• GWM (Thailand) เร่งขยายการเติบโตในปี 2025 พร้อมเดินหน้าตอบความต้องการลูกค้าทั่วโลก ด้วยแนวคิด “All Scenarios, All Powertrains, All Users” ผ่าน 4 กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ

    1 Min Read

    GWM (Thailand) เร่งขยายการเติบโตในปี 2025 พร้อมเดินหน้าตอบความต้องการลูกค้าทั่วโลก ด้วยแนวคิด “All Scenarios, All Powertrains, All Users” ผ่าน 4 กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ

    GWM (Thailand) พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ผ่าน 4 กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ  GWM เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์ตลอดปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ระดับโลกอย่าง “GWM Go With More” มุ่งเน้นส่งมอบประสบการณ์ด้านผลิตภัณฑ์และการบริการหลังการขายที่ “เหนือกว่า” ในทุกด้านให้กับลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียนเพื่อดำเนินธุรกิจส่งออกรถยนต์คุณภาพของ GWM ไปยังกลุ่มตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก ด้วย 4 กลยุทธ์ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Building) ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ (Partner Collaboration) และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management – CEM) เพื่อมอบโซลูชันด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและมีความหลากหลายทั้งด้านพลังงาน (Multi Powertrain) ประเภท (Multi Category) และเซกเมนต์ (Multi Segment) ดังเช่น 2 นวัตกรรมล่าสุดที่เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้ ได้แก่ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ที่ได้รับยอดจองและการตอบรับอย่างล้นหลามในงาน

    คุณปาร์กเกอร์ ฉี ประธาน GWM ตลาดต่างประเทศ ระบุว่า “GWM ยึดมั่นในจุดยืนของแบรนด์ภายใต้แนวคิด ‘ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)’ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ ที่ว่า GWM Go With More ซึ่งเรามุ่งหวังให้ผู้ใช้ได้มีประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมและเพลิดเพลินกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างผ่านยนตรกรรมที่หลากหลาย พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสนุกและความสะดวกสบาย เช่นเดียวกับในประเทศไทย เราเพิ่งเปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดของเราเพื่อรองรับความต้องการของคนไทย ได้แก่ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ผมขอขอบคุณจากใจสำหรับกระแสตอบรับที่ล้นหลามจากงาน Motor Show 2025 ต่อรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ การสนับสนุนและความคิดเห็นที่ยอดเยี่ยมจากแฟน ๆ ชาวไทยมีความหมายกับเราเป็นอย่างมาก และเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะยอดเยี่ยม และที่สำคัญที่สุด คือ มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในรถยนต์ทุกรุ่น ทุกคันของ GWM เรามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาและนำเทคโนโลยียานยนต์ที่ดีที่สุดมาสู่ประเทศไทย พร้อมทั้งขยายการส่งออกไปยังประเทศในอาเซียนและตลาดโลก เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณลูกค้าชาวไทย สื่อมวลชนไทย พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และตลาดในประเทศไทยทุกภาคส่วน สำหรับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งต่อ GWM ขอบคุณจากใจครับ”

    สำหรับกระแสตอบรับที่ท่วมท้นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นั้น ปัจจัยความสำเร็จมาจากการดำเนินงานตามกลยุทธ์ทั้ง 4 ด้านของ GWM ซึ่งล้วนพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ถึงความสำเร็จขั้นต้นผ่านกลยุทธ์ดังกล่าว ประกอบด้วย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) เพื่อพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดไทย ผ่านรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีความหลากหลาย การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Building) เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำในกลุ่มผู้บริโภคไทย ภายใต้แนวคิด “ONE GWM” และ “GWM Go With More” สู่การมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ (Partner Collaboration) โดย GWM จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ทุกรายทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างความรู้ด้านการขายและการตลาด เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตและมั่นคงไปพร้อมกัน และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management – CEM) มุ่งเน้นการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ ทั้งการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิค ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจรภายใต้หลักการ SMART ประกอบไปด้วย Simple (สะดวก), Modern (ทันสมัย), Attention (ใส่ใจ), Reliable (เชื่อถือได้) และ Timeliness (ตรงเวลา) รวมถึงการทยอยเปิดศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานของ GWM สู่การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับชาวไทย

    สำหรับการส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 จะทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2568 เป็นต้นไป ในขณะเดียวกัน ณ โรงงานอัจฉริยะ ในจังหวัดระยอง ก็พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังในการรองรับความต้องการของลูกค้าด้วยการผลิตรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกพลังงานทั้งรถยนต์ไฮบริด ปลั๊กอิน-ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ดีเซล รวมถึงการหาโอกาสทางการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ตอกย้ำการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศยุทธ์ศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและประกอบรถยนต์ที่มีความหลากหลายทั้งด้านพลังงาน (Multi Powertrain) ประเภท (Multi Category) และเซกเมนต์ (Multi Segment)

    นอกจากที่ GWM จะมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตขึ้นผ่านกลยุทธ์ต่าง ๆ แล้ว บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตและเดินหน้าเคียงข้างชาวไทยดังที่ได้ให้คำมั่นสัญญาตั้งแต่ที่ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ล่าสุด จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ GWM ได้เร่งออกโปรแกรมความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ การตรวจเช็กสภาพรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวฟรี ณ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมมอบส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 30% (ยกเว้นแบตเตอรี่ ยางรถยนต์ และประดับยนต์) สำหรับการซ่อมบำรุง ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถติดต่อ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับบริการและขอคำแนะนำเพิ่มเติม

    GWM จะยังคงมุ่งมั่นด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเหนือกว่าในทุกมิติ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ครองใจคนไทยต่อเนื่อง คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2025 เป็นปีที่ 20 ตอกย้ำความเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่น่าเชื่อถือที่สุด

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ครองใจคนไทยต่อเนื่อง คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2025 เป็นปีที่ 20 ตอกย้ำความเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่น่าเชื่อถือที่สุด

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ครองตำแหน่งแบรนด์รถจักรยานยนต์ขวัญใจคนไทยอย่างต่อเนื่อง คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2025 สุดยอดแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภค สาขารถจักรยานยนต์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 จากผลสำรวจโดยนิตยสาร BrandAge สื่อด้านการตลาดชั้นนำของประเทศไทย โดยรางวัลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่ารถจักรยานยนต์ฮอนด้าเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นมากที่สุด และได้รับเลือกเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวในกลุ่มธุรกิจรถจักรยานยนต์

    ดร. อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจและสนับสนุนรถจักรยานยนต์ฮอนด้ามาโดยตลอด การได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่คนไทยมีต่อรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเสมอมา รางวัลนี้ถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้เราพัฒนาคุณภาพสินค้า บริการ รวมถึงเทคโนโลยี พร้อมมุ่งสร้างประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนไทย เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้”

    รางวัล Thailand’s Most Admired Brand ถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการตลาดที่น่าเชื่อถือที่สุดของประเทศ ซึ่งมาจากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศในหลากหลายด้าน ทั้งคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมายกระดับประสบการณ์การขับขี่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีบทบาทในการส่งเสริมสังคมไทยในหลากหลายมิติ เพื่อให้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเติบโตไปพร้อมกับคนไทยอย่างยั่งยืน

    #TMAB2025 #BrandAge

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
    IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าร่วมแสดงความยินดีกับผู้โชคดีจากกิจกรรม “TOYOTA CARNIWOW เทศกาลออกรถสุดว้าว”

    1 Min Read

    โตโยต้าร่วมแสดงความยินดีกับผู้โชคดีจากกิจกรรม “TOYOTA CARNIWOW เทศกาลออกรถสุดว้าว” 

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับผู้โชคดี จากกิจกรรม “TOYOTA CARNIWOW เทศกาลออกรถสุดว้าว” ที่ได้รับ ทองคำแท่ง 30  บาท และ ทองคำแท่ง 5 บาท โดยมี นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายสมุทร ตังคชวนะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้มอบรางวัล เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ณ TOYOTA ALIVE บางนา

    รายละเอียดผู้โชคดี

    • ทองคำแท่ง 30 บาท รวมมูลค่า 1,254,000 บาท

    (ราคาทองคำแท่ง ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2567 บาทละ 41,800 บาท)

    ร.ต.ต. ธวัช สุริยะโชติ

    • รางวัลที่ 2 ทองคำแท่ง 5 บาท จำนวน 9 รางวัล รวมมูลค่า 1,881,000 บาท

    (ราคาทองคำแท่ง ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2567 บาทละ 41,800 บาท)

    คุณ ชานนท์ แสนดี

    คุณ ชิดพงษ์ ศรีโพธิ์

    คุณ ธมลวรรณ พัทธนิตย์ธรรม

    คุณ นารีรัตน์ นวมเศวตร์

    คุณ พรหมภัสสร สุขศรีรัชนาท

    คุณ มาเรียม มิตรอำพัน

    คุณ ยุพาพร เกิดโสภา

    คุณ รณชัย ใจเทียงแท้

    คุณ สมชาย พวงพยอม

     

    ทั้งนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีอีกครั้ง และขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และเรายังมีกิจกรรมดีๆ ให้ทุกท่านได้ร่วมสนุกอีกมากมาย

    ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/

    Facebook: Toyota Motor Thailand
    LINE ID: @ToyotaThailand
    TikTok: @ToyotaMotorTH
    X(Twitter): @ToyotaMotorTH
    Instagram: @toyotamotorthailandofficial


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคาดการณ์ตลาดยานยนต์ยังทรง พร้อมวอนรัฐออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง

    1 Min Read

    สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคาดการณ์ตลาดยานยนต์ยังทรง พร้อมวอนรัฐออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง

    สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Industry Association : TAIA) ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Journalists Association : TAJA) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชน (TAIA Meets the Press) ในหัวข้อ “ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” โดยมองแนวโน้มตลาดยานยนต์ปี   พ.ศ. 2568 มีแนวโน้มการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยอาจจะดีขึ้นหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

    นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เผยว่า “ในปี พ.ศ. 2568 คาดการณ์การผลิตรถยนต์ของไทยโดยรวมที่ 1.5 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 2.1% โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 5 แสนคัน และผลิตเพื่อส่งออก 1 ล้านคัน และสำหรับตัวเลขรถจักรยานยนต์ คาดการณ์ยอดผลิตที่ 2.1 ล้านคัน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 11.2%

    ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2568 แบ่งเป็น 2 ด้าน

    1. ปัจจัยสนับสนุน
    • การขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2568 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากปัจจัยสนับสนุนด้านการเพิ่มขึ้นของการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะในโครงการสำคัญต่างๆ เช่น การก่อสร้างสาธารณูปโภค การก่อสร้างรถไฟสายต่างๆ โดยจะทำให้มีเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 3 ล้านล้านบาท
    • การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ที่ใกล้เคียงระดับก่อนโควิด-19 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ในขณะที่ภาครัฐจัดกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
    1. ปัจจัยเสี่ยง
    • สถานการณ์หนี้ครัวเรือนและหนี้เสียยังอยู่ในระดับน่ากังวล โดยหนี้ครัวเรือน ถึงแม้จะปรับตัวลดลงเหลือระดับ 89% ต่อ GDP แต่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อทั้งหมดมากถึง 22% ส่งผลให้อำนาจการซื้อของประชาชนลดลง
    • อัตราส่วนหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือนของสินเชื่อรถยนต์ยังอยู่ในระดับสูงมาก ส่งผลให้สถาบันการเงินยังคงนโยบายเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงในการกลายเป็นเป็นหนี้เสีย
    • นโยบายกีดกันการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ที่เน้นการลดการเสียเปรียบด้านการค้ากับประเทศคู่ค้า โดยการเพิ่มภาษีสินค้าที่นำเข้าไปในสหรัฐฯ ส่งผลให้สินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนได้รับผลกระทบ เช่น รถยนต์นั่ง ยางรถยนต์ อะไหล่และอุปกรณ์ยานยนต์ต่างๆ รวมถึงความเสี่ยงทางอ้อมที่อาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งระบายสินค้าจากประเทศที่ถูกกีดกันการค้าสูงกว่ามากขึ้น นำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากภาวะอุปทานเกินขนาด

    นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ ได้แก่

    • โครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้ารถยนต์ใหม่ ที่จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยมีการกำหนดเกณฑ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ต่ำกว่าปัจจุบัน เพื่อให้ได้อัตราภาษีในอัตราต่ำลง รวมถึงสนับสนุนยานยนต์สมัยใหม่ เช่น PHEV กำหนดให้มีการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS และกำหนดเงื่อนไขการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ
    • การบังคับใช้มาตรฐานมลพิษจากรถยนต์ ระดับยูโร 6 โดยรถยนต์เครื่องยนต์เบนซิน  เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ส่วนรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของภาครัฐ
    • ข้อตกลง FTA ในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 17 ฉบับ 24 ประเทศคู่ค้า และอยู่ระหว่างการเจรจาอีก 4 ฉบับ โดยมีฉบับสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต เช่น การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป
    • มาตรฐานประสิทธิภาพการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับรถยนต์ใหม่ (New Vehicle Efficiency Standard : NVES) ของประเทศออสเตรเลีย โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รถยนต์ที่นำเข้าไปยังประเทศออสเตรเลีย ทั้งรถยนต์นั่งและรถกระบะ ที่จะเริ่มบังคับใช้พร้อมบทลงโทษตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

    จากสถานการณ์ยอดขายรถยนต์ที่ซบเซาในปัจจุบัน สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้เสนอมาตรการต่อภาครัฐ ดังนี้

    มาตรการกระตุ้นยอดขายในประเทศระยะสั้น

    • มาตรการด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การนำค่าใช้จ่ายในการซื้อหรือค่าบำรุงรักษารถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผลิตในประเทศมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
    • มาตรการด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล การนำค่าใช้จ่ายในการซื้อ หรือเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผลิตในประเทศมาลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ รวมถึงขยายเพดานค่าใช้จ่ายที่หักได้ให้เพิ่มมากขึ้น
    • มาตรการด้านสินเชื่อ การผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อสำหรับกู้ซื้อรถ โดยอนุญาตให้สามารถกู้ร่วมและพิจารณารายได้รวมของทั้งครอบครัวในการประเมินการปล่อยสินเชื่อได้ รวมถึงมาตรการค้ำประกันสินเชื่อในการซื้อรถยนต์
    • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การใช้จ่ายงบประมาณประจำปีของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    มาตรการกระตุ้นยอดขายและส่งออกในระยะกลาง – ยาว

    • รักษาการเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ ICE ที่สำคัญของโลก และส่งเสริมการผลิต Future ICE เพื่อรักษา Economy of Scale ให้สามารถแข่งขันได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ด้วยการเร่งเจรจา FTA กับกลุ่มประเทศที่ยังมีความต้องการรถยนต์สันดาปภายในอยู่ รวมถึงหามาตรการส่งเสริมการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนในกลุ่ม Future ICE เช่น Product Champion, HEV หรือ PHEV เป็นต้น
    • ยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยานยนต์สมัยใหม่ผ่านกลไกการ Matching บริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยกับต่างชาติ เพื่อเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ และต่อยอดสู่ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (Power Electric Parts) รวมทั้งฝึกอบรมแรงงาน เพื่อเข้าสู่ยานยนต์สมัยใหม่เพื่อเพิ่มทักษะและองค์ความรู้ต่างๆ
    • ขยายการส่งออกยานยนต์ประเภท ZEV (Zero Emission Vehicle) ไปยังประเทศที่มีศักยภาพ พร้อมเร่งรัดการเจรจาข้อตกลง FTA โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศที่มีนโยบายส่งเสริมการใช้ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อมีสิ่งแวดล้อม

    โดยคาดหวังว่ามาตรการเหล่านี้ จะสามารถกระตุ้นตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ปีนี้ และปีต่อๆไป ให้ฟื้นตัวไปสู่ระดับปกติ และดียิ่งขึ้นต่อไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Chery เตรียมบุกตลาดไทยปีนี้ หลังจากส่ง OMODA & JAECOO นำร่อง และเติบโตในไทยอย่างรวดเร็วในปี 2567 มุ่งสร้างความมั่นใจให้กับแบรนด์พร้อมขยายฐานลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    1 Min Read

    Chery เตรียมบุกตลาดไทยปีนี้ หลังจากส่ง OMODA & JAECOO นำร่อง และเติบโตในไทยอย่างรวดเร็วในปี 2567 มุ่งสร้างความมั่นใจให้กับแบรนด์พร้อมขยายฐานลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    Chery Automobile ผู้ผลิตรถยนต์จีนอันดับ 1 ในด้านการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นเวลา 22 ปีติดต่อกัน ได้ประกาศแผนการเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีนี้ หลังจากที่ส่ง OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) บุกตลาดไทยเมื่อปีที่ผ่านมาและได้รับผลตอบรับดีเกินคาด เตรียมนำ Chery Arrizo 8L, Chery Tiggo 9 และ Chery Tiggo Cross มาให้สัมผัสจริงครั้งแรกที่ Bangkok International Motor Show วันนี้ – 6 เมษายน

    “จากความสำเร็จในปี 2567 ที่ Chery มียอดขายเติบโตถึง 38% พร้อมส่งมอบรถยนต์กว่า 2.6 ล้านคันทั่วโลก คิดเป็นยอดรายได้ที่เติบโตขึ้นกว่า 50% ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาทไทย และยังรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีนมายาวนานกว่า 22 ปีติดต่อกันนั้น ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อยนตรกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของเรา แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยในปีนี้มีแผนนำ Chery เข้าสู่ตลาดประเทศไทย นับเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคชาวไทย และแสดงให้เห็นว่าเราพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ” นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าว

    Chery มุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่มีความหลากหลายด้วยความสามารถในการแข่งขันระดับโลก โดยขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในทุกด้าน ค่านิยมหลักของแบรนด์ประกอบด้วย การแสวงหานวัตกรรมล้ำสมัย ความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ แนวทางที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง และความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจแบบ Win-Win ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของ Chery ทั่วโลก

    ด้วยการขยายตัวในระดับสากล Chery ได้สร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งประกอบด้วยศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) 16 แห่ง ฐานการผลิตในต่างประเทศ 10 แห่ง และขยายการตลาดในกว่า 110 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งกว่า 15 ล้านคนทั่วโลก มีพนักงานมากกว่า 100,000 คน และได้สร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ 30 พันธมิตรระดับโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแบรนด์

    “Green, Technology, Family, Companionship” หัวใจหลักของแบรนด์ Chery

    Chery ดำเนินธุรกิจภายใต้แกนหลัก 4 ข้อ ได้แก่

    • Green (รักษ์โลก) โดยการมุ่งเน้นการใช้วัสดุคาร์บอนต่ำ ผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีเชื้อเพลิงเจเนอเรชั่นที่ 3 PHEV และรถพลังงานไฟฟ้า (BEV)
    • Technology (เทคโนโลยี) Chery ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาระดับโลก พัฒนาแพลตฟอร์มการออกแบบ ระบบขับขี่อัจฉริยะ และห้องโดยสารอัจฉริยะที่ทันสมัย
    • Family (ครอบครัว) มุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ สะดวกสบายและทนทาน มีเอกลักษณ์และครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย
    • Companionship (การเป็นเพื่อนคู่คิด) นอกจากนี้ Chery ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้า ส่งเสริมการเติบโตของพนักงานผ่านความเป็นหนึ่งเดียวกัน พัฒนาพันธมิตรที่มีอีโคซิสเต็มแบบ Win-Win และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านกิจกรรมสาธารณประโยชน์มากกว่า 120 รายการใน 30 กว่าประเทศทั่วโลก

    รถทุกประเภทของ Chery มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความสวยงามที่ทรงพลัง พร้อมมอบประสบการณ์ให้ผู้ใช้แบบที่เหนือระดับ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลาย ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น

    Chery Automobile จะนำเสนอรถยนต์ พร้อมนวัตกรรมใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกอย่าง Chery Arrizo 8L รถยนต์ซีดานปลั๊กอินไฮบริดสุดลักชูรี่, Chery Tiggo 9 รถยนต์เอสยูวสำหรับธุรกิจรุ่นแฟลกชิป และ Chery Tiggo Cross คอมแพคเอสยูวีไฮบริดสำหรับคนรุ่นใหม่ เป็นครั้งแรกที่บูธ OMODA & JAECOO ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 46  อิมแพคชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 บูธ A23 ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2568

    คำเตือน: ตัวเลขประสิทธิภาพเชื้อเพลิงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยยามาฮ่ารับรางวัล “เสมาคุณูปการ” ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2568 ในวันครบรอบ 133 ปี กระทรวงศึกษาธิการ

    1 Min Read

    ไทยยามาฮ่ารับรางวัล “เสมาคุณูปการ” ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2568 ในวันครบรอบ 133 ปี กระทรวงศึกษาธิการ

    นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ขึ้นรับรางวัลเข็มเสมาคุณูปการ และเกียรติบัตรผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2568 และถ่ายภาพร่วมกับ พล.ต.อ.เพิ่มพูล ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    โดย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 องค์กรจากสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาได้เสนอชื่อเข้ารับรางวัลเข็มเสมาคุณูปการ และใบประกาศเกียรติคุณ จากการสนับสนุนการศึกษาแก่กระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่องด้วยการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการศึกษาในด้านต่างๆ อาทิ การจัดการแข่งขันทักษะวิชาชีพชั้นสูงสาขารถจักรยานยนต์ การมอบทุน และอุปกรณ์การศึกษา รวมถึงการมอบเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ออโตเมติกขนาด 300 ซีซี จำนวน 100 เครื่องเพื่อการศึกษาในปี 2567 ที่ผ่านมา

    การรับรางวัลเชิดชูเกียรติในครั้งนี้มีขึ้นในวันฉลองการสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 133 ปี ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ดีพร้อม – โตโยต้า โชว์ความสำเร็จ “โครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชนไทยสู่ความยั่งยืน”

    1 Min Read

    ดีพร้อม – โตโยต้า โชว์ความสำเร็จ “โครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชนไทยสู่ความยั่งยืน” ยกระดับผู้ประกอบการไทยด้วยกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบาย รมว.เอกนัฏ

    ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จการดำเนินโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชนไทยสู่ความยั่งยืน โดยมี นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติกล่าวถึงความร่วมมือระหว่างดีพร้อมกับโตโยต้า และนายสุรภูมิ อุดมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวสรุปผลสำเร็จ พร้อมด้วย นายสุรพล ปลื้มใจ และ นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายนันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีพร้อม ผู้แทนภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ TOYOTA ALIVE บางนา

    โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือกันระหว่าง ดีพร้อม และ บริษัท โตโยต้า ประเทศไทย จำกัด ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้มีการร่วมมือกันผ่าน 3 กิจกรรม ได้แก่ (1) กิจกรรมการปรับปรุงกระบวนการผลิตวิสาหกิจชุมชนด้วยระบบการผลิตแบบโตโยต้า โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากโตโยต้ามาให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกในการเพิ่มผลิตภาพด้านการผลิต (2) กิจกรรมการอบรมและประกวดแผนการปรับปรุงธุรกิจ Community Improvement Contest “ทุนลดกำไรเพิ่ม ด้วยแนวทางการปรับปรุงแบบโตโยต้า” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันวิสาหกิจชุมชน และ  (3) กิจกรรมเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก (Group Camp) ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน (ดีมาก) โดยผู้เชี่ยวชาญจากโตโยต้าฯ ร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ธุรกิจชุมชนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการชุมชน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ

    โดยความสำเร็จในวันนี้ เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันในรูปแบบพี่ช่วยน้อง หรือ Big Brother  โดยการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพ ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ขั้นต้น ที่ “ดีพร้อม” ให้การส่งเสริมและสนับสนุน ได้มีโอกาสในการเข้าร่วมโครงการโตโยต้าธุรกิจชุมชนพัฒน์ ตามแนวนโยบาย  “ดีพร้อมคอมมูนิตี้” (DIPROM Community) ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นให้วิสาหกิจไทยในระบบการพัฒนาสามารถ “สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างเครือข่าย” มีการเติบโต และแข่งขันได้อย่างมั่นคงในอนาคต รวมไปถึงเกิดเป็นห่วงโซ่อุปทานและสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นฮีโร่ที่ “ดีพร้อม” สร้าง เพื่อให้วิสาหกิจไทยเดินหน้าไปด้วยกัน ตามโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

    ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมา สามารถพัฒนาธุรกิจชุมชน รวมทั้งสิ้น 9 แห่ง ได้แก่ 1. วิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวและผลไม้น่าน จ.น่าน 2. วิสาหกิจชุมชนหนองหลวงม่วงไข่แปรรูปพริก จ.แพร่ 3. วิสาหกิจชุมชนฮัซบีโรตีกรอบจิ๋ว จ.สตูล 4. วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวเม่า จ.บุรีรัมย์ 5. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแคปหมูอิ่มสุข จ.อุดรธานี 6. วิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี จ.ราชบุรี 7. วิสาหกิจชุมชนแปรรูปมะม่วงสวนลุงบุญสมบ้านผารังหมี จ.พิษณุโลก 8. วิสาหกิจชุมชนเพชรคีรีโฮมสเตย์ จ.นครศรีธรรมราช และ 9. วันมอร์ไทยคราฟช็อกโกแลต จ.นครศรีธรรมราช โดยทั้ง 2 หน่วยงานเชื่อมั่นว่า ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว จะสามารถพัฒนาศักยภาพ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยได้อย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • แฟนคลับ YAMAHA FAZZIO ห้ามพลาด โปรโมชันสุดฟาส เฉพาะงานมอเตอร์โชว์ 2025 เท่านั้น!

    1 Min Read

    แฟนคลับ YAMAHA FAZZIO ห้ามพลาด โปรโมชันสุดฟาส เฉพาะงานมอเตอร์โชว์ 2025 เท่านั้น!

    ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้จัดโปรโมชันสุดพิเศษเฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ 2025 เท่านั้น!

    YAMAHA FAZZIO 2025

    • รับฟรี! Gift Voucher 1,500 บาท
    • บัตรของขวัญ OR 300 บาท (สำหรับ 70 คันแรก)
    • เสื้อยืดฟาซซิโอ้สุด cool 500 บาท (สำหรับ 70 คันแรก)

    YAMAHA FAZZIO 2024

    • รับฟรี! Gift Voucher 3,500 บาท
    • หมวกกันน๊อก 1 ใบ (สำหรับ 200 คันแรก)
    • บัตรน้ำมัน 2,000 บาท (สำหรับ 200 คันแรก)

    โปรโมชันสำหรับคนวัยฟาซ! มีเฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ 2025 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 เท่านั้น!

    จะ GEN ไหน ก็เป็นเจ้าของ YAMAHA FAZZIO ในราคาสุดคุ้มได้ สอบถามรายละเอียดได้ทาง Facebook: @YamahaSocietyThailand หรือที่ LINE O/A: YamahaSocietyTH

    #FAZZIO #FAZZIO2025 #Yamaha #RevsyourHeart
    #มอเตอร์ไซค์ #MotorShow2025


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ครึ่งทาง “บางกอก มอเตอร์โชว์” ผู้บริโภคแห่ตอบรับรถ xEV ดันยอดจองโต 29%

    1 Min Read

    ครึ่งทาง “บางกอก มอเตอร์โชว์” ผู้บริโภคแห่ตอบรับรถ xEV ดันยอดจองโต 29%

    สัปดาห์แรกของการจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 ค่ายรถที่เข้าร่วมงานกวาดยอดจองไปแล้วมากกว่า 2.4 หมื่นคัน มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 29.1 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และการเปิดตัวรถยนต์ในกลุ่ม xEV รุ่นใหม่ๆ ของค่ายรถ

    นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ขณะนี้งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ได้ผ่านมาถึงครึ่งทางของการจัดงาน โดยยังคงได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคเข้ามาร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก เหตุผลสำคัญมาจากการที่ภายในงานปีนี้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม xEV ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันในตลาดกันค่อนข้างสูงในปัจจุบัน

    สัปดาห์แรกของการจัดงาน มีรายงานตัวเลขจากค่ายรถที่นำรถ เข้ามาร่วมจัดแสดงภายในงาน พบว่ามีตัวเลขยอดจองรถยนต์ 24,744 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 29.1 เปอร์เซ็นต์ (ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมยอดจองจากบางแบรนด์ที่ของส่งยอดในวันสุดท้าย)

    ทั้งนี้ ตัวเลขยอดจองรถยนต์ภายในงานเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่ทางคณะผู้จัดงานฯ คาดการณ์ไว้ ส่วนหนึ่งเพราะในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ปีนี้ มีผู้จำหน่ายรถยนต์ xEV เข้ามาร่วมงานหลายแบรนด์ และยังมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีกหลายรุ่น แต่คงต้องรอดูตัวเลขยอดจองหลังจบงานอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ว่าจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมามากน้อยเพียงใด

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของการจัดงาน อยากเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้ามาเลือกชม เลือกซื้อรถภายในงาน เพราะนอกจากเป็นการรวมรถยนต์ทุกค่ายไว้ในงานเดียวแล้ว ผู้เข้าชมงานยังมีโอกาสได้สัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำและประสิทธิภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปิดประสบการณ์ใหม่ของการขับขี่แห่งอนาคต นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังมีโอกาสลุ้นรับรางวัลต่างๆ มากมายอีกด้วย

    มาร่วมสัมผัสนวัตกรรมแห่งยานยนต์ AI ที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตใหม่ของทุกคนได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46  วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • NEW MAZDA CX-5 ครอสโอเวอร์เอสยูวีเพื่อครอบครัวยุคใหม่ คว้ารางวัลสุดยอดสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมแห่งปี 2568

    1 Min Read

    NEW MAZDA CX-5 ครอสโอเวอร์เอสยูวีเพื่อครอบครัวยุคใหม่ คว้ารางวัลสุดยอดสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมแห่งปี 2568

    มาสด้าสุดปลื้มเมื่อรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี NEW MAZDA CX-5 คว้ารางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2025 ตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้วยยนตรกรรมล้ำสมัยและการบริการที่เป็นเลิศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกบริบท ตามแนวทางการเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ในการดำเนินธุรกิจ โดยมี นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับมอบรางวัลอันทรงเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี พร้อมด้วย นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และ รศ. ดร. ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดี วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้มีเกียรติจากบริษัทชั้นนำที่ให้เกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

    NEW MAZDA CX-5 เป็นรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์มาสด้า ที่ได้รับการปรับโฉมและเปิดตัวสู่ตลาดเมื่อช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา โดยเป็นครอสโอเวอร์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ มาพร้อมทางเลือกของ 2 เครื่องยนต์ ทั้งสกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร และสกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มอบสมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมันอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะมาสด้า ครบครันทั้งดีไซน์สง่างามและความสะดวกสบายมากมาย มาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่และระบบความปลอดภัยระดับโลก รวมถึงดีไซน์การออกแบบที่สง่างาม ตามแนวคิด Kodo design – Soul of Motion เรียบง่ายแต่งดงาม ตอบโจทย์ทุกการเดินทางและการใช้ชีวิตของครอบครัวในยุคปัจจุบัน โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,219,000 บาท

    นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ยนตรกรรม NEW MAZDA CX-5 ได้รับลงคะแนนเสียงจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริโภคให้เป็นสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2568 ซึ่งมาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะมุ่งมั่นพัฒนายนตรกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายให้กับลูกค้า ปัจจุบันมาสด้าได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีนานยนต์ตามแนวทาง Multi-solution Technology ในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่มีเอกลักษณ์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และนำมาซึ่งความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อให้รถยนต์มาสด้าสามารถมอบความสุขในการขับขี่ และมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนความสุขในการใช้ชีวิตของลูกค้า ตามปรัชญา  Joy Drives Lives เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์จะนำมาซึ่งคุณค่าและความสุขที่แท้จริง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment