-
News Car1 Min Read
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ชวนคุณพบกับ Volvo XC60 โฉมใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของป่าสนในแถบสแกนดิเนเวีย ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย นำโดย คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ (ในภาพ) ประกาศเปิดตัว Volvo XC60 โฉมใหม่ ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 – ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป สานต่อความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่ และการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนอย่างแท้จริง โดย Volvo XC60 โฉมใหม่นี้ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นผ่านดีไซน์ภายนอก และภายในที่ได้รับการปรับโฉมใหม่, ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น และเพื่อถ่ายทอดปรัชญาแห่งความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ผู้คน และธรรมชาติ นอกจากนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยยังได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงรถในปีนี้ให้เป็น ป่าสนจากแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในป่าแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่งานจัดแสดงรถได้ถูกนำเสนอด้วยพื้นที่สีเขียวที่ประดับด้วยต้นสน และพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด เพื่อสื่อถึงแนวคิดความยั่งยืน และถ่ายทอดปรัชญาแห่งการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน ผู้สนใจสามารถสัมผัส Volvo XC60 โฉมใหม่ และความงามของธรรมชาติในแบบสแกนดิเนเวียน ได้ที่บูธวอลโว่ คาร์ หมายเลข A18 ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3
Volvo XC60 โฉมใหม่ ความงามแห่งการออกแบบ และความลงตัวในการใช้งาน
Volvo XC60 โฉมใหม่ มาพร้อมกระจังหน้าแนวเฉียงซ้าย และขวา พาดบนตะแกรงตะข่ายพร้อมประดับตราสัญลักษณ์วอลโว่บริเวณกึ่งกลางทำให้ตัวรถแบบ 5 ที่นั่งคันนี้ ดูสะดุดตา, ทันสมัยและมีความพรีเมียมยิ่งกว่าเดิม บริเวณท้ายรถก็ได้รับการปรับโฉมให้กรอบไฟท้ายมีมิติยิ่งขึ้น ด้วยการปรับโทนสีรอบกรอบไฟให้มีความเข้มขึ้นจึงให้มุมมองไฟท้ายที่เป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้ดูลอยตัว เห็นได้เด่นชัดยิ่งกว่าที่เคย Volvo XC60 โฉมใหม่ ยังเปิดตัวพร้อมสีเขียว Forest Lake ซึ่งเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรก
อัพเกรดการใช้งานด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น
ตัวรถมาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ เจนเนอเรชั่นใหม่ จึงให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่าเคยผ่านหน้าจอทัชสกรีนที่ใหญ่ขึ้นขนาด 11.2 นิ้ว จากเดิมขนาด 9 นิ้ว ตั้งอยู่ตำแหน่งกลางคอนโซลหน้าของรถ พร้อมช่วยเสริมประสบการณ์ในการโดยสารด้วยฟีเจอร์ และการแสดงผลบนหน้าจอที่เน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานแอปต่าง ๆ และการอัปเดตแบบ over-the-air รวมถึงรองรับการใช้งานแอปจาก Google built-in ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้นกว่าเท่าตัว และให้การประมวลผลกราฟิกที่เร็วขึ้นถึง 10 เท่า ด้วยพลังการทำงานของชิป Snapdragon Cockpit รุ่นใหม่ล่าสุด
ความสบายของห้องโดยสารที่มาพร้อมความสุนทรีย์ด้วยระบบเสียงที่ดีที่สุด
สัมผัสความผ่อนคลายในห้องโดยสารที่เงียบขึ้น พร้อมเบาะที่นั่งที่ได้รับการยอมรับว่านั่งได้สบายตามแบบฉบับของวอลโว่ แล้วดื่มด่ำไปกับการฟังเพลงจากลำโพงที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นลวดลายตาข่าย จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Bowers & Wilkins จำนวน 15 ตัว ที่ให้คุณภาพเสียงระดับ HIFI และพลังขับรวมขนาด 1,410 วัตต์ นอกจากนี้ Volvo XC60 โฉมใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีฟอกอากาศที่ล้ำสมัยเพื่อดูแลคุณภาพอากาศในรถให้สะอาดอยู่เสมอ
พลังขับเคลื่อน T8 AWD
และด้วยคุณสมบัติเด่นของรถปลั๊กอินไฮบริด Volvo XC60 โฉมใหม่ นี้จึงรองรับการขับเคลื่อนทั้งการใช้น้ำมันและพลังไฟฟ้า เครื่องยนต์ T8 มาพร้อมพลังการขับเคลื่อนแบบมอเตอร์คู่ผ่านเครื่องยนต์สี่สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 317 แรงม้า และแรงบิดจากเครื่องยนต์ 400 นิวตันเมตร/รอบต่อนาที และเมื่อทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 145 แรงม้า และแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 309 นิวตันเมตร จึงให้กำลังขับรวมสูงสุดถึง 462 แรงม้า และแรงบิด 709 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ภายใน 4.8 วินาที* ระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้ามาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 18.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง จึงให้ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 89 กิโลเมตร*
Volvo XC60 Ultra T8 Plug-in Hybrid Bright โฉมใหม่ เปิดให้จอง และพร้อมส่งมอบแล้ววันนี้
ที่ราคา 3,590,000 บาท
คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ, วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเชีย กล่าวว่า Volvo XC60 เปิดตัวครั้งแรกในปีพ.ศ. 2560 และเป็นรถรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกหนึ่งรุ่นของวอลโว่ พิสูจน์ด้วยยอดขายที่มากกว่า 1.5 ล้านคันทั่วโลก และเนื่องจากความเอนกประสงค์ของรถที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับครอบครัวในหลากหลายโอกาส ดีไซน์เรียบหรูในแบบสแกนดิเนเวียนที่มีความร่วมสมัย ความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่ได้รับการปรับปรุง อีกทั้งซอฟต์แวร์ของตัวรถที่สามารถอัพเดทเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องผ่านระบบ over-the-air Volvo XC60 โฉมใหม่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ และโดยสารที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการเปิดตัวรถรุ่นดังกล่าวในวันนี้ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ วอลโว่ คาร์ ในการนำเสนอพลังการขับขี่แบบไฟฟ้าที่ยังคงมีน้ำมันเป็นแผนสำรอง อันเป็นคุณสมบัติเด่นของรถปลั๊กอินไฮบริด เพื่อรองรับความต้องการ และความพร้อมในการใช้รถไฟฟ้าที่แตกต่างกันออกไปของลูกค้าของเรา”
สัมผัสธรรมชาติด้วยแรงบันดาลใจจากสแกนดิเนเวีย ที่บูธ วอลโว่ คาร์
ครั้งแรกในประเทศไทยกับการเนรมิตพื้นที่จัดแสดงรถวอลโว่ ขนาด 731 ตารางเมตร ให้เป็นป่าสนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของป่าในแถบสแกนดิเนเวียที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสมดุลระหว่างธรรมชาติและนวัตกรรม ที่สามารถอยู่รวมกันอยู่ได้อย่างลงตัว ด้วยฝีมือการออกแบบของนักแสดง และนักออกแบบภูมิทัศน์คนเก่ง – คุณดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ – ที่ได้ออกแบบบูธวอลโว่ ที่งานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้ ให้สะท้อนความสวยงาม สงบ ร่มรื่น ในแบบป่าแถบสแกนดิเนเวีย ผ่านต้นสนที่มีความสูงกว่า 7 เมตร โขดหินประดับมอสและเฟริน และดอกไม้ป่านานาพันธุ์ ที่จัดแต่งเพื่อสื่อถึงความเรียบง่าย อบอุ่น และเชื่อมต่อกับธรรมชาติ อันเป็นปรัชญาในการออกแบบรถวอลโว่ แบรนด์สัญชาติสวีเดน ที่ความเรียบง่าย และความยั่งยืน สะท้อนถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
คุณดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ, นักออกแบบภูมิทัศน์ ผู้ออกแบบบูธ วอลโว่ คาร์ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 กล่าวว่า “ชีวิตของผมส่วนใหญ่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพราะสำหรับผมแล้ว ธรรมชาติคือครูที่สอนให้เราเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของความสมดุล และในทุก ๆ การเดินทางนั้นมันไม่ใช่แค่เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่มันคือโอกาสให้เราได้กลับไปรับฟัง เชื่อมต่อกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ได้ค้นหาแรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ ๆ จากความสงบของธรรมชาติ ผมยังจำการเดินทางไปสวีเดนเมื่อหลายปีก่อนได้ดี ตอนนั้นผมได้ไปเที่ยวป่าสนที่กว้างใหญ่มาก ๆ แห่งหนึ่ง ในความเงียบและสงบนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าสถานที่ที่เงียบที่สุดก็สามารถเล่าเรื่องราวอันทรงพลังได้ ซึ่งประสบการณ์จากในวันนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบป่าสนสแกนดิเนเวียในบูธวอลโว่ที่ทุกคนเห็นกัน ผมอยากพาธรรมชาติเข้ามาอยู่ในพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ เพื่อให้เราทุก ๆ คน ได้มีโอกาสนึกถึงความหมายของการใช้ชีวิต หรือ For Life”
ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสถึงความปลอดภัย, เทคโนโลยีที่ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นสำคัญ, ดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน และแนวคิดด้านความยั่งยืน ที่ผสานอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนที่ บูธวอลโว่ หมายเลข A18
มอบความลงตัวให้ทุกการเดินทาง บนความสมดุลของชีวิตกับรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ Volvo ES90
นอกจากนี้ บูธวอลโว่ คาร์ ในปีนี้ ยังจัดแสดงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุด Volvo ES90 ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกในเอเชีย โดย Volvo ES90 สะท้อนพลังการขับขี่ด้วยสไตล์การออกแบบตัวรถที่ผสานความสง่างามของซีดาน ความเอนกประสงค์ของรถ fastback สมรรถนะการขับขี่และความสะดวกสบายในห้องโดยสารของรถ SUV เข้าไว้ด้วยกันเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในทุก ๆ วันให้ปลอดภัยและรื่นรมย์ในทุกเส้นทาง ตัวรถผลิตขึ้นบนแพลตฟอร์ม SPA2 พร้อมชิปประมวลผลคอร์คอมพิ้วติ้ง NVIDIA DRIVE AGX Orin แบบคู่ ที่เสริมประสิทธิภาพให้แก่ระบบช่วยเหลือในการขับขี่ และฟีเจอร์ความปลอดภัยในรถ Volvo ES90 ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 800 วัตต์ ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 755 กิโลเมตร*ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ดีไซนการออกแบบในแบบสแกนดิเนเวียน ความเรียบหรูของห้องโดยสาร และเทคโนโลยีภายในรถที่ออกแบบโดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ทำให้ Volvo ES90 คือรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความทันสมัย ความสวยงาม ความปลอดภัย และช่วยสร้างความยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม
สิทธิประโยชน์**สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42
ภายในงาน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้เตรียมสิทธิประโยชน์รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 700,000 บาท** สำหรับรถไฟฟ้าบางรุ่น และสิทธิประโยชน์รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 600,000 บาท**สำหรับรถปลั๊กอินไฮบริดบางรุ่น โดยในงานมีรถไฟฟ้าที่นำมาจัดแสดงได้แก่ รุ่น Volvo EX90, ES90, EC40, EX40 และ EX30 นอกจากนี้ยังมี รถปลั๊กอินไฮบริดสำหรับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าที่มาพร้อมแผนสำรองในรุ่น new Volvo XC90 และ XC60 ทั้งโฉมเดิม และโฉมใหม่ มาจัดแสดงผู้สนใจสามารถชมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ พร้อมสอบถามสิทธิประโยชน์**ในงานที่มีให้เลือกมากมาย อาทิ
- ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นเวลาสูงสุด 3 ปี
- ฟรี บริการหลังการขาย รวมถึง บริการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 ปี, บริการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
- ฟรี เครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบติดผนัง พร้อมรับประกันอายุการใช้งาน 1 ปี และฟรีบริการตรวจสภาพระบบไฟฟ้าและติดตั้ง
ร่วมสัมผัส นวัตกรรมจาก วอลโว่ คาร์ ที่ผสานความปลอดภัย ความยั่งยืน และดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน ได้ที่บูธ วอลโว่ คาร์ หมายเลข A18 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เปิดฉากอลังการ MOTOR EXPO 2025 รวมนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมโปรแรงส่งท้ายปี
เริ่มแล้ว “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ชมรถยนต์รุ่นล่าสุด 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ รับโปรโมชั่นเร้าใจ ตั้งแต่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” จัดแสดงรถยนต์ 42 แบรนด์ รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ โดยคาดว่า งานนี้จะสร้างยอดขาย กระตุ้นตลาด และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ไฮไลท์ของงาน ได้แก่ GAC GOVY AIRCAB รถบินได้ พลังไฟฟ้า 100 % หรือที่เรียกว่า eVTOL พัฒนาโดย eVTOL ของ GAC GROUP เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ติดตั้งใบพัด 6 แกน 12 ใบ บนหลังคา ประตูแบบปีกนก ระยะทางบิน 20-30 กม. ความเร็วสูงสุด (ขณะบิน) 120 กม./ชม. ชาร์จเร็วเต็มได้ใน 25 นาที แพลทฟอร์มขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ L4 มีเครือข่ายดิจิทอลไร้คนขับ 3 มิติ ช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของการปฏิบัติการแบบไดนามิคได้อย่างเต็มที่
CHERY QQ3 EV เป็นรุ่นใหม่ที่ใหญ่ และทันสมัยกว่า QQ ICE CREAM มาก เปิดตัวครั้งแรกในงาน 2025 CHENGDU AUTO SHOW สร้างบนแพลทฟอร์ม T12 ของ CHERY มีความยาวกว่า 4,200 มม. และฐานล้อกว้างกว่า 2,700 มม. ภายในหรูหรา เทคโนโลยีสูง จอแสดงผลดิจิทอล และจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ใช้ชิพ QUALCOMM SNAPDRAGON 8155 มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง ให้กำลัง 90 กิโลวัตต์/121 แรงม้า
HONDA STEP WGN e:HEV รุ่น SPADA ใหม่ เอมพีวี 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ มิติตัวรถ 4,830 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,845 มม. ฐานล้อ 2,890 มม. ขับเคลื่อนระบบฟูลล์ไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า มอเตอร์แรงบิด 315 นิวทันเมตร อัตราสิ้นเปลือง 19.5-20 กม./ลิตร
HYUNDAI XRT CONCEPT รถยนต์แนวคิดที่เน้นการลุยทางวิบาก โดยใช้พื้นฐานจาก HYUNDAI SANTA FE มาออกแบบรูปทรงเหลี่ยมใหม่ บึกบึน เน้นการใช้งานจริงนอกถนน ยางแบบ ALL-TERRAIN ดอกยางใหญ่ ช่วงล่างยกสูง
OMODA 4 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีรุ่นล่าสุดจาก CHERY ส่งออกในนาม OMODA รุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ เป็นเอสยูวีที่มีขนาดเล็กที่สุด ในตระกูล OMODA โดยวางตำแหน่งไว้ต่ำกว่า OMODA 5 เดิมทีเคยใช้ชื่อว่า OMODA 3 แต่ได้เปลี่ยนมาเป็น OMODA 4
WULING STARLIGHT เอมพีวีไฟฟ้าประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง เผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระยะวิ่งไกลถึง 540 กม. ที่นั่งเรียงแถวแบบ CAPTAIN SEAT เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวขนาดกลาง ที่มีเด็ก และผู้สูงวัย รวมถึงตลาดรถลีมูซีน VIP TAXI และกลุ่ม RIDE HAILING ที่ต้องการรถหรูหราที่กว้างขวาง และสะดวกสบาย
ZEEKR MIX จากบริษัทแม่ GEELY มิติตัวถังยาว 4,688 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,755 มม. ฐานล้อ 3,008 มม. ออกแบบไร้เสากลาง เมื่อเปิดประตู เบาะนั่งคู่หน้าหมุนได้ 270 องศา แบทเตอรีพัฒนาร่วมกับ CATL มีความจุกระแสไฟ 86 กิโลวัตต์ชั่วโมง เหมือนกับ 001 ขนาด 800 โวลท์ รับกระแสชาร์จได้ถึง 360 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางสูงสุด 702 กม. (CLTC)
นอกจากนี้ มีรถยนต์เปิดตัวครั้งแรกในโลก ได้แก่ TOYOTA HILUX TRAVO
เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ AVATR 07, BYD Ti7, DENZA B5, GEELY EX2, LEXUS LX 500D
เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ BMW iX LCI, DFSK E5 PLUS, GWM WEY G9 Hi4, MAXUS eDELIVER 5, MG IM5, NEX CARGO VANTASTIC, NISSAN X-TRAIL e-POWER e-4ORCE และ VOLVO XC60

_cuva สำหรับผู้ชมงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับฟรีรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ในรายการ ซื้อรถ…ชิง AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE / ซื้อบัตร…ชิง MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิง SUZUKI รุ่น GSX-8R / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิง WULING BINGUO รุ่น DC ICON
ยิ่งกว่านั้น สามารถชมงานผ่าน MOTOR EXPO APPLICATION อัดแน่นข้อมูลของงาน ทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จาก Influencer ชื่อดัง พร้อมฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลาย อาทิ ข้อมูลเปรียบเทียบคันต่อคัน โปรโมชั่น แคมเปญพิเศษ ช่วยในการเลือกซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ จำหน่ายบัตรชมงานทั่วไป และบัตรชมงานแบบวีไอพี MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ฯลฯ
การเดินทางไปชมงานมีบริการ รถรับ-ส่ง ฟรี ! 2 เส้นทาง ดังนี้
- หมอชิต-IMPACT-หมอชิต BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4
- รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหน้า Big C

_cuva ส่วนผู้ต้องการมาเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025 แบบไม่ต้องวนหาที่จอดในอาคาร เรามีบริการ SHUTTLE BUS รับ-ส่งระยะใกล้ จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
_cuva _cuva _cuva _cuva -
News Car2 Min Read
ธนบุรีนอยสเติร์น เดินหน้าชูนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะ เปิดตัว GEELY EX2 ซิตี้คาร์เพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมเผยโฉม GEELY STARRAY EM-i ครั้งแรกในไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42
บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ในเมือง ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมการจัดแสดง GEELY STARRAY EM-i รถยนต์อเนกประสงค์ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดสุดล้ำครั้งแรกในประเทศไทย รวมทั้ง GEELY EX5 รถอเนกประสงค์อัจฉริยะดีไซน์โดดเด่นที่ลูกค้าให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม และรถ GEELY ตกแต่งสไตล์พิเศษเพื่อสร้างสีสัน ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 พร้อมมอบข้อเสนอและสิทธิพิเศษสุดเร้าใจมากมายภายในงาน
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด กล่าวว่า “ตลอดปีแรกในประเทศไทย GEELY ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ด้วยความสำเร็จของ GEELY EX5 ผลิตภัณฑ์เบอร์หนึ่งของเราที่ได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างดีเยี่ยม สะท้อนความไว้วางใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมียม สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ปีนี้ เราเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัว GEELY EX2 รถรุ่นที่ขายดีที่สุดในจีน ด้วยยอดขายกว่า 400,000 คันทั่วโลกในเวลาเพียง 12 เดือน เพื่อเติมเต็มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ตามเป้าหมายที่จะนำเสนอรถรุ่นใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างน้อย 1 รุ่นทุกปี ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่จะก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ด้วยการชูจุดแข็งในศักยภาพของ GEELY ควบคู่ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี”
GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ของคนรุ่นใหม่
ภายใต้แนวคิด “EXTRA IN ORDINARY เปลี่ยนทุกวันธรรมดา…ให้พิเศษ มากกว่าเดิม” GEELY EX2 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ปลอดภัย และมั่นใจด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ที่ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนให้ขับขี่อย่างมั่นคงและนุ่มนวลในทุกเส้นทาง มอบกำลังสูงสุด 85 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 39.4 kWh วิ่งได้ไกล 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC หรือ 325 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จแบบเร็ว DC จาก 30-80% ภายใน 25 นาที พร้อมฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ถึง 3.3 kW
GEELY EX2 มาพร้อมฟังก์ชันดีที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในทุกสภาพจราจร พื้นที่เก็บของทางด้านหน้าขนาดใหญ่ ความจุถึง 70 ลิตร และช่องเก็บของมากถึง 36 ช่อง มอบประโยชน์ใช้สอยได้เต็มพิกัด อีกทั้งยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Flyme Auto ที่รองรับคำสั่งเสียงและระบบความบันเทิงครบครัน สะท้อนตัวตนของคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนทุกวันธรรมดาให้พิเศษยิ่งขึ้น โดยเปิดตัวในประเทศไทย 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO และ MAX
- GEELY EX2 รุ่น PRO เปิดราคาจำหน่ายที่ 429,990 บาท สำหรับรุ่น PRO จะมีสีภายในเฉพาะสีเทา Horizon Gray และมีสีภายนอกให้เลือก 4 เฉดสี ได้แก่ สีเบจ (Nebula Beige) สีเทา (Comet Gray) สีเงิน (Star Silver) และสีขาว (Moon White)
- GEELY EX2 รุ่น MAX เปิดราคาจำหน่ายที่ 459,990 บาท สำหรับสีภายในสีขาว (Skyline White) จะมีสีภายนอกให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีเขียว/หลังคาดำ (Aurora Green with Black Roof) และ สีเบจ/หลังคาดำ (Nebula Beige with Black Roof) และสำหรับสีภายในสีเทา Horizon Gray จะมีสีภายนอกให้เลือก 4 เฉดสี ได้แก่ สีเบจ/หลังคาดำ (Nebula Beige with Black Roof) สีเทา/หลังคาดำ (Comet Gray with Black Roof) สีเงิน/หลังคาดำ (Star Silver with Black Roof) สีขาว/หลังคาดำ (Moon White with Black Roof)
โปรโมชันพิเศษเฉพาะงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42
ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ธนบุรีนอยสเติร์น มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ GEELY EX2 ทั้งรุ่น PRO และ MAX ด้วยแพ็กเกจคุ้มค่าแบบจัดเต็ม ด้วยแคมเปญ Value Package ครบชุด
- รับประกันตัวรถยาวนาน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- ประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงนานถึง 5 ปี
- Portable Charger
- Wall Charger พร้อมบริการติดตั้ง
หรือเลือกรับแคมเปญ Basic Package พร้อมส่วนลดมูลค่า 30,000 บาท เฉพาะลูกค้าที่จอง GEELY EX2 ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 จำนวน 2,000 สิทธิ์แรก
- รุ่น PRO ในราคาพิเศษ 399,990 บาท
- รุ่น MAX ในราคาพิเศษ 429,990 บาท
- พร้อมรับสิทธิพิเศษ Basic Package ครบชุด
- รับประกันตัวรถยาวนาน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี
- Portable Charger
จัดแสดง GEELY STARRAY EM-i สุดยอดนวัตกรรมปลั๊กอินไฮบริด
เพื่อสร้างสีสันให้กับบูธ GEELY ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 นี้ ธนบุรีนอยสเติร์นได้นำยนตรกรรมรุ่นพิเศษ GEELY STARRAY EM-i มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำจุดแข็งในศักยภาพของ GEELY ด้านนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะ ที่สอดรับกับทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยที่กำลังก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน
GEELY STARRAY EM-i พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีแพลตฟอร์มอัจฉริยะ GEA (Global Intelligent Electric Architecture) เช่นเดียวกับ GEELY EX5 โดดเด่นด้วยขุมพลังขับเคลื่อนรุ่นใหม่ EM-i (E-Motive Intelligence) PHEV Super Hybrid ที่ให้ประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานขั้นสูง มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น และยังสามารถขับขี่ระยะไกลได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 160 กิโลวัตต์ และแรงบิด 320 นิวตันเมตร ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 73 กิโลวัตต์ แรงบิด 125 นิวตันเมตร สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้า 100% ระยะไกลสุด 83 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP และให้ระยะทางการขับขี่รวมสูงสุดต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็มหนึ่งครั้งและเติมน้ำมันเต็มถัง มากถึง 943 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC ซึ่ง EM-I Super Hybrid ถือเป็นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดสุดล้ำ ที่ออกแบบมาเพื่อการขับเคลื่อนแห่งอนาคตอย่างแท้จริง
มร. เออร์วิน เย่ รองประธานกรรมการ บริษัท จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 Geely Auto ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 2.47 ล้านคัน โดยเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ถึง 1.34 ล้านคัน ซึ่งเติบโตเป็น 2 เท่าของช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ตอกย้ำทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดระดับโลก ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ เรามั่นใจว่าความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่าง GEELY และ ธนบุรีนอยสเติร์น ซึ่งผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยจากประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เราขยายการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามั่นใจว่าการเปิดตัว GEELY EX2 รวมถึงการเผยโฉมครั้งแรกของ GEELY STARRAY EM-i จะเป็นก้าวสำคัญของการสร้างการเติบโตของ GEELY ในประเทศไทยอย่างมั่นคง”
ข้อเสนอพิเศษสำหรับ GEELY EX5
เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมของ GEELY EX5 ยานยนต์ที่โดดเด่นครบครันทั้งด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ประสิทธิภาพในการขับขี่ ฟังก์ชันความสะดวกสบายและความปลอดภัย พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ธนบุรีนอยสเติร์น ยังมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับ GEELY EX5 รุ่น MAX ในราคาพิเศษ 849,000 บาท จากราคาปกติ 899,000 บาท หรือ เลือกรับข้อเสนอช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าแบบจัดเต็ม ด้วยสิทธิพิเศษเพิ่มเติมดังนี้
- ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี 180,000 กม.
- ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี 160,000 กม.
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี Portable Charger
- ฟรี Wall Charger พร้อมบริการติดตั้งสายไฟยาว 10 ม.
- ฟรี ค่าจดทะเบียน
- ฟรี พรม กรอบป้าย
พิเศษยิ่งขึ้น ทุกการจองตั้งแต่ 3,999 บาทภายในงาน ลูกค้าจะได้รับกระเป๋าผ้าใบดีไซน์พิเศษจาก GEELY มูลค่า 1,290 บาท พร้อมสิทธิ์แลกซื้อแพ็กเกจอุปกรณ์ตกแต่ง GEELY EX2 ในราคาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น
- ชุดอุปกรณ์ A ที่รวมกล่องเก็บของใต้เบาะผู้โดยสารตอนหลัง กล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง พรมปูพื้น พรมปู Frunk และพรมปูท้ายรถ ในราคาเพียง 8,999* บาท (จากราคาปกติ 13,49* บาท)
- ฟิล์มกรองแสงลามินา ราคาพิเศษ 8,999* บาท (จากราคาปกติ 15,675* บาท)
- ชุดอุปกรณ์ B ที่ประกอบด้วยกล่องเก็บของใต้ที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง และกล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง ในราคาเพียง 4,999* บาท (จากราคาปกติ 6,681.82* บาท)
“การเปิดตัวโมเดลใหม่ ต้องมาพร้อมกับการบริการหลังการขายที่ครบครันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้ลูกค้าคนไทย โดยภายในสิ้นปีนี้เราพร้อมขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการครบ 40 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ถึง 10 แห่ง เพื่อให้ลูกค้าทั่วทุกภูมิภาคได้รับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ GEELY ที่ดีที่สุด ทั้งในด้านคุณภาพ การซ่อมบำรุง และการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร และในปี 2569 เราตั้งเป้าขยายเครือข่ายสู่ 65 แห่ง เพื่อยกระดับประสบการณ์และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานระดับโลกของ GEELY” นายณรงค์ กล่าวเสริม
สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถเข้าเยี่ยมชมและสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำสมัยของ GEELYได้ที่บูธ GEELY (A15) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
“BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III” และ “BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II” ได้รับเลือกเป็นยางมาตรฐานติดรถกระบะไฮลักซ์รุ่นใหม่ล่าสุดจากโตโยต้า เปิดตัวครั้งแรกของโลก “TOYOTA HILUX TRAVO” และ “TOYOTA HILUX TRAVO-e”
บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ตอกย้ำการเป็นผู้นำนวัตกรรม
ยางคุณภาพพรีเมียม เผยว่า “BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III” ยางสำหรับรถกระบะและรถ SUV มาพร้อมสมรรถนะสูงเหมาะสำหรับการขับขี่ทั้งบนถนนเรียบและทางออฟโรด และ “BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II” ยางสำหรับรถกระบะอเนกประสงค์และรถ SUV ทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อเหมาะสำหรับการขับขี่นุ่มสบายบนถนนเรียบ เติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และช่วยประหยัดน้ำมัน ได้รับเลือกให้เป็นยางมาตรฐานติดรถกระบะไฮลักซ์รุ่นใหม่จากโตโยต้า “TOYOTA HILUX TRAVO” และ “TOYOTA HILUX TRAVO-e” เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกของโลกเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมาโตโยต้าพัฒนารถกระบะไฮลักซ์รุ่นใหม่ เจเนอเรชันที่ 9 กับ “TOYOTA HILUX TRAVO” ภายใต้ดีไซน์คอนเซ็ปต์ Tough & Agile ที่ผสานความแข็งแกร่ง เข้ากับความคล่องตัว มาพร้อมกับเทคโนโลยี
ความปลอดภัย Toyota Safety Sense ให้ความสำคัญกับการบังคับควบคุม พร้อมรับมือได้กับทุกสภาพถนน และความนุ่มนวลในการขับขี่เป็นพิเศษ จึงตอบโจทย์การใช้งานทั้งออฟโรดและไลฟ์สไตล์ในเมือง และ “TOYOTA HILUX TRAVO-e” รถกระบะไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของโตโยต้าที่มีการจำหน่ายอย่างเป็นทางการซึ่งผลิตในประเทศไทย พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าระดับพรีเมียม และองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและความเป็นกลางทางคาร์บอนทั้งนี้ บริดจสโตนพัฒนายาง BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III และ BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II เพื่อตอบโจทย์สมรรถนะของ TOYOTA HILUX TRAVO และ TOYOTA HILUX TRAVO-e รองรับการใช้งานครอบคลุมทุกเส้นทางทั้งทางเรียบและออฟโรด พร้อมมอบการยึดเกาะถนนได้ดี ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังทนทาน ปลอดภัย และช่วยประหยัดน้ำมันตลอดการเดินทาง
คุณสมบัติเด่นของยาง BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III
- ใช้งานได้หลากหลาย: เหมาะสำหรับทั้งการขับขี่ในเมืองและทางออฟโรด เช่น บนทางเรียบ,
ทางขรุขระ หรือพื้นทราย - การยึดเกาะและควบคุม: ยึดเกาะได้ดีทั้งบนถนนแห้งและเปียก ช่วยให้การควบคุมพวงมาลัยและการทรงตัวดี
- ความทนทาน: โครงสร้างยางและดอกยางถูกพัฒนาให้มีความแข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับ
การใช้งานที่สมบุกสมบัน และช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น - การออกแบบ: ออกแบบลายดอกยางที่ดุดัน และแก้มยางที่ดูสปอร์ตทันสมัย
- ความปลอดภัย: เทคโนโลยีการออกแบบดอกยางช่วยรีดน้ำได้ดี เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บนถนนเปียก
คุณสมบัติเด่นของยาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II
- การขับขี่นุ่มสบาย: ออกแบบมาให้ขับขี่ได้นุ่มนวลและคล่องตัวบนทุกพื้นผิวถนน
- ความเงียบ: บล็อกดอกยางมีขนาดและลักษณะแตกต่างกัน ช่วยลดเสียงรบกวนขณะขับขี่
- การยึดเกาะดีเยี่ยม: ยึดเกาะได้ดีทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก
- ความทนทาน: แข็งแรงทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการฉีกขาด และขูดขีดจากเศษหินหรือสิ่งของต่างๆ
- สมรรถนะบนทางเรียบ: ออกแบบมาเพื่อให้ทรงตัวได้ดีแม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางโล่ง
หรือเข้าโค้ง - เทคโนโลยี: ใช้เนื้อยางสูตรใหม่และบล็อกดอกยางโค้งมน เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสถนน และลดการบิดตัวของหน้ายาง
ภาพรวมของยาง BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III และ BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II
สำหรับ “TOYOTA HILUX TRAVO” และ “TOYOTA HILUX TRAVO-e”
รุ่นรถ
ของโตโยต้ารุ่นยาง
ของบริดจสโตนขนาดยาง
ของบริดจสโตนTOYOTA HILUX TRAVO BRIDGESTONE DUELER A/T 693 III BRIDGESTONE DUELER H/T 684 II 265/65R17 265/60R18 TOYOTA HILUX TRAVO-e BRIDGESTONE Dueler A/T 693 III 265/65R17 ความร่วมมือกับโตโยต้าในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริดจสโตนในการพัฒนายางเพื่อตอบโจทย์การเดินทาง และยกระดับความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ในทุกสภาพการใช้งาน พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการเดินทางเพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าและสังคมไทย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- ใช้งานได้หลากหลาย: เหมาะสำหรับทั้งการขับขี่ในเมืองและทางออฟโรด เช่น บนทางเรียบ,
-
News Car2 Min Read
Mitsubishi, MG และ Yamaha คว้ารางวัลรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม 2025
สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. ประกาศผลการตัดสินรางวัลรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2025 จากรถที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบ Final List จำนวน 23 รุ่น ซึ่งมีการให้คะแนนรอบสุดท้าย ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดการทดสอบจากสถาบันยานยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยงานมอบรางวัล Thailand Car EV & Motorcycle of The Year 2025 มีขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ที่ The Halls วิภาวดีรังสิต และได้รับเกียรติจากทาง ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานในพิธี
สำหรับรางวัลรถยอดเยี่ยม ประจำปี 2025 มีดังนี้
รางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2025 หรือ Thailand Car of The Year 2025
– All-New Mitsubishi XFORCE HEV
รางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี 2025 หรือ Thailand EV of The Year 2025
– New MG S5 EV
รางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2025 หรือ Thailand Motorcycle of The Year 2025
– All New Yamaha NMax Tech MAX
นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ที่คว้ารางวัลรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปีนี้ไปครองได้สำเร็จ
ที่ผ่านมา สรยท.ได้ดำเนินการจัดงานมอบรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปีต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 รอบแรกเป็นการคัดเลือกรถที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ โดยจะต้องเป็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวและประกาศราคาจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568 ซึ่งสมาชิกจะลงคะแนนคัดเลือกรอบแรก จากนั้นจึงนำรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 23 รุ่น ไปขับทดสอบและลงคะแนนรอบสุดท้ายที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่จะปิดหีบลงคะแนน และเปิดหีบนับคะแนนก่อนการประกาศรางวัลภายในงานฯ
โดยกรรมการผู้ลงคะแนน ใช้หลักเกณฑ์ในการให้คะแนนตามหัวข้อต่างๆ ที่สมาคมฯ กำหนดไว้
ซึ่งเป็นไปตามกฎกติกาสากล เช่น รูปทรงการออกแบบ ประโยชน์ใช้สอย ระบบความปลอดภัย สมรรถนะเครื่องยนต์ เทคโนโลยี และระบบช่วงล่าง นอกจากนั้นต้องพิจารณาถึงพัฒนาการของรถยนต์รุ่นนั้น ความมั่นคงในเรื่องแบรนด์ และบริการหลังการขายประกอบการพิจารณาอีกด้วยสำหรับปีนี้มีรถที่ผ่านเข้ารอบ Final List ในกลุ่มรถยนต์ 10 รุ่น คือ BYD Seal 5 DMI, Ford Ranger
MS-RT, Isuzu D-Max 2.2 Maxforce, Isuzu MU-X 2.2 Maxforce, Mazda BT-50 2.2, . Mitsubishi XForce HEV , Nissan Serena S Hybrid , Suzuki Fronx , Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport และ Toyota Camry HEVกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 7 รุ่น คือ BMW iX1L eDrive20L M Sport, BYD Sealion 7, Jaecoo 5EV, Mercedes-Benz G580 EV, MG S5 EV, MG IM6 และToyota BZ4X
ส่วนกลุ่มรถจักรยานยนต์ จำนวน 6 รุ่น คือ BMW R1300GSA, Harley-Davidson Street BOB, Honda Wave 125, Honda PCX160, Yamaha New Aerox และ All New Yamaha NMax Tech MAX
ทั้งนี้ รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย รวมทั้งในภูมิภาคอาเซียน เช่นเดียวกันกับการปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกรถยอดเยี่ยมให้ทันต่อสถานการณ์และสร้างมาตรฐานให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุคปัจจุบันด้วยเช่นกัน”
นอกจากนี้ ภายในงานฯ ยังมีการมอบรางวัล Thailand Car & Motorcycle Marketing Award 2025 ให้กับค่ายผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งมอบรางวัลจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในทั้งยอดขาย การผลิต และกลยุทธ์การตลาด ในปี 2024-2025 จำนวน 20 บริษัท ดังนี้
- รางวัลยอดจำหน่ายรถยนต์รวมสูงสุด ประจำปี 2567
– บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จากยอดจำหน่ายรวมจำนวน 220,356 คันในปี 2567
- รางวัลแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในกลุ่ม C-Segment ประจำปี 2567
– บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จากยอดขายของรถยนต์นั่ง Civic และ CR-V จำนวน 19,000 คัน
- รางวัลรถยนต์ต้นแบบที่โดดเด่นแห่งปี 2568
– บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จากรถกระบะต้นแบบ ISUZU DRAGON MAX ที่มีความโดดเด่นในการผสมผสานความคลาสสิคและนวัตกรรมล้ำสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
- รางวัลแบรนด์รถยนต์พรีเมี่ยมที่มียอดขายสูงสุดประจำปี 2567
– บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยยอดจำหน่ายรวมจำนวน 13,659 คัน ในปี 2567
- รางวัลผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจในตลาดปิกอัพไทย
– บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด โดย Ford Ranger Line-up ซึ่งมีความหลากหลายทั้งในการใช้งานเชิงพาณิชย์อย่าง Super Duty ตามด้วยรุ่นปกติ ไปจนถึงตัวแรงอย่าง Ranger Raptor และ Ranger MS-RT
- รางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ขนาดกลางที่เปี่ยมด้วยความคุ้มค่า
– บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กับรถยนต์ Nissan Serena e-Power ซึ่งเปิดตัวในตลาดเมืองไทยในราคาที่สามารถสัมผัสได้กับความอเนกประสงค์ คุณภาพการผลิตจากญี่ปุ่น และขุมพลัง
e-Power ที่ตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างลงตัว- รางวัลผู้บุกเบิกและวางรากฐานด้านการส่งออกยานยนต์ไทย
– บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นแบรนด์แรกที่ประกอบรถยนต์จากโรงงานไทยส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศโดย เริ่มเมื่อปี 2531 ปัจจุบันมียอดส่งออกสะสมมากกว่า 5.5 ล้านคัน
- รางวัลแบรนด์ผู้มีส่วนร่วมในการเติบโต SME ไทย
– บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบให้ Suzuki Carry รถยนต์ที่ตอบโจทย์กับการใช้งานของกลุ่ม SME อย่างลงตัว อีกทั้งยังออกแบบแคมเปญด้านการตลาดต่างๆ เพื่อให้กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและง่ายขึ้น
- รางวัลการยกระดับบริการหลังการขายที่โดดเด่นแห่งปี 2568
– บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทย ซึ่งได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ในการสร้าง Audi Body & Paint Center สำหรับรองรับการให้บริการลูกค้าชาวไทย และสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ Audi มากยิ่งขึ้น
- รางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี 2568
– บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับแคมเปญ EV Lifetime Warranty ของ MG รับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน ที่มีความโดดเด่นและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า
- รางวัลผู้สร้างมาตรฐานใหม่แห่งการรับประกันในตลาดรถยนต์
– บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล 1 ล้านกิโลเมตร หรือ 8 ปี ของ GWM Tank 300 และ Tank 500 นับเป็นการรับประกันที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
- รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารวมสูงสุดประจำปี 2567
– บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ซึ่งมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 38,210 คัน
- รางวัลแบรนด์รถไฟฟ้าที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุดประจำปี 2568
– บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากยอดขายที่ประสบความสำเร็จจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ที่เปิดตัวตลอดทั้งปี 2567 และ 2568 แล้ว ทางแบรนด์ยังลงทุนในเรื่องคลังอะไหล่เพื่อรองรับกับการเติบโตในด้านยอดขายอีกด้วย
14.รางวัลรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีพรีเมียมขนาดกลางยอดเยี่ยมด้านสมรรถนะและนวัตกรรม
– บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด โดย ZEEKR 7X รถยนต์พลังไฟฟ้าที่มาพร้อมกับกำลังขับเคลื่อนถึง 416-637 แรงม้า บวกกับความเพียบพร้อมในด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความทันสมัยของอุปกรณ์ที่ครบครัน
- รางวัลผู้นำด้านยานยนต์พลังไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ของไทย
– บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ หลากหลายทางเลือกทั้งรถบัสและหัวลาก ในการรองรับกับการใช้งานของภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์รายแรกในไทยที่ใช้ฝีมือคนไทย
- รางวัลบริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่มียอดรายได้จากกรมธรรม์สูงสุด ประจำปี 2568
– บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยยอดขายกรรมธรรม์รวม 36,380 ล้านบาท แสดงถึงการได้รับการยอมรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง
- รางวัลแบรนด์ฟิล์มกรองแสงที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไทย
– บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ตัวแทนจำหน่าย ลามิน่า แบรนด์ฟิล์มกรองแสงที่มียอดขายสูงสุด และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทย
- รางวัลผู้นำในด้านนวัตกรรมแห่งการขับขี่ขั้นสูงสุดในโลกมอเตอร์ไซค์
– บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นวัตกรรมคุณภาพด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับผู้ขับขี่ รวมทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
- รางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมด้านความปลอดภัยประจำปี 2568
– บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กับแคมเปญการมอบหมวกกันน็อคจำนวน 60,000 ใบมูลค่า 60 ล้านบาท ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของบริษัท เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในไทย
- รางวัลผู้นำด้านนวัตกรรมการผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อม
– บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เพื่อยกย่องโรงงานผลิตที่มีนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม การใช้เทคโนโลยีสะอาด การรีไซเคิลทรัพยากร รวมทั้งระบบจัดการของเสียที่ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ
โดยรางวัลทั้งหมดนี้ เป็นความตั้งใจที่ สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. รวมทั้งสมาชิกสมาคม พร้อมช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง รวมทั้งเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สนับสนุนวิชาชีพผู้สื่อข่าว และเป็นสื่อกลางระหว่างค่ายผู้ผลิตกับผู้บริโภคเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันอีกด้วย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
Bridgestone เลือก ‘ไทย’ จัดงาน Global Test ยางแข่งระดับโลก ลงทดสอบเต็มพิกัดที่สนามช้างฯ!
Bridgestone Moto เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมยางรถจักรยานยนต์ระดับโลก ด้วยการเปิดตัวและทดสอบยางแข่ง Bridgestone Racing Battlax V03 และ ยางสปอร์ต Battlax Racing Street RS12 พร้อมขนฝูงรถสปอร์ตมาให้ทดสอบแบบจัดเต็ม อาทิเช่น รถแข่ง Yamaha R1 จาก YART, Honda CBR 1000 RRR, BMW S1000 RR และ Ducati Panigale V4S 7G
โดยการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการรวมตัวของผู้แทนจำหน่ายจากทั่วโลกและทีมงาน Bridgestone Europe, Bridgestone Japan, Bridgestone USA พร้อมทีมงาน Race Engineer ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จแชมป์โลก 6 ปีซ้อนจากงาน FIM Endurance World Championship (EWC) มารวมตัวกันที่เมืองไทย โดยจัดขึ้นที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จบุรีรัมย์
การที่ Bridgestone เลือกประเทศไทย สะท้อนถึง ศักยภาพด้านมอเตอร์สปอร์ตที่กำลังเติบโตของประเทศไทย และ ความพร้อมของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งเป็นสนามแข่งขัน MotoGP โดยยางรุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่นนี้ ผ่านการทดสอบและพัฒนาอย่างเข้มข้นในหลายประเทศ รวมถึงการเก็บข้อมูลจากสนามช้างฯ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ยางมีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและทนทาน เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดประเทศไทย
นอกจากนี้ในงานยังได้เชิญนักแข่งระดับตำนานอย่าง Jeremy McWilliams อดีตนักแข่ง MotoGP พร้อมด้วย 2 แชมป์โลก Endurance World Championship (EWC) ได้แก่ Karel Hanika และ Marvin Fritz เข้าร่วมทดสอบและให้ข้อมูลเชิงลึกด้านสมรรถนะยางในครั้งนี้ ถือเป็นการการันตีคุณภาพจากประสบการณ์ระดับโลกอย่างแท้จริง
สำหรับประเทศไทย เตรียมสัมผัสความเร้าใจของ Battlax Racing V03 และ Battlax Racing Street RS12 โดยมี บริษัท เพชแม็กซ์ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ในนาม Bridgestone Moto Thailand เป็นตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Bridgestone Moto Thailand สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel: 0651986666 Line: @bridgestonemoto
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” MOTOR EXPO รวมใจ Thai PBS ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม หาดใหญ่
“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” เปิดพื้นที่รับบริจาค สิ่งของเครื่องใช้ และอาหารแห้ง ส่งต่อให้ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) เพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ผู้เข้าชมงาน และประชาชนทั่วไปสามารถนำของมาบริจาคได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ด้านหลัง EASE Café บริเวณลอบบี้ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2568
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
โตโยต้า ส่งมอบข้อเสนอสุดพิเศษ “ดีลตอบจบ ครบทุกความต้องการ” พร้อมแคมเปญส่งท้ายปี โตโยต้า อาริกาโตะ ในงาน Thailand International Motor Expo 2025
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเปิดบูธโตโยต้าในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 Thailand International Motor Expo 2025” ภายใต้แนวคิด Move your world จัดแสดงรถยนต์โตโยต้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นำโดยรถกระบะมหาชนรุ่นใหม่ “HILUX TRAVO” เสริมทัพด้วยรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ทั้ง “HILUX TRAVO-e” และ “bZ4X” ตอกย้ำความเป็นผู้นำ HEV ด้วยรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ “YARIS CROSS NIGHTSHADE EDITION”, “NEW YARIS ATIV HEV” และ “INNOVA ZENIX” เติมเต็มไลน์อัพผู้นำตัวจริงในตลาด PPV ด้วย “FORTUNER LEADER G+” พร้อมพบกับการกลับมาของตำนานรถแข่ง “GR86” รุ่นใหม่ พร้อมประกาศราคาภายในงาน โดยรถทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ “ดีลตอบจบ ครบทุกความต้องการ” และแคมเปญส่งท้ายปี “โตโยต้า อาริกาโตะ” ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โตโยต้าขอแสดงความห่วงใยจากใจต่อพี่น้องชาวไทยทุกคน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงที่ผ่านมา โตโยต้าจัดส่งคาราวานเพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมผ่านมูลนิธิโตโยต้า และในวันนี้โตโยต้ายังได้ส่งคาราวานช่วยเหลือชุดใหม่ไปยังชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ พวกเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบ และขอให้ทุกท่านปลอดภัย
นอกจากนี้ โตโยต้าขอบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษารถยนต์ ด้วยบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 30 รายการ พร้อมสิทธิประโยชน์ส่วนลดค่าอะไหล่ 30% สำหรับงานซ่อมทั่วไปและเคมีภัณฑ์ และส่วนลดค่าอะไหล่ 50% สำหรับกลุ่มพรมปูพื้นและพรมซับเสียงรถยนต์ และสำหรับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ประกันภัย TOYOTA CARE และ TOYOTA CARE PHYD ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยชั้นนำทั้ง 7 แห่ง สามารถนำรถเข้ารับบริการซ่อมเคลมประกันได้ที่ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีโตโยต้าทุกแห่งทั่วประเทศ
โตโยต้าขอยืนยันว่า เรายังคงลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทย พร้อมมีส่วนร่วมส่งเสริมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยผ่านการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยโตโยต้าได้แนะนำรถรุ่นใหม่หลายรุ่นที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนอันหลากหลาย
เริ่มจากการแนะนำรถกระบะไฮลักซ์รุ่นใหม่ “Hilux Travo” และ “Travo-e BEV” ในวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รถรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย และนอกจากคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ (QDR) อันเป็นเอกลักษณ์ของโตโยต้าแล้ว ยังมาพร้อมสมรรถนะในการขับขี่ที่ทรงพลัง ควบคู่กับความสะดวกสบายในการขับขี่และความประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม ด้วยระบบที่เรียกว่า “Dynamic Cloud Suspension” Hilux Travo ยังถูกดีไซน์ภายใต้แนวคิด “ไซเบอร์ซูโม่” พร้อมคอนเซปต์ “แข็งแกร่ง คล่องตัว” ถ่ายทอดความแข็งแกร่ง ความคล่องตัว และทรงพลัง อันสะท้อนถึงรากฐานประเพณีญี่ปุ่น และจิตวิญญาณแห่งความเป็นนักสู้ไว้อย่างลงตัว โดยไฮลักซ์ ทราโว่ ได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลูกค้า และตั้งแต่การเปิดตัวไฮลักซ์ ทราโว่จนถึงวันนี้ เราได้รับยอดจองไฮลักซ์รวมทุกรุ่นแล้วกว่า 10,000 คัน
นอกจากนั้น ไฮลักซ์ยังมาพร้อม ไฮลักซ์ รีโว่ และไฮลักซ์ แชมป์ ที่เราเพิ่งทำการแนะนำรุ่นฐานล้อสั้นพิเศษ และขอเชิญลูกค้าทุกท่าน ให้มาสัมผัส “โลกแห่งไฮลักซ์” ได้ภายในบูธโตโยต้าปีนี้ และท่านยังจะได้พบกับ เจ้าตลาด PPV อย่างฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ Leader G Plus ที่มาพร้อมมาตรฐานคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ (QDR) รวมถึงสเปกที่ยอดเยี่ยม Leader G Plus จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นำรุ่นใหม่ ที่ต้องการรถ PPV ที่เชื่อถือได้ในราคาที่ง่ายในการเป็นเจ้าของ
สำหรับในช่วงปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 โตโยต้ามีการเปิดตัว New Yaris Ativ HEV Premium และ HEV GR Sport สำหรับลูกค้าที่มองหารถอีโคซีดาน ที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและการใช้งานประจำวันพร้อมความคล่องตัวและความประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดที่พิสูจน์แล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ (Trusted HEV) และมีประสิทธิภาพสูงในการใช้งานจริง ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า โดยรถยนต์โตโยต้าอีโคคาร์เป็นกลุ่มรถที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้กว่า 50%
สำหรับ Yaris Cross ยนตรกรรมไฮบริดที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทย มีการแนะนำ Yaris Cross Nightshade ที่โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยการตกแต่งรอบคันแบบ Dark Design ที่เสริมความ สปอร์ตอย่างลงตัว เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการลุคเมือง ทันสมัยและมีสไตล์
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ D-Segment ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้มาตรฐานการผลิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ความพร้อมของชิ้นส่วนอะไหล่ และเครือข่ายงานบริการที่ไว้วางใจได้สูงสุด ช่วยเติมเต็มไลน์อัปของโตโยต้าให้ครบถ้วน รถรุ่นนี้ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมระยะในการขับขี่ที่ไกล ในราคาที่น่าดึงดูด นับตั้งแต่การเปิดในช่วงปลายเดือนสิงหาคม มียอดจองสิทธิ์ล่วงหน้า 2,000 คัน ภายในเพียงหนึ่งเดือน โตโยต้าขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อคุณลูกค้าทุกท่านครับ
นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่มองหาสุดยอดมินิแวนหรู ขอนำเสนอ “Alphard และ Vellfire HEV” มาจัดแสดง และพร้อมส่งมอบสู่มือลูกค้าได้ทันที และเพื่อเอาใจผู้ที่หลงใหลในความเร็วและแฟน ๆ GR วันนี้ “GR86” ได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมให้ทุกท่านเป็นเจ้าของได้แล้ว
นอกจากนี้ โตโยต้ายังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่มที่สำคัญที่สุด ขอนำเสนอแพ็กเกจทางการเงินที่เป็นเจ้าของได้ง่าย สำหรับทุกรุ่น รวมถึงแคมเปญส่งท้ายปี “โตโยต้า อาริกาโตะ” มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวปิดท้าย
รถกระบะที่อยู่เคียงข้างคนไทยมายาวนาน HILUX TRAVO
HILUX TRAVO OVERLAND ราคาเริ่มต้น 1,102,000 บาท
“GREAT EXPLORER” เพื่อนร่วมเดินทางที่เคียงข้างไปกับคุณ ให้คุณออกไปค้นพบ และสัมผัสประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ แล้วคุณจะรู้ว่าไม่มีเป้าหมายใดเป็นไปไม่ได้ หากคุณพร้อมลุยไปด้วยกัน กับเทคโนโลยี “Dynamic Cloud” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การควบคุม การทรงตัว และความนุ่มนวลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มสมรรถนะและความสบายในทุกมิติ ในส่วนของการออกแบบมาในคอนเซ็ปต์ “Tough & Agile” ผสานความ “แข็งแกร่ง (Tough)” เข้ากับความ “คล่องตัว (Agile)” สะท้อนภาพลักษณ์ที่ทรงพลังและคล่องตัว ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Cyber Sumo แข็งแกร่ง มั่นคง และทรงพลัง ดีไซน์ภายใน “Robust Simplicity” ดีไซน์เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ทุกฟังก์ชันใช้งานได้จริง จอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 12.3 นิ้ว แบบดิจิทัล ทันสมัย คมชัด พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้า แม่นยำ ควบคุมง่าย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ระบบ Multi-Terrain Select (MTS) ช่วยปรับการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย ทั้งแบบดิน ทราย โคลน หิน หรือหิมะ ลุยได้ดังใจ
รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.89% หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
HILUX TRAVO Prerunner ราคาเริ่มต้น 789,000 บาท
HILUX TRAVO 4TREX ราคาเริ่มต้น 984,000 บาท
“GREAT URBANER” มาในทั้ง Double Cab และ Smart Cab เน้นการใช้งานส่วนบุคคลและไลฟ์สไตล์ สะดวกสบายไปกับเพื่อนร่วมทางที่พร้อมไปกับคุณ ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองที่เน้นความคล่องตัว ด้วย PRERUNNER ขับเคลื่อน 2 ล้อ และพร้อมพาคุณออกไปเติมพลัง ดื่มด่ำธรรมชาติกับรุ่น 4TREX ขับเคลื่อน 4 ล้อ มาร่วมเดินทาง และ ทำให้ทุกวันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน ดีไซน์ภายนอกที่ผสานความ “แข็งแกร่ง (Tough)” เข้ากับความ “คล่องตัว (Agile)” ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Cyber Sumo แข็งแกร่ง มั่นคง และทรงพลัง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ GD SUPER POWER ขนาด 2.8 ลิตร มาพร้อมทั้งพลังและความประหยัดที่ดีขึ้น ตอบสนองความต้องการและการใช้งานของลูกค้าที่ต้องการรถกระบะที่เปี่ยมไปด้วยขุมพลัง แต่ยังประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีหัวฉีดอัจฉริยะ i-Art ควบคุมหัวฉีดอย่างแม่นยำด้วยเซ็นเซอร์คอมพิวเตอร์ ให้ละอองน้ำมันละเอียด เผาไหม้หมดจด และระบบ Stop & Start ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถจอดนิ่ง เพื่อเพิ่มการประหยัดน้ำมัน
นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ Auto Brake Hold เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อม Wireless Charger ในส่วนของการขับขี่ก็จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี “Dynamic Cloud” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การควบคุมการทรงตัวและความนุ่มนวลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มสมรรถนะและความสบายในทุกมิติ
รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 0.99% หรือดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.65% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD สำหรับ Prerunner Smart Cab
รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 0.99% หรือดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.75% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD สำหรับ Prerunner Double Cab
รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.79% หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD สำหรับ 4TREX Smart Cab
HILUX TRAVO STANDARD CAB 4TREX ราคาเริ่มต้น 767,000 บาท
“GREAT ACHIEVER” กระบะคู่ใจที่พร้อมเคียงข้างทุกความมุ่งมั่น เพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง มาพร้อมตัวถังแบบมาตรฐานและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ให้สมรรถนะครบทั้งความแกร่งพร้อมลุย การบรรทุกที่เหนือชั้น และความคุ้มค่าในทุกเส้นทาง พร้อมพิชิตทุกความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ระบบ Blind Spot Monitor และ Rear Cross Traffic Alert ระบบช่วยเตือน มุมอับสายตาที่กระจกมองข้างพร้อมช่วยเตือนขณะถอยรถ พร้อม Rear View Camera กล้องมองภาพขณะถอยหลัง และ Parking sensor สัญญาณเตือนกะระยะหน้าและหลัง
รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.69% หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
HILUX TRAVO-e ราคาเริ่มต้น 1,491,000 บาท
“GREAT THINKER” กระบะไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนจากแนวคิด MULTI-PATHWAY ถูกคิดเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ผ่านการมองอนาคตอย่างรอบด้าน คิดเพื่อทุกคน คิดเพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ และคิดเพื่อการเดินทางสู่อนาคตใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน มั่นใจกับ “DIAMOND GUARD” เทคโนโลยี ปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าช่วยปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วยแผ่นปิดเสริมความปลอดภัย ทั้งด้านหน้าและใต้ท้องรถ แบตเตอรี่ยึดกับเฟรมย่อยเป็นรูป Diamond Shape ช่วยลดความ เสียหายต่อแบตเตอรี่จากการบิดตัวของเฟรมระหว่างการใช้งาน เสริมความปลอดภัยจากการ กระแทก รอบทิศทางด้วยโครงสร้างดูดซับแรงกระแทก ให้คุณลุยได้อย่างมั่นใจ
รับข้อเสนอ เมื่อจองรถภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568
และรับรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569
รับความคุ้มสุดพิเศษไปเลย 3 ต่อ!
🔹 ต่อ 1 รับฟรี! คูปองชาร์จไฟ มูลค่า 10,000 บาท* จาก EV Station PluZ
🔹 ต่อ 2 รับฟรี! บัตรกำนัลที่พัก มูลค่า 7,700 บาท* จาก The Standard Pattaya Na Jomtien ประเภทห้อง Deluxe Room จำนวน 1 คืน
🔹 ต่อ 3 รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1** Toyota Care PHYD (Pay How You Drive ขับดีลดให้) และขยายระยะเวลารับประกันสูงสุด 5 ปี***
ยนตรกรรมไฮบริดยอดนิยม YARIS CROSS NIGHTSHADE และ NEW YARIS ATIV HEV
YARIS CROSS NIGHTSHADE ราคา 919,000 บาท
รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาดเล็กยอดนิยมรุ่นพิเศษ YARIS CROSS NIGHTSHADE โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นด้วยกระจังหน้าแบบ Metro Stylish ล้ออัลลอยปัดเงาสีดำ 18 นิ้ว กระจกมองข้างสีดำ และแพ็คเกจตกแต่งรอบคันสีดำ ได้แก่ ชุดตกแต่งบริเวณด้านล่าง (กันชนหน้า- หลัง และด้านข้าง), ชุดตกแต่งไฟตัดหมอกหน้า, คิ้วกระโปรงท้าย และคิ้วขอบหน้าต่างสีโครเมียมรมดำ มาพร้อม 2 สีภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ Cement Gray Metallic (ใหม่) และ Platinum White Pearl ที่มาพร้อมกับหลังคาแบบดำทูโทน ภายในสีดำเพิ่มความโดดเด่นให้สปอร์ต พรีเมียม ไม่ซ้ำใคร
รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.55% หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,539 บาทต่อเดือน
NEW YARIS ATIV HEV ราคาเริ่มต้น 719,000 บาท
รถยนต์ซับคอมแพคซีดานรุ่นยอดนิยม กับขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า อัตราการใช้เชื้อเพลิงสูงสุด 29.4 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก ECO Stickerโดยทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ ในรุ่น HEV Premium) มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันด้วยหน้าจอ 10.1 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย , Wireless Charger และเหนือระดับความปลอดภัยยิ่งขึ้นกับ Toyota Safety Sense ด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC (Adaptive Cruise Control) แบบ All-Speed พร้อมระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน LKC (Lane Keeping Control) กับทางเลือกรุ่น HEV Premium และรุ่น HEV GR Sport
สำหรับรุ่น HEV GR Sport สะท้อนความโดดเด่น สปอร์ตและขับสนุกยิ่งขึ้น กับดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมโลโก้ GR และชุดแต่ง GR-S ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว หลังคาดำ พร้อมกระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ สำหรับภายในมากับเบาะหนังสังเคราะห์สีดำ พร้อมโลโก้ GR เพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยช่วงล่างและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับจูนพิเศษ
รับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้น 5,965 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
ยนตรกรรมไฟฟ้า รถ D-SUV อเนกประสงค์ New bZ4X
NEW bZ4X ราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท
ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Hammerhead พร้อม Center Lamp ภายในกว้างขวาง สะดวกสบาย ด้วยหลักการออกแบบ Open & Relax มั่นใจในทุกการขับเคลื่อนด้วยโครงสร้าง e-TNGA ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าของโตโยต้าโดยเฉพาะ ศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวดี คล่องตัวทุกการเคลื่อนไหว ให้กำลังสูงสุด 343 แรงม้า (รุ่นAWD) มาพร้อม X-Mode ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะ เมื่อขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทาย รองรับหัวชาร์จแบบ AC Type 2 กำลังสูงสุด 22 กิโลวัตต์ ระยะทางวิ่งสูงสุด 600 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 100% (รุ่นFWD)
รับข้อเสนอ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD และพิเศษเฉพาะที่งาน Motor Expo รับเพิ่ม บัตรกำนัลส่วนลด 20,000 บาท
ภายในงานยังมีการจัดแสดงยนตรกรรมหลากหลายรุ่นครบทุกไลน์อัพ เพื่อนำเสนอทางเลือกที่มีความหลากหลาย สามารถตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
การกลับมาของ GR 86 ใหม่ Feel the Pulse of the Road
- GR 86 ใหม่ “Feel the Pulse of the Road” มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 ลิตร แบบ 4 สูบแนวนอน 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุดถึง 237 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร
- ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า ‘G-Mesh’ Matrix Grille เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ GR พร้อมไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED เสริมความสปอร์ตด้วยท่อไอเสียคู่
- ภายในห้องโดยสาร เบาะคู่หน้าหุ้มหนังแท้และ Ultrasuede® พร้อมจอแสดงผลแบบสี MID Boxer Design ที่ปรับโหมดการแสดงผลได้ตามสไตล์การขับขี่ — Normal, Sport, หรือ Track และจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง
- สมรรถนะปรับจูนใหม่ เพื่อความสนุกและมั่นใจยิ่งกว่าเดิม
- การปรับแต่งลิ้นผีเสื้อ เพื่อการตอบสนองที่ดีขึ้น ขับขี่สนุก
- การปรับจูนโช้กอัพหน้าและหลัง ทำให้ควบคุมรถและการตอบสนองในการขับขี่ดีขึ้น
- การปรับจูนระบบเกียร์อัตโนมัติ ลดเกียร์ต่ำลงที่รอบเครื่องยนต์สูงขึ้น
- การปรับตั้งระบบพวงมาลัยไฟฟ้า ทำให้การตอบสนองของพวงมาลัยดีขึ้น และเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่
ราคา 2,999,000 บาท
เป็นเจ้าของรถ GR 86 วันนี้ สัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตแบบ GAZOO Racing และสิทธิพิเศษสุด Exclusive- GR Service package บริการเช็กระยะมาตรฐาน ภายในระยะเวลา 3 ปี 45,000 กม.(แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
- Roadside Service package ฟรี ระยะเวลา 5 ปี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
- GR Track Experience สัมผัสประสบการณ์ลงขับในสนามแข่ง พร้อม GR Master Class เรียนรู้เทคนิกการขับจากนักแข่งทีม Toyota Gazoo Racing Thailand
- และกิจกรรมพิเศษสำหรับลูกค้า GR อีกมากมาย
*ขอสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม โดยทางบริษัทฯ จะเเจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า
นอกจากนี้เรายังมี GR Corolla รุ่นล่าสุด ล๊อตสุดท้าย ให้ท่านสามารถชมได้ในงานฯ เฉพาะวันที่ GR Garage เข้าร่วมงาน (วันที่ 4, 7 และ 10 ธันวาคม 2568)
สามารถพบกับ GR 86 รุ่นใหม่ และ GR 86 Mini Press Talk พร้อมกิจกรรมพิเศษอีกมากมายได้ที่งาน GR Day : Coffee & Connect ในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 นี้ ณ Silooet House บางใหญ่
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ผ่านทาง GR Garage ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ https://www.toyota.co.th/gr_garage/
ใหม่! เปิดตัวชุดอุปกรณ์ตกแต่งใหม่ CHARISMO LUXE สำหรับรุ่น CAMRY พร้อมส่วนลดพิเศษ
เพื่อตอกย้ำถึงการเป็นรถยนต์ Hybrid Medium Size Sedan ยอดนิยม ที่มีความพรีเมียม สมรรถนะดี ความสะดวกสบายครบครัน และมั่นใจได้ในระบบความปลอดภัย โดยมาพร้อมกับการแนะนำชุดอุปกรณ์ตกแต่งใหม่ในชื่อ CHARISMO LUXE อันประกอบด้วยสเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง ด้วยเส้นสายที่โดดเด่นและเปลี่ยนแครักเตอร์ของตัวรถให้คงความหรูหราและเพิ่มความสปอร์ตให้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
มาพร้อมกับส่วนลดพิเศษในช่วงเปิดตัว (28 พ.ย. 68 – 31 ธ.ค. 68) จากปกติ 29,990 บาท เหลือเพียง 24,000 บาท หรือผ่อนเพิ่มเริ่มต้นเพียงเดือนละ 353 บาท*
*ติดตั้งกับรถใหม่และคำนวณจากรุ่น HEV Smart ที่ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.35%
TOYOTA ACCESSORIES
บ่งบอกความมีเอกลักษณ์ โดดเด่นในทุกการขับขี่
เปิดมิติใหม่ของการแต่งรถด้วยอุปกรณ์ตกแต่งที่ออกแบบภายใต้มาตรฐานโตโยต้า ทุกรายละเอียดผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ทั้งดีไซน์ที่เข้ากับตัวรถ สะท้อนความเป็นตัวคุณ โดนเด่นแบบมีเอกลักษณ์ มาพร้อมการควบคุมคุณภาพที่ไว้ใจได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือโลดแล่นสู่เส้นทางไกล และอุปกรณ์ตกแต่งโตโยต้ามาพร้อมการรับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม.1 ให้ทุกเส้นทางเต็มไปด้วยความสบายใจตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง
CAMRY : อุปกรณ์ตกแต่งชุด CHARISMO LUXE
“เผยตัวตนสปอร์ต…ที่มาพร้อมความเหนือระดับ”
ราคา 29,990 บาท ส่วนลดพิเศษช่วงแนะนำ 5,990 บาท ลดเหลือ 24,000 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568)
- สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา 7,500 บาท
- ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา 9,890 บาท
- สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา 6,700 บาท
- สปอยเลอร์หลัง ราคา 5,900 บาท
YARIS ATIV / NEW YARIS ATIV HEV : อุปกรณ์ตกแต่งชุด CHARISMO DRIFT
“ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์”
ราคา 19,990 บาท ส่วนลดพิเศษช่วงแนะนำ 4,000 บาท ลดเหลือ 15,990 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 21 สิงหาคม 2568 –31 ธันวาคม 2568)
- สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา 4,600 บาท
- ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา 6,500 บาท
- สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา 4,600 บาท
- สปอยเลอร์หลัง ราคา 4,290 บาท
YARIS ATIV / NEW YARIS ATIV HEV : อุปกรณ์ตกแต่งชุด GR
“แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง ถ่ายทอดสู่ทุกเส้นทางของคุณ”
ราคา 28,990 บาท ส่วนลดพิเศษช่วงแนะนำ 6,000 บาท ลดเหลือ 22,990 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 21 สิงหาคม 2568 –31 ธันวาคม 2568)
- สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา 6,890 บาท
- ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา 7,900 บาท
- สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา 7,200 บาท
- สปอยเลอร์หลัง ราคา 7,000 บาท
Hilux Revo Z-Edition (C-Cab): อุปกรณ์ตกแต่งชุด ROCK PACKAGE
“ตกแต่งสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ตอบรับการใช้งานที่หลากหลายทั้งในเมืองและนอกเมือง”
ราคา 20,890 บาท ส่วนลดพิเศษเฉพาะในงาน MOTOR EXPO ลดเหลือ 19,410 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 28 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568)
อุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้า (TGA)
- ชุดแต่งบันไดข้าง C-CAB ราคา 7,400 บาท
อุปกรณ์ตกแต่งจากพันธมิตร (แบรนด์ AZZY)2
- สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา 5,500 บาท
- ชุดตกแต่งซุ้มล้อ ราคา 7,990 บาท
Hilux Revo Z-Edition (D-Cab): อุปกรณ์ตกแต่งชุด DRIFT PACKAGE
“ตกแต่งสไตล์สปอร์ตเรซซิ่ง โดนใจวัยรุ่นสายซิ่งและผู้ที่ชื่นชอบการแต่งแนวสปอร์ตจัดเต็ม”
ราคา 13,100 บาท ส่วนลดพิเศษเฉพาะในงาน MOTOR EXPO ลดเหลือ 11,580 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 28 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568)
อุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้า (TGA)
- ชุดแต่งบันไดข้าง D-CAB ราคา 7,600 บาท
อุปกรณ์ตกแต่งจากพันธมิตร (แบรนด์ AZZY)2
- สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา 5,500 บาท
HILUX TRAVO PRERUNNER (D-Cab): อุปกรณ์ตกแต่งชุด CHARISMO ROCK
“ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์” สู่อีกขั้นของภาพลักษณ์ออฟโรดที่ไม่ซ้ำใคร
ราคา 14,900 บาท ส่วนลดพิเศษเฉพาะในงาน MOTOR EXPO ลดเหลือ 11,920 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 28 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568)
- ชุดตกแต่งกันชนหน้า คาริสโม่ ราคา 6,000 บาท
- คิ้วตกแต่งฝากระโปรงด้านข้าง ราคา 1,600 บาท
- กรอบรองที่จับประตู (สีดำ) ราคา 1,900 บาท
- คิ้วกันกระแทกประตู (ใหญ่) D-CAB ราคา 3,500 บาท
- สปอยเลอร์ท้ายกระบะ ราคา 1,900 บาท
หมายเหตุ
- ระยะเวลารับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน อ้างอิงจากคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.toyota.co.th/accessories/warranty/tga
- ผลิตภัณฑ์ AZZY ผลิตและรับประกันโดยบริษัท เอซีซีวาย 9999 จำกัด รับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/accessories/warranty/azzy
- ราคาที่ปรากฎในรายการเป็นราคาขายปลีกแนะนำรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และราคาดังกล่าวไม่รวมค่าแรงติดตั้ง
พิเศษช่วงมอเตอร์เอ็กซ์โป ซื้อรถโตโยต้า รับข้อเสนอพิเศษ กับแคมเปญ “โตโยต้า อาริกาโตะ โปรแจกใหญ่จัดเต็ม” เพียงสแกน QR ลงทะเบียน ลุ้นรับเพิ่ม 3 ต่อ
ต่อที่ 1 สแกนปั๊บ เลือกรับเลย บัตรกำนัลส่วนลด สูงสุด 10,000 บาท หรือ
ส่วนลดดอกเบี้ย สุงสุด 0.4% หรือ แพ็กเกจเช็กระยะ Smart Plan 50,000 กม.
ต่อที่ 2 จองใน 7 วัน ลุ้นรับเพิ่ม บัตรกำนัลสูงสุด 100,000 บาท ทุกสัปดาห์ 3,000 รางวัล
ต่อที่ 3 รับรถแล้ว ลุ้นรางวัล ทริปญี่ปุ่น รางวัลละ 2 ที่นั่ง 10 รางวัล
ตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568
* เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการที่บูธโตโยต้า หรือโชว์รูมโตโยต้าของผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือศูนย์ผู้บริการข้อมูลลูกค้า 1486 บริการด้วยเทคโนโลยี Voice Bot 24 ชั่วโมง บริการข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต www.toyota.co.th
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.toyota.co.th/promotion/yearend2025
เป็นเจ้าของรถโตโยต้าง่ายๆ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ
ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 Thailand International Motor Expo 2025
29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
พลาดไม่ได้กับข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน และที่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle2 Min Read
ไทยฮอนด้ายกทัพส่งท้ายปี! เปิดตัว 4 รุ่นใหม่ ครบทุกสไตล์การขับขี่ ในงาน Motor Expo 2025 นำโดย New Honda Goldwing 50th Anniversary Edition สะท้อนเรื่องราวระดับตำนาน
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ในประเทศไทย ขนทัพโมเดลใหม่ล่าสุดร่วมเปิดตัวในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ภายในงาน ไทยฮอนด้า นำเสนอรถจักรยานยนต์ครบไลน์ ทั้ง Honda BigBike และ CUB House ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสรถคันจริงอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ทั้งหมด 4 รุ่น ครอบคลุมตั้งแต่บิ๊กไบค์ระดับตำนาน ทัวร์ริ่งคลาสพรีเมียม ไปจนถึงสายแอดเวนเจอร์ตัวจริง นำทัพโดย ‘New Honda GOLDWING 50th Anniversary Edition’ ทัวร์ริ่งไบค์ระดับโลกฉลองครบรอบ 50 ปี ที่โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์สีทอง 50th Anniversary และสีพิเศษที่สะท้อนประวัติศาสตร์ครึ่งศตวรรษของ Goldwing ตามด้วยรถจักรยานยนต์สายลุย นำโดย ‘New Honda CRF1100L Africa Twin’ และ ‘New Honda XL750 TRANSALP’ ที่ได้รับการอัปเกรดสมรรถนะและเทคโนโลยีใหม่เพื่อพร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง ปิดท้ายด้วย ‘New Honda CB1300 Final Edition’ โฉมสุดท้ายที่เป็นตำนาน จิตวิญญาณแห่งยุค 90 จาก PROJECT BIG-1 โดยกลับมาพร้อมสีพิเศษ Graphite Black ถ่ายทอดเสน่ห์ความสปอร์ตคลาสสิก ซึ่งทั้งหมดเปิดตัวให้ผู้รักการขับขี่ได้สัมผัสใกล้ชิดภายในงาน Motor Expo 2025 พร้อมข้อเสนอพิเศษเฉพาะในงานเท่านั้น
เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จึงได้นำเสนอรถจักรยานยนต์สายทัวร์ริ่งระดับท็อปคลาส New Honda GOLDWING 50th Anniversary Edition รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปีที่สะท้อนตำนานความหรูหราและความสะดวกสบายในแบบทัวร์ริ่งไบค์ชั้นนำของโลก ภายใต้คอนเซปต์ ‘GO FLY ให้ทุกตำนานทะยานออกไป’ โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ 50th Anniversary สีทองบริเวณคอนโซลหน้าและกุญแจรีโมทอัจฉริยะ พร้อมสองสีพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น GL1000 ในตำนาน ได้แก่ Bordeaux Red Metallic และ Glamis Gold Metallic มาพร้อมระบบเกียร์ Dual Clutch Transmission (DCT) 7 สปีด และรองรับโหมด Walking และ Reverse เพื่อความสะดวกในการขยับรถ ยกระดับมาตรฐานทัวร์ริ่งไบค์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทั้งนี้มาพร้อม Special Set Anniversary Book, Table Top Model และ Commemorative Box โดยวางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 1,395,000 บาท
ตามมาด้วยไลน์อัปรถจักรยานยนต์สายแอดเวนเจอร์ นำโดย New Honda CRF1100L Africa Twin ภายใต้คอนเซปต์ ‘True Adventure Never End การผจญภัยที่แท้จริง ลุยได้ไม่มีวันจบ’ และ New Honda XL750 TRANSALP ภายใต้คอนเซปต์ ‘Mountains Are Calling เมื่อจุดพีกเรียกหา…ได้เวลาสัญชาตญาณลุย’ สองโมเดลที่ผสานสมรรถนะและความคล่องตัวสำหรับผู้รักการผจญภัยอย่างแท้จริง โดย New Honda CRF1100L Africa Twin DCT โดดเด่นด้วยสีใหม่ PEARL GLARE WHITE ผสานลายกราฟิกไตรคัลเลอร์ใหม่ให้ความ Aggressive Rally มากขึ้น มาพร้อมเครื่องยนต์ Parallel Twin พร้อมล้อหน้าใหม่ขนาด 19 นิ้ว และ New Honda CRF1100L Africa Twin MT สีใหม่ GRAND PRIX RED มาพร้อมยางแบบ Tubeless ใหม่ อวดความเป็นเอ็นดูโร่ตัวจริง ขณะที่ New Honda XL750 TRANSALP มาพร้อม New LED Headlight ดีไซน์ไฟหน้า LED ใหม่ที่รวมไฟสูงและไฟต่ำในชุดเดียว ช่วงล่างเซ็ตอัปใหม่ รับแรงกระแทกได้ดีขึ้น เครื่องยนต์ Parallel Twin 755 ซีซี 8 วาล์ว น้ำหนักรวมเพียง 210 กก. พร้อมล้อหน้า 21 นิ้ว ล้อหลัง 18 นิ้ว และระบบ ABS ที่เปิด–ปิดได้
- New Honda CRF1100L Africa Twin DCT และ MT วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 709,000 บาท และ 569,000 บาท
- New Honda XL750 TRANSALP สี Ross White และ Graphite Black วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 394,000 บาท
New Honda CB1300 Final Edition บิ๊กไบค์ 4 สูบเรียงระดับตำนานจาก PROJECT BIG-1 ที่กลับมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ตคลาสสิกเหนือกาลเวลา โดยเป็นรุ่นสุดท้ายที่จะผลิต ภายใต้คอนเซปต์ The Final Legacy ตำนานเหนือกาลเวลาทุกเส้นทาง มาพร้อมสีพิเศษ Graphite Black แรงบันดาลใจจาก CB รุ่นแรกในปี ค.ศ.1992 รวมถึงหน้าปัดเรือนไมล์เข็มคู่ดีไซน์ทรงกลมสะท้อนความคลาสสิก ผสานจอดิจิทัลตรงกลางที่ใช้งานง่าย และระบบ Cruise Control และระบบความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง Cornering ABS และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ที่ช่วยควบคุมแรงบิดและการยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นใจ New Honda CB1300 SUPER FOUR วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 575,000 บาท และ New Honda CB1300 SUPER BOL D’OR วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 600,000 บาท
นอกจากนี้ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ยังเผยโฉมไลน์อัป CBR Series นำโดย New Honda CB650R E-Clutch เน็กเก็ตไบค์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Honda E-Clutch มิติใหม่แห่งความเร้าใจ ถ่ายทอดอารมณ์จากสนามแข่งสู่การขับขี่บนท้องถนนได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเรโทรและตัวถังสีใหม่ Grand Prix Red สีแดงสดสะดุดตา วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 332,100 บาท ต่อด้วย New Honda CBR650R สปอร์ตไบค์สายพันธุ์นักแข่ง ที่ติดตั้ง Honda E-Clutch เทคโนโลยีคลัตช์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ช่วยให้บิดมันส์ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์ พร้อมโหมดเปิด–ปิดการทำงานตามสไตล์ผู้ขับขี่ ดีไซน์ภายนอกได้รับการรีเฟรชให้ดุดันยิ่งขึ้น มาพร้อมสีใหม่ Mat Gunpowder Black Metallic ถอดแบบดีเอ็นเอความเป็นสปอร์ตตัวจริง วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 347,300 บาท
ปิดท้ายด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเอาใจชาว CUB House ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสรถคันจริง พร้อมข้อเสนอเร้าใจ โดยมีไฮไลต์คือชุดแต่งจาก Kitaco Set ในราคาพิเศษ รวมถึงดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,800 บาทต่อเดือน และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมทั้งหมวกกันน็อก ทะเบียน และ พ.ร.บ. ที่มอบให้แบบครบชุด โดยทั้งหมดนี้เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2025 เท่านั้น
ผู้สนใจสามารถพบกับรถจักรยานยนต์ใหม่ล่าสุดและรุ่นอื่น ๆ ของไทยฮอนด้า พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับแต่งรถ และโปรโมชันสุดพิเศษ ได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า G01 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” Thailand International Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
#BangkokMotorExpo2025 #MotorExpo2025 #มอเตอร์เอกซ์โป2025 #มอเตอร์เอกซ์โป2025 ครั้งที่42
#HondaGOLDWING #GOLDWING #GoFly #50thAnniversary #NewCB1300FinalEdition #CB1300 #CB1300SuperFour #CB1300SuperBoldor #TheFinalLegacy #NewAfricaTwin #CRF1100L #DCT #HondaDCT #TrueAdventureNeverEnd #NewAfricaTwin #CRF1100L #MT #TrueAdventureNeverEnd #NewHondaXL750 #XL750 #TRANSALP #MountainsAreCalling #CB650R #CBR650R
#HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld #CUBHouse #CUBHousebyHonda #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่กับรถไฟฟ้า THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e เปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package
มาสด้าประกาศเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความพร้อมปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์และก้าวสู่ยุคใหม่กับอนาคตที่สดใส นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e พร้อมแนวคิด “Electrified Perfection in Oneness” จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว มั่นใจตอบโจทย์ทุกความต้องการและไขข้อกังวลของลูกค้าให้หมดสิ้นไป นี่คือผลิตภัณฑ์ที่มาสด้าพัฒนาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ เพื่อให้ได้รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในตลาด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ดีไซน์สง่างามดุจงานศิลปะที่มาสด้าบรรจงสรรสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน พัฒนาร่วมกันโดยทีมวิศวกรของมาสด้าประเทศญี่ปุ่นและยุโรป จนได้มาซึ่งสมรรถนะการขับขี่และเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ เอกลักษณ์อันโดดเด่นของรถยนต์มาสด้า
มร. โทรุ นากาจิม่า Managing Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ในการบริหารงานเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ได้เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดบูธมาสด้าในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป พร้อมแสดงความมั่นใจต่อการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าครั้งนี้ว่า ประเทศไทย คือตลาดหลักที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการแนะนำรถไฟฟ้า หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในประเทศจีนและยุโรป ทั้งสองตลาดได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง ซึ่งมาสด้าจะเริ่มแนะนำรถยนต์ไฟฟ้าลงสู่ตลาดในประเทศไทย และมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยเช่นกัน
The All-Electric Mazda6e ได้กำหนดนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู แบบ NeoFastback สะท้อนแนวคิด New Era of Design and Utility โดยถ่ายทอดเส้นสายอันทรงพลังสไตล์ Fastback ที่เปี่ยมด้วยความสวยงามและความลื่นไหลในการออกแบบตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion ที่สำคัญยังคงเอกลักษณ์สมรรถนะในการขับขี่ของรถยนต์มาสด้าไว้ในทุกองค์ประกอบอย่างสมบูรณ์แบบ การแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่รุ่นแรกนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของมาสด้าในการเดินหน้าสู่ยุคการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทย เพื่อนำเสนอทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า ควบคู่กับการรักษาคุณค่าและจิตวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ปรัชญาการขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Joy of Driving) และส่งมอบประสบการณ์ความประทับใจให้กับลูกค้าทั่วโลก
“ด้วยความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาของมาสด้าที่จะส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” โดยยึดหลัก “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน และนำมาซึ่ง “ความสุขในการใช้ชีวิต” ให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมรถยนต์ มาสด้าจึงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ Multi-Solution เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั่วโลก ด้วยทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ทั้ง HEV, PHEV, BEV รวมถึงรถยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซ CO₂ เพื่อสนับสนุนการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน” มร. โทรุ นากาจิม่า กล่าวเพิ่มเติม
นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The All-Electric Mazda6e เป็นมากกว่าเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า เพราะรถไฟฟ้าคันนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอของมาสด้าในทุกมิติ คงไว้ด้วยเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้า พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ ตามแนวคิด จินบะ-อิตไต มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ให้ความสมดุลและมั่นคงในการขับขี่ ผสานความงดงามตามศิลปะแบบญี่ปุ่น Kodo-Soul of Motion ความสง่างามของการออกแบบรถไฟฟ้ายุคใหม่ โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric เอกลักษณ์เฉพาะมาสด้า พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ สปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ รถรุ่นนี้ยังมอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ ด้วยระบบช่วงล่างอันลือชื่อ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** พร้อม DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที*** ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยวในระยะทางไกล”
อุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทุกการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นพลังขับเคลื่อนครั้งสำคัญผลักดันให้ผู้ผลิตต่างเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งมาสด้ากำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความหลากหลายของรูปแบบพลังงาน สอดรับต่อความต้องการที่แตกต่างในแต่ละภูมิภาค แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดีเอ็นเอแบรนด์มาสด้าในทุกยนตรกรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ รถยนต์มาสด้าทุกคัน ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานรูปแบบใดก็ตามจะยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน และสะท้อนจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างครบถัวน
“ในปัจจุบัน ลูกค้าชาวไทยให้การยอมรับและตื่นตัวอย่างมากเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม มาสด้าให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด จึงได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจในการเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของมาสด้า อาทิ โชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ การบริการหลังการขายที่สะดวกรวดเร็ว ศูนย์กระจายอะไหล่และการสำรองอะไหล่ครบครัน สมรรถนะการขับขี่และระบบช่วงล่าง รูปลักษณ์การออกแบบอันสง่างาม และระยะทางในการขับขี่ ทั้งหมดนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า มาสด้าจะสามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด และพร้อมด้วยสมรรถนะในการขับขี่ (Driving Dynamic) ให้กับลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก และนี่คือผลิตภัณฑ์ที่มาสด้าพัฒนาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ” นายธีร์ กล่าวเสริม
สำหรับในประเทศไทย วันนี้มาสด้าได้เปิดตัวรถไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจ ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* มูลค่าสูงสุด 70,000 บาท (จำนวนจำกัด) ก่อนใคร โดยจะได้รับส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี และร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” เพื่อแทนคำขอบคุณที่ให้ความสนใจและยินดีเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า
ลูกค้าที่สนใจสามารถจองรับ Mazda6e Premiere Package* ได้แล้ววันนี้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ณ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 68 – 10 ธ.ค. 68 หรือจองผ่านช่องทางออนไลน์ เรียนเชิญสัมผัสประสบการณ์การขายรูปแบบใหม่ผ่าน Mazda Virtual Showroom บน Mazda Official Website ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมกับ The All-Electric Mazda6 ลูกค้าสามารถเลือกจำลองภาพเพื่อดูรถแบบ 360 องศา ทั้งภายนอกและภายในได้ตามต้องการ
ภายในงานฯ นอกจากการแนะนำรถไฟฟ้ารุ่นแรกแล้ว มาสด้ายังได้นำรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ MAZDA YEAR-END Party รับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) 7 ปี* ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสุดสำหรับลูกค้า Mazda Family และครอบครัว มาสด้ายังมอบบัตรเติมน้ำมันมูลค่าอีก 50,000 บาท*
หมายเหตุ:
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th
**อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC
***อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine




































































































































