• เบนท์ลีย์ แบงค็อก – บิวตี้ เจมส์ จัดรอบเอ็กซ์คลูซีฟ เชิญแขกวีไอพีเปิดประสบการณ์ ‘The Ultimate Luxury Experience’ สัมผัสยนตรกรรมหรูประดับเพชรสุดเลอค่า

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก – บิวตี้ เจมส์ จัดรอบเอ็กซ์คลูซีฟ เชิญแขกวีไอพีเปิดประสบการณ์ ‘The Ultimate Luxury Experience’ สัมผัสยนตรกรรมหรูประดับเพชรสุดเลอค่า

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมกับ Beauty Gems (บิวตี้ เจมส์) ผู้รังสรรค์อัญมณีและเครื่องประดับระดับไฮจิวเวลรี่แบรนด์คนไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก เชิญแขกเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน ‘Beauty Gems x Bentley Bangkok the Ultimate Luxury Experience’ สัมผัส Flying ‘B’ Mascot ประดับเครื่องเพชรสุดเลอค่าบนยนตรกรรมหรู รุ่น Flying Spur พร้อมชมความงดงามของเครื่องประดับดีไซน์ใหม่ คอลเลกชันล่าสุดจาก บิวตี้ เจมส์ ณ อีเวนต์ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชิดลม เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา

    หลังจากงานเปิดตัว Flying ‘B’ Mascot ประดับเครื่องเพชรอย่างเป็นทางการไปเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เบนท์ลีย์ แบงค็อก และบิวตี้ เจมส์ พร้อมสานต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยการเชิญลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์มาร่วมสัมผัสกับความงดงามและความหรูหราของงานฝีมือที่ได้ถูกถ่ายทอดผ่านอัญมณีสุดเลอค่าและยนตรกรรมอันทรงพลังในรูปแบบของ Flying ‘B’ Mascot ประดับเครื่องเพชร มูลค่ากว่า 12 ล้านบาทที่ตกแต่งบนฝากระโปรงหน้าของยนตรกรรมซีดานสุดหรู รุ่น Flying Spur ซึ่งตัวผลงานถูกรังสรรค์ขึ้นจากนิลดำ (Black Spinel) น้ำหนักรวม 1.46 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 11.29 กะรัต และทองคำ 18K WG น้ำหนักรวม 39.12 กรัม

    อภิญญา ชัยสันติกุลวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของรถยนต์เบนท์ลีย์ คือ งานฝีมือ Craftmanship และ รายละเอียดความประณีต Details รถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคันถือเป็นผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือด้วยความใส่ใจในรายละเอียดเพื่อสร้างคุณค่าสูงสุดให้แก่ผู้ที่ครอบครองเช่นเดียวกับผลงานการออกแบบอัญมณี

    “เบื้องหลังการออกแบบส่วนต่างๆ ของรถยนต์เบนท์ลีย์ นักออกแบบนำแรงบันดาลใจมาจาก ‘เพชร’ อัญมณีที่ทรงคุณค่าและแข็งแกร่งที่สุดเพื่อเป็นต้นแบบในรังสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบคริสตัล LED ที่งดงามดั่งเพชรเจียระไน กระจังหน้าดีไซน์รูปทรงเพชรแบบ Matrix Grille และภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยรูปทรงเพชร และรายละเอียดจุดสัมผัสลวดลายเพชร หรือ Diamond Knurling บริเวณคอนโซลหน้า

     

    “ทั้งหมดนี้ คือ งานฝีมืออันประณีตและความใส่ใจในรายละเอียดที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ เฉกเช่นเดียวกับการรังสรรค์เครื่องประดับเพชรน้ำงามที่ต้องอาศัยการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ผ่านกระบวนการผลิต และสร้างสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ”

    สำหรับภายในงาน แขกผู้มีเกียรติยังได้สัมผัสกับความหรูหราของรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid ในเฉดสีดำ Onyx พร้อมชมความงดงามของเครื่องประดับดีไซน์ใหม่ คอลเลกชันล่าสุดจากบิวตี้เจมส์ นอกจากนี้ แขกภายในงานยังได้ลิ้มรส Iberico Ham จากขาหมูดำฮามอนอิเบริโก แบรนด์ AX by Covap ที่นำเข้าโดย CTI Food Supply ซึ่งวัตถุดิบชั้นเลิศผ่านกรรมวิธีการบ่มเพาะอย่างพิถีพิถันนานกว่า 4 ปีเพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมรังสรรค์โดยเชฟ Jose Sol ที่เคยถวายงานแด่ราชวงศ์อังกฤษและเคยให้บริการแก่บุคคลผู้มีชื่อเสียงมากมายมามอบประสบการณ์แล่ขาหมูดำฮามอนอิเบริโกให้กับแขกภายในงานได้ลิ้มลองควบคู่ไปกับเครื่องดื่มไวน์ขาวและไวน์แดงจาก Penfolds อีกทั้ง แขกภายในงานยังได้เพลิดเพลินไปกับเมนูคานาเป้ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษจากวัตถุดิบชั้นเลิศที่นำเข้าโดย CTI Food Supply โดยเชฟมากฝีมือจาก Your Kitchen Catering by YUU ในบรรยากาศอันแสนโรแมนติกที่ขับกล่อมด้วยดนตรีอันแสนไพเราะตลอดทั้งงาน

    ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับการออกแบบยนตรกรรมในฝันให้มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่าแจก FAZZIO เทรนดี้สกู๊ตเตอร์ แฟชั่นของคนรุ่นใหม่ ให้กับผู้เล่นยอดเยี่ยม การแข่งขันบาส 3×3 ช่อง 7HD รอบชิงชนะเลิศ

    1 Min Read

    ยามาฮ่าแจก FAZZIO เทรนดี้สกู๊ตเตอร์ แฟชั่นของคนรุ่นใหม่ ให้กับผู้เล่นยอดเยี่ยม การแข่งขันบาส 3×3 ช่อง 7HD รอบชิงชนะเลิศ

    นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด มอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA FAZZIO Hybrid Connected – New Style My Generation เทรนดี้สกู๊ตเตอร์ แฟชั่นของคนรุ่นใหม่ มูลค่า 52,900 บาท ให้กับนายปรัญชัย แสงแก้ว นักบาสฯ จากท่าข้ามพิทยาคม ที่สามารถคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ พร้อมเงินสนับสนุนจากการแข่งขันมูลค่า 5,000 บาท หลังพาทีมโรงเรียนท่าข้ามพิทยาคม จ.ชลบุรี คว้าแชมป์การแข่งขันบาสเกตบอล 3×3 นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD รอบชิงแชมป์ประเทศไทยได้เป็นสมัยแรก

    การแข่งขันบาสเกตบอล 3×3 นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ทำการแข่งขันค้นหาตัวแทนจากทั่วประเทศ 192 ทีม จากการคัดเลือก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ชิงทุนการศึกษา 100,000 บาท โดยยามาฮ่าได้ร่วมสนับสนุนการแข่งขัน และมอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA FAZZIO Hybrid Connected 1 คัน มูลค่า 52,900 บาท สำหรับผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

    สำหรับการมอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA FAZZIO Hybrid Connected ในครั้งนี้มีขึ้นในการแข่งขันบาสเกตบอล 3×3 นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD จัดขึ้น ณ ลาน Block I สยามสแควร์ โดยยามาฮ่าขนเกม และของรางวัลมาแจกสำหรับผู้เข้าชมการแข่งขันอย่างคับคั่ง เมื่อเร็ว ๆ นี้

    #ยามาฮ่า #Yamaha #FazzioHybrid #FAZZIOขี่สนุกสุดยูนีค #Scooterใหม่ #FAZZIO2025 #FAZZIO #FAZZIOดิวะ #บาส3×3แชมป์กีฬา7HD2025


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่าเสริมแกร่งปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผนึกกำลังเอาก์สบวร์ก ยอดทีมจากลีกบุนเดสลีกา ประเทศเยอรมนี ในการพัฒนาระบบนักเตะเยาวชน

    1 Min Read

    ยามาฮ่าเสริมแกร่งปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผนึกกำลังเอาก์สบวร์ก ยอดทีมจากลีกบุนเดสลีกา ประเทศเยอรมนี ในการพัฒนาระบบนักเตะเยาวชน

    นายจิรภัทร สายเพชร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด และสนับสนุนการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับนายชนน์ชนก ชิดชอบ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้อำนวยการสายงานฟุตบอล สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มร.ปิแอร์ แลมเมอร์เมเยอร์ ผู้แทนกรรมการบริหาร สโมสรเอฟซี เอาก์สบวร์ก และนางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย ในการเซ็นสัญญาความร่วมมือในการพัฒนาระบบฟุตบอลเยาวชน และพัฒนาศักยภาพบุคลากรฟุตบอลเป็นเวลา 3 ปี

    โดยการเซ็นสัญญาในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากโครงการบุนเดสลีกา ดรีม ที่มีการค้นหานักฟุตบอลระดับเยาวชนจากทั่วโลกเพื่อเป็นตัวแทนในการเก็บประสบการณ์ และเสริมทักษะในด้านกีฬาฟุตบอลร่วมกับสโมสรชั้นนำของประเทศเยอรมนี โดยหนึ่งในนักเตะเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกคือนักฟุตบอลเยาวชนของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ได้รับการฝึกฝนทักษะกลับมาอย่างดี ทางสโมสรบุรีรัมย์จึงเล็งเห็นคุณภาพ และการพัฒนาบริหารจัดการระบบอะคาเดมี และบุคลากรผู้ฝึกสอนอย่างมืออาชีพ ของเอฟซี เอาก์สบวร์ก สโมสรชั้นนำของลีกเยอรมนี จึงได้จับมือเซ็นสัญญาร่วมพัฒนาระบบเยาวชน และพัฒนาศักยภาพบุคลากรฟุตบอลของสโมสรฯ เป็นเวลา 3 ปี

    ทั้งนี้ ยามาฮ่าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน และผลักดันสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนหลักสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในระดับเยาวชน รวมถึงเป็นผู้สนับสนุนสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาอย่างยาวนาน

    สำหรับการเซ็นสัญญาการพัฒนาระบบฟุตบอลเยาวชน และพัฒนาศักยภาพบุคลากรฟุตบอล ระหว่างสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอฟซีเอาก์สบวร์กมีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อเร็ว ๆ นี้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • 3 นักบิดไทยฮอนด้า ใจสู้เกินร้อย! หวังยกระดับผลงาน โมโตจีพี สนาม 10 แอสเเซ่น

    1 Min Read

    3 นักบิดไทยฮอนด้า ใจสู้เกินร้อย! หวังยกระดับผลงาน โมโตจีพี สนาม 10 แอสเเซ่น

    ศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 10 รายการ ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ เตรียมระเบิดความมันส์ระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายนนี้ ที่ ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ภายใต้การติดตามของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก และเป็นอีกสนามในประวัติศาสตร์ ที่มีนักแข่งรถชาวไทยลงแข่งขันครบทั้ง 3 รุ่น

    โดยหลังผ่านงานสุดหินที่ มูเจลโล ประเทศอิตาลี “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดชาวไทย หมายเลข 35 จากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” มุ่งมั่นอย่างหนักร่วมกับต้นสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ เพื่อยกระดับความเร็วให้ได้ ก่อนเข้าสู่สุดสัปดาห์นี้ที่ แอสเซ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสนามที่เข้ากับสไตล์ของเจ้าตัว

    ขณะที่ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ยังคงได้รับความไว้วางใจจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ด้วยหมายเลข 41 ให้ลงแข่งขันในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ เป็นสนามที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากที่นักบิดมากประสบการณ์ชาวไทย ปรับตัวกับรถแข่ง โมโตทู และปรับปรุงเวลาต่อรอบได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ด้าน “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี นักบิดดาวรุ่งชาวไทย หมายเลข 5 จาก ฮอนด้า ทีม เอเชีย ที่ฉิวเฉียดคว้าแต้มจากสนาม มูเจลโล ประเทศอิตาลี ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็พร้อมเต็มร้อยที่จะลงล่าแต้มต่อเนื่องในสุดสัปดาห์นี้ ที่ แอสเซ่น

    ทั้งนี้ ศึก ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมในวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายนนี้ ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายและ “สปรินต์เรซ” ในคืนวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายนี้ โดยการแข่งขันรอบ “เมนเรซ” จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายนนี้ เริ่มต้นด้วย โมโตทรี 16.00 น. ต่อด้วย โมโตทู 17.15 น. และปิดท้ายด้วย โมโตจีพี 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง True Visions SPOTV

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #IdemitsuHondaTeamAsia #Moto2 #Chip41 #HondaTeamAsia #Moto3 #TB5 #Gonz #DutchGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า ขับเคลื่อนอนาคตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมนำ New Honda CUV e: สานต่อพันธกิจคาร์บอนต่ำภายในปี 2050

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า ขับเคลื่อนอนาคตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมนำ New Honda CUV e: สานต่อพันธกิจคาร์บอนต่ำภายในปี 2050

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน ด้วยพันธกิจสำคัญในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนายานยนต์พลังงานสะอาดในทุกเซกเมนต์ ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก

    ในกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไทยฮอนด้าเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2020 ด้วยการนำเข้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda BENLY e: เพื่อให้บริการในพื้นที่เฉพาะ เช่น มหาวิทยาลัย ภายในองค์กรธุรกิจ และผู้ให้บริการขนส่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งานในของผู้บริโภคในประเทศไทย รวมถึงทดสอบความพร้อมของสภาพแวดล้อมจริงบนท้องถนน ก่อนจะต่อยอดสู่การพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง

    ภายใต้แผนการพัฒนารถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ไทยฮอนด้า เผยโฉมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงเทคโนโลยี EV ผ่าน New Honda CUV e: ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘Smart Ride, Future Ready’ โดยรุ่นนี้เป็นผลลัพธ์จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า นับตั้งแต่การเปิดตัวต้นแบบรุ่น CUV ES ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1994

    New Honda CUV e: มีฟังก์ชันที่ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสนวัตกรรมล้ำสมัยและขับขี่ได้ง่าย ทั้งด้านสมรรถนะที่วิ่งได้ไกลมากกว่า 70 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง การควบคุมผ่านหน้าจอ TFT และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่กำลังพัฒนาภายใต้ระบบ Honda RoadSync Duo ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแกนหลักของการขับขี่ในยุคดิจิทัลในอนาคต

    New Honda CUV e: เปิดให้เช่าใช้งานได้แล้ววันนี้ ในราคาที่เข้าถึงง่าย ค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 3,500 บาทต่อเดือน พร้อมระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Swap Battery) ที่ใช้งานสะดวกภายใน 1 นาที ผ่านสถานี Honda e: SWAP STATION ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมแล้วกว่า 44 ตู้ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยสามารถค้นหาเส้นทางไปยังสถานีใกล้ที่สุดผ่านแอปพลิเคชัน Honda e:Swap Thailand

    ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ไทยฮอนด้า ได้ทยอยส่งมอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้กับผู้เช่าใช้รวมแล้วกว่า 800 คัน ทั้งรุ่น PCX Electric, BENLY e: และล่าสุดคือ CUV e: โดยไม่เพียงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีในตัวรถเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน ทั้งสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ แอปพลิเคชันนำทาง และระบบเชื่อมต่อระหว่างยานพาหนะกับสมาร์ตโฟน เพื่อสร้างระบบ EV Ecosystem ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

    ไทยฮอนด้า ยืนพันธกิจในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการวิจัย การออกแบบ การผลิต และการบริการหลังการขาย รวมถึงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้สะดวกและมั่นใจขึ้น อีกทั้งตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างยั่งยืนโดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริง ภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ระดับโลกของฮอนด้าในปี 2050

    ลงทะเบียนเช่าใช้งานและดูรายละเอียด New Honda CUV e: เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/4hvNzqD

    ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Honda e:Swap Thailand สำหรับค้นหาสถานี e: SWAP

    iOS: https://bitly.cx/8ptzI

    Android: https://bitly.cx/2TEt
    #CUVe #SmartRideFutureReady #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • นิสสันเดินหน้าปรับปรุงสายการผลิตในไทย มุ่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต

    1 Min Read

    นิสสันเดินหน้าปรับปรุงสายการผลิตในไทย มุ่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต

    นิสสัน เริ่มต้นโครงการปรับปรุงสายการผลิตที่โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการอย่างเป็นทางการ โดยมีการจัดพิธีเฉลิมฉลอง บริเวณ สายการผลิตที่ 1 ของโรงงานนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เพื่อแสดงความยินดีกับความสำเร็จด้านการผลิตตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สู่การเริ่มต้นใหม่ของสายการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย

    โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสันยังคงมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเราปีนี้คือการยกระดับสายการผลิตที่โรงงานนิสสันในประเทศไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนมากยิ่งขึ้น และพร้อมรองรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถส่งมอบรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและตลาดส่งออก”

    โรงงานผลิตแห่งแรกของนิสสันในประเทศไทยก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2505 และไม่กี่ปีต่อมา สายการผลิตที่ 1 ของโรงงานนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการในปัจจุบัน ได้เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2518 โดยตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา สายการผลิตแห่งนี้ได้ผลิตรถยนต์มากกว่า 2.5 ล้านคัน สำหรับตลาดในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ

    โครงการปรับปรุงสายการผลิตนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2568 โดยสายการผลิตใหม่จะรองรับการผลิตรถยนต์รุ่นปัจจุบันที่จำหน่ายในประเทศไทย เช่น อัลเมร่า, คิกส์      อี-พาวเวอร์, นาวารา และ เทอร์ร่า รวมถึงรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • Lamborghini Temerario เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ก้าวสู่ยุคใหม่ของขุมพลังไฮบริด V8

    1 Min Read

    Lamborghini Temerario เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ก้าวสู่ยุคใหม่ของขุมพลังไฮบริด V8

    เรนาสโซ มอเตอร์ ผู้จำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย เผยโฉม “Temerario” (เทเมราริโอ)[1] ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นล่าสุดจากแบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรูสัญชาติอิตาลี สุดยอดยนตรกรรมหนึ่งเดียวที่มาพร้อมขุมพลังไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบใหม่ล่าสุด ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว มอบสมรรถนะการเร่งรอบเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 10,000 รอบต่อนาที พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านประสิทธิภาพอันทรงพลัง ประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจ และสุนทรีย์แห่งการเดินทางอย่างเหนือชั้น

    Temerario โดดเด่นอย่างเหนือชั้นในฐานะยนตรกรรมรุ่นที่สองในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (High Performance Electrified Vehicle: HPEV) ของลัมโบร์กินี ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นแห่งประวัติศาสตร์อย่าง Revuelto (เรเวลโต้)[2] ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ V12 แบบไร้ระบบอัดอากาศ ผสานกับชุดเกียร์ดับเบิลคลัชต์ 8 สปีด และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ในขณะที่ Temerario ได้เปิดศักราชใหม่ด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบสุดล้ำ ถือเป็นการเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดของลัมโบร์กินีอย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากการเปิดตัว Urus SE (อูรุส เอสอี)[3] ซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของแบรนด์เมื่อปีที่ผ่านมา

     

    งานเปิดตัวในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูงของ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี นำโดย มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มร.เฟเดอริโก ฟอสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด และ มร.ฟรานเชสโก้ สกาดาโอนิ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

    มร. สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี เผยว่า “การเปิดตัวของ Temerario ได้สร้างตำนานบทใหม่ในฐานะผู้บุกเบิกเซกเมนต์ที่นำเสนอไลน์อัปรถยนต์ไฮบริดเต็มรูปแบบเป็นรายแรก Temerario คือยนตรกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความโดดเด่นอย่างเหนือชั้น ด้วยขุมพลังไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ 920 แรงม้า ที่มอบทั้งสมรรถนะและความสะดวกสบายในระดับสูงสุด เพื่อประสบการณ์ขับขี่ที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ณ ฐานการผลิตของเราใน Sant’Agata Bolognese ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่มุ่งผลักดันความยั่งยืนและสร้างสรรค์เทคโนโลยี โดยผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับงานฝีมือชั้นสูงแบบอิตาเลียนอย่างลงตัว เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัว Lamborghini Temerario อย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยพลังงานอันมีชีวิตชีวา และได้ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งนี้ไปพร้อมกับกลุ่มคนผู้รักลัมโบร์กินีอย่างแท้จริง”

    ด้าน มร.ฟรานเชสโก้ สกาดาโอนิ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “Temerario ได้สะท้อนถึงดีเอนเอแบรนด์สัญชาติอิตาเลียนของเรา ทั้งดีไซน์อันโดดเด่น เทคโนโลยียานยนต์ไฮบริดสุดล้ำ และสมรรถนะระดับสูงสุด ที่มอบสุนทรีย์ในการขับขี่อย่างแท้จริง พร้อมเสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังที่บ่งบอกความเป็นลัมโบร์กินีอย่างชัดเจน ความพิเศษอันเหนือชั้นของรถคันนี้ ไม่จำกัดเพียงในด้านสมรรถนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสบายและพื้นที่ใช้สอยด้วย นับเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่ปลดปล่อยศักยภาพได้อย่างเต็มที่ทั้งในสนามแข่งและบนถนนจริง ขณะเดียวกันยังมอบพื้นที่สำหรับผู้โดยสารและสัมภาระได้มากกว่ารถรุ่นอื่นๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอยนตรกรรมอันโดดเด่นรุ่นนี้สู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้”

    Temerario ปรากฏโฉมในสีน้ำเงิน Blu Marinus พร้อมผิวสัมผัสแบบแมตต์ที่โดดเด่น สะกดทุกสายตาผู้ร่วมงาน    ซึ่งเป็นแขกกลุ่มแรกที่ได้ยลโฉมและสัมผัสความพิเศษจากความร่วมมือระหว่างลัมโบร์กินีและแบรนด์พันธมิตร   อย่างบริดจสโตน (Bridgestone) พร้อมเปิดประสบการณ์การปรับแต่งรถในแบบฉบับเฉพาะตัวผ่านโปรแกรม   Ad Personam ของลัมโบร์กินี ที่นำเสนอตัวเลือกสีตัวถังภายนอกมากกว่า 400 เฉดสี การตกแต่งภายในที่เข้าชุดอย่างลงตัว และออปชันพิเศษอีกหลากหลายรายการ

     

    ขุมพลังไฟฟ้าที่ปลุกสัมผัสการขับขี่เหนือระดับ  

    Temerario มาพร้อมขุมพลังใหม่ล่าสุด ด้วยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ที่สามารถเร่งรอบเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 10,000 รอบต่อนาที ซึ่งนับเป็นรอบเครื่องยนต์สูงสุดสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่ผลิตออกจำหน่ายจริง ให้กำลังสูงสุด 800 แรงม้า และแรงบิด 730 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยติดตั้งที่เพลาหน้า 2 ตัว และในชุดเกียร์ดับเบิลคลัตช์ 8 สปีด อีก 1 ตัว มอบกำลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า พร้อมแรงบิดที่ตอบสนองทันที การยึดเกาะถนนที่เหนือกว่า และประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้คู่แข่ง ที่ยังคงไว้ซึ่งดีเอ็นเอของลัมโบร์กินีอย่างชัดเจน

    สมรรถนะอันโดดเด่นนี้เกิดขึ้นจากการผสานเทคโนโลยีไฮบริดอย่างเต็มรูปแบบ โดย Temerario สามารถเร่งเครื่องยนต์จาก 0–100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.7 วินาที และจาก 0–200 กม./ชม. ภายใน 7.4 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 343 กม./ชม. ขณะเดียวกัน มอเตอร์ไฟฟ้าบนเพลาหน้ายังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อน และทำให้ Temerario สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán

    ดีไซน์ที่เสริมสมรรถนะเหนือระดับ

    Temerario ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อให้บรรลุประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด โดยมุ่งเน้น 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ เสถียรภาพที่ระดับความเร็วสูง การระบายความร้อนที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพการเบรกขั้นสูงสุด ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างแม่นยำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ อาทิ ดวงไฟ DRL ทรงหกเหลี่ยมด้านหน้าที่มาพร้อมแผงปรับทางลมและช่องรับลม ไปจนถึงอุปกรณ์สร้างการหมุนเวียนของลมใต้ท้องรถ ล้วนส่งผลให้แรงกดด้านท้ายเพิ่มขึ้นถึง 103% เมื่อเทียบกับรถรุ่น Huracán EVO (ฮูราแคน อีโว) และสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 158% เมื่อติดตั้งชุดวัสดุ Alleggerita Pack อีกทั้ง ช่องกลางหลังคาที่เชื่อมต่อกับสปอยเลอร์หลังยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการไหลของอากาศ ในขณะที่ขอบฝากระโปรงเครื่องยนต์ด้านข้างที่มีดีไซน์โค้งมนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แนวคิดใหม่ในการระบายความร้อนระบบเบรกยังเข้ามาช่วยยกระดับสมรรถนะโดยรวม ด้วยการระบายความร้อนที่คาลิเปอร์เพิ่มขึ้นถึง 50% และระบายความร้อนจานเบรกได้ดีขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán EVO แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง

    ห้องโดยสารภายใน ‘Feel like a pilot’

    การออกแบบห้องโดยสารภายในของ Temerario สะท้อนแนวคิด ‘Feel like a pilot’ (ความรู้สึกเสมือนเป็นนักบิน) ของลัมโบร์กินีได้อย่างชัดเจน ผ่านตำแหน่งเบาะนั่งที่ต่ำ แดชบอร์ดดีไซน์เพรียวบาง และพวงมาลัยที่เอียงในองศาที่สมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ขับขี่เข้าถึงสไตล์การขับขี่ได้อย่างเต็มที่ เบาะนั่งสปอร์ตปรับไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มอบความสบายสูงสุด หรือสามารถเลือกเบาะนั่งแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และปรับแต่งได้หลากหลาย ทั้งระบบทำความร้อน การระบายอากาศ และสีสันที่แตกต่างกัน

     

    ภายในห้องโดยสารสะท้อนดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่น โดยผสมผสานประสบการณ์ดิจิทัลเข้ากับประสาทสัมผัสได้อย่างลงตัว โดยลัมโบร์กินีเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงสุด อาทิ คาร์บอน หนัง และไมโครไฟเบอร์ Dinamica® Corsatex Suede ทั่วทั้งห้องโดยสาร พร้อมกันนี้ องค์ประกอบการตกแต่งภายใน เช่น คอนโซลกลาง ช่องระบายอากาศ แผงประตู แดชบอร์ด พวงมาลัย และคอพวงมาลัย ยังมีให้เลือกใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาเป็นออปชันเสริมอีกด้วย

     

    นอกจากนี้ ห้องโดยสารของ Temerario ยังสะท้อนประสบการณ์ดิจิทัลที่ล้ำสมัยที่สุดของลัมโบร์กินี ด้วยการจัดวางจอแสดงผล 3 หน้าจอ ได้แก่ แดชบอร์ดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 8.4 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารขนาด 9.1 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลรถแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์และฟังก์ชันเสริมประสบการณ์ร่วมขับเสมือนเป็นผู้ช่วยนักบิน ผู้ขับสามารถเข้าถึงกล้องติดรถ ธีมอินเทอร์เฟซที่เปลี่ยนตามโหมดการขับขี่ และฟังก์ชันขั้นสูงอย่าง Telemetry 2.0 ได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านทั้งแดชบอร์ดโฉมใหม่และบริเวณเบาะที่นั่ง ตามปรัชญา “Feel like a pilot” อย่างแท้จริง ช่องระบายอากาศทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์และคอนโซลกลางช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด พวงมาลัยติดตั้งปุ่มควบคุมโหมดการขับ ฟังก์ชันยกตัวรถ ปุ่ม “Race Start” ไฟเลี้ยว และ Launch Control เพื่อมอบสมาธิสูงสุดในทุกการขับขี่

     

    สุดยอดประสบการณ์การขับขี่ที่ควบคุมได้ดั่งใจ

    Temerario มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายถึง 13 รูปแบบ ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและความเร้าใจบนสนามแข่ง ด้วยความสามารถรอบด้านของซูเปอร์สปอร์ตคาร์คันนี้ ผู้ขับสามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบไดนามิกผ่านระบบ ANIMA (Adaptive Network Intelligent Management) ของลัมโบร์กินีได้ 5 โหมดหลัก ได้แก่ Città, Strada, Sport, Corsa และ Corsa Plus แต่ละโหมดจะปรับการส่งกำลัง ระบบช่วงล่าง อากาศพลศาสตร์ และประสิทธิภาพของระบบไฮบริดให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงการเร่งเต็มพิกัดบนสนามแข่ง

    นอกจากนี้ ยังมีโหมดจัดการพลังงานไฮบริดอีก 3 โหมด ได้แก่ Recharge, Hybrid และ Performance ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการชาร์จไฟจากแรงเบรก เสริมด้วยโหมดใหม่ล่าสุดอย่าง Drift Mode ที่สามารถควบคุมและปรับแรงบิดได้ 3 ระดับ ช่วยให้การควบคุมการหักเลี้ยวแบบโอเวอร์สเตียร์เป็นไปได้อย่างแม่นยำ มอบประสบการณ์ที่ทั้งเร้าใจและควบคุมได้อย่างมั่นใจ

     

    การปรับแต่งที่ไร้ขีดจำกัด

    Temerario เปิดตัวด้วยสองสีพิเศษใหม่ ได้แก่ สีฟ้า Blu Marinus และสีเขียว Verde Mercurius พร้อมมอบอิสระให้ลูกค้าปรับแต่งรถเพื่อสะท้อนตัวตนได้อย่างไม่รู้จบผ่านโปรแกรม Ad Personam ของลัมโบร์กินี ที่นำเสนอสีตัวถังกว่า 400 เฉด รวมถึงลวดลายพิเศษ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมล้อแมกรุ่นใหม่ถึง 3 ดีไซน์และวัสดุที่แตกต่างกัน พร้อมออปชันคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกหลากหลายชิ้นส่วน ไม่ว่าจะต้องการสื่อถึงความสปอร์ต ความหรูหรา หรือทั้งสองอย่างในแบบเฉพาะตัว ทุกการคัสตอมคือภาพสะท้อนบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของอย่างแท้จริง

     

    ยางรถ

    ในฐานะพันธมิตรอันยาวนานของลัมโบร์กินี ผู้ผลิตยางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับ Temerario บริดจสโตนได้พัฒนาไลน์อัปยางครบวงจรเพื่อดึงสมรรถนะสูงสุดของซูเปอร์สปอร์ตคาร์คันนี้ ทั้งในและนอกสนามแข่งตลอดทั้งปี พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่

     

    บริดจสโตนเลือกใช้ยางสมรรถนะสูงระดับไอคอนจากตระกูล Potenza โดยนำเสนอยางรุ่น Potenza Sport และ Potenza Race ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับ Temerario เพื่อการขับขี่บนถนนและในสนามแข่งขัน ยาง Potenza Sport รุ่นพิเศษนี้มาพร้อมลายดอกยางที่ออกแบบมาเพื่อเสริมประสิทธิภาพการควบคุมบนถนนแห้ง การยึดเกาะบนถนนเปียก และสมรรถนะในความเร็วสูง ยกระดับความเร้าใจในการขับขี่สไตล์สปอร์ตให้ถึงขีดสุด

     

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่           02-512-5111

    [1] รถยนต์รุ่นนี้ยังไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่อยู่ภายใต้ข้อระเบียบของ Directive 1999/94/EC ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติประเภท

    [2] ข้อมูลอัตราการสิ้นเปลืองและการปล่อยมลพิษของ Revuelto: อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย: 10.3 ลิตร/100 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP), อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย: 78.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP), อัตราการปล่อย CO₂ เฉลี่ย: 276 กรัม/กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP)

    [3] ข้อมูลอัตราการสิ้นเปลืองและการปล่อยมลพิษของ Urus SE: อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยรวม: 2.08 ลิตร/100 กิโลเมตร, อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย: 39.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร, อัตราการปล่อย CO₂ เฉลี่ย: 51.25 กรัม/กิโลเมตร, ระดับประสิทธิภาพการปล่อย CO₂ เฉลี่ยรวม: Class B, อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยรวม (แบตเตอรี่ต่ำ): 12.9 ลิตร/100 กิโลเมตร, ระดับประสิทธิภาพการปล่อย CO₂ ขณะแบตเตอรี่ต่ำ: Class G (ตามมาตรฐาน WLTP)


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025” ชี้แนะปัจจัยเลือกรถคันที่ใช่ “รถใหม่ป้ายแดง หรือ รถมือสอง

    1 Min Read

    ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025” ชี้แนะปัจจัยเลือกรถคันที่ใช่ “รถใหม่ป้ายแดง หรือ รถมือสอง

    เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” มหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจรที่มากระตุ้นตลาดรถยนต์ช่วงกลางปี มีรถครบทุกเซ็กเมนต์จาก 10 แบรนด์รถใหม่ป้ายแดงกับโปรโดนใจ และ 5 ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำที่มาพร้อมการรับประกันไมล์แท้   แต่ก่อนจะไป “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” สำหรับใครที่ยังลังเลเลือกไม่ได้ว่าควรซื้อ “รถใหม่ป้ายแดง” หรือ “รถมือสองสภาพดี” พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงานฯ และกูรูสายรถยนต์   ได้ชี้แนะปัจจัยในการเปรียบเทียบเพื่อตัดสินใจ ดังนี้

    • งบประมาณ – ถ้ามีงบประมาณที่แน่นอน มีกำลังในการผ่อนชำระที่ชัดเจน ต้องการโปรโมชั่นเยอะๆ ควรเลือกซื้อรถใหม่ป้ายแดงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการต่าง ๆ อย่างลงตัว แต่ถ้ามีงบประมาณจำกัด การเลือกซื้อรถมือสองเป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้มากกว่า เพราะราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และมีตัวเลือกหลากหลายตามงบประมาณ
    • สภาพรถ – รถป้ายแดงเป็นรถใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน มาพร้อมกับเทคโนโลยีและฟังก์ชันล่าสุด สะดวกสบายในการใช้งาน ส่วนรถมือสองจะมีสภาพตามอายุการใช้งาน และมีตัวเลือกมากกว่าเมื่อเทียบกับมือหนึ่งในราคาเท่ากัน หากมีความรู้เรื่องการเลือกรถมือสอง อาจจะได้รถสภาพดีเหมือนใหม่ หรือตัวท็อปในราคาที่ถูกลง ดังนั้นควรมีการตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อ และเลือกซื้อรถยนต์มือสองที่มีการตรวจประวัติและสภาพรถที่เชื่อถือได้
    • ดอกเบี้ย – ดอกเบี้ยรถใหม่มักจะต่ำกว่าดอกเบี้ยรถมือสอง แต่อาจต้องขึ้นอยู่กับเงินดาวน์ของราคารถเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดี ส่วนรถมือสองหากผู้ซื้อมีประวัติดีสามารถที่รับเงื่อนไขในการซื้อที่ดีและอาจจะไม่ต้องใช้เงินดาวน์ หรือถ้าราคารถไม่สูงมาก สามารถซื้อเงินสดได้เลย ทำให้ไม่เสียดอกเบี้ยและไม่เป็นภาระในระยะยาว
    • การรับประกัน – รถใหม่จะมีการรับประกันเต็มรูปแบบ แต่ควรเลือกผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงดีด้านบริการหลังการขาย ทำธุรกิจมายาวนาน มีศูนย์บริการครอบคลุม เชื่อถือได้ สำหรับรถมือสองควรเลือกซื้อกับผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ ตรงไปตรงมา และมีการระบุเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพหรือข้อตกลงต่าง ๆ ไว้ในสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน เพื่อความมั่นใจ
    • ค่าบำรุงรักษา – รถใหม่มีค่าบำรุงรักษาน้อยกว่าในช่วงแรกที่มีการรับประกันและฟรีค่าบำรุงดูแลรักษาตามที่บริษัทกำหนด ส่วนค่าบำรุงรักษารถมือสองขึ้นอยู่กับสภาพของรถและประวัติการซ่อม ดังนั้นการตรวจสอบสภาพรถก่อนซื้อจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะการได้รถมือสองสภาพดีจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้
    • ค่าเสื่อมราคา – รถป้ายแดงจะสูญเสียมูลค่าทันทีหลังออกจากโชว์รูม ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ จากนั้นค่าเสื่อมราคาจะลดลงตามความต้องการของตลาด ส่วนค่าเสื่อมราคาของรถมือสองจะลดลงตามอายุการใช้งาน ซึ่งราคาขายต่อจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์ สภาพรถยนต์ ระยะทางการใช้งาน และความต้องการของตลาดรถมือสอง ณ เวลานั้น ๆ

    ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลของรถทั้งสองแบบ เพื่อให้ได้รถคุณภาพดีที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการ งบประมาณ และตอบโจทย์ในการใช้งานมากที่สุด ซึ่งในงาน “ฟาสต์  ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025 มีทั้ง “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” ให้ได้เปรียบเทียบคุณภาพและราคา โดยเฉพาะรถมือสองที่คัดเกรดมาเป็นอย่างดีพร้อมรับประกันซื้อคืน 100% หากไม่ตรงตามเงื่อนไข 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และเงื่อนไขข้อที่ 6 ล่าสุด “รับประกันไมล์แท้” ทุกคัน

    พร้อมขอฝากกิจกรรมสำหรับนักซิ่งฟันน้ำนม กับการแข่งขันจักรยานขาไถ “Strider Racing @Fast Auto Show Thailand 2025” บนสนามแข่งมาตรฐาน สำหรับเยาวชนอายุ 2 – 4 ปี จัดแข่ง 2 รุ่น คือ รุ่น Enjoy และรุ่น Racing รวม 14 รุ่น เพื่อชิงถ้วยและเหรียญรางวัล ในวันเสาร์ที่ 5 และวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม สมัครออนไลน์ได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน ศกนี้ ติดตามรายละเอียดได้ที่  https://form.jotform.com/251512312965453 หรือสมัครหน้างานในวันแข่งขัน

    พบความครบเครื่องเรื่องรถในงาน  “ฟาสต์  ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025ระหว่างวันที่     2 – 6 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 102-103


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • การแข่งรถแบบมาราธอนสุดทรหด ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ สนามพิสูจน์สมรรถนะ ประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอ และนวัตกรรมของยางจากมิชลิน

    1 Min Read

    การแข่งรถแบบมาราธอนสุดทรหด ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ สนามพิสูจน์สมรรถนะ ประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอ และนวัตกรรมของยางจากมิชลิน

    การแข่งรถรายการ ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ ที่มีชื่อเสียงระดับตำนาน ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการแข่งขันครั้งที่ 93 ปิดฉากลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ท่ามกลางสภาพอากาศปลอดโปร่ง การแข่งขันยอดนิยมรายการนี้มีทีมผู้ผลิตรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ 8 รายร่วมลงสนามแข่ง โดยทุกรายติดตั้งยางมิชลินให้กับรถแข่งของตน และเป็นอีกครั้งที่สมรรถนะและประสิทธิภาพสม่ำเสมอของยางมิชลินยังคงสร้างความประทับใจที่น่าจดจำให้กับการแข่งขัน

    บนสนามแข่งที่พื้นผิวอยู่ในสภาพแห้งตั้งแต่เริ่มจนจบการแข่งขัน ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต เอ็นดูรานซ์’ สูตรเนื้อยางแข็งปานกลางเป็นหัวใจสำคัญของแผนกลยุทธ์หลักของทีม โดยความยืดหยุ่นในการใช้งานที่เหนือกว่าของยางรุ่นนี้ส่งผลให้ทีมนักแข่งสามารถใช้ยางชุดเดียววิ่งต่อเนื่องสามช่วงการแข่งรถได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนยางในพิท (Triple Stints) และไม่กระทบต่อสมรรถนะในการขับขี่ แม้อุณหภูมิสนามแข่งระหว่างกลางวันและกลางคืนจะผันผวนและแตกต่างกันอย่างมากก็ตาม

    ปิแอร์ อัลเวส (Pierre Alves) ผู้จัดการฝ่ายการแข่งขันประเภทระยะยาวแบบมาราธอน หรือ “เอ็นดูรานซ์” (Endurance) ของ ‘มิชลิน มอเตอร์สปอร์ต’ เปิดเผยว่า “การแข่งขัน ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ ในปีนี้ มอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง นอกจากสภาพอากาศจะแจ่มใสเป็นใจต่อการแข่งขันแล้ว ยังมีผู้สนใจเข้าชมการแข่งขันตลอดช่วงสุดสัปดาห์จำนวนสูงถึง 330,000 คน  อีกทั้งยาง มิชลิน ไพลอต สปอร์ต เอ็นดูรานซ์สูตรเนื้อยางแข็งปานกลางยังได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในใช้งานที่เป็นเยี่ยม โดยให้ประสิทธิภาพสูงอย่างสม่ำเสมอในการวิ่งต่อเนื่องสามช่วงการแข่งรถ หรือ Triple Stints ตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมงของการแข่งขัน

     

    มิชลินคว้าชัยชนะติดต่อกันเป็นสมัยที่ 28 ในการแข่งรถรายการ เลอ ม็องส์

    ชัยชนะในฤดูกาลแข่งขันล่าสุดของทีม ‘เอเอฟ คอร์เซ่’ และทีม ‘เฟอร์รารี่’ ส่งผลให้มิชลินครองตำแหน่งแชมป์ในการแข่งขัน ‘เลอ ม็องส์’ ติดต่อเป็นสมัยที่ 28 นับจากหวนกลับมาเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันรายการนี้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2541 ณ สนามแข่งซาร์ธ (Sarthe)   ขณะเดียวกันยังเป็นการคว้าชัยในการแข่งรถรายการ ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 สำหรับทีม ‘เฟอร์รารี่’ ทำให้ทีมที่มีฉายา “ม้าลำพอง” โดดเด่นเป็นพิเศษในรายการแข่งรถระยะทางไกล FIA World Endurance Championship (WEC) ประจำปี 2568 ด้วยการประเดิมกวาดชัยชนะ 3 สนามแรก

    ความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นในเรื่องความยั่งยืนและเทคโนโลยี

    นอกจากเรื่องสมรรถนะ การแข่งขัน ‘เลอ ม็องส์’ ปีนี้ยังเป็นก้าวสำคัญสำหรับมิชลินในด้านกลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Strategy) ด้วย  โดยการผสานพันธมิตรกับธุรกิจสตาร์ทอัพสัญชาติสวีเดน ‘เอ็นไวโร’ (Enviro) ทำให้มิชลินสามารถนำยางรถไฮเปอร์คาร์ทุกเส้นที่ใช้ในการแข่งขันเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลผ่านการย่อยสลายโดยใช้ความร้อนในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน หรือ “ไพโรไลซิส” (Pyrolysis) โดยได้รับ ‘คาร์บอนแบล็ค’ (Carbon Black), น้ำมัน และเหล็กกล้า จากการรีไซเคิลกลับมาหมุนเวียนใช้ในการผลิตยางใหม่

    ขณะเดียวกัน มิชลินยังคงทุ่มเทคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้ว่ายางตัวอย่างสำหรับจัดแสดง (Demonstration Tires) ในปัจจุบันใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนเป็นส่วนประกอบในสัดส่วนสูงถึง 71% ถือเป็นอีกก้าวแห่งความสำเร็จสู่การผลิตยางที่ยั่งยืน 100% ภายในปี 2593  ทั้งนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวได้ถูกถ่ายทอดมาใช้ในยางสำหรับรถยนต์ต้นแบบ H24EVO ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฮโดรเจน และรถแข่ง Porsche GT4 e-Performance ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% แล้ว

    ยางที่พัฒนาขึ้นด้วยระบบจำลองภาพเสมือนจริงและพิสูจน์ศักยภาพบนสนามแข่ง

    ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต เอ็นดูรานซ์’ (MICHELIN Pilot Sport Endurance) รุ่นปี 2568 ได้รับการออกแบบทุกขั้นตอนด้วยระบบจำลองภาพเสมือนจริง จึงช่วยลดจำนวนการผลิตยางต้นแบบลงได้อย่างมาก ซึ่งไม่เพียงเป็นการจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง แต่ยังส่งผลให้ยางมีสมรรถนะในการใช้งานจริงที่ดีขึ้น

    แนวทางสู่ปี 2569: ผลิตภัณฑ์ยางภายใต้แนวคิด Race to Vision

    ภายในปี 2569 มิชลินจะรุกก้าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยางรุ่นใหม่สำหรับรถไฮเปอร์คาร์ที่ไม่เพียงใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนเป็นส่วนประกอบในสัดส่วน 50% แต่ยังโดดเด่นด้วยลวดลายกำมะหยี่บนดอกยางที่เรียกว่า Race to Vision  พัฒนาการดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญในแผนงานของกลุ่มมิชลินที่มุ่งผสานสมรรถนะด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

    ความมุ่งมั่นที่โดดเด่นด้านโลจิสติกส์และบุคลากร

    ในการแข่งขัน ‘เลอ ม็องส์’ ประจำปีนี้ มิชลินได้ระดมสรรพกำลังของบุคลากรด้านมอเตอร์สปอร์ตจำนวน 110 คน เพื่อให้บริการแก่พันธมิตร 21 รายซึ่งลงแข่งขันประเภทไฮเปอร์คาร์ โดยสนับสนุนยางทั้งสิ้น 4,100 เส้น แต่ได้จัดส่งยางจำนวน 3,700 เส้นไปล่วงหน้าก่อนการแข่งขัน เพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก หรือ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์” (Carbon Footprint) ที่เกิดจากการขนส่ง

    มร.อัลเวส กล่าวเสริมว่า “ขอขอบคุณทีมงาน มิชลิน มอเตอร์สปอร์ตที่ทุ่มเทพลังกายใจให้บริการสนับสนุนพันธมิตรผู้ผลิตรถไฮเปอร์คาร์ทุกรายของเราอย่างเต็มที่ตลอดสัปดาห์การแข่งขัน ทั้งยังเป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันให้แบรนด์มิชลินเป็นที่รับรู้และจดจำในการแข่งขันเลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง

    มิชลินครองโพเดียมในการแข่งขัน ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ ประจำปี 2568

    สำหรับผลการแข่งขัน ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ ครั้งที่ 93 นี้ ทีม ‘เอเอฟ คอร์เซ่’ ครองอันดับที่ 1 ด้วยรถแข่ง Ferrari 499P หมายเลข 83 จากฝีมือการขับของ โรเบิร์ต คูบิกา (Robert Kubica), ฟิลิป แฮนสัน (Philip Hanson) และ เย่ อี้เฟย (Ye Yifei)  ตามมาด้วยทีม ‘ปอร์เช่’ ซึ่งครองอันดับที่ 2 ด้วยรถแข่ง Porsche 963 หมายเลข 6 จากการขับของ เควิน เอสเตร (Kévin Estre), ลอเรนส์ แวนธูร์  (Laurens Vanthoor) และ แมตต์ แคมป์เบลล์ (Matt Campbell) ที่ควบคุมสมรรถนะการขับขี่และรับมือกับความกดดันจากการแข่งขันได้ดี โดยทีม ‘เฟอร์รารี่’ คว้าโพเดียมอันดับที่ 3 ไปครองด้วยรถแข่ง Ferrari 499P หมายเลข 51 จากการขับของ อเลสซานโดร ปิแอร์ กีดี (Alessandro Pier Guidi), เจมส์ คาลาโด (James Calado) และ อันโตนิโอ จิโอวินาซซี (Antonio Giovinazzi)

    บทสรุป

    เมื่อทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี แสดงว่าถึงเวลาที่ต้องเดินหน้าฝ่าฟันไปให้ไกลกว่านั้น” แมทธิว โบนาร์เดล (Matthieu Bonardel) ผู้อำนวยการของ ‘มิชลิน มอเตอร์สปอร์ต’ กล่าวทิ้งท้ายอย่างมุ่งมั่น  การแข่งขันครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้ยางจะให้ประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอ แต่มิชลินยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมิชลินตอกย้ำบทบาทในฐานะแบรนด์ผู้บุกเบิกการสัญจรแห่งอนาคต ด้วยการผสานสมรรถนะ นวัตกรรมที่ยั่งยืน และความทุ่มเทของบุคลากร เข้าด้วยกัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทรอัมพ์พาส่องไลน์อัปรถจักรยานยนต์ 5 รุ่นใหม่ ลุยได้ทุกสไตล์การขับขี่ พร้อมเสิร์ฟโปรฯ แรง ให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้!

    1 Min Read

    ไทรอัมพ์พาส่องไลน์อัปรถจักรยานยนต์ 5 รุ่นใหม่ ลุยได้ทุกสไตล์การขับขี่ พร้อมเสิร์ฟโปรฯ แรง ให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้!

    หากพูดถึงบริบทด้านสังคมของคอมมิวนิตี้การเดินทางของนักขับขี่สองล้อในประเทศไทย ไม่ว่าจะเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยวแล้ว จะเห็นได้ว่ารถจักรยานยนต์ถือเป็นหนึ่งในยานพาหนะที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยหลายปัจจัยที่ตอบโจทย์ไม่ว่าจะเป็น ความสะดวกสบาย ความคล่องตัวสูงในการเดินทาง ในขณะเดียวกันรถจักรยานยนต์ยังเป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่บ่งบอกตัวตนรวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ ที่สะท้อนผ่านรถจักรยานยนต์แต่ละรุ่น  เพื่อช่วยส่งเสริมทั้งสมรรถนะของรถและภาพลักษณ์ของผู้ขับขี่ไปพร้อมๆกัน

    ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษที่มีประวัติยาวนานกว่า 123 ปี มุ่งมั่นในการออกแบบและพัฒนารถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป โดยครั้งนี้ไทรอัมพ์พร้อมพาไปสัมผัสกับไลน์อัป 5 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ไม่เพียงขับขี่สะดวก ปลอดภัย แต่ยังเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว มั่นใจได้ทั้งสำหรับมือใหม่และนักขี่มืออาชีพ

    เริ่มต้นกันที่ 2 รุ่นยอดนิยมที่บอกเลยว่ากระแสยังแรงต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบัน ได้แก่

    Speed 400 และ Scrambler 400 X — มือใหม่ก็หลงรักได้ตั้งแต่สัมผัสแรก สองรุ่นเริ่มต้นในกลุ่ม Modern Classics อย่าง Speed 400 และ Scrambler 400 X ได้รับการออกแบบมาให้ขี่ง่าย คล่องตัว แต่ยังคงดีไซน์คลาสสิกในแบบฉบับของ Triumph ไว้อย่างครบถ้วน เครื่องยนต์ TR ซีรีส์สูบเดี่ยวใหม่ที่ให้กำลังดี ตอบสนองไว พร้อมพาผู้ขับขี่เปิดประสบการณ์ครั้งแรกที่ “ใช่เลย” สำหรับรุ่น Speed 400 มาพร้อม 3 สีสุดโดดเด่น อาทิ Carnival Red, Caspian Blue และ Phantom Black ส่วน Scrambler 400 X เพิ่มภาพลักษณ์ลุยขึ้นอีกนิด พร้อมโทนสีแบบ Matt Khaki Green / Fusion White และอีกสองเฉดสีที่ดูเท่แต่ทันสมัย

    สำหรับสายสปอร์ตที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์ที่ขี่ง่าย คล่องตัวสูง แต่ยังคงให้ความสนุกเร้าใจในทุกจังหวะ Trident 660 คือคำตอบที่ลงตัว ด้วยดีไซน์สตรีทเน็กเก็ตสุดโมเดิร์น มาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบอันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ ที่มอบพลังการขับเคลื่อน ตอบสนองฉับไว และควบคุมง่ายในทุกเส้นทาง ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบาช่วยเสริมความคล่องแคล่ว ทำให้เหมาะทั้งกับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยว มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง พร้อมดีไซน์ที่ผสานความคลาสสิกกับความทันสมัยได้อย่างกลมกลืน สะท้อนความเป็นตัวตนในแบบที่ไม่ซ้ำใคร Trident 660 ยังมาพร้อมสีสันและธีมกราฟิกใหม่ ได้แก่ Cosmic Yellow, Cobalt Blue และ Diablo Red ที่จับคู่กับ Sapphire Black พร้อมแถบลายเฉียงสีขาว รวมถึงรุ่นสี Jet Black สำหรับผู้ที่ชอบความเรียบหรู และยังสามารถเพิ่มเติมความโดดเด่นได้ด้วยอุปกรณ์เสริมแท้จากไทรอัมพ์ ที่ให้คุณตกแต่งรถได้ตามสไตล์เฉพาะตัว

    เพราะทุกวันคือการผจญภัยบทใหม่ที่รอให้คุณออกเดินทาง หลุดออกจากความจำเจเดิม ๆ โดยเฉพาะถ้าคุณคือสาย Adventure ที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์อเนกประสงค์คู่ใจสำหรับทุกเส้นทาง Tiger Sport 660 คือคำตอบที่พร้อมลุยไปกับคุณทุกจังหวะชีวิต ผสานความสปอร์ตเข้ากับความอเนกประสงค์ได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 3 สูบอันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ มอบพลังการขับขี่ที่เร้าใจควบคู่กับความคล่องตัวสูง ตัวรถน้ำหนักเบา ควบคุมง่าย จึงเหมาะทั้งการใช้งานในเมืองและออกทริปเดินทางไกล Tiger Sport 660 ยังมาพร้อมดีไซน์เฉียบคม สะกดทุกสายตา มีให้เลือกในโทนสี Sapphire Black และอีก 3 สีสุดพรีเมียม ได้แก่ Roulette Green, Carnival Red และ Crystal White นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับแต่งสไตล์ของรถได้ตามใจ ด้วยอุปกรณ์เสริมแท้จากไทรอัมพ์ ที่จะเปลี่ยนทุกวันธรรมดาให้กลายเป็นการผจญภัยที่น่าจดจำ

    สำหรับสายความเร็วที่ชื่นชอบการพุ่งทะยานอย่างมั่นใจ Daytona 660 คือรถจักรยานยนต์สปอร์ตสายพันธุ์แท้ เสริมเข้ากับขีดความสามารถเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์สามสูบขนาด 660 ซีซี ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ มอบสมรรถนะสไตล์สปอร์ตอันน่าตื่นเต้น พร้อมการขับขี่แบบไดนามิก ประสิทธิภาพสูง และสเปคที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน สำหรับ Daytona 660 มีให้เลือกใน 3 โทนสี สุดเท่ ได้แก่ Satin Granite / Satin Jet Black, Carnival Red / Sapphire Black และ Snowdonia White / Sapphire Black ถือเป็นการคืนชีพตำนานรุ่นนี้อีกครั้งเพื่อส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจให้กับผู้ขับขี่รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะใช้ในชีวิตประจำวัน หรือออกทริปวันหยุดสุดสัปดาห์ Daytona 660 พร้อมพาคุณไปถึงทุกจุดหมายอย่างเต็มประสิทธิภาพ

    ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ทั้ง 5 รุ่นล่าสุดนี้ ไทรอัมพ์มอบข้อเสนอพิเศษให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น โดย Speed 400 และ Scrambler 400 X รับข้อเสนอทางการเงินมูลค่า 12,000 บาท ขณะที่ Trident 660, Tiger 660 และ Daytona 660 รับข้อเสนอทางการเงินสูงสุดถึง 55,000 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง (Triumph Roadside Assistance) และการรับประกันคุณภาพรถจักรยานยนต์เป็นเวลา 24 เดือน ไม่จำกัดระยะทาง ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2568

    พร้อมกันนี้ไทรอัมพ์ยังมีรถจักรยานยนต์อีกหลากหลายรุ่นครอบคลุมทุกเซกเมนต์สำหรับไบค์เกอร์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ได้ทดลองขี่รวมถึงมาพร้อมโปรโมชันสุดพิเศษให้ได้เป็นเจ้าของ ซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมไทรอัมพ์ทั่วประเทศ ตลอดจนรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.triumphmotorcycles.co.th หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment