-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัวชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงคอลเลกชันใหม่ ตอกย้ำภาพแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มากกว่าแค่รถยนต์
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงในยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์รุ่น Bentayga โดยชุดอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบเฉพาะจะมอบความสะดวกสบายตลอดจนความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้งานให้กับเจ้าของและสัตว์เลี้ยงแสนรัก
ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์เกือบหนึ่งในสามมักเดินทางกับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ การเปิดตัวคอลเลกชันนี้จึงเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งรถยนต์และผู้โดยสาร และช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกการเดินทางในชนบทหรือในเมืองจะเป็นไปอย่างราบรื่น
ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงประกอบไปด้วยที่กั้นพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบสั่งทำพิเศษ, แผ่นรองพื้นกันเปื้อนลวดลายพิเศษพร้อมตัวกันกระแทก, ผ้าคลุมเบาะโดยสารด้านหลังแบบสั่งทำพิเศษ และที่เสริมเบาะโดยสารพร้อมการ์ดประตู คุณสมบัติที่หลากหลายเหล่านี้ยังเสริมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ขึ้น, พรมยางปูพื้นห้องโดยสาร และความอุ่นใจจากกล้องหน้ารถที่สามารถบันทึกวิดีโอในทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
พื้นที่เก็บสัมภาระที่หรูหรา
ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงมาพร้อมกับที่กั้นพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบสั่งทำพิเศษและที่แยกกระเป๋าเดินทางแบบเคลื่อนที่ ซึ่งได้รับการออกแบบและผลิตมาเพื่อมอบการเดินทางที่ยืดหยุ่นพร้อมกับพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นให้กับสัตว์เลี้ยง และเพื่อให้เจ้าของรู้สึกอุ่นใจ โดยสัตว์เลี้ยงสามารถเดินทางไปกับเจ้าของได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย ในขณะเดียวกันก็สามารถจัดเก็บกระเป๋าเดินทาง ถุงช้อปปิ้ง หรืออุปกรณ์กลางแจ้งอื่นๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ
ความสบายที่มากขึ้นยังมากับแผ่นรองพื้นกันเปื้อนลวดลายพิเศษพร้อมตัวกันกระแทกที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับรูปทรงในช่องสัมภาระของ Bentayga ได้อย่างพอดี แผ่นรองพื้นบุด้วยนวมที่สามารถกันน้ำและถอดออกได้อย่างง่ายดายช่วยปกป้องพื้นรถจากอุ้งเท้าที่สกปรกและขนที่เปียกชื้นจากการเหยียบย่ำในโคลน และตัวกันกระแทกยังสามารถป้องกันรอยขีดข่วนเมื่อสุนัขกระโดดเข้าและออกได้
ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร
ชุดอุปกรณ์เสริมภายในห้องโดยสารยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบภายในอันประณีตและงดงามของเบนท์ลีย์ไว้เป็นอย่างดี ขณะเดียวยังมอบความสะดวกสบายให้แก่ทุกชีวิตตลอดการเดินทางอย่างผ้าคลุมเบาะโดยสารด้านหลังแบบสั่งทำพิเศษ และที่เสริมเบาะโดยสารพร้อมการ์ดประตูสำหรับทุกรูปแบบการจัดวางเบาะโดยสารของ Bentayga ที่จะช่วยให้เพื่อนสี่ขาสามารถยืดตัวได้อย่างอิสระ โดยไม่ขีดข่วนเบาะโดยสาร การออกแบบอันชาญฉลาดนี้ยังช่วยให้สามารถยึดได้กับเข็มขัดนิรภัยและจุดเกี่ยวเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์ได้ มอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างฟังก์ชันการใช้งาน และความประณีต
นอกจากนี้ ชุดอุปกรณ์ยังมีพรมยางรองพื้นกันเปื้อนที่ทนทาน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่หรูหราสำหรับป้องกันพื้นห้องโดยสารจากสิ่งสกปรกหลังการเดินลุยโคลนในชนบทหรือเหยียบทรายบริเวณชายหาดได้อย่างสบาย
ชุดคอลเลกชันอุปกรณ์เสริมยังมอบอรรถประโยชน์มากมายผ่านมุมมองของการเดินทางที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงอย่างราวหลังคาแบบ Cross Bar ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระเหนือตัวรถ ทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับเบาะโดยสารด้านหลังและช่องเก็บสัมภาระท้ายรถเพื่อให้สัตว์เลี้ยงอันแสนรักได้เพลิดเพลินกับพื้นที่ได้อย่างอิสระ
อีกทั้ง ผู้ขับขี่ยังอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยกล้องติดรถ Bentley Drive Vision ที่มาพร้อมกล้องที่หันไปด้านหน้าและด้านหลังซึ่งจะบันทึกทุกการเดินทางด้วยความละเอียดสูง ช่วยให้เจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์อุ่นใจไปตลอดการเดินทาง
มากกว่าแค่การใช้งาน เเต่คือไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิต
ชุดอุปกรณ์เสริมทุกชิ้นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเบนท์ลีย์ในการสร้างสรรค์งานฝีมืออันประณีตด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมียม อุปกรณ์แต่ละชิ้นจึงได้รับการออกแบบด้วยการเย็บเสริมความแข็งแรงและการตัดเย็บอย่างประณีต พร้อมความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดเช่นเดียวกับการตกแต่งภายในรถยนต์เบนท์ลีย์ที่ทุกรายละเอียดรับประกันการใช้งานได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ลดทอนความหรูหรา
การเปิดตัวอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงคอลเลกชันใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ในการนำเสนอไลฟ์สไตล์หรูที่มากกว่าแค่รถยนต์ ซึ่งรวมไปถึง Bentley Home, Bentley Residences และ Bentley Experiences ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของแบรนด์ที่ว่าความหรูหราควรครอบคลุมทุกช่วงเวลาของชีวิตและทุกชีวิตในครอบครัว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉมจักรยานยนต์แห่งอนาคต 4 รุ่น ในงาน Japan Mobility Show 2025 ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Power of Dreams” สู่ความอิสระแห่งการเดินทางในทุกมิติ
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมยานยนต์ระดับโลก Japan Mobility Show 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติ “โตเกียว บิ๊กไซต์” (Tokyo Big Sight) ภายใต้แนวคิด “The Power of Dreams – How we move you.” ถ่ายทอดพลังแห่งความฝันที่ขับเคลื่อนฮอนด้าให้สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่ออิสระแห่งการเดินทางในทุกมิติ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และอวกาศ
ภายในบูธฮอนด้า จัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยครบวงจร ตั้งแต่จักรยานไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องบินธุรกิจและจรวดพลังงานสะอาด สะท้อนความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050
ขณะเดียวกัน ในส่วนของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้เปิดตัวโมเดลต้นแบบและรุ่นใหม่รวม 4 รุ่น ที่สะท้อนทิศทางแห่งอนาคตของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด และสืบสานจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์เพื่อมอบ “ความสุขของการขับขี่” อย่างแท้จริง
EV OUTLIER CONCEPT: ต้นแบบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต ปลดปล่อยอิสระแห่งการขับขี่ในทุกมิติ
EV OUTLIER CONCEPT รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคอนเซ็ปต์ที่พลิกนิยามการออกแบบแบบเดิม ด้วยดีไซน์ “Dynamic & Low Proportion” ที่เน้นเส้นสายลู่ต่ำและพลิ้วไหว ติดตั้งระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า In-Wheel Motor ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อการตอบสนองที่เฉียบคมและสมดุล โดดเด่นด้วยโครงสร้างโปร่งใส (Smoke-Clear Body) เผยให้เห็นความงามเชิงวิศวกรรม พร้อมจอแสดงผลแบบกราฟิกที่ปรับแรงบิดและโหมดขับขี่ได้อย่างอิสระ ถ่ายทอดแนวคิด “Gliding – Ecstasy – Low” ให้ผู้ขับสัมผัสความเป็นหนึ่งเดียวกับรถได้อย่างเต็มอารมณ์
Honda e-MTB Prototype: สนุกกับทุกการปั่น ผสานความมันส์ของมอเตอร์ไซค์กับความเป็นธรรมชาติของจักรยาน
จักรยานเสือภูเขาไฟฟ้าระดับพรีเมียม ภายใต้แนวคิด “Ride Natural, Reach New Peaks” ถ่ายทอดแนวทางการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ที่รวมความเร้าใจของการขี่มอเตอร์ไซค์เข้ากับความสนุกของการปั่นจักรยานอย่างเป็นธรรมชาติ ระบบช่วยปั่นไฟฟ้าเพิ่มแรงส่งให้นุ่มนวล เหมาะสำหรับทุกเส้นทาง ทั้งในเมือง ภูเขา และการผจญภัยกลางธรรมชาติ
CB1000F และ CB1000F SE: สืบทอดจิตวิญญาณแห่งตระกูล CB สู่มาตรฐานใหม่ของสปอร์ตไบค์ระดับเรือธง
รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเปิดตัวสปอร์ตไบค์ตระกูล CB ที่สืบทอดเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งและสง่างามไม่เสื่อมคลาย รุ่น CB1000F มาพร้อมดีไซน์สมส่วน เฉียบคม และสมรรถนะที่ตอบสนองได้อย่างมั่นใจ ส่วนรุ่นพิเศษ CB1000F SE เพิ่มความโดดเด่นด้วยแฟริ่งหัวไฟดีไซน์เฉพาะ เสริมบุคลิกหรูหราเหนือระดับ ถ่ายทอดความสมดุลระหว่างพลังและความงามในแบบฉบับฮอนด้าอย่างลงตัว
Super Cub 110 Lite: ขับขี่คล่องตัวในทุกวัน สะท้อนมาตรฐานใหม่ของชีวิตคนเมือง
อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความสนใจคือ Super Cub 110 Lite ที่พัฒนาภายใต้มาตรฐานใหม่ของญี่ปุ่นในกลุ่ม Class 1 Motorized Bicycle ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันด้วยเครื่องยนต์กำลังสูงสุด 3.7 กิโลวัตต์ สมรรถนะเหนือกว่ารุ่นเดิม ทั้งแรงบิดต่อเนื่อง การเร่งที่นุ่มนวล และความประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มองหารถจักรยานยนต์ขนาดเล็กราคาคุ้มค่า ขับขี่ง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากกลุ่มรถจักรยานยนต์แล้ว บูธฮอนด้ายังจัดแสดงนวัตกรรมเพื่อการเดินทางแห่งอนาคตอีกมากมาย อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า Honda 0 Series, เครื่องบินธุรกิจ HondaJet Elite II, เครื่องยนต์เรือรุ่นใหม่ BF350 และต้นแบบจรวดพลังงานสะอาด ซึ่งทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนของฮอนด้าในทุกมิติ เพื่อสร้างคุณค่าทางเทคโนโลยีและมอบอิสรภาพแห่งการเดินทางอย่างยั่งยืนให้กับผู้คนทั่วโลก
ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการนำพาเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาสู่ชีวิตจริงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสานต่อคำมั่นในการมอบ “ความสุขและอิสรภาพแห่งการเดินทาง” ให้กับผู้คนทั่วโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Power of Dreams” ที่เป็นหัวใจสำคัญของฮอนด้าเสมอมา
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#JapanMobilityShow2025 #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ แถลงผลงานทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ พร้อมเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ที่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้จำหน่ายรถยนต์ มินิ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวผลงานของทีมแข่ง ‘Millennium Motorsport x Magik Proshop’ ประจำปี 2568 ที่มี ‘มงคล คำสูง’ นักแข่งมืออาชีพที่มาพร้อมรถคู่ใจ ‘MINI Cooper F56 Challenge EVO’ วาดลวดลาย
สร้างผลงานน่าประทับใจในรายการ PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 รวม 7 สนาม พร้อมเปิดตัว มินิ รุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ จำนวนจำกัด ณ โชว์รูม
พร้อมศูนย์บริการครบวงจร มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาเอกมัยสมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกภาคภูมิใจ ในการที่ได้ร่วมกันก่อตั้งทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ ส่งรถยนต์ มินิ ตัวแข่งลงสนามชิงชัยในรายการระดับประเทศ และเพื่อต่อยอดให้กับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต วันนี้เราได้เปิดตัว มินิ รุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ มีจำกัดเพียงไม่กี่คัน ที่สำคัญ มาพร้อมสิทธิพิเศษในการ
ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ถึง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
ให้เจ้าของรถได้สัมผัสประสบการณ์แบบนักแข่งบนแทรคระดับสากล พร้อมคำแนะนำเทคนิคการขับ โดยนักแข่งมืออาชีพอย่าง คุณเอก มงคล คำสูง”++ MINI CHALLENGE — ต้นฉบับแห่งความเร้าใจสไตล์มินิ สู่ยุคมอเตอร์สปอร์ตไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
‘MINI Challenge’ คือรายการแข่งรถยนต์แบบ ‘วัน-เมค-เรซ’ (One-Make Race) ที่ใช้รถ
รุ่นเดียวกันทั้งหมด เปิดโอกาสให้นักขับทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น ได้ลงสนามจริงอย่างเท่าเทียม เริ่มต้นครั้งแรกที่สหราชอาณาจักรช่วงปีพ.ศ. 2545 และได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์ของการแข่งที่สนุก เข้มข้น และสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ MINI ได้อย่างชัดเจน — ขับสนุก คล่องตัว และเต็มไปด้วยพลังแห่งความท้าทาย (Challenge DNA)ปีนี้ ความเร้าใจของ MINI Challenge ได้ก้าวสู่ยุคใหม่อีกขั้น เมื่อ Formula E ได้ประกาศเปิดตัว ‘NXT Gen Cup’ รายการ Junior Touring Car โดยใช้รถไฟฟ้า 100% เปิดโอกาสให้นักขับอายุ 15–25 ปีลงแข่ง เพื่อเฟ้นหาดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก โดยฤดูกาลแรก วางแผนจัดหลายสนามทั่วยุโรป เช่น อิตาลี เยอรมนีและอังกฤษ ตอกย้ำพันธกิจ ของ Formula E และ MINI ในการขับเคลื่อนมอเตอร์สปอร์ตสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสานต่อจิตวิญญาณ
แห่ง ‘MINI Challenge’ สู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มพลัง++ ‘MINI Black Edition E-Challenge’ เวอร์ชั่นพิเศษเฉพาะ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้
สัมผัส ‘MINI Black Edition E-Challenge’ ยนตรกรรมไฟฟ้าสุดชิค รุ่นพิเศษ ผลิตจำกัด
และมีจำหน่ายที่โชว์ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เท่านั้น รูปลักษณ์สปอร์ตเข้มดูดุดัน ด้วยตัวถังสีดำ ตัดกับล้อ JCW Rallye Spoke ขนาด 18 นิ้ว สีทอง พร้อมสติ๊กเกอร์ลายพิเศษ ‘Black Edition’
สีเดียวกัน ขณะที่อัตราเร่งก็จี๊ดจ๊าดสะใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยมาพร้อมสิทธิพิเศษ
ที่ผู้ครอบครองจะได้รับ คือ การเข้าร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge’ ที่จะจัดขึ้นในอนาคตร่วมเป็นครอบครัว MINIster และพบกับกิจกรรมและข้อเสนอดีๆ แบบนี้ได้ที่ โชว์รูม มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Scoop / SCOOP MOTOCYCLE1 Min Read
ส่อง GR1T สตาร์ทอัพมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเลือดใหม่จากเยอรมนี เตรียมเปิดตัวครั้งใหญ่ใน EICMA 2025
GR1T (กริด) สตาร์ทอัพมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหน้าใหม่ที่ตั้งอยู่ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี กำลังเป็นที่จับตาในวงการสองล้อ เตรียมนำต้นแบบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นใหม่ล่าสุดไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานแสดงรถจักรยานยนต์ระดับโลก EICMA 2025 (Milan, 4-9 พฤศจิกายน 2025) ตอกย้ำวิสัยทัศน์การขับขี่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างมีสไตล์
GR1T ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 โดยมีเป้าหมายในการสร้างสรรค์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะ แต่ต้องเป็นรถที่มี สมรรถนะ (Performance), ดีไซน์ (Design), และ ความเฉพาะตัว (Individuality) ที่โดดเด่น แม้จะเป็นสตาร์ทอัพที่ยังไม่ได้รับเงินทุนสนับสนุน (Unfunded) แต่ทีมผู้ก่อตั้งซึ่งประกอบด้วยผู้มีประสบการณ์จากวงการการเงิน อุตสาหกรรมยานยนต์ และรถจักรยานยนต์ (รวมถึงอดีตผู้เชี่ยวชาญจาก BMW Motorrad) ก็ได้เดินหน้าพัฒนารถต้นแบบมาอย่างต่อเนื่อง
เปิดตัว 2 ขุมพลังไฟฟ้าใหม่: G1S Street และ G1X Scrambler
หลังจากที่เคยนำรถต้นแบบรุ่น Pioneer ไปจัดแสดงใน EICMA 2023 มาแล้ว ในงาน EICMA 2025 นี้ GR1T จะกลับมาพร้อมกับต้นแบบเจนเนอเรชั่นที่สอง นั่นคือซีรีส์ G1 ซึ่งเน้นการใช้งานจริงและดีไซน์ที่เข้าถึงง่าย:
- G1S Street: มอเตอร์ไซค์สำหรับผู้ใช้งานในเมือง (Urban Commuter) ที่รวมเอาความคล่องตัวและความสง่างามไว้ด้วยกัน
- G1X Scrambler: สำหรับผู้ขับขี่ที่มองหาการผจญภัยที่นอกเหนือจากป่าคอนกรีต
ทั้งสองคันนี้มาพร้อม แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบถอดได้ 2 ก้อน รวม 6 kWh วิ่งได้ไกลถึง 150 กม. ในสภาวะการขับขี่มาตรฐานและ 120 กม. เมื่อขับขี่ในเมือง ตัวรถมีน้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 127 กก. กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 36 แรงม้า มาพร้อมระบบ 4G/5G, การอัปเดตแบบ Over-The-Air, ระบบกันขโมย, GPS Tracking, และการชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
ราคาคาดการณ์เริ่มต้นของ G1S อยู่ที่ 6,999 ยูโร หรือประมาณ 260,000 บาท ส่วน G1X อยู่ที่ 7,999 ยูโร หรือประมาณ 300,000 บาท (ไม่รวม VAT) และเสนอการรับประกันแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 6 ปี โดยจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ฟรีหากความจุลดลงเหลือ 80% ภายใต้การใช้งานปกติ
GR1T ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ในเซกเมนต์ “พรีเมียมที่เข้าถึงได้” (Accessible Premium Segment) และกำลังมองหาตัวแทนจำหน่ายในยุโรป โดยมีตลาดหลักที่มุ่งเน้นคือ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน, กรีซ และโปรตุเกส นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้เปิดให้ผู้สนใจสามารถวางเงินมัดจำแบบคืนเงินได้เพื่อรับส่วนลดพิเศษ 1,500 ยูโร จากราคาฐาน หากทำการจองภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2025
การปรากฏตัวของ GR1T ใน EICMA 2025 ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการประกาศจุดยืนของแบรนด์ยุโรปที่มุ่งมั่นนำเสนอมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เบา สวยงาม และเต็มไปด้วยเทคโนโลยี พร้อมที่จะสร้างคลื่นลูกใหม่ในวงการยานยนต์โลกต่อไป
ที่มา : Visor Down
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนผู้ใช้รถตรวจรถฟรีถึง 10 รายการ ขับขี่ปลอดภัย รับเทศกาลปีใหม่ 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2568
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ทุกรุ่น เข้ารับบริการตรวจรถฟรีกับกิจกรรม“ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลปีใหม่ 2569” เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน และสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ (เฉพาะร้านที่ร่วมรายการ) ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2569
สำหรับบริการตรวจเช็กรถฟรีครั้งนี้ ทางลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ได้แก่
- ฟรี! ค่าแรงเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง มูลค่า 300 บาท
- ตรวจเช็กรถฟรี 10 รายการ ตามมาตรฐานคู่มือฮอนด้า ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบระบายความร้อน ระบบเชื้อเพลิง ระบบคลัตช์ ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเบรก ระบบไฟฟ้า ขาตั้งข้าง/ขาตั้งกลาง รวมถึงล้อและยาง
- รับ 500 แต้มฟรี จากแอปพลิเคชัน My Honda Moto เพื่อใช้แลกรับสิทธิประโยชน์ในอนาคต
- ส่วนลดค่าอะไหล่ 10 – 20% (สำหรับร้านผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมรายการ)
กิจกรรมนี้ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของฮอนด้าบิ๊กไบค์ ในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ พร้อมมอบสิทธิพิเศษเพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าให้การสนับสนุนและไว้วางใจฮอนด้ามาโดยตลอด
ผู้สนใจสามารถเข้ารับบริการได้ที่ Honda BigWing ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2569
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH/
#ฮอนด้าบิ๊กไบค์ #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ด่วน! กกท.เผย วาระ “ต่อสัญญา MotoGP” 5 ปี! เข้าครม. เคาะ 4 พ.ย. นี้ ย้ำความคุ้มค่า-ราคาลิขสิทธิ์อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูง
การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยืนยันการเจรจาต่อสัญญาจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP กับ Dorna Sports ได้ข้อสรุปแล้ว เดินหน้านำแผนต่อสัญญาระยะยาวอีก 5 ปี (ปี 2027 – 2031) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดสามารถเข้าสู่วาระในนัดถัดไปคือ วันที่ 4 พ.ย.นี้ “ดร.ก้องศักด”ย้ำจุดยืนที่แข็งแกร่งของ ThaiGP เป็นแต้มต่อมหาศาล รวมถึงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมสูงถึง 2.4 หมื่นล้านบาท แม้จะมีค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นแต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ถือว่าราคาไม่สูงและคุ้มค่าที่สุด หาก ครม.เห็นชอบ กกท.จะเร่งดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมจัดงานอย่างเป็นรูปธรรมทันที หลังการลงนามในสัญญา เพื่อให้ MotoGP ไทยเป็นเมกะอีเวนต์ที่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยความคืบหน้าการเจรจาต่อสัญญาโมโตจีพี สนามประเทศไทย ว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงรัฐบาล ทราบดีว่า การต่อสัญญาการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ถูกจับตาจากสื่อมวลชนทั้งต่างชาติ สื่อไทย รวมถึงแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก ต่างรอคอยให้ความสนใจอย่างมากต่อสถานะของ ThaiGP หลังปี 2026 ขอยืนยันว่า ขณะนี้การเจรจาระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทยในฐานะคู่สัญญากับ Dorna Sports เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุดและเตรียมเดินหน้าเข้าสู่การอนุมัติขั้นสุดท้าย
ทั้งนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อสัญญาการเป็นเจ้าภาพ MotoGP เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งด้านมาตรฐานสนามและการบริหารจัดการแข่งขัน ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ โดยได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ฉบับใหม่ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐบาลให้พิจารณา
ดร. ก้องศักด ย้ำถึงความคุ้มค่าของการต่อสัญญาครั้งนี้ โดยกล่าวว่า “การดำเนินการต่อสัญญา พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา เรามีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า ThaiGP สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล และเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการพัฒนามิติต่างๆมากมาย อาทิ มิติในการพัฒนาด้านกีฬา, เป็น Soft Power และ Global Brand Positioning ของประเทศไทย ตลอด 6 ปี สร้างรายได้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมสูงถึง 2.4 หมื่นล้านบาท จากการท่องเที่ยว การจ้างงาน การลงทุน และการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ถือเป็นผลสำเร็จของนโยบาย Sport Tourism ของไทยอย่างแท้จริง”
โดยที่ผานมา ThaiGP มีจุดแข็งทั้งเสน่ห์วิถีไทย ที่สร้างชื่อและความประทับใจให้ประเทศไทยเป็นที่จับตามองและจารึกชื่อในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตโลกต่อเนื่องมาถึง 6 ปี รวมถึงล่าสุดกับ 2 ปีซ้อนที่ ที่เราได้เป็น “สนามเปิดศักราชของฤดูกาล” ไม่ใช่แค่สนามแข่งในปฏิทิน ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการตลาดที่ทรงพลัง และแต้มต่อที่เหนือกว่า’ 22 สนามใน 18 ประเทศ
การต่อสัญญาในครั้งนี้ จะต่อสัญญาออกไป 5 ปี ระหว่างปี 2027 – 2031 (พ.ศ. 2570 – 2574) สำหรับการนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาและอนุมัติงบประมาณนั้น กำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดย คาดว่าจะสามารถนำเข้าวาระการประชุมนัดต่อไปคือ วันที่ 4 พ.ย.นี้
ผู้ว่าการ กกท. ยอมรับว่าในการต่อสัญญาครั้งนี้ มีการเพิ่มค่าลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันขึ้นเล็กน้อย แต่ยืนยันว่าราคาของประเทศไทย ‘ไม่สูง’ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยมีปัจจัยสำคัญคือจุดแข็งที่ไม่มีใครเทียบได้ โดยเราพยายามต่อรองให้ได้เงื่อนไขที่คุ้มค่าที่สุด
โดยในแผนการจัดการแข่งขันในสัญญาฉบับใหม่ มุ่งเน้นการยกระดับการจัดการแข่งขันให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก สร้างคุณค่า สร้างภาพลักษณ์เชิงกลยุทธ์ และผลประโยชน์สูงสุดที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพระยะยาว ซึ่งมีความชัดเจนและแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก ผมมั่นใจว่าด้วยจุดแข็งที่เรามีและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เราจะสามารถนำข่าวดีมาสู่แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยและทั่วโลกได้ในเร็วๆนี้
ซึ่งหลังจากนี้หากว่าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย เสนอ ยังมีขั้นตอนต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ดำเนินการจัดสรรงบประมาณทั้งงบประมาณประจำปีและงบจากกองทุนการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)
ดังนั้นหลังจากดำเนินการลงนามในสัญญา การกีฬาแห่งประเทศไทย มีแนวนโยบายที่จะให้ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น จะมีการเชิญภาคเอกชนเข้ามาเจรจาและร่วมในการจัดงานอย่างเป็นรูปธรรมและทันที เนื่องจากการต่อสัญญาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับการจัดงานปีสุดท้ายของสัญญาเก่า (2026) ซึ่งถือว่าล่าช้า ทำให้ต้องมีการเร่งรัดการดำเนินงาน เร่งบูรณาการความร่วมมือด้านต่างๆของภาครัฐและเอกชนร่วมกันให้มากที่สุด เพื่อให้ MotoGP ไทยเป็นเมกะอีเวนต์ที่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของการจัดโมโตจีพี สนามประเทศไทย ประจำปี 2026 ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์) เตรียมจัดงานแถลงข่าวพร้อมเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ วันอังคารที่ 11 พ.ย. 2568
ส่วน MotoGP ฤดูกาล 2026 นี้ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ “โมโตจีพี” มีแผนที่จะจัดงานเปิดตัว MotoGP ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 6-7 ก.พ. จากนั้นต่อด้วย Pre-Season Test หรือการทดสอบก่อนเปิดสนาม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศไทย ในวันที่ 21-22 ก.พ. และระเบิดศึกในประเทศไทย เป็นสนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค.2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
สำหรับช่องทางการเปิดจำหน่ายบัตรโมโตจีพี 2026 ได้แก่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.allticket.com เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ วันอังคาร 11 พ.ย. 2568 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
default -
News Motocycle1 Min Read
“อุ้ม–นพรุธพงษ์” ผงาดติดท็อป 5 เอเชีย! ปิดฉากฤดูกาล “อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2025” มาเลเซีย
“อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2025” สนามที่ 6 ปิดฉากฤดูกาล ที่ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักบิดดาวรุ่งไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ควบรถ Honda NSF250R ในรอบคลอลิฟาย “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ หมายเลข 20 ทำเวลา 02:19.337 นาที สตาร์ตลำดับที่ 7 ลุ้นคว้าท็อป 5 เอเชีย ตามมาด้วย “ออสติน” ธนฉรรต ประทุมทอง หมายเลข 5 ทำเวลา 02:19.867 นาที สตาร์ตลำดับที่ 13
เรซแรกการแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น “อุ้ม-นพรุธพงษ์” เริ่มต้นเกมด้วยการตกไปอยู่อันดับที่ 9 ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มสุดแกร่งยกระดับความเร็วไล่แซงจนขยับไปลุ้นโพเดียมก่อนที่จะคว้าอันดับ 5 ได้อย่างยอดเยี่ยมเก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 11 คะแนน ขณะที่ “ออสติน-ธนฉรรต” ต่อสู้ท่ามกลางสนามสุดท้าทายจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 14 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 2 คะแนน
เรซสองซึ่งเป็นเรซสุดท้ายของฤดูกาล 2025 นักบิดดาวรุ่งไทยต้องฝ่าฟันอุปสรรคท่ามกลางอากาศสุดร้อนระอุ เกมการแข่งขันก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้น “อุ้ม-นพรุธพงษ์” สู้สุดกำลังจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 9 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 7 คะแนน คว้าอันดับที่ 5 ของเอเชียไปครองด้วยแต้มสะสมรวมทั้งฤดูกาล 120 คะแนน ด้าน “ออสติน-ธนฉรรต” ใส่สุดขยับมาจบอันดับที่ 10 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 6 คะแนน ได้อันดับที่ 11 ของเอเชียด้วยแต้มสะสมรวมทั้งฤดูกาล 60 คะแนน
ด้าน “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร หมายเลข 24 ดาวรุ่งหน้าใหม่ แม้ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในสนามนี้ แต่ผลงานตลอด 5 สนาม 10 เรซ ที่ผ่านมาเก็บแต้มสะสมได้ทั้งหมด 39 คะแนน จบอันดับที่ 13 ของเอเชีย
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #AsiaTalentCup #IATC #Austin5 #Aum20 #Fer24
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Little Bastard ตำนานรถสยองต้องสาป ผู้คร่าชีวิตดาราดังระดับตำนาน James Dean

อุบัติเหตุทางรถยนต์ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ และ ทุกเวลา แต่ถ้าหากสาเหตุเกิดจากสิ่งเหนือธรรมชาติ จะสยองขนาดไหน นี่คือเรื่องราวของรถสยองต้องคำสาป Little Bastard ที่คร่าชีวิตดาราดัง

Little Bastard เป็นรถยนต์รุ่น Porsche 550 Spyder ของนักแสดงยุค 50 อย่าง James Dean ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากผลงานหนังเรื่อง East of Eden และ Giant แถมยังเป็นดาราที่นำเทรนด์ในเรื่องของการแต่งตัวที่ดูเท่ไม่ตกยุค แม้ว่าจะผ่านมาเป็นเวลายาวนานมากกว่า 60 ปีแล้วก็ตาม นอกจากนี้เขายังเป็นนักซึ่งที่หาตัวจับยากมาก อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาเป็นที่ถูกพูดถึงกันมาจนถึงปัจจุบัน คือ เขายังเป็นคนแรกที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมหลังจากที่เขาเสียชีวิต และสาเหตุการเสียชีวิตก็เกี่ยวข้องกับรถคันนี้โดยตรง
สำหรับ Porsche 550 Spyder เป็นสปอร์ตสุดคลาสสิกที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น 356 และยังถูกออกแบบมาเพื่อซิ่งโดยเฉพาะ เปิดตัวครั้งแรกในงาน Paris Auto Show ในปี 1953 และยังสร้างตำนานจากการที่ Hans Herrmann อดีตนักแข่งฟอร์มูล่าวัน ขับมุดใต้ราวกั้นทางรถไฟ ในรายการแข่งขัน Mille Miglia ปี 1954 และนอกจากนี้ยังสร้างชื่อจากการคว้าแชมป์รุ่นในรายการแข่งขัน 24Hr of Le Mans และรายการ Carrera Panamericana ทำให้ความสำเร็จของรถรุ่นนี้ถูกส่งต่อมาเป็นชื่อรถรุ่น Carrera จนถึงปัจจุบันนั่นเอง
สำหรับสเปคของ Little Bastard ที่ James Dean ขับ เป็นรถ 90 คันแรกในสายการผลิตที่ได้ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบนอน Fuhrmann Type 547 1.5 ลิตร 108 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 121 Nm พร้อมคาร์บูคู่ค่าย Solex และจับคู่กับเกียร์แมนวล 5 สปีด ความพิเศษของรถคันนี้นอกจากจะเป้นหนึ่งในรถ 90 คันแรก แล้วยังได้หมายเลขตัวถังสวยๆ อย่าง 550-0055 อีกด้วย

จุดเริ่มต้นความสยองเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังถ่ายทำหนังเรื่อง Rebel Without a Cause… James Dean ในวัย 24 ปีที่อยากได้รถ Porsche 550 Spyder ซึ่งเร็ว แรง และน้ำหนักเบากว่ารถรุ่น 356 ที่เขามีอยู่ ก็ปุบปับเอารถ 356 มาแลกกับรถคันนี้ที่ร้าน Competition Motors พร้อมกับแต่งรถคันนี้ด้วยเบาะ Tartan Seat ติดสติกเกอร์เลข 130 บนประตู, ฝากระโปรง และหน้าห้องเครื่อง พร้อมพ่นสีชื่อ Little Bastard หรือแปลได้ว่า “ไอ้สารเลวตัวน้อย” ซึ่งที่มาของชื่อนี้คาดว่ามาจากคำเรียกเจ้าตัวที่ William Hickman นักแสดงสตั้นท์ที่เป็นเพื่อนสนิทชอบเรียกเขานั่นเอง หรืออีกที่มาก็คาดว่ามาจาการที่ประธานค่ายหนัง Warner Bros. อย่าง Jack Leonard Warner เคยเรียกเขาว่า Little Bastard เพราะในระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่อง East of Eden เขาถูกห้ามไม่ให้แข่งรถ ซึ่งทาง Warner เขาหวังดี หากเขาเป็นอะไรขึ้นมางานแสดงหนังอาจหยุดชะงักได้ แต่ Dean ก็ไม่สนใจข้อห้ามนั่นเลยและก็ยังแข่งรถอยู่เรื่อยๆ
Dean ที่กำลังเห่อรถคันนี้ก็เอาไปอวดคนรอบข้างจนกระทั่งตัดภาพมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในวันที่ 23 กันยายน 1955 เมื่อเขาได้เจอกับ Alec Guinness เพื่อนสนิทผู้เป็นเจ้าของบท Obi-Wan Kenobi จากหนัง Star Wars ภาค 4-6 เรื่องผิดปกติเกิดขึ้นเมื่อ Guinness ที่ได้เห็นเจ้า Porsche 550 Spyder คันนี้ แทนที่เขาจะมีอาการตื่นเต้นเหมือนคนอื่นๆ แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเหมือนเขาเห็นอะไรบางอย่าง

Lew Bracker เพื่อนสนิทของ Dean ที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “ผมจำหน้าตาของ Alec ในตอนนั้นได้แม่นมาก หลังจากที่ดูรถของ Dean แล้ว แกก็เดินกลับเข้าร้านด้วยสีหน้าที่ซีเผือด ผมก็เลยถามแกว่า “เห้ยเพื่อน นายโอเครึเปล่า?”
และ Guinness ที่กำลังขนลุกซู่ ก็เตือนกับ Dean ว่า “อย่าขับรถคันนี้เด็ดขาด ตอนนี้เป็นเวลา 10 โมงเช้าของวันที่ 23 กันยายน 1955 ถ้านายขับรถคันนี้ นายจะสู่ขิตแน่ๆ ภายในเวลาเดียวกันของอาทิตย์หน้า” ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อ คิดว่าต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ
จนกระทั่งตอนเช้า ในวันที่ 30 กันยายน 1955 Dean ขับเจ้าสารเลวตัวน้อยคันนี้ไปทีมช่างเยอรมัน เพื่อเดินทางจาก Hollywood ไปเข้าร่วมการแข่งขันที่สนาม Salinas ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง San Jose แทนที่จะเอาขึ้นรถพ่วงเหมือนอย่างที่เคยทำๆ มาตลอด เนื่องจากต้องเก็บสะสมไมล์ให้ครบตามที่รายการแข่งขันกำหนด ก่อนจะแวะปั๊มในเมือง Sherman Oaks ตอนบ่าย 2 และออกเดินทางต่อตามทางหลวง Interstate หมายเลข 5
ในเวลาบ่ายสามครึ่ง Dean ก็ถูกตำรวจเรียกให้มารับใบสั่ง เพราะขับด้วยความเร็วเกินกำหนด ก่อนจะออกเดินทางต่อ และแวะพักที่ชุมชน Blackwells Corner ซึ่งที่นั่นเอง Dean ก็ได้เจอกับเพื่อนนักแข่งอย่าง Lance Reventlow กับ Bruce Kessler พวกเขาตกลงจะนัดกินข้าวเย็นกันที่เมือง Paso Robles และออกเดินทางออกจาก Blackwells Corner ในเวลา 5 โมง 15 นาที

จนกระทั่งมาถึงสามแยก ในเวลา 5 โมง 45 นาที รถ Ford Tudor รุ่นปี 1950 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 41 ตัดหน้าเจ้า Little Bastard ของ Dean ที่ขับมาตามทางหลวงหมายเลข 466 ซึ่งเป็นทางเอกและชนประสานงาเข้าอย่างจัง นาย John Robert White พยานที่เห็นเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ให้การว่า รถของ Dean กลิ้งออกข้างทาง 2-3 ตลบ ก่อนจะปะทะเข้ากับเสาไฟ
Dean กับ Rolf Wutherich หนึ่งในทีมช่างชาวเยอรมันที่นั่งมาด้วยกัน บาดเจ็บสาหัสและต้องส่งเข้าโรงพยาบาล Paso Robles War Memorial ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไปประมาณ 45 กม. แต่ก็ดูเหมือนว่าจะสายไปแล้วครับ เพราะ James Dean เสียชีวิตหลังจากมาถึงโรงพยาบาลในเวลา 6 โมง 20 นาที
การเสียชีวิตของ James Dean นี่เองก็ทำให้คำเตือนของ Alec Guinness ถูกหยิบมาพูดถึงอีกครั้งเพราะมันตรงกับ 1 สัปดาห์ที่ว่ามาจริงๆ หลังจากที่ซากถูกขายต่อให้ให้ George Barris ช่างเครื่องที่รับผิดชอบในการปรับแต่ง และทำสีรถคันนี้ เก็บไว้โชว์โดยที่ถอดเอาเครื่องยนต์ และเกียร์ออก ปรากฎว่าดันเกิดอุบัติเหตุหล่นทับคนงานบาดเจ็บสาหัส และความเฮี้ยนก็ยังไม่จบแค่นี้เพราะต่อมา นายแพทย์ Troy McHenry มาขอซื้อเครื่องยนต์เพื่อเอามาใส่ในรถแข่งของตัวเอง และนายแพทย์ William F. Eschrid มาขอซื้อเกียร์เพื่อเอามาใส่รถแข่งของตัวเองเช่นกัน สุดท้ายแล้วก็เสียชีวิตกันทั้งคู่

สามปีต่อมาในปี 1958 ซากของ Little Bastard ที่ถูกเก็บเอาไว้ ไม่ได้เอามาทำอะไรอีก ก็มีคนออกความเห็นว่าอยากจะเอามาบูรณะเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึง James Dean ระหว่างที่กำลังตรวจสอบสภาพ จู่ๆก็มีเสียงดังออกมาจากซาก คล้ายๆ กับเอาค้อนมาเคาะตัวถัง ก่อนชิ้นส่วนต่างๆ ก็หลุดออกมาเป็นชิ้นๆ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น สร้างความหวาดกลัวให้กับช่างในอู่ไปหลายต่อหลายวัน
ในเวลาต่อมา ซาก Little Bastard ก็ถูกซื้อไปโดย กรมตำรวจทางหลวง เพื่อเอามาจัดแสดงในนิทรรศการ ประชาสัมพันธ์ ขณะที่จัดแสดงอยู่ดีๆ ซากของรถคันนี้ก็หลุดจากแท่นหล่นมาทับคนดูบาดเจ็บสาหัสไปอีกคน
จนกระทั่งในวันที่ 12 มีนาคม 1959 โกดังที่เก็บซาก Little Bastard ริมถนน Hamilton Avenue ในเมือง Fresno ก็เกิดไฟไหม้ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งก็โชคดีมากที่รถคันอื่นๆไม่ได้รับความเสียหายมาก และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หลังจากนั้นมาภายในปีเดียวกัน ก็ถูกเอามาจัดแสดงในนิทรรศการตามโรงเรียนก็ยังเกิดเหตุหล่นทับเด็กนักเรียนจนบาดเจ็บอีก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำเรื่องของส่งซาก Little Bastard คันนี้คืนให้กับ Barris รถบรรทุกที่ขนมาเกิดเสียอาการจนคนขับหลุดกระเด็นจากตัวรถ และหล่นมาชนคนขับรถบรรทุกซ้ำอีกจนเสียชีวิต
หลังจากที่ถูกขนส่งผ่านตู้รถไฟมาถึงมือของ Barris ในปี 1960 แล้ว เรื่องที่น่าขนลุกคือ เมื่อเปิดตู้คอนเทนเนอร์กลายเป็นว่า ”ไอ้สารเลวตัวน้อย” คันนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย และยังมีข่าวลือว่าถูกพบเจอตามที่ต่างๆ มาเรื่อยๆ จนกระทั่งถูกพบจริงๆ ในสภาพที่เหลือแต่ชิ้นส่วนบางชิ้นเท่านั้น โดยที่ล่าสุดในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2021 ชิ้นส่วนเพลา ก็ถูกประมูลโดย Zak Bagans นักสะสมของต้องสาปที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการที่เขาครอบครองตู้ไวน์ปีศาจ Dybbuk
“ไม่ว่าจะคำสาป อาถรรพ์ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติจะมีจริงหรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือเราควรจะขับขี่อย่างมีสติ และมีจิตสำนึก เพื่อตัวคุณเอง และคนที่คุณรัก” ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวความสยองของรถต้องคำสาป ที่พรากเอาชีวิตของนักแสดงระดับโลก James Dean สำหรับสกู๊ตนี้พวกเราขอฝากติดตาม Realtime Car Magazine ด้วยนะครับ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
Repsol Honda HRC ร้อนแรงต่อเนื่อง “โทนี่ โบ” นำทีมคว้าชัย X-Trial 2026 สนาม 2
Repsol Honda HRC ทำผลงานสุดเหนือชั้นต่อเนื่อง ในการแข่งขันศึก X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 2 มาดริด ประเทศสเปน ด้วยชัยชนะของ “โทนี่ โบ” ยอดนักบิดไต่เขาชาวสเปนซึ่งเป็นวินเนอร์ครั้งที่ 93 ของเจ้าตัว ตามมาติด ๆ ในอันดับที่ 2 กับผลงานของทีมเมท “กาเบียล มาเซลลี่” เป็นการคว้าชัยชนะพร้อมกับกวาดอันดับที่ 1 และ 2 สองสนามติดต่อกัน ในศึก X-Trial World Championship 2026 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
การต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขัน X-Trial เป็นศึกที่ต้องอาศัยทั้งทักษะ ความแม่นยำ และประสบการณ์ของนักบิดในการควบคุมรถ เพื่อทำผลงานให้ดีที่สุดและลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด ซึ่งยอดนักขับสเปนของฮอนด้าอย่าง “โทบี่ โบ” สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ว่าจะพึ่งเป็นต้นซีซั่น ผ่านทุกอุปสรรคในการแข่งขันไม่ก่อความผิดพลาดและเปิดช่องให้คู่แข่งท้าทายได้เลย คว้าชัยชนะไปครองได้สำเร็จ ขณะที่ “กาเบียล มาเซลลี่” ที่เปิดฤดูกาลด้วยฟอร์มที่ร้อนแรง คว้าโพเดียมอันดับที่ 2 ได้สำเร็จอีกครั้ง
จบการแข่งขันสนามที่ 2 “โทนี่ โบ” คว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกันและเก็บไปแล้ว 40 คะแนนเต็ม โดยมี “กาเบียล มาเซลลี่” คว้าอันดับที่ 2 ทั้ง 2 สนามซึ่งมีคะแนนอยู่ 30 คะแนน นับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นซีซั่นได้อย่างแข็งแกร่งของฮอนด้าด้วยการส่งผลให้รั้งตำแหน่งหัวแถวของตารางแชมเปี้ยนชิพทันที
ทั้งนี้ การแข่งขันศึก ศึก X-Trial World Championship 2026 จะกลับมาดวลกันอีกครั้งในโปรแกรมสนามที่ 3 ที่ แซงต์เดอนี ประเทศฝรั่งเศส (Saint Denis, France) ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 นี้
#ThaiHonda #HRC #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #MotorSport #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaRacingCorporation #FIMXTrailGP #XTrailGP2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ รองรับการผลิตยนตรกรรมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ฉลองการเปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ที่ทันสมัยอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ โดยได้รับเกียรติจาก ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ (Dr. Frank-Steffen Walliser) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ดร. แมทเทียส เรบบ์ (Dr. Matthias Rabe) กรรมการบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาเป็นประธานในพิธีเปิด สำหรับศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้จะมีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมของแบรนด์สู่การพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต
ศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนขนาดใหญ่สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและวิจัยรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคตที่โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ ศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้ได้มีการนำเทคโนโลยีการทำโลกเสมือนจริงมาผสานเข้ากับการบูรณาการผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันตลอดกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ
สำหรับศูนย์ฯ แห่งใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่สองชั้น ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 13,000 ตารางเมตร ภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยห้องจำลองต้นแบบรถยนต์ในอนาคต ฝ่ายพัฒนาวัสดุ และฝ่ายบูรณาการซอฟต์แวร์ โดยหัวใจสำคัญของการบูรณาการของศูนย์ฯ คือ การประยุกต์ใช้ทักษะอย่างเป็นระบบและครอบคลุมในด้านการฝึกอบรม การทดสอบ และการเตรียมการเปิดตัวระบบซอฟต์แวร์ ระบบไฟฟ้าแรงสูงแบบดิจิทัล และระบบไฟฟ้าทั้งหมด
แผนกส่วนใหญ่ได้ย้ายมาจากที่ตั้งเดิมในอาคาร A1 ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในพื้นที่ และกำลังถูกแปลงโฉมเป็นสถานที่ประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะเริ่มต้นการผลิตในปี 2570
ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวถึงการพัฒนาดังกล่าวว่า “กลยุทธ์ Beyond100+ ของเราได้วางรากฐานการเปลี่ยนแปลง โดยใช้สิ่งที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน และปรับวิสัยทัศน์นั้นให้สอดคล้องกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในอนาคต เรากำลังพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เชื่อมต่อระบบดิจิทัล พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติเพื่อยกระดับและบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการผลิตยนตรกรรมหรู”
“ศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ถือเป็นส่วนสำคัญในการส่งมอบกลยุทธ์นี้ให้ประสบความสำเร็จ และช่วยให้แนวคิดทางวิศวกรรมกลายเป็นความจริงผ่านการพัฒนาและการบูรณาการ เพราะเรามุ่งมั่นที่จะสร้างยนตรกรรมที่หรูหราที่สุดและสมรรถนะสูงที่สุดในตลาดต่อไป”
กลยุทธ์ Beyond100+ จะช่วยปูทางให้เบนท์ลีย์สามารถพลิกโฉมเพื่อรองรับอนาคตแห่งการใช้พลังงานไฟฟ้า การเปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายควบคู่ไปกับการขยายพื้นที่ ซึ่งรวมถึงสตูดิโอการออกแบบที่เพิ่งเปิดใหม่ และการสร้างศูนย์ทำสีและศูนย์โลจิสติกส์แบบบูรณาการแห่งใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดในปีหน้า
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาทดลองขับได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine











































































































