-
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 พร้อมชูแนวทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เผยความคืบหน้าของธุรกิจประจำปี 2025 ที่ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งตลาดกลุ่มรถยนต์พรีเมียมที่ 9% และส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม (BEV) ที่ 20% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รายงานยอดขายในกลุ่มรถ Volvo Selekt certified used cars หรือ รถผู้บริหารและรถออกศูนย์ไมล์น้อยคุณภาพดีที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ที่มีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 14% จาก 9% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อคุณค่า และคุณภาพระยะยาวของวอลโว่
ผลการดำเนินงานที่ยังสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ตลอดปี 2025 เป็นผลจากการมีกลุ่มผลิตภัณฑ์รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด, การขยายเครือข่ายศูนย์บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาศักยภาพด้านบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยในปีที่ผ่านมา วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้เสริมความแข็งแกร่ง และสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในประเทศ ผ่านการเปิดตัวรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รุ่นใหม่ ถึง 2 รุ่น ได้แก่ Volvo EX30 Cross Country รถ SUV ขนาดเล็กสำหรับคนเมืองที่มองหาการเดินทางเพื่อค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ และ Volvo ES90 รถที่มาพร้อมนิยามใหม่ของความอเนกประสงค์ภายใต้รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ขนาด 800 โวลต์ ซึ่งรถทั้งสองรุ่นได้รับความสนใจ และกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด รุ่นยอดนิยม ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ถึง 2 รุ่น ได้แก่ new Volvo XC90 และ refresh Volvo XC60 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ยังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ
ขณะเดียวกัน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ยกระดับการเข้าถึงบริการทั่วประเทศ และเสริมศักยภาพด้านบริการหลังการขายด้วยการเปิดตัวศูนย์บริการ วอลโว่ พัฒนาการ พร้อมทั้งขยายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการในจังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้ ยังแต่งตั้ง ACE ขอนแก่น ให้เป็นผู้ให้บริการซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ โดยให้บริการผ่าน วอลโว่ ธนาสิทธ์ ขอนแก่น โดยความร่วมมือดังกล่าวนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายบริการแบบครบวงจรของวอลโว่ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลในระยะยาวผ่านการให้บริการที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง
คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ, บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในปี 2025 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถของเราที่มีความสมดุล ตลอดจนการดำเนินงานด้านการขาย และบริการหลังการขายอย่างมีวินัยและมีประสิทธิภาพ โดยแม้ต้องเผชิญกับการตลาดที่มีสภาวะการแข่งขันที่สูง รวมถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในปีที่ผ่านมา การบรรลุส่วนแบ่งตลาด 9% ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม และ 20% ในกลุ่มรถไฟฟ้า พรีเมียม (BEV) แสดงให้เห็นว่าลูกค้ายังคงเชื่อมั่นในแบรนด์วอลโว่ ทั้งในแง่ของความปลอดภัย ความยั่งยืน และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมีเป้าหมาย สำหรับปี 2026 นั้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม และการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถวอลโว่ผ่านบริการที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อความประทับใจที่ยืนยาวของลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2026 โดยวางเป้ายอดขายรถใหม่เพิ่มขึ้น 4% และยอดขาย Volvo Selekt certified used cars เพิ่มขึ้น 5%”
ก้าวสู่ปี 2026: นำเสนอผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม
ในปี 2026 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต โดยมีรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทำหน้าที่เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานรถไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ
โดยเริ่มต้นปีกับบริการอัปเกรด คอร์ คอมพิวเตอร์ สำหรับลูกค้าผู้ใช้รถ Volvo EX90 แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยการอัปเกรดดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและพลังการประมวลผลของรถทั้งในแง่ของการขับขี่ และความปลอดภัย รวมถึงทำให้ตัวรถรองรับการอัปเดทซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมขยายตัวเลือกที่มากขึ้นสำหรับ Volvo EX90 เพื่อการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นของผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมความปลอดภัยในการขับขี่อย่างแท้จริง และอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้อย่าง Volvo ES90 ซึ่งคาดว่าจะสามารถรักษาแรงขับเคลื่อนด้านยอดขายได้ตลอดทั้งปี ด้วยสมรรถนะด้านระยะทางวิ่งที่โดดเด่น ดีไซน์ที่สะดุดตา เทคโนโลยีภายในตัวรถที่มีความล้ำสมัย และที่สำคัญที่สุด คือความคุ้มค่าด้านราคา
ยกระดับประสบการณ์การให้บริการโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการที่ดียิ่งขึ้น วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้วางแผนขยายเครือข่ายตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ควบคู่กับการขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร หรือ Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR) และการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถัง และสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนขยายการบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้างยิ่งขึ้นผ่านโมเดลบริการหลังการขายแบบ Hub and Spoke เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานสำหรับลูกค้า รวมถึงวางแผนเปิดศูนย์บริการด้านยางรถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวก และเสริมสร้างประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่ รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงอายุการใช้รถ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้า
เพื่อรักษาฐานลูกค้า, เพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาวของการเป็นเจ้าของ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบบริการที่เป็นเลิศ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย พร้อมนำแคมเปญบริการหลังการขาย (National Service Campaign) กลับมานำเสนอแก่ลูกค้าอีกครั้งตลอดปี 2026 โดยแคมเปญบริการหลังการขายดังกล่าวจะนำเสนอในรูปแบบของการมอบโปรโมชัน และส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่รับบริการ ณ ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ทั่วประเทศ รวมถึงมอบส่วนลดในอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts) พร้อมสิทธิประโยชน์ อาทิ การรับประกันเพิ่มเติมสำหรับอะไหล่แท้วอลโว่ (Volvo Genuine Parts Extended Warranty) ซึ่งรับรองว่าหากอะไหล่ที่ซื้อจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนดเกิดความบกพร่อง วอลโว่จะทำการเปลี่ยนอะไหล่ที่รับประกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของอะไหล่และค่าแรง อีกทั้งลูกค้ายังอุ่นใจได้ว่าทุกบริการจะได้รับการตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างแม่นยำผ่านเครื่องมือที่ได้รับการรับรอง และช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน วอลโว่ คาร์ส โดยตรง พร้อมรับการอัปเดทซอฟต์แวร์ของตัวรถเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้แก่ตัวรถในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ นอกจากนี้ผู้ที่รับบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการของวอลโว่ตามเงื่อนไขที่กำหนดยังสามารถรับบริการความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (roadside assistance service) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง
แคมเปญบริการหลังการขายดังกล่าวนี้ จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมมาสคอตครอบครัวกวางมูสสุดน่ารัก ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์ครอบครัวกวางมูสแบบยกครัวทั้ง คุณพ่อ ปาป้ามูส (Papa Moose), คุณแม่ มาม่ามูส (Mama Moose) พี่ชายคนโต มูสมูส (Moose Moose) และน้องสาว ลิตเติ้ล มูส (Little Moose) ที่จะมามอบความอบอุ่น และความอุ่นใจให้แก่ครอบครัวลูกค้าวอลโว่
สานต่อปณิธานด้านความยั่งยืนเพื่อคนและโลก เพื่อชีวิต
การมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนคือหนึ่งในกลยุทธ์หลักของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย โดยในปี 2026 บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ณ ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนยิ่งขึ้น อันได้แก่ การลดการสร้างขยะ สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยั่งยืนในระยะยาว
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่
เว็บไซต์ – www.volvocars.com/th
Facebook – https://www.facebook.com/volvocarsth
Youtube – https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=trueเยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446
สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบันสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“อุ้ม-นพรุธพงษ์” นำทัพ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” พร้อมสองดาวรุ่งไทย ลุยศึกโมโตโฟร์ เอเชีย คัพ สนามแรกที่บุรีรัมย์
โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” มุ่งมั่นวางรากฐานและผลักดันนักแข่งไทยไปสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกทั้ง โมโตจีพี, โมโตทู และโมโตทรี โดยหนึ่งในนักแข่งที่ได้รับการสนับสนุนให้สานต่อการเป็น The Next Successor ก็คือ “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ นักบิดดาวรุ่งชาวไทยหมายเลข 20 ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันรายการอิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ (Idemitsu Moto 4 Asia Cup) เป็นปีที่สองติดต่อกันรวมทั้งการได้โอกาสไปเปิดประสบการณ์ใหม่กับรายการโมโตโฟร์ ยูโรเปียน คัพ (Moto 4 European Cup) ในฤดูกาล 2026 นี้
สำหรับ “อุ้ม-นพรุธพงษ์” นับว่าเป็นนักแข่งดาวรุ่งที่ได้รับความสนใจจากวงการมอเตอร์สปอร์ตโดยในฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมาเจ้าตัวสร้างผลงานติดท็อป 5 ของเอเชีย รายการอิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ (Idemitsu Asia Talent Cup) พร้อมกับคว้าโพเดียมอันดับที่ 3 มาครองได้ที่บุรีรัมย์ ประเทศไทย
จากนั้น “อุ้ม-นพรุธพงษ์” ก็ได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดเข้าร่วมการแข่งขันรายการเอฟไอเอ็ม เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2025 สนามสุดท้าย ณ บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก่อนจะสร้างผลงานคว้าโพเดียมรองชนะเลิศและอันดับที่ 3 ในคลาส AP250 มาครอง ฉายแววการเป็น The Next Successor อย่างโดดเด่น
ฤดูกาล 2026 รายการอิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ จะทำการแข่งขันทั้งหมด 6 สนาม 5 ประเทศในทวีปเอเชียทั้ง ไทย, กาตาร์, มาเลเซีย, ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย โดยจะเป็นซัพพอร์ตเรซในรายการโมโตจีพี และมาเลเซีย ซุปเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ ซึ่งจะทำให้นักแข่งได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับสนามระดับโลกในทวีปเอเชียทั้งหมด
ด้านรายการโมโตโฟร์ ยูโรเปียน คัพ จะทำการแข่งขันทั้งหมด 7 สนาม 4 ประเทศในทวีปยุโรป ประกอบด้วยสเปน 4 สนาม กับโปรตุเกส, ฝรั่งเศส และอิตาลีอีกประเทศละสนามซึ่งแต่ละสนามล้วนมีมาตรฐานระดับโลก คาแรคเตอร์ที่โดดเด่นท้าทายทักษะฝีมือการขี่เป็นอย่างมาก
รายการอิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ 2026 สนามแรกจะทำการแข่งขัน ณ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นการลงสนามรอบคัดเลือก เวลา 12.10 น. ก่อนจะทำการแข่งขันเรซแรกเวลา 16.10 น. จากนั้นเรซที่สองจะทำการแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 9.45 น.
และนอกจาก “อุ้ม-นพรุธพงษ์” จะลงทำการแข่งขันรายการอิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ บุรีรัมย์ 2026 แล้ว
ยังมี “มะมาย” ปองคุณ เอี่ยมน้อย หมายเลข 25 และ “โรม” วชิรวิทย์ ไม้ดัดพันธ์ หมายเลข 23 นักแข่งดาวรุ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากไทยฮอนด้าในการเป็น The Next Successor ลงทำการแข่งขันในฐานะนักแข่งไวลด์การ์ดเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์นำมาพัฒนาต่อไป
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #Moto4AsiaCup #Aum20
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า คว้า 2 รางวัลระดับ Gold จากเวที Thailand People & Well-Being Organizations Awards 2025 ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านการบริหารคน และการส่งเสริมสุขภาวะบุคลากรอย่างยั่งยืน
บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด มุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ควบคู่การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน พร้อมตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้า 2 รางวัลระดับ Gold จากสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย (TLCA) ด้วยรางวัล Thailand People & Well-Being Organizations Awards ประจำปี 2025 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดยมี คุณสุคติ สรรพวัฒน์ ผู้บริหารกลุ่มงานการบริหารองค์กร และ คุณมนสิชา สังข์สุวรรณ ผู้จัดการทั่วไปสายงานกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคลเป็นผู้เข้ารับรางวัล
#ThailandPeopleAward2025 #PeopleManagementAward2025 #WellBeingOrganizationsAwards2025 #PMAT
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ จัดกิจกรรม Bonneville Experience Demo Day ชวนสัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถตระกูลบอนเนวิลล์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่โชว์รูมทั่วประเทศ เริ่ม 6 – 8 มี.ค. 69
ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ จัดกิจกรรม “Bonneville Experience Demo Day” กลับมาอีกครั้งกับการยกทัพรถจักรยานยนต์ตระกูลโมเดิร์น คลาสสิก ปี 2026 หลากหลายรุ่นยอดนิยมมาให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ทดลองขับขี่ เพื่อทดสอบสมรรถนะของรถอย่างเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็น Bonneville T100, Bonneville T120, Bonneville T120 Black, Bonneville Bobber, Bonneville Speedmaster, Scrambler 1200 XE พร้อม Speed Twin 900 และ Speed Twin 1200 RS พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์รุ่นที่ชอบได้ง่าย ทั้งนี้ลูกค้าและผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม Bonneville Experience Demo Day ตั้งแต่วันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569 ณ โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ 12 แห่งทั่วประเทศ โดยสามารถจองคิวเข้ารับบริการทดลองขี่ล่วงหน้าได้ผ่านทาง www.triumphmotorcycles.co.th
นายชินศักดิ์ กิตติอมรกุล ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ไทรอัมพ์ได้ประกาศเผยโฉมวิวัฒนาการครั้งใหม่ของรถจักรยานยนต์ตระกูล Bonneville รุ่นปี 2026 อันเป็นตำนานที่มาพร้อมการอัปเกรดครั้งสำคัญ ผสานดีไซน์เหนือกาลเวลา เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างลงตัว ใน 8 รุ่นยอดนิยม ประกอบด้วย Bonneville T100, Bonneville T120, Bonneville T120 Black, Bonneville Bobber, Bonneville Speedmaster, Scrambler 1200 XE รวมถึง Speed Twin 900 และ Speed Twin 1200 RS ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากลูกค้า และเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ตระกูลโมเดิร์น คลาสสิก ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ล่าสุดไทรอัมพ์จึงเดินหน้าจัดกิจกรรม “Bonneville Experience Demo Day” เพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริงในการขับขี่ รวมถึงทดสอบสมรรถนะรถอย่างใกล้ชิด นอกจากลูกค้าที่เข้ามาทดลองขับขี่จะได้สนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมภายในงาน ไทรอัมพ์ยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกับงาน Bangkok International Motor Show 2026 รับข้อเสนอทางการเงินสูงสุด 250,000 บาท สำหรับรุ่นที่ร่วมรายการ โดยลูกค้าสามารถศึกษาข้อเสนอและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ www.triumphmotorcycles.co.th/latest-offers ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 มีนาคม 2569 เพื่อให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์รุ่นที่ชอบได้ง่ายขึ้น เรียกได้ว่ามางานเดียว ครบทั้งทดลองขี่ และจับจองรุ่นที่ใช่ในคราวเดียว
“กิจกรรม Bonneville Experience Demo Day เป็นส่วนหนึ่งของการตอกย้ำ DNA และหัวใจหลัก “For The Ride” ของไทรอัมพ์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ผสมผสานงานออกแบบที่สวย คลาสสิก ร่วมสมัย เข้ากับความแม่นยำในการควบคุมรถ และสมรรถนะอันเป็นเลิศ เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งตลอดทั้งปี 2569 นี้ ไทรอัมพ์ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมดี ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ครบทุกมิติมากยิ่งขึ้น” นายชินศักดิ์ กล่าวสรุป
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรม Bonneville Experience Demo Day ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569 ณ โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ 12 แห่งทั่วประเทศ โดยสามารถจองคิวเข้ารับบริการทดลองขี่ล่วงหน้าได้ผ่านทาง www.triumphmotorcycles.co.th ตลอดจนติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เอ็มจี เปิดเกมรุกปี 2026 เน้น “สร้างความเชื่อมั่น” ขับเคลื่อนธุรกิจ มุ่งเติบโตเชิงคุณภาพยกระดับบริการเข้มข้น สู่เป้าหมายยอดขาย 30,000 คัน
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ขยับขึ้นสู่ Top 5 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปิดยอดขายปี 2025 ได้ตามเป้ากว่า 27,007 คัน ตั้งเป้าปี 2026 ยอดขาย 30,000 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 5% ในไทย ตั้งธงพาแบรนด์ทะยานสู่เป้าหมายใหญ่ Top 3 ตลาดยานยนต์ไทยภายในทศวรรษที่ 2 ควบคู่ไปกับการขยายตลาดส่งออกสู่ยุโรป ตอกย้ำการเป็นยนตรกรรมคุณภาพภายใต้มาตรฐานระดับโลก “Made in Thailand, For the World” ผสานกลยุทธ์ GLOCAL ดึงเทคโนโลยีและมาตรฐานระดับโลกสู่ผู้บริโภคคนไทย ยกระดับเป็นแบรนด์สู่ “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) วางแผนเปิดตัวรถใหม่ และรุ่นปรับโฉมอย่างต่อเนื่อง ประเดิมด้วยรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์นี้ ขณะเดียวกันเตรียมปล่อยแคมเปญเชิงกลยุทธ์ยกระดับงานบริการทุกมิติมุ่งสร้าง “ความเชื่อมั่น”
ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่สมดุลทุกเทคโนโลยี
ในปี 2025 เอ็มจี สามารถทำยอดจำหน่ายรวมกว่า 27,007 คัน เติบโตมากกว่า 57% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และก้าวขึ้นสู่แบรนด์อันดับ 5 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนยอดขายทั้งหมดจากรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 80% และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด 20% สะท้อนถึงผู้บริโภคที่เปิดใจกับรถยนต์ไฟฟ้า โดย NEW MG4 ELECTRIC มียอดจำหน่ายกว่า 11,000 คัน (46.4%) ครองอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนต่อเนื่อง 4 เดือน ตามด้วย NEW MG S5 EV ยอดขายกว่า 4,920 คัน (19.9%) คว้ารางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 และ MG IM6 กว่า 1,700 คัน (6.6%) ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดนอกประเทศจีน ขณะที่กลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดอย่าง MG5 และ ALL NEW MG3 HYBRID+ ยังมีบทบาทสำคัญในการรองรับผู้บริโภคที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
มร. ต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จของ เอ็มจี ไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนจากความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์ GLOCAL จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและแบรนด์นับจากนี้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีระดับโลก (Global) เข้ากับความเข้าใจตลาดเมืองไทย (Local) เพื่อสร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริงและเติบโตอย่างยั่งยืน เป้าหมายของ เอ็มจี คือการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ของคนไทย ซึ่งต้องอาศัยการวางแผน และก้าวนำอยู่เสมอ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะในราคาที่สมเหตุสมผล ควบคู่ไปกับการบริการที่มีการยกระดับอย่างต่อเนื่องโดยมีแผนงานพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการสู่การเป็น “User Relationship Operation Center” หรือ “ศูนย์กลางการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า” ไปจนถึงการดูแลลูกค้าตลอดวงจรการเป็นเจ้าของรถ ซึ่ง เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์แรกที่บุกเบิกในการวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV ECOSYSTEM) อย่างครบวงจรในประเทศไทย ตั้งแต่การพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จอย่างต่อเนื่อง การยกระดับมาตรฐานการรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (EV LIFETIME WARRANTY) ซึ่ง เอ็มจี เป็นผู้บุกเบิกได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างชัดเจน ทั้งยังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อรถของคนไทย การรับประกันนี้ตอบโจทย์ความกังวลของผู้บริโภคเรื่อง “ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถ” โดยเปลี่ยนความไม่สบายใจให้เป็นความเชื่อมั่นที่จับต้องได้จริง โดย เอ็มจี จะทำให้การรับประกันนี้กลายเป็นมาตรฐานที่ต้องมีสำหรับรถอีวีของ เอ็มจี ทุกรุ่นที่จะเปิดตัวต่อจากนี้ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านศูนย์บริการและบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอีวีในระยะยาว พร้อมระบบบริหารจัดการอะไหล่ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจในการดูแลลูกค้าอย่างแท้จริง ตอกย้ำถึงความตั้งใจจริงของ เอ็มจี กับคำมั่น “อยู่ในไทย เพื่อไทย” (In Thailand, For Thailand) และจากนี้เป็นต้นไป เอ็มจี จะให้ความสำคัญกับการเติบโตเชิงคุณภาพ (High-quality Growth) โดยมุ่งเน้นคุณภาพผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการผลิต ความปลอดภัย เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และความพึงพอใจของลูกค้า มากกว่าการแข่งขันด้านราคาในระยะสั้น พร้อมยกระดับภาพลักษณ์สู่การเป็นแบรนด์ที่เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) ในใจผู้บริโภค นอกจากการจัดการภายในประเทศที่ครอบคลุมทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์และการบริการแล้ว เอ็มจี ยังมีเป้าหมายในการขยายความยิ่งใหญ่สู่ตลาดสากล ด้วยการเตรียมส่งออกรถยนต์ เอ็มจี ที่ผลิตจากประเทศไทย ไปจัดจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมาตรฐานคุณภาพระดับสากล และพิสูจน์ศักยภาพฐานการผลิตของไทย ตอกย้ำความภาคภูมิใจของ เอ็มจี กับการนำเสนอ “Made in Thailand, For the World” สู่สายตาประชาคมโลก”
ปักธงภารกิจทะยานสู่ Top 3 กับเป้าหมายการเติบโตและวิสัยทัศน์ระยะยาวของ เอ็มจี
สำหรับปี 2026 เอ็มจี ได้กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจไว้อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายรวมที่ 30,000 คัน พร้อมมุ่งครองส่วนแบ่งการตลาด 5% ซึ่ง ณ ปัจจุบัน เอ็มจี สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการวางระบบการดำเนินงานที่ครอบคลุม เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมขับเคลื่อนสู่หมุดหมายสำคัญ ผลักดันแบรนด์สู่ Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2
มร. ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แม้ปี 2026 จะยังเป็นปีที่ท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ด้วยทิศทางที่ชัดเจนและการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง เอ็มจี จะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย เอ็มจี ได้กำหนดกรอบกลยุทธ์หลัก 4 ด้าน เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่
- การยกระดับแบรนด์ในระยะยาว
เอ็มจี มุ่งเน้นการส่งมอบมาตรฐานที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ และประสบการณ์ของผู้บริโภคในทุกมิติ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระยะยาว พร้อมเน้นย้ำจุดยืนของแบรนด์และยนตรกรรมที่เป็น “ทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า” (Value Choice) ซึ่งสะท้อนความเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจและจับต้องได้จริงสำหรับผู้บริโภคชาวไทย
- การพัฒนาพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์แบบครอบคลุมทุกเทคโนโลยี ภายใต้กลยุทธ์ Dual Track
ภายใต้กลยุทธ์ “Dual Track” เอ็มจี เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กันอย่างชัดเจน พร้อมเปิดตัวรถใหม่อย่างต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส เพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับตลาด พร้อมรักษาความต่อเนื่องของไลน์อัปสินค้า และทำให้ผลิตภัณฑ์ของ เอ็มจี ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคครอบคลุมในทุกเซกเมนต์ รวมถึงการนำ “เทคโนโลยีอัจฉริยะ” มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความแตกต่างและยกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์ไทย ในปี 2026 เอ็มจี มีแผนขยายพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ ด้วยการเปิดตัว MG IM5
ในกลุ่มพรีเมียมอีวี พร้อมด้วย NEW MG MAXUS 9 MCE ในกลุ่ม e-MPV และ NEW MG4 ELECTRIC MINORCHANGE เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัปยอดนิยมของแบรนด์ภายในไตรมาสที่สอง มีแผนเปิดตัวรถ EV ในกลุ่ม B-Segment สำหรับตลาดหลัก พร้อมพัฒนาปรับปรุงรุ่นปัจจุบันให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน เอ็มจี จะเดินหน้าเทคโนโลยี HYBRID+ อย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิดตัวรถไฮบริดรุ่นใหม่ภายในปีนี้ เพื่อสนับสนุนลูกค้า ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ ในปี 2027 เอ็มจี มีแผนเปิดตัวรถใหม่รวม 5 รุ่น โดยย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ได้มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่จะเปิดตัว “รถที่ใช่ ในเซกเมนต์ที่ใช่และในเวลาที่เหมาะสม”
- กลยุทธ์ GLOCAL นำแนวคิดที่สำเร็จมาประยุกต์ใช้ในไทย
เอ็มจี พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ GLOCAL อย่างเต็มขั้น ด้วยการผสานมาตรฐานและความสำเร็จระดับโลกเข้ากับความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงในด้านการผลิตเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงแนวทางการตลาดและการขาย โดยประยุกต์แนวคิดและโมเดลที่ประสบความสำเร็จในระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เช่น การนำแนวคิด Live Commerce มาใช้กับแบรนด์รถยนต์ เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย ขยายฐานลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคไทยในยุคดิจิทัล
- การมุ่งสู่การเติบโตเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน
เอ็มจี มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพในทุกมิติ ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินงาน ยกระดับมาตรฐานการบริการ และพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจในระยะยาวให้กับลูกค้าและพันธมิตร ในปีนี้ เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์และความผูกพันกับลูกค้า โดยเพิ่มความถี่ของกิจกรรม CRM และจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งกิจกรรมขนาดเล็กแนวไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความใกล้ชิดและคอมมูนิตี้ของผู้ใช้รถยนต์ เอ็มจี รวมถึงกิจกรรมให้ผู้บริโภคได้เรียนรู้การใช้งานรถอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น EV Rally เพื่อรวมกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี และขยายการเข้าถึงลูกค้าไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะในกรุงเทพฯ
ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนตลอดการใช้งาน
ขณะเดียวกัน เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและบริการหลังการขายอย่างเป็นระบบ ผ่านการขยายเครือข่ายศูนย์บริการโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 130 แห่งทั่วประเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า การบริหารจัดการอะไหล่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำดิจิทัลแพลตฟอร์มมาช่วยดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การนัดหมาย การติดตามสถานะการซ่อม ไปจนถึงการรับฟังเสียงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นอกจากในด้านผลิตภัณฑ์แล้ว ปีนี้ เอ็มจี จะยกระดับคุณภาพการบริการอย่างเข้มข้นและจริงจัง โดยจะมีความเคลื่อนไหวสำคัญของ เอ็มจี ที่มุ่งสร้างอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน นั่นคือ การสร้างความพึงพอใจด้วยการยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ด้วยแคมเปญเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการบริการที่เข้มข้นขึ้น มุ่งหวังให้ทุกคนที่เข้ามาใช้บริการกับ เอ็มจี ได้รับนอกเหนือจากความสะดวกสบายแต่คือรอยยิ้มและความพึงพอใจในทุกจุด ตั้งแต่ก่อนการเป็นเจ้าของรถ ไปจนถึงการใช้งานในระยะยาว โดยแผนงานนี้ครอบคลุมทั้งด้านการขาย การบริการ และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของการเป็นลูกค้า เอ็มจี
พร้อมกันนี้ ยังมีการพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่าย ทีมขาย และทีมบริการอย่างรอบด้าน และการนำเทคโนโลยีมาใช้ตอบสนองบริการหลังการขาย ซึ่งเราได้เตรียมระบบ e-Workshop เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลกับผู้จำหน่ายสำหรับติดตามงานบริการแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนการตรวจสอบ รองรับการเก็บข้อมูลในระยะยาว และให้การบริการที่สมบูรณ์แบบ โดยจะเริ่มใช้งานกับผู้จำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และจะขยายสู่ศูนย์บริการทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการทำการนัดหมายเข้าศูนย์บริการและแจ้งสถานะการบริการแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ LINE OA เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า โดยมีแผนเริ่มใช้งานในช่วงกลางปีนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบ End-to-End
นอกจากงานบริการแล้ว เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอะไหล่ด้วยระบบสั่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันมีอัตราจ่ายอะไหล่ครั้งแรกสูงถึง 99.38% ช่วยลดเวลารถค้างซ่อมและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ เอ็มจี ยังจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้วยการจัดตั้งศูนย์วิจัยยานยนต์และการเรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ในการร่วมกันสร้างและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่วงการยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง เอ็มจี เชื่อว่าความสำเร็จของแบรนด์ในระยะยาว จะเกิดจากมาตรฐานที่สม่ำเสมอทั่วประเทศ ทั้งสินค้า บริการ และระบบสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อให้ เอ็มจี เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG ThailandHashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ฮอนด้า ชวนเหล่าสาวกสัมผัส DNA ความสปอร์ต ในงาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance 14 มี.ค. 2569 จัดเต็มกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแคมเปญพิเศษ ที่คนรัก Type R ไม่ควรพลาด สมัครด่วน ! ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. – 5 มี.ค 69 นี้เท่านั้น สิทธิ์มีจำนวนจำกัด !
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของชาวแฟน ๆ สายสปอร์ตคนรัก Honda Civic Type R ในกิจกรรม Honda Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance ในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ถนนรามคำแหง พร้อมเปิดรับสมัคร
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพผ่านช่องทาง Facebook: Honda Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 สิทธิ์มีจำนวนจำกัด
ฮอนด้าตั้งใจจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างคอมมูนิตี้ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และถ่ายทอดจิตวิญญาณการขับขี่ของ Honda Civic Type R อย่างแท้จริง นับเป็นโอกาสพิเศษที่เจ้าของรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้นำรถคันโปรดมาจัดแสดง พร้อมร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน มุมมองความประทับใจด้านสมรรถนะ และเสน่ห์ DNA ความสปอร์ตของ Honda Civic Type R
พบกับหลากหลายกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน ได้แก่
- Photo Backdrop: เก็บภาพโมเมนต์คู่กับ Honda Civic Type R ที่ดีไซน์มาเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตโดยเฉพาะ
- Civic Type R Popular Vote: ร่วมโหวตคันที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบให้กับรถแต่งที่โดดเด่นและมีสไตล์ที่สุดภายในงาน
- Shoot & Share: เก็บภาพสุดเท่ และแชร์โมเมนต์ The Unrivaled Performance ลงโซเชียลมีเดียเพื่อรับของที่ระลึก (จำกัด 200 ท่านแรก) และลุ้นรับรางวัลใหญ่สำหรับโพสต์ที่มียอดไลค์และแชร์สูงสุด
- Tasteful Treats & Lucky Draw: อิ่มอร่อยไปกับเมนูคัดสรรจาก Food Truck และรับสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึก
สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะในงานเท่านั้น - Sport Performance Experience: สัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจ ช่วยให้คุณตัดสินใจเป็นเจ้าของรถสปอร์ตในฝันได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดีลโดนใจสายสปอร์ตกับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance” พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ
- ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*
- ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic
Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท**
ลูกค้าที่สนใจกิจกรรมพิเศษครั้งนี้ สามารถลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพผ่านช่องทาง Facebook: Honda Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสัมผัสรถสปอร์ตในตำนานและพิสูจน์นิยามแห่งความแรงของ Honda Civic Type R ไปด้วยกัน !
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
Honda Moto Mania ครั้งแรกใน ThaiGP 2026 สนุกครบสายซิ่ง-สายลุย พลิกบทบาทผู้ชมสู่สนามแข่งจริง ชิงรางวัลกว่า 2 แสนบาท ณ สนามช้างฯ บุรีรัมย์ 27 – 28 ก.พ. นี้
ไทยฮอนด้า ชวนแฟนสองล้อร่วมปลุกความมันส์ในงาน “Honda Moto Mania 2026” ที่ชวนมา Enjoy The World of Honda Motorcycle สัมผัสโลกมอเตอร์สปอร์ตครบทุกมิติ ทั้งการแข่งขัน ความรู้ และความสนุกในพื้นที่เดียว ระหว่างวันที่ 27–28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ BRIC Drift Track สนาม Chang International Circuit จังหวัดบุรีรัมย์ ภายในงาน PT Grand Prix of Thailand 2026 เปิดรับสมัครแล้วผ่าน Honda BigWing และ Wing Center ทั่วประเทศ
Honda Moto Mania 2026 จัดเต็มกิจกรรมไฮไลต์ถึง 5 รูปแบบ แบ่งเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ Sport Arcade และ Adventure Arcade ครอบคลุมทั้งการแข่งขันทางเรียบ สนามเทคนิค และกิจกรรมสายแอดเวนเจอร์
โซนแรก Sport Arcade สำหรับสายความเร็วและเทคนิค ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ประชันฝีมือในบรรยากาศการแข่งขันเข้มข้นใกล้เคียงสนามจริง ผ่าน 3 การแข่งขันแบบเก็บคะแนน ได้แก่
- Racing Speed Challenge แข่งขันทางเรียบด้วยรถ Honda NSF100 (รถจาก Thai Honda) คูปอง 1 ใบ ลงแข่งได้ 1 ครั้ง แข่งขันทั้งหมด 5 รอบสนาม/ครั้ง ผู้ที่ทำเวลารวมได้เร็วที่สุด 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล และของรางวัล โดยเก็บคะแนนใน Honda Passport
- Gymkhana Skill Challenge ทดสอบทักษะควบคุมรถในสนามเทคนิคด้วย Honda CB500F (รถจาก Thai Honda) คูปอง 1 ใบ ลงแข่งได้ 1 ครั้ง แข่งขันทั้งหมด 2 รอบสนาม/ครั้ง จัดอันดับจากเวลารวมดีที่สุด ผู้ที่ทำเวลารวมได้เร็วที่สุด 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล และของรางวัล โดยเก็บคะแนนใน Honda Passport
- Fun Drag Challenge แข่งขันทางตรงระยะ 100 เมตร แบ่ง 3 รุ่น
- รุ่น BigBike ใช้ Honda CB500F (รถจาก Thai Honda)
- รุ่น Scooter 160cc และ 350cc ใช้รถส่วนตัว
คูปอง 1 ใบ ลงแข่งได้ 1 ครั้ง แข่งขันทั้งหมด 2 รอบสนาม/ครั้ง ผู้ที่ทำเวลารวมได้เร็วที่สุด 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล และของรางวัล โดยเก็บคะแนนใน Honda Passport
โซน Adventure Arcade สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่สไตล์แอดเวนเจอร์ เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ใช้รถจักรยานยนต์ส่วนตัวเข้าร่วมสนุก 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่
- Adventure Rally Challenge แข่งขัน Fun Rally ในเส้นทางท่องเที่ยว ด้วยรถจักรยานยนต์ส่วนตัว ผ่านฐานกิจกรรมทั้งหมด 5 ฐาน คูปอง 1 ใบ ลงแข่งได้ 1 ครั้ง แข่งขันทั้งหมด 1 รอบ/ครั้ง ผู้เข้าแข่งขันต้องวิ่งตาม GPS เพื่อเข้าฐาน 5 ฐานและทำกิจกรรมเก็บคะแนนให้ครบ ผู้ที่ทำคะแนนดีที่สุด 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล และของรางวัล โดยเก็บคะแนนใน Honda Passport
- Adventure Sprint Challenge (Adventure / Enduro Sprint) แข่งขัน Adventure Sprint (500cc ขึ้นไป) และ Enduro Sprint (150-300cc) ในเส้นทางวิบากระยะทางประมาณ 15 กม. โดยใช้รถจักรยานยนต์ส่วนตัว คูปอง 1 ใบ ลงแข่งได้ 1 ครั้ง แข่งขันทั้งหมด 1 รอบ/ครั้ง ผู้ที่ทำคะแนนดีที่สุด 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล และของรางวัล
สำหรับกติกาการแข่งขัน ผู้สมัครจะได้รับ Passport สำหรับบันทึกผลในแต่ละกิจกรรม ผู้ที่ทำคะแนนดีที่สุด 3 อันดับในแต่ละรายการจะได้รับรางวัลประจำกิจกรรม ส่วนผู้ที่มีคะแนนเฉลี่ยรวมสูงสุดจาก 4 การแข่งขันหลักจะคว้ารางวัลแชมป์ Overall โดยไม่นำคะแนนจาก Adventure และ Enduro Sprint มาคิดรวม โดยสามารถดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/4aiWATC
นอกจากนี้ ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมเสริมอื่นๆ ที่ออกแบบให้เหมาะกับครอบครัวคนรักสองล้อทุกวัย ตั้งแต่จักรยานขาไถและ Kid’s Strider Race สำหรับนักซิ่งฟันน้ำนม ไปจนถึง Mini Moto Ride และ Motorcycle Arcade พร้อมกิจกรรมพัฒนาทักษะอย่าง Training with Honda Riders การฝึกกับ Moto Trainer และหลักสูตร Safety Riding Course เพื่อเสริมความมั่นใจในการขับขี่ เติมเต็มบรรยากาศความคึกคักตลอดสองวันภายในพื้นที่ Honda Race To The One Village
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand): https://facebook.com/hondamotorcyclethailand
Honda BigBike: https://facebook.com/HondaBigBikeTH
Honda Racing Thailand: https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH#HondaMotoMania #ThaiGP2026 #MotoGP #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
-
News / News Motocycle1 Min Read
“นากาชิม่า” บิดรถแข่ง Honda CBR1000RR-R ประเดิมคว้าแต้ม 2 เรซสนามแรกที่ ออสเตรเลีย
ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 เปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ สนามฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย
ในฤดูกาลนี้มีความหมายอย่างมากต่อวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย เมื่อ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 กลายเป็นนักบิดไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่เข้าร่วมแข่งขันในรุ่นใหญ่อย่าง เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ แบบเต็มฤดูกาลกับทีมโรงงานของ ฮอนด้า เอชอาร์ซี แต่น่าเสียดายที่บาดเจ็บจากการฝึกซ้อมจนพลาดลงแข่งสนามแรก เช่นเดียวกับทีมเมทชาวอังกฤษอย่าง “เจค ดิ๊กสัน” หมายเลข 96 ที่บาดเจ็บจากการทดสอบเช่นกัน
โดย ฮอนด้า เอชอาร์ซี ส่ง “เท็ตซูตะ นากาชิม่า” นักบิดทดสอบชาวญี่ปุ่นลงแข่งขันภายใต้รถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 45 ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนารถแข่ง และสามารถเก็บแต้มมาได้จาก 2 เรซ ที่ ออสเตรเลีย
ผลการแข่งขันในเรซแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า “นากาชิม่า” ออกสตาร์ตจากกริดที่ 17 ก่อนจะขยับเข้าเส้นชัยในอันดับ 14 ด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะ 35.308 วินาที ส่วนในรอบ ซูเปอร์โพลเรซ นักบิดญี่ปุ่นเข้าป้ายในอันดับ 17
ขณะที่การแข่งขันเรซที่ 2 ซึ่งดวลกันในวันอาทิตย์ท่ามกลางแทร็กที่ชุ่มไปด้วยฝน “นากาชิม่า” ออกตัวจากกริด 17 และวางแผนการบิดอย่างชาญฉลาด ก่อนจะพารถแข่ง Honda CBR1000RR-R เข้าเส้นชัยในอันดับ 11 ตามหลังผู้ชนะ 52.224 วินาที เก็บแต้มสำคัญให้ทีมได้ทั้งสิ้น 7 แต้ม จากสนามแรกของปี
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า “ก้อง-สมเกียรติ” จะหายกลับมาทันลงบิดในสนาม 2 ที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคมนี้
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #JD96 #TN45 #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026 #AustralianWorldSBK
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
Monster Energy Yamaha MotoGP ปิดฉากการทดสอบพรีซีซั่น 2026 ณ สนามช้างฯ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู้ศึกเปิดฤดูกาลสัปดาห์นี้
ทัพนักบิดทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ปิดฉากโปรแกรมพรีซีซั่นเทสต์ 2026 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดย “ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร” และ “อเล็กซ์ รินส์” ทำผลงานอยู่ในอันดับที่ 17 และ 20 ในตารางเวลารวม เร่งเก็บข้อมูลโค้งสุดท้ายก่อนเปิดศึกสนามแรกที่ไทยสัปดาห์นี้
เข้าสู่ช่วงนับถอยหลังเพียง 7 วันก่อนเปิดฤดูกาล MotoGP 2026 โดยในการทดสอบอย่างเป็นทางการ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สองนักบิดองยามาฮ่าใช้เวลาอย่างเต็มที่ตลอด 2 ช่วงการซ้อม เพื่อหาข้อมูลที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับรถแข่งเวอร์ชั่นล่าสุด
สรุปผลงานจากการทดสอบ
- ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร (#20): กับการลงทำการทดสอบทั้งสั้น 55 รอบสนาม ของวันที่ 2 โดยในช่วงบ่ายสามารถกดเวลาลงมาแตะที่ 1’29.701 วินาที รั้งอันดับ 9 ในช่วงซ้อมที่ 2 และอยู่อันดับ 17 ในตารางเวลารวม ห่างจากจ่าฝูง 033 วินาที
- อเล็กซ์ รินส์ (#42): กับการลงทำการทดสอบ 54 รอบ ทำเวลาดีที่สุดอยู่ที่ 1’30.122 วินาที จบการทดสอบในอันดับ 20 ของตารางเวลารวม ห่างจากผู้นำ 454 วินาที
โดยในการเก็บข้อมูลการทดสอบ ณ สนามช้างฯ มัสซิโม เมเรกัลลี (ผู้อำนวยการทีม) กล่าวว่า “การทดสอบ 2 วันนี้ท้าทายกว่าที่เซปังฯ แต่เราได้ข้อมูลที่มีค่ามาก แม้จะมีช่วงที่ยากลำบากบ้างแต่นักแข่งทั้งสองคนให้ข้อมูลในการปรับจูนไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เรากำหนดทิศทางการพัฒนาตลอดทั้งฤดูกาลได้ชัดเจน”
สำหรับ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร กล่าวว่า “เรากำลังเรียนรู้รถใหม่เมื่อเทียบกับตัวเก่า ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก โดยส่วนตัวยังมีปัญหากับอาการบาดเจ็บที่ยังไม่สมบูรณ์ 100% แต่ผมจะพร้อมแน่นอนสำหรับเรซแรกที่ประเทศไทย ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้”
อเล็กซ์ รินส์ กล่าวว่า “พรีซีซั่นจบลงแล้ว ผมพยายามให้ข้อมูลที่ดีที่สุดแก่ทีมวิศวกร ตอนนี้สภาพร่างกายผมแข็งแกร่งมาก และพร้อมแล้วสำหรับการเริ่มต้นฤดูกาล 2026 ที่ประเทศไทย”
เตรียมพบความมันส์ระดับโลก! ร่วมเชียร์ทัพ Monster Energy Yamaha MotoGP ในศึกเปิดฤดูกาล 2026 รายการ Grand Prix of Thailand ณ สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้ แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามผลงานของทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ได้ทาง www.yamaha-motor.co.th หรือที่ Facebook: Yamaha Society Thailand
#RevsYourHeart #ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด #YamahaBeyondTheLimits #YamahaRacing #YamahaWorldChampion #YamahaNumber1RacingTeam #TheBlueShift #YamahaMotoGP26 #YamahaFactoryRacingTeam #M1V4 #MonsterEnergyYamahaMotoGP #FQ20 #AR42 #PrimaPramacYamaha #JM43 #TR07 #ThaiGP2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2 เดินหน้าดำเนินธุรกิจพร้อมรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยบริษัทฯ ได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยม ตามหลักเกณฑ์การประเมินทั้ง 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ มิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติการบริหารจัดการ ซึ่งโรงงานที่จะได้รับรางวัลต้องไม่มีข้อร้องเรียนจากการประกอบกิจการ และไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงจนเป็นเหตุให้มีการหยุดประกอบกิจการในช่วงเวลาที่เข้ารับการประเมิน ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลโรงงาน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
มร. โนบุฮิโกะ โคอิซูมิ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มอบรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568” ให้แก่ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของพนักงานทุกคน ตลอดจนความไว้วางใจจากชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมต้องเดินควบคู่ไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งมั่นและสานต่อการดำเนินงานผ่านกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลโรงงานต่อไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต”
บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ได้รับการยกย่องในการดำเนินงานและผลการประเมินใน ระดับดีเยี่ยม ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ การบริหารจัดการพื้นที่โรงงานและทัศนียภาพที่เรียบร้อยผ่านการให้ความสำคัญในการจัดสรรพื้นที่สีเขียว และการออกแบบระบบระบายน้ำที่แยกระหว่างน้ำฝนและน้ำเสียอย่างชัดเจน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ต่อมา มิติเศรษฐกิจ สร้างการเติบโตและมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นและชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ร้านค้าชุมชนได้เข้ามาจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ที่โรงงานจัดเตรียมไว้ เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และอาชีพ
ด้าน มิติสิ่งแวดล้อม โรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น มีการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างเป็นสัดส่วน โดยมีพื้นที่สีเขียวรวม 4,858 ตารางเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของพื้นที่โรงงานทั้งหมด และได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 (วัฒนธรรมสีเขียว) จากกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ โรงงานฯ ยังมีระบบบำบัดมลพิษที่เป็นไปตามกฎหมาย และมีการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมโดยไม่ใช้วิธีฝังกลบ (Zero Landfill) ตลอดจนส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับ มิติสังคม โรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น มีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่านโครงการเพื่อสังคม อาทิ การมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชนภายใต้โครงการ Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า รวมถึงการจ้างงานผู้พิการ เพื่อเปิดโอกาสการสร้างรายได้ ตลอดจนการเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นและ ข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม
ปิดท้ายด้วย มิติการบริหารจัดการ โรงงานฯ ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการดำเนินงาน และระบบการตรวจสอบที่ได้การรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 อีกทั้งยังได้รับ รางวัลกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ประจำปี 2568 (Zero Accident Campaign 2025) ต่อเนื่อง 6 ปี อีกด้วย
พิธีมอบธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “GREEN GOLD GROWTH for Sustainability” โดยมีโรงงานที่ได้รับ รางวัล “ธงขาวดาวเขียว” จำนวน 201 โรงงาน และรางวัล “ธงขาวดาวทอง” จำนวน 53 โรงงาน ซึ่งมีเป้าหมาย เพื่อนำนิคมอุตสาหกรรมก้าวสู่มาตรฐานสากล มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด และยกระดับโรงงานสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industries) อย่างยั่งยืน
ไฮไลต์สำคัญ: “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568”
- บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568”
- บริษัทได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
- บริษัทผ่านเกณฑ์การประเมิน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ กายภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการ
- สะท้อนความมุ่งมั่นด้านธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียว และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

























































































































