-
OMODA & JAECOO ประกาศราคา JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) อย่างเป็นทางการ เอสยูวีระดับพรีเมียมที่ผสานสมรรถนะสูงและประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน คุ้มค่าด้วยราคาคาดการณ์เริ่มต้น 899,000 บาท

OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก ประกาศราคา JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) อย่างเป็นทางการในงาน Bangkok International Motor Show 2025 โดยมี 2 รุ่นย่อยได้แก่ JAECOO 7 SHS Dynamic – ราคาคาดการณ์ 899,000 และ JAECOO 7 SHS Max – ราคาคาดการณ์ 999,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี บูธ OMODA & JAECOO หมายเลข A23
- ฟรีค่าบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 2 ปี
- “Eco Bonus” Campaign เงินสนับสนุน 10,000 บาท* เมื่อนำเล่มจดทะเบียนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปหรือ HEV มาแสดง
- การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
- 4. ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี


เทคโนโลยีระดับสูงที่เหนือกว่า
JAECOO 7 SHS รถปลั๊กอินไฮบริดเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำและดีไซน์ สุดคลาสสิคได้รับการพัฒนาด้วยเครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5 ต่อยอดจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile มาพร้อมระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) ที่ทำให้การทำงานระหว่าง EV และ HEV เป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ และด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้การขับรถ Plug-in Hybrid คุ้มค่าทั้งค่าใช้จ่ายการเดินทาง ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ถึง
106 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) และสามารถขับขี่รวมได้ไกลถึง 1,300 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) และยืดระยะเวลา
การบำรุงรักษาให้ขับได้ระยะทางที่ไกลมากกว่าเดิมหากเทียบกับรถ Plug-in Hybrid นวัตกรรมเดิมหากเปรียบเทียบ ค่าบำรุงรักษาระยะเวลา 5 ปี
ค่าบำรุงรักษารถยนต์ JAECOO 7 SHS ค่าบำรุงรักษา รถ Plug-in Hybrid นวัตกรรมเดิม ค่าบำรุงรักษา รถ Hybrid ค่าบำรุงรักษา รถสันดาป เฉลี่ย 27,051 บาท ต่อ 5 ปี เฉลี่ย 39,837 บาท ต่อ 5 ปี เฉลี่ย 40,631 บาท ต่อ 5 ปี เฉลี่ย 39,071 บาท ต่อ 5 ปี 
สมรรถนะและประสิทธิภาพที่โดดเด่น
- พละกำลังสูงสุด 347 แรงม้า (HP)
- แรงบิดสูงสุด 525 นิวตัน-เมตร
- ประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูง (Thermal Efficiency) ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในสภาวะ
การใช้งานหนัก - อัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมมากกว่า 21.28 กิโลเมตรต่อลิตร
- ระยะทางการขับขี่รวมไกลกว่า 1,300 กิโลเมตร
- ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน 106 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)
ความปลอดภัยที่เหนือระดับ
JAECOO 7 SHS มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบป้องกันแบตเตอรี่รอบด้าน ทั้งการทนทานต่อความร้อน แรงกระแทก และกันน้ำ พร้อมระบบป้องกันด้วยการปิดเครื่องภายใน 0.002 วินาทีหลังเกิดการชน ช่วยตัดแหล่งจ่ายไฟได้อย่างรวดเร็ว
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ได้ในกรณีฉุกเฉิน ด้วยการปล่อยประจุไฟฟ้าภายนอกได้
3.3 กิโลวัตต์ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย
JAECOO 7 SHS เปิดตัวด้วยข้อเสนอพิเศษเฉพาะในงาน Bangkok International Motor Show โดยมี 2 รุ่นย่อยได้แก่ JAECOO 7 SHS Dynamic – ราคาคาดการณ์ 899,000 และ JAECOO 7 SHS Max – ราคาคาดการณ์ 999,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและคุณสมบัติที่ได้รับ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการใช้งานที่ประหยัดกว่า
คุณพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “JAECOO 7 SHS
เป็นยนตรกรรมที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของรถปลั๊กอินไฮบริดทั่วไป มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผสานจุดเด่นของทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดไว้ในคันเดียว ไม่ว่าผู้ใช้จะต้องการความเงียบและประหยัดพลังงานสำหรับการเดินทางในเมือง หรือสมรรถนะอันทรงพลังสำหรับการเดินทางไกล JAECOO 7 SHS พร้อมตอบสนองทุกความต้องการอย่างลงตัว นี่คือตัวอย่างชัดเจนของปรัชญาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นนวัตกรรมล้ำสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงยังประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทาง
และค่าบำรุงรักษาอีกด้วย”โปรโมชั่นพิเศษในงาน Motor Show 2025
ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชม JAECOO 7 SHS และรถรุ่นอื่นๆ จาก OMODA & JAECOO ได้ที่บูธหมายเลข A23 ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ เฉพาะจองวันที่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 เท่านั้น
- ฟรีค่าบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 2 ปี
- “Eco Bonus” Campaign เงินสนับสนุน 10,000 บาท* เมื่อเพียงนำเล่มจดทะเบียนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปหรือ HEV มาแสดง
เมื่อซื้อรถไฟฟ้า JAECOO 7 SHS Dynamic และ JAECOO 7 SHS Max - ฟรี การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
- การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
- การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)
- การรับประกันระบบปลั๊กอิน ไฮบริด (PHEV- HEV systems warranty)
- การรับประกันหน้าจอแบบสัมผัส (Display Touchscreen warranty)
- 4. ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
*หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ZEEKR ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมลักชูรีสุดล้ำ พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 รุ่นมอเตอร์เดี่ยว 7 ที่นั่ง เป็นครั้งแรก ที่งาน Motor Show 2025

ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี นำทัพยานยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ อวดโฉมในงาน Bangkok International Motor Show 2025 รวมไฮไลต์ทั้ง ZEEKR X The Best SUV EV รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ZEEKR 009 The Most Luxury MPV EV ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “Every Journey Shines, Every Seat Matters” นำทัพด้วยรุ่น 6 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีลักชูรีที่ทลายกรอบแนวคิดความหรูหราเดิม สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ครบครัน ทั้งความหรูหรา นวัตกรรมล้ำสมัย และความปลอดภัยสูงสุดในคันเดียว ตามด้วยรุ่น 7 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีลักชูรีที่ออกแบบเพื่อที่สุดแห่งประสบการณ์การเดินทางแก่ผู้โดยสารทุกที่นั่ง เพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์รถยนต์สองรุ่นใหม่ ZEEKR 7X รถเอสยูวีลักชูรีที่ผสานความหรูหราและความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว และ ZEEKR 009 รุ่นมอเตอร์เดี่ยว 7 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีไฟฟ้าสุดหรูที่รองรับทุกการเดินทางอย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงเผยโฉม ZEEKR 001 FR ที่มาพร้อมพลังขับเคลื่อนเหนือจินตนาการ และ Concept Car ครั้งแรกภายใต้ชื่อ ZEEKR Group พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ และโปรโมชันสำหรับผู้เข้าร่วมงาน ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ตลาดยานยนต์ระดับโลก ด้วยยอดขายมากกว่า 440,000 คัน ทั่วโลก พบกับความลักชูรีที่ผสานกับนวัตกรรมเหนือชั้น และความปลอดภัยขั้นสูงระดับพรีเมียมที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้าสู่ผู้บริโภคไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนนี้ได้ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A4 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2568

ZEEKR ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เผยโฉมนวัตกรรมล้ำหน้าแห่งยุคในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 หรือ Bangkok International Motor Show 2025 ด้วยการเปิดรับจองสิทธิ์กับยานยนต์สองรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ZEEKR 7X รถเอสยูวีไฟฟ้า 5 ที่นั่งสุดลักชูรีสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันระบบความปลอดภัยขั้นสุดพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา และ ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง มอเตอร์เดี่ยว รถเอ็มพีวีลักชูรีที่คงความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส นวัตกรรมสุดล้ำ และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่งเพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว รวมถึงการจัดแสดงสุดยอดยานยนต์ไฟฟ้าแห่งยุค อย่าง ZEEKR X พรีเมียม คอมแพค เอสยูวี ที่พร้อมรองรับ ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีที่สุดแห่งความลักชูรี ที่ครบครันทั้ง ความหรูหรา นวัตกรรมอัจฉริยะ สมรรถนะที่เหนือชั้น และความปลอดภัยขั้นสูงสุด ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง มอร์เตอร์คู่ รถเอ็มพีวีลักชูรีที่ผสานความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส นวัตกรรมสุดล้ำ และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่งเพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว ZEEKR 001 FR รถยนต์ Shooting Brake พร้อมขุมพลังความเร็ว แรง เป็นอีกหนึ่งขั้นของสมรรถนะ ที่จะมาเปลี่ยนทุกเส้นทางให้เต็มไปด้วยความเร้าใจ เพื่อผู้ที่ต้องการทั้งความเร็วและเทคโนโลยีขั้นสูง และ เผยโฉม Concept Car ภายใต้ชื่อ ZEEKR Group เป็นครั้งแรกหลังการประกาศควบรวมกิจการ โดยการนำเสนอกองทัพยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ ถือเป็นการนำเสนอที่สุดแห่งนวัตกรรมที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคไทยจาก ZEEKR

นาย แฟรงค์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ซีเคอร์ กรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “เรามุ่งมั่นเดินหน้าสู่ตลาดยานยนต์ระดับโลก จากการส่งมอบรถยนต์มากกว่า 440,000 คัน ทั่วโลกและความสำเร็จในการควบรวมกิจการ และก่อตั้ง ZEEKR Group เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เรามีความมั่นใจว่าเทคโนโลยี และการออกแบบของเราจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ครั้งนี้เราได้นำรถยนต์ไฮบริดต้นแบบมาจัดแสดงในงานนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเราในการรองรับความต้องการของตลาดระดับโลกให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งตลาดยานยนต์ขุมพลังไฟฟ้าแบบไฮบริด และขุมพลังไฟฟ้า 100% พร้อมตั้งเป้าการส่งมอบรถยนต์ภายใต้ ZEEKR Group 710,000 คัน ภายในปีนี้ และมากกว่า 1 ล้านคัน ภายในปี 2569 เพื่อเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำด้านโซลูชันการขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานใหม่ระดับแนวหน้าของโลก”
ตั้งแต่มีนาคมปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ZEEKR Thailand ได้ดำเนินกิจกรรมและเปิดตัวยานยนต์ที่ครอบคลุมหลากหลายตลาด ภายใต้แนวคิดของแบรนด์ “Imagine Beyond” หรือ “จินตนาการเหนือขีดจำกัด” ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะ
การพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่ยังมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากเสียงตอบรับอย่างอบอุ่นของลูกค้า ด้วยยอดส่งมอบมากกว่า 1,800 คัน สะท้อนถึงการเติบโตและการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยในทุกเซกเมนต์ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนาย อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ZEEKR ไม่ได้เป็นแบรนด์ที่มอบเทคโนโลยีใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำในการพัฒนาอนาคตของการขับขี่อย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด Imagine Beyond
ที่จะช่วยสร้างโลกใหม่ที่ดีกว่า สำหรับวันนี้และในอนาคต โดยยืนหยัดที่จะคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับพรีเมียม ประสบการณ์ที่เหนือชั้น และความสบายใจในการใช้งาน”
ภายในบูธของ ZEEKR ที่งาน Motor Show 2025 ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่จะมุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมนำเสนอรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่รถยนต์ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ไปจนถึงรถที่รองรับครอบครัวใหญ่ พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยไฮไลต์ของรถยนต์ที่เปิดรับจองสิทธิ์ มีดังนี้

- ZEEKR 009 รุ่นมอเตอร์เดี่ยว 7 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีลักชูรีที่มาพร้อมกับแนวคิด “Premium Mobility”
ที่มอบความหรูหราผสานกับการขับขี่ที่สะดวกสบาย พร้อมสำหรับทุกการเดินทาง โดดเด่นด้วยสมรรถนะ
พร้อมกำลังวิ่งสูงสุด 250 kW หรือ 335 HP แรงบิดสูงสุด 373 Nm และความจุแบตเตอรี่ 116 kWh ที่สามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุด 712 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ ตามมาตรฐาน NEDC

- ZEEKR 7X รถเอสยูวีลักชูรีที่ผสมผสานความหรูหราและความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว
พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน มีให้เลือกสรรทั้งรุ่นมอเตอร์เดี่ยว ความจุแบตเตอรี่ 100 kWh ที่สามารถขับขี่ได้สูงสุด 600 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จตามมาตรฐาน WLTC และรุ่นมอเตอร์คู่ ที่มาพร้อมความจุแบตเตอรี่ 100 kWh ด้วยระยะการขับขี่สูงสุด 500 กิโลเมตร ต่อหนึ่งการชาร์จตามมาตรฐาน WLTC
นอกจากนี้ ภายในบูธยังแบ่งพื้นที่พิเศษออกเป็นโซนต่าง ๆ ที่รังสรรค์ขึ้นที่นำเสนอประสบการณ์เหนือระดับในทุกโสตสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นโซน Celestial Dawn ที่ถ่ายทอดมุมพักผ่อนในวันสบาย ๆ กับครอบครัวอันอบอุ่น Ascending Sun โซนกิจกรรมสุดคูล ไม่ว่าจะเป็นการจัดดอกไม้ Exclusive Workshop น้ำหอม DIY by Jo Malone กิจกรรมเพ้นท์เล็บ และกิจกรรมทำน้ำหอมแขวนรถในโซน Sensorial Bar มุมพักผ่อนพร้อมของว่างและเครื่องดื่มที่ ZEEKR Dawn Exclusive Lounge ที่สะท้อนความเรียบหรูด้วยการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อสะท้อนแนวคิดในด้านการยกระดับความสุขในทุกรูปแบบการเดินทางตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้สัมผัส ผ่านการออกแบบประสบการณ์อย่างลงตัวด้วยแนวคิดการสร้างยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมลักชูรีที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทุก Touchpoint
เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า ZEEKR ยังได้มอบโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถยนต์ภายในงานตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 6 เมษายน 2568 สำหรับท่านที่สนใจเป็นเจ้าของ ZEEKR 009 รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ข้อเสนอพิเศษสำหรับ ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง
- รับฟรี Wallbox ขนาด 11 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
- รับฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน*
- ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี*
- ค่าจดทะเบียนรถยนต์*
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี*
- ค่าอะไหล่ และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 6 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 ปี หรือระยะทาง 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ข้อเสนอพิเศษสำหรับ ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง มอเตอร์คู่
- รับฟรี Wallbox ขนาด 11 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
- รับฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน*
- ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี*
- ค่าจดทะเบียนรถยนต์*
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี*
- ค่าอะไหล่ และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
และสำหรับทุกท่านที่สนใจเป็นเจ้าของ ZEEKR X ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2025 รับข้อเสนอพิเศษดังนี้
- รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ต่อปี นานสูงสุด 60 เดือน*
- รับฟรี Wallbox ขนาด 7 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
- รับฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน*
- ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี*
- ค่าจดทะเบียนรถยนต์*
- การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- การรับประกันมอเตอร์ และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์สุดล้ำ ที่พร้อมจุดประกายอนาคตของการขับขี่อย่างยั่งยืน พร้อมจับจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ กับ ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 รุ่นมอเตอร์เดี่ยว 7 ที่นั่ง ได้ที่งาน Bangkok International Motor Show 2025 ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A4 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2568
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- ZEEKR 009 รุ่นมอเตอร์เดี่ยว 7 ที่นั่ง รถเอ็มพีวีลักชูรีที่มาพร้อมกับแนวคิด “Premium Mobility”
-
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดนิยามใหม่ของ “FWB” ชวนทุกคนมาเป็น “Friend with Benz” ด้วยกันที่งาน Motor Show 2025

จากรถยนต์ในฝันที่ครองใจผู้คนทั่วโลก สู่แรงบันดาลใจในการตั้งชื่อ “เบนซ์” ให้กับลูกหลานในทุกยุคสมัย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงสานต่อแรงบันดาลใจนี้ด้วยแคมเปญ “Friend with Benz” ที่จะชวนทุกคนที่ชื่นชอบในรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มาเป็นเพื่อนกับแบรนด์ และเป็นส่วนหนึ่งของ คอมมูนิตี้ ในงาน Motor Show 2025 พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึก และประสบการณ์ที่มีต่อ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในแบบฉบับของตัวเอง

FWB ที่แปลว่า “Friend with Benz”
“Friend with Benz” คือคอมมูนิตี้ของคนที่ชื่นชอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ก็ตาม เพียงแค่มีความหลงใหลในแบรนด์ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของ
Friend with Benz ในงาน Motor Show 2025 ได้ โดยเราจะชวนคุณมาร่วมแชร์ประสบการณ์ที่มีต่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมสัมผัสความหรูหราของยนตรกรรมรุ่นต่าง ๆ รวมถึงข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในงานที่มอบให้เฉพาะ Friend with Benz เท่านั้น


เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอผ่านวิดีโอ “คน คลั่ง เบนซ์ (Passion for Benz)” รวบรวมเรื่องราวของคนที่มีความชื่นชอบรถเบนซ์ในมิติที่แตกต่างกัน ทั้งมุมมองของคนที่เป็นเจ้าของรถอยู่แล้ว หรือใฝ่ฝันอยากจะมีไว้ครอบครอง มาร่วมสัมภาษณ์เพื่อหาเหตุผลว่า ทำไมถึงหลงใหลในเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันที่ถ่ายทอดมาจากครอบครัวที่ขับเบนซ์ และอยากส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังรุ่นต่อไป หรือการสะสมโมเดลรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ แม้กระทั่งการแต่งเพลงที่กล่าวถึงชื่อแบรนด์ ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในแบบของตัวเองที่มีให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถรับชมวิดีโอได้ที่ คน คลั่ง เบนซ์ (Passion for Benz)


นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังอยากเชิญชวนทุกคนมาตามหายนตรกรรมที่ตรงกับ Passion ของคุณ และเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับคอมมูนิตี้ Friend with Benz รวมถึงพบกับเพื่อนใหม่จาก Mercedes-AMG ทั้งหมด 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น “Mercedes-AMG G 63” เพื่อนสายลุยที่ผสานขุมพลังเข้ากับดีไซน์ทรงกล่องสุดคลาสสิก “Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+” เพื่อนสายสปอร์ตที่มอบความแรงและความหรูหราในทุกมิติ และ “Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+” เพื่อนสายเรียบหรูที่มาพร้อมสมรรถนะอันทรงพลัง พร้อมรับข้อเสนอพิเศษของรุ่นอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่งาน Motor Show 2025 ที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568

พร้อมตอกย้ำแนวคิดที่อยากให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้เดียวกันกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทางแบรนด์จึงนำเสนอโปรโมชั่น Friend get Friend เมื่อชวนเพื่อนของคุณมาซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ คุณจะได้รับสิทธิพิเศษทันที และสามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกันกับงาน Motor Show 2025 ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และสามารถติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth
#FriendwithBenz #MatchYourPassion #MotorShow2025 #MercedesBenz #MercedesBenzThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ ภายใต้ปรัชญา “JOY DRIVES LIVES” ความสุขขับเคลื่อนชีวิต

มาสด้ามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์เพื่อส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าทุกคน เพราะมาสด้าเชื่อว่าความสุขในการขับขี่จะสามารถเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต แรงบันดาลใจ และสร้างความสุขให้ผู้ขับขี่และเจ้าของได้ ดังนั้น มาสด้าจึงยกระดับการสื่อสารภาพลักษณ์และสร้างคุณค่าแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอปรัชญาใหม่ “JOY DRIVES LIVES” หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต โดยสื่อสารถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางและมีส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์ และมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์การใช้ชีวิต มาสด้าเชื่อว่าในทุกรายละเอียดของชีวิต มีความสุขขับเคลื่อนเราเสมอ พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ เคียงข้างกัน เติมเต็มชีวิตทุกเส้นทางเพื่อให้ผู้คนได้ค้นพบความสุขในแบบของตัวเอง นำมาซึ่งการสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ เพื่อสานต่อพันธกิจสำคัญ คือการส่งมอบประสบการณ์ความสุขและการใช้ชีวิตในทุกด้านของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท ตามพันธกิจที่มุ่งมั่นผลักดันองค์กรก้าวสู่การเติบโตที่ยั่งยืนตลอดไป
รับชมวิดิโอ : https://www.youtube.com/watch?v=wYhA68ocA8g
นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์และยกระดับการบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุดแล้ว มาสด้ายังให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนาการสื่อสารภาพลักษณ์และคุณค่าของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2543 มาสด้าเริ่มสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วยสโลแกน ZOOM-ZOOM ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกและความทรงจำในวัยเด็กออกมาเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ ต่อมาในปี 2558 มาสด้าได้สื่อสารภาพลักษณ์ใหม่อีกครั้ง ภายใต้สโลแกน “FELL THE DRIVE” โดยเริ่มจากการสื่อสารปรัชญาและแนวคิดหลักของแบรนด์ การให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า ผ่านความสนุกในการขับขี่ไปจนถึงคุณค่าทางด้านอารมณ์ความรู้สึกโดยมีมาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพราะมาสด้าเชื่อว่าความสุขไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การมีรอยยิ้มเท่านั้น แต่คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากภายใน เป็นความรู้สึกที่เติมเต็มและมีความหมาย สะท้อนคุณค่าทางอารมณ์ที่เกิดจากความเข้าใจพื้นฐานของมนุษย์
ในปี 2568 เป็นต้นไป มาสด้าพร้อมเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ และต่อยอดพันธกิจในการส่งมอบประสบการณ์ความสุขและการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขในการขับขี่รถยนต์” (Joy of Driving) จะนำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า มาสด้าจึงนำเสนอปรัชญาใหม่ของแบรนด์ “JOY DRIVES LIVES” หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต เพื่อนำมาใช้ในการสร้างและพัฒนา ประสบการณ์ลูกค้าในรูปแบบใหม่ให้ดียิ่งขึ้น โดยมีลูกค้าลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์จะนำมาซึ่งคุณค่าและความสุขที่แท้จริง
ด้วยเหตุนี้ มาสด้าจึงเดินหน้าสื่อสารปรัชญาใหม่โดยถ่ายทอดภาพยนต์โฆษณาทางสื่อออนไลน์ ภายใต้สโลแกนใหม่ “JOY DRIVES LIVES” เพื่อให้ลูกค้ามาสด้า และบุคคลทั่วไป ตระหนักถึงรายละเอียดของความสุขเล็ก ๆ รอบตัว ตลอดจนมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์ในการใช้ชีวิต โดยสื่อสารผ่านแคมเปญ 2 ช่วง เริ่มจากการสร้างความตระหนักถึงการค้นหาความสุขที่แท้จริงในชีวิต พร้อมสร้างความเชื่อมโยงการสื่อสารคุณค่าและภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ผ่าน Joy หรือ รายละเอียดของความสุขที่ขับเคลื่อนชีวิต โดยเชิญชวนลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายร่วมค้นหารายละเอียดของชีวิตผ่านแบบทดสอบ Mazda Joy Quiz เพื่อรับรู้ถึงความสุขของตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ ตามด้วยการสร้างการรับรู้ในความหมายใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการสื่อสาร “JOY DRIVES LIVES” อย่างเต็มรูปแบบในทุกช่องทาง สิ่งเหล่านี้จะเป็นนิยามใหม่ของภาพลักษณ์แบรนด์มาสด้า เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยมีมาสด้าเป็นหัวใจหลักในการสร้างความเชื่อมโยง
การสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ภายใต้สโลแกน “JOY DRIVES LIVES” ตอกย้ำถึงการเดินหน้าสู่มิติใหม่ของการส่งมอบประสบการณ์ลูกค้า ที่มาสด้าตั้งใจยกระดับให้ดียิ่งขึ้นในทุกบริบท เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าในรูปแบบใหม่ และนำมาพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน รวมถึงการเริ่มต้นปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย (Business Transformation) โดยมุ่งเน้นและให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้า เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ จะนำมาซึ่งคุณค่าและความสุขในการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า
สำหรับลูกค้ามาสด้า หรือผู้ที่สนใจ หากต้องการค้นหาความสุขในชีวิต เชิญรับชมภาพภาพยนต์โฆษณาภายใต้สโลแกน “JOY DRIVES LIVES” ผ่านช่องทาง Mazda official Website
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
“โทนี่ โบ” สุดแกร่ง! ทะยานนำอันดับ 1 ตารางคะแนนชิงแชมป์โลก ศึก X-Trial สนาม 6 ที่เวียนนา

“โทนี่ โบ” ยอดนักขับไต่เขาชาวสเปนจาก Repsol Honda HRC ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ต้องพบกับนัดชิงชนะเลิศสุดเข้มข้นจากความแข็งแกร่งของคู่แข่งในเรซตัดสิน คว้าชัยชนะพร้อมเก็บคะแนนสะสม ฉีกช่องว่างในตารางแชมเปี้ยนชิพออกไปอีกครั้งก่อนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ในการแข่งขัน X-Trial 2025 สนามที่ 6 ที่นอยสตัดท์ เวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อสุดสัปดาห์ผ่านมา

ทักษะระดับสูงของ “โทนี่ โบ” เหนือกว่าคู่แข่งตั้งแต่รอบการคัดเลือก รั้งอันดับ 1 ตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ทางด้านของ “กาเบียล มาเซลลี่” เพื่อนร่วมทีม ก็มีผลงานระดับสูงเช่นกัน เก็บอันดับที่ 3 ในรอบคัดเลือก ตีตั๋วเข้าไปสมทบในรอบชิงชนะเลิศ

การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศดวลกันอย่างสุดดุเดือด เมื่อเป็นเกมที่สูสีและผลงานเบียดกันแบบเซสชั่นต่อเซสชั่น ก่อนที่ “โทนี่ โบ”จะเฉือนคว้าชัยชนะไปได้ในที่สุด เป็นการคว้าชัยชนะครั้งที่ 90 ของเจ้าตัวในการแข่งขันแบบในร่ม รายการ X-Trial แชมเปี้ยนชิพ โดยมี “กาเบียล มาเซลลี่” จบอันดับที่ 3 บนโพเดียม หลังจบการแข่งขันสนามนี้ “โทนี่ โบ” ทะยานฉีกช่องว่างในตารางคะแนนสะสมออกไปอีก โดยตอนนี้เก็บไปแล้ว 115 คะแนน ปักหลักในอันดับผู้นำอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่“กาเบียล มาเซลลี่” เพื่อนร่วมทีม อยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยคะแนนสะสม 63 คะแนน

ทั้งนี้ การแข่งขัน X-Trial 2025 สนามที่ 7 จะไปแข่งขันกันรายการ X-Trial France ที่ คาฮอร์ส ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 22 มีนาคม นี้
#ThaiHonda #HRC #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #MotorSport #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaRacingCorporation #FIMTrailGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า สานต่อโครงการ “ไทยฮอนด้าปลูกเปลี่ยนฟ้า” สร้างพื้นที่สีเขียวต่อเนื่องเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ณ ชุมชนพัฒนาชนบท 4

ไทยฮอนด้า จัดโครงการ “ไทยฮอนด้าปลูกเปลี่ยนฟ้า (Tree for Blue Sky)” อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ณ ชุมชนย่านถนนพัฒนาชนบท 4 นำโดย คุณศราวุธ รุ่งเรือง ผู้จัดการทั่วไปสายงานบริหารจัดการทั่วไป บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด พร้อมด้วยทีมจิตอาสาและตัวแทนจากหลายภาคส่วนกว่า 80 ท่าน ร่วมกันปลูกต้นไม้อินทนิลน้ำจำนวน 100 ต้น เพื่อขยายพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนที่อยู่อาศัยและให้ความร่มรื่นสำหรับทุกคน

โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการขยายพื้นที่สีเขียว เพื่อลดมลพิษทางอากาศและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ตลอดจนปล่อยออกซิเจนเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชุมชนและภาคเอกชนในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน

การดำเนินงานของโครงการเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งได้ปลูกต้นไม้รวมกว่า 400 ต้น ใน 3 แหล่งชุมชน ได้แก่ ชุมชนวัดทองสัมฤทธิ์ ปลูกต้นทองอุไร 220 ต้น ชุมชนบึงบัว ปลูกต้นราชพฤกษ์ 40 ต้น และต้นแคนา 40 ต้น และชุมชนเลียบคลองมอญ ปลูกต้นอินทนิลน้ำ 100 ต้น รวมกับกิจกรรมล่าสุดทำให้จำนวนต้นไม้ที่ปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 500 ต้น นอกจากนี้ ไทยฮอนด้ายังคงยึดมั่นในเป้าหมายการขยายพื้นที่สีเขียวตลอดทั้งปีนี้และปีต่อ ๆ ไป ไทยฮอนด้ามุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนผ่านโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม พร้อมสานต่อแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อโลกที่ดีกว่า

#ไทยฮอนด้าปลูกเปลี่ยนฟ้า #TreeforBlueSky
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
เจาะลึก New Trident 660 และ New Tiger Sport 660 จากไทรอัมพ์ เทคโนโลยีล้ำ เครื่องยนต์ทรงพลัง ขี่สนุก พร้อมลุยทุกจุดหมาย

เมื่อกล่าวถึงรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สามสูบขนาด 660 ซีซีแล้วนั้น ยากที่จะปฏิเสธได้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับผู้ที่หลงใหลรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ ด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างสมรรถนะและความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

ล่าสุดไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้เปิดตัว 2 รถจักรยานยนต์สามสูบขนาด 660 ซีซี รุ่นใหม่สำหรับปี 2025 ได้แก่ New Trident 660 รถจักรยานยนต์ในกลุ่ม Roadsters ที่ได้อัปเกรดให้มีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นเพื่อผู้ขับขี่มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมทั้งปรับปรุงระบบกันสะเทือนเพื่อความคล่องตัวที่มากขึ้น และ

New Tiger Sport 660 รถจักรยานยนต์ในกลุ่ม Adventure Sport Touring ที่มาพร้อมการควบคุมที่คล่องตัวยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ที่เน้นผู้ขับขี่เป็นหลัก ส่งมอบความสนุกสนานให้กับทุกการเดินทาง โดยครั้งนี้จะขอพาทุกคนไปเจาะลึกชมจุดเด่นของทั้ง 2 รุ่น ก่อนจะไปพบกับคันจริง และจับจองเป็นเจ้าของได้ภายในงาน Bangkok International Motor Show 2025 ที่กำลังจะจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2568 – วันที่ 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี
อัปเกรดอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีสนับสนุนผู้ขี่ระดับแนวหน้า

สำหรับ New Trident 660 และ New Tiger Sport 660 เป็น 2 รถจักรยานยนต์จากไทรอัมพ์ ที่ได้รับการเพิ่มเทคโนโลยีสนับสนุนผู้ขี่ ซึ่งติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อให้การขับขี่เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น อาทิ ระบบ Optimised Cornering ABS ระบบ Triumph Shift Assist ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ และ Cruise Control ที่ช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ ตลอดจนจอแสดงผลแบบ TFT ที่ได้รับการติดตั้งระบบ My Triumph Bluetooth Connectivity เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมโทรศัพท์ เพลง และสามารถใช้ระบบนำทางแบบ Turn-by-turn ได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ที่เพิ่มโหมด Sport ใหม่ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจและควบคุมรถจักรยานยนต์ได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจุดหมายปลายทางจะเป็นที่ใด
เครื่องยนต์สามสูบ 660 ซีซี อันทรงพลังของไทรอัมพ์ ตอบสนองฉับไว เร่งได้ทันใจ สนุกทุกการขับขี่

โดย New Trident 660 มาพร้อมขุมกำลังเครื่องยนต์สามสูบขนาด 660 ซีซี ที่มีความยืดหยุ่นสูง ให้พละกำลังสูงสุดที่ 81 แรงม้า ที่ 10,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ทำให้ได้เสียงเครื่องยนต์สามสูบที่ทรงพลังและเร้าใจ เมื่อผสมผสานแรงบิดที่ช่วงรอบต่ำเข้ากับกำลังที่ช่วงรอบกลาง และการพุ่งทะยานอย่างเร้าใจที่รอบเครื่องสูงสุด เสริมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์สนับสนุนการขับขี่ จึงมอบการควบคุมอย่างเหนือชั้น โดยคงคาแรคเตอร์ความเป็นรถ Roadster ที่ขี่สนุกเอาไว้ ในขณะที่ New Tiger Sport 660 ได้พัฒนาเพื่อเพิ่มความผจญภัยให้กับการเดินทางทั้งในเมืองและแบบทัวร์ริ่ง เครื่องยนต์สามสูบขนาด 660 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 81 แรงม้าที่ 10,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที มอบกำลังที่นุ่มนวล การตอบสนองฉับไว ต่อเนื่องในทุกครั้งที่บิดคันเร่ง รวมถึงมอบเสียงเครื่องยนต์ที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มตลอดทุกการเดินทาง
การควบคุมที่ส่งมอบความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือโปร

ในขณะที่การควบคุมรถส่งมอบความมั่นใจ โดย New Trident 660 มีตำแหน่งการขับขี่ที่เป็นธรรมชาติด้วยความสูงของเบาะที่เข้าถึงได้ง่ายที่ 805 มม. และความกว้างของเบาะที่แคบทำให้เท้าของผู้ใช้งานสามารถสัมผัสพื้นได้ ขณะที่ความสมดุลของตัวรถ มีระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง Slip & Assist รวมถึงระบบส่งกำลังที่นุ่มนวล ด้านระบบกันสะเทือนคุณภาพสูงและเบรกอันทรงพลัง มาพร้อมโช้คหน้าหัวกลับ Showa ขนาด 41 มม. ซึ่งได้รับการอัปเกรดด้วยระบบกันสะเทือน Showa SFF-BF แบบลูกสูบใหญ่ เพื่อความสบายและการควบคุมที่ดียิ่งขึ้น และระบบกันสะเทือนหลัง Showa แบบปรับพรีโหลดได้ รวมถึงจานเบรกคู่ Nissin ขนาด 310 มม. ตลอดจนยาง Michelin Road 5 ที่เกาะถนนได้ยอดเยี่ยม

ส่วน New Tiger Sport 660 ได้รับการออกแบบให้เหมาะสำหรับการเดินทางทั้งใกล้และไกล รวมถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยมีการบังคับรถที่ช่วยให้ผู้ขี่มั่นใจด้วยน้ำหนักเปียกเพียง 207 กก. ด้านการควบคุมมีโช้คหัวกลับจาก Showa ขนาด 41 มม. เมื่อจับคู่กับยาง Michelin Road 5 ให้การยึดเกาะที่เหนือชั้นในทุกสภาพถนน ส่วนจานเบรกขนาด 310 มม. พร้อมคาลิปเปอร์เบรกจาก Nissin ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความคล่องตัวในการขับขี่ อีกทั้งความสูงเบาะนั่ง 835 มม. ไม่ว่าจะลัดเลาะในสภาพการจราจรในเมืองที่ติดขัด หรือเส้นทางโค้งทอดยาวอย่างรวดเร็ว เมื่อผสานระบบกันสะเทือนหลังแบบโมโนช็อคของ Showa ที่ปรับพรีโหลดได้ ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะขับขี่คนเดียวหรือมีผู้ซ้อนท้าย
สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มาพร้อมความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ

ส่วนด้านการออกแบบ New Trident 660 มาในสไตล์ Retro-modern อันเป็นเอกลักษณ์ของ Trident ผสานความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ไร้ที่ติของไทรอัมพ์ ทำให้รถรุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายและรูปลักษณ์ที่ทรงพลังอัน รวมถึงมีอุปกรณ์เสริมแท้ไทรอัมพ์ที่มีให้เลือกถึง 45 รายการ ให้ไปตกแต่งรถได้ตามสไตล์ผู้ขับขี่ และมีสีและธีมกราฟิกใหม่ให้เลือก ได้แก่ สี Cosmic Yellow, Cobalt Blue และ Diablo Red ซึ่งมาพร้อมสี Sapphire Black และคาดแถบเฉียงสีขาว รวมถึงมีสี Jet Black ขณะที่ New Tiger Sport 660 มีให้เลือกทั้งสี Sapphire Black หรืออีก 3 สีสุดพรีเมียม ได้แก่ Roulette Green, Carnival Red และ Crystal White ตลอดจนลูกค้าสามารถปรับแต่งรถได้ตามสไตล์เฉพาะตัวเช่นกันโดยมีอุปกรณ์เสริมแท้ให้เลือกมากกว่า 40 รายการ ทั้ง 2 รุ่น แม้จัดเต็มด้านเทคโนโลยีแต่มาพร้อมราคาเปิดตัวด้วยราคาเดิม โดย New Trident 660 ราคาเปิดตัวที่ 319,000 บาท และ New Tiger Sport 660 ราคาเปิดตัวที่ 359,000 บาท
นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ โดยมีระยะเวลาเข้ารับบริการที่อยู่ที่ 16,000 กม. หรือ 12 เดือนอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และการรับประกันไม่จำกัดระยะทาง 2 ปี ครอบคลุมไปถึงอุปกรณ์เสริมแท้ของไทรอัมพ์ ปิดท้ายด้วยโปรโมชันของทั้งสองรุ่น รับฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมข้อเสนอทางการเงินมูลค่า 17,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 6 เมษายน 2568 เท่านั้น ซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ 13 แห่งทั่วประเทศ
สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.triumphmotorcycles.co.th ตลอดจนติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“ทิม ไกเซอร์” บิด Honda CRF450R ตะลุยเกมสุดหินกดดับเบิ้ลวินเนอร์ MXGP สนาม 2 ที่โคซาร์

“ทิม ไกเซอร์” ยอดนักบิดชาวสโลวเนียจาก Team HRC โชว์ศักยภาพที่เหนือชั้นของยอดรถแข่ง Honda CRF450R เหมาชัยชนะทั้ง 2 เรซ เก็บคะแนนสะสมพร้อมคว้าอันดับที่ 1 ในตารางแชมเปี้ยนชิพ ในศึก MXGP 2025 สนาม 2 ที่โคซาร์ ประเทศสเปน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การแข่งขันเรซที่ 1 สภาพสนามสุดโหดเต็มไปด้วยโคลนลึก “ทิม ไกเซอร์” หมายเลข 243 คว้า Honda CRF450R แสดงสมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่งควบคุมเรซนี้เอาไว้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบเกม ขึ้นรั้งอันดับที่ 1 ตามมาด้วยทีมเมทอย่าง “รูเบน เฟอร์นานเดซ” หมายเลข 70 ขึ้นรั้งในอันดับที่ 2

การแข่งขันเรซที่ 2 ออกสตาร์ตได้ไม่ดีนัก เพิ่มความท้าทายอย่างมากในเรซนี้ “ทิม ไกเซอร์” หมายเลข 243 ต้องออกแรงไล่ล่าและเก็บตำแหน่งจากคู่แข่ง ไล่ทำอันดับท่างกลางสภาพสนามที่สุดหิน ตอกย้ำความเหนือชั้นคว้าชัยชนะได้อีกครั้ง ทางด้าน “รูเบน เฟอร์นานเดซ” หมายเลข 70 ตามเข้าเส้นชัยมาในอันดับที่ 12

การเหมาชัยชนะในสนามนี้ทั้ง 2 เรซของ “ทิม ไกเซอร์” เก็บคะแนนสะสมขึ้นนำเป็นอันดับที่ 1 ในตารางแชมเปี้ยนชิพด้วยคะแนนสะสม 108 คะแนน ขณะที่ทีมเมท “รูเบน เฟอร์นานเดซ” เก็บคะแนนสะสม 53 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับที่ 8 ของแชมเปี้ยนชิพ

ทั้งนี้ ศึก MXGP2025 สนามที่ 3 จะดวลกันต่อเนื่องในระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม นี้ ในรายการ MXGP of Europe ที่เซนต์ ฌอง ดานเจลี ประเทศฝรั่งเศส
#ThaiHonda #MotorSport #MXGP #HRC #Honda #HondaMotorcycle #CRF450R #HondaCRF
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
TAPA 2025 งานแสดงสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก โอกาสครั้งสำคัญเพื่อความสำเร็จแห่งธุรกิจ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสมาคมในอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ เตรียมจัดงานแสดงสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 2568 หรือ TAPA 2025 โอกาสที่พลาดไม่ได้สำหรับนักธุรกิจและผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อจับคู่เจรจาการค้า ต่อยอดความสำเร็จทางธุรกิจ เรียนรู้และอัปเดตเทรนด์ใหม่ผ่านเวทีเสวนาสุดเข้มข้น พร้อมชมศักยภาพประเทศไทยกับโซนจัดแสดงสินค้าไฮไลต์ ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2568 ณ Hall EH101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า “ในปี 2567 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ถึง 15,491.40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 543,640.51 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.15 ของมูลค่าการส่งออกรวมทั้งประเทศ โดยตลาดส่งออกสำคัญได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาเลเซีย แอฟริกาใต้ และอินโดนีเซีย สินค้าชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ของไทยนั้นมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก สามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ เนื่องจากเรามีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งยาวนานมากว่า 50 ปี ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ สามารถผลิตชิ้นส่วนสำหรับยานยนต์ได้ทุกชิ้นส่วน”

งานแสดงสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง หรืองาน TAPA จัดขึ้นต่อเนื่องมากว่า 2 ทศวรรษ เพื่อเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการแสดงศักยภาพความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง ต่อผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก รวมถึงนักธุรกิจจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรและต่อยอดธุรกิจในระดับสากล รวมทั้งเป็นเวทีเจรจาการค้าและเปิดตัวสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยภายในงานรวบรวมสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง จากผู้ประกอบการไทยและต่างชาติมาร่วมจัดแสดงอย่างครบวงจร จนได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก หรือ World Auto Parts Sourcing Hub
งานแสดงสินค้า TAPA 2025 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Sustainable for the Future แสดงทิศทางของอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งของโลก ที่จะพัฒนาขึ้น โดยมุ่งเน้นความยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 500 รายจากทั่วทุกมุมโลก ในคูหาแสดงสินค้ามากกว่า 1,000 คูหา
บนพื้นที่จัดงานกว่า 20,000 ตารางเมตร
ภายในงานยังมี Highlight Zone ประกอบด้วย โซนสัมมนาและเสวนา เรียนรู้และอัปเดตเทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านเวทีเสวนาสุดเข้มข้น ที่รวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับแนวหน้ามาให้ความรู้แบบเจาะลึก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุด แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ถาม-ตอบและแลกเปลี่ยนมุมมองกับวิทยากรโดยตรง และโซนจัดแสดงสินค้าไฮไลต์ พบกับสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งคุณภาพสูงจากผู้ผลิตชั้นนำ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคต ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน หรือผู้ที่สนใจอุตสาหกรรมนี้ โซนนี้จะทำให้คุณได้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวว่า ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยต้องบูรณาการกลยุทธ์ ESG และพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์เชิงนิเวศให้สอดคล้องกับแนวโน้มโลก ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต้องใช้แนวทาง Multiple Track โดยรักษาสมดุลระหว่างเครื่องยนต์สันดาปที่สะอาด (Clean ICE) และยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) นโยบายนี้จะทำให้ไทยเป็น “Last Man Standing” ในการผลิตรถยนต์ ICE พร้อมสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
นายภาณุวัฒน์ มาลสุขุม เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ทดแทนไทย (TAPAA) กล่าวว่า ในปี 2568 คาดว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ประเภท Aftermarket จะยังคงเติบโตได้ โดยมีแนวโน้มที่ดีจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า และ การเพิ่มขึ้นของความต้องการซ่อมบำรุงยานยนต์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากความขัดแย้งต่างๆ เพื่อปรับตัวและวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการดำเนินธุรกิจ
นายชนินทร์ ขาวจันทร์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (THAI SUBCON) กล่าวว่า การผลิตยานยนต์ในประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญ และมีระบบห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งในระดับภูมิภาคอาเซียนไปจนถึงระดับโลก โดยเฉพาะในด้านการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และการประกอบยานยนต์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ ไทยเรามีฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนขนาดใหญ่และขนาดกลางจำนวนมาก ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ รวมถึงการลงทุนจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ทั้งรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศหลากหลายค่าย อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนที่หลากหลายและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้
นายศักดิ์ศิริ วิกรมธรรมกุล นายกสมาคมผู้ค้าอะไหล่วรจักร (WASA) กล่าวว่า ย่านวรจักรเป็นแหล่งรวมของสินค้าประเภทอะไหล่รถยนต์, มอเตอร์ไซค์, อะไหล่เครื่องจักร ที่มีความหลากหลายเป็นแหล่งที่ผู้ค้าปลีกและผู้ค้าส่งสามารถหาสินค้าหรืออะไหล่ในราคาที่เหมาะสมได้ ในแง่ของการกระจายสินค้า ย่านวรจักรไม่ได้มีการขายเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าอะไหล่ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายการขนส่งที่สามารถส่งสินค้าไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
พบกันในงาน TAPA 2025 ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2568 โดยวันที่ 5 เมษายนจะเป็นวันจำหน่ายปลีก ณ Hall EH101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาคลิก www.thailandautopartsfair.com
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
OMODA & JAECOO มอบข้อเสนอ Motor Show Deal สำหรับ JAECOO 6 EV ที่จะทำให้การเป็นเจ้าของ JAECOO 6 EV แบบไม่ต้องรอตัดสินใจ

OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ส่งมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถไฟฟ้า JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด ที่ผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ ONE BOX STYLE พร้อมท้าทายทุกเส้นทางอย่าง ไร้ขอบเขต ได้รับการยกย่องในด้านสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย ทำให้ได้รับรางวัล “BEST OFF ROAD EV” ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษนี้ จะทำให้การเป็นเจ้าของด้วยโปรโมชัน Motor Show Deal รถไฟฟ้าคันใหม่แบบไม่ต้องรอตัดสินใจ ตั้งแต่ 14 มีนาคม – 30 เมษายน2568 นี้เท่านั้น
JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด ที่ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งด้านความสวยงามที่มาพร้อมคุณประโยชน์การใช้สอย จนสามารถคว้ารางวัล “BEST OFF ROAD EV” จากเวที CAR OF THE YEAR 2025 ซึ่ง JAECOO 6 EV ได้ผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ ONE BOX STYLE แบบแนวคิด “OFF-ROAD TRENDY” ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งอนาคต พร้อมท้าทายทุกเส้นทางอย่างไร้ขอบเขต สัมผัสความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากขึ้นกับโหมดการขับขี่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสภาพถนน ตั้งแต่การขับในเมืองที่แสนวุ่นวายไปจนถึงเส้นทางที่ยากลำบาก ให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ เปิดประสบการณ์และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้ชีวิต มั่นใจในทุกการเดินทางไปกับระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงจาก JAECOO 6 EV

Motor Show Deal กับ JAECOO 6 EV ที่มาพร้อมกับส่วนลด 100,000 บาท*
ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี*
ฟรี! Home Charger พร้อมติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท*
พร้อมรับข้อเสนอเดียวกับมอเตอร์โชว์*
JAECOO 6 EV มีให้เลือก 2 รุ่น
- รุ่น Long Range 4WD: สมรรถนะ 279 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 418 กม. (NEDC) พร้อม 9 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom, All road, Slippery, Beach, Muddy, Bumpy) ราคาหลังส่วนลด 1,149,000 บาท (จาก 1,249,000 บาท)
- รุ่น Long Range 2WD: สมรรถนะ 184 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 426 กม. (NEDC) พร้อม 4 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom) ราคาหลังส่วนลด 999,000 บาท (จาก 1,099,000 บาท)

พร้อมรับข้อเสนออื่นๆ เดียวกันกับมอเตอร์โชว์*
– ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่า 21,000 บาท*
-ฟรี! Home Charger พร้อมติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท*
-ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มูลค่า 10,000 บาท*
-ฟรี! Application T-Box service 5 ปี มูลค่า 5,000 บาท*
-ฟรี! พรม JAECOO มูลค่า 1,500 บาท ยี่ห้อและชนิดของพรมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*
-ฟรี! การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) *
- การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
- การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
- การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)
-ฟรี! สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า (V-to-L) *
-ฟรี! สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger*
*หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*เงื่อนไขแต่ละข้อเสนอพิเศษมีเนื้อหาและช่วงเวลาที่มีความแตกต่าง แต่ทั้งนี้เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และ บางข้อเสนอพิเศษนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการโปรโมชันอื่นๆ ได้
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WWW.OMODAJAECOO.CO.TH หรือสอบถามรายละเอียดได้ โทร. 02-020-8888 หรือที่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine







































































































































































