-
Uncategorized1 Min Read
ไทยฮอนด้า เดินหน้า “Thai Honda Forest Fortress” ฟื้นฟูผืนป่า สร้างแนวกันไฟป่าเปียก 100 กิโลเมตร ณ ป่าสงวนแห่งชาติสระบุรี-ลพบุรี
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรม “Thai Honda Forest Fortress : คืนบ้านให้สัตว์ป่า คืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับโลก” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ณ โครงการเขาพระยาเดินธง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) หน่วยงานภาครัฐ และชุมชนในพื้นที่ จัดทำแนวกันไฟแบบป่าเปียก เป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร ภายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสระบุรี-ลพบุรี เพื่อร่วมป้องกันไฟป่า ลดการเกิดจุดความร้อน และบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อันเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กิจกรรมในปีนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการ Thai Honda Forest Fortress ที่ทางไทยฮอนด้าได้ริเริ่มขึ้นในปี 2568 ณ พื้นที่เดียวกัน โดยหลังจากร่วมสนับสนุนการป้องกันไฟป่าและวงรากฐานการฟื้นฟูที่ในปีแรก ในปีนี้ไทยฮอนด้ากลับมาสานต่อการดูแลผืนป่าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปลูกไม้อุ้มน้ำ (ต้นกล้วยป่า) ขุดหลุมซับน้ำ และทำฝายชะลอน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ ของดิน น้ำ และระบบนิเวศ พร้อมเสริมประสิทธิภาพของแนวกันไฟป่าเปียกให้สามารถป้องกันไฟป่าได้อย่างยั่งยืน โดยได้รับ เกียรติจาก นายถนอมพงษ์ สังข์ธูป ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี), นายสุรศักดิ์ เจิมสม นายกเทศมนตรีตำบลเขาพระยาเดินธง, นายอรัญ แก้วเพ็ชร รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและพนักงานไทยฮอนด้า กว่า 150 คน ร่วมลงพื้นที่ทำกิจกรรม เสริมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ไฟป่าอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
กิจกรรม Thai Honda Forest Fortress สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืน ผ่านการฟื้นฟูผืนป่า การป้องกันไฟป่า และการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อร่วมคืนบ้านให้สัตว์ป่า คืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับโลก และเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #ThaiHondaForestFortress
#HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Uncategorized1 Min Read
สุดเดือด! “ธนัช-พีระพงษ์” ผงาดคว้าโพล “มุกข์ลดา” คัมแบ็กแรงยึดแถวหน้า NEXZTER BRIC Superbike สนาม 2
ศึกซูเปอร์ไบค์เบอร์หนึ่งของไทย รายการ “เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2026″ ดวลความเร็วสนาม 2 ด้วยการแข่งขันรอบควอลิฟายสุดเข้มข้น โดยรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว คว้าโพล ขณะที่ “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ประเดิมสนามแรกของฤดูกาลด้วยการออกตัวจากแถวหน้า ส่วนรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง ครองตำแหน่งโพลโพซิชั่น ขณะ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี นักแสดงซูเปอร์สตาร์หนุ่มจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ยกระดับความเร็วขยับคว้าอันดับ 5 ซูเปอร์สต็อก (ST3) ก่อนลุ้นแชมป์รอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.นี้ ที่สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์
การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนาม 2 ดวลความเร็วระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-2 สิงหาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
หลังผ่านสนามแรกด้วยการขับเคี่ยวอย่างเข้มข้น นักบิดทุกคนกลับมาสู่สนามนี้อีกครั้งด้วยความพร้อมที่มากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อการยกระดับผลงานของตัวเอง และความคาดหวังในการลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาล โดยไฮไลต์ยังคงอยู่ที่การต่อสู้อย่างสนุกในทุกคลาสของการแข่งขัน
โดยผลควอลิฟายในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ปรากฏว่าตำแหน่งโพลตกเป็นของ ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสเตรเลียนจาก สวิฟท์ โกรว เรซซิ่ง ทีม ผู้ชนะสนามแรกที่ยังคงฟอร์มแรงต่อเนื่อง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 38.478 วินาที ทิ้งห่าง เหนือกริดที่ 2 อย่าง ชญากร แซ่อ๋อง นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ถึง 1.264 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ โคลิน บัตเลอร์ นักบิดชาวแคนาดาจาก ศาวิตาร์ ทีม เอเชีย ตามหลัง 1.974 วินาที
ด้านตำแหน่งโพลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี ตกเป็นของ ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 40.060 วินาที เฉือน เอเดน ท้าว นักบิดอเมริกันจาก สาวิตา ทีม เอเชีย กริดที่ 2 เพียง 0.304 วินาที ตามด้วยจอมเก๋าอย่าง ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 0.308 วินาที
ส่วนรุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB3) และ ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ซึ่งลงแข่งพร้อมกัน ปรากฏว่าตำแหน่งโพลในรุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB3) ของ รอนนี่ สุลบิยักโต นักบิดอินโดนีเซียจาก มูเลีย จาย่า อาร์ไอที ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 44.956 วินาที เหนือกริดที่ 2 อย่าง จิณณวัตร ดีวิเศษ จาก ยามาฮ่า บลู ครู ไรเดอร์ส คลับ ยามาลู้ป เน็กซเตอร์ ถึง 1.599 วินาที ส่วนกริดที่ 3 ได้แก่ ณัฐกร อิ่มใจสุข จาก ออร์คิด ปาล์ม โฮมส์ หัวหิน ซีพีทู เรซซิ่ง ทีม ฮอนด้า บิ๊กวิง รามอินทรา ตามหลัง 1.870 วินาที
ขณะที่โพลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ได้แก่ รณชัย ใจยา นักบิดชาวไทยจาก เดอะ ชไวน์ การาจ แซดทีอาร์ เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลา 1 นาที 47.087 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง ซานติ หม่า นักบิดชาวเมียนมาร์ เพื่อนร่วมทีม อยู่ 0.515 วินาที
ส่วน “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกหนุ่มชื่อดังจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ยกระดับความเร็วอย่างน่าพอใจ รั้งอันดับ 5 ในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 48.577 วินาที ด้านอินฟลูเอ็นเซอร์สาวชื่อดังอย่าง “แพร” ทวินันท์ เพิ่มพูน จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ต้องพลาดลงแข่งสนามนี้หลังได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมส่วนตัว
รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ดวลความเร็วกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม รวมพลนักบิดดาวดังระดับท็อปของเมืองไทยจากทุกค่าย มาร่วมเปิดศึกสู้กันอย่างดุเดือด โดยไฮไลต์สำคัญในเรซนี้ อยู่ที่การกลับคืนสู่สังเวียนอีกครั้งของ “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวแกร่ง ที่ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกของฤดูกาลในสนามที่ 2 ให้กับ เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม โดยเพิ่งคว้าโพเดียมระดับโลกมาได้ในยุโรป ถูกใส่ชื่อลงบิดแทนนักบิดเวิลด์คลาสอย่าง ฮอร์เก นาบาร์โร ให้กับทีม เพิ่มความเข้มข้นให้กับการลุ้นแชมป์เป็นอย่างมาก
โดยผลควอลิฟายปรากฏว่า ตำแหน่งโพลตกเป็นของดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ผู้ชนะสนามแรกด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 39.260 วินาที ส่วน “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวจอมเก๋า คว้ากริดที่ 2 มาครอง ตามหลังเจ้าของโพล 1.117 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ดาวรุ่งจาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.331 วินาที
ตามด้วย “ต่อ” ต่อศักดิ์ นวลสาย นักบิดเจ้าถิ่นชาวบุรีรัมย์จาก ไบค์สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ได้ออกตัวจากกริดที่ 4 ตามหลัง 1.619 วินาที ส่วนกริดที่ 5 เป็นของ โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 2.238 วินาที
สำหรับผลควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี แข่ง 9 รอบ ปรากฏว่านักบิดจอมเก๋าอย่าง “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก ยามาฮ่า สปีด800 ยัวซ่า เรซซิ่ง ทีม คว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 54.352 วินาที ขนาบข้างด้วย “เอิร์ธ” ธุรกิจ บัวผา ดาวรุ่งจาก ไฮสปีด เคทีเอ็ม เรซซิ่ง ทีม ในกริดที่ 2 ตามหลัง 0.538 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี จาก ไฮสปีด ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ ตามหลัง 0.570 วินาที
ทั้งนี้ ศึก เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2026 สนามที่ 2 จะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ ราคา 100 บาท / 1 วัน, บัตร VIP ราคา 500 บาท / 1 วัน
รับชมถ่ายทอดสดได้ทาง True Sports 1 ช่อง 666 วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม เวลา 14.30-17.30 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike 2026 และ Youtube : Chang International Circuit ตั้งแต่ 9.00 น. เป็นต้นไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Uncategorized2 Min Read
โตโยต้าแนะนำ TOYOTA ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด HEV SMART ราคาเริ่มต้น 3,590,000 บาท พร้อมส่งมอบ
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ระดับ LUXURY 7 ที่นั่ง ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “SEAMLESS SERENITY” ซึ่งนำเสนอ Ultimate Inclusive Program แพคเกจบำรุงรักษาที่ให้ความสบายใจไร้กังวลตลอดการใช้งาน เอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น พร้อมรุ่นย่อยใหม่ “HEV Smart” กับล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เบาะนั่งแถวสองปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางควบคุมผ่าน Detachable Tablet พร้อมระบบผ่อนคลาย Massage Relaxation, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน และระบบ T-Connect นอกจากนี้มาพร้อมทางเลือกอีก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ HEV Premium และ HEV Premium Luxury ที่ยกระดับความหรูหราสะดวกสบายเหนือระดับด้วยบันไดข้างแบบกางออกอัตโนมัติ Retractable Step ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นด้วยทางเลือกพิเศษ Eclipse Edition ด้วยฟิล์มปกป้องสีรถภายนอกแบบด้าน (Matte Paint Protection Film) เพิ่มความทนทานและปกป้องสีรถได้อย่างมั่นใจ ติดตั้งและรับประกันโดยโตโยต้า
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำเสนอ TOYOTA ALPHARD และ TOYOTA VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 รถยนต์อเนกประสงค์ระดับ LUXURY 7 ที่นั่ง ได้รับการพัฒนาให้เป็นยนตรกรรมที่ยกระดับความหรูหราสะดวกสบายเหนือระดับ ขับเคลื่อนนุ่มนวล ทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร ที่ผสาน 2 พลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร Dual VVT-i ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.9 กม./ลิตร* (*อ้างอิงจาก ECO Sticker) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เทคโนโลยี E-Four ใหม่ และโครงสร้างสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA ที่ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัว และเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม มั่นใจกว่าด้วยความปลอดภัยเหนือระดับ Toyota Safety Sense เวอร์ชั่นใหม่ ให้ทุกการขับเคลื่อนเต็มไปด้วยสมรรถนะที่ดีเยี่ยมและนุ่มนวลเป็นที่สุดแห่งสุนทรียะในทุกการเดินทางด้วยราคาเริ่มต้น 3,590,000 บาท
Alphard และ Vellfire รุ่นปรับปรุงปี 2569
รุ่นย่อยใหม่! Alphard HEV Smart ราคา 3,590,000 บาท
Complete Luxury กับความสะดวกสบายที่ครบครันภายนอก
- ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว
- ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential
ภายใน
- หน้าจอ MID ขนาด 3 นิ้ว
- หน้าจอเครื่องเสียงแบบสัมผัสขนาด 14 นิ้ว
- ระบบนำทาง navigator และระบบ T-Connect
- เบาะหนัง Premium Nappa และหนังสังเคราะห์ ปรับไฟฟ้า พร้อม seat heater และ ventilator คู่หน้าและผู้โดยสารแถวสอง
- เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสองพร้อมระบบ Massage Relaxation และ Smart Comfort Program
- Detachable Tablet ควบคุมฟังก์ชันการทำงานของเบาะนั่ง และฟังก์ชันภายในห้องโดยสาร
- กระจกประตูหลังแบบ Privacy Glass
- ม่านบังแดดกระจกข้างผู้โดยสารแถวสองและแถวสามปรับไฟฟ้า
- กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระ 4 โซน พร้อม nanoeTM X สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า
สมรรถนะการขับขี่และระบบความปลอดภัย
- เครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 250 แรงม้า
- ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four
- Toyota Safety Sense
- ถุงลมเสริมความปลอดภัย 6 ตําแหน่ง
- กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor)
Alphard HEV Premium ราคา 4,290,000 บาท
Comfort Luxury กับความหรูหรา สะดวกสบาย เสมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่
*ไฮไลท์รุ่น Alphard HEV Premium
ภายนอก
- (ใหม่!) บันไดข้างแบบกางออกอัตโนมัติ Retractable Step
ภายใน
- หลังคา Twin Moon Roof สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมม่านบังแดดปรับไฟฟ้า
- หน้าจอ HUD แบบสี
- กระจกมองหลังแบบดิจิตอล
- หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 14 นิ้ว
- กล้องวีดิโอบันทึกภาพติดรถยนต์ (DVR) ด้านหน้าและด้านหลัง ความชัด 4K
- พรมรองพื้นห้องโดยสาร
Vellfire HEV Premium ราคา 4,290,000 บาท
Sport Luxury กับความหรูหราสะดวกสบาย พร้อมรูปลักษณ์ดุดัน
*ไฮไลท์รุ่น Vellfire HEV Premium
ภายนอก
- (ดีไซน์เฉพาะ Vellfire) ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential
- (ดีไซน์เฉพาะ Vellfire) กันชนหน้าและหลัง
Alphard HEV Premium Luxury ราคา 4,590,000 บาท
High End Elegance กับการนั่งโดยสารระดับเฟิร์สคลาส
*ไฮไลท์รุ่น Alphard HEV Premium Luxury
ภายนอก- (ใหม่!) บันไดข้างแบบกางออกอัตโนมัติ Retractable Step
- สัญลักษณ์ “Executive Lounge”
ภายใน
- เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสองแบบ “Executive Lounge”
- โต๊ะส่วนตัวแบบพับได้สำหรับผู้โดยสารแถวสอง
- วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยลายไม้แบบ Uzuramoku
- เพิ่มวัสดุบุนุ่มภายในห้องโดยสาร
- กระจกห้องโดยสารแถวที่ 1 และ 2 แบบ Acoustic Glass ลดเสียงรบกวน
- nanoeTM X สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
***ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมทางเลือกพิเศษ Eclipse Edition ที่มาพร้อมฟิล์มปกป้องสีรถภายนอกแบบด้าน (Matte Paint Protection Film) เพิ่มความทนทานและปกป้องสีรถได้อย่างมั่นใจ (เฉพาะสีภายนอก Neutral Black)***
(หมายเหตุ : Paint protection film เป็นฟิล์มใสแบบด้านปกป้องสีรถจากสะเก็ดหิน คราบแมลง ฟื้นฟูรอยขีดข่วนเล็กๆได้
ติดตั้งและรับประกันคุณภาพโดยโตโยต้า)เลือกเป็นเจ้าของ ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569
รุ่นย่อย ดังนี้- ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM LUXURY Eclipse Edition 4,720,000 บาท
- รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM LUXURY 4,590,000 บาท
- ใหม่! รุ่น VELLFIRE HEV PREMIUM Eclipse Edition 4,420,000 บาท
- รุ่น VELLFIRE HEV PREMIUM 4,290,000 บาท
- ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM Eclipse Edition 4,420,000 บาท
- รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM 4,290,000 บาท
- ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV SMART Eclipse Edition 3,720,000 บาท
- ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV SMART 3,590,000 บาท
สีภายนอก มีให้เลือก 3 สี
- สีขาว Platinum White Pearl
- สีเงิน Precious Metal
- สีดำ Neutral Black
รุ่น Eclipse Edition (Matte Paint Protection Film)
- เลือกได้เฉพาะสีภายนอกสีดำ Neutral Black
เลือกจับคู่สีภายในได้ 3 สี
- สี Sunset Brown
- สี Black
- สี Neutral Beige
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
พบกับ Alphard และ Vellfire รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2569 ได้ที่บูธโตโยต้า ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ บูธ A03 ฮอลล์ EH 101-102 ไบเทค บางนา
จองทดลองขับ ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 และรถรุ่นอื่นๆ บนสนามทดสอบเต็มรูปแบบ ได้ที่ https://www.toyota.co.th/alive/testdrive-reservation
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
Uncategorized1 Min Read
ยามาฮ่า จับมือ ซัมซุง สร้างปรากฏการณ์ “มหาลัยโคตรฟาซ” จุดพลังครีเอเตอร์ Gen Z กวาดกว่า 22 ล้านวิว พร้อมส่งมอบ Feel The Unique Experience ผ่าน “คอนโคตรฟาซ”
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของแคมเปญ “มหาลัยโคตรฟาซ” กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษา Gen Z จาก 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ได้ปลดปล่อยไอเดีย ถ่ายทอดตัวตน และสร้างคอนเทนต์ในแบบฉบับของตัวเอง ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โคตรฟาซ กับ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด” จนสามารถสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ และมียอดการรับชมรวมมากกว่า 22 ล้านวิว
แคมเปญดังกล่าวจัดขึ้นใน 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านคอนเทนต์ที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และมุมมองที่แตกต่างของ Gen Z ในแบบที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง
ภายใต้แนวคิด “Feel The Unique Experience” ที่ยามาฮ่ามุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการเดินทาง ด้วยการเชื่อมโยงโลกของไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ดนตรี เทคโนโลยี และคอมมูนิตี้ของ Gen Z เข้าไว้ด้วยกัน ผ่าน Yamaha Fazzio Hybrid รถจักรยานยนต์แฟชั่นออโตเมติกที่สะท้อนความเป็นตัวเอง พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ออกไปค้นหาแรงบันดาลใจ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ และสนุกกับทุกช่วงเวลาของชีวิตในแบบที่แตกต่าง
จากการแข่งขันตลอดโครงการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สามารถคว้าตำแหน่งมหาวิทยาลัยผู้ชนะด้วยยอดรับชมบน TikTok สูงถึง 5,544,813 วิว พร้อมรับรางวัลใหญ่ “คอนโคตรฟาซ” คอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากวง PURPEECH ที่ยกความสนุกมาเสิร์ฟถึงภายในมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จและสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับนักศึกษาแบบใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยามาฮ่าและซัมซุง ยังได้ร่วมกับองค์การบริหารสโมสรนักศึกษาของทั้ง 4 มหาวิทยาลัย มอบรางวัลให้แก่นักศึกษาผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มียอดรับชมสูงสุด โดยผู้ชนะอันดับ 1 ของแต่ละมหาวิทยาลัยได้รับ Yamaha Fazzio Hybrid Lite มูลค่า 49,900 บาท ผู้ชนะอันดับ 2 ได้รับ Samsung Galaxy A57 5G (12GB/256GB) มูลค่า 17,999 บาท และผู้ชนะอันดับ 3-9 ได้รับ Samsung Galaxy Buds4 มูลค่า 5,990 บาท
พร้อมกันนี้ ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ร่วมกิจกรรมพร้อมติดแฮชแท็ก #withGalaxyA57 โดยผู้ชนะจะได้รับ Samsung Galaxy A57 5G เพิ่มเติมอีกมหาวิทยาลัยละ 1 รางวัล เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์คอนเทนต์และส่งเสริมศักยภาพของครีเอเตอร์ Gen Z รุ่นใหม่
ความสำเร็จของแคมเปญ “มหาลัยโคตรฟาซ” สะท้อนถึงความร่วมมือของสองแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของ Gen Z อย่างแท้จริง ผ่านการผสานจุดแข็งของ Yamaha Fazzio Hybrid และ Samsung Galaxy A57 5G เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการแสดงออก เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ถ่ายทอดตัวตน และสร้างแรงบันดาลใจผ่านคอนเทนต์ในแบบของตัวเอง
มากกว่าการประกวดคอนเทนต์ แคมเปญนี้ยังเป็นการส่งมอบ Unique Experience ที่เชื่อมโยงผู้คน ดนตรี เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และคอมมูนิตี้ของ Gen Z เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมตอกย้ำแนวคิด “Feel The Unique Experience” ของ Yamaha Fazzio Hybrid ที่เชื่อว่าทุกคนสามารถออกไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง และค้นพบประสบการณ์ที่แตกต่างได้ในทุกเส้นทาง
ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และ Facebook : Yamaha Society Thailand พร้อมรับข่าวสาร สิทธิพิเศษ และร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน LINE Official Account Yamaha Society TH โดยค้นหา @yamahasociety และกดเพิ่มเพื่อน หรือสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อไม่พลาดทุกกิจกรรมพิเศษจากยามาฮ่า
#มหาลัยโคตรฟาซ #Fazzio #GalaxyA57
#Yamaha #ยามาฮ่า #FAZZIO #ฟาซซิโอ้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
Uncategorized
NEXZTER BRIC Superbike ผ่านครึ่งทาง ลุ้นแชมป์เดือด! “คาร์เบอร์รี-ธนัช” โชว์ฟอร์มโหดเข้าวิน 2 สนามติด
1 Min ReadNEXZTER BRIC Superbike ผ่านครึ่งทาง ลุ้นแชมป์เดือด! “คาร์เบอร์รี-ธนัช” โชว์ฟอร์มโหดเข้าวิน 2 สนามติด
ศึกสองล้อเบอร์หนึ่งของไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 ดวลสนาม 2 สุดมันส์ในรูปแบบเรซระดับนานาชาติ มีนักบิดไทย-เทศตบเท้าเข้าร่วมล่าแชมป์มากมาย จาก 17 ชาติ ผลรุ่นใหญ่ปรากฏว่า ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสซี คว้าแชมป๋ 2 สนามติด คว้าชัยรุ่นใหญ่ 2 สนามติด ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส นำม้วนเดียวเข้าวินในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี สองเรซติด ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้การลุ้นแชมป์ประจำปียังคงเข้มข้นหลังผ่านครึ่งทางแรกของฤดูกาล
การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2026 สนาม 2 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569
ปัจจุบัน NEXZTER BRIC Superbike Championship ได้รับความนิยมอย่างมากในระดับนานาชาติ เพราะไม่เพียงนักบิดและทีมแข่งแถวหน้าของไทยเท่านั้นที่ลงแข่งขัน แต่ยังสามารถดึงดูดนักแข่งและทีมต่างชาติให้เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยมีผลมาจากมาตรฐานของการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ซึ่งในสนามนี้มีนักบิดลงแข่งขันมากมาย จากทั้งสิ้น 17 ชาติ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, ออสเตรเลีย, สวีเดน,รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อินเดีย, ไต้หวัน, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, อินโดนีเซีย, จีน, เมียนมาร์, สปป.ลาว, ญี่ปุ่น, สเปน
รุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี แข่ง 12 รอบ ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสเตรเลียนจาก สวิฟท์ โกรว เรซซิ่ง ทีม คว้าแชมป์ 2 สนามติด ทำเวลาได้ 19 นาที 56.384 วินาที ตามมาด้วย ชญากร แซ่อ๋อง นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ตามหลัง 11.790 วินาที อันดับ 3 “เฟอร์” ปัญจพล จรุงกิจกูล จาก เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม เวลาตามหลัง 22.697 วินาที
ส่วนผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี แข่ง 12 รอบ ต้องมาตัดสินกันถึงช่วงปลายเรซ โดยชัยชนะตกเป็นของเจ้าของโพลอย่าง ตะวัน ตั้งจิตเจริญ จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ที่บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 11.241 วินาที คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน เฉือนอันดับ 2 อย่าง เอเดน ท้าว นักบิดอเมริกันจาก สาวิตา ทีม เอเชีย เพียง 0.565 วินาที และ ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 13.735 วินาที
อีกหนึ่งในรุ่นไฮไลต์ของปีนี้อย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ซึ่งรวมเอาดาวรุ่งแถวหน้าของไทยไว้หลายคนถือว่ามีเกมที่ขับเคี่ยวกันอย่างสนุกทั้งสิ้น 12 รอบสนาม ทว่าในเรซนี้ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส สามารถครองความได้เปรียบได้ตั้งแต่ต้นเกม หลังออกสตาร์ทจากโพล ก่อนจะบิดนำม้วนเดียวจบเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 10.608 วินาที คว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกัน
ขณะที่อันดับ 2 เป็นการไล่บี้กันอย่างสุดมันส์ระหว่าง “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ดาวรุ่งจาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม และนักบิดเจ้าถิ่นอย่าง “ต่อ” ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ไบค์สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ก่อนที่ “ข้าวกล้อง-จักรีภัทร” จะแซงเข้าป้ายในอันดับ 2 ทำเวลาตามหลัง 4.108 วินาที ตามด้วย ต่อศักดิ์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 6.883 วินาที ส่วน อิงค์ อัศวานนท์ นักบิดซูเปอร์สตาร์หนุ่มจาก แบล็ค บูลล์ เรซซิ่ง บิดเข้าป้ายในอันดับ 5 ด้าน “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวจอมเก๋าจาก เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม พลาดล้มในโค้งแรก
ด้านผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อค ST3 และ ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี SB3 ลงแข่งพร้อมกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม ปรากฏว่าชัยชนะในรุ่น SB3 ตกเป็นของ จิณณวัตร ดีวิเศษ จาก ยามาฮ่า บลู ครู ไรเดอร์ส คลับ ยามาลู้ป เน็กซเตอร์ ด้วยเวลา 17 นาที 54.137 วินาที เฉือน เจี้ยน หยู หลิว นักบิดไต้หวันจาก เน็กซเตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเทค บริดจสโตน เอวีอาร์พี เรซซิ่ง อันดับ 2 เพียง 0.236 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ณัฐกร อิ่มใจสุข จาก ออร์คิด ปาล์ม โฮมส์ หัวหิน ซีพีทู เรซซิ่ง ทีม ฮอนด้า บิ๊กวิง รามอินทรา ตามหลัง 1.520 วินาที
สำหรับ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกหนุ่มชื่อดังจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม คว้าท็อปเท็นในรุ่น ซูเปอร์สต็อค ST3 ส่วนผู้ชนะในรุ่นนี้ได้แก่ ณัฐวัฒน์ แท่งทอง ด้วยเวลา 18 นาที 10.909 วินาที ตามด้วย นรินทร์ ม่วงทอง ในอันดับ 2 และ ซานติหม่า นักบิดชาวเมียนมาร์จาก พีทีเอ็ม เรซซิ่ง ในอันดับ 3
นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี ที่รวมเอาดาวรุ่งฝีมือดีไว้มากที่สุดในประเทศไทย และถือเป็นเกมที่ขับเคี่ยวกันโค้งสุดท้ายเพื่อวัดชัยชนะของนักบิดถึง 7 คนในกลุ่มหน้า ตลอดการชิงชัยทั้งสิ้น 10 รอบสนาม
โดยชัยชนะตกเป็นของ “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก ยามาฮ่า สปีด800 ยัวซ่า เรซซิ่ง ทีม เจ้าของโพลที่ชิงจังหวะได้ดีในรอบสุดท้าย บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 20.634 วินาที เฉือน “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี ดาวรุ่งจาก ไฮสปีด ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ อันดับ 2 เพียง 0.088 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เคทีเอ็ม เรซซิ่ง ทีม ตามหลังเพียง 0.211 วินาทีเท่านั้น
ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Uncategorized1 Min Read
เจาะผลงาน “ก้อง-สมเกียรติ” ผ่าน 8 สนามแรก “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์” ภารกิจท้าทายที่ไม่เคยหมดความมุ่งมั่น
ปี 2026 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ในเส้นทางอาชีพนักบิดระดับโลก กับภารกิจที่ท้าทายความสามารถอย่างมาก ด้วยการรับหน้าที่โปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ของ ฮอนด้า เอชอาร์ซี ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ
เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อนักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 ต้องเจออาการบาดเจ็บเล่นงานนับตั้งแต่ช่วงพรีซีซั่น จากอุบัติเหตุในการลงซ้อมที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้พลาดลงแข่งสนามแรกที่ ประเทศออสเตรเลีย ต้องพักนานร่วม 2 เดือน
“ก้อง-สมเกียรติ” เข้ารับการผ่าตัดรักษาแขนทั้ง 2 ข้าง ทำงานอย่างหนักกับการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ก่อนจะกลับมาลงบิดได้ในสนาม 2 ที่ ปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะยังใหม่กับ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ เช่นเดียวกับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R ของทีม ที่อยู่ในขั้นตอนพัฒนา
ในขณะที่ทุกอย่างกำลังยกระดับขึ้นทีละขั้น เข้าสู่การแข่งขันสนาม 3 ที่ ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ นักแข่งชาวไทยทำความเร็วได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กลับโชคร้ายได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง จนต้องถอนตัวจากสนามดังกล่าว
โดยสามารถกลับมาลงแข่งได้ในสนาม 4 ที่ ประเทศฮังการี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ลงบิดใน บาลาตอน พาร์ค เซอร์กิต และนั่นก็เป็นการปลดล็อกคว้าแต้มแรกใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ มาครองได้สำเร็จ จากการบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 15 ของเรซที่ 2
จากนั้นก็มาคว้าแต้มได้จากทั้ง 2 เรซที่ มอเตอร์แลนด์ อรากอน ประเทศสเปน สนามที่ 6 ของปี ด้วยการบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 15 ทั้ง 2 เรซ โดยสุดสัปดาห์ดังกล่าว ดิ๊กสัน ทีมเมทกลับมาลงสนามได้ในรอบหลายเดือน ทำให้ทีมสามารถช่วยกันเก็บข้อมูลของตัวรถแข่งได้มากขึ้น ทว่านักบิดอังกฤษก็ต้องถอนตัวอีกครั้ง หลังอาการบาดเจ็บกำเริบ
หลังจากนั้น นักแข่งชาวไทยสามารถยกระดับได้ในสนาม 7 ซึ่งมีความคุ้นเคยกับสนาม มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเชลลี ประเทศอิตาลี โดยคว้าอันดับ 15 จากเรซแรก และอันดับ 13 จากเรซที่ 2 เก็บแต้มมาครองได้ทั้งสองเรซ
เดินทางมาถึงตรงนี้ “ก้อง-สมเกียรติ” และรถแข่ง Honda CBR1000RR-R เริ่มค้นพบความเร็วในการแข่งขันได้แล้ว โดยเฉพาะครึ่งหลังของการแข่งขันแต่ละเรซ แต่ก็ยังมีงานหนักในการค้นหาความเร็วสำหรับการควอลิฟาย
“ก้อง-สมเกียรติ” ไม่เคยยอมแพ้ เขามุ่งมั่นทำงานร่วมกับวิศวกรของ ฮอนด้า เอชอาร์ซี อย่างหนักในการพัฒนารถแข่ง พร้อม ๆ กับการเร่งปรับตัวให้เข้ากับรถแข่งที่เพิ่งได้รู้จักกันในปีนี้เป็นฤดูกาลแรก โดยที่มีระยะห่างจากคู่แข่งให้ไล่ตามอยู่พอสมควร
สถานการณ์ล่าสุดของ “ก้อง-สมเกียรติ” ในฤดูกาล 2026 หลังผ่านไป 8 สนามแรกของปี นักแข่งชาวไทยรั้งอันดับ 20 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปทั้งสิ้น 8 คะแนน เป็นนักบิดฮอนด้าที่เก็บคะแนนได้มากที่สุดในตอนนี้
นอกจากนี้ “ก้อง-สมเกียรติ” ยังได้ทำงานเคียงข้างแชมป์โลก 6 สมัยชาวไอริชอย่าง โจนาธาน เรีย ในหลายสนาม ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่เจ้าตัวได้เก็บเกี่ยวมาเพื่อพัฒนาตัวเอง และไม่เคยหยุดการทำงานหนัก ทั้งการฝึกซ้อมเพื่อความแข็งแกร่งของร่างกายเพื่อให้พร้อมที่สุดทุกครั้งที่ลงสนาม
การต่อสู้ใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026 ไม่ใช่เพียงงานท้าทายของ “ก้อง-สมเกียรติ” แต่ยังเป็นโครงการสำคัญของ ฮอนด้า เอชอาร์ซี ในการพัฒนารถแข่งเพื่อก้าวขึ้นสู่แถวหน้าให้ได้
จากตรงนี้ไป จะเหลือการแข่งขันทั้งสิ้น 4 สนาม โดยสนามถัดไปจะไปดวลกันที่ เซอร์กิต เดอ เนแวร์ส มันญี-คูร์ส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายนนี้ จากนั้นจะไปแข่งกันที่ เครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี, เซอร์กิโต เอสโตริล ประเทศโปรตุเกส และ เซอร์กิตโต เด เฮเรซ – อังเกล นิเอ็ตโต ประเทศสเปน เป็นสนามปิดท้าย
โดยแฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และนักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Uncategorized1 Min Read
ZEEKR ยกระดับบริการหลังการขาย สร้าง “Luxury Ownership Experience” ผ่านเอกสิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตอกย้ำปรัชญา “Co-Creating the Ultimate Mobility Lifestyle Experience”
ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด “การส่งมอบรถ คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับลูกค้า” พร้อมตอกย้ำปรัชญา “Co-Creating the Ultimate Mobility Lifestyle Experience” ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมและเอกสิทธิ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเจ้าของรถในแต่ละรุ่น สะท้อนความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถ ไม่เพียงในด้านการบริการและการบำรุงรักษา แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้งานในทุกช่วงเวลา
เพื่อต่อยอดแนวคิดดังกล่าว ZEEKR เปิดตัว 3 กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเจ้าของรถแต่ละรุ่น เริ่มจากแคมเปญ “ZEEKR 009 Club x The Consul Bangkok” กับ Exclusive Private Dining Experience ณ The Consul Bangkok ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งโดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Contemporary Szechuan-Chinese พร้อมวิวเมืองแบบ 180 องศา และบรรยากาศโซเชียลคลับในยามค่ำคืน แคมเปญนี้จัดขึ้นสำหรับเจ้าของ ZEEKR 009 ตลอดเดือนกรกฎาคม–กันยายน 2569 โดยผู้ได้รับสิทธิ์สามารถพาผู้ร่วมรับประทานอาหารได้สูงสุด
5 ท่าน รวม 6 ท่านต่อการจอง เพื่อร่วมแบ่งปันช่วงเวลาพิเศษกับครอบครัว เพื่อน หรือคนสำคัญ
สำหรับเจ้าของ ZEEKR X แบรนด์ได้ร่วมมือกับ SF Cinema เปิดตัวแคมเปญ “ZEEKR x SF Cinema for ZEEKR X Clients” ภายใต้แนวคิด “Every Seat Reserved. Every Moment Curated.” ถ่ายทอดปรัชญา “The Living Lounge on the Move” จากห้องโดยสารที่เปรียบเสมือนเลานจ์เคลื่อนที่ สู่การรับชมภาพยนตร์ระดับพรีเมียม ผู้ได้รับสิทธิ์จะได้ชมภาพยนตร์ในโรง First Class, The Bed หรือ Sofa Sweet จำนวน 4 ที่นั่ง พร้อม ZEEKR Popcorn Set จำนวน 4 ชุด และ ZEEKR Signature Gift Box ซึ่งประกอบด้วย ZEEKR Bear, ZEEKR Umbrella และ ZEEKR Signature Room Diffuser จำกัดเพียง 200 ชุดทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อขอบคุณเจ้าของ ZEEKR X ทั่วประเทศ พร้อมขยายสิทธิประโยชน์ให้เข้าถึงผู้ใช้งานในหลากหลายพื้นที่ ผ่านรูปแบบความบันเทิงที่ใกล้ตัวและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่มีภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ทยอยเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความใส่ใจและความเข้าใจในความชื่นชอบของผู้บริโภค พร้อมเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับโมเมนต์สำคัญในชีวิตประจำวัน
ขณะเดียวกัน เจ้าของ ZEEKR 7X จะได้ร่วมสัมผัสค่ำคืนสุดพิเศษผ่านแคมเปญ “The First Premiere. The First-Class Experience.” กับการชมภาพยนตร์ Spider-Man: Brand New Day รอบปฐมทัศน์แบบเหมารอบ ณ โรงภาพยนตร์ First Class ที่ SF World Cinema ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ผู้ได้รับสิทธิ์จะได้รับบัตรชมภาพยนตร์จำนวน 2 ที่นั่ง พร้อม ZEEKR Popcorn Set และ ZEEKR Signature Gift Box โดยจำนวนสิทธิ์มีจำกัดและเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
ทั้ง 3 กิจกรรมสะท้อนแนวทางของ ZEEKR ที่ก้าวข้ามกรอบบริการหลังการขายแบบเดิม สู่การสร้าง “Luxury Ownership Experience” ผ่านเอกสิทธิ์ที่ตอบโจทย์ความสนใจของเจ้าของรถแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่มื้ออาหารไฟน์ไดนิ่ง การชมภาพยนตร์ระดับลักชัวรี ไปจนถึงการพบปะและแบ่งปันช่วงเวลาร่วมกันภายในคอมมูนิตี้ ZEEKRแนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา “ZEEKR User Ecosystem” ให้ครอบคลุมทั้งการเดินทาง บริการ สิทธิประโยชน์ ความบันเทิง และการใช้ชีวิต พร้อมสานต่อปรัชญา “Co-Creating the Ultimate Mobility Lifestyle Experience” ที่มุ่งร่วมสร้างคุณค่าไปพร้อมกับผู้ใช้งานในทุกเส้นทาง
ทั้งนี้ลูกค้า ZEEKR สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจ รับสิทธิพิเศษ และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกผ่านทาง ZEEKR Application
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Uncategorized1 Min Read
ไทยฮอนด้า เดินหน้าสานต่อโครงการ “ปลูกเปลี่ยนฟ้า” ปีที่ 3 สร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อชุมชน พร้อมขับเคลื่อนการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน
บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด สานต่อความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ “ปลูกเปลี่ยนฟ้า (Tree for Blue Sky)” เป็นปีที่ 3 โดยจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี ร่วมกับสำนักงานเขตลาดกระบัง สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และชุมชนโดยรอบ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้ร่วมปั่นจักรยานเป็นระยะทางกว่า 1,200 เมตร ไปยังพื้นที่ปลูกต้นไม้ขนาด 10 ไร่ บริเวณถนนประชาอุทิศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร และร่วมปลูกต้นไม้จำนวน 650 ต้น ได้แก่ ต้นยางนา 250 ต้น ต้นสักทอง 200 ต้น ต้นมะค่าโมง 100 ต้น และต้นพะยูง 100 ต้น เพื่อร่วมฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวและสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมแนวคิดการใช้พลังงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ตลอดระยะเวลาที่ไทยฮอนด้าได้ดำเนินโครงการ “ปลูกเปลี่ยนฟ้า” โครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่บริษัทฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้พนักงานและประชาชนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของฮอนด้าในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050
ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งต่อสภาพแวดล้อมที่ดีและสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #ปลูกเปลี่ยนฟ้า #ปั่นไปปลูก
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle / Uncategorized1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ฉลอง 50 ปีแห่งตำนาน GoldWing จัดทริปเอ็กซ์คลูซีฟ “The Prestige Horizon” พาลูกค้าสัมผัสเส้นทาง Grand Touring ระดับลักชัวรี เส้นทางภูเก็ต–กระบี่–สมุย
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “50th Anniversary GoldWing The Prestige Horizon” พาลูกค้าผู้ครอบครอง Honda GoldWing 50th Anniversary กว่า 20 คันร่วมเฉลิมฉลองตำนานแห่งการเดินทางตลอด 50 ปีของ GoldWing ผ่านประสบการณ์ Prestige Travel Trip ระหว่างวันที่ 8–11 พฤษภาคม 2569 บนเส้นทางภาคใต้ ครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และเกาะสมุย ภายใต้คอนเซปต์ “Scenic Riding Route – Unseen Southern Thailand” ถ่ายทอดประสบการณ์การขับขี่แบบ Grand Touring ผสานไลฟ์สไตล์การพักผ่อนระดับลักชัวรีอย่างลงตัว
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับให้กับลูกค้า GoldWing พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Honda BigBike GoldWing Community ในฐานะคอมมูนิตี้ของนักเดินทางระดับพรีเมียม ที่เชื่อมโยงกันผ่านแพสชันด้านการขับขี่ การออกเดินทาง และการแบ่งปันประสบการณ์บนเส้นทางสุดพิเศษร่วมกัน
ตลอดทริป 4 วัน 3 คืน ผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสเส้นทางขับขี่ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของภาคใต้ พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางด้วยการเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว รวมถึงกิจกรรมและประสบการณ์สุดพิเศษที่ออกแบบเฉพาะสำหรับลูกค้า GoldWing ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารระดับ Michelin Guide การเดินทางด้วย Private Ferry แบบเหมาลำเฉพาะกลุ่มลูกค้า GoldWing การล่องเรือ Private Catamaran ที่เกาะสมุย และปิดท้ายค่ำคืนแห่งความประทับใจด้วย Beach Club Party ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพของสมาชิก GoldWing Community
“50th Anniversary GoldWing The Prestige Horizon” สะท้อนเอกลักษณ์ของ Honda GoldWing ในฐานะรถจักรยานยนต์ Grand Touring ระดับตำนาน ที่ไม่เพียงมอบสมรรถนะและความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกล แต่ยังเชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับประสบการณ์ ความทรงจำ และมิตรภาพบนทุกเส้นทางอย่างมีความหมาย
ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ จากฮอนด้าบิ๊กไบค์เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH#ThePrestigeHorizon #GoldWing #GoFly #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Uncategorized1 Min Read
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดเต็มเอาใจสายไฮบริด! ขยายการรับประกันคุณภาพรถ และระบบไฮบริด สูงสุด 7 ปี พร้อมส่งโปรแรง ดอกเบี้ย 0% ที่งานบางกอก อินเตอร์แนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ยกทัพยนตรกรรมล้ำสมัยครบทุกไลน์อัปบุกงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ชูไฮไลต์เอาใจลูกค้าสายไฮบริดด้วย “โปรแกรมขยายเวลาการรับประกัน (Extended Warranty Program) รูปแบบใหม่” ที่ยกระดับความคุ้มครองทั้งคุณภาพผลิตภัณฑ์ และระบบไฮบริด นานสูงสุด 7 ปี สำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบันที่เป็นเจ้าของรถยนต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี พร้อมส่งโปรแรง “ดอกเบี้ยพิเศษ 0%” ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี เพิ่มความคุ้มค่าและความอุ่นใจแบบจัดเต็ม
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ท่ามกลางกระแสความนิยมของรถยนต์ไฮบริดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ความสำเร็จของรถยนต์ไฮบริดมิตซูบิชิสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อคุณภาพในผลิตภัณฑ์ของเรา ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีความปลอดภัย ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ให้ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจดังกล่าว เราขอมอบ ‘โปรแกรมขยายเวลาการรับประกัน (Extended Warranty Program) รูปแบบใหม่’ ที่ให้ความคุ้มครองคุณภาพผลิตภัณฑ์สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) พร้อมการรับประกันระบบไฮบริดสูงสุด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพราะ ‘เรามั่นใจในคุณภาพ จึงกล้ารับประกันที่ยาวนานกว่า’
สิทธิประโยชน์นี้ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่ที่เป็นเจ้าของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป และครอบคลุมถึงลูกค้าปัจจุบันที่เป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริดทั้งสามรุ่นตั้งแต่วันแรกของการเปิดตัวเช่นกัน เพื่อให้ลูกค้าสบายใจในทุกเส้นทาง ตามความตั้งใจของมิตซูบิชิมอเตอร์ส ในการส่งมอบยานยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ความทนทาน และความคุ้มค่า พร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ ด้วยมาตรฐานการบริการหลังการขายด้วยความใส่ใจ จริงใจ และให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ Omotenashi (おもてなし) ทั้งนี้ เราขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่านร่วมสัมผัสยนตรกรรมมิตซูบิชิ พร้อมรับโปรแรง ดอกเบี้ย 0% ที่เราเตรียมไว้ต้อนรับทุกท่านที่บูธของเราภายในงานนี้”
บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 นี้ มาในแนวคิด “SO INSPIRE. DRIVE EVERYWHERE” เพื่อนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ พร้อมสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง ผ่านยนตรกรรมหลากหลายรุ่นที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ตามแนวทางการดำเนินงานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ยึดมั่นในปรัชญา “KOE” (声) การรับฟังเสียงของลูกค้า และ “KANDO” (感動) การสร้างความประทับใจในทุกด้านของผลิตภัณฑ์และงานบริการ
รถยนต์ไฮไลต์ภายในบูธ นำโดย ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีฟูลไฮบริดรุ่นล่าสุดที่มียอดส่งมอบแล้วกว่า 10,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย การันตีความคุ้มค่าและคุณภาพด้วยรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) โดยรถยนต์รุ่นนี้มุ่งมอบประสบการณ์ “Xperience the Force” ที่ทั้งขับสนุก เร้าใจ และทรงพลัง ตอบโจทย์สไตล์คนเมือง ด้วย MITSUBISHI e:MOTION ที่ยกระดับการขับขี่ผ่านระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ผสานกับช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่พัฒนาขึ้นใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพถนนในประเทศไทย จากการทดสอบจริงบนถนนทั่วประเทศ รวมระยะทางกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อมอบความมั่นใจในทุกการเดินทางทั้งในเมืองและนอกเมือง
อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในงาน ได้แก่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่ครองยอดขายเป็นอันดับ 1 ในเซกเมนต์อย่างต่อเนื่อง และยังคว้ารางวัลอันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” จากผลการสำรวจความคิดเห็นด้านคุณภาพของผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ปี 2568 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS)) สองสมัยติดต่อกัน โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้มาในสโลแกน “พื้นที่ใหญ่ ใส่ให้เต็มที่” ที่อัปลุคดีไซน์ให้สปอร์ตพรีเมียมขึ้น สะกดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าใหม่ที่ทันสมัยและโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม สอดรับกับไฟท้าย LED สี Smoke ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีใหม่ ให้บรรยากาศเรียบหรู พร้อมวัสดุหุ้มเบาะแบบสะท้อนความร้อน (Heat Guard) และพื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ ปรับพับเบาะได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งยังเพิ่มความอุ่นใจด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ที่พร้อมออกไปใช้ชีวิตและทำกิจกรรมร่วมกันอย่างไร้กังวล
นอกเหนือจากไลน์อัปไฮบริดแล้ว ภายในงานยังจัดแสดง มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท กระบะสายพันธุ์แกร่งที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮเปอร์ พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู (Hyper Power X2) ให้พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า ถ่ายทอดความสปอร์ตพรีเมียมผ่านรูปลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร เหนือกว่าด้วยโครงสร้าง Mega Frame แชสซีส์ขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบา ให้ลุยได้ทุกเส้นทางและยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ที่ให้ความคุ้มค่าในทุกมิติ พร้อมฟีเจอร์ที่ครบครันที่สุด ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.139 ล้านบาท
และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน คือ รถแข่ง ไทรทัน แรลลี่คาร์ โฉมใหม่* พร้อมประกาศความพร้อม ในการส่ง ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต นำโดย มร. ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีม พร้อมด้วย บริษัท ทันท์ สปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับวิศวกรของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งรับหน้าที่พัฒนาและปรับแต่งรถแข่ง เพื่อลงสู้ศึกการแข่งขันรายการเอเชีย ครอส คันทรี แรลลี่ 2026 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 (AXCR 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อป้องกันตำแหน่งแชมป์อีกครั้ง หลังจากในปีที่ผ่านมา สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าแชมป์ทั้งในประเภทโอเวอร์ออล และประเภททีม มาครอง โดยสำหรับนักแข่งและผู้นำทาง ยังคงเป็น “ชยพล โยธา” และ “พีรพงษ์ สมบัติวงศ์” คู่หูชาวไทยเจ้าของแชมป์ AXCR ปี 2022 และ 2025 พร้อมด้วย 2 นักแข่งคู่หูจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ “คัตสึฮิโกะ ทากูชิ” และ “ทาคาฮิโระ ยาสุอิ” ผู้คว้าอันดับ 5 ในปี 2025 และ “คาสุโตะ โคอิเดะ” กับ “เออิจิ ชิบะ” ที่พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนเพื่อนร่วมทีมเหมือนปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ยังได้ฉลองความสำเร็จด้วยการคว้า 5 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 (Car of The Year 2026) จากบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งตอกย้ำความเป็นเลิศของแบรนด์ในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ สมรรถนะการขับขี่ และความพึงพอใจของลูกค้า โดยรถยนต์มิตซูบิชิที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่
- ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี: รางวัลรถไฮบริดเอสยูวี เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,800 ซีซี ยอดเยี่ยม
- มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี: รางวัลรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
- มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท: รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
- มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชัน: รางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ดัดแปลงขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า
2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม - มิตซูบิชิ แอททราจ: รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่า ยอดเยี่ยม
พลาดไม่ได้ กับโปรแรง “ดอกเบี้ย 0%” ที่มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มอีกมากมาย ผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมสัมผัส ทัพรถยนต์คุณภาพจากมิตซูบิชิหลากหลายรุ่น ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A11) ภายในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 หรือที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th
หรือมิตซูบิชิคอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH*รถแข่ง ไทรทัน แรลลี่คาร์ โฉมใหม่ จะถูกจัดแสดงที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เฉพาะในวันแถลงข่าวเท่านั้น
โปรโมชันรถยนต์มิตซูบิชิ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
รุ่นรถยนต์ โปรโมชัน ออล-นิว เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี · เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0%(1) · รับฟรี ประกันคุณภาพรถ นาน 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(2)
· รับฟรี ประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
และ ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง(2)
· เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) (1)
พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี(1)
· เลือกรับ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท (ทุกรุ่น) (1)
· รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี(1)
· ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)
เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส
เอชอีวี ใหม่
· เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0%(1) · รับฟรี ประกันคุณภาพรถ นาน 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(2)
· รับฟรี ประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
และ ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง(2)
· เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) (1)
พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี(1)
· รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี(1)
· ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)
ปาเจโร สปอร์ต จีที ใหม่ · ราคาเพียง 1,139,000 บาท(1) · รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี(1)
· รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)
แอททราจ และ มิราจ · เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0%(1) · รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี(1)
· รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)
· เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี(1)
· ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)
ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง · เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ย 0%(1) · รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี(1)
· รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)
· เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี(1)
· เลือกรับ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท สำหรับมิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง ทุกรุ่น(1)
· ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)
ไทรทัน เมกะ แค็บ ตัวเตี้ย · ราคาเพียง 649,000 บาท(1) · รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี(1)
· รับฟรี ประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี(1)
· ครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive(1)
-
เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด หลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
-
เงื่อนไขการรับสิทธิ์ขยายเวลาการรับประกันคุณภาพ รวมสูงสุดเป็น 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
และการรับประกันระบบไฮบริดรวมสูงสุด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ทั้งนี้ ลูกค้าต้องนำรถยนต์เข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะที่กำหนด และเป็นไปตามเงื่อนไขในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ รวมถึงเป็นไปตามเงื่อนไขการรับประกันของบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น














































































































































































