-
ฮอนด้า อัปเดตไฮไลต์โมเดลที่ “The M.O.V.E. by Honda” ยกอนาคตมาให้สัมผัส ณ Experience Center นำโดย Honda Prelude (Prototype) สปอร์ตคูเป้ในตำนาน พร้อมด้วย Super EV Concept และ New Honda CUV e:

หลังจากที่บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัว “The M.O.V.E. by Honda” ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างยิ่งใหญ่ ล่าสุด ฮอนด้า ได้ยกระดับความน่าสนใจของงานขึ้นอีกขั้น ด้วยการอัปเดตไฮไลต์นวัตกรรมใหม่ นำโดยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด New Honda CUV e: พร้อมด้วยรถยนต์ต้นแบบ Super EV (Concept) และ Honda Prelude (Prototype)
ที่นำมาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ณ EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHEREการอัปเดตโมเดลเพื่อจัดแสดงภายในศูนย์ฯ สะท้อนการต่อยอดนวัตกรรมล้ำสมัย ภายใต้แนวคิดหลัก ‘Sense
the Synergy’ ที่มุ่งให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคต ผ่านทั้ง 5 ประสาทสัมผัสในโซน
มัลติเซนซอรี ซึ่งผสานกับนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างกลมกลืนไฮไลต์การอัปเดต ได้แก่
‣ โซน Future Ride
ชวนสัมผัสเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า กับ New Honda CUV e:

สำหรับ New Honda CUV e: มาพร้อมแบตเตอรี่แบบสลับได้ Honda Mobile Power Pack e: จำนวน 2 ลูก
ที่รองรับการขับขี่ได้ไกลกว่า 70 กิโลเมตรต่อการชาร์จ พร้อมเปลี่ยนแบตได้รวดเร็วใน 1 นาที ขับขี่ได้หลากหลายโหมด ทั้ง ECON, Normal และ Sport เสริมด้วยระบบ Reverse Assist ช่วยถอยหลังในพื้นที่แคบ และระบบเบรก CBS เพิ่มความมั่นใจ มาพร้อมหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว (รุ่น Standard) หรือ 7 นิ้ว (รุ่น Connectivity) ที่รองรับ
การเชื่อมต่อผ่าน Honda RoadSync Duo เพื่อนำทาง รับสาย ฟังเพลง และค้นหาสถานีแบตเตอรี่ใกล้ตัว ทั้งยัง
โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัย ไฟหน้า-ท้าย LED ครบครันทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบโจทย์
การใช้ชีวิตคนเมืองยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง‣ โซน Future Drive
พบกับ 2 โมเดลสุดล้ำที่ยกมาให้สัมผัสครั้งแรกในไทย! นำโดย Honda Prelude (Prototype) สปอร์ตคูเป้
ในตำนานที่หวนกลับมาอีกครั้ง และ Super EV (Concept) รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบขนาดเล็ก

บรรยายภาพ: Honda Prelude (Prototype) สีดำคริสตัล (มุก)
- Honda Prelude (Prototype) สปอร์ตคูเป้ระดับตำนานของฮอนด้า ที่เคยสร้างชื่อจากดีไซน์ล้ำยุคและเทคโนโลยีล้ำสมัย กลับมาอีกครั้งในเจเนอเรชันที่ 6 พร้อมบทบาทใหม่ในฐานะ “สัญลักษณ์แห่งอนาคต” ที่หลอมรวมกลิ่นอายแห่งความทรงจำทางอารมณ์ เข้ากับวิสัยทัศน์ของฮอนด้าในการขับเคลื่อนสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง
เต็มตัว โดยก่อนหน้านี้ Prelude (Prototype) ได้เผยโฉมในอีเวนต์ทั่วโลกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงาน Goodwood Festival of Speed 2025 ที่ประเทศอังกฤษ และงาน GIIAS 2025 (Gaikindo Indonesia Auto Show)
ที่อินโดนีเซีย ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา
โดย Honda Prelude เจเนอเรชันที่ 6 มาพร้อมระบบฟูลไฮบริด e:HEV ที่ได้รับการพัฒนาให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น เพื่อให้รถรุ่นนี้เปรียบเสมือน ‘บทนำ (prelude)’ ในการปูทางสู่การพัฒนารถสปอร์ตของฮอนด้า ในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในอนาคต
โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตคูเป้ 2 ประตู ตัวถังเตี้ยและเฉียบคม เส้นสายเรียบเนียนแต่แฝงความโดดเด่น มาพร้อมมือจับประตูแบบฝังเรียบ และหลังคาที่ดูคลีนด้วยเทคโนโลยี Laser Blazing ที่ช่วยลดรอยต่อระหว่างหลังคาและตัวถัง กระจังหน้ามินิมอลด้วยเส้นสายแนวนอน เสริมด้วยเส้นสายด้านข้างที่ให้ภาพลักษณ์เฉียบคม
เปี่ยมพลัง พร้อมด้วยอีกหนึ่งไฮไลต์ คือ เทคโนโลยีใหม่ S+ Shift ในระบบ e:HEV ที่สามารถจำลองการเปลี่ยนเกียร์ได้ถึง 8 สปีดผ่านแป้นแพดเดิลหลังพวงมาลัย มอบการตอบสนองที่ฉับไว และการขับขี่แบบสปอร์ตอย่างแท้จริง พร้อมด้วยระบบ Active Sound Control ที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ความเร้าใจในการขับขี่ สะท้อนถึงความตั้งใจของฮอนด้า ในการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานให้กับผู้หลงใหลในรถสปอร์ต

บรรยายภาพ: รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ Honda Super EV (Concept)
- Honda Super EV (Concept) รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบขนาดเล็กในกลุ่ม A เซกเมนต์ เผยโฉมครั้งแรกในโลก พร้อมทดสอบวิ่งจริงที่งาน Goodwood Festival of Speed 2025 ณ ประเทศอังกฤษ ตามด้วยการจัดแสดงที่งาน GIIAS 2025 ที่อินโดนีเซีย โดยรถรุ่นนี้ ออกแบบเพื่อสะท้อนความสนุกในการขับขี่ตามแบบฉบับฮอนด้า
ด้วยตัวถังกะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่ห้องโดยสารกว้างขวางตามปรัชญา “Man Maximum, Machine Minimum” มอบประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัว ฉับไว และเปี่ยมด้วยความสนุก
และอีกหนึ่งไฮไลต์คือ โซน Simulator Game ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลินไปกับเกมจำลองการขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ สัมผัสประสบการณ์หลังแฮนด์บนต้นแบบ EV ที่ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์เหนือระดับ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมระบบอินเตอร์แอคทีฟที่ถ่ายทอดความรู้สึกนักบิดได้สมจริงราวกับอยู่บนท้องถนนจริง ที่จำลองประสบการณ์ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต
พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดแสดงโซนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น โซนทางเข้าที่ถ่ายทอดปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลาง ‘Dream Sphere’ ที่นำเสนอประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งความท้าทายของฮอนด้า ผ่านการแสดงผล 360 องศา ‘Future Mobility’ ที่พาผู้ชมสัมผัสโลกการเดินทางไร้รอยต่อผ่านระบบนิเวศใหม่ และ ‘Future Drive’ ที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับโลกแห่งการเดินทาง ก่อนจะปิดท้ายด้วย The M.O.V.E Café ที่ผสมผสานการเดินทางเข้ากับประสบการณ์ครบทั้ง 5 ประสาทสัมผัสได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับท่านใดที่สนใจเข้าชมและร่วมสัมผัสประสบการณ์ล้ำสมัยกับงาน “The M.O.V.E. by Honda” Immersive Experience Center แห่งแรกในไทย สามารถเข้าชมได้ฟรีทุกวัน! ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10:00 – 22:00 น. ณ EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE
ชื่อกิจกรรม: The M.O.V.E. by Honda
สถานที่: EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE
628 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
วันเปิดให้เข้าชม: ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2569
เวลาเปิดให้เข้าชม: ทุกวัน เวลา 10:00 – 22:00 น
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
LINE Official Account: @TheM.O.V.E.byHonda
Google map: https://bit.ly/41tRKOz
จัดโดย: บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด
#TheMOVEbyHonda #ExperienceWhatsNext #Honda #HondaThailand #EV #ThePowerOfDreams #HowWeMoveYou #SenseTheSynergy #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- Honda Prelude (Prototype) สปอร์ตคูเป้ระดับตำนานของฮอนด้า ที่เคยสร้างชื่อจากดีไซน์ล้ำยุคและเทคโนโลยีล้ำสมัย กลับมาอีกครั้งในเจเนอเรชันที่ 6 พร้อมบทบาทใหม่ในฐานะ “สัญลักษณ์แห่งอนาคต” ที่หลอมรวมกลิ่นอายแห่งความทรงจำทางอารมณ์ เข้ากับวิสัยทัศน์ของฮอนด้าในการขับเคลื่อนสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง
-
GWM (Thailand) ส่งออก 3 ปี โตต่อเนื่อง ยอดสะสมคาดทะลุ 5,000 คันสิ้นปี 68 นำโดย ORA และ TANK

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” GWM (Thailand) สร้างสถิติการส่งออกที่เติบโตต่อเนื่องทั่วโลกในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566–2568) จากไม่กี่ร้อยคันในปีแรก สู่คาดการณ์เกิน 3,000 คัน ในปี 2025 ดันยอดสะสมทั้งปีทะลุ 5,000 คัน โดยมีแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอาเซียน ลาตินอเมริกาและคาริบเบียน ออสเตรเลีย และแอฟริกา นำโดยรถยนต์ 2 กลุ่มพลังงานทั้ง BEV และ HEV จาก GWM ORA และ GWM TANK ร่วมผลักดันการเติบโตนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่มีต่อรถยนต์คุณภาพของ GWM นอกจากนี้ ยอดการส่งออกของ GWM (Thailand) ในกลุ่มประเทศอาเซียน ยังคงรักษาอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย เป็น 3 ตลาดสำคัญในภูมิภาค ทั้งหมดนี้ สะท้อนศักยภาพของการเป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อส่งออกของโรงงานอัจฉริยะ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง ที่มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 80,000 คันต่อปี

เพียง 3 ปี GWM (Thailand) ก้าวกระโดดสู่ Global Export Hub
GWM (Thailand) ยกระดับมาตรฐานการส่งออกอย่างต่อเนื่อง เริ่มปักธงปี 2566 ด้วยการส่งออก GWM HAVAL H6 HEV และ GWM HAVAL Jolion HEV ไปยังเวียดนามและอินโดนีเซีย ก่อนขยายพอร์ตในปี 2567 ด้วยการเสริมทัพตระกูล GWM TANK อย่าง GWM TANK 300 HEV และ GWM TANK 500 HEV บุกตลาดอินโดนีเซีย ปี 2568 ขยายสู่ 9 ตลาดใหม่ในหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก ได้แก่ มาเลเซีย ออสเตรเลีย ภูฏาน มอริเชียส บราซิล แอนติกา จาเมกา เซนต์ลูเซีย และบาร์เบโดส ทำให้ยอดส่งออกในปีนี้มากกว่า 3,000 คันแล้ว โดยนับตั้งแต่เริ่มสายการผลิตเพื่อส่งออกในปี 2566 โรงงานอัจฉริยะ GWM Smart Factory ที่จังหวัดระยองได้ส่งออกรถยนต์เกือบ 4,000 คัน (ตัวเลข ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2568) และคาดว่าจะเกิน 5,000 คันภายในสิ้นปี 2568
สำหรับปี 2568 ถือเป็นปีที่มีความสำคัญกับการส่งออกของ GWM (Thailand) ซึ่งนอกจากจะมีการขยายตลาดการส่งออกให้มากขึ้นแล้วนั้น ยังสามารถส่งออกรถยนต์ที่ครอบคลุมพลังงานหลายประเภท (Multi Powertrain) หลากหลายเซกเมนต์ (Multi Category & Segment) ทั้งไฮบริด (HEV), รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโรงงานการผลิตที่ล้ำสมัยของ GWM ในประเทศไทย และการก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญระดับโลก

รถยนต์ไฟฟ้ามาแรง ดันผลงานส่งออก GWM (Thailand) พุ่งในปี 2568
GWM เป็นแบรนด์แรกที่มีการผลิตเพื่อการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ตลาดโลก โดยมีการเริ่มส่งออก GWM ORA Good Cat ไปยังประเทศสำคัญ ๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทั้งบราซิลและออสเตรเลีย ในจำนวนกว่า 1,000 คัน แสดงถึงศักยภาพของโรงงานอัจฉริยะ GWM Smart Factory ที่จังหวัดระยอง ในการตอบสนองความต้องการรถ EV ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องไปกับความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ทั่วโลก โดยในต้นปี 2568 นั้น ตลาดรวมทั่วโลกมียอดขาย EV และ PHEV เพิ่มขึ้นกว่า 29% ขณะที่ไทยมียอดผลิต EV เพิ่มขึ้นกว่า 393.12% ในครึ่งปีแรก และรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดเป็น Zero Emission Vehicles ภายในปี 2573

ก้าวต่ออย่างมั่นคง สู่การเติบโตการส่งออกที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
จากจำนวนตัวเลขการส่งออก ประเทศที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ 3 อับแรกของ GWM (Thailand) ได้แก่ อินโดนีเซีย บราซิล และเวียดนาม และรถยนต์รุ่นที่ส่งออกสูงสุด 3 อันดับแรก คือ GWM TANK 500 HEV, GWM ORA Good Cat และ GWM TANK 300 ทั้งรุ่น HEV และ Diesel โดยในอนาคต GWM (Thailand) มีแผนที่จะขยายการส่งออกสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกให้มากขึ้น ในจำนวนที่มากขึ้น และในรุ่นรถยนต์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น สะท้อนถึงความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง และช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของ GWM (Thailand) ในตลาดโลก
เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “การที่ GWM (Thailand) สามารถส่งออกรถยนต์ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งเอเชีย แอฟริกา ลาตินอเมริกา และแคริบเบียน แสดงถึงศักยภาพของเราในการก้าวจากตลาดในประเทศสู่ผู้เล่นระดับโลก ครอบคลุมหลายประเภทพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น HEV, BEV หรือดีเซล และท่ามกลางกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เราพร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านนี้ด้วยรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และพลังงานสะอาด รวมถึงการมอบทางเลือกหลากหลายแก่ผู้บริโภคทั่วโลก และร่วมสร้างอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้แข็งแกร่งและยั่งยืนผ่านการเป็นศูนย์กลางการผลิตประจำภูมิภาค”
#GWMTHAILAND #GWMGlobal #Export #GWMSmartFactory
#GWMTANK #GWMHAVAL #GWMORA #GWMPOER
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
default default -
News / News Motocycle1 Min Read
การกีฬาแห่งประเทศไทยเสริมสร้างศักยภาพร่วมพัฒนาทัพนักบิดยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม จัดหลักสูตรการพัฒนาการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร นายภาณุพล กิตติคำรณ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ไอเดีย กฤตภัทร เขื่อนคำ นักแข่งยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ให้การต้อนรับพร้อมถ่ายภาพร่วมกับ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ นายพรชลิต จุรารักษ์พงศ์ ผอ.กองวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย ใน “โครงการเสริมสร้างศักยภาพนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศด้วยการพัฒนาจิตใจ และร่างกายแบบองค์รวม” ซึ่งโครงการนี้เป็นการยกระดับและพัฒนาการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทยให้ไปสู่เป้าหมายในระดับโลก ทั้งนี้ทาง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้สร้างผลงานในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ออกไปสู่ระดับสากล และเป็น 1 ในทีมที่ดีที่สุดในเอเชียมานานกว่า 18 ปี และยังได้ร่วมผลักดันนักแข่งไทยเข้าสู่การแข่งขันในระดับโลกในการเข้าร่วมแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกในรุ่น Moto3, Moto2 และการแข่งขัน World SBK
ทั้งนี้ภายใต้การสนับสนุนของ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (National Sports Development Fund: NSDF) ร่วมกับฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญของการส่งเสริมศักยภาพนักกีฬาไทยในด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู จิตวิทยาการกีฬา และการใช้เทคโนโลยีการแพทย์ โดยมุ่งเน้นองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างเป็นระบบ ผ่านกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งประกอบด้วย 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1.สมรรถภาพทางกาย 2.จิตวิทยาการกีฬา 3.เวชศาสตร์ฟื้นฟู 4.โภชนาการ
สำหรับครั้งนี้ทัพนักบิด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม และทีมสนับสนุนจากยามาฮ่า ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาในครั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาทัพนักกีฬาไทยไปสู่เวทีระดับโลกได้อย่างยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักกีฬาทีมชาติ นักกีฬาสมาคมแห่งจังหวัด บุคลากรกีฬา และกลุ่มเป้าหมายในโครงการที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้การสนับสนุน 12 สมาคมกีฬา สำหรับโครงการเสริมสร้างศักยภาพนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศด้วยการพัฒนาจิตใจ และร่างกายแบบองค์รวม ในครั้งนี้จัดขึ้น ณ สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (YRA) เมื่อเร็วๆ นี้
#YamahaThailandRacingTeam #YamahaRacing #NSDF
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ส่งมอบหมวกกันน็อกถึงมือภาคเหนื
อครบ 15 จังหวัด ปลูกฝังวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัยสู่ เยาวชนกลุ่มเสี่ยงสูง 
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าส่งต่อความห่วงใยสู่สังคมไทยในวาระครบรอบ 60 ปี ภายใต้โครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนระดับประเทศ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ล่าสุดคาราวานหมวกกันน็อกไทยฮอนด้าได้มอบหมวกนิรภัยมาตรฐาน มอก. ให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ 15 จังหวัดภาคเหนือ ครบ 100% แล้ว รวมทั้งสิ้น 13,750 ใบ ทั้งนี้เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งมีความเปราะบางและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง

หมวกนิรภัยถือเป็นเกราะป้องกันชีวิตที่สำคัญที่สุดของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เพราะสามารถช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บได้ ทั้งนี้ รายงานของ Motorcycle Safety Solutions (MSS) ชี้ให้เห็นว่า เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีในภาคเหนือของประเทศไทย 25.8% เคยประสบอุบัติเหตุทางถนน แต่มีเพียง 16.5% เท่านั้นที่สวมหมวกนิรภัย ขณะที่ผลสำรวจของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2550 พบว่า เด็กอายุ 3–14 ปี ใน 15 จังหวัดทั่วประเทศสวมหมวกฯ เฉลี่ยเพียง 10% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนและความท้าทายสำคัญของสังคมไทย จึงเป็นแรงผลักดันให้ไทยฮอนด้ามุ่งมั่นเดินหน้าปลูกฝังวัฒนธรรมการสวมหมวกกันน็อกตั้งแต่วัยเยาว์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางสูง เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นและสร้างสังคมไทยที่ขับขี่ปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว

คาราวานหมวกกันน็อก 60 ปี ไทยฮอนด้า ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการส่งมอบอุปกรณ์ป้องกัน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัยในทุกภูมิภาค โดยไทยฮอนด้าร่วมกับร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศสมทบหมวกนิรภัยรวม 112,440 ใบ มูลค่า 112 ล้านบาท กระจายครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยคาราวานได้เริ่มต้นเดินทางตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และจะทยอยส่งมอบต่อเนื่องจนถึง กรุงเทพมหานครในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568

การที่คาราวานครอบคลุมภาคเหนือครบทุกจังหวัด นับเป็นหมุดหมายสำคัญของโครงการ ที่ไม่เพียงสร้างการตระหนักรู้ในกลุ่มเยาวชน แต่ยังย้ำชัดถึงพันธกิจของไทยฮอนด้าในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา และพร้อมเดินหน้าส่งต่อความปลอดภัยให้ยั่งยืนต่อไป
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม
เกี่ยวกับ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda60TH #ไทยฮอนด้าเคียงข้างสังคมไทย #HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“แจกจริง! กรุงศรี ออโต้ ขอบคุณลูกค้าเก่า แจกทองทั่วไทยในแคมเปญ ‘Welcome Back กรุงศรี นิวคาร์ มอบทอง รวมมูลค่า 1 ล้านบาท’ ถึงสิ้นปี 2568“

‘กรุงศรี ออโต้’ ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคาร
กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสร้างความคึกคักให้กับตลาดสินเชื่อรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญพิเศษ ‘Welcome Back กรุงศรี นิว คาร์ มอบทอง รวมมูลค่า 1 ล้านบาท’ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 80 ปี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยล่าสุดได้จับรางวัลครั้งที่ 1 สำหรับลูกค้าที่เป็นสัญญาและรับรถ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2568 – 31 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ประกาศรายชื่อผู้โชคดีจำนวน 24 รายจากทั่วประเทศที่คว้าทองคำหนัก 1 สลึงไปครอบครอง โดยมีนายชวลิต ชื่นเชวง ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่ายการตลาดสินเชื่อรถยนต์ใหม่ ธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนมอบรางวัล ณ อาคารกรุงศรี สำนักงานเพลินจิต เมื่อเร็ว ๆ นี้
แคมเปญ ‘Welcome Back กรุงศรี นิว คาร์ มอบทอง รวมมูลค่า 1 ล้านบาท’ จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 โดยยังเหลือการจับรางวัลอีก 2 ครั้ง ลูกค้าเก่ากรุงศรี ออโต้ ที่สนใจ เพียงสมัครสินเชื่อรถใหม่ กรุงศรี
นิว คาร์ และได้รับอนุมัติเป็นเลขที่สัญญา และรับรถ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธันวาคม 2568 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://shorturl.asia/7osXu“ความไว้วางใจของลูกค้าคือพลังสำคัญที่ทำให้ กรุงศรี ออโต้ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เราจึงอยากขอบคุณและตอบแทนความเชื่อมั่นนี้ ผ่านแคมเปญพิเศษที่มอบทั้งความคุ้มค่าและความสุขให้กับทุกคน โดยเราจะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อสร้างสรรค์ชีวิตผู้ใช้รถให้ดียิ่งขึ้นต่อไป” นายชวลิต กล่าวปิดท้าย
ภาพประกอบข่าวเพิ่มเติม

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ ที่นี่
*‘กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว’
*สินเชื่อกรุงศรี นิว คาร์ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ต่ำสุด 1.98% – สูงสุด 5.25% ต่อปี (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 3.81% – 9.80% ต่อปี)
*กิจกรรมภายใต้แคมเปญ ‘Welcome Back กรุงศรี นิว คาร์’ ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองแล้ว หมายเลขใบอนุญาต 259-261/2568#กรุงศรีออโต้ #รถใหม่ #สินเชื่อรถ #แอปโกบายกรุงศรีออโต้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
70mai เปิดตัวกล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800 กล้องติดรถยนต์แบบสามช่องสัญญาณรุ่นแรกที่รองรับการบันทึกภาพแบบ Dual-4K

70mai ผู้นำด้านนวัตกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับยานยนต์ ประกาศเปิดตัวกล้องติดรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด “กล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800” ซึ่งเป็นกล้องติดรถยนต์รุ่นแรกที่สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง พร้อมมุมมอง HDR ทั้งสามช่องสัญญาณ
ยุคใหม่แห่งการบันทึกภาพแบบ Dual 4K ครอบคลุมสามช่องสัญญาณ
กล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800 มาพร้อมความสามารถในการบันทึกภาพจากด้านหน้า ด้านหลัง และภายในรถ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย Sony STARVIS™ 2 รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที พร้อมมุมมองภายในรถแบบ 1080P กล้องทั้งสามตัวรองรับการบันทึกแบบ HDR ซึ่งช่วยเก็บรายละเอียดของแสงและเงาได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้ภาพที่มีความลึกและความคมชัดในทุกระดับแสง มั่นใจได้ว่าภาพที่ได้จะคมชัดจากทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการขับขี่ในชีวิตประจำวัน อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด หรือขณะจอดรถในพื้นที่กลางแจ้ง
ภาพคมชัดทุกสถานการณ์ ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน
แสงแดดจ้ามักทำให้ภาพเกิดการเปิดรับแสงมากเกินไปจนรายละเอียดสำคัญ เช่น ป้ายทะเบียนหรือเหตุการณ์บนท้องถนนเลือนหายไป ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาพในเวลากลางคืนก็มักจะพร่ามัวและขาดความคมชัดเนื่องจากแสงไม่เพียงพอ กล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800 จึงถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับทั้งสองสถานการณ์ ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะคือ MaiColor Vivid+ Solution™ และ 70mai Night Owl Vision™ โดย MaiColor Vivid+ Solution™ ช่วยปรับรายละเอียดสำคัญ เช่น ป้ายทะเบียนและป้ายจราจรให้คมชัดยิ่งขึ้น ส่วน Night Owl Vision™ ช่วยให้ภาพกลางคืนมีความคมชัดเหนือระดับ ลดสัญญาณรบกวน ปรับสมดุลแสง และควบคุมแสงสะท้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้แต่ป้ายทะเบียนที่อยู่ในระยะไกลก็ยังคมชัดและสามารถมองเห็นและอ่านออกได้อย่างชัดเจน
ขับหรือจอด ก็ปลอดภัยไม่มีหยุด
ความปลอดภัยของคุณไม่หยุดอยู่แค่ตอนขับรถ แต่ยังครอบคลุมถึงทุกช่วงเวลาที่รถจอดนิ่ง กล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800 มาพร้อมระบบบันทึกภาพ 3 ช่องสัญญาณ และมุมมองกว้างกว่า 146 องศา ให้ภาพรอบคันที่คมชัดและแม่นยำโดยไม่ผิดเพี้ยน นอกจากนี้ เทคโนโลยี Lumi Vision ยังช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในสภาพแสงน้อยหรือความมืดเกือบสนิท ขณะเดียวกัน ระบบ Super Sensing ADAS จะคอยตรวจจับสิ่งรอบข้างและแจ้งเตือนด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ตลอดการเดินทาง เมื่อรถจอด โหมด Smart Parking Guardian จะเปิดการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมฟีเจอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว การชน และการบันทึกแบบ time-lapse หากเซ็นเซอร์ G ตรวจพบแรงกระแทก กล้องทั้งสามจะเริ่มทำงานทันที โดยระบบ Buffered Emergency Recording แบบอัปเกรดจะบันทึกภาพก่อนเหตุการณ์ได้นานถึง 3 นาที และหลังเหตุการณ์อีก 30 วินาที เพื่อให้ทุกช่วงเวลาสำคัญถูกเก็บบันทึกไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าคุณจะขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนนหรือจอดนิ่งอยู่กับที่ ระบบดูแลความปลอดภัยนี้ก็พร้อมทำงานอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดพัก
ขับเคลื่อนหรือพักผ่อน ก็พร้อมตอบโจทย์ทุกครอบครัว
ไม่พลาดทุกภาพความทรงจำแม้ในขณะจับพวงมาลัย กล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800 มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียงได้หลายภาษาให้คุณบันทึกทุกช่วงเวลาสำคัญได้ง่าย ๆ เมื่อสายลมพัดใบไม้ปลิวไกลไปตามถนนเบื้องหน้า เพียงพูดว่า “ถ่ายภาพ” คุณก็สามารถเก็บภาพทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างทาง หรือพูดว่า “บันทึกวิดีโอ” ขณะเสียงหัวเราะของครอบครัวก้องอยู่ในห้องโดยสารเพื่อบันทึกช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะความมหัศจรรย์ของการเดินทางนั้นอยู่ในทุกไมล์ ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง ด้วยการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 ความถี่ 5 กิกะเฮิรตซ์ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดวิดีโอขนาด 200MB ได้ภายในเพียง 5 วินาที (ความเร็วสูงถึง 40MB/วินาที) และแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันก่อนจะถึงไมล์ถัดไป ไม่ว่าสภาพอากาศจะร้อนหรือเย็น กล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800 ก็ยังคงทำงานได้อย่างมั่นใจ ด้วยระบบซุปเปอร์คาปาซิเตอร์ที่ทนทานต่ออุณหภูมิสุดขั้ว ตั้งแต่ลบ 40 องศาเซลเซียส ไปจนถึง 85 องศาเซลเซียส

กล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800 มาพร้อมกับ บริการเปลี่ยนเครื่องใหม่ภายใน 12 เดือนแบบ 1 ต่อ 1 และ การรับประกันซ่อมฟรีนาน 24 เดือน ขับขี่อย่างมั่นใจ เพราะกล้องติดรถยนต์ของคุณได้รับการปกป้องตลอดเส้นทางข้างหน้า
ไม่ว่าคุณจะขับไปสถานที่ใด กล้องก็พร้อมทำงานตลอดเวลา หมดปัญหาภาพเบลอหรือพลาดเหตุการณ์สำคัญ กล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800 มอบประสบการณ์ใหม่ด้วยการบันทึกวิดีโอ HDR แบบ 3 ช่องสัญญาณ ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และภายในรถอย่างคมชัด พร้อมวิดีโอระดับ 4K จากกล้องหน้าและหลัง กล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800 พลิกโฉมทุกการเดินทางด้วยการปกป้องและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง

กล้องติดรถยนต์ 70mai 4K T800 จัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 9,899 บาท โดยจัดจำหน่ายบนช่องทาง Shopee: 70mai Official Store, Lazada, TikTok หากต้องการใช้บริการติดตั้งกล้องติดรถยนต์สามารถเลือกบริการได้ที่ Shopee , Lazada หรือ TIKTOK ซึ่งเป็นร้านค้าอย่างเป็นทางการของ 70mai พร้อมยินดีให้บริการติดตั้งโดยทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของการใช้งาน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
OMODA & JAECOO เปิดศักยภาพบริการหลังการขายระดับพรีเมียม พร้อมรองรับยอดจอง JAECOO 5 EV และทุกรุ่น ด้วยทีมช่างมาตรฐานสากล

OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียม ประกาศความพร้อมด้านบริการหลังการขายอย่างครบวงจร พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการสู่ระดับสากล เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดจอง JAECOO 5 EV ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทย
คุณบิล จาง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ด้วยกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้า JAECOO 5 EV บริษัทฯ ได้ลงทุนและพัฒนาระบบบริการหลังการขายอย่างครบวงจร โดยมีอัตราการสำรองอะไหล่สูงถึง 94% และจะครบ 100% ภายในเดือนตุลาคม 2568 พร้อมเพิ่มการขยายการรองรับรถยนต์เข้าบริการจากจำนวน 1,200 คันสู่จำนวนมากกว่า 5,000 คัน ภายในธันวาคม 2568 พร้อมระบบจัดส่งด่วนพิเศษภายใน 24 ชั่วโมงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และภายใน 3 วันทำการสำหรับต่างจังหวัด เพื่อตอกย้ำความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด”

ด้านการบริหารจัดการคลังอะไหล่ OMODA & JAECOO ได้ลงทุนพัฒนาศูนย์กระจายอะไหล่ขนาดใหญ่ ณ ดีเอชแอล บางนาโลจิสติกส์แคมปัส จังหวัดสมุทรปราการ บนพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร โดยสามารถรองรับปริมาณการขนส่งอะไหล่และชิ้นส่วนรถทุกรุ่นในปัจจุบัน รวมถึงรุ่นอื่นๆในอนาคตด้วย เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร ศูนย์กระจายอะไหล่แห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการระดับสากลด้วยมาตรฐาน ISO 9002:2015 (ระบบบริหารงานคุณภาพ), ISO 14001:2015 (ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม) และ ISO 45001:2018 (ระบบการจัดการอชีวอนามัยและความปลอดภัย) ภายในศูนย์ประกอบด้วยระบบจัดเก็บที่ครอบคลุมอะไหล่ทุกรุ่นและทุกประเภทการใช้งาน พร้อมโซนพิเศษสำหรับจัดเก็บน้ำมันและแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงที่มีระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ยังมีนโยบายสำรองอะไหล่ที่ระดับ 30% ของจำนวนรถที่จำหน่าย ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปของการสำรองอะไหล่ในตลาดประเทศไทย และยังมีการเฝ้าตรวจสอบการเคลื่อนไหวของอะไหล่คงคลังเพื่อการพิจารณาเพิ่มเติมสัดส่วนในอนาคต ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับการบริการอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

“เรามุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้เชี่ยวชาญชาวไทยอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยจัดให้มีการฝึกอบรมเชิงเทคนิคเฉลี่ย 3-4 หลักสูตรต่อเดือน ภายใต้การถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับสากลจากสำนักงานใหญ่ โดยมีการทดสอบองค์ความรู้ตั้งแต่ก่อนการเข้าอบรมไปจนถึงเมื่อฝึกอบรมเสร็จสิ้น การฝึกอบรมครอบคลุมตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง รวมถึงการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด” คุณบิลกล่าวเสริม
ปัจจุบัน OMODA และ JAECOO มีผู้จำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศไทยจำนวน 56 แห่ง พร้อมแผนการขยายผู้จำหน่ายเป็น 60 แห่งภายในสิ้นเดือนกันยายน 2568 โดยทุกแห่งพร้อมให้บริการด้วยทีมงานมืออาชีพที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ลูกค้าทุกท่าน
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ OMODA & JAECOO ได้ที่ เว็บไซต์ และช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของแบรนด์
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ผ่าบทพิสูจน์ NEW MG4 ELECTRIC จากท้องถนนสู่สนามแข่ง GYMKHANA สัญลักษณ์ของมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ผ่าบทพิสูจน์ศักยภาพของอีวีระดับ โกลบอล โมเดล NEW MG4 ELECTRIC หลัง NEW MG4 ELECTRIC รุ่น XPOWER ยืนตำแหน่งโพเดี้ยมในรายการแข่งขัน GC Grid Competition Gymkhana 2025 สะท้อนถึงพละกำลัง และสมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องปรับจูน อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับสนุก เร้าใจ มีความคล่องตัว ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ เอ็มจี ในฐานะแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและสมรรถนะการขับขี่ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลกอย่างแท้จริง

การแข่งขัน GC Grid Competition Gymkhana 2025 นอกเหนือจากความสามารถของนักแข่งแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่มีความคล่องตัว ช่วงล่างแน่นหนึบ ตอบสนองว่องไว ควบคุมขับขี่ง่าย แม่นยำดั่งใจสั่ง ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติของ NEW MG4 ELECTRIC โดยเฉพาะรุ่น XPOWER ที่มาพร้อม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ปล่อยพละกำลังได้สูงสุดถึง 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร และเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.8 วินาที เท่านั้น คุณสมบัติเหล่านี้จึงถูกรีดใช้ในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

นายน้อง เอมอมร นักแข่งผู้ขับ NEW MG4 ELECTRIC รุ่น XPOWER เผยว่า “สิ่งที่ทำให้รถคันนี้แตกต่างคือ ความสมดุลที่ไร้การปรุงแต่งเกินจำเป็น เพราะแทบไม่มีการปรับเปลี่ยนใด ๆ นอกจากล้อ Maxion Wheel 18 x 8.5 นิ้ว และยาง Yokohama AD09 245/45R18 ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ แต่สมรรถนะหลักทั้งหมดที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้น มาจากมาตรฐานของ อีวี โกลบอล โมเดล โดยไม่ดัดแปลง หรือปรับจูนใด ๆ ทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย จึงสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่แม่นยำ รวดเร็ว และมั่นคง สามารถผ่านโค้งที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน ช่วงทางตรงที่ต้องการความเร็วสูงก็สามารถเดินเกมได้อย่างไร้ที่ติ ศักยภาพของ NEW MG4 ELECTRIC จึงไม่เพียงแค่ขับขี่บนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังแข็งแกร่งจนสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์ในสนามแข่งด้วย ด้านความปลอดภัย NEW MG4 ELECTRIC ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP”

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “NEW MG4 ELECTRIC ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าคนไทย โดยมียอดขายสะสมแล้วกว่า 20,000 คัน ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของ อีวี โกลบอล โมเดล รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งออกแบบมาเพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ ออกแบบให้มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ หนึ่งเดียวในคลาสที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง จึงเกิดเป็นมาตรฐานใหม่ของรถอีวีที่ขับสนุก ซึ่ง เอ็มจี มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเส้นทางนี้ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานจริง แต่ยังเติมเต็มประสบการณ์การควบคุมขับขี่ที่ดี ส่งมอบการบริการที่มีคุณภาพด้วยศูนย์บริการที่ครอบคลุม 125 แห่ง ทั่วประเทศ การจัดสรรอะไหล่ที่ครบครัน รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ให้ลูกค้า เอ็มจี ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสบายใจ”
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand
#MGThailand #MGCarsTH #PASSIONDRIVES #NEWMG4ELECTRIC
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
TSS The Super Series by B-Quik 2025 / B-Quik Thailand Super Series 2025 สนามที่ 4 ณ PETRONAS Sepang International Circuit

บริษัท เรซซิ่ง สปิริต จำกัด ผู้จัดการแข่งขันกีฬารถยนต์ทางเรียบระดับนานาชาติ ภายใต้การรับรองโดยราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (ร.ย.ส.ท.) ภายใต้กฎของสมาพันธ์แข่งขันรถยนต์นานาชาติ (International Sporting Code of FIA) ด้วยมาตรฐานระดับสากลที่ทั่วโลกยอมรับ

ยังคงตรึงพื้นที่ Petronas Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย เปิดเกมส์ดวลความเร็วนัดที่ 2 นำโดย 4 รุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3, TSS Supercar GTM, TSS Supercar GT4 และ TSS Supercar GTC แห่งรายการ TSS The Super Series By B-Quik 2025 ที่มาพร้อมการประเดิม “Sepang” ครั้งแรกของรุ่น Super Touring จาก B-Quik Thailand Super Series 2025
เริ่มเกมส์อย่างเป็นทางการ กับโปรแกรมจับเวลารอบคัดเลือก (Qualifying) ของรุ่น Super Touring จากรายการ B-Quik Thailand Super Series 2025 ซึ่ง หมายเลข 14 YK Motorsports โดย ฐนโรจน์ ธนาสิทธิ์นิธิเกตุ และ ณัฐนิช ลีวัฒนาวรากุล ทำเวลาดีสุดในการ Qualifying 1 ไว้ที่ 2:31.103 นาที ขณะที่การ Qualifying 2 เป็นผลงานของ หมายเลข 65 R ENGINEERING โดย Leon Khoo Beng Koon (ลีออน คู เบงกุน) จับคู่กับ Lai Wee Sing (ไล วี ซิง) ทำเวลาดีสุด 2:31.935 นาที
ด้านรุ่นใหญ่แห่งรายการ TSS The Super Series By B-Quik 2025 เปิดฉากด้วยการจับเวลารอบคัดเลือก (Qualifying) ของรุ่น TSS Supercar GTC จับคู่กับรุ่น TSS Supercar GT4 ที่ลงสนามพร้อมกัน เช่นเดียวกับรุ่นใหญ่ TSS Supercar GTM ที่จับคู่กับรุ่น TSS Supercar GT3
โดยผลงานดีที่สุดในการ Qualifying 1 ของรุ่น TSS Supercar GTC ได้แก่ หมายเลข 88 SPEED FACTORY-FORD-MILLERS โดย Damien Hamilton (เดเมียน แฮมิลตัน) ทำเวลาไว้ที่ 2:19.350 นาที พร้อมด้วยผลงานดีที่สุดของรุ่น TSS Supercar GT4 โดย หมายเลข 39 Wing Hin Motorsports จาก Naquib Azlan (นาควิบ อัซลัน) และ Mitchell Cheah Min Jie (มิทเชล เชีย มิน จาย) กับเวลา 2:14.558 นาที
ส่วนผลการ Qualifying 1 รุ่น TSS Supercar GTM เป็นฝีมือของ หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล จับคู่กับมือขับเจ้าถิ่น Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) ทำผลงานยอดเยี่ยม 2:12.666 นาที และรุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3 มากับฟอร์มอันร้อนแรงของ หมายเลข 18 AAS Motorsport By EBM โดย วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ และ Dorian Boccolacci (โดเรียน บอคโคลาชชี) โชว์ความเหนือชั้นไปด้วยเวลา 2:07.057 นาที

เสิร์ฟความดุเดือดขึ้นในการ Qualifying 2 ด้วยผลงานของรุ่น TSS Supercar GTC กับฝีมือของ หมายเลข 23 Team Supersonic by Rong Po Power Unit โดย Kenneth Ho (เคนเนธ โฮ) และ Shiyuan Shane Ang (เชน อัง) ทำเวลาไว้ที่ 2:19.702 นาที ตามมาด้วยผลงานรุ่น TSS Supercar GT4 ซึ่ง หมายเลข 95 INGING AUTOWERKS RACING โดย ประคุณ พรประภา และ Kazuhisa Urabe (คาซูฮิสะ อุราเบะ) เร็วสุดอยู่ที่ 2:15.896 นาที
ขณะที่รุ่น TSS Supercar GTM หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล และเจ้าถิ่นอย่าง Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) โชว์ความยอดเยี่ยมให้ชมอีกครั้ง ด้วยเวลาเร็วสุด 2:11.386 นาที ก่อนส่งไม้ต่อให้รุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3 โชว์ฟอร์มการขับสมบูรณ์แบบโดย หมายเลข 12 Singha Motorsport Team Thailand จับคู่ ปิติ ภิรมย์ภักดี และกันตศักดิ์ กุศิริ ทำเวลาเหนือคาดหมายเอาไว้ที่ 2:05.324 นาที
สำหรับเกมส์การแข่งขันในวันเสาร์ ยกหน้าที่ให้รุ่น Super Touring จากรายการ B-Quik Thailand Super Series 2025 ประเดิมสนามดวลความเร็วเรซที่ 5 ภายใต้ตำแหน่ง โพล โพสิชั่น และการครองตำแหน่งผู้นำของ หมายเลข 14 YK Motorsports โดยฝีมือของ ฐนโรจน์ ธนาสิทธิ์นิธิเกตุ และ ณัฐนิช ลีวัฒนาวรากุล ที่คุมเกมส์ได้ยอดเยี่ยมตลอด 60 นาที จนสามารถคว้าชัยชนะบนสนาม ไปได้ย่างไร้ที่ติ
ก่อนเดินเกมส์ความเดือดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงสนามพร้อมกันของรุ่น TSS Supercar GTC เรซที่ 5 จับคู่กับรุ่น TSS Supercar GT4 เรซที่ 7 โดยตำแหน่งผู้นำในรุ่น TSS Supercar GTC คือ หมายเลข 88 SPEED FACTORY-FORD-MILLERS โดย Damien Hamilton (เดเมียน แฮมิลตัน) และโพล โพสิชั่น ของรุ่น TSS Supercar GT4 คือ หมายเลข 39 Wing Hin Motorsports โดย Naquib Azlan (นาควิบ อัซลัน) และ Mitchell Cheah Min Jie (มิทเชล เชีย มิน จาย)

ก่อนที่สถานการณ์ซึ่งพลิกผันตลอด 60 นาที จะส่งผลให้ตำแหน่งแชมป์ในเรซที่ 5 ของรุ่น TSS Supercar GTC เป็นของ หมายเลข 9 Toyota Gazoo Racing Thailand โดย อัครพงศ์ อัคนีนิโรธ และ กฤษฏิ์ วสุรัตน์ รวมถึงเรซที่ 7 ของรุ่น TSS Supercar GT4 ซึ่ง หมายเลข 98 FEYNLAB Racing โดย Todd James Kingsford (ท็อดด์ เจมส์ คิงส์ฟอร์ด) เป็นผู้พลิกเกมส์ คว้าแชมป์ไปแบบเหนือความคาดหมาย
ปิดท้ายวันด้วยการแข่งขันของรุ่นใหญ่ TSS Supercar GTM เรซที่ 7 จับคู่ TSS Supercar GT3 เรซที่ 7 กับตำแหน่งผู้นำรุ่น TSS Supercar GTM ด้วยฝีมือของ หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล จับคู่นักแข่งเจ้าถิ่น Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) ขณะที่รุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3 มากับ โพล โพสิชั่น ของ หมายเลข 18 AAS Motorsport By EBM โดย วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ และ Dorian Boccolacci (โดเรียน บอคโคลาชชี)
และหลังจาก 60 นาทีจบลง หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล และ Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) โชว์ความเหนือชั้น ครองผู้นำม้วนเดียวจบการแข่งขัน และคว้าแชมป์เรซที่ 7 รุ่น TSS Supercar GTM ไปอย่างสวยงาม ส่วนในรุ่น TSS Supercar GT3 ซึ่งเสิร์ฟความดุเดือดมาตั้งแต่ต้นการแข่งขัน ก็จบลงด้วยชัยชนะของ หมายเลข 12 Singha Motorsport Team Thailand โดย ปิติ ภิรมย์ภักดี และ กันตศักดิ์ กุศิริ ที่วางแผนมาอย่างเฉียบคมในการเก็บแชมป์เรซที่ 7 ไปครอง
ก่อนเริ่มเรซวันอาทิตย์

พิธีเปิดการแข่งขันได้รับเกียรติจาก นางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากกระทรวงเยาวชนและกีฬา, ททท., ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ,ผู้แทนจาก 3 เหล่าทัพ , CEO OF SIC, Gardini Motorsport Co., Ltd ,The representative of F4SEA , GR86 Cup Malaysia Series ร่วมสร้างบรรยากาศอันทรงเกียรติในครั้งนี้

สั่งลา Petronas Sepang International Circuit ด้วยโปรแกรมวันอาทิตย์ ประเดิมสนามด้วยรุ่น TSS Supercar GTM เรซที่ 8 จับคู่ TSS Supercar GT3 เรซที่ 8 โดยตำแหน่งผู้นำของรุ่น TSS Supercar GTM ยังคงเป็นของ หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล และ Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) ส่วนโพล โพสิชั่น ของรุ่นใหญ่ TSS Supercar GT3 เป็น หมายเลข 12 Singha Motorsport Team Thailand จับคู่ ปิติ ภิรมย์ภักดี และ กันตศักดิ์ กุศิริ
โดยผลจากการดวลความเร็ว 60 นาที หมายเลข 77 PSC MOTORSPORT โดย สราวุธ เสรีธรณกุล และ Afiq Ikhwan (อะฟิค อิกวาน) ยังคงรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยม และเก็บแชมป์รุ่น TSS Supercar GTM ในเรซที่ 8 ไปอีกครั้ง แต่สำหรับรุ่น TSS Supercar GT3 เรียกได้ว่าเป็น “นัดล้างตา” ก็ว่าได้ จากการขึ้นนำช่วงต้นการแข่งขันของ หมายเลข 18 AAS Motorsport By EBM โดย วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ และ Dorian Boccolacci (โดเรียน บอคโคลาชชี) ซึ่งครองผู้นำยาวจนจบการแข่งขัน และคว้าชัยในเรซที่ 8 ไปอย่างดุเดือด
ต่อกันที่อีก 2 รุ่นใหญ่ คือ TSS Supercar GTC เรซที่ 6 จับคู่กับรุ่น TSS Supercar GT4 เรซที่ 8 โดยมีผู้นำของรุ่น TSS Supercar GTC เป็น หมายเลข 23 Team Supersonic by Rong Po Power Unit โดย Chong yi Kenneth Ho (เคนเนธ โฮ) และ Shiyuan Shane Ang (เชน อัง) พร้อมรุ่น TSS Supercar GT4 กับตำแหน่ง โพล โพสิชั่น ของ หมายเลข 95 INGING AUTOWERKS RACING โดย ประคุณ พรประภา จับคู่ คาซูฮิสะ อุราเบะ
กับ 60 นาที ที่คาดเดาสถานการณ์ได้ยาก และจบลงด้วยชัยชนะเรซที่ 6 รุ่น TSS Supercar GTC จาก หมายเลข 18 B-Quik Absolute Racing โดย Geekie Ian Ross (กีกี้ เอียน รอสส์) และตำแหน่งแชมป์ในเรซที่ 8 รุ่น TSS Supercar GT4 ที่ตกเป็นของนักแข่งเจ้าถิ่น หมายเลข 36 RACING AURORA โดย Daniel Bilski (แดเนียล บิลส์กี้) และ Hayden Haikal (เฮย์เดน ไฮคาล)
ท้ายสุดกับการแข่งขันเรซที่ 6 ของรุ่น Super Touring จากโปรแกรม B-Quik Thailand Super Series 2025 ซึ่งมี หมายเลข 65 R ENGINEERING โดย Leon Khoo Beng Koon (ลีออน คู เบงกุน) จับคู่กับ Lai Wee Sing (ไล วี ซิง) ประจำการ โพล โพสิชั่น พร้อมรบเต็มเวลา 60 นาที
แต่กลับเจอดราม่าหนักหน่วงตลอดเกมส์การแข่งขัน และกลายเป็นโอกาสให้ หมายเลข 55 M&M Shop Pattaya โดย ชนกนันท์ นันทมานพ และ ฐนภัทร สุทธิสว่าง โชว์ฝีมือ และความพยายาม ตั้งแต่เริ่มสตาร์ทจากอันดับสุดท้าย ผ่านเหตุปะทะในช่วงต้นการแข่งขัน พร้อมกับจบลงด้วยตำแหน่งแชมป์เรซที่ 6 อย่างสวยงาม
แล้วก็ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยกับโปรแกรมการแข่งขัน B-Quik Thailand Super Series 2025 รุ่น Super Touring และ TSS The Super Series by B-Quik 2025 ในรุ่น TSS Supercar ที่ยกทัพกันไปเปิดศึกไกลถึงเวทีระดับโลก Petronas Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย ซึ่ง “ใคร” ที่พลาดชมความมันส์ในนัดที่ผ่านมา สามารถติดตามชมความดุเดือดย้อนหลัง ได้ผ่านช่องทาง www.thailandsuperseries.net และ www.facebook.com/ThailandSuperSeries
ก่อนจะพบกันอีกครั้งในโค้งสุดท้ายปลายทางฤดูกาล 2025 ซึ่งทัพนักแข่งทุกรุ่นจากรายการ B-Quik Thailand Super Series 2025 และ TSS The Super Series by B-Quik 2025 จะไปพบกันที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเปิดเกมส์ดวลความเร็วครั้งสำคัญ ในฐานะเวทีตัดสินแชมป์ประจำปี “พลาดไม่ได้ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายนนี้ เท่านั้น !!!” โดยแฟนๆ รายการสามารถรับชมแบบ Live สด ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่ www.thailandsuperseries.net และ www.facebook.com/ThailandSuperSeries
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ชวนสัมผัส “Innovation of Joy” ในงาน BMW Xpo 2025: นวัตกรรมล้ำสมัย ดีไซน์เหนือระดับ และความยั่งยืน

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เตรียมสร้างแรงบันดาลใจและนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัย ที่มาพร้อมดีไซน์เหนือระดับ และความยั่งยืน ในงาน BMW Xpo 2025 มหกรรมยานยนต์สุดพิเศษภายใต้แนวคิด “Innovation of Joy” สะท้อนจิตวิญญาณแห่งสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ และเผยโฉมอนาคตของยนตรกรรมพรีเมียม
อย่างแท้จริง ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ระหว่างวันที่ 25 – 28 กันยายน 2568 นี้ ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูหลากหลายรุ่น พร้อมสัมผัสถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งมร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “BMW Xpo 2025 เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการพัฒนานวัตกรรม และยึดมั่นในปรัชญา ‘สุนทรียภาพแห่งการขับขี่’ ภายใต้แนวคิด ‘Innovation of Joy’ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด ดีไซน์อันประณีต และแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนของเรา ที่หลอมรวมกันเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น เราขอเชิญทุกท่านมาร่วมค้นพบอนาคตแห่งการเดินทาง และสัมผัสความสุขที่บีเอ็มดับเบิลยูมอบให้ได้ และที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษคือ การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ BMW M2 CS ใหม่ล่าสุด และ BMW M3 CS Touring ที่สร้างประวัติศาสตร์
ครั้งแรกในประเทศไทยภายในงาน Xpo นี้ เพื่อมอบโอกาสสุดพิเศษให้ผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ในประเทศไทยได้สัมผัสประสบการณ์สุดยอดสมรรถนะเหล่านี้ก่อนใคร”ไฮไลท์งาน BMW Xpo 2025: นวัตกรรมล้ำสมัย ดีไซน์เหนือระดับ และความยั่งยืน
- เทคโนโลยีล้ำสมัย: ระบบดิจิทัลและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ล่าสุดของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด
- ดีไซน์ก้าวล้ำ: ด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ซึ่งความงามสง่าผสานเข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์และฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว
- ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน: ค้นพบความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูในยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่รับผิดชอบต่อการเดินทางระดับพรีเมียม
BMW Xpo 2025 นำเสนอยนตรกรรมหลากหลายรุ่นของบีเอ็มดับเบิลยู ที่นำมาจัดแสดงรวม 21 คัน ใน 4 โซน
ผู้เข้าชมที่ต้องการสัมผัส “Innovation of Joy” สามารถเข้าร่วมทดลองขับรถยนต์หลากหลายรุ่น อาทิ บีเอ็ม
ดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู 220 M Sport Pro, บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d xDrive M Sport, และบีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport ได้ภายในงานข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน BMW Xpo 2025
BMW Xpo 2025 นำเสนอแคมเปญและข้อเสนอสุดพิเศษมากมายกับ “Innovation of Joy” เพื่อมอบความคุ้มค่า สูงสุด พร้อมการทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ซึ่งครอบคลุมบริการบำรุงรักษาและดูแลรถยนต์อย่างครบวงจรเป็นระยะเวลานานขึ้น โดยสามารถสำรวจข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่นรถยนต์เฉพาะ* เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของด้วยสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของบีเอ็มดับเบิลยู
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่าง ๆ ต่อไปนี้ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 และเลือกทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังจะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้**:
รุ่น ข้อเสนอ บีเอ็มดับเบิลยู 220 Gran Coupe M Sport Pro · รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport · รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี หรือเลือกรับ
· ดอกเบี้ยผ่อนชำระรายเดือน 1.99%* และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปีบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport Pro· รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี
หรือเลือกรับ
· ดอกเบี้ยผ่อนรายเดือน 1.99%*บีเอ็มดับเบิลยู 530e Inspiring
บีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport· รับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี
หรือเลือกรับ
· ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี และดอกเบี้ยผ่อนรายเดือน 1.99%*บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i M Sport· ฟรี BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 17,500 บาท/เดือน
หรือเลือกรับ
· ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี และดอกเบี้ย 1.99%*บีเอ็มดับเบิลยู X1 M Sport· BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี พร้อมผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นเพียง 17,500 บาท
หรือเลือกรับ
· BMW Protect (ประกันภัยชั้น 1) สูงสุด 1 ปี พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ 1.99%บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d xDrive
บีเอ็มดับเบิลยูX3 M50· ฟรี BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี และข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี
หรือเลือกรับ
· ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปีบีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport (Inspiring)· รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 3 ปี
หรือเลือกรับ
· รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี และ
รับข้อเสนอดอกเบี้ยผ่อนรายเดือน 1.99%บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d· รับชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาทและ ข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปีหรือเลือกรับ
· ชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาทและรับ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปีบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive50e· รับชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 300,000 บาทและรับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี
หรือเลือกรับ
· ชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 300,000 บาทและรับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปีบีเอ็มดับเบิลยู X6 xDrive40i M Sport· รับชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาทและรับข้อเสนอ BSI Ultimate Upgrade สูงสุด 5 ปี
หรือ
· เลือกรับ ฟรี ชุดแต่ง Original BMW Accessory มูลค่ากว่า 250,000 บาท และรับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine










































































































































































































