• “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ” สนามที่ 2 ระเบิดศึกนักแข่งเยาวชน ดวลความเร็วมาตรฐานระดับโลก

    1 Min Read

    “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ” สนามที่ 2 ระเบิดศึกนักแข่งเยาวชน ดวลความเร็วมาตรฐานระดับโลก

    “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ” บันไดการพัฒนาศักยภาพนักแข่งเยาวชนไทย สนามที่ 2 ดวลความเร็ว 2 เรซ ภายใต้ศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามแรก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    โดยการสร้างทักษะให้นักแข่งมีความคุ้นเคยกับรถแข่งแท้ๆ ด้วยสมรรถนะของรถแข่ง Honda NSF250R เรซแมชชีนไทป์โมโตทรี พร้อมเรียนรู้การให้ข้อมูลของรถแก่ทีมแม็คคานิกซ์ และการยืนระยะทางในการแข่งขันบนสนามแข่งมาตรฐานระดับโลก ร่วมกับนักแข่งที่มีสไตล์ที่แตกต่างกันจากหลายประเทศในเอเชีย  เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม รวมถึงนักบิดดาวรุ่งจากญี่ปุ่น ซึ่งจะเข้าร่วมชิงชัยในสนามถัดไปอีกดด้วย

    เรซแรก ดวลเกม 15 รอบ นักแข่งเยาวชนบิดชิงตำแหน่งผู้นำกันตลอดเกม โดยรอบสุดท้ายเป็น “ชินโจ” ณภัทร จาตูม หมายเลข 3 ที่บิดคว้าชัยชนะ เฉือน “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร หมายเลข 12 ที่ตามมาในอันดับที่ 2 ห่างกัน 0.039 วินาที และ “บินตัง” ปรานาตะ สุขมา นักบิดอินโดนีเซีย หมายเลข 13 ตามมาในอันดับที่ 3 ตามหลังผู้นำ 0.207 วินาที

    เรซที่สอง ยังคงดวลเกมกัน 15 รอบ โดย “โรม” วชิรวิทย์ ไม้ดัดพันธุ์ หมายเลข 17 ที่สเต็ปอัพจาก ฮอนด้า อะคาเดมี่ ระเบิดฟอร์มครั้งแรกก็สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ด้วยท็อปสปีด 210.9 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตามด้วย “ชินโจ” ณภัทร จาตูม หมายเลข 3 ในอันดับที่ 2 ตามหลัง 0.331 วินาที และอันดับที่ 3 เป็นของ “มะมาย” ปองคุณ เอี่ยมน้อย หมายเลข 6 ที่ตามหลังอันดับที่ 2 เพียง 0.002 วินาที

    ทั้งนี้ “ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ” สนามถัดไป จะแข่งขันกันระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม นี้ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #ThaiHonda #HondaThailandTalentCup #idemitsu #Sittipol #KrungsriAuto #ยำยำ #KELA #Kushitani #Arai #Bridgestone #RCB #DID #NGK #KOWA #รพ.รวมใจรักษ์ #DiosDesign #SKF #EEST #GariGari #HondaChemicals #HondaBigBike #SAT #FMSCT


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าชวนลูกค้าร่วมค้นหาความสุขและสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านปรัชญา “JOY DRIVES LIVES ความสุขขับเคลื่อนชีวิต”

    1 Min Read

    มาสด้าชวนลูกค้าร่วมค้นหาความสุขและสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านปรัชญา “JOY DRIVES LIVES ความสุขขับเคลื่อนชีวิต”

    ภายใต้ความสับสนวุ่นวายในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเกิดขึ้น หลายคนกังวลใจกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน มาสด้าเชิญชวนลูกค้าออกมาร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจและค้นหาความสุขในแบบของตนเอง เพราะมาสด้าเชื่อว่าในทุกรายละเอียดของชีวิตมีความสุขขับเคลื่อนเราเสมอ เฉกเช่นเดียวกับมาสด้าที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยปรัชญา “JOY DRIVES LIVES” หรือความสุขขับเคลื่อนชีวิต สื่อสารถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางและมีส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์ และมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์การใช้ชีวิต

    นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าเชื่อเสมอว่าความสุขคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต ​​เราจึงมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ความสุขให้กับผู้คนในทุกช่วงเวลาและพร้อมเดินทางไปด้วยกัน เพื่อค้นพบความสุขที่มากกว่าการขับขี่ในทุกเส้นทาง ให้ทุกรายละเอียดของชีวิตมีความสุขขับเคลื่อนเสมอ นั่นคือที่มาของปรัชญาใหม่ของแบรนด์ “JOY DRIVES LIVES” หรือความสุขขับเคลื่อนชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้าจะนำมาซึ่งคุณค่าและความสุข เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นหัวใจหลักในการสร้างความเชื่อมโยง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้ มาสด้าจึงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Customer Experience Management หรือการบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถมาสด้า ที่ไม่ได้มีเพียงการขับขี่ที่สนุกสนานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากแบรนด์ในทุก ๆ Touchpoint เริ่มตั้งแต่การมีปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบออนไลน์ไปจนถึงประสบการณ์ที่ได้สัมผัสจากผู้จำหน่ายในแต่ละพื้นที่

    ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าและผู้คนได้ตระหนักถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ รอบตัว ตลอดจนมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์ เพื่อถ่ายทอดหลักปรัชญาการทำงาน สร้างความรักความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า ตามแนวทางการบริหารงานที่ให้ความสำคัญกับลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง (Customer Centric) สิ่งเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดลงไปในทุกองค์ประกอบของการทำงาน เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขในการขับขี่รถยนต์” (Joy of Driving) จะนำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) และมาสด้าตั้งใจส่งมอบความสุขเหล่านี้ไปยังลูกค้าทุกคน จะดีกว่าไหมถ้าคนเราค้นพบความสุขที่อยู่ระหว่างทางโดยในบางครั้งอาจถูกมองข้ามไป ลองหยุดพักจากการรอคอยความสุขที่ยิ่งใหญ่หรือสิ่งที่หวังไว้ในอนาคต แล้วมาเติมเต็มชีวิตด้วยความสุขเล็ก ๆ ที่เราก็สร้างขึ้นเองได้ เพื่อให้ทุกวันขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มและใช้ชีวิตให้มีความหมายตามแบบฉบับของตนเอง

    ดังนั้น มาสด้าจึงถ่ายทอดเรื่องราวการดำเนินชีวิตของครอบครัวอันแสนอบอุ่น ผ่านภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง Joy Drives Lives เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนมองหาความสุขในรายละเอียดของชีวิต และต่อยอดด้วยการมุ่งเน้นความเชื่อที่ว่า ความสุข คือพลังขับเคลื่อนชีวิต มาสด้าจึงสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการขับขี่ แต่เป็นการเดินทางที่เปี่ยมไปด้วยความสุขในทุกช่วงเวลา ดังนั้น เพื่อสื่อสารแนวคิดนี้ให้ชัดเจนขึ้นจึงได้นำเสนอบทเพลง “Joy is in the details” บอกเล่าเรื่องราวจากหิ่งห้อยตัวน้อยผ่านสถานการณ์ของผู้คนต่าง ๆ หลากหลายมิติ เช่น การใช้เวลากับครอบครัวหรือคนรัก การก้าวข้ามขีดจำกัด และการนึกถึงอดีตที่น่าจดจำ เป็นต้น ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ล้วนดูธรรมดา แต่หากมองลึกลงไปในอริยาบททุกคนล้วนมีรอยยิ้มและกำลังมีความสุขในชีวิต

    “บางครั้งความสุขอาจเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่มาสด้าเชื่อว่าเราจะค้นพบด้วยตัวเองได้ เพียงลองมองลึกลงไปในรายละเอียด เราอาจพบความสุขที่อยู่ระหว่างทางที่บางครั้งอาจถูกมองข้ามไป ในช่วงที่ผ่านมา มาสด้าได้ทำการสำรวจสถิติคนไทย ผ่านแบบทดสอบ Mazda Joy Research เพื่อทำความเข้าใจความสุขในรูปแบบต่าง ๆ ตามด้วยการสร้างการรับรู้ในความหมายใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พบว่า คนไทยกว่า 2 ใน 3 จากกลุ่มตัวอย่าง มีความสุขน้อยกว่าที่คาดหวังไว้ เพราะเราสร้างเงื่อนไขการมีความสุขด้วยการผูกมัดไว้กับความคาดหวัง มาสด้าจึงได้สร้างความตระหนักถึงว่าอะไรคือความสุขที่แท้จริง และสร้างความเชื่อมโยงต่อการสื่อสารเพื่อให้เห็นรายละเอียดความสุขในชีวิต” นายภพนิพิฐ กล่าวเสริม

    สำหรับลูกค้าที่ต้องการติดตามการสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ ผ่านภาพยนตร์โฆษณาและบทเพลงอันไพเราะอันลึกซึ้งที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ JOY DRVIES LIVES ความสุขขับเคลื่อนชีวิต รวมถึงการออกไปค้นหาความสุขของคุณร่วมกับแบรนด์มาสด้า สามารถกดเข้าผ่านลิงค์ดังต่อไปนี้

    • รับชมภาพภาพยนตร์โฆษณาภายใต้สโลแกน “JOY DRIVES LIVES” ได้ตามช่องทาง
    • Mazda official YouTube – Full VDO: ภาพยนตร์โฆษณาhttps://www.youtube.com/watch?v=wYhA68ocA8g
    • Facebook: ถ่ายทอดเรื่องราวความสุขขับเคลื่อนชีวิตhttps://www.facebook.com/share/r/1EM8oLW4AR/
    • TikTok บทเพลง “Joy is in the details”

    Music : https://vt.tiktok.com/ZSkG28nHE/


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่าเสริมแกร่งนักกีฬาอีสปอร์ตปราสาทสายฟ้าต่อเนื่อง มอบรถ FAZZIO จำนวน 10 คัน

    1 Min Read

    ยามาฮ่าเสริมแกร่งนักกีฬาอีสปอร์ตปราสาทสายฟ้าต่อเนื่อง มอบรถ FAZZIO จำนวน 10 คัน

    นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร นายภาณุพล กิตติคำรณ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด นายจิรภัทร สายเพชร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด และสนับสนุนการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ นายโชติชนก ชิดชอบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต พร้อมด้วยทัพนักกีฬา Free Fire สังกัดสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ในการส่งมอบทัพรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า YAMAHA FAZZIO Hybrid  จำนวน 10 คัน รวมมูลค่า 509,000 บาท

    ทั้งนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้สนับสนุนทัพนักกีฬาบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ตมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ยังคงสร้างผลงานสุดแกร่งในระดับโลกได้รับความนิยมต่อเนื่องจากแฟนคลับชาวไทย และชาวต่างชาติ

    สำหรับการมอบรถจักรยานยนต์ YAMAHA FAZZIO จำนวน 10 คัน ในครั้งนี้มีขึ้น ณ อาคารสำนักงาน บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เมื่อเร็ว ๆ นี้

    #ยามาฮ่า #Yamaha #Fazzio #Fazzio2025 #BuriramUnitedEsports #BRUFighting #BRUFreeFire


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • จากสนามแข่งสู่อนาคต เส้นทาง Formula E ของนิสสัน กับภารกิจขับเคลื่อนอนาคตแห่งการเดินทาง

    1 Min Read

    จากสนามแข่งสู่อนาคตเส้นทาง Formula E ของนิสสัน กับภารกิจขับเคลื่อนอนาคตแห่งการเดินทาง

    การเดินทางของทีม Nissan Formula E

    Nissan เริ่มต้นเส้นทางแห่งการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในสนามแข่ง ด้วยการเข้าร่วมการแข่งขัน ABB FIA Formula E Championship อย่างเป็นทางการในฤดูกาลที่ 5 (2018/19) กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นรายแรกและรายเดียวในรายการนี้ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทีม Nissan Formula E ก็เดินหน้าพัฒนาทั้งสมรรถนะของรถและกลยุทธ์การแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยในฤดูกาลล่าสุด 2024/2025 ทีมนำโดย โอลิเวอร์ โรว์แลนด์ และนอร์แมน นาโต ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าชัยชนะมาแล้วถึง 4 สนาม และเป็นทีมเดียวที่สามารถขึ้นโพเดียมได้ในทุกสนามตั้งแต่เริ่มฤดูกาล

    ผลงานอันโดดเด่นยิ่งได้รับการตอกย้ำในสนามที่ 9 ณ Tokyo E-Prix ซึ่งเป็นสนามเหย้าของนิสสัน ทีมสามารถคว้าชัยชนะ โพเดียม และดับเบิลโพลโพซิชันได้สำเร็จ พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำคะแนนสะสมสูงสุดในทั้งสามประเภท ได้แก่ ประเภททีม นักขับ และผู้ผลิต การแข่งขัน Formula E สำหรับนิสสันจึงไม่ใช่แค่เวทีโชว์สมรรถนะ แต่คือ “สนามทดสอบอนาคต” ที่สะท้อนจิตวิญญาณ “Dare to do what others don’t” กล้าที่จะคิดต่างและลงมือทำเพื่อผลักดันนวัตกรรม ทั้งในด้านเทคโนโลยี มอเตอร์สปอร์ต และการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แผนวิสัยทัศน์ระยะยาว Nissan Ambition 2030 โดยนิสสันยังเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ประกาศเข้าร่วมการแข่งขันในยุค GEN4 อย่างเป็นทางการจนถึงปี 2030 ตอกย้ำบทบาทผู้นำในโลกของ EV และระบบขับเคลื่อน e-POWER อย่างแท้จริง

    Formula E: ห้องทดลองของนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
    การแข่งขัน Formula E คือสนามทดลองที่ท้าทายและไร้ข้อจำกัดที่สุดสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า Nissan ใช้เวทีนี้ในการทดสอบขีดความสามารถของระบบมอเตอร์ การจัดการพลังงาน และการควบคุมความร้อนในระดับที่ไม่สามารถทำได้ในการใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุค ของรถแข่ง รุ่นที่ 3 (GEN3) ที่ทุกทีมใช้แบตเตอรี่ร่วมกัน การบริหารพลังงานอย่างแม่นยำจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินชัยชนะ ซึ่งนิสสันมีจุดแข็งจากประสบการณ์ด้านขุมพลังแบบไฟฟ้ามายาวนาน ผสานกับข้อมูลจากการใช้งานจริงของผู้ใช้ Nissan LEAF ทั่วโลกที่รวมระยะทางกว่า 16 พันล้านกิโลเมตร ซึ่งถูกนำมาใช้ในการออกแบบและพัฒนารถแข่งของทีม

    ในทางกลับกัน ข้อมูลจากสนามแข่ง ทั้งในด้านประสิทธิภาพของระบบฟื้นฟูพลังงานจากการเบรก หรือ regenerative braking การตอบสนองของมอเตอร์ และการกระจายแรงเบรก จะถูกส่งต่อไปยังทีมวิศวกรรมเพื่อพัฒนานวัตกรรมในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ และ e-POWER ขณะเดียวกันนิสสัน ยังได้ลงทุนสร้างสำนักงานใหญ่ใหม่ของทีม Formula E ทางตอนใต้ของกรุงปารีส พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร ซึ่งช่วยยกระดับการวิจัยและพัฒนาตลอดทั้งกระบวนการ จากสนามแข่งสู่ท้องถนนอย่างแท้จริง

     

    ข้อมูลคือหัวใจของความก้าวหน้า
    ในโลกที่ข้อมูลคือขุมพลัง และทุกการตัดสินใจต้องอิงจากข้อมูลที่แม่นยำ ทีม Nissan Formula E จึงได้นำระบบ real-time telemetry มาใช้เพื่อวิเคราะห์รายละเอียดการแข่งขันในทุกๆ สนาม ซึ่งเปรียบเสมือน “สายตาและสติปัญญา” ของทั้งทีมวิศวกรรมและนักแข่ง ที่สามารถส่งข้อมูลจากตัวรถแข่งมากกว่า 1,000 จุดต่อรอบสู่ศูนย์ควบคุมได้แบบเรียลไทม์ โดยข้อมูลเหล่านี้ครอบคลุมทั้งอุณหภูมิแบตเตอรี่ อัตราการใช้พลังงาน ระบบ regenerative braking การกระจายแรงเบรก น้ำหนักที่ถ่ายสู่ในแต่ละล้อ ไปจนถึงการตอบสนองของช่วงล่างและยางในแต่ละจังหวะของสนาม

     

    สิ่งที่ทำให้ระบบ telemetry ของ Formula E มีความพิเศษคือ ความละเอียดและความรวดเร็วในการประมวลผล ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถ “มองเห็น” ทุกการตอบสนองของรถได้ในขณะที่นักแข่งยังอยู่บนแทร็ค ไม่ว่าจะเป็นการปรับกลยุทธ์ระหว่างรอบ การ fine-tune พลังงานแบบเสี้ยววินาที ไปจนถึงการตัดสินใจเรื่องการใช้ Attack Mode หรือพลังงานสำรอง โดยทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดของพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัดในแต่ละสนาม

    Cristina Mañas Fernández หัวหน้าฝ่าย Performance and Simulation ของทีม Nissan Formula E อธิบายว่า “การที่เรามีระบบ telemetry ที่แม่นยำ ช่วยให้วิศวกรสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องยนต์กับฟีดแบคจากนักแข่งได้ทันที ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจว่า รถควรถูกปรับค่าการขับขี่อย่างไรในรอบถัดไป เพื่อดึงสมรรถนะให้ถึงขีดสูงสุดโดยไม่สูญเสียความสมดุล

     

    จากสนามแข่งสู่ศูนย์การวิจัยและพัฒนา

    การร่วมแข่งขันใน Formula E ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทดสอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างทีมมอเตอร์สปอร์ตและศูนย์วิจัยและพัฒนาของนิสสันในญี่ปุ่นอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในยุคยานยนต์ที่ 3 (GEN3) ที่ Nissan ได้เข้าควบคุมทีมแข่ง Formula E อย่างเต็มตัว และแต่งตั้งทาดาชิ นิชิคาวะ (Tadashi Nishikawa) วิศวกรผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปีจากฝั่งยานยนต์ ขึ้นเป็น Chief Powertrain Engineer เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างสองโลกเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ

     

    หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของกระบวนการนี้คือการพัฒนา ระบบขับเคลื่อน Nissan e-4ORCE 05 ที่ต่อยอดจากเทคโนโลยี e-4ORCE ในรถยนต์รุ่นเรือธงของแบรนด์ โดยถูกออกแบบให้มีความสามารถในการจัดการแรงบิดและพลังงานได้อย่างแม่นยำ รองรับการแข่งขันที่ต้องอาศัยความสมดุลและความเร็วในระดับสูง ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทีมนิสสันมีคะแนนขึ้นนำทั้งสามประเภทในฤดูกาลล่าสุด และตอกย้ำว่าเทคโนโลยีจากสนามแข่งสามารถต่อยอดสู่อนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนได้อย่างแท้จริง

     

    Formula E กับบทพิสูจน์วิสัยทัศน์ Ambition 2030 ของนิสสัน

    การเข้าร่วมการแข่งขัน Formula E คือหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่นิสสันใช้ในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Ambition 2030 ให้เป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์นี้มุ่งสร้างโลกที่ปลอดมลพิษ ปลอดอุบัติเหตุ และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างทั่วถึง ไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยี แต่รวมถึงการปรับโครงสร้างความคิดและระบบนิเวศยานยนต์ทั้งระบบ

    ภายใต้แรงกดดันและสภาพแวดล้อมสุดท้าทาย นิสสันมุ่งมั่นที่จะใช้เวทีนี้ในการพัฒนาโซลูชันที่สามารถต่อยอดสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ โดยตั้งเป้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า และ e-POWER ทั่วโลกรวมกว่า 20 รุ่นภายในปีงบประมาณ 2569 และตั้งยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วโลกราว 50% ภายในปี 2573

     

    นิสสันยังต้องการวางรากฐานสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยี แบตเตอรี่แบบ All-Solid State (ASSB) ซึ่งจะเริ่มนำมาใช้จริงภายในปีงบประมาณ 2571 และจะเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม EV โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่อย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ที่การใช้ EV ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ประหยัด คุ้มค่า และใช้งานง่าย

     

    เส้นทาง Formula E ของนิสสันจึงไม่ได้สะท้อนแค่ชัยชนะในสนามแข่ง แต่คือ ตัวเร่งการเชื่อมต่อของระบบ หรือ system accelerator ที่เชื่อมต่อระหว่าง “สนามแข่ง – ห้องวิจัย – สายการผลิต – และสังคม” ที่เดินหน้าด้วยจิตวิญญาณของ “Dare to do what others don’t” ความกล้าท้าทายกรอบเดิม ๆ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างมีเป้าหมาย ทุกการแข่งขันจึงไม่ใช่เพียงจุดหมาย แต่คือก้าวย่างที่ตอกย้ำว่านิสสันพร้อมจะนำพาอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่อนาคตที่ฉลาด สะอาด และยั่งยืนกว่าที่เคย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • MG Primus ตอกย้ำความสำเร็จผู้นำตลาดรถไฟฟ้า ส่งมอบ MG IM6 ลูกค้าล็อตแรกในไทย

    1 Min Read

    MG Primus ตอกย้ำความสำเร็จผู้นำตลาดรถไฟฟ้า ส่งมอบ MG IM6 ลูกค้าล็อตแรกในไทย

    MG Primus ตอกย้ำความสำเร็จผู้นำตลาดรถไฟฟ้า จัดงานหรู “FIRST MOVE – START OF HAPPINESS “ ส่งมอบรถ MG IM6 ยนตรกรรม SUV ไฟฟ้า สุดพรีเมี่ยมให้แก่ลูกค้าล็อตแรกในไทย

    จิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เบส ออโต้เซลส์ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า MG Primus ได้จัดงานส่งมอบรถยนต์ MG IM6 ล็อตแรก ให้แก่ลูกค้าที่ชื่นชอบรถ SUV คูเป้ ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยม ภายใต้ชื่องาน “FIRST MOVE – START OF HAPPINESS” ที่ MG Primus สาขาเพชรเกษม 65

    ทั้งนี้ เพื่อร่วมแสดงความยินดีและขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่น มอบความไว้วางใจในการเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ MG IM6 กับทาง MG Primus ในช่วงงาน Motor Show 2025 เมืองทองธานี พร้อมตอกย้ำความสำเร็จของ MG Primus ที่คว้าอันดับ 1 ยอดจองรถไฟฟ้าสูงสุด

    ที่สำคัญ นโยบายหลักของ “Primus Group” มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกมิติของการบริการ และทุกแบรนด์รถยนต์ในเครือของเรา ซึ่งการจัดงานในวันนี้ นับเป็นอีกหนึ่งในการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษและความประทับใจให้แก่ลูกค้าที่ก้าวสู่ครอบครัว MG Primus ทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง MG Primus และลูกค้า เพื่อการดูแลในทุกบริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

    “ซื้อรถอะไร ไม่สำคัญเท่าซื้อกับใคร เพราะเราเชื่อว่า การซื้อรถ 1 คัน ไม่ใช่ดูเรื่องโปรโมชั่นแคมเปญเท่านั้น หากต้องดูในเรื่องการให้บริการและการดูแลเอาใจใส่ของดีลเลอร์แต่ละแห่ง เพราะเราต้องใช้รถเป็นเวลาหลายปี ดังนั้น การส่งมอบรถในวันนี้ จึงเป็นการแสดงความตั้งใจจริงของ MG Primus ที่จะส่งมอบ

    ประสบการณ์ที่ดีในการใช้รถ ความประทับใจในการดูแลลูกค้าด้านการขายและบริการหลังการขายของทีมงานเรา รวมทั้งการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นสำหรับลูกค้าในอนาคต เพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ใหม่ ตามคำขวัญ คือ “เรื่องรถ ให้ไพรม์มัสดูแล”

    นอกจากนี้ ได้มีการจัดกิจกรรมพิเศษ IM6 in Depth โดยได้รับเกียรติ “กิตติพัฒน์ สุนทรสัจบูลย์” ผู้จัดการอาวุโส แผนก Business Management & Sales Training บริษัท เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ ร่วมนำเสนอข้อมูลและวิธีการใช้งาน MG IM6 แบบเจาะลึก เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

    “มาโนช เพียรพิชยพงศ์” ลูกค้า MG IM6

    “ผมได้ทดลองขับรถ MG IM6 ในงาน Motor Show แล้ว รู้สึกประทับใจในสมรรถนะ โดยเฉพาะช่วงล่างที่เกาะถนน และให้ความนุ่มนวลเหมือนกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และที่สำคัญ คือ การรับประกันตลอดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ชุดมอเตอร์และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ทำให้เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานมากยิ่งขึ้น และการที่เลือกซื้อกับทาง MG Primus ที่สาขาเพชรเกษม แม้จะไกลจากบ้านที่อยู่ย่านมีนบุรี แต่ด้วยพนักงานขายดูแลเป็นอย่างดี และผมเป็นลูกค้าของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เคยใช้บริการที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” สาขาเลียบด่วน รู้สึกประทับใจ และมั่นใจในเรื่องการบริการและการดูแลลูกค้าของกลุ่ม Primus Group ทำให้ผมตัดสินใจเลือก MG IM6 จากที่นี่”

     “ครอบครัวบุญสิริสกุล” ลูกค้า MG IM6

    “ปัจจุบันโลกมีการพัฒนาและกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจึงต้องปรับเปลี่ยนตามโลก ด้วยการหันมาใช้รถยนต์ที่มีเทคโนโลยีไฮเทค อย่างรถพลังงานไฟฟ้า แทนการใช้รถน้ำมัน ผนวกกับ IM6 มีรูปลักษณ์สวยงาม ทันสมัย ถูกใจเรามาก หลังจากทดลองขับแล้ว ชอบเรื่องสมรรถนะ ความปลอดภัยกับการใช้งานที่ง่าย ทั้งราคาจับต้องได้ ประกอบกับบริษัทในกลุ่มไพรม์มัสมีความมั่นคง เราจึงเชื่อมั่นและเลือกซื้อ MG IM6 กับทาง MG Primus


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Honda Marine ร่วมขบวนบุญ พายเรือเพื่อน้อง ระดมทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษทองผาภูมิ

    1 Min Read

    Honda Marine ร่วมขบวนบุญ พายเรือเพื่อน้อง ระดมทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษทองผาภูมิ

    Honda Marine ร่วมขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม จับมือเพจ ‘อีจัน’ จัดกิจกรรมพายเรือคายัค Honda Jonny Boat โดยรายได้จากค่าร่วมทริป 990 บาทต่อคน ได้ถูกรวบรวมและสมทบยอดบริจาค รวมเป็นจำนวนกว่า 1.5 ล้านบาท เพื่อมอบให้ “โรงเรียนเด็กพิเศษทองผาภูมิ” จังหวัดกาญจนบุรี สำหรับใช้ในการสร้างอาคารเรียน จัดหาสื่อการเรียนรู้ และสนับสนุนการดูแลเฉพาะทางสำหรับเด็กพิเศษในพื้นที่ห่างไกล

    การสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจของ ไทยฮอนด้า และ Honda Marine ที่มุ่งส่งเสริมโอกาสและคุณภาพชีวิตให้แก่เยาวชนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งขาดแคลนการเข้าถึงระบบการศึกษาและการดูแลด้านพัฒนาการอย่างเหมาะสม ซึ่งไทยฮอนด้าเชื่อว่ายานพาหนะไม่เพียงแต่พาผู้คนไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่ยังสามารถเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงชีวิต โดยเฉพาะกับเด็กพิเศษที่ต้องการการดูแลและการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ การสนับสนุนโครงการนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจขององค์กรในการใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ เพื่อพาโอกาสไปถึงพื้นที่ที่โอกาสเข้าไม่ถึงอีกด้วย

    ไทยฮอนด้า ขอชวนทุกคนมาร่วมสร้างโอกาสให้เด็กพิเศษ ผ่านการสร้างศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดกาญจนบุรี หน่วยบริการทองผาภูมิ ที่อำเภอทองผาภูมิ และพื้นที่ 3 อำเภอใกล้เคียง สามารถดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ โอกาสไม่ได้รอใคร แต่เราสร้างมันได้ เพื่อเด็กพิเศษ » อีจัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GAC AION ประกาศเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง “AION UT” ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน 

    1 Min Read

    GAC AION ประกาศเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง “AION UT” ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน  เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่และเปิดบทใหม่ของวงการยานยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทย

    พบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ของ AION UT รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจาก GAC Group บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลก โดย AION UT ถือเป็นแบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำจากประเทศจีน ภายใต้แนวคิดLet’s Play” ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ผู้รักอิสระ ชอบความสนุก และมองหานวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อยกระดับทุกการเดินทาง

    AION UT มาพร้อมดีไซน์ Futuristic Minimalism แรงบันดาลใจจากเมืองมิลาน ผสานศิลปะเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมกำหนดมาตรฐานใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมเสริมด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัจฉริยะ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ระดับ L2 และฟังก์ชันความปลอดภัยที่ครบครัน อีกทั้งยังรองรับการชาร์จเร็วจาก 30%-80% ในเวลาเพียง 24 นาทีและวิ่งได้ไกลถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)

    AION UT เป็นตัวแทนของความทันสมัยและเทคโนโลยี ในงาน Bangkok Motor Show ปีนี้ เราสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ ติดอันดับที่ 2 ในหมวดแบรนด์พลังงานใหม่ และอันดับที่ 3 ในบรรดาแบรนด์รถยนต์ทั้งหมด ด้วยยอดสั่งจอง AION UT ถึง 4,568 คัน!

    การเปิดตัว AION UT ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ One GAC 2.0 ของเรา ซึ่งเราได้ขับเคลื่อนโครงการในประเทศไทยในทุกด้านไม่ว่าจะเป็น ทั้งผลิตภัณฑ์ การผลิต ช่องทางจำหน่าย บริการ และระบบพลังงาน & โมบิลิตี้ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีกว่า

    ในด้านผลิตภัณฑ์ AION UT เป็นโมเดลกลยุทธ์ระดับโลกใหม่ของ GAC ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกของโลกในประเทศไทย และจะมีผลิตภัณฑ์ระดับโลกเพิ่มเติมในอนาคต เรามอบคุณค่าหลัก 3 ประการ คือ
    เทคโนโลยี: คุณค่าผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่า เพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า
    การเพลิดเพลินในไลฟ์สไตล์: มีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
    คุณภาพระดับชั้นยอด: เรานำมาซึ่งคุณค่าที่ยั่งยืนเกินความคาดหมาย

    ในด้านการผลิต เราจะเปิดตัวโมเดลดาวรุ่ง 2-3 รุ่นต่อปี ทั้ง EV และ Hybrid พร้อมส่งเสริมการผลิตในท้องถิ่น โดยร่วมมือกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่น อัตราการใช้ชิ้นส่วนท้องถิ่นปัจจุบันอยู่ที่ 51% และจะเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้

    ในด้านช่องทางจำหน่าย ภายในปี 2025 เราจะจัดตั้งตัวแทนจำหน่ายมาตรฐาน ONE GAC จำนวน 80 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมตลาดสำคัญทั้งหมด เรากำลังเร่งการนำมาตรฐานการขายและบริการระดับโลก (GSSW) มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัวแทนจำหน่ายและคุณภาพการบริการ

    ในด้านบริการ ในปีนี้จะมีการสร้างศูนย์บริการพรีเมียมมาตรฐาน 5 ดาวจำนวน 50 แห่ง พร้อมอะไหล่ในสต็อกท้องถิ่นกว่า 6,000 รายการ (มีพร้อมใช้ 90% สำหรับกรณีเร่งด่วน) บริการจัดส่งภายใน 24 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 2 วันสำหรับต่างจังหวัด มีช่างเทคนิคที่ได้รับการรับรองกว่า 300 คน พร้อมสนับสนุนศูนย์บริการแบตเตอรี่แห่งแรกของ GAC ซึ่งเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถซ่อมแซมชุดแบตเตอรี่ โมดูล และเซลล์ในทุกระดับได้

    ในด้านระบบพลังงานและโมบิลิตี้ GAC เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายเดียวจากจีนที่มีระบบนิเวศพลังงานครบวงจรในต่างประเทศ โดยดำเนินการสถานีชาร์จ 58 แห่งแล้ว ผ่านแผน “ร้อยเมือง พันเครื่องชาร์จ” และ “ร้อยร้านพลังงานแสงอาทิตย์” ร่วมกับพาร์ทเนอร์และเรายังสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้าน EV อีกด้วย

    AION UT คือนิยามใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อคนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นทันสมัย ภายใต้แนวคิด “Futuristic Minimalism” ซึ่งผสานระหว่างความล้ำยุคและความเรียบง่ายอย่างลงตัว ไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่คมชัด พร้อมเส้นสายของตัวรถที่เฉียบคม ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    โดย AION UT มาพร้อม 4 จุดเด่น ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ของวงการยานยนต์ไฟฟ้าดังนี้

    จุดเด่นที่ 1 : UTmost Design

    Milan Design Aesthetics

    แรงบันดาลใจจากเมืองมิลาน ผสานศิลปะเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เปลี่ยนทุกการเดินทางให้มีสไตล์เหนือระดับ พร้อมกำหนดมาตรฐานใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยม

    Winky Headlight

    แรงบันดาลใจจากดวงตาที่เปล่งประกายและสง่างาม เส้นสายที่โค้งไหลลื่นสะท้อนความล้ำสมัย เสมือนดวงตาที่มีชีวิต มอบเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความมีชีวิตชีวาให้กับทุกเส้นทาง

    Matrix Cube Light

    ไฟเลี้ยวหน้าและไฟท้ายทรงคิวบิก โชว์ดีไซน์ที่ผสานเทคโนโลยีกับแฟชั่นได้อย่างลงตัว โดดเด่นสะกดทุกสายตา

    จุดเด่นที่ 2 : UTmost Comfort

    Playground Cabin Comfort Space

    ห้องโดยสารแถวหลังมีพื้นที่กว้างถึง 1,385 มม. พร้อมพื้นที่วางขาที่สะดวกสบายมากขึ้นถึง 905 มม.รองรับผู้โดยสาร 3 คนได้สบายๆ กว้างขวางเกินคาดหมาย

    Transformable Seat

    สนุกกับการปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องโดยสารทั้งแถวหน้าและแถวหลังได้ตามความต้องการ หรือเลือกเปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นเตียงขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ผสานความสนุกสนานเข้ากับประโยชน์ใช้สอยสูงสุด

    Butterfly-shaped Seat

    สัมผัสประสบการณ์ความสบายด้วยเบาะรูปทรงผีเสื้อ โอบรับทุกสัมผัสได้อย่างนุ่มนวล อ่อนโยน ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย

    จุดเด่นที่ 3 : UTmost Tech

    L2 Intelligent Driving

    ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

    • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
    • เซนเซอร์กะระยะ ด้านหน้า 4 จุด / ด้านหลัง 4 จุด
    • ระบบ AUTOHOLD
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)
    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD)
    • ระบบเตือนการเปิดประตู (DOW)
    • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหลังเข้าใกล้ (RAW)
    • ปิดเครื่องและปลดล็อคด้วยสัมผัสเดียวหลังจากการชน
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (ACC with Stop & Go)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ (ICA)
    • ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (FCW)
    • ระบบเตือนการชนด้านหลัง (RCW)
    • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA)
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน (ELKA)

    Voice Control

    ระบบสั่งการด้วยเสียง รองรับ 2 ภาษา (ไทย / อังกฤษ) รับคำสั่งได้ทั้งจากผู้โดยสารแถวหน้าและแถวหลัง เพื่อความสะดวกสูงสุด

    จุดเด่นที่ 4 : UTmost Safety

    Global Safety Standard

    ออกแบบตัวถังให้มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ด้วยโครงสร้างเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง คิดเป็น 71% ของตัวถัง พร้อมหลังคาที่สามารถรองรับแรงกดได้ถึง 7 ตัน

    Magazine Battery 2.0

    แบตเตอรี่ล้ำสมัยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ทนทานต่อการบิดตัว 180 องศา โดยไม่เกิดประกายไฟหรือความร้อนสะสม

    Long Driving Range

    AION UT ขับสบาย เดินทางระยะไกลไร้กังวล พัทยา-โคราช ไป-กลับได้แบบไม่ต้องชาร์จระหว่างทาง มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ดังนี้

    • AION UT Standard ระยะทางวิ่งสูงสุด 420 กม. มาพร้อม Magazine Battery 2.0 ขนาด 26 kWh
    • AION UT Premium ระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กม. มาพร้อม Magazine Battery 2.0 ขนาด 00 kWh

    Fast Charge

    รองรับการชาร์จเร็วจาก 30%-80% ในเวลาเพียง 24 นาที

    ภายในห้องโดยสารของ AION UT ได้รับการออกแบบอย่างประณีต เพื่อตอบสนองทั้งด้านความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ครบครัน โดยมาพร้อมแผงหน้าปัดแบบ Full Digital ขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมหน้าจอ Infotainment ขนาด 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมระบบระบายอากาศ และฟังก์ชันปรับไฟฟ้า และระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (ในรุ่น Premium) เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของผู้ขับและผู้โดยสาร


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าชวนลูกค้าร่วมค้นหาความสุขและสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านปรัชญา “JOY DRIVES LIVES ความสุขขับเคลื่อนชีวิต”

    1 Min Read

    มาสด้าชวนลูกค้าร่วมค้นหาความสุขและสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านปรัชญา “JOY DRIVES LIVES ความสุขขับเคลื่อนชีวิต”

    ภายใต้ความสับสนวุ่นวายในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเกิดขึ้น หลายคนกังวลใจกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน มาสด้าเชิญชวนลูกค้าออกมาร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจและค้นหาความสุขในแบบของตนเอง เพราะมาสด้าเชื่อว่าในทุกรายละเอียดของชีวิตมีความสุขขับเคลื่อนเราเสมอ เฉกเช่นเดียวกับมาสด้าที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยปรัชญา “JOY DRIVES LIVES” หรือความสุขขับเคลื่อนชีวิต สื่อสารถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางและมีส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์ และมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์การใช้ชีวิต

    นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าเชื่อเสมอว่าความสุขคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต ​​เราจึงมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ความสุขให้กับผู้คนในทุกช่วงเวลาและพร้อมเดินทางไปด้วยกัน เพื่อค้นพบความสุขที่มากกว่าการขับขี่ในทุกเส้นทาง ให้ทุกรายละเอียดของชีวิตมีความสุขขับเคลื่อนเสมอ นั่นคือที่มาของปรัชญาใหม่ของแบรนด์ “JOY DRIVES LIVES” หรือความสุขขับเคลื่อนชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้าจะนำมาซึ่งคุณค่าและความสุข เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นหัวใจหลักในการสร้างความเชื่อมโยง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้ มาสด้าจึงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Customer Experience Management หรือการบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถมาสด้า ที่ไม่ได้มีเพียงการขับขี่ที่สนุกสนานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากแบรนด์ในทุก ๆ Touchpoint เริ่มตั้งแต่การมีปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบออนไลน์ไปจนถึงประสบการณ์ที่ได้สัมผัสจากผู้จำหน่ายในแต่ละพื้นที่

    ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าและผู้คนได้ตระหนักถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ รอบตัว ตลอดจนมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์ เพื่อถ่ายทอดหลักปรัชญาการทำงาน สร้างความรักความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า ตามแนวทางการบริหารงานที่ให้ความสำคัญกับลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง (Customer Centric) สิ่งเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดลงไปในทุกองค์ประกอบของการทำงาน เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขในการขับขี่รถยนต์” (Joy of Driving) จะนำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) และมาสด้าตั้งใจส่งมอบความสุขเหล่านี้ไปยังลูกค้าทุกคน จะดีกว่าไหมถ้าคนเราค้นพบความสุขที่อยู่ระหว่างทางโดยในบางครั้งอาจถูกมองข้ามไป ลองหยุดพักจากการรอคอยความสุขที่ยิ่งใหญ่หรือสิ่งที่หวังไว้ในอนาคต แล้วมาเติมเต็มชีวิตด้วยความสุขเล็ก ๆ ที่เราก็สร้างขึ้นเองได้ เพื่อให้ทุกวันขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มและใช้ชีวิตให้มีความหมายตามแบบฉบับของตนเอง

    ดังนั้น มาสด้าจึงถ่ายทอดเรื่องราวการดำเนินชีวิตของครอบครัวอันแสนอบอุ่น ผ่านภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง Joy Drives Lives เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนมองหาความสุขในรายละเอียดของชีวิต และต่อยอดด้วยการมุ่งเน้นความเชื่อที่ว่า ความสุข คือพลังขับเคลื่อนชีวิต มาสด้าจึงสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการขับขี่ แต่เป็นการเดินทางที่เปี่ยมไปด้วยความสุขในทุกช่วงเวลา ดังนั้น เพื่อสื่อสารแนวคิดนี้ให้ชัดเจนขึ้นจึงได้นำเสนอบทเพลง “Joy is in the details” บอกเล่าเรื่องราวจากหิ่งห้อยตัวน้อยผ่านสถานการณ์ของผู้คนต่าง ๆ หลากหลายมิติ เช่น การใช้เวลากับครอบครัวหรือคนรัก การก้าวข้ามขีดจำกัด และการนึกถึงอดีตที่น่าจดจำ เป็นต้น ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ล้วนดูธรรมดา แต่หากมองลึกลงไปในอริยาบททุกคนล้วนมีรอยยิ้มและกำลังมีความสุขในชีวิต

    “บางครั้งความสุขอาจเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่มาสด้าเชื่อว่าเราจะค้นพบด้วยตัวเองได้ เพียงลองมองลึกลงไปในรายละเอียด เราอาจพบความสุขที่อยู่ระหว่างทางที่บางครั้งอาจถูกมองข้ามไป ในช่วงที่ผ่านมา มาสด้าได้ทำการสำรวจสถิติคนไทย ผ่านแบบทดสอบ Mazda Joy Research เพื่อทำความเข้าใจความสุขในรูปแบบต่าง ๆ ตามด้วยการสร้างการรับรู้ในความหมายใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พบว่า คนไทยกว่า 2 ใน 3 จากกลุ่มตัวอย่าง มีความสุขน้อยกว่าที่คาดหวังไว้ เพราะเราสร้างเงื่อนไขการมีความสุขด้วยการผูกมัดไว้กับความคาดหวัง มาสด้าจึงได้สร้างความตระหนักถึงว่าอะไรคือความสุขที่แท้จริง และสร้างความเชื่อมโยงต่อการสื่อสารเพื่อให้เห็นรายละเอียดความสุขในชีวิต” นายภพนิพิฐ กล่าวเสริม

    สำหรับลูกค้าที่ต้องการติดตามการสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ ผ่านภาพยนตร์โฆษณาและบทเพลงอันไพเราะอันลึกซึ้งที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ JOY DRVIES LIVES ความสุขขับเคลื่อนชีวิต รวมถึงการออกไปค้นหาความสุขของคุณร่วมกับแบรนด์มาสด้า สามารถกดเข้าผ่านลิงค์ดังต่อไปนี้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ขับเคลื่อนความสุขครั้งใหม่ไปกับ TOYOTA ALIVE และพบความน่ารักเกินต้านของ “น้อง HEARTY” มาสคอตน้องใหม่ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ความสุขอีกมากมาย

    2 Min Read

    ขับเคลื่อนความสุขครั้งใหม่ไปกับ TOYOTA ALIVE และพบความน่ารักเกินต้านของ “น้อง HEARTY” มาสคอตน้องใหม่  พร้อมส่งมอบประสบการณ์ความสุขอีกมากมาย  

    TOYOTA ALIVE ศูนย์รวมประสบการณ์ไลฟ์สไตล์และศูนย์ทดสอบรถยนต์ของโตโยต้า พร้อมขับเคลื่อนความสุขครั้งใหม่ กับการแนะนำกิจกรรมทดลองขับสุด EXCLUSIVE ภายใต้ชื่อ กิจกรรม “Confident Tuesday อังคารมั่นใจกับ Toyota Safety Sense” และ กิจกรรม “Adventurous Wednesday พุธสุดมันส์ กับโตโยต้า 4 x 4” ในทุกวันอังคารและพุธ ตลอดปี 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาสัมผัสเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการของโตโยต้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ให้เต็มอิ่มกับข้อมูลรถโตโยต้า ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์ขับขี่ที่คุณพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง

             นอกจากนี้ ขอเชิญทุกท่านต้อนรับความสดใสเต็มพิกัดของมาสคอตสมาชิกใหม่ของ TOYOTA ALIVE “น้อง HEARTY ออกแบบมาในรูปหัวใจพร้อมคาแรคเตอร์กระฉับกระเฉง สื่อถึงโตโยต้าที่พร้อมดูแลลูกค้าทุกเจนด้วยใจบริการ มาพร้อม เพลง I Feel Alive ทีมีเนื้อหา ท่วงทำนองน่ารัก กับความหมายดีๆ ภายใต้กิจกรรม LET’s DRIVE WITH HEARTY ในวันที่ 22 มิถุนายน 2568TOYOTA ALIVE ถนนบางนา-ตราด กม.3 พร้อมเชิญชวนร่วมสนุกกับ TIKTOK CHALLENGE ลุ้นรับรางวัลกับท่าเต้นประจำตัว และเพลง I Feel Alive ของ HEARTY

    TOYOTA ALIVE คือ Lifestyle Community หรือ ศูนย์รวมประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ และศูนย์ทดสอบรถยนต์ของโตโยต้า ที่พร้อมเชื่อมโยงและใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการแบบครบวงจร เปิดให้ลูกค้าได้เข้ามาใช้บริการอย่างใกล้ชิดภายใต้ แนวคิด Closer to Customer” บนพื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร พร้อมสนามทดสอบรถมาตรฐาน รวมทั้งสิ้นกว่า 48,000 ตารางเมตร โดยพื้นที่กิจกรรมเปิดบริการในทุกวันตั้งแต่ 08:30 – 18:00 น. และ TOGETA CAFÉ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 07:30 – 18:00 น.

     

     

    ขับเคลื่อนความสุขครั้งใหม่ กับ TOYOTA ALIVE พบกิจกรรมใหม่

    ทั้งคอร์สทดลองขับรถพิเศษ และมาสคอตสุดน่ารัก “น้อง HEARTY”

     

    คอร์สทดลองขับรถโตโยต้าพิเศษ กับกิจกรรม “Confident Tuesday อังคารมั่นใจกับ Toyota Safety Sense” และ “Adventurous Wednesday พุธสุดมันส์ กับโตโยต้า 4×4”

    โดย INSTRUCTOR มืออาชีพ ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ พร้อมเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสสมรรถนะรถยนต์โตโยต้า ในวันอังคารและพุธ เวลา 9:30-11:30น. ตลอดปี 2568 ตั้งแต่เดือนกรกฏาคมนี้เป็นต้นไป

    • Confident Tuesday อังคารมั่นใจกับ Toyota Safety Sense

    เปิดคอร์สพิเศษรับเพียง 20 ท่านต่อรอบ  

    ให้ข้อมูลระบบ Toyota Safety Sense เชิงลึก พร้อมทำความรู้จักรถยนต์โตโยต้าไฮบริดหลายรุ่น เต็มเวลากับการพูดคุยตอบทุกคำถาม มอบประสบการณ์การขับขี่จากการจำลองสถานการณ์จริง ที่คุณอาจพบเจอ พร้อมลองทดสอบฟังก์ชันการใช้งานจริง ให้คุณได้มั่นใจที่สุดกับทุกการใช้งานด้วยตัวคุณเอง

    • Adventurous Wednesday พุธสุดมันส์ กับโตโยต้า 4 x 4

    เปิดคอร์สพิเศษรับเพียง 10 ท่านต่อรอบ  

    พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้ทุกฟังก์ชันการใช้งานระบบขับเคลื่อนสี่ล้อย่างเต็มอิ่ม พิสูจน์ระบบส่งกำลัง 4 x 4 ในรถสมรรถนะเยี่ยมอย่าง FORTUNER และรถกระยะยอดนิยมสุดแกร่ง อย่าง HILUX REVO ทั้งบนถนนในรูปแบบ ON ROAD และสุดมันไปกับการทดสอบจริงในสนาม OFF ROAD ที่พร้อมมอบประสบการณ์จริงในการใช้ระบบ 4 x 4 ให้คุณอย่างเต็มรูปแบบ

    สามารถดูตารางการจัดกิจกรรม และลงทะเบียนจองกิจกรรมทดลองขับได้แล้ววันนี้

    แนะนำมาสคอตสุดน่ารัก “น้อง HEARTY กับเพลง I feel Alive  

    พร้อมเชิญชวน ร่วมสนุกกับกิจกรรม TikTok Challenge

    พบความน่ารัก สดใสเต็มพิกัด ของ “น้อง HEARTY” มาสคอตน้องใหม่ ออกแบบมาในรูปหัวใจพร้อมคาแรคเตอร์กระฉับกระเฉง สื่อถึงโตโยต้าที่พร้อมดูแลลูกค้าทุกเจนเด้วยใจบริการ ที่ TOYOTA ALIVE ออกแบบผ่านคอนเซปต์ ดังนี้

    1. หัวใจแห่งแรงบันดาลใจ น้อง HEARTY ได้รับการอออกแบบมาเป็นรูปหัวใจ สื่อถึงตัวแทนของ TOYOTA ALIVE ที่มีใจบริการ พร้อมตอบรับทุกแรงบันดาลใจของทุกคนที่เข้ามา TOYOTA ALIVE สถานที่ที่เปิดรับความท้าทายและสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อสร้างพลังบวกให้กับทุกการเดินทางของคุณ
    2. หัวใจที่เปิดกว้าง TOYOTA ALIVE บ้านของ HEARTY เป็นพื้นที่กว้างขวาง เชื่อมโยงทุกเจเนอเรชัน ทั้งครอบครัวและคนรุ่นใหม่ พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยกิจกรรมความสนุกหลากหลายรูปแบบ และบริการรถทดลองขับที่ครบครันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
    3. หัวใจที่พร้อมบริการ ที่ TOYOTA ALIVE คุณจะได้รับบริการด้วยใจจากทีมงานมืออาชีพและน้อง HEARTY ที่คอยต้อนรับและเติมเต็มประสบการณ์ให้คุณประทับใจในทุกครั้งที่มาเยือน

     

     

    นอกจากนี้ น้อง HEARTY ยังมาพร้อมเพลงประจำตัว ในชื่อ I feel Alive ที่มีเนื้อร้องสื่อความหมายดีๆ พร้อมท่าเต้นเก๋ๆ ที่ทุกคนสามารถเต้นตามได้ง่ายๆ

     

    รวมทั้ง ผู้ที่สนใจยังสามารถร่วมสนุกง่ายๆกับกิจกรรม TikTok Challenge เพียงอัดคลิปตัวเองเต้นตาม แล้วโพสต์ลง TIKTOK พร้อมติดแฮชแท็ก #HEARTYDANCECHALLENGE #TOYOTAALIVE โดยผู้ที่ได้ยอดหัวใจสูงสุด จะได้รับของรางวัลเป็น บัตรกำนัลมูลค่า 10,000 บาท ประกาศผลผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ผ่านช่องทาง เฟสบุคที่ https://www.facebook.com/toyotaalive

     

     

    บริการอื่นๆ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนทุกเจน

    • PRODUCT SHOWCASE จัดแสดงรถรุ่นใหม่ๆ และรถรุ่นพิเศษหลากหลายตลอดปี ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว หรือรถรุ่นพิเศษต่างๆ /รถยนต์สมรรถนะสูงตระกูล GR / รถที่ใช้แข่งขันในรายการมอเตอร์สปอร์ต หรือรถ LIMITED EDITION
    • สถานี ALIVE CHARGE พร้อมบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดยมีด้วยหัวชาร์จ AC จำนวน 2 หัว ความแรงอัดประจุที่ 22kW ต่อชั่วโมง และหัวชาร์จ DC จำนวน 2 หัว ความแรงอัดประจุที่ 120kW ต่อชั่วโมง อัตราค่าบริการ การชาร์จ ช่วง On-peak อยู่ที่ 70 บาท/kW และช่วง Off-peak อยู่ที่ 6 บาท/kW สำหรับลูกค้าที่สนใจใช้บริการ สามารถจองเพื่อใช้บริการผ่านทางแอปพลิเคชัน EV Station PluZ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    • TOGETA CAFE’ คาเฟ่เครื่องดื่ม หอมละมุมกาแฟจากโครงการพระราชดำริ “สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ ภูพยัคฆ์” โดย TOGETA COFFEE ดำเนินการภายใต้แนวคิด “กาแฟดี ป่าดี และชุมชนดี” จากความตั้งใจของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่มีความมุ่งหวังจะส่งเสริมกาแฟไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเกษตรกร
    • กิจกรรม Entertainment เติมเต็มความสนุกตลอดปี อัพเดทกิจกรรมสดใหม่ในแต่ละไตรมาส พบกับศิลปินที่เป็นกระแสและที่เป็นที่ชื่นชอบ กิจกรรม DIY Kid zone ถ่ายรูปสติกเกอร์ และอื่นๆ แบบไม่ซ้ำตลอดทั้งปี

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก ร่วมสนับสนุนอุตสาหกรรมอสังหาฯ ไทยบนเวทีระดับภูมิภาคในงาน Asia Pacific Property Awards 2025

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก ร่วมสนับสนุนอุตสาหกรรมอสังหาฯ ไทยบนเวทีระดับภูมิภาคในงาน Asia Pacific Property Awards 2025

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมสนับสนุนธุรกิจและอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยที่ได้สร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับภูมิภาคด้วยการจัดแสดงยนตรกรรมแกรนด์ทัวเรอร์ รุ่น New Continental GT Speed ในงาน Asia Pacific Property Awards 2025 ให้เหล่าผู้ร่วมงานจากแวดวงอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิด ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เมื่อวันที่ 15 – 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา

     

    สำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้ นอกเหนือจากการร่วมเชิดชูความเป็นเลิศด้านอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยและร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของธุรกิจไทยบนเวทีระดับสากลแล้ว ยังถือเป็นการสานต่อแนวทางของแบรนด์ด้านที่อยู่อาศัย หรือ Real Estate ที่เป็นอีกหนึ่ง Passion Points ที่สำคัญของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ในการสื่อสารความเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์แบบเต็มรูปแบบ ในการนี้ได้มีการนำยนตรกรรมแกรนด์ทัวเรอร์โฉมใหม่ล่าสุดอย่าง New Continental GT Speed มาถ่ายทอดความหรูหราและการออกแบบที่สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และทรงพลัง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องและได้สร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับโลก ซึ่งการจัดแสดงสุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์โฉมใหม่ได้สร้างสีสันและดึงดูดแขกผู้ร่วมงานในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ได้สัมผัสกับความงดงาม ความหรูหรา และความประณีตที่บรรจงรังสรรค์ลงบนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นนี้ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบเดี่ยว กระจังหน้า ไฟท้าย และสปอยเลอร์หลังดีไซน์ใหม่ที่ดูสปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้น พร้อมกับภายในห้องโดยสารที่ได้รับการตกแต่งด้วย Dark Chrome สีเข้ม ขนานไปกับการออกแบบอย่างวิจิตรบรรจงให้มีลักษณะเสมือนรังไหมด้วยงานควิลท์แบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    เวทีการประกาศผลรางวัล Asia Pacific Property Awards 2025 จัดขึ้นโดย IPAX Asia Pacific คือ หนึ่งในงานประกาศรางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยาวนานกว่า 29 ปี ครอบคลุมมากกว่า 45 ประเภทรางวัลในด้านที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์เชิงพานิชย์ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอสังหาริมทรัพย์จากหลากหลายประเทศในภูมิภาคร่วมพิจารณาและตัดสินด้วยหลักเกณฑ์มาตรฐานระดับสากลที่รวมไปถึงการออกแบบ คุณภาพ การบริการ นวัตกรรม ความคิดริเริ่ม และความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน สำหรับในปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 800 ราย ซึ่งธุรกิจอสังหาฯและโรงแรมในประเทศไทยคว้ารางวัลไปได้มากที่สุดถึง 109 รางวัล ตอกย้ำถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอสังหาฯ ในประเทศไทยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment