• Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

    1 Min Read

    Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

    คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ (รูป1 ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าราชการ จังหวัดชลบุรี, นายบรรลือ กุลละวณิชย์ (รูป2 ที่ 4 จากขวา) ประธาน สภาเมืองพัทยา  และ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (รูป2 ที่ 5 จากขวา) นายก เมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา

    พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา 

     

    ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่

     

    เฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า ร่วม สพฐ. จุดพลังสามัคคี “วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21” รอบชิงฯ โรงเรียนอามานะศักดิ์ (ทีม A) พลิกจากอันดับ 3 ปีที่ผ่านมา ผงาดแชมป์ประเทศไทย คว้าถ้วยพระราชทานฯ

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า ร่วม สพฐ. จุดพลังสามัคคี “วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21” รอบชิงฯ โรงเรียนอามานะศักดิ์ (ทีม A) พลิกจากอันดับ 3 ปีที่ผ่านมา ผงาดแชมป์ประเทศไทย

    คว้าถ้วยพระราชทานฯ

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการแข่งขัน “สพฐ.–ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21″ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรมแก่เด็กและเยาวชนไทย โดยรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปีการศึกษา 2568 ได้จัดขึ้น ณ สนามฟุตบอล การกีฬาแห่งประเทศไทย 1 (หัวหมาก)

    ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “กีฬาวิ่ง 31 ขา ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านความเร็วเท่านั้น แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยหล่อหลอมให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องความสามัคคี ความมีวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการรู้แพ้ รู้ชนะ ควบคู่กับการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ไทยฮอนด้ารู้สึกยินดีที่ได้สนับสนุนกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และขอชื่นชมทุกทีมที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมเพรียงเป็นหนึ่งเดียว”

    “การแข่งขันในปีที่ 21 นี้ ยังคงจัดขึ้นภายใต้โครงการไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนผ่านกิจกรรมกีฬาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด และทักษะการทำงานร่วมกัน ในปีนี้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 200 ทีม จากทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการได้จัดการแข่งขันในระดับจังหวัด และคัดเลือกทีมที่ทำเวลาดีที่สุดจำนวน 20 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ นับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน มีเยาวชนเข้าร่วมแล้วกว่า 510,000 คน และยังคงได้รับความสนใจจากสถานศึกษาทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับรอบชิงชนะเลิศในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเยาวชนที่ได้เข้าชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนับเป็นเกียรติอันสูงสุดของการแข่งขันครั้งนี้”

    สำหรับกติกาการแข่งขันวิ่ง 31 ขา กำหนดให้แต่ละทีมประกอบด้วยนักกีฬา 30 คน โดยมีหัวหน้าทีม 1 คน พร้อมนักกีฬาสำรอง 4 คน และครูผู้ฝึกสอน 1-3 คน โดยนักกีฬาทั้ง 30 คนจะต้องผูกขาเข้าด้วยกัน และวิ่งระยะทาง 50 เมตร ให้เข้าเส้นชัยพร้อมกันให้เร็วที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความสามัคคี การประสานงาน และการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

    การแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทยปีนี้ เต็มไปด้วยความเข้มข้นและพลังทีมเวิร์กที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น โดยผลการแข่งขันมีดังนี้

    • ชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนอามานะศักดิ์ (ทีม A) จังหวัดปัตตานี สนับสนุนโดย บริษัท อริยะมอเตอร์ (ปัตตานี) จำกัด ทำเวลาเร็วที่สุด 8.822 วินาที

    สร้างบทพิสูจน์แห่งพลังสามัคคี พลิกจากอันดับ 3 ในปีที่ผ่านมา สู่การคว้าแชมป์ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่

    • รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านริมใต้ จังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนโดย บริษัท นัติมอเตอร์ จำกัด ทำเวลา 8.998 วินาที
    • รองชนะเลิศอันดับ 3 โรงเรียนบ้านละหานทราย (คุรุราษฎร์บำรุงวิทยา) จังหวัดบุรีรัมย์สนับสนุนโดย บริษัท บุรีรัมย์ยนตรการ จำกัด ทำเวลา 9.153 วินาที

     

    ทั้งนี้ กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี เริ่มต้นขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2538 เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ต่อมาในปี 2548 กีฬานี้ได้ถูกนำมาจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และภายหลัง บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขยายการแข่งขันสู่โรงเรียนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนไทยได้พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ฝึกความอดทน ความมุ่งมั่น และการมีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญในการเติบโตเป็นบุคลากรและผู้นำที่มีคุณภาพในอนาคต

     

    ติดตามความเคลื่อนไหว และผลการแข่งขัน “สพฐ.-ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี” ได้ที่ www.facebook.com/honda31legs

    #ฮอนด้าวิ่ง31ขา #ก้าวกล้าสามัคคีสัญจร #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • กทม. จับมือ GIZ เปิดสนามทดลอง “EV เพื่อพี่วิน” ข้อมูลชี้ EV ลดต้นทุนพี่วินได้ถึง 7 เท่าต่อปี ลดฝุ่นเมืองได้ 16 ตันต่อปี

    1 Min Read

    กทม. จับมือ GIZ เปิดสนามทดลอง “EV เพื่อพี่วิน” ข้อมูลชี้ EV ลดต้นทุนพี่วินได้ถึง 7 เท่าต่อปี ลดฝุ่นเมืองได้ 16 ตันต่อปี

    กรุงเทพมหานคร ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ผ่านโครงการความร่วมมือไทย–เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) ประกาศเปิดตัวโครงการ “EV เพื่อพี่วิน” อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด Win–Win–Win ที่เมืองได้ประโยชน์ ผู้ขับขี่ลดต้นทุน และสิ่งแวดล้อมดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผลการศึกษาจากโครงการ TGC EMC ชี้ให้เห็นว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสามารถช่วยลดต้นทุนผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 7 เท่า เหลือเพียงราว 7,200 บาทต่อปี
    และลดฝุ่น PM2.5 ได้ประมาณ 16 ตันต่อปี

    โครงการ “EV เพื่อพี่วิน” โดยกรุงเทพมหานครและ GIZ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ภายใต้โครงการ TGC EMC มุ่งเดินหน้าแก้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการวินมอเตอร์ไซค์หันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการทดลองโมเดลเช่าขับในอัตรา 75-140 บาทต่อวัน ควบคู่กับการจัดเตรียมระบบอัดประจุทั้งแบบชาร์จและสลับแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องรอชาร์จ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์และพนักงานกวาดถนนของ กทม. กว่า 200 คนในเขตดินแดงและพญาไท ร่วมทดลองขับและรับข้อมูลด้านต้นทุน การดูแลรักษา และระบบสนับสนุนที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ก่อนคัดเลือก 30 คนให้ทดลองใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับการพัฒนาแนวทางขยายผลในระดับเมือง

    จากงานศึกษาโดยโครงการ TGC EMC  พบว่าวินมอเตอร์ไซค์กว่า 89,000 คน ที่กระจายอยู่มากกว่า 5,300 จุด ทำหน้าที่เป็น “ขนส่งเส้นเลือดฝอย” ที่ทำให้ระบบขนส่งหลักของเมืองดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ระบบการเดินทางที่ยังพึ่งพาน้ำมันเป็นหลักก็สร้างต้นทุนทั้งค่าครองชีพของคนเมืองโดยรวมและมลพิษทางอากาศ ซึ่งคิดเป็นการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 80,000-100,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และ PM2.5 ประมาณ 16 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการเผานาประมาณ 3,800 ไร่ หรือเท่ากับฝุ่นที่ปล่อยจากรถเมล์แดง (รุ่นเก่า) ประมาณ 250-300 คัน ที่วิ่งให้บริการตลอดทั้งปี

    รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ของกรุงเทพฯ ต้องอาศัยแนวทางที่ทำได้จริงและต่อยอดเป็นนโยบายได้ โครงการ ‘EV เพื่อพี่วิน’ จึงถูกออกแบบเป็นโครงการนำร่อง เพื่อทดสอบการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในระดับปฏิบัติการจริง โดยเริ่มจากวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ที่มีโครงสร้างเมืองที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอย ขณะเดียวกัน กทม. ตระหนักว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังมาจากแหล่งอื่น ๆ เช่น รถเมล์และรถบรรทุก ซึ่งต้องแก้ไขควบคู่กันอย่างเป็นระบบ โดยหวังว่าผลจากโครงการนี้จะช่วยให้เมืองพัฒนามาตรการที่เหมาะสมที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับขนส่งรูปแบบอื่น ๆ ในเมือง และช่วยให้กรุงเทพฯ เดินหน้าสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม”

    ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่กำหนดกรอบทิศทางของโครงการ โดยสำนักสิ่งแวดล้อมดูแลการเชื่อมโยงข้อมูลด้านฝุ่น PM2.5 และผลกระทบด้านสุขภาพ ขณะที่สำนักการจราจรและขนส่งรับผิดชอบการเชื่อมต่อกับระบบวิน จุดจอด และการใช้งานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในพื้นที่จริง เพื่อให้ผลการทดลองสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และต่อยอดการขยายผลในระดับเมืองต่อไป

    ดร.โดมินิกา คาลินอฟสกา ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง ประเทศไทย จาก GIZ เปิดเผยว่า “ผลการศึกษาวินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ พบว่า ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สันดาปมีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเฉลี่ยราว 19,000-49,000 บาทต่อปี ขณะที่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายลดลงสูงสุด 7 เท่า เหลือเพียงประมาณ 7,200 บาทต่อปี ช่วยเพิ่มรายได้สุทธิและลดภาระให้ผู้ขับขี่ พร้อมลดฝุ่น PM2.5 ในเมืองได้ราว 16 ตันต่อปี อย่างไรก็ตาม แม้ EV จะได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ผู้ขับขี่จำนวนมากยังกังวลถึงข้อจำกัดด้านราคาตัวรถ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบแบตเตอรี่ และความเหมาะสมต่อการใช้งานจริง

    ด้วยเหตุนี้ นอกจากการทดลองนวัตกรรมและแนวทางร่วมกับวินมอเตอร์ไซค์แล้ว โครงการ ‘EV เพื่อพี่วิน’ ยังได้ร่วมกับ ผู้ประกอบการผลิตและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ข้อกังวลดังกล่าวโดยตรง ครอบคลุมระบบแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุง และสถานีสลับแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องรอชาร์จ ทำให้ทำงานรับ-ส่งได้ต่อเนื่องไม่สะดุด ปักหมุดย่านดินแดงและพญาไท ควบคู่กับการทดสอบโมเดลเช่าขับรายวัน ในอัตราเริ่มต้นที่ 75 บาท และแนวทางสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารออมสิน ในรูปแบบ Green loan หรือการเช่าซื้อ เพื่อลดอุปสรรคในการตัดสินใจและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในระยะยาว”

    ด้าน คุณสามารถ ดรบุราณ ประธานวินมอเตอร์ไซค์บางกรวย ที่เข้าร่วมโครงการนำร่องเล่าว่า “ที่ผ่านมา วินหลายคนไม่ได้ไม่อยากใช้ EV แต่ไม่กล้าเปลี่ยน เพราะต้นทุนสูง กลัวเรื่องการชาร์จ กลัวรถไม่พอวิ่งทั้งวัน ถ้าต้องจอดรถนานก็หมายถึงรายได้ที่หายไป การทำงานของวินคือหาเงินเป็นรอบ ๆ แต่พอได้ทดลองใช้งานจริง ค่าใช้จ่ายลดลงชัดเจน และระบบชาร์จหรือสลับแบตเตอรี่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ทำให้ยังทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่กระทบรายได้ระหว่างวัน จนเริ่มเห็นว่า EV เป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริง และช่วยลดภาระต้นทุนในชีวิตประจำวันของคนทำงานอย่างเราได้จริง”

    โครงการ “EV เพื่อพี่วิน” ถือเป็นการขยับจากการพูดถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 สู่การลงมือแก้ไขบนท้องถนนจริง ด้วยการใช้ข้อมูลจากการใช้งานจริงของพี่วินเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อพิสูจน์ว่าโมเดล Win–Win–Win ที่ผู้ขับขี่ลดต้นทุน คนเมืองได้อากาศที่ดีขึ้น และเมืองก้าวสู่ความยั่งยืน สามารถเกิดขึ้นได้จริง ทั้งนี้ โครงการมีกำหนดเริ่มการทดลองในเดือนมีนาคม 2569 ก่อนต่อยอดสู่การขยายผลในระดับนโยบายของกรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการผลักดันเมืองคาร์บอนต่ำในระยะยาว

    คุณอินซ่า อิลเก้น ผู้อำนวยการโครงการ TGC EMC จาก GIZ กล่าวว่า “ความร่วมมือจากคนขับวินมอเตอร์ไซค์ทุกคนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อความสำเร็จของโครงการ โดยประสบการณ์ ข้อคิดเห็น และความเชื่อมั่นของทุกท่านมีส่วนช่วยกำหนดทิศทางของโครงการนี้ในอนาคต วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางขององค์กรภาคีจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเงิน  ที่ต้องอาศัยความร่วมมือ นวัตกรรม และความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการมุ่งสู่คมนาคมไฟฟ้าอย่างยั่งยืนโดยโครงการ TGC EMC พร้อมสนับสนุนความมุ่งมั่นของกรุงเทพมหานครในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พัฒนาคุณภาพอากาศและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผ่านแนวทางการขนส่งที่ยั่งยืนต่อไป”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โมตุลเปิดตัว NGEN Hybrid ทางเลือกที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่

    1 Min Read

    โมตุลเปิดตัว NGEN Hybrid ทางเลือกที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่

    โมตุล ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมน้ำมันหล่อลื่น และผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องสมรรถนะสูง ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “NGEN Hybrid” ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลิตภัณฑ์ล่าสุดภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ NGEN ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนของแบรนด์ NGEN Hybrid ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ รถยนต์ไฮบริด (HEV) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริด ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ และสนับสนุนให้ผู้ขับขี่เดินทางได้ไกลยิ่งขึ้นในทุกหยดของน้ำมัน โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่าง สมรรถนะสูงสุด และ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ได้อย่างลงตัว

    ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งานรถยนต์ไฮบริดทั่วภูมิภาค ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโมตุลในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่น ด้วยการส่งมอบการปกป้องเครื่องยนต์ระดับสูง การดูแลสุขภาพเครื่องยนต์ในระยะยาว และความอุ่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่

    คาร์โล ซาโวก้า ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด โมตุล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า

    “จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งานรถยนต์ไฮบริด ความจำเป็นของน้ำมันเครื่องที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์ประเภทนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รถยนต์ไฮบริดต้องการน้ำมันเครื่องที่สอดรับกับลักษณะการทำงานของระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ซึ่ง NGEN Hybrid ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง ปกป้องเครื่องยนต์ และเสริมความทนทานในระยะยาว ที่โมตุล เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรม โดย NGEN Hybrid เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนความตั้งใจดังกล่าว ด้วยการเลือกใช้น้ำมันฐานรีเจนเนอเรตคุณภาพสูงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการคงไว้ซึ่งสมรรถนะระดับแนวหน้าสำหรับเครื่องยนต์ยุคใหม่”

    คุณสุรเชษฐ ศรกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป โมตุล (ประเทศไทย) กล่าวว่า

    “ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานทางเลือกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Vehicle) กลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยความสมดุลระหว่างสมรรถนะ ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โมตุลจึงได้มีการเปิดตัว NGEN Hybrid น้ำมันเครื่องสูตรพิเศษที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฮบริดโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ในระบบไฮบริดอย่างแท้จริง ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับความประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาว และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ที่ออกแบบมาเฉพาะทางสำหรับรถไฮบริดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย”

    การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid จาก Motul นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดรับกับกระแสการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยอ้างอิงรายงานวิจัยล่าสุดจาก MarkNtel Advisors ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ไฮบริดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตในอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงถึง 18% ในช่วงปี 2024–2030 แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าจำนวนรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่ ประหยัดพลังงาน และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มากยิ่งขึ้น

    รถยนต์ไฮบริดสามารถสร้างสมดุลระหว่าง สมรรถนะ และ ความยั่งยืน ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังได้รับความนิยมเป็นพิเศษในตลาดที่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบยังไม่พัฒนาเพียงพอ จึงเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความประหยัดน้ำมันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า 100%

    นอกจากนี้ รัฐบาลในหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังได้ออกมาตรการสนับสนุนและกรอบนโยบายต่าง ๆ เพื่อเร่งการใช้งานรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น อินโดนีเซีย ได้ประกาศมาตรการส่งเสริมรถยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ รวมถึงรถไฮบริด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ขณะที่ ประเทศไทย ก็ได้อนุมัติมาตรการจูงใจให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนฟลีทรถเชิงพาณิชย์ไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาค

    การพัฒนาด้านนโยบายเหล่านี้คาดว่าจะเร่งการเติบโตของตลาดรถไฮบริดให้ขยายตัวเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid จาก Motul กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสมสำหรับความต้องการในตลาดที่กำลังขยายตัวนี้

    จากงานวิจัยภายในของ Motul ยังตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำคัญในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด โดยผลการสำรวจพบว่า เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคเลือกใช้รถไฮบริด ได้แก่ ต้องการ ประหยัดค่าน้ำมัน (75.86%) สนใจใน เทคโนโลยีใหม่ๆ (41.38%) และการได้รับ สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ (37.93%)

    แม้จะมีปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถไฮบริดมากขึ้น แต่ยังพบว่า ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องเฉพาะทางสำหรับรถไฮบริดยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเจ้าของรถส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาคำแนะนำจากผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) หรือใช้บริการดูแลแบบเหมาจ่ายตามแพ็กเกจที่ได้รับ โดยไม่ตระหนักว่าน้ำมันเครื่องทั่วไปอาจ ไม่ตอบโจทย์ลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริดอย่างแท้จริง

    NGEN Hybrid: ออกแบบเพื่อการขับขี่วันนี้ และความต้องการของวันพรุ่งนี้

    NGEN Hybrid คือผลิตภัณฑ์ล่าสุดในตระกูล NGEN Series จาก Motul กลุ่มน้ำมันเครื่องเจเนอเรชันใหม่ที่ผสานทั้งความแรงและความยั่งยืน พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปของยานยนต์ยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ รถยนต์ไฮบริด (HEVs) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs)

    สูตรเฉพาะของ NGEN Hybrid ถูกออกแบบมาให้รองรับลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งผ่านมาตรฐานระดับโลกล่าสุดอย่าง API SQ และ ILSAC GF-7 ได้อย่างเหนือความคาดหมายเครื่องยนต์ไฮบริดมีการทำงานต่างจากเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม ระบบขับเคลื่อนไฮบริดทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมเฉพาะ เช่น การสตาร์ทเครื่องยนต์ซ้ำบ่อย อุณหภูมิเฉลี่ยภายในเครื่องที่เย็นกว่า และการสลับโหมดระหว่างพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความท้าทายใหม่สำหรับระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ NGEN Hybrid จึงถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรับมือกับสภาพการทำงานเหล่านี้ มอบการปกป้องที่ต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่เหนือกว่า และดูแลเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างยาวนาน โดยเฉพาะในสภาวะการทำงานแบบสตาร์ท–สต๊อป(Start-Stop) ของเครื่องยนต์ไฮบริดในเมือง ที่น้ำมันเครื่องทั่วไปมักไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่

    NGEN Hybrid ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ และทำให้การเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนระหว่างไฟฟ้าและน้ำมันเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น สูตรเฉพาะนี้ช่วยให้น้ำมันหมุนเวียนได้เร็วขึ้น สร้างแรงดันได้ไว และตอบสนองการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์คือการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้นถึง 8.1% เมื่อเทียบกับน้ำมันเครื่องทั่วไปในเกรด 0W-20 – เทียบเท่ากับการวิ่งได้ไกลขึ้นถึง 45 กิโลเมตร ต่อถังขนาด 36 ลิตร ในสภาวะการสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะเย็น (cold start) NGEN Hybrid ยังแสดงประสิทธิภาพได้ดีกว่ามาตรฐานทั่วไปถึง 10% ช่วยปกป้องชิ้นส่วนสำคัญตั้งแต่การสตาร์ทเครื่องครั้งแรก และยังมอบการปกป้องจาก Low-Speed Pre-Ignition (LSPI) ได้มากกว่าถึง 60% ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ที่ใช้เทอร์โบ

    ด้วยคุณสมบัติที่เหนือมาตรฐาน API SQ NGEN Hybrid มอบความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถไฮบริด ด้วยการปกป้องเครื่องยนต์จากการสึกหรอ การน็อกและการจุดระ เบิดก่อนเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

     

    คุณสมบัติเด่นของ NGEN Hybrid

    • ประหยัดน้ำมัน: ช่วยเพิ่มระยะทางต่อหนึ่งถัง ด้วยการลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
    • การปกป้องเครื่องยนต์: ลดภาระของเครื่องยนต์จากการเจือจางน้ำมันด้วยเชื้อเพลิงและการขับขี่แบบสตาร์ท–สต๊อป(Start-Stop) พร้อมรักษาความสะอาดและสมรรถนะของเครื่องยนต์ในระยะยาว
    • ความยั่งยืน: ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานคุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการรีเจนเนอเรต (RRBO) ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการใช้งาน
    • บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก: บรรจุในขวดพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยมีส่วนประกอบจากพลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled) ถึง 50% สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
    • มาตรฐานประสิทธิภาพ: ผ่านมาตรฐาน API SQ และ ILSAC GF-7 พร้อมป้องกันปัญหา LSPI (Low-Speed Pre-Ignition) ที่พบบ่อยในเครื่องยนต์เทอร์โบสมัยใหม่ อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและการไหลเวียนของน้ำมันในอุณหภูมิต่ำ
    • รองรับการใช้งานหลากหลาย: เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มีเครื่องยนต์เบนซินเป็นระบบเสริมระยะทาง (Range Extender)

    เหนือกว่าความแรง NGEN Hybrid ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Motul ในการพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยน้ำมันเครื่องสูตรนี้ผลิตจาก น้ำมันพื้นฐานรีเจนเนอเรต (RRBO) ถึง 10% ซึ่งได้จากการนำน้ำมันใช้แล้วคุณภาพสูงกลับมาผ่านกระบวนการกลั่นและฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสมรรถนะในระดับสูงตามมาตรฐานของ Motul

    บรรจุภัณฑ์ยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิลจากผู้บริโภค (PCR) ในสัดส่วน 50% และตัวขวดสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสมรรถนะการปกป้องเครื่องยนต์ในระดับสูงตามมาตรฐานของ Motul

     

    ยกระดับมาตรฐานของเหลวสำหรับรถยุคใหม่ กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Hybrid-Ready: NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1

    นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid แล้ว โมตุลยังเดินหน้าขยายไลน์อัปกลุ่มผลิตภัณฑ์ NGEN อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฮบริด ได้แก่ NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1 Brake Fluid ซึ่งช่วยเติมเต็มโซลูชันของเหลวสมรรถนะสูงสำหรับยานยนต์ยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร

     

    • NGEN MATIC ATF VI – น้ำมันเกียร์รุ่นแรกที่พัฒนาด้วยแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-designed) ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานรีเจนเนอเรตคุณภาพสูงถึง 30% และบรรจุในขวดพลาสติกที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหลังการใช้งานของผู้บริโภค (PCR) 50% เหมาะสำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติ ทรานสเฟอร์เคส และระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ โดยเป็นน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์สูตรผสมที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของระบบส่งกำลังยานยนต์สมัยใหม่ มอบความทนทานและประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่น ควบคู่กับแนวทางความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
    • E DOT 5.1 Brake Fluid – น้ำมันเบรกสังเคราะห์แท้ 100% ชนิดอายุการใช้งานยาวนาน พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับระบบเบรกและคลัตช์แบบไฮดรอลิกของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รถไฮบริด (PHEV) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป โดดเด่นด้วยจุดเดือดสูงทั้งในสภาวะแห้งและเปียก ค่าความหนืดต่ำ และค่าการนำไฟฟ้าที่ต่ำ ช่วยให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับระบบเบรกสมัยใหม่ที่ต้องการสมรรถนะ ความเสถียร และความเชื่อมั่นในการใช้งานระดับสูงสุด

    ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid, NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1 Brake Fluid จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2025 เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายโมตุลอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและข่าวสารอัปเดตล่าสุด โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Motul Asia Pacific https://www.motul.com/en-SG.


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮอนด้า” ทะยานอันดับ 1 แชมป์เปี้ยนชิพ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บิด CRF450R เก็บโพเดียมต่อเนื่องศึก AMA SX 2026 สนามที่ 5

    1 Min Read

    “ฮอนด้า” ทะยานอันดับ 1 แชมป์เปี้ยนชิพ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บิด CRF450R เก็บโพเดียมต่อเนื่องศึก AMA SX 2026 สนามที่ 5

    สุดยอดตัวแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R ทำผลงานในระดับท็อปอย่างต่อเนื่องในศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 5 ที่สเตทฟาร์ม สเตเดี้ยม สหรัฐอเมริกา (State Farm Stadium, United States of America) ในเกรนเดล (Glendale) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งดวลความเร็วกันเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ยอดนักแข่งฮอนด้า “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” กดโพเดียมได้อีกครั้ง และคว้าป้ายเบอร์สีแดงมาครองพร้อมบวกคะแนนสะสมขึ้นมานำเป็นอันดับที่ 1 ในตารางแชมป์เปี้ยนชิพได้สำเร็จ

    “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 96 และรถแข่ง Honda CRF450R (Honda CRF450RWE) จาก Honda HRC Progressive ออกสตาร์ทจากอันดับที่ 3 ระเบิดสมรรถนะความร้อนแรงได้ทันทีด้วยการทะยานขึ้นมาเป็นผู้นำตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเรซ การต่อสู้ในการแย่งชิงชัยชนะดวลกันอย่างดุเดือด ก่อนที่ “ฮันเตอร์” หล่นลงมาเป็นอันดับที่ 2 และด้วยระยะทางการแข่งขันที่เหลืออยู่พร้อมกับการทิ้งห่างผู้ตาม ยอดนักบิดฮอนด้าเข้าสู่โหมดคุมสถานการณ์ บริหารความเสี่ยงเน้นไปที่การเก็บคะแนนสะสม และทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 คว้าโพเดียมต่อเนื่องอีกครั้งได้สำเร็จ

    หลังการแข่งขันสนามที่ 5 “ฮันเตอร์” บวกแต้มเพิ่มเติมเป็น 106 คะแนน ทะยานขึ้นมารั้งอันดับที่ 1 ในตารางแชมป์เปี้ยนชิพทันที พร้อมคว้าป้ายเบอร์สีแดงซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้นำในตารางชิงแชมป์ที่มีสิทธิ์ได้ใช้มาติดตั้งบนรถแข่ง Honda CRF450R ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลงานสุดแกร่งและสม่ำเสมอของฮอนด้าทีม

    ทั้งนี้ ศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 6 มีคิวลงแข่งขันกันในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ที่ ลูเมนฟิลด์ (Lumen Field, United States of America) ในซีแอตเติล (Seattle) ประเทศสหรัฐอเมริกา

    #AMASupercross #Honda #HondaMotorcycle #HRC #TeamHondaHRC #CRF450R


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยยามาฮ่า เปิดตัว XMAX & NMAX รุ่นพิเศษ “25th Anniversary MAX Series” เฉลิมฉลอง 25 ปี แห่งความภาคภูมิใจของตระกูล MAX Series

    1 Min Read

    ไทยยามาฮ่า เปิดตัว XMAX & NMAX  รุ่นพิเศษ “25th Anniversary MAX Series” เฉลิมฉลอง 25 ปี แห่งความภาคภูมิใจของตระกูล MAX Series 

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์พรีเมียมสปอร์ตออโตเมติก เปิดตัว NEW YAMAHA XMAX และ NEW YAMAHA NMAX รุ่นพิเศษ 25th Anniversary MAX Series ภายใต้แนวคิด THE ULTIMATE PRIDE OF MAX” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปี ของตระกูล MAX SERIES ที่เริ่มต้นเส้นทางครั้งแรกในปี 2001 กับ TMAX ผู้บุกเบิกความสปอร์ตพรีเมียม ก่อนต่อยอดความสำเร็จสู่ XMAX ในปี 2008 และ NMAX ในปี 2015 จนกลายเป็นหนึ่งในตระกูลรถออโตเมติกสปอร์ตระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในระดับโลก

     

    NEW YAMAHA XMAX และ NEW YAMAHA NMAX รุ่นพิเศษ 25th Anniversary MAX Series ถ่ายทอดดีเอ็นเอความสปอร์ตพรีเมียมผ่านดีไซน์เฉพาะรุ่น ด้วยกราฟิกลวดลายใหม่ที่สื่อถึงเส้นทางความสำเร็จของ MAX SERIES ตั้งแต่ปี 2001 จนถึงปัจจุบัน เสริมความโดดเด่นด้วย Emblem 25th Anniversary MAX Series บริเวณด้านหน้าทั้งสองฝั่ง พร้อมโทนสีพิเศษที่มีเฉพาะในรุ่นฉลองครบรอบเท่านั้น

    เพิ่มความพรีเมียมอีกขั้นด้วย เบาะนั่งดีไซน์เฉพาะรุ่น 25th Anniversary โทนสีดำสลับแดง ปักโลโก้ 25th Anniversary MAX Series พร้อมเดินด้ายสีแดง สะท้อนเอกลักษณ์และความเอ็กซ์คลูซิฟที่แตกต่างอย่างชัดเจน

    สำหรับ YAMAHA XMAX 25th Anniversary MAX Series ยกระดับความเอ็กซ์คลูซิฟขั้นสุด ด้วยการติดตั้ง โช้คอัพหลัง OHLINS รุ่นพิเศษ Limited Edition สีดำสไตล์รถระดับ Hi-End รองรับการปรับตั้งแบบ Full Adjust ทั้ง Rebound, Preload และ Compression มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ มั่นใจ และตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งานตามแบบฉบับ MAX SERIES

    ขณะที่ YAMAHA NMAX 25th Anniversary MAX Series เสริมสมรรถนะการควบคุมด้วย โช้คอัพหลัง PROFENDER รุ่นพิเศษ Limited Edition ที่สามารถปรับตั้งแบบ Full Adjust ทั้ง Rebound, Preload และ Compression น้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และการควบคุมในทุกเส้นทาง

    นอกจากนี้ ลูกค้าที่เป็นเจ้าของ NEW YAMAHA XMAX และ NEW YAMAHA NMAX รุ่นพิเศษ 25th Anniversary MAX Series ยังได้รับความคุ้มค่าสูงสุด ด้วย การรับประกันนานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ครอบคลุมชิ้นส่วนหลัก ทั้งเครื่องยนต์ โครงรถ และระบบไฟฟ้า (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ตอกย้ำความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของยามาฮ่า

    YAMAHA XMAX 25th Anniversary MAX Series มาพร้อมสี MAX BLACK วางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 193,000 บาท

    ส่วน YAMAHA NMAX 25th Anniversary MAX Series มาในลุคสี ดำ-เทา MAX BLACK วางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 107,500 บาท

    YAMAHA XMAX & YAMAHA NMAX 25th Anniversary MAX Series คือการรวมทุกความภาคภูมิใจของตระกูล MAX SERIES ตลอด 25 ปี ไว้ในรถรุ่นพิเศษ ที่สะท้อนตัวตนความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ YAMAHA XMAX & YAMAHA NMAX 25th Anniversary MAX Series สามารถเลือกชมได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทั่วประเทศ พิเศษสำหรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สามารถดาวน์โหลด และติดตั้ง “Yamaha Smart Reward” แอปพลิเคชัน พร้อมลงทะเบียนรับฟรีทันที 5,000 คะแนน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ให้กับลูกค้ายามาฮ่าโดยเฉพาะ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าได้ร่วมสนุกทุกการใช้จ่ายที่ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เพื่อสะสมแต้มนำไปแลกซื้อ หรือแลกรับส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตรมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. Yamaha Call Center 02-263-9999


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมยกระดับแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่

    1 Min Read

    ฮอนด้า ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมยกระดับแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ รถยนต์รุ่นใหม่ และเทคโนโลยีใหม่ ยึดมั่นการดูแลลูกค้าในทุก Touchpoint ด้วยบริการหลังการขายที่ครบวงจร

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้

    • ปรับเปลี่ยนแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และสื่อสารคุณค่าที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในหลากหลายแง่มุมผ่านการเล่าเรื่องราว Honda Brand Story
    • เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ในปี 2569 ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV)
    • พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคต

    ตอกย้ำ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด
    84 เดือน*
     เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569

    ข้อมูลยอดจำหน่ายในปี 2568

    ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์สะสมปี 2568 รวม 74,044 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า) ครองอันดับ 2 ในตลาด ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งที่ 18% และมียอดจำหน่ายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ สูงถึง 55,495 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดราว 20% ซึ่งยอดจำหน่ายหลักมาจากรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV – The EXCITING Hybrid

    ทั้งนี้ ฮอนด้า ยังสามารถครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ได้แก่

    • City Hatchback ในกลุ่ม B-ECO & B-Hatchback ยอดขาย 16,690 คัน (ส่วนแบ่ง 34.1% ในตลาด B-ECO & B-Hatchback)
    • Civic ในกลุ่ม Compact Car ยอดขาย 11,751 คัน (ส่วนแบ่ง 33.1% ในตลาด Compact Car)
    • HR-V e:HEV ในกลุ่ม M-SUV ยอดขาย 25,240 คัน (ส่วนแบ่ง 30.7% ในตลาด M-SUV)

    ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายในปี 2569

    ในปี 2569 ฮอนด้าคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่ 630,000 คัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายของฮอนด้าที่ 76,000 คัน โดยปีนี้จะเป็นอีกปีที่ฮอนด้าสร้างความตื่นเต้นผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่

    • การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการปรับโลโก้ H mark ใหม่

    ฮอนด้าเตรียมก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการนำโลโก้ H mark ดีไซน์ล่าสุด มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าที่ทันสมัยในทุกมิติ โดยมีแผนเริ่มปรับใช้ครอบคลุมทั้งกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในรุ่นหลัก ๆ รวมถึง Touchpoint ต่าง ๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการ
    งานสื่อสารการตลาด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้มีพลังยิ่งขึ้นผ่าน Honda Brand Story ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

     

    • การเสริมทัพยนตรกรรมหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV)

    ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น เตรียมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 รุ่น รวมถึงเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน

    การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นตัวอย่างของเซอร์ไพร์สที่เราดึงรถที่ลูกค้าชื่นชอบและรอคอยกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ ฮอนด้าประกาศ คงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางด้านราคาหลังจากนั้น ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือระดับ  เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าที่สุดในทุกสภาวะตลาด

    • การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และองค์กร

    ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกเพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เป็นต้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการขายอีกด้วย

    ไฮไลต์งาน Bangkok International Motor Show 2026

    ในปีนี้ ฮอนด้า จะยังคงร่วมมือกับ ไทยฮอนด้า เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย โดยฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้า
    รุ่นใหม่ในงานนี้อีกด้วย

     

    ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่พร้อมส่งมอบความสุข และความมั่นใจตลอดการใช้งาน
    ด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้ากว่า 221 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับคุณ
    ในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • นิยามใหม่ของความเท่เหนือกาลเวลา ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ส่ง New Honda GB350C ผสานดีไซน์เรโทรกับเทคโนโลยีล้ำสมัยผ่านคอนเซ็ปต์ “The Soul of Classic”

    1 Min Read

    นิยามใหม่ของความเท่เหนือกาลเวลา ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ส่ง New Honda GB350C ผสานดีไซน์เรโทรกับเทคโนโลยีล้ำสมัยผ่านคอนเซ็ปต์ “The Soul of Classic”

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดตัว New Honda GB350C รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์คลาสสิกสไตล์เรโทรอย่างเป็นทางการ ภายในงาน Honda Megafesto 2026 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย New Honda GB350C ถ่ายทอดเสน่ห์ความคลาสสิกเหนือกาลเวลาภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Soul of Classic” ผสานคุณภาพการผลิตมาตรฐาน Japan Import ตอบโจทย์ผู้หลงใหลในไลฟ์สไตล์คลาสสิกที่ต้องการทั้งดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่ที่ขี่สนุกในชีวิตประจำวัน นิยามใหม่ของความเท่เหนือกาลเวลา

    ด้วยคอนเซ็ปต์ The Soul of Classic” ที่สะท้อนจิตวิญญาณของรถคลาสสิกแท้ ผ่านงานออกแบบที่เรียบหรูและพิถีพิถันในทุกรายละเอียด New Honda GB350C จึงโดดเด่นด้วยถังน้ำมันทรงหยดน้ำสไตล์เรโทรคลาสสิก ไฟหน้าทรงกลมพร้อมกรอบโครเมียม บังโคลนเหล็กทรงลึกหน้า–หลัง ท่อไอเสียดีไซน์คลาสสิกแบบตรงยาวที่ให้เสียงทุ้มนุ่มเป็นเอกลักษณ์ เสริมความสง่างามด้วยล้อแม็กดีไซน์เรโทรเข้ากับสไตล์รถอย่างลงตัวที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมเบาะนั่งแยก 2 ตอน ช่วยจัดสัดส่วนตัวรถให้ดูสมดุลและคลาสสิกในทุกมุมมอง มาพร้อมชุดมาตรวัด Analog ผสานหน้าจอ LCD ที่ออกแบบให้คงกลิ่นอายเรโทร ใช้งานง่าย ครบทั้งข้อมูลการขับขี่ที่จำเป็น เพิ่มความลงตัวระหว่างความคลาสสิกและเทคโนโลยีสมัยใหม่

    ในด้านสมรรถนะ New Honda GB350C ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ สูบเดี่ยว 4 จังหวะ ขนาด 348 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้คาแรกเตอร์การขับขี่ที่นุ่มนวล หนักแน่น และตอบสนองดีในรอบต่ำถึงกลาง เหมาะทั้งการขี่ในเมืองและการเดินทางแบบสบาย ๆ เสริมความมั่นใจด้วย Assist & Slipper Clutch ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล พร้อมระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ควบคุมแรงบิด ลดการลื่นไถลของล้อหลัง และระบบเบรก ABS เพิ่มความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ พร้อมโครงสร้างและช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อเสถียรภาพในการขับขี่ ให้ความมั่นคงในทุกย่านความเร็ว

    New Honda GB350C มาพร้อม 2 เฉดสีใหม่สไตล์เรโทรคลาสสิก ได้แก่ ‘สีเทาด้าน Mat Bullet Silver’ และ ‘สีน้ำตาล Mat Sandstorm Beige’ วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 155,900 บาท ตอกย้ำภาพลักษณ์รถคลาสสิกคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่นที่ครบทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และเสน่ห์เหนือกาลเวลา New Honda GB350C เปิดรับจองแล้ววันนี้ที่ศูนย์ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ

     

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH

     

    #HondaGB350C #GB350C #THESOULOFCLASSIC

    #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “อุ้ม-นพรุธพงษ์” คว้าท็อป 10 รอบทดสอบอิเดมิตสึ โมโต 4 เอเชีย คัพ พร้อมลุยสนามแรกที่บุรีรัมย์

    1 Min Read

    “อุ้ม-นพรุธพงษ์” คว้าท็อป 10 รอบทดสอบอิเดมิตสึ โมโต 4 เอเชีย คัพ พร้อมลุยสนามแรกที่บุรีรัมย์

    การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบรายการอิเดมิตสึ โมโต 4 เอเชีย คัพ (Idemitsu Moto 4 Asia Cup) ฤดูกาล 2026 กำลังจะเริ่มต้น ล่าสุดนักแข่งทั้ง 22 คนได้เข้าสู่รอบทดสอบ เมื่อวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ณ สนาม เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

     

    สำหรับรายการนี้มี “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ นักบิดดาวรุ่งชาวไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” เจ้าของรถหมายเลข 20 ลงทำการทดสอบรถเพื่อแข่งขันในฤดูกาลนี้

    ผลการทดสอบวันแรกจำนวน 6 เซสชัน แบ่งเป็นช่วงเช้าและบ่าย “อุ้ม-นพรุธพงษ์” ทำผลงานดีที่สุดในช่วงเช้าที่เซสชันที่ 3 โดยทำเวลาไป 2 นาที 19.349 วินาที ขณะที่ช่วงบ่ายนักบิดไทยทำเวลาดีสุดในเซสชันที่ 5 โดยทำเวลาไป 2 นาที 18.790 วินาที จบการทดสอบวันแรก “อุ้ม-นพรุธพงษ์” จบการทดสอบด้วยอันดับที่ 8 ห่างจากผู้นำ 0.727 วินาที ขณะที่ผลการทดสอบวันที่สองอีก 3 เซสชัน “อุ้ม-นพรุธพงษ์” ทำเวลาดีขึ้นในเซสชัน 1 โดยทำเวลาไป 2 นาที 18.050 วินาที จบการทดสอบวันที่สองด้วยอันดับที่ 10

    โดย “อุ้ม-นพรุธพงษ์” กล่าวว่า

    “การทดสอบที่มาเลเซียทำให้ผมได้เห็นอะไรหลายอย่างครับ ช่วยให้ผมเอาไปปรับแก้ไขก่อนสนามแรกจะเริ่มต้นที่บุรีรัมย์”

    “ผมรอให้การแข่งขันที่บุรีรัมย์มาถึงเร็วๆ ครับ ผมตื่นเต้นที่จะได้ลงสนามต่อหน้าแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ผมอยากทำผลงานให้ดีที่สุดครับอยากได้โพเดียมที่บ้านเราอีกครั้งครับ”

    การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบรายการอิเดมิตสึ โมโต 4 เอเชีย คัพ (Idemitsu Moto 4 Asia Cup) ฤดูกาล 2026 สนามแรก จะทำการแข่งขันกันที่สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม นี้

     

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #Moto4AsiaCup #Aum20


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่าเปิดตัว NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID LITE เทรนดี้สกู๊ตเตอร์แฟชั่นสำหรับคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “PLAY UNIQUE, PLAY FAZZIO”

    1 Min Read

    ยามาฮ่าเปิดตัว NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID LITE เทรนดี้สกู๊ตเตอร์แฟชั่นสำหรับคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “PLAY UNIQUE, PLAY FAZZIO”

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัว NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID LITE รถจักรยานยนต์ออโตเมติกสไตล์แฟชั่นรุ่นใหม่ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด NEW STYLE… MY GENERATION! เจนใหม่…สไตล์เนี้ยะ!” สะท้อนความเป็นตัวตน ความแตกต่าง และอิสระในการใช้ชีวิตของผู้ขับขี่ในทุกวัน

    ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ไลท์ ใหม่! โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ขี่ง่าย นั่งสบาย และคล่องตัว เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปเรียน ไปทำงาน หรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน มาพร้อมความคุ้มค่าทั้งด้านราคาและการประหยัดน้ำมัน พร้อมการรับประกันคุณภาพยาวนาน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร* สร้างความมั่นใจตลอดการใช้งาน

    ด้านดีไซน์สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยไฟหน้า แบบ LED และไฟท้าย ดีไซน์แคปซูล ให้ภาพลักษณ์ทันสมัย พร้อมให้แสงสว่างคมชัดในทุกสภาพการขับขี่ เสริมด้วย LCD Digital Meter ดีไซน์แคปซูล แสดงผลข้อมูลครบถ้วน ทั้งความเร็ว เวลา และข้อมูลการประหยัดน้ำมัน ชัดเจน อ่านง่าย และสอดรับกับภาพลักษณ์ของตัวรถ

    มาพร้อมเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์ Blue Core Hybrid ขนาด 125 ซีซี ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยลดภาระของเครื่องยนต์ขณะออกตัว เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน และลดการปล่อยไอเสีย ผสานการทำงานของ Stop & Start System ที่จะหยุดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถจอดนิ่งเกิน 5 วินาที ช่วยประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น

    ขี่ง่าย มั่นใจทุกเส้นทาง ด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัด ควบคุมได้ง่าย คล่องตัว เหมาะกับสภาพการจราจรในเมือง พร้อมระบบ UBS (Unified Brake System) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้า และล้อหลัง ลดระยะเบรก และเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถในทุกสถานการณ์

    นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น USB Type-A Mobile Charging สำหรับชาร์จอุปกรณ์สื่อสารระหว่างการเดินทาง, F-BOX ใต้เบาะขนาด 17.8 ลิตร รองรับสัมภาระได้อย่างจุใจ, Double Hook Carabiner ที่แขวนของแบบคู่ เพิ่มความสะดวกในการพกพา, พื้นที่วางเท้าด้านหน้ากว้างพิเศษ เพื่อความสบายในการขับขี่ รวมถึง Accessories Port สำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริมตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน

    ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ไลท์ ใหม่! มีให้เลือก 3 สี ได้แก่

    • สีดำ Active Black
    • สีชมพู Neo Mauve
    • สีเขียว Nomad Green

    พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำเพียง 49,900 บาท และมั่นใจได้ด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร*

     

    NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID LITE คือสกู๊ตเตอร์แฟชั่นที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และความคุ้มค่าไว้ในหนึ่งเดียว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหาความแตกต่าง ความสะดวกสบาย และความมั่นใจในทุกการเดินทาง สามารถเลือกชม NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID LITE ได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ทั่วประเทศ พิเศษสำหรับลูกค้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สามารถดาวน์โหลด และติดตั้ง “Yamaha Smart Reward” แอปพลิเคชัน พร้อมลงทะเบียนรับฟรีทันที 5,000 คะแนน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ให้กับลูกค้ายามาฮ่าโดยเฉพาะ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าได้ร่วมสนุกทุกการใช้จ่ายที่ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เพื่อสะสมแต้มนำไปแลกซื้อ หรือแลกรับส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตรมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. Yamaha Call Center 02-263-9999

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

    • Website: www.yamaha-motor.co.th
    • Facebook: Yamaha Society Thailand
    • Instagram: @YamahaSocietyThailand
    • YouTube: Yamaha Society Thailand
    • LINE OA: @Yamahasociety

    *การรับประกัน 5 ปี : รับประกันคุณภาพชิ้นส่วนใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเครื่องยนต์ กลุ่มโครงรถ และกลุ่มระบบไฟฟ้า ไม่รวมอะไหล่สึกหรอตามอายุการใช้งาน โดย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จากัด เป็นเวลา 5 ปี หรือ 50,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ทั้งนี้ ต้องนำรถเข้าตรวจเช็กตามระยะที่บริษัทฯ กำหนด จนกว่าจะครบระยะรับประกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการยามาฮ่าที่ได้รับการแต่งตั้งทั่วประเทศ หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.yamaha-motor.co.th

     

    #ยามาฮ่า #Yamaha #Fazzio #YamahaFazzio #FazzioHybridLite #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ #YamahaRevsYourHeart #YamahaSocietyThailand #YamahaSmartReward


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment