• เอ็มจี Takeover กรุงเทพฯ เป็น “สีม่วง” เปิดตัว NEW MG URBAN สร้างสีสันใหม่ให้กับวงการยานยนต์

    1 Min Read

    เอ็มจี Takeover กรุงเทพฯ เป็น “สีม่วง” เปิดตัว NEW MG URBAN สร้างสีสันใหม่ให้กับวงการยานยนต์

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย พลิกโมเดลการตลาดครั้งสำคัญในการเปิดตัวยนตรกรรมแฮทช์แบ็คไฟฟ้ารุ่นใหม่ NEW MG URBAN ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารที่ฉีกกรอบเดิมสู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด “NEW MG URBAN City Takeover” ที่เปลี่ยนแลนด์มาร์กสำคัญทั่วกรุงเทพมหานครให้เป็น “สีม่วง” เพื่อถ่ายทอดความโดดเด่นของ NEW MG URBAN ที่สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์คนเมือง

     

    การดำเนินงานในครั้งนี้ เอ็มจี ได้นำรูปแบบการสื่อสารจากช่องทางออนไลน์สู่ออฟไลน์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ โดยเริ่มต้นจากการสร้างกระแสการรับรู้ในโลกออนไลน์ผ่านตัวตนของ “น้องม่วง” จนเกิดเป็นกระแสไวรัลและได้รับการพูดถึงในวงกว้างบนสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนจะยกระดับสู่โลกออฟไลน์ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่สื่อและแลนด์มาร์กสำคัญทั่วกรุงเทพมหานคร (Urban Takeover) เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำอัตลักษณ์ของ NEW MG URBAN ในเชิงกายภาพ

    การสร้างการจดจำอัตลักษณ์ เอ็มจี ได้นำสีไฮไลท์ของรุ่นมาพลิกโฉมพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ ให้กลายเป็น “Media Canvas” ขนาดใหญ่ ครอบคลุมย่านศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ (CBD) ได้แก่ สยาม–ราชประสงค์ อโศก–สุขุมวิท สีลม–สาทร และพระราม 9–รัชดาภิเษก รวมถึงจุดหมายสำคัญของเมือง อาทิ สยามพารากอน สยามสแควร์ อาคารอินเตอร์เชนจ์ โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และใบหยกทาวเวอร์ เป็นต้น ส่งผลให้ภาพ “สีม่วง” ของ NEW MG URBAN ปรากฏอยู่ในทุกจังหวะการใช้ชีวิตของคนเมืองตลอดทั้งวันอย่างแท้จริง

    นายชุมพล คงสกุล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด และกลยุทธ์การสื่อสาร บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าNEW MG URBAN คือโมเดลสำคัญของเอ็มจี ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างทั้งในเรื่องดีไซน์ เทคโนโลยีที่โดดเด่นในระดับโลก (Global Innovation) มาประยุกต์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทย (Thai Passion) พร้อมมอบความคุ้มค่าที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงได้ (Value Choice) เราจึงมุ่งเน้นการสร้างความรู้สึกสนุกและการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ (Brand Engagement) ผ่านการสื่อสารที่ร่วมสมัยและการเปิดพื้นที่ให้เกิดบทสนทนาในสังคม ทั้งในช่องทางดิจิทัลและบริบทของชีวิตประจำวัน เพื่อให้แบรนด์ เอ็มจี มีความใกล้ชิดกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น ซึ่งการสร้างปรากฏการณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังได้ปรับรูปแบบการสื่อสารให้เท่าทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์กลยุทธ์ที่แตกต่างและทรงพลังในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบัน”

    ทั้งนี้ NEW MG URBAN พร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเปิดให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ผ่านการทดลองขับที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ทั้ง 126 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MGcarsThailand

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่

    Website: www.mgcars.com
    Line: @MGThailand
    Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
    Twitter: @mg_thailand
    Instagram: @mgthailand
    Youtube: MG Thailand
    TikTok: @mgthailand
    Application: MG Thailand

    Hashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER #NEWMGURBAN


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บุรีรัมย์ลั่นอีกแล้ว! พิตวอล์ค BRIC Superbike 2026 จัดเต็มความสนุกสนั่นแทร็ก

    1 Min Read

    บุรีรัมย์ลั่นอีกแล้ว! พิตวอล์ค BRIC Superbike 2026 จัดเต็มความสนุกสนั่นแทร็ก

    สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ความมันส์ระดับเวิลด์คลาสอย่างต่อเนื่อง สำหรับศึกสองล้อชิงแชมป์ประเทศไทยรายการ “NEXZTER BRIC Superbike 2026” (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์) สนามเปิดฤดูกาล ที่เซอร์ไพรส์มีชื่อนักบิด Moto2 ชาวสเปนร่วมซิ่ง พร้อมทัพความสนุกบันเทิงครบรส

     

    ล่าสุดได้เปิดฉากกิจกรรม “Pit Walk” (พิตวอล์ค) พลิกโฉมความสนุกครั้งใหม่ด้วยการเสิร์ฟความฮาแบบจัดเต็มกับศิลปินตัวท็อปของเมืองไทย “ตั๊ก บริบูรณ์, บอล เชิญยิ้ม และ นุ้ย เชิญยิ้ม” สวมเรซซิ่งสูทเต็มยศ ปะทะแตรวงตุ้งแช่กลางพิตเลน เรียกสร้างเสียงฮาและรอยยิ้มให้แฟนความเร็ว พร้อมย้ำภาพลักษณ์ความเป็น “National Championship” มาตรฐานเอเชีย ที่ยกระดับสู่การเป็น “เรซอินเตอร์ถ่ายทอดสดปูพรมสู่กลุ่มประเทศ AEC และขยายฐานเปิดตลาดจีนอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก

    บรรยากาศพิตวอล์คเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยแฟนความเร็วได้กระทบไหล่นักบิดชื่อดังและเหล่าซุปตาร์คนดังจากหลากหลายวงการที่ตบเท้าเข้าร่วมแข่งขันในสนามเปิดฤดูกาลนี้อย่างคับคั่ง นำทัพโดย ฮอร์เก้ นาบาร์โร นักบิดระดับโลก Moto2 และ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ ที่มาร่วมเพิ่มดีกรีความสนุกเข้มข้นให้กับการแข่งขันอย่างมาก

    นอกจากนี้ยังมีพระเอกขวัญใจวัยรุ่นชื่อดัง “โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี” ที่ลงแข่งขันในรุ่น SuperStock 1,000 ซีซี (ST3) สังกัดยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส, เบนซ์ เรซซิ่ง” อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักบิดคนดัง ลงแข่งขันในรุ่น support race สุดมันส์อย่าง R9 Cup สังกัด Yamalube R-Series Team และ “แพร-ทวินันท์ เพิ่มพูน” อินฟลูเอนเซอร์สาวที่สลัดลุคสวยก้าวสู่การเป็นนักแข่งเต็มตัวครั้งแรกในรุ่น SuperStock 1,000 ซีซี (ST3) ภายใต้สังกัดทีม HONDA TEAM CHRISTMAS ของ “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ อดีตนักบิดโมโตทู นอกจากนี้ยังมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์สาวสวยชื่อดังอย่าง น้องโนเกียร์ และ เฟย์ ชาคริยา ที่มาร่วมแจกความสดใสและสร้างสีสัน

    นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า ความสำเร็จของ Pit Walk ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสร้างสีสัน แต่สะท้อนภาพใหญ่ของ BRIC Superbike ในฐานะ “National Championship” ที่พัฒนาไปไกลกว่าการแข่งขัน ด้วยการผสานกีฬา เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และคอนเทนต์เข้าด้วยกันอย่างมีทิศทาง พร้อมยกระดับสู่การเป็น Motorsport Platform ของเอเชีย

    ความยิ่งใหญ่ของศึก NEXZTER BRIC Superbike 2026 ในปีนี้ นอกจากกระหึ่มในประเทศไทย ยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการจับมือกับพันธมิตรระดับสากล บุกตลาดใหญ่อย่างประเทศจีนเต็มรูปแบบ โดยมีการถ่ายทอดสด (Live Streaming) ตลอดทั้งฤดูกาลผ่านแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ระดับโลกของจีน ได้แก่ โต่วอิน (Douyin), เว่ยป๋อ (Weibo), อ้ายฉีอี้ (iQIYI) และ ฮูย่า (Huya) ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรม Viral Challenge ทั่วเอเชีย เพื่อส่งต่อเสน่ห์ความสนุกของมอเตอร์สปอร์ตไทยสไตล์ออกสู่สายตาชาวโลก นอกเหนือไปจากการถ่ายทอดสดในประเทศผ่าน True Visions, True Visions Now และกลุ่มประเทศ AEC ผ่านช่อง MVTV

    ทั้งนี้ ศึก “เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2026” สนามที่ 2 จะทำการแข่งขันในวันที่ 31 ก.ค.-2 ส.ค. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM จัด TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดภูเก็ต สานต่อประสบการณ์ออฟโรด พร้อมเชื่อมโยงคอมมูนิตี้ TANKER จากทั่วประเทศ

    1 Min Read

    GWM จัด TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดภูเก็ต สานต่อประสบการณ์ออฟโรด พร้อมเชื่อมโยงคอมมูนิตี้ TANKER จากทั่วประเทศ

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส  ล่าสุด GWM ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าไปอีกขั้นด้วยการจัดกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดภูเก็ต เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเรียนรู้เชิงลึกและเปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์รวมทั้งผู้ที่สนใจ GWM TANK 300 และ GWM TANK 500 ได้เรียนรู้เทคโนโลยีออฟโรดและทดสอบสมรรถนะของรถในสถานการณ์จริง พร้อมทั้งสร้างความแข็งแกร่งให้กับคอมมูนิตี้กลุ่ม ‘TANKER’ ในภาคใต้ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก GWM อนุภาษ ภูเก็ต พาร์ทเนอร์สโตร์ในพื้นที่ในการร่วมสร้างความประทับใจและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด

    พิสูจน์แล้วจาก TANKER ปลดล็อกทักษะ ค้นพบสมรรถนะเหนือความคาดหมาย พร้อมเชื่อมพลังคอมมูนิตี้

    ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของการจัดกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY ทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ กับลูกค้า ตลอดจนเสริมสร้างทักษะและความมั่นใจในการขับขี่ให้แก่ผู้ใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เพียงแต่ได้เปิดมุมมองใหม่ต่อสมรรถนะของ GWM TANK 300 และ GWM TANK 500 ที่สามารถตอบโจทย์การขับขี่ในสภาพเส้นทางที่หลากหลาย แต่ยังได้เจาะลึกและทดลองใช้งานเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะในสถานการณ์จริง ซึ่งช่วยปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของตัวรถที่อาจไม่เคยสัมผัสในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงและสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ใช้งาน GWM TANK หรือสมาชิก TANKER ให้ได้มาร่วมพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างมิตรภาพผ่านความชื่นชอบในการเดินทางและการผจญภัยร่วมกัน

    เรียนรู้ศักยภาพเทคโนโลยีออฟโรดผ่านประสบการณ์จริง

    สำหรับกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 3 ในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ เจาะลึกการใช้งานระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะของ GWM TANK อย่างใกล้ชิดจากทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพก่อนลงสนามทดสอบจริง ณ เหมืองเจ้าฟ้า จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจำลองสถานการณ์ออฟโรดรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าใจการทำงานของระบบและเทคโนโลยีผ่านการใช้งานจริงตลอดจนสามารถเลือกใช้ฟีเจอร์ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยสถานีจำลองไฮไลต์ประกอบด้วย

    • Dirt Road (เส้นทางลูกรัง): เสริมสร้างทักษะการควบคุมและทรงตัวของรถบนพื้นผิวกรวด ลูกรัง และเส้นทางธรรมชาติ พร้อมทดลองเลือกใช้โหมดการขับขี่อัจฉริยะให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะแตกต่างกัน
    • TANK Turn (ฟังก์ชันกลับรถในที่แคบ): พิสูจน์ความคล่องตัวของเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ด้วยการทดลองใช้งานฟังก์ชัน TANK Turn ที่ช่วยลดรัศมีวงเลี้ยวในพื้นที่จำกัด ช่วยให้การหักเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรดที่แคบหรือมีอุปสรรคเป็นไปได้อย่างง่ายดาย
    • Alternating Pits (สถานีหลุมสลับ): มุ่งเน้นการฝึกทักษะการขับผ่านเส้นทางหลุมสลับ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพพื้นผิวถนนได้อย่างชัดเจน
    • Incline & Decline Slope (ทางลาดชัน): เรียนรู้เทคนิคการควบคุมรถบนทางลาดชันสูง ทั้งในจังหวะขับขึ้นและลงเขาอย่างถูกวิธี พร้อมทดลองใช้งานระบบช่วยควบคุมความเร็วสำหรับการขับขี่ออฟโรดอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 3 คือ Adventure Track เส้นทางขับขี่ออนโรดและออฟโรดจริงที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและทักษะจากสนามฝึกจำลอง มาประยุกต์ใช้ในการขับขี่จริงบนเส้นทางธรรมชาติ พร้อมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางร่วมกับสมาชิกคอมมูนิตี้จากหลากหลายพื้นที่

    สร้างความเชื่อมั่นผ่านประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง

    GWM TANK ได้รับความไว้วางใจและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดเมืองไทย โดยปัจจุบันมีผู้ใช้ GWM TANK รวมแล้วกว่า 10,000 ครอบครัว ถือเป็นภาพสะท้อนสำคัญของความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์และผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี  ทั้งนี้ GWM ตระหนักดีว่าในยุคปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์และการบอกต่อจากผู้ใช้งานจริง ดังนั้นกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY จึงไม่เพียงสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และศักยภาพของรถได้ลึกยิ่งขึ้นแต่ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้สมาชิก TANKER ได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้เทคโนโลยีร่วมกัน และร่วมกันส่งต่อความมั่นใจจากการใช้งานจริงออกไปในวงกว้าง ซึ่งเสียงจากผู้ใช้งานจริงเหล่านี้คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้แบรนด์ GWM เติบโตอย่างยั่งยืน

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ TANK OFF-ROAD ACADEMY สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของ GWM ที่ให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่ครอบคลุมมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ เรามุ่งมั่นพัฒนาทั้งนวัตกรรม คุณภาพการบริการและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ใช้งานเพื่อให้ลูกค้าได้รับความมั่นใจสูงสุดในทุกมิติของการใช้งาน ภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่เติบโตเคียงข้างลูกค้าและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในตลาดประเทศไทย โดยการเติบโตของคอมมูนิตี้ TANKER ในประเทศไทย ถือเป็นภาพสะท้อนสำคัญของความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ที่ GWM มุ่งมั่นส่งมอบมาอย่างต่อเนื่อง เราขอขอบคุณสมาชิก TANKER ทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ และที่ให้การสนับสนุน GWM มาโดยตลอด เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริงมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้ดียิ่งขึ้นพร้อมทั้งช่วยผลักดันให้ GWM เดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง และเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงในระยะยาว GWM จะเดินหน้าจัดกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY อย่างต่อเนื่องในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะการขับขี่ออฟโรดและสร้างประสบการณ์ร่วมกับคอมมูนิตี้ TANKER โดยกิจกรรมครั้งต่อไปมีกำหนดจัดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเราหวังว่าจะได้พบกับลูกค้าและสมาชิก TANKER อีกครั้งเร็ว ๆ นี้”

    GWM ยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ครอบคลุมมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ผ่านกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ ความมั่นใจและความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานเพื่อร่วมสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งและส่งต่อประสบการณ์การเดินทางที่สนุก ปลอดภัย และตอบโจทย์การใช้งานในทุกสถานการณ์ให้แก่ลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ โดยสามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม และความเคลื่อนไหวของ GWM TANK รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของ GWM ได้ผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของ GWM Thailand และเว็บไซต์ www.gwm.co.th เพื่อไม่พลาดกิจกรรมพิเศษ สิทธิประโยชน์ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ GWM เตรียมมอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ครั้งแรก! ของผู้ขับขี่ New Honda UC3 กับการรวมพลผู้ใช้จริง ในงาน “Honda UC3 Society First Meet” สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

    1 Min Read

    ครั้งแรก! ของผู้ขับขี่ New Honda UC3 กับการรวมพลผู้ใช้จริง ในงาน “Honda UC3 Society First Meet” สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับเจ้าของ New Honda UC3 ในกิจกรรม “Honda UC3 Society First Meet” งานมีตติ้งครั้งแรกของคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า New Honda UC3 ที่เปิดพื้นที่ให้สมาชิกได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานจริง และทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน พร้อมอิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษในบรรยากาศเป็นกันเอง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ณ ร้านอาหารญี่ปุ่น TORA SUSHI สาขาบางนา

    กิจกรรมครั้งนี้มีผู้ขับขี่ New Honda UC3 เข้าร่วมกว่า 20 คัน มาร่วมแชร์ประสบการณ์การใช้งานจริง แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และพูดคุยเรื่องราวการเดินทางในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนพลังของคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ภายในงาน สมาชิกได้ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมแบ่งปันมุมมองต่ออนาคตของการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า อีกทั้งยังได้ “แพร ทวินันท์” อินฟลูสาวผู้หลงใหลไลฟ์สไตล์การเดินทางยุคใหม่ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพูดคุยกับสมาชิกอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ สมาชิกยังได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์โอมากาเสะเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อชาว New Honda UC3 โดยเฉพาะ พร้อมแบ่งปันไอเดียการคัสตอมที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานแต่ละคน ช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งการพบปะและมิตรภาพภายในกลุ่มผู้ใช้งาน

    Honda UC3 Society First Meet ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งแรกของชาว New Honda UC3 ที่ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วม แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการมุ่งสร้าง EV Ecosystem ที่เชื่อมโยงทั้งผู้ใช้งาน เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์การเดินทางแห่งอนาคตเข้าด้วยกัน พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการเดินทางยุคใหม่อย่างยั่งยืนต่อไป โดยผู้ที่ใช้ New Honda UC3 สามารถติดตามกิจกรรมครั้งต่อไปของ Honda UC3 Society ได้เร็ว ๆ นี้

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #NewHondaUC3 #TheUrbanFirstMovers #HondaEVMotorcycle #รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 อวดโฉมมรดกนวัตกรรมยานยนต์

    1 Min Read

    งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 อวดโฉมมรดกนวัตกรรมยานยนต์

    สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48” ภายใต้แนวคิด “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” ชมรถโบราณหลากยุค หลายสมัย ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569

    ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “งานประกวดรถโบราณ เป็นงานระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 48 โดยแนวคิดของงานปีนี้คือ “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” เนื่องจากเหล่าบรรดายานยนต์โบราณ คือผู้ส่งมอบนวัตกรรม ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีล้ำสมัยให้แก่ยานยนต์ยุคปัจจุบัน เช่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบกลไก กลายเป็นระบบ AWD อัจฉริยะที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบช่วงล่างพื้นฐาน กลายเป็นระบบกันสะเทือนไฟฟ้าที่ตอบสนองตามสภาพถนนแบบเรียลไทม์ ขุมพลังดั้งเดิม กลายเป็นระบบไฮบริด พลัก-อิน ไฮบริด และไฟฟ้า ฯลฯ นวัตกรรมจากอดีตจึงเป็นมรดกของยานยนต์โบราณที่ทรงคุณค่ายิ่ง”

    กัลยา กมลรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ กล่าวว่า “ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ได้ร่วมกับสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยจัดงานประกวดรถโบราณอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยงานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคุณภาพที่สะท้อนความหลากหลายของไลฟ์สไตล์ และเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกเจเนอเรชันได้ร่วมสัมผัสคุณค่า และเสน่ห์ของยานยนต์คลาสสิค ผู้เข้าชมจะได้พบกับรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 100 คัน บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 4,000 ตารางเมตร บริเวณชั้น G”

    การประกวดรถโบราณแบ่งเป็น 7 ประเภท ตามมาตรฐานของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA) ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ (ก่อนปี 1904) รถรุ่นผ่านศึก (ปี 1905-1918) รถโบราณ (ปี 1919-1930) รถรุ่นก่อนสงคราม (ปี 1931-1945) รถรุ่นหลังสงคราม (ปี 1946-1960) รถคลาสสิค (ปี 1961-1970) และรถคลาสสิคร่วมสมัย (ปี 1971-ปัจจุบัน ย้อนหลัง 30 ปี)

    สำหรับรถเด่นในงานปีนี้ ได้แก่ รถโบราณอายุเฉียด 100 ปี Rolls-Royce 20hp Saloon ปี 1929 / รถบนโปสเตอร์งานประกวด Austin 7 Saloon ปี 1933 / รถนำเข้ามาจากต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์ Porsche 911 Carrera Super Sport 3.2 Targa ปี 1986 และ Porsche 911 Carrera Super Sport 3.2 Cabriolet ปี 1989

    นอกจากนั้น ยังมีการประกวดอีกหลายประเภท อาทิ รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถแจกวาร์ รถมีนี รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน และรถเฟียต พร้อมรถที่นำมาแสดงเป็นพิเศษ

    ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ก็มีมากมาย เช่น เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับรถโบราณ หัวข้อ “ไทยเปิดนำเข้ารถโบราณปีแรก ผลลัพธ์เป็นอย่างไร?” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษตลอดงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกตามล่ารถไฮไลท์ผ่านกิจกรรม Lucky Rally Scan สะสมภารกิจลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ หมุนวงล้อแห่งความโชคดีเพื่อลุ้นรับโมเดลรถโบราณสุดน่ารัก รวมถึงเก็บภาพความประทับใจที่ Photo Booth ในบรรยากาศวินเทจสุดคลาสสิค ที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึง และเรียนรู้เรื่องราวของรถยนต์ระดับตำนานที่สนุกมากยิ่งขึ้น คอนเสิร์ทเพลงฮิทในอดีต จำหน่ายสินค้าวินเทจ หนังสือ นิตยสาร แสตมป์รถโบราณ รถโบราณจำลอง ฯลฯ

    ผู้สนใจสามารถส่งรถเข้าประกวดได้ที่ imc.co.th/vintagecarclub/vcct ภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 หรือสอบถามรายละเอียดที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub และเชิญชมงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” คว้าท็อป 7 ศึกเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026 สนามที่ 2 ประเทศโปรตุเกส

    1 Min Read

    “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” คว้าท็อป 7 ศึกเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026 สนามที่ 2 ประเทศโปรตุเกส

    “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นักบิดดาวรุ่งจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ทำผลงานเก็บคะแนนสะสมต่อเนื่องในศึกเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026 คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนามที่ 2 เอสโตริล ราวด์ ณ เซอร์กิตโต โด เอสโตริล ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา

     

    สำหรับ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เจ้าของรถหมายเลข 85 ออกสตาร์ตในตำแหน่งโพล โพซิชั่น และต้องต่อสู้อย่างดุเดือดตลอดการแข่งขันกว่า 16 รอบ โดยนักบิดดาวรุ่งไทยได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมในสนามแข่งขันจนสามารถคว้าอันดับที่ 7 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มอีก 9 คะแนน รวมเป็น 23 คะแนน รั้งอยู่อันดับที่ 8 ของตารางรวม ลุ้นสร้างผลงานประจำปีต่อไป

    ศึกเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026 คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนามที่ต่อไป จะทำการแข่งขันกันที่ เซอร์กีโต เด เฆเรซ ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2026 นี้

     

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #JuniorGP #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย มอบคอมพิวเตอร์ 864 เครื่อง สนับสนุนการศึกษา 3 จังหวัดชายแดนใต้ สานต่อความช่วยเหลือต่อเนื่อง มูลค่ารวมกว่า 5.3 ล้านบาท

    1 Min Read

    มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย มอบคอมพิวเตอร์ 864 เครื่อง สนับสนุนการศึกษา 3 จังหวัดชายแดนใต้ สานต่อความช่วยเหลือต่อเนื่อง มูลค่ารวมกว่า 5.3 ล้านบาท

    มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ จัดพิธีส่งมอบคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส คุณบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ คณะผู้บริหารสถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี

     

    การดำเนินโครงการในครั้งนี้ เป็นการสานต่อความช่วยเหลือจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี 2567 ซึ่งส่งผลให้โรงเรียนจำนวนมากได้รับความเสียหายและขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ของเยาวชน

    ในปี 2567 มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อฟื้นฟูโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบเป็นมูลค่า 1.8 ล้านบาท ควบคู่กับการมอบคอมพิวเตอร์รวมทั้งสิ้น 326 เครื่อง เพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     

    สำหรับการส่งมอบในปี 2569 นี้ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยได้ดำเนินการจัดหาคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมจำนวน 864 เครื่อง เพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม และลดช่องว่างทางการเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่

    นายอิสรภาพ อู่โชตนานันท์ กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย กล่าวว่า
    “มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสังคมไทย โดยเฉพาะการยกระดับโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ที่ยังขาดแคลน ทั้งในยามวิกฤตและการฟื้นฟูในระยะยาว เพื่อให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกัน”

    ทั้งนี้ หากนับรวมการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.3 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

     

    มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย  จัดตั้งขึ้นเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนไทยในยามเกิดสาธารณภัย รวมถึงการสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยยึดมั่นในเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่าและเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

     

     

    #มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็มจี เปิดตัว NEW MG URBAN มาพร้อมเทคโนโลยี Auto Parking รุ่นแรกในเซกเมนต์ ราคา เริ่มต้น 529,900 บาท

    1 Min Read

    เอ็มจี เปิดตัว NEW MG URBAN  มาพร้อมเทคโนโลยี Auto Parking รุ่นแรกในเซกเมนต์ ราคา เริ่มต้น 529,900 บาท

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัว NEW MG URBAN รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็ครุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ภายใต้นิยาม “LIFE EASY” สะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตเมืองยุคใหม่ ให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ผ่าน 4 หัวใจหลัก ได้แก่ PARK EASY – จอดง่าย DRIVE EASY – ขับง่าย LIVE EASY – ใช้ชีวิตง่าย และ GO FAR EASY – ไปได้ไกลกว่า NEW MG URBAN ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยการผสานดีไซน์ที่โดดเด่น เทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของทุกคนอย่างลงตัว พร้อมประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 529,900 บาท

     

    NEW MG URBAN หรือ “น้องม่วง” รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของ เอ็มจี ที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันอัจฉริยะ ยกระดับประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ชูคอนเซ็ปต์        “LIFE EASY” ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่

    1. PARK EASY จอดง่าย ใช้ชีวิตง่ายกว่าเดิม

    เติมเต็มการใช้ชีวิตของคนเมืองให้คล่องตัวในทุกวัน ด้วยเทคโนโลยีช่วยจอดอัจฉริยะที่ช่วยลดความกังวลในการขับขี่และการหาที่จอดในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็น การเข้าจอดในอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ที่มีสภาพการจราจรหนาแน่น พร้อมระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Smart Parking Assist ระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล Remote Auto Parking ที่สามารถควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก รวมถึงระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน (Multi-Lane View) ช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบคันได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกการจอดเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้น

    2. DRIVE EASY ขับง่าย คล่องตัวทุกเส้นทางในเมือง

    ดีไซน์ตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมือง ด้วยสัดส่วนตัวรถที่ออกแบบอย่างลงตัว มอบความคล่องตัวสูงในการขับขี่ พร้อมวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร ช่วยให้การกลับรถ เข้าซอย หรือเปลี่ยนทิศทางในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างง่ายดาย เสริมด้วยระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS ระดับ L2 ให้ความเหนือระดับในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็ค และระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Auto Lane Change with Alert ช่วยดูแลผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์ พร้อมอุปกรณ์ตรวจจับรอบคัน ทั้งเซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง เรดาร์ 3 จุด และกล้อง  6 ตัว ช่วยประเมินสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ เพื่อมอบความมั่นใจและความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง โดยผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP สะท้อนถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับสากล

     

    3. LIVE EASY ใช้ชีวิตได้เต็มที่ในทุกวัน

    ยกระดับห้องโดยสารให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการเดินทาง ด้วยการออกแบบที่กว้างขวาง โปร่งสบาย และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปทำงาน การพักผ่อนในวันหยุด หรือการใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญ พร้อมหน้าจอ Infotainment ขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานร่วมกับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็วและลื่นไหล รองรับการเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมระบบ i-SMART PRO และ AI Voice Command ช่วยให้การสั่งงานภายในรถเป็นธรรมชาติ สะดวก และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว

     

    4. GO FAR EASY ไปได้ไกลกว่า ใช้ชีวิตได้มากกว่า

    มอบอิสระให้ไปได้ไกลกว่าที่เคย ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 53.9 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง สามารถขับขี่ได้ไกลที่สุดในคลาสถึง 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับทั้งการใช้งานในเมืองตลอดสัปดาห์และการออกทริปในวันหยุด พร้อมฟังก์ชัน V2L สามารถจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.3 กิโลวัตต์ (kW) เปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่สำหรับทุกกิจกรรม         ไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคมป์ การทำงานนอกสถานที่ หรือการใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อให้ทุกจุดหมายเป็นไปได้ง่ายกว่าที่เคย พร้อมมอบความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวด้วย EV LIFETIME WARRANTY การรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานการผลิตของ เอ็มจี

     

    ความโดดเด่นทั้งหมดนี้สะท้อนถึงปรัชญา “IN THAILAND FOR THAILAND” ที่ เอ็มจี ยึดถือมาโดยตลอด โดย NEW MG URBAN ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นโกลบอลโมเดลที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) ด้วยฝีมือคนไทยและซัพพลายเชนในประเทศ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้งานของคนไทยอย่างแท้จริง และยังเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของภูมิภาคภายใต้แนวคิด        “Made in Thailand, For the World”

     

    มร. ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว NEW MG URBAN คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป โดย เอ็มจี ตั้งใจนำเทคโนโลยีระดับพรีเมียมอย่างระบบ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ระดับ L2 และ Smart Auto Parking Solution มาใส่ไว้ในรถที่คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ว่าความสะดวกสบายระดับสูงต้องจ่ายในราคาหลักล้านเท่านั้น นอกจากตัวรถที่สมบูรณ์แบบ เอ็มจี ยังพร้อมส่งมอบประสบการณ์ LIFE EASY ผ่านบริการ MG SMILE มาตรฐานการบริการรูปแบบใหม่ที่เน้นความสะดวกและอุ่นใจในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน เพราะเราเชื่อว่ารถยนต์ควรเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มชีวิตให้ง่ายและสนุกมากขึ้น NEW MG URBAN จึงเป็นตัวแทนของคนยุคใหม่ที่เลือกใช้ชีวิตอย่างฉลาด ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี ความคุ้มค่า และไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นอย่างลงตัว”

     

    NEW MG URBAN 

     

    ราคาสุทธิ (บาท)       ราคาพิเศษ (บาท)

     

    ·     NEW MG URBAN รุ่น STANDARD

     

    ·     NEW MG URBAN รุ่น MAX

     

    ·     NEW MG URBAN รุ่น ULTRA

     

     579,900                529,900

     

     

     649,900                599,900

     

     

     749,900                709,900

     

     

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     


     

    No Comment
  • GWM ตอกย้ำผู้นำด้านบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์จีนในไทย ด้วยมาตรฐาน ความโปร่งใส และความอุ่นใจที่ผู้ใช้จริงพิสูจน์แล้ว

    1 Min Read

    GWM ตอกย้ำผู้นำด้านบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์จีนในไทย
    ด้วยมาตรฐาน ความโปร่งใส และความอุ่นใจที่ผู้ใช้จริงพิสูจน์แล้ว

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยด้วยมาตรฐานการดูแลที่โดดเด่นรอบด้าน ทั้งความสะดวกในการเข้าถึงการบริการ ความโปร่งใสของข้อมูลและค่าใช้จ่าย ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค กระบวนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและการสื่อสารที่ชัดเจน การันตีด้วยผลการสำรวจโดย บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด ปี 2569 ที่ยกให้ GWM เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความพึงพอใจด้านบริการหลังการขายสูงเป็นอันดับ 1 ในไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน (2568 และ 2569)*

    มากกว่าการขายรถคือการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

    GWM ยังคงเดินหน้าลงทุนและพัฒนาศักยภาพด้านการบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน เน้นการสร้าง ‘ความเชื่อมั่นที่จับต้องได้จริงด้วยบริการที่โปร่งใส ชัดเจน พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และทีมงานที่พร้อมสนับสนุนอย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM และรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในยุคยานยนต์พลังงานใหม่

    GWM Exclusive Service”:  ปัจจัยสำคัญสู่ความพึงพอใจและไว้วางใจจากลูกค้า GWM

     

    • ความสะดวกในการเข้าถึงการบริการ: หนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอนการบริการ คือ ความสะดวกในการเข้าถึงบริการ โดยมี GWM แอปพลิเคชันเป็นหัวใจหลักของการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าที่เข้าถึงได้ง่าย รวมไปถึงมีศูนย์บริการมาตรฐานและเครือข่าย GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ จำนวน 71 แห่งทั่วประเทศ ที่ทำให้ GWM พร้อมดูแลลูกค้าอย่างครอบคลุมในทุกมิติของการใช้งานรถยนต์ ตั้งแต่การเข้ารับบริการตามระยะ การดูแลหลังการขาย ไปจนถึงการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของ GWM รวมไปถึง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง คลอบคลุมถึงบริการยกรถฉุกเฉิน บริการเติมน้ำมันฉุกเฉิน รวมไปถึงบริการรับกุญแจสำรอง ณ ที่พักของลูกค้า ภายในระยะทาง 20 กิโลเมตร ซึ่งลูกค้าสามารถขอความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน GWM หรือโทรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า GWM ที่หมายเลข 02-668-8888  ได้ตลอด 24 ชั่วโมง; GWM Mobile Service ที่ให้บริการบำรุงรักษาตามระยะทางถึงที่ทั่วประเทศ เพียงทำการนัดหมายล่วงหน้า
    • ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคและกระบวนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ: GWM ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจได้ว่าช่างเทคนิค ที่ปรึกษาการบริการและเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ทุกคน จะมีความรู้ความสามารถในการให้บริการลูกค้า และซ่อมบำรุงรถยนต์ทุกประเภทพลังงานของ GWM ได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ของงานบริการ ด้วยเป้าหมายในการส่งมอบบริการหลังการขายที่รวดเร็ว ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการรับประกันความพร้อมส่งอะไหล่ภายใน 7 วัน พร้อมการชดเชยด้วย GWM Point หากไม่สามารถส่งอะไหล่ได้ภายใน 7 วัน นอกจากนั้นยังมีศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสีที่ครอบคลุม โดยทุกขั้นตอนผ่านการดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อม เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกครั้งของการเข้ารับบริการ

    • การบริหารจัดการปัญหาและการวิเคราะห์เชิงลึกแบบบูรณาการ: GWM ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยไม่เพียงมุ่งเน้นการซ่อมให้แล้วเสร็จ แต่ยังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึก (Root Cause Analysis) เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำในระยะยาว โดยทีมงานในประเทศไทยทำงานอย่างใกล้ชิดเป็นหนึ่งเดียวกับทีม Quality Management (QM), Research & Development (R&D) และสำนักงานใหญ่ (HQ) เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา กำหนดแนวทางการซ่อม และพัฒนาวิธีการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวช่วยให้ GWM สามารถยกระดับคุณภาพการซ่อมบำรุงให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และได้มาตรฐานเดียวกันในระดับสากล สะท้อนถึงความแตกต่างด้านกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ และเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้อย่างแท้จริง

     

    • ความโปร่งใส และการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ: GWM มุ่งเน้นการกำหนดราคาค่าบริการที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกรายมั่นใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการทุกครั้ง โดยผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่ก่อนเข้ารับบริการจนถึงหลังการบริการเสร็จสิ้น ซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและไม่รู้สึกว่ามีการซ่อนเร้นค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

    • ความพร้อมด้านอะไหล่และการสนับสนุนที่เหนือกว่า: GWM เสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการอะไหล่ด้วยการมีฐานการผลิตภายในประเทศ ซึ่งช่วยให้สามารถจัดหาและกระจายอะไหล่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนที่แตกต่างจากแนวทางการจัดหาอะไหล่ทั่วไปในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังคงยืนยันมาตรฐานการให้บริการด้วยการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน ซึ่งช่วยรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ลดระยะเวลารอคอย และตอกย้ำความได้เปรียบเชิงโครงสร้างของ GWM เมื่อเทียบกับภาพรวมทั้งอุตสาหกรรม

    • การรับประกันที่ครอบคลุมและโดดเด่นของ GWM: สะท้อนความตั้งใจในการดูแลผู้บริโภคในไทยอย่างจริงจังในระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานรถยนต์ GWM ได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจในทุกเส้นทาง ครอบคลุมทั้งการรับประกันคุณภาพรถใหม่สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน; การรับประกันแบตเตอรี่เพื่อความมั่นใจในยุคพลังงานใหม่ อาทิ การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด ORA 5 HEV นาน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง และการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ORA 5 EV นาน 8 ปี หรือ 180,000 แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ; รวมไปถึงการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับ TANK 300 DIESEL และ TANK 500 DIESEL สูงสุดถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ gwm.co.th

     

    • การสื่อสารที่มีความชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย: GWM เน้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ผ่าน GWM Smart Service ซึ่งเป็นระบบจัดการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อแพลตฟอร์มการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเข้ารับบริการที่ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนหรือยืนยันนัดหมายได้ตามความสะดวก ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการเวลาได้ดีขึ้นและเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนการใช้บริการ รวมถึงระยะเวลาในการซ่อม ค่าบริการ และสถานะการดำเนินการ และการให้รายละเอียดต่าง ๆ ให้ลูกค้าเข้าใจอย่างถูกต้องและครบถ้วน

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่แบรนด์ต่างมุ่งยกระดับบริการหลังการขายในหลากหลายมิติ GWM ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการผสานจุดแข็งทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการรับประกันระดับสูง เครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ระบบบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ และความพร้อมด้านอะไหล่จากฐานการผลิตในประเทศที่ช่วยให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ GWM สามารถส่งมอบประสบการณ์การให้บริการที่ครบวงจร ชัดเจน และเชื่อถือได้ในทุกมิติ ซึ่งเป็นหนึ่งในความแตกต่างสำคัญที่ทำให้เราโดดเด่นกว่าใครในอุตสาหกรรม พิสูจน์ได้จากผลการสำรวจด้านความพึงพอใจที่จัดทำโดย Differential ซึ่งสะท้อนว่า GWM สามารถทำผลงานโดดเด่นเหนือกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความพึงพอใจด้านบริการหลังการขายสูงเป็นอันดับ 1 ในไทยต่อเนื่อง ทั้งนี้  GWM ยังคงให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด พร้อมนำทุกความคิดเห็นไปวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่อุ่นใจและดียิ่งขึ้นในทุกมิติ และสะท้อนความมุ่งมั่นของ GWM ในการเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนเจ้าของ Honda E-Clutch ลุ้นเป็น 12 ไบค์เกอร์ผู้โชคดีร่วมทริป “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” บิด 4 ภาคทั่วไทยกับ Influencer สายไบเกอร์ชื่อดัง ฟรีตลอดทริป

    1 Min Read

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนเจ้าของ Honda E-Clutch ลุ้นเป็น 12 ไบค์เกอร์ผู้โชคดีร่วมทริป “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” บิด 4 ภาคทั่วไทยกับ Influencer สายไบเกอร์ชื่อดัง ฟรีตลอดทริป

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เชิญชวนเจ้าของรถ Honda E-Clutch ร่วมลุ้นเป็น 1 ใน 12 ผู้โชคดี เพื่อร่วมออกเดินทางในกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” ทริปพิเศษที่จะพาผู้ร่วมกิจกรรมสัมผัสเสน่ห์การเดินทางบนเส้นทางสุดประทับใจทั่วประเทศไทย ครบทั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่มอบความสะดวกสบายและความสนุกในทุกเส้นทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดกิจกรรม เปิดรับสมัครและร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2569

    กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้เจ้าของรถ Honda E-Clutch ในตระกูล 650 Series ได้แก่ CBR650R E-Clutch และ CB650R E-Clutch รวมถึงตระกูล 500 Series ได้แก่ CBR500R E-Clutch และ NX500 E-Clutch ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษไปพร้อมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในวงการรถจักรยานยนต์ นำโดย แพร ทวินันท์, เบนซ์ จากเพจ D BigBike, จอห์น จากเพจ John Rider, แมน จากเพจ ThaiRacing, กร จากเพจ BullyBike และ Influencers ท่านอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะมาร่วมสร้างสีสัน ถ่ายทอดประสบการณ์ และแบ่งปันมุมมองการขับขี่ด้วยเทคโนโลยี Honda E-Clutch ในบรรยากาศที่เป็นกันเองตลอดทริป

    สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถร่วมกิจกรรมได้ง่าย ๆ ดังนี้

    • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My Honda Moto และลงทะเบียนรถ Honda BigBike ระบบ E-Clutch ภายในแอปฯ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ iOS: https://apple.co/4dXHjtu และ Android: https://bit.ly/4cAzB67
    • เข้าเมนู “กิจกรรมจากฮอนด้า” และกดเข้าร่วมกิจกรรม “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience”
    • สร้างคลิปวิดีโอเล่าความรู้สึกในหัวข้อ “ทำไมต้อง Honda E-Clutch” ในสไตล์ของคุณ
    • โพสต์คลิปลง Facebook ส่วนตัว พร้อมติดแฮชแท็ก #HondaEClutchThe4ExclusiveXperience #นาทีนี้ต้องHondaEClutch #HondaBigBikeThailand ตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ (Public) และแชร์โพสต์กิจกรรม
    • คอมเมนต์ลิงก์วิดีโอใต้โพสต์กิจกรรม พร้อมระบุช่วงเวลาที่ต้องการร่วมทริป โดยสามารถเลือกได้สูงสุด 2 ช่วงเวลา

    ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้ร่วมเดินทางในทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เส้นทางละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 12 คน โดยสามารถเลือกช่วงเวลาที่สะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้

    • ทริปครั้งที่ 1: 9 – 13 กรกฎาคม 2569
    • ทริปครั้งที่ 2: 15 – 20 กรกฎาคม 2569
    • ทริปครั้งที่ 3: 27 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2569
    • ทริปครั้งที่ 4: 5 – 10 สิงหาคม 2569

    ทั้งนี้ จะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 น. ผ่านหน้าเฟซบุ๊ก Honda BigBike (https://www.facebook.com/HondaBigBikeTH/) พร้อมศึกษารายละเอียดกิจกรรมและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH

    #HondaEClutchThe4ExclusiveXperience #นาทีนี้ต้องHondaEClutch #HondaEClutch #NX500EClutch #CBR500REClutch #CBR650REClutch #CB650REClutch #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment