• เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดรับจอง New Continental GT – New Flying Spur ขุมพลัง High Performance Hybrid ใหม่ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะรุ่น

    2 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดรับจอง New Continental GT – New Flying Spur ขุมพลัง High Performance Hybrid ใหม่ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะรุ่น

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดรับคำสั่งจอง รุ่น New Continental GT ราคาเริ่มต้น 18,400,000 บาท รุ่น New Continental GT Convertible ราคาเริ่มต้น 20,200,000 บาท และรุ่น Flying Spur ราคาเริ่มต้น 16,900,000 บาท โดยแกรนด์ทัวเรอร์โฉมใหม่มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ High Performance Hybrid V8 แบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ที่จะมอบพละกำลังกว่า 680 แรงม้า ซึ่งในปัจจุบัน รุ่น New Continental GT และ New Flying Spur จะผลิตขึ้นสำหรับเครื่องยนต์ V8 แบบไฮบริดเท่านั้น

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดรับคำสั่งจอง New Continental GT และ New Flying Spur จำนวน 6 รุ่น ราคาเริ่มต้นดังต่อไปนี้

    • รุ่น New Continental GT
    • New Continental GT ราคาเริ่มต้น 18,400,000 บาท
    • New Continental GT Azure ราคาเริ่มต้น 20,200,000 บาท

     

    • รุ่น New Continental GT Convertible
    • New Continental GTC ราคาเริ่มต้น 20,200,000 บาท
    • New Continental GTC Azure ราคาเริ่มต้น 22,100,000 บาท

     

    • รุ่น New Flying Spur
    • New Flying Spur ราคาเริ่มต้น 16,900,000 บาท
    • New Flying Spur Azure ราคาเริ่มต้น 18,700,000 บาท

    สำหรับการเปิดรับคำสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น New Continental GT และ New Flying Spur เบนท์ลีย์ แบงค็อก มอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ V8 Hybrid ด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่มาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) และ Service Package นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4

    รุ่น Continental GT และในรุ่นย่อย Azure ใหม่เปิดตัวพร้อมกับระบบส่งกำลังไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ของเบนท์ลีย์ที่ผสานเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรและมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลังเข้าด้วยกันเพื่อสร้างพละกำลังสูงสุด 680 แรง แรงบิดสูงสุด 930 นิวตันเมตร แม้ว่าระบบส่งกำลังแบบ Ultra Performance Hybrid ในรุ่น Speed ​​จะยังคงเป็นระบบส่งกำลังที่ทรงสมรรถนะที่สุดของแบรนด์ แต่สิ่งที่สำคัญคือระบบ High Performance Hybrid รุ่นใหม่ที่เหนือกว่าระบบส่งกำลังรุ่น W12 เดิมในรุ่น Speed ก่อนหน้าในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง แรงบิด และประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ยังมอบพิสัยการเดินทางได้สูงสุดถึง 80 กิโลเมตรในโหมดไฟฟ้าล้วน (EV)

    การเปิดตัวแกรนด์ทัวเรอร์โฉมใหม่นี้จึงได้นิยามความเป็น Everyday Supercar ที่เน้นเรื่องสมรรถนะ พร้อมนำเสนอการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างพละกำลังอันมหาศาล เสถียรภาพและความคล่องตัว การออกแบบที่ประณีต และงานฝีมืออันงดงาม

    New Continental GT and GT Convertible

    New Continental GT และ New GT Convertible เจเนอเรชันที่ 4 มาพร้อมกับดีไซน์คลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นตั้งแต่รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2546 ที่รวมถึงกระจังหน้าแบบเมทริกซ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ตกแต่งด้วยเฉดสีดำเงาพร้อมขอบและแถบโครเมียมตรงกลาง กระจังหน้าด้านล่างตกแต่งด้วยเฉดสีดำด้าน พร้อมกับสปลิตเตอร์ที่มาในเฉดสีดำเงา การออกแบบไฟหน้าแบบ ‘Harmony’ อันโดดเด่นมีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากรุ่น Speed ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคริสตัลเจียระไนและมีแอนิเมชันที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ วัสดุภายนอกมาในแบบโครเมียมพร้อมด้วยท่อไอเสียแบบโครเมียมเงา 2 ท่อด้านหลังที่โดดเด่นออกมาจากดิฟฟิวเซอร์เฉดสีดำเงา และไฟท้ายสีแดงที่มีแอนิเมชันแบบ ‘Harmony’

    เบาะโดยสารแบบใหม่ผลิตขึ้นโดยช่างฝีมือ ณ โรงงานเมืองครูว์ โดยออกแบบเป็นลายร่องตรง นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกใช้แบบโครเมียมเงาหรือโครเมียมเข้มสำหรับการตกแต่งสวิตช์เกียร์ ช่องระบายอากาศ ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ และมือจับประตู พร้อมด้วยกาบบันไดที่สลักข้อความ “Handcrafted in Crewe, England”

    เครื่องยนต์รุ่น V8 แบบ High Performance Hybrid มอบพละกำลังรวมกว่า 680 แรงม้า แรงบิดรวม 930 นิวตันเมตร New Continental GT จึงมีประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ใน 3.7 วินาที สำหรับ Continental GT ใหม่ และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ใน 3.9 วินาทีในรุ่น Continental GT Convertible พร้อมพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้ากว่า 85 กิโลเมตร สำหรับ New Continental GT และ 82 กิโลเมตร สำหรับ รุ่น New Continental GTC โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในโหมดไฮบริดที่ต่ำกว่าเพียง 29 กรัม ต่อ กิโลเมตร และ 31 กรัม ต่อ กิโลเมตรตามลำดับ

    New Continental GT ยังมอบประสิทธิภาพในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยี Bentley Active Chassis ที่ประกอบไปด้วย Dynamic Ride, Rear Wheel Steering และ eLSD พร้อมโหมด Comfort, Bentley และ Sport ที่ให้ผู้ขับขี่ได้เลือกกับระบบส่งกำลังและแชสซีส์ที่จะมอบประสิทธิภาพในการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกสภาพพื้นถนน

    New Continental GT Azure and GT Convertible Azure

    New Continental GT/C Azure มาพร้อมกับการออกแบบที่งดงาม หรูหรา และการเน้นความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารอันเป็นคุณสมบัติเด่นของรุ่น Azure ใหม่ที่สะท้อนผ่านกระจังหน้าแบบเมทริกซ์เฉดสีดำเงาใหม่พร้อมกับขอบและกระจังหน้าแนวตั้งแบบโครเมียม ด้านล่างของกระจังหน้าสีดำเงาตัดกับกระจังหน้าแบบเงาบนกันชนหน้าและช่องรับอากาศด้านล่าง มากไปกว่านั้น ล้ออัลลอยด์แบบ Azure ขนาด 22 นิ้วสีเงินใหม่ และโลโก้ Azure บนบังโคลนหน้า ทำให้การตกแต่งภายนอกสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น พร้อมกับภายในห้องโดยสาร เบาะและประตูห้องโดยสารที่มีการเย็บด้วยลวดลายเพชรแบบ Harmony 3 มิติใหม่พร้อมปักลาย Azure บริเวณที่รองศีรษะ

    คุณสมบัติเฉพาะของรุ่นยังมากับเบาะโดยสารแบบ Wellness ขอบไม้วีเนียร์วอลนัทแบบเปลือย กาบบันได Azure แบบเรืองแสง และการเย็บแบบคอนทราสต์บนเบาะโดยสาร พร้อมด้วยคุณสมบัติ Touring, Comfort และ Lighting Specification ที่มาเป็นมาตรฐานของรุ่น Continental GT Azure มาพร้อมซันรูฟแบบพาโนรามิก และ Continental GT Convertible Azure กับอุปกรณ์ที่อุ่นคอเพื่อให้ขับขี่ได้อย่างสบายเมื่อเปิดหลังคาในสภาพอากาศที่เย็น

    New Flying Spur

    New Flying Spur มาพร้อมกับขุมพลัง High Performance Hybrid และ Bentley Active Chassis ทำให้รุ่นนี้เป็นรองเพียงแค่ Flying Spur Speed เท่านั้นในแง่ของระยะทางการขับขี่ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารสูงสุด 5 คน โดยตัวรถสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ใน 3.9 วินาที ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงสมรรถนะอันเหนือชั้นที่ยังมาพร้อมกับการขับขี่ที่นุ่มนวล พื้นที่ภายในที่สะดวกสบาย และความประณีตที่จะทำให้ทุกการเดินทางเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ

    Flying Spur รุ่นใหม่โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงา กระจังหน้าด้านล่างเฉดสีดำด้าน พร้อมด้วยวัสดุโครเมียม และท่อไอเสียทรงรีโครเมียมแบบเงา ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยเบาะโดยสารแบบร่องตรงพร้อมโลโก้ Bentley ที่ปักบริเวณพนักพิงศีรษะ พร้อมการตกแต่งด้วยโครเมียมสำหรับสวิตช์เกียร์ กรอบช่องปรับอากาศ และมือจับประตู นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารแบบโครเมียมเข้มให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริม

    New Flying Spur Azure

    รุ่น Flying Spur Azure ตกแต่งเช่นเดียวกับ Continental GT Azure ที่มาพร้อมกระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงาใหม่พร้อมขอบและกระจังหน้าแนวตั้งแบบโครเมียม คุณสมบัติที่โดดเด่นอื่นๆ อาทิ โลโก้ Azure บนบังโคลน กระจังหน้าด้านล่างแบบโครเมียม การตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียม และล้ออัลลอยด์แบบ Azure ขนาด 22 นิ้วใหม่ ซึ่งตกแต่งด้วยเฉดสีเงินและโลหะเงา สำหรับการตกแต่งในรุ่น Azure มีให้เลือกทั้งแบบโครเมียมและแบบ Blackline Specification

    รุ่น Azure คือ อัครยนตรกรรมที่เน้นความสะดวกสบายในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่เพื่อการเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น ดังนั้น ทั้งเบาะโดยสารด้านหน้า 2 ที่นั่งและเบาะโดยสารด้านหลังอีก 2 ที่นั่งของ Flying Spur Azure จึงมาพร้อมเบาะโดยสารแบบ Wellness ที่ติดตั้งระบบปรับอุณหภูมิเบาะโดยสารและระบบระบายอากาศเพื่อรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมของร่างกายผู้โดยสารเพื่อความสบายและตื่นตัวตลอดการเดินทาง ฟังก์ชันเบาะนวดมีการตั้งค่าโปรแกรมถึง 6 แบบที่จะช่วยส่งเสริมการปรับท่านั่งอย่างต่อเนื่องเพื่อให้กล้ามเนื้อได้เคลื่อนไหวและช่วยลดความเมื่อยล้าในขณะเดินทาง

    คุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ได้รวมไปถึงระบบไฟหลากสีเพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร การเย็บแบบ Harmony บนประตูและเบาะโดยสาร ที่รองศีรษะแบบปักโลโก้ Azure ขอบไม้วีเนียร์แบบเปลือย และคุณสมบัติ Touring และ Comfort Specification และกาบบันได Azure แบบเรืองแสง

    อัครยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

    ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์สามารถเลือกครอบครองรุ่น Continental GT, Continental GT Convertible หรือ Flying Spur ที่จะสะท้อนถึงคุณค่าด้านสุนทรียศาสตร์และประสิทธิภาพในการขับขี่ นอกเหนือไปจากนี้ เบนท์ลีย์ยังมอบทางเลือกในการรังสรรค์อัครยนตรกรรมในฝันด้วยเฉดสี วีเนียร์ การตกแต่งภายในห้องโดยสาร และตัวเลือกจาก Mulliner ที่ช่วยให้ลูกค้าแต่ละรายสามารถรังสรรค์อัครยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างแท้จริง

    ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษ โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • NEW YAMAHA R3 R WORLD IS CALLING ดีไซน์ใหม่! พร้อมเชื่อมต่อด้วย แอปพลิเคชัน Y-CONNECT

    1 Min Read

    NEW YAMAHA R3 R WORLD IS CALLING ดีไซน์ใหม่! พร้อมเชื่อมต่อด้วย แอปพลิเคชัน Y-CONNECT

              บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด รุกตลาดรถสปอร์ตครั้งใหม่! ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถสปอร์ตของเมืองไทยตัวจริง พร้อมส่ง NEW YAMAHA R3… R / WORLD IS CALLING สปอร์ตแท้สายพันธุ์ตระกูล R-Series ขุมพลังเครื่องยนต์ 321 cc เต็มอารมณ์สปอร์ตอีกขั้นด้วยรูปลักษณ์ใหม่! สะท้อนความเป็นซูเปอร์สปอร์ตในทุกองศา ทุกเส้นทาง ทุกช่วงเวลาที่ต้องการ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแอปพลิเคชัน Y-CONNECT เชื่อมต่อทุกความเร้าใจ!

              NEW YAMAHA R3 มาพร้อมกับลุคใหม่! ที่จะปลุกความเร้าใจในทุกมุมมองไปกับ ไฟหน้า และไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่ ให้ความดุดันเร้าใจสไตล์ R-Series และให้ความสว่างชัดในการขับขี่ พร้อมด้วย ไฟท้ายดีไซน์ ใหม่! สไตล์ R-Series โฉบเฉี่ยวเร้าใจกว่าเดิม อีกทั้งยังให้ความรู้สึกสปอร์ต เร้าใจยิ่งขึ้นด้วย หน้าจอมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์ใหม่! สไตล์ซูเปอร์สปอร์ต แสดงข้อมูลได้อย่างครบถ้วนทุกรายละเอียด พร้อมช่องเสียบ USB – A สำหรับโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  และเพิ่มความเร้าใจครั้งใหม่! ด้วย แอปพลิเคชั่น Y-CONNECT ที่เชื่อมต่อรับรู้ข้อมูลรถและการขับขี่ของคุณผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือได้อย่างง่ายดาย

              NEW YAMAHA R3 ตอบสนองการขับขี่เต็มสมรรถนะด้วย เครื่องยนต์ 321 cc แบบ 2 สูบเรียง 8 วาล์ว ระบบหัวฉีดอัจฉริยะจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยความแม่นยำ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีกระบอกสูบไดอะซิล ให้เร้าใจทุกจังหวะการกดคันเร่งในทุกรอบความเร็ว พร้อมให้ความสนุกเร้าใจในทุกจังหวะการขับขี่ด้วยระบบ Assist & Slipper Clutch ช่วยลดแรงกระชากล้อหลังขณะลดเกียร์ ให้ความมั่นใจในทุกเส้นทางการขับขี่ด้วย โช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ Telescopic Upside Down ที่ช่วยควบคุมการเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ และให้ความปลอดภัยในการหยุดรถยิ่งขึ้นด้วยระบบเบรกดิสก์เบรกพร้อมระบบเบรก ABS ช่วยลดอาการล้อล็อคเมื่อเบรกกะทันหัน

              NEW YAMAHA R3 มีให้เลือกด้วยกันถึง 2 สีใหม่ คือ สีน้ำเงิน – ดำ Racing Blue และ สีขาว – น้ำเงิน White Pearl Metallic โดยมาพร้อมกับ Accessories อุปกรณ์ตกแต่งแท้ยามาฮ่าที่มีให้เลือกเสริมแต่งให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสมรรถนะที่เร้าใจยิ่งขึ้น ทั้ง ชุดบังลมสีควันบุหรี่, ตัวอุดเฟรม, ฝาปิดแม่ปั้มดิสก์เบรกและ แผ่นเรซินกันฝาถังน้ำมันลายคาร์บอน

    NEW YAMAHA R3… R / WORLD IS CALLING พร้อมวางจำหน่ายในราคา 208,200 บาท…และตอกย้ำคุณภาพด้วยการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 และสามารถติดตามความเคลื่อนไหว และข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่

    Website: www.yamaha-motor.co.th
    Facebook: Yamaha Society Thailand
    Instagram: @yamahasocietythailand
    Youtube: Yamaha Society Thailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “BRIDGESTONE TURANZA 6 ยางพรีเมียมมาตรฐานใหม่แห่งความนุ่มสบายเหนือระดับ พร้อมเทคโนโลยี ENLITEN®” ได้รับเลือกเป็นยางมาตรฐานติดรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ “NEW MG S5 EV” จากเอ็มจี

    1 Min Read

    “BRIDGESTONE TURANZA 6 ยางพรีเมียมมาตรฐานใหม่แห่งความนุ่มสบายเหนือระดับ พร้อมเทคโนโลยี ENLITEN®” ได้รับเลือกเป็นยางมาตรฐานติดรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ “NEW MG S5 EV” จากเอ็มจี

    บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด เผยว่า ผลิตภัณฑ์ “BRIDGESTONE TURANZA 6ยางรถยนต์พรีเมียมมาตรฐานใหม่แห่งความนุ่มสบายเหนือระดับ พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี ENLITEN” นวัตกรรมของการออกแบบยางรถยนต์จากบริดจสโตนซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ให้สมรรถนะการขับขี่อย่างเหนือชั้น และยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับเลือกให้เป็นยางมาตรฐานติดรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ “NEW MG S5 EV” จากเอ็มจี ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

    BRIDGESTONE TURANZA 6 ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยี ENLITEN ซึ่งช่วยให้ยางมีน้ำหนักเบา และมีแรงต้านทานการหมุนต่ำ อีกทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับและปลอดภัย จึงเหมาะกับการใช้งานสำหรับรถยนต์ทุกประเภทรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า

    BRIDGESTONE TURANZA 6 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITEN ขนาด 215/55R18 ได้รับการรับรองมาตรฐาน UN R117-04 ดีไซน์ใหม่ล่าสุด พร้อมการออกแบบมาโดยเฉพาะให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ NEW MG S5 EV ด้วยการลดการใช้พลังงานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมยังสามารถทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างแบบ 5-Link Suspension เพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะถนนบนสภาพพื้นผิวที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะบนพื้นถนนเปียก อีกทั้งยังช่วยลดเสียงรบกวน และเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพระบบ One Pedal ของเอ็มจี ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยมีคุณสมบัติเด่น ได้แก่

    • แรงต้านทานการหมุนที่ลดลง เพิ่มพลังแห่งการขับขี่ที่เหนือชั้น: เพื่อช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งให้กับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ NEW MG S5 EV
    • การยึดเกาะที่มั่นใจทุกสภาพถนน: ออกแบบลายดอกยางและร่องยางใหม่
      เพิ่มความมั่นใจในประสิทธิภาพการยึดเกาะทั้งบนพื้นถนนเปียกและถนนแห้ง
    • ความเงียบและนุ่มนวลในการขับขี่: ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ NEW MG S5 EV ช่วยลดระดับเสียงรบกวน และแรงสั่นสะเทือนระหว่างการขับขี่ เพื่อมอบความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
    • อายุการใช้งานที่ยาวนาน: โครงสร้างยางพัฒนาให้ทนทานต่อการสึกหรอเพื่อการใช้งานได้อย่างยาวนาน
    • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งในกระบวนการผลิตและระหว่างการขับขี่
    • เสถียรภาพและความมั่นคงที่เหนือชั้น: เสริมประสิทธิภาพการควบคุมและความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง

    ภาพรวมของผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE TURANZA 6 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITEN สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง NEW MG S5 EV จากเอ็มจี

    รุ่นรถของเอ็มจี รุ่นยางของบริดจสโตน ขนาดยางของบริดจสโตน
    NEW MG S5 EV BRIDGESTONE TURANZA 6
    ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITEN
    215/55R18

    คุณสมบัติเด่นของรถยนต์ NEW MG S5 EV

    NEW MG S5 EV บุกตลาดและสร้างมาตรฐานใหม่ในกลุ่ม B-SUV ไฟฟ้า กับจุดเด่น “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม Lifetime Warranty” ตอกย้ำการเป็น e-SUV ที่คุ้มค่าและครบครัน
    ด้วยยนตรกรรมไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ มาพร้อมสมรรถนะที่เหนือชั้นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า (180 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ให้การควบคุมที่แม่นยำด้วยระบบพวงมาลัย Dual Pinionผสานการทำงานของระบบช่วงล่างอิสระแบบแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้า และ 5-Link Suspension ด้านหลังที่ปรับจูนมาเป็นพิเศษ ทำให้เกาะถนนดียิ่งขึ้น ลดแรงสั่นสะเทือนระหว่างการขับขี่ พร้อมเข้าโค้งได้อย่างเฉียบคมแม้ในความเร็วสูง และยังมาพร้อมความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาวด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง NEW MG S5 EV ด้วยราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 719,900 บาท มาพร้อมตัวเลือก Standard Range และ Long Range

    คุณซาโตชิ อุเมโอะ ผู้อำนวยการส่วนงานธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด
    กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างบริดจสโตนและเอ็มจีในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าภายใต้การพัฒนาและออกแบบยางรถยนต์ด้วยเทคโนโลยี ENLITEN ของบริดจสโตน
    ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ยาง
    BRIDGESTONE TURANZA 6 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ENLITEN
    จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ยุคใหม่ ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ตลอดจนความยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต สอดคล้องกับ Bridgestone E8 Commitment (พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน) ในด้าน Energy (พลังงาน) เพื่อสร้างสังคมแห่งการเดินทางที่เป็นกลางทางคาร์บอน”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • DMT จับมือ PTG ส่งความห่วงใย แจกกระเป๋ากันง่วง-กาแฟพันธุ์ไทย และของที่ระลึก สุดพิเศษจากออโต้แบคส์ ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร ช่วงสงกรานต์ 2568

    1 Min Read

    DMT จับมือ PTG ส่งความห่วงใย แจกกระเป๋ากันง่วง-กาแฟพันธุ์ไทย และของที่ระลึก สุดพิเศษจากออโต้แบคส์ ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร ช่วงสงกรานต์ 2568

    บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ร่วมกับกาแฟพันธุ์ไทย และออโต้แบคส์ (Autobacs) ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร ในกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ส่งความห่วงใยแก่ผู้ใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ภายใต้โครงการ “สงกรานต์ปลอดภัย ใส่ใจเพื่อนร่วมทาง ปีที่ 15โดยจัดกิจกรรมแจกกระเป๋ากันง่วง กาแฟพันธุ์ไทย และของที่ระลึกสุดพิเศษสำหรับเทศกาลสงกรานต์จากออโต้แบคส์ (Autobacs) และสำหรับใครที่ต้องการความมั่นใจก่อนเดินทาง ยังมีจุดบริการตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้น (Light Check) ภายใน 20 นาที โดยทีมงานมืออาชีพจากออโต้แบคส์

    กิจกรรมแจกกระเป๋ากันง่วง กาแฟพันธุ์ไทย และของที่ระลึกสุดพิเศษจากออโต้แบคส์ (Autobacs) จะจัดขึ้นที่ ด่านดินแดง 1 ทางยกระดับดอนเมือง ในวันที่ 11 เมษายน 2568 แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ รอบเช้า เวลา 7.00 – 9.00 น. และรอบบ่าย เวลา15.00 – 17.00 น. ขณะเดียวกันยังมีจุดบริการตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้น (Light Check) ภายใน 20 นาที โดยทีมงานมืออาชีพจากออโต้แบคส์ (Autobacs) ที่ศูนย์อำนวยความสะดวกผู้ใช้ทางด่านดินแดง 2 ตั้งแต่เวลา 7.00 – 19.00 น เพื่อให้มั่นใจว่ารถที่ใช้ในการเดินทางอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และช่วยเติมความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้ผู้ขับขี่ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

    ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง กล่าวว่า DMT ในฐานะผู้ให้บริการทางหลวงพิเศษที่มุ่งเน้นให้ผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกจากสิ่งอำนวยความสะดวก ได้รับรวดเร็วประหยัดเวลาเดินทาง และได้รับปลอดภัยตลอดการขับขี่บนสายทาง จึงให้ความสำคัญกับช่วงเทศกาลที่มีการสัญจรหนาแน่น โดยเฉพาะดอนเมืองโทล์ลเวย์เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อศูนย์กลางของกรุงเทพไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความร่วมมือกับ PTG ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนความตั้งใจของเราที่จะดูแลผู้ใช้ทางอย่างรอบด้าน”

    คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่า “ในฐานะองค์กรที่เป็นแบรนด์คนไทย เพื่อคนไทย บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเรามุ่งมั่นในการเชื่อมโยงบริการและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ “อยู่ดี มีสุข” ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือเดินทางเพื่อท่องเที่ยว PTG จึงได้ร่วมกับ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ดำเนินโครงการ “สงกรานต์ปลอดภัย ใส่ใจเพื่อนร่วมทาง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความห่วงใยบนท้องถนน ผ่านการให้บริการ และกิจกรรมต่าง ๆ จากกลุ่มธุรกิจในเครือ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจรออโต้แบคส์ (Autobacs) ที่มาให้บริการตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้น (Light Check) ฟรี ภายใน 20 นาที โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญซึ่งผ่านการอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพ ด้วยมาตรฐาน No.1 จากประเทศญี่ปุ่น ครอบคลุมการตรวจสอบจุดสำคัญต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินทาง นอกจากนี้เราได้นำกาแฟพันธุ์ไทยแบบบรรจุขวดมาบริการให้กับผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทาง หวังว่าเครื่องดื่มของเราจะช่วยเติมความสดชื่น และลดความเสี่ยงจากความง่วงในระหว่างการเดินทางให้กับทุกคนบนท้องถนน และช่วยสร้างความมั่นใจแบบไร้กังวลระหว่างการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนได้มีความสุขกับช่วงเวลาพิเศษในเทศกาลสงกรานต์

     

    DMT และ PTG ขอเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนช่วง “7 วันอันตราย” ให้เป็น “7 วันแห่งความสุข” ในเทศกาลสงกรานต์ โดยมุ่งหวังให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความปลอดภัย อุ่นใจ และมีรอยยิ้มตลอดเส้นทาง ขอให้ทุกท่านขับขี่อย่างมีสติ มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง และเดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย พร้อมเก็บเกี่ยวความสุขในทุกก้าวของเทศกาลสงกรานต์ 2568 นี้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ”ทิม ไกเซอร์“ บิด CRF450R คว้าโพเดียม MXGP 2025 สนาม 4 ประเทศอิตาลี ยึดจ่าฝูงต่อเนื่อง

    1 Min Read

    ”ทิม ไกเซอร์“ บิด CRF450R คว้าโพเดียม MXGP 2025 สนาม 4 ประเทศอิตาลี ยึดจ่าฝูงต่อเนื่อง

    “ทิม ไกเซอร์” ยอดนักบิดชาวสโลวเนียจาก Team HRC ทะยานสุดยอดตัวแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R คว้าโพเดียมต่อเนื่อง เดินหน้าบวกแต้มยึดตำแหน่งจ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสม ในศึก MXGP 2025 สนามที่ 4 รายการ MXGP of Sardegna ที่ ริโอลา ซาร์โด ประเทศอิตาลี (Riola Sardo, Italy) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    นักบิดแข่งจาก Team HRC “ทิม ไกเซอร์” หมายเลข 243 และทีมเมท “รูเบน เฟอร์นานเดซ” หมายเลข 70 โชว์ฟอร์มบิดสุดยอดตัวแข่งสมรรถนะเยี่ยม Honda CRF450R ได้ในอันดับที่ 1 และอันดับที่ 3 ตามลำดับ โดยการแข่งขันเรซที่ 1 “ทิม ไกเซอร์” จบในอันดับที่ 5 ตามด้วย “รูเบน เฟอร์นานเดซ” ในอันดับที่ 6 จากการเริ่มต้นเกมเสียจังหวะและหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุจากความผิดพลาดของคู่แข่ง โดย“ทิม ไกเซอร์” จบในอันดับที่ 5 ตามด้วย “รูเบน เฟอร์นานเดซ” ในอันดับที่ 6

    ต่อมาในการแข่งขันเรซที่ 2 “ทิม ไกเซอร์” โชว์ฝีมือขึ้นรั้งกลุ่มหน้าและบู๊จนถึงเนินสุดท้ายก่อนคว้าโพเดียมในอันดับ 2 รวมทำคะแนนสะสมทั้งสิ้น 215 คะแนน รั้งจ่าฝูงตารางแชมเปี้ยนชิพทิ้งห่างคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง ด้าน “รูเบน เฟอร์นานเดซ” แม้จะพบความผิดพลาดจนอันดับหล่นไปถึงอันดับที่ 20 แต่ยังสามารถบิดไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาคว้าท็อป 11 ได้สำเร็จ รั้งอันดับที่ 7 ตารางคะแนนสะสม มีทั้งสิ้น 110 คะแนน

    ทั้งนี้ ศึก MXGP 2025 สนามต่อไป จะลงแข่งขันสนามที่ 5 ในรายการ MXGP of Trentino ที่เปียตรามูราตา ประเทศอิตาลี (Pietramurata, Italy) ในระหว่างวันที่ 12 – 13 เมษายน นี้

    #ThaiHonda #MotorSport #MXGP #HRC #Honda #HondaMotorcycle #CRF450R #HondaCRF


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โรยัล เอ็นฟีลด์ บิดทะลุ 1 ล้านคัน ยอดขายประจำปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์

    1 Min Read

    โรยัล เอ็นฟีลด์ บิดทะลุ 1 ล้านคัน ยอดขายประจำปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์

    โรยัล เอ็นฟีลด์ สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ด้วยยอดขายทะลุ 1 ล้านคันต่อปี ในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติการณ์ของแบรนด์ โดยมาจากความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ ทำให้ยอดขายรวมอยู่ที่ 1.09 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566-2567 ถึง 11% โดยในเดือนมีนาคม 2568 เพียงเดือนเดียว ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 34% และยอดส่งออกก็เติบโตถึง 37% เช่นกัน

    คุณบี โกวินดาราจัน ราจัน กรรมการผู้จัดการของ Eicher Motors และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ โรยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นปีที่พิเศษอย่างยิ่งสำหรับ โรยัล เอ็นฟีลด์ การก้าวข้ามสู่ยอดขาย 1 ล้านคันต่อปี ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดที่เคยทำได้ เป็นหลักฐานชัดเจนถึงความก้าวหน้าของเรา จากอดีตที่ยอดขาย 50,000 คันต่อปียังถือเป็นความสำเร็จใหญ่ มาจนถึงปัจจุบันที่เราสามารถสร้างมาตรฐานระดับโลกในกลุ่มมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง การตอบรับที่ล้นหลามจากรุ่น Bullet Battalion Black และ Classic 350 รุ่นใหม่ รวมถึงความสามารถในการตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของผู้ขับขี่อย่างรวดเร็ว ด้วยการออกแบบรุ่นใหม่ ๆ ทำให้ปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดของเรา

    ในระดับสากล เรากำลังขยายตลาดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยการเปิดโรงงานประกอบในประเทศไทย และการเข้าสู่ตลาดบังกลาเทศ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับการเติบโตระดับโลกของเรา รถรุ่นใหม่ 4 รุ่นที่เปิดตัวในปีนี้ และการก้าวเข้าสู่โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้าครั้งแรกของเรากับรุ่น Flying Flea ได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าที่จะท้าทายขีดจำกัด โรยัล เอ็นฟีลด์ ยังได้รับการจัดอันดับสูงสุดด้านคุณภาพเริ่มต้นในผลการศึกษาของ J.D. Power India Two-Wheeler Initial Quality Study ปี 2025 ซึ่งตอกย้ำถึงคุณภาพงานฝีมือระดับโลกของเรา และในขณะที่เราก้าวเข้าสู่ปีที่ 125 ของแบรนด์ เส้นทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยโอกาสใหม่ ๆ และเราตื่นเต้นมากที่จะได้ร่วมสร้างอนาคตของการขับขี่มอเตอร์ไซค์ต่อไป”

    ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรยัล เอ็นฟีลด์ มียอดขายเติบโตขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันแบรนด์เป็นหนึ่งในผู้นำของกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางในตลาดสำคัญต่าง ๆ อย่างเช่น ประเทศไทย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และนิวซีแลนด์

    คุณอนุจ ดัว หัวหน้าฝ่ายธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า “ที่ โรยัล เอ็นฟีลด์ การสร้างรถจักรยานยนต์ระดับโลก การสร้างชุมชนผู้ขับขี่ระดับนานาชาติ และการทำงานร่วมกับพันธมิตรตัวแทนจำหน่ายที่มีความกระตือรือร้น ถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำ เราดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง และทำให้รถมอเตอร์ไซค์ของเราเป็นเพื่อนร่วมทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักขี่ทุกคน เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดทั่วโลก และเติบโตถึง 13% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สิ่งนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องและกลยุทธ์การเติบโตในตลาดสำคัญของเรา เราไม่เคยต้องการแค่เป็นผู้นำ แต่เราต้องการเติบโตไปพร้อมกับกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางในระดับโลก และความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้คือผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดยั้ง และเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอีกหนึ่งปีที่ยอดเยี่ยม”

     

    ไฮไลท์สำคัญในปีที่ผ่านมาของโรยัล เอ็นฟีลด์

     

    โรยัล เอ็นฟีลด์ เปิดโรงงานประกอบแบบ CKD แห่งใหม่ในประเทศไทย
    โรงงานประกอบแบบ CKD (Completely Knocked Down) แห่งแรกนอกประเทศอินเดียที่เป็นกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ ณ จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร โรงงานแห่งใหม่นี้มีพื้นที่รวมกว่า 57,000 ตารางฟุต และมีกำลังการผลิตปีละ 30,000 คัน สะท้อนถึงพันธกิจระยะยาวของแบรนด์ที่มีต่อประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยนับเป็นโรงงาน CKD แห่งที่ 6 ของโรยัล เอ็นฟีลด์ทั่วโลก ต่อจากโรงงานในอาร์เจนตินา โคลอมเบีย บราซิล บังกลาเทศ และเนปาล

    โรยัล เอ็นฟีลด์ เดินหน้าเปิดสายการผลิตในบังกลาเทศ
    โรยัล เอ็นฟีลด์เริ่มดำเนินงานสายการผลิต (Category 2) และเปิดโชว์รูมแฟลกชิปรูปแบบใหม่ในบังกลาเทศ โดยมุ่งเน้นการผลิตและประกอบรถรุ่น Hunter 350, Meteor 350, Classic 350 และ Bullet 350 ภายในประเทศ พร้อมกันนี้ ยังประกาศแผนการขยายธุรกิจด้วยการเปิดโรงงานประกอบแบบ CKD แห่งใหม่ในประเทศบราซิลภายในเดือนมกราคม 2568 เพื่อตอบรับการเติบโตในตลาดยานยนต์ระดับโลก

    โรยัล เอ็นฟีลด์ เปิดตัวแบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Flying Flea
    โรยัล เอ็นฟีลด์เปิดตัว Flying Flea แบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะที่งาน EICMA 2024 และในประเทศอินเดีย โดยได้แรงบันดาลใจจากรุ่น Flying Flea ยุค 1940s นำเสนอแนวคิด City+ Mobility ผสานดีไซน์เรโทร-ฟิวเจอริสติกเข้ากับเทคโนโลยี EV ล้ำสมัย รุ่นที่เปิดตัว ได้แก่ FF-C6 และ FF-S6 ซึ่งมีสไตล์สแครมเบลอร์ เตรียมวางจำหน่ายภายในปี 2569 เพื่อเปิดประสบการณ์การเดินทางในยุคใหม่

    โรยัล เอ็นฟีลด์ เปิดศักราชใหม่ด้วย Guerrilla 450 โร้ดสเตอร์สไตล์โมเดิร์นระดับพรีเมียม
    โรยัล เอ็นฟีลด์เปิดตัว Guerrilla 450 โร้ดสเตอร์สไตล์โมเดิร์นระดับพรีเมียม ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Sherpa ขนาด 452 ซีซี ที่พัฒนาใหม่ เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจ รุ่นนี้มีให้เลือก 3 เวอร์ชัน ได้แก่ Analogue, Dash และ Flash พร้อมสีสันสดใสถึง 5 เฉด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้ขับขี่ยุคใหม่

    โรยัล เอ็นฟีลด์ เปิดตัว Classic 350 รุ่นปี 2024
    โรยัล เอ็นฟีลด์เปิดตัว Classic 350 รุ่นใหม่ปี 2024 สานต่อตำนานความงามที่เข้าถึงได้อย่างแท้จริง ด้วย 5 รุ่น ได้แก่ Heritage, Heritage Premium, Signals, Dark และ Chrome ครอบคลุมสีสันที่โดดเด่นถึง 7 เฉด พร้อมทั้งเปิดตัวโปรแกรม Factory Custom ซึ่งเป็นโปรแกรมปรับแต่งเฉพาะบุคคลแห่งแรกของแบรนด์ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถสะท้อนตัวตนผ่านดีไซน์เฉพาะตัว

    โรยัล เอ็นฟีลด์ เปิด Camp Kharu จุดแวะพักรักษ์โลกแห่งแรกในเลห์-มะนาลี โรยัล เอ็นฟีลด์เปิดตัว Camp Kharu จุดแวะพักรักษ์โลก (Green Pit Stop) แห่งแรกบนเส้นทางหลวงเลห์-มะนาลี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืนและสร้างอาชีพให้ผู้หญิงท้องถิ่น แคมป์แห่งนี้ดำเนินงานโดยผู้หญิงท้องถิ่นที่ผ่านการอบรม 6 คน ภายในมีร้านอาหารท้องถิ่นลาดักห์ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ที่ออกแบบและสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมดินอัดแน่นซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    โรยัล เอ็นฟีลด์ไม่ใช่แค่แบรนด์ แต่คือขบวนการเคลื่อนไหวของผู้รักการขับขี่ระดับโลก ที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง ชุมชนที่เข้มแข็ง และแผนการเติบโตที่ชัดเจน พร้อมก้าวสู่ทิศทางการเติบโตในระดับต่อไปอย่างมั่นใจ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เช็กให้ฉ่ำกับออโต้แบคส์ จัดเต็มสงกรานต์ด้วยบริการเช็กรถฟรีมากกว่า 25 รายการ

    1 Min Read

    เช็กให้ฉ่ำกับออโต้แบคส์ จัดเต็มสงกรานต์ด้วยบริการเช็กรถฟรีมากกว่า 25 รายการ

    ออโต้แบคส์ ประเทศไทย (Autobacs Thailand) ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร ในกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG จัดโปรโมชั่นตลอดเทศกาลสงกรานต์ด้วยแคมเปญ “เช็กฉ่ำ พิชสต็อป” บริการตรวจเช็กรถฟรี มากกว่า 25 รายการ พร้อมรับของที่ระลึกสุดพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ – 16 เมษายน 2568

    ออโต้แบคส์ (Autobacs) ร่วมส่งมอบความห่วงใยในทุกการเดินทางจัดโปรโมชั่นรับสงกรานต์ ให้รถทุกคันมั่นใจแบบไร้กังวลก่อนออกเดินทาง ตอกย้ำ “ครบ-เคลียร์-จบ ทุกเรื่องรถ” ที่ออโต้แบคส์ ด้วยการให้บริการที่มีคุณภาพจากพนักงานผู้เชี่ยวชาญซึ่งผ่านการอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพ ด้วยมาตรฐาน No.1 จากประเทศญี่ปุ่นสำหรับลูกค้าคนพิเศษด้วยแคมเปญ “เช็กฉ่ำ พิชสต็อป” รวมมูลค่า 1,299 บาท ให้การเดินทางตลอดเทศกาลสงกรานต์นี้ปลอดภัยแบบไร้กังวล ดังนี้

    1. ฟรี! เช็กให้ฉ่ำกับบริการตรวจเช็กรถ 25 รายการ
    2. รับบริการเพิ่ม ฟรี! เคลือบกระจก อบโอโซนฆ่าเชื้อในรถ เปลี่ยนลมไนโตรเจน
    3. รับฟรี! “ซองกันน้ำแคล้วคลาดปลอดภัย”

    สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของโปรโมชั่น หรือข่าวประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่ Autobacs Call Center โทร. 065-504-8000, www.facebook.com/autobacsthai  และ Line Official @autobacsthailand

    *รายการส่งเสริมการขาย และการบริการเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เชลล์ ปลุกความสดชื่นให้แรงเต็มพลังรับซัมเมอร์! เติมเต็มความสุขทุกการเดินทาง

    1 Min Read

    เชลล์ ปลุกความสดชื่นให้แรงเต็มพลังรับซัมเมอร์! เติมเต็มความสุขทุกการเดินทาง

    ซัมเมอร์นี้ได้เวลาปล่อยใจให้โลดแล่นไปกับการเดินทางเพื่อชาร์จพลังให้เต็ม เชลล์ชวนทุกคนออกไปสัมผัสการเดินทางหน้าร้อนในแบบที่จะทำให้คุณสดชื่นยิ่งกว่าเคยกับแคมเปญ ปลุกความสดชื่นให้แรง
    เต็มพลัง”
    ที่เติมเต็มทุกการเดินทางของคุณ เมื่อเติมน้ำมันเชลล์ วี-เพาเวอร์ ที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์ครบ 1,000 บาท/ใบเสร็จ รับฟรีทันที เครื่องดื่ม “โค้ก” ขนาด 510 มล. 1 ขวด มูลค่า 19 บาท (รับสูงสุด 2 ขวด/ใบเสร็จ) และพิเศษสำหรับสมาชิก Shell GO+ รับคะแนนพิเศษเพิ่มอีก 200 คะแนน (รับสูงสุด 400 คะแนน/ใบเสร็จ) เพื่อใช้แลกรับสิทธิประโยชน์ ได้อีกมากมาย เติมพลังให้รถเติมความสดชื่นให้ทุกการเดินทางได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2568 ที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

    นางสาวสิริวิภา ยุกตะทัต รองกรรมการบริหาร ธุรกิจโมบิลิตี้ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล เชลล์เข้าใจดีว่าทุกๆ การเดินทางคือช่วงเวลาสำคัญในชีวิต โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนซึ่งเป็นเวลาแห่งการเดินทางของหลายครอบครัวและนักเดินทางทั่วประเทศ ทั้งเพื่อการท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาว เชลล์จัดเตรียมแคมเปญพิเศษพร้อมโปรโมชันรับซัมเมอร์ส่งมอบความสุขความสดชื่นให้ทุกการเดินทาง เพื่อเติมเต็มพลังให้กับรถด้วยน้ำมันเชลล์ วี-เพาเวอร์ น้ำมันเกรดพรีเมียมคุณภาพดีที่สุดจากเชลล์ ที่มาพร้อมสารทำความสะอาดหัวฉีดและวาล์วไอดี ได้ถึง 100%  ช่วยฟื้นฟูสมรรถนะเครื่องยนต์ให้กลับมาทำงานได้เหมือนใหม่ ให้รถมีพลังแรง สะอาดเต็มร้อย เดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย พร้อมเติมความสดชื่นตลอดการเดินทางด้วยเครื่องดื่ม “โค้ก” ด้วยความร่วมมือจากบริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) พันธมิตรที่เชลล์ไว้วางใจและร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่องด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

    ด้วยความห่วงใยและปรารถนาที่จะส่งมอบความปลอดภัยให้ทุกการเดินทาง เชลล์ช่วยเตรียมรถให้พร้อมก่อนการเดินทาง แค่เพียงแวะมารับบริการตรวจเช็กความพร้อมของรถฟรี 10 จุด ได้ทุกวัน ที่ศูนย์เชลล์ เฮลิกส์ พลัส กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ในสถานีบริการน้ำมันเชลล์


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คว้ารางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand และรางวัล Brand Star ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ จากรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

    1 Min Read

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คว้ารางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Brand และรางวัล Brand Star ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ จากรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด คว้ารางวัลคุณภาพ แบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุด ประจำปี 2568 (2025 Thailand’s Most Admired Brand) และ รางวัลพิเศษ แบรนด์ที่มีความโดดเด่นน่าจับตามอง (Brand Star) จาก BrandAge ซึ่งเป็นนิตยสารและสื่อออนไลน์ชั้นนำทางด้านการตลาดและธุรกิจ ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) จากรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ที่ครองใจคนไทยทั้งประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ตอกย้ำถึงคุณภาพและนวัตกรรมของรถยนต์ ที่ได้รับความไว้วางใจ และเลือกใช้มากที่สุดจากผู้บริโภคในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

    นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ  กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวแสดงความขอบคุณที่ได้รับรางวัลนี้ว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล ‘2025 Thailand’s Most Admired Brand’ และรางวัล ‘Brand Star’ ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น จนสามารถครองอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ได้อย่างภาคภูมิใจครับ”

    “ความสำเร็จนี้ เป็นผลจากการทำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือการผลิตจากโรงงานประกอบรถยนต์ที่ได้มาตรฐานระดับโลก ไปจนถึงปลายน้ำ คือผู้จำหน่ายทั่วประเทศกว่า 190 แห่ง ที่มุ่งมั่น ส่งมอบคุณภาพและบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ความไว้วางใจจากผู้บริโภคคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทยต่อไปครับ” นายสาโรจน์ กล่าวเพิ่มเติม

    การสำรวจโดย BrandAge คือเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่แท้จริง โดยในปีนี้ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการวิจัยแบบเดิม ด้วยการผนึกกำลังระหว่างนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ร่วมกับเทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และช่วยฟังเสียงผู้บริโภคบนโลกออนไลน์จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา โดยครอบคลุมในหลายมิติที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ ได้แก่ ด้านนวัตกรรม (Innovation) ด้านสมรรถนะ (Performance) ด้านภาพลักษณ์องค์กร (Image) ด้านการบริหารจัดการ (Management) ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainable Development) และด้านการให้บริการ (Service) ทำให้ผลสำรวจครั้งนี้มีความน่าเชื่อถือ และมีความแม่นยำสูง

    มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น นำความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์ในการใช้งาน มาผสานกับรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยว สะดุดตา พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่บนท้องถนนแบบรถเอสยูวี และถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยส่วนแบ่งตลาดเกือบร้อยละ 40 ในกลุ่มรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก คุณภาพระดับพรีเมียม พร้อมความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่ครบครัน และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวี ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่รักการผจญภัยและมีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายอย่างไร้ขีดจำกัด

    มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เป็นรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ขนาดเล็ก พร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังและมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยประสบการณ์การขับขี่แบบ MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสานระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด เพื่อการขับขี่ที่ตอบสนองอย่างยอดเยี่ยมและประหยัดน้ำมัน โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ให้ความปลอดภัย ลุยได้ในทุกสภาพถนน และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เพื่อการขับขี่ที่มั่นใจและปลอดภัยมากขึ้นในขณะเข้าโค้ง สำหรับการเดินทางในทุกสภาพถนนและสภาพอากาศทุกรูปแบบ

    และเมื่อเร็วๆนี้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ได้ถูกเปิดตัวเพื่อเอาใจครอบครัวรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบความทันสมัยและไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ  มีดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมสะกดทุกสายตา ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งสีดำรอบคัน ตัดกับสีรถ ตอกย้ำความแข็งแกร่งและโดดเด่นในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • CARSOME Group ร่วมกับ Google Cloud และ Searce รวมศูนย์โครงสร้างคลาวด์ เสริมศักยภาพนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI

    1 Min Read

    CARSOME Group ร่วมกับ Google Cloud และ Searce รวมศูนย์โครงสร้างคลาวด์ เสริมศักยภาพนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI

    CARSOME Group Inc.(CARSOME) ร่วมกับ Google Cloud และ Searce ประกาศความร่วมมือระยะยาวเพื่อขยายธุรกิจและผลักดันการเติบโตของ CARSOME โดยความร่วมมือนี้จะใช้ประโยชน์จากบริการแพลตฟอร์มชั้นนำในอุตสาหกรรมของ Google Cloud ในด้านโครงสร้างพื้นฐานอันทันสมัย ความปลอดภัยทางไซเบอร์ การวิเคราะห์ข้อมูล และ Generative AI (gen AI) เพื่อยกระดับประสบการณ์การซื้อขายและการเป็นเจ้าของรถให้ดียิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคและดีลเลอร์รถมือสอง พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ CARSOME ในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรถยนต์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    Kjetil Rohde Jakobsen, Group Chief Technology Officer, CARSOME Group กล่าวว่า “ที่ CARSOME เราได้ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมรถมือสองด้วยการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาใช้ตั้งแต่ปี 2015 ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ เราจึงเห็นโอกาสในการเสริมสร้างรากฐานดิจิทัลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น การเปลี่ยนจากสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์มาสู่การใช้บริการ Google Cloud ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่คุ้มค่ากว่า แต่ยังเปิดโอกาสให้เราเข้าถึงระบบที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัย (secure-by-design) รวมถึงความสามารถแบบครบวงจรในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ทีมของเราสามารถนำเสนอโซลูชันและประสบการณ์ที่หลากหลายและแตกต่างให้กับลูกค้าและพันธมิตรของ CARSOME ทั่วทั้งภูมิภาคตั้งแต่การแสดงรายการรถยนต์และการค้นหา ไปจนถึงการจัดหาเงินทุน การทำธุรกรรม และบริการหลังการขาย”

     

    ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยการดำเนินงานบนคลาวด์แบบรวมศูนย์ที่ปลอดภัย

    ในปี 2024 CARSOME มียอดขายรถยนต์สะสมเกินกว่า 500,000 คัน นับตั้งแต่ก่อตั้ง โดยเฉพาะในปี 2023 เพียงปีเดียวมียอดขายถึง 150,000 คัน เพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดด CARSOME ได้ร่วมมือกับ Searce เพื่อนำความเชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาทางเทคนิคและการดำเนินการ มาใช้ในการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ไปสู่รูปแบบการดำเนินงานบนคลาวด์แบบรวมศูนย์ ซึ่งรวมถึงการโยกย้ายแอปพลิเคชันและฐานข้อมูลที่เป็นหัวใจหลักของการดำเนินงานและบริการเสริมของ CARSOME ไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับแต่งมาให้เหมาะสมกับภาระงานของ Google Cloud เพื่อให้เกิดการผสานรวมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนการปรับปรุงซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องมือที่ใช้งานง่ายสำหรับนักพัฒนาของ Google Cloud

    การเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ทันสมัยจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและความเร็วให้กับ CARSOME ในการมอบบริการใหม่ ๆ และบริการที่ได้รับการปรับปรุงผ่านแอปพลิเคชันดิจิทัล (เช่น แอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภค CARSOME CARSOME CARagent และ CARSOME CARdealer) ศูนย์ปรับสภาพรถ ศูนย์ตรวจสอบ และศูนย์ประสบการณ์ลูกค้า เพื่อให้บริการแก่ผู้ซื้อ ผู้ขาย และดีลเลอร์รถมือสองได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในด้านความปลอดภัย รักษามาตรฐานการปฏิบัติตามข้อกำหนด และเพิ่มความไว้วางใจจากลูกค้า CARSOME ยังได้นำการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่ติดตั้งในระบบและศูนย์ควบคุมความปลอดภัยของ Google Cloud มาใช้ เพื่อตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามขั้นสูงในระบบคลาวด์ที่รวมกันของตน

    Yash Thakker, Director, Solutions Consulting, Searce ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นผู้สนับสนุนการรวมระบบคลาวด์ของ CARSOME ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายของระบบคลาวด์ได้มากถึง 30% โดยการประหยัดค่าใช้จ่ายเหล่านี้สามารถนำไปลงทุนในโครงการนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์อื่น ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจ เช่น การพัฒนา AI agents แบบสนทนาโต้ตอบอันล้ำสมัย ที่สามารถจัดการคำถามทั่วไปจากลูกค้าได้อย่างอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพเพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่ลูกค้า ทำให้เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าของ CARSOME มีเวลามากขึ้นในการจัดการกับปัญหาอื่นที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้วยทีมผู้เชียวชาญภายในองค์กรที่ได้รับการรับรอง Searce จึงพร้อมและมีความเชี่ยวชาญในการสนับสนุนการย้ายโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทไปยัง Google Cloud และนำโซลูชัน AI ของ Google Cloud มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ”

     

    ขับเคลื่อนนวัตกรรมในวงกว้างด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลองค์กรและ AI แบบรวมศูนย์

    นอกเหนือจากการเร่งวงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์และการประหยัดค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ไว้ การย้ายไปใช้บริการ Google Cloud ยังช่วยให้ทีมงานของ CARSOME สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่มีความละเอียดสูง ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการจัดเก็บข้อมูลของ CARSOME ไว้บนแพลตฟอร์ม BigQuery ของ Google Cloud ซึ่งทำงานร่วมกับ Looker ของ Google Cloud แพลตฟอร์มสำหรับระบบธุรกิจอัจฉริยะ และ Google Marketing Platform

    ด้วยการผสานการทำงานโดยตรงระหว่าง BigQuery และแพลตฟอร์ม Vertex AI ของ Google Cloud ทำให้ CARSOME สามารถประมวลผลและสตรีมข้อมูลทุกรูปแบบจากศูนย์กลาง (ทั้งข้อมูลที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแอปพลิเคชัน AI ที่มีอยู่ ซึ่งรวมถึง:

    • เครื่องมือคำนวณราคาเฉพาะของบริษัทที่คาดการณ์มูลค่ารถยนต์ตามความเป็นจริงและความเหมาะสม โดยพิจารณาจากรุ่น อายุการใช้งาน อัตราไมล์ และปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายรถมือสองได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด
    • ระบบวิเคราาะห์ภาพถ่ายที่ทำการเบลอหมายเลขทะะเบียนรถยนต์โดยอัตโนมัติเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า และเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งรับรองว่ารถยนต์มือสองเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพก่อนที่จะนำไปปรับปรุงสภาพและจำหน่าย
    • โซลูชันศูนย์บริการลูกค้าที่ขับเคลื่อนด้วย gen AI ในการวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ของลูกค้าโดยอัตโนมัติและให้คำแนะนำที่ตรงจุดเพื่อพัฒนาการทำงานของเจ้าหน้าที่บริการลูกค้า

    โดย CARSOME ยังใช้ประโยชน์จาก BigQuery และ Vertex AI Agent Builder เพื่อผสานความสามารถในการค้นหาเชิงความหมาย (semantic search) เข้าไปในเครื่องมือภายใน ทำให้พนักงานจากทุกแผนกและสายงานสามารถเข้าถึงและดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานความรู้ขององค์กรที่มีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างต่อเนื่องมาใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการที่ gen AI ช่วยเปลี่ยนงานค้นคืนข้อมูลที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงให้กลายเป็นการค้นหาที่รวดเร็วหรือการสำรวจผ่านการสนทนา ทำให้ทีมการตลาดและผลิตภัณฑ์สามารถสร้างเนื้อหาด้านการให้ความรู้ รวมถึงพัฒนาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ซื้อและผู้ขายรถยนต์ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

    Serene Sia, Country Director, Google Cloud ประจำประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ กล่าวว่า “ด้วยการดำเนินธุรกิจบนโครงสร้างพื้นฐานของ Google Cloud ที่มีการจัดการแบบครบวงจร ซึ่งสามารถปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อรองรับความต้องการด้านประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของทุกแอปพลิเคชัน CARSOME จึงสามารถขยายการดำเนินงานได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดที่มีอยู่ การขยายคลังรถมือสอง ไปจนถึงการปรับปรุงกระบวนการเคลื่อนย้ายรถยนต์ระหว่างศูนย์ตรวจสอบ ศูนย์ปรับสภาพรถ และลูกค้า ร่วมกับ Searce เรามุ่งหวังที่จะดำเนินการรวมระบบคลาวด์ของ CARSOME ให้สมบูรณ์ พร้อมทั้งขับเคลื่อนแผนงานด้านนวัตกรรม ซึ่งรวมถึงการใช้ประโยชน์จาก gen AI และ agentic AI เพื่อยกระดับประสบการณ์การซื้อขายและการเป็นเจ้าของรถยนต์ให้มีความเป็นส่วนตัวและราบรื่นยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างกลไกการเติบโตใหม่ให้กับธุรกิจของบริษัท”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment