-
News / News Motocycle1 Min Read
“อุ้ม-นพรุธพงษ์” ดาวรุ่งนักบิดไทยครองท็อป 3 แชมเปี้ยนชิพ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ หลังจบสนาม 2 ที่กาตาร์

“ไทยฮอนด้า” มุ่งมั่นพัฒนานักแข่งไทยตามโร้ดแม็ป “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะดรีม” ดัน 3 นักบิดดาวรุ่งไทยสายเลือดใหม่อย่าง “ออสติน-ธนฉรรต” หมายเลข 5, “อุ้ม-นพรุธพงษ์” หมายเลข 20 และ “เฟอร์-ปัญจรุจน์” หมายเลข 24 ที่ได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดลงบิดในสนามนี้ ลงแข่งขันบิดรถแข่ง Honda NSF250R ทำผลงานเก็บประสบการณ์พัฒนาต่อเนื่อง ในศึกดาวรุ่งชิงแชมป์เอเชีย รายการ อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2025 สนามที่ 2 ที่เป็นซับพอร์ทเรซในศึก โมโตจีพี 2025 สนามที่ 4 “กาตาร์ กรังด์ปรีซ์” มีขึ้นเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์

โดยผลควอลิฟาย “อุ้ม-นพรุธพงษ์” หมายเลข 20 ทำเวลามาเป็นอันดับที่ 7 แต่โชคร้ายปรับกริดสตาร์ตต้องเริ่มจากริดที่ 21 ด้าน “เฟอร์-ปัญจรุจน์” หมายเลข 24 คว้ากริดสตาร์ตที่ 11 และ “ออสติน-ธนฉรรต” หมายเลข 5 อยู่ในกริดสตาร์ตที่ 12

การแข่งขันบิดดวลกันทั้งสิ้น 12 รอบของสนาม ลูแซล อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ผลการแข่งขันเรซที่ 1 “อุ้ม-นพรุธพงษ์” หมายเลข 20 ขยับอันดับจากการออกสตาร์ตกริดที่ 21 ไล่แซงคู่แข่งร่วม 10 คัน ขึ้นรั้งอันดับที่ 11 และขยับขึ้นคว้าอันดับที่ 9 ได้ในช่วงครึ่งทางของการแข่งขัน โดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 7 มี “เฟอร์-ปัญจรุจน์” หมายเลข 24 ตามมาอันดับที่ 8 ขณะที่ “ออสติน-ธนฉรรต” หมายเลข 5 ประสบอุบัติเหตุต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสีย
การแข่งขันเรซที่ 2 กริดสตาร์ตใช้ผลการแข่งขันของเรซที่ 1 “อุ้ม-นพรุธพงษ์” หมายเลข 20 ออกตัวจากกริดสตาร์ตได้ดีร่วมลุ้นในแถวหน้าได้ทันทีโดยมีการสลับตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา มีช่วงเสียจังหวะหล่นไปถึงอันดับที่ 8 แต่ยังสามารถไล่แซงไต่ขึ้นทำผลงานท็อป 4 ได้สำเร็จ ขณะที่ “เฟอร์-ปัญจรุจน์” หมายเลข 24 คว้าอันดับ 12 โดยมี “ออสติน-ธนฉรรต” หมายเลข 5 ที่ต่อสู้พร้อมอาการบาดเจ็บ เข้าเส้นชัยมาในอันดับ 16

ผ่านการแข่งขันสนามที่ 2 คะแนนสะสมบนตารางแชมเปี้ยนชิพ “อุ้ม-นพรุธพงษ์” รั้งอยู่ในท็อป 3 ด้วยคะแนนสะสม 51 คะแนน “ออสติน-ธนฉรรต” อันดับ 11 มีคะแนนสมสมทั้งสิ้น 17 คะแนน โดยการแข่งขันสนามถัดไปในสนามที่ 3 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 3 สิงหาคม นี้ ที่สนามเปรโตรนาส เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เฟซบุ๊กฮอนด้าเรซทูเดอะดรีม : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #AsiaTalentCup #IATC #QatarGP2025
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
กรังด์ปรีซ์ฯ ร่วมมือรายการดัง R.C.S ประเทศญี่ปุ่น จัด “GRANDPRIX RUNBIKE CHAMPIONSHIP AFFILIATED WITH R.C.S JAPAN. 2025”

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยคุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายงานการผลิต สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ด้วยการร่วมมือกับ R.C.S ประเทศญี่ปุ่น จัดการแข่งขันจักรยานทรงตัวรายการดังระดับโลก “Runbike Championship Series (R.C.S) “ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติในการจัดงานแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้

คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เปิดเผยว่า “ การแข่งขัน R.C.S เป็นรายการที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในการส่งเสริมทักษะและพัฒนาการของเด็กผ่านกีฬา Runbike โดยในส่วนของกรังด์ปรีซ์ฯเราจะมีการจัด Pre -Event จำนวน 2 สนาม ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่จะถึงนี้ และแข่งขันชิงแชมป์ประจำปี อีกจำนวน 4 สนาม คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งไทยและต่างชาติกว่า 800 คน ซึ่งเราแบ่งรุ่นการแข่งขันตามอายุ และภายในงานยังมีกิจกรรมเสริมอีกหลากหลาย เช่น บูธแสดงสินค้าเกี่ยวกับเด็ก กีฬา และไลฟ์สไตล์ รวมถึงโซนความสนุกสำหรับครอบครัว การนำการแข่งขัน R.C.S มาจัดในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างชื่อเสียงของไทยในเวทีระดับโลก พร้อมผลักดันวงการกีฬาเยาวชนและกีฬาเพื่อครอบครัวในประเทศไทยให้ก้าวไปอีกระดับ เรามุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน โดยตั้งใจให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชียให้ได้ในอนาคต”

ด้านคุณยูกิ ทากาฮิระ (YUKI TAKAHIRA) ประธานจัดการแข่งขันรายการ R.C.S กล่าวเสริมว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างที่ได้ร่วมมือกับกรังด์ปรีซ์ฯ องค์กรที่มากด้วยประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการจัดการแข่งขันชั้นนำมาแล้วมากมาย ในการนำการแข่งขัน Runbike Championship Series มาสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความพร้อมทั้งด้านสถานที่จัดงาน และการจัดงานในมาตรฐานระดับมืออาชีพ เราเชื่อว่าปี 2025 จะเป็นปีที่พิเศษและสร้างความตื่นเต้นให้กับนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันจากทั่วทุกมุมโลก ”

การแข่งขัน “GRANDPRIX RUNBIKE CHAMPIONSHIP AFFILIATED WITH R.C.S JAPAN. 2025” ไม่เพียงแค่เป็นสนามประลองความสามารถของเด็ก ๆ แต่ยังเป็นเวทีที่สะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างรากฐานกีฬาเยาวชน และการพัฒนาทักษะในระดับสากล เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในปี 2025 ที่จะสร้างแรงบันดาลใจใหม่ให้กับวงการกีฬาและครอบครัวทั่วโลก โดยประเทศไทยพร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักกีฬาและผู้ชมจากทุกมุมโลกสู่สนามแข่งขันที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความสนุกสนาน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ GP Motorsport และช่องทางโซเชียลมีเดียในเครือกรังด์ปรีซ์ ฯ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
บางจากฯ จับมือเอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ดันนักแข่งไทยสู่สนาม Formula 3 พร้อมเติม Bangchak Hi Premium 97 เป็นน้ำมันถังแรกให้ Porsche, Bentley และ Harley – Davidson ทุกคันที่ออกจากศูนย์

นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า บางจากฯ เป็นแบรนด์พลังงานของคนไทยที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงมาอย่างต่อเนื่องด้วยแนวคิด Greenovative Product โดยมีโรงกลั่นน้ำมันมาตรฐานระดับโลกถึง 2 แห่ง ได้แก่ โรงกลั่นบางจากพระโขนง และโรงกลั่นบางจากศรีราชา บางจากฯ เป็นองค์กรแรกและองค์กรเดียวของประเทศไทยจากภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับรางวัลระดับโลกในด้านการบริหารจัดการในระดับสูงสุด Global Performance Excellence Award ระดับ World Class มุ่งมั่นพัฒนาคุณสมบัติพิเศษและควบคุมคุณภาพการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงได้ในทุกขั้นตอน เพื่อตอบสนองเทคโนโลยียานยนต์ที่พัฒนาไม่หยุดยั้ง ตั้งแต่การคัดสรรน้ำมันดิบ กระบวนการกลั่นทันสมัย ห้องตรวจสอบคุณภาพ (ห้อง Lab) ระดับโลก รวมถึงการทดสอบจริงในสนามแข่ง และยังมีกระบวนการควบคุมคุณภาพจากโรงกลั่นจนถึงมือผู้บริโภคเพื่อส่งมอบน้ำมันคุณภาพสูง ด้วยแนวคิดและความมุ่งมั่นดังกล่าว บางจากฯ จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศักยภาพของคนไทยในทุกโอกาส รวมถึงการสนับสนุนทีมแข่งรถ AAS Motorsport สู่สนามแข่งระดับโลก เพราะมั่นใจศักยภาพของคนไทย ว่าหากมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ เช่นเดียวกับที่บางจากฯ ที่ใช้นวัตกรรมพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงของคนไทยที่มีมาตรฐานระดับโลกเช่นกัน

สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันบางจากมาตรฐานระดับโลก พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ Bangchak Hi Premium 97 มีค่าออกเทนสูงเป็นพิเศษมากกว่า 97 ซึ่งมีเฉพาะที่บางจากฯ ที่เดียวเท่านั้น เหมาะสำหรับรถ Supercar รถยนต์สมรรถนะสูง ตลอดจนรถเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ จึงทำให้ เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส มั่นใจ เลือกใช้ Bangchak Hi Premium 97 เป็นน้ำมันถังแรก (First Fuel) สำหรับรถ Supercar ที่เอเอเอสจัดจำหน่าย ได้แก่ Porsche, Bentley และ Harley – Davidson ก่อนส่งมอบให้ลูกค้าทุกท่าน


Bangchak Hi Premium 97 มีค่าออกเทนสูงกว่า 97 มาตรฐาน Euro 5 คัดสรรน้ำมันเบนซินพื้นฐานชนิดพิเศษที่มีความบริสุทธิ์สูง ผนวกสารเพิ่มคุณภาพระดับ World Class ทำความสะอาดหัวฉีดได้ 100% เครื่องยนต์สะอาด ทำให้เผาไหม้สมบูรณ์ สามารถดึงสมรรถนะของรถออกมาได้อย่างเต็มที่ ให้เร่งแรงได้ดังใจ ขับขี่ได้สนุกเร้าใจขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และยังประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อให้การใช้พลังงานและการใช้ชีวิตเป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืน

นอกจากน้ำมันคุณภาพสูงแล้ว ลูกค้าของ เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการเป็นสมาชิก Bangchak GreenMiles – AAS ที่บางจากฯ ได้สร้างสรรค์ขึ้นให้เป็นสิทธิ Exclusive สำหรับลูกค้าเอเอเอสโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์สุดพิเศษทั้งจากการใช้น้ำมันพรีเมียมคุณภาพสูงและสิทธิพิเศษต่างๆ จากการเป็นสมาชิก Bangchak GreenMiles

ทางด้าน นายวินธร บุนนาค รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท เอเอเอส กล่าวถึงการได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้ว่า “ขอขอบคุณบริษัท บางจากฯ ที่ให้การสนับสนุน AAS Motorsport อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมนักแข่งไทยได้สานฝันและโชว์ความสามารถบนเวทีระดับโลก FIA Formula 3 Championship ตั้งแต่ฤดูกาล 2024 ซึ่ง เติ้น สามารถทำผลงานได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ สามารถคว้าโพเดียมอันดับ 2 ที่สนามประเทศฮังการีได้สำเร็จ นับเป็นนักแข่งไทยคนแรกที่ขึ้นรับรางวัลในรายการนี้ และในปี 2025 นี้ “เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์” ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประเทศและเป็นนักแข่งชาวไทยเพียงหนึ่งเดียวที่เข้าร่วมแข่งขันในสังกัดทีม Campos Racing โดยมีสัญลักษณ์ของบางจากฯ บนชุดแข่ง หมวก และรถแข่ง หมายเลข 11 นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบางจากฯ ซึ่งเรามีความพร้อมและมุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะ เพื่อพาธงชาติไทยโบกสะบัดบนโพเดียม สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติและคนไทยได้ภาคภูมิใจ ดังที่ว่าคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก”
ก้าวย่างความสัมพันธ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สนับสนุนการเดินทางครั้งสำคัญของ AAS Motorsport ในการแข่งขัน FIA Formula 3 Championship 2025 และมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพของทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทของบางจากฯ ถึงความเป็นผู้นำด้านพลังงานคุณภาพสูงที่สามารถตอบสนองความต้องการของยานยนต์สมรรถนะสูงและไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังคงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
Honda CRF450R เหมาชัยชนะ 2 เรซรวด “ทิม ไกเซอร์” กวาดคะแนนสะสมทิ้งห่างชิงแชมป์โลก MXGP สนาม 5 ที่อิตาลี

“ทิม ไกเซอร์” บิด Honda CRF450R ยอดนักแข่งชาวสโลวเนีย หมายเลข 243 ทำผลงานสุดเหนือชั้นในการแข่งขัน เหมาชัยชนะ 2 เรซรวดด้วยฟอร์มการขับขี่สุดเหนือชั้น เก็บแต้ม 50 คะแนนเต็ม ยึดตำแหน่งจ่าฝูงในตารางคะแนนสะสมชิงแชมป์โลกอย่างเหนียวแน่นด้วยช่องว่างจากคู่แข่งที่มากกว่าเดิม รายการ MXGP of Trentino ที่เปียตรามูราตา ประเทศอิตาลี (Pietramurata, Italy) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การแข่งขันเรซที่ 1 “ทิม ไกเซอร์” เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างมั่นใจ คว้า Honda CRF450R หมายเลข 243 ยกระดับขึ้นมาอีกครั้งในสนามนี้ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 ได้ตั้งแต่ช่วงต้น ก่อนที่จะไล่ล่าคู่แข่งและใช้สมรรถนะที่เหนือกว่าแซงผ่านอย่างเยือกเย็นในช่วง 5 รอบสุดท้าย คว้าชัยชนะไปครองได้อย่างเหนือชั้น ขณะที่ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” หมายเลข 70 เข้าเส้นชัยมาในอันดับที่ 7

การแข่งขันในเรซที่ 2 “ทิม ไกเซอร์” ถูกคู่แข่งไล่ล่าอย่างเข้มข้น Honda CRF450R แสดงความเหนือชั้นได้ทันที ใช้เวลาไม่นานนักก็แซงผ่านเพื่อนร่วมทีมขึ้นมารั้งอันดับที่ 1 ได้สำเร็จ คุมเกมเอาไว้ได้อย่างเด็ดขาดและคว้าชัยชนะในเรซที่ 2 ได้สำเร็จ ตอกย้ำผลงานอันสุดยอดในสนามนี้ ขณะที่ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” ตามมาเป็นอันดับที่ 4 จบการแข่งขันสนามที่ 5 “ทิม ไกเซอร์” บวกแต้มอีก 50 คะแนน คะแนนสะสมเก็บไปแล้ว 274 คะแนน รั้งอันดับที่ 1 ในตารางแชมเปี้ยนชิพอย่างแข็งแกร่งพร้อมด้วยระยะห่างจากคู่แข่งที่มากขึ้น โดย “รูเบน เฟอร์นานเดซ” อยู่ในอันดับที่ 6 ด้วยคะแนนสะสม 148 คะแนน

ทั้งนี้ การแข่งขัน MXGP 2025 สนามที่ 6 จะไปแข่งขันกันที่ เฟราเอนเฟลด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในรายการ MXGP of Switzerland ระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน นี้
#ThaiHonda #MotorSport #MXGP #HRC #Honda #HondaMotorcycle #CRF450R #HondaCRF
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“คาลเท็กซ์” ตอกย้ำความมั่นใจเข้าร่วมโครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน

นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ เยี่ยมชมสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ เอกวิทัศน์ อำเภอบางกรวย พร้อมตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนจะเดินทางออกสู่ต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ว่าเมื่อเข้ารับบริการที่สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ที่เข้าร่วมโครงการฯ มาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงจากหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดของกฎหมาย อีกทั้งได้มอบเครื่องหมายการรับรองระดับสีเงินให้แก่สถานีบริการน้ำมันดังกล่าว เพื่อตอกย้ำความมั่นใจ นอกจากนี้สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์แห่งอื่น ๆ ยังได้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ และผ่านเกณฑ์ได้รับเครื่องหมายการรับรองในระดับต่าง ๆ โดยมี นายวีรพงษ์ นุ่มตี่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (ที่ 4 จากซ้าย) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท SPRC และเป็นผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้ชื่อ “คาลเท็กซ์” ในประเทศไทย ให้การต้อนรับ ณ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ เอกวิทัศน์ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เมื่อเร็ว ๆ นี้

ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ แบงค็อก ล่องใต้ เตรียมจัด ‘Extraordinary Week in Phuket 2025’ อวดโฉมรุ่น Speed ใหม่ ณ เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า 23 – 29 เม.ย. นี้

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เชิญชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงร่วมยลโฉม New Continental GT Speed และ New Flying Spur Speed สุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์รุ่นใหม่ เจ้าของขุมพลัง Ultra Performance Hybrid 782 แรงม้า 1,000 นิวตันเมตรที่ทรงสมรรถนะที่สุดของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ พร้อมชวนเปิดประสบการณ์การขับขี่ Bentayga Hybrid รถยนต์แบบอเนกประสงค์ที่จะมอบสมรรถนะและประสิทธิภาพในขับขี่ที่เหนือกว่าจากเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 แบบไฮบริด และพบกับข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบและคอลเลกชันเบนท์ลีย์สินค้าของที่ระลึกจากแบรนด์กับส่วนลดพิเศษ 25% ในงาน ‘Bentley Bangkok Extraordinary Week in Phuket 2025’ วันที่ 23 – 29 เมษายน 2568 บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ผู้สนใจเข้าร่วมงานสามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 080-925-9999 หรือ LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ภายในงานฯ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดแสดง New Continental GT Speed และ New Flying Spur Speed สุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์ที่มาพร้อมสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ด้วยขุมพลังแบบ Ultra Performance Hybrid ที่ทรงพลังที่สุดในเฉดสีดำ Onyx สะท้อนสุดยอดสมรรถนะอันเหนือชั้น พร้อมกับการตกแต่งสไตล์สปอร์ตที่ดุดันและร่วมสมัย แต่ยังคงความหรูหราและความประณีตของงานฝีมือในแบบฉบับของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังเปิดให้ผู้ที่สนใจทดลองขับ Bentayga Hybrid รถยนต์แบบอเนกประสงค์ที่ออกแบบอย่างหรูหราและร่วมสมัย พร้อมด้วยภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างประณีตและงดงาม โดยผู้ที่สนใจทดลองขับจะได้สัมผัสกับสมรรถนะและประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีเยี่ยมจากขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 แบบไฮบริดร่วมกับที่ปรึกษาการขายผู้เชี่ยวชาญที่ค่อยกำกับดูแลและให้ข้อมูลรถยนต์ในขณะขับขี่อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางการทดลองขับเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ในแบบไลฟ์ไลฟ์ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานจะได้พบกับคอลเลกชันเบนท์ลีย์สินค้าของที่ระลึกจากแบรนด์นำเข้าจากโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประเทศอังกฤษกับส่วนลดพิเศษ 25% ทุกชิ้นสำหรับให้ชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงได้เลือกช้อปกันภายในงานฯ
ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษ โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
OMODA & JAECOO ผนึกกำลังจัดทัพผู้บริหารระดับแนวหน้า พร้อมนำแบรนด์ Chery มุ่งสู่การแข่งขันในตลาดไทยอย่างเต็มตัว

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก ประกาศความพร้อมเต็มร้อยในการนำทัพยนตรกรรมชั้นนำมาสู่ตลาดประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์จากผู้บริหารระดับแนวหน้า นำโดย นายฉี เจี๋ย ประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเปิดตัวทีมผู้บริหารใหม่อย่างเป็นทางการ เตรียมผลักดัน แบรนด์ OMODA & JAECOO และ Chery สู่การแข่งขันอย่างเต็มตัว
หลังจากที่ได้ประกาศความพร้อมในการขยายเข้าสู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 ที่ผ่านมา ล่าสุด OMODA & JAECOO และ Chery ได้ผนึกกำลังโดยทีมผู้บริหารระดับแนวหน้า ร่วมขับเคลื่อนแบรนด์สู่การแข่งขันอย่างเต็มศักยภาพ นำทัพโดย ฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและประสบการณ์มากมายในการขยายตลาดยานยนต์ไปยังประเทศในภูมิภาคต่างๆ พร้อมด้วย พิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ขุนพลคู่ใจที่จะเข้ามาร่วมวางกลยุทธ์การตลาดและกำหนดทิศทางของแบรนด์ เสริมกำลังด้วย บิล จาง ผู้อำนวยการ แบรนด์ โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ผู้นำที่ได้สั่งสมประสบการณ์ในวงการยานยนต์ในประเทศจีนมาอย่างยาวนาน และ จิม ลี ผู้อำนวยการ แบรนด์ เชอรี ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ผู้เพียบพร้อมด้วยประสบการณ์การทำงานกับ Chery International มาอย่างยาวนาน
Chery Automobile คือตัวอย่างที่แท้จริงของการพัฒนานวัตกรรมยนตกรรมอย่างไร้ขีดจำกัด จากการก่อตั้งในปีค.ศ. 1997 จนกลายเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก บริษัทฯไม่เพียงแต่ผลิตรถยนต์ หากแต่สร้างสรรค์อนาคตด้วยปรัชญาที่มุ่งเน้นนวัตกรรม ความยั่งยืน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยพนักงานกว่า 25,000 คน กับการดำเนินงานใน 110 ประเทศ และผู้ใช้มากกว่า 15 ล้านคน Chery
ได้พิสูจน์แล้วว่า รถยนต์สัญชาติจีนสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างอิทธิพลในระดับสากลได้อย่างแท้จริง การันตีด้วยความสำเร็จจากการส่งมอบรถยนต์ 2.6 ล้านคันทั่วโลกในปีพ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดยสำหรับประเทศไทย Chery Automobile ได้ส่งมอบนวัตกรรมผ่านแบรนด์ลูกอย่าง OMODA และ JAECOO เพื่อบุกเบิกตลาดเป็นการนำร่อง โดยเฉพาะการเปิดตัว OMODA C5 EV, JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างเกินความคาดหมาย ตลอดจน JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) ที่เปิดตัวล่าสุดในงาน Motor Show 2025 นับเป็นยนตรกรรมที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งภูมิภาค ซึ่งในช่วงระหว่างงาน Bangkok Motor Show 2025 ที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ได้รับการสนับสนุนและไว้วางใจ ด้วยยอดจองถึง 2,568 คัน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวความสำเร็จ ตามที่แบรนด์ได้รับยกย่องว่า OMODA & JAECOO เป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก การเสริมทีมผู้บริหารระดับแนวหน้า
ในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า การก้าวเข้าสู่ประเทศไทยของ OMODA & JAECOO ไม่เพียงแต่เป็นการขยายตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นการกรุยทาง
ให้ Chery กลับมาทำตลาดในไทยอีกครั้ง ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสร้างอนาคตแห่งการขับเคลื่อนอย่างล้ำสมัยและยั่งยืน“วันนี้ เราไม่เพียงแค่รวมตัวกัน แต่เรากำลังปฏิวัติอนาคตแห่งยานยนต์ OMODA, JAECOO และ Chery เชื่อในพลังของการทำงานร่วมกัน จึงได้รวบรวมนักคิด นวัตกร และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายแขนงจากทั่วโลกมาร่วมบุกเบิกอนาคต หลอมรวมความคิด พลังสร้างสรรค์ และวิสัยทัศน์ เราเชื่อในพลังของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการท้าทายขีดจำกัดเดิมๆ เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน เราพร้อมที่จะสร้างประสบการณ์การเคลื่อนที่แห่งอนาคตที่ไร้ขีดจำกัด ด้วยความมุ่งมั่น นวัตกรรม และความกล้าที่จะคิดนอกกรอบ เราพร้อมพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า OMODA, JAECOO และ Chery ไม่ใช่แค่แบรนด์ แต่เป็นขุมพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง” ฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าว
การผนึกกำลังครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ OMODA & JAECOO และ Chery ในการขยายตลาดสู่ประเทศไทย พร้อมนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก ด้วยความสำเร็จที่ผ่านมา บริษัทมุ่งหวังที่จะสร้างความประทับใจและมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไทยอย่างแท้จริง
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
75 ปีแห่งการผลิตรถยนต์ปอร์เช่ที่ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen)

ปอร์เช่รุ่น 356 คันแรกที่ผลิตในเยอรมนี เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 6 เมษายน 1950 นับเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซุฟเฟนเฮาเซนกลายเป็นศูนย์กลางของการผลิตรถสปอร์ตของปอร์เช่ ที่นี่ไม่เพียงแต่ผลิตเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการผลิตรถที่มีการปรับแต่งเฉพาะตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วย
การผลิต ปอร์เช่ 356 เริ่มต้นขึ้นที่เมืองสตุ๊ทการ์ทเมื่อ 75 ปีที่แล้ว รถคันแรกของสายการผลิตใหม่นี้เสร็จสมบูรณ์ที่เมืองซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) เมื่อวันที่ 6 เมษายน 1950 และนี่คือการเริ่มต้นของเรื่องราวความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เพราะนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมืองซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์รถสปอร์ตของปอร์เช่อย่างไม่สามารถแยกออกจากกัน ไม่ว่าจะเป็น รุ่น 911 ที่เริ่มผลิตอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1964, รุ่น 718 และไทคานน์ (Taycan) ที่เป็นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% “เมืองซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) คือบ้านเกิดของรถสปอร์ตของเรา มันสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้บุกเบิก, เทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัย และคุณภาพการผลิตในระดับสูงสุด การพัฒนาของสถานที่นี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของปอร์เช่ จากผู้ผลิตรถสปอร์ตขนาดเล็กมาสู่การเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่สร้างสรรค์ยนตรกรรมสุดพิเศษ” กล่าวโดย อัลเบรชต์ ไรโมลด์ (Albrecht Reimold) สมาชิกของคณะกรรมการบริหารฝ่ายการผลิตและโลจิสติกส์ที่ ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG)
จากเมืองเกมุนด์ (Gmünd) สู่ ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen): เส้นทางสู่การผลิตรถยนต์ภายในโรงงานของตัวเอง

ปอร์เช่เริ่มต้นที่เมืองซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) ในปี 1938 โดยเริ่มต้นจากสำนักงานออกแบบของบริษัท ก่อนจะเริ่มผลิตรถยนต์ภายใต้ชื่อแบรนด์ปอร์เช่หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ปี 1948 ปอร์เช่ 356 ‘No.1’ โรดสเตอร์ ได้รับใบอนุญาตการใช้งานอย่างเป็นทางการ รถรุ่นแรกจำนวน 52 คันถูกสร้างขึ้นด้วยมือในออสเตรียระหว่างปี 1948–1950 โดยใช้ตัวถังอะลูมิเนียม วางเครื่องยนต์ด้านหลัง พร้อมเบาะหลังฉุกเฉิน และกลายเป็นต้นแบบของ Porsche 356 ที่จะผลิตในเมืองสตุ๊ทการ์ทในเวลาต่อมา เมื่อปอร์เช่ย้ายกลับมายังแคว้นสวาเบียน (Swabia) โรงงานของปอร์เช่ก็ถูกยึดครองโดยฝ่ายสัมพันธมิตร จึงต้องใช้สำนักงานชั่วคราวในอาคารไม้ริมถนน Schwieberdinger ขณะเดียวกันปอร์เช่ได้เช่าพื้นที่ใน Reutter Plant II ฝั่งตรงข้ามถนนสำหรับการผลิตเครื่องยนต์และประกอบรถยนต์ และว่าจ้างบริษัท Reutter ให้ผลิตตัวถังที่สมบูรณ์ ทั้งพ่นสีและติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ดำเนินการที่ Reutter Plant I บนถนน Augustenstrasse ทางฝั่งตะวันตกของเมืองสตุ๊ทการ์ทจนถึงปี 1953

ปอร์เช่รุ่น 356 คันแรกเสร็จสมบูรณ์ที่ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) เมื่อวันที่ 6 เมษายน 1950 โดยในปลายปี 1950 ปอร์เช่ได้ผลิตรถทั้งหมด 317 คัน เนื่องจากความสำเร็จในสนามแข่งและความต้องการที่จากตลาดต่างประเทศ ทำให้ 356 กลายเป็นรถที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ปอร์เช่ หลังจากการส่งมอบ โรงงานหมายเลข 1 ถูกเลื่อนออกไปโดยกองทัพสหรัฐฯ ปอร์เช่จึงว่าจ้างสถาปนิกชื่อดังจากสตุ๊ทการ์ท โรลฟ์ กุตบรอด (Rolf Gutbrod) ให้มาทำการออกแบบ โรงงานหมายเลข 2 โดยอาคารประกอบแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนที่ดินที่ปอร์เช่ซื้อจาก Reutter และเริ่มใช้งานในปี 1952 จากนั้นก็ขยายพื้นที่เพิ่มเติมในปี 1954 ในช่วงปลายปี 1955 ปอร์เช่ก็กลับมาใช้พื้นที่อาคาร โรงงานหมายเลข 1 ของตนเองอีกครั้งในซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) อาคารดังกล่าวจะมีแผนกออกแบบ แผนกธุรกิจ การซ่อมรถยนต์ รวมถึงห้องทดสอบและพัฒนารถแข่ง ขณะที่กระบวนการผลิต การขาย และการจัดหาชิ้นส่วนยังคงดำเนินการที่ โรงงานหมายเลข 2 การผลิตเครื่องยนต์เริ่มต้นที่ โรงงานหมายเลข 3 ในปี 1960 และในวันที่ 1 ธันวาคม 1963 ปอร์เช่ได้ซื้อโรงงานตัวถังของ Reutter พร้อมพนักงานประมาณ 1,000 คน ซึ่งส่งผลให้จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า และนับแต่นั้นมา ปอร์เช่ก็ได้ครอบครองสถานที่ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) อย่างสมบูรณ์ ในปีเดียวกันนั้นเอง ปอร์เช่ 911 คันแรก ซึ่งในตอนนั้นยังใช้ชื่อ 901 ได้ออกจากสายการผลิตที่ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) โดยในปลายปี 1965 ปอร์เช่ผลิตรุ่น 356 ไปแล้วกว่า 78,000 คัน และในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ปอร์เช่ยังคงพัฒนาและขยายพื้นที่โรงงานแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่ช่วงปี 1950 เป็นต้นมา ปอร์เช่ได้เริ่มใช้หลักการผลิตที่ยังคงยึดถือมาจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือ “การผลิตที่ยืดหยุ่น” โดยนำรถรุ่นต่าง ๆ มาผลิตบนสายการผลิตเดียวกัน เช่น คูเป้ (Coupé), คาบริโอเล็ต (Cabriolet), โรดสเตอร์ (Roadster) และ สปีดสเตอร์ (Speedster) ของปอร์เช่ 356 ที่สามารถผลิตแบบคู่ขนานและปรับแต่งเฉพาะคันได้ จุดเด่นนี้เองที่ทำให้การผลิตของปอร์เช่ที่สำนักงานใหญ่โดดเด่นในด้านประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และคุณภาพสูงสุด และแม้ในปัจจุบัน ปอร์เช่ 911 ทุกรุ่น ตั้งแต่ คาร์เรร่า (Carrera) ไปจนถึงโมเดล GT ระดับสูงและ Cup car ก็ยังคงถูกผลิตในสายการผลิตเดียวกัน ส่วนกระบวนการตกแต่งภายในก็ทำอย่างพิถีพิถันในแผนกช่างฝีมือประจำโรงงาน
จาก 356 สู่ 911 – การเติบโตและขยายตัวของปอร์เช่
ในทศวรรษ 1960 นั้นรุ่น 911 ได้เข้ามาแทนที่รุ่น 356 อย่างเต็มตัว พร้อมกับการขยายกำลังการผลิตและการสร้างอาคารโรงงานใหม่เพิ่มเติม โดยมีการย้ายการผลิตเครื่องยนต์ออกจากพื้นที่หลัก และขยายโรงงาน โรงงานหมายเลข 2 ด้วยการสร้างอาคารประกอบเพิ่มเติม ในปี 1969 Building 41 ถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารประกอบขั้นสุดท้ายแบบหลายชั้น เพื่อรองรับสายการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปอร์เช่ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตและเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง
ในปี 1973 ปอร์เช่มีพนักงานประมาณ 4,000 คน และเมื่อสิ้นทศวรรษ 1980 จำนวนพนักงานก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า กระจายอยู่ใน 3 สถานที่หลัก ได้แก่ สายการผลิตที่ ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen), ศูนย์วิจัยและพัฒนาใน ไวซัค (Weissach) และสำนักงานใน ลุดวิกส์บูร์ก (Ludwigsburg) โรงงานซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) ยังคงขยายตัวเรื่อยมาเพื่อตอบรับกับยอดการผลิตที่เติบโตขึ้น โดยในยุค 70 และ 80 ปอร์เช่ผลิตรถที่วางเครื่องยนต์ด้านหน้าอย่างรุ่น 928, 944 และ 968 ควบคู่ไปกับ 911

ในช่วงทศวรรษ 1980 การผลิตตัวถังที่ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) เริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนั้นโรงงาน โรงงานหมายเลข 5 จึงถูกสร้างขึ้นในปี 1988 เพื่อรอบรับการผลิตตัวถังที่มีความยืดหยุ่นสูง จุดสังเกตที่โดดเด่นของโรงงานแห่งใหม่นี้คือ “สะพานลำเลียงรถ” ซึ่งมีความสูงประมาณ 35 เมตร ใช้สำหรับลำเลียงตัวถังรถยนต์ข้ามถนน Schwieberdinger ที่มีการจราจรคับคั่ง ไปยังสายการประกอบขั้นสุดท้ายที่ โรงงานหมายเลข 2 ฝั่งตรงข้าม

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โรงงานที่ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องทั้งการปรับปรุงพื้นที่ การขยายอาคาร และการสร้างใหม่ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในเรื่องของความแม่นยำ ประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นในการผลิต ด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกครั้งในประวัติศาสตร์ของโรงงานคือการเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มต้นการผลิตไทคานน์ (Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% ที่เริ่มการผลิตในสายการผลิตปี 2019 ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้ ปอร์เช่ได้สร้างพื้นที่การผลิตใหม่ ได้แก่ โรงงานผลิตตัวถังแห่งใหม่ใน โรงงานหมายเลข 5 และโรงพ่นสีสุดล้ำใน โรงงานหมายเลข 1 ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของ e-mobility พร้อมกันนี้ยังได้สร้างอาคารประกอบสมัยใหม่ใน โรงงานหมายเลข 2 ริมถนน Adestrasse และเพิ่มสะพานลำเลียงแห่งที่สองข้ามถนน Schwieberdinger เพื่อเชื่อมต่อกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ
ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) คือสถานที่ซึ่งปอร์เช่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและฝีมือชั้นสูง

ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) คือหัวใจของการผลิตรถสปอร์ต “ผลิตในซุฟเฟนเฮาเซน (Made in Zuffenhausen)” ที่ผสานระหว่างความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือกับเทคโนโลยีอันล้ำหน้า เช่น ระบบขนส่งไร้คนขับ ระบบคลาวด์กลางของโรงงาน และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ที่นี่ศูนย์กลางการผลิตสำหรับ 911 และ ไทคานน์ (Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100%
บนพื้นที่กว่า 1 ตารางกิโลเมตรทางตอนเหนือของเมืองสตุ๊ทการ์ต ยังรวมถึงโรงงานผลิตเครื่องยนต์ 2 แห่งที่รับหน้าที่ผลิตเครื่องยนต์บ็อกเซอร์สำหรับรถสปอร์ต เครื่องยนต์ V8 สำหรับรถสี่ประตูที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป และมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับ Taycan และ Macan รุ่นไฟฟ้า

นอกจากนี้ สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของการผลิตพิเศษทั้งหมดถึงสามอย่าง ได้แก่ Porsche Exclusive Manufaktur ซึ่งที่นี่ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถยนต์ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า, Sonderwunsch แผนกที่สร้างรถยนต์รุ่นพิเศษแบบหนึ่งเดียวในโลก และ CFRP Manufaktur ซึ่งที่นี่จะประกอบชิ้นส่วนตัวถังน้ำหนักเบาแบบพิเศษนอกสายการผลิตหลัก นั่นคือ คาร์บอนไฟเบอร์ที่ผลิตด้วยมือ สำหรับรถรุ่นเฉพาะทางที่เน้นความเบา เช่น 911 S/T และ 911 GT3 RS
นอกเหนือจาก ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) และ ไวซัค (Weissach) แล้ว อีกหนึ่งสถานที่อย่าง ไลพ์ซิก (Leipzig) ก็มีบทบาทสำคัญในโลกของปอร์เช่เช่นกัน คาเยนน์ (Cayenne) เริ่มผลิตที่นี่ในปี 2002 และผลิตจนถึงปี 2016 และในระหว่างปี 2003 ถึง 2006 คาร์เรร่า จีที (Carrera GT) ก็ได้ถูกผลิตที่นี่เช่นกัน พานาเมร่า (Panamera) สปอร์ตซีดานได้เริ่มผลิตที่นี่ตั้งแต่ปี 2009 และ มาคันน์ (Macan) ก็ได้เริ่มผลิตที่ไลพ์ซิก (Leipzig) ตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งในการผลิต มาคันน์ (Macan) ปอร์เช่ได้ขยายสถานที่ผลิตที่ไลพ์ซิกให้เป็นโรงงานเต็มรูปแบบระหว่างปี 2011 ถึง 2014
ก้าวสู่อนาคตในวาระครบรอบ

ที่ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) ปอร์เช่ผสมผสานการผลิตในระดับอุตสาหกรรมเข้ากับความเป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตที่ผ่านการสร้างสรรค์อย่างประณีต อัลเบรชต์ ไรโมลด์ (Albrecht Reimold) กล่าว ว่า “ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen) คือบ้านและจะยังคงเป็นบ้านของรถสปอร์ตของเราตลอดไป ที่นี่คือสถานที่ที่เราผลิตรถยนต์ที่ทำให้คนทั้งโลกหลงใหล ด้วยกระบวนการผลิตที่ผสมผสานงานฝีมือและทักษะทางวิศวกรรมชั้นสูงมาตลอดระยะเวลา 75 ปี” ในโอกาสการครบรอบนี้ ปอร์เช่ไม่ได้เพียงแค่เฉลิมฉลองอดีตที่น่าประทับใจเท่านั้น แต่ยังมองไปอนาคต ด้วยความมั่นใจว่า โรงงานผลิตทั้ง 3 สถานที่ ไม่ว่าจะเป็น ซุฟเฟนเฮาเซน (Zuffenhausen), ไวซัค (Weissach) และไลพ์ซิก (Leipzig) จะยังคงเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีล้ำสมัย คุณภาพในการผลิต และความมุ่งมั่นอันยั่งยืนของปอร์เช่เพื่อการผลิตรถสปอร์ตที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน DGR 2025 ผู้ระดมทุนสูงสุดมีโอกาสรับรถจักรยานยนต์ SCRAMBLER 1200 ICON EDITION

เมื่องาน The Distinguished Gentleman’s Ride หรือ DGR ประจำปี 2025 ได้เริ่มต้นขึ้น ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เชิญชวนนักบิดทุกคนมาร่วมระดมทุนให้ได้มากที่สุด โดยผู้ที่ระดมทุนสูงสุด 3 อันดับแรก และผู้ชนะรางวัล Gentlefolk จะได้รับรางวัลสุดพิเศษเป็นรถจักรยานยนต์ ไทรอัมพ์ โมเดิร์นคลาสสิก
โดยการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์ (The Distinguished Gentleman’s Ride) ได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว งานนี้นับเป็นงานการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถจักรยานยนต์คลาสสิกและวินเทจโดยจะจัดขึ้นพร้อมกันทั่วโลกในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2025
สำหรับไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้สนับสนุนงานนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน และเตรียมมอบรางวัลสุดพิเศษสำหรับผู้ที่ระดมทุนสูงสุดซึ่งจะได้รับรางวัลเป็น Scrambler 1200 Icon Edition โดยผู้ชนะสามารถเลือกระหว่าง Scrambler 1200 X Icon Edition หรือ Scrambler 1200 XE Icon Edition รถจักรยานยนต์โมเดิร์นคลาสสิกรุ่นพิเศษที่พร้อมดึงดูดทุกสายตาในงาน DGR สำหรับ Scrambler 1200 Icon Edition มาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรูหราเหนือกาลเวลา ด้วยการนำโลโก้ Triumph สีทองจากปี 1907 มาประดับตกแต่งบนถังน้ำมัน มอบความรู้สึกสไตล์วินเทจ ผสานสีสันที่ลงตัวระหว่างสี Sapphire Black และสี Aluminum Silver อันโดดเด่น พร้อมด้วยลายเส้นสีทองที่วาดด้วยมือและลายเซ็นของศิลปิน ทำให้รถจักรยานยนต์คันนี้ผสานสไตล์และความคลาสสิกในแบบของ Scrambler ไว้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ผู้ระดมทุนสูงสุดอันดับที่ 2 และ 3 รวมถึงผู้ชนะรางวัล Gentlefolk จะได้รับรางวัลรถจักรยานยนต์ ไทรอัมพ์ โมเดิร์นคลาสสิก ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่น และสง่างาม สร้างขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ

อีกทั้งยังมีการเปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้ารุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน ที่เป็นความร่วมมือกันระหว่าง DGR และ Triumph เพื่อสนับสนุนการขับขี่ในปีนี้ โดย 15% ของรายได้จากทุกการสั่งซื้อจะนำไปบริจาคให้กับ DGR เพื่อสนับสนุนมูลนิธิโมเวมเบอร์ (Movember)
รวมถึงผู้เข้าร่วมที่ร่วมใน Team Triumph จะได้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ระดับโลกของไทรอัมพ์ พร้อมทั้งร่วมระดมทุน เพื่อการกุศล และผู้ที่ระดมทุนสูงสุด 5 อันดับแรกของกลุ่ม Triumph DGR Riders จะได้รับรางวัลคอลเลกชัน DGR & Triumph ประจำปีนี้
มร.พอล สเตราท์ ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ กล่าวว่า “ในปีนี้เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มอบรางวัลพิเศษให้กับผู้ที่ระดมทุนสูงสุด นั่นก็คือ Scrambler 1200 Icon Edition และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ด้วยรางวัลเหล่านี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถรวมตัวนักบิดที่หลงใหลไทรอัมพ์จากทั่วโลก มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Team Triumph พร้อมแต่งตัวในสไตล์ Dapper ระดมทุนเพื่อการกุศล และสนุกไปกับการขับขี่ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Car
เชลล์ รีชาร์จ ฉลองครบ 100 หัวชาร์จทั่วไทย แจกฉ่ำรับซัมเมอร์ ฟรี!…เครื่องดื่มซิกเนเจอร์จากเชลล์ คาเฟ่
1 Min Readเชลล์ รีชาร์จ ฉลองครบ 100 หัวชาร์จทั่วไทย แจกฉ่ำรับซัมเมอร์ ฟรี!…เครื่องดื่มซิกเนเจอร์จากเชลล์ คาเฟ่

เชลล์ รีชาร์จฉลองครบ 100 หัวชาร์จทั่วไทย พร้อมชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ การเดินทางที่สดชื่นและเต็มพลังในซัมเมอร์นี้ เพียงชาร์จครบ 250 บาทต่อใบเสร็จ รับฟรีทันที…เครื่องดื่มขนาด 16 ออนซ์ 1 แก้วจากเชลล์ คาเฟ่ เลือกดื่มด่ำกับอเมริกาโน่มะพร้าวเย็นชื่นใจ หรือจิบมัทฉะมะพร้าวหอมหวาน มูลค่า 70 บาท ชาร์จพลังรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมชาร์จความสดชื่นในทุกการเดินทางช่วงซัมเมอร์ มาร่วมฉลองกันได้แล้ววันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2568 ที่สถานีเชลล์ รีชาร์จ ในปั๊มเชลล์ ทั่วประเทศ ซัมเมอร์นี้ ให้เชลล์ รีชาร์จดับร้อนให้คุณ

นางสาวคณาขวัญ วงศ์ชูศิริ รองกรรมการบริหารฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาสถานีบริการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เชลล์มีความภูมิใจกับอีกก้าวของความสำเร็จ ในการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเชลล์ รีชาร์จครบ 100 หัวชาร์จทั่วไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเชลล์ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจอง ชาร์จ และการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันที่วางใจได้ มั่นใจทุกการชาร์จที่สถานีบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจากเครื่องชาร์จสมรรถนะสูง 180 – 360 กิโลวัตต์ ควบคู่ไปกับการส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงจากเชลล์ เพื่อยกระดับทุกการเดินทางให้ปลอดภัยและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น”

ในโอกาสพิเศษนี้ เชลล์ขอมอบโปรโมชันต้อนรับซัมเมอร์ให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า ด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์จากเชลล์ คาเฟ่ที่เย็นฉ่ำ ช่วยคลายร้อนให้ทุกการเดินทาง สำหรับลูกค้าที่ชาร์จครบ 250 บาทต่อใบเสร็จ ที่เชลล์ รีชาร์จในปั๊มเชลล์กว่า 46 สถานีทั่วประเทศ รับฟรีเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ซัมเมอร์ คลายร้อนสูตรพิเศษ ขนาด 16 ออนซ์ มูลค่า 70 บาท มีให้เลือกถึง 2 เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาโน่มะพร้าวที่ให้สัมผัสรสชาติกาแฟที่นุ่มละมุน หอมกรุ่น สกัดจากเมล็ดกาแฟอะราบิกาแท้ 100% ผสานกับความหอมหวานของมะพร้าว หรือมัทฉะมะพร้าว ให้ได้ลิ้มรสมัทฉะเข้มข้นเกรดพรีเมียมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เติมความสดชื่นด้วยกลิ่นหอมของมะพร้าวแท้ให้การเดินทางสู่ทุกจุดหมายเต็มไปด้วยความสดชื่นและมั่นใจไปกับเชลล์ รีชาร์จ เพียงจองใช้บริการง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน RECHARGE หรือ REVERSHARGER

“เชลล์พร้อมเติมพลังและมอบความสุขในทุกการเดินทางของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนนี้ เราตั้งใจคัดสรรเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ผสานความหอมของมะพร้าว ซึ่งเป็นผลไม้ไทยกับรสชาติเครื่องดื่มระดับพรีเมียม เพื่อดับกระหายและเติมพลังให้ผู้ขับขี่รู้สึกสดชื่นตลอดการเดินทาง เราไม่เพียงแค่ส่งมอบพลังงานคุณภาพ แต่ยังใส่ใจในทุกรายละเอียด และมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าทุกคนที่เข้ามาใช้บริการ ณ สถานีบริการน้ำมันเชลล์ทุกสาขา” นางสาวคณาขวัญ กล่าวทิ้งท้าย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine



















































































































