-
คาลเท็กซ์ เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลดใช้พลังงาน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เยี่ยมชมบูธร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงานที่พัฒนาโดยวิสาหกิจชุมชนในเขตภาคอีสาน ซึ่งได้รับคัดเลือกให้จัดแสดงและจำหน่ายผ่านร้านกาแฟในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ในจังหวัดอุดรธานี ที่ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลดใช้พลังงาน โดยใช้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นช่องทางจัดจำหน่าย ภายใต้แนวคิด “กินพี่…แล้วหมีหนาว” จัดโดย สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้มีการซื้อขายสินค้าชุมชนลดใช้พลังงานในวงกว้างผ่านช่องทางการจำหน่ายที่มากขึ้น ยกระดับสินค้าไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับวิสาหกิจชุมชน โดยมี นายชาแชงค์ นานาวาติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการพาณิชย์ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) ซึ่งมีบริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นบริษัทในเครือ และเป็นผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้ชื่อ “คาลเท็กซ์” ในประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและตัวแทนชุมชน ให้การต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ณ ลานกิจกรรมศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (EnCo) อาคาร C เมื่อเร็ว ๆ นี้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
โตโยต้าเปิดเวทีให้นักศึกษาวิศวกรรมรุ่นใหม่ ประชันไอเดียสร้างสรรค์ ใน “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย” ชิงทุนรวมกว่า 600,000 บาท

นายสมุทร ตังคชวนะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเปิดโครงการ “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อมุ่งเดินหน้าสนับสนุนศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผ่านการเชิญชวนนิสิตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ร่วมประกวดออกแบบชุดแต่งรถยนต์ ที่ผสานดีไซน์สวยงาม โดดเด่น มีเอกลักษณ์ พร้อมหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ที่เหมาะสม ชิงทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ณ TOYOTA ALIVE ถนนบางนา-ตราด กม.3
โครงการ “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย” คือโครงการที่โตโยต้าได้เริ่มจัดขึ้นเป็นปีแรกใน พ.ศ. 2568 โดยได้ทำการเปิดรับสมัครนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อให้โครงการนี้เป็นเวทีสำคัญในการปลุกพลังและแรงบันดาลใจของนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะความเข้าใจในศาสตร์ด้านอากาศพลศาสตร์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาและออกแบบรถยนต์สมัยใหม่ นำไปสู่การสร้างสรรค์ชุดแต่งที่มีทั้งความสวยงามและสมรรถนะที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานยุคใหม่อย่างแท้จริง

ในกิจกรรมครั้งนี้ โตโยต้าได้นำรถยนต์ยอดนิยม 2 รุ่น ได้แก่ YARIS ATIV (รถยนต์แบบซีดาน 4 ประตู) และ YARIS CROSS (รถยนต์แบบ SUV 5 ประตู) มาเป็นโจทย์หลักในการออกแบบ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพทางวิศวกรรมควบคู่กับแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และสามารถต่อยอดสู่ธุรกิจหรือนวัตกรรมด้านยานยนต์ในอนาคต
สำหรับเกณฑ์การตัดสิน และการให้คะแนน ทางคณะกรรมการจะพิจารณาในหัวข้อต่างๆ ประกอบด้วย
1. Styling โดยมีหัวข้อในการให้คะแนนย่อย ดังนี้
1.1 Design & Perspective มุ่งเน้นให้ผู้ออกแบบชิ้นส่วนนำเสนอที่มาและคอนเซปต์ รวมถึงความคิดสร้างสรรค์และความโดดเด่นของชิ้นงาน
1.2 Regulations โดยคณะกรรมการจะให้คะแนนทั้งในส่วนของจำนวนชิ้นแต่ง ที่ครบตามกำหนด จำนวน 5 ชิ้น, น้ำหนักของชิ้นงานทุกชิ้นรวมไม่เกิน 10 กิโลกรัม และขนาดชิ้นงานโดยรวมยื่นจากตัวรถไม่เกิน 10 เซนติเมตร
1.3 User Value เพื่อประเมินว่าชุดแต่งที่สร้างขึ้นสามารถใช้งานได้ในสภาวะการขับขี่จริง
2. Engineering ประกอบด้วย การวัดค่า Drag Coefficient และการวัดค่า Downforce
3. Product Development Plan ความสอดคล้องของการตั้งเป้าหมายการออกแบบและผลลัพธ์

โดยในปี 2568 ได้มีมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ จำนวน 7 แห่งที่แสดงความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
- มหาวิทยาลัยสยาม
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
- โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
นอกจากทุนการศึกษาแล้ว ผู้เข้าร่วมยังมีโอกาสพิเศษในการเข้าร่วม หลักสูตรอบรมขับขี่จาก Toyota Gazoo Racing Academy Thailand เพื่อพัฒนาทักษะด้านยานยนต์อย่างรอบด้าน
- รายละเอียดของรางวัล แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ YARIS ATIV และ YARIS CROSS
รุ่นละ 3 รางวัล รวมทั้งสิ้น 6 รางวัล ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวม 600,000 บาท ดังนี้
1. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ในแต่ละรุ่น
ทุนการศึกษา 150,000 บาท พร้อมเข้าร่วมโครงการ Toyota Gazoo Racing Academy Thailand
2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่1 ในแต่ละรุ่น
ทุนการศึกษา 100,000 บาท
3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ในแต่ละรุ่น
ทุนการศึกษา 50,000 บาท

สำหรับกิจกรรมนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยเติมเต็มการเรียนรู้และยกระดับผลงานให้มีคุณภาพสูงสุดแล้ว โตโยต้ายังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม การออกแบบชุดแต่งสำหรับรถยนต์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านซอฟแวร์จาก CADFEM (Thailand) ผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูงที่ลงทุนในสตาร์ทอัพและผลักดันเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยดำเนินการในกว่า 40 ประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการแต่งรถ อาทิ คุณเบียร์ ใบหยก และคุณแบงค์ Streetmetal มาร่วมเป็นที่ปรึกษาและกรรมการในกิจกรรมครั้งนี้
ทั้งนี้ โตโยต้าเชื่อมั่นว่าแนวคิดสร้างสรรค์จากคนรุ่นใหม่ในวันนี้ คือพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในอนาคต
ขอเชิญทุกท่านร่วมติดตามและเป็นกำลังใจให้กับเหล่านักออกแบบรุ่นใหม่ ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม ระหว่างวันที่ 5 ตุลาคม – 13 ธันวาคม 2568
ผ่านทาง เฟซบุ๊กแฟนเพจ Toyota Motor Thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยยาม
าฮ่ามอเตอร์ คว้าประกาศนียบัตรการจัดการ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมี ประสิทธิภาพ ผ่านมาตรฐานสากล ISO 14064-1 : 2018 Greenhouse Gases ยกระดับองค์กรมุ่งสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอนเพื่ อการเติบโตอย่างยั่งยืน 
นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร นางสาวบัวทิพย์ จันทร์ดำรงกุล ผู้จัดการใหญ่ด้านการเงิน วางแผน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ นายศราวุธ ศุภรัตนชาติพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายการให้การรับรอง บริษัท บูโร เวอริทัส ประเทศไทย จำกัด ในการรับมอบประกาศนียบัตรรับรองระบบมาตรฐาน ISO 14064-1 : 2018 Greenhouse Gases การันตี ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ว่าเป็นองค์กรที่มีการจัดการ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนใน Scope 1 – 2 ในปี พ.ศ. 2578 และ Scope 3 ในปี พ.ศ. 2593 ถือเป็นบริษัทเบิกร่องเจ้าแรกของอุตสาหกรรมยานยนต์สองล้อในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้
โดยความสำเร็จในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โปร่งใส รวมถึงสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร และทีมงานที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ในฐานะผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์สองล้อที่ไม่เพียงแค่มุ่งสร้างผลประกอบการทางธุรกิจ แต่ยังยืนหยัดบนพื้นฐานของความยั่งยืน ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม
โดยการรับรางวัลประกาศนียบัตรในครั้งนี้มีขึ้น ณ อาคารสำนักงาน บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
DCIM100MEDIADJI_0016.JPG -
News Car2 Min Read
ฮอนด้า จัดหนักส่งท้ายปี รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 70,000 บาท สำหรับ City Series ผ่านแคมเปญ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+ โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX City ซี๊ดดด Deal พร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่า ตั้งแต่ 1 ต.ค. – 11 ธ.ค. 2568

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดหนักส่งท้ายปีผ่าน แคมเปญ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX City ซี๊ดดด Deal รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 70,000 บาท สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์ซิตี้คาร์ยอดนิยมอย่าง Honda City และ Honda City Hatchback ทั้งขุมพลัง TURBO และขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV และรุ่นพิเศษ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition โดยเน้นความคุ้มค่าและมอบทางเลือกที่หลากหลาย “ตรงใจ เลือกได้เอง” สำหรับลูกค้าที่จองฮอนด้า ซิตี้ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท
- ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท สำหรับรุ่น TURBO พร้อมเลือกรับ
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
- หรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City และ Honda City Hatchback รุ่น TURBO ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
- ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 69,000 บาท ประกอบด้วย
- ฟรี ประกันภัย 1 ปี*
- ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ (ค่าแรง ค่าอะไหล่) 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
- ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
- สำหรับ Honda City Hatchback (เกรด S+) ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 104,400 บาท*
- ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,281 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
- พร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์
ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda City e:HEV และ City Hatchback e:HEV ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท
สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ของระบบฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ใน Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV ที่ให้ทั้งความแรง ขับสนุก อัตราเร่งทันใจ สมูททุกจังหวะขับขี่ และให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 50,000 บาท พร้อมเลือกรับ
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
- หรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City e:HEV และ Honda City Hatchback e:HEV ได้ง่ายขึ้น ได้แก่
- ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท ประกอบด้วย
- ฟรี ประกันภัย 1 ปี*
- ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
- ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
- ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
- ค่างวดเริ่มต้นเพียง 7,130 บาท* หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition
- ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท พร้อมเลือกรับ
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
- หรือเลือกรับ ประกันภัย 2 ปี พร้อมฮอนด้า อัลติเมท แคร์
โดยมาพร้อมหลากหลายข้อเสนอคุ้มค่า ได้แก่
- ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติม 20,000 บาท ประกอบด้วย
- ฟรี ประกันภัย 1 ปี*
- ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
- ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.*
- ฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
- ค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,108 บาท* หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%*
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 26,990 บาท* สำหรับ Honda City ทั้งขุมพลัง TURBO และ e:HEV และ Honda City Hatchback DRIVAL Limited Edition
- ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
- ใหม่ นักเรียน/นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่างๆ รวมถึง นักเรียนนักศึกษาจบใหม่ ฯลฯ ที่มีอายุไม่เกิน 27 ปี เพียงโชว์บัตรนักเรียน/บัตรนักศึกษา หรือบัตรประชาชน อายุไม่เกิน 27 ปี ให้กับที่ปรึกษาการขายในวันจองรถยนต์ รับสิทธิพิเศษเพิ่มมูลค่า 5,000 บาท*
- สำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฮบริด หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันเดิม ยี่ห้อฮอนด้า หรือยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท*
- สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.15%* พิเศษเฉพาะสำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท*
- เพื่อนแนะนำเพื่อน* ลูกค้าที่ออกรถจะได้รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคูปองส่วนลดเงินส่วน (e-Coupon) มูลค่า 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า
(ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าในการเลือกรับแคมเปญอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างแคมเปญสำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว หรือแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน เพื่อรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท)
- สำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และ กลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ สิทธิพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 0.10%* จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น)
- ฟรี กระเป๋าล้อลาก CAGGIONI รุ่น Trunk ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 3,990 บาท* เพียงจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568
ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+
โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX City ซี๊ดดด Deal ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions
- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda City ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/city
- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda City Hatchback ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/cityhatchback
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
- เว็บไซต์: honda.co.th
- Facebook Official Account: Honda Thailand
- LINE Official Account: @honda-thailand
หมายเหตุ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ข้อมูลเพิ่มเติม
- ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) คือ การขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ประกอบไปด้วย
- ฟรีประกันภัย 1 ปี
- ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา
- ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น
- สำหรับแบบ 5 ปี จะมีฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น
5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine - ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 70,000 บาท สำหรับรุ่น TURBO พร้อมเลือกรับ
-
News Car1 Min Read
“กลุ่มตรีเพชร” เพิ่มพื้นที่สีเขียว เดินหน้าโครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตอกย้ำการเป็นนิติบุคคลที่ดีและสร้างสังคมที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth” ในปีนี้ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชร ร่วมบริจาคยางรถยนต์ที่ไม่ใช้แล้ว พร้อมปลูกต้นไม้ และยิงเมล็ดพันธุ์ปลูกป่า ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

มร. ทาคาชิ ฮาตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มตรีเพชร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มตรีเพชรรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กลับมาจัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมขึ้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีอีกครั้ง โครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth” เป็นโครงการต่อเนื่องโดยริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 ผ่านการปรับปรุงระบบพลังงานและทรัพยากรต่าง ๆ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังเสริมสร้างความตระหนักรู้ของพนักงานและส่งเสริมวัฒนธรรมเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในปีนี้เราได้มีผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชรกว่า 80 คน ร่วมกันฟื้นฟูผืนป่าด้วยการปลูกต้นไม้จำนวน 200 ต้น และยิงเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากจำนวน 3,000 เมล็ด พร้อมบริจาคยางรถยนต์ที่ไม่ใช้งานแล้ว จำนวน 90 เส้น ให้แก่ค่ายหัตถวุฒิ เพื่อสนับสนุนหลักการการนำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งเป็นการช่วยสนับสนุนพันธมิตรในชุมชนอีกด้วย

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมในรูปแบบ “Low-Carbon CSR” ที่คำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น เพื่อลดการเกิดขยะ และจัดการกับขยะที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมด้วยการรีไซเคิล

กลุ่มตรีเพชรเชื่อมั่นว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดี อีกทั้งมีส่วนช่วยสร้างและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตามที่ได้ตั้งไว้
ติดตามข่าวสารของกลุ่มตรีเพชรได้ที่ www.tripetchgroup.com
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ประวัติ Ford และเฮนรี่ ฟอร์ด – จากวิสัยทัศน์สู่ถนนทั่วโลก

เด็กชายในฟาร์มที่หลงใหลเครื่องจักรกล สู่ผู้ปฏิวัติที่นำพาจุดกำเนิดของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เป็นแรงบันดาลใจทั้งด้านวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่น และความกล้าที่จะคิดต่าง โดยเรื่องราวของแบรนด์รถยนต์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าการเดินทางของมนุษยชาติสู่ปัจจุบันนี้
- จุดเริ่มต้นของตำนาน

เฮนรี่ ฟอร์ด เกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1863 ในฟาร์มแห่งหนึ่งใกล้เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เด็ก เขามีความสนใจในเครื่องจักรกลเป็นอย่างมากโดยเฉพาะนาฬิกา ซึ่งเขาชอบแกะออกมาดูกลไกภายในและประกอบกลับเข้าไปใหม่ เมื่ออายุ 16 ปี เขาออกจากบ้านเพื่อไปเป็นช่างกลฝึกหัดในเมืองดีทรอยต์ ที่นั่นเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรไอน้ำและเครื่องยนต์ต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับอนาคตของเขา

จนกระทั่งในปี 1888 เฮนรี่ แต่งงานกับ คลาร่า เจน ไบรอันท์ และให้กำเนิดลูกชายชื่อ เอดเซล ฟอร์ด หลังจากนั้นมา เฮนรี่ ได้เข้าทำงานเป็นวิศวกรที่บริษัท Edison Illuminating Company ในปี 1891 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในชีวิตการทำงานของเขา ที่นี่เองที่เขาได้พบกับ โธมัส เอดิสัน ผู้ซึ่งกลายเป็นเพื่อนและที่ปรึกษาของเขาในเวลาต่อมา

แต่ความฝันของเฮนรี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาหลงใหลในแนวคิดของยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง และในปี 1896 เขาได้สร้างรถยนต์คันแรกของตัวเองที่เรียกว่า “Quadricycle” หลังจากความสำเร็จของ Quadricycle เฮนรี่ได้ก่อตั้งบริษัท Ford Motor Company ในปี 1903 โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะผลิตรถยนต์ที่มีราคาไม่แพงสำหรับชาวอเมริกันทั่วไป

ความสำเร็จครั้งใหญ่ของ Ford มาถึงในปี 1908 เมื่อบริษัทเปิดตัวรถยนต์รุ่น Model T ซึ่งกลายเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในยุคนั้น ด้วยราคาที่ย่อมเยาและคุณภาพที่ดี Model T ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวอเมริกันไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ เฮนรี่ ฟอร์ด ยังเป็นผู้บุกเบิกระบบการผลิตแบบสายพาน (Assembly Line) ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมาก วิธีการนี้ไม่เพียงแต่ปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกอีกด้วย

เฮนรี่ ฟอร์ด ประสบกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างมาก ในปี 1919 เขาส่งมอบตำแหน่งประธานบริษัทให้กับลูกชายของเขา เอดเซล ฟอร์ด แต่ยังคงมีอิทธิพลอย่างมากในการดำเนินงานของบริษัท อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างเฮนรี่และเอดเซลมักจะตึงเครียด เนื่องจาก เฮนรี่ มักจะแทรกแซงการตัดสินใจของลูกชาย โดยเฉพาะในเรื่องการออกแบบรถยนต์และการบริหารจัดการ


Lincoln Continental SS-100-X รถประจำตำแหน่งประธานาธิบดี John F. Kennedy
และในปี 1922 Ford Motor เข้าซื้อกิจการแบรนด์รถยนต์สุดหรู ที่ตั้งชื่อตามประธานาธิบดี Lincoln ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1917 และกลายเป็นที่จดจำในฐานะ รถประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกหลายต่อหลายคนในอนาคตหลังจากนั้น เช่น Franklin D. Roosevelt, Harry S. Truman, John F. Kennedy, Richard Nickson, Jimmy Carter หรือแม้กระทั่ง Ronald Reagan
ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บริษัท Ford ได้มีส่วนร่วมในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับกองทัพสหรัฐฯ รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด B-24 Liberator ที่ผลิตในโรงงาน Willow Run ของ Ford หลังจาก เอดเซล ผู้เป็นลูกชายเสียชีวิตในปี 1943 ด้วยโรคมะเร็ง เฮนรี่ ฟอร์ด กลับมาดำรงตำแหน่งประธานบริษัทอีกครั้ง แม้ว่าสุขภาพของเขาจะเริ่มทรุดโทรมลงในช่วงนี้ เขาได้เผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์หลังสงคราม

ในปี 1945 เฮนรี่ ฟอร์ด ได้ส่งมอบการควบคุมบริษัทให้กับหลานชายของเขา เฮนรี่ ฟอร์ดที่ 2 ซึ่งเป็นลูกชายของ เอดเซล เฮนรี่ ฟอร์ดที่ 2 ได้นำพาบริษัทเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยการปรับปรุงการบริหารจัดการและการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในวาระสุดท้ายของชีวิต เฮนรี่ ฟอร์ด ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านพักของเขาในดีร์บอร์น รัฐมิชิแกน เขายังคงสนใจในกิจการของบริษัทและมักจะให้คำปรึกษาแก่ทีมผู้บริหาร แม้จะไม่ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานประจำวันแล้วก็ตาม นอกจากนี้ เฮนรี่ ฟอร์ด ยังใช้เวลาในการทำงานด้านการกุศลผ่านมูลนิธิฟอร์ด (Ford Foundation) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1936 มูลนิธินี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการศึกษา วิทยาศาสตร์ และการพัฒนาสังคม
เฮนรี่ ฟอร์ด เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 เมษายน 1947 ที่บ้านของเขาในดีร์บอร์น ด้วยวัย 83 ปี งานศพของเขาจัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์พอล ในดีร์บอร์น และมีผู้เข้าร่วมไว้อาลัยกว่า 100,000 คน แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและความเคารพที่ผู้คนมีต่อเขา แล้วมรดกของ เฮนรี่ ฟอร์ด ยังคงสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ผ่านบริษัท Ford Motor Company รวมถึงแนวคิดด้านการผลิต นวัตกรรม และการบริหารธุรกิจที่เขาได้ริเริ่มไว้ ซึ่งยังคงมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้
- ทิศทางของ Ford หลังสิ้นสุดยุคสมัย

เออร์เนสต์ โรเบิร์ต บรีช
หลังจาก เฮนรี่ ฟอร์ด ได้จากโลกนี้ไป 1 ปี ก็ได้มีการจ้างนาย เออร์เนสต์ โรเบิร์ต บรีช ที่ดำรงตำแหน่งประธานของ Bendix ให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายบบริหารของ Ford และขึ้นมาเป็นประธานบอร์ดบริหารในปี 1955 ในส่วนของ นาย เฮนรี่ ฟอร์ดที่ 2 ผู้ซึ่งเป็นหลานชายก็ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ประธานในปี 1945-1960 และดำรงตำแหน่ง CEO ในปี 1960-1980 จนกระทั่งในปี 1965 Ford ได้ให้กำเนิดม้าคลั่งขวัญใจมหาชน นั่นก็คือ Mustang และกลายมาเป็นไลน์อัพรถยนต์ของ Ford ที่อายุยืนที่สุดเท่าที่เคยมีมา และในปี 1966 Ford ก็เปิดตัวรถ SUV รุ่น Bronco ออกมาเป็นโฉมแรก

Ford Pinto
ในเมื่อมีความสำเร็จก็ย่อมต้องมีความล้มเหลว และความล้มเหลวที่ร้ายแรงที่สุด คือ Ford Pinto ที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 1971-1980 มียอดขายมากกว่า 3 ล้านคัน แต่ถูกประทับหน้าว่าเป็นรถที่อันตรายที่สุดในโลก

เพราะถังน้ำมันอยู่ติดท้ายรถมากเกินไป จนเกิดเหตุน่าสลดขึ้นเมื่อมันเคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนผู้ขับขี่บาดเจ็บสาหัส และเกิดการฟ้องร้องกันขึ้น และศาลก็ออกคำสั่งให้ Ford ต้องยกเลิกการผลิตรถรุ่นนี้ และเสียค่าปรับไปกว่า 125 ล้าน USD หรือ 2,500 ล้านบาท

Ford Ranger (1983)
ในปี 1983 Ford จากเดิมที่เคยผลิตรถกระบะมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ได้ผ่านมรสุมต่างๆมากมายจากการที่มีรถกระบะแบรนด์ต่างๆจากยุโรปและญี่ปุ่นเข้ามาตีตลาดแทบแตก และไหนจะเกิดวิกฤตน้ำมันอีกก็เริ่มเปิดตัว Ford Ranger ขึ้นมา และดุดันไม่เกรงใจใครจนถึงปัจจุบัน และในปี 2009 Ford ก็ยังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่นั่นก็คือ EcoBoost ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จขนาดเล็กที่ให้กำลังสูงแต่ประหยัดน้ำมัน เทคโนโลยีนี้ใช้การฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง (direct injection) ร่วมกับเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำให้ได้เครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงและลดการปล่อยไอเสียได้ดีขึ้น
- Ford ในประเทศไทย

Ford เริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 1995 ภายใต้ชื่อบริษัท ฟอร์ด โอเพอเรชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยเริ่มจากการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปมาจำหน่าย ต่อมาในปี ค.ศ. 1997 Ford ได้ร่วมทุนกับบริษัท มาสด้า คอร์ปอเรชั่น จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อก่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
ซึ่งนับเป็นการลงทุนครั้งสำคัญของ Ford ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โรงงานแห่งนี้เริ่มการผลิตรถยนต์รุ่นแรกในปี ค.ศ. 1998 คือ Ford Ranger รถกระบะที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการผลิตรถยนต์รุ่นอื่นๆ เช่น Ford Everest, Ford Fiesta และ Ford Focus
Ford ได้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญสำหรับตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ในปี ค.ศ. 2012 Ford ได้ลงทุนเพิ่มเติมกว่า 27,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่สองในจังหวัดระยอง และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค แล้ว Ford ยังได้นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ สู่ตลาดรถยนต์ในประเทศไทย เช่น ระบบ SYNC ที่ช่วยในการเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถยนต์ด้วยเสียง

นอกจากนี้ Ford ยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในประเทศไทย เช่น โครงการขับขี่ปลอดภัย Ford Driving Skills for Life ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการขับขี่อย่างปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่ทั่วประเทศ ปัจจุบัน Ford ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายสำคัญในประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะและรถอเนกประสงค์ (SUV)
- วิธีคิดแบบเฮนรี่ ฟอร์ด
เฮนรี่ ฟอร์ด ไม่ใช่แค่นักประดิษฐ์หรือนักธุรกิจธรรมดา แต่เขาเป็นนักคิดที่มองการณ์ไกล วิธีคิดของเขาที่ปฏิวัติวงการอุตสาหกรรม มีดังนี้
– การผลิตแบบสายพาน
เฮนรี่นำเสนอระบบการผลิตแบบสายพานในปี 1913 ซึ่งปฏิวัติอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ ระบบนี้ลดเวลาการประกอบ Model T จาก 12 ชั่วโมงเหลือเพียง 2 ชั่วโมง 30 นาที นวัตกรรมนี้ทำให้สามารถผลิตรถยนต์ได้เร็วขึ้นและมีราคาถูกลง ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
– ราคาที่จับต้องได้
เขาเชื่อว่ารถยนต์ไม่ควรเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับคนรวย แต่ควรเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้
ในปี 1908 Model T มีราคาเริ่มต้นที่ 825 ดอลลาร์ และลดลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียง 260 ดอลลาร์ในปี 1925 นโยบายนี้ทำให้ชนชั้นกลางสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ เปลี่ยนแปลงสังคมอเมริกันอย่างมาก– นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
เฮนรี่ ไม่เคยหยุดคิดค้นและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเขา แล้วส่งเสริมให้พนักงานคิดค้นวิธีการใหม่ๆ ในการปรับปรุงกระบวนการผลิต จน Ford ได้รับสิทธิบัตรมากกว่า 160 ชิ้นในช่วงชีวิตของ เฮนรี่
– การให้ความสำคัญกับพนักงาน
ในปี 1914 เขาประกาศนโยบาย “$5 Day” โดยเพิ่มค่าแรงจาก 2.34 ดอลลาร์ต่อวัน เป็น 5 ดอลลาร์ต่อวัน
เขาลดชั่วโมงการทำงานจาก 9 ชั่วโมงเป็น 8 ชั่วโมงต่อวัน นโยบายนี้ช่วยลดอัตราการลาออกและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อีกทั้งยังทำให้พนักงานมีกำลังซื้อรถยนต์ Ford ได้– มองเห็นภาพใหญ่
เฮนรี่ไม่ได้มองแค่การขายรถยนต์ แต่เขามองเห็นว่ารถยนต์จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนอย่างไร เขาสนับสนุนการสร้างถนนและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ และเขามองว่ารถยนต์จะช่วยให้ผู้คนมีอิสระในการเดินทางและเปิดโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต
- บทบาทในสนาม

ในส่วนของวงการมอเตอร์สปอร์ต Ford นับได้ว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีความโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ และมักจะไปโผล่ในการแข่งขันรูปแบบต่างๆ เช่น การแข่งขันเอ็นดูรานซ์ รายการต่างๆ ที่เริ่มส่ง Ford GT40 ไปลงแข่งขันครั้งแรกที่สนาม Nurburgring 1000 km เมื่อเดือนพฤษภาคม 1964 เพราะระบบช่วงล่างมีปัญหาจึงแข่งไม่จบ และยังมีปัญหามาเรื่อยจนกระทั่งมีอยู่คนหนึ่งที่ช่วยให้ Ford แก้ตัวได้สำเร็จ นั่นก็คือ Carroll Shelby และคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกที่สนาม Daytona 2000km เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 1965 โดยที่ได้ เคน ไมลส์ และ ลอยด์ รูบี เป็นนักขับให้กับทีม และคว้าอันดับที่ 2 ในรายการ Sebring 12hr เมื่อเดือนมีนาคมปีเดียวกัน ผลงานโด่งดังที่สุดของ Ford GT40 มาจากการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ปี 1966 ที่กวาดตำแหน่ง 1-2-3 ไปหมดเกลี้ยง โดยนักขับที่ได้อันดับที่ 1 คือ บรูซ แมคลาเรน จับคู่กับ คริส อามอน อันดับที่ 2 คือ เคน ไมลส์ จับคู่กับ เดนนี่ ฮูล์ม และอันดับที่ 3 คือ รอนนี บัคนัม จับคู่กับ ดิก ฮัทเชอร์สัน และการคว้าแชมป์ในครั้งนี้ก็มีอยู่ในหนังเรื่อง Ford v Ferrari

ถัดมาที่ IndyCar ที่ Ford ก้าวเข้าสู่สังเวียนครั้งแรกในปี 1935 ด้วยการส่งเครื่องยนต์ V8 ให้ทีม Miller-Ford ไปแจ้งเกิด และยังสนับสนุนเครื่องยนต์ให้กับ Lotus เป็นครั้งแรกในปี 1963 และคว้าแชมป์มาได้ในปี 1965 ด้วยเครื่องยนต์ V8 DOHC จนกระทั่งในปี 1976 Ford ได้ร่วมพัฒนาเครื่องยนต์กับ Cosworth ออกมาเป็นเครื่อง DFX ขนาด 2.6 L เทอร์โบ และคว้าแชมป์ Indianapolis 500 มาถึง 18 ครั้ง ในวันที่ 12 พฤษภาคม 1996 Arie Luyendyk สามารถสร้างสถิติทำความเร็วในการแข่งขันรอบ ควอลิฟายเร็วที่สุด ทั้ง 1 รอบที่ความเร็วเฉลี่ย 382.216 กม./ชม. และ 4 รอบที่ความเร็วเฉลี่ย 381.392 กม./ชม. โดยที่สถิตินี้ยังคงอยู่มาถึงปี 2022
ต่อมาในส่วนของการแข่งขัน Formula 1 Ford มีส่วนร่วมในการแข่งขันนี้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1967 และหยุดพักไปยาวตั้งแต่ปี 2004 ในช่วงระหว่างนี้ ทีม Lotus และทีม McLaren ที่ใช้เครื่องยนต์ของ Ford ที่พัฒนาร่วมกับ Cosworth เช่นกัน สามารถคว้าแชมป์มาได้ถึง 176 สนาม และยังเข้าซื้อทีม Stewart Grand Prix เพื่อฟอร์มทีม Jaguar Racing ขึ้นมาในปี 2000 แต่หลังจากที่ทีมนี้สร้างผลงานมาได้เพียง 5 ซีซั่น Ford ก็หยุดพักจาก Formula 1 พร้อมขายทีม Jaguar Racing ซึ่งต่อมาทีมนี้ก็กลายมาเป็นทีม กระทิงแดง Red Bull Racing ส่วน Cosworth ก็ถูกขายให้กับ Gerald Forsythe กับ Kevin Kalkhoven

จนกระทั่ง เมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา Ford ได้ประกาศว่าจะกลับมาสนับสนุนเครื่องยนต์ต่อ ในปี 2026 โดยการจับมือร่วมกับทีมรองของกระทิงแดงอย่าง Visa Cash App RB Formula 1 ที่เพิ่งแจ้งเกิดในฐานะทีมน้องใหม่เมื่อปี 2024
ในสนาม Drag เราจะพบเห็นได้บ่อยในการแข่งขันรุ่น Funny Cars ของ NHRA ด้วยรถ Mustang ส่วนของสนาม Drift เราก็มักจะได้เห็น Ford Mustang โชว์ลีลาเชือดเฉือนกับคู่แข่งอย่างบ้าคลั่งในรายการใหญ่ๆ ทั้ง Formula Drift หรือ D1 Grand Prix โดยนักแข่งขาประจำก็คือ Vaughn Gittin Jr. และนอกจากนี้ Diego Higa นักดริฟท์ชาวบราซิลยังเคยคว้าแชมป์ในรายการ Netflix Hyperdrive เมื่อปี 2019 ด้วยรถ Mustang V8 รุ่นปี 2006

Ford Coupe ของ Red Byron แชมป์ NASCAR คนแรก
รายการแข่งขัน NASCAR มีนักแข่ง Red Byron นำรถ Ford Coupe ปี 1939 มาเข้าร่วมจนได้เป็นแชมป์คนแรกของรายการนี้ ในปัจจุบัน Ford เป็นหนึ่งใน 3 แบรนด์หลักที่เข้าแข่งขันทั้ง 3 รายการย่อย และรถที่ใช้แข่งขันก็มีทั้ง Mustang GT ในรายการ NASCAR Cup Series และ Xfinity Series ส่วนอีกคันก็คือ F-150 ในรายการ NASCAR Craftsman Truck Series และยังมีรายการแข่งขันอีกมากมายที่ Ford ได้เข้าร่วมมา

Ford Mustang GT

Ford F-150
จากวิสัยทัศน์ของเฮนรี่ ฟอร์ด สู่การสร้างสรรค์ยานยนต์ที่เข้าถึงผู้คนทั่วโลก วันนี้ “Ford” ยังคงเดินหน้าพัฒนา นวัตกรรมและยึดมั่นในเจตนารมณ์เดิม เพื่อขับเคลื่อนอนาคตการเดินทางของมนุษยชาติให้ก้าวไกลอย่างไม่หยุดยั้ง สำหรับสกู๊ตนี้พวกเราขอฝากติดตาม Realtime Car Magazine ด้วยนะครับ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
ครั้งแรกในไทยกับปรากฏการณ์ใหม่! GWM จัดใหญ่ “TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD” ฉลองการส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL 5,000 คัน เฟสติวัลรวมพลคนรัก TANK ที่รวมสายออฟโรดและสายรถแต่งไว้ในงานเดียว 18 ตุลาคมนี้!

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” จากความสำเร็จของตระกูลรถออฟโรดทั้ง GWM TANK 300 และ GWM TANK 500 ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่เปิดตัว สู่จำนวน TANKER หรือผู้ใช้จริงที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศและเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองการส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL ครบ 5,000 คัน ปลุกกระแสคนรักรถ GWM TANK และการตกแต่ง รวมถึงเอาใจสายซิ่ง สายลุย และสายโหด GWM จึงจัดมหกรรมเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ “TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD” ครั้งแรกในไทย เนรมิตพื้นที่ขนาดมหึมาเกือบ 50,000 ตารางเมตร ให้เป็นลานกิจกรรมสุดเร้าใจ เปิดพื้นที่สำหรับแฟนพันธุ์แท้ GWM TANK ทั้งสายออฟโรดและสายชิลล์ผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถให้เป็นพื้นที่ได้ปล่อยของ ปลดปล่อยจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ผ่านกิจกรรมความสนุกที่อัดแน่นในทุกตารางนิ้ว ทั้งเวทีประกวดและจัดแสดงรถแต่ง การแข่งขันการขับขี่ออฟโรดสุดครีเอทีฟ สนามเทสต์สมรรถนะ GWM TANK กิจกรรมความสนุกอีกมากมาย พร้อมรับของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้าน การันตีความอร่อยตลอดวันด้วยสตรีทฟู้ดกับ Food truck เจ้าดังจำนวนมาก รับชมการแสดงดนตรีคลอเคล้าบรรยากาศจากวงดนตรีชื่อดังตั้งแต่เช้าจรดเย็น พร้อมตบท้ายด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังยามค่ำคืน สำหรับผู้ที่สนใจทุกคนเข้าร่วมงานฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย จะมาคนเดียว มาเป็นคู่ เป็นแก๊งค์ หรือยกขบวนทั้งครอบครัว ปักหมุดแล้วมาเจอกัน วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2568 ณ ESC Park รังสิต จ.ปทุมธานี และวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับ GWM
ในงานนี้ GWM (Thailand) ได้แสดงถึงวัฒนธรรม GWM TANK ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้ง GWM TANK 300 และ GWM TANK 500 รวมถึงจัดการประกวดรถแต่งครั้งใหญ่ ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของผู้ใช้ GWM TANK ทั่วประเทศ ที่ต้องการบ่งบอกสไตล์และตัวตนของตนเองที่ไม่ซ้ำใครผ่านการตกแต่งรถ กับกิจกรรมการแข่งขันการแต่งรถประเภท Performance หรือการเน้นสมรรถนะ และการแต่งรถประเภท Appearance ที่เน้นไปที่การแต่งเพื่ออวดโฉม อวดไอเดียความสวยงามในสไตล์ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะสายออฟโรด GWM อยากชวนให้ได้สัมผัสของจริง พิสูจน์ด้วยตาเนื้อกับความเร้าใจของการแข่งขันการขับขี่บนสนามออฟโรดในเมืองที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างสุดครีเอทีฟ พร้อมจุดถ่ายภาพเพื่อชาวโซเชียลที่ไม่ควรพลาด รวมถึงยังมีโซนเกม โซน DIY และพื้นที่สำหรับเด็ก ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ชาว TANKER ทั่วประเทศและผู้ที่รักการผจญภัยต้องไม่พลาดเช็คอินที่ “TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD” มหกรรมสุดยิ่งใหญ่เพื่อทุกคนอย่างแท้จริง สนุกได้ครบ จบในงานเดียว
เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “กระแสตอบรับที่อบอุ่นจากลูกค้าช่าวไทยที่มีต่อ GWM TANK ทำให้ชุมชนชาว TANKER เติบโตอย่างก้าวกระโดด แข็งแกร่ง และยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเราที่ต้องการสร้างการเติบโตและสานสัมพันธ์ผู้ใช้งาน GWM TANK ของเราในระยะยาวเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าและเหนือกว่า ผ่านมหกรรมเฟสติวัลครั้งใหญ่ครั้งแรกในไทย กับงาน “TANK FEST 2025 and TOP RANK TANK MOD” ขณะเดียวกัน ในงานนี้เราได้เตรียมเซอร์ไพรส์และปฏิวัติวงการรถกระบะในไทย ด้วย NEW GWM POER SAHAR DIESEL ที่จะเผยโฉมเป็นครั้งแรกในงานนี้อีกด้วย ผมขอเชิญชวน TANKER และชาวไทยทุกท่านไม่ว่าจะใช้รถรุ่นใดแบรนด์ใดก็สามารถมาร่วมสนุกกันในงานนี้ได้เช่นกันครับ”
#GWMThailand #GWMTANK #GWMTANK300 #GWMTANK500 #TANKER #GWMFestival
#TANKFEST2025andTOPRANKTANKMOD #TANKMOD
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“เมียร์” แซงสุดมันส์! คว้าท็อป 5 “มารินี” ตามติดคว้าอันดับ 6 สปรินต์ โมโตจีพี มันดาลิกา

“โจอัน เมียร์” ยอดนักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี โชว์ฟอร์มดุไล่แซงจากกริดที่ 12 บิดคว้าท็อป 5 ในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 18 อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ในรอบ “สปรินต์เรซ” หลังดวลกันอย่างสุดมันส์เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สนาม เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย

เกมเรซนี้ชิงชัยทั้งสิ้น 12 รอบสนาม ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนและลมแรงที่ มันดาลิกา โดยผลปรากฏว่า “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 ที่เริ่มเกมจากกริดที่ 12 ไล่แซงคู่แข่งอย่างดุดันขึ้นมาคว้าอันดับ 5 ตามหลังผู้ชนะ 8.759 วินาที โดยมี “ลูก้า มารินี” หมายเลข 10 ทีมเมทชาวอิตาเลียนเป็นอันดับ 6 ตามหลัง 9.621 วินาที เก็บแต้มจากการแข่งขัน สปรินต์เรซ ได้ทั้งคู่

ขณะที่ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ รวมถึงทีมเมทชาวฝรั่งเศสอย่าง “โยฮันน์ ซาร์โก” หมายเลข 5 พลาดล้มออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย
ทั้งนี้ การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของศึก อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมนี้ เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #IndonesianGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ศึกจักรยานทรงตัว Grandprix Runbike Championship 2025 สนาม 5-6 นักปั่นตัวน้อยมุ่งสู่เป้าหมาย ชิงแชมป์ “ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา”

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (27-28 กันยายน 2568) การแข่งขันจักรยานทรงตัวระดับประเทศ “Grandprix Runbike Championship Partnership with R.C.S. 2025” สนาม 5-6 (Event 3) ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตร R.C.S. ซึ่งได้รับความสนใจจากนักปั่นรุ่นเยาว์หลายช่วงอายุและครอบครัวทั่วประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันกันอย่างคึกคัก จนแน่นขนัดเต็มพื้นที่จัดงาน

บรรยากาศในสนามอบอวลไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นของนักปั่นตัวน้อย ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้องจากผู้ปกครองและผู้เข้าชม ที่ร่วมกันส่งกำลังใจให้เยาวชนทุกคนมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การเข้าชิงเกียรติยศสูงสุด “ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณและความภาคภูมิใจสูงสุดของ คณะผู้จัดฯ นักกีฬา และครอบครัว

การแข่งขันในแต่ละรุ่นเต็มไปด้วยสีสัน ทั้งความจริงจังดุเดือดในแบบมืออาชีพ และความน่ารักสดใสที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมรอบสนาม น้อง ๆ นักปั่นได้แสดงให้เห็นถึงสมาธิ ความคล่องแคล่ว และความกล้าหาญที่น่าชื่นชม ขณะเดียวกันยังได้เรียนรู้คุณค่าของการเป็นนักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ควบคู่ไปกับการใช้เวลาคุณภาพร่วมกันของครอบครัว

ภายในงานยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมสร้างความสุขและความคึกคัก ทั้งบูธกิจกรรมจากผู้สนับสนุนที่มอบทั้งสาระ ความสนุก และของรางวัลมากมาย รวมถึงการแสดงโชว์จาก About P Training Center โดยนักเรียนในหลักสูตร Pre-Trainee Program ที่โชว์ความสามารถได้อย่างเข้มข้นและน่าประทับใจ จนเรียกเสียงกรี๊ดจากเด็ก ๆ และแฟนคลับ T-Pop อย่างต่อเนื่อง

ไฮไลต์สำคัญของงาน อยู่ที่พิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ ซึ่งนักกีฬาเยาวชนที่ทำผลงานโดดเด่นในแต่ละรุ่น ได้รับทั้งถ้วยรางวัล เหรียญ และของที่ระลึก โดยเฉพาะรอยยิ้มและความภาคภูมิใจที่สะท้อนชัดบนใบหน้าของเด็ก ๆ และครอบครัว นับเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่มีคุณค่าตลอดชีวิต
และทันทีที่ปิดสนาม 5-6 ความตื่นเต้นพร้อมพุ่งตรงสู่ สนามปิดฤดูกาล (Event 4) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2568 ณ สวนกีฬากมล ซึ่งจะเป็นรอบชี้ชะตาครั้งสำคัญในการลุ้นแชมป์ประจำปี และชิงเกียรติยศสูงสุด “ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” สามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขันและบรรยากาศเพิ่มเติมได้ทาง เพจ Grandprix Runbike Championship และช่องทางโซเชียลมีเดียในเครือกรังด์ปรีซ์ฯ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“ก้อง-สมเกียรติ” ผงาดซิวท็อป 13 คว้า 3 แต้มสำคัญ โมโตจีพี มันดาลิกา “มารินี” ฮอตต่อเนื่องเข้าป้ายที่ 5

“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยหมายเลข 35 สร้างผลงานในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 18 รายการ อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ หลังออกตัวจากกริดที่ 19 ทะยานเข้าป้ายอันดับ 13 เดินหน้าเก็บแต้มต่อเนื่องโดยคว้าเพิ่ม 3 แต้ม ขณะ “ลูก้า มารินี” นักบิดทีมโรงงานฮอนด้าบู๊คว้าอันดับ 5 จากเรซสุดหินที่ เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

การแข่งขันรอบเมนเรซดวลกันทั้งสิ้น 27 รอบสนาม ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนระอุ ซึ่งในเรซนี้ “ลูก้า มารินี” นักบิดอิตาเลียน หมายเลข 10 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี เริ่มเกมจากกริดที่ 6 ออกตัวอย่างยอดเยี่ยมทะยานขึ้นไปถึงอันดับ 2 ก่อนจะบิดเข้าป้ายในอันดับ 5 ตามหลังผู้ชนะ 9.129 วินาที ส่วนทีมเมทชาวสเปนอย่าง “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 พลาดล้มไม่จบเรซ

ขณะที่ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ ที่เจอปัญหา “การยึดเกาะ” ของยางเล่นงานในวันเสาร์ ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 19 ก่อนสร้างผลงานยอดเยี่ยมจะขยับขึ้นเข้าเส้นชัยในอันดับ 13 ตามหลังผู้ชนะ 48.035 วินาที เก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม ส่วน “โยฮันน์ ซาร์โก” ทีมเมทชาวฝรั่งเศสหมายเลข 5 จบเรซอันดับ 12 ตามหลัง 27.597 วินาที
ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2025 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคมนี้ ในศึก ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ ที่ ฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #IndonesianGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine










































































































