-
News Motocycle1 Min Read
คาวาซากิเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จของ Eliminator พร้อมขนทัพผลิตภัณฑ์หลากรูปแบบ มาเพื่องาน
Bangkok International Motor Show 2025

คาวาซากิเปิดผ้าคลุมรถใหม่ถึง 2 รุ่น ภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้
W800 ปี 2025 เอาใจสายคลาสสิคกับสี Metallic Brilliant Golden Black กับลายเส้นสีทองบนพื้นดำเมทัลลิค ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา งดงาม โดดเด่นกว่าใคร W800 ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์สวยงามเหนือกาลเวลา หยิบยื่นสมรรถนะการควบคุมการขับขี่ที่ใช้งานง่ายและการเก็บรายละเอียดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความประณีตพิถีพิถัน พร้อมกับรูปลักษณ์และสัมผัสที่คล้ายคลึงต้นตระกูลรุ่นแรกมากที่สุด จึงสามารถส่งมอบสัมผัสแห่งความอิ่มเอมและความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คลาสสิคให้แก่ผู้ใช้ได้อย่างถ่องแท้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Vertical Twin 773 “ซีซี” ระบายความร้อนด้วยอากาศ เครื่องยนต์ช่วงชักยาวถูกปรับจูนมาเพื่อสมรรถนะในรอบต่ำ-กลางเพื่อส่งมอบสัมผัสของแรงบิดอันทรงพลัง เพลาข้อเหวี่ยงแบบ 360 องศา ช่วยให้ W800 มีการจุดระเบิดและชีพจรการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
เปิดจำหน่ายที่ราคา 419,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นคูปองเงินสดมูลค่า 5,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1
กลับมาอีกครั้งกับเจ้าสนามแข่งอย่าง Ninja ZX-10R ปี 2025 รถจักรยานยนต์ที่ถูกสร้างมาเพื่อการขับขี่ในสนามแข่ง และได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากการครองแชมป์ในรายการ FIM World Superbike Championship 6 ปีซ้อน นับว่าเป็นผลลัพธ์ของความสำเร็จในการแข่งขันทางเรียบระดับโลกแห่งทศวรรษ รวมเข้ากับประสบการณ์ในสนามแข่งของคาวาซากิ ได้กลายมาเป็นขุมพลัง 998ซีซี 4 สูบ พร้อมกับเฟรมที่เกิดมาเพื่อการแข่งขัน และชุดอิเล็คทรอนิคล้ำสมัย เปิดทุกความเป็นไปได้ให้กับ Ninja ZX-10R Face Yourself
ราคาแนะนำที่ 859,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นเปิดตัวสุดพิเศษ คูปองเงินสดมูลค่า 10,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1
นอกจากนี้ยังมีรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
กับ KLX230 Sherpa เครื่องมือเดินป่าสำหรับนักขี่จากคาวาซากิ ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและเข้าถึงได้ง่าย ด้วยน้ำหนักเบาและการควบคุมที่ง่าย ความสูงของเบาะต่ำ และให้ความมั่นใจในการขี่ รูปลักษณ์ที่ทนทานเหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง ติดตั้งการ์ดมือและแผ่นกันกระแทกอะลูมิเนียมที่เพิ่มความสามารถในการใช้งาน พร้อมระบบเบรก ABS ที่สามารถเปิด-ปิดการใช้งานได้ทั้งหน้าและหลัง และรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านทาง Rideology the app สมชื่อ Sherpa เพื่อนคู่ใจนักเดินเขาหิมาลัย

คาวาซากิได้นำ KLX230 Sherpa มาให้สัมผัสกันที่งานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ พร้อมจำหน่ายที่ราคา 159,000 พร้อมคูปองเงินสด 5,000 บาทและประกันรถหาย

และอีกหนึ่งความพิเศษของงานนี้คือ คาวาซากิ ได้นำผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ไม่เคยจัดแสดงในประเทศไทยมาทุกท่านสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด กับ รถ ATV รุ่น Brute force 750 ATV ที่จะพาคุณพิชิตเส้นทางที่ยากลำบากและภารกิจต่างๆ ด้วยความสามารถที่แข็งแกร่งและความสะดวกสบายตลอดทั้งวันที่ไม่มีใครเทียบได้ พลังที่ตอบสนองได้ดี การควบคุมที่สปอร์ต และคุณภาพการประกอบของ Kawasaki เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นด้วยความมั่นใจ และนำพาคุณไปสู่ทุกจุดหมายที่ต้องการ

และที่พ่วงมาด้วยกันคือ เจ๊ตสกีนั่งรุ่น Ultra310LX ที่สุดแห่งความลงตัวระหว่างความสนุกสนานและหรูหราของยานยนต์ทางน้ำ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Supercharged อันทรงพลัง และเทคโนโลยีเหนือชั้นมากมาย ให้ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำได้รับประสบการณ์ที่สุดยอดเหนือใครนั่นเอง
–

พิเศษสุดในปีนี้ Eliminator มาพร้อมกับการเฉลิมฉลองยอดขายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เป็นอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่นในปี 2024 มากกว่า 6,000 คัน ภายใต้แคมเปญ Just Ride No.1 โดย Eliminator มีฐานการผลิตอยู่ที่โรงงานคาวาซากิในจังหวัดระยอง ในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 2 ปีตั้งแต่เปิดตัว คาวาซากิ ประเทศไทยได้ผลิต Eliminator เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปทั่วโลกแล้วกว่า 40,000 คัน นับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ให้กับแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่เป็นที่รักของชาวครุยเซอร์มากว่า 40 ปี นับตั้งแต่ปี 1985 นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวไทยที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้
Eliminator ซิตี้ครุยเซอร์ที่จะมาปลุกจิตวิญญาณในตัวคุณ เครื่องยนต์สองสูบเรียง ขนาด 399 ซีซี ที่มอบแรงบิดสูง ในทุกรอบการขับขี่ น้ำหนักเบาเพียง 176 กิโลกรัม และเบาะนั่งต่ำ 735 มิลลิเมตร ให้การควบคุมที่คล่องตัว ขับขี่ง่ายแม้มือใหม่กับรถขนาดใหญ่ และถังน้ำมันขนาด 13 ลิตร ให้คุณไปได้ไกลกว่า มาพร้อมกับหน้าจอ TFT สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของผู้ใช้รถโดยเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น “RIDEOLOGY” ครบทั้งรูปลักษณ์อันโดดเด่นและเทคโนโลยีเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบาย
Eliminator จำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่น รุ่นสแตนดาร์ดราคา 199,000 บาท และรุ่น SE ราคา 215,000 บาท พิเศษกับโปรโมชั่นเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ ด้วยคูปองเงินสดมูลค่า 12,000 บาท ประกันรถหาย 1 ปี
ติดตามเราได้ที่
Website: https://www.kawasaki.co.th/
Facebook: https://www.facebook.com/KawasakiMotorsThailand
Line OA: @KawasakiTHA หรือ https://lin.ee/ETWncw7
Youtube: https://www.youtube.com/@kawasakitha
Instagram: https://www.instagram.com/kawasakitha/
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle3 Min Read
ไทยฮอนด้าจัดเต็ม! เปิดตัวไลน์อัปจักรยานยนต์ครบทุกสไตล์ถึง 9 รุ่น นำโดยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า “New Honda CUV e:” และบิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่ทุกคนรอคอย “New Honda Forza750” ใน Motor Show 2025

ฮอนด้า โดย บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผนึกกำลังต่อเนื่อง จัดเต็มไลน์อัปผลิตภัณฑ์ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ (Power Products) ในงาน Motor Show 2025 ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างสังคมไทย ที่พร้อมสร้างความสุขและขับเคลื่อนการใช้ชีวิตอย่างอิสระในหลากหลายรูปแบบผ่านผลิตภัณฑ์และบริการ
ภายในบูทมีการแบ่งโซนการจัดแสดงออกเป็น 3 โซนหลัก เพื่อความสะดวกในการเข้าชม แบ่งเป็น
- Product Zone ในส่วนของผลิตภัณฑ์รถยนต์ นำโดย “Honda City Hatchback DRIVAL” รุ่นพิเศษ ที่ได้รับการอัปเกรดดีไซน์ เพิ่มเติมความสปอร์ตสุดเท่ ดุดัน เร้าใจ พร้อมสะกดทุกสายตา ในส่วนของผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ นำโดย “New Honda Forza750” บิ๊กสกู๊ตเตอร์เรือธงที่มาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยี และสมรรถนะที่เหนือคลาส และ “New Honda CB1000 Hornet SP” ซูเปอร์ Naked ไบค์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ พร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ที่ครบครัน ตามด้วยโมเดลพิเศษ “New Honda Monkey Chrome Legacy” รุ่น Limited Edition ที่ได้รับการออกแบบพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีไทยฮอนด้า รวมถึง “All New Honda Scoopy x Kuromi” ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก พร้อมให้แฟน ๆ ได้จับจอง 2,000 คันเท่านั้น

- Innovative Zone จัดแสดงผลิตภัณฑ์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% โดยไฮไลต์ของโซนนี้ นำโดย “Honda e:N1” รถ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของฮอนด้า พร้อมเปิดให้จองและจำหน่ายอย่างเป็นทางการให้ลูกค้าทั่วไปได้เป็นเจ้าของ และ สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับไปกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า “New Honda CUV e:” ที่จะมาสร้างนิยามใหม่ของความทันสมัยทั้งด้านดีไซน์และประสิทธิภาพ
- Lifestyle Zone โซนโชว์เคสผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในหลายมิติ ทั้งรถ SUV รถจักรยานยนต์ที่ตอบโจทย์สายลุยอย่างสไตล์แอดเวนเจอร์ และสไตล์เทรล
มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ในโอกาสที่ปีนี้ ไทยฮอนด้าครบรอบ 60 ปี เพื่อเป็นการขอบคุณและสร้างความพิเศษให้กับทุกท่าน รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าใหม่ ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ผสานกับนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในทุกการเดินทางด้วยกันถึง 9 รุ่น ด้วยกัน”

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ไลน์อัป Honda Technology นำโดย “New Honda CUV e:” รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Smart Ride, Future Ready’ โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัยรอบคัน มาพร้อมกับไฟหน้าและไฟท้ายแบบไฟ LED เสริมประสิทธิภาพการขับขี่ด้วยเทคโนโลยี Honda RoadSync duo (เฉพาะรุ่น Connectivity) และระบบช่วยถอยหลัง ที่จะช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ตามด้วยหน้าจอแสดงผล TFT ที่มีขนาดใหญ่ถึง 7 นิ้ว (เฉพาะรุ่น Connectivity, รุ่น Standard ขนาด 5 นิ้ว) รองรับทุกการขับขี่ทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) โหมดการขับขี่แบบประหยัด (ECON Mode) และโหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) อีกทั้งยังมอบความเร็วสูงสุด 83 กม./ชม. สามารถวิ่งได้ในระยะทางมากกว่า 70 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า “New Honda CUV e:” พร้อมเปิดให้เช่าใช้บริการ ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Standard และรุ่น Connectivity มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ (Mat Gunpowder Black Metallic) และ สีขาว (Pearl Jubilee White) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์เป็นผู้เช่าในราคาพิเศษเฉพาะในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2025 จำกัดจำนวนเพียง 100 สิทธิ์เท่านั้น

ตามด้วยเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่ได้ถ่ายทอดลงสู่คลาส 300 ซีซี ถึง 2 รุ่นอย่าง “New Honda CL300” รถจักรยานยนต์ Scrambler สไตล์สายลุยแบบคลาสสิก และ “New Honda Rebel300” รถจักรยานยนต์คัสตอมบ็อบเบอร์ ที่ได้เพิ่มเทคโนโลยีควบคุมระบบคลัตช์ด้วยไฟฟ้า เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างลื่นไหล โดยไม่ต้องกำคลัตช์ ทำให้การขับขี่รถสปอร์ตเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกยิ่งขึ้น
“New Honda CL300” พร้อมวางจำหน่ายสีดำ (Mat Gunpowder Black) เปิดตัวในราคาแนะนำที่ 159,900 บาท และ “New Honda Rebel300” พร้อมวางจำหน่าย สีดำ (Pearl Shining Black) ราคาแนะนำที่ 159,900 บาท

รวมถึง “New Honda ADV350” รถจักรยานยนต์ SUV Bike ที่พัฒนานำเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผล TFT ใหม่ ขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อที่ทันสมัยอย่าง Honda RoadSync รองรับทุกความต้องการของผู้ขับขี่ และปุ่มคอนโทรลเลอร์ดีไซน์ใหม่ แบบมัลติฟังก์ชันสั่งการได้หลายระดับ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม รุ่น Standard Type พร้อมวางจำหน่าย 3 สี ได้แก่ สีแดง-ดำ CANYON RED, สีน้ำเงิน OCEAN BLUE และสีดำ CHARCOAL BLACK ราคาแนะนำที่ 189,900 บาท
นอกจากรุ่น Standard แล้ว ฮอนด้ายังได้นำเสนอ Special Edition จากสำนักแต่ง H2C by Honda ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สายแอดเวนเจอร์ตัวจริง เสริมความเท่อีกระดับด้วยชุดอุปกรณ์แต่งรอบคันถึง 11 ชิ้น รุ่น “New Honda ADV350 Unstoppable Touring Edition” พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 204,400 บาท

และขอแนะนำ อีกหนึ่งโมเดลเรือธงที่ทุกคนรอคอยในคลาส 750 Series กับ “New Honda Forza750” บิ๊กสกู๊ตเตอร์เรือธงที่มาพร้อมสมรรถนะที่เหนือคลาสด้วยเครื่องยนต์ 750 ซีซี OHC 4 วาล์ว 2 สูบเรียง ผสานเทคโนโลยี Dual Clutch Transmission (DCT) เปลี่ยนเกียร์สมูทไม่ต้องกำคลัตช์ ส่งตรงดีเอ็นเอความแรงจากรถบิ๊กไบค์สู่ท้องถนน มาพร้อมหน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 5 นิ้ว ปรับดีไซน์ใหม่ให้ตอบโจทย์การมองเห็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ Honda RoadSync พร้อมปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด (Standard, Rain, User, Sport) ให้การควบคุมรถมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น อีกทั้งตอบโจทย์สายทัวร์ริ่งด้วยระบบ Cruise Control ช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติเหมาะสำหรับการขับขี่ทางไกลและในเมืองได้อย่างดีเยี่ยม
New Honda Forza750 มาในดีไซน์โฉมใหม่ สปอร์ต ดุดัน แต่ยังคงความพรีเมียมไว้ได้อย่างลงตัว โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า LED โคมคู่ พร้อม Daytime Running Lights (DRL) ให้ความสปอร์ตเต็มขั้นด้วยไฟเลี้ยวแบบ Built-in ให้การขับขี่มั่นใจด้วยล้อหน้าขนาด 17 นิ้ว และล้อหลังขนาด 15 นิ้ว พร้อมโช้กหน้าหัวกลับขนาด 41 มม. ที่ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและมอบการทรงตัวที่มั่นคง รวมถึงกระจกบังลมไฟฟ้าอัตโนมัติขนาดกว้างขึ้นถึง 25% ปรับความสูงได้ถึง 120 มม. New Honda Forza750 พร้อมวางจำหน่าย 3 สีใหม่ ได้แก่ สีน้ำตาล (Matte Warm Ash Metallic) สีดำ (Matte Ballistic Black Metallic) และสีเทา (Iridium Gray Metallic) ราคาแนะนำที่ 419,000 บาท

ตามด้วย “New Honda CB1000 Hornet SP” ซูเปอร์ Naked ไบค์ระดับท็อปคลาส ผสานความแรงจากสนามแข่งเข้ากับการออกแบบที่ดุดันในแบบสปอร์ต Naked ให้ความแรงที่สุดในคลาสด้วยเครื่องยนต์ 1000 ซีซี 4 สูบเรียง พร้อมไปทุกเส้นทางด้วยโช้ก Öhlins ปรับได้เต็มรูปแบบควบคุมรถได้ดั่งใจ พร้อมปั๊มเบรก Brembo ให้ความแม่นยำทุกครั้งที่หยุดรถ ควบคุมง่ายดั่งใจด้วย Quick Shifter ที่ปรับได้ 3 ระดับ ระบบคันเร่งไฟฟ้า (Throttle-by-Wire), Riding Mode ที่ปรับได้ถึง 5 โหมด และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ที่ช่วยควบคุมการหมุนล้อหน้าและล้อหลังให้สัมพันธ์กัน แสดงผลด้วยเทคโนโลยีหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่านแอปพลิเคชัน Honda RoadSync พร้อมไฟแบ็กไลท์ที่แฮนด์บาร์ใช้งานสะดวก เชื่อมต่อได้ทุกเส้นทาง New Honda CB1000 Hornet SP พร้อมวางจำหน่าย ‘สีดำ MAT BALLISTIC BLACK METALLIC’ ในราคาแนะนำที่ 489,000 บาท

สำหรับสาย Fashion A.T. เปิดตัวด้วยโมเดลสุดเอกซ์คลูซีฟ “All New Honda Scoopy x Kuromi Limited Edition” เป็นการ Collab ครั้งแรกของรุ่น All New Honda Scoopy ในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปี ของ Kuromi ตัวร้ายสุดแสบจาก Sanrio มาพร้อมคอนเซปต์สุดซ่าอย่าง “The ICONIC Sassiness เพื่อนตัวป่วน ชวนไปสุดเทรนด์” นำเสนอความแสบซนด้วยสีดำ-ม่วง สีเอกลักษณ์ของ Kuromi พร้อมลวดลายตัวป่วนทั่วทุกมุมรถ โดดเด่นด้วยสติกเกอร์ 3D Emblem ครบรอบ 20 ปี และเสริมความลิมิเต็ดขั้นสุดกับสติกเกอร์ Serial Number รันเลขที่ตั้งแต่ 0001 – 2000 คัน มาพร้อม Box set สุดป่วน ได้แก่ Honda Smart Key พร้อมเคสลาย Kuromi ครบรอบ 20 ปี อีกทั้งหมวกกันน็อก และเสื้อยืดแขนยาวลาย Kuromi แมตช์กับสีรถได้อย่างลงตัว สำหรับ All New Honda Scoopy x Kuromi Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัด 2,000 คันเท่านั้น ราคาแนะนำที่ 60,800 บาท พร้อมเปิดรับจองที่งานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2025 เป็นที่แรก และ Honda Wing Center ทุกสาขา

ตามมาด้วย “New Honda Lead125” เปิดตัวสีเทาใหม่ ‘Matte Gray’ เติมความมินิมอลให้ลงตัว กับ Special Edition สีเทาแมทท์ มาพร้อมคอนเซปต์ “Minimal Matters ชีวิตลงตัวแน่ แค่มินิมอล” ที่มาพร้อม Emblem สีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยหน้ากากด้านหน้า เสริมลุคสปอร์ตด้วยโช้ก และคาลิปเปอร์เบรกสีแดง รวมถึงล้อสีดำด้านเสริมลุคสปอร์ตให้ชัดเจนขึ้น ไฟท้าย LED ฟังก์ชันครบครันตอบโจทย์คนเมือง New Honda Lead125 รุ่น Special Edition พร้อมวางจำหน่ายสีเทาใหม่ (Matte Gray) พร้อมกับ สีดำ (Black) ในราคาแนะนำ 62,500 บาท

พร้อมกันนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ไทยฮอนด้า ขอนำเสนอโมเดลพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองไปกับ “New Honda Monkey Chrome Legacy” รุ่น Limited Edition ที่คัสตอมขึ้นมาพิเศษ โดดเด่นด้วยสีโครเมียมทั้งคัน ตั้งแต่ตัวถังน้ำมันโครเมียมสวยสะดุดตาสไตล์กคลาสสิก และฝาครอบข้างที่เป็นโครเมียม ตัดกับเบาะหนังสีดำที่โชว์หมุดสแตนแลสให้ความหรูหราคลาสสิก พร้อมแสดงเอกลักษณ์ความซนในตำนานกับ 3D Soft Emblem โลโก้เจ้าลิงซนครบรอบ 60 ปีไทยฮอนด้า เสริมความลิมิเต็ดด้วย Chrome Edition Serial Number รันเลขตามจำนวนคันที่ผลิต พิเศษ! มาพร้อมกับหมวกกันน็อกสีเงินเมทัลลิค ที่เข้าเซ็ตกับตัวรถได้อย่างลงตัว เปิดตัวในราคาแนะนำที่ 117,000 บาท โดยเปิดพรีออเดอร์ในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2025 และสามารถจองได้ที่ CUB House Flagship Store ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 เท่านั้น

นอกจากนี้ ไทยฮอนด้ายังแสดงวิสัยทัศน์แห่งอนาคต พร้อมกับเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดเครื่องยนต์เรือ ด้วยการนำเครื่องยนต์เรือ Outboard Engine รุ่น “All New Honda BF250 V6” ที่เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ นำมาจัดแสดงภายในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2025 ครั้งนี้อีกด้วย
สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมและสัมผัสประสบการณ์ได้ที่บูทฮอนด้า (A26 และ M1) งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 (The 46th Bangkok International Motor Show) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 พร้อมด้วยหลากหลายข้อเสนอพิเศษในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ทั้งภายในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
#CUVe #SmartRideFutureReady
#HondaADV350 #REALSUVBIKE
#NewHondaFORZA750 #FORZA750
#NewCB1000HornetSP #HORNET1000
#NewREBEL300 #REBEL300EClutch #HondaEClutch
#NewCL300 #CL300EClutch #HondaEClutch
#SCOOPYxKUROMI #AllNewHondaSCOOPY
#NewHondaLEAD125
#MonkeyChrome #MonkeyLimitedEdition
#BangkokMotorShow2025 #MotorShow2025 #มอเตอร์โชว์2025
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนสัมผัสยนตรกรรมฟูลไฮบริดสุดล้ำสมัย 2 รุ่นใหม่ล่าสุด‘ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี’ และ
‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์’พร้อมแคมเปญพิเศษ ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนลูกค้าสัมผัสความล้ำสมัย พร้อมดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว กับครั้งแรกของการจัดแสดงรถยนต์ฟูลไฮบริด 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ร่วมด้วยแคมเปญพิเศษ ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 พร้อมเดินหน้าประกาศความพร้อม ส่งทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต เตรียมลงสู้ศึกการแข่งขันรายการเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ (เอเอ็กซ์ซีอาร์) 2025 ด้วยรถแข่ง ไทรทัน แรลลี่คาร์ และตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้า 5 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 หรือ ‘Car of the Year 2025’
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากที่เราได้เปิดตัวรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ในวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา งานนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้ชมการจัดแสดงรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่หลายๆ คนรอคอย รวมถึงรถ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็นรถรุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ฟูลไฮบริด พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
“นอกจากนี้ เรายังมีข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ กับแคมเปญ “Early Bird Offers เฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น” โดยลูกค้าจะได้รับบัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท รวมถึงโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายสำหรับรถยนต์ทุกร่น” มร. อินาบะ กล่าวเพิ่มเติม
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการพัฒนาร่วมกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทยและมีฐานการผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จ.ชลบุรี มั่นใจได้ในคุณภาพรถยนต์และบริการหลังการขายที่ครบครัน แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ อิกไนท์ (Ignite) อัลทิเมท (Ultimate) และรุ่นท็อป อัลทิเมท เอ็กซ์ (Ultimate X) พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ภายใต้แนวคิด ซิลก์กี แอนด์ โซลิด (Silky & Solid) สะท้อนความเรียบหรูแต่ทรงพลังในทุกมิติอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกกว่าในทุกการเดินทาง ผสานการทำงานของ 3 สุดยอดเทคโนโลยี ในแบบ MITSUBISHI e:MOTION ที่เหนือระดับไปอีกขั้น ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่ ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม แต่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร* มาพร้อมกับ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ หรือ 7 Drive Mode ให้ความปลอดภัย ลุยได้ในทุกสภาพถนน และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เพื่อการขับขี่ที่มั่นใจสูงสุดขณะเข้าโค้ง พร้อมช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย จากการทดสอบจริงบนถนนของเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยังโดดเด่นและเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) แบบครบครัน ซึ่งรวมถึง กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Moving Object Detection: MOD) ถุงลม 6 ตำแหน่ง และอีกมากมาย พร้อมมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยห้องโดยสารกว้าง พื้นที่เก็บของหลากหลาย ตอบสนองไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ โดยในรุ่นท็อป อัลทิเมท เอ็กซ์ (Ultimate X) ยังมาพร้อมระบบเสียงไดนามิค ซาวน์ ยามาฮา พรีเมียม (Dynamic Sound Yamaha Premium) และลำโพง 8 จุด เพื่อคุณภาพเสียงเหนือระดับอีกด้วย
อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในงาน ได้แก่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด ที่ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก ของรถจากซีรีส์ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์’ ที่มีการติดตั้งชุดแต่งจากโรงงานในโทนสีดำ ให้บุคลิกใหม่ที่โดดเด่น มีสไตล์ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับในแบบ MITSUBISHI e:MOTION ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบและมีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และรองรับไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่
ภายในงานยังจัดแสดง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม ใหม่ มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ครบครันมากยิ่งขึ้น ในราคาจำหน่ายเท่าเดิม เพิ่มความคุ้มค่าด้วยการยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารสะดวกสบาย สะท้อนความหรูหราและทันสมัย
ปิดท้ายด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮเปอร์ พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู (Hyper Power X2) กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ตอบสนองไลฟ์สไตล์สปอร์ตพรีเมียมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นมีสไตล์ สะกดทุกสายตา ห้องโดยสารสะดวกสบายทุกจุด ผสานดีไซน์ภายในสีทูโทน เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน ‘Diamond Sense’ พร้อมระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) และระบบขับเคลื่อน ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) ได้ทันทีแม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว (Shift-on-the-Fly) ทั้งยังสามารถขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) เสริมความปลอดภัยให้ขับขี่คล่องตัวพร้อมตะลุยทุกสภาพอากาศและพื้นผิวถนนทุกรูปแบบด้วย 7 โหมดการขับขี่ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)
นอกจากการขนทัพสุดยอดยนตรกรรมมาจัดแสดงแล้ว มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังประกาศความพร้อมเตรียมส่งทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ลงสู้ศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2025 ด้วยรถแข่ง ไทรทัน แรลลี่คาร์ โฉมใหม่* เพื่อกลับมาทวงตำแหน่งแชมป์อีกครั้ง พร้อมประกาศความสำเร็จที่ได้คว้า 5 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 หรือ ‘Car of the Year 2025’ จากบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ สมรรถนะ และความพึงพอใจของลูกค้า รางวัลอันทรงเกียรติเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการพัฒนาด้านวิศวกรรม นวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในทุกกลุ่มยานยนต์ โดยรถมิตซูบิชิ ที่ได้รับรางวัลนปีนี้ ประกอบด้วย
- มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี : รางวัลรถอเนกประสงค์ไฮบริดขนาดเล็ก เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี ยอดเยี่ยม
- มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท : รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
- มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท : รางวัลรถอเนกประสงค์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
- มิตซูบิชิ แอททราจ : รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่า ยอดเยี่ยม
- มิตซูบิชิ มิราจ : รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมัน ยอดเยี่ยม
ผู้สนใจสามารถชมรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่นได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A9) ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 หรือ Bangkok International Motor Show 2025 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
*รถแข่ง ไทรทัน แรลลี่คาร์ โฉมใหม่ จะถูกจัดแสดงที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เฉพาะในวันแถลงข่าวเท่านั้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
Suzuki ซูซูกิ ยกทัพมางาน Motor Show 2025

บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิในประเทศไทย ยกทัพรถจักรยานยนต์ซูซูกิทั้งขนาดใหญ่ (Big Bike) และขนาดเล็ก (Small Bike) มาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Motor Show 2025


ในปีนี้ บูธรถจักรยานยนต์ซูซูกิ มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์สุดพิเศษที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของนักเดินทาง “เพราะทุกเส้นทาง…คือแรงบันดาลใจ” เราอยากให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่มากกว่าการเดินทาง แต่เป็นการออกไปค้นพบตัวเอง ท้าทายขีดจำกัด และเติมเต็มทุกเป้าหมายที่ฝันไว้ ซูซูกิมาพร้อมรถจักรยานยนต์รุ่นไฮไลต์ เทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่โฉบเฉี่ยว แล้วมาร่วมออกเดินทางไปด้วยกัน!
บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ยกเทคโนโลยีแห่งอนาคตสู่ Motor Show 2025 ด้วยไฮไลต์สุดพิเศษอย่าง Suzuki Carbon Neutral Challenge หรือ Suzuki CN Challenge รถจักรยานยนต์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผสานสมรรถนะระดับสนามแข่งเข้ากับแนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในดาวเด่นของบูธปีนี้คือ Suzuki Carbon Neutral Challenge หรือ Suzuki CN Challenge ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโรงงาน และถูกพัฒนาให้พร้อมลุยในคลาส Experimental ภายใต้ชื่อ Team Suzuki CN Challenge x Yoshimura SERT รถคันนี้ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิง ELF Moto R40 FIM ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่ยั่งยืนถึง 40%
Suzuki GSX-R1000R Carbon Neutral Challenge ไม่เพียงแต่เป็นรถที่ทรงพลังและพร้อมลุยสนามแข่ง แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ ตอกย้ำแนวทางของซูซูกิในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะและความยั่งยืน
สำหรับสายลุยที่ต้องการออกสำรวจโลกกว้าง Suzuki V-Strom 1050DE มาพร้อมลวดลายสุดพิเศษ และ อุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก Touratech Germany ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแกร่งและความสามารถในการขับขี่ทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบหรือทางฝุ่น รถคันนี้พร้อมพาคุณออกไปท้าทายทุกเส้นทางแบบไร้ขีดจำกัด
ไฮไลต์สำคัญของอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษประกอบด้วย :
- กระเป๋า Dry Bag Packtasche Rack-Pack 50 กันน้ำ
- กระเป๋าข้างมอเตอร์ไซค์ Saddle Bags EXTREME Edition
- กระเป๋าติดแฮนด์บาร์ Handlebar bag Travel
- กระจกมองหลังแบบ Safety rear-view mirror ข้างขวา
- กระจกมองหลังพับได้ Adventure folding M10x1.25
- สายรัด Rokstraps STRAP II™ ปรับขนาดได้
- ชุดอะแดปเตอร์กระจกมองหลัง
เพื่อเพิ่มเตรียมออกเดินทางและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ไม่มีขอบเขตไปกับ Suzuki V-Strom 1050DE
ความสำเร็จของ Suzuki Burgman Series สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้าน Premium Big Scooter โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Suzuki Burgman 400 ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยสมรรถนะที่เหนือระดับ ผสานเข้ากับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พิเศษในงานได้ตกแต่งด้วย

- ชุดไฟสปอร์ตไลท์
- ชุดกันล้มหน้า
- ชิวหน้า GIVI
- กระจกมองข้าง Touratech
- กล่องสัมภาระข้าง GIVI
- กล่องสัมภาระหลัง GIVI
- ที่พักเท้า Marshal
- ท่อไอเสีย MIVV
Suzuki Hayabusa – สุดยอดแห่งตำนานสปอร์ตไบค์ อีกหนึ่งตำนานที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลกับ Suzuki Hayabusa หรือที่รู้จักกันในฉายา “เจ้าพญาเหยี่ยว” สปอร์ตไบค์ระดับท็อปคลาสที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นที่สุดแห่งความเร็วและความสมบูรณ์แบบ เจเนอเรชันใหม่ปี 2025 นี้ Hayabusa มาพร้อมขุมพลัง เครื่องยนต์ 1,340 ซีซี ที่มอบแรงบิดดุดัน พร้อมด้วยเทคโนโลยีการควบคุมที่แม่นยำ และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พิเศษ! พบกับ 3 สีใหม่สุดเร้าใจ ที่ยกระดับความหรูหราและดุดันให้เหนือชั้นกว่าเดิม
บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายบริการทั่วประเทศ ขอขอบพระคุณลูกค้าซูซูกิทุกๆท่านและสื่อมวลชน ที่ให้ความสนใจและสนับสนุนบริษัทฯ อย่างดีเสมอมา โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และรักษามาตรฐานการผลิต ความทนทานในผลิตภัณฑ์ ทางบริษัทฯ ยังคงเน้นย้ำด้านการขยายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย และด้านการบริการหลังการขาย ด้วยการเพิ่มจุดบริการ Suzuki Service Point หรือ SSP โดยในปัจจุบัน มีจำนวน 500 กว่าสาขา และ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิ แบ่งเป็น รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Showroom Bigbike) จำนวน 6 สาขา และ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (Showroom Small Bike) จำนวน 200 กว่าสาขาทั่วประเทศ และเร่งขยายสาขาเพิ่มเติมในแต่ละภูมิภาค
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ทางบริษัทฯ หวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านเป็นอย่างดีเหมือนเช่นที่ผ่านมา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารของ บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/Suzukisocietythailand
Instagram : https://www.instagram.com/suzukisocietythailand
Youtube : https://www.youtube.com/@SuzukiSocietyTH
Website : https://www.suzukimotosales.co.th
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car3 Min Read
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ส่งโปรแรงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า จ่ายค่าผ่อนให้ 9 เดือนเต็ม พร้อมดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี และข้อเสนอที่พลาดไม่ได้อีกมากมายในงานมอเตอร์โชว์ 2025

หลังจากที่ได้เผยโฉมทัพยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดจากทั้งบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดที่จะมาร่วมสร้างความตื่นตาในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมยกระดับความร้อนแรงไปอีกขั้นด้วยข้อเสนอสุดพิเศษจากแคมเปญ ‘JOY With Confidence’ สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูภายในงาน สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู i รุ่นพลังงานไฟฟ้าที่เข้าร่วมรายการ ลูกค้าจะได้เป็นเจ้าของรถคันใหม่ได้อย่างไร้กังวล โดยไม่ต้องผ่อนถึง 9 เดือนเต็ม ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู M และ M Performance รุ่นที่ร่วมรายการ มาพร้อมกับคอร์สเรียนเทคนิคการขับขี่สุดเร้าใจในเกาหลีใต้ ภายใต้ความดูแลและคำแนะนำจาก Instructor ผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้พิเศษยิ่งขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังมีดีลพิเศษเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูอีกหลายรุ่น ครบครันทั้งการขยายระยะเวลารับประกัน ส่วนลดจากการเทรดรถยนต์คันเก่า เครดิตการชาร์จ แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และการรับประกันมูลค่าขายต่อในอนาคต

สำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่จะมาเปิดตัวในงานนั้น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังถือโอกาสนี้ประกาศราคาจำหน่ายยานยนต์ใหม่ ก่อนที่จะได้สัมผัสตัวจริงกันในงานมอเตอร์โชว์ที่จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 26 มีนาคมนี้
ข้อเสนอพิเศษใหม่ล่าสุดจากบีเอ็มดับเบิลยู ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46
สำหรับลูกค้าที่ทำการจอง และรับมอบรถบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นที่กำหนด พร้อมทำสัญญาทางการเงินกับ บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2568
รุ่น ข้อเสนอพิเศษ [ใหม่] บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40, iX xDrive50, i7 xDrive60ข้อเสนอฟรีค่างวดผ่อนชำระ 9 เดือน, ข้อเสนอราคาผ่อนพิเศษต่อเดือน, และข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0% · บีเอ็มดับเบิลยูผ่อนให้ถึง 9 เดือนเต็ม เมื่อเลือกเป็นเจ้าของภายใต้สัญญาในโปรแกรม Hire Purchase with Balloon· ผ่อนเริ่มต้น 25,000 บาท/เดือน (สำหรับรุ่น i5 eDrive40 M Sport (Inspiring)) · อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อทำสัญญากับบีเอ็มดับเบิลยู
ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย เป็นระยะเวลา 48-60 เดือน· ฟรี BMW Wall Box
· ฟรี เครดิตการชาร์จมูลค่า 20,000 บาทที่สถานีชาร์จ Elex by EGAT
· ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ BMW Extended Warranty สูงสุด 8 ปี
· การันตีมูลค่าการขายต่อในอนาคต สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาแบบ BMW Freedom Choice
[ใหม่] บีเอ็มดับเบิลยู X1 · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% · ผ่อนเริ่มต้น 15,799 บาท/เดือน (สำหรับรุ่น X1 sDrive20i xLine เท่านั้น)
· ขยายเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ BMW Extended Warranty เพิ่มอีก 1 ปี
· รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท (สำหรับรุ่น X1 sDrive20i xLine เท่านั้น) หรือ 50,000 บาท (สำหรับรุ่น X1 sDrive20i M Sport เท่านั้น) เมื่อนำรถยนต์เก่ามาแลกซื้อ
บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d, X3 M50 · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· ผ่อนเริ่มต้น 32,299 บาท/เดือน บีเอ็มดับเบิลยู 330e · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· ผ่อนเริ่มต้น 23,799 บาท/เดือน บีเอ็มดับเบิลยู M340i · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· ผ่อนเริ่มต้น 33,999 บาท/เดือน บีเอ็มดับเบิลยู 320d · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% · ผ่อนเริ่มต้น 23,799 บาท/เดือน
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 · ฟรี BMW Wall Box· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice · อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
· ผ่อนเริ่มต้น 27,499 บาท/เดือน
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% · ผ่อนเริ่มต้น 32,299 บาท/เดือน
บีเอ็มดับเบิลยู M และ M Performance (รุ่นที่เข้าร่วม บีเอ็มดับเบิลยู M240i, บีเอ็มดับเบิลยู i4 M50, บีเอ็มดับเบิลยู M440i
(รุ่นก่อนปรับโฉม), บีเอ็มดับเบิลยู Z4 M40i, บีเอ็มดับเบิลยู i5 M60, บีเอ็มดับเบิลยู M3 CS, บีเอ็มดับเบิลยู M3 Touring, บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe (รุ่นก่อนปรับโฉม) และ บีเอ็มดับเบิลยู X4M)· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· ผ่อนเริ่มต้น 37,299 บาท/เดือน · ฟรี แพ็คเกจ BMW Driving Experience ที่เกาหลีใต้ สำหรับรุ่น M240i, i4 M50, i5 M60, M440i (รุ่นก่อนปรับโฉม), Z4 M40i, M3 CS, M3 Touring (รุ่นก่อนปรับโฉม) และ M4 Coupe (รุ่นก่อน
ปรับโฉม)บีเอ็มดับเบิลยู 320Li / 330Li · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% · ผ่อนเริ่มต้น 19,999 บาท/เดือนหรือ อัปเกรดระยะเวลา BSI Ultimate นานสูงสุด 5 ปี
· ฟรี ขยายเวลา BMW Extended Warranty (การรับประกันคุณภาพรถยนต์) เพิ่มอีก 1 ปี
บีเอ็มดับเบิลยู X3 30e · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· ผ่อนเริ่มต้น 33,099 บาท/เดือน บีเอ็มดับเบิลยู X5 30e · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· ผ่อนเริ่มต้น 46,399 บาท/เดือน บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นพลังงานไฟฟ้า (บีเอ็มดับเบิลยู i4, i5, i7, iX2, iX)
· ฟรี BMW Wall Box· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice · ผ่อนเริ่มต้น 31,099 บาท/เดือน
· ฟรี เครดิตการชาร์จมูลค่า 20,000 บาทที่สถานีชาร์จ Elex by EGAT
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/promotional-offers/bmw-march-2025-motorshowoffer.html#tabs-977a40841f-item-1d09a77bfc-tab
ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand หรือติดต่อ BMW Contact Centre ที่เบอร์ 1397

ข้อเสนอพิเศษจากมินิในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46
พบกับข้อเสนอพิเศษ** ที่พร้อมเปิดทางให้คุณได้โลดแล่นไปกับมินิหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้าขับสนุกหรือรถอเนกประสงค์สำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ ด้วยความอุ่นใจจากอัตราผ่อนชำระพิเศษ ประกันภัยชั้นหนึ่ง และอื่นๆ
รุ่น ข้อเสนอพิเศษ MINI Cooper SE และ MINI Aceman SE · ฟรี MINI Wall Box· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice · ผ่อนเริ่มต้น 11,555 บาท/เดือน (สำหรับ MINI Cooper SE) และ 15,555 บาท/เดือน (สำหรับ MINI Aceman SE)
MINI Countryman S ALL4 · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice· ฟรี กล้องหน้ารถ Advanced Car Eye 3.0 สำหรับรุ่น MINI Countryman S ALL4 Classic · ผ่อนเริ่มต้น 22,099 บาท/เดือน
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mini.co.th/en_TH/home/serv/special-offers/the_new_mini_family.html

ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46
ออกตัวสู่ทุกเส้นทางกับสองล้อคู่ใจคันใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ด้วยข้อเสนอพิเศษ*** ที่มีทั้งประกันภัยชั้นหนึ่ง ขยายเวลาบริการหลังการขาย และอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุด
รุ่น ข้อเสนอพิเศษ บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Motorrad Protect สูงสุด 1 ปี· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Motorrad Service Inclusive เป็น 3 ปีเต็ม บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure · เลือกจากo ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Motorrad Protect สูงสุด 1 ปี o อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 GS · อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.65% สำหรับลูกค้าเดิมของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เท่านั้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มาสด้าโชว์สุดยอดเทคโนโลยีแห่งอนาคต Multi-solution นำรถต้นแบบ Mazda Iconic SP และรถไฟฟ้า Mazda6e จัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แน่นบูธ

มาสด้าสร้างเซอร์ไพรส์ใหญ่ให้ชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก โชว์สุดยอดเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ตามแนวทาง Multi-solution จัดแสดงนวัตกรรมใหม่ 2 รุ่น นำโดย Mazda Iconic SP คอนเซ็ปต์คาร์ของรถสปอร์ตคอมแพ็ค ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า รองรับการใช้พลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ และ Mazda6e รถยนต์ไฟฟ้า 100% BEV รุ่นแรกจากมาสด้า ตอกย้ำจุดยืนในการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมเปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยม New Mazda2 Essential โดดเด่นเรื่องความคุ้มค่าและดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังแนะนำ New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition รถสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นพิเศษที่เฉลิมฉลองการครบรอบ 35 ปี แบรนด์ไอคอนเจ้าตำนานความสนุกสนานในการขับขี่มาอวดโฉมพร้อมเปิดให้จองเป็นเจ้าของ ควบคู่กับรถยนต์มาสด้าครบทุกรุ่น ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีบัตรน้ำมันสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ MUS นานสูงสุด 7 ปี ณ บูธมาสด้า ในงาน มอเตอร์ โชว์ 2025 ระหว่างวันที่ 26 มี.ค. 68 – 6 เม.ย. 68 นี้ ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือรับข้อเสนอเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาสด้าได้มุ่งมั่นเพื่อยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ให้กับลูกค้าของเรา เพราะเราเชื่อว่าความสุขในการขับขี่รถยนต์ จะนำมาซึ่งความสุขในการใช้ชีวิต และในปีนี้ มาสด้าพร้อมที่จะถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการนำกลยุทธ์การบริหารงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท และแนวคิดที่เชื่อว่าในทุกรายละเอียดของชีวิต มีความสุขขับเคลื่อนเราเสมอ หรือ “Joy Drives Lives” มาใช้ในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับความสุขและได้รับประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์มาสด้า ควบคู่กับการมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าของเราทั้งในวันนี้และในอนาคต
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้ มาสด้าจึงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวทาง Multi-solution เพื่อส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่มาพร้อมพลังงานทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้าทั่วโลก รวมถึงลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้ เราอยู่ในช่วงเฟสที่ 2 ระหว่างปี 2025-2027 ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานไฟฟ้า ด้วยการนำเสนอทั้งรถยนต์ ประเภท xEVs, Hybrid, Plug-in Hybrid และรถไฟฟ้า BEV เข้าสู่ตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและสร้างความยั่งยืนให้กับโลก สังคม และผู้คน เพื่อส่งมอบให้กับผู้คนในเจนเนอเรชั่นถัดไป

สำหรับไฮไลท์สำคัญของบูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ 2025 นี้ มาสด้าได้นำยนตรกรรมที่ได้รับการพัฒนาตามแนวทาง Multi-solution เพื่อนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่มาพร้อมพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย มาให้ลูกค้าได้รับชมและสัมผัสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ประกอบไปด้วย
- MAZDA ICONIC SP ยานยนต์ต้นแบบสปอร์ตคอมแพ็คคาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยใช้เครื่องยนต์โรตารี่ อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้า แบบ 2 โรเตอร์ ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ รองรับการใช้พลังงานหลากหลายรูปแบบ อาทิ พลังงานไฮโดรเจน และพลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะพลังงานที่ได้จากธรรมชาติ อาทิ สาหร่ายขนาดเล็ก หรือเปลือกหอย ซึ่งยังคงถ่ายทอดเอกลักษณ์แบรนด์มาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยม มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ น้ำหนักเบา กระจายน้ำหนัก 50:50 พร้อมการออกแบบตามแนวทาง Kodo Design รวมถึงการขับขี่ที่เป็นหนึ่งเดียวกันกับรถ ตามปรัชญา จินบะ-อิไต ที่พัฒนาขึ้นโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อมอบประสบการณ์ความสนุกสนานในการขับขี่ พร้อมได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับยุคของพลังงานไฟฟ้า เพื่อถ่ายทอดปณิธานความสุขในการขับขี่ของมาสด้า โดยรถต้นแบบคันนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนา เพื่อฟื้นตำนานรถสปอร์ตเครื่องยนต์โรตารี่ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และนำเสนอพลังงานทางเลือกหลากหลายรูปแบบให้กับลูกค้า
สีภายนอก “VIOLA RED” ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามความปรารถนาของมาสด้าที่จะ “เชิดชูสีแดง” และสอดคล้องกับปรัชญาในการ “ยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน” โดยมุ่งเน้นไปที่สีสันที่สดใส แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความสง่างามของมิติของตัวรถที่เกิดจากแสงและเงาที่ตกกระทบลงบนตัวรถ
ข้อมูลจำเพาะเบื้องต้นของ MAZDA ICONIC SP
ความยาว x ความกว้าง x ความสูง (มม.) 4,180 × 1,850 × 1,150 ระยะฐานล้อ (มม.) 2,590 อัตราส่วน แรงม้า – น้ำหนัก 3.9 แรงม้าสูงสุด (PS) 370 น้ำหนัก (กก.) 1,450 - Mazda6e รถยนต์ไฟฟ้า 100% BEV รุ่นแรกที่มาสด้าพัฒนาขึ้นตามแนวทาง Multi-solution Technology สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะมาสด้าไว้อย่างชัดเจนในทุกองค์ประกอบ ทั้งดีไซน์ภายนอกที่สง่างามตามแนวคิด Kodo Design – Soul of Motion โดยผสานความงดงามตามสไตล์รถไฟฟ้ายุคใหม่ ให้ภาพลักษณ์แบบสปอร์ตในรูปแบบตัวถังพิเศษแบบ Fastback แต่ยังคงมีความโฉบเฉี่ยวสไตล์รถซีดาน และเอกลักษณ์ของสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรของมาสด้าที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด กระจายน้ำหนัก 50:50 มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 80 กิโลวัตต์ ให้ระยะการขับขี่ได้ไกลสุดถึง 552 กม. มาพร้อมเทคโนโลยี FAST CHARGE สามารถชาร์จไฟจาก 30%-80% ได้เร็วสูงสุดภายใน 15 นาที มอบความสนุกสนานในการขับขี่ตามปรัชญา จินบะ-อิไต และเน้นหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้าเฉกเช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั่วโลก
“มาสด้าเชื่อว่า ยนตรกรรมทั้งสองรุ่นนี้ จะทำให้ลูกค้าเห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ต่อการเดินหน้าตามแนวทาง Multi-solution ของมาสด้า เพื่อนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่ตอบโจทย์การใช้งานลูกค้าที่มีความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้รถยนต์ของมาสด้าสามารถส่งมอบความสุขในการขับขี่และการใช้ชีวิตในทุก ๆ ด้านให้กับลูกค้าและครอบครัว นับตั้งแต่แรกที่เริ่มใช้งานจนถึงในระยะยาว อันเป็นปณิธานที่มาสด้ามุ่งมั่นเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าทุกคน” นายธีร์ กล่าว
นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า นอกเหนือจากยนตรกรรมที่นำมาจัดแสดงตามแนวทาง Multi-solution แล้ว มาสด้ายังได้นำรถยนต์นั่งยอดนิยมที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ล่าสุด New Mazda2 Essential มาเปิดตัวภายในงานฯ โดยมาพร้อมแนวคิด Nothing Else เลือกแล้วว่าใช่ ก็ไม่ต้องการอะไรอีก ที่ดีไซน์บ่งความเป็นตัวตนที่ชัดเจน และฟังก์ชั่นที่เติมเต็มกับทุกไลฟ์สไตล์ในการขับขี่ เจาะกลุ่มเจนเนอเรชั่น Z ที่กำลังมองหารถยนต์คันแรกสำหรับการใช้งานที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด และตอบโจทย์ความเป็นตัวของตัวเอง มาพร้อมทางเลือก 4 รุ่นใหม่ ได้แก่
- รุ่น PRIME มอบความ ”คุ้มสุด” ของรุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ตอบโจทย์ทุกความต้องการให้ใช้ชีวิตได้คุ้มตั้งแต่เริ่มต้น มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน พร้อมการตกแต่งเพื่อเพิ่มความสปอร์ตด้วยกระจังหน้าสีดำ วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นเพียง 529,000 บาท
- รุ่น ULTRA มอบความ “สบายสุด” มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ครบครันด้วยเทคโนโลยีความสะดวกสบาย พร้อมกับฟังก์ชั่นที่รู้ใจและตอบโจทย์กับทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งระบบ Entertainment และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร อาทิ Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay® และ Android AutoTM พร้อมหน้าจอ Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมผ่าน Center Commander ตกแต่งภายในอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยแผงคอนโซลหน้าไบโอพลาสติกแบบสี ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense อาทิ ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance พร้อมกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง ราคาจำหน่าย 589,000 บาท
- รุ่น SIGNATURE มอบความ “พร้อมสุด” โดดเด่นด้วยดีไซน์การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์แบบ Sport Design พร้อมฟังก์ชั่นทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ควบคู่กับสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก มาพร้อมสองทางเลือก กับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร ในรุ่น 1.3 Signature ภายนอกตกแต่งด้วยกระจังหน้าแบบ Sport Design และกระจกมองข้างสีดำ ภายในตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำ และผ้า Grand Luxe Suede® พร้อมกรอบช่องแอร์สีแดง วางราคาจำหน่าย 659,000 บาท และทางเลือกที่สองกับเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร ในรุ่น XDL Signature มาพร้อมหลังคาสีดำ ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สี Black Machining และดิสก์เบรกหลัง ประหยัดน้ำมันสูงสุด 26.3 กม./ลิตร พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense หลายระบบ วางราคาจำหน่าย 749,000 บาท
ไม่เพียงเท่านี้ มาสด้ายังได้นำยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด แบรนด์ไอคอนยอดนิยม New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition หรือ รุ่นพิเศษครบรอบ 35 ปี เปิดตัวเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 35 ปี นับตั้งแต่ MX-5 ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรก มาจัดแสดงให้แฟน ๆ ในประเทศไทยได้ชมและครอบครองเป็นเจ้าของ โดยมาพร้อมการตกแต่งพิเศษที่แตกต่างจากรุ่นทั่ว ๆ ไป เพื่อถ่ายทอดความพิเศษในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น สีภายนอกพิเศษ Artisan Red Premium สัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พนักพิงศีรษะ และพรม พร้อม Serial Number ที่บริเวณด้านข้างตัวถัง เพื่อบ่งบอกถึงบอกถึงความพิเศษในฐานะรุ่นลิมิเต็ด รวมถึงเบาะหนังสีพิเศษ Sports Tan หลังคาแข็งเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สี Bright ถ่ายทอดภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมี่ยมและความพิเศษได้อย่างมีเอกลักษณ์ วางจำหน่ายในจำนวนจำกัด ในราคา 3,069,000 บาท
ลูกค้าที่สนใจชมยนตรกรรรมจากมาสด้า สามารถเข้าชมได้ที่บูธรถยนต์มาสด้าในงานมอเตอร์ โชว์ 2025 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมาย เมื่อจองซื้อรถยนต์มาสด้า อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance* ฟรีบัตรน้ำมันสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ MUS นานสูงสุด 7 ปี* และฟรีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 3,990 บาท** ภายในงานฯ และที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
เอ็มจี จัดใหญ่ กับ 3 ไฮไลท์ในกลุ่มรถอีวี พร้อมแคมเปญสุดพิเศษครบทุกรุ่น ในงานมอเตอร์โชว์ 2025

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ชู 3 ไฮไลท์กลุ่มยนตรกรรมอีวีในงานมอเตอร์โชว์ 2025 กับโมเดลใหม่อย่าง NEW MG IM6 สู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ และการเพิ่มสีสันใหม่กับอีวีรุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG4 ELECTRIC ด้วยสีใหม่ SOL BLUE เพิ่มความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเตรียมขยายไลน์อัพใหม่กับ NEW MG S5 EV ที่จะมาเติมความร้อนแรงให้กับตลาด B-SUV ด้วยจุดเด่น “ขับสนุก ชาร์จไว วิ่งไกล นั่งสบาย
พร้อม Lifetime Warranty” นอกจากนี้ยังมียนตรกรรมหลากหลายขุมพลังขับเคลื่อนที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของอย่างคุ้มค่าที่สุด ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานีนายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงานมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งเวทีสำคัญที่จะทำให้ เอ็มจี เดินหน้าสู่เป้าหมายส่วนแบ่งทางการตลาด 5% ภายในปีนี้ โดย เอ็มจี มาพร้อมกับ “3 ความใหม่” ของยนตรกรรมในกลุ่มอีวี ที่จะยกระดับมาตรฐานและเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค”

สัมผัสกับยานยนต์อัจฉริยะที่ทำให้การขับขี่รถอีวีก้าวสู่อีกระดับ
สัปดาห์ที่ผ่านมา เอ็มจี ได้สร้างสีสันในแวดวงยานยนต์ไฟฟ้าอีกครั้งด้วยการส่ง NEW MG IM6 เข้าสู่ตลาดอีวีระดับพรีเมียม ชูจุดเด่นของการเป็น The First-ever Premium Intelligent e-SUV ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ขับเคลื่อนตัวตน บนความเป็นตัวเอง” (I’M WHO I’M) จึงทำให้โมเดลนี้เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่มอบประสบการณ์การควบคุมขับขี่ที่ง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะ สามารถปรับระดับความสูงของช่วงล่างได้ถึง 3 ระดับ ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ ช่วยให้การเปลี่ยนเลนมีเสถียรภาพมากขึ้น สามารถกลับรถในที่แคบได้สบายๆ ฟังก์ชัน Crab Mode ช่วยให้การเคลื่อนรถออกจากพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเป็นเรื่องง่าย ระบบ One Touch iAD ตัวช่วยในการถอยจอดหลากรูปแบบ ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ระบบอัจฉริยะแสดงผลในที่มืดและฝนตก และ NEW MG IM6 ยังมีจุดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่กับพละกำลังสูงสุด 778 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 802 นิวตัน-เมตร มาพร้อมมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. เพียง 3.48 วินาที เท่านั้น แบตเตอรี่ขนาดความจุ 100 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 634 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ชาร์จไฟได้รวดเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาน้อยกว่า 20 นาที* ด้วยแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จ แบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW
*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลือ และกำลังไฟของสถานีชาร์จ
“เพิ่มสีใหม่” ในรุ่นอีวียอดนิยม นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค
NEW MG4 ELECTRIC อีวีรุ่นยอดนิยมของ เอ็มจี สร้างสีสันครั้งใหม่ด้วยสี SOL BLUE ให้กลิ่นอาย
ความพรีเมียมกับรถแฮทช์แบคไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตรุ่นนี้สะท้อนภาพลักษณ์ความสุขุม นุ่มลึกของผู้ขับขี่ โดยสีใหม่นี้
มีในรุ่น STANDARD RANGE รุ่น D, LONG RANGE รุ่น D และรุ่น V ราคาเริ่มต้น 709,900 บาทเตรียม “ขยายไลน์อัพใหม่” มอบความคุ้มค่าด้วย e-SUV ที่ครบเครื่อง
สำหรับบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่จะเกิดขึ้นในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ (วันที่ 25 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. – 14.00 น. ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08) กับการเปิดตัวและประกาศราคา NEW MG S5 EV “โกลบอลอีวี” ที่มีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทั่วโลก เป็นหนึ่งในโมเดลยุทธศาสตร์ของ เอ็มจี ในปีนี้ และเป็นรถไฟฟ้าแบรนด์ เอ็มจี อีกรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย และจะพลิกโฉมวงการยานยนต์ไฟฟ้าในไทย ด้วยการเป็น e-SUV ที่ “ขับสนุก ชาร์จไว วิ่งไกล นั่งสบาย
พร้อม Lifetime Warranty”เป็นเจ้าของยนตรกรรมหลากหลายรูปแบบการขับเคลื่อนได้อย่างคุ้มค่า
นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่แล้วนั้น เอ็มจี เพิ่มโอกาสให้คนไทยได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมคุณภาพได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถในงานฯ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 6 เมษายน 2568 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กลุ่มรถยนต์สันดาป
NEW MG5 PRO
- ดาวน์เริ่มต้น 31,499 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,156 บาท
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
NEW MG ZS
- ดาวน์เริ่มต้น 10%
- เลือกรับ เอ็มจี ช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 9 เดือน
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
NEW MG EXTENDER
- ดาวน์เริ่มต้น 5% ผ่อนสูงสุด 84 งวด
- รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก
ALL NEW MG3 HYBRID+
- ดาวน์เริ่มต้น 8,888 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 6,516 บาท
- รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
NEW MG VS HEV
- ดาวน์เริ่มต้น 10%
- เลือกรับ เอ็มจี ช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 9 เดือน
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
NEW MG HS PHEV
- รับสิทธิ์ช่วยผ่อนสูงสุด 5,000 บาท นาน 20 เดือน หรือ เลือกรับบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 5,000 บาท นาน 20 เดือน (เลือกอยากใดอย่างหนึ่ง และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้)
- รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
NEW MG IM6 มาพร้อม PRIME PACKAGE มูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท*
- MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 2 ปี มูลค่า 72,000 บาท
- ฟรี รับ IM MAG HUB SET PACKAGE มูลค่า 17,380 บาท
- ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง มูลค่า 38,500 บาท
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี มูลค่า 12,500 บาท
- ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี มูลค่า 7,450 บาท
- ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น มูลค่า 8,385 บาท
- สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
- สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE
- ดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน
- รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
- รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
*หมายเหตุ: PRIME PACKAGE นี้ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ NEW MG IM6 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2568
NEW MG4 ELECTRIC
- ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน
- รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
- ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
NEW MG ZS EV
- ราคาพิเศษ 699,000 ในรุ่น X
- เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% ดาวน์เริ่มต้นที่ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
- ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
NEW MG MAXUS 9
- รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการ
ใช้งาน - ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
NEW MG MAXUS 7
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการ
ใช้งาน - ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
- ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
NEW MG CYBERSTER
- รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
- ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี
NEW MG EP PLUS
- รับดอกเบี้ยพิเศษ 99%
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
NEW MG ES
- ราคาพิเศษ 899,000 บาท
- หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 99% เมื่อดาวน์เริ่มต้นที่ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
- ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
วอลโว่ ทรัคส์ เปิดตัวรถบรรทุกมาตรฐานยูโร 5 อย่างเป็นทางการ

มร. เอริค ลาบัท ประธานกรรมการ วอลโว่ ทรัคส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ วอลโว่ ทรัคส์ ได้จัดกิจกรรมเปิดตัวรถบรรทุกวอลโว่ ทรัคส์ มาตรฐาน Euro5 อย่างเป็นทางการโดยมาตรฐาน Euro5 ของวอลโว่ ทรัคส์ ที่แนะนำครั้งนี้ทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ Volvo FH, FH16, FM และ FMX ซึ่งได้รับการพัฒนาและออกแบบให้มีการปล่อยมลพิษต่ำลง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเสริมสมรรถนะให้ธุรกิจขนส่งสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“ภายใต้เทคโนโลยีรถบรรทุกรุ่นใหม่นี้ เราใช้เทคโนโลยี Selective Catalytic Reduction (SCR) ซึ่งเป็นระบบบำบัดไอเสียที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ทำให้เครื่องยนต์เผาไหม้เชื้อเพลิงได้สมบูรณ์ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม นอกจากนี้ ระบบ SCR ยังช่วยลดการสะสมของคราบเขม่าภายในเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น โดยผลการขับทดสอบพบว่ารถบรรทุก Euro 5 สามารถประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารุ่น Euro 3 ถึง 9% ตามเงื่อนไขการขับขี่ในการทดสอบ
นอกจากนี้ วอลโว่ ทรัคส์ ยังมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีในการพัฒนาไปสู่มาตรฐาน Euro 6 ซึ่งเป็นมาตรฐานการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดมากขึ้นและเป็นที่บังคับใช้ในยุโรปแล้ว ดังนั้นเราพร้อมที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ทึ่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระดับที่ก้าวไปอีกขั้น” มร. เอริค กล่าว
เทคโนโลยีล้ำสมัย ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
วอลโว่ ทรัคส์ นำเสนอเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ช่วยให้ธุรกิจขนส่งสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมลดความเมื่อยล้าและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ เช่น
- I-SEE ระบบอัจฉริยะที่ช่วยประหยัดน้ำมันโดยเรียนรู้เส้นทางล่วงหน้า และปรับเปลี่ยนเกียร์ และควบคุมการขับขี่อัตโนมัติตามเส้นทางข้างหน้าไปว่าจะเป็นทางราบ หรือขึ้นลงเขา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยประหยัดน้ำมันได้ 3-5% จากการทดสอบเมื่อเทียบกับการเปิด และไม่เปิดใช้ระบบ
- Emergency Brake & Auto Hold ระบบเบรกฉุกเฉินและระบบเบรกอัตโนมัติบนทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยในสภาพถนนที่ท้าทาย
- Side Collision Avoidance Support ระบบป้องกันการชนด้านข้าง ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในจุดบอดของตัวรถ
- Driver Alert & Intelligent Speed Assist ระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีอาการเหนื่อยล้าและช่วยควบคุมความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพการจราจร
และยังมีระบบเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยความปลอดภัย ประหยัดน้ำมัน และวิ่งงานได้ยาวนานสูงสุด
ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าในช่วงเปิดตัว
นายมาร์ติน ซอมเมอร์ รองประธานฝ่ายขาย วอลโว่ ทรัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงการเปิดตัว วอลโว่ ทรัคส์ มาตรฐาน Euro5 นี้ เราขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อ Volvo FM13 380 แรงม้า มาตรฐาน Euro5 จำนวน 30 คันแรก รับทันทีส่วนลดราคาพิเศษ พร้อมน้ำยา AdBlue ฟรี 200 ลิตร และเรามุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า เราไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้าเท่านั้น แต่ยังมีการสนับสนุนด้านการบริการหลังการขายอย่างมืออาชีพจากทีมงานของเรา เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจของลูกค้าจะสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดจากเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐานของวอลโว่ ทรัคส์ ที่มีอยู่ 23 แห่งทั่วประเทศ และจะขยายเป็น 26 แห่งภายในปีนี้” นายมาร์ตินกล่าวเสริม
วอลโว่ ทรัคส์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขนส่งไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยที่เหนือระดับ และการบริการที่เป็นเลิศ เพื่อให้ธุรกิจขนส่งสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่งในระยะยาว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car3 Min Read
ฮอนด้า จัดเต็ม! ไลน์อัปผลิตภัณฑ์หลากหลาย ที่จะพาทุกชีวิตขับเคลื่อนไปข้างหน้า
พร้อมเสิร์ฟหนัก! ด้วยแคมเปญและข้อเสนอพิเศษสุดปัง ในงาน Motor Show 2025
ฮอนด้า โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผนึกกำลังต่อเนื่อง จัดเต็มไลน์อัปผลิตภัณฑ์ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์
(Power Products) ในงาน Motor Show 2025 ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างสังคมไทย ที่พร้อมสร้างความสุขและขับเคลื่อนการใช้ชีวิตอย่างอิสระในหลากหลายรูปแบบผ่านผลิตภัณฑ์และบริการภายในบูทมีการแบ่งโซนการจัดแสดงออกเป็น 3 โซนหลัก เพื่อความสะดวกในการเข้าชม แบ่งเป็น
- Product Zone ในส่วนของผลิตภัณฑ์รถยนต์ นำโดย “Honda City Hatchback DRIVAL” รุ่นพิเศษ ที่ได้รับ
การอัปเกรดดีไซน์ เพิ่มเติมความสปอร์ตสุดเท่ ดุดัน เร้าใจ พร้อมสะกดทุกสายตา ในส่วนของผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ นำโดย “New Honda Forza750” บิ๊กสกู๊ตเตอร์เรือธงที่มาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยี และสมรรถนะที่เหนือคลาส และ “New Honda CB1000 Hornet SP” ซูเปอร์ Naked ไบค์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ พร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ที่ครบครัน ตามด้วยโมเดลพิเศษ “New Honda Monkey Chrome Legacy” รุ่น Limited Edition ที่ได้รับการออกแบบพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีไทยฮอนด้า รวมถึง “New Honda Scoopy x Kuromi”
ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก พร้อมให้แฟน ๆ ได้จับจอง 2,000 คันเท่านั้น - Innovative Zone จัดแสดงผลิตภัณฑ์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% โดยไฮไลต์ของโซนนี้ นำโดย
“Honda e:N1″ รถ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของฮอนด้า พร้อมเปิดให้จองและจำหน่ายอย่างเป็นทางการให้ลูกค้าทั่วไปได้เป็นเจ้าของ และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับไปกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
“New Honda CUVe:” ที่จะมาสร้างนิยามใหม่ของความทันสมัยทั้งด้านดีไซน์และประสิทธิภาพ - Lifestyle Zone โซนโชว์เคสผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในหลายมิติ ทั้งรถ SUV รถจักรยานยนต์ที่ตอบโจทย์สายลุยอย่างสไตล์แอดเวนเจอร์และสไตล์เทรล
ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมและสัมผัสประสบการณ์ได้ที่บูทฮอนด้า (A26) งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์
ครั้งที่ 46 (The 46th Bangkok International Motor Show) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 พร้อมด้วยหลากหลายข้อเสนอพิเศษในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ทั้งภายในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศนายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การผนึกกำลังอย่างต่อเนื่องของกลุ่มบริษัทฮอนด้าประเทศไทยในปีนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์ที่ส่งมอบความสุขและอิสระในการขับเคลื่อนผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจและการสนับสนุนฮอนด้าเป็นอย่างดีมาโดยตลอด จนทำให้เราบรรลุความสำเร็จในการผลิตรถยนต์นั่งครบ 4 ล้านคันในประเทศไทย ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักของฮอนด้า อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน เพื่อต่อยอดความสำเร็จในครั้งนี้ไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า ในปีนี้เราจะยกระดับการนำเสนอคุณค่าของแบรนด์พร้อมเดินหน้าในการส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าในทุกทัชพอยต์ ภายใต้แนวคิด “Where The Drive Means More ฮอนด้า ขับเคลื่อนชีวิต…ไปให้สุดในแบบที่เป็นคุณ” เพื่อถ่ายทอดให้เห็นว่า รถยนต์ของเราเป็นมากกว่ายานพาหนะ เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจที่วางใจได้ ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างและขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ เพื่อมอบความสุขในทุกการเดินทางและทุกช่วงเวลาของชีวิต ขอให้ทุกท่านติดตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงของฮอนด้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปด้วยกัน”
โดยไฮไลต์ของบูทฮอนด้าในปีนี้ ประกอบด้วย
- Honda City Hatchback DRIVAL ซิตี้คาร์ 5 ประตูสไตล์สปอร์ตแฮทช์แบ็กสุดเท่ รุ่นพิเศษ เปิดให้จองและจำหน่ายในราคา 829,000 บาท มาพร้อมสีภายนอก สีขาวแพลทินัม (มุก) พร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) และมีให้เลือกในรุ่นย่อย e:HEV RS จำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันเท่านั้น! มาพร้อม 2 ข้อเสนอพิเศษ
(เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 – 7 เมษายน 2568 และรับรถตั้งแต่
24 มีนาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568- ทางเลือกที่ 1:ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ ค่างวดเริ่มต้น 8,108 บาท (คำนวณจากรถยนต์ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ไดรฟ์วัล ใหม่ เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี) หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี
ไม่จำกัดระยะทาง* - ทางเลือกที่ 2: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 2%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) และดอกเบี้ย 2.35%* สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
- ทางเลือกที่ 1:ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ ค่างวดเริ่มต้น 8,108 บาท (คำนวณจากรถยนต์ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ไดรฟ์วัล ใหม่ เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี) หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี
และข้อเสนอพิเศษรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ (Honda Happy Trade-in) เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ไดรฟ์วัล ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือเมื่อนำรถยนต์คันเดิมยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ไดรฟ์วัล ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 – 7 เมษายน 2568 และรับรถตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 – 30 เมษายน 2568
Honda City Hatchback DRIVAL มาพร้อมกับการอัปเกรดดีไซน์เพิ่มเติมความสปอร์ตสุดเท่ ดุดัน เร้าใจ สะกดทุกสายตา ด้วยชุดแต่งภายนอกรอบคันใหม่ สุดพิเศษ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าทำถึง! ไม่ว่าจะเป็น
- สเกิร์ตหน้าทูโทน และสเกิร์ตหลังทูโทน (Front & Rear Under Spoiler)
- คิ้วตกแต่งกันชนหน้าด้านล่าง (Front Center Garnish)
- ชุดตกแต่งไฟตัดหมอก (Front Fog Garnish)
- คิ้วตกแต่งกันชนหลังด้านล่าง (Extend Rear Bumper Garnish)
- หลังคาสีดำ (Roof Black Paint)
- โลโก้รุ่นย่อยพิเศษ DRIVAL เห็นเด่นชัดด้านท้าย
- โลโก้ H-Mark สีดำทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (H-mark Front-Rear)
- โลโก้รุ่นรถสีดำ (City Emblem)
- ล้ออัลลอยสีดำ (Black Alloy Wheel)
- สปอยเลอร์หลังสีดำ (Black Tailgate Spoiler)
- สเกิร์ตข้าง (Side Under Spoiler R/L)
- มือจับประตูสีดำ (Black Door Handle)
- ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง (Tailgate Spoiler Garnish)
Honda City Hatchback e:HEV พร้อมทะยานไปกับขุมพลังขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ด้วยกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ผสานกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว และเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความเร้าใจตั้งแต่ออกตัว ด้วยแรงบิดมอเตอร์ถึง 253 นิวตัน-เมตร
ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 27.8 กม./ลิตร เพิ่มความมั่นใจไปกับ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟังก์ชันระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: with LSF) และฟีเจอร์เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยครบครัน เช่น ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) เป็นต้น ภายในกว้างขวาง มาพร้อมวัสดุเบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยแถบสีแดง พร้อมเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR) แยกพับ 60:40 ที่สามารถปรับพับเพื่อเพิ่มสเปซการใช้งานอเนกประสงค์ได้ดั่งใจ- Honda e:N1 ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของฮอนด้า ที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัป
ยนตรกรรม xEV ของฮอนด้าอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดให้จองและจำหน่ายอย่างเป็นทางการให้กับลูกค้าทั่วไปได้เป็นเจ้าของ ในราคา 1,199,000 บาท สำหรับสีดำคริสตัล (มุก) และสำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก)
ในราคา 1,203,000 บาท สัมผัสประสบการณ์ใหม่อย่างเชื่อมั่น ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กม.* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมรับข้อเสนอ
เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 – 7 เมษายน 2568 และรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 –
31 กรกฎาคม 2568 รับดอกเบี้ยพิเศษ 69%* (ส่วนลดดอกเบี้ย 0.3%) สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) สำหรับลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมรับ- ฟรี ประกันภัย 1 ปี*
- ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมบริการติดตั้ง และสายชาร์จแบบพกพา*
- ฟรี รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง
เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กม.* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) - และรับเพิ่มแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ ตามตารางการบำรุงรักษาที่ระบุไว้ในสมุดรับประกัน 5 ปี หรือ 100,000 กม.* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
อุ่นใจไร้กังวลตลอดการใช้งานด้วยเครือข่ายศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ Honda e:N1 มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกความเป็นยนตรกรรมไฟฟ้าด้วยโลโก้ H Mark ใหม่ สไตล์พรีเมียม
มินิมอล ภายในกว้างขวางนั่งสบาย พร้อมไฟสร้างบรรยากาศสีฟ้า เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระด้านท้าย เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันล้ำสมัย ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ อาทิ- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 1 นิ้วแบบ Advanced Touch ที่รองรับ Apple CarPlay
แบบไร้สาย และ Android Auto - อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย
- ช่องเชื่อมต่อ USB 4 ตำแหน่ง
- มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 25 นิ้ว
ขับสนุก เร่งแรง แต่ยังคงความนุ่มนวลในทุกจังหวะ ด้วยขุมพลังขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% จากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3-in-1 (Motor, Power Drive Unit และ Gearbox) ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ
204 แรงม้า (PS) มอบแรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 68.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สูงสุด 500 กม. (มาตรฐาน NEDC) มาพร้อมเทคโนโลยี
ความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และเทคโนโลยีความปลอดภัยอื่น ๆ อย่างครบครัน ให้คุณมั่นใจตลอดการเดินทาง เช่น- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM)
- กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)
- เซนเซอร์กะระยะ 8 จุด (8-position Parking Sensors)
- ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) เป็นต้น
นอกจากนี้ ในบริเวณโซนจัดแสดง Product Zone ฮอนด้ายังมาพร้อมรถยนต์หลากหลายรุ่นครบทุกเซกเมนต์และครอบคลุมทุกไลน์อัปให้ทุกคนได้สัมผัส เริ่มต้นที่
<ไลน์อัประบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV> เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในปัจจุบัน มอบความแรงเกินคาด ประหยัดเกินใคร ให้คุณใช้ชีวิตได้อิสระ และพาคุณไปได้ไกลกว่าด้วยน้ำมัน 1 ถัง และมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่น นำโดย
- The new Honda HR-V e:HEV สปอร์ตพรีเมียมเอสยูวียอดนิยม ที่ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง
อัปลุคดีไซน์สปอร์ตใหม่รอบคัน ขับสนุกและประหยัดด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวกับเครื่องยนต์ขนาด 5 ลิตร ให้แรงบิดสูงสุด 253
นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันถึง 25.6 กม./ลิตร พาคุณไปได้ไกลกว่า 900 กม. ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง** ครบครันด้วยฟังก์ชันเพื่อการขับขี่และอำนวยความสะดวก*** ที่รองรับกับไลฟ์สไตล์
ที่หลากหลายของผู้ใช้งาน อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท
- Honda Accord e:HEV โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม มอบสมรรถนะที่ดีในทุกการขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัวในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ให้แรงบิดมอเตอร์สูงสุด 335 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 25 กม./ลิตร สามารถขับไปได้ไกลกว่า 900 กม.ด้วยน้ำมัน 1 ถัง** มาพร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก
อันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่อื่น ๆ*** อาทิ Google built-in ปุ่ม Experience Selection Dial
ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง และระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ด้วยราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท
- Honda CR-V e:HEV ยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวี 5 ที่นั่ง มาพร้อมดีไซน์ที่แข็งแกร่งในทุกมิติ พร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 0 ลิตร Direct Injection Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง ให้การตอบสนองได้แรงทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงสุดถึง 20.8 กม./ลิตร (รุ่น e:HEV ES) สามารถขับไปได้ไกลกว่า 900 กม. ด้วยน้ำมัน 1 ถัง** ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยระดับพรีเมียม*** พร้อมเติมเต็ม
ทุกความอเนกประสงค์และตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งไลฟ์สไตล์ในเมืองและนอกเมือง
อย่างลงตัวในราคาเริ่มต้นที่ 1,589,000 บาท (รุ่น e:HEV ES)
- City Series ไลน์อัป e:HEV นำโดย Honda City e:HEV ซิตี้คาร์ซีดานยอดนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ และ Honda City Hatchback e:HEV อีกหนึ่งทางเลือกของรถซิตี้คาร์สไตล์สปอร์ต 5 ประตู ที่มาพร้อมพื้นที่อเนกประสงค์กับเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR) อันเป็นเอกลักษณ์จากฮอนด้าทั้งสองรุ่น มาพร้อมกับ
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์
ขนาด 5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองดั่งใจด้วยแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 253 นิวตัน-เมตร มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังให้ทั้งอัตราเร่งแรง
เร้าใจ ประหยัดน้ำมันสูงสุด 27.8 กม./ลิตร พร้อมพาคุณเดินทางสู่ทุกจุดหมายและไปได้ไกลกว่า
800 กม. ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง** ในราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท
<ไลน์อัปขุมพลังเทอร์โบ> มอบประสบการณ์ขับสนุก อัตราเร่งเร้าใจ สไตล์สปอร์ต แต่ยังคงความประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่น นำโดย
- The New Honda Civic ไอคอนยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและ
กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และไฟท้ายแบบ LED รมดำ ภายในห้องโดยสารกว้างสบาย ให้ความรู้สึกเท่ สปอร์ต ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคล่องตัว เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันและฟีเจอร์เพื่อการขับขี่และอำนวยความสะดวกที่ครบครัน*** มาพร้อมขุมพลัง VTEC TURBO 1.5 ลิตร มอบความแรงเร้าใจด้วยกำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมัน 2 กม./ลิตร โดยรุ่น EL+ ราคา 1,039,000 บาท
- City Series ไลน์อัป TURBO นำโดย Honda City ซิตี้คาร์ยอดนิยม โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอก
ที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยว และภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และ Honda City Hatchback
มาพร้อมเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR Seat) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมขุมพลัง VTEC TURBO 1.0 ลิตร ที่มอบกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ขับสนุกพร้อมตอบสนองทุกการเดินทาง
ครบครันด้วยหลากหลายฟังก์ชันการใช้งาน*** สำหรับ City Turbo ประหยัดน้ำมันสูงถึง 8 กม./ลิตร และ City Hatchback Turbo ประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.3 กม./ลิตร ด้วยราคาเริ่มต้น 599,000 บาท
สำหรับแฟนฮอนด้าสายสปอร์ต ห้ามพลาด! พบกับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นยอดนิยม ที่ได้รับการเสริมความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งสุดพรีเมียมจากโมดูโล (Modulo) ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งสายแต่งรถ และสายอเนกประสงค์
โดยมีให้เลือกทั้งรูปแบบไอเท็มและแพ็กเกจรอบคัน นำโดย- CR-V (รุ่น e:HEV RS) กับชุดแต่ง Modulo ในคอนเซ็ปต์ Vibrant SUV ที่จะมาเสริมความพรีเมียมที่ลงตัวให้กับ Honda CR-V e:HEV มากกว่าที่เคยเป็น ด้วย
- ชุดแต่งรอบคันแบบพรีเมียมสปอร์ต แพ็กเกจ (RS) ซึ่งประกอบด้วยกันชนหน้าแบบสปอร์ต
ชุดตกแต่งกันชนด้านหลัง คิ้วตกแต่งกระจังหน้าแบบโครเมียม บันไดข้าง และชุดตกแต่งฝาท้ายคิ้วโครเมียม ในราคา 45,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งภายใน อย่างไฟส่องสว่างประตูคู่หน้าแบบ LED โลโก้ CR-V ราคา 4,350 บาท
และใหม่ล่าสุด! เสริมลุคสปอร์ต พร้อมเพิ่มความโดดเด่นด้วยชุดโลโก้สีดำ ในราคา 1,500 บาท- The New Honda HR-V e:HEV (รุ่น e:HEV EL) กับชุดแต่ง Modulo ในคอนเซ็ปต์ More premium,
More sporty ที่จะมายกระดับความพรีเมียมด้วย - แพ็กเกจ Modulo Urban Shark Grey พร้อมเติมเต็มลุค Everyday Sport อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยชุดแต่งรอบคันประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง และสเกิร์ตข้างสี Shark Grey ในราคา 21,000 บาท
- แพ็กเกจ Utility พร้อมเสริมความอเนกประสงค์ในการใช้งานประกอบด้วย ม่านบังแดดผู้โดยสาร
ตอนหลัง และแผ่นกั้นห้องสัมภาระท้ายรถ ในราคา 4,800 บาท
อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานด้วยชุดไฟส่องสว่างบริเวณฝาท้ายรถในราคา 2,500 บาท
และพิเศษสุด! เอาใจสาวกฮอนด้า ด้วยชุดแต่งรอบคันจาก มูเกน (MUGEN) ที่ได้รับการติดตั้งมาใน
The New Honda HR-V e:HEV (รุ่น e:HEV EL) จัดเต็มมอเตอร์สปอร์ต DNA พร้อมฉีกทุกกฎเกณฑ์เเห่ง
อัตลักษณ์อันไร้ขีดจำกัด และสร้างความโดดเด่นแบบ Aggressive Sport ด้วยชุดแต่งรอบคัน อาทิ- สปอยเลอร์หน้า ราคา 22,400 บาท
- สเกิร์ตข้าง ราคา 32,000 บาท
- สปอยเลอร์หลัง ราคา 22,600 บาท
- สปอยเลอร์วิงหลัง ราคา 34,000 บาท
- สปอยเลอร์วิงหลัง (ตรงกลาง) ราคา 34,000 บาท
- เพิ่มความโดดเด่น ดุดันด้วยล้ออะลูมิเนียม MDW 18x5J สีดำ ในราคารวมสี่ล้อที่ 54,360 บาท
โดยจัดจำหน่ายผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ พร้อมรับประกันอุปกรณ์ตกแต่งนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร กรณีติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งพร้อมรถยนต์ใหม่
สามารถดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่ง MUGEN เพิ่มเติมได้ที่ https://www.mugenpower-thailand.com/hrv/index.html
สามารถดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo สำหรับ The new HR-V e:HEV เพิ่มเติมได้ที่https://hondaaccess.co.th/products/hrv
และดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo สำหรับ CR-V เพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/products/crv
พร้อมเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่าย ๆ ด้วยแคมเปญพิเศษ “ฮอนด้า โปรฮอต รุ่นฮิต” สำหรับแต่ละรุ่น!* ไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% พร้อมรับฟรี ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์ (Honda Exclusive Care)* และฟรีประกันภัย 1 ปี หรือเลือก ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส**** ดาวน์ต่ำ ผ่อนสบาย และเสริมความมั่นใจไปกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV
ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และพิเศษยิ่งขึ้นไปกับแคมเปญ “Honda Happy Trade-in”
เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้าหรือรถยนต์ยี่ห้ออื่นคันเก่ามาขายและออกรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่ รับเพิ่มฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 40,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 – 7 เมษายน 2568 และรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 – 30 เมษายน 2568ลูกค้าที่สนใจ ห้ามพลาด! พบกันที่บูทฮอนด้า (A26) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศกว่า 224 แห่ง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมทั้งในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine - Product Zone ในส่วนของผลิตภัณฑ์รถยนต์ นำโดย “Honda City Hatchback DRIVAL” รุ่นพิเศษ ที่ได้รับ
-
News Car3 Min Read
สัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมเหนือระดับ Lexus Electrified หลากหลายรุ่น พร้อมบริการสุด Exclusive แบบ “Omotenashi” ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เลกซัส กรุ๊ป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดบูธเลกซัส ภายใต้แนวคิด “Electrify your Pathway” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าของ Lexus ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัย พร้อมยกระดับมาตรฐานคุณภาพเพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า ผ่านแนวคิด Multi Pathway ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ด้วยตัวเลือกขุมพลังที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) รถยนต์ระบบไฮบริด (HEV) และระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ผสานสมรรถนะและความประหยัดน้ำมันอย่างลงตัว

ภายในงาน ลูกค้าจะได้สัมผัสกับยนตรกรรมระดับหรูจาก Lexus Electrified หลากหลายรุ่น พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ดีที่สุดแห่งปี นอกจากนี้ยังมีบริการเหนือระดับแบบ “Omotenashi” ที่ให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียด มอบประสบการณ์สุดพรีเมียมตามแบบฉบับเลกซัส ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “ในครั้งนี้ บูธเลกซัสนำเสนอภายใต้แนวคิด “Electrify your Pathway” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าของ Lexus ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัย พร้อมยกระดับมาตรฐานคุณภาพเพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า ผ่านแนวคิด Multi Pathway ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ด้วยตัวเลือกขุมพลังที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) รถยนต์ระบบไฮบริด (HEV) และระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ผสานสมรรถนะและความประหยัดน้ำมันอย่างลงตัว”
- Lexus LM รถตู้อเนกประสงค์สุดหรู ออกแบบมาเพื่อผู้นำระดับไอคอนิก มอบทั้งความสะดวกสบายและความหรูหราเหนือระดับ มีให้เลือกทั้งรูปแบบ 4 6 และ 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามด้วยยอดขายกว่า 1,500 คันตั้งแต่เปิดตัว และยังได้รับรางวัล BEST HYBRID LUXURY MPV ผ่านการประกวดรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี CAR OF THE YEAR 2025
- Lexus RX ยนตรกรรมครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม มีพื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขึ้น ตกแต่งหรูหราด้วยวัสดุชั้นดี พร้อมไปด้วยด้วยเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยที่เหนือระดับ
- Lexus LBX Bespoke ซึ่งเป็นรุ่นแรกของ Lexus ที่ให้ทุกท่านสามารถปรับแต่งและออกแบบรถตามสไตล์ของตัวเอง ซึ่งทุกท่านสามารถลอง Customize ได้ที่ Bespoke Corner หรือที่ lexus.co.th
- และรถรุ่นอื่นๆ จากเลกซัส ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น NX / UX / ES และ IS ลูกค้าทุกท่านได้มั่นใจกับรถยนต์เลกซัสในทุกมิติ ทั้งในด้านคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ เนื่องจากรถทุกรุ่นได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และถูกผลิตด้วยมาตรฐานระดับสูง พิถีพิถันในทุกรายละเอียดควบคู่ไปกับความปราณีตจาก Lexus Craftsmanship ทั้งยังใช้เทคโนโลยีระดับไฮเอนด์ และนวัตกรรมของเลกซัสที่ล้ำสมัยให้ทุกการเดินทาง คือประสบการณ์อันสุดพิเศษ ทุกท่านสามารถสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมที่โดดเด่นเหล่านี้ได้ภายในงาน
นอกจากนี้ภายในงานเราได้เตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษระดับพรีเมียมให้กับลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสกับประสบการณ์การดูแลเหนือระดับ ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงบูธ ด้วยบริการสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น
- LEXUS Exclusive Parking – สะดวกสบายยิ่งขึ้นกับบริการช่องจอดรถที่ลานจอดรถโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค (Novotel Bangkok Impact) เอกสิทธิ์พิเศษเฉพาะลูกค้ารถยนต์เลกซัสเท่านั้น
- VIP Access Badge – สำหรับท่านสมาชิก Lexus Elite Club Application สามารถกดรับบัตรเข้างาน ได้ที่ Application เพื่อสิทธิพิเศษในการเข้าชมงานอย่างรวดเร็ว พร้อมเอกสิทธิ์เฉพาะตัว
- LEXUS’TERIA Lounge – ผ่อนคลายในเลานจ์สุดหรูที่ตกแต่งอย่างมีระดับโดย CHANINTR ผู้แทนและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์หรูชั้นนำระดับโลก พร้อมขนมจาก Truly Scrumptious ที่คัดสรรมาเพื่อคุณ
- Private Driving Experience with a Master Driver – สัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับผู้เชี่ยวชาญด้านการขับขี่ระดับมืออาชีพ ที่จะยกระดับประสบการณ์การทดลองขับรถยนต์เลกซัสไปกับคุณ
- Lexus Bespoke Your Scent Workshop กิจกรรมเวิร์กชอปสุดพิเศษในช่วงสุดสัปดาห์ ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สร้างสรรค์น้ำหอมกลิ่นเฉพาะตัวของตนเอง ณ บูธเลกซัส
นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากเป็นเจ้าของรถเลกซัส ผมคิดว่าช่วงนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะในรุ่น Plug-in Hybrid เนื่องจากจะมีการปรับราคาตามอัตราโครงสร้างภาษีใหม่ที่กำลังจะมีผลในต้นปีหน้า ยิ่งไปกว่านั้นพิเศษสุดภายในงาน ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของ Lexus ได้ง่ายยิ่งขึ้นกับแคมเปญพิเศษที่ดีที่สุด ด้วยดอกเบี้ย 0% ประกันภัยชั้นหนึ่ง และ LXP ที่ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี พิเศษสุด สำหรับ 100 ท่านแรกที่จองรถภายในงานรับทันที Jo Malone Scent to Go มูลค่า 2,400 บาท และรับเพิ่ม Lifestyle Voucher Play Eat Meet Experience มูลค่า 5,000 บาท สำหรับการจองรถรุ่นที่ร่วมรายการ* (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
นอกจากนี้เลกซัสยังมีบริการ “KINTO” ให้บริการลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้รถยนต์ โดยครอบคลุมทุกค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณมีประสบการณ์ที่ไร้กังวล ให้ท่านตัดสินใจเป็นเจ้าของรถได้ง่ายกว่าที่เคย พร้อมส่งมอบประสบการณ์ Peace of Mind สร้างความมั่นใจด้วยบริการหลังขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วย Lexus Service Corner และ Home Visit Mobility Service”
พบกับยนตรกรรมระดับหรูของเลกซัสหลากหลายรุ่นภายในงาน
Lexus LM… “Own A World Apart”
Lexus LM ยนตรกรรมระดับหรูยอดนิยมในกลุ่ม Luxury Van ที่มาพร้อมกับความคล่องแคล่ว หรูหราและสง่างาม พร้อมที่จะมอบสุดยอดประสบการณ์ “Omotenashi” ราวกับว่าอยู่ภายในห้องสวีทของโรงแรมสุดหรู หรือห้องทำงานเคลื่อนที่ ให้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ และพื้นที่สำหรับแรงบันดาลใจเชิงบวก ทั้งด้านความคิดและการกระทำ ให้ความหรูหราเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล สะท้อนวิสัยทัศน์ “Making Luxury Personal” ของเลกซัส
Lexus LM มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการที่หลากหลาย อาทิ จอส่วนตัว Personalized Screen แยกการนำเสนอเนื้อหาแต่ละบุคคล พร้อมระบบเครื่องเสียงแบบ 2-Zone Audio System แยกระบบเสียงด้านหน้าคนขับและด้านหลัง สามารถรับฟังคอนเทนท์ที่แตกต่างกันได้โดยไม่รบกวนซึ่งกันและกัน หลังคา Moon roof หน้าจอแสดงผลระบบปรับอากาศแบบแยกโซนสามารถควบคุมได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสด้วย Overhead Control และแท็บเล็ตสั่งการด้านหลัง Removable Touchscreen Rear Controller
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- Lexus LM 350h Executive 7-Seater ราคา 6,290,000 บาท
- Lexus LM 350h Executive 4-Seater ราคา 7,590,000 บาท
- Lexus LM 500h Executive 6-Seater ราคา 6,990,000 บาท
- Lexus LM 500h Executive 4-Seater ราคา 8,290,000 บาท
Lexus LBX Bespoke…“Customize Your Style”
ครั้งแรกของ Lexus กับการ Customize ได้เต็มรูปแบบใน Lexus LBX Bespoke ที่ให้คุณออกแบบได้เต็มรูปแบบทั้ง สีภายนอกและภายใน / วัสดุตกแต่ง / สีเข็มขัดนิรภัย / ลายปักภายใน / สีหนังหุ้มพวงมาลัยและหัวเกียร์ และ ล้ออัลลอย เพื่อให้รถสะท้อนสไตล์ของคุณอย่างแท้จริง โดยทุกท่านสามารถออกแบบ Lexus LBX Bespoke และจองออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Lexus.co.th หรือแวะมาที่บูธ Lexus เพื่อออกแบบด้วยตัวคุณเองที่ Bespoke Corner โดยมี Lexus Brand Ambassador คอยให้ข้อมูลและช่วยแนะนำการปรับแต่ง LBX Bespoke ให้ตรงกับสไตล์ของคุณ
Lexus LBX Bespoke ได้รับการพัฒนาขึ้นให้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่มาพร้อมคุณภาพเหนือระดับ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Premium Casual” เรียบหรูและโดดเด่น ด้วยดีไซน์รอบด้านที่มีความประณีต สะท้อนความเป็นตัวตนของ LBX ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะดีไซน์ด้านหน้าแบบ Resolute Look ภายในห้องโดยสารออกแบบด้วยแนวคิด “Tazuna Concept” ให้ผู้โดยสารสามารถผ่อนคลาย เพลิดเพลิน รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวร่วมไปกับรถ และได้รับความสะดวกสบายสูงสุดตามหลักสรีรศาสตร์ ทั้งยังสามารถเพลิดเพลินตลอดการเดินทางไปกับเครื่องเสียง Mark Levinson ระบบ Lexus Teammate Advanced Park Panoramic View Monitor และเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับกับ Lexus Safety System+ 3.0
Lexus LBX Bespoke ยังคงเอกลักษณ์ความสุนทรีย์ในการขับขี่แบบเฉพาะตัวของเลกซัส หรือ “Lexus Driving Signature” ไว้ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยี สถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-B (Global Architecture-B Platform) ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มสมรรถนะความปลอดภัยระดับสูง รองรับแรงเฉื่อยและลดจุดศูนย์ถ่วง ให้รถมีความเสถียรยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ระบบ HEV ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังรวมทั้งระบบ 134 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 9.2 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 26.32 กม./ลิตร
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- เกรด Luxury 2,229,000 บาท
- เกรด Premium 2,390,000 บาท
- เกรด Bespoke 2,690,000 บาท*
* สำหรับเบาะที่นั่งวัสดุ L-Aniline เพิ่ม 100,000 บาท
Lexus RX “Charge Through the Limits of Imagination”
Lexus RX ยนตรกรรมครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม ตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบด้วยทางเลือกระบบส่งกำลังที่หลากหลายนำเสนอเอกลักษณ์ใหม่ของเลกซัส ด้วยสมรรถนะและการออกแบบที่ประณีตและพิถีพิถัน พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขึ้น ตกแต่งหรูหราด้วยวัสดุชั้นดี Semi-Aniline Leather เพิ่มมุมมองใหม่ในห้องโดยสาร ด้วยหลังคากระจกพาโนรามา Panorama Glass Roof ภายในออกแบบภายใต้ปรัชญา “Human Centric” ที่มุ่งเน้นคนขับเป็นจุดศูนย์กลางตามหลักการดีไซน์แบบ “Tazuna Concept” สร้างบรรยากาศที่โอบล้อมผู้ขับขี่ให้สามารถควบคุมทุกอย่างโดยแทบไม่ต้องละสายตา และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับตัวรถ ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบ GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำพร้อมกับระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-Link และ Adaptive Variable Suspension ส่งผลให้ RX ทรงตัวและเกาะถนนดีเยี่ยม พวงมาลัยและคันเร่งตอบสนองได้ดั่งใจ ตอกย้ำเอกลักษณ์การขับขี่ “Lexus Driving Signature” ได้เป็นอย่างดี และยังพร้อมไปด้วยด้วยเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยที่เหนือระดับ
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
Lexus RX 350h
- เกรด Luxury 4,520,000 บาท
- เกรด Premium 4,870,000 บาท
Lexus RX 450h+
- เกรด Luxury AWD 4,720,000 บาท
- เกรด Premium AWD 5,170,000 บาท
Lexus RX 500h
- เกรด F SPORT Direct4 5,580,000 บาท
Lexus NX… “Reimagine”
Lexus NX ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั่วโลก ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยวและทันสมัยด้วยกระจังหน้า Spindle Grille ไฟท้ายรูปทรงตัว L สอดรับกับโลโก้ของเลกซัส ภายในออกแบบมาให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง โดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาดใหญ่ 9.8 นิ้ว ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวกและง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบ GA-K (Global Architecture-K Platform) ทำให้ตัวรถมีขนาดที่ใหญ่ และกว้างขึ้น ส่งผลให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวเยี่ยม และควบคุมได้ดั่งใจ ทำให้ NX มีเสถียรภาพในการขับขี่ดีขึ้นในทุกมิติ ตอกย้ำปรัชญา “Lexus Driving Signature” ได้เป็นอย่างดี มั่นใจตลอดการเดินทางมาพร้อมกับ Lexus Hybrid Drive ที่ได้พละกำลังจากเครื่องยนต์ 4 สููบแถวเรียงความจุุ 2.5 ลิตร ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนประสิทธิภาพสููง ทำให้สมรรถนะการขับขี่ที่เต็มพลัง สนุุกเร้าใจ แต่ยังคงประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม
ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย Lexus NX มาพร้อมกับ Lexus Safety System+ ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบกลอนประตูอิเล็กทรอนิกส์ E-LATCH โดยระบบจะช่วยให้ประตูรถทำงานได้อย่างนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น ระบบการเปิด-ปิดประตูแบบ Safe Exit Assist เพิ่มความปลอดภัยขณะลงจากรถ ช่วยให้คุณไม่ต้องออกแรงดึงหรือผลักเพื่อเปิดประตู ทำให้ Lexus NX เป็น SUV ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
NX 350h
- เกรด Luxury 3,310,000 บาท
- เกรด Grand Luxury 3,460,000 บาท
NX 450h+
- เกรด Grand Luxury AWD 3,660,000 บาท
- เกรด Premium AWD 3,940,000 บาท
- เกรด Overtrail AWD 4,180,000 บาท
- เกรด F SPORT AWD 4,390,000 บาท
Lexus UX 300h… “The Urban Disruptor”
Lexus UX 300h มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบ GA-C (Global Architecture-C Platform) ที่เชื่อมต่อตัวถังด้วยระบบเลเซอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส และใช้อลูมิเนียมเข้ามาเป็นองค์ประกอบของตัวรถ ส่งผลให้ตัวถังมีน้ำหนักเบา และแข็งแกร่ง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ การทรงตัวดีเยี่ยม ควบคุมรถได้ดั่งใจ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดมากยิ่งขึ้น ถึง 196 แรงม้า ผสานกับแบตเตอรี่ลิเธียม ไอออน ให้อัตราเร่งได้ดั่งใจ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 8.1 วินาที
การออกแบบภายนอกปราดเปรียวแข็งแกร่ง ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ทอดตัวจากกระจังหน้าแบบ Spindle Grille อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส และบังโคลนขึ้นรูปสามมิติ สื่อถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง การออกแบบภายในแฝงด้วยปรัชญา “YET” ของเลกซัส สร้างความแตกต่างด้วยเส้นสายที่บ่งบอกความเป็นยนตรกรรมแห่งอนาคต ผสมผสานความสร้างสรรค์และหลักการทางสรีรศาสตร์ ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารเป็นหลัก ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เพลิดพลิน สะดวกสบาย ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานล้ำสมัย
นอกจากนี้ UX 300h ยังประหยัดเชื้อเพลิงดีเยี่ยม โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.81 กม./ลิตร พร้อมให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ในการขับขี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- เกรด Luxury 2,670,000 บาท
- เกรด Grand Luxury 2,780,000 บาท
- เกรด F SPORT 3,300,000 บาท
Lexus ES… “Refine Your Journey”
Lexus ES (Executive Sedan) ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง โดดเด่นเรื่องความนุ่มนวลในการขับขี่ และความเงียบภายในห้องโดยสาร ที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของเลกซัส ประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ควบคู่กับความกว้างขวางของที่นั่งด้านหลังแตกต่างจากรถยนต์หรูทั่วไป มาพร้อมกับไฟหน้าดีไซน์ที่ตอบรับกับกระจังหน้า Spindle Grille เส้นสายที่ดูสปอร์ต เสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว ไฟหน้าแบบ 3-eye LED Headlamps มาพร้อมกับเทคโนโลยี Blade Scan Adaptive High-beam System ที่จะทำหน้าที่ปรับไฟสูง-ต่ำอัจฉริยะ ช่วยกระจายแสงไฟด้านหน้ารถได้อย่างแม่นยำ และละเอียดมากยิ่งขึ้น หน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวก และง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ตอกย้ำสมรรถนะอันทรงพลังด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวเยี่ยม และควบคุมได้ดั่งใจ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นล่าสุด มั่นใจตลอดการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ ด้วยระบบ Lexus Safety System+ เจเนอเรชันที่ 2 และระบบช่วยเบรกอัตโนมัติขณะถอยจอด Parking Support Brake : PKSB เพิ่มความปลอดภัยขณะถอยจอด โดยระบบจะทำการเบรกอัตโนมัติทันทีหากระบบประเมินว่าอาจเกิดการชน
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- เกรด Luxury 3,625,000 บาท
- เกรด Grand Luxury 3,795,000 บาท
- เกรด Premium 4,210,000 บาท
- เกรด F SPORT 4,380,000 บาท
Lexus IS 300h… “Elegantly Crafted”
Lexus IS 300h รถสปอร์ตซีดานหรูเหนือระดับยอดนิยมจากลูกค้าทั่วโลก โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว สปอร์ต และสมรรถนะที่ทรงพลัง เกาะถนนดีเยี่ยม ตอบสนองการควบคุมได้ดั่งใจ อัตราเร่งออกตัวที่ดี ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของสมรรถนะการขับขี่ในรูปแบบเดิม ภายใต้การพัฒนาด้วยการใช้ถนนออกแบบรถ และทดสอบในสนามแข่ง Shimoyama ประเทศญี่ปุ่น ที่สร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากสนามแข่งสุดโหดระดับโลก Nurburgring ประเทศเยอรมนี เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง พร้อมโครงสร้างตัวถังรถยนต์ที่ออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม โดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ ให้กับผู้ขับขี่ได้ ดีไซน์ภายนอกออกแบบด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โฉบเฉี่ยว ดุดัน กว้างขวาง และยาวขึ้น พร้อมล้อขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยการเกาะถนนดีเยี่ยม บ่งบอกถึงความเป็นสปอร์ตซีดานได้เป็นอย่างดี
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- เกรด Luxury 2,690,000 บาท
- เกรด Premium 3,370,000 บาท
- เกรด F SPORT 3,890,000 บาท
สัมผัสประสบการณ์บริการใช้รถรูปแบบใหม่กับบริการ LEXUS KINTO ONE
บริการใช้รถรูปแบบใหม่แบบครบวงจร ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ลูกค้าคนรุ่นใหม่ สำหรับลูกค้าบุคคล และนิติบุคคล ซึ่งมีแพ็คเกจหลากหลายตอบโจทย์ ทำให้การใช้รถเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย คุ้มค่า ไร้กังวล มอบความสะดวกสบายด้วยค่าบริการครอบคลุมค่าใช้จ่าย ทั้งในการบำรุงรักษา ประกันภัยชั้น 1 มีบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง บริการรวดเร็วทันสมัยผ่านออนไลน์ หมดกังวลเรื่องราคาขายต่อเพียงคืนรถเมื่อครบสัญญา
พิเศษภายในงาน
- รับ ส่วนลดเงินประกันความเสียหาย เหลือเพียง 10,000 บาท สำหรับรถใหม่ของ KINTO ONE
- สำหรับลูกค้าที่สมัคร และผ่านการอนุมัติ จะได้รับ บัตรน้ำมันมูลค่า3,000 บาท
(รับหลังจากส่งมอบรถภายใน 14 วันผ่านทางไปรษณีย์) - พิเศษ สำหรับลูกค้าที่สมัครภายในงาน รับStarbucks Card มูลค่า 500 บาท
เงื่อนไข : โดยลูกค้าจำเป็นต้องกรอก Code “KTMTS25” บนเว็บไซต์ KINTO
สนใจสอบถามได้ที่ เจ้าหน้าที่ภายในบูธเลกซัส บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 หรือ www.kinto-th.com และ Kinto Call Center 1486
เพิ่มความมั่นใจสูงสุดกับ “Lexus Exclusive Package Standard”
โปรแกรมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ Lexus
เพิ่มความมั่นใจสูงสุดกับโปรแกรมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ Lexus เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง บริการเลขาส่วนตัว ฟรีค่าแรงและอะไหล่ในการบำรุงรักษาตลอด 5 ปี โดยได้ออกแบบประเภทโปรแกรมที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ และช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว
STANDARD ครอบคลุมค่าแรงตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
PLUS ครอบคลุมการบำรุงรักษารถยนต์ทั้งค่าแรง และค่าอะไหล่ตลอด 5 ปี หรือ
100,000 กิโลเมตร (ยกเว้นอะไหล่เสื่อมสภาพ)
PREMIUM ครอบคลุมการบำรุงรักษารถยนต์ทั้งค่าแรง และค่าอะไหล่ตลอด 5 ปี หรือ
100,000 กิโลเมตร รวมอะไหล่เสื่อมสภาพ
เอกสิทธ์เฉพาะเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เหนือกว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เลกซัสทุกรุ่นจากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ
- รับสิทธิ์เป็นสมาชิกแอปพลิเคชัน Lexus Elite Club เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดการใช้รถเลกซัส เช่น การแจ้งเตือน และนัดหมายนำรถเข้าศูนย์บริการ ทั้งร่วมรับสิทธิพิเศษจากร้านค้าชั้นนำมากมาย
- สะดวก ครอบคลุมทุกพื้นที่ กับ Lexus Service Corner ในศูนย์บริการโตโยต้าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการด้วยมาตรฐานเลกซัส ทั้ง 15 แห่ง ใน 8 จังหวัด สำหรับพื้นที่นอกเหนือจากการบริการของ Lexus Service Corner เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เรามีบริการ Lexus Home Visit Mobility Unit ที่จะส่งช่างที่มีความรู้ และความชำนาญไปดูแลลูกค้าถึงที่ครอบคลุมครบทุกจังหวัด ทั่วประเทศไทย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ
พลาดไม่ได้กับข้อเสนอสุดพิเศษ* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
รับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 และ Lexus Exclusive Package (LXP Standard) ขยายระยะเวลารับประกันเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46
ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568
ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
และผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของเลกซัสเพิ่มเติมได้ที่ www.lexus.co.th
และ Facebook, Instagram : Lexus Thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine



























































































































