตัวทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และคุณภาพ
ทั้งนี้รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ Scrambler 1200 XE ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 675,000 บาท มาพร้อมความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของด้วยระยะเวลาในการเข้ารับการบำรุงรักษาที่ยาวนานถึง 16,000 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันคุณภาพ 2 ปีไม่จำกัดระยะทางเป็นมาตรฐาน มีตัวเลือกสีพรีเมียมให้เลือก ได้แก่ สี Matt Khaki Green & Matt Crystal White สำหรับสายผจญภัย และสี Silver Ice & Phantom Black สำหรับผู้ชื่นชอบความโดดเด่น ขณะที่สี Sapphire Black ยังคงเป็นสีมาตรฐานให้เลือกเช่นเดิม
ปิดท้ายด้วย Tiger 900 Alpine Edition ที่พัฒนาบนพื้นฐานของรุ่น Tiger 900 GT Pro ที่เน้นการขี่บนถนน มาพร้อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้ขี่ ขณะที่ Tiger 900 Desert Edition พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Tiger 900 Rally Pro ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ระดับแนวหน้าในกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับเดียวกัน ออกแบบมาเพื่อเน้นย้ำถึงความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดอันเลื่องชื่อ ซึ่งทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์สามสูบอันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ พร้อมเพลาข้อเหวี่ยงแบบ T-plane ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สามสูบ 888 ซีซี ให้พละกำลัง 108 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 90 นิวตันเมตร ที่ 6,850 รอบต่อนาที การส่งกำลังที่ตอบสนองฉับไว ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม และเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5+ ออกแบบมาเพื่อความแข็งแกร่ง การควบคุม และความทนทาน ทั้งสองรุ่นมีสวิงอาร์มหล่ออะลูมิเนียมสองด้านเพื่อความเสถียรและความแม่นยำ พร้อมระบบเบรกประสิทธิภาพสูงจาก Brembo ให้แรงหยุดเหนือชั้น ขณะที่ชุดแฮนด์มีแดมเปอร์ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขี่ระยะไกล โดยในรุ่น Desert Edition ยังมาพร้อมกับล้อซี่ลวดและยางแบบไม่มียางใน
ขณะที่ระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละรุ่น โดย Tiger 900 Alpine Edition ใช้โช้คหัวกลับ Marzocchi ขนาด 45 มม. พร้อมระบบปรับการยุบตัวและการคืนตัวแบบแมนนวล มีระยะยุบตัว 180 มม. ในขณะที่ Tiger 900 Desert Edition ติดตั้งโช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม. พร้อมระยะยุบตัว 240 มม. เพื่อการขับขี่ออฟโรดที่ท้าทาย ระบบกันสะเทือนหลังก็สะท้อนถึงแนวทางนี้ โดย Alpine ใช้โช้ค Marzocchi และ Desert ใช้โช้ค Showa ให้ระยะยุบตัว 170 มม. และ 240 มม. ตามลำดับ ด้านระบบเบรกได้รับการควบคุมโดยจานเบรกคู่หน้าขนาด 320 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ Brembo Stylema และจานเบรกเดี่ยวด้านหลังขนาด 255 มม. เสริมด้วยยาง Metzeler Tourance™ Next สำหรับรุ่น Alpine และยาง Bridgestone Battlax Adventure สำหรับรุ่น Desert มอบการยึดเกาะที่มั่นใจบนทุกพื้นผิว
นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อม Triumph Shift Assist เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น และแผงหน้าปัดสี TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ MyTriumph เพื่อข้อมูลที่เข้าใจง่ายและชัดเจน พร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย โดยรุ่น Alpine และ Desert มาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 และ 6 โหมดตามลำดับ โดยรุ่น Desert จะเพิ่มโหมด Off-Road Pro เพื่อการบังคับควบคุมบนทุกสภาพถนนขั้นสูง นอกจากนี้รุ่นพิเศษทั้งสองรุ่นมีตัวเลือกให้อัปเกรดเป็นเบาะนั่งแบบปรับอุณหภูมิหรือเบาะนั่งแบบต่ำ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความคล่องตัวและความทนทานในทุกสภาพถนน รวมถึงยังมีอุปกรณ์เสริมครบครันกว่า 50 ชิ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการท่องเที่ยวและความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกชุดกระเป๋าเดินทางพรีเมียมได้ 2 แบบ คือชุด Trekker หรือชุด Expedition ที่ออกแบบมาเพื่อความทนทานและสะดวกสบายในการเดินทางไกล นอกจากนี้สำหรับประเทศไทยท่อเก็บเสียงพรีเมียม Akrapovic สามารถติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมได้เช่นกัน
ทั้งนี้ Tiger 900 Alpine Edition Edition มาพร้อมโทนสี Snowdonia White และ Sapphire Black อันคมชัด พร้อมเน้นลวดลายด้วยสี Aegean Blue อันโดดเด่น ในราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 648,000 บาท และ Tiger 900 Desert Edition มาพร้อมสี Urban Grey และ Sapphire Black ที่สะดุดตา พร้อมเน้นลวดลายด้วยสี Baja Orange อันโดดเด่นในราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 668,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่นมีระยะเวลาการบริการ 10,000 กิโลเมตร และรับประกันระยะทางไม่จำกัดเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งถือเป็นระดับชั้นนำในระดับเดียวกัน นายชินศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ www.triumphmotorcycles.co.th หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ มอบเงินบริจาค 1,962,414 บาท จากโครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า 60 บาท เติมเต็มถัง เติมเต็มใจ” แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมกับร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ มอบเงินบริจาคจำนวน 1,962,414 บาท ให้แก่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจในการจัดหาและบริหารโลหิตให้เพียงพอสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ ซึ่งการมอบเงินในครั้งนี้จัดขึ้น เนื่องในวาระครบรอบ 60 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ผ่านการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อโครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า 60 บาท เติมเต็มถัง เติมเต็มใจ” ในโอกาสนี้ ดร.อารักษ์ พระประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้มอบเงินบริจาค โดยมี รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และ คุณปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ณ สภากาชาดไทย
โครงการฯ ดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยไทยฮอนด้าร่วมกับร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เชิญชวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้ากว่า 18 ล้านคัน ร่วมกิจกรรมเติมน้ำมันเต็มถังในราคาเพียง 60 บาท ณ ร้านผู้จำหน่ายฮอนด้า (Honda Wing Center) ที่เข้าร่วมกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ เป็นรายได้จากกิจกรรมรวม 981,207 บาท และไทยฮอนด้าได้ร่วมสมทบเพิ่มอีกหนึ่งเท่า รวมเป็นยอดบริจาคทั้งหมด 1,962,414 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดหาโลหิตให้เพียงพอสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศ
ดร.อารักษ์ พระประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ไทยฮอนด้าได้เติบโตเคียงคู่กับสังคมไทย ไม่เพียงแค่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ แต่ยังคงยึดมั่นในการส่งต่อความสุขและความปลอดภัยให้กับผู้คนรอบข้างในทุกเส้นทางอย่างต่อเนื่อง ในนามของบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ขอขอบพระคุณ สภากาชาดไทย ที่เปิดโอกาสให้ฮอนด้าได้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ให้ชีวิต” ผ่านการบริจาคโลหิตและการสนับสนุนภารกิจอันทรงคุณค่าต่อประเทศ ไทยฮอนด้าขอให้คำมั่นว่า จะยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างสรรค์สิ่งดีให้กับสังคมไทยต่อไป เพื่อให้ทุกก้าวของการเดินทางเป็นไปตามปณิธานอันมั่นคงของเรา”
การมอบเงินบริจาคในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างสังคมที่ยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทขององค์กรที่ไม่เพียงขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม แต่ยังขับเคลื่อนด้วยจิตสำนึกแห่งการให้ เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยอย่างแท้จริง
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ “60 ปี ไทยฮอนด้า” ได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสังคมไทย
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine










































































































































